Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการส่งเสริมสุขภาพ โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ

คู่มือการส่งเสริมสุขภาพ โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ

Description: คู่มือการส่งเสริมสุขภาพ โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ

Search

Read the Text Version

ค่มู อื การส่งเสรมิ สุขภาพ โดยใช้กจิ กรรมนันทนาการ ส�ำนกั นนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี า



ค�ำนำ� คู่มือการส่งเสริมสุขภาพโดยใช้กิจกรรมนันทนาการน้ี จัดท�ำข้ึน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้จากงานวิจัยสู่ประชาชน โดยเน้นองค์ความรู้ เก่ียวกับนันทนาการเพื่อพัฒนาสุขภาพเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้อง กับแผนพัฒนานันทนาการแห่งชาติโดยจะมุ่งเน้นความหมายของ นันทนาการ กิจกรรมนันทนาการประเภทต่าง ๆ รวมถึงการน�ำ นันทนาการไปใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เพ่ือให้ผู้ใช้คู่มือได้รับประโยชน์ ในการส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในด้านรวม ท้ัง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ดา้ นจิตใจ ดา้ นอารมณ์ ดา้ นสงั คม และ ด้านสติปัญญา เมื่อประชาชนแขง็ แรง ประเทศชาตกิ ็เขม้ แข็ง กรมพลศึกษา กมุ ภาพนั ธ์ 2560



1คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ โดยใช้กจิ กรรมนนั ทนาการ สขุ ภาพและการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ สถานการณส์ ขุ ภาพของคนไทยในปจั จุบนั สุจิตรา สุคนธทรัพย์ (2554) ได้สรุป พฤติกรรมความเส่ียงต่อ สขุ ภาพในรอบ 30 ปี ทผี่ า่ นมา ดังน้ี - การนยิ มบรโิ ภคอาหารทมี่ ไี ขมนั สงู โซเดยี มสงู และกากใยนอ้ ย ประกอบกบั สงั คมทเ่ี รง่ รบี ทำ� ใหไ้ มม่ เี วลาสำ� หรบั การออกกำ� ลงั กาย และการพักผ่อน จึงเกิดปัญหาสุขภาพได้แก่ โรคหัวใจและ หลอดเลือด และโรคความดันโลหิตมากข้นึ - สง่ิ ยวั่ ยทุ างเพศเปน็ สาเหตขุ องการมเี พศสมั พนั ธท์ ไี่ มป่ ลอดภยั โรคเอดส์จึงยังคงมีอัตราการเกิดโรคสูงในประเทศไทย (โรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ,์ การทอ้ งไมพ่ ร้อมในวัยรนุ่ ) - การสบู บหุ ร่ี ยงั คงเปน็ สาเหตสุ ำ� คญั ของการเกดิ โรคถงุ ลมโปง่ พอง มะเรง็ ปอด และโรคอ่ืนๆ - การขบั ขี่ยวดยานพาหนะด้วยความเรว็ สูง ไมเ่ คารพกฎจราจร หรือขบั ขี่ขณะมึนเมากลายเปน็ คา่ นยิ มปกติ - สังคมที่เร่งรัด กดดัน ท�ำให้บุคคลเกิดภาวะความตึงเครียด และคับข้องทางจิตใจ บางรายหันไปแก้ปัญหาด้วยการเสพ สารเสพติดและการฆ่าตัวตายจึงพบว่าปัญหาสุขภาพจิต แพรข่ ยายอย่างมากในสงั คมไทย

ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้งบประมาณในการดูแลสุขภาพถึงปีละ ประมาณ3แสนลา้ นบาทซง่ึ ยอดเงนิ จะเพมิ่ ขนึ้ ทกุ ปีปลี ะประมาณรอ้ ยละ 10-15 งบประมาณส่วนใหญ่ถูกน�ำไปใช้ในการรักษาพยาบาลซึ่งไม่ได้ ผลดีเทา่ กับการปอ้ งกนั และสร้างเสรมิ สขุ ภาพและยงั แพงมากกว่าด้วย จากรายงานสุขภาพคนไทย ปี พ.ศ. 2552 โดยสถาบันวิจัยประชากร และสังคม มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล “ระหว่าง พ.ศ. 2548 – 2552 คนไทย ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตโรคเบาหวาน โรคหัวใจ เพ่มิ ขึ้นถงึ 1.5 เท่า หรือกว่าร้อยละ 60 เกือบสองในสามของภาวะโรค เกดิ จากโรคไมต่ ดิ ตอ่ ” นอกจากนป้ี ระชาชนชาวไทยยงั มชี วี ติ ทยี่ นื ยาวขน้ึ โดยผู้หญิงมีอายุเฉล่ียยาวกว่าผู้ชาย และมีอัตราการป่วยด้วยโรค ไม่ติดต่อสูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนท่ีต้องแก้ไขโดยสาเหตุหลัก ของการมีภาวะบกพร่องทางสุขภาพ ในผู้ชายเกิดจากการติดสุราและ อบุ ตั เิ หตจุ ราจร ในผหู้ ญงิ เกดิ จากโรคเบาหวานและโรคหลอดเลอื ดสมอง (สถาบนั วิจยั ประชากรและสังคม มหาวทิ ยาลยั มหิดล, 2552) จากรายงานสขุ ภาพคนไทย ปี พ.ศ. 2559 พบวา่ คนไทยมกี จิ กรรม ทางกายค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มท่ีมี พฤตกิ รรมทางกายนอ้ ยทสี่ ดุ ในปจั จบุ นั เทคโนโลยแี ละสอ่ื สงั คมออนไลน์ ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชากร ประชาชนท่ีเกิดระหว่างปี 2525 - 2548 ซง่ึ มพี ฤตกิ รรมการใชเ้ วลากบั ชวี ติ ออนไลนม์ ากถงึ 1 ใน 3 ของวนั ซ่ึงพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนกลุ่มน้ีมีกิจกรรมทางกายน้อย ท่ีสุดเม่ือเทียบกับประชากรกลุ่มอื่น (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวทิ ยาลัยมหิดล, 2559) 2 ส�ำนักนนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

3คมู่ ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพ โดยใช้กจิ กรรมนันทนาการ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2547 รฐั บาลไดป้ ระกาศวาระแหง่ ชาติ “เมอื งไทย แขง็ แรง” เพอ่ื ใหท้ กุ ภาคสว่ นมเี ปา้ หมายรว่ มกนั ในการนำ� พาทกุ ชมุ ชน ของประเทศไทยสกู่ ารเปน็ เมอื งไทยภายในปี พ.ศ. 2560 ซง่ึ เปน็ นโยบาย ท่ีจะส่งเสริมให้คนไทยอยู่เย็นเป็นสุขทั้งกายใจ สังคม และปัญหา สามารถด�ำรงชีพบนพ้ืนฐานความพอดี พอประมาณ อย่างมีเหตุผล ภายใตป้ รชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งตามพระราชด�ำรขิ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ภูมพิ ลอดุลยเดช มีครอบครวั ทอ่ี บอุ่น ม่นั คง อยู่ในสภาพ แวดล้อมท่ีดีต่อสุขภาพ เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และการช่วยเหลือ เกอ้ื กลู มีสัมมาอาชีพทั่วถงึ มรี ายได้ มีสขุ ภาพแข็งแรง และอายยุ ืนยาว ทแ่ี ขง็ แรง

สขุ ภาพกายจะแข็งแรงต้องดแู ลสขุ ภาพจติ ดว้ ย “Sound Mind Sound Body” “จิตใจที่ดี อยูใ่ นรา่ งกายท่ีสมบูรณ์ แข็งแรง” ตรงกับปรชั ญาของพทุ ธศาสนา และปรชั ญากรีก สขุ ภาพกายดี สขุ ภาพจิตดี ตามหลกั ปรชั ญาของพระพทุ ธศาสนา และปรชั ญากรกี ทก่ี ลา่ ววา่ “จติ ใจทด่ี ี อยใู่ นรา่ งกายทสี่ มบรู ณแ์ ขง็ แรง” สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ในการ มีสุขภาพดีต้องประกอบด้วยทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี การท่ี บุคคลจะดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงและมีชีวิตท่ียืนยาวน้ัน สงิ่ สำ� คญั ทสี่ ดุ คอื บคุ คลแตล่ ะคนจะตอ้ งตระหนกั หรอื รถู้ งึ สภาวะสขุ ภาพ ของตนเอง การรับรูส้ ภาวะสุขภาพท่เี ปน็ อยใู่ นปจั จบุ ันจะเป็นแรงจูงใจ อย่างดยี ง่ิ ทที่ ำ� ให้บุคคลเกิดการปรบั เปล่ียนพฤตกิ รรมสุขภาพ 4 ส�ำนกั นันทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา

5คมู่ อื การส่งเสรมิ สขุ ภาพ โดยใช้กิจกรรมนนั ทนาการ นอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพจิตน้ันเป็นองค์ประกอบท่ี สำ� คญั ประการหนง่ึ ในการบรรลุถึงสภาวะการมีสุขภาพท่ดี ี สุขภาพจิตเป็นสภาวะทางจิตใจของบุคคล ซึ่งโดยธรรมชาติ สภาวะทางจิตใจมีการปรับเปล่ียนตามส่ิงแวดล้อมท่ีอยู่รอบตัวของ บคุ คลนนั้ ๆ ซงึ่ ในปจั จบุ นั จากการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมอยา่ งรวดเรว็ มีส่ือสังคมออนไลน์ที่สามารถเข้าถึง และแบ่งปันข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีปัจจัยต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น ปจั จยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เศรษฐกจิ สงั คม เทคโนโลยี และอนื่ ๆ อกี มากมาย มนุษย์ในสังคมปัจจุบันจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปล่ียนแปลง ตา่ ง ๆ ซง่ึ บางคนมคี วามสามารถในการปรบั ตวั ไดแ้ ตบ่ างคนไมส่ ามารถ ปรบั ตวั ไดท้ นั ทำ� ใหเ้ กดิ ความเครียด ความคับขอ้ งใจ อนั เป็นเหตุใหเ้ กดิ ปญั หาสขุ ภาพจติ ซงึ่ เราควรสงั เกตสขุ ภาพจติ ของตน และบคุ คลรอบขา้ ง อย่างสม่�ำเสมอเพ่ือให้ตระหนักรู้ถึงสุขภาพจิตว่าในขณะน้ันสุขภาพจิต เราดีหรือไม่อย่างไร ซึ่งอาจสังเกตได้จาก ลักษณะเชิงบุคลิกภาพของ คนที่มสี ุขภาพจติ ดี ดงั นี้ ลักษณะเชงิ บคุ ลิกภาพของคนทมี่ ีสขุ ภาพจิตดี 1. มสี มดุลระหว่างการมองโลกในแงด่ แี ละแง่รา้ ย 2. สามารถพง่ึ พาตนเองและผูอ้ นื่ ได้ 3. มคี วามเปน็ ระเบยี บแบบแผน และสามารถทำ� สงิ่ ทน่ี อกเหนอื กฎเกณฑ์ไดเ้ มื่อจำ� เป็นและเหมาะสม 4. มีความอยากรู้อยากเห็น การรู้และเข้าใจส่ิงต่างๆ ใน สงิ่ แวดล้อมท่เี ปน็ สิ่งที่เกดิ ประโยชน์ 5. สามารถแขง่ ขนั ให้ความรว่ มมือ และรอมชอมกบั ผ้อู น่ื ได้

6. มคี วามสมั พนั ธก์ บั ผทู้ มี่ อี ำ� นาจสงู กวา่ สามารถยอมรบั อำ� นาจ ของผู้บังคับบัญชาและท�ำตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้โดย สามารถโต้แย้งเมื่อจ�ำเป็นและยอมรับผลท่ีอาจจะเกิดข้ึน ตามมา 7. สามารถทนทานต่ออารมณ์ท่ีรุนแรงสามารถระงับอารมณ์ หรือควบคุมตนเองได้ และหาทางแก้ปัญหาอย่างท่ี เหมาะสมได้ 8. สามารถสรา้ งความสมั พันธ์ท่ใี กลช้ ดิ และย่งั ยนื กบั คนอื่นได้ 9. มีความรู้สึกมั่นคงและความพึงพอใจ คนท่ีมีสุขภาพจิตดี จะมีความสมดุลระหว่างการหาความสุขและการสร้าง ความมัน่ คงได้ นอกจากลักษณะดังกล่าวแล้วยังมีลักษณะท่ีส�ำคัญของผู้ที่มี สขุ ภาพจิตดอี ีก 2 ประการ คอื 1. ความร้สู กึ ถงึ คุณค่าของตนเอง คนทม่ี สี ขุ ภาพจติ ดจี ะรสู้ กึ วา่ ตนเองมคี ณุ คา่ มคี วามสามารถ มีศักดิ์ศรี คนท่ีมีสุขภาพจิตดีไม่ควรจะรู้สึกต่�ำต้อย หรือรู้สึกว่าตนเอง ไรค้ ณุ คา่ 2. การตัดสนิ ใจทด่ี ีมีเหตุผล คนทม่ี สี ขุ ภาพจติ ดมี กั ตดั สนิ ใจอยา่ งรตู้ วั ในการตดั สนิ ใจอะไร เราจะต้องรู้ว่าทางเลือกแต่ละทางมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และเลือกทาง ที่เราคิดว่ามีข้อดีมากท่ีสุด และมีข้อเสียน้อยที่สุดเท่าที่มีข้อมูล (สุจิตราสุคนธทรัพย์, 2554) 6 ส�ำนกั นันทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกฬี า

7ค่มู ือการสง่ เสรมิ สุขภาพ โดยใช้กิจกรรมนนั ทนาการ ความเครยี ดกับสุขภาพ ความเครียดเป็นสาเหตุหน่ึงของความ และเป็นปัญหาทางด้าน สขุ ภาพจิตทสี่ ำ� คัญในปจั จุบนั ความเครียดสามารถเกดิ ขึน้ ได้กบั ทุกคน ในทุกเวลา ประโยชน์ของความเครียดนั้น คือ การช่วยให้เราเกิด ความพยายามท่ีจะเอาชนะปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดข้ึน ในชีวิตประจ�ำวัน แต่หากเราความเครียดที่มีมากเกินไปและเกิดข้ึน เป็นเวลานาน ความเครียดน้ันจะส่งผลต่อสุขภาพกาย เช่น การท�ำให้ ปวดศรี ษะ ความดนั โลหติ สงู นอนไมห่ ลบั ชวี ติ ไมม่ คี วามสขุ ประสทิ ธภิ าพ ในการท�ำงานตา่ ง ๆ ลดลง ความเครยี ดแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ ความเครยี ดทเี่ กดิ ขนึ้ ทันที (Acute stress) คือความเครียดที่เกิดข้ึนทันทีและร่างกาย ท�ำการตอบสนองต่อความเครียดนั้นโดยการหล่ังฮอร์โมนความเครียด เช่น เสยี ง ความกลัว อันตราย อาการตกใจ เป็นต้น ซ่งึ เม่อื ความเครียด เหล่านั้นหายไปจากร่างกายแล้ว ฮอร์โมนก็จะกลับสู่ภาวะปกติและ ความเครียดเร้ือรัง (Chronic stress) คือที่เกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งร่างกาย ไม่สามารถตอบสนองหรือแสดงออกต่อความเครียดน้ัน ซ่ึงนานวัน เข้าความเครียดนั้นก็จะสะสมเป็นความเครียดเร้ือรัง เช่น ความเหงา ความเครยี ดจากทที่ ำ� งาน ความเครยี ดจากความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คล เป็นต้น (สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา, 2554)

เมอื่ รา่ งกายเผชญิ ตอ่ ภาวะกดดนั หรอื ความเครยี ดจะมปี ฏกิ ริ ยิ า ตอบสนอง โดยการหลั่งฮอร์โมน Cortisol และ Aderenaline เพื่อ เป็นการเตรียมพร้อมของร่างกายเพื่อต่อสู้หรือการหนีจากอันตราย เป็นการรักษาตัวเพื่อความอยู่รอด ฮอร์โมนดังกล่าวส่งผลให้ ความดันโลหิตสูง และหัวใจเต้นเร็วเพ่ือเตรียมร่างกายให้แข็งแรง และมพี ลงั งานพรอ้ มในการทำ� กจิ กรรมบางอยา่ ง เชน่ การวงิ่ หนอี นั ตราย เม่ือมีกิจกรรมดังกล่าว ฮอร์โมนท่ีหล่ัง มาจะถูกใช้ไป ความกดดัน และความเครียดจะหายไป (สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา, 2554) แต่ความเครียดที่เป็นความกดดันท่ีเกิดขณะท่ีนั่งท�ำงาน ขบั รถ อยบู่ า้ น ภาวะดงั กลา่ วไมม่ กี จิ กรรมทท่ี ำ� ใหค้ วามเครยี ดระบายออก จงึ ทำ� ใหฮ้ อรโ์ มนทห่ี ลงั่ ออกมาสะสมในรา่ งกายกอ่ ใหเ้ กดิ อาการทางกาย และทางใจได้ (สุจิตรา สคุ นธทรพั ย,์ 2554) 8 ส�ำนกั นนั ทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกฬี า

9คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ โดยใช้กจิ กรรมนันทนาการ กลวธิ จี ดั การกบั ความเครยี ดและความวติ กกงั วลผา่ นกจิ กรรม นันทนาการ เพื่อรักษาสุขภาพจิตและสุขภาพกายให้ดีเราจึงต้องรู้จักกลวิธี จัดการความเครียดผ่านกิจกรรมนันทนาการ เนื่องจากนันทนาการ เป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในด้านรวมท้ัง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ ด้านสังคม และ ด้านสติปัญญา ซ่ึงกิจกรรมนันทนาการสามารถช่วยผ่อนคลาย ความเครยี ดได้ โดยจะขอยกตวั อยา่ งกจิ กรรมนนั ทนาการเพอื่ ผอ่ นคลาย ความเครียด ดังตอ่ ไปนี้ 1. การท�ำสมาธิ เป็นการลดความเครียดและท�ำให้อารมณ์ ดีขึ้น การท�ำสมาธิสามารถลดระดับความดันโลหิตท�ำให้ชีพจรช้าลง การทำ� สมาธทิ ำ� ใหม้ สี ตมิ ากขน้ึ สามารถพจิ ารณาและจดั การความเครยี ด ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ 2. การใชจ้ นิ ตนาการ หรอื การสรา้ งจนิ ตภาพ โดยการหลบั ตา คิดถึงเร่ืองที่มีความสุขหรือสถานท่ีที่ชอบ แล้วจินตนาการถึงเร่ืองดี ๆ หรืออาจใช้การมองภาพแล้วจินตนาการ การท�ำเช่นนี้จะท�ำให้เกิด การผอ่ นคลายได้ 3. การนวดช่วยผอ่ นคลายความเครียด ลดระดบั ชีพจร และ ท�ำให้แจ่มใส 4. ศิลปะบ�ำบัด ซึ่งสามารถใช้ศิลปะในการบ�ำบัดได้โดยการ ชนื่ ชมความงามในศลิ ปะ และการแสดงออกทางศลิ ปะ เชน่ การวาดภาพ การป้นั เป็นต้น

5. ดนตรบี ำ� บดั ประกอบดว้ ยการฟงั และการสรา้ งสรรคด์ นตรี เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้สึกสงบและผอ่ นคลาย 6. การออกก�ำลังกาย การออกก�ำลังกายสามารถผ่อนคลาย ความเครียดได้ 7. การสังสรรค์ การพบปะผู้คน หรือการเข้าสังคม เป็น กิจกรรมหน่ึงท่ีสามารถบ�ำบัดความเครียดได้ เน่ืองจากมนุษย์เป็น สตั วส์ งั คม หากเขา้ สงั คมอยา่ งเหมาะสมจะทำ� ใหผ้ อ่ นคลายความเครยี ด 8. การออกค่ายพักแรม การใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ เปน็ กจิ กรรมทส่ี ามารถบำ� บดั ความเครยี ดได้ เนอ่ื งจากทำ� ใหเ้ ราสามารถ หลีกหนีจากสภาวะกดดันท่ีเป็นอยู่ หรือหลีกหนีจากสภาพแวดล้อม เดมิ ๆ 9. การอา่ นหนงั สอื การอา่ นหนงั สอื ทชี่ อบเปน็ อกี หนงึ่ กจิ กรรม ที่ท�ำให้ผ่อนคลายความเครียดเนื่องจากได้จินตนาการ และมีสมาธิ จดจ่อกบั การอา่ นหนังสือท�ำใหล้ ืมความเครียดไดช้ ่วั ขณะ 10. การเตน้ รำ� เปน็ กจิ กรรมนนั ทนาการทส่ี ามารถคลายเครยี ดได้ ท�ำให้ผ่อนคลายท้ังร่างกายและจิตใจ ได้เคลื่อนไหวร่างกายประกอบ เสยี งดนตรี จากกิจกรรมนันทนาการท่ียกตัวอย่างมาน้ัน ยังมีกิจกรรม นนั ทนาการอน่ื ๆ อกี มากทสี่ ามารถชว่ ยในการผอ่ นคลายความเครยี ดได้ 10 ส�ำนักนันทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเทยี่ วและกีฬา

11คู่มือการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ โดยใชก้ ิจกรรมนันทนาการ   ร้จู กั นนั ทนาการ นันทนาการหมายถึงกิจกรรมท่ีกระท�ำในยามว่างจากภารกิจ งานประจ�ำซ่ึงผู้เข้าร่วมกิจกรรมกระท�ำด้วยความสมัครใจ และมีความ พึงพอใจ โดยกิจกรรมนั้นไม่ขดั ต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรม และกฎหมายบา้ นเมอื งทำ� ใหเ้ กดิ ความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ มสี ขุ ภาพกาย และสขุ ภาพจติ ที่ดี นันทนาการ (Recreation) มาจากภาษาลาตินว่า Recretio หมายถงึ การท�ำใหส้ ดชืน่ แนวคดิ เกี่ยวกบั นันทนาการท่สี ำ� คัญ มี 4 แนวคดิ ได้แก่ นนั ทนาการคอื การทำ� ใหส้ ดชนื่ ขน้ึ มาใหม่ สามารถอธบิ ายไดว้ า่ การทำ� กจิ กรรมนนั ทนาการนน้ั เปน็ การทำ� ใหร้ า่ งกาย และจติ ใจสดชน่ื ขนึ้ หลังจากท่ีใชพ้ ลังงานในการทำ� งาน หรือด�ำรงชวี ิต นันทนาการเป็นกิจกรรม ท่ีท�ำในยามว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะไดร้ บั ความสนุกสนานเพลดิ เพลินสง่ ผลให้เกิดการพัฒนาอารมณส์ ุข นันทนาการเป็นกระบวนการ นันทนาการเป็นกระบวนการ กลา่ วคอื นนั ทนาการเปน็ กระบวนการในการพฒั นาประสบการณ์ หรอื คณุ ภาพชวี ติ ของบคุ คลหรอื สงั คม โดยอาศยั กจิ กรรมนนั ทนาการตา่ ง ๆ เปน็ สอ่ื ในชว่ งเวลาวา่ ง เวลาอสิ ระ โดยทบ่ี คุ คลเขา้ รว่ มโดยความสมคั รใจ หรือมีแรงจูงใจแล้วส่งผลให้เกิดการพัฒนาอารมณ์สุข สนุกสนาน และสงบสุข

นันทนาการเป็นสวัสดิการสังคม ซึ่งภาครัฐต้องจัดให้บริการ ประชาชน เพอ่ื พฒั นาคุณภาพชวี ิตของประชาชนใหด้ ี นนั ทนาการเปน็ รปู แบบของกจิ กรรมทมี่ นษุ ยก์ ระทำ� อยา่ งอสิ ระ ในเวลาว่าง เป็นกิจกรรมที่เลือกด้วยความสมัครใจและต้ังใจที่จะช่วย ให้ผู้เข้าร่วมฟื้นฟูจากความเครียดในการท�ำงาน ฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเอง ในการเรม่ิ ทำ� งานใหมซ่ ง่ึ มนษุ ยท์ กุ คนลว้ นตอ้ งการนนั ทนาการเพอื่ นำ� มา ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซ่ึงสอดคล้องกับ แผนพัฒนานันทนาการ แหง่ ชาตทิ ม่ี งุ่ เนน้ ใหป้ ระชาชนไดใ้ ชน้ ันทนาการในชีวติ ประจำ� วนั 12 สำ� นักนันทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกฬี า

13คมู่ ือการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ โดยใชก้ จิ กรรมนันทนาการ   ประเภทของกิจกรรมนนั ทนาการ แผนพัฒนานันทนาการแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2555-2559) จ�ำแนกประเภทของกิจกรรมนนั ทนาการไว้ 11 ประเภท ดงั น้ี 1) ศิลปหัตถกรรม กิจกรรมนันทนาการประเภทศิลปะ หัตถกรรมเป็นกิจกรรมที่ใช้มือประดิษฐ์สิ่งของขึ้นมา อันท�ำให้เกิด ความเพลิดเพลินบันเทิงใจส่งเสริมความสามารถ ทักษะ สมาธิ เป็นกิจกรรมท่ีมีคุณค่า ให้ความสุขใจแก่ผู้ปฏิบัติและผู้มีส่วนร่วม ได้ผลงานที่เป็นรูปธรรมในสิ่งที่ประดิษฐ์ หรือสร้างสรรค์ขึ้นมา ท�ำให้ เกิดความภูมิใจและเป็นประโยชน์ในการฝึกสภาพจิตใจของบุคคล ในดา้ นตา่ งๆ ไดด้ กี จิ กรรมหนง่ึ สง่ ผลใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมไดร้ บั การพฒั นา ทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปพร้อมๆ กัน 2) เกมและกฬี า กจิ กรรมนนั ทนาการประเภทเกม กฬี า กรฑี า เป็นกิจกรรมการออกก�ำลังกายส่งเสริมสุขภาพ ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ท้าทายความสามารถของผู้เล่นใช้ร่างกายเป็นสื่อ ในการแสดงออกในการเข้าร่วมกิจกรรม แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ (1) กฬี ากลางแจง้ ไดแ้ ก่ เกมกฬี าทใี่ ชใ้ นสนามกลางแจง้ และเลน่ กลางแจง้ เชน่ ฟุตบอล รกั บี้ ฯลฯ และ (2) กฬี าในรม่ มกั เลน่ ในห้องนันทนาการ โรงยมิ เนเซยี่ ม หรอื ในรม่ เชน่ เทเบลิ เทนนสิ บาสเกตบอล วอลเลยบ์ อล แบดมินตัน เป็นต้น

ภาพการแข่งขันกีฬาเทควันโด 3) การเต้นร�ำ กิจกรรมนันทนาการประเภทเต้นร�ำและ กิจกรรมเข้าจังหวะเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ให้คุณค่า พัฒนาการ ทางด้านความเจริญเติบโตทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ ฝกึ การควบคมุ ระบบส่ังการของกล้ามเนือ้ ท่ีทำ� ให้เกดิ การเคลือ่ นไหว 4) การละคร การแสดงตา่ งๆ ทเี่ ปน็ ไปในรปู แบบของการละคร จะบนเวทหี รอื ไมก่ ต็ าม ผเู้ ลน่ และผดู้ ไู ดร้ บั ความเพลดิ เพลนิ กจ็ ดั วา่ เปน็ กจิ กรรมนนั ทนาการ เชน่ ละครภาพยนตรโ์ ทรทศั น์ ละครกรมศลิ ปากร โขน หนังตะลงุ มโนราห์ ลิเก หนุ่ กระบอก การแต่งตัวแฟนซี ฯลฯ 14 ส�ำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี า

15คู่มือการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ โดยใช้กิจกรรมนนั ทนาการ 5) งานอดิเรก กิจกรรมนันทนาการประเภทงานอดิเรกเป็น กจิ กรรมนนั ทนาการทส่ี ง่ เสรมิ การพฒั นาคณุ คา่ ชวี ติ มนษุ ยต์ งั้ แตว่ ยั เดก็ ถงึ ผสู้ งู อายุ เปน็ การสง่ เสรมิ การสรา้ งประสบการณช์ วี ติ ใหบ้ คุ คลไดเ้ ลอื ก กิจกรรมตามความสนใจ แบ่งได้ 3 แบบ คือ (1) งานเก็บสะสม คือ ใช้เวลาว่างในการเก็บสะสมของต่างๆ เช่น สะสมแสตมป์ ใบไม้สี รูปภาพ ภาพวิว ภาพโบราณวัตถุ เหรียญระลึก ธนบัตรเก่าๆ เครื่องลายคราม ฯลฯ (2) งานท�ำประดิษฐ์ คือ ใช้เวลาว่างในการ สรา้ งสรรคป์ ระดษิ ฐส์ งิ่ ตา่ งๆ เชน่ ทรี่ องจาน ดอกไมไ้ ฟ โปะ๊ ตะเกยี ง และ (3) งานกสิกรรมในครวั เรือน คือ ใช้เวลาวา่ งในการปลกู พชื ผกั สวนครวั เลี้ยงกล้วยไม้ เลี้ยงสัตว์ งานอดิเรก ถือเป็นเครื่องกล่อมเกลานิสัย ให้บุคคลเป็นคนมีความละเอียดอ่อน สุขุมเยือกเย็น รู้จักใช้เวลาว่าง ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมอีกด้วย การเล้ียงสนุ ัข หนง่ึ ในงานอดเิ รกประเภทงานกสิกรรมในครัวเรอื น

6) ดนตรีและร้องเพลง กิจกรรมนันทนาการประเภทดนตรี และร้องเพลงเป็นกิจกรรมบันเทิงใจที่สามารถเข้าร่วมได้ง่าย สะดวก เปน็ ไดท้ ง้ั ผรู้ อ้ งและผฟู้ งั ซง่ึ ตา่ งกม็ คี วามสขุ เปน็ กจิ กรรมทจ่ี ดั งา่ ยจนถงึ มคี วามยง่ิ ใหญ่ ทงั้ ยงั เปน็ กจิ กรรมทแ่ี สดงออกถงึ พนื้ ฐานของบคุ คลและ เชื้อชาติ ความมอี ารยธรรม ความแตกตา่ งของชนชาติตา่ งๆ การรอ้ งเพลงแบบประสานเสียง 16 สำ� นกั นนั ทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา

17ค่มู อื การส่งเสรมิ สขุ ภาพ โดยใช้กจิ กรรมนันทนาการ 7) กิจกรรมกลางแจ้ง/นอกเมือง เน่ืองจากในเมืองมีคนอยู่ อยา่ งหนาแนน่ ทพี่ กั ผอ่ นหยอ่ นใจไมเ่ พยี งพอ ฉะนน้ั กจิ กรรมกลางแจง้ นอกสถานท่ีชมภูมิประเทศศึกษาธรรมชาติ ท�ำให้มีชีวิตชีวาย่ิงข้ึนและ เปน็ การเพม่ิ ความรใู้ หแ้ กก่ จิ กรรมนี้ ไดแ้ ก่ ยงิ นก ตกปลา ลา่ สตั ว์ วา่ ยนำ�้ เทยี่ วชมปา่ ไม้ สัตว์ปา่ เที่ยววนอทุ ยาน เดนิ เลน่ เดนิ ทางไกล ฯลฯ ภาพการล่องเรอื ชมความงามในเขือ่ นรัชประภา จ.สรุ าษฎร์ธานี 8) วรรณกรรม (อ่าน เขียน พูด) กิจกรรมนันทนาการน้ี เปน็ กจิ กรรมทสี่ ง่ เสรมิ ใหบ้ คุ คลพฒั นาทกั ษะความรคู้ วามสามารถปฏบิ ตั ิ ได้ทุกเพศทุกวัย ส่งเสริมปัญญา ความคิด ความเป็นเอกลักษณ์ของ แต่ละชาติแต่ละภาษา โดยเฉพาะของไทยมีกิจกรรมด้านนี้มาช้านาน เชน่ กจิ กรรมการพดู คยุ กจิ กรรมการอา่ น กจิ กรรมทางการฟงั กจิ กรรม ทางการเขยี น

9) กิจกรรมทางสังคม กิจกรรมนันทนาการทางสังคมได้แก่ กิจกรรมนันทนาการหลายประเภทที่กลุ่มคนได้ร่วมกันประกอบขึ้น โดยมจี ดุ มงุ่ หมายอยา่ งเดยี วกนั จงึ ไดร้ ว่ มประกอบกจิ กรรมนนั ทนาการ ชนิดน้ันเพื่อสังคม เช่น การประชุมพบปะสังสรรค์ การสมาคมสโมสร การรับประทานเล้ียงในโอกาสตา่ ง ๆ ฯลฯ ภาพการเล้ยี งฉลองหน่งึ ในกิจกรรมนันทนาการทางสงั คม 10) กจิ กรรมพเิ ศษตามเทศกาลตา่ ง ๆ เปน็ กจิ กรรมตามประเพณี ของทอ้ งถน่ิ ทปี่ ระชาชนทว่ั ไปปฏบิ ตั ิ เชน่ งานวนั ขนึ้ ปใี หม่ งานวนั ตรษุ จนี สงกรานต์ งานเทศกาลประจ�ำปีในท้องถิ่น กิจกรรมทางศาสนา เช่น ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า กิจกรรมพิเศษ จัดให้มีข้ึนเพ่ือประชาชนใน ทอ้ งถิน่ ไดพ้ ักผอ่ นหย่อนใจ สนกุ สนานและทำ� บุญด้วย 18 ส�ำนกั นนั ทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเทีย่ วและกฬี า

19คู่มือการสง่ เสรมิ สุขภาพ โดยใชก้ จิ กรรมนันทนาการ 11) บริการอาสาสมัคร ได้แก่ กิจกรรมที่บุคคลสมัครใจ เข้าร่วมเป็นกิจกรรมท่ีบริการอาสาสมัครแก่กลุ่มคน หรือชุมชน เพื่อ ประโยชนส์ ว่ นรวม เชน่ กจิ กรรมคา่ ยอาสาสมคั ร การบำ� เพญ็ ประโยชน์ สาธารณสถานการพฒั นาขดุ ลอกคลอง การปลกู ปา่ ฯลฯ (สำ� นกั นนั ทนาการ, 2555) กิจกรรมยวุ อาสา เพื่อน�ำเท่ียวในพื้นท่อี ทุ ยานแหง่ ชาตปิ างสีดา

แผนพฒั นานันทนาการแห่งชาติฉบบั ที่ 2 แผนพัฒนานันทนาการแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2555-2559) เร่ิมใชใ้ นปี 2555 ต่อจากแผนพฒั นานันทนาการฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2550- 2554) ได้กำ� หนดนโยบายหลักไว้ท้งั สิ้น 8 นโยบาย ดังนี้ 1. นันทนาการเป็นยุทธศาสตร์ท่ีสําคัญในการพัฒนาคุณภาพ ของคน โดยพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ ทําให้ เป็นคนท่ีสมบูรณ์ นอกจากนี้นันทนาการยังสร้างสัมพันธภาพของคน ในชุมชน ทําให้เกิดความสมานฉันท์มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และเครือข่ายชุมชน ให้เช่ือมโยง กับการพัฒนาชนบท และเมืองให้เกิดความน่าอยู่มีความสงบ สะดวก สะอาด ปลอดภัย มีระเบียบวินยั 2. นันทนาการเป็นเคร่ืองมือในการสร้างฐานรากของสังคม สร้างความปรองดองในชาติเป็นสังคมแห่งคุณธรรม จริยธรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคน ครอบครัว ชุมชน และสังคมรวมไปถึง กลุ่มพิเศษต่างๆ เช่น กลุ่มด้อยโอกาส กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้สูงอายุ กลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั กลมุ่ คนอาศยั ตามเขตชายแดน กลมุ่ ชาวเขา กลมุ่ เดก็ เรร่ อ่ น กลมุ่ ชมุ ชนแออดั กลมุ่ คนตา่ งดา้ ว เปน็ ตน้ ใหเ้ ปน็ แกนหลกั ของสงั คมไทย และทําให้ประชาชนเกิดความตระหนักในการใช้กิจกรรมนันทนาการ อยา่ งยัง่ ยืนเพื่อเป็นกลไกการพฒั นาสงั คมและพัฒนาชาติ 20 สำ� นกั นนั ทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกฬี า

21คมู่ ือการส่งเสริมสขุ ภาพ โดยใช้กจิ กรรมนันทนาการ 3. ผลพลอยได้จากการดําเนินการนันทนาการอย่างมี ประสิทธิภาพจะเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากโดยการสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการทางด้านนันทนาการท่ีมีการพัฒนารูปแบบให้สอดคล้อง กับความต้องการของคนในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย มีการจัดกิจกรรม นันทนาการเพ่ือใช้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อันเป็นปัจจัยสําคัญ ในด้านการบริหารจัดการเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ ของผู้ประกอบการและผ้รู บั จา้ งในสถานประกอบการ 4. เพ่ิมประสิทธิภาพของการบริหารหน่วยงานนันทนาการ ทกุ ระดบั สรา้ งเครอื ขา่ ยนนั ทนาการ พรอ้ มกบั ยกระดบั ขดี ความสามารถ โดยปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพคน อุปกรณ์ สถานที่ เทคโนโลยีและ การบริหารจัดการที่ดี เพ่ือยกระดับนันทนาการให้มีมาตรฐานสูงขึ้น และพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการนันทนาการเพื่อการ พาณิชยใ์ ห้สามารถแข่งขันได้ในระดบั นานาชาติ 5. สรา้ งนกั นนั ทนาการอาชพี ใหแ้ พรห่ ลายรวมถงึ การสนบั สนนุ ให้เกิดการเรียนในสถานศึกษาจนสามารถผลิตนักนันทนาการรุ่นใหม่ ท่ีมีพื้นฐานความรู้และมีขีดความสามารถในการวิเคราะห์การใช้ ประโยชน์จากสังคมนันทนาการจนเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคม ของประเทศที่กลมกลืนกับกระแสนันทนาการยคุ ใหม่

6.พฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐานดา้ นนนั ทนาการ ไดแ้ ก่อปุ กรณ์สถานท่ี ส่ิงอํานวยความสะดวก ให้มีคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย เพ่ือรองรับการร่วมมือของประชาคมอาเซียนด้านประชาสังคม และวัฒนธรรมอาเซียน 7. ส่งเสริมประชาชนให้ประกอบกิจกรรมนันทนาการเพื่อ พฒั นาสิ่งแวดล้อมทรพั ยากรธรรมชาติตลอดจนส่งเสรมิ อนุรกั ษ์ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทยให้ดาํ รงอยูไ่ ดอ้ ย่างยง่ั ยนื 8. สร้างและพัฒนามาตรฐานนันทนาการแห่งชาติ ได้แก่ มาตรฐานด้านบุคลากร ด้านการบริหาร ด้านอุปกรณ์ สถานที่ และส่ิงอํานวยความสะดวก เปน็ ตน้ 22 สำ� นักนนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกีฬา

23คูม่ อื การส่งเสรมิ สขุ ภาพ โดยใช้กจิ กรรมนันทนาการ การสง่ เสริมสขุ ภาพโดยใช้กิจกรรมนันทนาการ จากท่ีกล่าวมาน้ัน กิจกรรมนันทนาการมีประโยชน์มากส�ำหรับ ผู้เข้าร่วม น�ำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งร่างกายและจิตใจ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพโดยกจิ กรรมนนั ทนาการ ควรเลอื กกจิ กรรมทเ่ี หมาะสม กบั ตัวทา่ นดงั น้ี 1. เลือกกจิ กรรมทช่ี อบ เพลิดเพลนิ และมคี วามสนใจ 2. เลือกกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ท่ีเหมาะสมกับ ช่วงอายุ 3. เลอื กกจิ กรรมท่ีสามารถท�ำได้งา่ ย ในเวลาว่าง 4. เลือกกจิ กรรมทม่ี กี ารเข้าสงั คม พบปะกับผู้คน 5. เลอื กบรรยากาศในการทำ� กจิ กรรมทด่ี ี ซง่ึ จะสง่ ผลตอ่ อารมณ์ ที่ดียิง่ ขน้ึ

การส�ำรวจสุขภาพ หลังเลอื กกิจกรรมนนั ทนาการ เม่ือเลือกกิจกรรมนนั ทนาการแล้วควรส�ำรวจ สุขภาพกาย และ สุขภาพจิต ทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ เพ่ือให้มั่นใจ วา่ เมอ่ื ทำ� กจิ กรรมนนั ทนาการนนั้ ๆ แลว้ สง่ ผลตอ่ การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และสขุ ภาพจรงิ ๆ จงึ ตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ความเหมาะสมของกจิ กรรมนนั ทนาการ ท่ีท่านเลือกให้เหมาะสมกับ กิจกรรมในชีวิตประจ�ำ และช่วงอายุของ แตล่ ะคน กิจกรรมนนั ทนาการใช้เพ่อื พฒั นาองค์รวมของมนุษยใ์ น 5 ด้าน ซ่ึงหากท่านเข้าร่วมในกิจกรรมนันทนาการแล้วกิจกรรมน้ันส่งผลดี ต่อท่าน ไมว่ า่ จะเปน็ ส่งผลต่อรา่ งกาย สง่ ผลตอ่ จติ ใจ ส่งผลต่ออารมณ์ ส่งผลต่อสังคม และส่งผลต่อการพัฒนาปัญญา ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่ สง่ ผลตอ่ สุขภาพของผูเ้ ขา้ รว่ มทั้งนน้ั ดังคำ� กลา่ วท่วี า่ “จิตใจท่ดี ี อย่ใู น รา่ งกายท่ีสมบรู ณแ์ ขง็ แรง” 24 สำ� นกั นันทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา

25คูม่ อื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ โดยใชก้ ิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมนนั ทนาการเพ่อื ส่งเสรมิ สุขภาพ จากการวิจยั ของกรมพลศกึ ษาในปี พ.ศ. 2560 เรือ่ ง พฤติกรรม ความต้องการ และความคาดหวังเกี่ยวกับกิจกรรมนันทนาการของ ประชาชนทใ่ี ชบ้ รกิ ารศนู ยก์ ารเรยี นรกู้ ฬี า นนั ทนาการ และวทิ ยาศาสตร์ การกฬี าในสงั กดั กรมพลศกึ ษา ผลการวจิ ยั พบวา่ ประเภทของกจิ กรรม นันทนาการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพท่ีประชาชนมีความต้องการมาก คือ กิจกรรมนันทนาการประเภท เกม กีฬา กิจกรรมทางสังคม และกิจกรรมพิเศษตามเทศกาล โดยประชาชนมีระดับความคาดหวัง ในการทำ� กจิ กรรมนนั ทนาการในดา้ นสรรี ะพน้ื ฐานมากทสี่ ดุ โดยตอ้ งการ ออกก�ำลังกายเพื่อให้มีสขุ ภาพแข็งแรง จึงขออธิบายการใช้กิจกรรมนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ 3 ประเภท ดังตอ่ ไปนี้ 1. กิจกรรมนันทนาการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพประเภทเกม กฬี า และนนั ทนาการ กิจกรรมนันทนาการประเภทเกม กีฬา และนันทนาการ เป็นกิจกรรมการออกก�ำลังกายส่งเสริมสุขภาพ ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ท้าทายความสามารถของผู้เล่นใช้ร่างกายเป็นส่ือในการ แสดงออกในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมนันทนาการประเภทน้ีเป็น กจิ กรรมทตี่ อ้ งการสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งทกั ษะการเคลอื่ นไหว สติ ปัญญา ความทนทาน และพละก�ำลังของร่างกาย โดยในบางกิจกรรม

อาจมกี ารใชอ้ ปุ กรณต์ า่ ง ๆ กจิ กรรมนนั ทนาการประเภทนเ้ี ปน็ กจิ กรรม นนั ทนาการทส่ี ง่ ผลโดยตรงตอ่ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ โดยหากทา่ นตอ้ งการ เสริมสร้างสุขภาพด้วยการออกก�ำลังกาย ท่านควรค�ำนึงถึงหลักการ FITT ดงั น้ี หลักในการออกกำ� ลงั กายแบบ FITT การออกกำ� ลงั กายเปน็ หนงึ่ ในกจิ กรรมนนั ทนาการทสี่ ำ� คญั ในการ ส่งเสริมสุขภาพ ซ่ึงตามสัญชาตญาณของมนุษย์ ได้ถูกสร้างมาเพ่ือให้ ทำ� กจิ กรรมทางกาย เชน่ การวง่ิ การกระโดด การเดิน โดยเราสามารถ ทำ� ไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ ซง่ึ หากเราไมใ่ ชร้ า่ งกายในการออกกำ� ลงั กายจะทำ� ให้ อวัยวะต่าง ๆ เสื่อมลง เป็นสาเหตุให้ร่างกายเสื่อมโทรม เป็นบ่อเกิด ของโรคต่างๆ แต่หากออกก�ำลังกายอย่างไม่ถูกวิธีก็อาจท�ำให้ร่างกาย เสือ่ มโทรมได้เชน่ กนั ซึง่ การออกก�ำลังกายอยา่ งถกู วิธนี นั้ ต้องค�ำนงึ ถงึ หลกั 4 ประการ ดงั น้ี • F–Frequency ความถใ่ี นการออกกำ� ลงั กาย • I–Intensity ความหนกั หรอื ความเข้มข้นในการออกก�ำลังกาย • T–Time เวลาในการออกกำ� ลงั กาย • T–Type ประเภทของกจิ กรรมทอ่ี อกกำ� ลังกาย F–Frequency ความถใี่ นการออกกำ� ลงั กาย หากทา่ นตอ้ งการมี รา่ งกายทแ่ี ขง็ แรงแลว้ นน้ั ทา่ นควรจะออกกำ� ลงั กายเปน็ ประจำ� สมำ�่ เสมอ ซ่งึ หมายถึงควรออกกำ� ลงั กายไมต่ ่�ำกว่า 3 วนั ต่อสัปดาห์ ต่อเน่ืองเปน็ ระยะเวลาพอสมควร จะทำ� ให้มสี ุขภาพท่ีดี ห่างไกลโรคภัย 26 ส�ำนกั นนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเทีย่ วและกฬี า

27คมู่ ือการสง่ เสริมสุขภาพ โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ I–Intensity ความหนกั หรอื ความเขม้ ขน้ ในการออกกำ� ลงั กาย ความหนกั น้ันเปน็ สิ่งที่ส�ำคัญ โดยผอู้ อกก�ำลงั กายจะต้องสงั เกต ตัวเองและปรับระดับความหนักของการออกก�ำลังกายให้เหมาะสม กับร่างกายของตน ซึ่งจ�ำเป็นต้องใช้อายุเป็นปัจจัยที่ต้องค�ำนึงถึงใน การออกกำ� ลงั กายด้วย โดยความหนักนั้น สังเกตได้จากอัตราการเต้น ของหัวใจ ไม่ควรเกินขีดจ�ำกัดของร่างกาย หรือหมายถึงอัตราการเต้น ของหวั ใจไมค่ วรเกิน 220-อายุ (ปี) เชน่ อายุ 20 ปี ควรออกกำ� ลงั กายท่ี อตั ราการเตน้ ของหวั ใจไมเ่ กนิ 200 ครง้ั ตอ่ นาที (220-20 (ป)ี =200 ครง้ั ต่อนาที) ซึ่งหากไม่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ในขณะที่ ออกก�ำลังกาย ให้ใช้การประมาณความเหนื่อยของร่างกายโดยการพูด ในขณะออกกำ� ลงั กายควรทจี่ ะยงั สามารถพดู ไดบ้ า้ งเปน็ คำ� ๆ หากเหนอื่ ย จนพูดไม่ได้เลยให้สันนิษฐานว่าใช้ร่างกายหนักเกินไปควรปรับลด ความหนักในการออกก�ำลังกายลงอยใู่ นระดบั ทเี่ หมาะสม ภาพกิจกรรมการลอ่ งแกง่ กจิ กรรมนนั ทนาการ ท่เี ปน็ หนึ่งในกจิ กรรมการออกกำ� ลังกาย

T–Time เวลาในการออกกำ� ลงั กาย เวลาในการออกกำ� ลงั กาย เป็นสิ่งส�ำคัญท่ีต้องค�ำนึงถึง โดยระยะเวลาในการออกก�ำลังกาย ตอ่ ครง้ั นนั้ ไมค่ วรตำ�่ กวา่ 30 นาที และไมค่ วรเกนิ 1 ชวั่ โมง จะเปน็ ผลดี ตอ่ ร่างกายมากที่สุด T–Type ประเภทของกจิ กรรมทอ่ี อกกำ� ลงั กาย ผอู้ อกกำ� ลงั กาย ควรค�ำนึงถึงประเภทกิจกรรมท่ีตนชอบ เหมาะสมกับช่วงอายุ และ สภาพร่างกายของผอู้ อกก�ำลงั กาย เพื่อใหส้ ่งผลต่อการสง่ เสริมสขุ ภาพ ได้ดที ีส่ ดุ ท้ังร่างกายและจติ ใจ การออกกำ� ลงั กายตามหลกั FITT อยา่ งปลอดภยั และเหมาะสมกบั แตล่ ะบคุ คลนน้ั จะทำ� ใหก้ ารออกกำ� ลงั กายนนั้ สามารถสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ได้อย่างแน่นอน ภาพลานสกที ี่ใช้จดั แข่งขนั กฬี าโอลมิ ปิกฤดหู นาว ณ เมอื งเปียงชอนประเทศสาธารณรัฐเกาหลใี ต้ 28 ส�ำนักนันทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา

29ค่มู ือการส่งเสรมิ สุขภาพ โดยใช้กิจกรรมนนั ทนาการ 2. กจิ กรรมนนั ทนาการเพอื่ สง่ เสรมิ สขุ ภาพประเภทกจิ กรรม ทางสังคม กจิ กรรมทางสงั คม ไดแ้ ก่ กจิ กรรมนนั ทนาการหลายประเภท ท่ีกลุ่มคนได้ร่วมกันประกอบข้ึน โดยมีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน จึงได้เข้าร่วมประกอบกิจกรรมนันทนาการชนิดนั้นเพ่ือสังคม เช่น การประชุมพบปะสังสรรค์ การสมาคมสโมสร การรับประทานเลี้ยง ในโอกาสต่างๆ ฯลฯ เนอ่ื งจากมนษุ ยเ์ ปน็ สตั วส์ งั คม ตอ้ งการความรกั ความเขา้ ใจ ความสมั พนั ธ์ และการเปน็ เจา้ ของ ดงั นนั้ กจิ กรรมนนั ทนาการทางสงั คม เป็นกิจกรรมท่ีช่วยส่งเสริมโอกาส มนุษยสัมพันธ์ ความเข้าใจ ความสามัคคอี ันดตี ่อเพื่อนมนษุ ย์ คุณคา่ ของกิจกรรมนนั ทนาการทางสังคมมีดังนี้ 1. ส่งเสรมิ กิจกรรมการใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ 2. ส่งเสริมมนุษยสัมพันธ์ในกลมุ่ และชมุ ชน 3. ผอ่ นคลายความตงึ เครยี ดจากงานและสังคม 4. ส่งเสรมิ การเป็นสมาชกิ ของกลมุ่ 5. สรา้ งเสรมิ คณุ คา่ ของสงั คมประชาธิปไตย 6. ชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพของสงั คม

จากคุณค่าของกิจกรรมนันทนาการทางสังคม ท�ำให้ผู้เข้าร่วม กิจกรรมนันทนาการทางสังคมได้มีโอกาสได้เข้าสังคม ซ่ึงเป็นส่วน ทท่ี �ำใหเ้ กิดสขุ ภาพจิตทีด่ ี และเกิดสุขภาพกายท่ีดตี ามมา โดยกิจกรรม นันทนาการทางสังคมมีกิจกรรมย่อยท่ีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเลือก ไดด้ ังน้ี 1. เกมทม่ี คี วามหลากหลาย เชน่ เกมสรา้ งสรรค์ เกมเบด็ เตลด็ 2. ละคร เปน็ การส่งเสรมิ กิจกรรมทางสงั คม ช่วยในการสรา้ ง การแสดงออกทางจินตนาการและความสนุกสนาน เพลิดเพลินของชุมชน 3. ดนตรีและมหรสพ เพ่ือการสร้างสรรค์ในกลุ่มคน และ เปน็ การระบายอารมณ์ สรา้ งความรกั ความเขา้ ใจ มติ รภาพ วฒั นธรรมประเพณีในชาติและนานาชาติ 4. การเตน้ รำ� และกจิ กรรมเขา้ จงั หวะ ลลี าศ การละเลน่ พน้ื เมอื ง 5. กีฬาเพ่ือนันทนาการส่งเสริมคณุ ค่าความสามคั คี 6. ศลิ ปหัตถกรรมซงึ่ มปี ระโยชน์ตอ่ ชมุ ชน 7. งานเล้ยี งสงั สรรค์ จากท่ีกล่าวมาแล้วน้ันกิจกรรมนันทนาการทางสังคมเป็นหนึ่ง ในกิจกรรมท่ีส่งเสริมสุขภาพโดยเฉพาะสุขภาพจิตให้เข้มแข็ง ส่งเสริม สังคมให้เป็นหนึ่งเดียวกัน จึงควรน�ำมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใหแ้ ขง็ แรง 30 ส�ำนกั นันทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกีฬา

31คมู่ อื การส่งเสริมสขุ ภาพ โดยใช้กิจกรรมนนั ทนาการ 3. กิจกรรมนันทนาการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพประเภท กจิ กรรมพเิ ศษตามเทศกาล กิจกรรมนันทนาการประเภทกิจกรรมพิเศษตามเทศกาล เปน็ กจิ กรรมทจ่ี ดั ขน้ึ ในโอกาสเทศกาลพเิ ศษตอ้ งมกี ารจดั เตรยี มอาคาร สถานที่เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มาร่วมกัน เช่น เทศกาลสงกรานต์ ลอยกระทง ตรุษจีน รวมถึงกิจกรรมวันพิเศษของบุคคลในครอบครัว เชน่ วันเกิด เปน็ ต้น คณุ ค่าของนนั ทนาการประเภทกิจกรรมพเิ ศษตามเทศกาล 1. เปน็ ศูนยก์ ลางของชมุ ชน 2. เป็นการเปิดโอกาสการท�ำงาน และสร้างโปรแกรม นันทนาการ 3. เป็นการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ของชุมชนเพื่อก่อให้เกิด ทัศนคตทิ ดี่ ขี องชุมชน 4. เปดิ โอกาสให้บคุ คลไดร้ จู้ กั สมาชิกใหม่ สร้างมนษุ ยสัมพันธ์ 5. เปน็ การทำ� งานร่วมกนั โดยมเี ปา้ หมายเดียวกนั

กิจกรรมนันทนาการประเภทกิจกรรมพิเศษตามเทศกาล สามารถแบ่งกจิ กรรมเพิ่มเติมได้ดงั น้ี 1. วันพิเศษ เทศกาล มหกรรมต่าง ๆ เช่น วันสงกรานต์ ลอยกระทง เป็นตน้ 2. นทิ รรศการ เปน็ การสง่ เสรมิ ความรคู้ วามเขา้ ใจใหก้ บั ชมุ ชน 3. การแสดงบนเวที 4. การประกวดทักษะความสามารถ 5. เทศกาลเต้นร�ำ เทศกาลดนตรี เทศกาลศิลปหัตถกรรม เทศกาลกฬี าพน้ื เมอื ง จากกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีกล่าวมา กิจกรรมนันทนาการในเทศกาล พิเศษ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตเป็นหลักท้ังของบุคคล และ ของชมุ ชนดงั นนั้ ชมุ ชนตา่ ง ๆ ควรนำ� กจิ กรรมนนั ทนาการกจิ กรรมพเิ ศษ ไปใช้ในการส่งเสริมสุขภาพให้กับบคุ คลในชุมชน 32 สำ� นกั นันทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกฬี า

33คูม่ ือการส่งเสรมิ สุขภาพ โดยใช้กจิ กรรมนนั ทนาการ รายการอา้ งองิ กรมพลศกึ ษา. 2560. รายงานผลการวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณ์ เรอ่ื ง พฤตกิ รรม ความตอ้ งการ และความคาดหวงั เกย่ี วกบั กจิ กรรมนนั ทนาการ ของประชาชนที่ใชบ้ รกิ ารศูนย์การเรยี นรูก้ ีฬา นันทนาการ และวทิ ยาศาสตรก์ ารกฬี าในสงั กดั กรมพลศกึ ษา. กระทรวง การทอ่ งเทยี่ วและกีฬา กำ� โชค เผือกสุวรรณ. 2559. ผนู้ ำ� นนั ทนาการ. กรงุ เทพฯ : สำ� นกั พมิ พ์ แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณิต เขียววิชัย. 2534. หลักนันทนาการ. กรุงเทพฯ : ส�ำนักพิมพ์ พิมพ์ลกั ษณ์. เทพประสทิ ธ์ิ กลุ ธวชั วชิ ยั . 2556. การนนั ทนาการ. กรงุ เทพฯ : สำ� นกั พมิ พ์ แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา. 2554. ความเครียด. สืบค้นจาก: http://www.somdet.go.th/Knowledge_ (saranarue)/1.php สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. 2559. รายงาน สุขภาพคนไทย 2559 ตายดี : วิถีท่ีเลือกได้. สืบค้นจาก : http://www.hiso.or.th/hiso5/report/report2016T.php สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. 2552. รายงาน การส�ำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย คร้ังท่ี 4 พ.ศ. 2551-2552. สืบค้นจาก : http://www. hiso.or.th/hiso5/report/report6.php

สมบัติ กาญจนกิจ. 2557. นันทนาการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว. (พิมพ์ครั้งท่ี 2) กรุงเทพ : ส�ำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั . สุจิตรา สุคนธทรัพย์. 2554. เอกสารประกอบค�ำสอนวิชา 3904308 การส่งเสริมสุขภาพ. ส�ำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย. สำ� นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ. 2559. สาระสขุ ภาพ. สบื คน้ จาก : http : //www.thaihealth.or.th/NewsHealth. html. ส�ำนักนันทนาการ. 2555. แผนพัฒนานันทนาการแห่งชาติฉบับที่ 2 พ.ศ. 2555-2559. กระทรวงการท่องเที่ยวและกฬี า. 34 สำ� นกั นนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา

35คมู่ ือการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ โดยใชก้ ิจกรรมนนั ทนาการ คณะผู้จดั ท�ำ คณะท่ปี รึกษา นายนเร เหลา่ วิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา นางสาวดารณี ลขิ ิตวรศกั ด์ิ ผอู้ �ำนวยการส�ำนกั นันทนาการ รกั ษาราชการแทนรองอธิบด ี กรมพลศึกษา รศ.ดร.ฤาเดช เกดิ วิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศ.ดร.สมบัติ กาญจนกิจ คณะวทิ ยาศาสตร์การกฬี า จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั นางรุ่งอรุณ เขยี วพุ่มพวง ผเู้ ช่ยี วชาญเฉพาะดา้ นส่งเสริม และพฒั นานนั ทนาการ คณะผจู้ ดั ท�ำ นางพชั รา เทียมเพ็ชร์ นักพัฒนาการกฬี าชำ� นาญการพิเศษ นางสาวปาจรยี ์ บตุ รกนิ ร ี นกั พฒั นาการกฬี าช�ำนาญการพเิ ศษ นายอดุลยชาติ ขนั ธมะ นักพฒั นาการกฬี าช�ำนาญการพเิ ศษ นางสาวมณฑนิ ี มีสมบรู ณ์ นกั พฒั นาการกฬี าปฏิบตั กิ าร นางสาวกฤตกญั ญา คชรินทร์ นักพฒั นาการกฬี าปฏบิ ตั กิ าร

คณะผู้จดั ท�ำ ดร.รัตนา ปานเรียนแสน วทิ ยาลยั สหเวชศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสวนสนุ นั ทา ดร.ก่งิ กนก เสาวภาวงศ ์ คณะวฒั นธรรมส่งิ แวดล้อม และการทอ่ งเทยี่ วเชิงนเิ วศ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ รศ.ดร.รชาดา เครือทวิ า สถาบนั การพลศกึ ษา วิทยาเขตอา่ งทอง ผศ.ดร.วรี ะ บางแสง สาขาวชิ าพลศกึ ษา คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ชัยภูมิ อ.กันตพงษ์ ปราบสงบ วทิ ยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนสนุ นั ทา นางสาวนิรมล บุญนาค นกั จัดการงานทว่ั ไป นางสาวโชตกิ า ศัลยพงษ ์ บคุ ลากรสนับสนุน นางสาวธัญญาลกั ษณ์ สาระจันทร์ เจ้าหนา้ ทป่ี ระสานงาน 36 สำ� นักนนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา