แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 8กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (ว21181) ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2561หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอื่ ง กระบวนการออกแบบ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4เรื่อง กรณศี กึ ษาการแกป้ ญั หาตามกระบวน การออกแบบเชิงวิศวกรรม เวลา 2 คาบผูส้ อน นายศักดณ์ิ รงค์ สบื มี โรงเรียนหันคาราษฎรร์ ังสฤษดิ์1. มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั 1. ระบุปัญหาหรือความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสังคม รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ีเก่ียวข้องกับปัญหาทีม่ ีความซับซ้อนเพื่อสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการแก้ปัญหาโดยคานึงถึงความถูกตอ้ งด้านทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา2. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จาเป็นภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรทีม่ ีอยู่นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาใหผ้ ู้อน่ื เข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ีหลากหลายโดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบวางแผนข้ันตอนการทางานและดาเนินการแกป้ ัญหา 3. ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้นภายใต้กรอบเง่อื นไข หาแนวทางการปรบั ปรงุ แกไ้ ข และนาเสนอผลการแก้ปัญหาพร้อมทั้งเสนอแนวทางการพฒั นาตอ่ ยอด 4. ใช้ความรู้ และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีท่ีซับซ้อนในการแกป้ ญั หา หรอื พัฒนางาน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายการแก้ปญั หาตามกระบวน การออกแบบเชิงวศิ วกรรมได้ (K) 2. นกั เรยี นสามารถประยกุ ต์ใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการแกป้ ญั หาหรอื พฒั นางานใน ชีวิตประจาวนั ได้ (P) 3. นกั เรียนเหน็ ความสาคญั ของการแกป้ ญั หาตามกระบวน การออกแบบเชิงวศิ วกรรมได้ (A)3. สาระการเรียนรู้ 1. ปัญหาหรอื ความต้องการท่มี ีผลกระทบต่อสังคม เช่น ปัญหาด้านการเกษตร อาหาร พลังงานการขนสง่ สุขภาพและการแพทย์ การบริการ ซึ่งแตล่ ะดา้ นอาจมีไดห้ ลากหลายปัญหา 2. การวิเคราะหส์ ถานการณป์ ัญหาโดยอาจใช้เทคนคิ หรือวิธกี ารวเิ คราะห์ที่หลากหลาย ชว่ ยใหเ้ ข้าใจเงื่อนไขและกรอบของปัญหาได้ชัดเจน จากนั้นดาเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ที่เกย่ี วข้อง เพอ่ื นาไปสกู่ ารออกแบบแนวทางการแก้ปญั หา 3. การวเิ คราะห์เปรยี บเทียบและตัดสนิ ใจเลอื กขอ้ มูลทีจ่ าเป็นโดยคานงึ ถงึ ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญาเง่ือนไขและทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมูลและสารสนเทศ วัสดุ เคร่ืองมือและอุปกรณ์ ช่วยให้ได้แนวทางการแกป้ ญั หาทีเ่ หมาะสม 4. การออกแบบแนวทางการแก้ปญั หาทาไดห้ ลากหลายวธิ ี เช่น การร่างภาพ การเขยี นแผนภาพการเขยี นผงั งาน 5. ซอฟต์แวร์ชว่ ยในการออกแบบและนาเสนอมีหลากหลายชนิดจงึ ต้องเลือกใชใ้ ห้เหมาะกบั งาน 6. การกาหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทางานก่อนดาเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้การทางานสาเร็จไดต้ ามเป้าหมาย และลดขอ้ ผิดพลาดของการทางานทีอ่ าจเกิดข้ึน
7. การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบชิ้นงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหาเพ่ือหาข้อบกพร่อง และดาเนินการปรับปรุงโดยอาจทดสอบซ้าเพ่ือให้สามารถแก้ไขปัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ 8. การนาเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพ่ือให้ผู้อื่นเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทางานและชิ้นงานหรือวิธีการท่ีได้ซึ่งสามารถทาได้หลายวิธี เช่น การทาแผ่นนาเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการการนาเสนอผา่ นสื่อออนไลน์หรือการนาเสนอต่อภาคธรุ กิจเพ่ือการพัฒนาตอ่ ยอดส่งู านอาชพี 9. วัสดุแต่ละประเภทมีสมบตั ิแตกต่างกนั เช่น ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัตเิ พ่ือเลอื กใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ลักษณะของงาน 10. การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เร่ืองกลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LDR sensor เฟือง รอกคาน วงจรสาเรจ็ รูป 11 อุปกรณแ์ ละเครอ่ื งมือในการสรา้ งชิ้นงานหรอื พฒั นาวิธีการมหี ลายประเภท ตอ้ งเลือกใชใ้ หถ้ กู ต้องเหมาะสม และปลอดภัย รวมท้ังรู้จกั เกบ็ รกั ษา4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถประยุกต์ใช้ได้ทง้ั ในการสร้างชิ้นงานและวธิ ีการแก้ไขปัญหา ซึง่ การทางานตามกระบวนการน้ีอาจไมไ่ ดม้ ลี าดับขนั้ ตอนทีก่ าหนดตายตัวสามารถยอ้ นกลบัหรือข้ามขั้นตอนได้ และอาจมีการทาซา้ กระบวนการเพื่อพัฒนาหรือปรับปรุงผลงานให้มีความสมบูรณย์ ิง่ ขนึ้กระบวนการแก้ปัญหานส้ี ามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ไดก้ ับการทางานในชวี ิตประจาวันและการพัฒนางานเพอื่ เปน็แนวทางการเขา้ สู่อาชีพไดอ้ กี ด้วย การสร้างหรือพัฒนางานบางอย่างอาจมีความจาเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก อุปกรณ์ไฟฟา้ หรอื อิเล็กทรอนกิ ส์ ดงั น้ันต้องมีความรู้และทกั ษะพืน้ ฐานทจี่ าเปน็ ในสิ่งทเ่ี กี่ยวข้องเพอ่ื ให้สามารถทา งานไดส้ าเร็จตามเปา้ หมาย และทางานได้อย่างปลอดภัย5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์1.ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวนิ ยั2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทางาน 1) ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 2) ทกั ษะการสังเกต 3) ทักษะการสือ่ สาร 4) ทักษะการทางานรว่ มกนั3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี6. สอื่ ประกอบการเรยี นรู้ 1. เอกสารบทความตัวอยา่ งสถานการณก์ ารแก้ปญั หางานดา้ นสุขภาพและการแพทย์ 2. วีดทิ ศั น์เกย่ี วกับสถานการณป์ ัญหาดา้ นสขุ ภาพ สาธารณสขุ และการบริการ 3. เอกสารตัวอยา่ งการเขียน ภาพ 3 มิติ และภาพฉาย
4. เอกสารตวั อย่างการวเิ คราะหป์ ญั หาดว้ ยผังกา้ งปลา (fishbone diagram) 5. ตัวอย่างเทคนคิ การวิเคราะห์ดว้ ย การตั้งคา ถาม 5W1H 6. หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 47. ชน้ิ งานและภาระงาน 1. ใบกจิ กรรม เรื่อง การวเิ คราะหก์ ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 2. ใบกิจกรรมท้ายบท เรอ่ื ง การแกป้ ญั หาหรือพฒั นางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (หมายเหตุ : กิจกรรมท้ายบทอาจใช้เวลาในการทากิจกรรมในลักษณะโครงงาน ซึ่งอาจปรับใช้ระยะเวลาทางานได้ตามความเหมาะสม)8. กิจกรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ชัว่ โมงท่ี 1ขั้นนา กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. ครูทบทวนความร้เู ดิมของนักเรยี นโดยใช้คาถามชวนคิดในหนงั สอื เรยี นเกย่ี วกับขนั้ ตอนการทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม และอภิปรายว่ากระบวนการนี้สามารถนามาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางานในชวี ิตประจาวนั หรอื งานอาชพี อะไรได้บ้าง และช่วยได้อย่างไร (หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรยี นโดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล) แนวคาตอบ กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เปน็ กระบวนการแกป้ ญั หาหรอื พฒั นางาน อยา่ งเปน็ ระบบภายใต้ข้อจากัดหรอื เงอื่ นไข และทรพั ยากรเพอื่ ให้ไดแ้ นวทางการแกป้ ัญหาหรือพฒั นา งานท่เี หมาะสมทสี่ ุดมขี ้นั ตอน ดงั น้ี 1) ระบุปัญหา เป็นการทาความเข้าใจปัญหาหรือความท้าทายวิเคราะห์เงื่อนไขหรือข้อจา กัดของสถานการณ์ปัญหาเพื่อกาหนดขอบเขตของปัญหา ซ่ึงจะนาไปสูก่ ารสรา้ งชิน้ งานหรือวธิ ีการใน การแก้ปัญหา 2) รวบรวมข้อมลู และแนวคดิ ที่เก่ียวข้องกบั ปญั หา เป็นการรวบรวมขอ้ มูลและแนวคิดทาง วิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยีท่เี กี่ยวขอ้ งกบั แนวทางการแกป้ ัญหาและประเมินความ เปน็ ไปได้ ขอ้ ดีและขอ้ จากัด 3) ออกแบบวธิ ีการแกป้ ญั หา เป็นการประยกุ ต์ใชข้ อ้ มูลและแนวคดิ ทเี่ ก่ียวข้องเพอ่ื การ ออกแบบชิ้นงานหรือวิธกี ารในการแกป้ ญั หาโดยคานงึ ถงึ ทรพั ยากร ข้อจากดั และเงอื่ นไขตาม สถานการณท์ กี่ าหนด 4) วางแผนและดาเนนิ การแกป้ ัญหา เปน็ การกาหนดลาดบั ขน้ั ตอนของการสรา้ งชิ้นงานหรือ วิธกี ารแลว้ ลงมอื สรา้ งชิ้นงานหรอื พฒั นาวธิ กี ารเพ่ือใช้ในการแกป้ ัญหา 5) ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรุงแกไ้ ขวิธกี ารแก้ปญั หาหรอื ชิน้ งาน เปน็ การทดสอบและ ประเมินการใช้งานของชน้ิ งาน หรือวธิ กี ารโดยผลท่ไี ดอ้ าจนามาใชใ้ นการปรบั ปรุง และพฒั นาให้มี ประสิทธภิ าพในการแกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งเหมาะสมที่สุด 6) นาเสนอวิธีการแกป้ ญั หาผลการแกป้ ญั หาหรือช้ินงาน เปน็ การนาเสนอแนวคดิ และขน้ั ตอนการแกป้ ญั หาดว้ ยการสรา้ งชนิ้ งานหรอื การพฒั นาวิธกี ารใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจและได้ข้อเสนอแนะเพอื่ การพฒั นาต่อไป
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนอกจากจะนาไปใช้ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน ในทาง วิศวกรรมหรอื เทคโนโลยี แลว้ ยงั สามารถประยกุ ตใ์ ช้ได้กบั การทางานหรือการแกป้ ญั หาในชีวิตประจา วัน เช่น หากเราต้องการปรับหอ้ งน้า ในบ้านให้เหมาะสาหรับผูส้ ูงอายุท่ีเดิน หรือนงั่ ไม่สะดวก ต้อง เร่ิมจากการระบุปัญหาหรอื ความต้องการว่าผสู้ ูงอายุต้องการสงิ่ ใดบ้างเพื่ออานวยความสะดวกขณะ ใช้งาน อีกทั้งยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุท่ีอาจเกิดข้ึน จากน้ันต้องสารวจข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง เช่น วัสดุ อุปกรณ์ แล้วจึงนาข้อมูลท่ีได้มาออกแบบ และวางแผน จากนั้นลงมือสร้างชิ้นงาน หรือวิธีการ โดย ระหว่างการปฏบิ ตั ิงานควรมีการทดสอบ และประเมนิ ชิ้นงาน หรอื วธิ กี าร และปรบั ปรงุ แกไ้ ขหากเกดิ ขอ้ ผิดพลาด จนไดผ้ ลลพั ธท์ พี่ รอ้ มใชง้ านสาหรับผูส้ งู อายตุ อ่ ไป 2. ครูจัดกจิ กรรมใหน้ ักเรยี นโดยแบง่ กลมุ่ นักเรยี นออกเป็นกลมุ่ ย่อยกลมุ่ ละ 4-5 คน จากนนั้ ให้ตวั แทนกลุ่มจบั สลากเลอื กตวั อย่างกรณศี ึกษาในหนังสอื เรยี นดงั นี้ - กรณีศึกษาที่ 1 การออกแบบชุดอุปกรณร์ บั ประทานอาหารสาหรบั ผูส้ งู อายทุ ี่ข้อนวิ้ มอื เสือ่ ม - กรณีศกึ ษาท่ี 2 การพฒั นาข้นั ตอนการให้บรกิ ารสาหรับโรงพยาบาลจิตเวช - กรณศี ึกษาท่ี 3 ขาเทียมสาหรับคนพิการแบบปรบั อตั ราหนว่ งได้ขน้ั สอน สารวจคน้ หา (Explore) 1. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ทากิจกรรม เรื่อง การวิเคราะห์กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมเพ่อื ทาการวิเคราะห์ และสรปุ ขอ้ มลู ตามกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม (หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนกั เรยี นโดยใชแ้ บบประเมินชิ้นงาน/ผลงาน) 2. ครูให้ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการวิเคราะห์การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมจากนั้น ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปการทางานตามกระบวนการของท้ัง 3กรณศี ึกษา (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียนโดยใช้แบบประเมินการนาเสนอผลงาน) 3. ครูใหน้ ักเรียนทากิจกรรมท้ายบท เรือ่ ง การแก้ปัญหาหรือพัฒนางานตามกระบวนการออกแบบเชงิวศิ วกรรมโดยให้นกั เรยี นทาเปน็ กลุ่มกลุม่ เดิมเพื่อทากจิ กรรมการแก้ปญั หาจากสถานการณเ์ กี่ยวกบั งานสุขภาพ(โดยอาจใช้ตัวอย่างสถานการณ์ได้จากหัวข้อที่ 10 ข้อเสนอแนะ) แล้วดาเนินการพัฒนาชิ้นงานหรือวิธีการพรอ้ มจดั ทารายงานและนาเสนอ ตามประเด็นสาคญั ของแตล่ ะขน้ั ตอนการทางานดงั ตอ่ ไปน้ี ขนั้ ระบปุ ญั หา - เหตุผลหรือความจา เปน็ ทีเ่ ลือก - การวเิ คราะห์สถานการณเ์ พื่อกาหนดขอบเขตของปัญหา ขั้นรวบรวมขอ้ มลู และแนวคดิ ทเ่ี กยี่ วข้องกบั ปญั หา - ขอ้ มลู เกย่ี วกับวิธกี ารแกป้ ญั หาที่อาจมีผอู้ น่ื ทาไว้แลว้ - ความรู้วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรืออน่ื ๆ ทเี่ กย่ี วข้อง - วัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมอื ข้ันออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หา - ภาพรา่ งช้นิ งาน หรือขนั้ ตอนของวิธกี าร
- วิเคราะหแ์ นวทางการตดั สนิ ใจเลือกแนวทางทเี่ หมาะสม เช่น ความเปน็ ไปได้ ความคมุ้ ทุนทรัพยากร ขั้นวางแผน และดาเนินการแก้ปัญหา - กาหนดแผนการดาเนินการสรา้ งชิน้ งานหรือพัฒนาวิธีการ - บนั ทกึ ข้อมูลระหวา่ งการปฏบิ ัตงิ านขอ้ ผดิ พลาดและแนวทางแกไ้ ข ขั้นทดสอบประเมนิ ผลปรับปรงุ แกไ้ ขวธิ กี ารแกป้ ัญหาหรือชนิ้ งาน - บนั ทึกข้อมลู ผลการทดสอบและประเมนิ ผลงาน - บนั ทึกขอ้ มูลการแก้ไขผลงาน ขน้ั นาเสนอวิธีการแกป้ ัญหาผลการแก้ปญั หาหรอื ชิ้นงาน - ความสาคญั ของปญั หา - แนวทางการแกป้ ญั หา - ผลลพั ธท์ ไี่ ด้ - ข้อเสนอแนะและแนวทางการพฒั นาตอ่ ยอด 4. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ดาเนนิ การทากจิ กรรมการแกป้ ญั หา หรือพฒั นางาน ตามหัวขอ้ ทสี่ นใจโดยอาจเลอื กจากสถานการณ์ทค่ี รูกาหนดให้พร้อมกบั วเิ คราะห์สถานการณป์ ญั หาโดยอาจใช้เทคนิคการวิเคราะห์ด้วยการต้ังคาถาม 5W1H หรือเทคนคิ ผังก้างปลา (fishbone diagram) เพื่อนาไปสกู่ ารกาหนดขอบเขตของปัญหาแล้วนักเรยี นนาเสนอผลการวเิ คราะห์สถานการณ์ และขอบเขตของปัญหา 5. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันสบื ค้นข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้องกับการแกป้ ญั หาโดยครูจะเวลากบั นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ไดศ้ ึกษาคน้ คว้า และรวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ และแนะนาการเลอื กแหล่งข้อมลู ทน่ี า่ เชื่อถือ เช่น วารสารบทความวจิ ัย สารานกุ รม เว็บไซต์ การสัมภาษณ์ผูร้ ู้ หรือปราชญ์ชาวบา้ น แล้วใหน้ ักเรียนบนั ทึกข้อมูลสรปุ โดยอาจทาในรูปแบบแผนท่ีความคิด (mind map) จากนั้นให้แต่ละกลุ่มนาเสนอผลการรวบรวมข้อมูล และแลกเปลีย่ นความคดิ เหน็ ร่วมกนั (หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรียนโดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ ) 6. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหาโดยถา่ ยทอดความคดิ เป็นภาพร่าง ผังงาน และใช้ซอฟตแ์ วร์ช่วยในการออกแบบ เพ่ือแสดงรายละเอยี ดของชน้ิ งาน หรอื ขน้ั ตอนของวธิ กี ารจากน้นั ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนออธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูให้นักเรียนหาวิธีการฝีกการนาเสนอทดี่ ี และสมบรู ณ์ให้นักเรียนจดั รปู แบบของงานใหส้ วยงามทันสมัย และน่าสนใจ และครูจะคอยบอกหรือเสนอแนวทางการนาเสนองานที่ถูกต้องและน่าสนใจให้กับนกั เรียนในตอนท่นี กั เรียนออกมานาเสนอ ถา้ มีส่วนใดผิดพลาดครจู ะคอยช้แี นะแนวทางให้กบั นักเรียน
ชัว่ โมงที่ 2ขัน้ สอน สารวจค้นหา (Explore) 1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผน และดาเนินการแก้ปัญหาโดยเขียนข้อมูลแสดงรายการวัสดุอุปกรณ์เคร่ืองมือ และงบประมาณ พร้อมท้ังกาหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน โดยอาจนาเสนอในรปู แบบตารางแล้วดาเนินการปฏิบตั งิ านตามแผนทีก่ าหนดไว้ 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มต้องทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแกไ้ ข มีการบันทึกข้อมูลระหว่างการปฏิบัติงาน และหากพบข้อผิดพลาด หรือผลงานไม่สามารถแก้ปัญหาหรือทางานได้ตามต้องการต้องดาเนนิ การแกไ้ ข 3. นักเรียนแต่ละกลมุ่ เขียนรายงาน และนาเสนอผลการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน โดยต้องมีประเด็นสาคัญ ได้แก่ ความสาคัญของปญั หา แนวทางการแกป้ ัญหา ผลลพั ธท์ ไ่ี ด้ ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดความรู้ (Explain) 1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ ราย ใหข้ ้อเสนอแนะ/ข้อคดิ เห็นในการนาเสนอผลงานของนักเรียนและจะจดั การนาเสนอผลงานในรูปแบบนิทรรศการในโรงเรยี น หรือชุมชนรวมทั้งอาจเผยแพร่ผา่ นเวบ็ ไซต์ วารสารของโรงเรยี นข้ันสรปุ ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 1. ครูให้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี นเพอ่ื วัดความเข้าใจหลงั จากทากจิ กรรมข้ันประเมิน ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพอื่ วัดความร้ขู องนกั เรียนหลังจากทากจิ กรรม 2. ครูประเมนิ ผลโดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจาก การนาเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น 3. ครูประเมนิ ผลชิน้ งาน/ผลงาน กจิ กรรม 4. ครูตรวจรายงานของนักเรียน 5. ครตู รวจกิจกรรมท้ายบท เรอื่ ง การแกป้ ญั หาหรอื พฒั นางานตามกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม. นกั เรยี นสามารถอธิบายการแก้ปญั หาตามกระบวน การออกแบบเชิงวิศวกรรมได้ (K) 2. นกั เรยี นสามารถประยุกตใ์ ช้กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมในการแกป้ ัญหาหรือพัฒนางานใน ชีวติ ประจาวนั ได้ (P) 3. นกั เรยี นเห็นความสาคัญของการแกป้ ญั หาตามกระบวน การออกแบบเชิงวศิ วกรรมได้ (A)
9. การวดั และการประเมนิ ผลส่ิงทีว่ ดั / ประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื ทใี่ ช้วดั ผล เกณฑก์ ารประเมินการประเมินหลังเรยี น - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่อื ง - การตอบคาถาม - คาถาม คะแนน 10-12 หมายถงึ ดมี ากกระบวนการออกแบบเชงิ - แสดงความคิดเห็น - แบบสังเกตพฤตกิ รรม คะแนน 6-9 หมายถึง ดีวศิ วกรรม - การอภปิ ราย คะแนน 3-5 หมายถงึ พอใช้ - สังเกตพฤตกิ รรม - กิจกรรมทา้ ยบท คะแนน 1-2 หมายถงึ ปรับปรงุอธิบายการแกป้ ญั หาตาม - ตรวจกจิ กรรมท้ายบท - ผลงานกระบวน การออกแบบเชงิ - รายงาน คะแนน 10-12 หมายถงึ ดีมากวิศวกรรมได้ (K) คะแนน 6-9 หมายถงึ ดี - การนาเสนอ คะแนน 3-5 หมายถึง พอใช้ประยกุ ตใ์ ชก้ ระบวนการ - การตอบคาถาม คะแนน 1-2 หมายถึง ปรบั ปรงุออกแบบเชิงวิศวกรรมในการ - การอภิปราย - คาถาม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมแกป้ ัญหาหรือพฒั นางานใน - ตรวจใบกจิ กรรมชีวติ ประจาวนั ได้ (P) - สังเกตพฤติกรรมเหน็ ความสาคญั ของการ - การตอบคาถาม - คาถาม คะแนน 10-12 หมายถงึ ดีมากแกป้ ญั หาตามกระบวน - การอภิปราย - แบบสังเกตพฤตกิ รรม คะแนน 6-9 หมายถึง ดีการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม - สังเกตพฤติกรรม คะแนน 3-5 หมายถงึ พอใช้ได้ (A) คะแนน 1-2 หมายถึง ปรบั ปรุงทักษะการคิดเชิงระบบ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ทักษะการคดิ อยา่ ง-มวี ิจารณญาณ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ทกั ษะการสือ่ สาร - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ทกั ษะการทางานรว่ มกับผ้อู นื่ - สังเกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ - แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และมงุ่ ม่ันในการทางาน อนั พงึ ประสงค์
10. เกณฑร์ ะดับการใหค้ ะแนนประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32การแก้ปัญหาหรือพัฒนางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมการระบุปญั หา ระบปุ ญั หาและเงื่อนไข ระบปุ ญั หาและเง่ือนไข ระบปุ ัญหาและเงือ่ นไข ระบปุ ญั หาและเงื่อนไข ของการแกป้ ญั หา แตไ่ ม่ ของการแกป้ ญั หาได้ ของการแกป้ ญั หาได้ ของการแกป้ ญั หาได้ สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ ทีก่ าหนด สอดคล้องกบั สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ สอดคลอ้ งกบั รวบรวมขอ้ มลู ไม่ สถานการณท์ ก่ี าหนดได้ ท่ีกาหนดไดช้ ดั เจนแตข่ าด สถานการณ์ที่ สอดคล้องกบั แนวทางการ แกป้ ญั หา ครบถ้วน ชดั เจนและ ความสมบรู ณบ์ างสว่ น กาหนดบางสว่ น สมบรู ณ์การรวบรวมขอ้ มลู และ รวบรวมข้อมลู ที่ รวบรวมขอ้ มูลท่ี รวบรวมข้อมูลท่ีแนวคิดทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ สอดคลอ้ งกบั แนว สอดคล้องกบั แนวทางการ สอดคลอ้ งกบั แนวปัญหา ทางการแก้ปญั หา ได้ แกป้ ญั หา ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ทางการแก้ปญั หาได้ อยา่ งถูกตอ้ ง ครบถว้ น แต่ไมส่ มบรู ณ์ บางสว่ น สมบรู ณ์การออกแบบวิธีการ ออกแบบชิ้นงานหรือ อ อ ก แ บ บชิ้นงานหรือ ออกแบบช้ินงานหรือ อ อ ก แ บ บช้ินงานหรือแกป้ ญั หา วิธีการได้สอดคล้องกับ วิธีการได้สอดคล้องกับ วิธีการได้สอดคล้องกับ วธิ ีการไม่สอดคลอ้ งกบัการวางแผนและดาเนนิ การแกป้ ัญหา แนวทางการแก้ปัญหา แนวทางการแก้ปัญหา แนวทางการแก้ปัญหา แนวทางการแก้ปัญหา และเง่ือนไขที่กาหนด และเง่ือนไขที่กาหนดโดย และเง่ือนไขท่ีกาหนด และเงือ่ นไขทก่ี าหนดและ โดยแสดงรายละเอียด แ ส ด ง ร า ย ล ะ เ อีย ดได้ และสามารถส่ือสารให้ ไม่สามารถสื่อสารให้ผูอ้ ืน่ ได้ ถู ก ต้ อ ง คร บ ถ้ ว น ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ ส า ม า ร ถ ผู้อื่นเข้าใจ แต่แสดง เขา้ ใจตรงกัน สมบูรณ์และสามารถ สื่ อ ส า ร ใ ห้ ผู้ อ่ื น เ ข้ าใจ รายละเอยี ดได้ไมช่ ัดเจน ส่ือสารให้ผู้อ่ืนเข้าใจ ตรงกัน ตรงกนั มีการวางแผนในการ มีการวางแผนในการ มีการวางแผนในการ ดาเนินการแก้ปัญหาโดย ทางานและดาเนินการ ทางานและดาเนินการ ทางานแตไ่ ม่ได้ ไม่มีการวางแผนใน แก้ปัญหาตามข้นั ตอน แก้ปัญหาตามขัน้ ตอนการ ดาเนินการแก้ การทางาน การทางานไดอ้ ย่าง ทางานได้ ปัญหาตามขัน้ ตอนท่ี ถูกตอ้ งและเหมาะสม วางแผนไว้
ประเด็นการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32การทดสอบประเมนิ ผล กาหนดประเด็นในการ กาหนดประเดน็ ในการ กาหนดประเด็นในการ กาหนดประเดน็ ในการและปรบั ปรงุ แก้ไขวิธีการแกป้ ญั หาหรอื ทดสอบสอดคล้องกบั ทดสอบสอดคล้องกบั ทดสอบสอดคล้องกบั ทดสอบสอดคล้องกบัชนิ้ งาน สถานการณ์ทก่ี าหนดได้ สถานการณ์ทก่ี าหนดได้ สถานการณท์ กี่ าหนดได้ สถานการณ์ทกี่ าหนดได้การนาเสนอวธิ ีการแกป้ ัญหาผลการ อยา่ งชัดเจนและบนั ทึก อยา่ งชดั เจนและบนั ทกึ อยา่ งชดั เจนและบนั ทึก อยา่ งชดั เจนและบันทึกแกป้ ญั หาหรอื ช้ินงาน ผลการทดสอบได้อย่าง ผลการทดสอบได้ถูกตอ้ ง ผลการทดสอบแต่ไม่ ผลการทดสอบไมช่ ัดเจน ละเอยี ด ถกู ตอ้ ง แตข่ าดรายละเอยี ด ครบถ้วนขาด ไม่ครบถ้วน ไม่มกี าร ครบถ้วน มีการ บางสว่ นมกี ารปรบั ปรงุ รายละเอยี ดมกี าร ปรบั ปรงุ หรือเสนอแนว ปรับปรงุ หรือเสนอแนว หรือเสนอแนวทางแกไ้ ขที่ ปรบั ปรงุ หรอื เสนอแนว ทางแกไ้ ขชนิ้ งาน ทางแก้ไขทีส่ อดคลอ้ ง สอดคลอ้ งกบั ปญั หาหาก ทางแก้ไขท่ีไม่สอดคล้อง หรือวธิ ีการเม่อื พบข้อพก กบั ปญั หาหากชิน้ งาน ชิ้นงานหรือวธิ ีการมี กับปญั หาหากชิ้นงาน พร่อง หรอื วธิ ีการมี ขอ้ บกพรอ่ ง หรอื วิธกี ารมขี อ้ บกพรอ่ ง ข้อบกพรอ่ ง นาเสนอรายละเอยี ด นาเสนอรายละเอียด นาเสนอรายละเอยี ด นาเสนอรายละเอยี ด ข้ันตอนการแกป้ ญั หา ขน้ั ตอนการแกป้ ญั หาได้ ขัน้ ตอนการแก้ปญั หาได้ ขัน้ ตอนการแกป้ ญั หาได้ ไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน ถกู ต้อง แต่ขาดความ บางส่วน และเลอื ก ไม่ชดั เจนและไมส่ ามารถ ครบถ้วน สมบรู ณแ์ ละ ชัดเจนบางส่วนและเลอื ก วธิ กี ารสื่อสารใหผ้ ู้อ่นื เลอื กวิธีการสื่อสารให้ เลอื กวธิ ีการส่ือสารให้ วิธกี าร สื่อสารใหผ้ อู้ ่ืน เข้าใจในรายละเอยี ดได้ ผอู้ น่ื เข้าใจได ผอู้ นื่ เข้าใจไดเ้ หมาะสม เขา้ ใจไดเ้ หมาะสมกับ กบั รายละเอยี ด รายละเอยี ดเกณฑก์ ารตดั สินระดับคุณภาพ คะแนน 10-12 คะแนน หมายถึง ระดับคณุ ภาพ ดีมาก คะแนน 6-9 คะแนน หมายถึง ระดับคณุ ภาพ ดี คะแนน 3-5 คะแนน หมายถงึ ระดบั คุณภาพ พอใช้ คะแนน 1-2 คะแนน หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรงุหมายเหตุ เกณฑ์การวัด และประเมินผลสามารถปรับเปลย่ี นได้ตามเหมาะสม11. แหลง่ เรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ภายในโรงเรยี น เชน่ หอ้ งสมดุ ห้องศนู ย์การเรียนรูใ้ นโรงเรียน 12. ขอ้ เสนอแนะ 1. นักเรียนสามารถเข้ามาสอบถามครูได้ ท้ังงานกลุ่ม และใบกิจกรรมต่างๆ ถ้าไม่เข้าใจเข้ามาสอบถามได้ในกลุม่ ของ ม.1 แต่ละห้องท่ีครูสรา้ งไวใ้ หไ้ ด้ โดยแลกเปลี่ยนความรู้กนั พูดคยุ กนั และสามารถออกความคิดเหน็ ได้ เดี๋ยวครูจะช่วยดูวา่ ส่ิงที่นักเรยี นทาถูกหรอื ไม่
13. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา หรอื ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมายข้อเสนอแนะ..................................................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ......................................................................... (.........................................................................) ตาแหนง่ ...........................................................................14. บนั ทึกผลหลงั การสอน ด้านความรู้ .................................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................ ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น.................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................... ดา้ นความสามารถทางการออกแบบ และเทคโนโลยี.................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................. ............................. ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทม่ี ีปญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))................................................................................................................................................... .................................................................................................................................. ................................................................... ปญั หา/อุปสรรค........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไ้ ข................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .......
ใบกจิ กรรม เรื่อง การวิเคราะหก์ ระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม คาชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนใี้ หถ้ ูกตอ้ ง ครบถ้วน และสมบูรณ์ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกตัวอย่างกรณีศึกษาหน่ึงเรื่อง จากกรณีศึกษาท่ี 1-3 แล้ววิเคราะห์สรุปข้ันตอนการทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมจากตัวอย่างกรณีศึกษาที่เลือก พร้อมท้ังบั นทึกรายละเอยี ดแต่ละขัน้ ตอนของกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
แบบประเมนิ ผลงาน/ช้นิ งานแบบประเมินชิ้นงาน/ผลงานลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 (ดมี าก) ระดบั คุณภาพ 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) 1 ตรงกบั จดุ ประสงคท์ กี่ าหนด 2 มีความถกู ตอ้ งสมบูรณ์ 3 มีความเปน็ ระเบียบ รวม ลงชื่อ.............................................................ผู้ประเมนิ ...................../......................./.................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนผลงาน/ชน้ิ งาน เกณฑ์ประเมนิ ผลงาน ประเดน็ ท่ีประเมนิ ระดบั คุณภาพ1. ผลงานตรงกับ 4 3 2 1 จุดประสงค์ท่ีกาหนด ผลงานไม่สอดคลอ้ ง ผลงาสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคลอ้ ง2. ผลงานมคี วาม กับจุดประสงค์ กบั จุดประสงค์ กบั จุดประสงค์ กับจุดประสงค์ ถกู ต้องสมบูรณ์ ทกุ ประเด็น เปน็ ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เนือ้ หาสาระของ3. ผลงานมคี วาม เนื้อหาสาระของ เน้อื หาสาระของ เน้ือหาสาระของ ผลงานไมถ่ ูกต้อง เป็นระเบยี บ ผลงานถูกตอ้ ง ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้อง เปน็ ส่วนใหญ่ เป็นส่วนใหญ่ เป็นบางประเด็น ผลงานส่วนใหญ่ ครบถว้ น ไม่เปน็ ระเบยี บ ผลงานส่วนใหญ่ ผลงานมีความ และมีข้อบกพร่อง ผลงานมคี วาม มคี วามเปน็ เปน็ ระเบียบแต่มี เปน็ ระเบยี บ มาก แสดงออกถงึ ระเบยี บแตย่ งั มี ขอ้ บกพรอ่ ง ความประณีต ขอ้ บกพรอ่ ง บางส่วน เล็กนอ้ ย เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 11–12 ดีมาก 9–10 ดี 6–8 ตา่ กว่า 6 พอใช้ ปรับปรงุ
แบบประเมินการนาเสนอผลงานคาชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี น และนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี ตรงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ 1 ความถกู ต้องของเน้ือหา 3 21 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ □ □□ 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน □ □□ 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์ □ □□ 5 การตรงตอ่ เวลา □ □□ □ □□ รวม ลงช่ือ.............................................................ผู้ประเมนิ ...................../......................./.................เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ผลงาน หรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณช์ ัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงาน หรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงาน หรอื พฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินบางสว่ น ให้ 1 คะแนนเกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 ต่ากวา่ 8 พอใช้ ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คลชือ่ -สกลุ ......................................................................................................เลขท.่ี ........................หอ้ ง.................คาชแ้ี จง : ให้ทาเครอ่ื งหมาย ลงใน □ ท่ตี รงกบั พฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี น และนอกเวลาเรียนลาดับท่ี รายการประเมนิ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ 1 การแสดงความคดิ เหน็ □□ 2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ นื่ □□ 3 การทางานตามหนา้ ทที่ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย □□ 4 ความมนี า้ ใจ □□ 5 การตรงต่อเวลา □□ ลงชือ่ .............................................................ผู้ประเมิน ...................../......................./.................สถานภาพของผูป้ ระเมนิ □ ตนเอง □ เพื่อน □ พ่อแม่/ผปู้ กครอง □ ครูเกณฑ์การให้คะแนนปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอท้งั 5 ด้าน หมายถึง ดมี ากปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรม 3-4 ดา้ น หมายถงึ ดีปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรม 1-2 ดา้ น หมายถงึ พอใช้ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรม 0 ด้าน หมายถงึ ปรบั ปรงุสรปุ ผลการประเมนิ □ ผ่าน มพี ฤติกรรม 3-5 ดา้ น □ ไม่ผา่ น มพี ฤติกรรม 0-2 ดา้ น
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่คาช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียน และนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องท่ี ตรงกับระดับคะแนนลาดับท่ี ชอื่ –สกลุ การแสดง การ การทางาน ความ การมี รวม ของนกั เรียน ความคดิ เห็น ยอมรับฟงั ตามท่ไี ดร้ บั มนี า้ ใจ ส่วนรว่ มใน 15 มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน 321 คนอ่ืน 321 ผลงานกลุ่ม 321 321 321 321 ลงชอ่ื .............................................................ผู้ประเมนิ ...................../......................./.................เกณฑ์การให้คะแนน ปฏบิ ัติ หรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติ หรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัติ หรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: