วิจยั ในชนั้ เรียน การใช้ส่ือการสอน ชดุ Happy Words ในการจาคาศพั ทภ์ าษาองั กฤษของ นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1/1 ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2563 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 นางสาววราภรณ์ มูลแก้ว ตาแหน่ง ครผู ้สู อน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 สงั กดั สานักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
รายงานการแก้ปัญหาการจดั การเรยี นรู้ ช่ือ การใชส้ ่อื การสอน ชดุ Happy Words ในการจาคาศพั ท์ ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1/1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563 โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 21 ความเป็นมาและความสาคญั ของปญั หา ภาษาองั กฤษเป็นภาษาสากลท่มี ีผใู้ ช้ในการส่ือสารกันมากในปจั จบุ ัน การมคี วามรคู้ วามสามารถและทักษะ ด้านภาษาอังกฤษ จึงเป็นสิ่งจาเป็นอย่างยิ่งต่อเยาวชนไทยที่จะต้องเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ พื้นฐาน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อส่ือสารแลกเปล่ียนความรู้ความคิดและเทคโนโลยีกับชาวต่างชาติ ตลอดจนทาความเข้าใจในขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วฒั นธรรมและวถิ ีชีวติ ความเปน็ อย่ขู องชาวตา่ งชาตดิ ว้ ย ในปัจจุบันสังคมที่มีความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีอยา่ งเช่นสังคมปัจจบุ ันนนั้ ทาใหส้ ังคมโลกกลายเปน็ ยุคแห่งข้อมูลข่าวสารท่ไี ร้พรมแดนและส่งผลให้การ ติดต่อส่ือสารเผยแพร่ข้อมูลทาได้ง่ายและรวดเร็วย่ิงขึ้น ดังนั้นบุคคลในสังคมจึงมีการติดต่อส่ือสารกันเพื่อดาเนิน กิจกรรมทางสังคมหรือทางเศรษฐกิจเพ่ิมขึ้น ซึ่งการติดต่อส่ือสารส่วนใหญ่น้ันใช้ภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลในการส่ือสารผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ตาราเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร อินเตอร์เน็ต ฯลฯ ภาษาอังกฤษเป็นเคร่ืองมือที่ใช้กันท่ัวโลกในการสื่อสารระหว่างคนที่ใช้ภาษาแตกต่างกัน ด้วย เหตุน้ีประเทศไทยจึงได้กาหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในสาระการเรียนรู้ โดยท่ีโรงเรียนจะต้องจัดการเรียนการ สอนให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรทู้ ั้งส่ีทักษะ คอื การฟงั พูด อ่าน และเขยี น ซง่ึ ผเู้ รยี นจะต้องสามารถนาความรู้ ทีไ่ ด้รบั ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวนั ได้ต่อไป ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษน้ัน คาศัพท์นับว่ามีความสาคัญเป็นอย่างมากเพราะคาศัพท์เปรียบเสมือน องค์ประกอบหนึ่งของภาษาที่ผู้เรียนจาเป็นต้องเรียนรู้ ซึ่งความรู้คาศัพท์มีประโยชน์ต่อทักษะการอ่าน เขียน และ การใช้ภาษาด้านอื่นๆด้วย ถ้าหากปราศจากไวยากรณ์ผู้เรียนยังจะส่ือสารกันได้ แต่ถ้าหากปราศจากคาศัพท์แล้ว ผู้เรียนไม่สามารถที่จะสื่อความหมายกันได้เลย (Wilkins, 1972) ฉะน้ันการเรียนภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาใดก็ตาม ผเู้ รียนจาเปน็ ต้องเรยี นรู้เกี่ยวกบั คาศัพท์ในภาษานั้นๆ ทั้งในด้านความหมาย การนาไปใช้ ไวยากรณ์ การออกเสียง และตวั สะกด เน่อื งจากทุกภาษาจะมีองค์ประกอบท่สี าคญั ดังกล่าวเหมือนกัน ถา้ ผเู้ รียนมคี วามรเู้ กย่ี วกับคาศัพท์ใน ภาษาเป้าหมายไม่เพียงพอ ผู้เรียนกป็ ระสบปญั หาในการใช้ภาษาเปา้ หมาย ในการส่ือความหมายในด้านความคิด ความรู้สึก และความต้องการของตนเอง กล่าวคือ การท่ีมีความรู้คาศัพท์ไม่ เพียงพอ ส่งผลให้มีความสามารถในทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียนอยู่ในเกณฑ์ต่า (อรุณี อรุณเรือง, 2549) จึง
กล่าวได้ว่า การเรียนรู้คาศัพท์เป็นส่ิงท่ีผู้เรียนจะต้องเรียนรู้และพัฒนาความรู้คาศัพท์อย่างเพียงพอ เช่นเดียวกับ Schmitt (2000) ได้กล่าวถึงแนวทางในการท่ีจะพัฒนาความรู้คาศัพท์ว่า การเรียนรู้คาศัพท์เป็นกระบวนการที่ทา ให้เกิดการเรียนรู้แบบมีส่ิงเร้า ซ่ึงจะส่งผลให้ผู้เรียนได้เรียนรู้คาศัพท์ได้อย่างถูกต้อง ดังน้ันคาศัพท์ภาษาอังกฤษจึง เป็นสงิ่ หน่ึงทสี่ าคญั ตอ่ การเรียนรู้ภาษาของผู้เรยี น คาศัพทเ์ ป็นองคป์ ระกอบหนงึ่ ทีส่ าคัญของภาษาทุกภาษา เพราะเปน็ ส่งิ ทีม่ นุษย์ใชเ้ พ่ือสอื่ ความหมายถึง ความรสู้ กึ นกึ คิด ความต้องการหรือความรูต้ ่าง ๆ ในการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร การมีความรแู้ ละความสามารถใน การใช้คาศัพท์ของบคุ คล ๆ หนึ่ง ถือเปน็ ปจั จยั หลักทจี่ ะบ่งบอกวา่ บุคคลผู้น้นั สามารถส่ือสารไดอ้ ยา่ งมี ประสทิ ธภิ าพเพียงใด การเรยี นภาษาองั กฤษน้นั นักเรียนจาเป็นต้องทราบความหมายของคาศัพทจ์ ึงจะเขา้ ใจ ความหมายของคาประโยค หรือข้อความ ดงั ท่ี Burns (1990) กลา่ วไวว้ ่า คาศพั ท์จงึ เป็นส่ิงสาคัญทที่ ุกคนต้องเรียนรู้และเพิม่ พูนอย่เู สมอ เพ่ือให้ ประสบความสาเร็จในการส่ือสารในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในการเรียนภาษาองั กฤษเป็นภาษาต่างประเทศ ความรู้ คาศัพทม์ ีความสาคญั แต่นักเรียนสว่ นใหญ่มีผลสัมฤทธ์ใิ นการเรยี นภาษาองั กฤษอยู่ในเกณฑต์ ่า และจาก องคป์ ระกอบของภาษาอันได้แก่ คาศัพท์ เสยี ง และโครงสร้างแล้วสิง่ ที่เปน็ ปัญหาที่สดุ คือ การที่นักเรยี นไทยมี ความรดู้ า้ นคาศัพท์ไม่เพยี งพอ นาตยา หิรญั สถติ พร(2537) ไดใ้ ห้ความคิดเห็นว่า ปญั หาที่สาคญั ทสี่ ุด คือการไม่รู้ ความหมายของคาศัพท์ ทาให้ไม่สามารถสือ่ ความได้ ส่วน Eskey (1979) กล่าวว่า ปญั หาคาศัพทเ์ ป็นปัญหาที่ ผู้อา่ นประสบ ซ่งึ สอดคล้องกับ Davis (1968, อา้ งใน สมสวรรค์ พันธเ์ ทพ, 2540) ที่ไดก้ ลา่ วไวว้ า่ นกั เรยี นทม่ี ี ความร้คู าศัพท์ หรือมวี งคาศพั ท์น้อยมากก็มปี ญั หาในการตีความของคาศัพท์ ทาใหไ้ มเ่ ขา้ ใจในส่งิ ท่อี ่าน นอกจากน้ี Hill (1999) ได้เสรมิ ว่า คาศพั ท์ในภาษาอังกฤษนน้ั บางครั้งมีความหมายใกล้เคยี งกนั มาก จงึ ทาใหเ้ กิดปัญหาเกยี่ วกบั การเลอื กใช้ความหมาย ซึ่งแม้วา่ นักเรียนจะมีความรดู้ า้ นความหมายของคาศัพท์เปน็ อยา่ ง ดี ก็ยังประสบปัญหาในการนาคาศัพท์นนั้ ไปใช้ใหถ้ ูกต้องกับบรบิ ท และความหมายท่ีแท้จรงิ ในบรบิ ทนั้น ซง่ึ ความเหน็ นี้ ได้ไปสอดคล้องกับ พรพมิ ล ศุขะวาที(2540) ท่ีกล่าวว่า คาท่มี ีความหมายหลายความหมายเป็นปัญหา และอุปสรรคหน่ึงท่สี าคญั ที่ทาใหก้ ารเรยี นการสอนภาษาต่างประเทศเป็นไปด้วยความยากลาบาก ซง่ึ เพญ็ ศรี รังจิ ยากลุ (2524) กลา่ วว่า คาศัพท์จึงเป็นสง่ิ ทีม่ ิอาจจะละเลยได้ในกระบวนการเรียนการสอน คาศัพท์เปน็ ส่ิงจาเปน็ สาหรับการเรียนภาษา เพราะคาศัพท์เป็นสว่ นหนง่ึ ของภาษาซึ่งจะค่อย ๆ เพิม่ พูน ความรู้คาศัพท์ เปน็ ส่งิ ที่ผสู้ อน ตอ้ งคานึง และให้ความสาคญั เพราะจะเปน็ ตัวกาหนดความสาเร็จในการอา่ น นั่นคือ การร้คู าศพั ทม์ ากจะทาให้ นกั เรียนเขา้ ใจสิง่ ท่อี า่ นไดม้ ากยิ่งข้นึ ดงั นัน้ ผู้สอนต้องช่วยให้นกั เรยี นสามารถเพ่มิ พูนความร้ดู า้ นคาศัพท์ให้มากทีส่ ุด เท่าทจี่ ะมากได้ Lenon (1972) ไดใ้ ห้ความเหน็ ว่า ความรู้คาศัพท์อยา่ งกว้างขวาง หรือ ความชานาญในการใช้คา เป็นส่งิ ที่สาคัญประการแรกที่จะนาไปสู่การบรรลุถึงเปา้ หมายระดับสงู ของทักษะการอ่านทุกชนดิ ส่วน Tinker and McCullough กล่าววา่ การท่ีผู้อา่ นจะเข้าใจข้อความท่อี ่านได้ถ้าทราบความหมายของคาข้อความ เนื้อหาที่ ยาวขึน้ รวมทั้งรูจ้ กั เลือกความหมายที่เหมาะสมของวลี โดยอาศัยบรบิ ทที่คาและวลนี ั้นปรากฏอยู่ ซง่ึ ถ้านกั เรยี นมี ความรูเ้ ก่ยี วกบั คาศัพทใ์ นภาษาใหม่ไมเ่ พยี งพอหรือไม่รู้ความหมายของคาศัพท์ และใชค้ าศพั ท์ไม่ถูกต้อง ก็ทาให้ไม่ เข้าใจในสง่ิ ท่ีอา่ น และอาจเสียเวลาโดยทไ่ี มไ่ ด้ประโยชนอ์ นั ใดจากการอ่านนัน้ เลย นอกจากน้ี นักเรียนกจ็ ะประสบ ปัญหาในการส่ือความหมายและความต้องการของตนเองในการใช้ ภาษาต่างประเทศ และไมส่ ามารถเข้าใจส่ิงท่ีได้ ฟงั ได้อา่ นท่ีนาเสนอเปน็ ภาษาต่างประเทศ ทาให้ไม่ประสบผลสาเรจ็ ในการสือ่ สาร (Huang, 1993:7 – 9)
ผู้เรียนจาเป็นต้องได้รับการฝึกฝนทักษะต่างๆ ทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพื่อให้ สามารถนาทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันอย่างถูกต้อง คาศัพท์ภาษาอังกฤษจึงเป็นพื้นฐานของการ เรยี นวิชาภาษาองั กฤษ ถา้ ผู้เรยี นไมร่ คู้ วามหมายของคาศัพท์ก็ ไม่สามารถฟงั หรืออา่ นเข้าใจไดต้ ลอดจนไม่สามารถ พูดหรือเขียนเพ่ือสื่อความคิดของตนเองให้ผู้อื่นเข้าใจ ผู้เรียนก็จะไม่สามารถเข้าใจเน้ือหาที่อ่านและจะทาให้การ เรียนภาษาของนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ต่าได้ในท่ีสุดเน่ืองจากคาศัพท์เป็นองค์ประกอบสาคัญต้ังแต่ระดับคา วลีและ ประโยคซ่ึงประกอบเป็นข้อความที่ยาวข้ึนตามลาดับ และจะเห็นได้ว่าทักษะอ่านเป็นทักษะท่ีผู้เรียนมีความจาเป็น และมีโอกาสได้ใช้ในชีวิตประจาวันมากกว่าทักษะทางภาษาอื่นๆ ท้ังในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ตลอดจนใช้ เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาตนเองให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ในการพัฒนาการเรียนภาษาทั้ง 4 ทักษะ คือ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขียน ใหด้ อี ีกด้วย ด้านความสามารถในการจาคาศัพท์ภาษาอังกฤษนั้น การเรียนภาษาต่างประเทศเป็นสิ่งจาเป็นมาก ดังจะ เห็นได้ว่านักเรียนส่วนใหญ่ท่ีสามารถจาคาศัพท์ได้จานวนมากจะสามารถ คาดเดาความหมาย สามารถทาความ เข้าใจประโยคต่าง ๆ ในเน้ือหาท่ีอ่าน และสามารถเขียนประโยคท่ีตนเองต้องการจะส่ือสารออกมาได้ ท้ังนี้ เน่ืองจากคาศัพท์เป็นส่ิงท่ีใช้แสดงความคิดเห็น ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเม่ือผู้เรียนได้พบกับคาศัพท์ใหม่ที่ ตนเองไม่รู้ความหมาย แต่สามารถหาวิธีที่จะเดาความหมายและจาคาศัพท์นั้นไว้ใชใ้ นการสอ่ื สารได้ในอนาคตยอ่ ม เปน็ สิ่งที่ดีทัง้ ในการเรียน และการใช้ชวี ติ ประจาวัน จากปัญหาและความสาคัญของคาศัพท์ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นจึงได้มีผู้คิดค้นหาวิธีการ หรือแนวทางใน การสอนศัพท์ ตลอดจนนาส่ือและเทคนิคการสอนในรูปแบบต่างๆ นาไปใช้สอนในห้องเรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมี ความรู้เก่ียวกับคาศัพท์ที่จะเอื้ออานวยต่อการฝึกการใช้ภาษาในห้องเรียนได้มากขึ้น ผู้วิจัยสนใจจัดทาส่ือการสอน ชดุ Happy Words โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ เพม่ิ ศักยภาพในการจาคาศพั ท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษา ปีที่ 1/1 สร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มข้ึน หากครูสามารถเลือกสรร ดัดแปลงให้เหมาะสมกับวัย และระดับชั้นของผู้เรียน คานึงถึงภาษาท่ีใช้ในส่ือการสอนชดุ Happy Words จานวน คาศัพท์ และสานวนให้มีความเพียงพอต่อการนาไปใช้ประโยชน์ ฉะน้ันส่ือการสอนชุด Happy Words จึงน่าจะ เป็นส่วนหนึ่งท่ีจะช่วยเสริมความรู้ในด้านคาศัพท์ภาษาอังกฤษ ช่วยพัฒนาการเรียนรู้คาศัพท์ภาษาอังกฤษและ ก่อให้เกิดความคงทนในการเรียนรู้แก่นักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน อีกทั้งช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และ ความสามารถทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษซึง่ จะเปน็ พื้นฐานในการเรียนภาษาในระดับสูงต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจยั 1. เพ่ือพัฒนาสื่อการสอนชุด Happy Words วิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1/1 โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 21 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
2. เพ่ือเปรียบเทียบความสามารถในการจาคาศัพท์ก่อนและหลังการใช้สื่อการสอนชุด Happy Words วิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2563 สมมตฐิ านการวจิ ยั ความสามารถในการจดจาคาศัพท์ของนักเรียนหลังใช้ส่ือการสอนชุด Happy Words สูงกว่าก่อนการใช้ สอื่ การสอนชุด Happy Words ขอบเขตการวิจยั ผวู้ จิ ยั ไดก้ าหนดขอบเขตการวจิ ยั ดงั นี้ ประชากร นักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 ท่กี าลงั ศกึ ษาในภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563 จานวน 1 หอ้ ง จานวน 32 คน กลุม่ ตัวอย่าง นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 ท่กี าลงั ศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จานวน 3 ห้อง จานวน 103 คน ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1/1 จานวน 32 คน โดยวิธสี มุ่ อย่างง่าย ระยะเวลาที่ใชใ้ นการวิจัย ระยะเวลาท่ีใช้ในการวิจัยคือ ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 โดยใช้ระยะเวลาในการทดลองจานวน 3 ชัว่ โมง ตัวแปลทป่ี รึกษา 1.) ตัวแปลตน้ ไดแ้ ก่ สื่อการสอนชุด Happy Words 2.) ตัวแปลตาม ได้แก่ ความสามารถในการจดจาคาศพั ท์ภาษาอังกฤษ สถานที่ โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 21 อ.แมล่ าน้อย จ.แมฮ่ ่องสอน นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 1.) สื่อการสอนชุด Happy words หมายถึง สื่อการสอนที่ผู้ทาวิจัยจัดทาข้ึนเพ่ือประกอบการเรียนการ สอนวิชาภาษาอังกฤษ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจดจาคาศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 2.) ความสามารถในการจดจาคาศัพท์ หมายถึง ความสามารถในการจดจาคาศัพท์ของนักเรียนและใช้คา ได้ถกู ตอ้ งในประโยค ซ่ึงสามารถวัดได้จากการทาแบบทดสอบวดั ผลความสามารถด้านคาศัพทภ์ าษาอังกฤษ
3.) แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน หมายถึง แบบวัดความสามารถในการจดจาคาศัพท์ภาษาอังกฤษ เร่ือง สถานท่แี ละการบอกทาง ประโยชนทค่ี าดว่าจะไดร้ ับจากการวจิ ัย 1. นกั เรยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจและทักษะการจาคาศัพท์ภาษาอังกฤษมากข้นึ 2. นกั เรียนมีความกล้าแสดงออกในการใชท้ ักษะภาษาองั กฤษ และมเี จตคติท่ีดใี นการเรียนวชิ าภาษาองั กฤษ 3. ทาให้วิธกี ารเรยี นการสอนของครผู ู้สอนเปน็ ไปตามจดุ มุ่งหมายทก่ี าหนดไว้ การทบทวนเอกสารและงานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง 1. ระบบการสอน 1.1 ความหมายของระบบการสอน ระบบ (System) หมายถึง การรวมกลุ่มของส่ิงตา่ ง ๆ หรือกระบวนการตา่ ง ๆ ท่ีมีความสัมพันธ์ กนั เพื่อใหบ้ รรลุถงึ จุดมุง่ หมายท่ีได้กาหนดไว้ หากสง่ิ ใดหรือกระบวนการใดมีการเปลี่ยนแปลง จะ กระทบกระเทอื นสิง่ อ่นื ๆ หรือกระบวนการอ่ืน ๆ ไปดว้ ย 1.2 องค์ประกอบของระบบและวธิ ีระบบ ระบบโดยทว่ั ไป จะมอี งคป์ ระกอบดงั นี้ 1.2.1 สงิ่ นาเขา้ (Input) ได้แก่ การกาหนดปัญหา จุดมุ่งหมายทรัพยากรที่ใช้ 1.2.2 กระบวนการ (Process) ได้แก่การลงมือแกป้ ัญหา การวิเคราะห์ข้อมูล การนาวตั ถุดิบมาใช้ มาจดั กระทาอยา่ งเหมาะสมเพื่อใหบ้ รรลจุ ุดม่งุ หมาย 1.2.3 ผลผลติ (Output) คอื ผลทีไ่ ด้จากการแก้ปญั หาหรอื สรปุ การวเิ คราะหเ์ พื่อประเมินตอ่ ไป 1.2.4 ผลยอ้ นกลบั (Feedback) คอื การตรวจสอบผลผลิตเพอ่ื ปรบั ปรงุ ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพต่อไป ซ่งึ องค์ประกอบดังกล่าวจะมีความสมั พนั ธก์ นั ในการกาหนดขั้นตอนการดาเนนิ งานและการแก้ปัญหาเพ่ือ ทาให้ผลทไี่ ด้มปี ระสิทธิภาพการดาเนินงานลักษณะน้ีเรยี กว่า วิธีระบบ (System Approach) 1.3 วธิ รี ะบบกับการเรียนการสอน เปน็ การนาเอารปู แบบของระบบมาใชใ้ นการจดั ทาโครงรา่ ง และกรอบของการจดั การเรยี นการ สอน ท้งั นเ้ี พื่อให้การดาเนนิ การเรียนการสอน เป็นไปอยา่ งมขี ้นั ตอนทม่ี ีความสัมพนั ธ์ซึ่งกันและกนั ทา ใหผ้ ลทีไ่ ดเ้ กดิ ประสทิ ธิผลตามจุดมุ่งหมายทตี่ ้องการตามแผนภาพท่ีแสดงใหเ้ หน็ การกาหนดระบบการ สอน ขา้ งล่างน้ี 1.4 การออกแบบการสอน 1.4.1 ความหมายของการออกแบบ หมายถึง การนาความรู้ทางทฤษฎี มาจดั รปู แบบในการจัด ดาเนินงาน หรอื วางแผนระบบการเรยี นการสอนและทรัพยากรการเรยี น ดังนนั้ การออกแบบจึงช่วยให้ได้ แผนงานหรือรปู แบบการดาเนินงาน ด้วยความร่วมมอื กันอยา่ งใกลช้ ิดของทุกฝ่ายที่เก่ียวขอ้ งกับงาน
1.4.2 การออกแบบการสอน เปน็ การวางแผนการสอนโดยใช้วิธีระบบจุดเร่มิ ของการออกแบบ การสอน ก็คือ การพจิ ารณาองค์ประกอบข้นั พ้ืนฐานของระบบและพิจารณาสภาพทว่ั ไปเก่ียวกบั การเรียน การสอน ดังน้ัน การออกแบบระบบการสอนจงึ ต้องพิจารณาเรอื่ งต่าง ๆ 2. สอ่ื การเรยี นการสอน 2.1 ความหมายและองคป์ ระกอบของการสื่อความหมาย การส่ือความหมาย (Communications) หมายถึง การถ่ายทอดข่าวสาร ขอ้ เท็จจริง ความคดิ เห็น ตลอดจนความรู้สึกนึกคิด จากผู้ส่งไปยงั ผรู้ บั หรือจากบุคคลหน่งึ ไปยังบคุ คลอน่ื ๆ ใหเ้ กิดความร้สู ึก ความเขา้ ใจ ตรงกนั เป็นอันหนง่ึ อันเดียวกัน การส่ือความหมายมีลกั ษณะเปน็ กระบวนการ โดยมีองค์ประกอบสาคญั 4 ประการ คือ 2.1.1 ผ้สู ่งสาร (Sender) คือผู้ทีส่ ือ่ ความหมายไปยงั ผรู้ บั 2.1.2 สาร (Message) คอื เรื่องราวข้อมูล ทีผ่ สู้ ่งสารต้องการให้ผ้รู บั เกดิ พฤตกิ รรมตามท่ีตอ้ งการ 2.1.3 ส่ือหรอื ชอ่ งทาง (Channel) เปน็ ตวั ท่ที าให้เนอื้ หาสาระ มีรูปร่างลักษณะทีเ่ หมาะสมกับการไปถึง ผรู้ ับสารได้ ในรปู แบบต่าง ๆ เชน่ ภาษาพดู ภาษาเขยี น รูปภาพ ท่าทาง สัญลกั ษณ์ และเคร่อื งมือตา่ ง ๆ เช่น วิทยุ โทรทศั น์ หนงั สือ เป็นต้น 2.1.4 ผ้รู บั สาร (Receiver) ผรู้ บั สารท่ผี า่ นมาโดยใช้ประสาทสมั ผัส ทางใดทางหนงึ่ ในการรับ เชน่ ตา มองดู หูรบั ฟงั เป็นตน้ 2.2 สื่อการสอนและประเภทของส่ือการสอน 2.2.1 ความหมายของสอ่ื การสอน สื่อการสอน (Instructional Media) หมายถึงสงิ่ ตา่ ง ๆ ทีใ่ ช้ เป็นเครื่องมือ หรือชอ่ งทางสาหรบั ทาให้การสอนของครูไปถึงผ้เู รยี น และทาให้ผู้เรยี นเรยี นรตู้ าม จุดประสงค์ หรือจดุ ม่งุ หมายท่วี างไว้เป็นอย่างดี สอ่ื ที่ใช้ในการสอนน้ี อาจจะเปน็ วตั ถุสิ่งของทีม่ ีตัวตน หรือไม่มีตัวตนก็ได้ 3. ชดุ การสอน สาเหตุหลกั หนึง่ ทที่ าให้การเรียนการสอนยงั ไม่เกิดผลดเี ทา่ ทีค่ วร นนั่ ก็คือ ความรคู้ วามสามารถของผู้สอน ในการร้จู กั นานวตั กรรมมาใชใ้ นการเรยี นการสอน การสอนไมใ่ ชก่ ารที่ผูส้ อนเพยี งแตม่ ายนื พูดอยู่หนา้ ชัน้ แต่จาเป็น ท่ีจะต้องร้จู กั นานวัตกรรมหรือเทคโนโลยมี าชว่ ยใหก้ ารเรียนการสอนมีประสทิ ธิภาพสูงขึ้น ชุดการสอนเปน็ นวตั กรรมการใช้ส่อื ประสมท่ีอาศัยวิธีการจดั ระบบการดาเนินงานมาบูรณาการสือ่ ต่าง ๆ เม่อื ปี พ.ศ.2516 ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ไดท้ ดลองใชร้ ะบบผลติ ชดุ การสอนในวิชา \"เทคโนโลยแี ละการศึกษารว่ มสมัย\" สาหรบั บัณฑิตศึกษา และเผยแพรแ่ นวคดิ น้ีไปยงั สถาบันการศกึ ษาทั้งระดับอุดมศึกษา และตา่ กว่าอุดมศึกษาจน เปน็ ท่ียอมรบั กนั โดยท่วั ไป ความหมายของชุดการสอน
ศาสตราจารย์ ดร.ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ (2521:191) ไดใ้ ห้ความหมายของสอ่ื การสอนไวว้ า่ ชดุ การสอน คอื การนาระบบสื่อประสม ทส่ี อดคลอ้ งกับเนอื้ หาและประสบการณข์ องแต่ละหนว่ ย มาช่วยให้การเปลี่ยนพฤติกรรม การเรยี นรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพยง่ิ ข้นึ ชดุ การสอนนยิ มจัดไวใ้ นกล่องหรือซองเป็นหมวด ๆ ภายในชดุ การ สอนจะประกอบดว้ ย คูม่ ือการใช้ชดุ การสอน สอื่ การสอนที่สอดคล้องกับเน้ือหาและประสบการณ์ อาทิ รูปภาพ สไลด์ เทป ภาพยนตรข์ นาด 8 มม. แผน่ คาบรรยาย วัสดุอปุ กรณ์ การสาธติ ฯลฯ และการมอบหมายงานเพื่อให้ ผเู้ รยี นมีประสบการณก์ วา้ งขวางข้นึ สุดารัตน์ ไผ่วงศาวงค์ (2543, หน้า 52) ชดุ การสอน หมายถึง สอ่ื การสอนท่ีครูสร้างขึ้นดว้ ยวสั ดุอุปกรณ์ หลายชนดิ เพ่ือใหผ้ ูเ้ รยี นได้ศึกษาและปฏบิ ตั ิกิจกรรมดว้ ยตนอง เกิดการเรยี นรดู้ ้วยตนอง โดยครูเป็นผใู้ ห้คาแนะนา ชว่ ยเหลือ และมกี ารนาหลักการทางจิตวิทยามาใชป้ ระกอบเพอื่ สง่ เสริมใหผ้ ้เู รยี นได้รับ ความสาเร็จ กุศยา แสงเดช (2545, หนา้ 5) สรุปวา่ ชุดการสอน เป็นสื่อการสอนที่จัดอย่างมรี ะบบ โดยให้สอดคล้องกับเนือ้ หา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้และประสบการณท์ ี่จัดไวใ้ นแต่ ละหน่วย เพื่อชว่ ยให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมการเรยี นรู้ ซงึ่ อาจจัดไวใ้ นกล่องหรอื ซองเปน็ หมวดระพินทร์ โพศรี (2547 , หนา้ 1) สรปุ ว่าชดุ การสอน คอื ระบบส่ือการ เรียนรูท้ ส่ี รา้ งข้นึ เพ่ือใช้ประกอบการสอนของครูผ้สู อน โดนครูเปน็ ฝา่ ยอานวยการ (Facilitator) และเสริมประสบ การเรียนรใู้ หก้ บั ผู้เรียน ชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นมีความรแู้ ละทกั ษะ บรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู้ทกี่ าหนด ฮุลตนั และคนอนื่ ๆ (วาสนา ชาวหา, 2525, หน้า 140; อ้างองิ จาก Houston and other. 1972, p.244) ได้ กลา่ วถงึ องค์ประกอบของชุดการเรยี นการสอน วธิ ีดาเนินการ ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง ประชากร นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 21 ทีก่ าลังศึกษาในภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวน 3 ห้อง จานวน 103 คน กลุ่มตัวอยา่ ง นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 21 ทีก่ าลงั ศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563 จานวน 3 ห้อง จานวน 103 คน ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1/1 จานวน 32 คน โดยวิธสี ุ่มอย่างงา่ ย เครอื่ งมอื ท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล การวิจยั ในครง้ั นี้ใช้เครื่องมือในการวิจัย ท่ีผู้วิจัยสร้างข้ึนดงั น้ี 1. เครือ่ งมือท่ใี ช้ในการทดลอง 1.1 สอื่ การสอน ได้แก่ สอ่ื การสอนชดุ “Happy Words” ที่ผวู้ จิ ัยไดจ้ ดั ทาข้นึ เพ่อื ชว่ ยพฒั นาความสามารถ ในการจดจาคาศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 ท่ีกาลัง ศึกษาในภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวน 2 เรอื่ ง ได้แก่ เทศกาลสาคัญและงานเฉลมิ ฉลอง 2. เครื่องมือทใ่ี ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู
เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล คือ แบบทดสอบวดั ความสามารถในการจดจาคาศพั ท์ ประกอบดว้ ย แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) และ แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) 3. การสรา้ งและการตรวจสอบคณุ ภาพของเครื่องมือ เมอื่ ผู้สอนได้สรา้ งสอ่ื การสอน ชดุ “Happy Words” ทจ่ี ะใช้ในการพฒั นาความสามารถในการจดจา คาศัพท์แลว้ จะต้องหาประสทิ ธิภาพของส่ือก่อนนาไปใช้จริงโดยตรวจสอบโดยการนาไปใหผ้ ู้เช่ียวชาญพจิ ารณา ความสอดคล้องระหว่างเน้อื หาและผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ ผล ดงั น้ี ให้คะแนน +1 เมอ่ื แน่ใจว่าแบบทดสอบน้นั วดั ตามผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั ให้คะแนน 0 เม่ือไม่แนใ่ จวา่ แบบทดสอบน้ันวดั ตามผลการเรยี นรทู้ ีค่ าดหวัง ใหค้ ะแนน -1 เมื่อแน่ใจวา่ แบบทดสอบน้ันไม่วดั ตามผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวัง เลือกข้อสอบทม่ี ีคา่ ต้ังแต่ 0.50 ขน้ึ ไป ส่วนขอ้ สอบที่มคี ่าไม่ถึง 0.50 ผู้วจิ ัยนามาปรบั ปรงุ แกไ้ ข นาแบบทดสอบไปทดลองใช้ นาสือ่ การสอนชุด Happy Words ท่ีสร้างเสร็จแล้วไปทดลองกบั นักเรียน กลุม่ เล็ก ทง้ั เรียนอ่อน ปานกลาง และเก่ง การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ผู้วจิ ัยใช้แบบการวจิ ัยเชิงโดยการดาเนินการทดลองในการวจิ ยั คร้งั น้ี ผ้วู ิจยั ไดท้ าการดาเนนิ การทดลอง ด้วยตนเองที่โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 21 ตามขนั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี 1. เลอื กกลมุ่ ตวั อย่างเข้ารับการทดลอง โดยในการจดั กลุ่มนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนเทพบดนิ ทร์วิทยาเชยี งใหม่ ท่ีกาลังศกึ ษาในภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563 จานวน 3 ห้อง จานวน 103 คน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1/1 จานวน 32 คน 2. อธบิ ายการใช้การใช้ส่ือการสอนชุด “Happy Words” ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจพร้อมทั้งแจง้ จุดประสงคแ์ ละ เงอื่ นไขในการเรยี นให้ทราบ 3. ทดสอบก่อนเรียนโดยการใช้แบบทดสอบคาศัพทภ์ าษาอังกฤษ ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 4. ผ้สู อนใชส้ ่ือการสอนชุด “Happy Words” กับกลมุ่ ตัวอยา่ ง 5. จดั ทาการทดสอบหลังเรียนโดยใชแ้ บบทดสอบคาศัพท์ภาษาอังกฤษ ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ทนั ที เพอ่ื เก็บข้อมลู 6. นาคะแนนที่ไดจ้ ากการทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น มาดาเนนิ การวิเคราะห์คา่ เฉล่ียของคะแนน ความแปรปรวนของข้อมูล และสรุปผล 7. การดาเนินการครง้ั นี้ เกบ็ ข้อมลู ระหวา่ งวนั ที่ 15-19 มกราคม พ.ศ. 2563 การวเิ คราะหข์ อ้ มูล 1. วิเคราะห์ข้อมลู เพ่ือศึกษาความสามารถในการจาคาศพั ท์ของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ทไ่ี ด้รับการสอนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบใชส้ ื่อการสอน กอ่ นและหลังการทดลองสอนโดยการหาคา่ ร้อย ละ หาค่าเฉลี่ย x และหาค่าส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) 2. วเิ คราะห์ข้อมลู เพ่ือเปรยี บเทียบความสามารถในการจดจาคาศัพท์ ของช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ทไี่ ด้รับการสอนโดยการจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ บบใช้ส่ือการสอน กอ่ นและหลงั การทดลองสอนโดยการทดสอบค่า ที (t test)
ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลก ตอนที่ 1 การวเิ คราะห์ประสิทธิภาพของสอื่ การสอนชุด “Happy Words” ผูว้ ิจยั ได้ทา การหาประสิทธิภาพของสื่อการสอนชุด “Happy Words” โดยนาไปทดลองใช้กบั กล่มุ นักเรียนกลมุ่ เล็ก จานวน 5 คน ได้ผลดงั ตาราง ตารางท่ี 1 ผลคะแนนจากการทดลองใชส้ ่อื การสอนชดุ “Happy Words” ทีผ่ ู้สอนนาไปทดลองใชเ้ พื่อหา ประสทิ ธภิ าพของเคร่อื งมอื ขอ้ ที่ คะแนนของนักเรยี นคนที่ รวมคะแนน 1 2 3 45 1 1 1 1 11 5 2 1 1 1 11 5 3 0 1 0 11 3 4 1 0 1 11 4 5 1 0 1 10 3 6 1 1 1 01 4 7 0 1 1 01 3 8 0 1 1 11 4 9 1 1 0 11 4 10 1 1 1 0 1 4 คะแนน 7 8 8 7 9 ∑ ������=39 ระหวา่ ง เรยี น คะแนนหลัง 9 8 9 10 10 ∑ ������=48 เรยี น จากตารางที่ 1 พบว่าประสิทธิภาพของสื่อการสอนชุด “Happy Words” ในการจาคาศัพท์ ภาษาองั กฤษของนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่1 มปี ระสทิ ธิภาพ 78.0/96.0 ซ่ึงสงู กวา่ เกณฑ์
ประสทิ ธิภาพ 75/75 ตอนท่ี 2 การเปรยี บเทยี บความสามารถในการจาคาศัพทภ์ าษาอังกฤษของนกั เรียนก่อนและหลงั การสอน โดยใช้ส่อื การสอนชดุ “Happy Words” ผลการวิเคราะหเ์ ปรียบเทียบความสามารถในการจาคาศัพทภ์ าษาอังกฤษของนักเรียนทไี่ ด้รบั การสอนโดย ใชส้ อ่ื การสอนชดุ “Happy Words” ตารางท่ี 2 ตารางเปรียบเทยี บคะแนนในการจาคาศัพทภ์ าษาองั กฤษ ของนกั เรียนกอ่ นและหลงั การสอน โดยใช้สอื่ การสอนชดุ “Happy Words” เลขท่ี คะแนนความสามารถในการจาคาศพั ท์ ร้อยละของ ความกา้ วหน้า ทดสอบก่อนเรยี น ทดสอบหลงั เรียน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) (คะแนนเตม็ 10 คะแนน) 16 8 20 28 9 10 36 8 20 49 10 10 54 7 30 66 8 20 72 6 40 84 6 20 98 9 10 10 8 9 10 11 5 7 20 12 3 8 50 13 9 10 10 14 6 9 30
15 3 8 50 16 4 8 40 17 4 7 30 18 9 10 10 19 6 10 40 20 5 9 40 21 2 5 30 22 7 9 20 23 4 8 40 24 7 10 30 25 7 10 30 26 6 10 40 27 5 9 40 28 6 10 40 29 6 9 30 30 9 10 10 31 7 8 10 32 4 7 30 รวม 112 187 26.03 จากตารางท่ี 2 เมื่อพจิ ารณาเป็นรายบคุ คลจะเห็นว่า นกั เรียนมีความก้าวหนา้ ในการจาคาศพั ท์ ภาษาองั กฤษสงู กว่าเกณฑท์ ุกคน แสดงวา่ การเรียนโดยใชส้ อ่ื การสอนชดุ “Happy Words” ทาให้นกั เรียนมี ความสามารถในการจาคาศัพท์ภาษาอังกฤษได้ดขี น้ึ
ตารางที่ 3 ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการจาคาศัพทภ์ าษาองั กฤษ ของนักเรียนกอ่ น และหลงั การสอนโดยใช้ส่อื การสอนชุด “Happy Words” สถานการณ์ คะแนนเต็ม SD. 1.96 ก่อนการทดลอง 10 5.51 1.30 8.35 หลงั การทดลอง 10 **มนี ยั สาคัญทางสถิติท่ีระดบั 0.01 จากตารางที่ 3 แสดงให้เหน็ ว่า ความสามารถในการจาคาศัพท์ภาษาองั กฤษ ของนักเรยี นทไ่ี ด้รบั การสอน โดยใช้สื่อการสอนชดุ “Happy Words” มีคะแนนเฉลี่ยหลังการใชส้ ือ่ การสอนสงู กวา่ กอ่ นการใช้สือ่ การสอน อยา่ ง มีนัยสาคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดบั 0.01 สรปุ ผลการวจิ ัย อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ การวิจยั ครง้ั น้ีมีวัตถปุ ระสงคเ์ พอ่ื เพ่ือพฒั นาสอื่ การสอนชดุ Happy Word วชิ าภาษาองั กฤษของนักเรยี น ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่1 โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 21 และเพอื่ เปรียบเทยี บความสามารถในการจาคาศัพท์ระหว่าง กอ่ นและหลังการใช้ส่อื Happy Words โดยการใชแ้ บบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน กลมุ่ ตวั อย่างในการวิจัย ไดแ้ ก่ นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 ท่ีกาลงั เรยี นวชิ า ภาษาองั กฤษ ในภาค เรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563 จานวน 32 คน โดยวิธสี ุ่มอยา่ งงา่ ย (simple random sampling) เคร่ืองมือที่ใชใ้ น การวจิ ัย คอื สื่อการสอนชดุ Happy Words วชิ าภาษาองั กฤษ และแบบทดสอบวดั ความสามารถในการจาคาศัพท์ ท่ีคณะผูว้ จิ ัยสรา้ งขน้ึ เนื้อหาทใี่ ชใ้ นการวจิ ัยได้แก่ เน้ือหาวชิ าภาษาองั กฤษชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 1 เร่อื ง คือเร่ือง สถานทแี่ ละการบอกทาง การวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือศึกษาความสามารถในการจาของ นกั เรียน โดยวิเคราะหห์ าค่าร้อยละ หาค่าเฉลยี่ ( ) และหาคา่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และการ เปรียบเทียบความสามารถในการจาคาศพั ทภ์ าษาอังกฤษของนกั เรยี นก่อนและหลงั การสอนโดยใชค้ ่าทดสอบที (t test) ในการวเิ คราะหข์ ้อมลู สรุปผลการวิจัย
นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ทไ่ี ด้รับการสอนโดยการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้สือ่ การสอนชุด Happy Words วิชาภาษาองั กฤษ มีความสามารถในการจาคาศพั ท์ ภาษาองั กฤษ โดยมีคะแนนความก้าวหน้าในการจา คาศัพท์ภาษาองั กฤษ สูงท่สี ดุ เทา่ กบั ร้อยละ 50 นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ที่ได้รบั การสอนโดยการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใชส้ อื่ การสอนชดุ Happy Words วิชาภาษาองั กฤษ มีความสามารถในการจาคาศัพท์ ภาษาองั กฤษ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานท่ตี งั้ ไว้ อย่างมี นยั สาคัญทางสถิติทร่ี ะดบั 0.01 อภิปรายผล จากผลการวจิ ยั ผู้วจิ ัยได้นามาอภิปรายผลดงั น้ี จากผลการวจิ ัย พบวา่ ความสามารถในการจาคาศัพทข์ องนักเรยี น หลังการใชส้ ่ือการสอนชุด “Happy Words” สูงกวา่ ก่อนการใชส้ ่ือการสอนชดุ “Happy Words” อยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถิติทีร่ ะดบั 0.01 เพราะ ความสามารถในการจาคาศัพท์นน้ั มีแนวโน้มท่ีจะสามารถพัฒนาได้โดยการฝกึ ฝนอยา่ งสม่าเสมอ ผ่านทางกจิ กรรม ท่ีกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน จากที่กลา่ วมาขา้ งตน้ จะเหน็ ไดว้ า่ การจาคาศัพทน์ นั้ สามารถพัฒนาได้โดยการใช้สื่อการสอน สรา้ งแรงจงู ใจ และ กระตนุ้ ใหผ้ ู้เรียนสนใจในการเรยี นภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ขอ้ เสนอแนะ จากผลการวจิ ยั คณะผู้วจิ ัยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปน้ี 1. ขอ้ เสนอแนะทวั่ ไป การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนแบบใชส้ ่ือการสอนชดุ Happy Words ช่วยใหน้ ักเรยี นมีความสามารถ ในการจาคาศัพทภ์ าษาองั กฤษสูงข้ึน ดงั นนั้ ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครคู วรจะสอดแทรกส่ือการสอนลง ในกิจกรรมการเรยี นการสอนเพ่ือกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนไดฝ้ ึกทักษะและพฒั นาความสามารถในการจา 2. ขอ้ เสนอแนะเพือ่ การวิจยั 2.1 ควรมกี ารศึกษาเปรยี บเทียบความสามารถในการจาคาศัพท์ของนักเรยี นในวิชา ภาษาอังกฤษ โดยใช้ กระบวนการจาแบบต่างๆ 2.2 ควรมกี ารศึกษาความสามารถในการจาคาศัพท์ของนักเรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรแู้ บบบรู ณา การ บรรณานกุ รม จติ รา อนิ ทจักร์. สภาพและปัญหาการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามหลกั สตู รการศกึ ษา ขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2544 ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ในโรงเรียนมัธยมศกึ ษา จังหวัดอตุ รดิตถ์. ปริญญา ครศุ าสตรมหาบัณฑติ สาขาหลักสูตรและการสอน บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดติ ถ์, 2550.
เจนเนตร์ พันธุเกต.ุ การเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน วชิ าสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เรอื่ งสารเคมี ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ระหว่างการเรียนดว้ ยแบบเรยี น ภาพการ์ตนู แบบบรรยาย แบบสนทนา และการเรยี นปกติ. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยแี ละสือ่ สาร การศึกษา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 2547. ชัยยงค์ พรหมวงศ.์ ขอบขา่ ยและบทบาทเทคโนโลยกี ารศึกษา. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, 2551. บุญเก้อื ควรหาเวช. นวตั กรรมการศกึ ษา. กรุงเทพฯ : เจริญวิทย์การพิมพ์, 2530. ภูเบต ไข่ชยั ภมู .ิ การพัฒนาทักษะการออกเสยี งพยัญชนะทา้ ยคาภาษาองั กฤษของนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นบา้ นท่ามะไฟหวาน อาเภอแกง้ ครอ้ จงั หวัดชัยภูมิ.ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑติ มหาวิทยาลัยราชภฏั เลย, 2551. ยพุ นิ จนั ทรศ์ รี. ผลการใช้เกมประกอบการสอนคาศัพทภ์ าษาองั กฤษที่มีต่อความสามารถในการเรียนรู้คาศพั ท์ และความคงทนในการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภฏั นครสวรรค์, 2545. สมพร อนิ ทะกนก. การพัฒนากิจกรรมการเรยี นการสอนทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษของนกั เรยี นช้ัน ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ดว้ ยกระบวนการสอนของเฮวินส์. ปริญญาครศุ าสตรมหาบณั ฑิต มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุดรธานี, 2548.__
Search
Read the Text Version
- 1 - 15
Pages: