หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 วทิ ยาการคานวณ ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 Slide PowerPoint_ส่ือประกอบการสอน บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกัด : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand โทรศัพท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
1หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี แนวคิดเชิงคานวณกบั การแกป้ ญั หา ตวั ช้วี ัด • ออกแบบอัลกอริทมึ ที่ใชแ้ นวคิดเชิงคำนวณในกำรแก้ปญั หำหรือกำรทำงำนทีพ่ บในชวี ติ จรงิ ได้
แนวคดิ เชงิ คานวณคอื อะไร ? คอื แนวคดิ ในการแกป้ ญั หา อย่างเปน็ ระบบ เป็นกระบวนการ ทม่ี ีลาดบั ข้นั ตอนชัดเจน องคป์ ระกอบของแนวคดิ เป็นกระบวนการทม่ี นุษย์ เชงิ คานวณ และคอมพิวเตอรเ์ ขา้ ใจรว่ มกันได้
การแกป้ ัญหาโดยใชแ้ นวคดิ เชิงคานวณ จดั แถวนักเรยี นตามลาดับความสูงใหเ้ รว็ ทส่ี ุด ตวั อยา่ ง 1 แนวคิดการแยกย่อย แตกปัญหาใหญ่ใหเ้ ป็นปัญหายอ่ ย นกั เรียนทุกคนยนื หนั หลังให้ผ้อู า่ น 1.1 1.2 1.3 กาหนดใหน้ ักเรียน แบ่งนกั เรียนเปน็ 2 กลุ่ม ทกุ กลุ่มทาซ้า ซา้ ยมือสดุ เป็นตาแหนง่ หลกั สูงกวา่ ตาแหนง่ หลักให้อยู่ด้านขวา ตามขอ้ 1 และข้อ 2 สงู น้อยกว่าตาแหน่งหลักใหอ้ ยู่ด้านซ้าย จนไมส่ ามารถแบ่งกล่มุ ได้อีก
การแก้ปญั หาโดยใชแ้ นวคดิ เชิงคานวณ 2 แนวคิดการหารูปแบบ ทาความเข้าใจรปู แบบของปัญหา ตัวอย่าง นักเรยี นท่ีมีความสงู น้อยกว่านักเรยี นทเ่ี ป็นตาแหน่งหลกั นกั เรยี นทุกคนยืนหันหลังใหผ้ ูอ้ า่ น นกั เรียนทเ่ี ป็นตาแหนง่ หลัก นักเรยี นทม่ี ีความสูงเทา่ กับหรือมากกว่านักเรยี นทเี่ ป็นตาแหนง่ หลัก
การแก้ปัญหาโดยใชแ้ นวคิดเชิงคานวณ 3 แนวคดิ เชิงนามธรรม เป็นความคดิ รวมยอดในการแกป้ ัญหา ตวั อย่าง นกั เรยี นทุกคนยืนหันหลังใหผ้ ้อู ่าน ✓X XXX ส่วนสงู ช่อื เพศ อายุ นา้ หนกั 3.1 เรียงลาดับความสงู 3.2 นกั เรยี นที่มคี วามสูงน้อยกวา่ จะ 3.3 ไม่นาสงิ่ อื่น ท่ีไม่ใช่ความสูง อยู่ดา้ นซา้ ยของนกั เรยี นทส่ี ูง มาเป็นเกณฑ์ในการกาหนด มากกวา่ เสมอ เช่น เพศ อายุ น้าหนกั
การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคดิ เชงิ คานวณ 4 แนวคิดการออกแบบขน้ั ตอนวธิ ี เปน็ การออกแบบขั้นตอนในการแก้ปัญหา ตัวอย่าง นักเรยี นทุกคนยืนหันหลังใหผ้ ู้อา่ น 4.1 กาหนดนกั เรยี นดา้ นซา้ ยมอื สุดให้เป็นตาแหน่งหลัก 4.2 สูงกวา่ ตาแหนง่ หลักให้ไปตงั้ แถวขวามือ สูงน้อยกว่าตาแหนง่ หลักให้ไปตั้งแถวซา้ ยมอื ตาแหน่งหลกั ตาแหนง่ หลกั กลุ่มท่ี 1 กล่มุ ท่ี 2
การแก้ปัญหาโดยใชแ้ นวคิดเชงิ คานวณ 4.3 แต่ละกลมุ่ ทาซา้ ตามข้อ 1 และขอ้ 2 ตาแหน่งหลักของกลุ่มท่ี 2 ตวั อยา่ ง ตาแหน่งหลกั ของกลุม่ ท่ี 1 นกั เรยี นทกุ คนยืนหันหลังใหผ้ ู้อา่ น กลุ่มที่ 1 กลมุ่ ที่ 2 4.4 เมอื่ ทาซ้า ๆ จนไม่สามารถแบ่งกลมุ่ ได้อกี จะไดแ้ ถวนกั เรียนเรยี งลาดับความสงู จากน้อยไปมาก
2หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ การออกแบบขนั้ ตอนการทางาน และการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python ตัวชีว้ ดั • ออกแบบและเขียนโปรแกรมทีใ่ ช้ตรรกะและฟงั กช์ ันในกำรแกป้ ญั หำ
การออกแบบข้ันตอนการทางานของโปรแกรม 1 ออกแบบโดยใช้ภาษาธรรมชาติ “เป็นการใช้ภาษาพูดท่เี ขา้ ใจงา่ ยเพ่ืออธิบายขน้ั ตอนการทางานของโปรแกรม” โปรแกรมคานวณพ้ืนที่สี่เหลี่ยม 1 เริ่มการทางาน 2 นาเข้าข้อมูลความกว้าง 3 นาเข้าข้อมูลความยาว 4 คานวณ พนื้ ท่ีรูปส่ีเหลยี่ ม = กว้าง x ยาว 5 แสดงผลพ้นื ท่ขี องรูปสีเ่ หลยี่ ม 6 จบการทางาน
การออกแบบขนั้ ตอนการทางานของโปรแกรม 2 ออกแบบโดยใช้รหัสจาลอง (Pseudo Code) “เป็นการใช้ภาษาทม่ี โี ครงสรา้ งกระชบั และไมข่ ้นึ กับภาษาของโปรแกรมใด” โปรแกรมคานวณพื้นทสี่ ่เี หลี่ยม 1 Start 2 INPUT width 3 INPUT length 4 COMPUTE area = width*length 5 OUTPUT area 6 STOP
การออกแบบขั้นตอนการทางานของโปรแกรม 3 ออกแบบโดยใช้ผงั งาน (Flowchart) “เปน็ การใช้สัญลกั ษณ์ เพือ่ อธิบายขนั้ ตอนการทางานของโปรแกรม” โปรแกรมคานวณพนื้ ที่สีเ่ หลี่ยม START width length area = width*length area STOP
การเขียนโปรแกรมภาษา Python Mu คอื อะไร ? Mu เปน็ โปรแกรมสาหรับใชเ้ ขียนภาษา Python เหมาะสาหรบั ผู้เริ่มตน้ เขียนโปรแกรม สามารถดาวโหลดได้ที่ https://codewith.mu/
การเขียนโปรแกรมภาษา Python การใช้งานฟงั ก์ชัน 1 ฟงั กช์ นั คาส่งั แสดงผลทางหน้าจอ print(“My name is Somchai”) ใช้รูปแบบ print(ขอ้ มูล) firstName = “Somchai” ใช้รปู แบบ print print(“My name is %s” %firstName) (ขอ้ มูลท่มี ีการแทรกรหสั รูปแบบขอ้ มลู )
การเขยี นโปรแกรมภาษา Python การใชง้ านฟังกช์ นั 2 ฟังก์ชันคาสั่งรับขอ้ มลู ทางแป้นพิมพ์ name = input(“Enter your name : ”) การใชฟ้ ังกช์ นั input ( ) print(“Your name is %s” %name) การใชฟ้ ังกช์ นั input ( ) รว่ มกับรหสั ควบคมุ ขอ้ มูล
การเขยี นคาสงั่ ควบคมุ การทางานตามโครงสรา้ ง 1 โครงสรา้ งการทางานแบบเรียงลาดบั “โปรแกรมทางานตอ่ เนอ่ื งกันเปน็ เสน้ ตรงจากบนลงลา่ ง” ตวั อยา่ ง ต้องการใช้โปรแกรมภาษาไพทอน โปรแกรมคานวณพืน้ ทสี่ เ่ี หลีย่ ม เพื่อคานวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยม โดยการรับค่า +++++++++++++++++++++++++++ ความกวา้ งและความยาว แลว้ แสดงผลพน้ื ท่ที ่ี ปอ้ นความกวา้ ง (ซม.) : <<input>> คานวณได้ออกทางจอภาพ ดังน้ี ปอ้ นความยาว (ซม.) : <<input>> +++++++++++++++++++++++++++ คานวณพน้ื ท่ีได้ : <<output>> ตร.ซม.
การเขียนคาสัง่ ควบคมุ การทางานตามโครงสรา้ ง วธิ ีคิด 1 ออกแบบข้นั ตอนการทางานของโปรแกรม START สามารถออกแบบโดยใช้ width ภาษาธรรมชาติ รหสั จาลอง length หรือผงั งานกไ็ ด้ area = width*length area STOP
การเขียนคาสง่ั ควบคุมการทางานตามโครงสรา้ ง วิธีคดิ 2 เขียนคาสง่ั ควบคุมการทางานดว้ ยภาษาไพทอน print(“ โปรแกรมคานวณพ้นื ท่ีสเี่ หล่ยี ม ”) print(“+++++++++++++++++++++++++++++”) width = float(input(“ปอ้ นความกวา้ ง (ซม.) :”)) length = float(input(“ปอ้ นความยาว (ซม.) :”)) area = width * length print(“+++++++++++++++++++++++++++++”) print(“คานวณพนื้ ท่ีได้ : %.2f ตร.ซม.” %area)
การเขียนคาสงั่ ควบคุมการทางานตามโครงสร้าง 2 โครงสรา้ งการทางานแบบเลือกทา “โปรแกรมมีกระบวนการตัดสนิ ใจตามเง่อื นไขที่กาหนด โดยมี 3 ลกั ษณะ” 2.1 แบบ Single Selection เง่อื นไข True if เงอื่ นไข : คาสั่งการทางาน False คาสง่ั คาส่ังการทางาน ... คาสั่งการทางาน คาสัง่ การทางาน ...
การเขียนคาสงั่ ควบคมุ การทางานตามโครงสรา้ ง 2.2 แบบ Double Selection เงื่อนไข True if เง่อื นไข : คาสั่งการทางาน False คาสงั่ คาสั่งการทางาน ... คาสั่ง else : คาส่ัง คาสั่งการทางาน คาสั่งการทางาน ...
การเขยี นคาส่ังควบคมุ การทางานตามโครงสรา้ ง 2.3 แบบ Multiple Selection เงื่อนไข 1 True คาสง่ั 1 if เงือ่ นไขท่ี 1 : True คาสง่ั 2 คาสั่งการทางาน 1 False ... เงอ่ื นไข 2 if เงือ่ นไขท่ี 2 : คาสั่งการทางาน 2 False ... คาส่ัง N else : คาสง่ั การทางาน N ...
3หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ระบบคอมพิวเตอร์ ตวั ชี้วดั • อภิปรำยองค์ประกอบและหลกั กำรทำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยกี ำรส่ือสำร เพอื่ ประยกุ ต์ใช้งำนหรอื แก้ปญั หำเบ้อื งต้น
หลักการทางานของระบบคอมพิวเตอร์ แสดงผลลัพธ์ในรปู แบบทีม่ นษุ ย์เขำ้ ใจ ผ่ำนอุปกรณฮ์ ำรด์ แวร์ตำ่ งๆเช่น จอภำพ ลำโพง ปรนิ้ เตอร์ หน่วยรบั ขอ้ มลู หนว่ ยควำมจำหลกั หนว่ ยแสดงผลข้อมลู (Input Unit) (Primary Storage) (Output Unit) หน่วยประมวลผลกลำง (CPU) หน่วยควำมจำสำรอง (Secondary Storage)
เทคโนโลยีการสื่อสาร องคป์ ระกอบการสื่อสารขอ้ มูล
เทคโนโลยกี ารส่ือสาร พฒั นาการของการสือ่ สารขอ้ มลู ยคุ โบราณ ยคุ อตุ สาหกรรม ยคุ ปัจจบุ นั
เทคโนโลยกี ารสือ่ สาร ทศิ ทางการสื่อสารข้อมูล ไมส่ ำมำรถส่งขอ้ มลู ยอ้ นกลบั ได้ ส่งขอ้ มลู ไดส้ องทิศทำง สง่ ขอ้ มลู ไดส้ องทศิ ทำงพรอ้ มกัน แตส่ ง่ พรอ้ มกนั ไม่ได้
เทคโนโลยกี ารส่ือสาร ขอ้ ดี - รำคำถกู ส่ือกลางการสอ่ื สารข้อมลู ผา่ นระบบเครือข่าย - นำ้ หนักเบำ สำมำรถติดตง้ั ไดง้ ่ำย - มีควำมยืดหยุ่น สำมำรถดดั โคง้ งอได้ สื่อกลางประเภทสายสัญญาณ • สำยคบู่ ดิ เกลยี ว ข้อเสีย - ไม่เหมำะในกำรเชื่อมต่อกับอปุ กรณ์ ข้อดี ทอ่ี ยหู่ ่ำงไกล - ส่งสำยขอ้ มูลดว้ ยควำมเร็วสงู กวำ่ แบบไม่มีฉนวนหุม้ - สำมำรถป้องกันสัญญำณรบกวนได้ดี ขอ้ เสยี - มีขนำดใหญก่ ว่ำแบบไม่มฉี นวนหุม้ - ไม่ยืดหยุ่น ดัดโค้ง งอไดไ้ มม่ ำก - รำคำแพงกว่ำแบบไม่มีฉนวนหุ้ม
เทคโนโลยีการสอื่ สาร สอื่ กลางการสื่อสารข้อมลู ผ่านระบบเครือขา่ ย • สำยไฟเบอรอ์ อปติก • สำยโคแอกเชียว ขอ้ ดี - สำมำรถบรรจขุ อ้ มูลไดจ้ ำนวนมำก ข้อดี - มีขนำดเลก็ น้ำหนักเบำ - รำคำถกู - มีอำยกุ ำรใชง้ ำนนำน - มคี วำมยืดหยุ่นในกำรใช้งำน - ติดต้งั ง่ำยและมนี ำ้ หนกั เบำ ข้อเสีย ข้อเสยี - เส้นใยแก้วนำแสงเปรำะบำง - ถูกรบกวนจำกสญั ญำณภำยนอกไดง้ ่ำย แตกหกั ง่ำย - ใชไ้ ด้ในระยะทำงจำกดั - ไมส่ ำมำรถดัดโคง้ งอได้ - ในกำรติดตง้ั ต้องใช้เครื่องมือพเิ ศษ
เทคโนโลยกี ารส่อื สาร ส่อื กลางการสื่อสารขอ้ มลู ผ่านระบบเครอื ข่าย สือ่ กลางประเภทไรส้ ายสญั ญาณ
เทคโนโลยีการสอื่ สาร ประเภทของระบบเครอื ขา่ ย เครือขา่ ยสว่ นบุคคล เป็นกำรเช่ือมต่อเครือขำ่ ยระหวำ่ งอุปกรณเ์ คลอ่ื นที่ส่วนบคุ คล
เทคโนโลยกี ารสื่อสาร ประเภทของระบบเครือข่าย เครือข่ายทอ้ งถิ่น เป็นกำรเชอ่ื มต่อเครอื ข่ำยระยะใกล้ เช่ือมโยงอุปกรณ์ต่ำง ๆ ในพ้นื ที่เดยี วกนั
เทคโนโลยกี ารสอื่ สาร ประเภทของระบบเครือข่าย เครอื ข่ายระดับเมือง เปน็ กำรเชอ่ื มต่อเครอื ขำ่ ยระดับทอ้ งถน่ิ หลำยเครือข่ำยเขำ้ ด้วยกนั
เทคโนโลยกี ารสอ่ื สาร ประเภทของระบบเครือขา่ ย เครือข่ายระดับประเทศ เป็นกำรเช่อื มต่อเครอื ขำ่ ยในพ้ืนท่ที อี่ ยู่ห่ำงไกล สำมำรถติดตอ่ สื่อสำรขำ้ มทวปี หรอื ทั่วโลกได้
การประยุกตใ์ ช้งาน ใชใ้ นงานเฉพาะด้าน นยิ มใช้ในงานด้านระบบเครอื ขา่ ย (Network) เปน็ การใชง้ านสว่ นบุคคล ทตี่ ้องการการประมวลผลซับซ้อน ในองค์กรขนาดใหญ่ เหมาะกับงานท่หี ลากหลาย นยิ มใช้กบั งานทีต่ ้องการการประมวลผล สามารถพกพาไดส้ ะดวก และการแสดงผลท่ดี ีกว่า PC เหมาะกบั การใช้งานในชีวิตประจาวนั
4หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ตวั ชวี้ ดั • ใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศอย่ำงปลอดภยั มคี วำมรับผิดชอบ สร้ำงและแสดงสิทธิในกำรเผยแพร่ผลงำน
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ คณุ ประโยชนจ์ ากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ อำนวยควำมสะดวก เป็นแหลง่ ควำมบันเทงิ ประหยดั เวลำและค่ำใช้จำ่ ย จดั กำรทรพั ยำกรตำ่ ง ๆ ได้ดขี น้ึ เกิดคุณภำพชวี ติ ทด่ี ขี ้ึน
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ โทษจากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ปญั หาการติดเกม ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ปัญหาสังคมเสอ่ื มโทรม ปญั หาอาชญากรรมข้อมูล
การปฏบิ ตั ติ นเมอื่ พบเนื้อหาทไี่ มเ่ หมาะสม การพนนั หรอื สื่อลามกอนาจาร แจ้งผใู้ หญ่หรือเจ้ำหน้ำทีท่ ่เี ก่ียวข้อง ไมโ่ อนเงินให้ผู้อ่ืน โดยเฉพำะเมอ่ื มกี ำรนำผลตอบแทนมำจูงใจ ติดตั้งโปรแกรมบลอ็ กเว็บไซตแ์ ปลกปลอมและตัง้ คำ่ ควำมปลอดภยั
การปฏิบตั ติ นเมื่อพบเน้อื หาทไ่ี ม่เหมาะสม การหลอกลวงหรอื ข่มขู่ ไมเ่ ปิดเผยขอ้ มลู ส่วนตัว ครอบครวั หรือคนรู้จัก แก่ผอู้ ่ืน ไมเ่ ปิดอ่ำนอเี มลหรอื ข้อควำมจำกคนไม่รจู้ กั เมื่อพบข้อควำมข่มขู่ คกุ คำม หรือกำรใหโ้ อนเงิน ให้รบี แจง้ ผใู้ หญท่ นั ที
ความรบั ผดิ ชอบตอ่ การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบตอ่ บคุ คลอื่น ความรบั ผิดชอบต่อสงั คม • ไมต่ ดิ ตง้ั ซอฟต์แวรผ์ ดิ กฎหมำย • ไมพ่ ยำยำมใชง้ ำนบัญชผี ้อู น่ื • ปฏบิ ัติตำมกฎระเบยี บขององคก์ ร • ไม่แจกจ่ำยขอ้ มลู สว่ นตัว • ไมค่ ัดลอกผลงำนผอู้ ่ืน • ไม่เข้ำถึงเครือขำ่ ยท่ไี มไ่ ดร้ บั อนุญำต • ไมเ่ ขำ้ เว็บไซตท์ ่ไี มเ่ หมำะสม • ไมห่ ลอกลวงข่มขดู่ ว้ ยขอ้ มลู ใด ๆ • ไม่เปิดอีเมลหรือไฟล์จำกแหลง่ ทไ่ี มร่ จู้ กั • หมัน่ ตรวจสอบดแู ลระบบคอมพิวเตอร์ • ไม่สง่ ตอ่ อเี มลหรือขอ้ มลู ท่ีไม่เหมำะสม • ไม่นำข้อมูลขององคก์ รไปเผยแพร่ ของตนเอง
ทรัพยส์ นิ ทางปัญญา “ผลงานอันเกิดจากความคิดสรา้ งสรรค์ของมนษุ ย์” ลิขสิทธิ์ สิทธิบตั ร
ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา ลขิ สทิ ธิ์ “สทิ ธิท่กี ฎหมายรบั รองให้ผ้สู รา้ งสรรค์กระทาการใด ๆ เกี่ยวกับงานท่ตี นได้ทาขึน้ ” • ทำซ้ำหรือดัดแปลงใหม่ • เผยแพร่ต่อสำธำรณชน • ใหเ้ ช่ำต้นฉบับหรอื สำเนำงำน • ให้ประโยชนอ์ นั เกดิ จำกลขิ สิทธิ์แก่ผู้อ่นื • อนญุ ำตใหผ้ อู้ ่นื ใชส้ ทิ ธิ
ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา ลิขสทิ ธิ์ ใครคือเจา้ ของลขิ สิทธ์ิ ? ผสู้ รำ้ งสรรคง์ ำน ผูด้ ดั แปลง ผูส้ ร้ำงสรรค์ในฐำนะพนักงำนหรอื ลกู จ้ำง หนว่ ยงำนของรัฐหรอื ทอ้ งถ่นิ ผ้วู ่ำจำ้ ง ในกรณีว่ำจำ้ งผู้อน่ื สร้ำงสรรค์งำน ผรู้ บั โอนลขิ สทิ ธิ์
ลิขสทิ ธิ์ ทรัพยส์ นิ ทางปัญญา การไดม้ าซึง่ สทิ ธ์ิ • สทิ ธ์ใิ นลิขสิทธ์เิ กิดข้นึ ทันที นับตงั้ แต่สรำ้ งสรรคผ์ ลงำน โดยไมต่ อ้ ง จดทะเบยี น • มีอำยกุ ำรค้มุ ครองต่อไปอกี 50 ปี นับแต่ผู้สร้ำงสรรคค์ นสดุ ท้ำย เสียชีวิต • ให้ควำมคุ้มครองโดยอตั โนมัติแกท่ ำยำท
ทรัพยส์ นิ ทางปัญญา สทิ ธบิ ตั ร “หนงั สอื ท่ีรัฐออกใหเ้ พ่อื คมุ้ ครองการประดษิ ฐ์ หรือการออกแบบผลติ ภัณฑ์” สิทธบิ ตั รกำรประดิษฐ์ อายุ 20 ปี สทิ ธิบตั รกำรออกแบบผลติ ภณั ฑ์ อายุ 10 ปี อนสุ ทิ ธบิ ตั ร (กำรประดิษฐท์ ม่ี กี ำรปรับปรงุ เพียงเล็กน้อย) อายุ 6 ปี
ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา สิทธบิ ัตร เงือ่ นไขในการขอรบั สทิ ธบิ ตั รการประดษิ ฐ์และอนุสทิ ธบิ ัตร • เป็นสง่ิ ประดิษฐใ์ หม่ • มขี ้นั กำรประดษิ ฐ์ทีส่ ูงขน้ึ • มปี ระโยชน์ในกำรผลิตทำงอตุ สำหกรรม • ไมข่ ดั ตอ่ ควำมสงบเรียบรอ้ ยหรอื ศลี ธรรมอนั ดี
ทรัพย์สินทางปญั ญา สทิ ธิบัตร การประดิษฐท์ ขี่ อรบั สิทธบิ ตั ร/อนสุ ทิ ธบิ ัตรไม่ได้ จุลชีพ พชื สัตว์ กฎเกณฑแ์ ละทฤษฎี ฐำนข้อมูล วธิ กี ำรวนิ ิจฉัย บำบัด ที่มอี ยูต่ ำมธรรมชำติ ทำงวิทยำศำสตร์ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ หรอื รกั ษำโรค และคณติ ศำสตร์
ทรัพยส์ ินทางปัญญา สิทธบิ ัตร เงือ่ นไขในการขอรบั สทิ ธบิ ตั รการออกแบบผลิตภณั ฑ์ • เป็นกำรออกแบบผลิตภัณฑใ์ หม่ • สำมำรถนำไปใชป้ ระโยชน์ในกำรผลิตทำงอุตสำหกรรม หรือหัตถกรรมได้ • ไม่ขดั ตอ่ ควำมสงบเรยี บร้อย หรือศลี ธรรมอันดี ของประชำชน
Search
Read the Text Version
- 1 - 48
Pages: