หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6กรอบความคดิ การจดั การเรียนรู้ของหน่วย การออกกำลังกายและการเลน่ เกม ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 เวลา 15 ชว่ั โมง เป้าหมายของหน่วย (ความเขา้ ใจฝงั แน่น) เขา้ ใจหลกั การออกกำลังกาย การสร้างเสรมิ บุคลกิ ภาพและปฏบิ ัตติ ามกฎ กตกิ า มี น้ำใจนักกีฬาในการเล่นกีฬา การออกกำลังกายเพ�อ่ สุขภาพ กีฬาไทยและกฬี าสากล เกมทใ่ี ชทกั ษะการวางแผน การอกกำลงั กาย และการเลน เกม ตัวอยา่ ง Mind map ทน่ี กั เรยี นสรุปได้เอง เม่อื เรียนจบครไู ม่ควรนำเสนอ Mind map น้ใี หน้ ักเรียนรกู้ ่อนเรยี น เพราะต้องการ ใหน้ กั เรียนสรุปได้ด้วยตนเอง
กรอบความคดิ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี ่ 6 การออกกำลังกายและการเลน่ เกม ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลา 15 ชว่ั โมง เป้าหมายของเร่ือง ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้ สมรรถนะ หลกั ฐาน/รอ่ งรอย กระบวนการเรยี นรู้ การวัดผลประเมนิ ผล (ความเขา้ ใจฝังแน่น) คณุ ลักษณะทีเ่ น้น แสดงการเรยี นรู้ เปา้ หมายของเร่ือง พ 3.2 ป.6/1 เรื่องที่ 1 การออกกำลัง สมรรถนะ 1. อภปิ รายกลมุ่ ( พ 3.2 ป.6/1 ) 1. กระบวนการเรียนรู้ 1. แบบทดสอบกอ่ น เร่อื งท่ี 1 อธิบายประโยชน์และหลกั การ กายเพอื่ สุขภาพ 1. ความสามารถ 2. ใบงาน ( พ 3.2 ป.6/1 ) ทางสังคม เรยี น/หลงั เรียน เขา้ ใจหลกั การ ออกกำลงั กายเพอ่ื สขุ ภาพ -หลักการออกกำลงั กาย ในการสอื่ สาร 3. แบบทดสอบกจิ กรรมพฒั นาการคดิ ( พ 3.2 2. กระบวน การสรา้ ง 2.เกณฑก์ ารประเมนิ ออกกำลงั กายและ สมรรถภาพทางกายและการ เพ่ือสุขภาพ ด้วยการพดู และ ป.6/2 ) องค์ความรู้ ( Rubrics ) การสรา้ งเสริม สรา้ งเสริมบุคลกิ ภาพ -การเลอื กกจิ กรรมการ เขียน 4. แบบฝึกปฏิบตั ิ ( พ 3.2 ป.6/2 ) 3.กระบวนการคิด 3. แบบประเมนิ แผน สุขภาพ พ 3.2 ป.6/2 ออกกำลังกายเพือ่ 2. ความสามารถ 5. รายงาน ( พ 3.2 ป.6/3 , 4 , 5 , 6 ) วเิ คราะห์ ภาพ เรอ่ื งที่ 2 เล่นเกมท่ใี ช้ทักษะการวางแผน สขุ ภาพ ในการคิด 6. แบบฝึกทักษะ ( พ 3.2 ป.6/3 , 4 , 5 , 6 ) 4.กระบวนการเรยี นรู้ 4. แบบประเมนิ ราย เข้าใจการเล่นเกม และสามารถเพิม่ พูนทักษะการ -สมรรถภาพทางกาย วเิ คราะห์ 7. ใบงาน ( พ 3.2 ป.6/3 , 4 , 5 , 6 ) จากประสบการณจ์ รงิ งาน การออกกำลังกาย ออกกำลังกายและเคลือ่ นไหว -การสรา้ งเสริม 3. ความสามารถ 5. กระบวนการเรยี นรู้ 5. แบบประเมิน และการเคล่ือนไหว อย่างเปน็ ระบบ บคุ ลิกภาพ ในการแกป้ ญั หา แบบบูรณาการ ใบงาน อยา่ งเปน็ ระบบ พ 3.2 ป.6/3 เรือ่ งท่ี 2 เกมที่ใช้ทกั ษะ 4. ความสามารถ เรอื่ งท่ี 3 เล่นกีฬาทต่ี นเองชน่ื ชอบและ การวางแผน ในการใช้ทกั ษะ เลน่ กฬี าไทย กฬี า สามารถประเมินทกั ษะการเลน่ - เกมมลู ฐาน ชีวติ สากล มีน้ำใจนกั ของตนเปน็ ประจำ - เกมนำไปส่กู ีฬา คุณลักษณะ กีฬา ปฏิบตั ิตาม พ 3.1 ป. 6/4 เรอื่ งที่ 3 กีฬาไทยและ 1. มวี นิ ยั กฎ กตกิ าการ เลน่ กฬี าไทย กฬี าสากลประ กีฬาสากล 2. ใฝ่เรยี นรู้ แข่งขัน เภทบุคคลและประเภททมี อย่าง -กฬี าไทย 3.มุ่งม่นั ในการ ละ 1 ชนดิ -กฬี าสากล ทำงาน พ 3.2 ป.6/5 4. มีจติ สาธารณะ ปฏิบัติตามกฎ กติกา ตาม ชนิดกีฬาที่เล่น โดยคำนงึ ถงึ ความปลอดภัยของตนเอง และผู้อื่น พ 3.2 ป.6/6 จำแนกกลวิธกี ารรุก การ ป้องกนั และนำไปใช้ในการเลน่ กีฬา พ 3.2 ป.6/7 เล่นเกมและกีฬา ดว้ ยความ สามัคคีและมนี ำ้ ใจนักกีฬา 311
แผนการจัดการเรยี นรู้ 1. เปา้ หมาย (ความเข้าใจฝงั แน่น) - เขา้ ใจหลกั การออกกำลงั กายและการสร้างเสรมิ สุขภาพ รายชวั่ โมง 2. ตัวชี้วัด 1เรื่องที่ - พ 3.2 ป.6/1 อธิบายประโยชน์และหลักการออกกำลงั กายเพ่อื การออกกำลังกาย สุขภาพ สมรรถภาพทางกายและการสรา้ งเสรมิ บุคลกิ ภาพ เพือ่ สขุ ภาพ 3. สาระการเรียนรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 1 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 - หลกั การออกกำลังกายเพ่ือสขุ ภาพ - การเลอื กกจิ กรรมการออกกำลงั กายเพื่อสุขภาพ การออกกำลงั กายและเล่นเกม - สมรรถภาพทางกาย - การสร้างเสรมิ บุคลิกภาพ 4. คณุ ลกั ษณะ / สมรรถนะที่เน้น 4.1 สมรรถนะ - ความสามารถในการสอ่ื สารดว้ ยการพดู และเขียน - ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ - ความสามารถในการแก้ปัญหา - ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 4.2 คณุ ลกั ษณะ - มวี ินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นในการทำงาน - มีจิตสาธารณะ 312
5. หลักฐาน /รอ่ งรอยแสดงการเรยี นรู้ (ชนิ้ งาน / ภาระงาน) 5.1 ช้ินงาน - แบบทดสอบกิจกรรมพฒั นาการคดิ 5.2 ภาระงาน - แบบ Rubrics อภปิ รายกลุ่ม 6. การบูรณาการ ภาษาไทย : อ่าน พูด เขยี น สังคม : การทำงานกลุม่ 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชั่วโมงที่ 1 การออกกำลงั กายเพ่อื สขุ ภาพ 1. ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรยี น 1.1 ครถู าม “ การออกกำลังกายมีความสำคัญอยา่ งไร ” 1.2 นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม 2. ขนั้ สอน ( กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม / กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ / กระบวนการคดิ วิเคราะห์ / กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ / กระบวนการเรียนรูแ้ บบบูรณาการ ) 2.1 แบง่ นักเรยี นออกเปน็ 4 กลมุ่ กลมุ่ ที่ 1 หลกั การออกกำลังกายเพอื่ สุขภาพ กลมุ่ ท่ี 2 การเลือกกจิ กรรมการออกกำลงั กายเพื่อสขุ ภาพ กลมุ่ ท่ี 3 สมรรถภาพทางกาย กลุ่มท่ี 4 การสรา้ งเสริมบคุ ลกิ ภาพ 2.2 นกั เรยี นศกึ ษาจากหนงั สือแบบเรียนสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ของสำนักพิมพป์ ระสานมิตร แลว้ นำมาอภิปรายหน้าช้ันเรียน 2.3 ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ จากกล่มุ อภิปราย 2.4 นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นและซกั ถามกลมุ่ อภปิ ราย 2.5 นักเรียนทำแบบทดสอบกจิ กรรมพัฒนาการคิด 2.6 ครแู ละนกั เรียนร่วมกันเฉลยแบบทดสอบกิจกรรมพฒั นาการคิด 3. ข้ันสรปุ และประเมินผล 3.1 ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันสรุปการออกกำลังกายเพ่ือสุขภาพ 3.2 ครปู ระเมนิ การทำงานกลุ่มด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมและ Rubrics เกณฑ์การประเมนิ ผล 313
8. สื่อการเรียนรู้ 8.1 หนังสอื แบบเรียนสขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ของสำนักพมิ พป์ ระสานมติ ร 8.2 อินเทอรเ์ นต็ 8.3 ห้องสมดุ 8.4 ภาพ 9. การวดั และประเมนิ ผล 9.1 สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ 9.2 แบบทดสอบกิจกรรมพัฒนาการคดิ 314
10. บันทกึ การใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ บนั ทึกหลงั สอน เรื่อง............................................................... ช่ัวโมงที่ กิจกรรมทไ่ี ด้จดั การเรียน ผลการจดั การเรยี น กิจกรรมท่ีนักเรียน ปัญหา / อุปสรรค ลงช่อื ครูผ้สู อน การสอน การสอน เกิดการเรียนรู้ 315
Thinking & Planning ร่วมคดิ รว่ มวางแผน – กิจกรรมตั้งคำถามให้มุง่ คิดสู่ เปา้ หมายของเรื่อง – กจิ กรรมร่วมคิดร่วมวางแผน คิดคำถามคน้ คำตอบ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๒๗ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๒๗ กกเเพพาาื�ื�ออรรออสสขขุุออภภกกาากกพพาาํํ ลลงงัั กกาายย ¡ÒÃÍÍ¡¡íÒÅѧ¡Ò ÁÕ¤¡ÒÇÃÒÍÁÍÊ¡íÒ¤¡íÒÑÞÅÍѧ¡‹Ò§Âäà ÁÕ¤ÇÒÁÊíÒ¤ÑÞÍ‹ҧäà แนวคำตอบ เมอื่ เรยี นจบเรอื่ งนกั เรียนควรจะสรุปความรู้ไดแ้ นวนี้ ทำใหร้ ะบบต่างๆ ในรา่ งกายทำงานได้อย่างประสาน สัมพันธก์ นั ร่างกายมคี วามสมบรู ณ์ แข็งแรง อดทน มบี คุ ลิกภาพที่ดี สามารถประกอบกิจวัตรประจำวนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ กระฉับ กระเฉง มภี ูมิต้านทานโรคสงู มีสมรรถภาพทางกายที่ดี มีความสุขมุ รอบคอบ รจู้ ักอดทน อดกล้ันกมิจเี หกตมุรผี รลมมรีระว่ เบมยี คบวิดนิ ยัรว่เคมารวพาสงิทธแผิ ผู้อน่ืนแกละามรีน้ำเใรจนียกั นกฬีรูา้ ใหกน้ ิจักกเรรียรนมลรอว่ งมต�งัคคิดาํ รถาว่ มมกวบั าตงนแเผอนงวกา่ าใรนเกราียรนเรรียู้นรเู้ รื�องน� ีนักเรียนตอ้ งการ ไดค้ วามรใหเู้ กน้ �ียักวเกรบัียอนะลไอรงบตา้ �งั คโาํ ดถยาตม�งั กคบั าํ ตถนามเอใงหวไ้ า่ ดใม้ นากาทร�ีสเุดรียแนลรว้เู้ รจื�อดงบนนั� ีนทักึกเไรวีย้ นตอ้ งการ ไดค้ วามรเู้ ก�ียวกบั อะไรบา้ ง โดยต�งั คาํ ถามใหไ้ ดม้ ากท�ีสุด แลว้ จดบนั ทึกไว้ “สุขภาพดีไม่มีขาย ถา้ อยากไดต้ อ้ งออกกาํ ลงั กาย” “เปส็ นุขคภาําขพวดญั ีไทม�ีเ่มป็ีขนาจยริงถแา้ลอะยสาากมไาดรถต้ พอ้ ิสงอจู นอ์ไกดกด้ าํ ว้ลยงั ตกนาเยอ”ง ซึ�งจะเห็นไดต้ ามสวน สาธารณเะปต็ น่าคงๆาํ ขมวีญผั คู้ ทนี�เปม็ นารจ่วรมิงแกลิจะกสรารมาอรอถกพกิสาํ จูลนงั ก์ไดาดย้ กว้ ยนั ตอนยเา่ องงคซึกึ�งคจกั ะเวห�ิง็นบไา้ ดงต้ เดามินสบวา้ นง บสาธงการลณุ่มระาํตม่างวๆยจมีนีผคู้เตนน้มแาอร่วโรมบกิคิจกหรรือมอเอลก่นกกาํ ีฬลางั กเาชย่นกนัตอะยกา่รงอ้ คึกฟคุตกับอว�ิงลบาแ้ งบเดดมินินบตา้ นั ง เบปา็ นงกตลน้ ุ่มราํ มวยจีน เตน้ แอโรบิค หรือ เล่นกีฬา เช่น ตะกรอ้ ฟุตบอล แบดมินตนั เป็ นตน้ 316 in health education primary6_5.indd 127 1/13/12 4:46 PM
๑๒๘ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ Thinking & Learning รว่ มคิด รว่ มเรยี นรู้ – ศกึ ษาบทเรยี นให้เข้าใจและตอบคำถามทตี่ ั้งไว้ – ศกึ ษาสาระเพ่ิมเติมให้รอบรู้ – กจิ กรรมฝึกปฏบิ ตั ิให้เกิดทักษะและรูจ้ ริง – กจิ กรรมพัฒนาทักษะการคิดใหร้ อบด้าน หลกั การออกกาํ ลงั กายเพอ�ื สขุ ภาพ และสมรรถภาพทางกาย ๑. การออกกาํ ลงั กายควรทาํ อยา่ งสมาํ� เสมอ การออกกาํ ลงั กายท�ีดีควรทาํ อยา่ งต่อเน�ืองทุกวนั หรืออยา่ งน้อยสปั ดาหล์ ะ ๓ วนั โดยใชร้ ะยะเวลาในการฝึกแต่ละคร�งั ประมาณ ๒๐-๓๐ นาที ๒. ออกกาํ ลงั กายใหเ้ หมาะสม เลือกกิจกรรมใหเ้ หมาะสมกบั อายุ เพศ และสมรรถภาพทางกายของแต่ละ คน และควรออกกาํ ลงั กายใหอ้ ตั ราการเตน้ ของชีพจรอยรู่ ะหวา่ ง ๖๐-๙๐ เปอรเ์ ซ็นต์ ของอตั ราเตน้ ของหวั ใจสงู สุด โดยคาํ นวณไดจ้ าก ๒๒๐-อายุ (ปี ) ๓. ออกกาํ ลงั กายใหค้ รบทุก ส่วนของรา่ งกาย ใ ห ้ทุ ก ส่ ว น ข อ ง ร่ า ง ก า ย ไ ด ้อ อ ก กาํ ลงั กายอย่างทวั� ถึง ไม่ควรมุ่งออกกาํ ลงั กายเฉพาะส่วนใดส่วนหน�ึงเท่าน�ัน ว�ิงออกกําลงั กาย ๔. ตอ้ งออกกาํ ลงั กายแบบค่อยเป็ นค่อยไป ควรเร�ิมตน้ การออกกาํ ลงั กายเบาๆ ชา้ ๆ อยา่ งสมาํ� เสมอ จากน�ันจึงค่อยเพ�ิม ความหนักและความเร็วข� ึนทีละน้อย โดยไม่หกั โหมจนเกินความสามารถของตน ๕. ข�นั ตอนในการออกกาํ ลงั กาย ๑. ข�นั อบอุ่นรา่ งกาย (Warm up) เป็ นการเตรียมกลา้ มเน� ือใหพ้ รอ้ ม ก่อนที�จะเร�ิมออกกาํ ลงั กาย จะเป็ นการยืดเหยียดกลา้ มเน� ือ ขอ้ ต่อ เอ็นต่างๆ ใชเ้ วลา ประมาณ ๕-๑๕ นาที 317
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๒๙ ๒. ข�นั ปฏิบตั ิ (Exercise) เป็ นช่วงท�ีฝึกต่อเนื�อง เพื�อที�จะทาํ ใหอ้ ตั รา การเตน้ ของหวั ใจถึงเป้ าหมาย คือรอ้ ยละ ๖๐-๙๐ เปอรเ์ ซ็นตข์ องอตั ราการเตน้ ของ หัวใจสูงสุดใชเ้ วลาในการฝึกประมาณ ๑๕-๔๕ นาที ข� ึนอยู่กับสมรรถภาพและ กิจกรรมที�ทาํ ๓. ข�นั ผ่อนคลาย (Cool Down) เป็ นการฝึกบริหารกายอยา่ งชา้ เพื�อ ใหเ้ ลือดไหลกลบั เขา้ สหู่ วั ใจและชพี จรกลบั คืนสสู่ ภาวะปกติ ใชเ้ วลาฝึกประมาณ ๕-๑๐ นาที ประโยชนข์ องการออกกาํ ลงั กาย ดา้ นรา่ งกาย ระบบต่างๆ ในร่างกายทาํ งานไดอ้ ยา่ งประสานสมั พนั ธก์ นั ร่างกายมีความ สมบรู ณ์ แข็งแรง อดทน มีบุคลิกภาพที�ดี สามารถประกอบกิจวตั รประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ ง มีประสิทธิภาพ กระฉบั กระเฉง มีภมู ิตา้ นทานสงู มีสมรรถภาพทางกายที�ดี ดา้ นจติ ใจ จิ ตใจสดใสร่ าเริ ง การออกกาํ ลงั กายอยา่ งสมาํ� เสมอ นอกจากจะทาํ ใหร้ ่างกายสมบรู ณ์ แข็งแรง จิตใจสดใสร่าเริง เบิกบาน เกิดความ สนุกสนาน โดยเฉพาะหากไดร้ ่วมเล่นกนั หลายๆ คน จะกอ่ ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื ชว่ ย เหลือเก� ือกูลซึ�งกันและกัน มีความเอ� ือ อาทร เสียสละ และคาํ นึงถึงส่วนรวม เกิด จิตสํานึกในการใชเ้ วลาใหเ้ ป็ นประโยชน์ และสรา้ งสรรค์ 318
๑๓๐ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ดา้ นอารมณ์ มีอารมณเ์ ยือกเย็น สุขุม รอบคอบ รจู้ กั อดทน อดกล�นั มีเหตุมีผล รกั การ ออกกาํ ลงั กายและชื�นชมในสุนทรียภาพของการออกกาํ ลงั กาย ช่วยลดความเครียดท�ี เกิดข� ึนจากการประกอบภารกิจในชีวิตประจาํ วนั ดา้ นสงั คม เห็นคุณค่า มีความรบั ผิดชอบต่อตนเอง และผอู้ ื�น มีระเบียบวนิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กติกามีน�ําใจนักกีฬา เป็ นผนู้ ําและผตู้ ามท�ีดี เขา้ ใจในพฤติกรรมซ�ึงกนั และกนั มี มนุษยส์ มั พนั ธท์ �ีดี อยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ดา้ นสติปัญญา มีจิตวญิ ญาณในการเล่น รจู้ กั คน้ หาความถนัด ความสามารถของตนเอง เกิด ความคิดสรา้ งสรรค์ มีไหวพริบในการเล่นอย่างปลอดภยั สามารถนําไปใชใ้ นการ ดาํ เนินชีวิตไดเ้ ป็ นอยา่ งดี การเลอื กกจิ กรรมการออกกาํ ลงั กายเพอ�ื สขุ ภาพ ๑. การเล่นกีฬา กีฬามีให้เลือก กีฬากระบี-� กระบอง มากมาย แตจ่ ะตอ้ งไมแ่ ขง่ ขนั และใชค้ วามรุนแรง เอาแพเ้ อาชนะกนั ไดแ้ ก่ กีฬาสากล เชน่ บาสเกตบอล ฟุตบอล วอลเลยบ์ อล เทเบลิ เทนนิส วา่ ยน�ํา กรฑี า เป็ นตน้ กีฬาไทย เช่น มวยไทย ตะกรอ้ กระบี� กระบอง เป็ นตน้ ๒. การออกกาํ ลงั กาย เป็ นกิจกรรม ที�ใชแ้ รงกายใหไ้ ด้ประโยชน์แก่สุขภาพมาก 319
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๓๑ เป็ นการฝึกฝนร่างกายดว้ ยตนเอง ท�ีมีผลต่อการส่งเสริมสมรรถภาพของระบบหายใจ และระบบไหลเวียนเลือดโดยตรง เช่น การวิ�ง เหยาะๆ การกระโดดเชือก วา่ ยน�ํา ถีบจกั รยาน การยกน�ําหนัก การเตน้ แอโรบิค เป็ นตน้ ๓. กายบริหาร เป็ นกิจกรรมการ เคลื�อนไหวที�มีผลต่อขอ้ และกลา้ มเน� ือ ทาํ ใหม้ ี ความคล่องแคล่วและมีทรวดทรงท�ีดีข� ึน แต่ให้ รํามวยจีน ผลน้อยต่อระบบการหายใจและการไหลเวียน เลือด ซึ�งส่วนใหญ่จะใชเ้ ป็ นการอบอุ่นร่างกาย เช่น การยืดเหยียดกลา้ มเน� ือ กาย บริหารแบบแกวง่ แขน โยคะ ราํ มวยจีน เป็ นตน้ ๔. การทาํ งานประจาํ และงานอดิเรกท�ีใชแ้ รงกาย เป็ นกิจกรรมที�ทุกคน ไม่เคยคิดถึงวา่ ในวนั หน�ึงๆ ไดใ้ ชแ้ รงกายในการทาํ งานท�งั วนั ซ�ึงจะมากกวา่ การเล่น กีฬาหรือออกกาํ ลงั กายเสียอีก แต่ผปู้ ฏิบตั ิจาํ นวนมากไมไ่ ดผ้ ล ท�งั น� ีเพราะไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ ตามข�ันตอนของการออกกําลังกาย หากปรับวิธีการทํางานโดยใชแ้ รงกายให้ เขา้ ลกั ษณะของการออกกาํ ลงั กายเพื�อสุขภาพได้ ก็ไม่ตอ้ งไปเล่นกีฬาหรือออกกาํ ลงั กายอยา่ งอ�ืนอีก เช่น เดินจากบา้ นไปถึงท�ีทาํ งานในระยะทาง ๒ กิโลเมตรข� ึนไปดว้ ย ความเร็วสมาํ� เสมอ เป็ นตน้ ๕. การละเลน่ พ� ืนเมืองและการ รําวง เลน่ เกม เป็ นการออกกาํ ลงั กายเพอ�ื สุขภาพ ได้ ช่วยทาํ ใหส้ ุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ข� ึน เกิดความสนุกสนาน อาจจะเล่นเกม หรือ การละเล่นพ� ืนเมือง รวมท�งั การแสดง ทางศิลปวฒั นธรรมของไทย เชน่ ตะกรอ้ วง วงิ� เป� ี ยว วงิ� กระสอบ ชกลม การเล่นต�ีจบั ลิง ชิงบอล รําวงมาตรฐาน รํากลองยาว เป็ นตน้ 320
๑๓๒ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ขอ้ ปฏิบตั ิของการออกกาํ ลงั กายเพ�ือสุขภาพ ๑. สภาพร่างกายของตนเอง จะตอ้ งดูสภาพร่างกายของตนเองวา่ มีความ พรอ้ มและมีความเหมาะสมกับการออก กาํ ลงั กายประเภทใด ๒. การเตรียมเคร�ืองแต่งกาย จะ ตอ้ งเลอื กเครอ�ื งแตง่ กายใหเ้ หมาะสมกบั การ ออกกาํ ลงั กายประเภทน�ันๆ เพราะจะมีผล ตอ่ การเคลอ�ื นไหวรา่ งกายในขณะเลน่ ๓. เลือกสถานที� เวลา สภาพ แวดลอ้ ม ท�ีเหมาะสมในการออกกาํ ลงั กาย สถานทีเ� หมาะสมกบั การออกกําลงั กาย ๔. สภาพจิตใจ มีความพรอ้ มแค่ไหน ซึ�งออกกาํ ลงั กายจาํ เป็ นตอ้ งมีจิตใจที� แจม่ ใสและปลอดโปร่ง ๕. การรบั ประทานอาหาร ควรจะรบั ประทานอาหารกอ่ นการออกกาํ ลงั กาย ประมาณ ๓ ชวั� โมง เพ�ือใหอ้ าหารยอ่ ยและกระเพาะอาหารทาํ งานไดด้ ี ๖. ดสู ุขภาพของตน ตอ้ งดตู นเองวา่ เจ็บป่ วยหรือไมห่ รือพึ�งจะฟ� ื นไขม้ าใหมๆ่ ควรหลีกเลี�ยงการออกกาํ ลงั กาย ๗. ดื�มน�ํา ในขณะออกกาํ ลงั กายไม่ควรด�ืมน�ํามากเกินไป จะทาํ ใหจ้ ุกเสียด ได้ ควรดื�มน�ําในปริมาณที�พอเหมาะ เพ�ือชดส่วนท�ีขาดหรือสญู เสียไป โดยสงั เกตได้ จากการกระหายน�ํา ๘. เจ็บป่ วยระหวา่ งการออกกาํ ลงั กาย ควรสงั เกตตนเองวา่ ระหวา่ งออกกาํ ลงั กายปกติหรือไม่ เพราะเราเองมีโอกาสเจ็บป่ วย และไดร้ บั อุบตั ิเหตุ ขณะท�ีเล่นและ ออกกาํ ลงั กาย ๙. ความสมาํ� เสมอ การออกกาํ ลังกายเป็ นประจาํ อย่างสมาํ� เสมอมีผลต่อ สุขภาพมากกวา่ การออกกาํ ลงั กายเป็ นคร�งั คราวดว้ ยความหกั โหม 321
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๓๓ ๑๐.การพกั ผ่อน หลงั การออกกาํ ลงั กายตอ้ งพกั ผ่อนร่างกายใหม้ าก เพ�ือให้ เวลากบั ร่างกายไดซ้ ่อมแซมส่วนท�ีสึกหรอ และสรา้ งเสริมใหร้ ่างกายแข็งแรงข� ึน สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายท�ีจะประกอบ กิจกรรม หรือทํางานหนักไดเ้ ป็ นเวลานาน โดยไม่เหน็ดเหนื�อยเร็ว และไดผ้ ลสูง สมรรถภาพทางกายแบ่งออกเป็ น ๒ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑. สมรรถภาพทางกายที�สมั พนั ธก์ บั สุขภาพ (Health Related Physical Fitness) เป็ นสมรรถภาพที�ช่วยลดความเส�ียงของการเกิดปัญหาดา้ นสุขภาพ ซึ�ง ประกอบดว้ ย ๑. ความแข็งแรงของกลา้ มเน� ือ หมายถึง ความสามารถของกลา้ ม เน� ือที�จะทาํ งานหนักไดด้ ี ๒. ค ว า ม อ ด ท น ข อ ง กลา้ มเน� ือ หมายถึง ความสามารถของ กลา้ มเน� ือท�ีจะทํางานลักษณะอย่างเดียว กนั ซ�าํ ๆ ไดเ้ ป็ นเวลานาน เชน่ การดึงขอ้ กบั ราวเด�ียว การดันพ� ืน ถา้ ทําไดม้ ากคร�ัง แสดงถึงความอดทนของกลา้ มเน� ือ เป็ นตน้ ดนั พืน� ๓. ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจ หมาย ถึง ความสามารถของหวั ใจ ปอด และหลอดเลือดทาํ งานไดน้ าน เหน็ดเหน�ือยชา้ และ กลบั คืนส่ปู กติไดเ้ ร็ว เช่น การว�ิงมาราธอน กระโดดเชือก เป็ นตน้ ๔. ความอ่อนตวั หมายถึง ความสามารถในการหดตวั หรือเหยียด ตวั ของกลา้ มเน� ือ เอ็น ขอ้ ต่อ ส่วนต่างๆ ของร่างกายใหเ้ คลื�อนไหวไดบ้ ริเวณกวา้ งกวา่ ปกติ เช่น การยืนเข่าตึงกม้ หน้าแตะพ� ืน การเล่นกีฬายิมนาสติก เป็ นตน้ 322
๑๓๔ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๕. องคป์ ระกอบของร่างกาย จะเป็ นการประมาณค่าท�ีทาํ ใหท้ ราบ ถึงเปอรเ์ ซ็นตข์ องน�ําหนักท�ีเป็ นส่วนไขมนั ที�มีอยใู่ นร่างกาย องคป์ ระกอบของร่างกาย ประกอบดว้ ย ๒ ส่วน คือ ไขมนั ในร่างกายกบั น�ําหนักของอวยั วะต่างๆ ที�ปราศจากไข มนั เช่น กระดกู กลา้ มเน� ือ เป็ นตน้ การรกั ษาองคป์ ระกอบของร่างกายใหอ้ ยใู่ นระดบั ที�เหมาะสมจะช่วยทาํ ใหไ้ ม่เป็ นโรคอว้ น สาํ หรบั การหาค่าองคป์ ระกอบของร่างกาย น�ัน สามารถกระทาํ ไดด้ ว้ ย วิธีการวดั ความหนาของไขมนั ใตผ้ ิวหนังโดยใชเ้ ครื�องมือ ท�ีเรียกวา่ SkinFold Caliper ๒. สมรรถภาพทางกายที�สมั พนั ธก์ บั ทกั ษะ (Skill-Related Physical Fitness) เป็ นสมรรถภาพทางกายท�ีจาํ เป็ นสาํ หรบั การเล่นกีฬา ซึ�งทาํ ใหก้ ารเล่นกีฬา มีประสิทธิภาพสงู สุดโดยเพิ�มเติมจากองคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกายท�ีสมั พนั ธ์ กบั สุขภาพ ไดแ้ ก่ ๑. ความเร็ว หมายถึง ความสามารถของร่างกายในการเคล�ือนท�ี จากแห่งหนึ�งไปถึงที�อีกแห่งหนึ�งตามแนว ตรงในระยะเวลาอนั ส�นั เช่น การวิ�งระยะ ส�ัน ๕๐ เมตร หรือการวิ�ง ๑๐๐ เมตร เป็ นตน้ ๒. พลงั กลา้ มเน� ือ หมาย พลงั กลา้ มเนือ� ถึง ความสามารถของกลา้ มเน� ือในการ ทาํ งานโดยการออกแรงสงู สุดในระยะเวลา อนั ส�นั ทนั ทีทนั ใด เช่น การยกน�ําหนัก การ พุ่งแหลม เป็ นตน้ ๓. ความคล่องแคล่วว่องไว หมายถึง ความสามารถในการเปลี�ยน ทิศทาง ท่าทางของร่างกาย ในขณะที�เคลื�อนไหวไดอ้ ยา่ งทนั ทีทนั ใดโดยใชค้ วามเร็ว ไดอ้ ยา่ งเต็มท�ี เช่น การวิ�งซิกแซก การเล� ียงลกู ฟุตบอลหรือลกู บาสหลบหลีกคู่ต่อสู้ เป็ นตน้ 323
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๓๕ ๔. การทรงตวั หมายถึง ความสามารถในการควบคุมท่าทางของ ร่างกายใหอ้ ย่ใู นตาํ แหน่งลกั ษณะท�ีตอ้ งการไดท้ �ังขณะท�ีอย่กู บั ท�ีและขณะที�เคล�ือนที� เช่น การยืนขาเดียว การหกกบ การยืนดว้ ยมือ เป็ นตน้ ปฏิกิริยาออกตวั วิ�ง ๕. เวลาปฏิกิรยิ า หมายถึง ระยะ เวลาท�ีเร็วที�สุดท�ีร่างกายเริ�มมีการตอบ สนองหลงั จากท�ีไดร้ บั การกระตุน้ ซึ�งระบบ ประสาทเม�ือรบั รูแ้ ละถูกกระตุน้ สามารถ สั�งการให้อวัยวะท�ี เก�ียวข้องกับการ เคลื�อนไหวตอบสนองอย่างรวดเร็ว เช่น การออกตัววิ�ง ๑๐๐ เมตร การออกตัว วา่ ยน�ํา เป็ นตน้ ๖. การทาํ งานที�ประสานกนั หมายถึง ความสมั พนั ธ์ ระหว่างการ ทาํ งานของระบบประสาทและระบบกลา้ มเน� ือในการปฏิบตั ิกิจกรรมที�สลบั ซบั ซอ้ นใน เวลาเดียวกนั อยา่ งราบร�ืน เช่น การเล� ียงลกู ฟุตบอล การเล� ียงลกู บาสเกตบอล การ เดาะลกู ตะกรอ้ เป็ นตน้ การสรา้ งเสริมบุคลิกภาพ บุคลิกภาพ หมายถึง ลกั ษณะทุกๆ อยา่ งท�ีรวมกนั อยใู่ นตวั บุคคลที�แสดงออก มาใหป้ รากฏแกส่ ายตาและความรสู้ กึ นึกคดิ ของคนอ�ืนๆ ซ�ึงลักษณะเหล่าน� ี ได้แก่ หนา้ ตา รปู รา่ ง ทรวดทรง กริ ยิ า ทา่ ทาง การ พูดจา การแต่งกาย อารมณ์ ค่านิยม ทศั นคติ ความรสู้ กึ นึกคดิ นิสยั การประพฤติ ปฏิบตั ิ หรืออาจกล่าวไดว้ า่ บุคลิกภาพก็คือ “สิ�งท�ีแต่ละคนเป็ นอยจู่ ริงในชีวติ ประจาํ วนั และทาํ ใหค้ นเรามคี วามแตกตา่ งกนั นัน� เอง” อารมณ์ดีมีความสขุ 324
๑๓๖ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ลกั ษณะของบุคลิกภาพท�ีดี บุคลิกภาพของคนเราอาจประกอบดว้ ยลกั ษณะที�สาํ คญั ๕ ลกั ษณะ ดงั น� ี ๑. บุคลิกภาพทางดา้ นรา่ งกาย สภาพของร่างกายเป็ นบุคลิกภาพที�แสดงใหเ้ ห็นไดช้ ดั เจนท�ังในดา้ นขนาด หรือรปู ร่าง สมรรถภาพและสุขภาพ เช่น ทรวดทรง น�ําหนัก ส่วนสงู หน้าตา ผิวพรรณ กิริยา ท่าทาง อิริยาบถ ท่วงทีต่างๆ เป็ นตน้ ซ�ึงจะแสดงออกแตกต่างกนั ในแต่ละบุคคล ๒. บุคลิกภาพทางดา้ นอารมณแ์ ละจติ ใจ การแสดงออกทางด้านอารมณ์ จิตใจสดชืน� แจ่มใส และจิตใจ ย่อมมีผลเกี�ยวโยงกบั ทางดา้ น ร่างกายดว้ ย หากร่างกายแข็งแรงสมบรู ณ์ ดีจิตใจก็จะสดชื�นแจ่มใส มีชีวิตชีวา สนุกสนาน ร่าเริง และสามารถควบคุม อารมณ์ได้ดี แต่ในทางตรงกันขา้ ม ถ้า สุขภาพทางร่างกายไม่ดีก็จะทําใหค้ นเรา หงุดหงิด หน้าบ� ึง โกรธง่าย โมโห ฉุนเฉียว และอารมณเ์ สียบ่อยๆ ๓. บุคลิกภาพทางดา้ นสติปัญญา สภาพของสติปัญญาเป็ นบุคลิกภาพที�เก�ียวกบั สมองและความสามารถของ บุคคลอนั ไดแ้ ก่ ความทรงจาํ ความคิดริเร�ิมสรา้ งสรรค์ ความสุขุมรอบคอบและมี เหตุผล ความมีสติมนั� คง ความวอ่ งไวกระฉบั กระเฉง ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหา เฉพาะหน้า ความสามารถในการทาํ งาน และการเล่นกีฬา รวมท�งั ความสามารถใน การนําตนเองและผอู้ ื�นไดห้ รือการเป็ นผนู้ ํา ๔. บุคลิกภาพทางดา้ นอุปนิสยั อุปนิสยั ใจคอเป็ นบุคลิกภาพท�ีแสดงถึงความประพฤติส่วนตวั ของบุคคลน�ันๆ 325
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๓๗ เช่น ความสุภาพ ความอ่อนโยน ความสุขุม ความเมตตากรุณา ความซ�ือสตั ยส์ ุจริต ความยุติธรรม ความเสียสละ ความกลา้ หาญ เป็ นตน้ รับฟังความคิดเห็นผูอ้ ืน� ๕.บุคลิกภาพทางดา้ นสงั คม สถานภาพทางสงั คมเป็ นบุคลิก- ภาพของบุคคลท�ีแสดงออกทางดา้ นการ สมาคมหรือความสมั พนั ธก์ บั บุคคลอื�นใน สงั คม เช่น การแสดงออกทางวาจา การ แตง่ กาย การคบเพอื� นฝงู การแสดงตวั การ เก็บตวั การเอาชนะผอู้ ื�น การรบั ฟังความ คิดเห็น การร่วมมือกบั ผอู้ �ืน เป็ นตน้ วิธีสรา้ งบุคลิกภาพที�ดี การสรา้ งบุคลิกภาพที�ดีน�ัน อาจจะทาํ ไดโ้ ดยการฝึกฝนและปรบั ปรุงตนเอง ดงั น� ี ๑. การส่งเสริมสุขภาพ สุขภาพเป็ นสิ�งจาํ เป็ นและสาํ คญั ในการสรา้ งเสริมบุคลิกภาพที�ดี ซึ�งบุคคลควร จะเป็ นผูร้ ูจ้ กั ระวงั รกั ษาและส่งเสริมสุขภาพของร่างกายใหแ้ ข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ดว้ ย การรจู้ กั รบั ประทานอาหารที�มีคุณค่า รกั ษาความสะอาด เล่นกีฬาหรือออกกาํ ลงั กายอยา่ งเหมาะสมสมาํ� เสมอ รจู้ กั พกั ผ่อน ใหเ้ พียงพอ และรูจ้ กั ป้ องกนั ตนเองไม่ให้ เกิดโรคภยั ไขเ้ จ็บและอุบตั ิเหตุต่างๆ ๒. การแตง่ กาย แต่งกายสะอาดเรียบร้อย เคร�ืองแต่งกายเป็ นองคป์ ระกอบที� สําคัญสําหรับบุคลิกภาพ บุคคลจึงควร คํานึงถึงความสะอาดเรียบร้อย ความ 326
๑๓๘ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ เหมาะสมกบั กาลเทศะ สภาพแวดลอ้ ม และฐานะทางเศรษฐกิจ ซ�ึงจะช่วยสรา้ งเสริม บุคลิกลกั ษณะใหง้ ามสง่าไดท้ ุกเวลาและโอกาส ๓. กิริยามารยาท กิริยามารยาทของคนเราจะชว่ ยสรา้ งเสริมบุคลิกภาพไดด้ ีที�สุด ซึ�งไดแ้ ก่ การ แสดงสีหนา้ ย� มิ แยม้ แจม่ ใสหรือแสดงความเป็ นมิตร การใชถ้ อ้ ยคาํ หรือพดู จาท�ีเหมาะ สมกบั บุคคล และกาลเทศะ การใชน้ �ําเสียงท�ีไพเราะ อ่อนหวาน นุ่มนวล ไมก่ ระโชก โฮกฮาก รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ รจู้ กั สาํ รวมตนเอง เมอ�ื ผิดพลาดบกพรอ่ งกร็ จู้ กั กลา่ วคาํ ขอ โทษหรือขออภยั และเม�ือมีผใู้ หส้ �ิงของก็รจู้ กั กล่าวคาํ ขอบใจหรือขอบคุณ รวมท�งั รจู้ กั แสดงความนอบนอ้ มดว้ ยการไหวอ้ ีกดว้ ย นอกจากน�ัน ยงั ควรรจู้ กั จดั ท่าทาง อิริยาบถ ใหเ้ ป็ นไปอยา่ งเหมาะสม เช่น นัง� ยืน เดิน รบั ประทานอาหาร รบั ของ ส่งของ เป็ นตน้ ๔. ทกั ษะในการทาํ งาน การทาํ งานอยา่ งใดอยา่ งหนึ�งก็ดี ควรจะ ต้องฝึ กฝนให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว กระตือรือรน้ มีปฏิภาณไหวพริบ รจู้ กั แกป้ ัญหา เฉพาะหน้าและพยายามศึกษาหาความรรู้ อบตวั อยเู่ สมอ เพ�ือพฒั นาทกั ษะในการทาํ งานน�ันๆ ได้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ พฒั นาทกั ษะในการทํางาน ๕. การสรา้ งสมั พนั ธภาพที�ดีกบั ผูอ้ ื�น บคุ คลควรฝึกหดั เขา้ ใจความคดิ ของผอู้ น�ื เชน่ รจู้ กั เอาใจเขามาใสใ่ จเรา มคี วาม จริงใจ ซ�ือสตั ย์ เอ� ือเฟ� ื อเผื�อแผ่และมีความกตญั �กู ตเวที รวมท�งั ควรทาํ ตวั ใหเ้ ป็ นที�ไว้ วางใจได้ ไมเ่ ห็นแกต่ วั มีน�ําใจเป็ นนักกีฬา เป็ นผฟู้ ังที�ดี รจู้ กั ใหค้ วามชว่ ยเหลือ ร่วมมือ แก่หม่คู ณะและรจู้ กั มองดตู วั เองหรือผอู้ �ืนในลกั ษณะต่างๆ เช่น การมองดว้ ยความรกั และความเมตตาปรานีแทนท�ีจะมองดว้ ยความรงั เกียจเหยียดหยาม จงเกลียดจงชงั เป็ นตน้ 327
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๓๙ ๖. การแสวงหาคาํ แนะนาํ บุคคลมกั จะมองขา้ มความบกพร่องของตนเองเสมอ การแสวงหาคาํ แนะนํา หรือคาํ ปรึกษาที�ดีจากพอ่ แม่ ครู อาจารย์ ผใู้ หญ่ หรือแมแ้ ต่เพื�อนๆ ยอ่ มจะมีส่วนช่วย ใหบ้ ุคคลรจู้ กั พิจารณาตนเอง และปรบั ปรุงส่งเสริมบุคลิกภาพใหด้ ีข� ึนไดเ้ สมอ คาํ แนะนําหรอื ขอ้ เสนอแนะตา่ งๆ เกย�ี วกบั การปรบั ปรงุ บคุ ลกิ ภาพจึงนับวา่ เป็ น สิ�งสาํ คญั มาก เพราะเปรียบเสมือนกระจกเงาที�ทาํ ใหเ้ ราไดม้ องเห็นภาพของตนเองได้ อยา่ งชดั เจนและถูกตอ้ งนัน� เอง ¡Ô¨¡ÃÃÁ¾Ñ²¹Ò¡ÒäԴ (สมรรถนะสําคญั ข้อ ๑, ๒, ๓, ๔) ตอบคาํ ถามพฒั นาการคิดเกย�ี วกบั การออกกาํ ลงั กายเพอ�ื สุขภาพแลว้ นําเสนอครผู สู้ อน ๑. การออกกาํ ลงั กายเพื�อสุขภาพมีประโยชน์ต่อนักเรียนอยา่ งไร ๒. นักเรียนมีวิธีการและหลกั การออกกาํ ลงั กายอยา่ งไร ๓. นักเรียนมีวิธีการสรา้ งเสริมบุคลิกภาพอยา่ งไร ๔. บุคลิกภาพมีความสาํ คญั ต่อตนเองอยา่ งไร 328
Thinking & Learning 313 รว่ มคดิ รว่ มเรยี นรู้ – ศกึ ษาบทเรียนให้เข้าใจและตอบคำถามที่ตงั้ ไว้ – ศกึ ษาสาระเพม่ิ เตมิ ให้รอบรู้ – กจิ กรรมฝกึ ปฏิบัติให้เกิดทกั ษะและรู้จรงิ – กิจกรรมพฒั นาทักษะการคิดใหร้ อบดา้ น เฉลยกจิ กรรมในหนังสือเรียน เรืองี การออกกาํ ลงั กายเพอื สุขภาพ ตอบคาํ ามพั นาการคิเกยี วกบั การออกกาํ ลงั กายเพอื สุขภาพ แล้วนําเสนอครูผ้สู อน .การออกกาํ ลงั กายเพอื สุขภาพมปี ระโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร ตวั ชีวั อธิบายประโยชนแ์ ละหลกั การออกกาํ ลงั กายเพอื สุขภาพ สมรรถภาพทางกายและการสร้างเสริมบุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) เพอื ให้ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจประโยชน์ของการออกกาํ ลงั กายเพือสุขภาพ แนวคําตอบ ดา้ นร่างกาย ร่างกายแขง็ แรง ระบบต่างๆ ทาํ งานประสานสมั พนั ธ์กนั มีภูมิตา้ นทานโรคสูง ดา้ นจิตใจ จิตใจร่าเริงแจ่มใส มีความเอืออาทร เสียสละ ดา้ นอารมณ์ สุขมุ รอบคอบ อดทน อดกลนั มีเหตุมีผล ดา้ นสังคม มีระเบียบวนิ ยั เคารพสิทธิผอู้ ืน มีนาํ ใจนกั กีฬา ดา้ นสติปัญญา มีความคิดสร้างสรรค์ มีไหวพริบในการเล่นสามารถนาํ ไปใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั 2.นักเรียนมวี ธิ ีการและหลกั การออกกาํ ลงั กายอย่างไร ตัวชีวั อธิบายประโยชนแ์ ละหลกั การออกกาํ ลงั กายเพอื สุขภาพ สมรรถภาพทางกาย และการสร้างเสริมบุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) เพอื ให้ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจหลกั การออกกาํ ลงั กาย แนวคําตอบ 1.ออกกาํ ลงั กายอยา่ งสมาํ เสมออยา่ งนอ้ ยสัปดาห์ละ 3 ครัง 2.ออกกาํ ลงั กายใหเ้ หมาะสมกบั อายุ และเพศ 3.ออกกาํ ลงั กายใหค้ รบทุกส่วนของร่างกาย 4.ออกกาํ ลงั กายแบบค่อยเป็นคอ่ ยไป จากชา้ ไปหาเร็ว เบาไปหาหนกั เป็นตน้ 5.ก่อนออกกาํ ลงั กาย ตอ้ งมีการอบอุน่ ร่างกายและหลงั การออกกาํ ลงั กายตอ้ งมีการผอ่ นคลาย กลา้ มเนือทุกครัง 3.นักเรียนมวี ธิ ีการสร้างเสริมบุคลกิ ภาพอย่างไร ตัวชีวั อธิบายประโยชนแ์ ละหลกั การออกกาํ ลงั กายเพือ สุขภาพ สมรรถภาพทางกายและการสร้างเสริม บุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) 329
3.ออกกาํ ลงั กายใหค้ รบทุกส่วนของร่างกาย 314 4.ออกกาํ ลงั กายแบบคอ่ ยเป็นค่อยไป จากชา้ ไปหาเร็ว เบาไปหาหนกั เป็นตน้ 5.ก่อนออกกาํ ลงั กาย ตอ้ งมีการอบอุ่นร่างกายและหลงั การออกกาํ ลงั กายตอ้ งมีการผอ่ นคลาย กลา้ มเนือทุกครัง 3.นักเรียนมีวธิ ีการสร้างเสริมบุคลกิ ภาพอย่างไร ตวั ชีวั อธิบายประโยชนแ์ ละหลกั การออกกาํ ลงั กายเพอื สุขภาพ สมรรถภาพทางกายและการสร้างเสริม บุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) เพอื ให้ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจวิธีการสร้างเสริมบุคลิกภาพ แนวคําตอบ การสร้างบุคลิกภาพทีดีนนั อาจทาํ ไดโ้ ดยการฝึกฝนและปรับปรุงตนเองไดด้ งั ตอ่ ไปนี 1.การส่งเสริมสุขภาพ 2.การแต่งกาย 3.กิริยามารยาท 4.ทกั ษะในการทาํ งาน .การสร้างสมั พนั ธภาพทีีกบั อู้ น 6.การแสวงหาคาํ แนะนาํ 4.บุคลกิ ภาพมีความสําคัญต่อตนเองอย่างไร ตัวีวั อธิบายประโยชน์และหลกั การออกกาํ ลงั กายเพอ สุขภาพ สมรรภาพทางกายและการสร้างเสริม บุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) เพอ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจความสาํ คญั ของบุคลิกภาพ แนวคําตอบ ทาํ ให้ ร้ ับความเชออและวว้ างใจจากบุคคลรอบวั เรา 330
315 ใบงาน เรองี การออกกาํ ลงั กายเพอ สุขภาพ ตอบคาํ ามพั นาการคิ เกยี วกบั การออกกาํ ลงั กายเพอ สุขภาพ แล้วนําเสนอครูผู้สอน .การออกกาํ ลงั กายเพอ สุขภาพมปี ระโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร ตวั ชีวั อธิบายประโยชนแ์ ละหลกั การออกกาํ ลั กายเพอสุภาพ สมรรภาพากายและการสรา เสริมบุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) แนวคาํ ตอบ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 2.นักเรียนมวี ธิ กี ารและหลกั การออกกาํ ลงั กายอย่างไร ตวั ชีวั อธิบายประโยชน์และหลกั การออกกาํ ลั กายเพอ สุภาพ สมรรภาพากาย และการสรา เสริมบุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) แนวคาํ ตอบ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 331
316 3.นักเรียนมวี ธิ กี ารสร้างเสริมบุคลกิ ภาพอย่างไร ตัวีวั อธิบายประโยชนแ์ ละหลกั การออกกาํ ลั กายเพอ สุภาพ สมรรภาพากายและการสรา เสริมบุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) แนวคาํ ตอบ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 4.บุคลกิ ภาพมคี วามสําคญั ต่อตนเองอย่างไร ตัวีวั อธิบายประโยชนแ์ ละหลกั การออกกาํ ลั กายเพอสุภาพ สมรรภาพากายและการสรา เสริมบุคลิกภาพ (พ 3.2 ป.6/1) แนวคาํ ตอบ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 332
แผนการจัดการเรียนรู้ 1. เป้าหมาย (ความเข้าใจฝังแน่น) - เขา้ ใจการเลน่ เกม การออกกำลงั กายและการเคลื่อนไหวอย่างเปน็ รายช่ัวโมง ระบบ 2เรื่องท่ี 2. ตัวช้ีวดั เกมที่ใชท้ ักษะ - พ 3.2 ป.6/2 เล่นเกมท่ใี ช้ทักษะการวางแผน และสามารถเพ่ิมพนู การวางแผน ทกั ษะการออกกำลังกายและเคลื่อนไหวอย่างเปน็ ระบบ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 เวลา 3 ช่ัวโมง 3. สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 - เกมมูลฐาน การออกกำลงั กายและเล่นเกม - เกมนำไปส่กู ีฬา 4. คุณลกั ษณะ / สมรรถนะที่เน้น 4.1 สมรรถนะ - ความสามารถในการสื่อสารดว้ ยการพูดและเขยี น - ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ - ความสามารถในการแก้ปัญหา - ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 4.2 คณุ ลกั ษณะ - มวี นิ ยั - ใฝ่เรยี นรู้ - ม่งุ ม่นั ในการทำงาน - มจี ติ สาธารณะ 333
5. หลกั ฐาน /รอ่ งรอยแสดงการเรียนรู้ (ชน้ิ งาน / ภาระงาน) 5.1 ชน้ิ งาน - แบบทดสอบกจิ กรรมพฒั นาการคดิ 5.2 ภาระงาน - Rubrics แบบฝกึ ปฏิบัติ 6. การบรู ณาการ วทิ ยาศาสตร์ : คดิ วเิ คราะห์ สังคม : การทำงานกลมุ่ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ช่วั โมงท่ ี 1 เกมมลู ฐาน 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครถู ามคำถามนำ “ เกมหมายถงึ อะไร ” 1.2 นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ และตอบคำถาม 2. ขัน้ สอน ( กระบวนการเรยี นร้ทู างสังคม / กระบวนการสรา้ งองคค์ วามรู้ / กระบวนการคิดวเิ คราะห์ / กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริง / กระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ ) 2.1 นกั เรียนเขา้ แถวตามกลุม่ หวั หน้ากลุ่มออกมานำเพอื่ นอบอุ่นร่างกาย ยดื เหยียดกล้ามเนื้อ 2.2 นักเรียนศึกษาการเล่นเกมจากหนงั สอื แบบเรยี นสุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ของสำนักพิมพ์ประสานมิตร หน้า 141-143 2.3 ครอู ธิบายและสาธติ ทกั ษะและวธิ ีการเลน่ เกมวางลกู บอล 2 จังหวะและเกมว่ิงผลัด 2.4 นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นและซกั ถาม 2.5 นกั เรยี นแยกปฏบิ ัติการเล่นเกมตามกลุม่ ของตนเอง 2.6 ครคู อยใหค้ ำแนะนำและแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ ง 2.7 นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มแข่งขันเกมวางลกู บอล 2 จังหวะ 2.8 ครกู ลา่ วชมเชยกลมุ่ ทีช่ นะการแข่งขนั และให้กำลงั ใจกลุ่มทีแ่ พใ้ ห้พยายามฝกึ ฝนตอ่ ไป 2.9 นักเรยี นแต่ละกลุ่มแข่งขนั เกมวิ่งผลดั 2.10 ครูกลา่ วชมเชยกลุ่มทชี่ นะการแข่งขันและใหก้ ำลังใจกลุ่มทีแ่ พใ้ หพ้ ยายามฝกึ ฝนตอ่ ไป 2.11 สขุ ปฏิบตั ิ ทำความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งมอื ล้างหน้า 2.12 ครูอธิบายเพิม่ เตมิ และนดั หมายในการเรยี นครง้ั ต่อไป 334
3. ขน้ั สรุปและประเมนิ ผล 3.1 ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกันสรปุ ทกั ษะการเลน่ เกมวางลกู บอล 2 จงั หวะและเกมวง่ิ ผลัด 3.2 ครปู ระเมินการฝกึ ปฏบิ ตั ดิ ้วยแบบฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ิและ Rubrics เกณฑ์การประเมนิ ผล ชว่ั โมงท่ ี 2 เกมกระโดดเชอื ก เกมลิงชงิ บอล 1. ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรียน 1.1 ครูและนักเรยี นทบทวนการเล่นเกมวางลกู บอล 2 จงั หวะ และเกมวิง่ ผลัด 2. ขน้ั สอน ( กระบวนการเรยี นรู้ทางสงั คม / กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ / กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ / กระบวนการเรยี นร้จู ากประสบการณ์จรงิ / กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ ) 2.1 นกั เรยี นเขา้ แถวตามกลมุ่ หัวหน้ากลมุ่ ตรวจสอบเครื่องแต่งกาย จำนวนสมาชิก และสุขภาพ 2.2 นักเรียน 1 คน ออกมานำเพ่ือนอบอุ่นร่างกาย ยืดเหยยี ดกลา้ มเนือ้ 2.3 ครูอธบิ ายและสาธิตเกมกระโดดเชือกและวิธีการเลน่ เกมลิงชิงบอล 2.4 นักเรยี นศกึ ษาวิธีการเล่นเพมิ่ เติมจากหนังสอื แบบเรยี นสุขศึกษาและพลศกึ ษา ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ของสำนกั พิมพ์ประสานมิตร หนา้ 142-143 2.5 นักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามแบบฝกึ ปฏิบัติโดยฝึกตามกลุ่ม 2.6 ครูให้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพรอ่ ง 2.7 ครูใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมาทำการแข่งขันเกมกระโดดเชือก 2.8 ครกู ล่าวชมเชยกลมุ่ ที่ชนะการแข่งขันและให้กำลงั ใจกลุ่มท่แี พใ้ ห้พยายามปรับปรงุ แกไ้ ขฝึกใหมใ่ ห้ชำนาญ 3. ขนั้ สรุปและประเมินผล 3.1 ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันสรุปทักษะการกระโดดเชอื กและเกมลงิ ชิงบอล 3.2 ครูประเมินการฝึกปฏิบตั ดิ ้วยแบบฝกึ ทักษะปฏิบตั แิ ละ Rubrics เกณฑ์การประเมนิ ผล ชัว่ โมงที่ 3 เกมนำไปสู่กีฬา 1. ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น 1.1 ครูอธบิ ายความสำคัญของเกมนำไปสกู่ ฬี า 1.2 นกั เรยี นรว่ มแสดงความคดิ เห็นและตอบคำถาม 2. ขัน้ สอน ( กระบวนการเรียนรทู้ างสงั คม / กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ / กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ / กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณจ์ รงิ / กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ ) 2.1 นักเรียนเข้าแถวตามกลุ่ม หัวหน้ากล่มุ ตรวจสอบเครอ่ื งแตง่ กาย จำนวนสมาชิก และสุขภาพ 2.2 ตวั แทนนักเรยี นออกมานำเพอ่ื นอบอ่นุ ร่างกาย ยดื เหยียดกล้ามเนือ้ 2.3 ครอู ธบิ ายและสาธิตวิธกี ารเลน่ เกมนำไปสู่กีฬา 335
2.4 นักเรียนศกึ ษาวธิ ีการเล่นเพิม่ เติมจากหนังสือแบบเรยี นสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ของสำนักพมิ พป์ ระสานมติ ร หนา้ 143-146 2.5 นักเรียนปฏบิ ัติตามแบบฝึกปฏบิ ัตโิ ดยฝกึ ตามกลุ่ม 2.6 ครใู ห้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพรอ่ ง 2.7 ครใู หแ้ ตล่ ะกลมุ่ แขง่ ขนั เกมโยนบอลลงห่วง 2.8 ครูกล่าวชมเชยกลมุ่ ทช่ี นะการแข่งขันและใหก้ ำลังใจกลุม่ ทแ่ี พ้ 2.9 นักเรียนทำแบบทดสอบกิจกรรมพัฒนาการคดิ 2.10 สุขปฏบิ ัติ ทำความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งมือ ล้างหน้า 2.11 ครนู ัดหมายการเรยี นในสปั ดาหห์ น้า 3. ข้ันสรปุ และประเมนิ ผล 3.1 ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั สรปุ การเลน่ เกมนำไปสกู่ ฬี า 3.2 ครปู ระเมินการฝกึ ปฏบิ ตั ดิ ว้ ยแบบฝกึ ทักษะปฏบิ ตั แิ ละ Rubrics เกณฑ์การประเมินผล 8. สื่อการเรยี นรู้ 8.1 หนังสือแบบเรยี นสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ของสำนักพมิ พป์ ระสานมติ ร 8.2 อนิ เทอรเ์ น็ต 8.3 หอ้ งสมุด 8.4 แผนภาพ 9. การวดั และประเมินผล 9.1 สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ 9.2 แบบทดสอบกิจกรรมพัฒนาการคิด 336
10. บันทกึ การใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ บนั ทึกหลงั สอน เรื่อง............................................................... ช่ัวโมงที่ กิจกรรมทไ่ี ด้จดั การเรียน ผลการจดั การเรยี น กิจกรรมท่ีนักเรียน ปัญหา / อุปสรรค ลงช่อื ครูผ้สู อน การสอน การสอน เกิดการเรียนรู้ 337
๑๔๐ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ Thinking & Planning รว่ มคดิ รว่ มวางแผน – กจิ กรรมตง้ั คำถามให้มุ่งคิดสู่ เปา้ หมายของเรอื่ ง – กจิ กรรมรว่ มคดิ ร่วมวางแผน คดิ คำถามคน้ คำตอบ ๑๔๐ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ เกมที�ใช้ทกั ษะ กเกามรทวาี�ใงชแ้ทผกั นษะ à¡ÁÊÒÁÒö¾Ñ²¹Ò·Ñ¡ÉСÒà การวางแผนà¤Å×è͹äËÇ䴌͋ҧäà à¡ÁÊÒÁÒö¾Ñ²¹Ò·Ñ¡ÉСÒà à¤Å×è͹äËÇ䴌͋ҧäà แนวคำตอบ เมือ่เกเรมียเปนน็จกบาเรร่อืเลงน่นทกั ีส่เกรง่ ียิเจสนกรคิมวรใรหรจ้เะกมสดิ รรกปุ ว่าครมวพาฒัมครินดไู้ ดารท้แักนว่ วษมนะก้ีวาารเงคแลอ่ื ผนไนหวกขาัน้ พรื้นเรฐาียนนจะรเปู้็นการสร้างรากฐานทางร่างกายใหร้ า่ งกายมีความ สมบูรณแ์ ข็งแรง พร้อมที่จะเพม่ิ พนู พฒั นาทักษะการเคลอ่ื นไหวให้สงู ขนึ้ ไปตามระดบั อายุ ใหน้ ักเรียนลองต�งั คาํ ถามกบั ตนเองวา่ ในการเรียนรเู้ ร�ืองน� ีนักเรียนตอ้ งการ ไดค้ วามรเู้ กกี�ยิจวกกรบั รอมะไรรว่ บมา้ คง ิดโดรยว่ ตม�งั วคาาํ ถงาแมผในหไก้ ดาม้ ราเกรทียี�สนุดรูแ้ ลว้ จดบนั ทึกไว้ ไดค้ วามรใเกหเู้ กมน้ ี�ยักวหเกรมบัียาอนยะลถไอึรงงบตกา้ �งัิจงคกโาํรดถรยามตมท�งั กาคบังาํ พตถลนาศมเอึกใงหษวไ้าา่ ดแใม้ ขนานกกงาทหรี�สนเุดร�ึงียแนทลรี�วว้เูา่้ รจด�ือดว้ งบยนนัก� ีนทาักรึกเเไรลวีย่น้ นง่ตายอ้ ๆงกไามร่ ตอ้ งใชท้ กั ษะมากนัก มีกฎกติกาและขอ้ บงั คบั ไม่มาก และไม่สลบั ซบั ซอ้ น ท�งั น� ีเพ�ือให้ เกม หมายถึง กิจกรรมทางพลศึกษาแขนงหน�ึง ท�ีวา่ ดว้ ยการเล่นง่ายๆ ไม่ ตอ้ งใชท้ กั ษะมากนัก มีกฎกติกาและขอ้ บงั คบั ไม่มาก และไม่สลบั ซบั ซอ้ น ท�งั น� ีเพ�ือให้ 338 in health education primary6_5.indd 140 1/13/12 4:47 PM
Thinking & Learning ร่วมคดิ ร่วมเรยี นรู้ – ศกึ ษาบทเรียนให้เข้าใจและตอบคำถามทีต่ ้ังไว้ – ศึกษาสาระเพมิ่ เติมใหร้ อบรู้ – กจิ กรรมฝึกปฏิบัติใหเ้ กดิ ทกั ษะและรู้จริง – กิจกรรมพัฒนาทกั ษะการคดิ ใหร้ อบดา้ น สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๔๑ ผูเ้ ล่นเกิดความสนุกสนาน และไดอ้ อกกาํ ลังกายเป็ นการเล่นที�ส่งเสริมใหเ้ กิดการ พฒั นาทกั ษะการเคล�ือนไหวข�นั พ� ืนฐานและเป็ นการสรา้ งรากฐานทางร่างกาย คือ ให้ ร่างกายมีความสมบรู ณแ์ ข็งแรง พรอ้ มที�จะเพิ�มพนู พฒั นาทกั ษะการเคล�ือนไหวใหส้ งู ข� ึนไปตามระดบั อายุ เกมมูลฐาน เกมมูลฐาน หมายถึง การเล่นเกมที�มีกติกาง่ายๆ เล่นเพื�อใหเ้ กิดความ สนุกสนาน เพื�อใหเ้ ป็ นพ� ืนฐานในการเล่นกีฬาประเภทอื�นต่อไป และยงั เป็ นการฝึกให้ ผเู้ ล่นรจู้ กั การวางแผนการเล่น ฝึกปฏิบตั ิตามคาํ สงั� ทาํ ใหเ้ กิดความมีระเบียบวนิ ัยและ มีความสามคั คีในหม่คู ณะ เกมแข่งขนั วางลกู บอล ๒ จงั หวะ เกมแขง่ ขนั วางลกู บอล ๒ จงั หวะ เป็ นเกมฝึกการเคล�ือนไหวแบบผสมผสาน โดยการวง�ิ หยุด กม้ หยบิ ชว่ ยเสริมสรา้ งความสมั พนั ธ์ ระหวา่ ง มือ ขา การเคลื�อนไหว และการทรงตวั วิธีการเล่น เกมแข่งขนั วางลูกบอล ๒ จงั หวะ ใ ห้ผู้เ ล่ น ยื น ใ น ท่ า เตรียมว�ิง เม�ือไดย้ ินสญั ญาณ “เร�ิม” ให้ผู้เล่นว�ิงไปหยิบ ลกู บอลท�ีเกา้ อ� ีตวั แรกไปวางท�ี เ ก้า อ� ี ตัว ที� ส อ ง แ ล้ว ห ยิบ ลกู บอลท�ีเกา้ อ� ีตวั ที�สองไปวาง ท�ีเกา้ อ� ีตวั แรก แลว้ กลบั ตวั ว�ิง ต่อไปจนผ่านเสน้ ชยั 339
๑๔๒ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ เกมว�ิงผลดั เกมว�ิงผลดั เป็ นเกม ฝึ ก ก า ร เ ค ลื� อ น ไ ห ว อ ย่ า ง รวดเร็วและประสานความร่วม มือกับผู้เล่นในทีมในการรับ และส่งลกู บอลหรือไมผ้ ลดั วิธีการเล่น เกมวิ�งผลดั เขยี นวงกลมสาํ หรบั ใหผ้ วู้ ง�ิ ยนื ต�งั ธงไวด้ า้ นหนา้ สาํ หรบั ใหผ้ เู้ ลน่ วง�ิ ไปออ้ มกลบั แลว้ วง�ิ กลบั มาวง�ิ ออ้ มเกา้ อ� ีวง�ิ เอามือไปแตะที�มือผวู้ งิ� คนต่อไป แบ่งผเู้ ล่นออกเป็ นกลุ่ม ใหผ้ วู้ ง�ิ คนแรกยนื ในวงกลม เมื�อไดย้ นิ เสียงสญั ญาณ “เร�ิม” ผเู้ ล่นคนแรกจะออกวง�ิ ไป ออ้ มที�หมายผเู้ ล่นคนที�สองจะเขา้ ไปยนื ในวงกลม เมื�อผเู้ ล่นคนแรกวง�ิ ไปออ้ มท�ีหมาย แลว้ ใหว้ ง�ิ ไปแตะมือผเู้ ล่นคนท�ีสอง ผเู้ ล่นคนที�สองจะวง�ิ ไปออ้ มท�ีหมาย ผเู้ ล่นคนต่อไป จะเขา้ ไปยนื ในวงกลมแทน ทาํ สลบั กนั ไป ผเู้ ล่นกลุ่มใดทาํ เสร็จกอ่ นเป็ นกลุ่มชนะ เกมกระโดดเชือก เกมกระโดดเชอื ก ชว่ ย พฒั นาความสามารถในการใช้ ส่วนต่างๆ ของร่างกายในการ ทํางานหรือกิจกรรมรวมถึง การใช้ในชีวิตประจําวันได้ อยา่ งคล่องแคล่วรวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพ เกมกระโดดเชือก 340
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๔๓ วิธีการเล่น แบ่งนักเรียนออกเป็ น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๒ หมู่ เขา้ แถวตอนลึกใหต้ วั แทน ๒ คน แกวง่ เชือกเป็ นจงั หวะ ผเู้ ล่นแต่ละกลุ่มวิ�งเขา้ หาเชือกกระโดดตามจงั หวะ ผทู้ �ีถูก เชือกจะตอ้ งเปล�ียนออกไปแกวง่ เชือกแทนคนเดิม เกมลิงชิงเตะบอล เกมลิงชิงเตะบอลเป็ นเกมพฒั นา ทักษะการเคล�ือนไหวโดยการใชข้ า และ เทา้ บังคับส�ิงของไปในทิศทางท�ีตอ้ งการ เป็ นเกมท�ีสรา้ งความแคล่วคล่องวอ่ งไวใน การใชส้ ายตา ขา และเทา้ ใหส้ มั พนั ธก์ นั วิธีการเล่น เกมลิงชิงเตะบอล ใหน้ ักเรียนเตะส่ง-รบั บอลดว้ ยเทา้ สามคนหรือมากกวา่ โดยมีผเู้ ล่นหน�ึงคน คอยแยง่ บอล เม�ือแยง่ บอลไดใ้ หเ้ ปลี�ยนเป็ นผสู้ ่ง-ผรู้ บั แทน ทาํ สลบั กนั ไป เกมนาํ ไปสู่กีฬา เป็ นการเล่นเพ�ือมุ่งฝึกทกั ษะทาง ดา้ นการเคล�ือนไหว ความคล่องตวั การ ควบคุมประสาทกล้ามเน� ือและอวัยวะ ต่างๆ ใหป้ ระสานสมั พนั ธก์ นั นอกจากน� ี ยังฝึกใหผ้ ูเ้ ล่นรูจ้ ักการวางแผนการเล่น เล่นตามกฎ กติกา สามารถเล่นร่วมกบั ผู้ อ�ืนไดอ้ ยา่ งสนุกสนาน ซ�ึงสิ�งเหล่าน� ีจะเป็ น พ� ืนฐานนําไปสู่การเล่นกีฬาต่างๆ ต่อไป เกมนําไปสู่กีฬา นอกจากน� ี ยงั ทําใหเ้ กิดการพัฒนาดา้ น กลา้ มเน� ือรปู ทรง ตลอดจนเสริมสรา้ งสุขภาพใหแ้ ข็งแรง 341
๑๔๔ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ เกมจบั คู่หลบบอลในวง เ ก ม จั บ คู่ ห ล บ บ อ ล เกมจบั คู่หลบบอล เป็ นเกมฝึกความคล่องตัวใน การเคล�ือนไหวท�งั แบบอยกู่ บั ที� แ บ บ เ ค ล�ื อ น ท�ี แ ล ะ แ บ บ ประกอบอุปกรณ์ ตลอดจน เป็ นการฝึกการเคลื�อนไหวใน ลักษณะต่างๆ ท�ังการรับแรง การใชแ้ รงและการรกั ษาความ สมดุลของการทรงตวั และการ เคลื�อนไหว วิธีการเล่น ใหน้ ักเรียนสองคนจบั มือกบั ค่เู ขา้ ไปอยใู่ นวงกลมดา้ นใน ผเู้ ล่นที�เหลือยืนอยู่ รอบๆ วงกลมดา้ นนอกเป็ นผกู้ ล� ิงบอลใหถ้ กู ผเู้ ล่นท�ีอยใู่ นวงกลมดา้ นใน หากกล� ิงบอล ถูกใหเ้ ปล�ียนผเู้ ล่นที�หลบบอลเป็ นผกู้ ล� ิงบอลแทนสลบั กนั ไป เกมโยนบอลลงห่วง เกมโยนบอลลงห่วง เกมโยนบอลลงหว่ งเป็ นเกมฝึก ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งแขน มือ และตา ความแม่นยาํ ในการบงั คบั ทิศทาง ของ สิ�งของ รวมถึงการเล่นเกมการแข่งขนั อย่างสนุกสนาน และก่อใหเ้ กิดความ สามคั คี 342
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๔๕ วิธีการเล่น วางลกู บอลไวบ้ นพ� ืน เม�ือไดย้ ินสญั ญาณ “เริ�ม” ใหผ้ เู้ ล่นทุกคนหยิบลกู บอล ท�ีอยบู่ นพ� ืนโยนลงหว่ งใหไ้ ดม้ ากที�สุด ผเู้ ล่นที�โยนลกู บอลลงหว่ งไดม้ ากที�สุดเป็ นผชู้ นะ เกมเตะและรบั ลกู บอล เกมเตะและรบั ลกู บอลเป็ นเกมฝึกความคล่องตวั ในการเคล�ือนไหวท�งั แบบอยู่ กบั ท�ี แบบเคล�ือนท�ี และแบบประกอบอุปกรณ์ ตลอดจนเป็ นการฝึกการเคล�ือนไหวใน ลกั ษณะต่างๆ ท�งั การรบั แรง การใชแ้ รงและการรกั ษาสมดุลของการทรงตวั โดยเน้น การเคลื�อนไหวท�ีสัมพันธ์กัน ทุกส่วนของร่างกายคือ แขน ขา เทา้ มือ สายตา ในการรบั - ส่งลูบบอล ความแม่นยําใน การบงั คบั ทิศทาง วิธีการเล่น เกมเตะและรับลูกบอล ใหผ้ เู้ ล่นจบั คแู่ ตะและรบั ลกู บอลกบั คู่ โดยผเู้ ล่นที�เป็ นผเู้ ตะจะกา้ วเทา้ ขา้ งหนึ�ง ไปวางดา้ นขา้ งระดับเดียวกบั ลูกบอล พรอ้ มกบั เหว�ียงขาท�ีอยู่ดา้ นหลังตามไปเตะ ลกู บอลดว้ ยหลงั เทา้ ไปดา้ นหน้า ผเู้ ล่นท�ีเป็ นผรู้ บั กา้ วเทา้ ขา้ งหนึ�งไปดา้ นหน้า พรอ้ ม กบั ย่อตัวลง เหยียดแขนและกางน� ิวมือออกหงายฝ่ ามือ พรอ้ มกบั ย�ืนมือออกไปรบั ลกู บอล ใหเ้ ปลี�ยนผเู้ ล่นท�ีเป็ นผเู้ ตะและผรู้ บั สลบั กนั ไป เกมเตะบอลขา้ มแดน เกมเตะบอลขา้ มแดนเป็ นเกมฝึกการเคลื�อนไหวท�งั แบบอยกู่ บั ที� แบบเคล�ือนท�ี และแบบประกอบอุปกรณ์ ตลอดจนเป็ นการฝึกการเคลื�อนไหวในลกั ษณะการรบั แรง การใชแ้ รง และการรกั ษาสมดุลของการทรงตวั โดยเน้นการเคล�ือนไหวท�ีสมั พนั ธก์ นั ของแขน ขา เทา้ มือ และสายตาในการรบั -ส่งบอล การป้ องกนั ความแม่นยาํ ในการ บงั คบั ทิศทางการสกดั ก�นั การรุกและการรบั 343
๑๔๖ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ เกมเตะบอลข้ามแดน วิธีการเล่น ตีเส้นทําสนามโดยแบ่งออก เป็ น ๔ เขต แบ่งผเู้ ล่นออกเป็ นกลุ่มยืน อยใู่ นเขตป้ องกนั ใหแ้ ต่ละกลุ่มผลดั กนั ส่งผูเ้ ล่นออกมาเตะลูกบอลท�ีเขตกลาง สนามคร�งั ละ ๑ คน ใหผ้ ่านแดนฝ่ายตรง ขา้ ม ผเู้ ล่นคนใดเตะลกู บอลผ่านแดนได้ มากกวา่ เป็ นกลุ่มชนะ àÃÒ¤ÇÃàµÃÕÂÁÍºÍØ‹¹Ã‹Ò§¡Ò¡‹Í¹àÅ‹¹à¡Á ËÃ×Í¡‹Í¹àÅ‹¹¡ÕÌÒàÊÁÍ ¡Ô¨¡ÃÃÁ¾Ñ²¹Ò¡ÒäԴ (สมรรถนะสําคญั ข้อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕) ตอบคาํ ถามพฒั นาการคิดเก�ยี วกบั เกมที�ใชท้ กั ษะในการวางแผน แลว้ นําเสนอครผู สู้ อน ๑. ทาํ ไมเราจึงควรอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นเกมหรือก่อนเล่นกีฬา ๒. การเล่นเกมมูลฐานมีประโยชน์ต่อการเพ�ิมพูนทักษะการออกกําลังกายของ นักเรียนอยา่ งไร ๓. การเล่นเกมนําไปส่กู ีฬามีประโยชน์ต่อการเพ�ิมพนู ทกั ษะการเคลื�อนไหวร่างกาย ของนักเรียนอยา่ งไร ๔. การเล่นเกมต่างๆ มปี ระโยชน์ต่อการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมในชวี ติ ประจาํ วนั ของนักเรียน อยา่ งไร 344
Thinking & Learning 328 ร่วมคดิ ร่วมเรยี นรู้ – ศกึ ษาบทเรยี นให้เขา้ ใจและตอบคำถามที่ตั้งไว้ – ศึกษาสาระเพ่ิมเติมให้รอบรู้ – กจิ กรรมฝกึ ปฏิบตั ใิ หเ้ กิดทกั ษะและรจู้ รงิ – กิจกรรมพัฒนาทกั ษะการคดิ ใหร้ อบดา้ น เฉลยกจิ กรรมในหนังสือเรียน เรืองที 2 เกมทใี ช้ทกั ษะการวางแผน ตอบคําามั นาการคิเกยี วกบั เกมทใี ช้ทกั ษะในการวางแผน แล้วนําเสนอครูผ้สู อน 1.ทาํ ไมเราจึงควรอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นเกมหรือก่อนเล่นกฬี า ตัวชีวั เล่นเกมทีใท้ กั ษะการวางแผนและสามารเพมิ พนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายและเคลือนหวอยา่ งเป็น ระบบ (พ 3.2 ป.6/2) เอื ให้ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจขนั ตอนการเล่นเกมและเล่นกีฬา แนวคําตอบ เพราะทาํ ใหร้ ่างกายเตรียมความพร้อมก่อนเล่นเกมหรือเล่นกีฬา และป้ องกนั การเกิดการบาดเจบ็ จาก กลา้ มเนือขณะเล่นเกมหรือเล่นกีฬา 2.การเล่นเกมมูลานมีประโยชน์ต่อการเมิ ูนทกั ษะการออกกาํ ลงั กายของนักเรียนอย่างไร ตวั ชีวั เล่นเกมทีใท้ กั ษะการวางแผนและสามารเพมิ พนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายและเคลือนหวอยา่ งเป็น ระบบ (พ 3.2 ป.6/2 ) เอื ให้ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจการเพิมพนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กาย แนวคําตอบ เพิมพนู พนื ฐานในการเล่นกีฬาประเทอืนๆ และยงั เป็นการฝึกใหผ้ เู้ ล่นรู้จกั การวางแผนการเล่น ฝึก ปฏิบตั ิตามคาํ สงั ทาํ ใหเ้ กิดความมีระเบียบวนิ ยั และมีความสามคั คีในหม่คู ณะ 3.การเล่นเกมนําไปสู่กฬี ามีประโยชน์ต่อการเมิ ูนทกั ษะการเคลอื นไหวร่างกายของนักเรียนอย่างไร ตัวชีวั เล่นเกมทีใท้ กั ษะการวางแผนและสามารเพมิ พนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายและเคลือนหวอยา่ งเป็น ระบบ (พ 3.2 ป.6/2) เอื ให้ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจการเพิมพนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กาย แนวคําตอบ เพิมพนู ทกั ษะทางดา้ นการเคลือนหว ความคล่องตวั ควบคุมประสาทกลา้ มเนือและอวยั วะตา่ งๆ ให้ ประสานสัมพนั ธ์กนั รู้จกั การวางแผนการเล่น 4.การเล่นเกมต่างๆ มีประโยชน์ต่อการปฏบิ ัติกจิ กรรมในชีวติ ประจําวนั ของนักเรียนอย่างไร ตวั ชีวั 1. เล่นเกมทีใท้ กั ษะการวางแผนและสามารเพมิ พนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายและเคลือนหวอยา่ งเป็น ระบบ (พ 3.2 ป.6/2) 345 2. เล่นเกมและกีฬาดว้ ยความสามคั คีและมีนาํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ป.6/7)
ตวั ชีวั เล่นเกมทีใท้ กั ษะการวางแผนและสามารเพมิ พนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายและเคลือนหวอยา่ งเป็น ระบบ (พ 3.2 ป.6/2) เอื ให้ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจการเพิม พนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กาย แนวคําตอบ เพิมพนู ทกั ษะทางดา้ นการเคลือนหว ความคล่องตวั ควบคุมประสาทกลา้ มเนือและอวยั วะต่างๆ ให้ ประสานสมั พนั ธ์กนั รู้จกั การวางแผนการเล่น 4.การเล่นเกมต่างๆ มีประโยชน์ต่อการปฏิบตั กิ จิ กรรมในชีวติ ประจําวนั ของนักเรียนอย่างไร ตวั ชีวั 1. เล่นเกมทีใท้ กั ษะการวางแผนและสามารเพมิ พนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายและเคลือนหวอยา่ งเ3ป2็น9 ระบบ (พ 3.2 ป.6/2) 2. เล่นเกมและกีฬาดว้ ยความสามคั คีและมีนาํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ป.6/7) อ นกั เรียนรู้และเขา้ ใจการเล่นเกมมีประโยชน์ตอ่ ชีวิตประจาํ วนั แนวคาํ ตอบ 1.มีระเบียบวนิ ยั 2.มีความอดทน 3.เป็นคนมีนาํ ใจ 4.มีความสามคั คีในหม่คู ณะ 5.เกิดความคล่องตวั ในการทาํ งาน 6.เคารพในสิทธิของอู้ น 330 แบบฟอร์มใบงาน สาํ หรับใหน้ กั เรียนทาํ ชุดนีอยใู่ นโฟลเดอร์ใบงาน หรือ กด Ctrl คลิก ดาวนโ์ หลด ใบงาน 346 เรืองที 2 เกมทใี ้ทกั ษะการวางแผน
330 แบบฟอร์มใบงาน สาํ หรับใหน้ กั เรียนทาํ ชุดนีอยใู่ นโฟลเดอร์ใบงาน หรือ กด Ctrl คลิก ดาวน์โหลด ใบงาน เรืองที 2 เกมทใี ้ทกั ษะการวางแผน ตอบคาํ ามั นาการค เกยี วกบั เกมทใี ้ทักษะในการวางแผน แล้วนําเสนอครูผู้สอน 1.ทาํ ไมเราจงึ ควรอบอ่นุ ร่างกายก่อนเล่นเกมหรือก่อนเล่นกฬี า ตวั ีวั เล่นเกมทีใชท้ กั ษะการวางนละสามารเพิมพนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายละเคลือนหว อยา่ งเป็นระบบ (พ 3.2 ป.6/2) แนวคาํ ตอบ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 2.การเล่นเกมมูลานมี ระยน์ต่อการเม นู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายของนักเรียนอย่างไร ตัวีวั เล่นเกมทีใชท้ กั ษะการวางนละสามารเพิมพนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายละเคลือนหว อยา่ งเป็นระบบ (พ 3.2 ป.6/2 ) แนวคาํ ตอบ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 347
331 3.การเล่นเกมนําไปสู่กี ามปี ระโยชน์ต่อการเมิ ูนกั ะการเคลอ นไวร่างกายของนักเรียนอย่างไร ตวั ชีวั เล่นเกมทีใท้ กั ษะการวางแนและสามารเพมพนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายและเคลอนว อยา่ งเป็นระบบ (พ 3.2 ป.6/2) แนวคาํ ตอบ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 4.การเล่นเกมต่างๆ มปี ระโยชน์ต่อการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมในชีวติ ประจาํ วนั ของนักเรียนอย่างไร ตัวชีวั 1. เล่นเกมทีใท้ กั ษะการวางแนและสามารเพม พนู ทกั ษะการออกกาํ ลงั กายและ เคลอนวอยา่ งเป็นระบบ (พ 3.2 ป.6/2) 2. เล่นเกมและกีฬาดว้ ยความสามคั คีและมีนาํ ใจนกั กีฬา (พ 3.2 ป.6/7) แนวคาํ ตอบ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 348
แผนการจัดการเรียนรู้ 1. เปา้ หมาย (ความเข้าใจฝังแนน่ ) - เข้าใจการเล่นกีฬาไทย กีฬาสากล มนี ำ้ ใจนกั กีฬา ปฏิบัตติ ามกฎ รายชั่วโมง กตกิ าการแข่งขนั 3เรอ่ื งที่ 2. ตวั ช้วี ัด กฬี าไทย - พ 3.2 ป.6/3 เล่นกฬี าทต่ี นเองชืน่ ชอบและสามารถประเมนิ ทกั ษะ และกฬี าสากล การเล่นของตนเปน็ ประจำ - พ 3.2 ป.6/4 เล่นกฬี าไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและประเภทที ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 11 ช่ัวโมง มอย่างละ 1 ชนดิ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 6 - พ 3.2 ป.6/5 ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา ตามชนดิ กีฬาทเี่ ลน่ โดยคำนงึ ถึงความปลอดภยั ของตนเองและผ้อู น่ื การออกกำลงั กายและเล่นเกม - พ 3.2 ป.6/6 จำแนกกลวธิ ีการรุก การป้องกนั และนำไปใช้ใน การเลน่ กีฬา - พ 3.2 ป.6/7 เล่นเกมและกีฬา ด้วยความสามัคคีและมีนำ้ ใจ นักกฬี า 3. สาระการเรียนรู้ - กีฬาไทย - กีฬาสากล 4. คณุ ลักษณะ / สมรรถนะทเี่ นน้ 4.1 สมรรถนะ - ความสามารถในการส่ือสารดว้ ยการพดู และเขยี น - ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ - ความสามารถในการแกป้ ญั หา - ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ 4.2 คุณลักษณะ - มีวินัย - ใฝเ่ รยี นรู้ - ม่งุ มน่ั ในการทำงาน - มีจิตสาธารณะ 349
5. หลกั ฐาน /รอ่ งรอยแสดงการเรยี นรู้ (ช้ินงาน / ภาระงาน) 5.1 ช้ินงาน - รายงาน 5.2 ภาระงาน - Rubrics แบบฝึกทักษะปฏิบตั ิ 6. การบูรณาการ ภาษาไทย : อา่ น พดู เขียน สงั คม : การทำงานกลุ่ม 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ช่ัวโมงท่ี 1 กีฬาไทย 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น 1.1 ครถู ามนำ “ กีฬามปี ระโยชน์ตอ่ ตัวเราอย่างไร ” 1.2 นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ และตอบคำถาม 2. ข้นั สอน ( กระบวนการเรยี นร้ทู างสงั คม / กระบวนการสรา้ งองค์ความรู้ / กระบวนการคดิ วิเคราะห์ / กระบวนการเรยี นร้จู ากประสบการณ์จริง / กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ ) 2.1 ครูอธิบายเกีย่ วกบั ความสำคัญของกีฬาไทย ลักษณะการเล่น 2.2 นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ 2.3 ครใู หน้ ักเรียนศึกษา ค้นควา้ จากหนงั สือแบบเรียนสขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 ของสำนกั พิมพป์ ระสานมติ ร ห้องสมุดหรืออนิ เทอรเ์ นต็ เรื่องกฬี าไทยมาคนละ 1 ชนดิ กฬี าจดั ทำเปน็ รายงานแล้วจัดสง่ ในสัปดาหห์ นา้ 2.4 ครใู ห้นักเรียนเข้าแถวตามกลมุ่ ตัวแทนนักเรยี นออกมานำเพ่ือนเพ่อื อบอนุ่ ร่างกาย ยดื เหยยี ดกลา้ มเนอื้ 2.5 ครูอธิบายและสาธิตวิธกี ารเลน่ กีฬาไทย ชักเย่อ วิ่งกระสอบ กระโดดเชอื ก 2.6 นกั เรยี นแสดงความคดิ เห็นและซักถาม 2.7 นักเรยี นศกึ ษาวธิ เี ลน่ และทกั ษะปฏิบัตเิ พ่ิมเตมิ จากหนงั สือแบบเรียนสุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ของสำนกั พมิ พ์ประสานมติ ร 2.8 ครคู อยแนะนำและแกไ้ ขข้อบกพร่อง 2.9 สขุ ปฏิบัติ ทำความสะอาดเครอื่ งแต่งกาย ล้างมือ ล้างหนา้ 2.10 ครูนดั หมายใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ไปทำการฝึกซ้อมในเวลาวา่ ง เพอ่ื ทำการแข่งขันในสัปดาห์หน้า 350
3. ขนั้ สรปุ และประเมินผล 3.1 ครูและนักเรยี นชว่ ยกันสรปุ วิธีการเล่น และทกั ษะการฝกึ กีฬาไทย 3.2 ครปู ระเมินการฝึกปฏิบัตดิ ว้ ยแบบฝึกทกั ษะปฏบิ ัติและ Rubrics เกณฑก์ ารประเมินผล ช่วั โมงที ่ 2 กฬี าไทย ( ตอ่ ) 1. ข้ันนำเข้าสูบ่ ทเรยี น 1.1 ครทู บทวนทักษะการเลน่ และวิธีการเล่นกฬี า 1.2 ครอู ธบิ ายกฎ กติกา การแข่งขันกฬี าชักเย่อ วง่ิ กระสอบและกระโดดเชือก 1.3 นักเรยี นร่วมแสดงความคิดเหน็ 2. ขั้นสอน ( กระบวนการเรียนรทู้ างสงั คม / กระบวนการสร้างองค์ความรู้ / กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ / กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จรงิ / กระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ ) 2.1 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ จับฉลากประกบคแู่ ข่งขนั โดยแขง่ ขันกีฬาชักเยอ่ ว่งิ กระสอบและกระโดดเชือก 2.2 นกั เรียนสง่ ตัวแทนเขา้ รว่ มการแขง่ ขนั โดยแบง่ หน้าทก่ี ารทำงานดังน้ี 1. นักกีฬา 2. กองเชียร์ , ฝ่ายบรกิ าร 2.3 ครูสรปุ ผลการแข่งขัน กล่าวชมเชยกลมุ่ ทไ่ี ด้รบั รางวัลชนะเลิศและให้กำลงั ใจกลุ่มท่ีไม่ไดร้ างวัล 2.4 สขุ ปฏิบัติ ทำความสะอาดเครอื่ งแต่งกาย ล้างมือ ล้างหนา้ 2.5 ครูนดั หมายการเรยี นครง้ั ตอ่ ไป 3. ขั้นสรปุ และประเมนิ ผล 3.1 ครแู ละนกั เรยี นช่วยกนั สรปุ การเข้าร่วมการแข่งขนั ความมนี ำ้ ใจนกั กีฬา และการปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า 3.2 ครปู ระเมนิ การฝกึ ปฏิบัติด้วยแบบฝึกทักษะปฏบิ ตั ิและ Rubrics เกณฑก์ ารประเมนิ ผล ช่วั โมงท่ี 3 กีฬาสากล - เทเบลิ เทนนสิ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น 1.1 นกั เรยี นเขา้ แถวตามกลุ่ม หัวหน้ากลมุ่ สำรวจจำนวนนกั เรียน การแต่งกายและสขุ ภาพ 1.2 ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1.3 ตวั แทนนกั เรยี นออกมานำเพื่ออบอนุ่ รา่ งกาย ยดื เหยยี ดกลา้ มเนอื้ ส่วนต่างๆของรา่ งกาย 2. ขน้ั สอน ( กระบวนการเรียนร้ทู างสงั คม / กระบวนการสรา้ งองค์ความรู้ / กระบวนการคิดวเิ คราะห์ / กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ ริง / กระบวนการเรยี นรแู้ บบบูรณาการ ) 2.1 ครนู ำภาพท่าเตรยี มพรอ้ มการเคล่ือนไหวเบ้อื งตน้ และการจับไม้เทเบลิ เทนนสิ แบบต่างๆ ใหน้ ักเรียนดูพรอ้ มกบั สนทนากบั นักเรียนให้เหน็ ความสำคัญในการเคล่อื นไหวแบบต่างๆที่นำไปใช้ในการเล่นเทเบลิ เทนนสิ 2.2 ครูอธิบายและสาธิตการเคลื่อนไหวรา่ งกายแบบต่างๆในการเล่นเทเบลิ เทนนสิ โดยเรม่ิ จาก - ท่ายืนเตรยี มพรอ้ ม - การจับไม้ - การตลี ูก 351
2.3 นกั เรียนฝกึ ปฏบิ ัติตามทีค่ รอู ธบิ ายและสาธิต 2.4 ครูคอยให้คำแนะนำและแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง 2.5 นักเรียนศึกษาแบบฝึกปฏบิ ัติเพมิ่ เติมจากหนงั สอื แบบเรียนสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 ของสำนักพิมพ์ประสานมติ ร 2.6 นักเรียนเข้าแถวตามกลมุ่ ครูซกั ถามถงึ ประโยชนท์ ีไ่ ด้รับ ทักษะการฝึกแบบต่างๆ และการนำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน 2.7 นักเรียนรว่ มแสดงความคดิ เห็นและตอบคำถาม 2.8 สขุ ปฏบิ ัติ สำรวจความเรยี บร้อยของร่างกายกอ่ นเขา้ เรยี นในวิชาต่อไป 2.9 ครนู ดั หมายการเรยี นคร้ังต่อไป 3. ขนั้ สรุปและประเมนิ ผล 3.1 ครแู ละนักเรยี นช่วยกันสรปุ ทักษะการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส 3.2 ครูประเมินการฝึกปฏบิ ตั ิดว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะปฏิบัตแิ ละ Rubrics เกณฑ์การประเมนิ ผล ชัว่ โมงที่ 4 เทเบลิ เทนนิส - การเดาะลกู 1. ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น 1.1 นกั เรียนเขา้ แถวตามกลุ่ม หัวหน้ากลมุ่ สำรวจจำนวนสมาชิก การแตง่ กายและสุขภาพ 1.2 ตวั แทนนกั เรยี นออกมานำเพอ่ื อบอุน่ ร่างกาย ยดื เหยยี ดกลา้ มเนอื้ ส่วนตา่ งๆของร่างกาย 2. ขั้นสอน ( กระบวนการเรยี นรูท้ างสงั คม / กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ / กระบวนการคิดวิเคราะห์ / กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง / กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ ) 2.1 นกั เรยี นทบทวนทักษะการจบั ไม้ การยืนและท่าเตรยี มพรอ้ ม 2.2 ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการกระดอนของลกู เทเบิลเทนนิสกับไม้ เชน่ การเดาะลกู อยูก่ ับท่ี และการ เคลอ่ื นที่ไปในทศิ ทางตา่ งๆโดยไม่ให้ลูกตกพ้นื 2.3 ครอู ธิบายและสาธิตการสร้างความคุน้ เคยกับลูกเทเบลิ เทนนสิ ให้นักเรยี นปฏิบัติตาม - การเดาะลกู ด้วยหนา้ มอื อยกู่ ับท่ีและเคลื่อนท่ี - การเดาะลูกดว้ ยหลังมอื อยกู่ ับที่และเคล่อื นที่ - การเดาะลกู ดว้ ยหน้ามอื และหลงั มืออยูก่ บั ที่และเคลอ่ื นท่ี 2.4 นกั เรียนแยกกล่มุ ฝกึ ปฏิบตั ิ 2.5 นกั เรียนชว่ ยกนั คดิ แบบฝกึ กิจกรรมนีเ้ พิ่มเตมิ ขนึ้ เองภายในกลมุ่ และฝึกให้เกดิ ความชำนาญ 2.6 ครูสงั เกตการฝึกปฏบิ ตั ิ ใหค้ ำแนะนำและแก้ไขขอ้ บกพรอ่ ง 2.7 นักเรยี นแขง่ ขันเดาะลูกเทเบลิ เทนนิส โดยแตล่ ะกลมุ่ ใหผ้ เู้ ลน่ ท่ีอยู่หนา้ แถวเดาะลูกไปยงั เส้นกลบั ตวั ประมาณ 3 เมตร หา่ งจากเส้นเร่ิมเม่ือกลับมาแลว้ ส่งลกู ใหค้ นต่อไปปฏิบัติเช่นน้ีจนครบทกุ คนในกลุ่ม แถวใดเดาะลกู ครบจำนวน ทกุ คนกอ่ นเป็นผูช้ นะ 2.8 ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ และชมเชยกลมุ่ ที่ชนะการแข่งขนั และให้กำลงั ใจกลมุ่ ทีแ่ พ้ ให้นำไปฝึกใหม่ใหเ้ กิดความชำนาญ 2.9 นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ สำรวจความเรยี บร้อยของรา่ งกายเสร็จแล้ว ไปทำความสะอาดรา่ งกายก่อนเรยี นในคาบ ต่อไป 352
3. ขน้ั สรุปและประเมนิ ผล 3.1 ครแู ละนักเรียนช่วยกนั สรปุ ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะการเดาะลกู เทเบิลเทนนิส 3.2 ครูประเมินการฝึกปฏิบตั ดิ ้วยแบบฝึกทักษะปฏิบัติและ Rubrics เกณฑ์การประเมินผล ชัว่ โมงที ่ 5 การตลี ูกกระทบฝาผนัง การตีลูกโต้ตอบ 1. ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน 1.1 นักเรยี นเขา้ แถวตามกล่มุ ของตนเอง หวั หนา้ กลุ่มตรวจจำนวนสมาชิก การแต่งกายและสขุ ภาพ 1.2 ครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1.3 ตัวแทนนกั เรยี นนำเพ่ือนอบอนุ่ ร่างกาย ยดื เหยียดกล้ามเน้ือ 2. ขัน้ สอน ( กระบวนการเรยี นรทู้ างสังคม / กระบวนการสรา้ งองค์ความรู้ / กระบวนการคิดวเิ คราะห์ / กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ ริง / กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ ) 2.1 ครูและนักเรยี นทบทวนทกั ษะการเคาะลกู เทเบิลเทนนิส 2.2 นกั เรียนดูวดี ิทัศนท์ ักษะการตีลกู กระทบฝาผนงั การตีลูกโต้กลับ 2.3 นักเรียนร่วมแสดงความคดิ เห็น 2.4 ครอู ธบิ ายและสาธติ ทกั ษะการตีลูกกระทบฝาฝนงั และการตลี ูกโต้กลับเพม่ิ เติมจากวดิ ีทัศน์แลว้ ให้นักเรยี นฝกึ ปฏบิ ัติตามแบบฝึกทักษะ 2.5 นักเรียนแยกฝึกตามแบบฝึกทักษะปฏิบตั ิ 2.6 ครูสังเกตการฝกึ ปฏิบัตใิ ห้คำแนะนำและแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง 2.7 นกั เรยี นทำแบบทดสอบกิจกรรมพัฒนาการคดิ 2.8 นกั เรียนศึกษาเพม่ิ เตมิ จากหนังสอื แบบเรยี นสุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ของสำนกั พมิ พ์ประสานมิตร หน้า 154 2.9 นักเรียนแต่ละกลุ่มสำรวจความเรยี บร้อยของรา่ งกายเสร็จแล้ว ไปทำความสะอาดร่างกายกอ่ นเรยี น ในคาบตอ่ ไป 3. ขั้นสรปุ และประเมนิ ผล 3.1 ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะการตลี กู กระทบฝาผนงั และการตีลูกโตต้ อบ 3.2 ครปู ระเมินการฝกึ ปฏิบัติดว้ ยแบบฝึกทกั ษะปฏบิ ตั แิ ละ Rubrics เกณฑก์ ารประเมินผล ชั่วโมงท่ี 6 กติกา การจัดการแข่งขัน 1. ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน 1.1 นักเรยี นเขา้ แถวตามกลุ่มของตนเอง หัวหนา้ กลุม่ ตรวจจำนวนสมาชิก การแต่งกายและสขุ ภาพ 1.2 ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1.3 ตวั แทนนกั เรยี นนำเพ่ือนอบอุน่ รา่ งกาย ยดื เหยยี ดกล้ามเน้อื 353
2. ข้ันสอน ( กระบวนการเรยี นรู้ทางสงั คม / กระบวนการสรา้ งองคค์ วามรู้ / กระบวนการคดิ วิเคราะห์ / กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณจ์ ริง / กระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ ) 2.1 ครูและนักเรียนทบทวนทกั ษะการตลี ูกกระทบฝาผนงั และการตลี ูกโต้ตอบ 2.2 นกั เรียนศกึ ษากตกิ าการแขง่ ขนั เทเบลิ เทนนสิ จากหนังสอื แบบเรียนสุขศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ของสำนักพมิ พ์ประสานมิตร หนา้ 154 2.3 ครูอธิบายกติกาการแข่งขนั และการจัดการแข่งขนั โดยแบ่งหน้าที่ดังนี้ - ฝ่ายจัดการแขง่ ขนั - ฝา่ ยจดั เตรียมสถานที่ - กรรมการตัดสนิ 2.4 นักเรยี นเข้าร่วมการแขง่ ขันโดยแบ่งเปน็ 4 สาย 3. ขน้ั สรุปและประเมินผล 3.1 ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกันสรุปการจัดการแข่งขัน 3.2 ครูประเมินการฝกึ ปฏบิ ัติด้วยแบบฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ิและ Rubrics เกณฑ์การประเมนิ ผล ช่วั โมงท่ี 7 บาสเกตบอล 1. ข้นั นำเขา้ สู่บทเรียน 1.1 นักเรยี นเข้าแถวตามกลมุ่ ของตนเอง หวั หน้ากล่มุ ตรวจจำนวนสมาชิก การแต่งกายและสขุ ภาพ 1.2 ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.3 ตวั แทนนักเรียนนำเพ่อื นอบอุ่นร่างกาย ยืดเหยยี ดกล้ามเนือ้ สว่ นต่างๆของรา่ งกาย 2. ขนั้ สอน ( กระบวนการเรยี นรูท้ างสงั คม / กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ / กระบวนการคดิ วิเคราะห์ / กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณจ์ ริง / กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ) 2.1 ครแู ละนกั เรยี นสนทนาเก่ยี วกบั กีฬาบาสเกตบอล 2.2 ครใู ห้นักเรียนศกึ ษา ค้นคว้าประวัติกีฬาบาสเกตบอลจากหนังสือแบบเรยี นสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของสำนกั พิมพ์ประสานมติ ร หอ้ งสมุดหรืออนิ เตอรเ์ น็ต จัดทำเปน็ รายงานแลว้ จดั สง่ ในสัปดาห์ ตอ่ ไป 2.3 ครอู ธิบายและสาธิตทกั ษะการจบั และการบังคบั ลกู บอล 2.4 นกั เรยี นฝึกปฏิบตั ิตามแบบฝกึ ปฏบิ ัติ 2.5 นักเรียนศึกษาแบบฝึกปฏบิ ัติเพม่ิ เตมิ จากหนังสอื แบบเรยี นสขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 ของสำนักพิมพ์ประสานมติ ร หนา้ 157-158 2.6 ครคู อยแนะนำและแก้ไขขอ้ บกพร่อง 2.7 นักเรียนเข้าแถวตามกลมุ่ ครซู ักถามถึงประโยชนท์ ไี่ ด้รับและทักษะการฝึกแบบตา่ งๆและการนำไปประยุกต์ใช้ การเล่นกีฬา 2.8 นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ และซักถาม 2.9 สขุ ปฏิบัติ ทำความสะอาดรา่ งกายกอ่ นเข้าเรยี นในวิชาต่อไป 2.10 ครูนดั หมายการเรยี นคร้ังต่อไป 354
3. ขั้นสรปุ และประเมินผล 3.1 ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันสรุปทกั ษะการจบั และการบงั คับลูกบอล 3.2 ครูประเมินการฝึกปฏบิ ัติดว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะปฏบิ ตั ิและ Rubrics เกณฑ์การประเมนิ ผล ช่ัวโมงที ่ 8 บาสเกตบอล - ทักษะการรบั ลูกบอล - ทักษะการสง่ ลูกบอล 1. ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 นักเรียนเข้าแถวตามกล่มุ ของตนเอง หัวหนา้ กล่มุ ตรวจจำนวนสมาชกิ การแต่งกายและสขุ ภาพ 1.2 ครแู จ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1.3 ตวั แทนนกั เรยี นนำเพอื่ นอบอุน่ ร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย 2. ขน้ั สอน ( กระบวนการเรยี นรู้ทางสงั คม / กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ / กระบวนการคิดวิเคราะห์ / กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จรงิ / กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ ) 2.1 นักเรียนทบทวนทักษะการจับและการบงั คับลกู บอล 2.2 ครอู ธิบายและสาธติ ทกั ษะการรบั ลูกบอลและทกั ษะการสง่ ลกู บอล 2.3 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ และซกั ถาม 2.4 นักเรียนฝกึ ปฏบิ ัติตามแบบฝึกปฏิบัติ 2.5 นกั เรียนศกึ ษาแบบฝึกปฏิบัตเิ พ่มิ เตมิ จากหนังสอื แบบเรียนสุขศึกษาและพลศกึ ษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ของสำนกั พิมพป์ ระสานมติ ร หน้า 158-159 2.6 ครูคอยแนะนำและแกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง 2.7 ครูทดสอบทักษะการรับลกู บอลและทกั ษะการสง่ ลกู บอลตามเลขที่ 2.8 นกั เรยี นเขา้ แถวตามกล่มุ ครูกล่าวชมเชยนักเรยี นท่ีปฏบิ ัติได้ถูกตอ้ ง และแก้ไขขอ้ บกพรอ่ งนกั เรยี นทีย่ ังทำไม่ ถูกตอ้ ง 2.9 สุขปฏิบัติ ทำความสะอาดรา่ งกายกอ่ นเขา้ เรียนในวชิ าตอ่ ไป 2.10 ครูนดั หมายการเรยี นครง้ั ตอ่ ไป 3. ขั้นสรุปและประเมินผล 3.1 ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรปุ ทกั ษะการรบั ลกู บอลและทักษะการสง่ ลูกบอล 3.2 ครปู ระเมินการฝึกปฏิบตั ิดว้ ยแบบฝึกทักษะปฏบิ ัตแิ ละ Rubrics เกณฑก์ ารประเมินผล 355
ชวั่ โมงท ่ี 9 บาสเกตบอล - ทักษะการเล้ยี งลกู - ทักษะการยงิ ประตู 1. ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน 1.1 นักเรียนเขา้ แถวตามกลมุ่ ของตนเอง หัวหน้ากลมุ่ ตรวจจำนวนสมาชิก การแต่งกายและสขุ ภาพ 1.2 ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.3 ตัวแทนนักเรยี นนำเพื่อนอบอุ่นร่างกาย ยดื เหยียดกลา้ มเนื้อสว่ นตา่ งๆของรา่ งกาย 2. ข้นั สอน ( กระบวนการเรียนรทู้ างสังคม / กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ / กระบวนการคิดวเิ คราะห์ / กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ / กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ ) 2.1 นักเรยี นทบทวนทกั ษะการรบั ลกู บอลและทักษะการสง่ ลกู บอล 2.2 ครอู ธิบายและสาธติ ทกั ษะการเล้ยี งลูกและทักษะการยงิ ประตู 2.3 นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ และซักถาม 2.4 นกั เรียนฝึกปฏบิ ตั ติ ามแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ 2.5 นักเรยี นศกึ ษาแบบฝึกปฏิบัติเพิม่ เติม จากหนังสือแบบเรยี นสุขศึกษาและพลศึกษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ของสำนักพมิ พ์ประสานมติ ร หน้า 160-162 2.6 ครคู อยแนะนำและแก้ไขข้อบกพร่อง 2.7 ครทู ดสอบทักษะการเล้ยี งลูกและทกั ษะการยิงประตูตามเลขท่ี 2.8 นกั เรียนเขา้ แถวตามกล่มุ ครูกลา่ วชมเชยนกั เรยี นทปี่ ฏิบตั ิได้ถกู ต้อง และแก้ไขขอ้ บกพร่องนกั เรียนทยี่ ัง ทำไม่ถูกต้อง 2.9 สุขปฏบิ ัติ ทำความสะอาดรา่ งกายกอ่ นเข้าเรียนในวิชาต่อไป 2.10 ครูนดั หมายการเรียนคร้งั ต่อไป 3. ข้ันสรปุ และประเมินผล 3.1 ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันสรปุ ทักษะการเล้ียงลูกและทักษะการยิงประตู 3.2 ครปู ระเมนิ การฝึกปฏบิ ตั ิด้วยแบบฝึกทกั ษะปฏบิ ัติและ Rubrics เกณฑก์ ารประเมินผล ชั่วโมงท ี่ 10 บาสเกตบอล - กติกา - การต้ังรับและการป้องกนั - การมนี ้ำใจนักกีฬา 1. ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น 1.1 นักเรียนเขา้ แถวตามกลุ่มของตนเอง หวั หน้ากลมุ่ ตรวจจำนวนสมาชกิ การแต่งกายและสุขภาพ 1.2 ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ 1.3 ตัวแทนนกั เรียนนำเพอื่ นอบอ่นุ ร่างกาย ยดื เหยยี ดกลา้ มเนือ้ สว่ นต่างๆของรา่ งกาย 2. ขั้นสอน ( กระบวนการเรียนรทู้ างสงั คม / กระบวนการสร้างองค์ความรู้ / กระบวนการคดิ วิเคราะห์ / กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง / กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ ) 2.1 นักเรยี นทบทวนทักษะการเลี้ยงลกู และทกั ษะการยิงประตู 356
2.2 ครเู ปดิ วีดทิ ศั น์ให้นกั เรยี นดกู ารแขง่ ขันบาสเกตบอลแล้วให้นกั เรียนวิเคราะห์รปู แบบการเลน่ กตกิ าและการ ตัดสนิ ของกรรมการ 2.3 นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น 2.4 นักเรียนศึกษาแบบฝกึ ปฏบิ ัติเพม่ิ เติม จากหนังสือแบบเรียนสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 ของสำนักพิมพป์ ระสานมติ ร หนา้ 163-168 2.5 ครูอธบิ ายกติกาการแข่งขัน การตง้ั รบั และการปอ้ งกนั หลักการรุกและการโจมตคี ู่ต่อสู้ และการมนี ำ้ ใจนกั กีฬา 2.6 นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ และซักถาม 2.7 ครใู หน้ ักเรยี นฝึกปฏบิ ตั กิ ารเล่นเปน็ ทีมและสง่ ทีมเขา้ แขง่ ขันกีฬาบาสเกตบอลภายในตามกลมุ่ ของตนเอง สปั ดาห์หนา้ 2.8 นกั เรยี นทำแบบทดสอบกจิ กรรมสรปุ ความเข้าใจ 2.9 นกั เรยี นเข้าแถวตามกลุ่ม ครูให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เตรยี มพรอ้ มส่งทมี เขา้ แขง่ ขนั แลว้ ให้นักเรียนไปศกึ ษากติกา การแข่งขนั ใหล้ ะเอยี ดอีกครงั้ 2.10 สุขปฏบิ ัติ ทำความสะอาดรา่ งกายก่อนเขา้ เรียนในวชิ าตอ่ ไป 2.11 ครนู ัดหมายการเรยี นคร้งั ตอ่ ไป 3. ข้ันสรปุ และประเมินผล 3.1 ครูและนกั เรยี นชว่ ยกนั สรุปกติกาการแขง่ ขนั การตงั้ รับ การปอ้ งกนั การมนี ้ำใจนักกฬี า 3.2 ครูประเมินการฝึกปฏบิ ตั ิด้วยแบบฝึกทกั ษะปฏบิ ตั แิ ละ Rubrics เกณฑ์การประเมนิ ผล ช่ัวโมงที ่ 11 บาสเกตบอล - การจดั การแข่งขนั 1. ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น 1.1 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มจับฉลากเพอ่ื ประกบคเู่ ขา้ ทำการแขง่ ขัน 1.2 ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน กตกิ าการแข่งขัน การมนี ำ้ ใจนักกฬี า 1.3 ตวั แทนนักเรียนนำเพื่อนอบอุน่ ร่างกาย ยืดเหยียดกลา้ มเน้อื สว่ นตา่ งๆของร่างกาย 2. ขน้ั สอน ( กระบวนการเรียนรทู้ างสงั คม / กระบวนการสร้างองค์ความรู้ / กระบวนการคิดวิเคราะห์ / กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์จริง / กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ) 2.1 ครูแบง่ หน้าท่ใี ห้นักเรยี นฝึกปฏิบัติ - ผู้ตัดสนิ - กรรมการเขยี นคะแนน - กรรมการสรุปผลการแขง่ ขนั - กรรมการจบั เวลา 2.2 นักเรียนแต่ละกลมุ่ เข้ารว่ มการแขง่ ขนั 2.3 ครคู อยให้คำแนะนำ 2.4 กรรมการสรปุ ผลการแข่งขนั กลุ่มชนะเลศิ อันดับท่ี 1 2 และ 3 2.5 นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น 357
3. ขน้ั สรุปและประเมนิ ผล 3.1 ครแู ละนักเรยี นช่วยกันสรุปผลการแข่งขันเพื่อนำไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขการจดั การแข่งขันในครั้งตอ่ ไป 3.2 ครปู ระเมินการฝกึ ปฏบิ ัตดิ ว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะปฏิบตั แิ ละ Rubrics เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 8. สือ่ การเรียนรู้ 8.1 หนงั สอื แบบเรียนสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ของสำนกั พมิ พป์ ระสานมติ ร 8.2 วีดีทัศน์ 8.3 หอ้ งสมดุ 8.4 แผนภาพ 8.5 ทักษะปฏิบตั ิ 9. การวดั และประเมินผล 9.1 แบบทดสอบการฝึกปฏิบัติ 9.2 แบบทดสอบกจิ กรรมพัฒนาการคิด 9.3 สังเกตพฤตกิ รรมการฝกึ ปฏิบตั ิ 9.4 แบบทดสอบสรปุ ความเข้าใจ 358
10. บันทกึ การใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ บนั ทึกหลงั สอน เรื่อง............................................................... ช่ัวโมงที่ กิจกรรมทไ่ี ด้จดั การเรียน ผลการจดั การเรยี น กิจกรรมท่ีนักเรียน ปัญหา / อุปสรรค ลงช่อื ครูผ้สู อน การสอน การสอน เกิดการเรียนรู้ 359
Search