วิชาวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ข้อ คำตอบ ขอ้ คำตอบ 14 16 5 22 17 2 31 18 5 4 2, 4 19 2 55 20 3 63 21 5 72 22 4 8 1, 3 23 1, 4, 5 91 24 1, 3 10 2, 5 25 2 11 3 26 4 12 2, 3 27 1, 4 13 4 28 2, 3 14 1 29 2 15 2 30 5
วชิ าวิทยาศาสวตร์ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 วชิ าคณติ ศาสตร์ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 All Thailand Evaluation Test คำอธบิ าย 1. D คอื คลอโรพลาสตม์ รี งควตั ถสุ เี ขียวและเปน็ 5. ในวนั ที่ฝนตก รากจะดดู ซมึ น้ำได้ในปรมิ าณนอ้ ย แหลง่ สังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช น้ำที่เคลอ่ื นทีไ่ ปยงั ใบถูกขับออกสูภ่ ายนอกไดน้ อ้ ย โดยการคายน้ำ และสารอาหารท่ีเกดิ จาก การสงั เคราะห์ด้วยแสงทใ่ี บมปี รมิ าณนอ้ ย 2. เรณูของพชื ท่อี าศัยลมเป็นตัวชว่ ยในการถ่ายเรณู 6. ในดนิ มีความเข้มขน้ ตำ่ กว่าภายในรากของพืช มลี ักษณะค่อนข้างแห้ง น้ำหนกั เบา เพื่อให้สามารถ นำ้ ในดนิ จึงเคลอ่ื นที่เข้าสู่ขนรากของพืชได้โดย ปลวิ ไปตามกระแสลมไดง้ ่ายและไปตกยงั ทีไ่ กล ๆ วธิ ีการออสโมซสิ ได้ ออสโมซิสเปน็ การแพร่ของนำ้ ผ่านเยื่อหุม้ เซลล์ จากดา้ นที่มีความเข้มข้นตำ่ ไปยงั ดา้ นทีม่ ี 3. (A) คอื ออวุล ความเข้มข้นสงู กว่า (B) คอื รังไข่ หลังการปฏสิ นธิ ออวลุ จะพฒั นาไปเป็นเมล็ด และรงั ไข่พฒั นาไปเป็นผล 4. ดอกไม้สว่ นใหญถ่ ่ายเรณโู ดยอาศยั แมลง 7. การเคลื่อนท่ีของตวั ทำละลาย (นำ้ ) ผ่าน หากแมลงหายไปจากโลก พชื จะไม่สามารถ เยอ่ื เลอื กผา่ นจากบริเวณท่ีมีความเขม้ ขน้ ของ ถ่ายเรณูไดต้ ามปกติ ทำใหป้ รมิ าณเมลด็ และผล สารละลายตำ่ ไปยังบรเิ วณท่มี คี วามเข้มขน้ ของ ทพี่ ืชผลิตไดล้ ดลงและพืชท่ีตอ้ งอาศยั การถ่ายเรณู สารละลายสูงกว่าเรยี กวา่ การออสโมซิส โดยแมลงเทา่ น้ันจะสูญพันธ์ุ เนื่องจากน้ำท่ีอยู่ด้านนอกแคร์รอตมคี วามเข้มขน้ ตำ่ กวา่ จึงเคลื่อนทไ่ี ปยังด้านในแครร์ อตซ่ึงมี ความเข้มขน้ สงู กวา่ ทำให้ระดับน้ำเกลือในท่อแกว้ เพ่มิ สงู ขน้ึ
วชิ าวทิ ยาศาสวตร์ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 วิชาคณติ ศาสตร์ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 All Thailand Evaluation Test 8. ถ้าพ่นลมหายใจออกลงในนำ้ ความเข้มข้นของ 12. คลื่นแสงและคลนื่ วิทยุเป็นคลน่ื ท่สี ามารถ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทเี่ ปน็ วัตถดุ บิ ของ เคล่ือนท่ไี ด้แมไ้ ม่มตี ัวกลาง การสังเคราะหด์ ้วยแสงจะเพิม่ ขน้ึ ทำใหอ้ ตั รา การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงเพ่ิมขนึ้ และถ้าเพิ่ม 13. การหักเหของแสงทำใหม้ องเห็นเหมอื นเหรียญ ความเขม้ แสง จะทำใหอ้ ตั ราการสังเคราะหด์ ้วยแสง ลอยข้ึนมาจากตำแหนง่ จริง เพม่ิ ข้นึ ด้วยเช่นกนั ดังนน้ั จำนวนฟองแกส๊ จะเพ่ิมขน้ึ 9. (A) คือ ระบบย่อยอาหาร 14. เนอ่ื งจากยิ่งสูงเท่าไร อากาศยงิ่ บางเบาขนึ้ เท่าน้ัน (B) คอื ระบบหายใจ ความกดอากาศในบริเวณโดยรอบยงิ่ นอ้ ย (C) คอื ระบบไหลเวียนเลือด ขนาดของลูกโปง่ จะใหญข่ นึ้ หลังจากใหญข่ นึ้ (D) คอื ระบบขับถา่ ย จนถงึ ระดับหน่งึ ลูกโปง่ จะแตกในทส่ี ุด 10. A คือ อเิ ลก็ ตรอน มปี ระจุไฟฟา้ ลบ และ 15. อะตอมทป่ี ระกอบกนั เป็นนำ้ และแกส๊ B คอื นิวเคลียส ประกอบดว้ ยโปรตอนและ คารบ์ อนไดออกไซด์เปน็ 3 อะตอมทง้ั คู่ นวิ ตรอน โดยโปรตอนมีประจุไฟฟา้ บวก และธาตทุ ีเ่ ป็นองคป์ ระกอบของน้ำและ นวิ ตรอนเปน็ กลางทางไฟฟา้ และอะตอม แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์เป็นธาตตุ ่างชนดิ กัน ประกอบดว้ ยที่วา่ งเปน็ สว่ นใหญ่ 11. เม่ือรางรถไฟได้รับความรอ้ นจะขยายตวั 16. เมือ่ ความดันบรรยากาศต่ำ จดุ เดอื ดของสาร ถ้าไมเ่ วน้ ช่องว่างตรงรอยต่อ จะทำใหร้ างรถไฟ จะต่ำ ดงั น้นั การหุงข้าวบนภเู ขาสงู ขา้ วจะสุก ดันโกง่ ขึ้น ทำใหเ้ กดิ อนั ตรายได้ เรว็ กว่าหงุ ข้าวบนทร่ี าบ
วิชาวทิ ยาศาสวตร์ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 วิชาคณติ ศาสตร์ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 All Thailand Evaluation Test 17. สารท่ีเกิดจากสารต้ังแต่ 2 ชนิดขน้ึ ไปมารวม 21. ① เนือ่ งจากใหค้ วามร้อนดว้ ยเปลวไฟท่มี ีความแรง เปน็ เนื้อเดียวกันเรียกวา่ ของผสมเนอ้ื เดียว (homogeneous mixture) เทา่ กัน ดังน้นั ถา้ เวลาท่ีใหค้ วามร้อนเทา่ กัน 18. (A) เป็นแบบจำลองอนุภาคของสารบรสิ ุทธ์ิ ปรมิ าณความรอ้ นท่สี ารไดร้ บั จะเทา่ กันดว้ ย ท่ปี ระกอบดว้ ยอะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดข้นึ ไป เรียกวา่ สารประกอบ ② เมอ่ื ให้ความร้อนเป็นเวลา 3 นาที (B) เปน็ แบบจำลองอนุภาคของสารบริสุทธ์ิ ท่ปี ระกอบด้วยอะตอมของธาตเุ พียงชนดิ เดียว อัตราส่วนการเปล่ียนแปลงอณุ หภูมิเปน็ (C) เป็นแบบจำลองอนุภาคของสารผสม A : B : C = (25 – 10) : (20 – 10) : (15 – 10) =3:2:1 ③, ④ ถา้ มวลของ A – C เท่ากัน อัตราส่วนความร้อนจำเพาะจะเปน็ 1 1 1 A : B : C = 3 : 2 : 1 = 2 : 3 : 6 ดงั นนั้ A – C เปน็ สารต่างชนิดกัน ⑤ ถา้ A – C เปน็ สารชนิดเดยี วกัน C ทเ่ี ปลย่ี นแปลงอณุ หภูมนิ อ้ ยทีส่ ุดจะมมี วล มากท่ีสุด 19. เนอ่ื งจากจดุ เดือดเปน็ สมบัติเฉพาะของสาร 22. ถา้ ดึงแท่งไม้ แต่แท่งไม้ไมเ่ คลอ่ื นที่ ขดี สเกล จุดเดอื ดของสารชนิดเดียวกันจึงเท่ากัน แสดงว่า แสดงค่าของเครอ่ื งชัง่ สปริงจะเป็นคา่ ของ สาร B และ C เปน็ สารชนิดเดียวกัน จึงมสี าร แรงเสยี ดทาน ณ ขณะนนั้ ซึง่ จะมีทิศทาง ท้ังหมด 3 ชนดิ คา่ ของจุดเดือดเปน็ ไปทางดา้ น A ซง่ึ เป็นทศิ ทางตรงข้ามกบั D < B = C < A ตามลำดับ สาร A จึงขึน้ ไป แรงกระทำ โดยแรงเสียดทานท่เี กดิ ขน้ึ ขณะที่ ถึงจดุ เดือดเป็นสารแรกสดุ วัตถไุ มเ่ คลื่อนทเี่ รยี กว่า แรงเสยี ดทานสถติ 20. ถ้าจดุ หลอมเหลวสงู กวา่ อุณหภมู ิหอ้ ง สารจะมี สถานะเป็นของแข็ง ดังน้นั B มสี ถานะเปน็ ของแข็งที่อุณหภูมิหอ้ ง ถา้ จุดเดือดต่ำกว่า 100 oC สารจะมสี ถานะเปน็ แก๊สทอี่ ุณหภมู ิ 100 oC ดงั นัน้ E มสี ถานะเป็นแกส๊ ทีอ่ ณุ หภมู ิ 100 oC
วชิ าวทิ ยาศาสวตร์ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 วิชาคณติ ศาสตร์ ประถมศึกษาปที ่ี 2 All Thailand Evaluation Test 23. เมื่อแสงเคลอื่ นทจ่ี ากอากาศสูน่ ้ำ มุมตกกระทบ 26. การโคจรรอบดวงอาทิตยข์ องโลกในลกั ษณะท่ี จะมีขนาดใหญก่ วา่ มมุ หกั เหและถ้ามมุ ตกกระทบ แกนโลกเอียงกับแนวต้ังฉากของระนาบทางโคจร มขี นาดใหญข่ นึ้ มมุ หกั เหจะมีขนาดใหญ่ขนึ้ ทำใหเ้ กดิ ปรากฏการณ์ต่าง ๆ เช่น ฤดูกาล ตามไปด้วย ส่วนการเปล่ยี นแปลงความเรว็ ของแสง การเปล่ยี นตำแหน่งของกลุม่ ดาว แต่การเคลอื่ นท่ี เมือ่ ผ่านตัวกลางตา่ งชนิดกัน ทำใหเ้ กิดการหกั เห ประจำวนั ของดาวเกิดจากการหมนุ รอบตัวเอง โดยอัตราเร็วของแสงในสุญญากาศต่ออตั ราเรว็ ของโลก ของแสงในตวั กลางใด ๆ เรยี กว่า ดรรชนีหกั เห ของตัวกลางนั้น 24. พายุหมุนเขตร้อนเกดิ ข้ึนเหนือทะเลหรือ 27. การศึกษาโครงสรา้ งภายในของโลกโดยทางตรง มหาสมทุ รท่นี ำ้ มีอุณหภูมสิ งู อิทธพิ ลของ เชน่ การเจาะสำรวจ การศกึ ษาส่ิงท่ีพงุ่ ออกมา พายุหมนุ เขตร้อนก่อใหเ้ กิดคลืน่ พายซุ ดั ฝงั่ จากภูเขาไฟ ฝนตกหนกั เปน็ บริเวณกว้าง พายุหมุนเขตร้อน การศึกษาโครงสร้างภายในของโลกโดยทางอ้อม ท่ีมีอตั ราเรว็ ลมใกล้ศนู ย์กลางต้งั แต่ เชน่ การวิเคราะหค์ ลืน่ ไหวสะเทอื น 117 กโิ ลเมตร/ช่ัวโมงข้ึนไป จะมชี อื่ เรียก การวิจยั หนิ อุกกาบาต การทดลองโดยใช้ ตา่ งกันไปตามแหลง่ กำเนดิ เช่น หากเกดิ ใน ความดันและความร้อนสูง มหาสมุทรแปซิฟกิ และทะเลจีนใตเ้ รยี กว่า ไต้ฝ่นุ หากเกิดในมหาสมุทรอนิ เดียเรยี กว่า ไซโคลน ส่วนในเขตร้อนอน่ื ๆ เรยี กวา่ เฮอรร์ ิเคน ②, ⑤ อธบิ ายเก่ียวกับพายุฝนฟ้าคะนอง 25. ชั้น A คอื ชน้ั โทรโพสเฟียร์ 28. หากโปรยสารเคมีในวนั ที่ท้องฟา้ โปรง่ ไม่มเี มฆ ชน้ั B คือ ชัน้ สตราโตสเฟียร์ ฝนจะไม่ตก เนอ่ื งจากไมม่ ีไอนำ้ หรอื ผลกึ นำ้ แข็ง ชัน้ C คือ ช้นั มโี ซสเฟียร์ และ ทจี่ ะควบแนน่ เป็นหยดน้ำและตกลงมาเปน็ ฝน ช้นั D คือ ชัน้ เทอร์โมสเฟียร์ ชน้ั โทรโพสเฟียร์และช้นั มีโซสเฟียรม์ ีการ พาความร้อนเกิดขน้ึ ท้ังคู่ แตใ่ นชัน้ มีโซสเฟยี ร์ ไม่มีไอนำ้ จึงไมม่ ปี รากฏการณ์ตา่ ง ๆ ของ บรรยากาศเกิดข้ึน สว่ นชน้ั เทอร์โมสเฟยี ร์ อณุ หภูมจิ ะเพมิ่ ขน้ึ ตามความสูง
วชิ าวิทยาศาสวตร์ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 วชิ าคณติ ศาสตร์ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 All Thailand Evaluation Test 29. ถ้าเตมิ อากาศในขวดพลาสตกิ ความดันและ อุณหภูมิจะสูงขน้ึ ภายในขวดพลาสตกิ จะใสข้ึน ขั้นตอนน้เี ปรียบเหมอื นการสลายตัวของเมฆ แต่ถา้ เปิดฝาจกุ ยางอดั อากาศ อณุ หภูมิจะลดลง ภายในขวดพลาสติกจะขุ่นมวั ข้ันตอนนี้ เปรยี บเหมือนการก่อตัวของเมฆ 30. อากาศทีจ่ ดุ A อยใู่ นสภาวะไมอ่ ิม่ ตวั ปริมาณไอน้ำอม่ิ ตัวในอากาศ คอื 30.4 กรมั ต่อลกู บาศก์เมตร ปริมาณไอน้ำในอากาศ คอื 9.4 กรมั ตอ่ ลูกบาศก์เมตร และอุณหภูมิจุดน้ำคา้ ง คอื 10 oC ถ้าตอ้ งการใหเ้ กิดสภาวะอ่มิ ตวั อณุ หภูมจิ ะต้องลดลงจนอยู่ท่ี 10 oC หรอื ไม่เช่นนั้นกจ็ ะตอ้ งเพม่ิ ไอน้ำเข้าไปอกี 30.4 – 9.4 = 21 กรัมต่อลกู บาศกเ์ มตร ความชนื้ สมั พทั ธ์ A = ปริมาณไอน้ำทีม่ อี ยู่ในอากาศ x 100 ปริมาณไอน้ำอิ่มตวั ณ อุณหภมู ิ ความดนั และปริมาตรเดียวกนั = 9.4 x 100 31% 30.4
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: