Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore งานหน่วยที่4

งานหน่วยที่4

Published by 224-ชนสรณ์ กระตุดเงิน, 2021-08-31 06:00:47

Description: งานหน่วยที่4

Search

Read the Text Version

หน่วยท่ี4

หน่วยที่ 4 4.2 ความสาคญั ของการรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเอง 4.4 วิธีการรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเอง การรู้จักและเข้าใจตนเอง 4.6 การพฒั นาตนเองเพ่ือเสรมิ สรา้ งมนษุ ยสมั พนั ธ์ หวั ขอ้ เร่อื ง (Topics) 4.8 ลกั ษณะของผทู้ ่ีไมร่ ูจ้ กั และเขา้ ใจตนเอง 4.1ความหมายของการรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเอง 4.3 หลกั ในการรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเอง 4.5 ขอ้ ดีของการรูจ้ กั ตวั เอง. 4.7 ลกั ษณะของผทู้ ่ีรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเอง 4.9 การรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองนาไปสกู่ ารพฒั นาสงั คมและชมุ ชน สมรรถนะยอ่ ย (Element of Competency) 1.แสดงความรูเ้ ก่ียวกบั การรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเอง 2. ปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าผตู้ ามท่ีดี

วตั ถุประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (Behavioral Objectives) ดา้ นความรู้ความสามารถ 1. อธิบายความหมายและความสาคญั ของการรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองได้ 2. เลือกหลกั และวธิ ีการรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองไปใชไ้ ด้ 3. วางแผนการพฒั นาตนเองเพ่ือเสรมิ สรา้ งมนษุ ยสมั พนั ธไ์ ด้ 4. วเิ คราะหล์ กั ษณะของผทู้ ่ีรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองได้ ดา้ นทักษะและกระบวนการผู้เรียนสามารถ 1. ปฏิบตั ิตามขนั้ ตอนการพฒั นาตนเองเพ่ือสรา้ งมนษุ ยสมั พนั ธไ์ ด้ 2. ทาความเขา้ ใจดา้ นตา่ ง ๆ ของตนเองและบคุ คลอ่ืน ๆ ไดท้ ่ี ด้านคุณธรรมและค่านิยมทพ่ี งึ ประสงค์ 1. เหน็ คณุ คา่ ของตนเองและกลา้ เปิดเผยตนเอง 2. มีความสนใจและมงุ่ ม่นั ในการพฒั นาตนเองอยเู่ สมอ 3. มีความรบั ผิดชอบและกลา้ ตดั สินในส่ิงท่ีถกู ตอ้ ง

เนือ้ หาสาระ (Content) การรูจ้ กั ตนเอง (Self Awareness) รวมไปถึงการรบั รูแ้ ละรูจ้ กั ความสามารถของตวั เองจะตอ้ งทรามวา่ ตนเองเป็นอยา่ งไรชอบอะไรไม่ ชอบอะไรเก่งอะไรไม่เก่งอะไรและท่ีสาคญั ตอ้ งรูอ้ ารมณข์ องตนวา่ ขณะนีม้ ีอารมณเ์ ป็นอย่างไรการรูจ้ กั อารมณต์ นเองจะนาไปสกู่ ารควบคมุ อารมณแ์ ละการแสดงอาการท่ีเหมาะสมตอ่ ไป การรูจ้ กั ตนเอง (Self Awareness) เป็นรากฐานของการสรา้ งความเช่ือม่นั ในตนเองไมว่ า่ จะเป็นของความสามารถขอ้ จากดั ของตวั เอง ส่งิ ท่ีทาไดส้ ่งิ ท่ีเกินความสามารถการรูจ้ กั ตนเองสง่ ผลใหเ้ ขา้ ใจผอู้ ่ืนดว้ ยและสะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ บางเรอ่ื งท่ีคลา้ ยและบางเรอ่ื งท่ีแตกต่างจาก ผอู้ ่ืนเชน่ เจตคตคิ วามคิดความเสยี ประสบการณ์ ฯลฯ ซง่ึ เป็นส่ิงท่ีผลกั ดนั ใหม้ ีพฤติกรรมหรอื การแสดงออกตา่ งกนั เม่ือเขา้ ใจปัจจยั ตา่ ง ๆ เหลา่ นีจ้ ะทาใหเ้ กิดการยอมรบั และเขา้ ใจผอู้ ่ืนในสงั คมไดด้ งั นนั้ การเขา้ ใจตนเองทาใหเ้ ขา้ ใจผอู้ ่ืนดว้ ย การเขา้ ใจผอู้ ่ืน (Empathy) เป็นความสามารถรบั รูอ้ ารมณผ์ อู้ ่ืนเขา้ ใจถึงมมุ มองของผอู้ ่ืนเป็นความรูส้ กึ ในลกั ษณะ \"เอาใจเขามาใสใ่ จ เรา\" สนใจและไวในการรบั รูถ้ ึงความรูส้ กึ ทางอารมณข์ องผอู้ ่ืนโดยไม่ตอ้ งพดู หากเป็นผฟู้ ังอย่างตงั้ ใจและสามารถจับประเดน็ ท่ีเป็นมมุ มอง ของผอู้ ่ืนไดด้ ีดว้ ยทกั ษะในการเขา้ ใจความรูส้ กึ ผอู้ ่ืนจะเขา้ กบั บคุ คลต่าง ๆ ท่ีมาจากความหลากหลายไดซ้ ง่ึ ส่ิงสาคญั ในการรกั ษา สมั พนั ธภาพท่ีดีและยาวนานคือความรกั การใหค้ วามสาคญั การใหเ้ กียรติยกยอ่ งความจรงิ ใจความเขา้ ใจการเห็นคณุ คา่ การชว่ ยเหลอื ความ เป็นมิตรและความหวงั ดีนอกจากนนั้ การเปิดเผยตวั เองย่ิงทาใหเ้ รยี นรูท้ ่ีจะเขา้ ใจตนเองและยอมรบั สภาพความเป็นจริงท่ีเกิดขนึ้ กบั ตนเอง มากขนึ้ ซง่ึ เกิดขนึ้ ไดจ้ ากการรูต้ วั หรอื การมีสตดิ งั คากลอนของเนาวรตั นพ์ งษไ์ พบลู ยด์ งั นี้

“มีสตทิ กุ กิรยิ ามีบญั ชาทกุ การกระทาอะไรตามอะไรนากาหนดรูท้ กุ กรณี” รูปท่ี 4.1 การเขา้ ใจผอู้ ่ืน 4.1 ความหมายของการรู้จักและเข้าใจตนเอง การรูจ้ กั ตนเอง (Self Awareness) หมายถึงการมองเหน็ ตนเองในสภาพของความเป็นจรงิ วา่ มีจดุ เดน่ จดุ ดอ้ ยในเรอ่ื งอะไรมี ความสามารถในการทาส่งิ ใดไดแ้ ละตนเองมีความ จากดั ในเรอ่ื งใดบา้ งอีกทงั้ สามารถดาเนินชีวิตอยใู่ นโลกนีอ้ ยา่ งมีความสขุ ท่ามกลางส่ิง ท่ีตนเองมีและเป็นโดยท่ีไมม่ ีความรูส้ กึ อิจฉารษิ ยาหรอื คิดเปรยี บเทียบตนเองกบั ผอู้ ่ืน การรูจ้ กั ตน (Self Awareness) คอื การเขา้ ใจความรูส้ กึ ของตนเองและจดุ ม่งุ หมายของชีวติ ทงั้ ระยะสนั้ และระยะยาวตลอดจนการรูจ้ กั จดุ เดน่ จดุ ดอ้ ยของตนเองอยา่ งไม่ลาเอียงเขา้ ขา้ งตนเอง” การรูจ้ กั ตน (อตั ตญั ญตู า) หมายถึงการพิจารณาเขา้ ใจตนเอง ไดแ้ ก่ การรูจ้ กั ฐานะท่ีตนเองเป็นอยกู่ ารประพฤตติ นใหเ้ หมาะสมกบั ฐานะของตนการปฏิบตั หิ นา้ ท่ีเหมาะสมกบั ตาแหน่งของตนไมก่ า้ วก่ายสทิ ธิและหนา้ ท่ีของผอู้ ่ืน

4.2 ความสาคัญของการรู้จักและเข้าใจตนเอง ในโลกยคุ ใหม่ท่ีมีการแขง่ ขนั อย่างรุนแรงและในโลกยคุ ความรูค้ อื อานาจในปัจจบุ นั คนจานวนมากตา่ งพยายามม่งุ ขวนขวายในการ พฒั นาตนเองทงั้ ในดา้ นทกั ษะความรูค้ วามสามารถทงั้ ในและนอกระบบพยายามใหต้ นเองไดร้ บั การศกึ ษาสงู ท่ีสดุ หลากหลายท่ีสดุ เทา่ ท่ีจะ ทาไดเ้ พ่ือใหป้ ระสบความสาเรจ็ ในชีวติ อย่างไรก็ตามส่ิงสาคญั ท่ีคนสว่ นใหญ่กลบั หลงลมื และละเลยไปอย่างน่าเสียดายเป็นเรอ่ื งใกลต้ วั แต่ ทวา่ กลบั มีความสาคญั อยา่ งย่ิงยวดเปรยี บไดก้ บั เสน้ ผมบงั ภเู ขาท่ีทาใหค้ นจานวนมากท่ีแมม้ ีความรูม้ ากมายท่วมหวั แตเ่ อาตวั ไมร่ อด เน่ืองจากส่งิ หน่งึ ท่ีเขาไมร่ ูเ้ ลยน่นั คอื การรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองอย่างถ่องแทน้ ่นั เองดงั นนั้ การรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองจงึ มคี วามสาคญั ต่อบคุ คล คือ 1. การมีเปา้ หมายท่ีชดั เจนในการดาเนินชีวิตเน่ืองจากรูว้ า่ ตนมีความถนดั ความชอบและความสามารถในดา้ นใดดงั นัน้ จงึ รูว้ ่าตนควร จะเรยี นอะไรประกอบอาชีพอะไรควรแสวงหาความรูอ้ ะไรเพ่ิมเติม 2. การรูจ้ กั วธิ ีเฉพาะตวั ท่ีตนถนดั เพ่ือพฒั นาทกั ษะการเรยี นรูใ้ นดา้ นตา่ ง ๆ ของตนเองใหเ้ ป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอาทิรูเ้ ทคนิคการ เรยี นหนงั สือของตนวา่ ควรใชว้ ธิ ีใดจึงประสบผลสาเรจ็ เชน่ รูว้ า่ ความจาไมด่ จี ึงตอ้ งใชว้ ิธีการอย่างละเอียดและพูดทวนถามเจา้ นายทกุ ครงั้ 3. จดุ อ่อนในชีวติ ไดร้ บั การแกไ้ ขอย่างทนั ทว่ งท่ีอาทิเม่ือรูต้ วั วา่ เป็นคนใจรอ้ นและหากอย่ใู นสถานการณเ์ ช่นนีอ้ าจนาไปสกู่ ารใชค้ วาม รุนแรงไดจ้ ึงเลอื กท่ีจะแยกตวั ออกมาสงบสติอารมณเ์ พ่ือคิดหาวิธีการแกไ้ ขท่ีดที ่ีสดุ 4. การพฒั นาทกั ษะการแกป้ ัญหาท่ีเกิดขนึ้ ในชีวติ อย่างมีประสิทธิภาพคอื ทราบวา่ ปัญหานนั้ มีสาเหตมุ าจากตนหรอื ไม่และควรปรบั อารมณเ์ ช่นใดเม่ือเผชิญปัญหาและวธิ ีการใดท่ีเหมาะสาหรบั ตนเองมากท่ีสดุ ในการแกป้ ัญหานนั้ ใหล้ ลุ ว่ งไปไดด้ ว้ ยดี

5. การคน้ พบความสขุ ท่ีแทจ้ รงิ ในส่ิงท่ีตนเลือกทาคือทราบวา่ อะไรท่ีทาแลว้ จะทาใหต้ นเองมีความสขุ ได้ 6. นาไปสกู่ ารเรยี นรูแ้ ละเขา้ ใจผอู้ ่ืนไดม้ ากย่ิงขนึ้ อนั เป็นการลดปัญหาความขดั แยง้ และนาไปสมู่ ิตรภาพท่ีดีตามมา รูปท่ี 4.2 การรบั ฟังผอู้ ่ืนช่วยลดความขดั แยง้ 4.3 หลักในการรู้จักและเข้าใจตนเอง บคุ คลตอ้ งสารวจและทาความรูจ้ กั ตนเองใหช้ ดั เจน 6 ดา้ นดงั นี้ 4.3.1 ความรูแ้ ตล่ ะบคุ คลถงึ แมจ้ ะเรยี นรูร้ ะดบั เดยี วกนั เหมือนกนั อาจซมึ ซบั หรอื รบั ไดไ้ มเ่ ท่ากนั เน่ืองจากธรรมชาติความแตกตา่ ง ของแตล่ ะบคุ คลความรูเ้ ป็นส่งิ ท่ีสาคญั ย่ิงท่ีจะนาพาใหบ้ คุ คลไปส่คู วามสาเรจ็ ในชีวติ 4.3.2 สขุ ภาพและศกั ยภาพทางรา่ งกายสขุ ภาพความแขง็ แกรง่ และความแข็งแรงทางรา่ งกายและจิตใจทาใหบ้ คุ คลมีความพรอ้ มท่ี จะตอบสนองและแสดงไดท้ กุ บทบาทของชีวติ 4.3.3 ฐานะทางเศรษฐกิจความคลอ่ งตวั ทางเศรษฐกิจทาใหค้ ลายความวติ กกงั วลใจในบทบาทหนา้ ท่ีตา่ ง ๆ ทาใหท้ กุ อย่างดาเนินไป เตม็ ความสามารถเสมือนเครอ่ื งจกั รตอ้ งมีนา้ มนั หลอ่ ล่นื

4.3.4 สติปัญญาความสามารถทางสมองท่ีไดร้ บั จากพนั ธกุ รรมและส่งิ แวดลอ้ มเป็นความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและเป็นส่ิงสาคญั ท่ีทา ใหแ้ ตล่ ะบคุ คลประสบความสาเรจ็ ในชีวติ และการทางาน 4.3.5 นิสยั และความสนใจ นิสยั และความสนใจเป็นบคุ ลิกภาพของแตล่ ะบคุ คลท่ีเกิดจากการอบรมเลีย้ งดแู ละส่งิ แวดลอ้ มสง่ ผลตอ่ การ ดาเนินชีวติ และเป็นส่ิงท่ีทาใหส้ ามารถตดั สินใจในการเลือกเสน้ ทางการเรยี นและอาชีพ 4.3.6 ความสามารถและความถนดั เฉพาะความสามารถและความถนดั เฉพาะถือวา่ เป็นจดุ เด่นของแตล่ ะบคุ คลท่ีใชเ้ ป็นขอ้ ไดเ้ ปรยี บ หรอื เสียเปรยี บในสงั คมของการแข่งขนั บคุ คลท่ีมีความสามารถความถนดั เฉพาะจะเป็นท่ียอมรบั ผลงานของเขาอาจจะทาใหช้ ีวติ เปล่ียนไป และพฒั นาตนเองไปสเู่ ปา้ หมายชีวิตไดอ้ ย่างรวดเรว็ 4.4 วธิ ีการรู้จักและเข้าใจตนเอง การเขา้ ใจตนเองเป็นลกั ษณะของการมีความรูค้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั ตวั เองโดยเฉพาะอย่างย่ิงในสว่ นท่ีเก่ียวขอ้ งกบั อารมณว์ ธิ ีคดิ และโลก ทศั นด์ งั นนั้ วิธีการจะรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองอย่างถ่องแทม้ ีลาดบั ขนั้ ดงั นี้ 4.4.1 การรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง แหลง่ ขอ้ มลู สาคญั ท่ีจะช่วยเสรมิ ใหม้ ีความเขา้ ใจตนเองอยา่ งถ่องแทม้ ี 6 ประการคอื 1. ขอ้ มลู ท่วั ไปเก่ียวกบั พฤติกรรมและธรรมชาตคิ วามตอ้ งการพืน้ ฐานของมนษุ ย์ 2. ขอ้ มลู ตอบรบั จากผอู้ ่ืนในลกั ษณะไม่เป็นทางการเชน่ คาวพิ ากษว์ จิ ารณจ์ ากผใู้ กลช้ ิดเพ่ือนการแสดงความคิดเห็นของบคุ คล 3. ขอ้ มลู จากหวั หนา้ งาน

4. ขอ้ มลู จากเพ่ือนรว่ มงาน 5.ขอ้ มลู จากการสารวจตนเอง เชน่ การทาแบบทดสอบตา่ งๆ การวจิ ารณต์ นเอง การคิดทบทวนการกระทาขอ้ ดี ขอ้ บกพรอ่ งของตนเอง เป็นตน้ 6.ความเขา้ ใจลกึ ซงึ้ ท่ีไดจ้ ากการแนะแนวหรอื การใหค้ าปรกึ ษาทางจิตวิทยา 4.4.2 การสารวจแนวความคดิ ของตนเอง เม่ือไดร้ บั ขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเองชดั เจนแลว้ ก่อนจะนามาปรบั ปรุงตนเองใหเ้ ป็นผมู้ ีมนษุ ยสมั พนั ธท์ ่ีดจี ะตอ้ งมีการสารวจแนวความคดิ ท่ีมี ตอ่ ตนเองเน่ืองจากเป็นอีกดา้ นหน่งึ ของการเขา้ ใจตนเอง แนวความคิดท่ีมีต่อตนเองมี 2 ดา้ นคอื 1. แนวความคิดตอ่ ตนเองในดา้ นดีหรอื ดา้ นบวกผทู้ ่ีมีแนวความติดตอ่ ตนเองดา้ นนีจ้ ะประสบความสาเรจ็ หรอื สามารถทาตามเปา้ หมาย ในชีวิตสว่ นตวั และการทางานได้ 2. แนวความคดิ ตอ่ ตนเองในดา้ นไม่ดหี รอื ดา้ นลบผทู้ ่ีมีแนวคดิ ตอ่ ตนเองดา้ นนีจ้ ะไม่ประสบความสาเรจ็ เน่ืองจากเป็นแนวคิดท่ีจะคอย ม่นั ทอนและขดั ขวางความกา้ วหนา้

4.4.3 การสรา้ งความเช่ือม่นั ในตนเอง ความเช่ือม่นั ในตนเองเป็นปัจจยั สาคญั ท่ีทาใหก้ ารปฏิบตั งิ านไดผ้ ลงานท่ีดเี ย่ียมและมีผลตอ่ การสรา้ งสมั พันธภาพท่ีดีของบคุ คลไมว่ า่ จะ เป็นชีวิตสว่ นตวั และการทางาน การสรา้ งความเช่ือม่นั หรอื ความม่นั ใจในตนเองนนั้ มีขนั้ ตอนดงั นี้ 1. มองหาและรวบรวมขอ้ ดแี ละความสาเรจ็ ของตนเอง 2. มีภาพลกั ษณด์ า้ นรา่ งกายของตนเองในทางบวกโดยมีความคิดในแง่ดมี ีความพอใจการมีความรูส้ กึ ท่ีดตี อ่ รา่ งกายรูปร่างใบหนา้ ของ ตนเองเป็นส่งิ ซง่ึ เสรมิ สรา้ งความม่นั ใจในตนเอง 3. พฒั นาพืน้ ฐานความรูใ้ หม้ ่นั คงความรูท้ ่ีวา่ นีห้ มายความถึงทงั้ เรอ่ื งงานอาชีพและขอ้ เทจ็ จรงิ ตา่ ง ๆ สิง่ ท่ีตอ้ งเรยี นรูใ้ นชีวติ ประจาวนั ตอ้ ง ทาตนเป็นผซู้ มึ ซบั ขอ้ มลู ไดท้ กุ เรอ่ื งทกุ เวลา แตส่ าคญั ย่ิงคอื อย่าแสดงตนเป็นผรู้ อบรูท้ กุ อย่างกบั บคุ คลอ่ืนเพราะอาจทาใหผ้ อู้ ่ืนราคาญ 4. พดู คยุ กบั ตนเองในทางบวกหลีกเล่ยี งการพดู ท่ีใชค้ วามรูส้ กึ ของตนเองโดยเฉพาะดา้ นและไมใ่ ชค้ าศพั ทท์ ่ีมีรูปแบบของการพดู กบั ตวั เอง ดา้ นลบการพดู คยุ กบั ตวั เองในทางบวกจะช่วยเสรมิ สรา้ งความรูส้ กึ เช่ือม่นั และตระหนกั ในคณุ คา่ ของตวั เองเป็นอย่างดีเพราะเท่ากบั มีการ โปรแกรมจิตใตส้ านกึ ท่ีขอ้ มลู ขา่ วสารเป็นบวก 5. หลกี เล่ยี งการพดู กบั ตนเองในทางลบตอ้ งหลกี เล่ยี งไม่วา่ จะเป็นศพั ทค์ าพสู ) ความคดิ ของตนเองในลกั ษณะลบเพราะจะทาใหค้ วามรูส้ กึ เช่ือม่นั ในตวั เองนอ้ ยลง 6. ใชก้ ารสรา้ งมโนภาพในทางบวกในการเผชิญสถานการณต์ า่ ง ๆ ใหส้ รา้ งภาพในใจทางบวกหรอื สรา้ งภาพผลในทางบวกจะทาให้ แสดงออกอย่างเช่ือม่นั และช่วยใหเ้ ตรยี มตวั รบั การเผชิญหนา้ ไดด้ ี

7. ม่งุ ผลงานระดบั ดเี ย่ียมท่ีสดุ ทกุ สถานการณก์ ารสรา้ งผลงานหรอื การปฏิบตั ิงานตอ้ งม่งุ ผลงานท่ีเย่ียมยอดและทุ่มเทความสามารถ สงู สดุ ของตนเองออกไปผลงานท่ีมีประสิทธิภาพจะช่วยพฒั นาความเช่ือมม่นั ในตนเองใหส้ งู ขนึ้ ได้ 8. จดั การกบั สถานการณแ์ บบกลา้ คิดกลา้ ทาหาวิธีการแกป้ ัญหาในทางท่ีดแี ละสรา้ งสรรอย่ากลวั ความลม้ เหลวเพราะผูท้ ่ีประสบ ความสาเรจ็ ลว้ นลม้ เหลวมาทงั้ สิน้ 9. ทางานงา่ ย ๆ ใหป้ ระสบความสาเรจ็ ก่อนแลว้ คอ่ ยทางานใหญ่ท่ีทา้ ทายความสาเรจ็ ในครงั้ แรกจะทาใหเ้ กิดกาลังใจและเสรมิ สรา้ ง ความเช่ือม่นั ในตวั เองใหม้ ีความพรอ้ มท่ีจะรบั ภาระหรอื รบั ผิดชอบท่ีสงู ขนึ้ 10. จงช่ืนชมและช่ืนชอบความสาเรจ็ ของผอู้ ่ืนดว้ ยการช่ืนชมความสาเรจ็ ของผอู้ ่ืนจะเป็นสะพานเช่ือความสมั พันธไ์ ดอ้ ยา่ งดีย่ิง รูปท่ี 4.3 ผทู้ ่ีมีความเช่ือม่นั ในตนเอง

4.5 ข้อดขี องการรู้จักตวั เอง 1. ความผิดพลาดจะเกิดขนึ้ นอ้ ยมากหรอื อาจไม่เกิดขนึ้ เน่ืองจากจะรูจ้ งั หวะของชีวติ วา่ ควรกา้ วตอ่ ไปกา้ วไปทางไหนควรหยดุ เม่ือไรมีความ ชดั เจนในการนาพาชีวิตของตนเอง 2. ประสบการณแ์ ละความผิดพลาดเป็นส่ิงทา้ ทายใหไ้ ดเ้ รยี นรูแ้ ละไดโ้ อกาส 3. ชีวิตจะพฒั นาอย่างรวดเรว็ เพราะเขา้ ใจตวั เองในทกุ ดา้ นสามารถจดั วางตนเองไดอ้ ย่างพอเหมาะพอดโี ดยไมต่ อ้ งเสียเวลาและโอกาส 4. ผทู้ ่ีรูจ้ กั ตนเองจะสามารถวิเคราะหส์ ่งิ ตา่ ง ๆ ไดไ้ ม่วา่ จะเป็นดา้ นบวกดา้ นลบดีเลวงา่ ยยากกาไรขาดทนุ คณุ คา่ หรอื ความนิยมไดอ้ ยา่ ง ชดั เจนโดยไมย่ ดึ ตดิ ผลคือสามารถดงึ ประโยชนจ์ ากเหตกุ ารณม์ าใชใ้ หเ้ สมอ 5. มีความกลา้ ท่ีจะตดั สนิ ใจและเป็นการตดั สินใจท่ีดมี ีเหตผุ ลโดยสามารถประเมินผลหรอื มองเห็นผลไดอ้ ยา่ งชดั เจนและแม่นยาทางานได้ อยา่ งมีประสทิ ธิผลไมห่ ยดุ น่ิง 6. มีความใจกวา้ งในการรบั ฟังผอู้ ่ืนและไมม่ ีอคตซิ ง่ึ ทาใหย้ ่ิงรูจ้ กั ตนเองดีขนึ้ เพราะผอู้ ่ืนบางครงั้ คือกระจกสะทอ้ นตวั เรา 7. มีความยืดหย่นุ และรูจ้ กั พลิกแพลงสามารถแกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ และตอบสนองต่อทกุ สถานการณไ์ ดอ้ ยา่ งคลอ่ งตวั และมีประสิทธิภาพ 4.6 การพัฒนาตนเองเพอื่ เสรมิ สร้างมนุษยสัมพันธ์ เม่ือรูจ้ กั และเขา้ ใจตวั เองอย่างถ่องแทแ้ ลว้ ส่งิ ท่ีบคุ คลตอ้ งคานงึ ถึงคือการนาสว่ นท่ีดีหรอื จดุ เดน่ ของตนเองมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชนต์ ระหนกั ใน คณุ คา่ ของตนเองมีแนวคดิ ตอ่ ตนเองในดา้ นดอี ีกสว่ นท่ีเป็นขอ้ เสยี หรอื จดุ ดอ้ ยตอ้ งตระหนกั และนามาพฒั นาใหด้ ขี นึ้ ซ่ึงอาจกลายเป็นจดุ เดน่ หรอื พฒั นาเป็นดา้ นดีในท่ีสดุ ดงั นนั้ ส่ิงสาคญั ท่ีตอ้ งปรบั ปรุงและพฒั นาเพ่ือเสรมิ สรา้ งตนเองและมนษุ ยสมั พนั ธ์ ไดแ้ ก่

4.6.1 การพฒั นาตนในเชิงพทุ ธธรรมการฝึกตนใหเ้ ป็นคนดีขอ้ ปฏิบตั มิ ีดงั นี้ 1. ไม่คบคนพาลคือการไม่ยอมมีพฤตกิ รรมสมั พนั ธใ์ ด ๆ กบั คนพาลเป็นการปอ้ งกนั ไมใ่ หน้ ิสยั ไมด่ ีความเห็นผิด ๆ ทงั้ หลายจากคนพาลมา เปล่ยี นทศั นคติหรอื มีอิทธิพลตอ่ ตนเองปอ้ งกนั การถกู กล่นั แกลง้ ทารา้ ยและปฏิบตั ติ วั ในชีวติ ประจาวนั ใหห้ า่ งไกลจากคนพาล 2. คบบณั ฑิตคือการเขา้ ไปมีพฤติกรรมใด ๆ รว่ มกบั บณั ฑิตเพ่ือพฒั นาและฝึกฝนนิสยั ดี ๆ ความเห็นท่ีถกู ตอ้ งดงี ามเพ่ิมพนู คณุ ธรรมตา่ ง ๆ ของตนเองและทาใหส้ ามารถดาเนินชีวิตอย่ดู ว้ ยปัญญา 3. บชู าบคุ คลท่ีควรบชู าคอื การแสดงออกถงึ ความเคารพและตระหนกั ในคณุ ธรรมของผทู้ ่ีมีคณุ ธรรมสงู กวา่ เพ่ือประคบั ประคองนิสยั ท่ีดี สรา้ งความคิดเหน็ ท่ีถกู ตอ้ งใหเ้ จรญิ งอกงามขนึ้ บคุ คลท่ีควรบชู าจะเป็นแบบอย่างท่ีดีใหด้ แู ละปฏิบตั ิตามทาใหเ้ กิดสติสมั ปชญั ญะบรบิ รู ณเ์ ป็นผู้ ไมป่ ระมาทสามารถฝึกตนใหเ้ ป็นคนดไี ด้ 4.6.2 การยกระดบั ความตระหนกั ในคณุ คา่ ของตนเอง การมองภาพตนเองหรอื ความคดิ เก่ียวกบั ตนเองเป็นส่งิ ท่ีสาคญั มากภาพท่ีมองเห็นนนั้ จะถกู สรา้ งจากการท่ีไดพ้ บปะผอู้ ่ืนและการอย่ใู น ส่งิ แวดลอ้ มแตล่ ะลกั ษณะเช่นถา้ เด็กไดร้ บั ความอบอนุ่ จะมองตนเองวา่ เป็นผมู้ ีความรกั ความอบอ่นุ ถา้ เดก็ ถกู กลา่ วหาวา่ เลวจะมองตนเองเป็น คนเลวเป็นตน้ ปัจจยั สาคญั ท่ีสดุ ท่ีจะทาใหม้ องตนเองในดา้ นดีเห็นส่งิ ดที ่ีมีอยใู่ นตนเองคือการตระหนกั รูใ้ นคณุ คา่ ของตนเองดงั นนั้ จงึ ตอ้ งลองตรวจสอบ ตนเองวา่ มีความตระหนกั ในคณุ คา่ ตวั เองหรอื ไมส่ งู หรอื ต่าในการสารวจพฤติกรรมของตนเองทงั้ ในชีวิตประจาวนั และในการปฏิบตั งิ าน โดยเฉพาะลกั ษณะของผทู้ ่ีมีความตระหนกั ในคณุ คา่ ตวั เองสงู จะมีลกั ษณะดงั นี้

1. เวลาเรม่ิ ตน้ วนั ทางานทกุ วนั จะรูส้ กึ ต่นื เตน้ กระตอื รอื รน้ 2. ตงั้ ใจรบั ทางานท่ีทา้ ทายดว้ ยความเช่ือม่นั ในความสามารถ 3. กลา้ แสดงความคิดเหน็ เง่ือนไขปฏิเสธไดโ้ ดยไมว่ ิตกกงั วลคดิ อย่างเป็นตวั ของตวั เอง 4. ไม่หาขอ้ อา้ งแกต้ วั เม่ือปฏิบตั ผิ ิดพลาด 5. เม่ือผอู้ ่ืนอารมณเ์ สยี ไมม่ ีผลกระทบใด ๆ ตอ่ อารมณด์ ีของเรา 6. แมง้ านหนกั ก็กระตนุ้ ใหท้ างานดว้ ยความกระตือรอื รน้ มีกาลงั ผลกั ดนั ผมู้ ีความตระหนกั ในคณุ คา่ ตนเองสงู จะมีลกั ษณะสขุ ภาพจิตดเี น่ืองจากมีความรูส้ กึ ดกี บั ตนเองและมีทรรศนะกบั ชีวิตในทางบวกซง่ึ จะทาให้ การปฏิบตั ิงานไดร้ บั ผลดีไปดว้ ยจะเป็นผมู้ ีทศั นคตทิ ่ีดีในการทางานและสามารถมีมนษุ ยสมั พนั ธท์ ่ีดีกบั ทกุ คน การฝึ กฝนตนเองใหเ้ ป็ นผู้มคี วามตระหนักในคุณคา่ ของตนเอง 1. เปิดเผยตนเองในปรมิ าณพอเหมาะ 2. ตระหนกั ถงึ จดุ แข็งตา่ ง ๆ ขอ้ ดขี องตนเองพยายามพฒั นาความรูส้ กึ เห็นคณุ คา่ ความสาเรจ็ และขอ้ ดีของตนเอง 3. พยายามพดู คยุ และเขา้ สงั คมกบั ผอู้ ่ืนโดยเฉพาะผทู้ ่ีชว่ ยสง่ เสรมิ ความตะหนกั ในคณุ คา่ ของตนเองมากขนึ้ 4. พยายามเอาชนะงานยาก ๆ ในสถานการณย์ าก ๆ โดยอาจจะใชว้ ธิ ีการเขา้ ไปอย่ใู นแวดวงผทู้ ่ีมีความสามารถเฉพาะตวั ผทู้ ่ีมีความคดิ เป็น ของตนเองจะเป็นส่ิงท่ีทา้ ทายใหพ้ ฒั นาความสามารถได้ 5. อยา่ หมกม่นุ กบั ตนเองจนเกินไปเพราะจะทาใหค้ านงึ แตเ่ รอ่ื งของตนเองกลายเป็นผทู้ ่ีมีบคุ ลกิ ประหม่าอายไมส่ นใจผอู้ ่ืนหรอื โลก ภายนอก

ถา้ ทกุ คนพยายามพฒั นาตนเองใหด้ ีขนึ้ และกระทาอย่างตอ่ เน่ืองจะเกิดความย่งั ยืนในพฤติกรรมของตนเอง แตม่ กั จะพบอยเู่ สมอวา่ บาง รายพิจารณาตนเองเพียงบางสว่ นและภายในเวลา จากดั แลว้ กลบั มามีพฤติกรรมเหมือนเดมิ แสดงวา่ พฒั นาตนเองไม่สาเรจ็ อาจเป็นเพราะขาด ความม่งุ ม่นั ในตนเองและส่งิ แวดลอ้ มไม่สง่ เสรมิ ดว้ ยดงั นนั้ ความสาเรจ็ ของการพฒั นาตนเองหรอื พฒั นาบคุ คลในองคก์ ารจึงขนึ้ อย่กู บั \"แรง บนั ดาลใจ” ของตวั บคุ คลท่ีจะเปล่ยี นแปลงตนเองและส่ิงสาคญั อีกประการหน่งึ คือ\" ส่งิ แวดลอ้ ม” หรอื “ บรรยากาศขององคก์ าร \"มีสว่ นช่วย สนบั สนนุ ใหบ้ คุ คลประสบความสาเรจ็ ในการพฒั นาตนเองจงึ ถือไดว้ า่ ทกุ ฝ่ายจะตอ้ งรว่ มมือสานสมั พนั ธท์ ่ีดีและมีความรบั ผิดชอบรว่ มกนั รูปท่ี 4.4 การพฒั นาตนเอง 4.6.3 ความภมู ิใจในตวั เอง ความภาคภมู ิใจของบคุ คลเกิดจากการยอมรบั ตนเองมองตนเองในแง่บวกและรบั รูว้ ่าตวั เองเป็นบคุ คลท่ีมีคณุ คา่ จงึ ทาใหเ้ กิดกาลงั ใจ สรา้ งสรรคใ์ นส่งิ ท่ีดีใหเ้ กิดแก่ตนเองและสงั คมและยงั มีความม่นั คงทางใจและมีความเป็นสขุ การมองเห็นคณุ คา่ ตนเองจะเป็นกาลงั ใจท่ีดใี นการ ดาเนินชีวิตก่อใหเ้ กิดความม่นั คงทางใจและมีโอกาสประสบความสาเรจ็ สงู ทาใหเ้ กิดแรงจงู ใจในการสรา้ งสรรคส์ ่งิ ท่ีดี ๆ ถา้ ไมเ่ ห็นคณุ คา่ ตนเอง แลว้ ก็คงไม่มีผใู้ ดมองเหน็ คณุ คา่ ของเราความภาคภมู ิใจเกิดจากประสบการณก์ ารเป็นท่ีรกั เป็นท่ีตอ้ งการของบคุ คลใกลช้ ิดพ่อแม่เลยี้ งดมู าอย่าง อบอนุ่ ผทู้ ่ีมีความภาคภมู ิใจในตวั เองจะยอมรบั ธรรมชาตคิ วามรูส้ กึ ของตนเองและพรอ้ มท่ีจะอยรู่ ว่ มกบั บคุ คลอ่ืนสามารถใหค้ วามรกั ตอ่ บคุ คลอ่ืน และสามารถผ่านอปุ สรรคต่างๆดว้ ยความอดทน

บคุ คลจะประสบความสาเรจ็ หรอื ความลม้ เหลวและบคุ ลิกภาพจะเป็นอย่างไรขนึ้ อยกู่ บั การมองตนเองผทู้ ่ีมีความภาคภมู ิใจในตวั เองต่า มองตนในแง่ดถู กู ความสามารถของตวั เองเม่ือเตบิ โตขนึ้ มกั จะมีอิทธิพลตอ่ แนวคิดอารมณค์ วามรูส้ กึ การตดั สนิ ใจรวมถึงการแสดงออกหรอื พฤติกรรมในอนาคตดว้ ยแมจ้ ะอย่ใู นสภาพครอบครวั ท่ีมีความพรอ้ มก็อาจมีปัญหาในการปรบั ตวั ปัญหาการเรยี นตาผา้ ยว่าความสามารถ ปัญหาการคบเพ่ือนและอาจมีพฤตกิ รรมกา้ วรา้ วการใชส้ ารเสพติดการก่ออาชญากรรมและการฆ่าตวั ตายเพราะมีความรูส้ กึ วา่ ตนเองไรค้ ่า นนั้ เอง ความรูส้ กึ รกั และนบั ถือตนเองไดเ้ กิดขนึ้ ไดก้ ็ต่อเม่ือบคุ คลนนั้ ไดต้ ระหนกั รูว้ า่ ตนมีดมี ีคณุ คา่ ในส่งิ ใดการคน้ หาส่งิ ดที ่ีมีอย่ใู นตวั เองซง่ึ เป็นเรอ่ื งสาคญั และจาเป็นอย่างย่ิงท่ีจะช่วยเพ่ิมพนู ความรกั ในตนเองและจะสง่ ผลใหช้ ีวติ มีคณุ คา่ มากย่ิงขนึ้ เพราะจะทาใหเ้ ลือก แตส่ ่งิ ท่ีดี ๆ แก่ตนเองทงั้ ในปัจจบุ ันและอนาคต เทคนิคการเสริมสร้างความภาคภูมใิ จในตนเอง วธิ ีท่ีจะชว่ ยใหบ้ คุ คลมีความรูส้ กึ ดตี อ่ ตนเองเสรมิ สรา้ งความภาคภมู ิใจใหต้ นเองทาใหบ้ คุ คลรูส้ กึ วา่ ตนเองมีประโยชนม์ ีความสาคญั มี คณุ คา่ และสามารถกระทาส่งิ ตา่ ง ๆ ไดป้ ระสบความสาเรจ็ เป็นท่ีพอใจของตนเองและเป็นท่ียอมรบั จากบคุ คลรอบขา้ งมีดงั นี้ 1. คน้ หาความสนใจจดุ มงุ่ หมายและขอ้ ดีของตนเองเม่ือทาส่งิ ใดก็ตามตอ้ งมงุ่ ม่นั ในการทางานมากกวา่ หวงั ผลลพั ธข์ องการทางาน 2. มองตนเองและผอู้ ่ืนในแงด่ ไี วก้ ่อน 3. ควรจาไวว้ า่ บางครงั้ อาจทาผิดไดซ้ ง่ึ ไม่ไดห้ มายความว่าเป็นการลม้ เหลว 4. ใหเ้ วลาและโอกาสกบั ตนเองในการเรม่ิ ตน้ ใหม่ 5. จงพดู กบั ตนเองเสมอวา่ ฉนั เป็นคนมีความสามารถฉนั เป็นคนมีความรบั ผิดชอบ

4.6.4 การศกึ ษาและวเิ คราะหล์ กั ษณะนิสยั ของตนเอง การไมอ่ าจจะรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองอยา่ งท่ีเป็นจรงิ เพราะบางครงั้ อาจมีความลาเอียงเขา้ ขา้ งตนเองมองไม่เห็นขอ้ บกพรอ่ งของตนเอง แตม่ ีวธิ ีการ หนง่ึ ท่ีดีคือการรบั ฟังความคดิ เหน็ จากคนใกลช้ ิดไม่วา่ จะเป็นพ่อแม่ครูเพ่ือนหรอื บคุ คลท่ีแวดลอ้ มดว้ ยเหตนุ ีห้ ากบคุ คลเปิดใจกวา้ งพรอ้ มท่ีจะรบั ฟัง ความคิดเห็นเก่ียวกบั นิสยั ของตนเองจากบคุ คลอ่ืนโดยท่ีบคุ คลเหลา่ นีร้ ูจ้ กั เราดีพอมีความจรงิ ใจตอ่ เราและใหค้ วามคดิ เหน็ อย่างตรงไปตรงมาโดย ปราศจากความลาเอียงจะชว่ ยใหเ้ รารูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองไดถ้ กู ตอ้ งดยี ่ิงขนึ้ การรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองอย่างถ่องแทแ้ ละตรงตามความเป็นจรงิ ช่วยใหไ้ ดท้ ราบขอ้ บกพรอ่ งของตวั เองและหาทางท่ีจะปรบั ปรุงแกไ้ ขซง่ึ จะทา ใหไ้ ดพ้ ฒั นานิสยั ท่ีดีสามารถปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่ืนในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ นอกจากนีก้ ารรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองอย่างแทจ้ รงิ ยงั เป็นประโยชนอ์ ยา่ งย่ิงตอ่ การเลอื กอาชีพในอนาคตหากบคุ คลเลือกประกอบอาชีพท่ี สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะนิสยั ของตนย่อมสง่ ผลใหบ้ คุ คลมีความสขุ ความสาเรจ็ และความกา้ วหนา้ ในอาชีพนนั้ ๆ อีกดว้ ย 4.6.5 การยอมรบั ผอู้ ่ืน เทคนิคท่ีจะช่วยกระตนุ้ ใหผ้ อู้ ่ืนเปิดเผยตนเองและเสรมิ สรา้ งความเป็นกนั เองไดม้ ากขนึ้ ทาใหง้ านประสบความสาเรจ็ ตามเปา้ หมายเกิดการ ยอมรบั ผอู้ ่ืนมีแนวปฏิบตั ดิ งั นี้ 1. ตอ้ งตงั้ ใจฟังและฟังอยา่ งเขา้ ใจซง่ึ เป็นการแสดงออกถึงลกั ษณะการยอมรบั การตงั้ ใจฟังและการรบั ซง่ึ นอกจากเป็นการแสดงออกถงึ ความ สนใจและความจรงิ ใจท่ีมีตอ่ เรอ่ื งนนั้ ๆ แลว้ ยงั ทาใหผ้ พู้ ดู รูส้ กึ วางใจผฟู้ ังมากย่ิงขนึ้ ดว้ ย 2. แสดงความรูส้ กึ ช่ืนชมเพราะคนชอบใหผ้ อู้ ่ืนนิยมชมชอบและเห็นเป็นคนสาคญั มีคณุ คา่ การแสดงท่ีชมอยา่ งเหมาะสมจะชว่ ยใหผ้ อู้ ่ืนเกิด ความรูส้ กึ พงึ พอใจใหก้ ารยอมรบั เกิดผลคือความสงบสขุ ความเขา้ ใจและความเห็นใจกนั และกนั

รูปท่ี 4.5 การฟังดว้ ยความสนใจ 4.7 ลักษณะของผู้ทร่ี ู้จักและเข้าใจตนเอง 4.7.1 หาตวั เองจนพบ หาตวั เองจนพบวา่ มีขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี อะไรบา้ งและยอมรบั เม่ือรูจ้ กั ตนเองและเลือกเดินในทางท่ีถกู สาหรบั ตนเองแลว้ ก็สามารถประสบ ความสาเรจ็ และมีความสขุ ได้ 4.7.2 ภมู ิใจในตนเองและไม่พยายามเป็นเหมือนผอู้ ่ืน ทกุ คนมีเอกลกั ษณป์ ระจาตวั ท่ีแตกตา่ งกนั ออกไป แตส่ ่งิ สาคญั คอื ตอ้ งมีความภมู ิใจในสง่ิ ท่ีตนเองเป็นบางคนชีวิตเป็นทกุ ขเ์ พราะพยายาม อยากจะเป็นเหมือนผอู้ ่ืน 4.7.3 ช่ืนชมกบั ความสาเรจ็ ของตนเอง วธิ ีงา่ ย ๆ ท่ีสามารถช่ืนชมกบั ความสาเรจ็ ของตนเองไดค้ อื เรม่ิ จากความตงั้ ใจทาอะไรบางอย่างท่ีเป็นเรอ่ื งใกลต้ วั ในกิจวตั รประจาวนั และตอ้ งทา ใหส้ าเรจ็ เม่ือคิดรเิ รม่ิ หรอื ตงั้ ใจจะทาอะไรแลว้ สามารถทาไดส้ าเรจ็ ตามความตงั้ ใจก็จะสรา้ งความภาคภมู ิใจใหก้ บั ตัวเองไดอ้ ย่างมากซง่ึ ผทู้ ่ีรูจ้ กั ตนเองจะสามารถประสบความสาเรจ็ ไดม้ ากกวา่ และงา่ ยกวา่ ผทู้ ่ีไมร่ ูจ้ กั ตนเองเพราะผทู้ ่ีรูจ้ กั ตนเองจะสามารถประเมินไดว้ ่าทาแคไ่ หน

อย่างไรจงึ จะไปถงึ จดุ หมายท่ีตงั้ ใจไวไ้ ดโ้ ดยท่ีจะไม่ทาอะไรเกินตวั หรอื เกินกาลงั ของตนเองเม่ือสามารถทาส่งิ เลก็ ๆ นอ้ ย ๆ ใกลต้ วั ไดแ้ ลว้ ก็ค่อย ๆ พฒั นาไปเป็นเรอ่ื งท่ีใหญ่ขนึ้ ในระดบั สงั คมหรอื องคก์ าร 4.7.4 ยอมรบั ความผิดพลาดของตวั เอง การไมย่ อมรบั ความผิดพลาดของตนเองเป็นส่ิงท่ีแสดงวา่ ไมร่ ูจ้ กั ตวั เองเพราะไม่มีใครในโลกนีท้ ่ีไมเ่ คยพบกบั ความผิดพลาดหรอื ผิดหวงั หากเป็น ส่งิ ท่ีเกิดขนึ้ เพราะตนเองตอ้ งยอมรบั ใหไ้ ดโ้ ดยไม่โทษหรอื ตาหนิตวั เอง แตพ่ ยายามท่ีจะหาทางแกไ้ ขความผิดพลาดนนั้ และยอมรบั ความจรงิ อย่าง เขม้ แขง็ โดยไมห่ นีความผิดตอ้ งยอมรบั ใหไ้ ดเ้ พราะเป็นการแสดงถึงการรูจ้ กั ตนเองและเป็นส่ิงท่ีทาใหส้ ามารถดาเนินชีวิตไดอ้ ย่างมีความสขุ 4.8 ลักษณะของผู้ทไ่ี ม่รู้จักและเข้าใจตนเอง 4.8.1 คดิ ว่าตวั เองไมม่ ีค่า ชอบประเมินตนเองต่ากวา่ ความเป็นจรงิ ชอบโทษตวั เองวา่ โงแ่ ยผ่ ิดทาไมไ่ ดล้ ม้ เหลวนา่ เกลยี ดบางรายเป็นมากถึงขนาดท่ีคิดว่าตวั เองไม่ควร จะเกิดมาเลยอาจจะมีพฤติกรรมในการทารา้ ยตนเองหรอื อาจรา้ ยแรงถึงขนั้ คดิ ฆ่าตวั ตายในท่ีสดุ 4.8.2 ไมค่ ดิ ถึงอนาคต จะเอาเนินชีวติ แม่บอย่ไู ปวนั ๆ เพราะขาดแรงจงู ใจในการดาเนินชีวิตเพราะไมร่ ูจ้ กั ตนเองวา่ มีชีวิตอย่ไู ปเพ่ืออะไรขีเ้ กียจเม่ือยชา (สกปรกมกั จะมี ปัญหาในการเรยี นการทางานพาลเกเรตดิ สรุ าหรอื เสพยา 4.8.3 ชอบโทษผอู้ ่ืน ชอบประเมินตนเองสงู กวา่ ความเป็นจรงิ คดิ วา่ ตนเองเก่งปฏิบตั ถิ กู ตอ้ งและดกี ว่าผอู้ ่ืนมกั ไม่ชอบฟังความคิดเห็นของผูอ้ ่ืนและเอาความคดิ ของ ตนเองเป็นใหญ่โออ้ วดและดถู กู ผอู้ ่ืนวา่ ตอ้ ยกว่าตนเองเสมอ

นอกจากนนั้ หากไดม้ ีการประเมินสถานการณห์ รอื ประเมินตวั เองสม่าเสมอใหร้ ูเ้ ท่าทนั การเปล่ยี นแปลงและปฏิบตั เิ ป็นกิจวตั รประโยชนส์ ขุ จะเกิด กบั ตนเองครอบครวั องคก์ ารชมุ ชนทอ้ งถ่ินและประเทศชาติบคุ คลท่ีนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชไ้ ดผ้ ลมกั จะมีคุณสมบตั เิ หมือนกนั หลายอยา่ งเชน่ มีความเพยี รมีความซ่อื สตั ยส์ นกุ สนานเป็นตน้ 4.9 การรู้จักและเข้าใจตนเองนาไปสู่การพฒั นาสังคมและชุมชน แตล่ ะบคุ คลมีชีวิตแตกต่างกนั ไปตามแบบแผนของสงั คมท่ีสลบั ซบั ซอ้ นซง่ึ เปล่ยี นแปลงและพฒั นาตลอดเวลาทกุ คนมีความตอ้ งการท่ีจะ ประสบความสาเรจ็ ในชีวิตคนไทยโชคดที ่ีมีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9 ทรงชีแ้ นะและมอบแนวทางในการดารงชีวิตในทางสายกลาง ท่ีสมดลุ คือมีความพอประมาณมีเหตผุ ลมีภมู ิคมุ้ กนั ภายใตเ้ ง่ือนไขของความรูแ้ ละคณุ ธรรมท่ีเรยี กว่าเศรษฐกิจพอเพียงชีวติ ความเป็นอย่ขู องคน เก่ียวขอ้ งทงั้ ดา้ นเศรษฐกิจสงั คมการเมืองการปกครองและอ่ืน ๆ โดยเฉพาะดา้ นเศรษฐกิจซง่ึ เป็นความจาเป็นพืน้ ฐานท่ีแต่ละคนมีระดบั ความ ตอ้ งการไม่เท่ากนั เพราะแตล่ ะคนยอ่ มมีโอกาสของการพฒั นาท่ีแตกต่างกนั ออกไปเช่นความรูค้ วามสามารถประสบการณก์ ารสรา้ งรายไดก้ ารใช้ ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรเป็นตน้ ในขณะเดียวกนั ดา้ นสงั คมเรม่ิ ตน้ จากการดารงชีวติ จะมองถงึ ความสามารถในการพง่ึ ตนเองความร่วมมือของคน ในครอบครวั และคนรอบขา้ งสมาชิกในสงั คมใหก้ ารยอมรบั มีความม่นั คงในการดารงชีวติ เป็นตน้ ดงั นนั้ การพฒั นาชีวิตควรดาเนินการดงั นี้ 1. คน้ หาความตอ้ งการของตนเองใหพ้ บวา่ มีความตอ้ งการอะไรมีเปา้ หมายในการดาเนินชีวิตอย่างไรเช่นตอ้ งการมีชีวติ ท่ีมีอนาคตกา้ วหนา้ มี ความเป็นอิสระมีเวลาเพ่ือครอบครวั และสงั คมมีทรพั ยส์ ินเพียงพอมีความสขุ หลดุ พน้ จากความยากลาบากเป็นตน้ 2. วิเคราะหข์ อ้ มลู ของตนเองและครอบครวั ซง่ึ จะทาใหร้ ูส้ ถานภาพสาเหตขุ องปัญหาปัจจยั ตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งผลกระทนต่าง ๆ ท่ีเกิดขนึ้ ทงั้ ทางดา้ นเศรษฐกิจสงั คมเทคโนโลยีและทรพั ยากรธรรมชาติส่งิ แวดลอ้ ม

(1) ศกั ยภาพของตนเองเชน่ ความรูค้ วามสามารถความชานาญ (ทกั ษะ) ช่ือเสยี งประสบการณค์ วามม่นั คงความกา้ วหนา้ สภาพทางการเงิน การสรา้ งรายไดก้ ารใชจ้ า่ ยการออมคณุ ธรรมและศลี ธรรม (2)ศกั ยภาพของครอบครวั เช่นวธิ ีการดารงชีวติ ภาวะเศรษฐกิจของครอบครวั ความเช่ือทศั นคติ คา่ นิยมวฒั นธรรมประเพณีคุณภาพชีวติ ของ คนในครอบครวั ฐานะทางสงั คมฐานะทางการเงินท่ีเป็นทรพั ยส์ ินและหนีส้ ินของครวั เรอื นรายไดร้ ายจา่ ยของครวั เรอื น 3. วางแผนการดาเนินชีวติ (1) พฒั นาตนเองใหม้ ีการเรยี นรูต้ ่อเน่ือง (ใฝ่เรยี นรู)้ สรา้ งวินยั กบั ตนเองโดยเฉพาะวนิ ยั ทางการเงิน (2) สรา้ งนิสยั ท่ีมีความคิดกา้ วหนา้ ม่งุ ม่นั ในเปา้ หมายชีวิตหม่นั พิจารณาความคดิ ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาเป็นระบบโดยใชค้ วามรู้ (ท่ีรอบรู้ รอบคอบระมดั ระวงั ) มีความรบั ผิดชอบต่อตนเองสงั คมและครอบครวั (3) หม่นั บรหิ ารจิตใจใหม้ ีความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ รกั ชาตเิ สียสละสามคั คีเท่ียงธรรมศลี ธรรม (4) ควบคมุ จิตใจใหต้ นเองประพฤตใิ นส่งิ ท่ีดีงามสรา้ งสรรคค์ วามเจรญิ รุง่ เรอื ง (5) พฒั นาจิตใจใหล้ ดละเลิกอบายมขุ กิเลสตณั หาความโกรธความหลง (6) เสรมิ สรา้ งและฟื้นฟคู วามรูแ้ ละคณุ ธรรมของตนเองและครอบครวั เช่นเขา้ รบั การฝึกอบรมฝึกทกั ษะในวิชาการต่าง ๆ หรอื วิชาชีพหม่นั ตรวจสอบและแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งอย่างสม่าเสมอ (7) ปรบั ทศั นคตใิ นเชิงบวกและมีความเป็นไปได้

4. จดบนั ทกึ และทาบญั ชีรบั -จา่ ย 5. สรุปผลการพฒั นาตนเองและครอบครวั โดยพิจารณาจาก (1) รา่ งกายมีสขุ ภาพสมบรู ณแ์ ขง็ แรง (2) ตอ้ งไมเ่ ครยี ดมีเหตผุ ลมีความเช่ือม่นั มีความคดิ เป็นระบบเป็นขนั้ ตอนมีแรงจงู ใจกลา้ ติดกลา้ ทา้ ไม่ทอ้ ถอยหรือหมดกาลงั ใจเม่ือประสบ ปัญหาในชีวิต (3) สดละเลิกส่งิ ฟ่ มุ เฟือย ไดแ้ ก่ รถปา้ ยแดงบตั รเครดติ โทรศพั ทม์ ือถือสถานเรงิ รมยส์ รุ าบหุ รก่ี ารพนนั ดงั นนั้ ส่งิ สาคญั คือการรูจ้ กั ตวั เองซง่ึ เป็นรากฐานแห่งการนาชีวิตไปสจู่ ดุ ม่งุ หมายอย่างราบรน่ื เป็นการเรยี นรูเ้ ก่ียวกบั ตวั เองทาใหร้ ูจ้ กั และ เขา้ ใจตนเองและไดร้ ูข้ อ้ ดีขอ้ เสยี ของตนเองขอ้ ดีทาใหเ้ กิดความภาคภมู ิใจในตนเองสว่ นขอ้ เสยี เป็นส่ิงท่ีควรนามาปรบั ปรุงตนเองปกติคนเรามกั จะ คดิ ว่ารูจ้ กั ตวั เองดแี ละมองว่าตนเองเป็นคนดที าถกู เสมอซง่ึ อาจไมต่ รงกบั ความคิดเห็นของบคุ คลอ่ืนและทาใหเ้ กิดความขดั แยง้ สง่ ผลกระทบตอ่ การเสรมิ สรา้ งมนษุ ยสมั พนั ธก์ ารแกป้ ัญหาตอ้ งแกไ้ ขท่ีตนเองดงั นนั้ จงึ ควรรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเองดงั โสกราตีสนกั ปราชญช์ าวกรกี ไดก้ ล่าวไวว้ ่า“ ชีวติ ท่ีไมไ่ ดต้ รวจสอบเป็นชีวติ ท่ีไรค้ ่าจึงตอ้ งทาใหช้ ีวติ มีคณุ ค่าโดยการพฒั นาตนเองตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการทาใหเ้ กิดการ พฒั นาตนเองใหร้ ูเ้ ทา่ ทนั รูจ้ กั เลอื กเฟ้นและรูจ้ กั ปรบั ตวั ใหเ้ หมาะสมกบั ยคุ สมยั อย่เู สมอใหส้ ามารถดารงอยไู่ ดอ้ ย่างปกติสขุ ดว้ ยความสามารถท่ี พ่งึ ตนเองไดแ้ ละยืนหยดั อย่างม่นั คงและย่งั ยืนสรา้ งอปุ นิสยั “ อยอู่ ย่างพอเพียง” เพ่ือใหส้ ามารถรกั ษาสมดลุ ในการดาเนินชีวติ และพรอ้ มรบั การ เปล่ยี นแปลงท่ีเกิดขนึ้ ตลอดเวลาไดอ้ ย่างมีสติตลอดจนใชป้ ัญญาความรูใ้ นทางท่ีก่อใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและสว่ นรวมทงั้ ในปัจจบุ นั และ อนาคต

จดั ทาโดย นายชนสรณ์ กระตุดเงนิ รหสั นักศึกษา 64301040224 ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นสูงชั้นปี ที่ 1 แผนกวชิ าช่างไฟฟ้าควบคุม (1สฟ.13) เสนอ อาจารยช์ ุตกิ าญจน์ ทาเออื้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook