Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชุดที่ 6 ฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมัส ม่วง

ชุดที่ 6 ฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมัส ม่วง

Description: ชุดที่ 6 ฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมัส ม่วง

Search

Read the Text Version

ชดุ การสอนตามรูปแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E หนว่ ยการเรยี นรู้ เรอ่ื ง ระบบต่อมไร้ทอ่ รายวชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวุฒิ ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู าชาญการพิเศษ โรงเรยี นโนนไทยครุ ุอปถมั ภ์ สังกัดองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

ชุดที่ 6 เร่ืองฮอร์โมนจากต่อมไพเนยี ลและตอ่ มไธมัส ก คำนำ ชุดการสอนตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E วิชาชีววิทยาเพิ่มเติม ว32242 เรื่อง ระบบ ต่อมไรท้ ่อ รายวิชาชีววทิ ยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดทาขึ้นเพ่ือพัฒนาการจัดการ เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ท่ีมุ่งส่งเสริมให้นกั เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหา ความรูแ้ ละการทางานเป็นกลุ่ม การเรยี นร้โู ดยใช้ชุดการสอนน้ีชว่ ยให้นกั เรยี นมีสว่ นร่วมในการเรยี นรู้ ม า ก ก ว่ า ก า ร ส อ น ด้ ว ย วิ ธี บ ร ร ย า ย ท า ให้ นั ก เรี ย น มี ค ว าม ส น ใจ ใน ก า ร เรี ย น ส่ ง ผ ล ให้ นั ก เรี ย น มี ความก้าวหน้าในการเรียนมากข้ึน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง มีการเรียบ เรยี งเนื้อหาตามมาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้อย่าง ละเอียดตามกลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมีการวัดและประเมินผลการเรียนรเู้ มอ่ื จบหน่วยการเรียนรู้ ชุดการสอนตามรปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรอื่ ง ระบบต่อมไรท้ ่อ ประกอบดว้ ยชดุ การ สอนทัง้ หมด 7 ชุด จานวน 18 ชวั่ โมง ดงั น้ี ชดุ ท่ี 1 ฮอรโ์ มนและต่อมไร้ทอ่ ชุดที่ 2 ฮอรโ์ มนจากต่อมใตส้ มอง ชุดท่ี 3 ฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น ชดุ ที่ 4 ฮอรโ์ มนจากต่อมไทรอยดพ์ าราไทรอยด์และต่อมหมวกไต ชดุ ท่ี 5ฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ชุดที่ 6 ฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนียลและตอ่ มไธมัส ชดุ ที่ 7 ฟีโรโมน ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ได้ให้ความรู้ คาปรึกษาและข้อเสนอแนะท่ีเป็นประโยชน์ อย่างย่ิงจนทาให้ชุดการสอนชุดน้ีมีความสมบูรณ์ย่ิงขึ้นผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่าชุดการสอนตาม รปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เร่ืองระบบตอ่ มไร้ท่อช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ชดุ นี้จะเป็นประโยชน์อย่าง ยิง่ สาหรบั นักเรยี น ครแู ละผทู้ ส่ี นใจ ทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวุฒิ วิชาชีววิทยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เร่ืองฮอร์โมนจากต่อมไพเนยี ลและต่อมไธมัส ข สำรบญั เรื่อง หน้ำ ก คานา ข สารบญั ค 1 สารบญั ภาพ 2 ลาดับข้นั การใชช้ ุดการสอน 3 คาชีแ้ จงเกยี่ วกบั ชดุ การสอน 4 5 คาแนะนาการใชช้ ดุ การสอนสาหรับครู 6 คาแนะนาการใชช้ ดุ การสอนสาหรับนักเรียน 8 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 9 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ชุดการสอนชุดที่ 6 10 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอนชุดที่ 6 16 18 กิจกรรมการเรยี นรู้ 19 ขั้นที่ 1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ 20 22 ขน้ั ที่ 2 ขัน้ สารวจและค้นหา 23 ข้นั ที่ 3 ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป 24 ขั้นท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ ข้ันท่ี 5 ขั้นประเมนิ แบบทดสอบหลงั เรียน ชดุ การสอนชุดท่ี 6 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอนชดุ ท่ี 6 บรรณานุกรม ภาคผนวก วชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอื่ งฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมสั ค สำรบญั ภำพ ภำพ หน้ำ ภาพท่ี 1 กายวภิ าคศาสตรข์ องตอ่ มไพเนียล 10 ภาพท่ี 2 ตาแหนง่ ของตอ่ มไพเนยี ลและสัญญาณประสาทจากตาสูต่ ่อมไพเนียล 11 ภาพท่ี 3 การหล่ังของเมลาโทนินในรอบประมาณ 24 ช่วั โมง 12 ภาพที่ 4 กายวิภาคศาสตรข์ องตอ่ มไทมัส 15 วิชาชวี วิทยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมสั 1 ลาดบั ขนั้ การเรยี นโดยชดุ การสอน อ่านคาชแ้ี จงการใชช้ ดุ การสอน ทดสอบก่อนเรยี น ดาเนนิ การใช้ชุดการสอนตามรูปแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E ข้นั ที่ 1 สร้างความสนใจ ขั้นท่ี 2 สารวจค้นหา ขั้นที่ 3 อธบิ ายและลงข้อสรปุ ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ ผล ทดสอบหลงั เรยี น ไมผ่ า่ นเกณฑ์ แจง้ ผลการ ทดสอบ ผ่านเกณฑ์ ศึกษากิจกรรมชดุ การสอนชุดตอ่ ไป วชิ าชวี วิทยาเพิม่ เติม (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอ่ื งฮอร์โมนจากต่อมไพเนยี ลและตอ่ มไธมสั 2 คาชี้แจงเกยี่ วกบั ชุดการสอน 1. ชุดการสอนตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่องระบบตอ่ มไร้ทอ่ รายวชิ าชีววทิ ยาเพม่ิ เติม ว32242 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ประกอบดว้ ยชดุ การสอนท้งั หมด 7 ชดุ ดังนี้ ชดุ ท่ี 1 ฮอร์โมนและต่อมไรท้ อ่ ชดุ ท่ี 2 ฮอรโ์ มนจากตอ่ มใต้สมอง ชดุ ท่ี 3 ฮอร์โมนจากตับอ่อน ชุดท่ี 4 ฮอรโ์ มนจากต่อมไทรอยด์ พาราไทรอยด์ และตอ่ มหมวกไต ชุดที่ 5 ฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ชดุ ที่ 6 ฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมัส ชดุ ท่ี 7 ฟโี รโมน 2. ชุดการสอนในแตล่ ะชดุ ประกอบดว้ ย - คาชแ้ี จง - คาแนะนาในการใช้ชุดการสอน - สาระการเรยี นรู้,มาตรฐานการเรยี นรู้,ตัวช้วี ดั และจุดประสงค์การเรยี นรู้ - แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน - บตั รเน้อื หาและบัตรกิจกรรม - เฉลยบัตรกจิ กรรมและเฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลงั เรยี น 3. การปฏิบัตกิ จิ กรรมในแต่ละขนั้ ของชุดการสอนใช้กระบวนการกลุม่ และใช้เวลาในการศกึ ษา 2 ชว่ั โมง วิชาชวี วทิ ยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรื่องฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและตอ่ มไธมสั 3 คาแนะนาการใช้ชุดการสอนสาหรบั ครู ชุดการสอนตามรปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ชดุ ที่ 6 ฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลและตอ่ ม ไธมสั ใช้เป็นส่อื ประกอบการจดั การเรยี นรซู้ ง่ึ ครผู ูส้ อนควรมกี ารเตรียมความพรอ้ มและปฏบิ ัตติ าม คาแนะนาดงั น้ี 1. ศึกษารายละเอยี ดขัน้ ตอนการจดั การเรยี นรูโ้ ดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้จากแผนการจัดการ เรยี นรู้ 2. แบ่งนกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนกั เรียน เกง่ ปานกลาง และออ่ น โดยใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ เลอื กประธานและเลขานุการกลมุ่ และแบง่ หน้าทค่ี วามรับผิดชอบ ในกลมุ่ 3. ควรจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สาหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความพร้อมและครบจานวน นักเรยี นในแตล่ ะกล่มุ 4. ก่อนการจัดการเรียนรู้ ครูควรช้ีแจงให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองแนะนาแนวปฏิบัติ และ ขัน้ ตอนในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 5. ขณะท่ีนกั เรียนปฏิบัตกิ ิจกรรมครูควรกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนรว่ มในการทากิจกรรม รู้จัก การทางานร่วมกนั และหากพบนกั เรยี นคนใดทีป่ ระสบปญั หาควรใหค้ าแนะนาอย่างใกล้ชิด 6. หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสร็จสิ้นลงในแต่ละชุดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนตรวจ คาตอบในบัตรกิจกรรมและแบบทดสอบจากเฉลยในภาคผนวก และบนั ทึกคะแนนที่ได้ในแบบบนั ทึก คะแนนซึ่งนักเรียนต้องทาแบบทดสอบหลังเรยี นผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 80 ข้ึนไปหากกรณีไมผ่ ่านเกณฑ์ ให้นกั เรยี นย้อนกลับไปทากจิ กรรมใหม่แล้วตรวจคาตอบอีกคร้ังพร้อมกับบนั ทกึ คะแนนสง่ ครผู สู้ อน 7.เมือ่ นักเรียนปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเสรจ็ เรยี บร้อยแล้ว ให้นกั เรียนเก็บสอ่ื วสั ดุอปุ กรณ์ให้เรยี บร้อย และครู แจ้งใหน้ กั เรยี นเตรยี มความพร้อมสาหรบั การเรยี นรใู้ นชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ต่อไป วชิ าชีววิทยาเพิม่ เติม (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมสั 4 คาแนะนาการใช้ชุดการสอนสาหรับนกั เรยี น ชุดการสอนตามรปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ชุดที่ 6 ฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนียลและต่อม ไธมัสที่นักเรยี นไดศ้ ึกษาต่อไปน้ีเปน็ กิจกรรมการเรยี นรู้เพ่อื สง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นได้สืบเสาะหาความรู้ และสามารถสร้างองค์ความรดู้ ้วยตนเอง โดยใหน้ ักเรยี นปฏบิ ัติตามข้ันตอนทกี่ าหนดไว้ในชดุ การสอน ตามลาดบั ดงั นี้ 1. ให้นกั เรียนแบง่ กลุ่มๆ ละ 4-5 คน และกาหนดบทบาทหน้าทีข่ องนักเรยี นแตล่ ะคนในกลมุ่ 2. ศึกษาวิธีใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด และจุดประสงค์ การเรยี นรู้ 3. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพอื่ ประเมนิ ความรู้พ้ืนฐานของตนเอง ซึง่ นักเรยี นตอ้ งมคี วามซ่ือสัตย์ต่อ ตนเอง 4. ปฏิบัติกจิ กรรมตามขัน้ ตอนที่กาหนดในชุดกิจกรรมการเรียนรู้ถา้ หากนกั เรียนสงสัยหรือมปี ัญหาท่ี ไม่เขา้ ใจสามารถขอคาแนะนาไดจ้ ากครผู สู้ อน 5. เมื่อศกึ ษาและปฏิบัตกิ ิจกรรมเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี นเพือ่ ประเมิน ความรคู้ วามเข้าใจและเปรยี บเทียบความก้าวหน้าในการเรยี นของนักเรียน 6.ตรวจคาตอบของบัตรกิจกรรมและแบบทดสอบไดจ้ ากเฉลยในภาคผนวกซง่ึ นักเรยี นตอ้ งไดค้ ะแนน จากการทาแบบทดสอบหลงั เรียนได้ร้อยละ 80 ขน้ึ ไปจงึ ผา่ นเกณฑ์ หากผ่านเกณฑใ์ ห้นักเรียนศกึ ษา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ชุดต่อไป 7. นักเรียนควรมคี วามรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติกจิ กรรมทีไ่ ด้รบั มอบหมายให้ครบถ้วนสมบูรณ์ หากมี ขอ้ สงสัยในการดาเนินกจิ กรรมให้ปรกึ ษาครูผสู้ อนโดยทนั ทีใชเ้ วลาในการดาเนนิ กิจกรรม 2 ช่วั โมง วิชาชีววทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรื่องฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมัส 5 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 สิง่ มีชวี ิตกบั กระบวนการดารงชีวติ มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจหนว่ ยพื้นฐานของสง่ิ มชี วี ิต ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ที่ ของระบบต่างๆ ของส่งิ มีชวี ติ ท่ที างานสัมพนั ธก์ ัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรสู้ ่อื สารสิง่ ทเี่ รียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชวี ติ ของตนเองและดแู ลสง่ิ มีชีวิต สาระที่ 8 ธรรมชาติของวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหา ความรู้ การแก้ปญั หารู้วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ี่เกิดข้นึ ส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ท่ีแน่นอน สามารถ อธิบายและตรวจสอบไดภ้ ายใตข้ อ้ มูลและเครื่องมือทมี่ อี ยูใ่ นชว่ งเวลานั้น ๆ เขา้ ใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมและส่ิงแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสมั พันธ์กันนาความร้ไู ปใช้ในการดารงชวี ติ ของ ตนเองและดแู ลส่งิ มีชวี ติ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K) 1. อธิบายและสรปุ ถึงหนา้ ทีข่ องฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียลและตอ่ มไธมสั ตอ่ อวัยวะเปา้ หมาย ของฮอรโ์ มนได้ 2. อธบิ ายและสรุปการทางานของฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนยี ลและตอ่ มไธมัส และผลของ ฮอร์โมนท่มี ตี ่ออวยั วะเปา้ หมายของฮอรโ์ มนได้ ทกั ษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการทางานกลมุ่ 2. กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ซ่อื สัตย์สุจริต 2. มีวินยั 3. ใฝเ่ รยี นรู้ 4. มงุ่ ม่ันในการทางาน วชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เติม (ว32242) ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรื่องฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมัส 6 แบบทดสอบก่อนเรียน ชดุ การสอน ชุดที่ 6 ฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนยี ลและตอ่ มไธมสั คาช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบบั นมี้ ี 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน ใชเ้ วลา 15 นาที 2. ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบท่ีถูกตอ้ งเพียงข้อเดยี ว 3. ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผดิ ได้ 0 คะแนน 1. ต่อมไพเนียลอยูบ่ รเิ วณใดของร่างกาย ก. ต่อมไพเนยี ลมี 2 ต่อม อยู่ก่ึงกลางสมองสว่ นเซรีเบลลัม ข. ต่อมไพเนียลมี 2 ต่อม อยู่เซมเิ ซอร์ควิ ลารค์ ารเ์ นล ค. ต่อมไพเนยี ลมี 2 ต่อม อยตู่ รงสมองส่วนไฮโพรทาลามัส ง. ตอ่ มไพเนยี ลมี 2 ตอ่ ม อยู่กง่ึ กลางสมองสว่ นเซรบี รมั 2. ฮอร์โมนทส่ี ร้างจากตอ่ มไพเนียลในกลางคนื คือข้อใด ก. เซโรโทนิน ข. เมลาโทนนิ ค. เมลาโนไซด์ ง. กลโู คคอร์ติคอยด์ 3. ขอ้ ใดต่อไปนเี้ ป็นฮอร์โมนทช่ี ว่ ยในการชะลอการชะลอการชราภาพ ก. Malatonin ข. Testosterone ค. Progesterone ง. Gonadotrophin 4. ฮอรโ์ มนเมลาโทนิน ในคนหนุม่ สาวกบั สัตว์ครึ่งบกครง่ึ นา้ บางชนดิ ทาหนา้ ที่เหมอื นหรือ แตกต่างกนั อยา่ งไร ก. เหมือนกนั คอื ยับยัง้ การเจริญเตบิ โตของอวยั วะสืบพนั ธุ์ ข. เหมอื นกันคอื ทาให้รงควตั ถเุ มลานนิ ท่เี ซลล์ผวิ รวมตวั กัน ค. ตา่ งกนั ในคนทาใหส้ ีผวิ จางลง ในสัตว์คร่งึ บกครงึ่ นา้ อวยั วะสืบพนั ธ์ุเจรญิ ช้าลง ง. ต่างกัน ในคนยับยั้งการเจรญิ ของอวยั วะสืบพันธ์ุ ในสตั ว์ครงึ่ บกครึง่ น้าสผี วิ จางลง วชิ าชีววิทยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เร่ืองฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมัส 7 5. หนา้ ที่หลักของเมลาโทนิน คืออะไร ก. ควบคมุ วฏั จักรประจาวัน ข. ควบคุมสผี วิ ของมนษุ ย์ ค. ควบคมุ การเจรญิ เตบิ โต ง. ควบคมุ เมแทบอลิซึม 6. เหตกุ ารณ์ใดตอ่ ไปนี้ จะมีเมลาโทนนิ มากทสี่ ุด 1. ฤดูร้อน 2. ฤดูหนาว 3. กลางวนั ยาวกว่ากลางคนื 4. กลางคืนยาวกวา่ กลางวัน ก. 1 และ 3 ข. 2 และ 4 ค. 2 และ 3 ง. 1 และ 4 7. ตอ่ มไร้ทอ่ ใดท่ีทาหนา้ ท่เี ป็นเน่ือเยือ่ นา้ เหลือง ก. ต่อมไทรอยด์ ข. ต่อมไทมัส ค. ตอ่ มไพเนียล ง. ตบั ออ่ น 8. ตอ่ มไทมสั มีจานวนเท่าใด และอยบู่ ริเวณใดของร่างกาย ก. 2 พู อยตู่ ิดกบั ตอ่ มไทรอยด์ ข. 4 พู อยตู่ ิดกบั ตอ่ มไทรอยด์ ค. 2 พู อยรู่ อบเสน้ เลือดใหญข่ องหวั ใจ ง. 4พู อยรู่ อบเส้นเลอื ดใหญ่ของหัวใจ 9. ต่อมไทมัสมหี น้าท่ีสาคญั อย่างไร ก. สรา้ งภมู ิคุ้มกนั ของรา่ งกาย ข. เพม่ิ ระดบั นา้ ตาลในกระแสเลอื ด ค. เพ่ิมระดบั แคลเซียมในกระแสเลอื ด ง. เพ่ิมระดับโพรแตสเซียมในกระแสเลอื ด 10. Thymosin มีหน้าทีส่ าคญั อย่างไร ก. ชว่ ยควบคมุ กระบวนการเมแทบอลซิ มึ ในร่างกาย ข. ช่วยกระตุ้นเซลลเ์ ม็ดเลือดแดงให้เกดิ การแบ่งเซลล์ ค. ในคนจะมขี นาดเล็กในวัยแรกเกิด ง. ชว่ ยกระตุ้นLymphocyteใหเ้ กดิ การแบง่ เซลล์และพฒั นาการ วิชาชีววิทยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียลและตอ่ มไธมัส 8 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ชดุ การสอนชุดที่ 6 ฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมสั ช่ือ-สกุล ……………………………………………………………………………………. ชัน้ ............ เลขที่ .............. คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียวในแบบทดสอบแล้วทาเคร่ืองหมาย X ลงในชอ่ งวา่ ง ขอ้ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเต็ม คะแนนท่ไี ด้ 10 วชิ าชีววิทยาเพมิ่ เติม (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรอ่ื งฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมสั 9 ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั สร้างความสนใจ บตั รกิจกรรมที่ 6.1 เร่อื ง ฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและตอ่ มไธมัส คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนศึกษาและตอบคาถาม กอ่ นทจี่ ะได้ศกึ ษา เร่อื ง ฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนียล และต่อมไธมัส คาถาม 1. ต่อมไพเนียลต้ังอยู่ท่ไี หนของรา่ งกาย? .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 2. ต่อมไพเนียลผลติ ฮอรโ์ มนอะไร? .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 3. หนา้ ท่ีของฮอรโ์ มนเมลาโทนนิ คืออะไร? .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 5. ตอ่ มไทมัสต้ังอยูท่ ี่ไหน? .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 6. ต่อมไทมัสผลติ ฮอรโ์ มนอะไร? .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... วชิ าชีววทิ ยาเพิม่ เติม (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและตอ่ มไธมสั 10 ข้นั ท่ี 2 ข้ันสารวจและค้นหา บัตรเน้อื หาที่ 6.1 เรื่อง ฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนยี ล คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นศึกษาบัตรเนอ้ื หาท่ี 6.1เรอ่ื ง ฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียล ตอ่ มไพเนยี ลเป็นต่อมขนาดเลก็ ขนาดเท่ากบั เม็ดข้าวมีสีแดงปนน้าตาล เรยี กชอ่ื เต็มว่าเอน อะเซทิลไฟฟเ์ มทอคซิทริพทามนี ( N acetyl -5- methoxytryptamine) เน่อื งจากรปู ร่างคลา้ ยลกู สน (pine cone) จงึ เรียกว่าตอ่ มไพเนยี ล (pineal gland) ต่อมน้อี ยู่ดา้ นลา่ งสุดของโพรงสมองที่สาม ประกอบดว้ ยเซลล์ 2 ประเภท คอื เซลล์ไพเนียล ( pinealocytes) และเซลล์ไกลอนั (glial cell) ตอ่ มไพเนียลจัดอยูท่ ัง้ ในระบบประสาท คอื การรับ ตัวกระตุ้นจากการมองเห็น (visual nerve stimuli) และระบบตอ่ มไร้ท่อ คอื การสร้างฮอรโ์ มน ภาพที่ 1 กายวภิ าคศาสตรข์ องตอ่ มไพเนยี ล ท่มี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื ค้นวนั ที่ 16 มถิ ุนายน 2560) เซลลไ์ พเนียล( pinealocytes) เป็นระบบประสาททผ่ี ลติ เมลาโทนินตามการส่ังงานของไฮโพ ทาลามัส ต่อมใต้สมองส่วนหน้า และอวัยวะท่ีสร้างฮอร์โมนเพศ (gonads) ทาหนา้ ท่ีเปน็ ตอ่ มไรท้ ่อ (ไมใ่ ชเ่ มลานนิ ที่หล่ังโดยเซลล์ เมลาโนไซท์) เซลล์ไกลอลั (glial cells) เป็นเซลล์ประสาททม่ี ีตาแหนง่ อยู่บนโครงข่ายประสาทของเซลล์ ไพเนยี ล หนา้ ท่ียังไมช่ ัดเจน วิชาชีววทิ ยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและตอ่ มไธมสั 11 การสังเคราะห์ฮอรโ์ มนเมลาโทนิน เม่อื แสงสว่างหายไปจากจอรับภาพในตา ตอ่ มไพเนียลจะหลง่ั ฮอรโ์ มนเมลาโทนิน (melatonin) ซง่ึ สังเคราะห์มาจากกรดอะมโิ น ช่อื ทริปโตเฟน (tryptophan) โดยนอร์อพิ ิเนฟรนิ จาก เส้นประสาทซิมพาเทติกจะจบั กบั ตวั รบั สญั ญาณบนเยอ่ื เซลลก์ ระตุ้นเซลล์ในตอ่ มไพเนยี ล (pinialocyte) สงั เคราะห์ cAMP แลว้ กระต้นุ สารเรง่ ปฏกิ ิริยาเอน อะเซทิลทรานส์เฟอเรส (N- acetyltransferase, NAT) เปลย่ี นซีโรโทนินเป็นเอนอะซทิ ลิ เซอโรโทนิน (N-acetylserotonin) ซ่งึ จะ ถูกเปล่ียนโดยไฮดรอกซอิ นิ โดล์ โอ เมทธิลทรานส์เฟอเรส (hydroxyl-indole-O-methyl transferase : HIOMT) ใหเ้ ป็นเมลาโทนนิ อกี ทอดหน่งึ ต่อมไพเนยี ลทาหนา้ ท่เี หมือนตัวกลางท่ีจะรับรคู้ วามยาวของกลางวันและกลางคนื และส่ง สญั ญาณในรปู ของฮอรโ์ มนเมลาโทนนิ ไปยังระบบต่างๆ เมอื่ แสงสว่างผ่านเลนส์แกว้ ตาไปตกกระทบ กบั จอรบั ภาพบริเวณสว่ นหลงั สุดของลกู ตาท่เี รตนิ า (retina) ทมี่ ใี ยประสาทมาเล้ยี ง จะส่งกระแส ประสาทไปท่ี ศนู ย์รวมเส้นประสาทท่อี ยู่เหนอื ใยประสาททีไ่ คว้กนั เหนือสมองหรอื นวิ เคลียสซพู ราไค แอสมาติก( suprachiasmatic nuclei) ผ่านเสน้ ประสาทซมิ พาเทตกิ จนถึงที่ปมประสาทซูพเี รยี เซอร์ วิคัล (superior cervical ganglion) แลว้ ส่งตอ่ ไปทตี่ อ่ มไพเนียล ภาพท่ี 2 ตาแหนง่ ของตอ่ มไพเนยี ลและสัญญาณประสาทจากตาสู่ตอ่ มไพเนียล ทีม่ า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื ค้นวันที่ 16 มิถุนายน 2560) วชิ าชวี วทิ ยาเพมิ่ เติม (ว32242) ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรื่องฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนียลและต่อมไธมสั 12 การสรา้ งเมลาโทนนิ จงึ ถูกกระตุน้ โดยความมดื และการหล่ังจะถูกยบั ยง้ั โดยแสงสวา่ ง นัน่ คอื เมอ่ื มีแสงสว่าง ตอ่ มไพเนียล จะหลัง่ เมลาโนโทนินนอ้ ยลง ถ้าไม่มีแสงสวา่ งจะมผี ลให้มกี ารผลิตเมลา โทนนิ มากขึน้ มคี วามเชอื่ วา่ ฮอรโ์ มนนีจ้ ะหลงั่ ออกมาตามวงจรชีวิตหรือวฎั จกั รประจาวนั (biological rhythm)ใน 24 ช่ัวโมงท่ีเกี่ยวขอ้ งกับแสงสว่างและความมืด (circadian rhythm) เชน่ วงจรการต่ืน และการหลบั ฤดูกาลผสมพันธุ์ การเปลีย่ นจากซีโรโทนนิ ไปเป็นเมลาโทนนิ เพ่มิ ขึน้ ในเวลากลางคนื ทาให้เหน็ ในเวลา กลางคืนได้ดขี ้ึน ทาให้สายตาเหน็ ไดด้ เี มื่ออยูใ่ นท่ีสลวั ๆหรอื เมอื่ มแี สงสวา่ งนอ้ ย ภาพที่ 3 การหล่งั ของเมลาโทนนิ ในรอบประมาณ 24 ชัว่ โมง ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื ค้นวันที่ 16 มถิ ุนายน 2560) การหลัง่ ของเมลาโทนินในรอบประมาณ 24 ชวั่ โมง (circadian rhythm) ของคนวัยเจริญ พันธุ์ ในเวลากลางคืนจะมกี ารสร้างเมลาโทนินมาก โดยจะเร่ิมสร้างต้งั แต่เวลา 2100-22.00 น. และมีการสร้างมากขน้ึ เรื่อยๆจนถึงระดบั สูงสุดเวลา 02.00-04.00น. คอื ประมาณ 60-70 พิโคกรมั ต่อ มลิ ลเิ มตรของพลาสมา (1 พิโคเทา่ กบั 10 -12) แล้วจะลดลงเร่ือยๆจนกระทง่ั 07.00-08.00น.ถึงหยดุ สรา้ ง ซ่ึงจะเหลือค่าต่าสุดประมาณ 7 พโิ คกรัมต่อมลิ ลเิ มตร วชิ าชีววิทยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เร่ืองฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและต่อมไธมัส 13 หนา้ ท่แี ละความผิดปกตขิ องฮอร์โมนเมลาโทนิน หน้าท่ีของฮอรโ์ มนเมลาโทนิน นอกจากหน้าท่ีในการปรับรา่ งกายให้รบั รเู้ วลากลางวนั กลางคืนในรอบ 24 ชวั่ โมงแลว้ เมลา โทนนิ ยังทาหนา้ ท่ีอนื่ ดังน้ี 1. การพฒั นาระบบอวยั วะสบื พนั ธุ์ มบี างคนเช่อื ว่าเมลาโทนินมผี ลตอ่ การสรา้ งโกนาโด โทรปนิ รลี สิ ซ่ิงฮอรโ์ มน (GnRH) แม้ว่ายังไมม่ ีขอ้ สรปุ ชดั เจนเก่ยี วข้องกับขบวนการหล่งั ของเมลาโทนนิ แตม่ คี วามเช่ือวา่ นา่ จะระงับการหลง่ั โกนาโดโทปนิ รีลิสซงิ่ ฮอร์โมนจากไฮโพทาลามัส และควบคุมการ ทางานของอวัยวะสบื พันธุ์ โดยจะมีการยบั ย้ังการหล่ังฮอรโ์ มนเพศ เช่นในชว่ งท่มี ฤี ดูหนาวทีม่ กี ลางคนื ยาวนาน ผู้หญิงชาวเอสกโิ มจะไมม่ ปี ระจาเดอื น และถ้ามีฮอรโ์ มนนมี้ ากจะทาให้เปน็ หนมุ่ สาวช้ากวา่ ที่ ควร ในผู้ชายจะมอี ณั ฑะขนาดเลก็ ลงได้ 2. สง่ เสริมการนอนหลบั และกิจกรรมต่างๆ ใช้ในการรกั ษาผ้ทู มี่ ปี ัญหาการนอนไมห่ ลับ (sleep disorder) เชน่ ผูท้ างานเปน็ กะ (shift workers )หรือผู้สูงอายุที่นอนไมห่ ลบั (elderly insomnia) แกไ้ ขการหลงเวลาจากการเดนิ ทางโดยเคร่อื งบนิ (jet lag) เม่อื ไปในประเทศที่เวลาไม่ เหมือนกนั เช่นเมือ่ เดนิ ทางจากประเทศไทยไปประเทศสหรฐั อเมรกิ าที่เวลาหา่ งกนั ประมาณ 12 ช่วั โมง จะทาให้เวลากลางวนั และกลางคนื กลับกัน ซงึ่ จะทาให้นอนไม่หลบั ออ่ นเพลยี ปวดศีรษะได้ ถา้ ไดร้ บั ฮอรโ์ มนเมลาโทนินจะทาใหป้ ัญหาเหลา่ นี้หายไปหรือน้อยลง 3. การรกั ษาโรคทเ่ี ก่ียวกบั อารมณ์ มีงานวิจยั หาความสมั พันธ์ระหวา่ งเมลาโทนนิ และภาวะ ซึมเศรา้ พบว่าในประเทศทม่ี ฤี ดูหนาวที่ยาวนาน อากาศสลวั ๆ ซึ่งเมลาโทนนิ หลัง่ มากขึน้ จะมีผู้ท่มี ี อาการซมึ เศรา้ มากกว่า และเป็นเหตุผลอธบิ ายว่าทาไมเราจงึ รสู้ กึ สดช่นื ในวันท่ีทอ้ งฟา้ สดใส มากกว่า ในชว่ งท่มี อี ากาศสลวั ๆ ของช่วงฤดหู นาว 4. ชะลอการชราภาพ มีบางรายงานกลา่ วถึงเมลาโทนินซ่งึ ตัวต้านออกซิเดชัน (antioxidation) ซ่ึงเปน็ สารทป่ี อ้ งกนั ไม่ให้เซลลใ์ นรา่ งกายถกู ทาลายจากสารที่เป็นอนมุ ลู อสิ ระ (free radicals) ซึ่งมกั จะไปทาปฏกิ ิริยาเป็นลกู โซ่และทาลายเซลล์อ่นื ได้มาก ทาใหเ้ กิดโรคเรอื้ รังเชน่ มะเรง็ หลอดเลือดหัวใจขาดเลอื ด ซ่ึงถา้ มีอนมุ ลู อิสระทีเ่ กดิ จากกระบวนการเมแทบอลิซึมมาก จะทาอันตราย ต่อเนอ้ื เย่อื ต่างๆ ต่อเย่อื บุผิวเซลล์หรืออาจเข้าไปในนิวเคลียส ทาให้เซลล์ไมส่ ามารถแบ่งตัว หรอื ซอ่ มแซมสว่ นท่ีสึกหรอ ทาใหเ้ กิดการชราภาพของเซลล์ เมลาโทนินจะไปจบั หรอื กาจัดอนมุ ูลอิสระ เหลา่ น้ไี ด้ดแี ละปกป้องเซลลจ์ ากการทาลายของไขมนั ในเยือ่ หุ้มเซลลไ์ ด้ดว้ ย ทาให้ชะลอการชราภาพ ไดแ้ ละมรี ายงานวา่ สามารถนามาใช้ฟน้ื ฟูเซลล์ตา่ งๆ ได้ดี ความผดิ ปกตขิ องฮอรโ์ มนเมลาโทนนิ ถ้ามมี ากเกินไปจะไปยับย้งั การเจริญเติบโตอวยั วะสบื พนั ธุ์ เนอ่ื งจากพบว่าเม่อื เขา้ สวู่ ัยหนมุ่ สาวเมลาโทนินจะลดนอ้ ยลง นอกจากนีย้ งั พบว่าผูท้ ม่ี อี าการซึมเศรา้ จะมีฮอรโ์ มนนี้มากกวา่ คนปกติ จากการวิจยั พบว่าใน ประเทศแถบสเกนดิเนเวยี ที่ในฤดูหนาวมเี วลากลางคนื ยาวนานมาก จะมผี มู้ ีอาการซึมเศรา้ มากขึ้น วิชาชวี วทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียลและตอ่ มไธมสั 14 บตั รเนื้อหาท่ี 6.2 เรือ่ ง ฮอร์โมนจากตอ่ มไธมสั คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นศึกษาบัตรเนอ้ื หาท่ี 6.1เรอ่ื ง ฮอร์โมนจากต่อมไธมัส ฮอรโ์ มนจากตอ่ มไทมสั ต่อมไทมสั อยทู่ ีห่ น้าอกใต้กระดกู สเตอรน์ ัมหรือลิ้นป่ี (sternum) มีจานวน 2 พู อย่รู อบ เส้นหัวใจใหญง่ ฮอรโ์ มนช่อื ไทโมซนิ (thymosin) และไทโมโปอทิ ิน ( thymopoietin) เม่อื เปน็ เด็กตอ่ มไทมสั จะมขี นาดใหญ่ เมื่อเข้าสวู่ ัยรนุ่ ขนาดของตอ่ มจะเล็กลง เมอ่ื เข้าสู่วัย ผูใ้ หญ่ (adulthood) ตอ่ มน้จี ะเห่ยี วไป (atrophy) และเม่ือเขา้ ส่วู ยั ชราจะกลายเปน็ พงั ผดื (fibrous) ภาพท่ี 4 กายวิภาคศาสตร์ของตอ่ มไทมสั ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื คน้ วนั ที่ 16 มิถนุ ายน 2560) ฮอร์โมนทส่ี ร้างจากตอ่ มไธมัส ไทโมซนิ เปน็ ฮอร์โมทสี่ รา้ งจากต่อมไทมัส ซึ่งมีโครงสรา้ งเปน็ สาย พอลเิ ปปไทด์ ที่มีกรดอะมิ โนต่อกนั เปน็ สาย มโี ครงสรา้ งหลายแบบ เชน่ ไทโมซินแอลฟาหนึ่ง และไทโมซินเบตาสี่ เปน็ ตน้ วชิ าชวี วทิ ยาเพิม่ เตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรื่องฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนยี ลและต่อมไธมัส 15 หน้าทข่ี องไทโมซนิ ไทโมซนิ ทาหน้าท่ีกระตุ้นการแบ่งเซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวประเภทลมิ โฟไซท์ (lymphocyte หรือ T cell) ทย่ี งั ออ่ นอยู่ (immature lymphocyte) แลว้ ปรับสภาพไปเปน็ ลิมโฟไซท์ท่เี จริญเตม็ ท่ี (mature lymphocyte) ลิมโฟไซทท์ ีเ่ จรญิ เต็มทีแ่ ล้วจะออกจากต่อมไทมัสไปอยบู่ ริเวณม้ามและ ตอ่ มนา้ เหลืองทั่ว ร่างกาย ทาหน้าที่สรา้ งภมู คิ ุ้มกันโรคเนอ่ื งจากการกระทาของเซลล์ (cellular immunity) คือทา หน้าท่ีเกีย่ วกบั ปฎิกริยาภูมิแพ้ และการไมย่ อมรับเนอื้ เยอ่ื แปลกปลอมทีป่ ลกู ถ่ายกบั รา่ งกาย ปอ้ งกัน การตดิ เช้ือจากเชอ้ื โรคตา่ งๆ เชน่ เชอ้ื แบคทีเรยี ไวรัส เช้ือรา ตอ่ มไทมสั จะไวตอ่ การตดิ เชอ้ื รงั สี การเจ็บป่วยมาก พบวา่ ถา้ มกี ารติดเช้อื นานๆ เม่อื หาย แลว้ ต่อมไทมสั จะมขี นาดเลก็ ลงเล็กน้อย ความผดิ ปกติของการหล่ังฮอรโ์ มนไทโมซนิ ถ้าต่อมนี้ตดิ เชอื้ หรือฝอ่ ต้งั แต่แรกเกดิ รา่ งกายจะผลิตฮอร์โมนไทโมซนิ ไม่ได้ ทาให้ทารกแรก เกิดตดิ เช้ือถงึ แก่ชีวิตได้ วชิ าชวี วิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรือ่ งฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและต่อมไธมสั 16 ขั้นที่ 3 ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรปุ บตั รกจิ กรรมท่ี 6.2 คาช้แี จง ให้นกั เรียนร่วมกันอภปิ ราย และสรปุ ความรเู้ กยี่ วกบั ฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียล และต่อมไธมัส 1. ให้นักเรยี นสรุปการหลัง่ ฮอรโ์ มนเมลาโทนิน? (2 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 2. ใหน้ ักเรียนอธบิ ายการหลั่งเมลาโทนินในรอบ 24 ชั่วโมง? (2 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 3. ฮอร์โมนเมลาโทนินมีความสาคัญอยา่ งไร? (1 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... วิชาชีววิทยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนยี ลและต่อมไธมัส 17 4. ความผิดปกตขิ องฮอรโ์ มนเมลาโทนนิ มอี ะไรบา้ ง? (2 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 5. ตอ่ มไทมัสมบี ทบาทในเกย่ี วกบั ภมู คิ ุม้ กนั โรคของรา่ งกายอยา่ งไร? (2 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 6. ถ้ามคี วามผดิ ปกติของฮอร์โมนไทโมซนิ จะเปน็ อยา่ งไร? (1 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... วิชาชีววิทยาเพิม่ เติม (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เร่ืองฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมสั 18 ขนั้ ท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ บตั รกจิ กรรมท่ี 6.3 1. ใหน้ ักเรียนอธบิ ายการหลง่ั เมลาโทนินเฉพาะกลางคนื เทา่ นั้นหรอื ? (2 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 2. เมลาโทนินชะลอความชราได้หรอื ไม่อยา่ งไร? (4 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 3. ให้นกั เรยี นอธิบายการคน้ พบเมลาโทนนิ (4 คะแนน) .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... วชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอ่ื งฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมัส 19 ขัน้ ที่ 5 ขั้นประเมิน บัตรกจิ กรรมท่ี 6.4 คาช้แี จง ให้นกั เรยี นนาตวั อกั ษร Tลงในช่องวา่ งหน้าข้อความที่ถูกต้อง และนาตวั อกั ษร F ลงใน ชอ่ งวา่ งหนา้ ข้อความที่ผดิ (ถกู = T ผดิ = F) ………….1. ตอ่ มไพเนยี ลเปน็ ตอ่ มที่ยื่นมาจากด้านบนของไดเอนเซฟฟาลอน ………….2.ต่อมไพเนยี ลจัดอยู่ในระบบประสาทเทา่ น้ัน ………….3.การสรา้ งเมลาโทนินจึงถกู กระตุ้นโดยความมดื และการหลงั่ จะถกู ยบั ยง้ั โดยแสงสวา่ ง ………….4.ทารกท่ีอยใู่ นครรภ์มารดาจะไดร้ ับเมลาโทนนิ ผ่านทางรกของมารดา ………….5.เมลาโทนนิ ไมส่ ามารถชะลอการชราภาพ ………….6.ถ้าไดร้ ับเมลาโทนินมากเกินไปจะไปยบั ยงั้ การเจรญิ เตบิ โตอวยั วะสบื พันธุ์ ………….7.เมื่อเปน็ เดก็ ต่อมไทมสั จะมีขนาดใหญ่ เมอ่ื เข้าสวู่ ยั ร่นุ ขนาดของต่อมจะเลก็ ลง ………….8.ไทโมซนิ เป็นฮอร์โมท่สี ร้างจากตอ่ มไทมัส และตอ่ มไพเนยี ล ………….9.ไทโมซนิ ทาหนา้ ทก่ี ระตนุ้ การแบง่ เซลล์เมด็ เลอื ดขาวประเภทลิมโฟไซท์ …………10.ถ้ามกี ารตดิ เชือ้ นานๆ เม่ือหายแล้วต่อมไทมสั จะมีขนาดใหญ่ขึ้น วิชาชีววิทยาเพิ่มเติม (ว32242) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรือ่ งฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนยี ลและต่อมไธมสั 20 แบบทดสอบหลงั เรียน ชุดการสอน ชดุ ที่ 6 ฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมสั คาชแ้ี จง 1. แบบทดสอบฉบบั นม้ี ี 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน ใชเ้ วลา 15 นาที 2. ให้นกั เรียนเลือกคาตอบที่ถกู ต้องเพียงข้อเดียว 3. ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 1. ตอ่ มไพเนยี ลอยบู่ ริเวณใดของรา่ งกาย ก. ตอ่ มไพเนียลมี 2 ตอ่ ม อยกู่ ง่ึ กลางสมองสว่ นเซรเี บลลัม ข. ตอ่ มไพเนยี ลมี 2 ตอ่ ม อยู่เซมิเซอรค์ วิ ลารค์ าร์เนล ค. ต่อมไพเนยี ลมี 2 ต่อม อย่ตู รงสมองสว่ นไฮโพรทาลามัส ง. ตอ่ มไพเนียลมี 2 ตอ่ ม อย่กู ึ่งกลางสมองสว่ นเซรบี รมั 2. ฮอรโ์ มนทส่ี ร้างจากต่อมไพเนยี ลในกลางคืน คอื ข้อใด ก. เซโรโทนนิ ข. เมลาโทนิน ค. เมลาโนไซด์ ง. กลโู คคอรต์ ิคอยด์ 3. ข้อใดตอ่ ไปนเ้ี ปน็ ฮอร์โมนทีช่ ่วยในการชะลอการชะลอการชราภาพ ก. Malatonin ข. Testosterone ค. Progesterone ง. Gonadotrophin 4. ฮอรโ์ มนเมลาโทนิน ในคนหนมุ่ สาวกบั สัตว์ครงึ่ บกครึ่งนา้ บางชนิด ทาหนา้ ที่เหมือนหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร ก. เหมอื นกนั คอื ยับยง้ั การเจรญิ เติบโตของอวัยวะสืบพนั ธ์ุ ข. เหมือนกันคือทาให้รงควัตถเุ มลานนิ ทเ่ี ซลล์ผิวรวมตวั กนั ค. ต่างกนั ในคนทาใหส้ ีผิวจางลง ในสัตว์คร่งึ บกครง่ึ น้าอวยั วะสบื พนั ธ์ุเจรญิ ช้าลง ง. ตา่ งกนั ในคนยบั ย้ังการเจริญของอวยั วะสบื พนั ธ์ุ ในสตั ว์ครง่ึ บกคร่งึ น้าสีผวิ จางลง วิชาชวี วิทยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรือ่ งฮอร์โมนจากต่อมไพเนยี ลและต่อมไธมสั 21 5. หน้าที่หลักของเมลาโทนิน คืออะไร ก. ควบคุมวัฏจักรประจาวนั ข. ควบคุมสีผิวของมนษุ ย์ ค. ควบคมุ การเจริญเตบิ โต ง. ควบคมุ เมแทบอลซิ มึ 6. เหตกุ ารณ์ใดตอ่ ไปนี้ จะมเี มลาโทนินมากท่ีสุด 1. ฤดรู อ้ น 2. ฤดูหนาว 3. กลางวนั ยาวกว่ากลางคืน 4. กลางคนื ยาวกวา่ กลางวนั ก. 1 และ 3 ข. 2 และ 4 ค. 2 และ 3 ง. 1 และ 4 7. ตอ่ มไร้ท่อใดท่ีทาหน้าท่เี ป็นเนอื่ เยอื่ น้าเหลือง ก. ต่อมไทรอยด์ ข. ต่อมไทมสั ค. ต่อมไพเนยี ล ง. ตบั ออ่ น 8. ต่อมไทมัสมีจานวนเทา่ ใด และอยบู่ รเิ วณใดของร่างกาย ก. 2 พู อยู่ติดกบั ต่อมไทรอยด์ ข. 4 พู อยตู่ ดิ กับต่อมไทรอยด์ ค. 2 พู อยรู่ อบเส้นเลือดใหญข่ องหวั ใจ ง. 4พู อยู่รอบเสน้ เลือดใหญข่ องหวั ใจ 9. ต่อมไทมัสมีหนา้ ที่สาคญั อยา่ งไร ก. สรา้ งภูมิคมุ้ กันของรา่ งกาย ข. เพ่มิ ระดบั นา้ ตาลในกระแสเลือด ค. เพม่ิ ระดับแคลเซยี มในกระแสเลอื ด ง. เพมิ่ ระดับโพรแตสเซยี มในกระแสเลอื ด 10. Thymosin มีหนา้ ที่สาคญั อย่างไร ก. ชว่ ยควบคมุ กระบวนการเมแทบอลิซมึ ในรา่ งกาย ข. ช่วยกระตุน้ เซลลเ์ มด็ เลือดแดงให้เกดิ การแบง่ เซลล์ ค. ในคนจะมีขนาดเลก็ ในวัยแรกเกิด ง. ช่วยกระต้นุ Lymphocyteให้เกิดการแบ่งเซลล์และพฒั นาการ วิชาชีววิทยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรื่องฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและต่อมไธมสั 22 กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น ชดุ การสอนชุดที่ 6 ฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมสั ชื่อ-สกุล ……………………………………………………………………………………. ชน้ั ............ เลขท่ี .............. คาช้ีแจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียวในแบบทดสอบแล้วทาเคร่ืองหมาย X ลงในช่องว่าง ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้ 10 วิชาชีววทิ ยาเพม่ิ เติม (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและตอ่ มไธมสั 23 บรรณานกุ รม กองเจ้าหน้าท่ี องค์การบริหารส่วนจงั หวัดนครราชสีมา. (2561). โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพอ่ื พฒั นาศกั ยภาพครู 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้. ม.ป.ท.: สกลุ ไทย. ปรนิ ทร์ จริ ะภัทรศิลป.์ (2560). สรุปเข้ม ข้อสอบชวี วิทยา ม.ปลายมั่นใจเตม็ 100. นนทบรุ ี: ไอดีซีฯ. วชั วลั ย์ ครุฑไชยันต์. (2556). ตอ่ มไรท้ ่อ. (ออนไลน์). สบื คน้ จาก: http://watchawan.blogspo t.com/2010/05/blog-post_2433.html. [10 พฤษภาคม 2559]. วินยั ลิขติ พรลักษณ.์ (2556). ระบบต่อมไรท้ อ่ . (ออนไลน์). สืบคน้ จาก:https://www.slideshare .net/meemahidol/bio5-1. [10 พฤษภาคม 2559]. ศภุ ณัฐ ไพโรหกุล. (2558). Essential biology. กรงุ เทพฯ: แอคทฟี พริ้นท์ จากัด. PeeranatJatoorathaweechot. (ม.ป.ป.).Endocrine system and Hormones. (ออนไลน)์ . สืบค้นจาก: www2.vcharkarn.com/uploads/journal/3/vcharkarn-journal- 3078_1.pdf.html. [10 พฤษภาคม 2559]. พิมพันธ์ เดชะคปุ ต์ และคณะ. ชดุ กจิ กรรมการเรียนรทู้ เ่ี นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญชีววทิ ยา ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6.กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.), 2548. สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, สถาบัน. หนงั สอื เรยี นสาระการเรียนรูพ้ น้ื ฐาน และเพมิ่ เติมชีววทิ ยา เลม่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพค์ ุรุสภาลาดพรา้ ว, 2547. . คมู่ อื ครสู าระการเรยี นรพู้ ื้นฐานและเพ่มิ เติมชวี วทิ ยา เล่ม 3. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ ครุ ุสภาลาดพร้าว, 2547. เกษม ศรีพงษ.์ คมู่ อื เตรียมสอบชวี วทิ ยาเพ่มิ เตมิ เล่ม 2. กรุงเทพฯ : ภูมบิ ัณฑติ , 2554. ประสงค์ หลาสะอาดและจิตเกษม หลาสะอาด. ติว้เมPAT2 ชีววทิ ยา. กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองสาส์นการ พมิ พ์, 2553. ระบบตอ่ มไร้ท่อ. ม.ป.ป.<http://www.pibul.ac.th/vichakan/sciweb/Biology42042/ Hormone/Hormone/html/Website-endocrine-system.htm> 5 พฤษภาคม 2559. มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล. สารวจโลกฮอร์โมน. ม.ป.ป. <http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/ hormone.htm> 5 พฤษภาคม 2555. สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. คูม่ ือครู รายวิชาเพมิ่ เติม ชวี วิทยา เลม่ 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว, 2554. หนงั สือเรียน รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ชวี วิทยา เล่ม 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว, 2555. สมาน แกว้ ไวยทุ ธ. ตะลยุ คลัอ้ สอบ้เามาวทิ ยาลยั ชวี วทิ ยา. กรุงเทพฯ : ฐานบณั ฑิต, 2554. วชิ าชวี วิทยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอ่ื งฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลและตอ่ มไธมสั 24 ภาคผนวก วชิ าชวี วทิ ยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เร่ืองฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมัส 25 เฉลยบตั รกิจกรรมที่ 6.1 คาถาม 1. ตอ่ มไพเนยี ลต้ังอย่ทู ่ไี หนของรา่ งกาย? ตอบ ต่อมไพเนยี ล (pineal gland) เปน็ ตอ่ มเล็กๆ ทอ่ี ยู่ระหวา่ งสมองส่วน cerebrum พูซ้ายและ พูขวา ตอ่ มไพเนียลจะสรา้ งฮอร์โมน melatonin 2. ตอ่ มไพเนยี ลผลิตฮอรโ์ มนอะไร และผลติ จากเซลลใ์ ด? ตอบ เซลลไ์ พเนียล( pinealocytes) เปน็ ระบบประสาทท่ผี ลิตเมลาโทนินตามการสง่ั งานของไฮโพ ทาลามัส ต่อมใต้สมองส่วนหน้า และอวยั วะทสี่ ร้างฮอรโ์ มนเพศ (gonads) 3. หนา้ ท่ขี องฮอร์โมนเมลาโทนนิ คืออะไร? ตอบ 1. การพฒั นาระบบอวยั วะสืบพนั ธ์ุ 2. สง่ เสรมิ การนอนหลบั และกิจกรรมตา่ งๆ ใช้ในการรกั ษาผทู้ ีม่ ปี ัญหาการนอนไมห่ ลับ 3. การรกั ษาโรคท่เี กย่ี วกับอารมณ์ เชน่ ภาวะซึมเศรา้ 4. ชะลอการชราภาพ 5. ตอ่ มไทมสั ต้ังอย่ทู ีไ่ หน? ตอบ ตอ่ มไทมัสอยทู่ ี่หนา้ อกใต้กระดกู สเตอร์นัมหรือลนิ้ ป่ี (sternum) มจี านวน 2 พู อยรู่ อบ เส้นหวั ใจใหญง่ 6. ตอ่ มไทมสั ผลติ ฮอร์โมนอะไร? ตอบ ไทโมซนิ เปน็ ฮอร์โมท่ีสร้างจากต่อมไทมสั ซึ่งมีโครงสรา้ งเป็นสาย พอลิเปปไทด์ ทีม่ กี รดอะมิ โนต่อกันเป็นสาย มโี ครงสร้างหลายแบบ เช่น ไทโมซินแอลฟาหนึง่ และไทโมซินเบตาส่ี วชิ าชวี วิทยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เร่ืองฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนยี ลและตอ่ มไธมัส 26 เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 6.2 1. ให้นกั เรยี นสรุปการหลัง่ ฮอร์โมนเมลาโทนิน? ตอบ การหล่งั ฮอรโ์ มนของตอ่ มนี้ จะหลงั่ ได้ดีในกรณีอยใู่ นที่มดื ในสัตว์พวกท่ีอยูใ่ นทีม่ แี สงสวา่ งมาก จะหล่งั น้อย พวกสตั ว์คร่งึ บกคร่ึงน้า และสตั วเ์ ล้ือยคลานบางชนดิ ซ่ึงเปน็ สตั ว์เลอื ดเย็น ฮอร์โมนนจ้ี ะ ไปช่วยในการปรบั สีของผิวหนงั ให้จางลง (ทาหน้าท่ีตรงกนั ขา้ มกับ MSH จากตอ่ มใต้สมองสว่ นกลาง) 2. ใหน้ กั เรยี นอธิบายการหลง่ั เมลาโทนินในรอบ 24 ชวั่ โมง? ตอบ การหลงั่ ของเมลาโทนนิ ในรอบประมาณ 24 ช่วั โมง (circadian rhythm) ของคนวยั เจรญิ พนั ธุ์ ในเวลากลางคนื จะมกี ารสรา้ งเมลาโทนินมาก โดยจะเร่มิ สร้างตงั้ แตเ่ วลา 2100-22.00 น. และมี การสร้างมากข้ึนเรอ่ื ยๆจนถงึ ระดบั สูงสดุ เวลา 02.00-04.00น. คือประมาณ 60-70 พโิ คกรัมต่อ มลิ ลิเมตรของพลาสมา (1 พโิ คเทา่ กบั 10 -12) แลว้ จะลดลงเร่อื ยๆจนกระทงั่ 07.00-08.00น.ถงึ หยดุ สรา้ ง ซงึ่ จะเหลือคา่ ต่าสุดประมาณ 7 พิโคกรมั ต่อมลิ ลิเมตร 3. ฮอร์โมนเมลาโทนนิ มีความสาคญั อยา่ งไร? ตอบ Melatonin เปน็ ฮอรโ์ มนท่มี คี วามสาคัญในคนและสัตว์ชน้ั สูงในชว่ งกอ่ นวัยหน่มุ สาว โดยจะ ไปยบั ยงั้ การเจรญิ ของอวยั วะสืบพนั ธ์ุ 4. ความผดิ ปกติของฮอรโ์ มนเมลาโทนนิ มีอะไรบ้าง? ตอบ ถา้ ตอ่ มนเี้ กดิ ผิดปกตแิ ละผลติ ฮอรโ์ มนนม้ี ากเกนิ ไปจะทาให้เปน็ หนุ่มสาวช้าลงกวา่ ปกติ ในสัตวท์ ีม่ กี ระดกู สันหลังช้นั ต่าบางชนดิ เช่น ปลาปากกลมต่อมไพเนยี ลจะไมไ่ ดท้ าหน้าทสี่ ร้าง ฮอรโ์ มน แตจ่ ะทาหนา้ ทเ่ี ปน็ กลมุ่ เซลลร์ ับแสง (photoreceptor) การทเี่ นื้อเยอ่ื นา้ เหลืองสร้างเซลล์ได้ต้องมฮี อรโ์ มนThymosinทส่ี รา้ งจากเน้ือเย่ือบางสว่ นของตอ่ ม ไทมสั ต่อมนเ้ี จริญเต็มที่ต้งั แตท่ ารกยังอยใู่ นครรภ์แม่ และจะเสอ่ื มสภาพเรื่อยๆเม่ือเข้าสู่วัยรุน่ 5. ตอ่ มไทมัสมีบทบาทในเก่ยี วกับภมู คิ ุ้มกันโรคของรา่ งกายอย่างไร? ตอบ ไทโมซนิ ทาหน้าทีก่ ระตนุ้ การแบง่ เซลลเ์ มด็ เลือดขาวประเภทลมิ โฟไซท์ (lymphocyte)ลมิ โฟ ไซทท์ ่ีเจรญิ เตม็ ท่ีแลว้ จะออกจากต่อมไทมสั ไปอยู่บริเวณม้ามและ ต่อมนา้ เหลอื งท่วั ร่างกาย ทาหน้าที่ สร้างภมู ิคมุ้ กนั โรคเนือ่ งจากการกระทาของเซลล์ (cellular immunity) คอื ทาหน้าทีเ่ กีย่ วกับปฎิกริยา ภมู ิแพ้ และการไมย่ อมรับเนื้อเยื่อแปลกปลอมท่ปี ลกู ถ่ายกบั รา่ งกาย ปอ้ งกนั การติดเชอ้ื จากเชื้อโรค ตา่ งๆ เชน่ เช้อื แบคทีเรยี ไวรสั เช้อื รา 6. ถ้ามีความผดิ ปกติของฮอร์โมนไทโมซนิ จะเป็นอยา่ งไร? ตอบ ถา้ ตอ่ มน้ีตดิ เชือ้ หรือฝอ่ ต้ังแตแ่ รกเกดิ รา่ งกายจะผลิตฮอรโ์ มนไทโมซินไมไ่ ด้ ทาให้ทารกแรก เกิดตดิ เช้ือถึงแก่ชีวติ ได้ วิชาชีววิทยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เร่ืองฮอร์โมนจากต่อมไพเนยี ลและต่อมไธมัส 27 เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 6.3 1. ให้นกั เรยี นอธิบายการหลง่ั เมลาโทนนิ เฉพาะกลางคนื เท่าน้ันหรอื ? ตอบ ในเวลากลางคืนจะมกี ารสรา้ งเมลาโทนนิ มาก โดยจะเร่ิมสร้างต้งั แต่เวลา 2100-22.00 น. และมกี ารสร้างมากขน้ึ เรอ่ื ยๆจนถึงระดบั สงู สุดเวลา 02.00-04.00น. คือประมาณ 60-70 พิโคกรมั ตอ่ มลิ ลเิ มตรของพลาสมา (1 พโิ คเทา่ กับ 10 -12) แล้วจะลดลงเร่อื ยๆจนกระทง่ั 07.00-08.00น.ถึงหยดุ สร้าง ซ่งึ จะเหลอื ค่าต่าสดุ ประมาณ 7 พโิ คกรมั ต่อมลิ ลเิ มตร 2. เมลาโทนนิ ชะลอความชราได้หรือไม่อย่างไร? ตอบมีบางรายงานกล่าวถงึ เมลาโทนนิ เป็นตัวตา้ นออกซิเดชัน (antioxidation) ซ่ึงเป็นสารทป่ี ้องกนั ไมใ่ หเ้ ซลลใ์ นร่างกายถกู ทาลายจากสารทเี่ ป็นอนุมูลอิสระ (free radicals) มกั จะไปทาปฏกิ ิริยาเป็น ลกู โซแ่ ละทาลายเซลล์อืน่ ได้มาก ทาให้เกดิ โรคเรอ้ื รังเช่นมะเร็ง หลอดเลอื ดหัวใจขาดเลือด ซึง่ ถา้ มี อนุมลู อิสระทเ่ี กิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมมาก จะทาอนั ตรายต่อเน้อื เย่อื ต่างๆ ตอ่ เย่อื บุผวิ เซลล์ หรอื อาจเข้าไปในนิวเคลียส ทาให้เซลลไ์ ม่สามารถแบง่ ตัว หรอื ซอ่ มแซมสว่ นท่สี กึ หรอ ทาใหเ้ กดิ การ ชราภาพของเซลล์ เมลาโทนินจะไปจบั หรือกาจดั อนมุ ูลอิสระเหลา่ นี้ไดด้ แี ละปกป้องเซลล์จากการ ทาลายของไขมนั ในเย่อื ห้มุ เซลลไ์ ด้ดว้ ย ทาให้ชะลอการชราภาพไดแ้ ละมรี ายงานว่าสามารถนามาใช้ ฟืน้ ฟเู ซลล์ตา่ งๆ ได้ดี 3. ให้นักเรยี นอธิบายการค้นพบเมลาโทนิน ตอบ ผคู้ ้นพบเมลาโทนนิ คนแรกคอื อารร์ อน เลอร์เนอร์ (Aaron Lerner) ในปีค.ศ. 1958 เม่อื กอ่ นนีม้ ผี ้นู าสารจากตอ่ มไพเนยี ลท่ีสกัดแลว้ ทาบนผวิ หนังของสัตวค์ รึง่ บกครงึ่ นา้ พบวา่ ทาให้ ผวิ หนังจางลง แต่ไมท่ ราบวา่ เพราะอะไร จนกระทง่ั นกั วิทยาศาสตร์ชือ่ เลอร์เนอร(์ Lerner) นาสาร จากตอ่ มไพเนียลจากวัวหลายพันต่อมมาสกดั ให้บริสุทธิ์ พบว่าช่วยฟอกสเี มลานินที่อยู่ท่ีผวิ หนงั ใหจ้ าง ลง สารนม้ี ีสูตรโครงสร้างคลา้ ยซีโรโทนิน (serotonin) จึงเรียกสารนีว้ า่ เมลาโทนิน (melatonin) วชิ าชีววิทยาเพิม่ เติม (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและตอ่ มไธมัส 28 เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 6.4 ขอ้ ท่ี เฉลย 1T 2F 3T 4T 5F 6T 7T 8F 9T 10 F วชิ าชีววิทยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 6 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากต่อมไพเนียลและต่อมไธมัส 29 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน ชดุ การสอนชดุ ที่ 6 เรอื่ ง ฮอร์โมนจากต่อมไพเนยี ลและตอ่ มไธมัส ข้อ ก ข ค ง 1X 2X 3X 4X 5X 6X 7X 8X 9X 10 X เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น ชดุ การสอนชุดท่ี 6 เรอ่ื ง ฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนียลและตอ่ มไธมสั ข้อ ก ข ค ง 1X 2X 3X 4X 5X 6X 7X 8X 9X 10 X วิชาชวี วทิ ยาเพ่มิ เติม (ว32242) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 6 เร่อื งฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนียลและต่อมไธมัส 30 บรรณานุกรม กองเจา้ หน้าที่ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดนครราชสมี า. (2560). โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัตกิ าร เพ่อื พัฒนาศักยภาพครู 8 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้. ม.ป.ท.: สกุลไทย. เกษม ศรพี งษ์. คู่มอื เตรียมสอบชวี วิทยาเพมิ่ เตมิ เลม่ 2. กรงุ เทพฯ : ภูมิบัณฑิต, 2554. ประสงค์ หลาสะอาดและจิตเกษม หลาสะอาด. ติวเ้ม PAT2 ชวี วทิ ยา. กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองสาส์นการ พมิ พ์, 2553. ปรนิ ทร์ จริ ะภัทรศลิ ป์. (2560). สรปุ เขม้ ข้อสอบชวี วิทยา ม.ปลายม่นั ใจเต็ม 100. นนทบุรี:ไอดีซีฯ. พมิ พันธ์ เดชะคุปต์ และคณะ. ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ชวี วทิ ยาช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6. กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพวชิ าการ (พว.), 2548. มหาวทิ ยาลยั มหิดล. สารวจโลกฮอรโ์ มน. ม.ป.ป. <http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/ hormone.htm> 5 พฤษภาคม 2555. ระบบต่อมไรท้ ่อ. ม.ป.ป.<http://www.pibul.ac.th/vichakan/sciweb/Biology42042/ Hormone/Hormone/html/Website-endocrine-system.htm> [5 พฤษภาคม 2560.] วัชวลั ย์ ครุฑไชยันต์. (2556). ต่อมไร้ทอ่ . (ออนไลน์). สบื คน้ จาก: http://watchawan.blogspot .com/2010/05/blog-post_2433.html. [10 พฤษภาคม 2560]. วนิ ัย ลิขติ พรลักษณ์. (2556). ระบบตอ่ มไรท้ อ่ . (ออนไลน)์ . สืบค้นจาก: https://www.slideshare .net/meemahidol/bio5-1. [10 พฤษภาคม 2560]. ศุภณฐั ไพโรหกุล. (2558). Essential biology. กรุงเทพฯ: แอคทฟี พร้ินท์ จำกดั . ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบัน. หนงั สือเรยี นสาระการเรยี นรพู้ ้นื ฐานและ เพ่ิมเตมิ ชีววทิ ยา เลม่ 3. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ครุ ุสภาลาดพรา้ ว, 2547. . คมู่ ือครูสาระการเรียนรูพ้ น้ื ฐานและเพ่มิ เตมิ ชวี วิทยา เล่ม 3. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ ครุ ุสภาลาดพร้าว, 2547. สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. คู่มอื ครู รายวชิ าเพ่มิ เติม ชีววิทยา เลม่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2554. สมาน แก้วไวยุทธ. ตะลยุ ขอ้ สอบเข้ามาวิทยาลยั ชวี วทิ ยา. กรงุ เทพฯ : ฐานบณั ฑติ , 2554. หนังสือเรยี น. รายวชิ าเพิม่ เตมิ ชวี วทิ ยา เลม่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2555. Peeranat Jatoorathaweechot. (ม.ป.ป.). Endocrine system and Hormones. (ออนไลน์). สืบคน้ จาก: www2.vcharkarn.com/uploads/journal/3/vcharkarn-journal-3078_1. pdf.html. [10 พฤษภาคม 2560]. วิชาชวี วิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

การใช้ชดุ การสอนตามรปู แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E