Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์

Published by ypnschool, 2021-01-06 13:52:37

Description: วิทยาศาสตร์

Search

Read the Text Version

ระดบั ความหลากหลายทางชวี ภาพ แบง่ ออกเป็น 3 ระดบั ดังน้ี ความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความหลากหลายของชนดิ สิง่ มชี ีวติ ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรม

ความส้าคญั ของความหลากหลายทางชีวภาพ มนุษย์เปน็ สิง่ มชี วี ติ ทีใ่ ช้ประโยชนจ์ ำกควำมหลำกหลำยทำงชวี ภำพ มำกกวำ่ สงิ่ มีชีวติ อ่ืน เชน่ มนษุ ย์นำพืชและสตั วม์ ำประกอบอำหำร ทำยำรักษำโรค สรำ้ งแหล่งท่ีอยูอ่ ำศัย รวมท้ังเคร่อื งนงุ่ หม่ ในทำงกลบั กนั กำรกระทำของมนุษย์ก็มี สว่ นทำลำยระบบนเิ วศ ซึง่ เปน็ ภยั คกุ คำมตอ่ ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ มนุษย์ลกั ลอบตดั ไม้ทำลำยป่ำ ใ น ปั จ จุ บั น จึ ง มี แ น ว คิ ด ใ น ก ำ ร รั ก ษ ำ ค ว ำ ม หลำกหลำยทำงชีวภำพให้ยั่งยืนโดยกำรคุ้มครองและ รักษำถ่ินที่อยู่ของส่ิงมีชีวิตโดยเฉพำะป่ำไม้ให้มีควำม สมบูรณ์ ซ่ึงจะทำให้ส่ิงมีชีวิตท้ังพืชและสัตว์มีชีวิตอยู่ รอดในระยะยำว เช่น กำรรักษำป่ำที่เหลืออยู่ โดย กำหนดให้พ้ืนท่ีป่ำทั้งหมดเป็นป่ำอนุรักษ์ กำรปลูกป่ำ ทดแทนพ้ืนท่ีป่ำเสื่อมโทรมเพื่อพัฒนำพื้นที่ป่ำเสื่อม โทรมให้คงควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพไวต้ ่อไป

Summary หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 พันธกุ รรม โครโมโซม ดเี อน็ เอ และ ยีน ดเี อน็ เอ ยนี หรือ หน่วยพนั ธกุ รรม เป็นโมเลกลุ ท่ีมลี ักษณะเปน็ เกลยี วคู่ ทำหนำ้ ที่ ช่วงควำมยำวหน่ึงของสำยดีเอ็นเอทีก่ ำหนด เกบ็ ข้อมลู ทำงพันธกุ รรมของสิง่ มชี ีวิต ลกั ษณะทำงพันธกุ รรมของสงิ่ มีชวี ติ นิวเคลยี ส โครโมโซม เซลล์ สิ่งมชี ีวติ ชนิดเดยี วกนั จะมจี ำนวนโครโมโซมเทำ่ กัน สว่ นส่ิงมีชีวิตตำ่ งชนดิ อำจมจี ำนวนโครโมโซมเทำ่ กัน หรอื ไมเ่ ท่ำกนั โครโมโซม ดเี อน็ เอ

การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม • บดิ ำแห่งวิชำพันธุศำสตร์ คอื เกรกอร์ โยฮนั น์ เมนเดล • เมนเดลศึกษำพนั ธุศำสตร์โดยทดลองผสมถัว่ ลนั เตำพันธุ์แท้ แล้วพิจำรณำลักษณะเดยี ว โดยแอลลลี เด่นข่มแอลลลี ด้อยอยำ่ งสมบรู ณ์ ประกอบกบั นักวิทยำศำสตร์หลำยท่ำนนำไปศึกษำต่อจนได้ข้อสรุป ดงั ภำพ PP ผสมข้ำมตน้ P คือ แอลลลี เดน่ ควบคมุ ลักษณะดอกสมี ่วง ดอกสีม่วงพันธแ์ุ ท้ pp p คอื แอลลลี ด้อยควบคุม ดอกสขี าวพันธ์แุ ท้ ลักษณะดอกสีขำว ลกู รนุ่ ที่ 1 (F1) ผสมภำยในต้นเดยี วกัน Pp ลักษณะเดน่ ดอกสีม่วงพนั ธทุ์ าง ลูกรุ่นท่ี 2 (F2) ลักษณะดอ้ ย PP Pp pP pp อัตราสว่ นจีโนไทป์ PP : Pp : pp คือ 1 : 2 : 1 อตั ราสว่ นฟีโนไทปข์ องดอกสีม่วง : ดอกสขี าว คือ 3 : 1

การแบ่งเซลลข์ องสิ่งมชี ีวิต จา้ นวนโครโมโซม การแบ่งเซลล์ 46 แทง่ แบบไมโทซสิ [mitosis] การแบง่ เซลล์ การแบง่ เซลล์ • เพ่อื เพมิ่ จำนวนเซลลร์ ำ่ งกำย แบบไมโอซิส แบบไมโทซิส • จำนวนโครโมโซมเท่ำกบั เซลลต์ ั้งต้น • ได้เซลล์ลูกจำนวน 2 เซลล์ ปฏิสนธิ แบบไมโอซสิ [meiosis] เซลลอ์ สจุ ิ เซลล์ไข่ จา้ นวน จ้านวนโครโมโซม จา้ นวนโครโมโซม โครโมโซม • เพ่อื สร้ำงเซลล์สบื พนั ธุ์ 46 แท่ง • เกดิ กำรแลกเปลี่ยนช้นิ ส่วนยีนทำให้เกดิ ควำม 23 แท่ง 23 แท่ง หลำกหลำยของสิ่งมีชีวติ • จำนวนโครโมโซมลดลงเป็นครง่ึ หนงึ่ ของเซลลต์ ัง้ ตน้ • ไดเ้ ซลลล์ ูกจำนวน 4 เซลล์

ความผดิ ปกติทาง กลุม่ อาการ ครดิ ชู า กล่มุ อาการ 123456 กลุ่มอาการ พาทัว 7 8 9 10 11 12 เอด็ เวิรด์ 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 xx xy กลุ่มอาการ ดับเบลิ วาย กลุ่มอาการ กลมุ่ อาการ กลุม่ อาการ ดาวน์ ทรปิ เปลิ เอกซ์ เทิรน์ เนอร์ กลุ่มอาการ ไคลน์เฟลเตอร์

การดดั แปลงทาง ค้นพบหลกั ฐำนท่ีบง่ บอกว่ำ มนษุ ยม์ กี ำรคดั เลือกพันธ์พุ ืชและ ในอดีตกาล พันธสุ์ ตั ว์ พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2517 มีกำรพฒั นำพนั ธุวิศวกรรมจนกระทัง่ สรำ้ งแบคทเี รีย E.coli ที่แสดงยีนของแบคทีเรยี สรำ้ งหนดู ดั แปรพันธกุ รรมไดเ้ ป็นครง้ั แรก Salmonella typhimurium ออกมำได้ พ.ศ. 2523 พ.ศ. 2518 ศำลอนุมัตใิ ห้ผลิตส่ิงมีชวี ติ ดดั แปรพนั ธกุ รรม มกี ำรประชุมเก่ียวกับควำมปลอดภยั ของส่งิ มีชีวิตดัดแปรพนั ธุกรรมทีป่ ระเทศ สหรัฐอเมริกำ พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2525 อำหำร GMOs ชนดิ แรก คอื มะเขือเทศดัดแปรพันธุกรรม องคก์ ร FDA ยอมรับกำรผลิตฮอร์โมนอนิ ซลู นิ จำกแบคทเี รยี E.coli พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2538 มกี ำรสร้ำงพืชดดั แปรพันธุกรรมท่ตี ำ้ นทำนสำรเคมีกำจดั วชั พชื ได้ มีกำรสร้ำงพืชดัดแปรพันธุกรรมทต่ี ำ้ นทำนแมลงศัตรพู ืชได้ พ.ศ. 2552 พ.ศ. 2543 มีกำรพัฒนำสตั วด์ ดั แปรพนั ธกุ รรมใหส้ ำมำรถผลิตวัคซีนปอ้ งกัน โรคจำกนำ้ นมแพะไดเ้ ป็นครั้งแรก มีกำรผลิตพันธุ์ขำ้ วสีทอง เพอื่ แกป้ ญั หำโรคขำดแคลนวิตำมนิ เอในบำงพ้นื ท่ี

ความหลากหลาย ทางชวี ภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพมี 3 ระดบั ดงั นี้ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิดส่งิ มีชีวติ ความหลากหลายทางพันธุกรรม

3หน่วยการเรยี นรู้ที่ วสั ดใุ นชีวติ ประจ้าวัน ตัวชว้ี ดั • ระบุสมบัติทำงกำยภำพและกำรใชป้ ระโยชนว์ ัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรำมกิ และวัสดุผสม โดยใช้หลกั ฐำนเชิงประจกั ษ์ และสำรสนเทศ • ตระหนกั ถงึ คณุ คำ่ ของกำรใช้วสั ดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรำมกิ และวัสดผุ สม โดยเสนอแนะแนวทำงกำรใช้วัสดอุ ย่ำงประหยดั และคมุ้ คำ่

ผลติ ภัณฑร์ อบตวั เช่น พลาสติก แกว้ น้า ผลติ มาจากวัสดใุ ด

พอลเิ มอร์ พอลิเมอร์ (Polymer) เปน็ สำรทมี่ ีโมเลกลุ ขนำดใหญ่ มมี วลโมเลกุลต้งั แต่ 10,000 ขนึ้ ไป ซง่ึ เกิดจำกมอนอเมอรม์ ำรวมตัวกนั ดว้ ยกำรสร้ำงพนั ธะโคเวเลนต์ พอลเิ มอร์ พอลิเมอร์ทป่ี ระกอบด้วย มอนอเมอร์ มอนอเมอร์เพียง 1 ชนดิ มำตอ่ กันเป็นสำยยำว พอลิเมอร์ที่ประกอบดว้ ย พอลเิ มอร์ มอนอเมอรท์ ่มี มี ำกกว่ำ 1 ชนิด มอนอเมอร์ มำเรยี งซ้ำตอ่ กัน

ประเภทของพอลิเมอร์ พจิ ารณาตามลกั ษณะการเกิด >> แบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท พิจารณาตามชนดิ ของมอนอเมอร์ >> แบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท พอลเิ มอร์ธรรมชาติ พอลเิ มอรส์ งั เคราะห์ เป็นพอลเิ มอร์ที่เกิดข้ึนเองตำมธรรมชำติ เป็นพอลิเมอรท์ เ่ี กิดขน้ึ จำกกำรสงั เครำะห์ เช่น โปรตีน ไหม เซลลโู ลส แปง้ ยำงธรรมชำติ ดว้ ยกำรนำมอนอเมอรม์ ำผ่ำนกระบวนกำร สังเครำะห์ เรยี กว่ำ ปฏิกิริยำพอลเิ มอไรเซชัน โฮโมพอลิเมอร์หรอื พอลเิ มอรเ์ อกพนั ธุ์ เปน็ พอลเิ มอร์ที่ประกอบด้วยมอนอเมอร์ ชนิดเดียวกนั เชน่ แปง้ เซลลูโลส ไกลโคเจน โคพอลเิ มอรห์ รือพอลิเมอรร์ ว่ ม เป็นพอลเิ มอรท์ ป่ี ระกอบด้วยมอนอเมอร์ ต่ำงชนดิ กนั เชน่ โปรตีน ยำงเอสบีอำร์

สมบตั ิทางกายภาพของพอลิเมอร์ สมบัตทิ ำงกำยภำพของพอลิเมอร์ขึน้ อยู่กับโครงสร้ำง ของพอลิเมอร์ ซง่ึ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดงั นี้ พอลิเมอร์แบบเส้น พอลิเมอรแ์ บบกงิ่ พอลเิ มอรแ์ บบรา่ งแห โครงสรา้ งเปน็ สายยาวมคี วามหนาแนน่ โครงสร้างเป็นกง่ิ แยกออกจากโซห่ ลกั โครงสรา้ งเป็นสายยาวและแบบก่งิ เช่อื มกัน และจดุ หลอมเหลวสูงมีลกั ษณะแข็งและเหนียว มคี วามหนาแน่นและจุดหลอมเหลวต้่า มีจดุ หลอมเหลวสูงมคี วามแข็ง ตวั อยา่ งเช่น ยดื หยนุ่ ได้ แตม่ ีความเหนยี วต้่า แตเ่ ปราะและหักง่ายเมอ่ื ข้ึนรปู แลว้ พอลิเมอร์ไวนิลคลอไรด์ (PVC), เมื่อโดนความร้อนจะอ่อนตัว เมอ่ื เยน็ จะแขง็ ตวั จะไมส่ ามารถหลอมหรือเปล่ียนแปลงรปู ร่างได้ พอลิโพรพลิ ีน (PP), พอลสิ ไตรนี (PS), พอลิเอทลิ นี ชนดิ ควำมหนำแน่นสงู ตวั อย่างเช่น ตวั อยา่ งเชน่ (HDPE) พอลิเอทิลนี ชนดิ ควำมหนำแนน่ ตำ่ เมลำมีน (LDPE) เบกำไลต์

ประโยชน์ของวัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ พลาสติก (Plastic) พอลเิ มอรแ์ ต่ละชนดิ มโี ครงสรำ้ งทแี่ ตกต่ำงกัน ทำให้มีสมบัตทิ ีต่ ่ำงกนั ด้วย กำรนำพอลิเมอรไ์ ปใช้ประโยชน์จึงมไี ด้หลำยรปู แบบ ดังน้ี เทอร์มอพลาสตกิ (thermoplastic) พลาสติกเทอรม์ อเซต (thermosetting plastic) • มีโครงสรำ้ งแบบโซต่ รงและโซ่กงิ่ • มีโครงสรำ้ งแบบรำ่ งแห • เมอ่ื ไดร้ บั ควำมร้อนจะอ่อนตัว และเมอื่ เย็นลงจะแขง็ ตัว • เมื่อข้ึนรปู ดว้ ยควำมร้อนหรอื แรงดนั แล้ว • นำไปหลอมเหลว เพ่อื นำกลับมำใชใ้ หม่ได้ • ตัวอย่ำงเชน่ เทฟลอน ไนลอน พีวีซี พอลเิ อทิลีน ไม่สำมำรถนำกลับมำขน้ึ รปู ใหมไ่ ด้อีก • ทนควำมรอ้ นและควำมดันไดด้ ี พอลิโพรพลิ ีน • หำกมีอุณหภูมสิ ูงมำก จะแตกและไหม้เป็นเถ้ำ • ตัวอยำ่ งเช่น เมลำมีน ซลิ ิโคน พอลิยรู ีเทน

การปรบั ใช้สมบตั ขิ องพลาสตกิ ใหเ้ หมาะสมต่อการนา้ มาใช้งาน พอลเิ อทิลีน • มอนอเมอร์ คอื เอทิลีน • มีลักษณะ เหนยี ว ใส ทนต่อสารเคมี น้าผา่ นไมไ่ ด้ ไม่ทนความรอ้ น • นา้ ไปใช้ทา้ ถงุ ใสข่ องเย็น ถงุ ขยะ ของเล่นเด็ก ดอกไม้พลาสตกิ พอลิสไตรีน • มอนอเมอร์ คอื สไตรนี • มีลกั ษณะ แข็ง แตเ่ ปราะ ไม่ทนต่อตัวทา้ ละลายอนิ ทรยี ์ ทนตอ่ กรด-เบส ไมไ่ ฟฟา้ ไม่ทนความร้อน • น้าไปใชท้ า้ ชน้ิ สว่ นของต้เู ยน็ ตลับเทป กลอ่ งใส โฟมบรรจอุ าหาร วัสดุลอยนา้

การปรับใช้สมบตั ิของพลาสติกให้เหมาะสมตอ่ การนา้ มาใช้งาน พอลิไวนิลคลอไรด์ • มอนอเมอร์ คอื ไวนิลคลอไรด์ • มลี ักษณะ เนอื้ แขง็ คงรปู ทนตอ่ ความชน้ื ทนตอ่ สารเคมี • นา้ ไปใชท้ ้าทอ่ พวี ซี ี กระเบื้องปูพื้น ฉนวนหมุ้ สายไฟ ภาชนะบรรจุสารเคมี พอลิเตตระฟลอู อโรเอทิลนี (เทฟลอน) • มอนอเมอร์ คอื เตตระฟลอู อโรเอทลิ นี • มลี กั ษณะ เหนียว ทนสารเคมี ทนความรอ้ น ผวิ ลน่ื ทนแรงกระแทก • นา้ ไปใช้เคลือบภาชนะดา้ นในไม่ใหอ้ าหารติดภาชนะ ฉนวนไฟฟา้ ปะเกน็ แหวนลกู สบู ลกู ปืนในเครื่องยนต์

การปรับใชส้ มบัติของพลาสตกิ ใหเ้ หมาะสมต่อการนา้ มาใชง้ าน พอลเิ อทิลีนเทเรฟทาเลต • มอนอเมอร์ คอื ไดเมทลิ เทเรฟทาเลตกบั เอทลิ ีนไกลคอล • มีลักษณะ แขง็ ง่ายตอ่ การย้อมสี ทนความช้ืน เหนยี ว ทนตอ่ การขัดถู • นา้ ไปใชท้ า้ เสน้ ใย แห อวน ขวดนา้ อดั ลม ขวดน้าดมื่ ชนดิ แขง็ และใส พอลเิ มลามนี ฟอรม์ าลดไี ฮด์ (เมลามนี ) • มอนอเมอร์ คอื เมลามนี กับฟอรม์ าลดไี ฮด์ • มีลักษณะ ทนความรอ้ น ทนน้า ทนสารเคมี • นา้ ไปใชท้ า้ เคร่อื งใช้ในครัว ชอ้ น สอ้ ม ตะเกยี บ จาน ชาม

ประโยชน์ของวัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ ยาง (rubber) แบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท ยางธรรมชาติ (natural rubber) เปน็ พอลิเมอร์ทป่ี ระกอบดว้ ยธำตคุ ำรบ์ อนและไฮโดรเจน เรียกว่ำ พอลไิ อโซพรีน (polyisoprene) มมี อนอเมอร์เปน็ ไอโซพรนี (isoprene) นำ้ ยำงสดจะมีลกั ษณะขน้ สขี ำวขุน่ คลำ้ ยนำ้ นม เม่อื แยกเนื้อยำงออกมำจำกนำ้ ยำงจะเรยี กว่ำ ยำงดบิ ถงุ มอื แพทย์ ถุงยางอนามยั

ประโยชนข์ องวัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ ยาง (rubber) แบ่งออกไดเ้ ปน็ 2 ประเภท ยางสังเคราะห์ (synthetic rubber) เปน็ พอลิเมอรท์ สี่ งั เครำะหข์ ้ึนจำกมอนอเมอรท์ ไ่ี ด้จำกกำรกลัน่ ปโิ ตรเลียม ยำงสังเครำะห์มคี วำมทนทำนต่อกำรขดั ถูและกำรสึกกรอ่ น มคี วำมยืดหยนุ่ แมม้ อี ุณหภูมติ ำ่ ทนต่อนำ้ มนั และตัวทำละลำยอนิ ทรยี ์ พอลบิ ิวทาไดอนี หรือยางบีอาร์ พอลสิ ไตรนี บิวทาไดอนี นา้ มาใช้ท้ายางรถยนต์ ยางลอ้ เครื่องบิน หรือยางเอสบีอาร์ น้ามาใชท้ า้ ยางรถยนต์ พืน้ รองเทา้ สายพาน

ประโยชนข์ องวัสดุประเภทพอลเิ มอร์ เสน้ ใย (fibre) เป็นพอลเิ มอรท์ ีม่ ีโครงสรำ้ งโมเลกลุ มขี นำดยำว จงึ เหมำะสำหรับกำรนำมำรีดและปั่นเป็นเสน้ ด้ำย เส้นใยธรรมชาติ >>แบ่งได้เปน็ 2 ชนดิ เส้นใยกึง่ สังเคราะห์>>แบง่ ไดเ้ ปน็ 2 ชนิด เส้นใยสงั เคราะห์ >>แบง่ ได้เปน็ 2 ชนิด 1. เสน้ ใยจากพืช คือ เสน้ ใยเซลลูโลส ไดจ้ ำก 1. เซลลโู ลสแอซีเตต เกิดจำกปฏิกิรยิ ำระหวำ่ ง 1. ไนลอน หรือพอลิเอไมด์ หรอื ไนลอน-6,6 ส่วนต่ำง ๆ ของพชื เชน่ ฝ้ำย นุ่น ลนิ นิ ป่ำน ปอ เซลลูโลสกับกรดแอซตี ิกเขม้ ข้น โดยมกี รดแอซีติก เป็นพอลิเมอรร์ ะหวำ่ งเอมนี กบั กรดคำรบ์ อกซลิ กิ โดยเสน้ ใยที่นำมำใช้มำกท่ีสดุ คือ ฝ้ำย เปน็ ตัวเร่งปฏิกิริยำ มีสมบตั คิ ล้ำยเซลลูโลส 2. ดาครอน หรือพอลเิ อสเทอร์ 2. เส้นใยจากสตั ว์ คอื เสน้ ใยโปรตีน ได้จำกขนสตั ว์ 2. เรยอน มสี มบตั คิ ล้ำยขนสตั ว์ ไหม ลนิ ิน หรอื ฝ้ำย เป็นพอลิเมอรร์ ะหว่ำงเอทลิ ีนไกลคอลกบั ไดเมทลิ - เช่น ขนแกะ ขนแพะ รงั ไหม เทเรฟทำเลต ข้อดี ดดู ซับน้ำไดด้ ี ระบำยอำกำศได้ดี ขอ้ ดี น้ำหนกั เบำ ไมด่ ูดซับควำมร้อน ขอ้ ดี น้ำหนักเบำ ทนต่อจุลนิ ทรยี ์ ทนต่อเช้ือรำ ขอ้ เสีย เมื่อถูกควำมชน้ื จะข้ึนรำได้ง่ำย ดูดซบั เหงอ่ื ได้ดี และแบคทีเรยี ไมย่ ับง่ำย ไม่ดดู นำ้ ทนตอ่ เมอื่ ไดร้ ับควำมร้อนจะหดตัว สำรเคมี ซักงำ่ ย และแหง้ เร็ว

เซรามิก ผลิตภณั ฑ์รอบตัวเราใดบา้ ง เปน็ เซรามิก เซรำมิก คือ ผลติ ภณั ฑท์ ที่ ำจำกวตั ถดุ บิ ใน ธรรมชำติ เชน่ ดิน หนิ ทรำย แรธ่ ำตุ นำมำผสมกนั แลว้ นำไปเผำเพือ่ เปลี่ยนเน้อื วัตถุ ใหแ้ ขง็ แรง และคงรปู

ประเภทของเซรามกิ เซรามิกดั้งเดมิ กบั สมัยใหม่แตกตา่ งกันอยา่ งไร เซรามิกดงั้ เดมิ (traditional ceramics) เซรามกิ สมัยใหม่ (advance ceramics) ตัวอย่างเช่น ตัวอย่างเช่น • เครอ่ื งป้ันดินเผำ • ผลติ ภณั ฑ์ทำงกำรแพทย์ • เคร่ืองแก้ว • ผลติ ภณั ฑ์ไฟฟำ้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ • ปูนซีเมนต์ • ผลิตภณั ฑท์ ่ีเกีย่ วข้องกับงำนเทคนคิ ข้นั สงู • โลหะเคลอื บ

สมบัติทางกายภาพของเซรามิก สมบตั ทิ างกายภาพของเซรามกิ ขึ้นอยู่กบั วัตถุดบิ ทน่ี ้ามาใช้ โดยวัตถดุ ิบท่ใี ชใ้ นอตุ สาหกรรมเซรามกิ แบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท เฟลดส์ ปาร์ หรอื แรฟ่ ันม้า คอื วตั ถดุ ิบหลักและวตั ถุดบิ เสริม เป็นสำรประกอบในกลุ่มซลิ ิเกต ใช้ผสม กบั เนือ้ ดนิ ทำให้เกิดกำรหลอมเหลวที่ ควอตซ์ หรอื แรเ่ ขี้ยวหนุมาน มี อณุ หภูมติ ำ่ เกิดกำรเปลี่ยนแปลงเปน็ องค์ประกอบหลกั คอื ซลิ กิ ำ สว่ นใหญ่ เนอื้ แก้ว จงึ ทำใหเ้ ซรำมกิ มคี วำมโปร่งใส มลี กั ษณะใส ไมม่ สี ี ชว่ ยใหผ้ ลติ ภณั ฑ์เซรำมกิ เกดิ ควำมแข็งแรง ไมโ่ ค้งงอ และทำให้ ดินเหนียว ผลิตภัณฑ์ก่อนเผำและหลงั เผำหดตัวนอ้ ยลง มอี งคป์ ระกอบทำงเคมีที่สำคัญ คอื สำรประกอบออกไซดข์ องซลิ คิ อนและ ดนิ ขาว อะลมู เิ นยี ม คลำ้ ยกับทพี่ บในดินขำว แต่ เป็นวตั ถดุ ิบหลักในกำรผลติ เซรำมิก ดนิ เหนียวมสี ง่ิ เจอื ปนอนื่ ๆ ในปรมิ ำณมำกกวำ่ โดยดนิ ขำวบริสทุ ธ์ิ คอื แร่เคโอลิไนต์ (kaolinite; Al2O3•2SiO2•2H2O)

วัตถดุ ิบเสริม แร่ดิกไคต์ • มีองค์ประกอบเหมอื นดิน แตม่ โี ครงสรำ้ งผลึกแตกต่ำงกนั • มีปรมิ ำณอะลมู นิ ำท่เี ป็นองคป์ ระกอบแตกต่ำงกัน ทำให้ผลิตภัณฑม์ สี มบัติแตกต่ำงกนั ไป แรโ่ ดโลไมต์ • มอี งคป์ ระกอบหลกั คอื แคลเซียมแมกนีเซียมคำรบ์ อเนต • ใช้ผสมกับเนื้อดนิ เพ่ือลดจดุ หลอมเหลวของวตั ถุดบิ สารประกอบออกไซด์ • อะลูมิเนียมออกไซด์หรืออะลูมนิ ำ (Al2O3) ใชผ้ สมทำผลิตภณั ฑ์ท่ที นไฟ • ซิลคิ อนไดออกไซด์ (SiO2 ) และ โบรอนไตรออกไซด์ (B2O3) ใชผ้ สมทำผลิตภัณฑท์ ีเ่ ปน็ เนอ้ื แกว้ • สแตนนิกออกไซด์ (SnO2) และสงั กะสอี อกไซด์ (ZnO) ใช้เคลือบเพ่อื ทำให้ผลติ ภัณฑท์ บึ แสง

การขึ้นรปู ผลติ ภัณฑเ์ ซรามิก การข้นึ รูปผลิตภัณฑเ์ ซรามิก แบง่ ออกเปน็ 2 วธิ ี การเทแบบ เทน้าดนิ ตดั แตง่ ผลิตภณั ฑ์ ลงในแบบ เป็นกำรข้นึ รปู โดยนำดนิ มำผสมกับนำ้ แล้วเทลงในแบบท่มี รี ูปรำ่ งตำ่ ง ๆ ผลติ ภัณฑ์หลงั แกะ ตำมที่ต้องกำร กำรขน้ึ รปู วธิ นี เ้ี หมำะสำหรบั กำรผลิตแจกนั ขวด และ แบบท่ปี ระกอบแลว้ ออกจากแบบ เครอ่ื งสขุ ภัณฑ์ การใชแ้ บบหมนุ เทน้าดนิ ทเี่ หลือออกจากแบบ เปน็ กำรข้นึ รูปโดยกำรวำงดินบนแปน้ แลว้ หมุนแปน้ และใชม้ ือป้นั ดนิ ให้ได้รปู ทรงตำมท่ีตอ้ งกำร นิยมใช้ในกำรขน้ึ รปู ผลติ ภัณฑท์ ีม่ ีลักษณะ เปน็ ทรงกลม หรือทรงกระบอก เช่น ไห โอง่ กระถำง แจกัน

การเผาและเคลอื บผลิตภณั ฑ์ มี 2 ขนั้ ตอน ขน้ั ตอนที่ 1 การเผาดบิ 1 เพิม่ อณุ หภมู ขิ องเตำเผำใหส้ ูงข้ึนอยำ่ งช้ำ ๆ และสมำ่ เสมอ โดยใชเ้ วลำทเ่ี หมำะสม 2 ทำใหผ้ ลติ ภณั ฑค์ งรูป ไม่แตกชำรุด 3 ผลิตภณั ฑ์เซรำมิกบำงชนดิ เมื่อผำ่ นกำรเผำดบิ แลว้ สำมำรถนำไปใชง้ ำนได้โดยไมต่ อ้ งเคลอื บผิว เช่น อฐิ กระถำงตน้ ไม้ ตมุ่ นำ้ ขัน้ ตอนท่ี 2 การเผาเคลือบ 1 นำผลิตภณั ฑ์เซรำมิกมำเคลือบผวิ ดว้ ยนา้ เคลือบ ซ่งึ เป็นสำรผสมระหว่ำงซลิ เิ กตกบั สำรช่วยหลอมเหลว และสำรเพ่ิมคุณภำพอน่ื ๆ แล้วจงึ นำไปใหค้ วำมรอ้ น เพอ่ื ให้นำ้ เคลือบหลอมละลำยรวมเปน็ เนอ้ื เดยี วกับเนอื้ ดิน 2 ทำให้ผลิตภัณฑ์เกดิ ควำมสวยงำม มีผวิ มนั แวววำว คงทนต่อกำรขีดข่วน และมีสมบตั ิตำมที่ต้องกำร กำรเผำเคลือบ

ประโยชนข์ องวสั ดปุ ระเภทเซรามกิ ผลิตภณั ฑ์แกว้ แก้วถูกนา้ มาใช้ประโยชนห์ ลายดา้ น เชน่ นา้ มาผลิต เป็นภาชนะ เคร่อื งใช้ เคร่อื งประดับ รวมทง้ั เป็น ส่วนประกอบของอาคาร เน่อื งจากแก้วมีสว่ นประกอบ ของสารต่าง ๆ ทท่ี า้ ใหแ้ ก้วมสี มบตั ิ ดังนี้ คอื โปร่งใส ทนต่อกรด-เบส ไอน้าและแกส๊ ซมึ ผ่านไดย้ าก แข็งแรง และทนตอ่ แรงดัน

ประโยชน์ของวัสดปุ ระเภทเซรามกิ กระบวนการผลิตแกว้ เตมิ ซิลกิ ำ หินปนู โซดำแอช แรโ่ ดโลไมต์ เศษแก้วเขำ้ ดว้ ยกนั แลว้ ใหค้ วำมร้อน สว่ นผสมหลอมเหลว เปน็ สำรประกอบออกไซด์ ส่วนผสมทุกอยำ่ งหลอมละลำย เป็นเน้อื เดียวกัน เรยี กวำ่ นำ้ แก้ว ลดอุณหภูมิ ใหน้ ำ้ แกว้ มีควำมหนดื เพื่อข้นึ รปู ผลิตภณั ฑ์

ประเภทของแกว้ แกว้ โซดาไลม์ ส่วนประกอบ แกว้ คริสตัล สว่ นประกอบ - SiO2 ร้อยละ 71-75 โดยมวล - SiO2 รอ้ ยละ 54-65 แก้วโบโรซิลิเกต - Na2O ร้อยละ 12-16 โดยมวล แกว้ โอปอล - K2O และออกไซด์ของตะกว่ั มีออกไซด์ - CaO ร้อยละ 10-15 โดยมวล ของตะกว่ั มำกกวำ่ รอ้ ยละ 24 โดยมวล คณุ สมบตั ิ คุณสมบตั ิ - ไมท่ นตอ่ กรด- เบส เมือ่ มีแสงมำกระทบจะเหน็ ประกำย - แตกง่ำยเมอ่ื ได้รับควำมร้อน แวววำวสวยงำม สว่ นประกอบ สว่ นประกอบ - SiO2 ปรมิ ำณมำก - เติม NaF และ Ca2F ลงไป - Na2O CaO B2O3 ปรมิ ำณเลก็ น้อย คณุ สมบัติ คุณสมบตั ิ มคี วำมขุน่ โปร่งแสง หลอมและขน้ึ รปู ได้ง่ำย - ทนตอ่ กำรเปล่ยี นแปลงอณุ หภมู ไิ ด้ดี - ทนตอ่ กำรกัดกรอ่ นของสำรเคมี

ประโยชนข์ องวสั ดุประเภทเซรามกิ ปูนซีเมนต์ เปน็ วัสดุทีช่ ่วยยดึ ส่วนผสมตำ่ ง ๆ ที่ใชใ้ นกำรก่อสรำ้ ง ซ่งึ เปน็ ผลิตภัณฑท์ ไี่ ดจ้ ำกกำรบดเมด็ ปนู และกำรเผำส่วนผสมตำ่ ง ๆ วัตถดุ บิ ที่ใชใ้ นการผลติ ปนู ซเี มนต์ วตั ถดุ บิ เนอ้ื ดิน วตั ถดุ ิบเนื้อปนู เปน็ สว่ นประกอบหลัก มอี ย่รู อ้ ยละ ประกอบด้วยซิลิกำ อะลมู นิ ำ 80 โดยมวลของส่วนผสมกอ่ น และออกไซด์ของเหล็ก มีประมำณ กำรเผำ วตั ถดุ ิบท่ใี ช้อำจจะเป็น รอ้ ยละ 15-18 โดยมวล วตั ถุดิบท่ี หินปูน ดนิ สอพอง หรอื ดนิ มำร์ล หนิ อ่อน หนิ ชอลก์ โดยหินปนู เปน็ ใชส้ ่วนใหญ่ คอื หนิ ดนิ ดำน วตั ถดุ บิ ทน่ี ยิ มใชม้ ำกทส่ี ดุ

ประโยชน์ของวสั ดปุ ระเภทเซรามกิ ปนู ซเี มนต์ วตั ถุดบิ ปรบั คณุ ภาพ สารเตมิ แต่ง ประกอบด้วยเนอ้ื ปูน อะลมู นิ ำ เปน็ วัตถุดบิ ทีเ่ ติมลงไปในปนู เม็ด ซลิ กิ ำ หรอื ออกไซด์ของเหล็ก ภำยหลงั กำรเผำ เพ่ือปรบั สมบตั ิ ในปริมำณสูง ใช้เมอ่ื มีสว่ นผสม บำงประกำร เชน่ เตมิ ยิปซัมลงไป บำงชนิดตำ่ กว่ำมำตรฐำน เพือ่ ทำใหป้ นู ทผี่ สมนำ้ แล้วแข็งตวั ชำ้ เตมิ หินปูนบดลงไปเพ่อื เพ่มิ เนอื้ ปูน

ประเภทของปนู ซีเมนต์ ปนู ซีเมนต์ปอรต์ แลนด์ ปนู ซีเมนต์ผสม ปนู ซเี มนต์ขาว เปน็ ปนู ซีเมนตท์ ี่ไดจ้ ำกกำรบดปนู เม็ด เปน็ ปูนซเี มนต์ทมี่ ีแรงอดั ต่ำกว่ำ เปน็ ปูนซเี มนตท์ ่ีมีวตั ถุดิบหลัก คือ กบั ยปิ ซมั ตำมมำตรฐำนอุตสำหกรรม ปนู ซเี มนตธ์ รรมดำเล็กน้อย เนื่องจำกมี ปนู ขำว นิยมใช้ในงำนตกแตง่ อำคำร กำรเติมทรำย หรือหินปนู ละเอียดลงไป หอ้ งนำ้ สระนำ้ เพื่อให้เกิดควำมสวยงำม ซึง่ แบง่ เปน็ 5 ประเภท เหมำะสำหรับใช้ในงำนก่อสร้ำงท่ไี ม่รับ ประเภทที่ 1 ปูนซีเมนต์ปอรต์ แลนดธ์ รรมดำ น้ำหนักมำก เชน่ งำนกอ่ งำนฉำบ เทพน้ื ปูนซีเมนตป์ ระเภทใด ทใี่ ชท้ ้าถนน ประเภทท่ี 2 ปูนซเี มนต์ปอรต์ แลนด์เสริม ประเภทที่ 3 ปูนซีเมนต์ปอรต์ แลนด์ ประเภทใหก้ ำลังอัดสงู ประเภทท่ี 4 ปนู ซีเมนต์ปอรต์ แลนด์ ประเภทเกิดควำมรอ้ นตำ่ ประเภทที่ 5 ปูนซีเมนตป์ อรต์ แลนด์ ประเภททนซัลเฟตสงู

วสั ดผุ สม วัสดุผสม คือ การนา้ เอาวัสดุต้งั แต่ 2 ชนดิ ขน้ึ ไป ผสมรวมกัน ทา้ ให้มีสมบตั ทิ ี่ดีขึ้น โดยวสั ดผุ สมท่นี ้ามาต้องไมร่ วมเป็นเนอ้ื เดียวกนั แผ่นไม้ เสื้อกันฝน ยานอวกาศ อา่ งอาบนา้ ท้าไมตอ้ งมีการผลติ วัสดุผสม

สมบตั ิทางกายภาพของวสั ดผุ สม สมบตั ขิ องวสั ดผุ สมจะข้ึนอยู่กับวัสดุทนี่ ำมำใชป้ ระกอบกันเป็นวสั ดผุ สม โดยวสั ดุผสมจะตอ้ งประกอบด้วยวสั ดุ 2 แบบ วัสดพุ ้นื หรือเมทริกซ์ (matrix) วัสดเุ สริม หรือตวั เสรมิ แรง (reinforcement) เปน็ วสั ดุที่ลกั ษณะของเนื้อวสั ดุมีควำมต่อเน่ือง และ เป็นวสั ดทุ ี่เพิ่มคณุ สมบัติให้กบั วสั ดพุ ้ืน โดยจะฝังตัวอยู่ในวัสดพุ ื้น ลอ้ มรอบอีกวัสดไุ ว้ ทำหน้ำทใ่ี นกำรถำ่ ยทอดแรงกระทำ ซ่ึงอำจจะอยู่ในรปู ของเสน้ ใย อนภุ ำค แผ่นหรอื ชน้ิ เลก็ ๆ โดยวัสดทุ น่ี ำมำใชเ้ ปน็ วสั ดพุ ื้น อำจเป็นพอลเิ มอร์ เซรำมิก โลหะ หรือคำรบ์ อนและแกรไฟต์

การใชป้ ระโยชนว์ สั ดปุ ระเภทวสั ดุผสม วัสดุผสมจากธรรมชาติ เป็นวัสดุผสมทไ่ี ดจ้ ำกกำรรวมตัวของสำรที่อยใู่ นธรรมชำติ กระดูก ประกอบด้วยคอลลาเจน 20% แคลเซียมฟอสเฟต 69% น้า 9 % และอนื่ ๆ คอลลาเจน ทำหน้ำท่เี ปน็ วัสดพุ ้นื อย่ใู นรูปไมโครไฟเบอร์ มลี กั ษณะเหมอื นตำข่ำย แคลเซยี มฟอสเฟต ทำหน้ำท่ีเป็นวัสดุเสรมิ ช่วยใหก้ ระดกู แขง็ แรง

การใช้ประโยชนว์ สั ดปุ ระเภทวัสดุผสม วัสดผุ สมจากธรรมชาติ ไม้ ประกอบด้วยองคป์ ระกอบหลกั 4 ชนิด ไดแ้ ก่ เสน้ ใยเซลลโู ลส สารกงึ่ เซลลโู ลส ลิกนิน และสารสกัดจากธรรมชาติ เซลลูโลส ทำหน้ำที่เปน็ วัสดุพ้นื ลิกนินกับสารก่งึ เซลลูโลส ทำหน้ำท่ีเปน็ วสั ดเุ สริม ชว่ ยประสำนให้ องคป์ ระกอบในไม้เกิดกำรเชอ่ื มกัน

การใช้ประโยชนว์ สั ดปุ ระเภทวสั ดผุ สม วัสดผุ สมจากการสงั เคราะห์ เป็นวัสดผุ สมที่ไดจ้ ำกกำรนำวัสดชุ นิดต่ำง ๆ มำสังเครำะหร์ วมกัน เกดิ เปน็ วัสดผุ สมทีม่ ีสมบตั ิแตกต่ำงไปจำกเดิม และมสี มบตั เิ ฉพำะตำมที่ตอ้ งกำร เชน่ คอนกรีต ไฟเบอรก์ ลำสส์ ซีเมนต์ คือ วสั ดผุ งละเอียดเมด็ เล็กสีเทำ เมอ่ื ผสมกับนำ้ ในปริมำณมำกพอสมควร แลว้ ทิง้ ไว้ใหแ้ ห้งจะเกดิ กำรแขง็ ตวั อำจจะเรียกวำ่ ไฮดรอลกิ ซีเมนต์ (hydraulic cement) หนิ ลูกรังและก้อนหิน จะต้องมคี วำมสะอำด แข็ง ทนทำน หินมมุ แหลมจะใหค้ วำมแข็งแรง ไดด้ ีกว่ำหนิ ทีม่ คี วำมกลม เป็นแร่ขนำดเล็ก ทรำยเป็นตวั เติมเต็มในชอ่ งวำ่ งขนำดเล็กๆ ระหว่ำง ทราย หินขนำดใหญ่ ช่วยลดชอ่ งวำ่ งในเนอื้ คอนกรีตลง และลดปัญหำกำรไม่รวมตัว ของคอนกรตี ขณะเกิดกำรแข็งตวั

ผลกระทบจากการใชว้ ัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามกิ และวัสดุผสม ปัจจุบันขยะที่เกดิ ขนึ้ จากวัสดุ พลาสตกิ ส่งผลกระทบต่อ สงั เคราะหม์ จี า้ นวนมาก และยาก สิง่ แวดล้อมอย่างไร ต่อการกา้ จัด หากนา้ ไปเผาจะทา้ ให้ เกดิ มลพษิ ทางอากาศ หากน้าไปฝงั จะทา้ ดนิ เส่อื มสภาพสง่ ผลเสยี ต่อ สภาพแวดลอ้ ม

การรณรงค์เกย่ี วกบั แนวทางการใชว้ ัสดอุ ย่างคมุ้ ค่า และสง่ ผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มน้อยท่ีสดุ การใช้ซ้า (reuse) การลดการใช้ (reduce) การนา้ กลบั มาใช้ใหม่ (recycle) เปน็ กำรนำผลติ ภณั ฑ์พอลิเมอร์ เปน็ กำรลดหรอื ใชผ้ ลติ ภัณฑพ์ อลิเมอร์ เปน็ กำรนำผลิตภณั ฑ์พอลิเมอรส์ ังเครำะห์ สังเครำะห์ท่ีผ่ำนกำรใช้งำนแลว้ สังเครำะห์ใหน้ ้อยลง อำจใช้วสั ดหุ รือบรรจภุ ัณฑ์ ท่ีเคยผำ่ นกำรใช้งำนแลว้ มำผ่ำนกำรแปรรูป แต่ยงั มคี ุณภำพดีกลบั มำใช้งำนอีกครั้ง เป็นผลิตภณั ฑ์ใหม่ เพอื่ นำกลบั มำใช้งำนอกี ครง้ั จำกธรรมชำติแทนบรรจุภัณฑจ์ ำกพอลิเมอร์ โดยเฉพำะพลำสติกซ่งึ เป็นผลิตภัณฑท์ ่ีใชก้ นั สังเครำะห์ หรือใช้บรรจภุ ัณฑ์ทมี่ คี วำมคงทน อย่ำงแพรห่ ลำย สำมำรถนำกลับมำใชใ้ หม่ได้

การคดั แยกขยะ การคดั แยกขยะโดยการทิง้ ขยะใหถ้ กู ประเภทเปน็ อีกหนึง่ แนวทาง ท่ชี ่วยลดปัญหาขยะล้นเมอื ง สำหรับขยะทย่ี อ่ ยสลำยได้ สำหรับขยะรไี ซเคลิ หรอื สำหรบั ขยะท่ียอ่ ยสลำยยำก สำหรับขยะอันตรำย หรือ สำมำรถนำไปหมกั เปน็ ปยุ๋ ได้ ขยะที่นำไปแปรรปู ได้ เชน่ และไมค่ ้มุ ค่ำสำหรบั กำรนำ ขยะทม่ี ีพิษต่อสิ่งมชี ีวิตและ เชน่ เศษผัก เปลอื กผลไม้ แกว้ กระดำษ กระปอ๋ งเครื่องด่ืม กลับมำใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น สิ่งแวดล้อม เชน่ หลอดไฟฟำ้ หอ่ พลำสตกิ ใสข่ นม ซองบะหมี่ ถ่ำนไฟฉำย กระป๋องสเปรย์ เศษอำหำร ใบไม้ เศษพลำสติก กึ่งสำเรจ็ รปู โฟมบรรจอุ ำหำร กระปอ๋ งยำฆำ่ แมลง

ขยะเหลา่ นี้ควรท้งิ ลงถงั ขยะประเภทใดบา้ ง

Summary หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 วสั ดุในชีวติ ประจา้ วัน พอลเิ มอร์ เซรามกิ วสั ดุผสม เป็นสารทีม่ ีโมเลกุลขนาดใหญ่ เกิดจากสารโมเลกลุ เล็กทเี่ รียกว่า มอนอเมอร์ มาสร้างพันธะโคเวเลนตต์ ่อกนั ประเภทของพอลิเมอร์ สมบตั ิทางกายภาพของพอลเิ มอร์ แบง่ ตามลักษณะการเกดิ ขึ้นอยกู่ ับโครงสรา้ งของพอลเิ มอร์ โครงสร้างแบบเส้น พอลเิ มอร์ธรรมชาติ พอลิเมอร์สังเคราะห์ โครงสร้างแบบก่ิง แบ่งตามชนดิ ของมอนอเมอร์ โครงสร้างแบบร่างแห โฮโมพอลเิ มอร์ โคพอลิเมอร์

Summary หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 วัสดใุ นชวี ติ ประจ้าวัน พอลเิ มอร์ เซรามิก วัสดุผสม พลำสติก การใชป้ ระโยชนว์ สั ดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เสน้ ใย ยำง พอลเิ อทิลีน ยางธรรมชาติ น้ามารดี และปน่ั เป็นเส้นด้าย เพื่อท้าเครอ่ื งนงุ่ หม่ ใช้ทา้ ถงุ ใส่ของเยน็ ถงุ ขยะ ของเลน่ เด็ก ใชท้ ้าถงุ มอื แพทย์ ถงุ ยางอนามยั พอลิสไตรีน ยางสงั เคราะห์ ใช้ท้าชน้ิ สว่ นของตเู้ ย็น โฟมบรรจุอาหาร ยางบอี าร์ ใชท้ ้ายางรถยนต์ ยางล้อเคร่อื งบิน พอลิไวนลิ คลอไรด์ ยางเอสบอี าร์ ใชท้ ้ายางรถยนต์ พนื้ รองเทา้ ใช้ท้าท่อน้าประปา กระเบ้อื งปพู ื้น

Summary หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 วสั ดุในชวี ติ ประจา้ วัน พอลเิ มอร์ เซรามกิ วสั ดผุ สม ผลติ ภัณฑท์ ี่ทา้ จากวตั ถุดิบในธรรมชาติ เชน่ ดิน หิน ทราย แร่ธาตุ น้ามาผสมกนั ขึน้ รปู แล้วนา้ ไปเผา สมบัติทางกายภาพของเซรามกิ การใช้ประโยชนข์ องวสั ดุประเภทเซรามิก วัตถุดบิ ท่ใี ชใ้ นอุตสาหกรรมเซรามิก ผลิตภัณฑ์จากแก้ว วตั ถุดบิ หลัก วตั ถุดิบเสริม แก้วโซดาไลม์ ใชท้ ้าแก้วน้า ขวดน้า กระจกแผน่ การเผาและเคลือบ การเผาเคลือบ แกว้ โบโรซลิ ิเกต ใชท้ ้าเคร่อื งแกว้ ในหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร การเผาดบิ ทางวิทยาศาสตร์ การขน้ึ รปู ผลติ ภัณฑ์ ปูนซเี มนต์ ปูนซีเมนต์ เมือ่ น้าปนู ซเี มนตม์ าผสมกับน้าจะได้ผลึก การเทแบบ การใชแ้ ปน้ หมนุ ของแขง็ ใช้เป็นวสั ดปุ ระสานในงานก่อสรา้ ง

Summary หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วัสดุในชีวิตประจา้ วัน พอลเิ มอร์ เซรามกิ วสั ดุผสม วสั ดุที่ประกอบดว้ ยวสั ดุ 2 ประเภทขึ้นไป ที่มอี งคป์ ระกอบทางเคมีแตกต่างกัน โดยที่องคป์ ระกอบนั้นไมล่ ะลายเขา้ ด้วยกัน สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุผสม การใชป้ ระโยชน์ของวสั ดุผสม วสั ดพุ ื้น หรอื วัสดุหลัก ท้าหน้าที่ในการถ่ายทอด วัสดผุ สมจากธรรมชาติ แรงกระท้า วัสดุท่นี า้ มาทา้ เป็นวสั ดพุ น้ื เช่น พอลเิ มอร์เซรามกิ โลหะ คาร์บอน แกรไฟต์ กระดูก ไม้ วสั ดุเสริม หรือตัวเสริมแรง เป็นวสั ดทุ เี่ พม่ิ สมบัติ วสั ดุผสมจากการสังเคราะห์ ไฟเบอร์กลาสส์ ให้กบั วัสดุพนื้ โดยวัสดุเสริมอาจจะเปน็ คอนกรีต เสน้ ใย อนภุ าค แผ่น หรอื ช้ินเล็กๆ

Summary หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วสั ดุในชีวติ ประจา้ วัน พอลิเมอร์ เซรามิก วสั ดุผสม แนวทางการใช้พอลิเมอร์สังเคราะหอ์ ย่างคมุ้ คา่ Reduce Reuse Recycle ลดการใช้ เชน่ ใช้ถงุ ผา้ แทนถุงพลาสตกิ ใชซ้ ้า เชน่ ใชก้ ระดาษให้ครบท้งั 2 หน้า แปรรปู ใช้ใหม่ เช่น นา้ ขวดพลาสติก ที่ใช้แลว้ มาหลอมน้าไปผลิตเสอ้ื การคดั แยกขยะ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook