4) โรคและแมลงศตั รูมะมวง โรคท่สี ำคญั ในระยะมะมว งแทงชอ ดอกและตดิ ผล คือ โรคแอนแทรคโนส (anthracnose) เกิดจากเชื้อรา Collectotrichum gloeosporioides เชือ้ ราจะเขา ทำลายต้ังแตเริ่มแทงชอ ดอก ถา เปน มากจะทำใหดอก รว งหมดท้ังชอ ได โรคราแปง (powdery mildew) เชอ้ื ราจะเขาทำลายชอดอกมะมวง ตรงผิวชนั้ นอกของดอกและผลออน ทำใหส วนที่ถูกทำลายแหงเหีย่ วและรวงไป มะมวง ตดิ ผลนอ ยหรือไมตดิ ผลเลย สำหรบั แมลงทส่ี ำคัญในระยะมะมว งแทงชอ ดอกถึงผลแก คือ เพลี้ยไฟ (thrip) แมลงวนั ผลไม (fruit fly) หนอนเจาะยอดมะมวง (mango tip borer) และหนอนผเี สอ้ื กัดกินดอก (flower-eating caterpillar) แมลงศัตรเู หลา น้ี ทำใหมะมว งไมต ิดผล แมว า สภาพแวดลอมจะเหมาะสมในการติดผล หากพบการ ระบาดของโรคและแมลงใหพ น สารเคมีตามความจำเปน 5) ระดบั ฮอรโมนภายในตน การออกดอกของไมผ ลยืนตนหลายชนิดถูกควบคมุ โดยฮอรโมนทีพ่ ืชสรา งข้ึน โดยเฉพาะจิบเบอเรลลนิ (gibberellins) จะไปยับยง้ั การออกดอกโดยตรงหรืออาจมีผลทางออ ม โดยมผี ลตอระยะเวลาของการแตกตา ดอกทอ่ี าจชาหรือเรว็ ข้ึนดว ย จากการศกึ ษาทผี่ า นมา พบวา การใชส ารแพคโคบิวทราโซล จะยับยั้งการสังเคราะหจิบเบอเรลลินภายในพืชและไดถูกนำมาใชในการบังคับและ ควบคุมการออกดอกในไมผล ปจ จุบนั สารแพกโคลบวิ ทราโซลจะใชในการควบคุม การออกดอกของมะมว งนอกฤดู นอกจากน้ี พบวา ออกซนิ (auxin) และไซโตไคนนิ (cytokinin) เปน ปจจัยสำคัญทีค่ วบคมุ การออกดอกของไมผล โดยเฉพาะไซโตไคนนิ ในทอลำเลียงน้ำของมะมวงจะสูงในระยะที่ตาดอกเริ่มมีการพัฒนาไปจนสูงที่สุดในระยะ ทมี่ ีการบานของดอกทงั้ หมด จากสมมตุ ฐิ านท่เี ชอ่ื วาไซโตไคนินมสี วนเกย่ี วของกับ การออกดอก ทำใหมกี ารนำเอาสารสังเคราะหไซโตไคนิน มาทดสอบกบั พชื ชนิด ตางๆ ในมะมวงไดใ ชไซโตไคนินสงั เคราะหค อื thidiazuron ระหวางทม่ี ีสภาพอากาศ เย็นและมสี ภาพอากาศอบอนุ พบวา มีการแตกกิง่ ดอกจำนวนมาก อีกทัง้ การพนสาร fulmet ซึ่งเปนสารไซโตไคนนิ ชนดิ หน่ึง ความเขมขน 20 40 และ 60 ppm ใหกับ มะมว งพนั ธุนำ้ ดอกไมในชวงดอกบาน ทำใหมะมวงมกี ารติดผลดขี ึ้น การใชบราซิโน สเตยี รอยด อตั รา 0.05 มลิ ลกิ รมั /ลติ ร ทำใหเรณขู องมะมวงพนั ธุโ ชคอนันตแ ละ พนั ธนุ ้ำดอกไมเบอร 4 งอกสูงขึน้ การพน BA ความเขมขน 50 ppm ใหกับมะมว ง น้ำดอกไมทะวายในระยะดอกเรม่ิ บานและระยะดอกบาน 50 % มีการติดผลสูงสุด 1.94 % 44 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพ่อื การสง ออก
6) การตัดแตง ก่ิงและควบคมุ ทรงพมุ มะมว งมีการพัฒนาของตาดอกข้นึ จากตายอด หรือตาขา งที่อยูใกลของก่ิงเจริญปลายพมุ ตน ขณะที่บรเิ วณก่ิงภายในทรงพุม ซ่งึ ไมได รบั แสงอยางทว่ั ถงึ จะไมม กี ารสรา งตาดอก ลกั ษณะการออกดอกดงั กลาวจะเกี่ยวของ กบั ปจจยั แสงแดดทม่ี ีบทบาทกระตุน การเกดิ ดอก การตัดแตง กิง่ จงึ เปน ขนั้ ตอนท่ี เกษตรกรควรปฏิบตั ิทกุ ป เพอ่ื ใหม กี ารแตกกง่ิ ใหม ชวงเวลาการตดั แตง ก่งิ ท่ีแตกตา ง กันมผี ลตอการออกดอกติดผล 7) สภาพแวดลอม มีผลตอการควบคุมการออกดอกติดผล ไดแก อุณหภูมิ ความชน้ื สมั พทั ธ ความเร็วของลม แสงแดด และปริมาณน้ำฝน โดยอณุ หภมู ิ ตำ่ สุดนอ ยกวา 18-20 องศาเซลเซียส ชอ ดอกจะมีจำนวนดอกสมบรู ณเพศต่ำ และ ถาอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะจำกัดการทำงานของแมลงที่เปนพาหะในการผสมเกสร สำหรับความชื้นสัมพัทธที่สูงหรือต่ำเกินไปจะมีผลตอการแตกของอับละอองเกสร และมีผลตอการระบาดของโรคดวย ปริมาณนำ้ ฝน หากฝนมากในชว งท่มี ะมวงออก ดอกและผสมเกสรจะทำใหการแตกของอับละอองเกสรลดลง การผสมเกสรต่ำรวมทง้ั การระบาดของโรคทำใหก ารตดิ ผลตำ่ หรือไมตดิ ผลเลย และจากผลของปจจยั ทม่ี ตี อ การติดผลของมะมวง สามารถสรุปไดด งั ภาพท่ี 17 ปจ จัยทมี่ ีผลตอ การติดผลและคุณภาพของผลมะมวง สัดสวนเพศดอก สภาพแวดลอ ม การผสมเกสร - อณุ หภมู ิ ควบคมุ ทั้งการออกดอกและการติดผล พาหะในการผสม Temp<18-20 Cํ จำนวนดอกสมบูรณเ พศต่ำ ความสมบรู ณต น /การใหนำ้ และธาตอุ าหาร - ความชื้นสัมพัทธ -สงู หรอื ตำ่ เกินไปมีผลตอการแตกของ การเปลย่ี นแปลงของระดบั ฮอรโ มนในตน อบั ละอองเกสร โรคและแมลงศัตรมู ะมวง -ต่ำกานเกษรตวั เมยี เหยี่ วแหง เปนอปุ สรรค ตอ การงอกและการเจริญของหลอดละอองเกสร - ลม มปี ระโยชนต อการชวยผสมเกสร - แสงแดด กงิ่ ทไี่ มไ ดรบั แสงมกั จะตดิ ผลนอยกวา ก่งิ ทไ่ี ดร ับแสง - ฝน ฝนชุกชวงออกดอกและผสมเกสร ทำใหการแตก ของอับละอองเกสรลดลง การผสมเกสรเกดิ นอ ย - ความชืน้ ในดิน ไมเหมาะสม สาเหตทุ ำใหผ ลรวง ภาพท่ี 17 ปจจยั ทม่ี ผี ลตอ การติดผลและคุณภาพของผลมะมว ง 45 การผลิตมะมวงคุณภาพเพื่อการสงออก
ดังนั้นจะเห็นไดวาการผลิตมะมวงในปจจุบันเกษตรกรประสบปญหาในหลายๆ ดา น เกษตรกรผูผลติ จำเปนตองปรับตัวและนำเทคโนโลยกี ารผลิตมาชว ยแกไ ขปญหา และพฒั นาตอ ยอดโดยทำการเกษตรแบบแมนยำเพอ่ื ลดความเสยี หายตางๆ ที่จะเกิดขึ้น กับผลผลิตและคณุ ภาพของผลผลิต รวมท้ังควรตดิ ตามขา วการพยากรณอากาศ และ นำขอมลู น้นั มาใชในการจดั การแปลงเพื่อเตรยี มพรอมในการแกไขปญหา 46 การผลติ มะมวงคณุ ภาพเพื่อการสงออก
การผลติ มะมว งคณุ ภาพเพ่อื การสง ออก 47
48 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพื่อการสงออก
ศัตรกูพาืชรขจอดั งกมาระมว ง การผลติ มะมวงคณุ ภาพเพอ่ื การสง ออก 49
50 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพื่อการสงออก
บทท่ี 5 การจดั การศัตรพู ืชของมะมว ง โรคและแมลงเปนปญ หาสำคัญทีส่ ุดในการผลิตมะมวงใหไดคณุ ภาพ การที่ ประเทศไทยตง้ั อยูในเขตรอนชืน้ จึงมปี ญหาโรคและแมลงแพรก ระจายตลอดเวลา และในทกุ ระยะการพฒั นาการของพืช ตัง้ แตการแตกใบออน การออกดอก การติดผล ชว งการพัฒนาการของผลกอนการเกบ็ เก่ยี ว และหลังการเก็บเกี่ยว จนถึงตลาด ผบู ริโภคปลายทาง โรคที่สำคัญและการปองกนั กำจดั 1. โรคแอนแทรคโนส เปน ไดท กุ สวนของพชื ทงั้ ตนกลา ใบ ดอก และผล (ภาพท่ี 18) อาการท่ใี บจะเปนแผลจุดสีนำ้ ตาล รูปรางไมแ นน อน อาการรุนแรงทำใหใบแหง เห่ียวหรือบิดเบยี้ วเสยี รปู ทรง หรอื ทำใหยอดออนเหย่ี วดำ ถาเกดิ ทชี่ อ ดอกทำให ดอกแหง มสี ดี ำ กา นชอดอกมีสนี ้ำตาล ถาเกิดท่ีผลออนจะเปน จดุ เลก็ ๆ สีน้ำตาลดำ และถาผลแก/สกุ จุดดำจะขยายใหญขึ้น การปองกันกำจัด เมื่อเริ่มแตกใบออน แทงชอ-ติดผลออน พนสารฯ เชน คารเบนดาซิม 50 % WP อัตรา 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรอื โพรคลอราซ 50 % WP อัตรา 20-30 กรัม/นำ้ 20 ลิตร หรอื แมนโคเซบ 80 % WP อตั รา 50 กรัม/น้ำ 20 ลติ ร หรือคอปเปอร- ออกซคี ลอไรด 85 % WP อัตรา 30-50 กรมั /นำ้ 20 ลิตร หรือ อะซอกซสี โตรบนิ 25 % W/V SC อตั รา 5-10 มิลลิลิตร/นำ้ 20 ลิตร หรอื ไดฟโนโคนาโซล 25 % W/V EC อัตรา 10 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือ เฮกซะโคนาโซล 5 % W/V SC อัตรา 10-20 มิลลลิ ติ ร/น้ำ 20 ลติ ร พน หา งกัน 7-10 วนั 2. โรคราแปง ทำลายใบออ น กา นชอ ดอก และดอก (ภาพที่ 19) ระบาดในชวง ฤดูหนาว สำรวจพบผงสีขาวขึ้นปกคลุมกานดอกและใบออน ทำใหใบออนและ ชอ ดอกหลุดรว ง การปอ งกันกำจดั ตดั กิ่งและใบทเ่ี ปนโรคทำลายโดยเผาหรอื ฝงดิน พน สารไดโนแคป 19.5 % WP อตั รา 15-20 กรมั /นำ้ 20 ลติ ร หรือ ไตรอะดมิ ิฟอน 25 % WP อัตรา 15 กรมั /นำ้ 20 ลติ ร หรอื กำมะถันผงละลายนำ้ อตั รา 50 กรัม/น้ำ 20 ลติ ร พน 2-3 ครง้ั ระยะดอก ตดิ ผลออ น การผลติ มะมวงคุณภาพเพื่อการสงออก 51
ภาพท่ี 18 โรคแอนแทรคโนสทีเ่ กิดท่ตี นกลา ใบ ชอดอก ผลออ นและผลแก 52 การผลติ มะมวงคณุ ภาพเพือ่ การสงออก
ภาพท่ี 19 ใบออ นและชอ ดอกทถี่ กู ทำลายโดยราแปง 3. โรคราดำ โรคนีเ้ กิดจากแมลงปากดูด เชน เพลย้ี จกั จั่น เพล้ยี หอยเปนสาเหตุสำคญั โดยแมลงจะดูดกินน้ำเลี้ยงแลวถายมูลออกมาเปนสารคลายน้ำหวานคลุมสวนของพืช ทำใหเ ชอ้ื ราดำทมี่ ีอยูในอากาศเจริญเตบิ โตปกคลมุ ใบ ชอดอกและผล (ภาพที่ 20) การปอ งกนั กำจดั ใชส ารปอ งกนั กำจดั แมลง เชน สารแลมปด าไซฮาโลทรนิ 2.5 % อซี ี อตั รา 10 มลิ ลิลิตร หรือ คารบาริล 85 % WP อัตรา 60 กรมั /น้ำ 20 ลติ ร และควรตัดแตง กิ่งในทรงพุมใหโปรง เพอื่ ไมใหเปนทอี่ าศัยและวางไขข องแมลง และ พนน้ำบอยคร้งั เพอื่ ชะลางคราบราดำ ภาพท่ี 20 โรคราดำเจรญิ บนใบ ชอ ดอกและผล ท่ีมีสารขับถายจากเพลยี้ จกั จัน่ มะมวง การผลิตมะมวงคณุ ภาพเพอื่ การสง ออก 53
แมลงศตั รทู สี่ ำคัญและการปอ งกนั กำจัด 1. เพลี้ยไฟ ตวั ออนดดู กินน้ำเลี้ยงจากสวนของใบออ น ชอดอก และผลออ น ผลออน ทีถ่ ูกทำลายผวิ จะเปน แผลแหง เปน สะเก็ดสนี ้ำตาล (ภาพที่ 21) ทำใหผลไมไดมาตรฐาน ไมสามารถสงออกได สภาพทเ่ี หมาะในการแพรระบาด คอื ฝนแลง ฝนทิง้ ชว ง การปองกนั กำจดั สารเคมีทใี่ ช เชน สารแลมปด าไซฮาโลทริน 2.5 % EC อัตรา 10 มิลลิลติ ร/นำ้ 20 ลติ รหรือสารเฟนโพรพาทรนิ 10 % EC อตั รา 30 มิลลลิ ติ ร /นำ้ 20 ลิตร จำนวน 1-2 คร้งั ภาพท่ี 21 ผลออ นปกติและผลที่ถูกทำลายโดยเพล้ยี ไฟ 2. เพลยี้ จกั จั่นมะมว ง ตวั ออ นและตวั แก (ภาพที่ 22) ดูดกนิ น้ำเลย้ี งจากชอ ดอกแลว ถายมูลออกมาทำใหร าดำเจริญเติบโต ปกคลมุ ท้งั ใบ ชอดอก และผล สงผลให มะมว งติดผลนอยหรอื ไมตดิ ผล การปองกนั กำจดั น้ำพน ลางชอดอกและใบในชวงเชา และพนสารแลมปดาไซ ฮาโลทรนิ 2.5 % EC อัตรา 10 มิลลลิ ติ ร หรอื คารบาริล 85 % WP อตั รา 60 กรมั หรอื อิมิดาโคลพรดิ 10 % SL อัตรา 10 มลิ ลลิ ิตร/นำ้ 20 ลิตร กอ นออกดอก 1 คร้ัง และเมอื่ แทงชอ ดอก 1 ครง้ั 54 การผลิตมะมวงคุณภาพเพอ่ื การสงออก
ภาพท่ี 22 เพลี้ยจกั จน่ั มะมว ง 3. เพลย้ี แปง ดูดกนิ นำ้ เลย้ี งท่ีกิง่ ใบ และผล (ภาพที่ 23) เพลี้ยแปงมีมดเปนพาหะ พาไปปลอ ยตามสว นตางๆ การปอ งกันกำจดั พน สารคารบารลิ 80 % WP อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลติ ร แลวใชผ า ชบุ นำ้ มันเครอ่ื งใชแลว ผกู รอบตน หรอื พนสารมาลาไธออน 83 % EC อัตรา 30 มลิ ลลิ ติ ร/นำ้ 20 ลติ ร ภาพท่ี 23 เพลีย้ แปงทำลายผลมะมว ง 55 การผลิตมะมวงคุณภาพเพ่อื การสงออก
4. เพล้ยี หอย ดูดกนิ น้ำเลี้ยงทใี่ บ ก่ิง เพลยี้ หอยจะอยรู วมกันเปนกลุม ปลอยน้ำหวาน (honey dew) เกิดเปนราดำปกคลุม (ภาพที่ 24) มีมดเปนพาหะที่ชวยเพิ่มการ ระบาดมากขึ้น การปองกนั กำจดั ปองกนั กำจัดมด โดยพน ไซเพอรเมทริน 25 % EC อัตรา 5 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือใชผาชุบน้ำมันเครื่องใชแลวผูกรอบตน หรือพนสาร มาลาไธออน 83 % EC อัตรา 30 มลิ ลิลติ ร/นำ้ 20 ลติ ร ภาพที่ 24 เพลย้ี หอย 5. ดวงงวงกัดใบมะมว ง (ดว งงวงกรดี ใบมะมว ง) การทำลาย ตวั เตม็ วยั จะกัดเฉพาะ ใบออ นเทา น้นั การกัดจะกดั เปนเสนตรงเหมอื นใชกรรไกรตดั การทำลายเร็วมาก ใชเ วลา 30-45 วนิ าทีในการกัดใบขาด การระบาดอยูใ นชวงมะมว งแตกใบออน 56 การผลิตมะมวงคุณภาพเพ่อื การสงออก
การปอ งกนั กำจัด ทำความสะอาดโคนตน เก็บใบออนทีถ่ ูกดวงกดั รว งตามโคนตน เผาทำลาย ถาพบมากใชสารเคมีพวก คารบาริล 80 % WP อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลติ ร คารโบซัลแฟน 20 % EC อตั รา 40 มลิ ลิลติ ร/น้ำ 20 ลติ ร หรอื ไซเปอร เมทรนิ 25 % EC อตั รา 10 มิลลลิ ิตร/นำ้ 20 ลิตร ภาพท่ี 25 ดวงงวงกรดี ใบมะมวง (ท่ีมาภาพ: คุณสราญจติ ไกรฤกษ) การผลิตมะมวงคณุ ภาพเพ่อื การสงออก 57
6. แมลงวนั ผลไม (ภาพท่ี 26) ตวั หนอนเจาะกดั กินภายในผลในระยะผลสกุ แก หรอื ใกลส ุก การปองกันกำจัด รักษาแปลงใหส ะอาด หอผลดว ยถงุ กระดาษเมื่อผลอายุประมาณ 60 วนั พน สารฆา แมลงมาลาไธออน 57 % EC อตั รา 40 มลิ ลิลติ ร/น้ำ 20 ลิตร พนดวยเหยอื่ พิษ ยสี ตโปรตนี 200 มิลลิลติ ร ผสม มาลาไธออน 57 % EC อตั รา 40 มลิ ลลิ ิตร/นำ้ 5 ลิตร พน เปน จดุ ภาพที่ 26 แมลงวนั ผลไม (ทม่ี าภาพ: คณุ สราญจิต ไกรฤกษ) 58 การผลิตมะมวงคณุ ภาพเพอื่ การสง ออก
การผลติ มะมว งคณุ ภาพเพ่อื การสง ออก 59
60 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพื่อการสงออก
การเพิ่มศักยภาพ การผลิตมะมวง เพือ่ การสงออก การผลติ มะมว งคณุ ภาพเพ่อื การสง ออก 61
62 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพื่อการสงออก
บทท่ี 6 การเพ่ิมศักยภาพการผลิตมะมวงเพอื่ การสง ออก ปจจุบันการแขงขันทางการคาของสินคาเกษตรมีมากขึ้นและหลายรูปแบบ ประเทศตางๆ จำเปนตองปรบั ตัวและพฒั นาการผลิตในทกุ ๆ ดาน เพ่อื ใหไดส นิ คา เกษตรที่มีคณุ ภาพ ไดมาตรฐาน เปนทพ่ี งึ พอใจของลกู คา และสามารถแขงขันได ปญหาอุปสรรคของการคาสินคาเกษตร มีหลายรปู แบบ เชน 1) มาตรการจำกัดการนำเขา 2) มาตรการอดุ หนนุ การผลติ ภายในประเทศ 3) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 4) อุปสรรคทางเทคนคิ ตอ การคา และการคมุ ครองพันธพุ ืช ดังน้นั การผลิตสนิ คา เกษตรจำเปน ตองแกไขปญ หาอปุ สรรคตางๆ รวมทัง้ การหาตลาด ควบคูไ ปกบั การเพ่ิมศกั ยภาพการผลติ การพัฒนาชอ งทางการตลาด ใหป ระสบความสำเรจ็ จะตอ งดำเนินในหลายๆ ดานทัง้ 1) การขยายตลาดเดิม 2) การเปด ตลาดใหม โดยจะตอ งมกี ารศึกษาขอ มลู ความตองการของตลาด รวมท้ัง ผลติ สินคาใหต รงตามความตองการ 3) การพัฒนาสินคาใหมๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเปนทางเลือกของผูบริโภค 4) การพัฒนาคุณภาพสินคาใหไดมาตรฐานและตรงตามความตองการของผูบริโภค มีการจัดการในหวงโซอุปทานที่เหมาะสม รวมทั้งมีการวิจัยเพื่อแกไขปญหา ที่ตอบสนองความตอ งการของประเทศคคู า ความสำเร็จในการสงออกสนิ คาเกษตร มี 4 ประการ คือ 1) สินคา ตองมีคุณภาพไดม าตรฐาน 2) สินคา ตรงตามความตอ งการของตลาดท้งั คุณภาพ ปรมิ าณและชว งเวลา 3) สินคา มีความปลอดภยั การผลติ เปน มติ รกับสิง่ แวดลอ ม 4) สินคามีราคาเหมาะสม การผลติ มะมว งคณุ ภาพเพ่ือการสงออก 63
จะเห็นไดวา แตล ะประเทศพยายามท่ีจะปรบั ตวั และพฒั นาการผลติ ทั้งระบบ เชน ประเทศจีนมีการพฒั นาการผลติ มะมว งของแตละเมอื งเปนอยางมาก มกี ารบริหาร จดั การตลอดหวงโซการผลติ เชน รฐั บาลเมอื ง Baise มณฑลกวางสี ซึ่งมกี ารปลกู มะมว งมาก และรฐั บาลมกี ารวางแผนงานในการพฒั นาอุตสาหกรรมมะมว งและจัดสรร งบประมาณสนับสนนุ ใหเ กษตรกรปลูกมะมวง รวมท้ังจัดตงั้ หนวยงานสถาบันพฒั นา มะมวงเพื่อถายทอดและแนะนำเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสูเกษตรกร รวมทงั้ สนับสนนุ ใหบริษทั + สหกรณ + เกษตรกรรายเลก็ ชวยสงเสริมการผลติ การตลาดและสงเสริมการจัดการในโซอุปทานมะมวงเพื่อการสงออกมีความหลากหลาย ของสายพันธุ (ภาพท่ี 27) รวมท้ังมีการจดั งานมะมวงประจำป เพอื่ ประชาสมั พนั ธ งานเทศกาลมะมวง “Mango of Baise” สำหรบั ดานการตลาด มคี วามรว มมือ ระหวางบรษิ ทั สหกรณ และเกษตรกร ในเรื่องมาตรฐานการผลติ การประกนั คุณภาพ และทำการตลาดในแบรนดเดียวกัน มีการสงขายสินคา ทัง้ แบบ off line และ on line ซึ่งทาง on line ไดรับความนิยมอยางมาก เนื่องจากสะดวกและสามารถเลือก สนิ คาผานทางมือถอื ได และการขนสง ของทางจีนมคี วามสะดวก รวดเรว็ สามารถ กระจายสินคาไปยงั เมืองตา งๆ ไดภายในระยะเวลาส้ันๆ ซ่ึงตลาด สินคา on line นี้ เปน สงิ่ ทป่ี ระเทศไทยเราตอ งพยายามพฒั นาและนำมาเปน สว นหนึง่ ของการตลาด ผลไมจ ากเกษตรกรไปสผู บู ริโภค 64 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพือ่ การสง ออก
ภาพท่ี 27 ตลาดขายสง มะมว งท่ี Baise 65 การผลิตมะมวงคุณภาพเพ่อื การสง ออก
ดังนนั้ การผลิตมะมวงเพ่อื การสงออกของประเทศไทย ทกุ ภาคสวนจำเปน ตอ งมี การพัฒนาเพื่อเพิ่มโอกาสในการแขงขัน โดยมีรูปแบบการผลิต (model) ที่มี ประสิทธิภาพ ซง่ึ ผเู กย่ี วของทกุ ฝายตองรวมมือกนั ทง้ั ภาคเกษตรกรผูผ ลิต ผูรวบรวม และผสู ง ออก ภาครฐั ใหการสนบั สนนุ รวมทง้ั รวมศกึ ษาวจิ ยั พัฒนาทัง้ ดา นการพัฒนาพนั ธุ เทคโนโลยกี ารผลติ การพฒั นาคณุ ภาพสนิ คา การเพม่ิ มลู คา สนิ คา การลดตน ทนุ การผลติ การอำนวยความสะดวกในข้นั ตอนการสง ออก การสงเสรมิ ดา นการตลาด รวมทง้ั การสนบั สนุนและสงเสรมิ ใหเ กษตรกรมีการรวมกลุม สรางความเขมแขง็ ของกลุม มีการ วางแผนการผลติ การสนับสนุนใหม กี ารทำสญั ญาซื้อขายลว งหนา รวมทง้ั มีการให ขอ มูลขาวสารอยางทั่วถึงกับผเู กยี่ วขอ งทกุ ฝาย ทง้ั ขอ มูลดา นวชิ าการ เทคโนโลยี การผลิต การเพิ่มคุณภาพผลผลติ การจัดการหลงั การเกบ็ เกีย่ ว รวมทั้งขอมูลดา น การตลาดท้ังภายในและภายนอกประเทศ และสง่ิ สำคัญประการหน่งึ คอื การดำเนนิ งาน ของทุกภาคสวนในหวงโซการผลิตตองมีความจริงใจและความซื่อสัตยตอกัน โดยมีตัวอยางรูปแบบการจัดการในโซอุปทานมะมวงเพื่อการสงออกทั้งปจจัยหลัก และปจ จยั สนบั สนนุ ของผูเกย่ี วของแตละฝา ยดงั แสดงในภาพที่ 28 รปู แบบการจดั การในโซอ ุปทานมะมวงเพอ่ื การสงออก - เขาระบบ GAP ปจจยั หลัก - มกี ารวางแผนการสง ออกท้ังปริมาณ - มีการวางแผนการผลิต ชวงเวลา และตลาด - ใชเทคโนโลยีการผลิตเหมาะสม - มกี ารวางแผนการจดั การในการ - เกบ็ เกี่ยวอายุเหมาะสม คัดบรรจุ - มกี ารจัดการในการเก็บรักษาและ - ปองกนั ผลผลติ สูญเสียจาก การขนสงท่ีดี สามารถรกั ษา - ปอ งกนั ผิวเสียหายใชโฟมตาขาย คณุ ภาพของ ผลิตผล ศตั รพู ืชเก็บเก่ยี วและขนสง - จัดการหลงั เกบ็ เก่ียวและขนสง ดว ยความระมดั ระวงั - การจดบันทึก ดว ยความระมัดระวัง - ปรบั ปรงุ โรงคัดบรรจุใหมี ประสิทธิภาพและปองกนั การ สญู เสียผลิตผลไดด ี มีการแลกเปล่ียนขอมลู ขา วสาร แลกเปลย่ี นความรู เทคโนโลยี มีความเชื่อใจและซอ่ื สตั ยตอกนั ผผู ลติ มีมิตรสมั พันธ ผรู วบรวม มีมิตรสัมพันธ ผสู ง ออก ตอ กนั ตอกัน (เกษตรกร) - มีการรวมกลมุ ปจ จยั สนบั สนนุ - มกี ารติดตอ กบั ผูรวบรวมสมำ่ เสมอ - ทำ contract farming - ตองทราบปรมิ าณผลผลิตทีจ่ ะจัดสง - รฐั สนับสนุนดานตางๆ เชน การรวม - มกี ารประสานตดิ ตออยา งดีระหวาง เกษตรกรและผูสงออก อยางดีเพอ่ื บรหิ ารจัดการดา นการ กลุม การถายทอดเทคโนโลยตี า ง ๆ ตลาดอยางมปี ระสิทธิภาพ การรับรอง GAP การพฒั นาพนั ธุ - การแลกเปลยี่ นขอ มลู ขา วสาร - การลดตน ทนุ - การลดตนทุนการผลิต - การลดตนทุน - รฐั สนบั สนนุ เทคโนโลยหี ลังการเกบ็ เกย่ี ว - รัฐสนบั สนนุ ถายทอดเทคโนโลยี ทเี่ หมาะสมรวมทัง้ การสงเสริมและพฒั นา ตลาดทง้ั ตลาดเดมิ และตลาดใหม หลังการเกบ็ เกี่ยวท่ีเหมาะสม ภาพที่ 28 รูปแบบการจดั การคุณภาพในโซอ ุปทานการผลิตมะมว งเพ่อื การสง ออก 66 การผลติ มะมวงคุณภาพเพอื่ การสง ออก
จากรูปแบบการจัดการคุณภาพในโซอุปทานการผลิตมะมวงเพื่อการสงออก ผูเกี่ยวของในหวงโซอุปทานการผลิตมะมวงจะตองดำเนินการทั้งปจจัยหลักและปจจัย สนบั สนุน เพ่อื เพ่ิมศกั ยภาพการผลติ และการแขงขนั ดงั นี้ ปจจัยหลกั ที่ตอ งดำเนินการ สำหรบั เกษตรกร 1. การเขา สูระบบการผลติ อยา งเหมาะสม (GAP) โดยผลติ ตามแนวทางการผลิต ท่ถี กู ตอ งเพื่อใหไดผ ลผลติ ที่มคี ณุ ภาพและมีความปลอดภยั เปนทีเ่ ช่ือมนั่ ของผบู ริโภค ตลาดปลายทาง 2. การวางแผนการผลติ นับเปน สิง่ จำเปนที่สดุ ในระบบการผลิตทัง้ น้ีเพอื่ ใหสามารถ มีผลผลติ สอดคลอ งกับความตอ งการของตลาด และสามารถนำมาใชใ นการบรหิ าร จัดการทัง้ สินคาและตลาดใหมปี ระสิทธิภาพไดมากทีส่ ุด 3. การใชเ ทคโนโลยกี ารผลติ ท่ีเหมาะสม เพ่อื ใหไ ดผ ลผลติ ทีม่ คี ุณภาพสอดคลอ ง กบั ความตองการของตลาด ผลผลติ มคี วามปลอดภยั ทางอาหาร โดยเฉพาะอยางยงิ่ การใชสารเคมที างการเกษตรตองใชอ ยา งถูกตอ ง ไมใชส ารเคมที ่ปี ระเทศคูค า หา มใช อยา งเดด็ ขาด 4. การเกบ็ เก่ียวทอี่ ายเุ หมาะสม อายเุ ก็บเกี่ยวมีผลตอ คุณภาพของมะมวงเปน อยา งมาก ท้ังดานรสชาติ สผี ิว รวมทั้งอายุการเก็บรักษา ดังนน้ั ตอ งเกบ็ เก่ียวมะมวงท่ี อายุเหมาะสม ไมอ อนหรือแกเ กินไป เพอ่ื ใหไ ดผ ลผลติ ทม่ี ีคณุ ภาพดเี ม่อื ถงึ ตลาดปลายทาง 5. การพฒั นาการจดั การหลงั การเก็บเกยี่ ว นบั เปนสงิ่ จำเปนอยางมากท่เี กษตรกร ตอ งใหความสำคญั ทง้ั การคดั แยกผลผลิตที่ไมไ ดคณุ ภาพ การบรรจุในภาชนะบรรจุ และการขนสงไปใหผูร วบรวมหรอื บริษทั ฯ จะตอ งทำดว ยความระมัดระวัง ปองกัน การสูญเสียที่จะเกิดกบั ผลิตผล 6. การจดบันทกึ นบั เปน ส่ิงจำเปนมากในระบบ GAP ทง้ั นเ้ี พ่ือใหท ราบขอ มูล การจดั การการผลติ และจะเปนขอ มลู สำคัญในระบบการตรวจสอบยอนกลบั จากจุดกำเนิด ของสินคา ซึ่งทกุ สนิ คา จะตอ งพฒั นาไปถึงจดุ นี้ ท้งั นเี้ พื่อความมนั่ ใจของผูบ ริโภค สำหรับผูรวบรวมและหรือผูส งออก 1. การวางแผน การวางแผนถือเปนหัวใจของการดำเนินการธุรกิจใหประสบ ความสำเรจ็ ผูรวบรวมและหรอื ผสู งออกจะตองมีการวางแผนการผลติ (รวบรวม) และ 67 การผลิตมะมวงคุณภาพเพอ่ื การสง ออก
การสง ออก วา จะจดั หาวตั ถุดบิ ท่ไี หน แหลง ใด ใหไ ดท งั้ ปริมาณ คุณภาพและตามชว ง เวลาที่ตอ งการ เพ่อื ใหส ามารถบรหิ ารจัดการทั้งแรงงาน ระยะเวลาและปริมาณ ไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพและลดตน ทนุ คา ใชจา ยในการดำเนินการ 2. การจดั การหลงั การเก็บเก่ยี วทีถ่ กู ตอ ง นับเปน ส่งิ สำคัญทีต่ องดำเนินการอยา ง ถูกวธิ ีและระมัดระวงั ความสูญเสยี ตา งๆ ท่ีจะเกิดข้ึนในขบวนการจดั การหลงั การเก็บเก่ยี ว ซึ่งมผี ลตอคณุ ภาพและอายุการเกบ็ รักษาของผลิตผล ความยอมรับของผบู รโิ ภคที่ ตลาดปลายทาง 3. การพฒั นาโรงคดั บรรจุ (ภาพท่ี 29) สิง่ จำเปน ตางๆ ของโรงคัดบรรจตุ องอยูใน สภาพที่เหมาะสมและพรอ มใชง านตลอดเวลา โดยทวั่ ไปถาโรงคัดบรรจุทจ่ี ำเปนตอ ง เก็บรักษาผลผลิตไวกอนขนสงควรจะมีหองเย็นสำหรับเก็บรักษาผลิตผล เพ่อื ชวยลดอุณหภูมิและรกั ษาคุณภาพผลติ ผลกอนการขนสง หรือเปน ระบบ cold chain และทง้ั หวงโซการผลติ ควรมีระบบตรวจสอบยอนกลบั (ภาพท่ี 30) เพอื่ สราง ความมนั่ ใจใหผ บู ริโภค 68 การผลติ มะมว งคุณภาพเพ่อื การสง ออก
Modern Packi house ภาพที่ 29 โรงคัดบรรจทุ ท่ี ันสมัย Fresh Mango Supply Chain Traceability Farmer Grower Exporter Importer Consumer Association - GAP - GSirzaidnigng - GMP, HACCP, ISO - Practice - - Hot water treatment - Bagging - Harvesting (50 c, 3 min) - Vapor heat treatment (47 c, 20min) - Labeling - Transport ภาพที่ 30 หวงโซการผลติ มะมวงเพ่อื การสง ออกทม่ี รี ะบบตรวจสอบยอ นกลับ 69 การผลติ มะมวงคณุ ภาพเพื่อการสง ออก
ปจ จัยสนับสนุนทีค่ วรดำเนนิ การ สำหรบั เกษตรกร 1. การรวมกลุม เกษตรกรผผู ลิตมะมว งในบรเิ วณใกลเคยี งกนั ควรมีการรวมกลมุ การผลติ ทั้งนเ้ี พือ่ ใหการผลติ เปนไปในแนวทางเดียวกัน ผลผลติ ไดค ณุ ภาพสมำ่ เสมอ และเปนการเพมิ่ อำนาจในการตอ รอง 2. การทำสญั ญาซ้ือขายลว งหนา เปนปจ จยั สนบั สนุนอยา งหนึง่ ที่จะชวยใหเ กษตรกร ผูผลิตเกิดความมน่ั ใจในราคาสนิ คา ทจี่ ะได ผรู วบรวม หรือผูสง ออก มีความมน่ั ใจไดว า มสี นิ คาตอบสนองความตองการของตลาดได 3. การเรียนรูและนำเทคโนโลยมี าพัฒนาเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลติ โดยภาครฐั ใหการสนับสนนุ ในทุกๆ สว นทเี่ กยี่ วของท้ังการฝก อบรม ถา ยทอดเทคโนโลยีการตรวจ รับรองแปลง รวมถึงการพัฒนาพันธุเพ่ือเพ่ิมทางเลือกใหเกษตรกร 4. การลดตนทุนการผลิต เปนสงิ่ จำเปน เพ่ือเพ่ิมศักยภาพการแขง ขัน ซง่ึ การลด ตนทุนการผลิตสามารถดำเนินการไดหลายแนวทาง ทั้งการใชปุยอยางถูกตองและ เหมาะสม มีการตรวจวิเคราะหดิน และใหปุยตามผลวิเคราะหดินและความตองการของ พชื มกี ารผสมปยุ ใชเอง ทำปุยหมักใชเ อง สวนการใชสารเคมปี องกันกำจดั ศตั รูพชื ตองใช อยา งถูกตองและเหมาะสมท้งั ชนดิ ชว งเวลา อตั ราการใช รวมทัง้ ไมใชส ารเคมีท่ี ประเทศคูคาหา มใชอยางเด็ดขาด ดา นตนทนุ แรงงานตอ งมกี ารวางแผนและใชแ รงงาน อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ มกี ารใชเ ครอ่ื งจกั รกลการเกษตรทเ่ี หมาะสม รวมทง้ั การ ออกแบบ สวน การจดั การทรงพมุ ทเี่ หมาะสมจะชวยลดการใชแ รงงานลงได สำหรับผรู วบรวมและหรือผูสงออก 1. การติดตอประสานงานอยา งดี ในการดำเนินการรวบรวมผลิตผลเพอ่ื การ สง ออกใหไ ดในชวงเวลาทตี่ อ งการและทนั ตามกำหนด ผรู วบรวมและหรอื ผสู ง ออกจะ ตองมขี อมูลของเกษตรกรผูผลติ ดังนั้นการตดิ ตอ สื่อสารและประสานงานกนั ตลอด เวลาจะชวยใหสามารถบริหารจดั การไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ซ่งึ ถา มกี ารทำสัญญา ซ้อื ขายลวงหนากบั เกษตรกรดวยแลว จะเกดิ ประสิทธภิ าพเพม่ิ มากข้ึน 2. การแลกเปลีย่ นขอ มลู ขาวสาร นบั เปน ปจ จยั สนับสนุนที่จำเปน ผูรวบรวมและ หรือผูสงออกจะตองแบงปนขอมูลขาวสารทั้งดานเทคโนโลยีและขอมูลดานการตลาด แกเกษตรกรอยางสม่ำเสมอและตอเนื่อง เพื่อใหเกิดการเรียนรูและพัฒนาไป พรอมๆ กัน 70 การผลติ มะมวงคุณภาพเพ่ือการสง ออก
3. การลดตน ทนุ นบั เปนส่ิงจำเปนของทุกภาคสว นในหว งโซอ ุปทานการผลติ ในกรณีของผรู วบรวมหรือผสู งออกกเ็ ชน กัน ซึง่ ตนทุนที่สำคญั ไดแก ตน ทุนดาน แรงงาน และคา ขนสง ดังน้ันการเพิ่มประสทิ ธภิ าพการคัดบรรจจุ ะชวยลดตนทุน ดานแรงงาน การพฒั นาดานโลจิสตกิ สท ีเ่ หมาะสมจะชว ยลดตน ทุนคาขนสง ได 4. การสนบั สนุนดา นเทคโนโลยหี ลังการเกบ็ เกย่ี ว โดยภาครัฐใหก ารสนบั สนนุ การถายทอดเทคโนโลยีดังกลาว รวมทง้ั การสง เสรมิ และพัฒนาการตลาดทง้ั ตลาด เดมิ และตลาดใหม จากปจจัยหลักและปจจัยสนับสนุนของผูเกี่ยวของทุกฝายในโซอุปทานการจัดการ ผลติ มะมว งคณุ ภาพเพือ่ การสงออกตามทก่ี ลาวมาแลวนบั เปน สง่ิ จำเปนทีค่ วรดำเนนิ การ นอกจากนี้ ทกุ ภาคสว นในโซอุปทานดังกลาวจะตอ งมกี ารแลกเปล่ียนขอ มลู ขา วสาร แลกเปล่ยี นความรู พฒั นาเทคโนโลยกี ารผลิตเพื่อเพิ่มประสทิ ธภิ าพการผลิตอยางสมำ่ เสมอ มคี วามเชอ่ื ใจและซ่ือสตั ยตอกันเพอื่ ใหก ารดำเนินการสำเร็จดว ยดี ซึง่ มะมวงถอื เปน ตวั อยา งของสินคาเกษตรทีด่ ี มกี ารพัฒนาการผลติ มกี ารรวมกลมุ มแี ผนการผลิต และการตลาดรว มกันระหวางสมาคมชาวสวนมะมวงไทยและผูประกอบการ ภาครฐั ใหก าร สนับสนนุ แตก ต็ อ งมีการพฒั นาใหเ พ่มิ มากขึน้ ทง้ั ในดา นการผลติ ใหไ ดผลผลิตที่ได มาตรฐานเพ่ิมมากข้ึนและลดตนทุนการผลิต เพ่อื เพิ่มศักยภาพการแขง ขนั ของมะมวง ไทยในตลาดโลก การผลิตมะมวงคุณภาพเพือ่ การสงออก 71
72 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพื่อการสงออก
สถาบันวจิ ยั พืชสวน กรมวชิ าการเกษตร กนั ยายน 2561 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพอ่ื การสง ออก 73
บรรณานกุ รม กรมสงเสริมการเกษตร. 2556. คูมือการผลิตมะมวงแบบมืออาชีพ. กรมสง เสริมการ เกษตร กรุงเทพฯ. 118 น. ชชู าติ วฒั นวรรณ. 2556. การจดั การคณุ ภาพในระบบโซอปุ ทานมะมว งเพอ่ื การสง ออก. วทิ ยานิพนธป รัญญาดษุ ฎีบัณฑติ สาขาเทคโนโลยหี ลังการเกบ็ เกยี่ ว คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกลา ธนบรุ ี กรุงเทพฯ. ทวีศกั ด์ิ แสงอุดม. 2559. การพฒั นาของมะมวงในการกา วเขาสูป ระชาคมเศรษฐกจิ อาเซย่ี น. ว.เกษตรกา วหนา. 29(1): น. 30-36. ทวีศกั ด์ิ แสงอดุ ม. 2559. เก็บมาเลา จากการไปดงู านการปลูกมะมวงของสาธารณรัฐประชาชนจนี . ว.เกษตรกาวหนา. 29(1): น. 37-46. ทวศี กั ด์ิ แสงอดุ ม และ วรางคณา มากกำไร. 2560. รายงานการสัมมนามะมว ง นานาชาตคิ ร้งั ท่ี 12 Baise, Guangxi, China วนั ท่ี 10-16 กรกฏาคม 2560. สถาบนั วิจยั พชื สวน กรมวิชาการเกษตร กรุงเทพ. 15 น. ธวัชชัย รตั นช เลศ และ รงุ ทิพย อุดมพนั ธ. 2553. พฒั นามะมวงไทยกา วไกลสู มะมวงโลก. งานประชาสัมพนั ธและบริการวิชาการ คณะเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม. 148 น. มนู โปส มบรู ณ. 2557. การพัฒนาชองทางการตลาดมะมว งจากการเปดประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน. ในการประชมุ สัมมนา การพฒั นาชอ งทางการตลาด มะมว งจากการเปด ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน, โรงแรมวงั ธาราเวลเนส รสี อรท อ.เมอื ง จ. ฉะเชงิ เทรา. ราตรี เมนประเสริฐ. 2557. การพัฒนาชอ งทางการตลาดมะมวงจากการเปด ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน. ในการประชุมสมั มนา การพฒั นาชองทางการตลาด มะมวงจากการเปดประชาคม เศรษฐกิจอาเซยี น, โรงแรมวงั ธาราเวลเนส รสี อรท อ.เมือง จ. ฉะเชิงเทรา. 74 การผลิตมะมว งคณุ ภาพเพ่ือการสง ออก
Search