โครงสร้างรายวชิ ารายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 23101 ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ จดั ทาโดย นายเสรี แซ่จาง ตาแหนง่ พนักงานราชการ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ตาบลชา่ งเคง่ิ อาเภอแม่แจม่ จงั หวัดเชียงใหม่ สานกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ สานกั งานการศึกษาขน้ั พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
โครงสรา้ ง รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 23101 ชน้ั มธั ยท่ี ชือ่ หน่วย รหสั มฐ.ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้1 พัน ธุกรรม ว 1.2 ม.3/1 สงั เกตและอธบิ ายลกั ษณะของแ ล ะ คว า ม โครโมโซมทม่ี ีหนว่ ยพันธุกรรมหรือยีนในนิวเคลียส ถ่ายหลากหลาย ว 1.2 ม.3/2 อธิบายความสาคัญของสาร หนว่ทางชีวภาพ พันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ และกระบวนการถ่ายทอด ลกั ษณะทางพันธกุ รรม บน ว 1.2 ม.3/3 อภิปรายโรคทางพันธุกรรมท่ี ทาง เกิดจากความผิดปกติของยีนและโครโมโซมและนา ควา ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ คือ1 ว 1.2 ม.3/4 สารวจและอธิบายความ ร่าง หลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นท่ีทาให้ส่ิงมีชีวิต เทค ดารงชวี ิตอยไู่ ดอ้ ยา่ งสมดลุ เ ก่ี ย ว 1. 2 ม . 3/ 5 อ ธิ บ า ย ผ ล ข อ ง ค ว า ม ปฏ หลากหลายทางชีวภาพท่ีมีต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และ ประ ส่ิงแวดล้อม ควา ว 1. 2 ม . 3/ 6 อ ภิ ป ร า ย ผ ล ข อ ง เทคโนโลยีชีวภาพต่อการดารงชีวิตของมนุษย์และ ธรร สิง่ แวดลอ้ ม ธร สภา
งรายวิชายมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2561 สาระสาคญั เวลา (ซม) คะแนน รวม K Pลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต จะถูก 28 35 15 15 A 5ยทอดจากบรรพบุรุษไปสู่รุ่นลูกหลาน โดยวยพันธกุ รรมในเซลล์ที่เรียกว่า ยนียีน (gene) คือ หน่วยพันธุกรรมที่อยู่นโครโมโซม ทาหน้าที่ควบคุมลักษณะต่างๆงพนั ธกุ รรมจากพอ่ แมไ่ ปยงั ลูกหลานามผิดปกติและโรคทางพนั ธกุ รรม แบง่ ได้เป็น1. ความผิดปกติของออโทโซม (โครโมโซมงกาย) 2.ความผดิ ปกติของโครโมโซมเพศคโนโลยีชีวภาพ หมายถึง การนาความรู้ยวกับส่ิงมีชีวิต หรือกระบวนการของฏิกิริยาชีวเคมีที่เกิดข้ึน ในสิ่งมีชีวิตมาะยุกต์ใชใ้ นทางอตุ สาหกรรมามสาคญั ของความหลากหลายทางชวี ภาพค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ ท า งรมชาติเปน็ จดุ สาคัญท่ที าใหร้ ะบบในร ม ช า ติ ส า ม า ร ถ ด า ร ง อ ยู่ ไ ด้ ภ า ย ใ ต้าพการณ์ของสิ่งแวดล้อมทเ่ี ปลย่ี นแปลง
ท่ี ชอื่ หน่วย รหัส มฐ.ตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ ว 8.1 ม.1-3/1 ตั้งคาถามที่อยู่บนพื้นฐาน ของความรู้และความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ หรือ พัน ความสนใจหรือจากประเด็นที่เกิดข้ึนในขณะน้ันที่ ส่ิงม สามารถทาการสารวจตรวจสอบหรอื ศกึ ษาค้นคว้าได ระห อย่างครอบคลมุ และเชอ่ื ถือได้ การ ว 8.1 ม.1-3/8 บันทึกและอธิบายผลการ และ สงั เกตการสารวจตรวจสอบค้นคว้าเพ่ิมเติมจากแหล่ง ตน้ ความรตู้ ่างๆ ให้ได้ข้อมูลทเี่ ชื่อถอื ได้ และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบ เม่ือมีข้อมูลและ ประจักษ์พยานใหมเ่ พิม่ ข้นึ หรอื โต้แย้งจากเดมิ2 ชี วิ ต แ ล ะ ว 2.1 ม.3/1 สารวจระบบนิเวศต่างๆ ในสงิ่ แวดลอ้ ม ท้องถิ่นและอธิบายความสัมพันธ์ขององค์ประกอบ ส่วน ภายในระบบนิเวศ ชวี ติ ว 2.1 ม . 3/ 2 วิ เ ค ร า ะ ห์ แ ล ะ อ ธิ บ า ย บทบ ความสัมพันธ์ของการถา่ ยทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิต แบง่ ในรปู ของโซ่อาหารและสายใยอาหาร ว 2.1 ม.3/3 อธิบายวัฎจักรน้า วัฎจักร สาม คาร์บอน และความสาคญั ทีม่ ีตอ่ ระบบนิเวศ สาม 3. ผ ดาร
สาระสาคญั เวลา (ซม) คะแนน รวม K Pปัจจัยท่ีจะส่งผลให้ ความหลากหลายทาง Aนธุกรรมลดลง ได้แก่ การผสมพันธุ์ระหว่างมีชีวิตสายพันธ์ุเดียวกัน การผสมพันธุ์หวา่ งส่งิ มีชีวิตท่มี ีลกั ษณะเหมือนกัน การไม่มีรย้ายถิ่น การท่ีจานวนประชากรมีขนาดเล็กะสิ่งแวดล้อมแปรปรวนอย่างฉับพลัน เป็น ประกอบไปดว้ ยสว่ นสาคญั 2 ส่วนคือ 29 35 20 10 5นประกอบท่ีไม่มีชีวิตและส่วนประกอบท่ีมีตบาทของสิง่ มีชีวิตในระบบนเิ วศงได้เป็น 3 กลมุ่ คอื 1 . ผู้ ผ ลิ ต ( Producer) เ ป็ น สิ่ ง มี ชี วิ ต ที่มารถสร้างอาหารได้ เช่น พืช 2. ผู้บริโภค (Consumer) เป็นสงิ่ มีชวี ติ ทไี่ ม่มารถสร้างอาหารไดเ้ องผู้ย่อยสลาย(Decomposer) เป็นส่ิงมีชีวิตท่ีรงชีวิตและไดพ้ ลังงานมาใชด้ ้วยการยอ่ ย
ท่ี ชื่อหนว่ ย รหัส มฐ.ตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้ ว 2.1 ม.3/4 อธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่อการ สลา เปล่ียนแปลงขนาดของประชากรในระบบนเิ วศ ว 2.2 ม.3/5 อภิปรายปัญหาสิ่งแวดล้อม อย และเสนอแนวทางการแก้ปญั หา ว 2.2 ม. 3/6 อภิปรายและมีสว่ นรว่ มในการ ดูแลและอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ มในทอ้ งถิน่ อย่างยัง่ ยืน ว 8.1 ม.1-3/1 ตั้งคาถามที่อยู่บนพื้นฐาน ของความรู้และความเขา้ ใจทางวิทยาศาสตร์ หรอื ความสนใจหรือจากประเด็นที่เกิดขึ้นในขณะน้ันที่ สามารถทาการสารวจตรวจสอบหรือศึกษาค้นคว้าได สงิ่ ไ อย่างครอบคลมุ และเชอื่ ถอื ได้ ในด ว 8.1 ม.1-3/8 บันทึกและอธิบายผลการสังเกต ก า ร สา ร ว จ ต ร ว จ สอ บ ค้ น คว้ า เ พ่ิ ม เ ติ ม จ า ก แ ห ล่ ง ความรูต้ า่ งๆ ให้ได้ขอ้ มูลทีเ่ ช่ือถอื ได้ และยอมรับการ ปีชี เปล่ียนแปลงความรู้ที่ค้นพบ เม่ือมีข้อมูลและ เดยี ประจักษ์พยานใหมเ่ พิม่ ขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม ส่ิงแ ประ 1. ท
สาระสาคัญ เวลา (ซม) คะแนน รวม K Pายอนิ ทรยี ์สาร แล้วดดู ซมึ เขา้ สู่รา่ งกาย A ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตด้วยกันมียูห่ ลากหลายรูปแบบดังน้ี -ภาวะใตป้ ระโยชนร์ ่วมกนั -ภาวะพ่งึ พา -ภาวะอิงอาศัยหรอื ภาวะเก้อื กูล -ภาวะปรสิต - ภาวะล่าเหย่อื ความสัมพัน ธ์ระ หว่ างส่ิงมีชีวิตและไม่มีชีวิต แสง อุณหภมู ิ น้า ดินและแรธ่ าตุดิน อากาศ การหมนุ เวียนของสารในระบบนเิ วศ การถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหาร ประชากร หมายถึง หมู่คนหรือสิ่งมีชีวิตส ส์หนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในพ้ืนที่ทางภูมิศาสตร์ยวกัน ในระยะเวลาเดยี วกนั ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติและแวดล้อมแบ่งตามลักษณะท่ีนามาใช้ได้ 2ะเภทใหญ่ ๆ คอืทรัพยากรธรรมชาติประเภทใชแ้ ลว้ ไมห่ มด
ท่ี ชื่อหนว่ ย รหสั มฐ.ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ วดั ผลกลางภาค 2. ท วัดผลปลายภาค ไป รวม สภ ควา ประ 1. ก 2. ก ก้าว สิ่ ง แ ทรัพ ประ รักษ การ ปรั สง่ิ แ
สาระสาคัญ เวลา (ซม) คะแนนทรัพยากรธรรมชาติประเภทใช้แล้วหมดสิ้น รวม K P A ความสมดุลของระบบนิเวศ หมายถึงภ า ว ะ ค ว า ม ค ง ท่ี ใ น ก า ร แ ล ก เ ป ล่ี ย นามสมั พันธร์ ะหวา่ งสงิ่ มีชวี ิตกับสง่ิ แวดลอ้ ม สาเหตุหลักของปัญหาสิ่งแวดล้อมมีอยู่ 2ะการด้วยกัน คอืการเพ่ิมของประชากรการขยายตัว ทางเศรษฐกิจและความวหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยี ก า ร จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะแวดล้อม หมายถึง การดาเนินงานต่อพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม อย่างมีะสิทธิภาพ ท้ังในด้านการจัดหา การเก็บษา การซ่อมแซม การใชอ้ ย่างประหยัด และรสงวนรักษา ช ญ า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง กั บ ก า ร จั ด ก า รแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ 1 15 5 5 5 2 15 10 5 5 60 100 50 30 20
การวเิ คราะห์มาตรายวิชาวิทยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว 23101 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ เรื่อง พันธุกรรมและความตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ รอู้ ะไร ทาอะไรว 1.2 ม.3/1 รู้อะไรว 1.2 ม.3/2 ลักษณะตา่ งๆ ของส่ิงมชี วี ติ จะถกู ถ่ายทอด จากบรรพบรุ ุษไปสรู่ ุ่นลูกหลาน โดยหนว่ ยพันธกุ รรม ในเซลล์ท่ีเรยี กว่า ยนี สงิ่ มีชีวิต สปชี ีส์เดยี วกนั ย่อมมี ลักษณะทางพนั ธกุ รรมคลา้ ยคลึงกันมากกวา่ ส่ิงมชี ีวิต ตา่ งสปีชีส์กัน ทาอะไร อ ธิ บ า ย ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง โ ค ร โ ม โ ซ ม ที่ มี ห น่ ว ย พนั ธุกรรมหรอื ยนี ในนิวเคลียส รู้อะไร การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม ยนี (gene) คอื หน่วยพันธุกรรมท่ีอยู่บน โครโมโซม (chromosome) ทาหนา้ ท่ีควบคุม ลกั ษณะต่างๆ ทางพนั ธุกรรมจากพ่อแม่ไปยัง ลกู หลาน ในคนจะมยี ีนประมาณ 50,000 ยนี แต่ละ
ตรฐานและตัวช้ีวัด 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1มหลากหลายทางชวี ภาพภาระงาน/ชน้ิ งาน สมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะของ คุณลกั ษณะอนั พงึ วิชา ประสงค์- ใ บ ง า น เ รื่ อ ง 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเ่ รยี นรู้ลักษณะทางพันธุ การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินยักรรม concept - กระบวนการกลุม่ - มงุ่ ม่นั ในการ- ผงั ความคิด ความสมั พันธ์ ) ทางานConcept 2. ความสามารถในMapping การคิด (คิดวเิ คราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแกป้ ัญหา-ใบงาน เรื่อง การ 1. ความสามารถใน - ความรับผิดชอบ - ใฝ่เรยี นรู้ถ่ายทอดลักษณะ การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี นิ ัยทางพันธุกรรม concept - กระบวนการกลุ่ม - มุ่งมนั่ ในการ- ผงั ความคดิ ความสมั พันธ์ ) ทางานConceptMapping
ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ รู้อะไร ทาอะไร ยนี จะควบคุมลักษณะต่างๆ ทางพันธกุ รรม เพียงลักษณะเดียว ยีนที่ควบคุมลักษณะพนั ธุกรรม บางอยา่ งมี 2 ชนิด คือ 1. ยีนเดน่ (dominant gene) คอื ยนี ทแี่ สดง ลกั ษณะนน้ั ๆ ออกมาได้ แมม้ ยี ีนนั้นเพยี งยีนเดียว 2. ยนี ด้อย (recessive gene) คอื ยีนท่ี สามารถแสดงลักษณะให้ปรากฏออกมาได้ กต็ อ่ เม่ือมี ยนี ด้อยทงั้ สองยนี อยู่บนค่โู ครโมโซม โครโมโซม (chromosome) ในเซลล์ของ ส่งิ มชี ีวติ ประกอบดว้ ย นวิ เคลยี ส เยือ่ หุ้มเซลล์ ไซ โทพลาซึม มลี กั ษณะเป็นเส้นยาวๆ เลก็ ๆ ขดไปมา เรียกโครงสรา้ งนี้ว่า โครมาทิน (chromatin) เม่ือ เซลล์โครมาทินขดแน่นมากขึ้นและหดสน้ั ลง จะมี ลักษณะเป็นแท่งเรียกวา่ โครโมโซม ทาอะไร อธิบายความสาคัญของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ และกระบวนการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะของ คณุ ลกั ษณะอนั พึง วิชา ประสงค์ 2. ความสามารถใน การคิด (คิดวเิ คราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา
ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ รูอ้ ะไร ทาอะไรว 1.2 ม.3/3 รูอ้ ะไร ความผิดปกติและโรคทางพันธกุ รรม เกดิ จาก ความผิดปกติของโครโมโซม ซง่ึ ความผิดปกติ ดงั กล่าวแบ่งได้เปน็ 2 แบบ คือ 1. ความผดิ ปกตขิ อง ออโทโซม (โครโมโซมรา่ งกาย) 2.ความผิดปกติของ โครโมโซมเพศ ความผดิ ปกติของออโทโซม เกดิ จากการ เปล่ยี นแปลงของเซลล์ร่างกาย มคี วามผิดปกติ 2 ชนดิ คอื 1. เปน็ ความผิดปกตทิ ี่จานวนออโทโซมในบาง คทู่ ี่เกินมา 1 โครโมโซม จึงทาใหโ้ ครโมโซมในเซลล์ ร่างกายทั้งหมดเป็น 47 โครโมโซม เพศหญงิ จงึ มีโครโมโซม 45+XX เพศชายจึงมีโครโมโซมแบบ 45+XY 2. ความผดิ ปกติของโครโมโซมเพศ ส่วนใหญ่เกิดจาก จานวนโครโมโซมเพศ ขาดหายหรือเกนิ มาจากปกติ และยังถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมไปส่ลู ูกหลาน ความผิดปกตเิ ชน่ น้ี แบง่ ได้ 2 แบบ คอื 1. ความผิดปกติท่ีเกดิ กับโครโมโซม X 2. ความผดิ ปกตทิ ี่เกิดกับโครโมโซม Y
ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคัญ คุณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง คุณลักษณะอันพึง วิชา ประสงค์- ใ บ ง า น เ ร่ื อ ง 1. ความสามารถใน - ความรบั ผิดชอบ - ใฝ่เรยี นรู้โรคติดต่อที่เกิดจาก การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวนิ ัยพันธกุ รรม concept - กระบวนการกล่มุ - มุ่ ง มั่ น ใ น ก า ร- ผังความคิด ความสมั พนั ธ์ ) ทางานConcept 2. ความสามารถในMapping การคดิ (คดิ วเิ คราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแกป้ ัญหา
ตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ ร้อู ะไร ทาอะไรว 1.2 ม.3/4 ทาอะไรว 1.2 ม.3/5 อ ภิ ป ร า ย โ ร ค ท า ง พั น ธุ ก ร ร ม ที่ เ กิ ด จ า ก ค ว า ม ผิดปกติของยีนและโครโมโซมและนาความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ร้อู ะไร ความหลากหลายทางชีวภาพ หมายถึง การมี ส่งิ มีชวี ิตนานาชนดิ นานาพันธ์ุในระบบนิเวศอนั เป็น แหล่งท่ีอยู่อาศัย ซึ่งมีมากมายและแตกตา่ งกนั ทวั่ โลก หรอื ง่ายๆ คอื การทีม่ ชี นดิ พันธุ์ (Species) สายพันธ์ุ (Genetic) และระบบนิเวศ (Ecosystem) ท่ีแตกตา่ ง หลากหลายบนโลก ทาอะไร สารวจและอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพ ในท้องถน่ิ ทน่ี ักเรยี นอาศยั อยู่ รอู้ ะไร ความหลากหลายทางชีวภาพทางธรรมชาติเป็น จุดสาคญั ที่ทาให้ระบบในธรรมชาตสิ ามารถดารงอยู่ ไดภ้ ายใตส้ ภาพการณ์ของสิ่งแวดลอ้ มที่เปลย่ี นแปลง อยเู่ สมอ ดังนน้ั ความหลากหลายทางชวี ภาพจึงมี ความสาคัญยิ่งตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม เศรษฐกิจและ
ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคญั คุณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง คุณลักษณะอันพึง วชิ า ประสงค์-ใบงาน เรื่อง ความ 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเ่ รียนรู้หล าก หล าย ทา ง การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินยัชีวภาพในท้องถ่ิน concept - กระบวนการกลมุ่ - มงุ่ ม่ันในการทางานของฉนั ความสัมพันธ์ )- ผงั ความคิด 2. ความสามารถในConcept การคิด (คดิ วิเคราะห์ )Mapping 3. ความสามารถใน การแกป้ ญั หา-ใบงาน เร่ือง ผล 1. ความสามารถใน - ความรบั ผิดชอบ - ใฝ่เรียนรู้ข อ ง ค ว า ม การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินยัหล าก หล าย ทา ง concept - กระบวนการกลุม่ - มงุ่ มั่นในการทางานชวี ภาพท่มี ตี อ่ ตวั เรา ความสมั พันธ์ )
ตวั ชี้วดั /ผลการเรยี นรู้ รู้อะไร ทาอะไร วัฒนธรรม แต่ในปัจจบุ นั มนุษยเ์ ป็นผูท้ ี่พยายาม ทาลายความหลากหลายดังกล่าวให้ลดลงและได้ พยายามสร้างสิ่งท่ที ดแทนด้วยความหลากหลายท่ีอยู่ ในระดบั ต่ากว่า เช่น การตดั ถางป่าเตง็ รังแลว้ ปลูก สวนปา่ ทดแทน ดว้ ยเหตุผลทางเศรษฐกิจ โดยมี ความคดิ ว่าป่าเตง็ รงั มีประโยชน์เชิงเศรษฐกจิ ต่าจึง ปลกู สกั หรือปลูกยูคาลปิ ตัสแทนท่ี สวนปา่ ดังกล่าว เปน็ ระบบนเิ วศท่ีมคี วามหลากหลายทางชีวภาพต่า เนอื่ งจากมสี งิ่ มีชีวิตน้อยชนิดจงึ ทาใหร้ ะบบนิเวศใหม่ ไม่ทนทานตอ่ การผันแปรของสงิ่ แวดล้อม เชน่ เกิด การระบาดของเชอ้ื รา เปน็ ต้น ทาอะไร อธบิ ายผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มี ต่อมนุษย์ สตั ว์ พืช และส่ิงแวดลอ้ มว 1.2 ม.3/6 ร้อู ะไร เทคโนโลยีชีวภาพ หมายถึง การนาความรู้ เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต หรือกระบวนการของปฏิกิริยา ชีวเคมีท่ีเกดิ ขึ้นในส่งิ มชี ีวติ มาประยกุ ต์ใช้ในทาง
ภาระงาน/ชิ้นงาน สมรรถนะสาคัญ คุณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง คุณลักษณะอันพึง วิชา ประสงค์- ผังความคิดConcept 2. ความสามารถในMapping การคิด (คดิ วิเคราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา-ใบงาน เรื่อง ความ 1. ความสามารถใน - ความรับผิดชอบ - ใฝเ่ รียนรู้หล าก หล าย ทา ง การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินยัชีวภาพในท้องถ่ิน concept - กระบวนการกลุ่ม - มงุ่ มัน่ ในการทางานของฉนั ความสมั พันธ์ )
ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ รอู้ ะไร ทาอะไรว 8.1 ม.1-3/1 อุตสาหกรรมเพ่ือให้เกิดผลิตภณั ฑ์ท่ีก่อใหเ้ กิด ประโยชน์กับมนษุ ย์ประโยชนข์ อง เทคโนโลยชี วี ภาพ 1. เทคโนโลยีชีวภาพกบั การแพทย์โดยนามาผลิตเปน็ ยาปฏชิ วี นะและวคั ซนี ชนดิ ตา่ ง ๆ 2. เทคโนโลยีชีวภาพกบั การ 3. เทคโนโลยีชีวภาพกบั สิง่ แวดล้อม 4. เทคโนโลยีชวี ภาพกบั พลงั งาน ได้แก่ การผลิต พลังงานในรปู ของแอลกอฮอล์เชื้อเพลงิ (fuel alcohol) และก๊าซมเี ทน (methane gas ทาอะไร อภปิ รายผลของเทคโนโลยี ชวี ภาพต่อการดารง ชีวติ ของมนษุ ย์และส่ิงแวดลอ้ ม รอู้ ะไร วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาท่ีศึกษาถึงสิ่งมีชีวิตและไม่ มีชีวิต โดยในการศึกษาส่ิงเหล่านี้จะใช้ทักษะในการ สงั เกต การทดลอง หรือการสารวจ จงึ เปน็ การค้นหา คาตอบและความจริง มาวเิ คราะห์ อธิบาย
ภาระงาน/ชิน้ งาน สมรรถนะสาคญั คุณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง คุณลักษณะอันพึง วิชา ประสงค์- ผงั ความคิดConcept 2. ความสามารถในMapping การคิด (คดิ วิเคราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแกป้ ญั หา- ผังความคิด 1. ความสามารถใน - ความรบั ผิดชอบ - ใฝเ่ รียนรู้ConceptMapping การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินัย concept - กระบวนการกลมุ่ - มุ่งม่นั ในการทางาน ความสมั พันธ์ ) 2. ความสามารถใน การคดิ (คิดวเิ คราะห์ )
ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ รอู้ ะไร ทาอะไร ทาอะไร ท า ก า ร ส า ร ว จ ต ร ว จ ส อ บ ห รื อ ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า เ ร่ื อ ง พนั ธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ อยา่ งครอบคลมุ และเชอ่ื ถอื ได้ว 8.1 ม.1-3/8 บันทึก รู้อะไรและ อ ธิ บ ายผ ลก า ร การศึกษาข้อมูลใดๆท่ีได้จากการสังเกตการสารวจสั ง เ ก ต ก า ร ส า ร ว จ ตรวจสอบคน้ คว้า ควรมกี ารจดบันทึก เพอื่ ตรวจสอบต ร ว จ ส อ บ ค้ น ค ว้ า ความถูกต้องเ พิ่ ม เ ติ ม จ า ก แ ห ล่ ง ทาอะไรคว ามรู้ต่าง ๆ ให้ไ ด้ มีการบันทึกข้อมูลจากการศึกษาสังเกตและสารวจข้อมูลท่ีเช่ือถือได้ และ เรือ่ งพันธุกรรมและความหลากหลายทางชวี ภาพย อ ม รั บ ก า รเปลี่ยนแปลงความรู้ท่ีคน้ พบ เม่ือมขี ้อมลู และป ร ะ จั ก ษ์ พ ย า น ใ ห ม่เพ่ิมข้ึนหรือโต้แย้งจากเดมิ
ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคัญ คุณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง คุณลักษณะอันพึง วิชา ประสงค์ 3. ความสามารถใน การแกป้ ัญหา-แบบบันทึกขอ้ มลู 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเ่ รยี นรู้ การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี นิ ยั concept - กระบวนการกลุ่ม - มงุ่ มนั่ ในการทางาน ความสัมพันธ์ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คิดวิเคราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแกป้ ญั หา
การวเิ คราะหม์ าตรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 23101 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ เรอ่ื ง ชวี ิตแลตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้ รอู้ ะไร ทาอะไรว 2.1 ม.3/1 รอู้ ะไร ประกอบไปดว้ ยส่วนสาคัญ 2 สว่ นคอื ส่วนประกอบที่ไม่มชี ีวติ (Abiotic component) 1.1 อนนิ ทรยี สาร เชน่ คารบ์ อนไนโตรเจน คารบ์ อนไดออกไซด์ น้าและออกซเิ จน เป็นตน้ 1.2 อินทรยี สาร เชน่ โปรตีน คารโ์ บไฮเดรต และฮิวมสั เป็นต้น 1.3 สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ เช่น แสง อุณหภมู ิ ความเป็นกรดเปน็ ดา่ ง ความ เค็มและ ความชืน้ เป็นต้น ส่วนประกอบทมี่ ีชวี ิต (Biotic component) แบ่ง ออกไดเ้ ป็น 2.1 ผ้ผู ลิต (producer) คอื พวกทีส่ ามารถ นาเอาพลังงานจากแสงอาทติ ยม์ าสังเคราะห์ อาหาร ขน้ึ ได้เอง
ตรฐานและตวั ชี้วัด 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2561 ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2ละสง่ิ แวดลอ้ มภาระงาน/ชน้ิ งาน สมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะของ คณุ ลักษณะอันพึง วชิ า ประสงค์- ใ บ ง า น เ รื่ อ ง 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ่ รยี นรู้อ ง ค์ป ร ะ ก อ บใ น การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินยัระบบนิเวศ concept - กระบวนการกลุ่ม - ม่งุ มั่นในการ- ผงั ความคดิ ความสัมพนั ธ์ ) ทางานConcept 2. ความสามารถในMapping การคดิ (คิดวเิ คราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแกป้ ญั หา
ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ ร้อู ะไร ทาอะไร 2.2 ผ้บู รโิ ภค (consumer) คอื พวกท่ีไดร้ บั อาหาร จากการกินส่งิ ที่มีชวี ิตอืน่ ๆ อกี ทอด หน่ึงได้แกพ่ วก สัตว์ต่าง ๆ แบ่งได้เปน็ ผู้บริโภคปฐมภมู ิ (primary consumer) เป็น สิง่ มชี วี ิตทก่ี ินพชื เป็นอาหาร เชน่ กระต่าย ววั ฯลฯ ผ้บู ริโภคทุติยภูมิ (secondary consumer) เป็นสตั วท์ ี่ไดร้ ับอาหารจากการกนิ เน้อื สตั วท์ ี่ กินพชื เปน็ อาหาร เชน่ เสือ สนุ ขั จิ้งจอก ปลากนิ เนื้อ ฯลฯ ผ้บู ริโภคตตยิ ภูมิ (tertiauy consumer) เป็น พวกท่กี นิ ท้งั สัตวก์ ินพชื และสตั ว์กนิ สัตว์ นอกจากนี้ ยังได้แก่สิ่งมีชีวติ ทอี่ ยู่ในระดบั ข้ันการกินสงู สุดซึง่ หมายถึงสตั วท์ ี่ไม่ถูกกนิ โดยสัตว์อ่ืน ๆ เช่น มนุษย์ 2.3 ผยู้ อ่ ยสลาย (decomposer) เปน็ พวกไม่ สามารถปรงุ อาหารได้ แต่จะกินอาหารโดย การผลติ เอนไซนอ์ อกมาย่อยสลายแร่ธาตุต่าง ๆ ทาอะไร สารวจระบบนิเวศตา่ งๆ ในทอ้ งถ่นิ และอธิบาย ความสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบภายในระบบนิเวศ
ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะของ คุณลกั ษณะอนั พึง วชิ า ประสงค์
ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้ รูอ้ ะไร ทาอะไรว 2.1 ม.3/2 รอู้ ะไร การถา่ ยทอดพลงั งานในโซอ่ าหาร การถ่ายทอด พลงั งานในโซ่อาหารอาจแสดงในในลกั ษณะของ สามเหล่ียมพีรามิดของส่งิ มีชีวติ (ecological pyramid) แบ่ง ได้ 3 ประเภทตามหน่วยที่ใชว้ ัด ปรมิ าณของลาดับข้ันในการกิน 1. พรี ามดิ จานวนของสิ่งมชี ีวิต (pyramid of number) แสดงจานวนสิง่ มีชวี ิตเปน็ หน่วยตัวต่อ พ้ืนท่ี โดยทว่ั ไปพรี ะมดิ จะมีฐานกว้าง ซงึ่ หมายถงึ มี จานวนผู้ผลติ มากท่ีสุด และจานวน ผบู้ ริโภคลาดับ ต่างๆ ลดลงมา 2. พีรามิดมวลของสงิ่ มชี ีวิต (pyramid of mass) โดยพริ ามิดน้แี สดงปรมิ าณของสงิ่ มชี ีวิตในแตล่ ะ ลาดับขนั้ ของการกนิ โดยใช้มวลรวมของน้าหนักแหง้ (dry weight) ของส่ิงมชี ีวติ ต่อพ้นื ท่ีแทนการนับ จานวนพรี ามดิ แบบนม้ี คี วามแมน่ ยามากกว่า 3. พรี ามดิ พลังงาน (pyramid of energy) เป็นปิรา มดิ แสดงปรมิ าณพลงั งานของแต่ละลาดับชน้ั ของการ กินซงึ่ จะมีคา่ ลดลงตามลาดับข้นั ของการโภค
ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาคัญ คณุ ลักษณะของ คณุ ลักษณะอันพึง วิชา ประสงค์-ใบงาน เรื่อง การ 1. ความสามารถใน - ความรบั ผิดชอบ - ใฝเ่ รยี นรู้ถ่ายทอดพลังงาน การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินยัในโซอ่ าหาร concept - กระบวนการกลมุ่ - ม่งุ มั่นในการ- ผงั ความคิด ความสัมพนั ธ์ ) ทางานConcept 2. ความสามารถในMapping การคดิ (คิดวิเคราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแก้ปญั หา
ตวั ช้วี ดั /ผลการเรยี นรู้ รู้อะไร ทาอะไร ทาอะไร วิเคราะหแ์ ละอธิบายความสัมพันธ์ของการ ถ่ายทอดพลังงานของสิง่ มีชวี ติ ในรูปของโซ่อาหาร และสายใยอาหารว 2.1 ม.3/3 รอู้ ะไร วฏั จักรนา้ (Water cycle) น้าจัดเป็นทรัพยากรท่ีสามารถสร้างทดแทน ขึน้ ใหม่ได้ น้าประมาณ 97 % เปน็ น้าในมหาสมุทร และอีก 3% เป็นน้าที่ข้ัวโลก แม่น้าลาธาร น้าใต้ดิน และอ่ืน ๆ ในการหมุนเวียนของน้าเร่ิมจาก แสงแดด ที่สอ่ งมายังโลก โดยใช้พลังงานจากแสงแดดน้จี ะมผี ล ต่อการละเหย (Evaporation) และการคลายน้าของ พชื (Transpiration) เมื่อไอน้าตกกระทบความเย็นจะเกิดกรควบแน่น (Condensation) แลว้ ตกมาสู่แผน่ ดินและมหาสมุทร หมุนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยไป จึงทาให้เกิดวัฏจักรของ นา้ อยูใ่ นสภาวะทส่ี มดุล
ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะของ คุณลักษณะอันพึง วชิ า ประสงค์-ใบงาน เรื่อง วัฎ 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ่ รยี นรู้จักรต่างๆ ในระบบ การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี นิ ยันเิ วศ concept - กระบวนการกลุ่ม - มุ่งมั่นในการ- ผังความคดิ ความสัมพนั ธ์ ) ทางานConcept 2. ความสามารถในMapping การคิด (คดิ วเิ คราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแกป้ ัญหา
ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้ รู้อะไร ทาอะไร วัฏจักรคาร์บอน (Carbon Cycle) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงรูปของธาตคุ าร์บอนในสถานะต่างๆ ที่หมุนเวียนเป็นองค์ประกอบในอากาศ แร่ธาตุ น้า สตั ว์ และพืช ด้วยกระบวนการทางเคมี และการย่อย สลายของจุลินทรีย์จากระบบหนึ่งไปสู่ระบบหนึ่ง หมุนเวียนเปน็ วัฏจกั ร ทาอะไร อธบิ ายวัฎจักรน้า วฎั จักรคาร์บอน และ ความสาคญั ท่มี ีต่อระบบนเิ วศว 2.1 ม.3/4 รอู้ ะไร ผลกระทบตอ่ ประชากร สาหรบั ความเส่อื มโทรมของส่ิงแวดลอ้ ม ได้ สง่ ผลกระทบตอ่ ประชากรหรอื คุณภาพชีวิต ประชากร ดังน้ี การขาดแคลนอาหาร เมือ่ ผลผลิต ทางการเกษตรพฒั นาอยใู่ นระดับคงที่ เมื่อเทียบกับ จานวนประชากรที่เพิม่ ขน้ึ อย่างรวดเร็ว ทาให้ ประเทศ ที่มีความยากจน เช่น ประเทศเคนยา เอธิโอเปยี เป็นประเทศทีม่ คี วามยากจนและขาด แคลนอาหาร การเกดิ โรคภัยไข้เจ็บ การเพ่มิ สารพิษ
ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะของ คณุ ลักษณะอันพึง วชิ า ประสงค์-ใบงาน เรอ่ื ง 1. ความสามารถใน - ความรับผิดชอบ - ใฝเ่ รยี นรู้ปัจจัยทม่ี ีผลต่อการ การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี นิ ยัเปลี่ยนแปลงขนาด concept - กระบวนการกล่มุ - มงุ่ มั่นในการของประชากรใน ความสัมพนั ธ์ ) ทางานระบบนเิ วศ 2. ความสามารถใน- ผังความคิด การคดิ (คดิ วเิ คราะห์ )Concept 3. ความสามารถในMapping การแกป้ ญั หา
ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ ร้อู ะไร ทาอะไร จากสิ่งแวดล้อม เช่น การเพ่ิมสารพิษจากการเกษตร น้าเสียจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม ควันจาก โรงงานอตุ สาหกรรม เป็นสาเหตทุ ี่กอ่ ให้เกดิ อนั ตราย ต่อสุขภาพอนามัยของผู้ท่ีได้รับสารพิษ ซึ่งสาร อันตรายเหล่าน้ีทาให้เกิดอาการเล็กน้อย เช่น วิงเวียน ปวดศีรษะ แพ้อากาศ ไปจนถึงการเกิดโรค ร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง หรืออาจทาให้ เสียชีวิตได้ การอพยพย้ายถิ่น การขาดแคลน ทรัพยากรธรรมชาติและความแห้งแล้งรวมท้ังภัย พิบัติจากธรรมชาติเช่น อุทกภัย วาตภัย ทาให้ ประชากร ในหลายประเทศต้องอพยพย้ายถิ่นไปหา แหล่งที่อยู่ใหม่การเกิดปัญหา สังคม การขาดแคลน ทรัพยากรธรรมชาติทาให้เกิดปัญหาสังคม เช่น การ บกุ รกุ พืน้ ท่ีปา่ สงวน การตัดไมอ้ ย่างผดิ กฎหมาย การ แย่งพ้ืนท่ีทากนิ เป็นตน้ ทาอะไร อธบิ ายปจั จัยที่มีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงขนาด ของประชากรในระบบนิเวศ
ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะของ คุณลกั ษณะอนั พึง วชิ า ประสงค์
ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้ รู้อะไร ทาอะไรว 2.2 ม.3/5 รูอ้ ะไร 1. ก า ร เ พ่ิ ม ข อ ง ป ร ะ ช า ก ร ( Population growth) ปริมาณการเพิ่มของประชากรก็ยังอยู่ใน อัตราทวีคูณ (Exponential Growth) เมื่อผู้คนมาก ข้ึนความต้องการบริโภคทรัพยากรก็เพ่ิมมากขึ้นทุก ทางไม่ว่าจะเป็นเร่อื งอาหาร ทอ่ี ยู่อาศยั พลงั งาน 2. ก า ร ข ย า ย ตั ว ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี (Economic Growth & Technological Progress) ความเจริญ ทางเศรษฐกิจน้ันทาให้มาตรฐานในการดารงชีวิตสูง ตามไปด้วย มกี ารบริโภคทรพั ยากรจนเกินกว่าความ จาเป็นขั้นพื้นฐานของชีวิต มีความจาเป็นต้องใช้ พลังงานมากขึ้นตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีก็ช่วยเสริมให้ วธิ ีการนาทรพั ยากรมาใช้ได้งา่ ยขึน้ และมากขน้ึ ทาอะไร อภิปรายปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มและเสนอแนว ทางการแก้ปญั หา
ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะของ คุณลักษณะอันพึง วิชา ประสงค์- ใ บ ง า น เ รื่ อ ง 1. ความสามารถใน - ความรับผิดชอบ - ใฝ่เรยี นรู้ปัญหาสงิ่ แวดลอ้ ม การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี นิ ยั- ผังความคดิ concept - กระบวนการกลมุ่ - มงุ่ มั่นในการConcept ความสัมพนั ธ์ ) ทางานMapping 2. ความสามารถใน การคดิ (คดิ วิเคราะห์ ) 3. ความสามารถใน การแกป้ ญั หา
ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ รอู้ ะไร ทาอะไรว 2.2 ม. 3/6 รู้อะไร การจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอ้ ม หมายถึง การดาเนินงานต่อ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อยา่ งมี ประสทิ ธภิ าพ ทัง้ ในดา้ นการจัดหา การเก็บรกั ษา การซอ่ มแซม การใชอ้ ยา่ งประหยดั และการสงวน รักษา เพือ่ ใหท้ รัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม นัน้ สามารถเออ้ื อานวยประโยชน์แกม่ วลมนุษย์ไดใ้ ช้ ตลอดไป อยา่ งไม่ขาดแคลน หรือมปี ญั หาใดๆ ทาอะไร อภิปรายและมีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์ ส่งิ แวดล้อมในทอ้ งถิ่นอย่างยงั่ ยืน
ภาระงาน/ชน้ิ งาน สมรรถนะสาคัญ คุณลักษณะของ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ วิชา ประสงค์-ใบงาน เร่ือง การ 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเ่ รยี นรู้ดูแลและอนุรักษ์ การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินยัส่ิ ง แ ว ด ล้ อ ม ใ น concept - กระบวนการกลุ่ม - มุง่ มน่ั ในการท้องถน่ิ ความสมั พนั ธ์ ) ทางาน- ผงั ความคิด 2. ความสามารถในConcept การคดิ (คดิ วเิ คราะห์ )Mapping 3. ความสามารถใน การแกป้ ัญหา
การวัดและประเมรายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 23101 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ เร่อื ง พนั ธุกรรมและควาเป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิน้ งานว 1.2 ม.3/1 -ใบงาน เรอ่ื ง ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมว 1.2 ม.3/2 -ใบงาน เร่ือง การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมว 1.2 ม.3/3 -ใบงาน เร่อื ง โรคติดต่อทางพนั ธกุ รรม -ใบงาน เรื่อง ความหลากหลายทางชวี ภาพว 1.2 ม.3/4 -ใบงาน เรื่อง ผลของความหลายหลายทางชีวภาพว 1.2 ม.3/5 ทม่ี ีตอ่ ตวั เรา -ผงั ความคดิ Concept Mapping
มินผลการเรียนรู้3 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2561 ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1ามหลากหลายทางชีวภาพ วิธีวดั เคร่ืองมือวดั ประเดน็ /เกณฑ์การให้ คะแนน ตรวจใบงาน แบบตรวจแบบใบงาน คะแนน 10พ - ตอบถูกได้ 1 คะแนน - ตอบถูกได้ 0 คะแนนตรวจการเขยี น แบบตรวจเขียนผงั - เนอ้ื หาครบถว้ นผังความคดิ (หัวขอ้ ใหญ่ , หวั ขอ้Concept ความคดิ Concept ยอ่ ย)Mapping Mapping - รูปแบบการนาเสนอ
การวดั และประเมรายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 23101 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ เรอ่ื ง ชีวิตแลเปา้ หมายการเรยี นรู้ ภาระงาน/ชิน้ งานว 2.1 ม.3/1 -ใบงาน เรื่อง ระบบนเิ วศในทอ้ งถ่นิ ของนักเรียนว 2.1 ม.3/2 -ใบงาน เรื่อง การถ่ายทอดพลังงานของส่งิ มีชีวติ -ใบงาน เรอ่ื ง วฎั จกั รต่างๆในระบบนเิ วศว 2.1 ม.3/3 -ใบงาน เรื่อง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงว 2.1 ม.3/4 ขนาดของประชากร -ใบงาน เรื่อง ปัญหาสิง่ แวดลอ้ มว 2.2 ม.3/5 -ใบงาน เรอ่ื ง การอนรุ ักษส์ ่งิ แวดล้อมในท้องถ่ินว 2.2 ม. 3/6ว 8.1 ม.1-3/1 -ผังความคิด Concept Mappingว 8.1 ม.1-3/8
มินผลการเรยี นรู้3 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2561 ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2ละสงิ่ แวดลอ้ ม วิธวี ัด เครอ่ื งมือวดั ประเด็น/เกณฑก์ ารให้ คะแนน ตรวจใบงาน แบบตรวจแบบใบงาน คะแนน 10ง - ตอบถูกได้ 1 คะแนน - ตอบถูกได้ 0 คะแนนตรวจการเขยี น แบบตรวจเขยี นผัง - เน้อื หาครบถว้ นผงั ความคิด ความคิด Concept (หัวข้อใหญ่ , หัวข้อConcept Mapping ยอ่ ย)Mapping - รูปแบบการนาเสนอ
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: