Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชุดที่ 3 ฮอร์โมนจากตับอ่อน ฟ้า

ชุดที่ 3 ฮอร์โมนจากตับอ่อน ฟ้า

Description: ชุดที่ 3 ฮอร์โมนจากตับอ่อน ฟ้า

Search

Read the Text Version

ชดุ การสอนตามรูปแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E หนว่ ยการเรยี นรู้ เรอ่ื ง ระบบต่อมไร้ทอ่ รายวชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวุฒิ ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู าชาญการพิเศษ โรงเรยี นโนนไทยครุ ุอปถมั ภ์ สังกัดองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

ชดุ ท่ี 3 เรือ่ งฮอร์โมนจำกตับออ่ น ก คำนำ ชุดการสอนตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E วิชาชีววิทยาเพิ่มเติม ว32242 เรื่อง ระบบ ต่อมไร้ท่อ รายวิชาชีววทิ ยาเพิ่มเติม (ว32242) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดทาข้ึนเพ่ือพัฒนาการจัดการ เรยี นรู้วิทยาศาสตร์ท่ีมุ่งส่งเสริมให้นกั เรียนสร้างองค์ความรู้ดว้ ยตนเองโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา ความรแู้ ละการทางานเป็นกลมุ่ การเรยี นรูโ้ ดยใช้ชุดการสอนน้ีช่วยใหน้ ักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการเรียนรู้ ม า ก ก ว่ า ก า ร ส อ น ด้ ว ย วิ ธี บ ร ร ย า ย ท า ให้ นั ก เรี ย น มี ค ว าม ส น ใจ ใน ก า ร เรี ย น ส่ ง ผ ล ให้ นั ก เรี ย น มี ความก้าวหน้าในการเรียนมากขึ้น ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง มีการเรียบ เรียงเน้ือหาตามมาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ และผลการเรียนรู้อย่าง ละเอียดตามกลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และมีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรูเ้ มอ่ื จบหนว่ ยการเรยี นรู้ ชุดการสอนตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่อง ระบบต่อมไรท้ อ่ ประกอบด้วยชดุ การ สอนท้งั หมด 7 ชดุ จานวน 18 ชวั่ โมง ดงั นี้ ชดุ ที่ 1 ฮอรโ์ มนและตอ่ มไรท้ อ่ ชุดที่ 2 ฮอรโ์ มนจากตอ่ มใตส้ มอง ชุดท่ี 3 ฮอรโ์ มนจากตับอ่อน ชุดท่ี 4 ฮอรโ์ มนจากต่อมไทรอยดพ์ าราไทรอยดแ์ ละตอ่ มหมวกไต ชุดที่ 5 ฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ชุดที่ 6 ฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมสั ชดุ ท่ี 7 ฟโี รโมน ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านท่ีได้ให้ความรู้ คาปรึกษาและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ อย่างย่ิงจนทาให้ชุดการสอนชุดนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า ชุดการสอนตาม รูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เร่ืองระบบต่อมไรท้ ่อชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ชดุ น้ีจะเป็นประโยชน์อย่าง ยงิ่ สาหรบั นกั เรียน ครแู ละผู้ท่ีสนใจ ทิวาวรรณ เดชวิทยาวุฒิ วิชาชีววิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอื่ งฮอร์โมนจำกตบั ออ่ น ข สำรบญั เร่อื ง หน้ำ คานา ก สารบญั ข ค สารบญั ภาพ 1 ลาดับข้นั การเรยี นโดยชดุ การสอน 2 3 คาช้ีแจงเก่ยี วกบั ชดุ การสอน 4 คาแนะนาการใชช้ ุดการสอนสาหรบั ครู 5 คาแนะนาการใชช้ ดุ การสอนสาหรบั นักเรยี น 6 8 ผลการเรยี นรู้ และจดุ ประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอนชุดท่ี 3 9 10 กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียน ชดุ การสอนชุดท่ี 3 29 กิจกรรมการเรียนรู้ 31 33 ขน้ั ที่ 1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ 34 36 ข้นั ที่ 2 ขน้ั สารวจและค้นหา 37 ขนั้ ที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ 38 ขั้นท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ แบบทดสอบหลงั เรียน ชุดการสอนชุดที่ 3 กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน ชุดการสอนชดุ ท่ี 3 บรรณานกุ รม ภาคผนวก วชิ าชวี วทิ ยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรื่องฮอร์โมนจำกตับออ่ น ค สำรบัญภำพ ภำพ หนำ้ ภาพท่ี 1 กราฟแสดงระดบั นา้ ตาลในเลอื ดหลงั รบั ประทานอาหาร 9 ภาพที่ 2 ตาแหน่งของตับอ่อน 10 ภาพท่ี 3 แผนภาพแสดงการทาหนา้ ทขี่ องตบั ออ่ น 11 12 ภาพท่ี 4 เมแทบอลซิ ึมของไขมันและโปรตนี 14 ภาพที่ 5 การทางานของฮอรโ์ มนอนิ ซลู ินในกระแสเลอื ด 16 16 ภาพท่ี 6 กลไกการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอนิ ซลู ิน 18 ภาพท่ี 7 การเตมิ ฟอสเฟตของตัวรับสญั ญาณ 19 ภาพท่ี 8 ขบวนการไกลโคจีโนไลซีสท่ตี บั ทาใหก้ ลูโคสในกระแสเลือดสงู ข้นึ 20 24 ภาพท่ี 9 อนิ ซลู นิ และอุปกรณก์ ารฉดี 25 ภาพท่ี 10 การรบั ประทานอาหารท่มี ีแปง้ น้าตาลและไขมัน 27 28 ภาพท่ี 11 กายวิภาคศาสตร์ของตับออ่ น(แอลฟาเซลล์) ภาพท่ี 12 การรกั ษาสมดลุ ของระดับนา้ ตาลในเลือดของฮอรโ์ มนอินซลู นิ และกลคู ากอน ภาพท่ี 13 เดตา้ เซลล์ทาหนา้ ที่สรา้ งโซมาโทสแททิน ภาพท่ี 14 แสดงกลุ่มเซลลใ์ นหน่ึงไอเลตออฟแลงเกอรฮ์ านสข์ องตบั อ่อน วิชาชวี วทิ ยาเพิม่ เติม (ว32242) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรือ่ งฮอร์โมนจากตบั ออ่ น 1 ลาดับขนั้ การเรยี นโดยชดุ การสอน อา่ นคาช้ีแจงการใช้ชุดการสอน ทดสอบกอ่ นเรยี น ดาเนินการใช้ชุดการสอนตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ข้นั ที่ 1 สรา้ งความสนใจ ขั้นที่ 2 สารวจค้นหา ขน้ั ที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ ขั้นท่ี 5 ประเมนิ ผล ทดสอบหลงั เรยี น ไมผ่ ่านเกณฑ์ แจ้งผลการ ทดสอบ ผ่านเกณฑ์ ศึกษากจิ กรรมชดุ การสอนชดุ ตอ่ ไป วชิ าชวี วิทยาเพิม่ เติม (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตับอ่อน 2 คาชี้แจงเกีย่ วกับชุดการสอน 1. ชุดการสอนตามรปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เร่อื งระบบต่อมไรท้ ่อรายวิชาชีววิทยาเพมิ่ เติม ว32242 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ประกอบดว้ ยชดุ การสอนท้ังหมด 7 ชุดดังน้ี ชดุ ที่ 1 ฮอร์โมนและต่อมไรท้ ่อ ชดุ ท่ี 2 ฮอร์โมนจากตอ่ มใตส้ มอง ชดุ ท่ี 3 ฮอรโ์ มนจากตบั อ่อน ชดุ ท่ี 4 ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ พาราไทรอยด์ และตอ่ มหมวกไต ชดุ ที่ 5 ฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ชดุ ที่ 6 ฮอรโ์ มนจากตอ่ มไพเนยี ลและต่อมไธมสั ชดุ ท่ี 7 การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอรโ์ มน 2. ชุดการสอนในแตล่ ะชุดประกอบด้วย - คาชแี้ จง - คาแนะนาในการใช้ชดุ การสอน - สาระการเรียนรู้,มาตรฐานการเรยี นรู้,ตัวช้ีวดั และจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ - แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลังเรยี น - บตั รเนอ้ื หาและบตั รกจิ กรรม - เฉลยบตั รกจิ กรรมและเฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลงั เรยี น 3. การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมในแตล่ ะขั้นของชุดการสอนใช้กระบวนการกล่มุ และใช้เวลาในการศึกษา 2 ช่วั โมง วชิ าชีววทิ ยาเพิ่มเติม (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เร่อื งฮอร์โมนจากตับอ่อน 3 คาแนะนาการใช้ชดุ การสอนสาหรบั ครู การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชดุ การสอนตามรปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ชุดการสอนชดุ ท่ี 3 เรือ่ งฮอร์โมนจากตบั อ่อน ใชเ้ ป็นส่อื ประกอบการจดั การเรยี นรูซ้ ง่ึ ครูผูส้ อนควรมีการเตรียมความพร้อม และปฏบิ ัตติ ามคาแนะนาดังนี้ 1. ศึกษารายละเอียดข้นั ตอนการจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้จากแผนการจัดการ เรียนรู้ 2. แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนักเรยี น เกง่ ปานกลาง และอ่อน โดยให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มเลือกประธานและเลขานกุ ารกลุม่ และแบง่ หนา้ ท่คี วามรบั ผดิ ชอบ ในกลมุ่ 3. ควรจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สาหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความพร้อมและครบจานวน นักเรยี นในแต่ละกล่มุ 4. ก่อนการจัดการเรียนรู้ ครูควรชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองแนะนาแนวปฏิบัติ และ ขั้นตอนในการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ 5. ขณะที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมครูควรกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการทากิจกรรม รู้จัก การทางานร่วมกนั และหากพบนักเรียนคนใดทีป่ ระสบปัญหาควรใหค้ าแนะนาอย่างใกลช้ ดิ 6. หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสร็จส้ินลงในแต่ละชุดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนตรวจ คาตอบในบัตรกิจกรรมและแบบทดสอบจากเฉลยในภาคผนวก และบันทึกคะแนนที่ได้ในแบบบันทึก คะแนนซึ่งนักเรียนต้องทาแบบทดสอบหลังเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ขึ้นไปหากกรณีไม่ผ่านเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนย้อนกลบั ไปทากจิ กรรมใหม่แลว้ ตรวจคาตอบอีกคร้ังพร้อมกับบนั ทึกคะแนนส่งครผู ูส้ อน 7.เม่อื นักเรยี นปฏิบัติกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใหน้ ักเรียนเก็บสือ่ วัสดุอุปกรณ์ให้เรยี บร้อย และครู แจง้ ใหน้ ักเรียนเตรียมความพร้อมสาหรับการเรียนรู้ในชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ต่อไป วิชาชีววทิ ยาเพม่ิ เติม (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เร่อื งฮอร์โมนจากตับอ่อน 4 คาแนะนาการใช้ชุดการสอนสาหรบั นักเรียน ชดุ การสอนตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ชุดการสอนชดุ ที่ 3 เร่ือง ฮอร์โมนจากตบั ออ่ น ทน่ี ักเรยี นได้ศึกษาต่อไปน้ีเปน็ กจิ กรรมการเรยี นรู้เพ่ือสง่ เสริมให้นกั เรยี นไดส้ ืบเสาะหาความรแู้ ละ สามารถสรา้ งองค์ความรูด้ ว้ ยตนเอง โดยใหน้ ักเรียนปฏิบตั ิตามขน้ั ตอนที่กาหนดไวใ้ นชุดการสอน ตามลาดบั ดังน้ี 1. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน และกาหนดบทบาทหน้าทข่ี องนักเรยี นแต่ละคนในกล่มุ 2. ศึกษาวิธีใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด และจุดประสงค์ การเรยี นรู้ 3. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่ือประเมินความรู้พืน้ ฐานของตนเอง ซงึ่ นักเรียนต้องมีความซ่ือสตั ย์ต่อ ตนเอง 4. ปฏิบัติกิจกรรมตามข้ันตอนที่กาหนดในชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ถ้าหากนักเรียนสงสัยหรือมีปัญหาที่ ไม่เขา้ ใจสามารถขอคาแนะนาได้จากครผู สู้ อน 5. เมื่อศกึ ษาและปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี นเพือ่ ประเมนิ ความร้คู วามเข้าใจและเปรียบเทยี บความก้าวหนา้ ในการเรียนของนักเรียน 6.ตรวจคาตอบของบตั รกิจกรรมและแบบทดสอบได้จากเฉลยในภาคผนวกซ่ึงนกั เรียนต้องได้คะแนน จากการทาแบบทดสอบหลังเรียนไดร้ อ้ ยละ 80 ข้ึนไปจึงผ่านเกณฑ์ หากผ่านเกณฑ์ใหน้ กั เรยี นศึกษา ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ชดุ ต่อไป 7. นกั เรียนควรมีความรับผดิ ชอบในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมที่ได้รบั มอบหมายให้ครบถ้วนสมบรู ณ์ หากมี ขอ้ สงสยั ในการดาเนินกิจกรรมใหป้ รึกษาครูผู้สอนโดยทันทีใช้เวลาในการดาเนินกิจกรรม 2 ชัว่ โมง วชิ าชวี วิทยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอรโ์ มนจากตับออ่ น 5 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 ส่ิงมีชีวติ กับกระบวนการดารงชวี ติ มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจหนว่ ยพน้ื ฐานของสิง่ มีชีวติ ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ี ของระบบตา่ งๆ ของสิ่งมีชีวติ ท่ีทางานสัมพันธ์กนั มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ส่ือสารส่ิงทเ่ี รียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชวี ิตของตนเองและดแู ลสิง่ มีชวี ิต สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหา ความรู้ การแกป้ ญั หารวู้ ่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดข้ึนสว่ นใหญ่มีรูปแบบ ทแ่ี น่นอน สามารถ อธบิ ายและตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมอื ท่ีมีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงั คมและสง่ิ แวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพนั ธก์ ันนาความรูไ้ ปใช้ในการดารงชีวิตของ ตนเองและดูแลส่ิงมีชวี ิต ผลการเรยี นรู้ สืบค้นข้อมลู อภปิ ราย โครงสรา้ งและหน้าท่ีของตอ่ มไร้ท่อท่ีสาคญั ของคน และฟโี รโมน จุดประสงค์การเรียนรู้ (K) 1. อธบิ ายและสรุปเก่ียวกบั บทบาทของกลมุ่ เซลล์ไอสเ์ ลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ได้ 2. อธิบายและสรปุ ถึงหน้าท่ขี องตบั ออ่ น ฮอร์โมนท่ีตบั อ่อนสรา้ งข้นึ และอวัยวะเปา้ หมายของ ฮอร์โมนได้ ทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการทางานกล่มุ 2. กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) 1. ซือ่ สัตย์สุจริต 2. มวี นิ ยั 3. ใฝเ่ รียนรู้ 4. มุ่งมน่ั ในการทางาน วชิ าชีววิทยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เร่ืองฮอร์โมนจากตบั ออ่ น 6 แบบทดสอบกอ่ นเรียน ชุดการสอนชดุ ที่ 3 เรือ่ ง ฮอร์โมนจากตับอ่อน คาช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบับน้มี ี 10 ขอ้ คะแนนเต็ม 10 คะแนน ใชเ้ วลา 15 นาที 2. ให้นกั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องเพยี งข้อเดียว 3. ตอบถกู ได้ 1 คะแนน ตอบผดิ ได้ 0 คะแนน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. กล่มุ เซลล์ไอสเ์ ลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ทาหน้าท่ีสรา้ งฮอรโ์ มน 2 ชนิด ได้แกฮ่ อร์โมนในขอ้ ใด ก. โกรทฮอรโ์ มน และโพรแลกติน ข. อินซูลิน และกลคู ากอน ค. อนิ ซลู นิ และโกรทฮอร์โมน ง. กลูคากอน และโพรแลกตนิ 2. ฮอรโ์ มนอนิ ซลู นิ สรา้ งจากกลมุ่ เซลล์ประเภทใด ก. กลมุ่ เซลล์บีตา ข. กลุ่มเซลลเ์ ดลตา ค. กลมุ่ เซลลแ์ อลฟา ง. กล่มุ เซลล์แลมดา 3. เมอ่ื ร่างกายมีระดับน้าตาลในเลอื ดสงู ฮอรโ์ มนอนิ ซูลนิ จะทาหนา้ ท่ีอย่างไร ก. ลดระดับนา้ ตาลในเลอื ดให้เพม่ิ ขึ้นทนั ที ข. ลดระดบั นา้ ตาลในเลอื ดใหล้ ดลงทนั ที ค. เพิ่มระดบั นา้ ตาลในเลอื ดให้เปน็ ปกติ ง. ลดระดบั นา้ ตาลในเลอื ดให้เปน็ ปกติ 4. หากร่างกายขาดฮอร์โมนอนิ ซลู นิ จะกอ่ ใหเ้ กดิ โคอะไร ก. โรคเลือดจาง ข. โรคธาลัสซีเมยี ค. โรคเบาหวาน ง. โรคกระเพาะ วิชาชีววทิ ยาเพ่มิ เติม (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอื่ งฮอร์โมนจากตับอ่อน 7 5. ฮอร์โมนกลคู ากอน สร้างจากเซลลก์ ลุ่มใด ก. กลุ่มเซลล์บีตา ข. กลมุ่ เซลล์เดลตา ค. กลุ่มเซลลแ์ อลฟา ง. กลมุ่ เซลลแ์ ลมดา 6. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หนา้ ทขี่ องฮอรโ์ มนกลูคากอน ก. ลดระดับน้าตาลในเลือด ข. เพิ่มระดบั นา้ ตาลในเลือด ค. กระตนุ้ การสลายตัวของไกลโคเจน ง. ผิดทุกข้อ 7. กลุ่มเซลล์เดลตามหี น้าท่ตี ่อไปน้ี ยกเวน้ ข้อใด ก. สรา้ งฮอรโ์ มนโซมาโทสแททิน ข. ลดระดบั น้าตาลในเลอื ด ค. ยบั ย้งั การหล่ังฮอร์โมนอินซูลนิ ง. ยบั ย้ังการหล่งั ฮอร์โมนกลูคากอน 8. จากภาพตอ่ มใตส้ มองสว่ นหนา้ คือหมายเลขใด ก. ระดับน้าตาลปกติในเลอื ดจะมีคา่ อย่ทู ี่ 70-100 mg/dL ข. ระดับนา้ ตาลปกตใิ นเลอื ดจะมคี า่ อยทู่ ี่ 120 mg/dL ค. ระดบั นา้ ตาลปกติในเลือดจะมคี ่าอยทู่ ่ี 20 mg/dL ง. ระดบั นา้ ตาลปกติในเลือดจะมีคา่ อยทู่ ่ี 220 mg/dL 9. ตับออ่ นอยบู่ ริเวณส่วนใดของรา่ งกาย ก. ด้านขวาช่องทอ้ ง ข. ด้านซ้ายช่องท้อง บริเวณลาไส้เลก็ สว่ นต้นไปถึงมา้ ม ค. ดา้ นล่างชอ่ งท้อง ง. ดา้ นขวาชอ่ งท้อง บริเวณลาไส้เลก็ สว่ นตน้ ไปถงึ มา้ ม 10. โรคเบาหวานเกดิ จากสาเหตุดงั ตอ่ ไปน้ี ยกเวน้ ข้อใด ก. เซลลไ์ ม่สามารถนานา้ ตาลไปใช้ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ข. ร่างกายใชค้ าร์โบไฮเดรตไดอ้ ยา่ งไมเ่ ตม็ ท่ี ค. รา่ งกายใช้พลงั งานจากการสลายลิพิดและโปรตีน แทนการใชค้ ารโ์ บไฮเดรต ง. เซลลใ์ นรา่ งกายมีการแบ่งเซลลม์ ากเกินไป วชิ าชวี วทิ ยาเพม่ิ เติม (ว32242) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอร์โมนจากตับอ่อน 8 กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียน ชดุ การสอนชุดที่ 2เรอ่ื ง ฮอรโ์ มนจากต่อมใต้สมอง ชื่อ-สกลุ ……………………………………………………………………………………. ชั้น ............ เลขที่ .............. คาช้ีแจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียวในแบบทดสอบแล้วทาเครื่องหมาย X ลงในช่องว่าง ขอ้ ก ข คง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเต็ม คะแนนท่ีได้ 10 วชิ าชวี วทิ ยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เร่ืองฮอร์โมนจากตับออ่ น 9 ขน้ั ท่ี 1 ข้นั สรา้ งความสนใจ บัตรกจิ กรรมที่ 3.1 คาช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาและวิเคราะห์กราฟแสดงระดบั นา้ ตาลในเลอื ดของคนปกตหิ ลงั รับ ประทานอาหาร กบั กราฟแสดงระดบั น้าตาลในเลือดหลงั รับประทานอาหาร และศกึ ษาการ ค้นคว้าของวอน เมอรงิ และมินคอฟสกิ ในหนงั สือแบบเรียนและตอบคาถาม และตอบคาถาม ภาพท่ี 1 กราฟแสดงระดบั นา้ ตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร ท่มี า : หนังสือเรียนรายวิชาชวี วทิ ยาเพิม่ เตมิ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6 เล่ม 2. หนา้ 161(2554) คาถาม 1. นกั เรยี นจะอธิบายการเปล่ียนแปลงของระดบั น้าตาลในเลอื ดจากกราฟได้อยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2 จากกราฟนักเรยี นจะสรุปไดอ้ ยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3 จากการศึกษาเร่ืองระบบย่อยอาหารทผี่ ่านมา นักเรยี นบอกไดห้ รอื ไม่วา่ ตับอ่อนมีหนา้ ทีอ่ ะไรบา้ ง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4 นกั เรยี นจะอธบิ ายผลการศกึ ษาของ วอน เมอริง และมินคอฟสกิ ได้อยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. วชิ าชวี วทิ ยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอ่ื งฮอร์โมนจากตบั อ่อน 10 บตั รเน้อื หาที่ 3.1 ข้นั ท่ี 2ข้นั สารวจและค้นหา คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนศึกษาบัตรเนอื้ หาที่ 3.1เร่ือง ตบั อ่อน ตับอ่อนอยูท่ ่ีดา้ นบนซา้ ยของชอ่ งท้อง โดยวางตัวจากส่วนโคง้ ของลาไส้เลก็ ส่วนดูโอดีนัม (duodenum ) ถึงมา้ ม (spleen) และดา้ นหลงั ของกระเพาะ (stomach) มลี กั ษณะคอ่ นข้างแบน มี ความยาวประมาณ 12 – 15 เซนตเิ มตร ตับออ่ นทาหนา้ ท่ีทง้ั เปน็ ต่อมมีทอ่ คือการสร้างนา้ ย่อยไปที่ลาไส้เล็กและเปน็ ต่อมไร้ท่อสรา้ ง ฮอร์โมน เซลล์ท่ีทาหน้าท่ใี นการผลติ ฮอรโ์ มนจะรวมกนั เป็นกลุ่มมีช่ือวา่ ไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ (Islets of Langerhans) มปี รมิ าณ 1 – 3 เปอร์เซ็นตข์ องเนอื้ เยอ่ื ตับอ่อนทง้ั หมด ภาพท่ี 2 ตาแหนง่ ของตบั อ่อน ทม่ี า: http://www.fudathailand.com/userfiles/image/20.jpg. (สืบค้นวนั ที่ 3 มิถุนายน 2559). มาดูกันวา่ ตับออ่ นอยู่ตรงไหน และสาคัญอย่างไร วิชาชีววิทยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น 11 ซงึ่ ประกอบไปดว้ ยเซลล์ทัง้ หมด 6 ชนิด แต่มี 4 ชนิดทเ่ี ป็นเปปไทด์ฮอร์โมน ได้แก่ 1. เอ หรือแอลฟาเซลล์ซึง่ มเี นื้อท่ีประมาณร้อยละ 20 ของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ทาหนา้ ท่ี ผลิตฮอรโ์ มนกลูคากอน 2. บี หรือเบตาเซลล์มีเน้ือท่ปี ระมาณร้อยละ 75 ของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ทาหนา้ ทผี่ ลิต ฮอร์โมนอินซลู นิ 3. ดหี รือเดตา้ เซลล์ มีเนอ้ื ท่ปี ระมาณร้อยละ 5-10 ของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ทาหนา้ ที่ ผลติ ฮอรโ์ มนโซมาโทสเตทนิ (somatostatin) 4. พพี ี หรอื เอฟเซลล์ เพนคริเอติก พอลเิ ปปไทด์ มีเนอื้ ทีป่ ระมาณร้อยละ 1-2 ของไอเลตส์ ออฟแลงเกอร์ฮานส์ ทาหนา้ ท่ีผลติ เพนคริเอติก พอลิเปปไทด์ (pancreatic polypeptide) ทาหนา้ ที่ ลดการดูดซึมอาหารที่กระเพาะและลาไส้ (gastrointestinal function) ภาพที่ 3 แผนภาพแสดงการทาหน้าที่ของตับอ่อน ทม่ี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สืบค้นวันท่ี 20 พฤษภาคม 2559) ความสาคัญของตบั ออ่ น ร่างกายสรา้ งและใช้พลงั งานจากอาหารท่ีรา่ งกายได้รับไปตลอดเวลา โดยอาศัยขบวนการ สังเคราะห์อาหารหรือการสร้างสารชวี โมเลกุลทเ่ี รยี กว่าอะนาบอลิก (anabolic) ซ่งึ เปน็ การรวม โมเลกลุ เลก็ ให้กลายเปน็ โมเลกลุ ขนาดใหญ่ เชน่ กลโู คสรวมกันเปน็ ไกลโคเจน ซึ่งเป็นขบวนการสร้าง ไกลโคเจน(glycogen formation)เรยี กอีกอยา่ งว่าไกลโคเจนนีซิส (glycogenesis) วิชาชวี วทิ ยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากตับออ่ น 12 ในยามท่รี ่างกายขาดอาหารก็ต้องจะมขี บวนการสลายสารโมเลกลุ ใหญ่ให้กลายเปน็ สาร โมเลกลุ เล็กหรอื การทาลายสารชวี โมเลกลุ เลก็ หรือทีเ่ รียกวา่ แคแทบอลิซึม (catabolism) เช่นไกลโค เจนแตกตวั กลายเปน็ กลโู คสและกลโู คสแตกตัวเปน็ กรดแลกตกิ เรียกขบวนการนีว้ ่าไกลโคไลซิส (glycolysis) กรดแลกตกิ นีต้ ับสามารถนาไปสร้างเปน็ กลโู คสข้ึนมาใหม่เพื่อให้กลา้ มเนื้อนามาใช้ไดด้ ้วย เรยี กขบวนการทรี่ ่างกายใช้สารอื่นท่ีไม่ใช่คารโ์ บไฮเดรตมาสรา้ งเปน็ กลูโคสนวี้ ่ากลูโคนโี อเจนนซิ ิส (gluconeogenesis ตามศัพทห์ มายถงึ synthesis of new glucose ซึง่ หมายถึงการสรา้ งกลูโคสจาก กรดอะมิโนและบางครั้งจากกลีเซอรอลที่ได้จากไขมัน) ปกตริ า่ งกายจะใช้พลงั งานจากคารโ์ บไฮเดรต แต่ในยามที่ร่างกายขาดอาหารประเภทนี้ รา่ งกายสามารถใชส้ ารอาหารอ่นื ทดแทนกันได้ตลอดเวลา เช่น สามารถใช้กรดไขมนั ใหเ้ ปล่ียนเป็น กลูโคส หรอื เปลย่ี นกรดอะมิโนบางตวั มาเปน็ กลโู คสได้ และเมื่อรา่ งกายมีกลูโคสมากเกินไป ก็จะ เปลี่ยนเก็บไว้ในรปู ของกรดไขมนั ท่เี นอ้ื เย่ือได้ ภาพท่ี 4 เมแทบอลิซมึ ของไขมันและโปรตนี ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื คน้ วันท่ี 20 พฤษภาคม 2559) โดยทว่ั ไปรา่ งกายจะรักษาระดับความเข้มขน้ ของกลโู คสในกระแสเลือดใหอ้ ยใู่ นระดับที่ สม่าเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการทางานของฮอร์โมนจากตับอ่อนนั่นเอง ในหัวขอ้ ต่อไปเราจะไดเ้ รียนรู้ว่าตบั อ่อนผลิตฮอรโ์ มนอะไรได้บ้าง 1. อนิ ซลู นิ (insulin) 2. กลูคากอน (glucagon) 3. โซมาโทสแทติน (somatostatin ) 4. เพนคริเอติก พอลเิ ปปไทด์ วชิ าชีววิทยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอรโ์ มนจากตับอ่อน 13 บัตรเนอื้ หาท่ี 3.2 คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นศกึ ษาบัตรเนอ้ื หาที่ 3.2 เรื่อง อนิ ซูลิน ฮอรโ์ มนอินซูลนิ เป็นฮอร์โมนประเภทเปปไทด์ ทชี่ ว่ ยในการสร้างสารชีวโมเลกุล (anabolic hormone) เพิม่ การเก็บกลูโคส กรดไขมนั และโปรตีน จากกระแสเลือด ทางานตรงกันข้ามกับ ฮอร์โมนกลูคากอน เราสามารถศึกษารายละเอียดเกย่ี วกบั ฮอร์โมนอินซลู นิ ได้ ดงั ต่อไปน้ี 1. โครงสรา้ งของฮอรโ์ มนอินซลู นิ ฮอร์โมนอินซูลนิ เปน็ ฮอรโ์ มนประเภทเปปไทด์ สร้างมาจากเบตาเซลลข์ องไอเลตส์ออฟแลง เกอร์ฮานส์ (Islets of Langerhans) ยีนของอนิ ซลู ินในคนจะอยทู่ ี่แขนข้างสัน้ ของโครโมโซมค่ทู ี่ 11 โมเลกลุ แรกทสี่ ังเคราะห์มาจะมีขนาดใหญเ่ รยี กวา่ โพรอนิ ซูลนิ (proinsulin) ประกอบดว้ ยกรดอะมิโน ทั้งหมด 51 หน่วย แบง่ เป็นสาย เอ ประกอบดว้ ยกรดอะมโิ น 21 หนว่ ย สายบปี ระกอบด้วยกรดอะมิ โน 30 หน่วย ทงั้ 2 สายเช่อื มด้วยเปปไทด์เช่ือม (connecting peptide หรอื C peptide) หลังจาก นัน้ จะมกี ารตัดโมเลกุลบางสว่ นของสว่ นนาออก เหลือเปน็ อินซลู ิน (insulin) และมว้ นตัวเช่อื มดว้ ย พนั ธะไดซัลไฟด์ (disulfide bond) 3 ที่ ซึง่ เป็นรปู ท่ียังไม่ทางาน เมื่อรา่ งกายต้องการใชจ้ ะถูกย่อย ด้วยเอนไซม ์ทริปซนิ (trypsin) เพื่อตดั เอาเปปไทด์เช่อื ม (connecting peptide) ออกได้เป็นอนิ ซูลนิ 2. หน้าทข่ี องฮอรโ์ มนอินซูลิน อินซูลนิ มผี ลต่อเซลล์เกอื บทกุ ชนิดในร่างกาย โดยมอี วัยวะเปา้ หมายทส่ี าคัญคือ ตับ กลา้ มเนอ้ื ลาย และเซลลไ์ ขมัน อนิ ซลู ินไดช้ ือ่ ว่าเป็นฮอร์โมนแหง่ ความอดุ มสมบรู ณ์ (hormone of abundance) เปน็ ฮอรโ์ มนท่ีสง่ เสริมใหม้ กี ารสะสมกลูโคส กรดไขมันและกรดอะมิโนไวภ้ ายในเซลล์ ต่างๆ และสารองไวใ้ ชร้ ะหวา่ งชว่ งมอื้ อาหารและเมอ่ื รา่ งกายขาดแคลน ทาให้ ระดบั นา้ ตาลในกระแส เลอื ด มีคา่ ปกติ วชิ าชีววทิ ยาเพิม่ เติม (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอื่ งฮอร์โมนจากตับอ่อน 14 ภาพท่ี 5 การทางานของฮอร์โมนอินซูลนิ ในกระแสเลอื ด ทีม่ า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื ค้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2559) ฮอร์โมนอินซูลนิ ชว่ ยให้นา้ ตาลในกระแสเลือดท่ีเพ่ิมขึ้นดดู ซึมเก็บไวท้ ี่ตับและเน้ือเยื่ออนื่ ๆ ทา ใหร้ ะดับน้าตาลในเลอื ดลดลง ถ้าระดับน้าตาลในกระแสเลือดต่า(ต่ากว่า 60 )ตบั จะสลายไกลโคเจน มาเป็นกลูโคส และ สรา้ งกลโู คสจาก กรดอะมโิ นและกลเี ซอรอล แตถ่ ้าระดับกลูโคสมากขึ้น (100 - 130) ร่างกายนากลูโคสไปใช้ และสว่ นหนง่ึ ตบั จะเปลี่ยน กลูโคส ให้เปน็ ไกลโคเจน แตถ่ า้ กลโู คสในกระแสเลอื ดสูง( 140 - 170) จะมีการเปลีย่ นแปลงโครงสร้างให้เป็นไขมันและ เก็บอยใู่ นรปู นนั้ ถา้ ระดับกลโู คสสงู เกินไป (มากกว่า180) ร่างกายจะขับออก ทางปัสสาวะ (หนว่ ยของระดับน้าตาลในเลือดคือมลิ ลิกรัม/100มิลลลิ ิตร หรือมลิ ลกิ รมั เปอร์เซนต์) ผลต่อเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรตถ้าความเข้มขน้ ของนา้ ตาลในกระแสเลือดเพมิ่ มากขึ้น เชน่ ภายหลังการรบั ประทานอาหาร เบตาเซลลจ์ ะหลั่งอินซูลนิ เพมิ่ มากขึ้น ฮอรโ์ มนอนิ ซูลิน จะกระตนุ้ ให้เพ่มิ การขนถ่ายกลูโคส จากกระแสเลือดเข้าสเู่ ซลล์ ส่งเสริมการแพร่ของน้าตาลกลโู คสผา่ นเย่อื หุ้ม เซลลไ์ ปยังเน้ือเย่ือตา่ งๆ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ท่ีเนื้อเยอื่ กลา้ มเน้ือ เนื้อเยื่อของไขมนั และตบั วชิ าชีววทิ ยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากตับออ่ น 15 ภายหลงั รับประทานอาหาร ถ้ามกี ลโู คสเข้าเซลลเ์ ปน็ จานวนมาก กลโู คสจะเก็บไวใ้ นรปู ไกล โคเจนทต่ี บั และ ในกล้ามเน้ือ(glycogenesis) ซ่งึ รา่ งกายสามารถนามาใช้เมือ่ ต้องออกแรงมากๆ ยับย้งั การเปล่ยี นกลโู คส จากตบั เขา้ สู่กระแสเลอื ด (เนือ่ งจากการเกบ็ กลโู คสไวใ้ นรปู ไกลโคเจน) ในขณะเดียวกันระหวา่ งมอ้ื อาหารหรอื กลางคนื ถา้ ความเข้มขน้ ของน้าตาลในกระแสเลอื ดลดลง การ หล่งั ของฮอรโ์ มนอนิ ซูลินกจ็ ะลดนอ้ ยลงด้วย ผลตอ่ เมแทบอลิซึมของโปรตนี สง่ เสรมิ การขนถ่ายกรดอะมโิ นเข้าเซลลก์ ลา้ มเนื้อและเซลล์ ตับ ทาใหม้ กี ารสังเคราะห์โปรตีนมากขึ้น (proteogenesis) และยับยง้ั การสลายตัวของกรดอะมโิ น เปน็ นา้ ตาลกลโู คส ผลต่อเมแทบอลิซึมของไขมันกระตนุ้ ให้มีการขนถา่ ยกลโู คสเขา้ เซลล์เพื่อสร้างเปน็ กรดไขมนั และกลีเซอรอล ซ่ึงรวมเปน็ ไทรกลเี ซอรายดเ์ กบ็ ไวใ้ นเซลล์ไขมนั อนิ ซลู ินยบั ยง้ั การทางานของเอนไซม์ไลเปส (lipase) ทาให้ไทรกลีเซอรายด์ถกู เกบ็ ไวใ้ น เซลล์ ไขมัน ทาให้กรดไขมนั ถูกปลดปล่อยออกมาในกระแสเลือดนอ้ ยลง เซลลบ์ างเซลลไ์ มม่ ีตัวรบั สญั ญาณอนิ ซลู ิน เช่นเซลล์เมด็ เลือดแดงท่ีเจรญิ เต็มท่ี เซลลป์ ระสาท และเซลล์สมอง ผนงั ด้านในของลาไส้ เส้นเลือดฝอยที่ไต แตร่ ่างกายจะเตรียมนา้ ตาลกลูโคสไวใ้ ห้เซลล์ เหลา่ นใ้ี ช้ตลอดเวลาโดยการแพร่ (diffusion) เพื่อไมใ่ ห้เสยี หายต่อเซลล์เหลา่ นี้ แต่ถ้าในขณะท่ี ร่างกายใชก้ ลโู คสมากเกินไป หรอื ไดร้ ับอนิ ซูลินจากภายนอกมากเกนิ ไป ทาให้ระดบั นา้ ตาล กลูโคส ลดลงอย่างมากก็จะมผี ลต่อเซลลเ์ หล่าน้ีเชน่ กัน เมอ่ื ขาดอาหาร ไกลโคเจนจากตบั จะเป็นแหล่ง พลังงานทสี่ าคญั เพ่ือเพ่มิ ระดับนา้ ตาลในกระแสเลอื ด แต่ก็จะใช้ได้จากัด ดงั นัน้ ถ้ารา่ งกายขาดอาหาร เปน็ เวลานาน ร่างกายจะไปใช้พลงั งานจากไขมันแทนและเก็บกลูโคสไว้ให้อวัยวะดังกล่าวและสมองใช้ และจะไปสลายกรดอะมโิ นตามกล้ามเนื้อตา่ งๆ เปลยี่ นมาเป็นกลูโคสให้อวัยวะดังกล่าวและสมองใช้ แทนได้ด้วย 3. กลไกการออกฤทธขิ์ องฮอรโ์ มนอินซูลิน ฮอร์โมนอนิ ซลู นิ จะจับกบั ตัวรับ สัญญาณทีเ่ ปน็ โปรตนี ทเ่ี ย่ือห้มุ เซลล์ ตัวรบั สญั ญาณ ประกอบดว้ ยหนว่ ยแอลฟา และเบตาอย่างละ 2 หนว่ ย โดยหน่วยแอลฟาทั้งสองจะย่ืนออกไปนอก เซลล์และเช่ือมกบั หนว่ ยเบตา หน่วยเบตาจะมที งั้ สว่ นทีย่ ืน่ ออกไปนอกเซลล์และส่วนที่อยภู่ ายในเซลล์ วชิ าชวี วิทยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรือ่ งฮอร์โมนจากตบั ออ่ น 16 ภาพท่ี 6 กลไกการออกฤทธ์ขิ องฮอรโ์ มนอนิ ซลู ิน ทม่ี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สืบค้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2559) หนว่ ยแอลฟาจบั กับฮอรโ์ มนอินซลู ิน และกระตนุ้ ให้ตวั รับสัญญาณทีเ่ ย่ือหุ้มเซลล์ให้ทางาน ทาให้หนว่ ยเบตา ซึ่งจบั อยกู่ บั ไทโรซีนไคเนส (tyrosine kinase) ทอ่ี ยู่ตดิ กับหนว่ ยเบตาด้านในเซลล์ เตมิ ฟอสเฟตให้กบั สารเรง่ ปฏิกิริยา(enzyme)หลายชนดิ ในเซลล์ ทาให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงต่างๆ ซงึ่ เปน็ การตอบสนองของเซลล์ นอกจากนกี้ ารเติมฟอสเฟตให้ตัวเอง (autophosphorylation) ของ ตัวรบั สญั ญาณ ทาให้ตัวรับสัญญาณสามารถ ทาปฏิกิรยิ ากับโมเลกลุ อนื่ ๆ เชน่ จี โปรตีนเพอ่ื ไปกระตนุ้ ฟอสโฟไลเปส ซี สรา้ งตวั สอ่ื สญั ญาณตวั ทสี่ อง เชน่ ไอนอซิทอล ทรสิ ฟอสเฟต( IP 3) และ ไดเอซลิ กลี เซอรอล (DG) ภาพที่ 7 การเติมฟอสเฟตของตัวรับสัญญาณ ท่มี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื คน้ วันที่ 20 พฤษภาคม 2559) การเตมิ ฟอสเฟตของตัวรบั สัญญาณ จะไปกระตนุ้ ฟอสโฟ อนิ โนซไิ ทด์ 3 ไคเนส (phosphoinositide3 kinase) และไคเนสอื่นๆ ทาให้มีการเคลอื่ นย้ายของตัวขนสง่ กลโู คส(glucose transporter : Glu T ปัจจุบันพบวา่ มี 5 ชนิด ตามเซลลต์ ่างๆ ของรา่ งกาย) ซึ่งอย่ภู ายในเซลลไ์ ปท่ี เยือ่ หมุ้ เซลล์ และจะเชือ่ มกบั เย่อื หุ้มเซลลท์ าให้ตัวขนส่งกลูโคส นากลโู คสเข้าเซลลไ์ ด้ วชิ าชวี วิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เร่อื งฮอรโ์ มนจากตบั อ่อน 17 ข้นั ตอนการกระตนุ้ การขนส่งกลโู คสเข้าเซลล์กล้ามเน้ือหรอื เน้อื เยอ่ื ไขมนั โดยเมือ่ ฮอร์โมน อินซลู ิน จับกบั ตัวรบั สัญญาณหลงั จากน้ันจะไปกระตุน้ ฟอสโฟ อินโนซิไทด์ 3 ไคเนสให้มีการ เคล่อื นย้ายตัวขนสง่ กลูโคส ไปทเี่ ย่อื หุ้มเซลล์ และจะเชื่อมกบั เยื่อหุ้มเซลล์ ทาให้มีการขนส่งกลโู คส เข้าเซลล์ไดม้ ากขึ้น 4. การหลงั่ ฮอรโ์ มนอนิ ซลู นิ ปัจจยั ที่มผี ลต่อการหล่ังฮอร์โมนอนิ ซลู นิ ไดแ้ ก่ - ระดับของนา้ ตาลกลูโคสในเลอื ดท่สี ูงขึน้ จากคา่ ปกติ ( 80 – 100 มิลลิกรมั / 100 มิลลิลติ ร หรอื มลิ ลิกรมั เปอรเ์ ซนต์) - ฮอร์โมนบางตัวจากระบบทางเดนิ อาหาร เชน่ ซคี รีติน แกสตริน โคลีซิสโตไคนนิ (cholecystokinin) - กรดอะมโิ นบางตัว เช่นอาร์จนี นี ไลซีน นอกจากน้ียงั มีฮอร์โมนทย่ี ับยั้งการหล่งั ของฮอรโ์ มนอนิ ซูลนิ ซ่งึ ได้แก่ฮอร์โมนท่เี พม่ิ ระดบั นา้ ตาลในเลือด ซึง่ สรปุ ได้ดังน้ี สารอาหาร - กระตุ้นการหลงั่ ฮอรโ์ มนกลโู คสกรดอะมโิ น เช่นอาร์จีนนี ฮอรโ์ มน ไลซนี กรดไขมนั กลเี ซอรอล - กระตุน้ การหลงั่ ฮอรโ์ มนซีครตี ิน แกสตรินโคลีซสิ โตไคนนิ ระบบประสาท - ยับยง้ั การหลั่งฮอร์โมนกลคู ากอนกลโู คคอร์ติคอยด์ สือ่ สัญญาณประสาท อพิ เิ นฟรนิ นอร์อิพิเนฟรินโซมาโทสแตทนิ หรอื โกรท ฮอรโ์ มน - กระตนุ้ การหลง่ั ฮอรโ์ มนพาราซิมพาเทติก - กระตนุ้ การหล่ังฮอรโ์ มน เบตา อะดรเิ นอร์จิก - ยบั ย้ังการหลง่ั ฮอร์โมน วชิ าชวี วทิ ยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เร่อื งฮอรโ์ มนจากตับอ่อน 18 5. ความผดิ ปกติของการหลั่งอนิ ซูลิน หลัง่ อินซูลนิ มากเกินไป (insulin excess)การมฮี อร์โมนนมี้ ากเกนิ ไปจะทาให้เกดิ ภาวะ น้าตาลในเลอื ดตา่ (hypoglycemia) ซึง่ จะมผี ลต่อเซลล์ของสมอง อยา่ งรวดเร็ว ทาใหม้ ีอาการสับสน มึนงง อ่อนเพลีย นอกจากนย้ี ังไปกระตุ้นการทางานของประสาทซิมพาเทตกิ ทาให้มีอาการหิว ใจส่ัน เหง่อื ออกมาก และเพิ่มการหลง่ั แคททีโคลามนี จากต่อมหมวกไต ใหต้ บั มีการสลายไกลโคเจน เปน็ กลูโคสมากข้นึ ถา้ ไมไ่ ดร้ ับการแก้ไขโดยการให้กลโู คสทดแทนอาการจะรุนแรงคือชกั หมดสติ และ เสียชวี ิตได้ การขาดฮอร์โมนอินซูลิน (insulin insufficiency)การขาดฮอรโ์ มนอินซลู นิ ทาให้กลูโคสเขา้ เซลล์เน้อื เยอื่ ไม่ได้ ทาให้รา่ งกายเสมอื นขาด อาหาร (starvation) ตับจึงสลายไกลโคเจนมายังหลอด เลอื ดทาให้ระดับน้าตาลยงิ่ สูงมากขนึ้ (hyperglycemia) การทีร่ ่างกายขาดกลโู คสในขณะท่นี า้ ตาลในเลอื ดสูงจะเปน็ ภาวะผดิ ปกติที่เรียกวา่ เบาหวาน (diabetes mellitus) ภาพท่ี 8 ขบวนการไกลโคจีโนไลซสี ที่ตบั ทาให้กลโู คสในกระแสเลือดสูงข้นึ ทม่ี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สืบคน้ วนั ที่ 20 พฤษภาคม 2559) เพอื่ นๆ เรามารูจ้ กั โรคเบาหวานกันเถอะ วิชาชีววทิ ยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น 19 เบาหวาน เบาหวานเป็นโรคเกย่ี วกับเมแทบอลิซมึ ทมี่ รี ะดับน้าตาลกลโู คสในกระแสเลอื ดสูงเป็น เวลานาน ซง่ึ เปน็ จากความผดิ ปกติของการหล่ังฮอร์โมนอนิ ซูลนิ หรอื ความผดิ ปกติในการออกฤทธข์ิ อง อินซูลนิ หรอื ท้ังสองประการเบาหวานมีอยู่ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ เบาหวานชนิดท่ี 1 คือ เบาหวานชนิดท่ีตอ้ งรกั ษาด้วยอินซูลนิ (insulin dependent diabetes mellitus) เบาหวานชนิดที่ 2 คือ เบาหวานชนดิ ท่ีไมต่ ้องรกั ษาด้วยอินซลู ิน (non - insulin dependent diabetes mellitus) เบาหวานชนิดท่ี 1 เบาหวานชนิดทต่ี ้องรกั ษาดว้ ยอนิ ซลู ิน ( insulin dependent diabetes mellitus) เบาหวานชนิดพึง่ อินซูลนิ หรือรกั ษาดว้ ยการต้องใหฮ้ อรโ์ มนอินซลู นิ เกดิ จากการทเ่ี บตาเซลล์ ถูกไวรัส หรอื ถูกภมู ิคุ้มกนั ของตนเอง (autoimmune disease) ทาลาย ทาให้สรา้ งอินซูลินไม่ได้ และ สว่ นหนง่ึ เกดิ จากกรรมพนั ธุ์ มักพบวา่ เป็นเบาหวานต้ังแต่เด็ก (juvenile onset) การรกั ษา =>โดยการต้องฉีดฮอรโ์ มนอนิ ซลู ินใหท้ ดแทน ปัจจุบันยงั ไมม่ ีฮอร์โมนอนิ ซูลินชนิด รับประทาน เพราะอินซูลินเป็นโปรตีนทีม่ ีโมเลกุลใหญ่ เมื่อเข้าไปในกระเพาะอาหารจะถูกทาลายดว้ ย กรดเกลอื (HCL) ทีอ่ ยูใ่ นกระเพาะใหแ้ ตกตวั ไปก่อน อินซลู ินและอุปกรณก์ ารฉีด ปากกาฉดี อนิ ซูลนิ ภาพที่ 9 อินซลู นิ และอุปกรณ์การฉีด ทีม่ า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สืบคน้ วนั ท่ี 20 พฤษภาคม 2559) วชิ าชีววิทยาเพมิ่ เติม (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอรโ์ มนจากตับออ่ น 20 เบาหวานชนิดที่ 2 เบาหวานชนิดทไี่ ม่ต้องรักษาดว้ ยอินซูลิน(non - insulin dependent diabetes mellitus) เบาหวานชนดิ ทีร่ ักษาไม่ได้ด้วยอินซลู ิน มักคอ่ ยๆ เกิด พบในผทู้ ี่มีอายุมากขึ้นแล้ว คนอว้ น ผู้ ที่มเี นือ้ งอกของไอเลตสอ์ อฟแลงเกอร์ฮานส์ ปจั จยั เสยี่ งไดแ้ ก่ กรรมพนั ธ์ุ โดยพบวา่ หากฝาแฝดคนหน่งึ เป็นเบาหวาน อีกคนจะเปน็ เบาหวานตามมาก่อนอายุ 50 ปี ขณะนี้มีหลักฐานทช่ี ีใ้ ห้เหน็ วา่ คนทีเ่ ปน็ เบาหวานประเภทท่ี 2 มอี าการเบาหวานกอ่ นจงึ อ้วนเน่อื งจากทาลายไขมันไม่ไดด้ ี ไม่ใชเ่ ป็นเพราะว่า อ้วนกอ่ นจงึ เป็นเบาหวาน นอกจากน้กี ารมีภาวะเครยี ดเกดิ ขนึ้ เชน่ การติดเช้ือ การตงั้ ครรภ์ จะทาให้มี การรนุ แรงขึ้น แตโ่ ดยท่วั ไปเบาหวานประเภทนคี้ วามรุนแรงจะน้อยกวา่ ชนดิ ท่ี 1 สาเหตุของการเกดิ ยังไม่ทราบแน่นอน อาจเกิดจากการอนิ ซูลินออกฤทธทิ์ ี่อวัยวะเป้าหมาย ไม่ไดห้ รือมีการหล่ังอนิ ซูลินลดน้อยลง เช่นในกรณีทมี่ แี อนตบิ อดีมาแยง่ จับกับอนิ ซลู นิ ทาใหม้ ีอนิ ซลู ิน ไม่พอมาจบั กบั ตัวรบั สัญญาณ หรือมแี อนติบอดีมาแย่งจับกับตวั รับสญั ญาณทาใหต้ วั รบั สัญญาณมีไม่ พอ แต่ไม่พบหลักฐานว่าเกิดจากการตดิ เช้ือหรอื เกดิ จากการต่อต้านภูมคิ ุ้มกนั ของตนเอง ภาพที่ 10 การรับประทานอาหารทมี่ แี ป้ง น้าตาลและไขมัน ทม่ี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื คน้ วนั ที่ 20 พฤษภาคม 2559) ปัจจัยเสยี่ งต่อการเป็นโรคเบาหวาน 1.กรรมพันธุ์ แม้จะเปน็ ปจั จัยท่ยี ากต่อการหลีกเลี่ยง แตก่ ารหมนั่ ตรวจสุขภาพรา่ งกาย ควบคุมนา้ หนัก หรือเล่ียงปจั จยั อ่ืน หรอื ตรวจผลเลอื ดอยเู่ ปน็ ระยะ กจ็ ะเป็นการชว่ ยลดความเส่ยี งได้ 2.น้าหนกั ตวั เราจะพบว่าส่วนใหญแ่ ล้วผ้ทู ่ีมนี ้าหนกั ตัวมาก มกั จะเสี่ยงตอ่ การเกดิ โรคชนดิ ต่างๆ ทีน่ อกเหนือจากเบาหวาน เพราะเมือ่ น้าหนักตวั เพ่ิมมากขึน้ จะมีการด้อื อินซลู นิ ได้ ระดบั นา้ ตาลในเลือดย่อมมากขึน้ ตาม และหากร่างกายไมม่ ีการดึงเอานา้ ตาลจากเลอื ดออกมาใช้ กท็ าให้เกิด ภาวะระดับน้าตาลสงู เสี่ยงต่อการเกดิ ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาได้ วชิ าชีววิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เร่อื งฮอรโ์ มนจากตับอ่อน 21 3.ขาดการออกกาลังกาย ถา้ ออกกาลงั กายประจา จะทาให้ภาวะดอื้ อินซูลินลดลง อาการที่ แสดงคอื ผู้ป่วยมรี ปู รา่ งผอมแหง้ และนา้ หนักลดลง 4.พฤตกิ รรมการรบั ประทานอาหาร ตอ้ งยอมรบั วา่ ในปัจจุบันอาหาร ผัก ผลไม้ ขนม หรอื ของทานเลน่ สว่ นใหญ่กลายเป็นปัจจัยสาคญั ตอ่ การกระต้นุ โรคเบาหวานไดม้ ากข้ึน โดยเฉพาะผทู้ ช่ี อบ รบั ประทนอาหารรสชาติหวาน หรืออาหารท่ีมีคารโ์ บไฮเดรตสงู เหล่านคี้ ือการสะสมปรมิ าณ สารอาหารทไี่ มจ่ าเปน็ ไว้ในร่างกายอย่างหลกี เล่ียงไม่ได้ 5.เครอ่ื งดื่มแอลกอฮอล์และบุหร่ี นอกจากรสชาตอิ าหารท่ีรสชาตหิ วานมดตอมแลว้ พฤติกรรมดื่มสุตรา แอลกอฮอล์ และดดู บุหรี่ ก็ยังเปน็ ปจั จัยย่อยท่ีมีสว่ นในการสร้างโรคเบาหวานได้ 6.อายุมาก ยิง่ อายุมาก ยงิ่ เส่ียงตอ่ การเปน็ เบาหวาน 7.มีความดันโลหิตสงู รวมถึงผหู้ ญงิ ทมี่ ปี ระวตั ิเคยเปน็ เบาหวานขณะตง้ั ครรภ์ กเ็ ปน็ อีกหนง่ึ ปจั จยั เส่ยี งทง่ี า่ ยต่อการเกิดโรคเบาหวานได้อีกดว้ ย การรกั ษา 1) การควบคุมโดยการใชย้ าเปน็ ยาทท่ี าให้เบตาเซลลท์ างานได้ดีขน้ึ เช่นซัลโฟนวิ ยูเรีย (sulphonyl urea) ตัวรับอินซลู นิ (insulin receptor) ทางานได้มากข้ึน หรือการใหย้ าลดน้าตาลใน เลอื ด 2) ควบคมุ อาหารเนอ้ื สตั ว์ ผกั ธัญพชื ผลไม้ที่ไม่มรี สชาตหิ วานมาก เปน็ อาหารท่ีเหมาะ สาหรบั ผปู้ ่วยเบาหวาน ระดับน้าตาลท่ีสูงจะทาใหต้ วั รับสญั ญาณของอนิ ซลู นิ ลดจานวนลงเพอื่ ป้องกนั ไม่ให้รา่ งกายถกู กระตุ้นมากเกินไป ทาให้นาน้าตาลเข้ากระแสเลือดไดน้ ้อย การลดระดบั น้าตาลในเลอื ดจะทาใหต้ ัวรบั สญั ญาณกลบั มาเพ่ิมมากขึน้ โดยต้องงดอาหารทีม่ รี ะดับคาร์โบไฮเดรต ไขมันสูงเพ่อื ไม่ใหร้ ะดบั น้าตาล ในเลือดสงู มาก แนะนาให้รบั ประทานอาหารที่มีกากใยเพ่มิ มากข้ึน เพราะอาหารประเภทน้ีไมย่ ่อยและ ดดู ซมึ น้อยเหลือเปน็ กากทาให้ลดการดูดซมึ ไขมนั และแปง้ ด้วย 3) การออกกาลังกายการออกกาลงั กายอยา่ งสมา่ เสมอจะทาใหต้ ัวขนส่งกลโู คส GLUT4 ขนสง่ กลูโคสเข้าเซลล์ได้ดีขนึ้ และทาให้อินซลู ินออกฤทธิไ์ ด้นาน และตอบสนองต่อระดับน้าตาลใน กระแสเลือดไดด้ ีขน้ึ ดังน้ันถ้าได้รบั การฉีดอินซลู นิ ต้องระวงั ถา้ ออกกาลังกายเปน็ ระยะเวลานาน การออกกาลังกายจะทาให้มีการเผาผลาญกลูโคสไดด้ ขี นึ้ วชิ าชีววิทยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตับอ่อน 22 4) การให้อินซลู นิ ทดแทน ในปจั จุบันแม้วา่ เป็นเบาหวานชนดิ ไม่ตอ้ งพง่ึ ฮอร์โมนอนิ ซูลินก็มี การใหฮ้ อร์โมนอินซูลนิ ในการรกั ษาเพอ่ื ป้องกนั ภาวะแทรกซอ้ นรุนแรงท่ีอาจเกดิ ข้ึน วิธกี ารตรวจเบาหวาน การคดั กรองเบาหวานสามารถทาไดห้ ลายวิธี ไดแ้ ก่ - การตรวจทางห้องปฏบิ ัติการ - อาการแสดงของโรค 1. การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ 1.1 วิธีการตรวจเบาหวานอย่างงา่ ย ในปจั จุบนั มเี ครื่องมือทผี่ ู้ทเ่ี ปน็ เบาหวานสามารถตรวจได้ ดว้ ยตนเอง 1.2 การตรวจโดยใช้หยดเลือดปลายนวิ้ 1.3 การตรวจโดยใชป้ ัสสาวะ การวนิ ิจฉัยวา่ มภี าวะน้าตาลในเลอื ดสูงผดิ ปกตหิ รือเปน็ เบาหวานหรอื ไม่ เรยี กว่า การทดสอบความ ทนตอ่ กลูโคส (glucose tolerance test) วิธกี าร =>ผ้ตู อ้ งการตรวจตอ้ งงดรบั ประทานอาหารอย่างน้อย 8 ช่ัวโมง เจาะเลอื ดดรู ะดบั นา้ ตาลหลงั งดอาหารมาแลว้ อยา่ งน้อย 8 ชว่ั โมง ใหด้ มื่ น้าตาล 75 กรัมให้หมดภายใน 5 นาที เจาะเลือดดรู ะดับนา้ ตาลในเลือดภายหลังด่มื น้าตาล 30 นาที 1 ชว่ั โมง 2 ช่วั โมง และ 3 ชัว่ โมงตามลาดบั คา่ ปกติ ระดับน้าตาลหลงั งดอาหาร (fasting blood) 60-110 มลิ ลิกรมั /เดซลิ ติ ร ระดับนา้ ตาลหลงั ดม่ื 1 ชวั่ โมงไม่เกิน 200 มิลลกิ รัม/เดซิลติ ร ระดับนา้ ตาลหลังดมื่ 2 ชัว่ โมงไม่เกนิ 140 มิลลกิ รมั /เดซิลิตร 2. อาการแสดงของโรคเบาหวาน สัญญาณสาคัญทีบ่ ่งบอกว่าโรคเบาหวานไดเ้ ข้ามาอาศัยอยใู่ นรา่ งกายมีดังน้ี 1) กลิน่ ปาก ถอื เป็นหนึ่งในสัญญาณบอกโรคไดอ้ ยา่ งกว้างๆ ไม่วา่ จะเป็นโรคตับ ไซนัส การ ทางานผดิ ปกติของระบบทางเดนิ อาหาร (กรดไหลย้อน) โรคทางชอ่ งปาก รวมถึงโรคเบาหวาน เป็นต้น 2) หิวนา้ บ่อย เน่อื งจากกลไกปัสสาวะตามปกตจิ ะมีการดึงเอานา้ และน้าตาลสว่ นเกิน ออกไปจากร่างกายดว้ ย ทาให้ผปู้ ่วยหิวน้าบ่อยมากขึน้ ได้ วชิ าชีววิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น 23 3)มดข้ึนปสั สาวะและปสั สาวะบ่อย พบได้มากในผ้ปู ่วยทีม่ รี ะดบั น้าตาลในเลอื ดสูงเกิน 200 มลิ ลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เน่ืองจากรา่ งกายจะดึงเอาน้าตาลส่วนเกนิ ออกมาพร้อมกับปสั สาวะ 4) น้าหนกั ตัวลดโดยไม่มีสาเหตุ 5) อาการคนั ตามตวั เน่ืองจากเหง่ือทีถ่ ูกผลติ ออกมามีปริมาณของน้าตาลทีค่ ่อนขา้ งสูง คนทีเ่ ปน็ เบาหวานส่วนใหญจ่ ึงมเี ชือ้ ราในรม่ ผ้าเยอะ สงั เกตไดว้ ่าสัญญาณทุกอยา่ งลว้ นมคี วามเช่ือมโยงเกย่ี วพันกนั เป็นวงจร หากเราตดั หรือปรับ ลดพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งออกไปได้ ก็จะทาใหส้ ญั ญาณท่ีเกีย่ วพันกนั อยู่น้ัน ขาดออกจากกันได้ใน ทส่ี ดุ แตส่ าหรบั ผู้ที่พบสัญญาณของโรคในเบื้องตน้ หรอื สงสัยในความผิดปกติของตนเองบา้ งแล้ว ควร เขา้ รับการตรวจเลอื ดและสขุ ภาพ เพอื่ หาวิธรี ักษาอย่างทนั โรคแบบถกู จดุ เพราะการรกั ษาไม่ทนั ท่วงที อาจส่งผลใหโ้ รคลกุ ลาม กลายเปน็ เบาหวานข้ึนตา หรือเบาหวานลงไตได้ อีกท้ัง แม้ว่าปัจจบุ ันการรับประทานยา และการฉีดอนิ ซูลนิ เปน็ วิธรี ักษาเบาหวานท่ี เหมาะสมทีส่ ุด วงการแพทยเ์ องก็ไดม้ ีการพัฒนาและวิจยั วิธรี ักษาแบบใหมอ่ ยู่เสมอ และหน่ึงในนน้ั คอื วิธปี ลกู ถา่ ยตบั อ่อน หรอื การใชเ้ ซลล์จากตับออ่ นมาปลกู ถ่ายให้กับผปู้ ่วยโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม วิธรี กั ษาก็ขึ้นอยู่กบั ระดบั ความรนุ แรงของผู้ปว่ ยแตล่ ะคน บวกกบั ความรว่ มมือจากพฤติกรรมของ ผู้ป่วยเปน็ หลกั เพราะไม่ว่าจะเปน็ การใชย้ าหรอื ฉีดอินซูลนิ ยอ่ มต้องผสมกับการปรับวถิ ชี ีวิตของผปู้ ่วย เข้าไปดว้ ยในทุกกระบวนการ รแู้ ลว้ ซินะวา่ ตอ้ งปฏบิ ตั ิ ตัวอย่างไร จงึ จะไมเ่ ป็นโรคเบาหวาน วิชาชวี วิทยาเพิ่มเติม (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอ่ื งฮอร์โมนจากตับอ่อน 24 บัตรเนอื้ หาที่ 3.3 คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาบัตรเนอื้ หาที่ 3.3 เร่ือง ฮอร์โมนกลูคากอน ฮอรโ์ มนกลูคากอนเป็นฮอรโ์ มนท่ีชว่ ยในการทาลายสารชวี โมเลกลุ (catabolic hormone) สลายกลโู คส กรดไขมนั และโปรตีนทาใหเ้ พ่ิมระดับน้าตาลในกระแสเลือด มผี ลการทางานตรงกันขา้ ม กับฮอร์โมนอินซลู นิ (insulin) เราสามารถศึกษารายละเอียดเกย่ี วกับฮอรโ์ มนกลูคากอนได้ ตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้ 1.โครงสร้างฮอรโ์ มนกลูคากอน กลูคากอนประกอบดว้ ยพอลิเปปไทด(์ polypeptide) สายเดียวมีกรดอะมโิ น(amino acid) 29 หนว่ ย ผลิตมาจากแอลฟา เซลล์ (α cell) ของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ (Islets of Langerhans) ในตับอ่อน ภาพท่ี 11 กายวภิ าคศาสตร์ของตบั อ่อน(แอลฟาเซลล)์ ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื ค้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2559) วิชาชีววิทยาเพิม่ เตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอรโ์ มนจากตับอ่อน 25 2. หน้าทข่ี องฮอรโ์ มนกลคู ากอน ถา้ น้าตาลในกระแสเลือดลดต่าลง ร่างกายมีการหลั่งฮอรโ์ มนหลายชนดิ ใหร้ ะดับนา้ ตาลใน กระแสเลือดเพิ่มมากขนึ้ กลูคากอนเปน็ ตวั หนง่ึ ท่ีทาหน้าที่ สลายคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนของ เนือ้ เยอ่ื ออกมาเปน็ กลูโคส กรดไขมนั และ กรดอะมโิ นใหเ้ พิ่มขึ้นในกระแสดังนี้ ผลตอ่ เมแทบอลิซึมของคารโ์ บไฮเดรตกระตุ้นการสลายของไกลโคเจนทเี่ รียกว่า ไกลโคจโี นไลซสี ( glycogenolysis) ในตบั เปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลโู คส และยบั ย้ังการเปลี่ยนกลโู คส ทีต่ บั เปน็ ไกลโคเจนลดน้อยลง ภาพท่ี 12 การรักษาสมดลุ ของระดับนา้ ตาลในเลอื ดของฮอร์โมนอนิ ซูลนิ และกลูคากอน ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สบื คน้ วนั ที่ 20 พฤษภาคม 2559) ผลต่อเมแทบอลิซึมของโปรตนี กระตุ้นการสลายโปรตีน (proteolysis) เปล่ยี นกรดอะมิโน ใหเ้ ปน็ กลโู คส โดยกระต้นุ การนาส่ง กรดอะมิโน มาใชท้ ี่ตับใน ขบวนการสร้างกลโู คส (gluconeogenesis) ผลตอ่ เมแทบอลิซึมของไขมันกระต้นุ การสลายไขมนั (lipolysis) ในตับและท่ีเนื้อเย่ือไขมัน ส่งเสรมิ การทางานของเอนไซมไ์ ลเปส( lipase) ทาให้ได้กรดไขมันอิสระออกมา และกระตุ้นการนาส่ง กรดไขมนั เขา้ สู่ตับและกล้ามเน้ือและยังชว่ ยการเผาผลาญกรดไขมัน วิชาชีววทิ ยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น 26 3. กลไกการออกฤทธ์ขิ องฮอรโ์ มนกลคู ากอน กลูคากอนออกฤทธโ์ิ ดยจบั กบั ตวั รับสัญญาณทเ่ี ย่ือเซลล์มผี ลกระตุน้ ระบบอะดนิ ิลไซเคลสโดย ผ่าน จี โปรตีน ตัวสอ่ื สญั ญาณตัวที่ 2 ที่สรา้ งขน้ึ คอื cAMP ซง่ึ จะกระตนุ้ สารเรง่ ปฏิกริ ยิ าตา่ งๆ ทาให้ เกิดการสลายไกลโคเจนได้เป็นกลูโคส 4. การควบคุมการหลัง่ กลูคากอน การหลั่งกลูคากอนถูกควบคุมโดยตรงด้วยระดับน้าตาลในกระแสเลือด เม่ือระดับน้าตาลต่ากว่าปกติ จะกระตุ้นแอลฟา เซลลใ์ ห้หลั่งกลูคากอนจนระดบั น้าตาลสูงเท่าปกติ การกระตุ้นแอลฟาเซลล์จึงหยุด ลง กลูคากอนจะหลั่งเพ่ิมขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นประสาทซิมพาเทติกท่ีมายังไอเลตส์ออฟแล งเกอร์ ฮานส์ ความเครียดจะกระตุ้นการหล่ังกลูคากอนเพิ่มข้ึน นอกจากน้ีการหล่ังกลูคากอนถกู ยับย้ังโดยโซ มาโทสแททนิ กดการหลั่งกลูคากอน จึงมักพบกลูคากอนเพิ่มสูงในผู้ป่วยที่ขาดอินซูลิน ทาให้อาการของ เบาหวานรุนแรงมากข้นึ 5. ความผิดปกตขิ องการหล่ังฮฮร์โมนกลคู ากอน ถา้ ระบบควบคมุ การหลั่งกลคู ากอนผดิ ปกติไป เซลล์แอลฟาจะหลั่งกลูคากอนตลอดเวลา การ มฮี อรโ์ มนมากกว่าปกติ จะเรง่ การสลายกลูโคสภายในตับ เรง่ ใหต้ บั ปลอ่ ยกลโู คส ออกส่เู ลือดมากข้ึน ทาให้ระดับน้าตาลในเลือดเพิ่มขน้ึ ไมพ่ บโรคทีเ่ กิดจากการขาดกลูคากอน แต่การหลงั่ กลคู ากอนลดลง จะทาให้ระดบั นา้ ตาลใน เลอื ด ต่าได้ วชิ าชีววิทยาเพิม่ เติม (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตับออ่ น 27 บตั รเนอื้ หาท่ี 3.4 คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นศกึ ษาบัตรเน้ือหาท่ี 3.4 เรอื่ ง ฮอร์โมนโซมาโทสแททนิ ฮอรโ์ มนโซมาโทสแททินเปน็ เปปไทด์ฮอรโ์ มน ท่สี ร้างจากเดลตาเซลล์ของตับอ่อน นอกจากนี้ยงั พบในไฮโพทาลามสั ท่สี มอง และทางเดินอาหาร ภาพท่ี 13 เดต้าเซลลท์ าหน้าทสี่ รา้ งโซมาโทสแททิน ท่มี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm(สืบค้นวนั ท่ี 20 พฤษภาคม 2559) หนา้ ทีข่ องฮอร์โมนโซมาโทสแททนิ ยบั ย้งั การหล่งั อินซลู ิน กลคู ากอนและโกรทฮอรโ์ มน ลดการดูดซมึ สารอาหารท่กี ระเพาะและ ลาไส้ ยบั ยง้ั การบบี ตวั ของกระเพาะอาหาร ลดการหลง่ั กรดและฮอรโ์ มนแกสตรินจากกระเพาะอาหาร ลดการหลั่งนา้ ยอ่ ยจากตบั ออ่ น วชิ าชีววิทยาเพ่มิ เติม (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอร์โมนจากตับอ่อน 28 บัตรเนอ้ื หาที่ 3.5 คาช้แี จง ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาบัตรเนื้อหาท่ี 3.5 เรื่อง แพนครเิ อตกิ พอลเิ ปปไทด์ แพนคริเอติก พอลเิ ปปไทด์ หรือ พีพี (pancreatic polypeptide: PP) เปน็ โปรตนี ทีจ่ าเพาะ ท่ีสร้างจากเอฟ เซลล์ ของตับอ่อน ประกอบดว้ ยกรดอะมโิ นทั้งหมด 36 หน่วย และทปี่ ลายซี ( C -terminal) เปน็ ไทโรซีนท่ีมหี มพู่ เิ ศษอยู่ตรงปลาย พีพีอยูใ่ นกลุ่มของโมเลกลุ ท่มี ีโครงสร้างคล้าย กบั นิวโรเปปไทด์ วาย ( neuropeptide Y)ในไฮโพทาลามัส ภาพที่ 14 แสดงกลุม่ เซลลใ์ นหน่ึงไอเลตออฟแลงเกอรฮ์ านสข์ องตับอ่อน ทมี่ า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สบื ค้นวนั ที่ 20 พฤษภาคม 2559) พพี ีจะหลงั่ ออกมาเม่ือไดร้ ับการกระตนุ้ จากการย่อยอาหารท่ีกระเพาะและลาไส้ โดยผา่ น ขบวนการ การกระตนุ้ ของระบบประสาท แบบโคลลเิ นอจิก(cholinergic) และจากภาวะนา้ ตาลใน เลือดต่า ยับย้งั การหลัง่ เม่อื มกี ารให้น้าตาลกลูโคส หนา้ ที่ท่ีทราบอยา่ งชัดเจนคือ ยบั ยง้ั การหล่ังของ ตอ่ มมีท่อ ของตับอ่อน สว่ นหนึง่ เกดิ จากยบั ย้ังการดูดซึม การสรา้ งสารต้งั ตน้ (precursor) ของกรดอะ มโิ น ทล่ี าไส้เลก็ ของต่อมมีท่อของตับอ่อน หนา้ ทส่ี าคัญของพีพยี ังไม่ทราบแน่ชดั แตถ่ ้ามีพีพใี นกระแส เลอื ดสงู ขึน้ เปน็ ตัวบ่งช้ี ถงึ การมีเนอ้ื งอกของเซลลไ์ อเลตส์และตอบสนองต่อการรักษา แต่ถ้าระดับพีพี ในพลาสมาไม่สงู ขน้ึ เมอ่ื ระดบั น้าตาลกลโู คสลดลงอย่างมาก อาจหมายถงึ วา่ เซลล์ไอเลตส์ในตับอ่อนไม่ มีเส้นประสาทโคลลิเนอจิกมาเลี้ยง วิชาชวี วทิ ยาเพมิ่ เติม (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอ่ื งฮอร์โมนจากตับออ่ น 29 ข้ันท่ี 3 ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป บัตรกจิ กรรมท่ี 3.2 คาชแ้ี จง ให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย และสรปุ ความรเู้ ก่ยี วกับ ฮอร์โมนจากตับอ่อน (8 คะแนน) 1. ตบั อ่อนมีความสาคัญอยา่ งไร? ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................... ........................................................... 2. หลงั รับประทานอาหาร 1 ช่วั โมง ระดับฮอรโ์ มนอินซูลนิ ในกระแสเลือดควรเปน็ อยา่ งไร? ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... 3. อินซลู ินมีผลต่อสมองอยา่ งไร? ..................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... 4. ถ้าฮอรโ์ มนอนิ ซลู ินหลั่งมากเกนิ ไปจะเกิดอะไรขนึ้ ? ....................................................................................... ................................................................... ............................................................................................................................. ............................. ........................................................................................................................................................ .. ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. วชิ าชวี วิทยาเพิม่ เตมิ (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เร่ืองฮอรโ์ มนจากตับอ่อน 30 5. ถ้านา้ ตาลในกระแสเลอื ดลดตา่ ลงร่างกายจะปรบั สมดุลอย่างไร? ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................... ........................................................... 6. กลูคากอนและอินซลู ินทางานร่วมกนั ได้อยา่ งไร? ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. ....................................................................................... ................................................................... 7. ฮอร์โมนโซมาโทสแททินเป็นฮอรโ์ มนประเภทใดและมหี นา้ ทอี ย่างไร? ............................................................................................................................ .............................. ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. 8. การหลง่ั แพนคริเอติก พอลิเปปไทด์ หรอื พีพี มีผลต่อกะรบวนการใดในรา่ งกาย? ............................................................................................................................. ............................. ......................................................................................................................................................... . ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. ................................................................................................................................... ....................... ........................................................................................................ .................................................. วชิ าชวี วิทยาเพมิ่ เติม (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอร์โมนจากตบั อ่อน 31 ขัน้ ที่ 4 ข้ันขยายความรู้ บัตรกจิ กรรมที่ 3.3 คาชแี้ จง ให้นักเรียนตอบคาถามใหไ้ ด้ใจความสมบูรณ์ (10 คะแนน) 1. โรคเบาหวานคืออะไร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. 2. ให้นกั เรยี นอธิบายปจั จัยทเี่ สีย่ งตอ่ การเปน็ โรคเบาหวาน? ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................ .............................................................. ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. วชิ าชีววทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น 32 3. ทาไมคนอ้วนจึงเปน็ โรคเบาหวาน ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. 4. ทาไมเป็นเบาหวานแลว้ นา้ หนักลด .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. 5. ทาไมเปน็ เบาหวานรา่ งกายจงึ ใชโ้ ปรตนี แทนนา้ ตาลกลโู คส ทัง้ ๆ ท่มี นี า้ ตาลกลูโคสอยู่ในกระแส เลอื ดจานวนมาก ? ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. ......................................................................................................................................... ................. .............................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. ............................. ............................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... วชิ าชีววิทยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอ่ื งฮอรโ์ มนจากตับออ่ น 33 ข้นั ท่ี 5 ขั้นประเมนิ บตั รกจิ กรรมท่ี 3.4 ตอนที่ 1 นาตวั อกั ษรในรูปไปวางไว้หน้าขอ้ ความด้านซ้ายมือให้ถูกต้อง (4 คะแนน) ก ...........ตบั อ่อน ขค ...........เบตาเซลลห์ ลง่ั อนิ ซูลนิ ...........แอลฟาเซลลห์ ล่งั กลคู ากอน งจ ...........ตับปลอ่ ยกลูโคสเข้าส่กู ระแสเลือด ...........นา้ ตาลเข้าสู่เซลลไ์ ขมนั และกล้ามเนื้อ ตอนท่ี 2 ให้นาคาวา่ “เพิ่ม” “ลด” หรือ “ไมม่ ผี ล” ไปเขยี นไว้ในชอ่ งวา่ งให้ถูกต้อง (8 คะแนน) 1. อนิ ซลู นิ ................. ระดับน้าตาลในเลือด เพิม่ ลด ไม่มผี ล 2. อินซลู นิ ................. ระดับกรดไขมัน เพิม่ ลด ไม่มผี ล 3. อินซลู ิน ................. ระดับกรดอะมโิ นในเลอื ด เพมิ่ ลด ไม่มผี ล 4. อนิ ซลู ิน ................. ระดับโปรตนี ในกลา้ มเน้อื เพม่ิ ลด ไม่มีผล 5. กลคู ากอน ................. ระดับน้าตาลในเลือด เพ่ิม ลด ไมม่ ีผล 6. กลคู ากอน ................. ระดบั กรดไขมนั เพมิ่ ลด ไมม่ ีผล 7. กลูคากอน ................. ระดบั กรดอะมโิ นในเลือด เพิ่ม ลด ไมม่ ีผล 8. กลคู ากอน ................. ระดับโปรตีนในกลา้ มเนือ้ เพ่ิม ลด ไม่มผี ล วิชาชวี วทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอร์โมนจากตบั อ่อน 34 แบบทดสอบหลังเรียน ชดุ การสอนชุดที่ 3 เรื่อง ฮอร์โมนจากตบั ออ่ น คาช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบับนีม้ ี 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน ใช้เวลา 15 นาที 2. ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบทถี่ ูกตอ้ งเพยี งข้อเดยี ว 3. ตอบถกู ได้ 1 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. กลุ่มเซลล์ไอส์เลตออฟแลงเกอรฮ์ านส์ทาหน้าท่ีสรา้ งฮอรโ์ มน 2 ชนดิ ได้แกฮ่ อร์โมนในขอ้ ใด ก. โกรทฮอร์โมน และโพรแลกติน ข. อนิ ซลู นิ และกลูคากอน ค. อนิ ซูลนิ และโกรทฮอร์โมน ง. กลคู ากอน และโพรแลกติน 2. ฮอรโ์ มนอินซลู ินสรา้ งจากกลุ่มเซลลป์ ระเภทใด ก. กลุ่มเซลล์บตี า ข. กลุ่มเซลล์เดลตา ค. กลุ่มเซลลแ์ อลฟา ง. กล่มุ เซลลแ์ ลมดา 3. เมือ่ รา่ งกายมรี ะดบั นา้ ตาลในเลอื ดสูง ฮอรโ์ มนอินซูลินจะทาหนา้ ทอ่ี ยา่ งไร ก. ลดระดับนา้ ตาลในเลอื ดให้เพม่ิ ข้ึนทนั ที ข. ลดระดับนา้ ตาลในเลอื ดให้ลดลงทนั ที ค. เพมิ่ ระดับนา้ ตาลในเลอื ดใหเ้ ปน็ ปกติ ง. ลดระดบั น้าตาลในเลือดให้เป็นปกติ 4. หากรา่ งกายขาดฮอร์โมนอินซูลนิ จะก่อให้เกิดโคอะไร ก. โรคเลือดจาง ข. โรคธาลสั ซีเมีย ค. โรคเบาหวาน ง. โรคกระเพาะ วิชาชวี วทิ ยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรื่องฮอร์โมนจากตับออ่ น 35 5. ฮอรโ์ มนกลูคากอน สร้างจากเซลลก์ ลุ่มใด ก. กลุ่มเซลล์บีตา ข. กลมุ่ เซลล์เดลตา ค. กลุ่มเซลลแ์ อลฟา ง. กลมุ่ เซลลแ์ ลมดา 6. ข้อใดไมใ่ ช่หน้าท่ีของฮอรโ์ มนกลูคากอน ก. ลดระดับนา้ ตาลในเลือด ข. เพม่ิ ระดบั น้าตาลในเลอื ด ค. กระตนุ้ การสลายตวั ของไกลโคเจน ง. ผดิ ทกุ ขอ้ 7. กลมุ่ เซลลเ์ ดลตามหี นา้ ท่ตี ่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด ก. สร้างฮอร์โมนโซมาโทสแททิน ข. ลดระดับนา้ ตาลในเลือด ค. ยบั ยั้งการหลั่งฮอรโ์ มนอินซูลิน ง. ยับย้งั การหลง่ั ฮอร์โมนกลูคากอน 8. จากภาพตอ่ มใตส้ มองส่วนหน้า คอื หมายเลขใด ก. ระดับน้าตาลปกติในเลือดจะมคี า่ อยทู่ ี่ 70-100 mg/dL ข. ระดบั นา้ ตาลปกตใิ นเลอื ดจะมีค่าอยูท่ ่ี 120 mg/dL ค. ระดับน้าตาลปกตใิ นเลือดจะมคี า่ อย่ทู ่ี 20 mg/dL ง. ระดับน้าตาลปกตใิ นเลอื ดจะมคี า่ อยู่ที่ 220 mg/dL 9. ตบั อ่อนอยบู่ รเิ วณสว่ นใดของรา่ งกาย ก. ด้านขวาช่องท้อง ข. ดา้ นซ้ายช่องทอ้ ง บริเวณลาไส้เล็กสว่ นต้นไปถึงม้าม ค. ด้านลา่ งชอ่ งทอ้ ง ง. ดา้ นขวาชอ่ งท้อง บรเิ วณลาไสเ้ ล็กสว่ นตน้ ไปถึงม้าม 10. โรคเบาหวานเกิดจากสาเหตดุ ังตอ่ ไปน้ี ยกเวน้ ข้อใด ก. เซลลไ์ มส่ ามารถนาน้าตาลไปใช้ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ข. ร่างกายใช้คาร์โบไฮเดรตได้อยา่ งไมเ่ ต็มที่ ค. รา่ งกายใช้พลังงานจากการสลายลพิ ิดและโปรตนี แทนการใชค้ ารโ์ บไฮเดรต ง. เซลลใ์ นรา่ งกายมีการแบ่งเซลลม์ ากเกนิ ไป วชิ าชีววิทยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เร่อื งฮอร์โมนจากตบั ออ่ น 36 กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน ชุดการสอนชุดที่ 2 เร่ือง ฮอรโ์ มนจากตอ่ มใต้สมอง ชอ่ื -สกลุ ……………………………………………………………………………………. ช้ัน ............ เลขที่ .............. คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวในแบบทดสอบแล้วทาเครื่องหมาย X ลงในช่องวา่ ง ข้อ ก ข คง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเต็ม คะแนนท่ไี ด้ 10 วชิ าชีววิทยาเพิ่มเติม (ว32242) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรือ่ งฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น 37 บรรณานกุ รม กองเจ้าหน้าท่ี องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา. (2561). โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพ่ือพัฒนาศกั ยภาพครู 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้. ม.ป.ท.: สกุลไทย. ปรนิ ทร์ จิระภทั รศลิ ป์. (2560). สรุปเข้ม ข้อสอบชีววิทยา ม.ปลายม่ันใจเตม็ 100. นนทบุรี: ไอดซี ีฯ. วัชวัลย์ ครฑุ ไชยันต์. (2556). ต่อมไรท้ ่อ. (ออนไลน)์ . สบื คน้ จาก: http://watchawan.blogspo t.com/2010/05/blog-post_2433.html. [10 พฤษภาคม 2559]. วนิ ัย ลขิ ติ พรลกั ษณ.์ (2556). ระบบต่อมไรท้ อ่ . (ออนไลน์). สืบค้นจาก:https://www.slideshare .net/meemahidol/bio5-1. [10 พฤษภาคม 2559]. ศภุ ณัฐ ไพโรหกลุ . (2558). Essential biology. กรุงเทพฯ: แอคทีฟ พรน้ิ ท์ จากดั . PeeranatJatoorathaweechot. (ม.ป.ป.).Endocrine system and Hormones. (ออนไลน์). สบื ค้นจาก: www2.vcharkarn.com/uploads/journal/3/vcharkarn-journal- 3078_1.pdf.html. [10 พฤษภาคม 2559]. พิมพันธ์ เดชะคปุ ต์ และคณะ. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรทู้ เ่ี น้นผ้เู รียนเปน็ สาคัญชีววทิ ยา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6.กรุงเทพฯ : พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.), 2548. สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบนั . หนงั สือเรียนสาระการเรียนรพู้ ืน้ ฐาน และเพ่ิมเตมิ ชีววทิ ยา เล่ม 3. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพรา้ ว, 2547. . คมู่ ือครสู าระการเรียนรู้พืน้ ฐานและเพิ่มเตมิ ชวี วิทยา เลม่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ คุรุสภาลาดพร้าว, 2547. เกษม ศรีพงษ.์ คู่มือเตรยี มสอบชวี วทิ ยาเพ่ิมเติม เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : ภมู บิ ัณฑิต, 2554. ประสงค์ หลาสะอาดและจติ เกษม หลาสะอาด. ติว้เมPAT2 ชวี วิทยา. กรงุ เทพฯ : ร่งุ เรอื งสาสน์ การ พิมพ์, 2553. ระบบต่อมไร้ทอ่ . ม.ป.ป.<http://www.pibul.ac.th/vichakan/sciweb/Biology42042/ Hormone/Hormone/html/Website-endocrine-system.htm> 5 พฤษภาคม 2559. มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล. สารวจโลกฮอร์โมน. ม.ป.ป. <http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/ hormone.htm> 5 พฤษภาคม 2555. สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ. คู่มือครู รายวิชาเพิ่มเติม ชวี วิทยา เล่ม 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2554. หนงั สอื เรยี น รายวิชาเพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2555. สมาน แกว้ ไวยุทธ. ตะลุยคลั้อสอบ้เามาวิทยาลัย ชีววิทยา. กรุงเทพฯ : ฐานบณั ฑิต, 2554. วิชาชีววิทยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เร่อื งฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น 38 ภาคผนวก วิชาชีววทิ ยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอรโ์ มนจากตบั อ่อน 39 เฉลยบัตรกจิ กรรมท่ี 3.1 คาถาม 1. นักเรยี นจะอธบิ ายการเปล่ียนแปลงของระดบั น้าตาลในเลอื ดจากกราฟได้อยา่ งไร ตอบ จากกราฟเม่ือเวลาผา่ นไป 1 ชว่ั โมงคนปกติจะมีกลไกในการปรับระดบั น้าตาลในเลือดให้อยู่ ในระดบั ปกตไิ ด้และคนปกติขณะออกกาลงั กายระดับน้าตาลในเลือดจะคงที่ ส่วนคนทีเ่ ปน็ โรคเบาหวานจะไม่สามารถปรับระดับนา้ ตาลในเลือดให้คงท่ีได้ 2 จากกราฟนักเรยี นจะสรุปได้อย่างไร ตอบ ในคนปกติเม่อื ไดร้ ับนา้ ตาลเพ่ิมขน้ึ จะมีกลไกควบคุมใหร้ ะดับน้าตาลในเลอื ดเข้าสู่สภาวะปกติ แตค่ นท่ีเป็นโรคเบาหวานจะสูญเสยี คนไกลในส่วนน้ีไป ทาให้ระดบั น้าตาลในเลือดไม่ลดต่าลง 3 จากการศึกษาเรื่องระบบย่อยอาหารท่ผี า่ นมา นักเรยี นบอกไดห้ รือไมว่ า่ ตับอ่อนมีหน้าท่อี ะไรบ้าง ตอบ สร้างเอนไซมย์ ่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตนี และไขมันโดยสง่ ไปทางานท่ลี าไสเ้ ล็ก ตอนต้น 4 นักเรยี นจะอธบิ ายผลการศกึ ษาของ วอน เมอรงิ และมินคอฟสกิ ได้อย่างไร ตอบ ตับอ่อนมีหนา้ ที่เกย่ี วขอ้ งกับการย่อยอาหารประเภทไขมนั และการควบคมุ ระดบั นา้ ตาลใน ปสั สาวะ วชิ าชวี วิทยาเพ่มิ เติม (ว32242) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอร์โมนจากตบั ออ่ น 40 บตั รกิจกรรมท่ี 3.2 1. ตบั อ่อนมีความสาคัญอย่างไร? ตอบ ผลจากการทางานของอรโ์ มนจากตับอ่อนจะทาใหร้ า่ งกายรักษาระดบั ความเขม้ ขน้ ของกลูโคส ในกระแสเลือดให้อยใู่ นระดบั ท่ีสมา่ เสมอ 2. หลังรบั ประทานอาหาร 1 ชว่ั โมง ระดบั ฮอรโ์ มนอนิ ซลู นิ ในกระแสเลือดควรเปน็ อยา่ งไร? ตอบ ภายหลังรบั ประทานอาหาร ถ้ามกี ลโู คสเขา้ เซลล์เปน็ จานวนมาก กลูโคสจะเกบ็ ไวใ้ นรูป ไกล โคเจนทตี่ บั และ ในกลา้ มเนื้อ(glycogenesis) ซ่งึ ร่างกายสามารถนามาใช้เมอ่ื ตอ้ งออกแรงมากๆ ยับยั้งการเปลย่ี นกลโู คส จากตบั เขา้ ส่กู ระแสเลือด (เนือ่ งจากการเก็บกลูโคสไว้ในรูปไกลโคเจน) ในขณะเดยี วกนั ระหวา่ งมื้ออาหารหรือกลางคนื ถา้ ความเข้มขน้ ของนา้ ตาลในกระแสเลอื ดลดลง การ หลง่ั ของฮอรโ์ มนอินซูลนิ กจ็ ะลดน้อยลงด้วย 3. อนิ ซลู นิ มผี ลต่อสมองอย่างไร? ตอบ ถ้ารา่ งกายขาดอาหารเป็นเวลานาน รา่ งกายจะไปใช้พลังงานจากไขมันแทนและเกบ็ กลโู คสไว้ ให้อวยั วะดังกลา่ วและสมองใช้ และจะไปสลายกรดอะมโิ นตามกล้ามเน้ือตา่ งๆ เปลย่ี นมาเปน็ กลโู คส ให้อวยั วะดงั กลา่ วและสมองใชแ้ ทนไดด้ ว้ ย 4. ถ้าฮอร์โมนอินซูลินหลัง่ มากเกินไปจะเกดิ อะไรขึ้น? ตอบ การมีฮอรโ์ มนน้มี ากเกินไปจะทาให้เกิดภาวะน้าตาลในเลอื ดตา่ (hypoglycemia) ซ่งึ จะมผี ล ตอ่ เซลลข์ องสมอง อย่างรวดเรว็ ทาให้มีอาการสับสน มึนงง ออ่ นเพลยี นอกจากนย้ี งั ไปกระตนุ้ การ ทางานของประสาทซมิ พาเทติก ทาให้มีอาการหิว ใจสั่น เหง่อื ออกมาก และเพิ่มการหลง่ั แคททีโคลา มนี จากต่อมหมวกไต ใหต้ ับมีการสลายไกลโคเจน เป็นกลโู คสมากข้นึ ถ้าไม่ได้รบั การแก้ไขโดยการให้ กลโู คสทดแทนอาการจะรนุ แรงคอื ชัก หมดสติ และเสยี ชีวิตได้ 5. ถ้าน้าตาลในกระแสเลอื ดลดต่าลงรา่ งกายจะปรบั สมดุลอยา่ งไร? ตอบ ถา้ น้าตาลในกระแสเลอื ดลดต่าลง ร่างกายมีการหลงั่ ฮอรโ์ มนหลายชนิด ให้ระดบั นา้ ตาลใน กระแสเลือดเพ่ิมมากขนึ้ กลูคากอนเป็นตวั หนึง่ ท่ีทาหนา้ ท่ี สลายคารโ์ บไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนของ เนื้อเยอ่ื ออกมาเป็นกลูโคส กรดไขมันและ กรดอะมิโนใหเ้ พิ่มข้ึนในกระแสเลือด วชิ าชีววิทยาเพิม่ เตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 3 เรอ่ื งฮอร์โมนจากตับออ่ น 41 6. กลคู ากอนและอินซลู ินทางานร่วมกันได้อย่างไร? ตอบ เมือ่ ระดบั นา้ ตาลในกระแสเลอื ดสูง รา่ งกายจะผลติ อินซูลินออกมามาก ในขณะเดยี วกันก็จะ ผลิตกลคู ากอนนอ้ ยลง แต่ถ้าระดบั นา้ ตาลในกระแสเลือดต่าร่างกายจะผลิตกลูคากอนเพิ่มมากขึน้ และผลิตอินซูลนิ น้อยลง ซึ่งเป็นการทางานท่ตี รงกนั ข้ามกนั แตจ่ ะสมดุลกัน 7. ฮอรโ์ มนโซมาโทสแททินเป็นฮอร์โมนประเภทใดและมหี นา้ ทอี ยา่ งไร? ตอบ ฮอร์โมนโซมาโทสแททนิ เปน็ เปปไทด์ฮอรโ์ มน ท่ีสร้างจากเดลตาเซลล์ของตับอ่อน นอกจากน้ยี งั พบในไฮโพทาลามสั ทีส่ มอง และทางเดินอาหาร มหี นา้ ทยี่ บั ยงั้ การหลงั่ อนิ ซูลนิ กลูคา กอนและโกรทฮอร์โมน ลดการดดู ซึมสารอาหารทกี่ ระเพาะและลาไส้ ยบั ยงั้ การบีบตัวของกระเพาะ อาหาร ลดการหลั่งกรดและฮอรโ์ มนแกสตรินจากกระเพาะอาหาร ลดการหล่งั นา้ ย่อยจากตับอ่อน 8. การหลง่ั แพนครเิ อติก พอลิเปปไทด์ หรือ พีพี มีผลตอ่ กะรบวนการใดในรา่ งกาย? ตอบ พีพจี ะหล่งั ออกมาเมื่อได้รบั การกระตนุ้ จากการย่อยอาหารท่กี ระเพาะและลาไส้ โดยผา่ น ขบวนการ การกระตุ้นของระบบประสาท แบบโคลลิเนอจกิ (cholinergic) และจากภาวะนา้ ตาลใน เลือดตา่ ยับยงั้ การหลัง่ เม่อื มี การให้นา้ ตาลกลโู คส หนา้ ที่ที่ทราบอยา่ งชัดเจนคอื ยบั ยง้ั การหล่งั ของ ตอ่ มมีท่อ ของตับอ่อน ส่วนหนึ่งเกิดจากยบั ยั้งการดูดซึม การสร้างสารตง้ั ตน้ (precursor) ของกรดอะ มโิ น ที่ลาไสเ้ ล็กของต่อมมีทอ่ ของตับอ่อน หนา้ ทที่ ส่ี าคัญของพีพยี งั ไมท่ ราบแนช่ ดั แต่ถา้ มพี ีพีใน กระแสเลือดสูงขึน้ เป็นตวั บง่ ชี้ ถึงการมีเน้ืองอกของเซลล์ไอเลตส์และตอบสนองต่อการรักษา แตถ่ า้ ระดบั พีพีในพลาสมาไม่สงู ขึ้นเมอื่ ระดับน้าตาลกลูโคสลดลงอยา่ งมาก อาจหมายถงึ วา่ เซลล์ไอเลตส์ใน ตับออ่ นไม่มีเส้นประสาทโคลลิเนอจกิ มาเล้ยี ง วิชาชีววทิ ยาเพิ่มเติม (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรือ่ งฮอรโ์ มนจากตบั ออ่ น 42 เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 3.3 1. โรคเบาหวานคืออะไร มีก่ีประเภท อะไรบ้าง? ตอบ เบาหวานเป็นโรคเกีย่ วกบั เมแทบอลซิ ึมที่มีระดับนา้ ตาลกลูโคสในกระแสเลอื ดสงู เป็น เวลานาน ซึ่งเป็นจากความผดิ ปกติของการหลงั่ ฮอร์โมนอินซูลินหรือความผิดปกตใิ นการออกฤทธ์ิของ อนิ ซูลนิ หรอื ทั้งสองประการเบาหวานมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ เบาหวานชนดิ ที่ 1 คอื เบาหวานชนิดทตี่ ้องรักษาด้วยอนิ ซูลินเกดิ จากการท่ีเบตาเซลล์ถูก ไวรสั หรอื ถูกภมู คิ ุ้มกนั ของตนเอง (autoimmune disease) ทาลาย ทาใหส้ รา้ งอินซลู นิ ไม่ได้ และ สว่ นหน่งึ เกดิ จากกรรมพนั ธ์ุ มักพบว่าเปน็ เบาหวานตงั้ แต่เด็ก เบาหวานชนิดท่ี 2 คอื เบาหวานชนดิ ท่ไี ม่ต้องรักษาด้วยอินซูลิน มกั ค่อยๆ เกิด พบในผู้ที่มี อายุมากข้นึ แล้ว คนอ้วน ผู้ทมี่ ีเนื้องอกของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ ปัจจยั เสี่ยงไดแ้ ก่ กรรมพันธ์ุ สาเหตขุ องการเกดิ ยงั ไม่ทราบแน่นอน อาจเกิดจากการอินซูลินออกฤทธท์ิ ่ีอวัยวะเป้าหมาย ไมไ่ ด้หรือมีการหล่งั อนิ ซูลินลดนอ้ ยลง 2. ให้นกั เรียนอธิบายปจั จัยท่ีเสยี่ งตอ่ การเปน็ โรคเบาหวาน? ตอบ 1.กรรมพนั ธ์ุ แมจ้ ะเป็นปจั จยั ท่ียากต่อการหลีกเลี่ยง แต่การหมัน่ ตรวจสุขภาพรา่ งกายเป็น ระยะ กจ็ ะเป็นการชว่ ยลดความเสี่ยงได้ 2.น้าหนกั ตัว เราจะพบว่าส่วนใหญ่แล้วผูท้ ม่ี ีนา้ หนักตัวมาก มักจะเสยี่ งต่อการเกดิ โรคชนิด ตา่ งๆ ทีน่ อกเหนือจากเบาหวาน 3.ขาดการออกกาลงั กาย ถ้าออกกาลงั กายประจา จะทาให้ภาวะดือ้ อนิ ซลู นิ ลดลง 4.พฤติกรรมการรบั ประทาน ผทู้ ชี่ อบรับประทนอาหารรสชาตหิ วาน หรืออาหารที่มี คาร์โบไฮเดรตสูง เหลา่ นคี้ ือการสะสมปรมิ าณสารอาหารท่ีไมจ่ าเป็นไวใ้ นรา่ งกายอย่างหลีกเล่ยี งไม่ได้ 5.เคร่อื งดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ 6.อายมุ าก ยิ่งอายุมาก ย่งิ เสีย่ งตอ่ การเป็นเบาหวาน 7.มีความดนั โลหติ สูง รวมถึงผู้หญิงที่มีประวัตเิ คยเปน็ เบาหวานขณะต้งั ครรภ์ วชิ าชวี วทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เร่อื งฮอร์โมนจากตับออ่ น 43 3. ทาไมคนอว้ นจงึ เปน็ โรคเบาหวาน ตอบ ชวี ิตประจาวนั ทขี่ าดการออกกาลงั กาย รบั ประทานอาหารท่มี คี ารโ์ บไฮเดรตมาก ไขมันมาก เกินไป ทาใหอ้ ้วน การทค่ี นอว้ นเปน็ ปจั จัยเสี่ยงหนงึ่ ของการเปน็ เบาหวานเกิดข้นึ จากการท่ี คาร์โบไฮเดรตและไขมันแตกตัวเป็นกรดไขมนั และ กลเี ซอรอลจากไทรกลเี ซอรายด์ถูกเปลย่ี นไปเปน็ น้าตาล ทาให้มีระดบั นา้ ตาลในเลือดสงู ซงึ่ จะเป็นสาเหตุให้ร่างกายลดจานวนตัวรบั สัญญาณลง เพื่อ ไมใ่ ห้เซลล์ถูกกระตุ้นมากเกนิ ไป ซึ่งตอ่ มาทาใหจ้ านวนตวั รับสญั ญาณมีไม่พอ และ ดอ้ื ต่ออินซลู นิ เมือ่ เป็นแล้วจะทาใหเ้ น้ือเย่ือตอนปลายตอบสนองต่ออนิ ซลู นิ ได้นอ้ ยลง เบตาเซลล์ไมท่ างาน ไขมันในเลือด สูง ทาให้เกิดโรคท่ีเรียกว่าโรคเกยี่ วกับการเผาผลาญอาหาร 4. ทาไมเป็นเบาหวานแลว้ น้าหนกั ลด? ตอบ เน่อื งจากน้าตาลเขา้ เซลล์ไม่ได้ ร่างกายต้องสรา้ งกลูโคสจากการเผาผลาญไขมนั และโปรตนี มาใชเ้ ป็นพลังงานแทน จงึ ทาให้น้าหนกั ตัวลดอย่างรวดเร็ว อ่อนเพลยี เซอื่ งซมึ เมื่อยล้า 5. ทาไมเป็นเบาหวานรา่ งกายจึงใช้โปรตนี แทนน้าตาลกลโู คส ทง้ั ๆ ทม่ี นี ้าตาลกลูโคสอยู่ในกระแส เลอื ดจานวนมาก ? ตอบ ภาวะแทรกซอ้ นทีร่ นุ แรงที่สุดของเบาหวาน คือ เม่ือรา่ งกายไม่สามารถใชน้ ้าตาลเป็น พลงั งานได้ จะเผาผลาญไขมันท่ีตับเพ่ือใช้เป็นพลังงานแทน ซง่ึ จะได้แอซติ ลิ โคเอ (acetyl CoA) มาก เกนิ กวา่ ทวี่ ฏั จักรเครบสห์ รือเซลลอ์ ่ืนๆ จะนาไปเผาผลาญได้หมด บางส่วนของแอซิติล โคเอ จงึ เปล่ยี นเป็นคโี ทนบอดี (ketone body) ซ่ึงเปน็ กรด ทาให้ pH ของรา่ งกายต่าลง และทาให้มีคีโทนใน กระแสเลือดสงู กว่าปกติ (ketonemia) และเหลือออกมาในปัสสาวะ (ketonuria) มากขนึ้ รา่ งกายไม่ สามารถขบั ออกไดท้ นั นอกจากไขมัน รา่ งกายยังเปลยี่ นโปรตนี มาเป็นกลโู คสทดแทนไดด้ ้วย ซ่ึงจะทา ใหไ้ ด้กรดอะมิโนเข้าวฏั จักรเครบสพ์ ลงั งานออกมาเชน่ กัน ทาใหม้ กี ารสร้างโปรตนี ลดน้อยลงแต่มีการ ทาลายเพิม่ มากขน้ึ ทาให้มกี ารขับไนโตเจนออกทางในปสั สาวะ และเสยี นา้ ไปทางปัสสาวะเพ่ิมมากข้นึ วชิ าชีววทิ ยาเพิม่ เติม (ว32242) ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากตบั อ่อน 44 เฉลยบัตรกจิ กรรมที่ 3.4 ตอนท่ี 1 นาตวั อักษรในรูปไปวางไว้หนา้ ขอ้ ความดา้ นซ้ายมือใหถ้ ูกต้อง ก ....ก.......ตับออ่ น ขค ....ค.......เบตาเซลล์หล่งั อินซลู นิ ....ข.......แอลฟาเซลลห์ ลัง่ กลูคากอน งจ ....ง.......ตับปลอ่ ยกลูโคสเข้าสกู่ ระแสเลือด ....จ.......น้าตาลเข้าสเู่ ซลล์ไขมันและกลา้ มเน้ือ ตอนที่ 2 ใหน้ าคาว่า “เพิม่ ” “ลด” หรือ “ไมม่ ีผล” ไปเขียนไว้ในช่องวา่ งให้ถกู ต้อง 1. อนิ ซลู ิน ลด ระดับน้าตาลในเลือด เพิ่ม ลด ไม่มผี ล 2. อินซูลิน ลด ระดับกรดไขมัน เพิม่ ลด ไม่มผี ล 3. อินซูลนิ ลด ระดับกรดอะมโิ นในเลือด เพ่ิม ลด ไม่มผี ล 4. อนิ ซูลิน เพิม่ ระดับโปรตีนในกลา้ มเน้ือ เพม่ิ ลด ไม่มีผล 5. กลูคากอน เพม่ิ ระดับนา้ ตาลในเลือด เพ่ิม ลด ไมม่ ีผล 6. กลูคากอน เพม่ิ ระดบั กรดไขมัน เพ่ิม ลด ไมม่ ีผล 7. กลคู ากอน ไม่มีผล ระดับกรดอะมโิ นในเลอื ด เพิ่ม ลด ไมม่ ีผล 8. กลคู ากอน ไม่มผี ล ระดับโปรตีนในกลา้ มเนอ้ื เพ่ิม ลด ไม่มีผล วิชาชวี วิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เรื่องฮอร์โมนจากตับอ่อน 45 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน ชดุ การสอนชุดท่ี 3 เรื่อง ฮอร์โมนจากตบั ออ่ น ขอ้ ก ข ค ง 1X 2X 3X 4X 5X 6X 7X 8X 9X 10 X เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น ชุดการสอนชุดที่ 3 เรอ่ื ง ฮอรโ์ มนจากตบั อ่อน ข้อ ก ข ค ง 1X 2X 3X 4X 5X 6X 7X 8X 9X 10 X วิชาชีววิทยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทิวาวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 3 เร่อื งฮอร์โมนจากตบั ออ่ น 46 บรรณานุกรม กองเจา้ หน้าท่ี องค์การบริหารส่วนจงั หวดั นครราชสีมา. (2560). โครงการฝึกอบรมเชงิ ปฏิบัติการ เพอื่ พัฒนาศักยภาพครู 8 กล่มุ สาระการเรยี นรู้. ม.ป.ท.: สกลุ ไทย. เกษม ศรพี งษ.์ คู่มือเตรียมสอบชีววิทยาเพิ่มเติม เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : ภูมิบัณฑิต, 2554. ประสงค์ หลาสะอาดและจิตเกษม หลาสะอาด. ติวเ้ม PAT2 ชวี วิทยา. กรุงเทพฯ : ร่งุ เรืองสาส์นการ พิมพ์, 2553. ปรินทร์ จริ ะภทั รศลิ ป์. (2560). สรปุ เขม้ ขอ้ สอบชีววิทยา ม.ปลายมั่นใจเตม็ 100. นนทบรุ ี:ไอดซี ฯี . พิมพนั ธ์ เดชะคุปต์ และคณะ. ชุดกิจกรรมการเรียนรูท้ เ่ี น้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญชีววิทยาชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 6. กรุงเทพฯ : พัฒนาคณุ ภาพวิชาการ (พว.), 2548. มหาวิทยาลยั มหดิ ล. สารวจโลกฮอรโ์ มน. ม.ป.ป. <http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/ hormone.htm> 5 พฤษภาคม 2555. ระบบต่อมไรท้ ่อ. ม.ป.ป.<http://www.pibul.ac.th/vichakan/sciweb/Biology42042/ Hormone/Hormone/html/Website-endocrine-system.htm> [5 พฤษภาคม 2560.] วชั วัลย์ ครฑุ ไชยันต์. (2556). ต่อมไร้ทอ่ . (ออนไลน)์ . สบื คน้ จาก: http://watchawan.blogspot .com/2010/05/blog-post_2433.html. [10 พฤษภาคม 2560]. วนิ ัย ลขิ ติ พรลักษณ.์ (2556). ระบบตอ่ มไร้ทอ่ . (ออนไลน)์ . สืบคน้ จาก: https://www.slideshare .net/meemahidol/bio5-1. [10 พฤษภาคม 2560]. ศุภณัฐ ไพโรหกุล. (2558). Essential biology. กรุงเทพฯ: แอคทีฟ พริ้นท์ จำกัด. สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี สถาบัน. หนงั สือเรียนสาระการเรยี นรพู้ น้ื ฐานและ เพิม่ เติม ชวี วิทยา เลม่ 3. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพค์ ุรุสภาลาดพร้าว, 2547. . คู่มือครสู าระการเรียนรพู้ นื้ ฐานและเพิ่มเตมิ ชวี วิทยา เล่ม 3. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ ครุ ุสภาลาดพร้าว, 2547. สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธกิ าร. คมู่ อื ครู รายวิชาเพ่มิ เติม ชวี วิทยา เลม่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว, 2554. สมาน แก้วไวยทุ ธ. ตะลุยข้อสอบเข้ามาวทิ ยาลยั ชวี วทิ ยา. กรุงเทพฯ : ฐานบณั ฑติ , 2554. หนังสือเรยี น. รายวิชาเพมิ่ เติม ชีววทิ ยา เลม่ 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2555. Peeranat Jatoorathaweechot. (ม.ป.ป.). Endocrine system and Hormones. (ออนไลน์). สืบคน้ จาก: www2.vcharkarn.com/uploads/journal/3/vcharkarn-journal-3078_1. pdf.html. [10 พฤษภาคม 2560]. วชิ าชีววทิ ยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวุฒิ