42 2. องคประกอบการพฒั นาอาชีพสูความมั่นคง เสนทางชวี ติ ของอาชพี เราเรม่ิ ตนจากการเรยี นรเู ขา สูอาชีพ ทําใหอาชีพขับเคลื่อนไปสูการขยายอาชีพ เราผานประสบการณ เรยี นรแู กป ญ หา ตอ สกู บั การแขง ขนั มากมาย จนถงึ จดุ จุดหนึง่ ทีเ่ ราตองการมากกวา น่นั คือ ความมนั่ คง เราจงึ มีความจาํ เปน ท่ีจะตอ งจดั ระบบพัฒนาอาชีพเขา สูความมัน่ คง การพัฒนาอาชพี เขาสูค วามมั่นคงของผปู ระสบความสําเร็จ มีมากมาย จะมีลักษณะการกระทําท่ี สอดคลองกันเปนสว นใหญวา ความมน่ั คงของอาชพี ขึ้นอยกู บั องคประกอบ อยางนอ ย 3 ประการ คือ (1) การลดความเสี่ยงในผลผลติ (2) ความมงุ ม่ันพัฒนาอาชพี และ(3) การยึดหลักคณุ ธรรม ลดความเส่ยี งผลผลิต สูความม่นั คง มุงม่นั พัฒนาอาชพี ยั่งยืน ยึดหลักคณุ ธรรม จากแผนภูมิ จะพบวา องคประกอบรวม ท้งั 3 องคประกอบ เปน ตวั สงผลตอ ความม่นั คงยงั่ ยนื ใน อาชพี ทเ่ี ราจะตองนาํ มาบรู ณาการใหเ ปนองคร วมเดยี วกนั การลดความเสี่ยงผลผลิต การประกอบอาชพี ในกิจกรรมเชงิ เดี่ยว มกั จะเสีย่ งตอโอกาส ผลผลติ ไมไ ดต ามเปา หมาย ผลผลิต ราคาตกตาํ่ ดังนั้น การลดความเส่ียง จึงจําเปนท่ีจะตองมีปจจัยรวมที่สําคัญมาทําใหอัตราการเสี่ยงของ ผลผลิตลดลง ดังน้ี 1. การสรางความหลากหลาย เปนการสรางกิจกรรมอาชีพใหไดผลผลิตที่หลากหลายรองรับ การเสยี่ งดว ยการแขง ขนั และราคาของตลาด 2. การเพม่ิ ผลผลิต เปน ภารกจิ ควบคมุ ดแู ลบาํ รงุ รกั ษาใหผ ลผลิตเพม่ิ ขนึ้ มา 3. การหมุนเวียนเปลี่ยนรูป เปนกิจกรรมทําใหผลผลิต และขอเสียใหมีมูลคาเพ่ิมขึ้นดวยการ หมนุ เวยี น เปลี่ยนรปู เปน ผลติ ภัณฑใหมเขา สตู ลาด 4. การจดั การรายได จากการซ้ือขายผลผลิต ผลิตภณั ฑแปรรูป ใชลงทุนดําเนินอาชีพตอไปใช ดาํ รงชวี ติ และเกบ็ ออมเพมิ่ ทุนขยายการทํางาน ผูประสบผลสําเร็จในอาชีพจะมุงมั่นจัดการปจจัยทั้ง 4 ประการใหมีประสิทธิภาพสูงข้ึนโดย ลาํ ดบั
43 3. การพัฒนาอาชีพ เปน กระบวนการท่ีเนน ความสาํ คัญการพฒั นาระบบการจดั การทัง้ การผลิตและการตลาดใหตรง กบั ความตองการของลกู คา ดังน้ี คณุ ภาพผลผลติ ลดตน ทนุ การผลิต การพัฒนาอาชีพ การสง มอบ ความปลอดภัย ปจจยั รว มทง้ั 4 ดาน เปนปจจัยทสี่ งผลตอการพัฒนาอาชีพ โดยมลี ักษณะความสําคัญ ดังน้ี 1) คุณภาพผลผลติ เปน เรอ่ื งทีเ่ ราจะตอ งจดั การใหคณุ ภาพตรงความตอ งการของลกู คาใหม ากทสี่ ุด เพ่ือใหลูกคา มนั่ ใจไดว าจะไดร บั สนิ คา/บรกิ ารทดี่ ีเปนไปตามความคาดหวัง 2) ลดตนทุนการผลติ เกยี่ วขอ งกับการกําหนดราคาผลผลิตท่ีจะตองเปนราคาท่ีลูกคาสามารถ ซอื้ ผลผลติ ของเราได แตไมใ ชกําหนดราคาต่ําจนกระทั่งรายไดไมพอเพียง ดังนั้น การลดตนทุนจึงเปน เรื่องสําคัญที่เราจะตองศึกษาเรียนรู หาวิธีลดตนทุนท่ีทําใหมีรายไดเพียงพอ ไมใชไปลดตนทุนกับ คา แรงงาน แตเปนการบริหารจัดการใหลดความเสียหายในปจ จัยการผลติ และการจัดการใหไ ดผลผลิตสูง 3) การสงมอบผลิตผลใหลูกคาตองเปนไปตามขอตกลงทั้งเวลานัดหมายและจํานวนผลผลิต ตัวอยาง เชน อาชพี รา นตดั เยบ็ เสอ้ื ผาชาย สว นใหญม กั จะผดิ นดั ทําใหเ สยี หายกับลกู คา ทม่ี ีกําหนดการจะ ใชเส้ือผา จึงหันไปใชบริการเส้ือผาสําเร็จรูปท่ีมีความสะดวกมองเห็นสินคา และตัดสินใจเลือกซ้ือได ทันที ทําใหป จ จบุ ันรา นเยบ็ เสอื้ ผา ชายเกอื บหายไปจากสังคมไทย 4) ความปลอดภัย ทั้งผผู ลติ และผบู ริโภคผลผลิต เชน อาชีพเกษตรอนิ ทรยี คนงานไมมีโอกาส สัมผัสกับสารพิษ ทําใหการทํางานปลอดภัย ขณะเดียวกัน ผลผลิตจากเกษตรอินทรียเปนอาหารที่ ปลอดภยั 4. การยดึ หลักคณุ ธรรม การยึดหลกั คณุ ธรรม เปนพฤติกรรมภายในของผูประกอบอาชีพ ท่ีสําคัญสงผลตอความมั่นคง ของอาชพี ดงั น้ี
44 ความขยนั คณุ ธรรมประกอบอาชีพ ความประหยดั ความซอื่ สัตย ความอดทน คุณธรรมทง้ั 4 ประการดังกลาว หลายคนบอกวา เปนเรื่องที่ตองปลูกฝงมาแตเยาววัย จึงจะเกิดข้ึนได ความเช่อื น้ีเปนจริง แตม นุษยเราสามารถเรียนรู สรา งความเขา ใจ มองเหน็ คณุ คา ปรบั เปลีย่ น และตกแตง พฤตกิ รรม เพื่อใชเ ปน เคร่อื งมอื สรา งความสําเรจ็ ใหก ับตนเองได 1) ความขยัน มีลักษณะพฤติกรรมของการทําอะไรอยางเอาจริงเอาจัง แข็งขันไมเกียจคราน ถาผูประกอบอาชีพเปนอยางนี้ เขาจะมองเห็นงานอยางทะลุไปขางหนามุงม่ันเอาจริงเอาจังยกระดับ ความสาํ เร็จไปอยางตอเน่ือง ความม่นั คงก็จะเกิดขึน้ 2) ความประหยดั เปนพฤติกรรมของการยับยงั้ ระมัดระวังการใชจายใหพอ สรางความคุมคา ใหมคี วามเสียหายนอยทส่ี ุด พฤติกรรมเชนนี้ เปนเรอื่ งของความรอบคอบในการทํางาน 3) ความซอ่ื สตั ย เปน ลักษณะการประพฤติตรงและจรงิ ใจตอ ลกู คา ทีมงานไมคดิ ทรยศ คดโกง หลอกลวง คูค า ผรู ว มทุน เปน พฤติกรรมทสี่ รา งความภักดี ความไววางใจตอลกู คา ทีมงานและหนุ สว น 4) ความอดทน มลี ักษณะพฤตกิ รรมทีส่ ามารถอดกล้นั ทนอยไู ดก ับความยากลําบาก ไมทิ้งงาน ไมยกเลิกขอตกลงงา ย ๆ 5. ความม่ันคงในอาชพี ความม่ันคงในอาชพี เปน การจัดการทางจติ ใจของผปู ระกอบการ และระบบงานใหการประกอบอาชีพ ดําเนนิ ไปอยางมคี วามแนนอน ทนทาน ลมสลายไดย าก โดยอาศยั พื้นฐานของการคดิ เปนบนองคประกอบของ การพัฒนาอาชีพสูความมนั่ คง ดังนี้ 1) ดานตนเอง อยบู นฐานของคุณธรรม 2) ดา นสงั คม อยูบนฐานของการพฒั นา 3) ดานวิชาการ อยูบนฐานของการลดความเสย่ี งในผลผลติ ซง่ึ เปนกระบวนการที่ตอ งใชข อ มูลการรบั รูเขา มาคดิ วเิ คราะหสรา งสรรค และตัดสนิ ใจอยางเปนระบบ จะนําอาชพี ไปสูความม่ันคง
45 ใบงานที่ 1 คําสั่ง ใหผ เู รยี นสมั ภาษณผูทป่ี ระสบความสําเร็จเกยี่ วกับองคป ระกอบการพัฒนาอาชพี มา 2 งาน แลว จด ในสมุดบันทกึ ใบงานที่ 2 คาํ สงั่ ใหผ เู รยี นนาํ องคป ระกอบการพัฒนาอาชีพของผูทป่ี ระสบความสําเร็จ มาใชว เิ คราะหตามความรูท่ี เรียนรมู า ใบงานท่ี 3 คําส่ัง ใหผูเรียนทบทวนประสบการณของตนเองแลววิเคราะหความเปนไปไดท่ีจะทําไดจริง โดยนาํ จดุ ออ นจุดแขง็ มาพัฒนาเปน องคความรเู พื่อพัฒนาตนเอง
46 บทท่ี 5 โครงการพัฒนาอาชีพใหมีความมนั่ คง สาระสาํ คัญ การจัดทําแผนและโครงการพัฒนาอาชีพใหมีความม่ันคง เพื่อใชในการตรวจสอบ ปรับปรุง แกไ ขพรอมจะนาํ ไปสูการปฏบิ ตั ิ ผลการเรียนรูทค่ี าดหวงั 1. อธิบายการวเิ คราะหความเปน ไปไดข องแผนการผลติ หรอื บริการ 2. อธิบายการเขยี นโครงการพฒั นาอาชพี ใหม คี วามมั่นคง 3. อธบิ ายการตรวจสอบความเปนไปไดข องโครงการพัฒนาอาชพี ใหม คี วามมั่นคง 4. อธิบายแนวทางปรับปรุงโครงการพัฒนาอาชพี ใหมคี วามมั่นคง ขอบขายเนื้อหา 1. การวเิ คราะหค วามเปนไปไดของแผนการผลติ หรอื บริการ 2. การเขยี นโครงการพัฒนาอาชพี ใหม ีความมนั่ คง 3. การตรวจสอบความเปนไปไดของโครงการพัฒนาอาชีพใหมคี วามมั่นคง 4. การปรับปรงุ โครงการพฒั นาอาชีพใหม คี วามม่นั คง
47 เรื่องท่ี 1 การวเิ คราะหค วามเปน ไปไดของแผนการผลติ หรอื บริการ 1. การกาํ กบั ดแู ลการขยายอาชีพ การวเิ คราะหความเปนไปไดข องแผนการผลิตหรอื บรกิ ารดวยการกาํ กบั ดแู ลการขยายอาชีพ เปนกจิ กรรมของผปู ระกอบการท่ีจะตองมีระบบสารสนเทศใหมองเห็นความกาวหนา และความสําเร็จ ของงานในแตละภารกจิ วาไปถึงไหน ดว ยการทาํ กิจกรรมลักษณะความสําเร็จในแผนกลยุทธมากําหนด ระยะเวลาทีต่ อ งใชจ รงิ ดว ย การเขียนเปน ผังการไหลของงานใชเ ฝา ระวงั การดําเนนิ งาน ดังน้ี 1. การจัดทําผังการไหลของงานของแตล ะภารกจิ ประกอบดว ย 1.1 นําขอความเปาหมายกลยุทธอ อกมาเปนหวั เร่ืองสาํ คัญ 1.2 นํากจิ กรรมออกมาจดั ลาํ ดับข้นั ตอนกอ นหลัง 1.3 นําลักษณะบงช้คี วามสําเร็จ ออกมากําหนดเปนผลการดําเนินงาน จดั ทาํ ผงั การไหลของงานเพ่อื ความเขา ใจของผปู ระกอบอาชพี 1 ม.ี ค.53 3 – 5 ม.ี ค.53 16 เม.ย.53 1 พ.ค.53 ตรวจสอบ ไถบกุ เบกิ หวา นเมล็ดพันธุ ไถพรวน การสลายตวั ของซาก หนา ดนิ ปยุ พืชสด คลกุ ปยุ พืชสด พืช ไถพรวนคลุก พัฒนา ลงดิน กระจายใหท่วั ดนิ มีอนิ ทรียวตั ถุ คุณภาพดิน โครงสรา งดินเปน 20 ไร กอนกลม รว นซุย 2 ม.ี ค. 53 6 ม.ี ค. – 17 เม.ย. 17 – 30 เม.ย. 2 – 15 พ.ค. ไถแปรยอยดิน ใหน้ําบํารุงรกั ษา ใหนา้ํ พรอ ม ใหน้าํ พรอม ใหแ ตกกระจาย ตน ปุย พืชสด จุลินทรียย อย จุลินทรยี จ น สลายหมักดนิ ซากพืชยอย สลายเปน อินทรยี วัตถุ แผนภมู ผิ ังการไหลของงาน
48 2. การใชผังการไหล กํากับดแู ลการขยายอาชพี ประกอบดว ย 2.1 นาํ ผงั การไหลของงานติดผนงั ท่ีสามารถมองเหน็ ได 2.2 ติดตามระยะเวลาตามผังการไหลของงาน วันท่ีกําหนดกิจกรรมดําเนินการ สําเร็จหรอื ไม ถา สําเร็จก็ทําเครือ่ งหมายบอกใหรูวางานหรือกิจกรรมน้ีทําสําเร็จแลว งานหรือกิจกรรมน้ี ตองมีการปรับปรงุ แกไขหรอื ไม 2.3 กรณกี จิ กรรมไมส าํ เร็จ ผปู ระกอบการจะตองคดิ ตาม คน หาสาเหตุแลวปฏิบัติการ แกไขขอบกพรอ ง 2.4 ดําเนินการปรับระยะเวลาในผังการไหลของงานใหเ ปนความจริง 3. ประเมนิ ผลการกาํ กบั ดแู ลวา มสี ว นประสบผลสาํ เรจ็ อะไรบาง และสําเร็จไดเพราะ อะไร จากน้นั ดวู า สวนใดท่ีไมประสบผลสําเร็จและมีอะไรเปนเหตุ นําผลทั้งความสําเร็จและความเสียหาย มาสรุปผล เพ่อื นาํ ผลกลบั มาแกไขแผนกลยทุ ธแ ละแผนปฏบิ ัตกิ ารใหมีประสทิ ธภิ าพได 2. กรอบแนวคดิ การควบคุมตรวจสอบการขยายอาชีพสคู วามมั่นคง การควบคุมตรวจสอบการทํางาน เปนกจิ กรรมที่ใหการทํางานเปน ไปตามขอตกลงหรือ ขอกําหนด พิจารณาดคู วามถูกผิดหาขอ เท็จจริง ประมาณคา และบันทึกสรุปเรื่องราวของการดําเนินงาน ขยายอาชพี และผลที่เกดิ เพ่ือนําไปสกู ารวางแผนพฒั นาการขยายอาชีพ ใหม ีความมนั่ คงมากย่ิงข้นึ จึงขอสรปุ กจิ กรรมการควบคุมตรวจสอบ ประกอบดว ย 4 กิจกรรม ดงั นี้ (1) การควบคมุ (2) การตรวจสอบ (3) การประเมนิ (4) การรายงานผล
49 การควบคมุ การตรวจสอบ การประเมิน ควบคุมการดําเนนิ งาน การพิจารณาความ การประมาณคา การรายงานผล - การลดความเส่ยี งของ - ถกู ผิดและหา - ผลสาํ เรจ็ การจดั ทาํ - ผลเสีย สารสนเทศ ผลผลติ – ขอเทจ็ จรงิ ใหเ ปนไปตาม ขอ ตกลง - การพฒั นาคณุ ภาพ - เรอื่ งราวของ อาชีพ การทาํ งาน - ผลสําเรจ็ - ผลเสีย จัดทําแผนพัฒนาการขยายอาชีพสู ความมน่ั คงทส่ี ูงขนึ้ วงจรของการควบคุมตรวจสอบการขยายอาชีพสคู วามมนั่ คง 3. การควบคมุ การดําเนนิ งานขยายอาชีพ เปน กิจกรรมการดแู ลการดาํ เนนิ งานขยายอาชพี ใหเปน ไปตามแผนธุรกจิ ขอ กําหนดและ ขอตกลงดา นตาง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ งกบั คุณภาพผลผลิต ความเช่ือถอื ของลกู คา โดยมขี ้นั ตอนดาํ เนินการ ดงั นี้ แผนภูมกิ ารควบคุมการดําเนนิ งานขยายอาชพี ศกึ ษาทําความเขาใจ เขยี นเอกสารในสงิ่ ท่ตี องทํา ทาํ ตามทีเ่ ขียน - แผนธุรกจิ - เอกสารคมู อื ทาํ งาน - ทําตามท่ีเขยี น - การลดความเสยี่ ง - เอกสารขน้ั ตอนการ - หาขอจํากดั ขอ บกพรอ ง ของผลผลติ ทาํ งาน/ใบงาน การทาํ งานตามเอกสาร - การพัฒนาการ - เอกสารขอกาํ หนด - พัฒนาเอกสารข้นั ตอน มาตรฐานการดําเนนิ งาน การทาํ งาน ขยายอาชีพ
50 จากแผนภูมกิ ารควบคุมการดําเนินงานขยายอาชพี มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี 1. ศึกษาทาํ ความเขาใจ ผูประกอบการตองศึกษาทําความเขาใจแผนธุรกิจ ขอกําหนด การลดความเสีย่ งผลผลิต และขอ กําหนดหรือมาตรฐานการพฒั นาอาชีพใหผูรว มงานทุกฝา ยไดรเู ทา ทนั กัน 2. เขียนเอกสารในสิ่งท่ีตองทํา ผูประกอบการและผูรวมงานชวยกันเขียนขอกําหนด วิธกี าร ขน้ั ตอนการทํางานทีต่ องทําจริง ๆ ออกเปนเอกสารคมู ือการทาํ งานตามแผนธรุ กจิ เอกสารขัน้ ตอน การทํางานหรอื ใบงานตามขอ กําหนด การลดความเส่ยี งผลผลิต และเอกสารมาตรฐานการดาํ เนินงานตาม ขอ กําหนดของการพัฒนาอาชีพ 3. ทาํ ตามทเ่ี ขียน คณะทํางานตองมุงมั่นทําตามท่ีเขียนไวในเอกสารดวยการนําไปหา ขอ จาํ กดั ขอ บกพรองแลว รวมกนั แกไ ขเอกสารการทาํ งานทเ่ี ปน ปญหา การดาํ เนินงานทงั้ 3 ข้นั ตอนเปนการควบคมุ ใหการดําเนินงานเปนไปตามขอกาํ หนดได ผลผลติ และการทํางานเปน ไปตามมาตรฐานและขอ ตกลงกบั ฝายตาง ๆ ได 4. การตรวจสอบการดาํ เนนิ งานขยายอาชพี การตรวจสอบเปนการดําเนินการเพ่ือปกปองรักษาอาชีพใหเขมแข็งคงอยูได ดวยการ พจิ ารณาดคู วามเรยี บรอย พจิ ารณาดูวา ถูกหรือผิด และหาขอเท็จจริงแลวดําเนินการจัดการใหความไม เรียบรอยหรือความผิดบกพรอ งหมดไป มีขนั้ ตอนดําเนนิ การดงั นี้ วิเคราะห จัดทาํ รายการ ปฏบิ ัตกิ าร สรุปผลการ จดั การแกไ ข แผนปฏบิ ัตกิ าร ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ - ช้แี จง จําแนก - เหตุการณท จ่ี บแลว - รายการตรวจ - ตรวจสอบบนโตะ - ความเรยี บรอย สิง่ ผิด - เหตกุ ารณทีก่ ําลัง - เกณฑก ารตรวจ ประชมุ - สิ่งผิด - รว มกันแกไข ดําเนนิ การ - ตรวจสอบการ - ขอ เท็จจรงิ ปฏบิ ัติการ จากแผนภูมกิ ารไหลของงาน มรี ายละเอยี ดการดําเนนิ การตรวจสอบ ดังนี้ 1. วิเคราะหแผนปฏิบัติการ เปนการตรวจสอบการดําเนินงานขยายอาชีพ เร่ิมตนจาก แผนปฏิบัตกิ ารเพอื่ ตรวจสอบวาในชว งเวลาน้ี มเี หตุการณข องงานทจี่ บแลว และเหตุการณที่กําลังจะทํามี อะไรบา งท่ีมีความสาํ คญั และสง ผลกระทบตอ คณุ ภาพงานตาง ๆ แยกออกมาเพอ่ื ใชด ําเนินการตรวจสอบ 2. จดั ทาํ รายการตรวจสอบ ดวยการเอาเหตุการณที่จบแลวและเหตุการณกําลังจะทําที่ ถกู เลอื กออกมาวา มคี วามสาํ คัญและสงผลกระทบตอคณุ ภาพงานตาง ๆ ออกมาจัดทําเกณฑวา สภาพท่ีดี ควรเปน อยางไร แลว จัดทาํ เปน เอกสารสําหรับการตรวจ และจดบันทกึ ทีเ่ หมาะสมกับการทาํ งานจรงิ
51 3. ปฏบิ ัตกิ ารตรวจสอบ ควรแจงใหผูรับผดิ ชอบกิจกรรมท่ีจะตรวจวา จะตรวจอะไรกับ เหตุการณอะไรบาง เพื่อใหผูรับผิดชอบไดทบทวนสภาพการทํางานของตนเอง โดยแยกดําเนินการ ออกเปน 2 ลักษณะ คอื 3.1 การตรวจสอบบนโตะประชุม เพื่อพิจารณาความเรียบรอยสิ่งผิด สิ่งถูกตาม ผูรับผดิ ชอบงานกําหนด 3.2 การตรวจสอบการปฏิบัติงาน เพื่อเปรียบเทียบกับขอมูลของการตรวจสอบบน โตะ ประชมุ กบั สภาพทีเ่ หน็ จรงิ 4. สรุปผลการตรวจสอบ รวมกันสรุปผลระหวางผูตรวจสอบกับคณะทํางาน โดย สรปุ ผลการตรวจสอบใหม องเห็นสภาพการทาํ งาน ความเรียบรอ ย สิ่งของและขอเท็จจริง 5. จัดการแกไข เปนการทํางานระหวางผูตรวจสอบกับคณะทํางาน รวมกันวิเคราะห ส่ิงผดิ และรวมกันปฏิบตั กิ ารแกไข 5. การประเมินตนเอง เปน การนาํ ผลสรุปจากการตรวจสอบมาประมาณคา ดังน้ี 1. การประมาณคา ผลสําเร็จวา มีอะไรบาง และความสาํ เร็จดงั กลา วมีอะไรมาสนบั สนนุ บา ง และการสนับสนนุ เหลา นนั้ คุม คา กับผลสําเรจ็ หรอื ไม 2. การประมาณคาผลเสียวา มีอะไรบาง และความเสียหายดังกลาวสงผลกระทบกับ สว นใดบา งของการขยายอาชีพ 6. การรายงานผล การจัดทํารายงานผล สําหรับการพัฒนาหรือขยายอาชีพ เปนการจัดทําเอกสารสารสนเทศ เพอ่ื ใชจ ัดทาํ แผนพัฒนาการขยายอาชีพสคู วามมน่ั คง จงึ ควรทําเปนเอกสารหนาเดียวท่ีระบุเรื่องราวของ การทาํ งาน ผลสาํ เรจ็ และผลเสยี ดงั ตัวอยาง
52 ตัวอยา งเอกสารรายงานผลและการควบคุมตรวจสอบการขยายอาชีพสคู วามม่นั คง 1. ช่อื สถานประกอบการ วัน เดอื น ปทีต่ รวจ 2. กจิ กรรมทต่ี รวจ : การพฒั นาคณุ ภาพดิน 3. เหตุการณทีร่ ับการตรวจ สําเร็จ เสยี หาย 1. การปลูกปยุ พืชสด - - 2. การไถพรวนปุยพชื สดลงดนิ - 3. การหมักดิน 4. ผลการตรวจ 4.1 เร่อื งราวของการทํางาน (1) ผูรบั ผดิ ชอบทํางานตรงตามเอกสารขอกาํ หนดเร่ืองพัฒนาดนิ ไมครบทุกคน (2) ผูรบั ผิดชอบจดบนั ทึกการทํางานเพียง 3 คน ไมมีบันทกึ 7 คน 4.2 ลกั ษณะความสําเรจ็ ของงาน ผลทีเ่ กิดจากความสาํ เร็จ (1) สามารถผลิตปยุ พชื สดไดไรละ 8 ตนั - ลดคา ใชจา ยซ้ือปุยคอกลงไรล ะ 2,000 บาท (2) ซากพชื ถกู สบั พรวนเติมพน้ื ทพ่ี ฒั นา - ดินมซี ากพืชในอตั ราสวนปนกันท้งั หมด 4.3 ลกั ษณะผลเสีย สาเหตุ การแกไข 1. ดินมีกลิ่นเหมน็ บูดเนา - ไมไ ดจา ยจลุ นิ ทรียม าพรอ มกบั น้าํ - ชแ้ี จงความสําคัญของการทาํ งาน - ใชเคร่ืองพน ละอองหนา ดิน ตามเอกสารขอ กาํ หนด จลุ ินทรียไมพ อ - ใหเรงดําเนินการใหจุลินทรีย ทางนํ้า วันละ 2 คร้ัง ผรู บั การตรวจ ผูตรวจ 1. ______________________________ ____________________________ 2. ______________________________ 3. ______________________________ 4. ______________________________
53 ใบงานที่ 1 คําสั่ง ใหผ เู รียนจัดทาํ เอกสารรายงานผล การควบคุมตรวจสอบการขยายอาชีพ สูความมั่นคงของตนเอง หรือ สมั ภาษณผ ูประสบความสําเร็จในอาชพี ตามรูปแบบของเอกสารขา งตน
54 เรอื่ งที่ 2 การเขยี นโครงการพฒั นาอาชพี ใหมคี วามม่นั คง 1. เหตผุ ลของการทาํ โครงการพฒั นาอาชพี สูความม่นั คง ในการเรยี นรูท ผี่ า นมาเปน เรอ่ื งของการทําแผนธรุ กจิ ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งท่ีใหค วามสําคัญ กบั การใชเหตผุ ล การกําหนดทศิ ทางธุรกจิ ใหมีความพอดี และมีภูมิคุมกัน การกําหนดแผนปฏิบัติสราง ความรอบรู และขับเคลือ่ นแผนสคู วามสําเร็จอยางมีคณุ ธรรม ซ่ึงเปนเรื่องภายในของผปู ระกอบการขยาย- อาชพี เทานั้น แตการทาํ ธุรกจิ ที่จะตองพฒั นาออกไปจาํ เปน ตอ งใชท ุนเพ่มิ เติมหรอื ตองไดรบั ความชวยเหลือ จากภาครัฐหรือเอกชน การใหความชวยเหลือดังกลาว ผูใหตองการทราบรายละเอียด การดําเนินงาน ชวยเหลือจากภาครัฐหรือเอกชน การใหความชวยเหลือดังกลาว ผูใหตองการทราบรายละเอียดการ ดาํ เนนิ งานมผี ลลพั ธเปนอยางไร มีผลที่เกิดอะไรบางและกระทบตอสังคมชุมชนอยางไร คุมคาที่จะให การสนบั สนนุ หรือไม หรอื มีโอกาสท่จี ะสรา งกาํ ไร นาํ รายไดมาคนื สถาบนั ทางการเงนิ ไดห รอื ไม ดังนั้น จึงมีความจําเปนท่ีจะตองมีความรู ความเขาใจในการเขียนโครงการพัฒนาอาชีพ เพื่อ นาํ เสนอขอรบั ความชวยเหลือหรือสรางความเชือ่ ม่นั ใหกับแหลงทุน 2. การเขยี นโครงการ โครงการ เปนเอกสารภาพรวมของแผนธรุ กิจ เพอ่ื ใชน ําเสนอตอ สงั คมในการเผยแพรความคดิ หรือใชนําเสนอเพอ่ื ขอความชว ยเหลือ สนับสนนุ เงนิ ทนุ ซงึ่ ประกอบดว ยสาระทแ่ี สดงใหเ ห็นความสําคัญ และคณุ คา ของการดาํ เนินงาน ซ่ึงประกอบดวย 1) การเขียนชือ่ โครงการ โดยท่วั ไป มี 2 องคป ระกอบ คอื (1) ขอความบงบอกวาทําอะไร (2) ขอความวาเปน ของใครและ(3) นาํ เสนอใคร เชน “โครงสรา งขยายอาชีพเกษตรอนิ ทรีย ชุมชนบานคลองหาด นําเสนอขอ การสนับสนนุ จากทางอาํ เภอคลองหาด” 2) การเขยี น ความสําคัญและหลกั การ เปน สาระสว นทบ่ี อกความสาํ คัญของการจดั ทําโครงการและหลักการดําเนนิ การ ซึง่ มี โครงสรา งการเขยี น ดังน้ี 2.1 โครงสรางการเขยี นความสําคัญ การเขยี นความสาํ คญั ในการขยายอาชพี ควรจะ เปน สาระสาํ คญั ในธรุ กจิ ซึง่ ประกอบดวย 2.1.1 เขยี นบง บอกสภาวะแวดลอ มอาชีพ ไดแ ก (1) สภาพทด่ี นิ ส่ิงแวดลอ มทสี่ ง เสริมการดาํ เนินโครงการ (2) ผลิตผลอะไรทเี่ หมาะสมในการผลติ (3) ลักษณะคณุ ภาพผลผลติ ทลี่ กู คาตอ งการ (4) ลกู คา เปน ใคร อยา งไร
55 (5) ขายใหก ับใคร สว นแบง ทางการตลาดเปน อยางไร (6) จะสามารถเขาไปยึดตลาดสว นแบงตลาดไดร อ ยละเทา ไร 2.1.2 เขียนสรปุ ใหเ ห็นความสําคัญที่เกยี่ วขอ ง (1) การสรา งงาน สรางรายไดใ หกบั ชมุ ชน (2) การมีสวนรวมสรา งความพอเพยี งดานตาง ๆ ใหกบั ชมุ ชน 2.2 การเขยี นหลักการ เปน ขอ ความตา ง ๆ เพื่อบง บอกวา โครงการจะทําอะไร ใหใคร ทําแคไหน และทาํ อยา งไร ดังนี้ 2.2.1 จะทําอะไร ใหใคร ดังตัวอยาง - มงุ เนน ผลิตผกั ผลไมร ะบบเกษตรอินทรยี ขายใหก บั กลุมผูรักษาสขุ ภาพ 2.2.2 ทาํ อยางไรดังตัวอยาง - ใหความสําคัญกับการประยุกตระบบนิเวศธรรมชาติเขาสูระบบ การเกษตร 2.2.3 ทาํ ทไ่ี หน ดงั ตวั อยา ง - การดําเนินงาน จะเร่ิมตนท่ีแปลงเกษตรของผูทํา แลวสงเสริมการ เรียนรูขยายเครอื ขา ยการปลูกผกั อินทรียอ อกไป
56 2.3 ตัวอยางการเขยี นเหตผุ ลและหลกั การ เหตผุ ลและหลกั การ การตดั สินใจดาํ เนนิ การจัดทาํ เกษตรอินทรยี มีเหตผุ ลมาจาก 1. สภาพทดี่ ินของหมูบานคลองหาด เปนทด่ี ินเปด ปา ใหม เพอ่ื ทาํ พชื ไรมาเพยี ง 5 ป เกษตรกรไมรจู กั และไมเ คยใชสารพษิ ฆา แมลงและปราบวัชพืชเขามาใช เปน พนื้ ท่ีสะอาดปราศจากสารพษิ 2. ถาหากดาํ เนนิ การผลิตพชื ผกั ผลไมในระบบเกษตรอินทรีย จะทําใหผลิตผลท่ีไดมา สะอาดไมมี สารพิษตกคา ง 3. ผักผลไมท่ีตลาดตองการ จะเปนผลผลิตท่ีไรสารพิษ มีการเจริญเติบโตไปตามธรรมชาติและ รสชาติเปน ไปตามสายพันธุ 4. ขณะนกี้ ลมุ ผูรักษาสุขภาพมีจํานวนมากขึ้น เน่ืองมาจากการประชาสัมพันธความปลอดภัยของ อาหาร ทําใหก ลุมคนกลุมน้ีสนใจซอ้ื อาหารไรส ารพษิ บรโิ ภคมากขน้ึ โดยลาํ ดบั 5. มีผูค า อาหารสุขภาพเขา มารับซ้ือถึงไรนา จํานวนไมจํากัด เพ่ือกระจายสินคาเขาสูรานคาอาหาร สุขภาพ 6. ผลการศึกษาติดตามสวนแบงของตลาดอาหารสุขภาพ พบวา ขณะนี้มีผักผลไมเขาสูตลาด เพียงรอ ยละ 0.25 ของพืชผักผลไมท่ีปลูกในระบบเคมี เทานนั้ จึงอาจสรปุ ไดวา สวนแบงของตลาดยงั สงู มาก สามารถทําแลวขายได จะเปน โอกาสในการสรางงาน สรางรายไดใหกับคนในชุมชนบานคลองหาดไดพัฒนาเศรษฐกิจเขาสูความพอเพียงตามอัตภาพของแตละ ครอบครัวที่เขารว มโครงการได จากเหตุผลดังกลาว จงึ อาจสรปุ หลักการดําเนนิ งานไดด งั น้ี 1. เปนการดาํ เนินงานที่มงุ เนนการผลิตผัก ผลไมใ นระบบอินทรียข ายใหก บั กลุม ผูรกั ษาสุขภาพ 2. การดําเนินงานใหความสาํ คัญกบั การประยุกตระบบนิเวศธรรมชาติเขา สรู ะบบการเกษตร 3. การดาํ เนินงานจะเริม่ ตน ทีแ่ ปลงเกษตรของผูนํา แลวสงเสริมการเรียนรูขยายเครือขายการปลูก ผกั อินทรียออกไป
57 3) การเขียนเปาหมายโครงการ 3.1 โครงสรา งการเขยี นเปา หมายโครงการ ประกอบดวย ขอความบงชวี้ า + ปรมิ าณงาน + + บอกระยะเวลา ทาํ อะไร สาํ เรจ็ 3.2 การเขียนขอความเปา หมายโครงการ ควรพจิ ารณาสิ่งตอ ไป (1) ขอความบงชว้ี าทําอะไร ตอ งเปน เรือ่ งสําคัญ เปนหวั เร่ืองหลักของโครงการ (2) ปรมิ าณงานท่รี ะบตุ องมขี อ ความสามารถทาํ ไดจรงิ (3) ระยะเวลาสาํ เรจ็ ตองเหมาะสมกบั ปริมาณงาน และมีความเปนไปไดจริงท่ีจะทํา สาํ เรจ็ 3.3 ตวั อยา งขอ ความเปา หมายโครงการ จดั ตัง้ ครวั เรือนบา นคลองหาดใหท ําเกษตรอนิ ทรยี ครอบครัวละ 2 ไร จํานวน 200 ครอบครวั ใหแลวเสรจ็ ในเดอื นพฤษภาคม 2552 4) การเขียนวัตถปุ ระสงคโครงการ เปนขอความที่ขยายภาพของเปาหมายโครงการ ใหมองเห็นภาระงานท่ีจะตองทําให สาํ เร็จ โดยมรี ายละเอียดการคิด การเขียน ดงั นี้ 4.1 วิเคราะหเ ปาหมาย กาํ หนดภาระงานท่ีควรทําแลวทําใหเ กิดความสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย โครงการได เชน วิเคราะหเ ปาหมาย กําหนดภาระงานทคี่ วรทํา จดั ตั้งครัวเรอื น 1. ฝก อบรมศกึ ษาดงู าน เกษตรอนิ ทรีย 2. จัดการสนับสนุนการจัดตงั้ 200 ครอบครัว ระบบเกษตรอินทรยี 3. ติดตามควบคมุ การ ดําเนนิ งาน
58 4.2 วเิ คราะหภาระงาน กาํ หนดลักษณะบงชค้ี วามสาํ เรจ็ ดงั ตัวอยางนี้ ภาระงานท่จี ะทาํ ลกั ษณะบง ชีค้ วามสําเร็จ 1. จดั ฝก อบรม - สามารถเขาใจเหน็ ความสาํ คัญอาชพี เกษตรอนิ ทรีย 2. จัดสนบั สนุน - สามารถดําเนนิ อาชีพเกษตรอินทรยี ไ ด 3. ตดิ ตามและพัฒนา - อาชพี มคี วามเขมแขง็ 4.3 เขยี นวัตถุประสงคโ ครงการตามโครงสรางน้ี ทําอะไร ใหใ คร เปน อยางไร เพือ่ ฝก อบรม เกษตรกรบานคลองหาด สามารถเขาใจเห็น ความสาํ คัญอาชพี เกษตรอินทรยี ตวั อยางวตั ถปุ ระสงคโครงการ 1. เพ่ือฝกอบรมเกษตรกรบา นคลองหาดใหส ามารถเขา ใจ เห็นความสําคัญอาชีพเกษตรอนิ ทรียไ ด 2. เพ่ือสนบั สนนุ เกษตรบา นคลองหาด ใหสามารถดาํ เนนิ การประกอบอาชีพเกษตรอนิ ทรียไ ด 3. เพอื่ ตดิ ตามพฒั นาใหเ กษตรกรผูประกอบอาชีพเกษตรอินทรีย มีความเขมแขง็ ในอาชพี ได 5. การเขียนผลผลติ ของโครงการ การเขยี นผลผลิตของโครงการเปนการเขียนสิ่งที่จะเกิดข้ึนอันเน่ืองมาจากโครงการ อยางมีเหตุมีผล ดวยการนําวัตถุประสงคโครงการมาวิเคราะห กําหนดผลผลิตท่ีควรจะเกิดตามตัวอยาง วตั ถปุ ระสงคท ี่ 1 ขอ ความในวตั ถปุ ระสงค ผลผลิตทีค่ วรจะเกดิ 1. ฝกอบรมเกษตรกร 1. มผี ูผ านการฝกอบรม 60 คน 2. เขาใจและเห็นความสําคญั ของเกษตรอนิ ทรยี 1.1 บอกวิธีการพัฒนาคณุ ภาพดินได 1.2 บอกวธิ กี ารเพาะปลูกพชื ใน ระบบเกษตรอินทรียได 1.3 บอกวธิ กี ารอารกั ขาพชื ในระบบ เกษตรอนิ ทรยี ไ ด
59 6. การเขยี นวิธีดําเนินงาน เปน การเขยี นเรียงลาํ ดับในแตละจุดประสงค โดยมขี นั้ ตอนการเขยี นดงั นี้ 6.1 ยกขอความ วตั ถุประสงคและผลไดโครงการมาเปน ตวั ตั้ง 6.2 ดําเนนิ การวเิ คราะหผ ลผลิตแตล ะตวั เพอ่ื กําหนดกจิ กรรม ขน้ั ตอนวธิ กี ารดาํ เนินงาน ใหเกดิ ผลผลิต 6.3 ระบเุ กณฑชี้วดั ความสาํ เร็จของงาน 6.4 กําหนดระยะเวลาดําเนินงานทเ่ี ปนจริง ตวั อยา งการเขยี นวธิ ดี าํ เนินงาน 6. วธิ ีดาํ เนินงาน 6.1 วิธีดาํ เนนิ งานตามจุดประสงคที่ 1 : เพื่อฝกอบรมเกษตรบานคลองหาด ใหสามารถเขาใจเห็น ความสําคัญอาชีพเกษตรอินทรีย ผลผลิต กจิ กรรมขน้ั ตอนวธิ ีดาํ เนินงาน เกณฑช้ีวัดความสําเร็จ ระยะเวลา ของงาน (KPI) 1. มีผผู านการอบรม 1. ประชาคมหมบู า นช้ีแจงรบั สมคั ร 100% ประชาคม 2 คร้งั 60 คน ผูส นใจเขา รว มโครงการ 2. ผเู ขา อบรมมี 1. จัดสัมมนาใหมองเหน็ ภาพรวมของ 1. 80% ของผเู ขา รับ ความรู ความเขา ใจ เกษตรอนิ ทรีย การอบรมบอกวิธีการ 2.1 การพัฒนาดนิ 2. ศกึ ษาดงู านทีไ่ รท นเหนื่อย พัฒนาดนิ ได 2.2 การเพาะปลกู 2.1 ศึกษา สังเกตคณุ ภาพดนิ 2. 80% ของผูเ ขารับ 2.3 การอารักขาพชื 2.2 ศึกษา สงั เกตวธิ กี ารเพาะปลกู การอบรมบอกวธิ กี าร 2 วัน 2.3 ศกึ ษา สงั เกตวธิ กี ารอารกั ขาพชื เพาะปลกู เกษตร 3. เปด เวทสี มั มนาแลกเปล่ียนเรยี นรกู ับ อนิ ทรียไ ด บุคลากรของไรทนเหน่อื ย 3. 80% ของผเู ขารว ม 4. สรุปผลการศึกษาสังเกตและ การอบรม บอกวิธีการ การสัมมนา อารักขาพชื ได 3. เห็นความสําคญั 3. ทบทวนสภาพเปน จริงของตนเองกับ 80% ของผเู ขา รับการ 2 วนั อาชีพเกษตรอินทรยี ประสบการณท่ไี ดรบั มาแลว รว มกัน อบรมเหน็ ความสาํ คัญ หาแนวทางของตนเอง ของอาชีพเกษตร อินทรีย
60 7. การเขยี นงบประมาณดําเนินการ เปนการนาํ กิจกรรมขน้ั ตอนดาํ เนินการ มาวิเคราะหร ายละเอยี ดของรายจายแลวจัดทํา เอกสารบรรจใุ นโครงการ ตามตวั อยาง ดงั น้ี ตัวอยา งการเขยี นรายละเอยี ดงบประมาณ 7. งบประมาณดําเนินการ รวมงบประมาณดําเนินการท้ังสน้ิ 350,000 บาท มรี ายละเอียดการจา ย ดงั น้ี รายการจาย รายละเอียดการจาย งบประมาณ ** การพัฒนาดนิ คาจา งไถบุกเบิก 120 ไร 500 บาท 60,000 บาท คาจางไถแปล 120 ไร 300 บาท 36,000 บาท คา เมล็ดพนั ธุปยุ พชื สด 120 ไร 5 กก. 20 บาท 12,000 บาท 8. การเขียนผลดาํ เนินโครงการ เปน การนาํ ผลไปวเิ คราะหว า ถาการดําเนินงานเกิดผลผลิตตามท่ีกําหนด จะมผี ลทเ่ี กดิ อะไรบาง และมีผลกระทบอยางไรทท่ี ําใหมองเห็นคณุ คาของโครงการ ตามตัวอยา ง ดังน้ี 8. ผลดําเนินโครงการ หากการดําเนนิ การเกดิ ผลผลติ ดงั ที่กําหนดไว จะมผี ลทเ่ี กิดตามมาและผลกระทบ ดังน้ี ผลผลิต Output ผลทีเ่ กดิ Effect ผลกระทบ Impact 1. มผี ูผา นการอบรม 60 คน 1. โครงสรางความรเู กษตรเปลยี่ น 1. เกดิ ชมุ ชนแหง การเรยี นรเู กษตร- อินทรยี 2. ผูเ ขารับการอบรมมี 2. ความคดิ ของเกษตรกรให 2. การลดรายจา ยของชุมชน ความรคู วามเขา ใจเกษตร- ความสําคัญกบั การประยกุ ตใ ช อนิ ทรยี ปจ จยั ภายในใหมีคณุ คาสงู ขนึ้ 3. ผเู ขารบั การอบรมเห็น 3. มีการประกอบการอาชพี เกษตร 3. ระบบเศรษฐกจิ ยกระดับเขาสคู วาม ความสาํ คัญอาชีพเกษตร- อนิ ทรยี ข ้ึนในชุมชนบานคลองหาด อยูดีมสี ุข อนิ ทรีย แบบขนาดใหญ
61 เรอื่ งท่ี 3 การตรวจสอบความเปนไปไดแ ละปรบั ปรงุ แกไ ขโครงการ กรอบแนวความคิด การจดั ทาํ โครงการแผนงานพัฒนาอาชีพใหม คี วามมน่ั คง มีกรอบแนวการดําเนนิ งาน ดงั นี้ ขัน้ ตอนพฒั นา กําหนดโครงสรา ง โครงการ โครงการ วิเคราะหสรุปความตองการพัฒนา 1. เปา หมายโครงการ 1. ผลการวิเคราะหศ ักยภาพอาชีพ 2. จุดประสงคดาํ เนินงาน 2. รายงานผล กาํ กับ ดูแล 3. ลกั ษณะบงชค้ี วามสําเรจ็ 4. ผลผลิต วเิ คราะหทรพั ยากรดําเนนิ งานท่มี อี ยู กาํ หนดแผนงานกระบวนการ 1. แผนงานกระบวนการการตลาด 1. เงนิ ทุน 2. แผนงานกระบวนการการผลิต 2. แรงงาน 3. กําหนดผลทเ่ี กิดและผลกระทบ 3. อปุ กรณ 4. ระบบงาน ตดั สินใจ ดําเนินการ วิเคราะหแผนงานกระบวนการ ขน้ั ตอนดาํ เนนิ 1. ความเปน ไปไดท ่จี ะบรรลุผล P 1. กาํ หนดแนวปฏบิ ัติ โครงการ ตามลกั ษณะบง ชี้ความสาํ เรจ็ AD 2. ทํางานตามทีก่ ําหนด ผลที่เกดิ ผลกระทบ 3. ตรวจสอบขอบกพรอ ง C 4. ติดตาม แกไข พัฒนา วิเคราะหผลผลติ ผลทเี่ กดิ ตัดสินใจ ทาํ ตอ /ยกเลกิ และผลกระทบ ตดั สนิ ใจ ยกเลิก 1. ผลผลิตไดต ามเกณฑเปา หมาย 2. ผลท่เี กดิ และผลกระทบท่บี งช้ี ความมน่ั คง ทาํ ตอ พฒั นา
62 จากแผนภูมิ แสดงใหเห็นวาในข้ันตอน การจัดทําโครงการแผนงานพัฒนาอาชีพใหมี ความม่ันคงเปน การทาํ งานบนฐานความรูข องตนเอง ตองอาศัยประสบการณก ารเรยี นรจู ากการทําแผนธรุ กจิ โครงการขยายอาชพี การประเมินศกั ยภาพของการขยายอาชีพ และการกํากบั ดูแลการขยายอาชีพท่ีมีการ ปฏิบัตจิ ริง ดงั น้นั จงึ อาจกลา วไดวา การจัดทําโครงการแผนงานพฒั นาอาชีพใหมีความม่ันคง จะเปน ประสบการณทีใ่ ชดําเนนิ การตอ เนือ่ งไปเปนระยะ ๆ จึงอาจสรุปพฒั นาการการเรยี นรูของผูเรียนทจี่ ะมาสู การจัดทาํ โครงการแผนงานพฒั นาอาชีพสคู วามม่นั คงไดด ังนี้ - การใชความรูส รางความเขม แข็ง มัน่ คงยั่งยืน - ระบบความม่นั คงในอาชพี - การใชนวตั กรรมเทคโนโลยใี น การจัดทําแผนพัฒนาอาชีพ อาชีพเพ่ือความม่นั คง ใหมคี วามมนั่ คง - การตรวจสอบความพรอม ทักษะ การขยายอาชีพเพื่อความม่ันคง - การจดั ทําแผนธรุ กจิ - การกํากับ ดแู ล การขยายอาชพี - การวิเคราะหศ กั ยภาพเพ่อื สรา ง ธุรกิจใหม คี วามมนั่ คง - การกาํ กบั ดูแลการขยายอาชพี สูความมัน่ คง จากแผนภมู ิ ทําใหเราเหน็ ความสําคัญของการเรียนรูท่ีผานมา ไดรับประสบการณเปน ฐานของการจดั ทําแผนพฒั นาอาชีพใหม คี วามม่นั คง
63 1. การวเิ คราะห สรปุ ความตอ งการพัฒนาเพ่ือปรบั ปรุงโครงการ 1.1 การวเิ คราะหสรปุ ความตองการพัฒนา ดวยการนําผลการวิเคราะหศักยภาพอาชีพ และรายงานผลกํากับ ดูแลมาจําแนกวา มีอะไรบางท่ีสงผลกระทบตอความม่ันคงในอาชีพท่ีสําคัญให นาํ มาจดั ลําดบั กาํ หนดเปน ความตองการพฒั นา ก. ผลการวเิ คราะหศ ักยภาพอาชีพจากตัวอยางพบองคประกอบทีม่ ีศักยภาพตํา่ (ต่าํ กวา 0.5) จําเปน ตองพัฒนา ใหมศี กั ยภาพตอความม่ันคงในอาชพี สมควรท่ีจะนํามาเปนความตอ งการพฒั นา ดังนี้ (1) การจดั การรายได (2) การจัดการลดตน ทนุ (3) การสงมอบผลผลติ ข. รายงานผลกาํ กับดแู ล เปนขอ มูลสําคญั ท่เี รานาํ มากาํ หนดความตองการพัฒนา ดังนี้ - การปนเปอ นโลหะหนกั ในปยุ หมกั จากขอมูลดังกลาว จึงสามารถระบุความตองการพัฒนาอาชีพใหมีความม่ันคง ประกอบดว ย (1) การจดั การรายได (2) การจดั การลดตน ทนุ (3) การสง มอบผลผลิต (4) การปนเปอ นโลหะหนักในปยุ หมกั 1.2 การกาํ หนดโครงสรางโครงการ ดวยการนาํ ความตอ งการพัฒนาแตล ะองคป ระกอบมา วเิ คราะห ตวั แปรภายในวา มีตวั แปรอะไรท่เี ปน ความตอ งการท่ีแทจริง เพราะการทาํ แผนพัฒนาอาชีพให มคี วามม่นั คงน้ัน จะตองการพฒั นาสิง่ ทีจ่ ําเปน จรงิ ๆ ความตอ งการพฒั นา ตวั แปรภายใน ตัวแปรทีเ่ ปน ความ ลกั ษณะความตอ งการ ตองการทีแ่ ทจ ริง 1. การจัดการรายได 1.1 คา เสอ่ื มเครอ่ื งมอื - การแบง ปน 1. การกําหนดอตั รา เคร่อื งจักรกล ผลประโยชน แบง ปน ผลประโยชน 1.2 ทนุ ในผลติ ผล 2. ทัศนคตขิ องผูร ว ม 1.3 เงินออมขยายทุน ลงทนุ 1.4 การแบง ปน 3. เงินตอบแทนสรา ง- ผลประโยชน ขวัญกําลงั ใจใหก ับ ผูรวมงาน
64 จากตวั แปรความตองการทแ่ี ทจรงิ และผลการวิเคราะหส ภาวะความตองการท้ังหมดจะ ถกู นาํ ไปกาํ หนดเปนเปาหมายโครงการ จุดประสงคด ําเนินงาน ลักษณะบงช้ีความสําเร็จและรายไดของ การพฒั นาสคู วามมั่นคง 2. การวเิ คราะหทรัพยากรดาํ เนนิ งานทีม่ อี ยู เพื่อกาํ หนดแผนงานกระบวนการ 2.1 การวเิ คราะหท รพั ยากรดาํ เนนิ งานทีม่ อี ยู มีจุดประสงค เพอ่ื ใหการกําหนดแผนงาน กระบวนการดาํ เนนิ งานอยูบ นความพอดี ไมสรา งปญหาดําเนินงาน 2.2 การกาํ หนดแผนงานกระบวนการเพอื่ การพัฒนาอาชพี สูค วามมน่ั คง มกั จะเกย่ี วขอ งกบั กระบวนการผลติ กระบวนการการตลาด ดังนั้น แผนงานกระบวนการจะตองถูกตีกรอบไวเพียงทรัพยากร ดาํ เนนิ งานทีม่ อี ยู ไมจ าํ เปนท่ีจะตอ งจัดการพัฒนาใหสําเรจ็ ในครง้ั เดียว แตหากจะวางแผนเปนระยะ ๆ ให สมั พันธก บั ทุนดําเนนิ การทีจ่ ะเกดิ ตอมาโอกาสของความมน่ั คงจะเกดิ ขนึ้ 3. การวิเคราะหแผนงานกระบวนการเพอื่ ตดั สนิ ใจดาํ เนนิ การ เปน การวเิ คราะหความเปน ไปไดข องแผนงานกระบวนการทีจ่ ะนําไปใช มวี ิธีดาํ เนนิ งาน 2 ลกั ษณะ 1. การวเิ คราะหโ ดยใชแบบวเิ คราะหค วามเปน ไปไดข องคณะทํางานเปนการดําเนนิ การให คณะทาํ งานทกุ คนไดคดิ ตัดสินอยา งอิสระ ตวั อยา ง การวิเคราะหค วามเปน ไปไดของการทาํ แผนกระบวนการไปใชจริง (โดยจะทํางาน 5 คน) การวิเคราะหต ดั สนิ ใจ จุดประสงคโครงการ แผนงาน กระบวนการ ความตรงระหวา ง โอกาสความสาํ เรจ็ ผลการ ตามจุดประสงค แผนงานกระบวนการ วเิ คราะห กบั จดุ ประสงค 0.85 0.85 ตรง ไมตรง มาก นอ ย 1.0 1 0 54321 1. เพอ่ื พัฒนาระบบ 1.1 การกาํ หนดสว นแบง คา เฉลย่ี 4 1 4---1 การจดั การรายได ราคา อุปกรณ 1.2 การกาํ หนดสว นแบง 4 1 4---1 เพอื่ การสะสมเพิม่ ทนุ 5 - 5---- 1.3 การกาํ หนดอตั ราสว น แบงปน ผลประโยชน
65 การวเิ คราะหตดั สนิ ใจ จุดประสงคโ ครงการ แผนงาน กระบวนการ ความตรงระหวาง โอกาสความสาํ เร็จ ผลการ ตามจดุ ประสงค แผนงานกระบวนการ วเิ คราะห กบั จุดประสงค 0.90 0.73 ตรง ไมต รง มาก นอย 1.00 0.813 1 0 54321 0.68 1.00 2. เพ่ือลดตน ทนุ 2.1 ใชแกลบรองพื้นคอกแทน 4 1 32- - - การเลีย้ งหมู การใชนํา้ ลา งคอก 1.00 3 2 3--2- 3. การสงมอบผกั 2.2 ใชใบมนั เทศ แทนอาหาร ผลไม สําเรจ็ รปู 5 - 5---- 5 - 32- - - 2.3 ใชมลู ปส สาวะหมูทําแกส 2.4 นํ้าลนจากบอ แกสใชเปน ปยุ 5- 1- 4- - 5- 5- - - - ปลกู มนั เทศ 3.1 จดั หารถบรรทกุ ผลผลิต 5- 5- - - - 3.2 จัดการหีบหอใหม ี เครอื่ งหมายการคา และ รายละเอยี ดแหลงผลิต 3.3 แสดงผลการตรวจสอบ สารปนเปอ น จากตาราง มผี ลการวิเคราะหสามารถอธบิ ายได ดงั น้ี 1) ทุกจดุ ประสงคแ ละทกุ กจิ กรรมมคี วามตรงและโอกาสความกา วหนาตามจดุ ประสงค มีคะแนน สูงกวาเกณฑ 0.5 ทุกรายการ 2) จึงอาจสรปุ ไดวาแบบวางกระบวนการใหดําเนินการได 2. นาํ ผลการวเิ คราะหมารว มกันพิจารณาซาํ้ อกี ครัง้ โดยใชค วามรปู ระสบการณของทุกคน พจิ ารณาอยางรอบคอบแลว ตัดสนิ ใจจะใชดาํ เนินการหรอื ไม 4. วิเคราะหผลผลติ ผลทีเ่ กิดและผลกระทบ การวิเคราะหผลผลิต ผลท่ีเกิดและผลกระทบ มีเปาหมายเพ่ือตัดสินใจวา ผลเหลานี้ สามารถบง ชีถ้ งึ ความม่นั คงทีจ่ ะดําเนินการตอ ไปหรอื ไม ดงั ตัวอยาง
66 ตวั อยา ง การวเิ คราะห ผลผลติ ผลท่ีเกิด และผลกระทบและโอกาสความมนั่ คงในการขยายอาชพี จุดประสงคท่ี 1 เพือ่ ลดตนทนุ การเล้ียงหมู แผนงาน ผลผลติ ผลทเี่ กดิ ผลกระทบ โอกาสความมน่ั คงของการขยายอาชพี กระบวนการ Output Effect Impact มาก นอ ย 5 4 3 21 1. ใชแกลบรอง ไดปยุ หมกั จาก กล่ินเหม็น ชุมชนไม พ้ืนคอกแทนการ แกลบและ หมดไป ตอ ตานธุรกิจ - - - - ลางดวยนา้ํ มลู หมู 2. ใชใบมนั เทศ ลดรายจาย ใบมันเทศ ประสิทธภิ าพ เปนอาหารแทน คา อาหาร สามารถ การหมุนเวียน - - - - อาหารสําเรจ็ รปู สาํ เร็จรูป ตวั ละ เปล่ียนรูป ปจ จยั ภายใน 1,500 บาท สรางมลู คาเพิม่ สงู ข้นึ 3. ใชมูลและ ไดแกสหุงตม ลดรายจา ยซือ้ ประสทิ ธิภาพ ปสสาวะใน และแสงสวาง แกส LPG การหมุนเวยี น บริเวณเก็บนา้ํ ปจ จัยภายใน - - - - เก็บอาหารไปทํา สงู ขน้ึ แกสชวี ภาพ 4. น้ําและกากมลู - ปยุ หมกั แหง ลดคา ใชจ าย ดินมคี ณุ ภาพ หมูจากบอ แกส - ปุยนํา้ ชวี ภาพ ปยุ เคมี มีอนิ ทรยี วัตถุ ใชเ ปน ปยุ ใส ใหอ าหารแกพืช - - - - แปลงปลูกมนั สงู ขน้ึ เทศ จากตวั อยา งเปนการนําผลได ผลที่เกิด และผลกระทบท่ีปรากฏจริงนํามาวิเคราะหดวย เหตุ ผล และประสบการณของบุคคลวา ส่ิงเหลานี้สามารถบงช้ีและเปนโอกาสของการขยายอาชีพให มัน่ คงไดเพียงใด หากผลการวิเคราะหอ อกมาคอ นขางตาง เราจะสามารถตัดสินใจ ยกเลิก หรือพัฒนาทํา ตอ ไปได สรปุ การจัดทาํ แผนพฒั นาอาชพี ใหม ีความม่นั คง เปนภาวะงานที่ตองดาํ เนนิ การตอเน่อื ง เพอ่ื ยกระดับ ความมน่ั คง การดาํ เนนิ งาน จาํ เปน ตอ งเร่มิ ตน จากฐานความรู ผลการดําเนินงานขยายอาชีพตามแผนธุรกิจท่ี จะตอ งมกี ารวางแผน ทาํ งานตามแผน ตรวจตดิ ตาม หาขอ บกพรอ ง และปฏิบัตกิ ารแกไขขอบกพรอง แลว นําสารสนเทศเหลา นั้นมากาํ หนดความตอ งการพฒั นายกระดบั ความมัน่ คงเปน ระยะ ๆ
67 ใบงานที่ 1 คําส่ัง ใหผูเรียนวิเคราะหผลผลิต ผลท่ีเกิด ผลกระทบและโอกาสความมั่นคงในการขยายอาชีพของ ตนเอง หรอื รวมเรียนรใู นการวเิ คราะหก บั ผปู ระสบความสําเรจ็ ในอาชพี ของชุมชนทต่ี นเองสนใจ ใบงานที่ 2 คําสัง่ ใหผเู รยี นจัดทาํ แผนและโครงการพฒั นาอาชีพสคู วามม่นั คงของตนเองหรือรวมเรียนรูกับผูประสบ- ความสําเรจ็ ในอาชีพของชมุ ชน โดยมีประเดน็ ในการจดั ทํา ดังน้ี 1.1 การลดความเสี่ยงที่จะสูความมน่ั คง 1.2 คุณธรรมในการประกอบอาชพี ท่ีจะทาํ ใหสคู วามม่นั คง 1.3 การพฒั นาคณุ ภาพผลผลิตหรอื บริการท่ีจะสูความมนั่ คง 1.4 การลดตน ทุนการผลติ หรือบรกิ ารท่จี ะสคู วามมน่ั คง 1.5 การสงมอบผลผลิตหรอื การใหบ ริการที่จะสูค วามมั่นคง 1.6 การสรา งความปลอดภัยใหแ กแรงงาน และผูบ ริโภคหรือผูร บั บรกิ าร 1.7 การจดั การรายได ทส่ี ูความม่ันคง
68 คณะผจู ดั ทํา ทีป่ รึกษา 1. นายประเสริฐ บญุ เรอื ง เลขาธกิ าร กศน. 2. ดร.ชัยยศ อ่มิ สุวรรณ รองเลขาธกิ าร กศน. 3. นายวัชรนิ ทร จาํ ป รองเลขาธิการ กศน. 4. ดร.ทองอยู แกว ไทรฮะ ท่ปี รึกษาดา นการพัฒนาหลกั สตู ร กศน. 5. นางรักขณา ตณั ฑวฑุ โฒ ผูอํานวยการกลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น ผูเขยี นและเรียบเรียง ขาราชการบาํ นาญ นายอุทยั หนูแดง ผูอาํ นวยการ กศน. อาํ เภอนครชยั ศรี จงั หวัดนครปฐม กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน ผบู รรณาธิการ และพัฒนาปรบั ปรงุ กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น 1. นายพชิ ติ แสงลอย กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น 2. นางดษุ ฎี ศรวี ัฒนาโรทยั กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น 3. นางพรทิพย เข็มทอง กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน 4. นางสาวเยาวรัตน คําตรง คณะทํางาน มั่นมะโน 1. นายสุรพงษ 2. นายศุภโชค ศรีรตั นศิลป 3. นางสาววรรณพร ปทมานนท 4. นางสาวศริญญา กุลประดษิ ฐ 5. นางสาวเพชรินทร เหลืองจิตวัฒนา ผ้พู ฒั นาและปรบั ปรุงครังที (วนั ที - พฤศจกิ ายน ) 1. นางอัญชลี ธรรมวธิ กี ลุ 2. นางดษุ ฎี ศรีวฒั นาโรทัย 3. นายสธุ ี วรประดษิ ฐ 4. นางสาวกฤษณา โสภี 5. นายสุภาพ เมอื งนอย 6. นางสาวทพิ วรรณ วงคเ รือน
69 ผูพ ิมพตน ฉบบั กลุมพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 1. นางสาวเพชรนิ ทร เหลืองจิตวัฒนา กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน 2. นางสาวปยวดี คะเนสม 3. นางสาวชาลินี ธรรมธษิ า กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น ผอู อกแบบปก นายศภุ โชค ศรรี ัตนศิลป
70 คณะผปู รบั ปรุงขอมูลเกย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั ริย ป พ.ศ. 2560 ที่ปรกึ ษา จําจด เลขาธกิ าร กศน. หอมดี ผูตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 1. นายสุรพงษ ปฏบิ ตั ิหนา ทรี่ องเลขาธกิ าร กศน. 2. นายประเสรฐิ สุขสเุ ดช ผอู ํานวยการกลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอัธยาศยั 3. นางตรีนชุ กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย ผปู รบั ปรุงขอมลู นางสาวทิพวรรณ วงคเ รอื น คณะทํางาน 1. นายสุรพงษ ม่นั มะโน กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย 2. นายศุภโชค ศรรี ตั นศิลป กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย กลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย 3. นางสาวเบ็ญจวรรณ อําไพศรี กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั 4. นางเยาวรัตน ปน มณวี งศ กลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย กลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั 5. นางสาวสลุ าง เพ็ชรสวา ง กลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย 6. นางสาวทิพวรรณ วงคเ รอื น กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย 7. นางสาวนภาพร อมรเดชาวัฒน 8. นางสาวชมพนู ท สงั ขพ ิชยั
Search