บัวบก ชื่อวิทยำศำสตร์ : Centella asiatica (L.) Urb. ชอ่ื วงศ์ : Umbelliferae หรอื Apiaceae ช่ือสำมญั : Asiatic Pennywort, Hydrocotyle, Tiger Herbal ช่ืออน่ื ๆ : ผักหนอก จา� ปาเครือ กะบงั นอก (ภาคเหนอื ) ผักหนอก ผักแวน่ แว่นโคก (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ผกั แวน่ (ภาคใต)้ ถ่นิ ก�าเนดิ บัวบก บวั บก มีถิ่นกา� เนดิ อยู่ในทวปี แอฟริกาใต้ ต่อมาไดถ้ ูกน�าเขา้ มา ปลกู ในทวปี เอเชยี ทปี่ ระเทศอนิ เดยี และประเทศในแถบอเมรกิ าใต้ และ กลาง รวมถงึ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียเหนือ ปัจจุบันมีการแพร่กระจายไปทั่วโลก ท้ังในประเทศเขตร้อน และเขต อบอุ่น ทงั้ แถบอเมรกิ า ยโุ รป แอฟรกิ า และเอเชยี สา� หรับประเทศไทย พบบวั บกได้ท่วั ไปในเขตพนื้ ทีช่ ุ่มน้�าท่วั ทกุ ภาคในประเทศ 58 กองการแพทยท์ างเลอื ก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข
สภาพแวดลอ้ ม สภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมสา� หรบั การปลกู บวั บกคอื เปน็ พนื้ ทดี่ อน ไมม่ นี า�้ ขงั หรอื เปน็ พ้นื ทท่ี ี่ควบคมุ น้า� ได้ดี ไม่เหมาะสมกับพน้ื ท่ีแหง้ แลง้ ตอ้ งการแสงแตไ่ ม่ชอบแดดจดั ลักษณะดนิ ท่เี หมาะสมควรเปน็ ดินร่วน ปนทราย ช้ืนแฉะ ระบายน�้าได้ดี สภาพภูมิอากาศท่ีเหมาะสม คือ มคี วามรอ้ นชน้ื อุณภมู ิประมาณ 25-30 องศาเซลเซยี ส ปรมิ าณนา�้ ฝน เฉลี่ย 1,200-2,500 มิลลเิ มตรต่อปี ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพืชลม้ ลกุ ขนาดเล็ก อายุยนื อยู่ในจ�าพวกผกั ประเภทเลือ้ ย ล�าตน้ เปน็ ไหลทอดนอนตามพน้ื ดิน ถูกหุม้ ไปดว้ ยก้านใบยาวโดยรอบ ลักษณะไหล มีลักษณะทรงกลม เป็นข้อปล่อง ยาวประมาณ 0.2-0.4 มลิ ลเิ มตร ไหลอ่อนมีสขี าว ไหลแก่มสี ีนา�้ ตาล กองการแพทยท์ างเลือก 59 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ
ลกั ษณะใบ เปน็ ใบเลยี้ งเดยี่ ว ออกเรยี งสลบั ใบงอกกระจกุ ออก จากขอ้ มีลกั ษณะทรงกลม ลกั ษณะคลา้ ยรูปไตหรือใบบัว ขอบใบหยกั ฐานใบโคง้ เวา้ เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางประมาณ 2-4 เซนตเิ มตร มขี นเลก็ นอ้ ย มสี เี ขยี วสดถงึ อ่อน มีก้านใบยาว ลกั ษณะดอก ออกเปน็ ชอ่ รปู ทรงชอ่ คลา้ ยรม่ แตล่ ะชอ่ มดี อกยอ่ ย ประมาณ 3-4 ดอก แต่ละดอกมี 5 กลบี กลบี ดอกมสี ีม่วงอมแดง 60 กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
ลักษณะเมล็ด มีขนาดเล็ก สีด�า มีลักษณะทรงกลมแบนยาว ประมาณ 3 มลิ ลิเมตร เปลอื กเมล็ดแข็ง มสี เี ขียวหรอื สีม่วงน�า้ ตาล ลักษณะรำก เปน็ ระบบรากแก้ว มีลกั ษณะกลม แทงลกึ ในดิน มีรากแขนงและรากฝอยแตกออกตามข้อ มีสีน�้าตาล สว่ นทใี่ ช้ประโยชน์ ท้งั ตน้ สารส�าคัญ บัวบก เป็นพืชที่ให้สารในกลุ่ม ไตรเทอปินอยด์ ไกลโคไซด์ (Triterpenoid glycoside) หลายชนดิ เชน่ กรดแมดแิ คสซคิ (Medecassic acid) หรือสาร Madecassoside และกรดเอเชียติค (Asistic acid) หรือสาร asiaticoside ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเร่งการสร้างสารคอลลาเจน (Collagen) และเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการสมานแผล ท�าให้แผลหายเร็ว ใชร้ กั ษาโรคผวิ หนงั แกน้ า้� รอ้ นลวกได้ นอกจากนนั้ ยงั มสี ารสา� คญั ทม่ี ฤี ทธิ์ ต้านการอกั เสบ คือ Triterpens กองการแพทยท์ างเลือก 61 กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข
สรรพคุณ บวั บก มปี ระวตั กิ ารใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นยารกั ษาโรคมาเปน็ ระยะ เวลามากกวา่ 50 ปี โดยสว่ นท่ีมีคณุ สมบัติพเิ ศษ คอื ส่วนของใบและ ราก เปน็ ยาดับร้อน แก้ชา้� ใน ลดอาการอักเสบ ทา� ใหเ้ ลอื ดกระจายตัว หายจากอาการฟกช้�าด�าเขียว รักษาบาดแผล แก้โรคเรื้อน โรคบิด ขบั ปสั สาวะ แกป้ วดศรี ษะและเปน็ ไข้ แกร้ อ้ นในกระหายนา้� แกอ้ อ่ นเพลยี เมื่อยล้า และเปน็ ยาบ�ารงุ ก�าลงั บ�ารงุ โลหิต บา� รงุ ประสาทและความจา� ใบ และลำ� ต้น (ใช้รบั ประทานหรอื ตม้ ดม่ื ) ชว่ ยรักษาอาการ ชา�้ ใน บรรเทาอาการตกเลอื ดในชอ่ งทอ้ ง เลอื ดคงั่ ในเนอื้ เยอื่ อาการปวด ศรี ษะ เปน็ ไข้ มนึ หัว ช่วยบา� รุงหัวใจ บ�ารงุ กา� ลงั รักษาอาการเมือ่ ยลา้ ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ ตามกล้ามเน้ือ แก้อาการท้องผูก ชว่ ยกระต้นุ ระบบไหลเวยี นเลอื ด ใบ และล�ำต้น (บด ขยา� หรอื ตม้ น้�าสา� หรบั ใช้ภายนอก) ช่วย รกั ษาโรคผิวหนังอักเสบ ถอนพษิ จากแมลงกัดตอ่ ย ลดอาการบวมและ ปวดจากแผลถกู ตอ่ ย ใช้เปน็ ยาช่วยห้ามเลอื ด รักษาตาปลา รกั ษาโรค ผวิ หนงั อกั เสบ แกโ้ รคหดั ชว่ ยรกั ษาโรคผวิ หนงั กลาก เกลอื้ น โรคเรอื้ น ชว่ ยรักษาบาดแผล แผลไฟไหม้ น้�าร้อนลวก แผลเปอ่ื ย และแผลสด เมล็ด ช่วยลดไข้ แก้อาการปวดศรี ษะ ใชแ้ ก้โรคบดิ 62 กองการแพทยท์ างเลอื ก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
การปลกู 1. ฤดเู พำะปลกู ปลกู ขยายพนั ธไ์ุ ดต้ ลอดปี แตจ่ ะขยายพนั ธไ์ุ ด้ ดใี นชว่ งฤดฝู น 2. กำรเตรียมพนื้ ที่ ระบบแวดล้อมทหี่ ่างจากเกษตรเคมี หาก หลีกเลี่ยงจากแปลงปลูกเคมีไม่ได้ ท�าแนวป้องกัน เช่น ชั้นท่ี 1 ปลูก หญ้าเนเปียร์ ชนั้ ที่ 2 ปลูกกล้วย หรือปลูกไผ่เปน็ แนว หรือปลูกพืชทใี่ ช้ ประโยชนไ์ ด้ 3. กำรเตรยี มดนิ 3.1 ตรวจเชค็ ดิน - สารพิษตกค้าง - โลหะหนกั อาทเิ ชน่ สารหนู ทองแดง ตะกว่ั แคดเมยี ม - ตรวจเช็คชนิดของดิน - ตรวจวดั คา่ ความเปน็ กรด-ด่าง (PH) 3.2 ตรวจธาตุอาหาร การเตรยี มดนิ ปลกู บวั บกจา� เปน็ ตอ้ งไถพรวน เพอื่ ใหด้ นิ รว่ นซยุ ขน้ึ ถา้ เปน็ พนื้ ทท่ี มี่ วี ชั พชื มากและหนา้ ดนิ แขง็ ควรไถพรวนไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ครงั้ คือ ไถดะ เพื่อก�าจัดวัชพืชและเปิดหน้าดินให้ร่วนซุย แล้วตากดินไว้ 1-2 สัปดาห์ เพอ่ื ทา� ลายไขแ่ มลง เชือ้ โรคในดนิ และไถแปรอย่างนอ้ ย 2 รอบ เพอ่ื ให้ดนิ ฟรู ่วนซยุ กองการแพทย์ทางเลอื ก 63 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
4. กำรเตรยี มพนั ธ์ุ นา� เมลด็ พนั ธม์ุ าเพาะในกระบะเมอื่ ตน้ กลา้ แขง็ แรงหรือมีอายุ 15-25 วัน จึงยา้ ยกลา้ ลงปลูกในแปลง ทา� การดูแล รักษาใส่ปุ๋ย ให้น�้า ต่อมาได้พัฒนาเป็นการปลูกโดยใช้ไหลหรือล�าต้น ของบวั บกทแี่ ตกออกจากตน้ แม่ โดยทา� การขดุ ไหลหรอื ลา� ตน้ นนั้ ใหต้ ดิ ดนิ จากนน้ั นา� ดนิ มาพอกทรี่ ากใหเ้ ปน็ กอ้ นแลว้ เกบ็ พกั ไวใ้ นทร่ี ม่ แลว้ พรมนา�้ เล็กน้อย จึงเก็บไว้อย่างน้อย 1 วัน พอวันที่ 2 สามารถน�าแขนงนั้น ไปปลูกได้เลย หรือหากไม่สะดวกท่ีจะเก็บพักไว้ก็สามารถขุดแขนงมา แลว้ ปลูกได้เลยก็ได้ 64 กองการแพทย์ทางเลอื ก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
5. กำรเตรยี มแปลง การเตรียมแปลงปลูก มีดังน้ี 5.1 หลงั จากไถพน้ื ทแ่ี ลว้ ปรบั พน้ื ทวี่ ดั ระดบั นา้� เพอื่ หาระดบั การลาดเทของพื้นทีห่ าทศิ ทางการไหลของนา�้ ไมใ่ ห้น�้าทว่ มขังแปลง 5.2 แปลงปลกู สภาพยกสนั รอ่ ง หรอื ยกแปลงใหส้ งู จากระดบั ดนิ เดมิ 40-50 เซนตเิ มตร แปลงกวา้ ง 120 เซนตเิ มตร (ปลกู สลบั ฟนั ปลา ได้ 6 แถว) ระหวา่ งแปลงควรหา่ งกันอยา่ งน้อย 80 เซนตเิ มตร-1 เมตร เพอื่ ใหม้ รี อ่ งระบายนา�้ ไดด้ ี การยกแปลงสงู เพอ่ื ลดการดดู สารโลหะหนกั ของรากพืช การดูดอาหารของรากพืชจะอยู่ที่ความลึกประมาณ 20 เซนตเิ มตร รากแกว้ มีหน้าท่ี ยึดลา� ต้นกบั ดนิ สว่ นรากฝอยท�าหนา้ ที่ ลา� เลียงสารอาหารและน้า� กองการแพทยท์ างเลอื ก 65 กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข
5.3 การใส่อินทรียวัตถุในแปลงปลูก อินทรียวัตถุทุกชนิด ต้องตรวจเช็คสารพิษตกค้างในอินทรียวัตถุทุกชนิดก่อนการหมัก และ หลงั การหมกั อนิ ทรยี วตั ถหุ มกั อยา่ งนอ้ ย 3 เดอื น หรอื 90 วนั ประกอบ ไปดว้ ย มลู ววั แกลบดบิ ขยุ มะพรา้ ว เศษใบไมห้ รอื อนิ ทรยี วตั ถใุ นทอ้ งถน่ิ ในอตั ราสัดสว่ น 1:1 ต่อตารางเมตร และใสฮ่ วิ มสั ธรรมชาติ เพ่ือให้ดิน รว่ นซยุ เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพใหก้ บั รากพชื รากพชื นา� ไปใชใ้ นการสรา้ งลา� ตน้ แลว้ ใช้รถพรวนดนิ ผสมคลกุ เคล้าให้เข้ากัน และแตง่ แปลงอีกครั้ง 5.4 ระบบนา้� สปรงิ เกอร์ ความสงู ของหลกั สปรงิ เกอร์ 0.6 เมตร ระยะหา่ งของหวั สปรงิ เกอร์ 3 เมตร เพือ่ ลา้ งใบ ลา้ งน้า� ค้าง ล้างเชอ้ื รา ชนดิ ตา่ ง ๆ ลา้ งไข่แมลง ลา้ งสิง่ สกปรก และสร้างความช้นื สมั พัทธ์ใน แปลงปลกู 66 กองการแพทยท์ างเลือก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
ระบบน้�าต้องเป็นระบบน�้าที่สะอาด ไม่ควรใช้แหล่งน้�าใน ธรรมชาติ เนื่องจากมีการปนเปื้อนสูง หากมีการใช้แหล่งน้�าธรรมชาติ ควรน�ามาพักทิ้งไว้ในบ่อที่เตรียมไว้ (บ่อที่มีขอบสูงกว่าทางน�้าไหลบ่า ของน�้าฝน) และต้องบ�าบัดด้วยการเพ่ิมออกซิเจน หรือบ�าบัดด้วยพืช ที่มีคณุ สมบตั ิในการดูดซับสารพษิ ไดด้ ี เช่น จอก ผกั ตบชวา เป็นตน้ 5.5 การคลมุ ฟาง ฟางควรมกี ารหมกั อยา่ งนอ้ ย 1 เดอื น และ มีการตรวจหาสารพษิ ตกค้างและสารโลหะหนกั ในฟาง ก่อนคลมุ แปลง ในการคลมุ แปลงแตล่ ะแปลง ใหม้ คี วามหนาประมาณ 20-30 เซนตเิ มตร คลุมตลอดจนถึงขอบแปลงด้านล่าง เพื่อรักษาความช้ืนในดิน และ ป้องกันวัชพืชข้ึนแซม และรดด้วยเช้ือปฏิปักษ์ (เชื้อราไตรโคเดอร์มา) 1 สปั ดาหก์ อ่ นปลกู เพอ่ื ปอ้ งกนั และกา� จดั เชอ้ื ราชนดิ อนื่ ทส่ี ง่ ผลตอ่ การ เกิดโรคราเน่าโคนเน่า และลดปริมาณก๊าซการหายใจของจุลินทรีย์ เน่ืองจากการย่อยสลายของอินทรยี วตั ถุ (เกดิ ความรอ้ น ท�าให้อุณหภูมิ ในดินสูง) และเพิม่ จุลินทรีย์ในดิน กองการแพทยท์ างเลือก 67 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
6. วธิ ปี ลกู หลงั จากเตรยี มแปลงและคลมุ ฟางเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ การปลกู บวั บก ระยะปลกู 20x20 เซนตเิ มตร โดยใชไ้ มแ้ หลมหรอื เสยี ม เจาะหลุม แล้ววางตน้ พันธ์ใุ ชด้ นิ กลบ เกล่ยี ฟางคลุม เป็นการปลกู เสรจ็ เรียบรอ้ ย ข้อหำ้ ม หา้ มบคุ คลภายนอกท่ไี ม่มีส่วนเกย่ี วข้องกบั การปฏิบัติ หน้าท่ีในแปลง เข้าแปลงก่อนได้รับอนุญาต พนักงานท่ีจะต้องปฏิบัติ งานในแปลง ต้องมกี ารฉีดพ่นฆา่ เชอื้ กอ่ นเข้าแปลง เพ่ือป้องกันการน�า เช้อื โรคจากภายนอกเข้าสู่แปลง ทกุ คร้งั ทม่ี ีการฉดี พ่นเช้ือปฏิปักษ์ และ สารสกดั สมนุ ไพร ตอ้ งมีการใส่ชุดคลุมป้องกนั ทกุ ครง้ั การดูแลรักษา 1. กำรให้น้�ำ บัวบกพืชที่ต้องการความช้ืนสูง แต่ไม่ต้องการ สภาพทช่ี ื้นแฉะ การใหน้ �้าแบง่ ออกเปน็ 2 ช่วง คอื ช่วงเชา้ และชว่ งบา่ ย หรอื ตามความเหมาะสม 68 กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ
2. กำรให้ปุ๋ย จะให้ปุ๋ยอยู่ 3 ประเภทคือ 2.1 ปุ๋ยหมัก อินทรียวัตถุทุกชนิด ต้องตรวจเช็คสารพิษ ตกคา้ งในอนิ ทรยี วตั ถทุ กุ ชนดิ กอ่ นการหมกั และหลงั การหมกั อนิ ทรยี วตั ถุ หมักอยา่ งนอ้ ย 3 เดอื น หรือ 90 วนั ประกอบไปดว้ ย มูลวัว แกลบดบิ ขุยมะพรา้ ว เศษใบไม้หรอื อนิ ทรยี วัตถใุ นทอ้ งถน่ิ หลงั จากน้ันก็นา� มาใส่ ในแปลงปลกู การหมักอินทรียวัตถุทุกคร้ังต้องใช้จุลินทรีย์ท้องถ่ิน และ ไตรโคเดอร์มาผสมน้�ารดอินทรียวัตถทุ ี่หมกั 2.2 อาหารพชื ชนิดนา�้ และฮอร์โมนพชื ตา่ ง ๆ จะใชท้ งั้ หมด 2 แบบ คอื 1) ฉดี พน่ ทางใบ 2) ใหท้ างนา�้ หยด การใหอ้ าหารพชื ชนดิ นา้� และฮอร์โมนพืชต่าง ๆ จะให้ในชว่ งเวลาเช้าเทา่ นัน้ 2.3 ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด จะใส่ในแปลงปลูกใส่ในอัตราตาม ชว่ งอายุของพืชแต่ละช่วง 3. กำรกำ� จดั วชั พชื ควรเอาใจใสด่ แู ลกา� จดั วชั พชื อยา่ งสมา่� เสมอ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังต้นงอกและระยะท่ีต้นยังเล็ก กรณีท่ีมีวัชพืช ขน้ึ มากควรใชม้ อื ในการกา� จดั หา้ มใชจ้ อบดายหญา้ และของมคี มดายหญา้ โดยเดด็ ขาด ลดการทา� ลายรากพชื (งดการพรวนดิน งดการใชอ้ ปุ กรณ์ มีคมทกุ ชนิดในการก�าจดั วชั พชื เพราะเปน็ การทา� ลายรากพชื จะทา� ให้ พชื ชะงกั การเจรญิ เติบโต) กองการแพทยท์ างเลอื ก 69 กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
การปอ้ งกนั กา� จัดโรคและแมลง 1) แมลงดดู กนิ นา้� เลย้ี ง (Scale insect หรอื Sucking insect) เชน่ เพลยี้ หอย พบไดท้ งั้ ในแปลงและในระยะหลงั เกบ็ เกย่ี ว ใชส้ ารสกดั จากพืชและสมุนไพรในการป้องกันและก�าจัด เช่น สารสกัดจากพริก ข่าแก่ และเปลือกไม้ และการฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรีย เมธาไรเซี่ยม (ฉีดพ่นตอนเย็นเท่าน้ัน และพ่นต่อเนื่อง 4 วัน เพื่อท�าลายในแต่ละ การเจริญวยั ของแมลง) และใช้ถุงกาวเหลืองดักแมลง ทกุ ระยะ 4 เมตร เพอ่ื ตรวจสอบชนดิ และปรมิ าณของแมลง และระยะการเจรญิ วยั ของแมลง 2) หนอนหรือแมลงกัดกนิ ใบ ซึง่ จะมผี ลกระทบตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืชการป้องกันกา� จัด ในเบอ้ื งต้นควรท�าลาย ใชส้ ารสกัดจาก พชื และสมุนไพรในการป้องกนั และก�าจดั เช่น สารสกดั จากพริก ขา่ แก่ และเปลือกไม้ และการฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรีย เมธาไรเซี่ยม (ฉีดพ่น ตอนเยน็ เทา่ นนั้ และพน่ ตอ่ เนอื่ ง 4 วนั เพอื่ ทา� ลายในแตล่ ะการเจรญิ วยั ของแมลง) และใชถ้ งุ กาวเหลอื งดกั แมลง ทกุ ระยะ 4 เมตร เพอื่ ตรวจสอบ ชนิดและปรมิ าณของแมลง และระยะการเจรญิ วยั ของแมลง การป้องกนั และกา� จดั ในส่วนของโรคพชื จะใชเ้ ชื้อราไตรโคเดอรม์ า และเปลือกไมท้ ม่ี ี รสฝาด ในการปอ้ งกนั และกา� จัด ส่วนของแมลงศัตรูพชื จะใชส้ ารสกัด จากธรรมชาตใิ นการปอ้ งกนั และกา� จดั และเชอ้ื ราบวิ เวอรเ์ รยี เมธาไรเซยี่ ม และสารจับใบจากธรรมชาติร่วมด้วยทุกครั้ง ในการฉีดพ่นเช้ือราและ 70 กองการแพทยท์ างเลือก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข
สารสกดั จากพชื จะท�าการฉดี พน่ ในชว่ งเยน็ การพ่นป้องกนั และกา� จดั โรคพืชและแมลงควรผสมสารจับใบจากธรรมชาติ เพ่ือให้สารจับใบ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการท�างานของสารสกัดและเช้ือปฏิปักษ์ ใหเ้ กาะตดิ กบั ตวั แมลง ใบ ของพชื ไดน้ านเวอรเ์ รยี เมธาไรเซย่ี ม และสาร จับใบจากธรรมชาติร่วมด้วยทุกคร้ัง ในการฉีดพ่นเช้ือราและสารสกัด จากพชื จะทา� การฉดี พน่ ในชว่ งเยน็ การเกบ็ เกีย่ ว 1. กำรเกบ็ เกยี่ ว เกบ็ ไดท้ งั้ ตน้ หรอื เลอื กเกบ็ เฉพาะใบ หลงั จาก ปลูกประมาณ 60-90 วัน เริ่มเก็บเกี่ยวได้ สามารถเก็บเกี่ยวในรอบ ตอ่ ไปไดท้ กุ ๆ 2-3 เดือน หากมกี ารบ�ารุงดูแลท่เี หมาะสม จะให้ผลผลิต ไดน้ านถงึ 2-3 ปี 2. วิธกี ำรขุด ใชเ้ สยี มเหล็กขดุ เซาะบรเิ วณใต้ราก 3. ผลผลิต ผลผลติ บวั บกสดตอ่ ไรเ่ ฉล่ีย 800-2,000 กโิ ลกรัม 4. กำรท�ำควำมสะอำด ล้างท�าความสะอาดโดยเฉพาะตรง โคนราก มกั จะมีเศษดินและสง่ิ สกปรกตดิ อยูม่ าก ใหแ้ ชน่ �้าพกั ไว้แลว้ จึง ลา้ งใหส้ ะอาด คัดแยกใบเหลือง เศษวัชพืชอื่น ๆ ท่ปี ะปนออก จากน้นั ใชม้ ดี บางตดั บรเิ วณโคนตน้ ใหไ้ ดค้ วามยาวประมาณ 1 คบื จากปลายใบ ลงมา กองการแพทยท์ างเลอื ก 71 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
การบรรจุและการเก็บรักษา 1. กำรเก็บรักษำ วิธีการเก็บรักษาให้บัวบกสดนาน ๆ คือ เม่ือล้างน้�าสะอาดดีแล้ว ให้สะเด็ดน้�าออก แล้วห่อเก็บบัวบกด้วย กระดาษหรือผ้าขาวบาง เก็บใส่ถุงหรือกล่องพลาสติก แล้วน�าไปแช่ ตู้เยน็ จะช่วยเก็บบวั บกไวไ้ ด้นาน 2. กำรแปรรปู 2.1 การทา� ใหแ้ หง้ กระทา� ไดโ้ ดยนา� บวั บก ไปทา� ความสะอาด หลังจากน้ันน�ามาห่ันเป็นท่อน ๆ ความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร แลว้ นา� เข้าตอู้ บลมร้อน ท่อี ณุ หภมู ิ 30-55 องศาเซลเซียส อบประมาณ 8-12 ช่วั โมง ขึ้นอยู่กบั ปรมิ าณบวั บกและนา้� ในต้นบัวบก บวั บกทแี่ ห้ง แล้วควรบรรจใุ นถงุ พลาสติกเขา้ เครอื่ งแวคคั่ม (สูญญากาศ) และเก็บไว้ ในหอ้ งควบคมุ อณุ หภมู ิ เพอ่ื ใหส้ ามารถเกบ็ ไดน้ านขน้ึ อตั ราการทา� แหง้ ผลผลติ สด : ผลผลติ แห้ง เท่ากบั 10 : 1 72 กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
2.2. บดละเอียดเป็นผง 2.3 การสกัดนา้� มัน 3. กำรบรรจแุ ละกำรเกบ็ รักษำ 3.1 บวั บกทแ่ี หง้ แลว้ ควรเกบ็ ในภาชนะทเ่ี หมาะสม และหอ้ ง ควบคุมอุณหภูมิ เพอื่ รอการแปรรูปขน้ั ตอนต่อไป กองการแพทยท์ างเลอื ก 73 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข
เอกสำรอ้ำงอิง 1. กรนี เนท GREEN NET. 6 มถิ นุ ายน 2564. บวั บก: แนวทางปลกู เกษตรอนิ ทรยี ์ (ออนไลน)์ . เขา้ ถึงได้จาก https://www.greennet.or.th/centella 2. ข้อมูลพชื สมนุ ไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศลิ ปากร. 6 มถิ ุนายน 2564.บัวบก (ออนไลน)์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://www.pharmacy.su.ac.th/herbmed/herb/ text/herb_detail.php?herbID=130 3. จันทรพร ทองเอกแกว้ , วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2556. บัวบก: สมนุ ไพรมากคุณประโยชน์ Centella asiatica (Linn.) Urban: A Very Useful Herb (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก https://www.ubu.ac.th/web/ files_up/08f2014031915393365.pdf 4. ประนอม ใจอ้าย 2556. วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตบัวบก Research and Development on Production Technology of Pennywort (Centella asiatica L’) (รายงานผลการวิจยั ) (ออนไลน)์ . เข้าถึงได้จาก https://www.doa. go.th/research/ 5. พืชเกษตร.คอม 2560. บัวบก/ใบบัวบก (Gotu kola) ประโยชน์ และสรรพคณุ ใบบัวบก (ออนไลน)์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.puechkaset.com 6. อดลุ ยศ์ ักดิ์ ไชยราช 2564. “บัวบก” ผกั สมนุ ไพรไทย ของขวัญจากผืนดิน (ออนไลน์). เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/ article_158415 7. THAI-THAIFOOD.COM. 2559. ใบบัวบก (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก https://www. thai-thaifood.com/th/ 8. Disthai แหล่งรวบรวมข้อมลู สมนุ ไพร 6 มิถนุ ายน 2564. บัวบก ประโยชน์ดี ๆ สรรพคณุ เด่น ๆ และข้อมูลงานวิจัย (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก https://www.disthai. com/16913509 74 กองการแพทยท์ างเลอื ก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ
พลูคาว ชอ่ื วิทยำศำสตร์ : Houttuynia cordata Thunb. ชอ่ื วงศ์ : Saururaceae ช่ืออ่ืน ๆ : ผักกา้ นตอง ผักเขา้ ตอง ผกั คาวทอง ผกั คาวตอง (ภาคเหนอื ) พลูแก (กลาง) ถ่นิ ก�าเนดิ พลคู าว พลูคาวเป็นผักพื้นเมืองในเอเชีย พบได้ต้ังแต่บริเวณเทือกเขา หมิ าลยั เรอ่ื ยมาถงึ ประเทศอนิ เดยี และพบไดใ้ นประเทศจนี เกาหลี และ ญ่ีปุ่น เรื่อยมาถึงประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท้ังในประเทศไทย เวียดนาม ลาว อนิ โดนเี ซยี ในประเทศไทยพบพลูคาวได้ในทุกภาคของ ประเทศ แตจ่ ะพบมากในจังหวดั ภาคเหนอื ส่วนภาคอสี าน กลาง และ ใตจ้ ะพบได้ในบางพ้ืนที่ กองการแพทย์ทางเลอื ก 75 กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข
สภาพแวดล้อม พลคู าว ขน้ึ ไดต้ ง้ั แตพ่ น้ื ทร่ี าบตา�่ ไปจนถงึ ทสี่ งู ประมาณ 2,500 เมตร เหนอื ระดบั นา�้ ทะเลและสามารถเจรญิ เตบิ โตไดใ้ นดนิ ตา่ ง ๆ ตง้ั แตด่ นิ รว่ น ทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์ จนถงึ ดนิ ทรายทมี่ ปี รมิ าณธาตอุ าหารบางชนดิ คอ่ นขา้ งตา่� ความเปน็ กรด-ดา่ ง ประมาณ 5.5-6.5 และเตบิ โตไดใ้ นสภาพนา�้ ทว่ มขงั เปน็ พชื ทข่ี นึ้ ไดเ้ องตามธรรมชาติ ตามรมิ หว้ ย ลา� ธาร และทช่ี นื้ แฉะรมิ นา้� ต้องการร่มเงา และความช้ืนสูง นิยมปลูกใกล้แหล่งน้�าที่มีความช้ืนสูง และบรเิ วณทีไ่ ดร้ บั แสงแดดไมม่ ากนัก หรือได้รบั แสงไม่ตลอดทั้งวนั ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พลคู าว เปน็ พชื ลม้ ลกุ ขนาดเลก็ สงู 10-30 เซนตเิ มตร ทอดเลอื้ ย ไปตามพื้นดิน มีรากแตกออกตามข้อ ล�าต้นตั้งตรง ทรงกลม สีเขียว เรียบมัน อาจพบสีมว่ งแดงออ่ น ทงั้ ใบและต้นถา้ น�ามาขยีด้ มจะได้กลิน่ คลา้ ยคาวปลา ลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยว บริเวณตรงข้อปล้องเรียงสลับกันใน แตล่ ะขอ้ ปลอ้ ง แผน่ ใบแผบ่ าง เกลย้ี ง โคนใบเวา้ เขา้ หากนั คลา้ ยรปู หวั ใจ หรอื รปู ไต ปลายใบเรยี วแหลม ขอบใบเรยี บ ใบกวา้ ง 3.5-9 เซนติเมตร ยาว 4-9 เซนติเมตร เสน้ ใบออกจากฐานใบ 5-7 เส้น มีขน ผวิ ใบดา้ น บนเรยี บสเี ขยี วเขม้ กวา่ ดา้ นลา่ ง ดา้ นลา่ งมขี นตามเสน้ ใบ โคนกา้ นใบแผ่ เปน็ ปกี แคบ กา้ นใบยาว 1.5-2 เซนตเิ มตร หใู บเปน็ แผน่ ยาวตดิ กบั กา้ นใบ 76 กองการแพทยท์ างเลือก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ
ลกั ษณะดอก มสี ขี าวในระยะแรก และมสี เี มอื่ ดอกแกห่ รอื ดอกบาน ดอกออกเปน็ ชอ่ ดอกมขี นาดเลก็ และมจี า� นวนมากอดั กนั แนน่ บนแกนชอ่ รูปทรงกระบอก ออกบริเวณปลายยอดหรือซอกใบใกล้ยอด ไม่มีกลีบ ดอกและก้านดอก มีใบประดับ 4 ใบ สีขาวนวล รูปขอบขนานแกม รปู ไข่ ขนาดไมเ่ ทา่ กนั รองรบั โคนชอ่ ชอ่ ดอกยาวประมาณ 1.5 เซนตเิ มตร ดอกออกมากในระหวา่ งเดอื นพฤษภาคม-สิงหาคม กองการแพทย์ทางเลอื ก 77 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ
ลกั ษณะผล มขี นาดเลก็ มาก ผลแหง้ แตกไดท้ บี่ รเิ วณยอด บรเิ วณ ปลายผลปรแิ ยกออกเปน็ 3 แฉก ผลออ่ นมสี เี ขยี ว ผลแกม่ สี ดี า� จะมเี มลด็ ขนาดเลก็ ดา้ นในคอ่ นขา้ งกลม พลคู าวจะตดิ ผลในชว่ งเดอื นมถิ นุ ายนถงึ สงิ หาคม สว่ นทใี่ ชป้ ระโยชน์ : ทงั้ ต้น สารส�าคญั ทงั้ ต้น พบนา้� มันหอมระเหยประมาณ 0.5% และพบสารอื่น ๆ ไดแ้ ก่ 1) สารกลมุ่ เทอร์ปีน caprinaldehyde, myrcene, geraniol, linalool, cineole, limonene, pinene, thymol, caryophyllene, 3-oxodecanol 2) สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ flavonoid glycosides ได้แก่ quercetin, chloger acid, rutin 3) สารกลุ่มอัลคาลอยด์ ได้แก่ อะริสโทแลคแทมเอ, พิเพอโร แลคแทมเอ สารอ่ืน ๆ ได้แก่ capric acid, potassium chloride, potassium sulphate ผล มนี า�้ มันหอมระเหย เปน็ ของเหลวใส สีเหลอื งทอง มกี ล่นิ เฉพาะตวั ประกอบดว้ ย alpha pinene, beta pinene, d-limonene, borneol, linalool, beta caryophyllene, eucalyptol 78 กองการแพทย์ทางเลอื ก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข
สรรพคณุ เปน็ ยาเยน็ แกก้ ามโรค ขอ้ เขา่ แก้น�้าเหลืองเสีย ท�าใหแ้ ผลแห้ง ออกฤทธิ์ต่อปอดและตับ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้พิษ ขบั ปสั สาวะ แกบ้ วมน�า้ รักษาปอดอกั เสบเป็นหนอง หลอดลมอกั เสบ ตอ่ มทอนซลิ อกั เสบ แกไ้ อ รกั ษาตดิ เชอื้ ทางเดนิ ปสั สาวะ ไตอกั เสบบวมนา�้ ลา� ไสอ้ ักเสบ เตา้ นมอกั เสบ หชู ั้นกลางอกั เสบ แก้บิด แกร้ ิดสีดวงทวาร ภายนอกใช้แก้พิษงู แมลงกัดตอ่ ย แกโ้ รคผิวหนงั กลากเกล้ือน ฝอี ักเสบ ทาภายนอกให้เลือดมาเลยี้ งผวิ หนังในบริเวณนั้นมาก ตน้ ใชใ้ นการรกั ษาโรคตดิ เชอ้ื และทางเดนิ หายใจ ฝหี นองในปอด ปอดบวม ปอดอักเสบ ไข้มาลาเลีย แก้บิด ขับปัสสาวะ ลดอาการ บวมนา้� นว่ิ ขบั ระดูขาว ริดสดี วงทวาร แก้โรคผิวหนงั ผน่ื คนั แผลเปอ่ื ย ติดเชือ้ ในทางเดนิ ปสั สาวะ แกไ้ อ หลอดลมอกั เสบ รำก ใชเ้ ป็นยาขบั ปสั สาวะ แก้เลือด และขบั ลม ใบ รสเผด็ คาว แก้กามโรค ทา� ให้นา้� เหลอื งแห้ง ทา� ใหแ้ ผลแห้ง แก้เข่าข้อ แกโ้ รคผวิ หนงั โรคบิด หดั ริดสดี วงทวาร ดอก แกโ้ รคตา ทั้งห้ำ (ต้น ใบ ดอก ผล ราก) น�ามาปรุงหรือกินแก้โรคเร้ือน มะเรง็ คดุ ทะราด และโรคทเ่ี กดิ ตามผวิ หนงั แกน้ า้� เหลอื งเสยี แกก้ ามโรค ท�าให้น�้าเหลอื งแห้ง กองการแพทยท์ างเลือก 79 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ
การปลกู 1. ฤดเู พำะปลกู ปลกู ไดต้ ลอดปี แตเ่ ปน็ พชื ทชี่ อบอากาศหนาว จึงเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดหู นาว 2. กำรเตรียมพน้ื ที่ ระบบแวดลอ้ มท่หี ่างจากเกษตรเคมี หาก หลีกเล่ียงจากแปลงปลูกเคมีไม่ได้ ท�าแนวป้องกัน เช่น ช้ันที่ 1 ปลูก หญา้ เนเปียร์ ชัน้ ท่ี 2 ปลูกกลว้ ย หรอื ปลกู ไผ่เปน็ แนว หรอื ปลูกพชื ทใ่ี ช้ ประโยชน์ได้ 3. กำรเตรียมดิน 3.1 ตรวจเช็คดิน - สารพิษตกคา้ ง - โลหะหนกั อาทเิ ชน่ สารหนู ทองแดง ตะกว่ั แคดเมยี ม - ตรวจเชค็ ชนดิ ของดนิ - ตรวจวดั คา่ ความเป็นกรด-ด่าง (PH) 3.2 ตรวจธาตุอาหาร การเตรียมดินปลูกพลูคาวจ�าเป็นต้องไถพรวน เพื่อให้ดิน ร่วนซุยข้ึน ถ้าเป็นพื้นท่ีท่ีมีวัชพืชมากและหน้าดินแข็งควรไถพรวนไม่ นอ้ ยกว่า 2 ครง้ั คือ ไถดะ เพื่อก�าจดั วชั พืชและเปิดหนา้ ดินให้ร่วนซยุ แลว้ ตากดนิ ไว้ 1-2 สปั ดาห์ เพอื่ ทา� ลายไขแ่ มลง เชอ้ื โรคในดนิ และไถแปร อยา่ งน้อย 2 รอบ เพือ่ ใหด้ นิ ฟรู ่วนซยุ 80 กองการแพทยท์ างเลอื ก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
4. กำรเตรียมพันธุ์ พลูคาว แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ คือ พลคู าวก้านแดง และพลูคาวก้านขาว การเตรียมท่อนพนั ธ์ุ ใหเ้ ลอื กตัด กิง่ ท่สี มบูรณ์ ตดั ปลายกงิ่ เฉยี งประมาณ 45 องศา ยาวประมาณ 8-10 เซนตเิ มตร มขี อ้ 2-3 ขอ้ ควรระวงั อยา่ ใหก้ งิ่ เหยี่ วควรแชน่ า้� ใหก้ ง่ิ สดเสมอ แล้วปักช�าในกระบะหรือภาชนะที่มีวัสดุปลูกมีความชุ่มชื้นเพียงพอ เชน่ ใช้ดินร่วนผสมขุยมะพร้าวในอัตราสว่ น 4 : 1 รดน้า� ให้สม�า่ เสมอ ประมาณ 1 เดอื น และราดเชอ้ื ราไตรโคเดอรม์ าทกุ อาทติ ย์ เมอื่ กิ่งชา� มี รากข้ึนและมีสภาพแข็งแรงแล้ว จึงน�าไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้ได้ (ยอดพันธอุ์ นิ ทรยี )์ กองการแพทย์ทางเลอื ก 81 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
5. กำรเตรียมแปลง การเตรยี มแปลงปลูก มดี งั น้ี 5.1 หลงั จากไถพน้ื ทแ่ี ลว้ ปรบั พนื้ ทว่ี ดั ระดบั นา้� เพอื่ หาระดบั การลาดเทของพ้นื ท่ีหาทศิ ทางการไหลของน�้า ไม่ให้น้�าท่วมขังแปลง 5.2 แปลงปลกู สภาพยกสนั รอ่ ง หรอื ยกแปลงใหส้ งู จากระดบั ดนิ เดมิ 40-50 เซนตเิ มตร แปลงกวา้ ง 120 เซนตเิ มตร (ปลกู สลบั ฟนั ปลา ได้ 6 แถว) ระหว่างแปลงควรหา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 80 เซนติเมตร-1 เมตร เพอ่ื ใหม้ รี อ่ งระบายนา้� ไดด้ ี การยกแปลงสงู เพอ่ื ลดการดดู สารโลหะหนกั ของรากพืช การดูดอาหารของรากพืชจะอยู่ท่ีความลึกประมาณ 20 เซนตเิ มตร รากแก้วมหี น้าท่ี ยึดลา� ตน้ กับดนิ สว่ นรากฝอยท�าหน้าท่ี ล�าเลียงสารอาหารและน�้า 82 กองการแพทยท์ างเลือก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
5.3 การใส่อินทรียวัตถุในแปลงปลูก อินทรียวัตถุทุกชนิด ต้องตรวจเช็คสารพิษตกค้างในอินทรียวัตถุทุกชนิดก่อนการหมัก และ หลงั การหมกั อนิ ทรยี วตั ถหุ มกั อยา่ งนอ้ ย 3 เดอื น หรอื 90 วนั ประกอบ ไปดว้ ย มลู ววั แกลบดบิ ขยุ มะพรา้ ว เศษใบไมห้ รอื อนิ ทรยี วตั ถใุ นทอ้ งถนิ่ ในอตั ราสัดส่วน 1:1 ตอ่ ตารางเมตร และใส่ฮวิ มัสธรรมชาติ เพ่ือใหด้ ิน รว่ นซยุ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพใหก้ บั รากพชื รากพชื นา� ไปใชใ้ นการสรา้ งลา� ตน้ แลว้ ใชร้ ถพรวนดนิ ผสมคลกุ เคลา้ ใหเ้ ข้ากนั และแตง่ แปลงอกี ครั้ง 5.4 ระบบน้า� คอื สปริงเกอร์ ความสงู ของหลักสปรงิ เกอร์ 0.60 เมตร ระยะห่างของหัวสปรงิ เกอร์ 3 เมตร เพื่อล้างใบ ล้างน�้าคา้ ง ลา้ งเชอื้ ราชนดิ ตา่ ง ๆ ลา้ งไขแ่ มลง ลา้ งสง่ิ สกปรก และสรา้ งความชน้ื สมั พทั ธ์ ในแปลงปลกู ระบบน้�าต้องเป็นระบบน�้าที่สะอาด ไม่ควรใช้แหล่งน�้าใน ธรรมชาติ เนื่องจากมีการปนเปื้อนสูง หากมีการใช้แหล่งน�้าธรรมชาติ ควรน�ามาพักท้ิงไว้ในบ่อท่ีเตรียมไว้ (บ่อที่มีขอบสูงกว่าทางน�้าไหลบ่า ของน้�าฝน) และต้องบ�าบัดด้วยการเพิ่มออกซิเจน หรือบ�าบัดด้วยพืช ทมี่ ีคณุ สมบัติในการดดู ซบั สารพิษได้ดี เชน่ จอก ผักตบชวา เปน็ ต้น กองการแพทยท์ างเลือก 83 กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ
5.5 การคลุมฟาง ฟางควรมกี ารหมกั อย่างนอ้ ย 1 เดอื น และ มกี ารตรวจหาสารพิษตกคา้ งและสารโลหะหนกั ในฟาง ก่อนคลมุ แปลง ในการคลมุ แปลงแตล่ ะแปลง ใหม้ คี วามหนาประมาณ 20-30 เซนตเิ มตร คลุมตลอดจนถึงขอบแปลงด้านล่าง เพื่อรักษาความชื้นในดิน และ ป้องกันวัชพืชขึ้นแซม และรดด้วยเชื้อปฏิปักษ์ (เช้ือราไตรโคเดอร์มา) 1 สปั ดาหก์ อ่ นปลกู เพอ่ื ปอ้ งกนั และกา� จดั เชอื้ ราชนดิ อนื่ ทสี่ ง่ ผลตอ่ การ เกิดโรคราเน่าโคนเน่า และลดปริมาณก๊าซการหายใจของจุลินทรีย์ เนอื่ งจากการยอ่ ยสลายของอินทรียวตั ถุ (เกิดความร้อน ท�าใหอ้ ุณหภูมิ ในดนิ สูง) และเพิม่ จุลนิ ทรยี ใ์ นดนิ 84 กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
6. วธิ ปี ลกู หลงั จากเตรยี มแปลงและคลมุ ฟางเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ การปลกู พลคู าว ระยะปลกู 20x20 เซนตเิ มตร โดยใชไ้ มแ้ หลมหรอื เสยี ม เจาะหลุม แล้ววางตน้ พนั ธใ์ุ ช้ดนิ กลบ เกล่ยี ฟางคลุม เป็นการปลูกเสร็จ เรียบรอ้ ย 7. ทำ� หลงั คำคลมุ แปลง ตงั้ เสาปนู สงู เหนอื ดนิ 2 เมตร ดา้ นบน ขงึ ดว้ ยแสลนคลมุ พน้ื ทปี่ ลกู ทงั้ หมด เพอ่ื ปอ้ งกนั นา�้ คา้ ง และพลางความรอ้ น ข้อห้ำม ห้ามบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติหน้าที่ในแปลง เข้าแปลงก่อนได้รับอนุญาต พนักงานที่จะต้อง ปฏิบตั ิงานในแปลง ตอ้ งมกี ารฉีดพน่ ฆา่ เชื้อกอ่ นเขา้ แปลง เพอื่ ปอ้ งกนั การนา� เชอ้ื โรคจากภายนอกเขา้ สแู่ ปลง ทกุ ครง้ั ทมี่ กี ารฉดี พน่ เชอ้ื ปฏปิ กั ษ์ และสารสกดั สมุนไพร ต้องมกี ารใส่ชดุ คลมุ ปอ้ งกนั ทกุ คร้ัง การดแู ลรกั ษา 1. กำรใหน้ ้ำ� พลคู าวเปน็ พชื ท่ตี ้องการความชนื้ สงู แตไ่ ม่ต้อง การสภาพทช่ี น้ื แฉะ การใหน้ า้� แบง่ ออกเปน็ 2 ชว่ ง คอื ชว่ งเชา้ และชว่ งบา่ ย หรือตามความเหมาะสม 2. กำรให้ปยุ๋ จะให้ปยุ๋ อยู่ 3 ประเภทคือ 2.1 ปุ๋ยหมัก อินทรียวัตถุทุกชนิด ต้องตรวจเช็คสารพิษ ตกคา้ งในอนิ ทรยี วตั ถทุ กุ ชนดิ กอ่ นการหมกั และหลงั การหมกั อนิ ทรยี วตั ถุ หมกั อย่างน้อย 3 เดอื น หรือ 90 วัน ประกอบไปด้วย มูลววั แกลบดิบ ขุยมะพร้าว เศษใบไม้หรอื อินทรียวัตถุในทอ้ งถนิ่ หลงั จากนนั้ กน็ �ามาใส่ ในแปลงปลูก กองการแพทย์ทางเลือก 85 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
การหมักอินทรียวัตถุทุกครั้งต้องใช้จุลินทรีย์ท้องถ่ิน และ ไตรโคเดอร์มาผสมน้�ารดอนิ ทรียวัตถุทหี่ มกั 2.2 อาหารพืชชนิดน้�าและฮอรโ์ มนพชื ตา่ ง ๆ จะใชท้ ้งั หมด 2 แบบ คอื 1) ฉดี พน่ ทางใบ 2) ใหท้ างนา้� หยด การใหอ้ าหารพชื ชนดิ นา้� และฮอรโ์ มนพชื ตา่ ง ๆ จะให้ในช่วงเวลาเชา้ เทา่ นน้ั 2.3 ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด จะใส่ในแปลงปลูกใส่ในอัตราตาม ชว่ งอายขุ องพืชแต่ละช่วง 3. กำรกำ� จดั วชั พชื ควรเอาใจใสด่ แู ลกา� จดั วชั พชื อยา่ งสมา่� เสมอ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังต้นงอกและระยะท่ีต้นยังเล็ก กรณีที่มีวัชพืช ขน้ึ มากควรใชม้ อื ในการกา� จดั หา้ มใชจ้ อบดายหญา้ และของมคี มดายหญา้ โดยเด็ดขาด ลดการท�าลายรากพืช (งดการพรวนดิน งดการใชอ้ ปุ กรณ์ มีคมทุกชนดิ ในการก�าจัดวชั พชื เพราะเป็นการท�าลายรากพชื จะทา� ให้ พืชชะงกั การเจริญเตบิ โต) การปอ้ งกนั กา� จดั โรคและแมลง 1) แมลงดดู กนิ นา้� เลยี้ ง (Scale insect หรอื Sucking insect) เชน่ เพลยี้ หอย พบไดท้ ง้ั ในแปลงและในระยะหลงั เกบ็ เกย่ี ว ใชส้ ารสกดั จากพืชและสมุนไพรในการป้องกันและก�าจัด เช่น สารสกัดจากพริก ข่าแก่ และเปลือกไม้ และการฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรีย เมธาไรเซี่ยม (ฉีดพ่นตอนเย็นเท่านัน้ และพน่ ตอ่ เนื่อง 4 วัน เพื่อท�าลายในแต่ละการ เจริญวัยของแมลง) และใช้ถุงกาวเหลืองดักแมลง ทุกระยะ 4 เมตร เพอื่ ตรวจสอบชนดิ และปรมิ าณของแมลง และระยะการเจรญิ วยั ของแมลง 86 กองการแพทยท์ างเลอื ก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข
2) หนอนหรือแมลงกัดกนิ ใบ ซง่ึ จะมผี ลกระทบตอ่ การเจรญิ เติบโตของพชื การป้องกนั กา� จัด ในเบ้อื งต้นควรทา� ลาย ใช้สารสกดั จาก พชื และสมุนไพรในการปอ้ งกนั และก�าจดั เชน่ สารสกดั จากพรกิ ขา่ แก่ และเปลือกไม้ และการฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรีย เมธาไรเซี่ยม (ฉีดพ่น ตอนเยน็ เทา่ นน้ั และพน่ ตอ่ เนอื่ ง 4 วนั เพอ่ื ทา� ลายในแตล่ ะการเจรญิ วยั ของแมลง) และใชถ้ งุ กาวเหลอื งดกั แมลง ทกุ ระยะ 4 เมตร เพอ่ื ตรวจสอบ ชนิดและปรมิ าณของแมลง และระยะการเจรญิ วัยของแมลง การปอ้ งกนั และกา� จดั ในส่วนของโรคพืช จะใชเ้ ช้อื ราไตรโคเดอรม์ า และเปลือกไมท้ ม่ี ี รสฝาด ในการปอ้ งกนั และก�าจดั สว่ นของแมลงศัตรพู ชื จะใช้สารสกดั จากธรรมชาตใิ นการปอ้ งกนั และกา� จดั และเชอ้ื ราบวิ เวอรเ์ รยี เมธาไรเซย่ี ม และสารจับใบจากธรรมชาติร่วมด้วยทุกครั้ง ในการฉีดพ่นเช้ือราและ สารสกดั จากพืช จะทา� การฉีดพ่นในชว่ งเยน็ การพ่นปอ้ งกันและก�าจัด โรคพืชและแมลงควรผสมสารจับใบจากธรรมชาติ เพ่ือให้สารจับใบ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการท�างานของสารสกัด และเชื้อปฏิปักษ์ ใหเ้ กาะตดิ กับตัวแมลง ใบของพชื ไดน้ าน การเกบ็ เกย่ี ว 1. กำรเกบ็ เกย่ี ว พลคู าวเปน็ พชื อายยุ นื ปลกู ครงั้ เดยี วสามารถ เกบ็ เกยี่ วได้ตลอด หลังจากปลูกแลว้ ประมาณ 6 เดือน สามารถเก็บ เกยี่ วได้ โดยมรี อบเกบ็ เกยี่ วไดท้ กุ ระยะ 4-6 เดอื น เกบ็ เกย่ี วในชว่ งฤดรู อ้ น และฤดูหนาว โดยใช้วธิ ถี อนท้งั ตน้ และราก หรือใช้วิธีเกย่ี วเหนอื พน้ื ดนิ 2. วธิ กี ำรขดุ โดยใชว้ ธิ ถี อนทง้ั ตน้ และราก หรอื ใชว้ ธิ เี กย่ี วเหนอื พนื้ ดิน กองการแพทย์ทางเลือก 87 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข
3. ผลผลติ ให้ผลผลติ ประมาณ ไร่ละ 3,000-5,000 กโิ ลกรัม 4. กำรทำ� ควำมสะอำด ล้างท�าความสะอาด คดั แยกเศษหญา้ เศษดิน แล้วล้างใหส้ ะอาด การบรรจแุ ละการเกบ็ รกั ษา 1. กำรเก็บรักษำ ควรเก็บบรรจุในถุงสะอาดแล้วเก็บไว้ใน ภาชนะทปี่ อ้ งกนั ความชนื้ จะทา� ใหย้ งั คงรกั ษาคณุ ภาพทดี่ ไี วไ้ ดม้ ากกวา่ การเกบ็ ในสภาพทีค่ วามชน้ื ในบรรยากาศปกติ 2. กำรแปรรปู 2.1 การทา� ใหแ้ หง้ กระทา� ไดโ้ ดยนา� พลคู าว ไปทา� ความสะอาด หลังจากนั้นน�ามาหั่นเป็นท่อนๆ ความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร แลว้ น�าเข้าตู้อบลมรอ้ น ท่อี ุณหภูมิ 30-55 องศาเซลเซียส อบประมาณ 8-12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณพลูคาวและน้�าในต้นพลูคาว พลูคาว ที่แห้งแล้วควรบรรจุในถุงพลาสติกเข้าเคร่ืองแวคคั่ม (สูญญากาศ) และเกบ็ ไว้ในห้องควบคุมอณุ หภูมิ เพ่อื ให้สามารถเก็บไดน้ านขึน้ อตั ราการทา� แห้ง ผลผลิตสด : ผลผลติ แห้ง เท่ากับ 4 : 1 88 กองการแพทยท์ างเลอื ก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข
2.2 บดละเอียดเป็นผง 2.3 การสกดั น้�ามัน 3. กำรบรรจุและกำรเกบ็ รักษำ 3.1 พลูคาวท่ีแห้งแล้วควรเก็บในภาชนะที่เหมาะสม และ ห้องควบคุมอณุ หภูมิ เพอื่ รอการแปรรปู ข้นั ตอนต่อไป กองการแพทย์ทางเลอื ก 89 กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ
เอกสำรอ้ำงองิ 1. ฐานขอ้ มลู สมนุ ไพร คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี 6 มถิ นุ ายน 2564. พลคู าว (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก http://www.phargarden.com/main.php?actio n=viewpage&pid=244 2. พชื เกษตร.คอม. 2560. พลคู าว หรอื คาวตอง ผกั มกี ลนิ่ คาว การใชป้ ระโยชน์ สรรพคณุ และ วิธีปลูก(ออนไลน์). เขา้ ถึงได้จาก https://www.puechkaset.com 3. สัจจะ ประสงคท์ รัพย.์ 2556. GAP ผกั คาวตอง (ออนไลน์). เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://www. hort.ezathai.org/?p=2504 4. Disthai. 6 มิถนุ ายน 2564. พลูคาว ประโยชนด์ ี ๆ สรรพคุณเด่น ๆ และข้อมูลงานวจิ ยั (ออนไลน)์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.disthai.com/16653541 90 กองการแพทยท์ างเลอื ก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: