47 - การประเมนิ ผลการศึกษาคน้ คว้าทางสขุ ศึกษาและพลศึกษา 1) กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการศึกษาคน้ คว้าทางสขุ ศึกษาและพลศึกษาด้านทฤษฎี เปน็ 4 ระดบั ดังนี้ ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การพจิ ารณา 4 - การวางแผนชดั เจนและทางานเป็นระบบ (ดมี าก) - แสดงขอ้ มลู ท่ลี ะเอยี ดชัดเจน - แสดงความเชื่อมโยงระหวา่ งเนอ้ื หาวชิ าได้ชดั เจน 3 - ลงขอ้ สรุปท่ถี ูกตอ้ งชัดเจน (ด)ี - นาเสนอผลงานอยา่ งเหมาะสม 2 - การวางแผนชดั เจน (พอใช้) - แสดงขอ้ มลู ท่ีละเอียดชัดเจน - แสดงความเชือ่ มโยงระหว่างเน้ือหาวชิ าได้ชัดเจน 1 - ลงข้อสรปุ ทถ่ี ูกตอ้ งชัดเจน (ต้องปรับปรุง) - นาเสนอผลงานไดย้ ังไมช่ ดั เจน - การวางแผนไม่ชัดเจน - แสดงขอ้ มูลบางส่วนผดิ พลาด - แสดงความเชอ่ื มโยงระหวา่ งเนื้อหาวชิ าไดไ้ มช่ ดั เจน - ลงขอ้ สรปุ บางสว่ นผดิ พลาด - นาเสนอผลงานได้ไมช่ ดั เจน - การวางแผนไมช่ ัดเจน - แสดงข้อมูลที่ไม่ถกู ต้อง - แสดงความเช่ือมโยงระหวา่ งเนื้อหาวิชาไดไ้ ม่ชดั เจน - ลงขอ้ สรุปทไี่ มถ่ กู ต้อง - นาเสนอผลงานได้ไม่ถกู ต้อง
48 2) กาหนดเกณฑ์การประเมินผลการศกึ ษาค้นคว้าทางสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษาทีม่ ีผลงาน เป็นสิ่งประดิษฐ์ เป็น 4 ระดบั ดังน้ี ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การพจิ ารณา 4 - มคี วามคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์และแปลกใหม่ (ดีมาก) - แกป้ ญั หาและตอบสนองตามความต้องการ - วางแผนการสรา้ งโดยใช้เทคนิคระดบั สูงและมคี ุณภาพ พร้อมท้ังแสดงรายละเลียด 3 (ด)ี ของชิ้นงานในแต่ละส่วนชัดเจนสมบูรณ์ - เลอื กและใชเ้ คร่อื งมือวดั พร้อมระบหุ นว่ ยวดั ได้เหมาะสม 2 - ดงึ ดดู ความสนใจและมปี ระสทิ ธิภาพในการทางารนสูงสดุ ตลอดจนปลอดภยั (พอใช)้ ประหยัด แข็งแรงและน่าเช่อื ถอื 1 - ใช้งานได้ตามความคาดหวัง (ต้องปรบั ปรงุ ) - สรา้ งและเก็บรักษางา่ ย - คู่มือแนะนาการใช้มคี วามชัดเจนและเข้าใจง่าย - มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์และแปลกใหม่ - แกป้ ัญหาและตอบสนองตามความตอ้ งการ - วางแผนการสรา้ งและแสดงรายละเลยี ดของแตล่ ะส่วนชัดเจน - เลอื กและใชเ้ ครือ่ งมอื วัดพร้อมระบุหน่วยวัดได้เหมาะสม - ดึงดดู ความสนใจ - ใชง้ านได้ตามความคาดหวัง - สร้างและเก็บรกั ษางา่ ย - มีความคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์ - แกไ้ ขปัญหาและตอบสนองตามความต้องการ - วางแผนการสรา้ งและแสดงรายละเลียดของแตล่ ะส่วนไดช้ ดั เจนสมบรู ณ์เปน็ ส่วนใหญ่ - เลือกและใชเ้ ครื่องมือวัดพร้อมระบุหนว่ ยวัดไดเ้ หมาะสม - ดงึ ดูดความสนใจ - ใชง้ านไดต้ ามความคาดหวงั - สรา้ งและเก็บรกั ษาง่าย - ขาดความคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์ - ไมต่ อบสนองต่อแกไ้ ขปัญหาและความตอ้ งการ - วางแผนการสร้างไดช้ ดั เจนเพยี งบางสว่ น - เลอื กและใช้เคร่ืองมือวดั พรอ้ มระบุหนว่ ยวดั ไดไ้ ม่เหมาะสม - ชิน้ งานขดั ข้อง ใช้งานไมไ่ ดต้ ามความคาดหวงั
49 - การประเมนิ ผลการร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ การร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ส่วนใหญจ่ ะมอบหมายภาระงานเป็นกลุม่ กาหนดเกณฑก์ ารประเมินผลการ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้ รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารพิจารณา 1. การวางแผน 3(ดี) - วางแผนและมอบหมายหนา้ ที่ความรับผิดชอบใหส้ มาชกิ 2. ความร่วมมอื ในกลมุ่ 2 (พอใช)้ ไมช่ ดั เจน 3. ทกั ษะการปฏบิ ัติการ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) - วางแผน แตม่ อบหมายหน้าทคี่ วามรบั ผดิ ชอบให้สมาชกิ 3.1 การสงั เกต 3 (ด)ี ไมช่ ัดเจน 3.2 การสรา้ งข้อความ คาดการณ์ 2 (พอใช)้ - ไม่มกี ารวางแผน 3.3 การสารวจ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ตรวจสอบ - ทกุ คนทางานตามหน้าท่ีรับผิดชอบ 3.4 การแปลความและ 3 (ดี) - สมาชกิ สว่ นมากทางานตามหน้าท่ี ประเมินผล 2 (พอใช)้ - สมาชกิ ไมท่ างานตามหนา้ ที่ 3.5 การลงขอ้ สรปุ 1 (ต้องปรับปรงุ ) - ปฏิบตั ไิ ดค้ รบทกุ อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม 4. การเขยี นรายงาน - ปฏิบัติได้ครบทุกข้อแตย่ งั มขี ้อผิดพลาดเป็นบางส่วน - ไม่สามารถปฏิบัตไิ ด้ครบทกุ ข้อดว้ ยตนเองและมคี วาม 5. เวลา ผิดพลาดในการลงขอ้ สรุป 3 (ด)ี - เขียนรายงานด้วยรปู แบบที่ถูกต้องเหมาะสมและนาเสนอ ได้สมบรู ณ์ 2 (พอใช้) 1 (ต้องปรบั ปรุง) - เขยี นรายงานได้ไม่สมบรู ณ์ - รายงานมขี ้อผิดพลาด หรือไมเ่ ขียนรายงาน 3 (ดี) 2 (พอใช้) - ปฏบิ ัติงานเสรจ็ สมบูรณ์ตามเวลาทกี่ าหนด 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) - ปฏิบัติงานเสรจ็ ตามเวลาทกี่ าหนดแตไ่ มส่ มบูรณ์ - ปฏิบัติงานไม่เสรจ็ สมบูรณ์ตามเวลาที่กาหนด
50 2.2 แฟ้มสะสมงานสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา การประเมินผลแฟม้ สะสมงานสุขศึกษาและพลศึกษา กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารพจิ ารณา 4 - ผลงานมรี ายละเอียดอยา่ งเพียงพอท่แี สดงถึงระดับความรู้และพฒั นาการของผูเ้ รียน (ดมี าก) และแสดงถึงความเข้าใจในเร่ืองท่ศี กึ ษา การนาเสนอข้อมูลแสดงถึงการบรู ณาการ หรอื เชอื่ มโยงมโนทศั นต์ า่ งๆ เข้าดว้ ยกัน 3 (ดี) - ผลงานมีรายละเอยี ดอย่างเพยี งพอทีแ่ สดงถงึ ระดบั ความรู้และพฒั นาการของผู้เรียน ไมม่ ขี ้อผิดพลาดที่แสดงวา่ ไม่เขา้ ใจ แต่การนาขอ้ มูลไม่แสดงถงึ การบรู ณาการ 2 ระหวา่ งขอ้ มลู หรือมโนทศั นใ์ นเรอ่ื งท่ศี กึ ษา (พอใช)้ - ผลงานมีรายละเอยี ดแสดงไวใ้ นบนั ทึกใหเ้ หน็ ถงึ ระดับความรูแ้ ละพฒั นาการของ 1 ผู้เรยี น แตพ่ บวา่ บางสว่ นมีความผดิ พลาดหรอื ไมช่ ัดเจนหรือแสดงถงึ ความไมเ่ ขา้ ใจ (ต้องปรับปรงุ ) ในเรื่องทีศ่ ึกษาของผเู้ รยี น - ผลงานมขี อ้ มูลนอ้ ย ไมม่ ีรายละเอียดแสดงไวใ้ นบันทกึ หรือแสดงให้เหน็ ถงึ ระดับ ความรู้และพฒั นาการของผเู้ รยี น
51 2.3 การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางพลศกึ ษา และการทดสอบสมรรถภาพทางกาย การประเมินผลการเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางพลศกึ ษา ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารพจิ ารณา 4 - ผู้เรียนมีความสนใจในกิจกรรมทางพลศึกษาในทุกคาบเรียน อย่างเต็มที่ และ (ดมี าก) พยายามพัฒนาตนเองตลอดเวลา - ฝกึ ฝนทักษะการเคล่ือนไหว และทกั ษะกลไกต่างๆ ตามชนดิ ของกจิ กรรม อยา่ ง ต้ังใจในทุกคาบเรยี น จนสามารถพฒั นาตนเองใหม้ ีทกั ษะตา่ งๆในระดบั ทดี่ ีข้นึ ได้ 3 - ผู้เรียนมคี วามสนใจในกจิ กรรมทางพลศกึ ษาในบางคาบเรยี น อย่างเต็มท่ี และ (ด)ี พยายามพฒั นาตนเองตลอดเวลา - ฝกึ ฝนทกั ษะการเคล่ือนไหว และทกั ษะกลไกต่างๆ ตามชนดิ ของกจิ กรรม อยา่ ง ตัง้ ใจในบางคาบเรียน จนสามารถพฒั นาตนเองให้มีทกั ษะต่างๆใน 2 - ผ้เู รยี นมคี วามสนใจในกจิ กรรมทางพลศกึ ษาบ้าง และพยายามพฒั นาตนเองใน (พอใช้) บางคร้งั - ไมฝ่ กึ ฝนทกั ษะการเคลื่อนไหว และทักษะกลไกต่างๆ ตามชนิดของกจิ กรรม แต่มี ทกั ษะตา่ งๆในระดับท่ดี ีข้ึน 1 - ผูเ้ รยี นไม่มคี วามสนใจในกจิ กรรมทางพลศกึ ษาในทุกคาบเรียน และไม่พยายามที่ (ต้องปรบั ปรุง) จะพฒั นาตนเองเลย - ไม่ฝกึ ฝนทักษะการเคลือ่ นไหว และทักษะกลไกตา่ งๆ ตามชนิดของกิจกรรม และ ไม่มกี ารพัฒนาตนเองเลย พิจารณาจากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย 7 แบบทดสอบ โดยกาหนดคะแนนเป็น 4 ระดับ กาหนดเกณฑก์ ารประเมิน ดงั นี้ ระดบั คุณภาพ เกณฑก์ ารพิจารณา 4 - มีภาพรวมของผลการทดสอบสมรรถทางกายทงั้ 7 แบบอยู่ในเกณฑ์ดีมาก (ดมี าก) - มภี าพรวมของผลการทดสอบสมรรถทางกายทั้ง 7 แบบอยูใ่ นเกณฑ์ดี 3 - มีภาพรวมของผลการทดสอบสมรรถทางกายทง้ั 7 แบบอยู่ในเกณฑ์พอใช้ (ดี) - มีภาพรวมของผลการทดสอบสมรรถทางกายท้ัง 7 แบบอยู่ในเกณฑ์ตอ้ งปรับปรุง 2 (พอใช)้ 1 (ต้องปรบั ปรงุ )
52 2.4 สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน - การประเมนิ ผลสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น การประเมินผลสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ประเมินโดยใชแ้ บบประเมินสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน โดยกาหนดเกณฑ์ในการประเมิน ดงั นี้ ระดบั คณุ ภาพ ความหมาย (3) ดีเยีย่ ม ผเู้ รยี นปฏิบตั ติ นตามสมรรถนะจนเปน็ นิสยั และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เพอ่ื ประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ดีเย่ยี ม (2) จานวน 3-5 สมรรถนะ และไมม่ ีสมรรถนะใดไดผ้ ลการประเมินตา่ กวา่ ระดับดี ดี ผเู้ รยี นมีสมรรถนะในการปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์ เพ่ือใหเ้ ปน็ การยอมรบั ของสงั คม (1) โดยพิจารณาจาก ผา่ น 1. ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเย่ยี ม จานวน 1-2 สมรรถนะ และไมม่ ี (0) สมรรถนะใดไดผ้ ลการประเมนิ ต่ากว่าระดบั ดี หรอื ไม่ผ่าน 2. ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเย่ียม จานวน 2 สมรรถนะ และไมม่ สี มรรถนะ ใดไดผ้ ลการประเมินตา่ กว่าระดบั ผ่าน หรือ 3. ได้ผลการประเมินระดบั ดี จานวน 4-5 สมรรถนะ และไมม่ ีสมรรถนะใด ได้ผลการประเมินตา่ กวา่ ระดบั ผ่าน ผเู้ รียนรับร้แู ละปฏบิ ัติตามกฎเกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขทส่ี ถานศกึ ษากาหนด โดย พิจารณาจาก 1. ได้ผลการประเมนิ ระดับผ่าน จานวน 4-5 สมรรถนะ และไมม่ สี มรรถนะ ใดได้ผลการประเมินตา่ กวา่ ระดับผา่ น หรอื 2. ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จานวน 2 สมรรถนะ และไม่มสี มรรถนะใด ไดผ้ ลการประเมนิ ต่ากวา่ ระดบั ผ่าน ผเู้ รยี นรบั รแู้ ละปฏิบตั ไิ ด้ไมค่ รบตามเกณฑแ์ ละเงือ่ นไขท่ีกาหนด โดยพิจารณา จากผลการประเมินระดับตอ้ งปรับปรงุ ตั้งแต่ 1 สมรรถนะ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั สิ ม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิบอ่ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน พฤติกรรมท่ีปฏิบตั บิ างคร้งั ให้ 0 คะแนน พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั นิ ้อยครง้ั เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพตามสมรถนะรายข้อ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 13 - 15 ดเี ย่ียม (3) 9 - 12 ดี (2) 5-8 ผา่ น (1) ต่ากวา่ 5 ไมผ่ ่าน (0)
53 แบบประเมินสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น ชอ่ื .......................................................นามสกลุ ....................................................เลขท.ี่ .............ชั้น................... คาชแี้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี น และขีด ลงในช่องที่ตรงกบั คะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดเี ยยี่ ม ดี ผ่าน ไมผ่ า่ น (3) (2) (1) (0) 1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรับ-สง่ สาร รวม .......... คะแนน ระดบั ............... ในการส่อื สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ ของตนเอง โดยใช้ภาษาอยา่ งเหมาะสม 2. ความสามารถ 1.3 ใชว้ ิธีการสอื่ สารทเี่ หมาะสม มีประสทิ ธิภาพ ในการคิด 1.4 เจรจาต่อรองเพ่ือขจดั และลดปญั หาความขดั แย้งต่างๆ ได้ 1.5 เลอื กรับและไมร่ บั ข้อมูลขา่ วสารด้วยเหตุผลและถูกตอ้ ง สรุปผลการประเมนิ 2.1 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ 2.2 มีทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์ 2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 มคี วามสามารถในการสร้างองคค์ วามรู้ รวม .......... คะแนน ระดบั ............... 2.5 ตดั สนิ ใจแก้ปญั หาเกีย่ วกบั ตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม 3. ความสามารถ ในการแก้ปัญหา สรุปผลการประเมิน 3.1 สามารถแกป้ ญั หาและอุปสรรคต่างๆ ทเี่ ผชญิ ได้ 3.2 ใชเ้ หตุผลในการแก้ปัญหา 3.3 เขา้ ใจความสมั พันธแ์ ละการเปลยี่ นแปลงในสังคม รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 3.4 แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรู้มาใชใ้ นการป้องกันและแก้ไข ปัญหา 3.5 สามารตดิ สนิ ใจไดเ้ หมาะสมตามวัย สรุปผลการประเมิน 4. ความสามารถ 4.1 เรียนรดู้ ้วยตนเองได้เหมาะสมตามวัย รวม .......... คะแนน ระดับ ............... ในการใชท้ ักษะ 4.2 สามารถทางานกล่มุ รว่ มกับผู้อ่นื ได้ ชีวติ 4.3 นาความรทู้ ไี่ ดไ้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน 4.4 จัดการปญั หาและความขัดแย้งไดเ้ หมาะสม 5. ความสามารถ 4.5 หลกี เล่ียงพฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงคท์ สี่ ง่ ผลกระทบต่อตนเอง ในการใช้ เทคโนโลยี สรุปผลการประเมนิ 5.1 เลอื กและใช้เทคโนโลยีไดเ้ หมาะสมตามวยั 5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี 5.3 สามารถนาเทคโนโลยีไปใช้พัฒนาตนเอง 5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ 5.5 มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี สรุปผลการประเมนิ รวม .......... คะแนน ระดบั ............... ระดับคณุ ภาพตามเกณฑก์ ารประเมินในหลกั สตู รรายชั้น ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
54 3. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ การประเมนิ ผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเมินโดยใช้แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยกาหนดเกณฑใ์ นการประเมิน ดังนี้ ระดบั คุณภาพ ความหมาย (3) ผเู้ รียนปฏิบัติตนตามคุณลกั ษณะจนเป็นนสิ ัยและนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันเพ่อื ดีเยยี่ ม ประโยชนส์ ขุ ของตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมินทั้ง 8 คณุ ลักษณะ คอื ไดร้ ะดบั 3 จานวน 5-8 คุณลกั ษณะ และไม่มีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ล (2) การประเมินต่ากวา่ ระดบั 2 ดี ผู้เรียนมีคณุ ลกั ษณะในการปฏิบัติตามเกณฑ์ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ท่ียอมรบั ของสงั คม (1) โดยพิจารณาจาก ผ่าน 1. ได้ผลการประเมินระดบั 3 จานวน 1-4 คุณลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลักษณะใด (0) ไดผ้ ลการประเมนิ ต่ากวา่ ระดบั 2 หรอื ไมผ่ า่ น 2. ได้ผลการประเมินระดับ 3 จานวน 4 คุณลักษณะ และไมม่ ีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ากว่าระดับ 1 หรอื 3. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับ 2 จานวน 5-8 คุณลักษณะ และไมม่ ีคณุ ลักษณะใด ได้ผลการประเมนิ ตา่ กว่าระดับ 1 ผเู้ รียนรับรู้และปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ และเงือ่ นไขที่สถานศกึ ษากาหนด โดยพิจารณาจาก 1. ได้ผลการประเมินระดบั 1 จานวน 5-8 คุณลักษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใด ได้ผลการประเมินตา่ กวา่ ระดบั 1 หรือ 2. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับ 2 จานวน 4 คณุ ลกั ษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใด ไดผ้ ลการประเมินตา่ กวา่ ระดับ 1 ผ้เู รยี นรับรู้และปฏบิ ัตไิ ดไ้ ม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงอ่ื นไขที่สถานศกึ ษากาหนด โดย พจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดับ 0 ต้งั แต่ 1 คุณลกั ษณะขนึ้ ไป เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั บิ ่อยคร้งั ให้ 0 คะแนน พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัติบางครง้ั พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตนิ อ้ ยครง้ั
55 แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ชื่อ.......................................................นามสกลุ ....................................................เลขท่ี..............ชั้น................... คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน และขดี ลงในช่องท่ตี รงกบั คะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมนิ ดเี ยีย่ ม ระดบั คณุ ภาพ ไมผ่ า่ น 1. รักชาติ ศาสน์ (3) ดี ผ่าน (0) - ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ (2) (1) กษตั ริย์ - เขา้ ร่วมกจิ กรรมทีส่ รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็น 2. ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียน 3. มีวินยั รบั ผดิ ชอบ - เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนับถอื ปฏบิ ตั ิตามหลกั 4. ใฝ่เรยี นรู้ ศาสนา 5. อยอู่ ย่างพอเพียง - เข้าร่วมกจิ กรรมทเ่ี ก่ียวกบั สถาบันพระมหากษตั ริย์ตามที่ 6. มุ่งม่ันในการทางาน 7. รักความเป็นไทย โรงเรยี นจดั ขนึ้ 8. มจี ิตสาธารณะ - ให้ข้อมลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจริง - ปฏบิ ัติในสิ่งท่ถี กู ต้อง - ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของ ครอบครวั มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบตั กิ ิจกรรม ตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวัน - รู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏิบตั ไิ ด้ - รจู้ กั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม - เช่ือฟังคาส่ังสอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง - ตง้ั ใจเรยี น - ใชท้ รพั ยส์ ินและส่งิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด - ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยัดและรคู้ ณุ คา่ - ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงนิ - มีความตง้ั ใจและพยายามในการทางานท่ีได้รับมอบหมาย - มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอ่ื ให้งานสาเรจ็ - มีจิตสานกึ ในการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทย - เห็นคุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย 3. รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 4. รจู้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ย์สมบตั ิและส่ิงแวดล้อมของ ห้องเรยี นและโรงเรยี น ระดับคุณภาพตามเกณฑ์การประเมินในหลกั สตู รรายช้ัน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
56 การประเมนิ ผลคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรยี นทางสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา มีการกาหนดเกณฑ์ใน การประเมินผล 3 ระดบั ดังนี้ รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา 1. มีระเบียบวนิ ัย 3 (ด)ี - การปฏิบัติตนอยู่ในข้อตกลงทก่ี าหนดไว้ 2 (พอใช้) - การปฏิบัตติ นอยู่ในขอ้ ตกลงที่กาหนดไว้ เปน็ ส่วนใหญ่ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) - ไมป่ ฏิบัตติ นตามข้อตกลงทีก่ าหนดไว้ 2. เคารพกฎ กตกิ า มนี า้ ใจ 3 (ด)ี - เคารพกฎ กตกิ า ในการเล่นหรอื การ นักกฬี า แข่งขนั กีฬา การมีน้าใจนกั กฬี า ร้จู ักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภยั รู้จักควบคุมอารมณ์ 2 (พอใช้) - เคารพกฎ กตกิ า ในการเล่นหรอื การ แข่งขันกฬี า การมีน้าใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จกั ให้อภัย รู้จักควบคมุ อารมณ์ ในบางครงั้ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) - ไมเ่ คารพกฎ กตกิ า ในการเลน่ หรือการ แขง่ ขันกฬี า การมีน้าใจนักกีฬา รูจ้ กั แพ้ รจู้ กั ชนะ รจู้ ักให้อภยั และไมค่ วบคุม อารมณต์ นเอง 3. รักการออกกาลงั กาย และ 3 (ด)ี - ผู้เรยี นแสดงนิสัยรักการออกกาลงั กาย ปฏิบตั ิอย่างสมา่ เสมอ โดยใช้เวลาวา่ งไปกบั การออกกาลงั กาย หรอื เล่นกฬี า และเหน็ ความสาคัญของ การมสี ุขภาพดี 2 (พอใช้) - ผเู้ รยี นแสดงนิสยั รกั การออกกาลงั กาย โดยใช้เวลาวา่ งในบางครงั้ ไปกับการออก กาลงั กาย หรือเลน่ กฬี า และเห็นความ สาคญั ของการมีสุขภาพดี 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) - ผู้เรียนไมแ่ สดงนสิ ยั รกั การออกกาลังกาย และไม่เห็นความสาคัญของการมีสุขภาพดี
57 4. เกณฑ์การตัดสินผลการเรยี น 4.1 เกณฑ์การตดั สินระดบั ผลการเรยี น ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนน 80 - 100 4 ผลการเรยี นดีเยย่ี ม 75 - 79 70 - 74 3.5 ผลการเรียนดีมาก 65 - 69 60 - 64 3 ผลการเรยี นดี 55 - 59 50 - 54 2.5 ผลการเรียนคอ่ นข้างดี 0 - 49 2 ผลการเรยี นปานกลาง 1.5 ผลการเรยี นพอใช้ 1 ผลการเรียนผา่ นเกณฑ์ขน้ั ตา่ 0 ผลการเรยี นต่ากวา่ เกณฑ์ 4.2 เกณฑก์ ารตดั สนิ ผลการเรียน ร และ มส. 4.2.1 ตดั สินผลการเรยี น ร หมายถึง รอการตัดสนิ และยงั ตัดสนิ ผลการเรียนไมไ่ ดเ้ น่อื งจาก ผ้เู รียนไมม่ ขี อ้ มลู ผลการเรยี น ในรายวิชาครบถ้วน ไดแ้ ก่ ไมไ่ ด้วัดผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรยี น ไมไ่ ด้สง่ งาน ท่ีมอบหมายให้ทา ซึง่ งานนน้ั เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสนิ ผลการเรียน หรอื มเี หตุ สดุ วสิ ัยที่ทาให้ประเมนิ ผลการเรียนไม่ได้ 1.2.2 ตัดสินผลการเรียน มส. หมายถงึ ผเู้ รยี นไม่มสี ทิ ธิเขา้ รับการวดั ผลปลายภาคเรียน เนอื่ งจากผู้เรยี นมเี วลาเรียนไมถ่ ึง ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด และไม่ได้รับการผอ่ นผนั ให้เขา้ รับการวัดผล ปลายภาคเรยี น 5. การประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และการเขียน เกณฑก์ ารประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์และการเขียน คะแนนเต็ม 20 คะแนน ระดบั คุณภาพ ความหมาย ชว่ งคะแนน ดีเยี่ยม 16 - 20 ดี มผี ลงานทแี่ สดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ 13 - 15 ผ่าน และเขียน ที่มคี ุณภาพดเี ลศิ อยู่เสมอ 10 - 12 ไม่ผ่าน มผี ลงานทีแ่ สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ 0–9 และเขียน ท่ีมคี ุณภาพเป็นที่ยอมรบั ได้ มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน ทม่ี คี ุณภาพเปน็ ทย่ี อมรบั ได้ แต่ยังมีข้อบกพรอ่ ง บางประการ ไมม่ ีผลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น หรอื ถา้ มผี ลงาน ผลงานนน้ั ยงั มีขอ้ บกพร่องท่ี ตอ้ งการไดร้ ับการปรบั ปรุงแกไ้ ขหลายประการ
ภาคผนวก
59 สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย องค์ความรู้ ทักษะหรอื กระบวนการเรยี นรู้ และคณุ ลกั ษณะอันพึง ประสงค์ ซ่งึ กาหนดใหผ้ ู้เรียนทกุ คนในระดบั การศึกษาขนั้ พื้นฐานจาเปน็ ตอ้ งเรียนรู้ ดงั น้ี องคค์ วามรู้ ทักษะสาคญั และคณุ ลกั ษณะ ในหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา : เปน็ การศกึ ษาด้านสุขภาพทม่ี ีเป้าหมาย เพ่ือการดารงสขุ ภาพ การสรา้ ง เสริมสขุ ภาพและการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของบุคคล ครอบครวั และชมุ ชนใหย้ ่งั ยืน
60 ความสัมพันธ์ของการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน วสิ ัยทศั น์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน มงุ่ พฒั นาผู้เรยี นทุกคน ซง่ึ เป็นกาลังของชาตใิ หเ้ ป็นมนุษย์ทมี่ คี วามสมดุลทงั้ ด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มจี ิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข มคี วามรู้และทกั ษะพ้ืนฐาน รวมท้งั เจตคติ ท่จี าเป็นต่อการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยม่งุ เนน้ ผเู้ รียนเป็น สาคัญบนพื้นฐานความเชอื่ ว่า ทุกคนสามารถเรยี นรูแ้ ละพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ จุดหมาย 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมทพ่ี ึงประสงค์ เห็นคณุ คา่ ของตนเอง มีวินัยและปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทตี่ นนบั ถอื ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2. มีความรอู้ ันเป็นสากลและมคี วามสามารถในการส่อื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยีและมที ักษะชวี ติ 3. มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มสี ุขนิสัย และรกั การออกกาลงั กาย 4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวถิ ีชวี ติ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข 5. มจี ิตสานกึ ในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย การอนุรกั ษ์และพฒั นาส่งิ แวดล้อม มจี ิตสาธารณะทม่ี งุ่ ทาประโยชน์และสรา้ ง สงิ่ ทีด่ งี ามในสังคม และอยูร่ ว่ มกนั ในสงั คมอย่างมีความสขุ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. รกั ชาตศิ าสน์ กษัตริย์ 2. ความสามารถในการคิด 2. ซือ่ สัตย์สจุ ริต 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 3. มวี นิ ยั 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 6. มุ่งม่นั ในการทางาน 7. รักความเป็นไทย 8. มจี ิตสาธารณะ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชวี้ ดั 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น 1. ภาษาไทย 2. คณิตศาสตร์ 3. วทิ ยาศาสตร์ 1. กิจกรรมแนะแนว 2. กจิ กรรมนักเรียน 4. สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 5. สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 6. ศลิ ปะ 3. กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 8. ภาษาต่างประเทศ คุณภาพของผูเ้ รยี นระดบั การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
อภธิ านศัพท์ กลไกของรา่ งกายท่ีใชใ้ นการเคลือ่ นไหว (Body Mechanism) กระบวนการตามธรรมชาติในการเคลอ่ื นไหวสว่ นต่างๆ ของร่างกายตามลกั ษณะโครงสร้าง หน้าที่ และ การทางานร่วมกันของข้อต่อ กล้ามเนื้อ กระดูกและระบบประสาทที่เกี่ยวข้องภายใต้ขอบข่าย เง่ือนไข หลักการ และปัจจัยด้านชีวกลศาสตร์ที่มีผลต่อการเคล่ือนไหว เช่น ความม่ันคง (Stability) ระบบคาน (Leverage) การเคลอ่ื น (Motion) และแรง (Force) การเคล่ือนไหวเฉพาะอยา่ ง (Specialized Movement) การผสมผสานกันระหว่างทักษะย่อยของทักษะการเคล่ือนไหวพื้นฐานต่างๆ การออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาต่างๆ ซ่ึงมีความจาเป็นสาหรับกิจกรรมทางกาย เช่น การขว้างลูกซอฟท์บอล ต้องอาศัยการผสมผสานของทักษะการสไลด์ (การเคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ี) การขว้าง (การเคลื่อนไหวแบบ ประกอบอุปกรณ์) การบิดตัว (การเคล่ือนไหวแบบไม่เคลื่อนที่) ทักษะท่ีทาบางอย่างย่ิงมีความซับซ้อนและ ตอ้ งใชก้ ารผสมผสานของทักษะการเคลอื่ นไหวพน้ื ฐานหลายๆ ทักษะรวมกนั การเคลอ่ื นไหวในชวี ิตประจาวัน (Daily Movement) รูปแบบหรือทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่างๆ ที่บุคคลท่ัวไปใช้ในการดาเนินชีวิต ไม่ว่าเพ่ือการประกอบกิจวัตรประจาวัน การทางาน การเดินทางหรือกิจกรรมอื่นๆ เช่น การยืน ก้ม น่ัง เดิน วิง่ โหนรถเมล์ ยกของหนัก ปนี ปา่ ย กระโดดลงจากที่สงู ฯลฯ การเคล่ือนไหวพ้นื ฐาน (Fundamental Movements) ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายที่จาเป็นสาหรับชีวิตและการดาเนินชีวิตของมนุษย์ ในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทักษะที่มกี ารพฒั นาในช่วงวยั เด็ก และจะเป็นพื้นฐานสาหรับการ ประกอบกิจกรรมต่างๆ เมื่อเจริญวัยสูงขึ้น ตลอดจนเป็นพื้นฐานของการ มีความสามารถในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นกฬี า การออกกาลังกาย และการประกอบกจิ กรรมนันทนาการ การเคล่ือนไหว พน้ื ฐาน สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือ 1. การเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนท่ี (Locomotor Movement) หมายถึง ทักษะการเคลื่อนไหว ที่ใช้ในการเคล่ือนร่างกายจากท่ีหนึ่งไปยังอีกที่หน่ึง ได้แก่ การเดิน การวิ่ง การกระโดด สลับเท้า การกระโจน การสไลด์ และการวิ่งควบม้า ฯลฯ หรือการเคลื่อนท่ีในแนวด่ิง เช่น การกระโดด ทักษะการ เคลื่อนไหวเหล่าน้ีเป็นพ้ืนฐานของการทางานประสานสัมพันธ์ทางกลไกแบบไม่ซับซ้อน และเป็นการ เคลอ่ื นไหวร่างกายท่ีใช้กล้ามเน้อื มดั ใหญ่ 2. การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับท่ี (Nonlocomotor Movement) หมายถึง ทักษะการเคล่ือนไหวท่ี ปฏิบัติโดยร่างกายไม่มีการเคล่ือนที่ของร่างกาย ตัวอย่างเช่น การก้ม การเหยียด การผลักและดัน การบิดตัว การโยกตวั การไกวตวั และการทรงตวั เป็นต้น 3. การเคล่อื นไหวแบบประกอบอุปกรณ์ (Manipulative Movement) เป็นทกั ษะการเคลอื่ นไหวที่มี การบังคบั หรือควบคุมวัตถุ ซึ่งสว่ นใหญจ่ ะเก่ียวข้องกับการใช้มือและเท้า แต่ส่วนอืน่ ๆ ของรา่ งกายกส็ ามารถ ใช้ได้ เชน่ การขว้าง การตี การเตะ การรับ เปน็ ตน้
62 การจดั การกับอารมณแ์ ละความเครยี ด (Emotion and Stress Management) วิธีควบคุมอารมณ์ความเครียดและความคับข้องใจ ท่ีไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อ่ืน แล้วลงมือ ปฏิบัติอย่างเหมาะสม เช่น ทาสมาธิ เล่นกีฬา การร่วมกิจกรรม นันทนาการ การคลายกล้ามเน้ือ (muscle relaxation) การชว่ ยฟ้นื คืนชีพ (Cardiopulmonary Resuscitation = CPR) การช่วยชีวิตเบื้องต้นก่อนส่งต่อให้แพทย์ในกรณีผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น โดยการนวดหัวใจและผายปอด ไปพรอ้ มๆ กนั การดแู ลเบ้ืองตน้ (First Care) การใหก้ ารดแู ลสขุ ภาพผปู้ ว่ ยในระยะพักฟนื้ และ/หรอื การปฐมพยาบาล การพัฒนาทีย่ ัง่ ยนื (Sustainable Development) การพัฒนาที่เป็นองค์รวมของความเป็นมนุษย์ตามแนวทางของพระธรรมปิฏก (ประยุทธ์ ปยุตโต) เป็นการพัฒนาที่เป็นบูรณาการ คือ ทาให้เกิดเป็นองค์รวมหมายความว่า องค์ประกอบทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง จะต้องประสานกันครบท้ังร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ และมีดุลยภาพ สอดคล้องกับ กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ การละเลน่ พน้ื เมือง (Folk Plays) กจิ กรรมเลน่ ดงั้ เดมิ ของคนในชมุ ชนแตล่ ะท้องถนิ่ ซึ่งเป็นส่วนหน่งึ ของการดาเนนิ ชีวิตหรือวิถีชวี ติ เพ่อื เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ ความเครียด และสร้างเสริมให้มีกาลังกายแข็งแรง สติปัญญาดี จิตใจเบิกบาน สนุกสนาน อันก่อให้เกิดความสัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน และเป็นส่วนหน่ึงของวัฒนธรรม เช่น กิจกรรมการเล่นของ ชุมชนท้องถิ่น ว่ิงเปี้ยว ชักเย่อ ขี่ม้าส่งเมือง ตีจับ มอญซ่อนผ้า รีๆข้าวสาร ว่ิงกระสอบ สะบ้า กระบ่ีกระบอง มวยไทย ตะกร้อวง ตะกรอ้ ลอดบ่วง กจิ กรรมเข้าจงั หวะ (Rhythmic Activities) การแสดงออกของรา่ งกาย โดยการเคล่ือนไหวส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกายใหเ้ ขา้ กบั อัตราความ ชา้ – เรว็ ของตวั โนต้ กิจกรรมนนั ทนาการ (Recreation Activities) กิจกรรมท่ีบุคคลได้เลือกทาหรือเข้าร่วมด้วยความสมัครใจในเวลาว่าง และผลที่ได้รับเป็นความพึง พอใจ ไม่เป็นภยั ต่อสังคม
63 กจิ กรรมรบั น้าหนักตนเอง (Weight Bearing Activities) กิจกรรมการออกกาลังกายที่มีการเคล่ือนไหวบนพื้น เช่น การเดิน การว่ิง การกระโดดเชือก ยมิ นาสตกิ การเต้นราหรอื การเต้นแอโรบิก โดยกลา้ มเนอ้ื สว่ นท่รี ับน้าหนกั ตอ้ งออกแรงกระทากับน้าหนักของ ตนเองในขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม กีฬาไทย (Thai Sports) กีฬาท่ีมีพ้ืนฐานเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของท้องถ่ินและสังคมไทย เช่น กระบี่กระบอง มวยไทย ตะกร้อ กีฬาสากล (International Sports) กีฬาที่เป็นที่ยอมรับจากมวลสมาชิกขององค์กรกีฬาระดับนานาชาติให้เป็นชนิดกีฬาท่ีบรรจุอยู่ใน เกมการแขง่ ขนั เชน่ ฟตุ บอล วอลเลยบ์ อล เทนนิส แบดมินตนั เกณฑส์ มรรถภาพทางกาย (Physical Fitness Reference) ค่ามาตรฐานที่ได้กาหนดข้ึน (จากการศึกษาวิจัยและกระบวนการสถิติ) เพ่ือเป็นดัชนีสาหรับประเมนิ เปรียบเทียบว่าบุคคลที่ได้รับคะแนน หรือค่าตัวเลข (เวลา จานวน ครั้ง น้าหนัก ฯลฯ) จากการทดสอบ สมรรถภาพทางกายแต่ละรายการทดสอบนั้น มีสมรรถภาพทางกายตามองค์ประกอบดังกล่าวอยู่ในระดับ คุณภาพใด โดยท่ัวไปแลว้ นยิ มจัดทาเกณฑ์ใน ๒ ลักษณะ คอื 1. เกณฑ์ปกติ (Norm Reference) เป็นเกณฑ์ที่จัดทาจากการศึกษากลุ่มประชากร ท่ีจาแนกตาม กลุ่มเพศและวยั เปน็ หลัก สว่ นใหญแ่ ลว้ จะจัดทาในลกั ษณะของเปอรเ์ ซน็ ไทล์ 2. เกณฑ์มาตรฐาน (Criterion Reference) เปน็ ระดับคะแนนหรอื ค่ามาตรฐานทกี่ าหนดไว้ลว่ งหน้า ส า ห รั บ แ ต่ ล ะ ร า ย ก า ร ท ด ส อ บ เ พื่ อ เ ป็ น เ ก ณ ฑ์ ก า ร ตั ด สิ น ว่ า บุ ค ค ล ท่ี รั บ ก า ร ท ด ส อ บ มี ส ม ร ร ถ ภ า พ ห รื อ ความสามารถผา่ นตามเกณฑท์ ไี่ ดก้ าหนดไว้หรอื ไม่ มิไดเ้ ป็นการเปรยี บเทยี บกับบุคคลอน่ื ๆ ความคดิ รวบยอดเก่ียวกับการเคลือ่ นไหว (Movement Concepts) ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งขนาด จงั หวะ เวลา พ้นื ท่ี และทศิ ทางในการเคลือ่ นไหวร่างกาย ความเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง และความพอเหมาะพอดีระหว่างขนาดของแรงที่ใช้ ในการ เคล่อื นไหวร่างกายหรอื วัตถุ ด้วยหว้ งเวลา จงั หวะและทิศทางที่เหมาะสมภายใต้ขอ้ จากัดของพืน้ ที่ท่ีมอี ยู่ และ สามารถแปรความเข้าใจดงั กล่าวท้ังหมดไปสู่การปฏบิ ัตกิ ารเคลื่อนไหวในการเล่นหรือแขง่ ขนั กฬี า
64 ความเส่ียงต่อสุขภาพ (Health Risk) การประพฤติปฏิบัติที่อาจนาไปสกู่ ารเกิดอนั ตรายตอ่ ชีวิตและสุขภาพของตนเองและผอู้ นื่ เช่น การขับ รถเร็ว การกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ความสาส่อนทางเพศ การมีน้าหนักตัวเกิน การขาด การออกกาลังกาย การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การใชย้ าและสารเสพตดิ ค่านิยมทางสังคม (Health Value) คณุ สมบตั ขิ องสงิ่ ใดก็ตาม ซ่งึ ทาให้สิ่งนน้ั เป็นประโยชน์น่าสนใจ สิ่งที่บุคคลยดึ ถือในการตัดสนิ ใจและ กาหนดการกระทาของตนเองเก่ยี วกบั พฤติกรรมสขุ ภาพ คณุ ภาพชีวิต (Quality of Life) ความรับรู้หรือเข้าใจของปัจเจกบุคคลท่ีมีต่อสถานภาพชีวิตของตนเองภายใต้บริบทของระบบ วัฒนธรรมและค่านิยมท่ีเขาใช้ชีวิตอยู่ และมีความเชื่อมโยงกับจุดมุ่งหมาย ความคาดหวัง มาตรฐาน รวมท้ัง ความกังวลสนใจที่เขามีต่อสิ่งต่างๆ คุณภาพชีวิตเป็นมโนคติท่ีมีขอบเขตกว้างขวาง ครอบคลุมเรื่องต่างๆ ท่ีสลับซับซ้อน ได้แก่ สุขภาพทางกาย สภาวะทางจิต ระดับความเป็นตัวของตัวเอง ความสัมพันธ์ต่างๆ ทางสงั คม ความเช่อื สว่ นบุคคล และสมั พันธภาพที่ดตี อ่ สงิ่ แวดลอ้ ม จิตวิญญาณในการแข่งขัน (Competitive Spiritual) ความมุ่งม่ัน การทุ่มเทกาลังกาย กาลังใจ ความรู้ ความสามารถในการแข่งขัน และร่วมมืออย่างสนั ติ เต็มความสามารถ เพ่ือให้ได้มาซ่งึ ผลทตี่ นเองต้องการ ทกั ษะชีวติ (Life Skills) เป็นคุณลักษณะหรือความสามารถเชิงสังคมจิตวิทยา (Psychosocial Competence) และเป็น ความสามารถทางสตปิ ัญญา ทีท่ ุกคนจาเป็นต้องใชใ้ นการเผชิญสถานการณต์ ่างๆ ที่เกดิ ขน้ึ ในชวี ติ ประจาวนั ได้ อย่างมีประสิทธภิ าพ สามารถพัฒนาขึ้นได้ด้วยการฝึกและกระทาซ้าๆ ให้เกิดความคล่องแคล่ว เคยชินจนเป็น ลักษณะนิสัย ประกอบด้วยทักษะต่างๆ ดังน้ี คือ การรู้จักตนเอง เข้าใจตนเองและเห็นคุณค่าของตนเอง การรู้จักคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและคิดสร้างสรรค์ การรู้จักคิดตัดสินใจและแก้ปัญหา การรู้จักแสวงหาและใช้ ข้อมูลความรู้ การส่อื สารและการสรา้ งสัมพนั ธภาพกับผูอ้ ่นื การจดั การกับอารมณ์และความเครยี ด การปรบั ตวั ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง การตั้งเป้าหมาย การวางแผนและดาเนินการตามแผน ความเห็นใจผู้อื่น ความรบั ผิดชอบต่อสงั คมและซาบซง้ึ ในสง่ิ ทีด่ ีงามรอบตัว ธงโภชนาการ (Nutrition Flag) เป็นเคร่ืองมือท่ีช่วยอธิบายและทาความเข้าใจโภชนบัญญัติ 9 ประการ เพ่ือนาไปสู่การปฏิบัติ โดย กาหนดเป็นภาพ “ธงปลายแหลม” แสดงกลมุ่ อาหารและสดั สว่ นการกินอาหารในแต่ละกลมุ่ มากนอ้ ยตามพ้ืนที่ สงั เกตไดช้ ัดเจนว่า ฐานใหญด่ า้ นบนเนน้ ใหก้ ินมากและปลายธงขา้ งล่างบอกให้กนิ นอ้ ยๆ เทา่ ทีจ่ าเป็นโดยมีฐาน มาจากข้อปฏิบัตกิ ารบรโิ ภคอาหารเพอื่ สขุ ภาพท่ดี ขี องคนไทย หรอื โภชนบญั ญตั ิ 9 ประการ คือ 1. กนิ อาหารครบ 5 หมู่ แตล่ ะหมใู่ หห้ ลากหลายและหมั่นดูแลนา้ หนักตวั
65 2. กนิ ขา้ วเปน็ อาหารหลกั สลบั กับอาหารประเภทแปง้ เปน็ บางมอื้ 3. กินพชื ผักใหม้ ากและกนิ ผลไมเ้ ปน็ ประจา 4. กินปลา เนอ้ื สตั ว์ไม่ตดิ มัน ไข่ และถว่ั เมลด็ แห้งเป็นประจา 5. ดม่ื นมใหเ้ หมาะสมตามวยั 6. กนิ อาหารที่มีไขมันแต่พอควร 7. หลกี เลีย่ งการกนิ อาหารรสหวานจัด และเค็มจัด 8. กนิ อาหารทีส่ ะอาด ปราศจากการปนเป้อื น 9. งดหรือลดเครื่องด่ืมทมี่ แี อลกอฮอล์ นา้ ใจนกั กีฬา (Spirit) เป็นคุณธรรมประจาใจของการเล่นรว่ มกัน อยู่ร่วมกัน และมีชีวิตอยู่ร่วมกนั ในสังคมได้อย่างปกติสขุ และมีประสิทธิภาพ พฤติกรรมที่แสดงถึงความมีน้าใจนักกีฬา เช่น การมีวินัย เคารพกฎกติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้ อภัย บรกิ ารสุขภาพ (Health Service) บรกิ ารทางการแพทย์และสาธารณสขุ ทั้งของรฐั และเอกชน ประชาสงั คม (Civil Society) เครือข่าย กลุ่ม ชมรม สมาคม มูลนิธิ สถาบัน องค์กร หรือชุมชนที่มีกิจกรรม การเคล่ือนไหวทาง สงั คม เพื่อประโยชน์รว่ มกันของกลมุ่ ผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพ (Health Products) ยา เคร่ืองสาอาง อาหารสาเร็จรูป เครอ่ื งปรุงรสอาหาร อาหารเสริม วติ ามนิ พฤตกิ รรมเบีย่ งเบนทางเพศ (Sex Abuse) การประพฤตปิ ฏิบัติใดๆ ทไี่ มเ่ ปน็ ไปตามธรรมชาติทางเพศตนเอง เชน่ มีจิตใจรักชอบในเพศเดียวกัน การแต่งตัวหรือแสดงกิริยาเป็นเพศตรงขา้ ม พฤตกิ รรมสขุ ภาพ (Health Behaviour) การปฏิบตั หิ รอื กิจกรรมใดๆ ในด้านการปอ้ งกัน การสรา้ งเสรมิ การรกั ษาและการฟ้ืนฟสู ุขภาพ อนั มี ผลต่อสภาวะทางสุขภาพของบคุ คล พฤติกรรมเสีย่ ง (Risk Behaviour) รปู แบบจาเพาะของพฤติกรรม ซ่งึ ได้รบั การพิสูจนแ์ ลว้ วา่ มคี วามสมั พันธ์กบั การเพิม่ โอกาส ทจ่ี ะปว่ ย จากโรคบางชนิดหรอื การเสอ่ื มสุขภาพมากขึ้น
66 พลงั ปัญญา (Empowerment) กระบวนการสร้างเสริมศักยภาพแก่บุคคลและชุมชนให้เป็นผู้สนใจใฝ่รู้ และมีอานาจในการคิด การตัดสินใจ การแก้ปัญหาด้วยชุมชนเองได้เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นบุคคลและชุมชน ยังสามารถควบคุม สภาพแวดล้อมทมี่ ีผลกระทบตอ่ ปัญหาสขุ ภาพให้อยใู่ นสภาพทเี่ อ้ือต่อการสรา้ งเสรมิ และพัฒนาสขุ ภาพ ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) การขาดสารอาหารทจ่ี าเป็นต่อการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของเด็ก ทาใหม้ ผี ลกระทบตอ่ สขุ ภาพ ภาวะผ้นู า (Leadership) การมีคุณลักษณะในการเป็นหัวหน้า สามารถชักชวนและช้ีนาสมาชิกในกลุ่มร่วมมือร่วมใจกัน ปฏบิ ตั ิงานให้สาเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี ภูมปิ ญั ญาไทย (Thai Wisdom) สติปัญญา องค์ความรู้และค่านิยมที่นามาใช้ในการดาเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม เป็นมรดกทาง วฒั นธรรมทเ่ี กดิ จากการสง่ั สมประสบการณ์ ความร้แู ขนงตา่ งๆ ของบรรพชนไทยนับแตอ่ ดตี สอดคล้องกบั วิถี ชีวิต ภูมปิ ัญญาไทย จงึ มีความสาคญั ต่อการพัฒนาชวี ิตความเปน็ อย่ขู องคนไทย ทงั้ ดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม ลักษณะของภูมปิ ญั ญาไทย มีองค์ประกอบตอ่ ไปน้ี 1. คติ ความเชื่อ ความคิด หลักการท่ีเป็นพื้นฐานขององค์ความรู้ที่เกิดจากสั่งสมถ่ายทอดกนั มา 2. ศิลปะ วฒั นธรรม และขนบธรรมเนยี มประเพณี 3. การประกอบอาชีพในแตล่ ะท้องถนิ่ ท่ไี ด้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกบั สมัย 4. แนวคิด หลักปฏิบัติ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นามาใช้ในชุมชน ซึ่งเป็นอิทธิพลของ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตัวอย่างภูมิปัญญาไทยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น การแพทย์แผนไทย สมุนไพร อาหารไทย ยาไทย ฯลฯ แรงขบั ทางเพศ (Sex Drive) แรงขบั ที่เกดิ จากสัญชาตญาณทางเพศ ล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual Abuse) การใช้คาพูด การจับ จูบ ลูบ คลา และ/หรือร่วมเพศ โดยไม่ได้รับการยินยอมจากฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกบั ผ้เู ยาว์
67 สติ (Conscious) ความรู้สึกตัวอยู่เสมอในการรับรสู้ ิ่งต่าง ๆ การให้หลักการและเหตุผลในการป้องกนั ยับย้ังชั่งใจ และ ควบคมุ ตนเองเพอ่ื ไมใ่ ห้คิดผดิ ทาง ไม่หลงลืม ไม่เครยี ด ไม่ผิดพลาด ก่อให้เกดิ พฤติกรรมที่ถกู ตอ้ งดงี าม สมรรถภาพกลไก (Motor Fitness) หรือสมรรถภาพเชิงทักษะปฏิบัติ (Skill - Related Physical Fitness) ความสามารถของร่างกายที่ช่วยให้บุคคลสามารถประกอบกิจกรรมทางกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ เลน่ กฬี าไดด้ ี มีองคป์ ระกอบ 6 ดา้ น ดังนี้ 1. ความคล่อง (Agility) หมายถงึ ความสามารถในการเปล่ยี นทศิ ทางการเคลื่อนท่ไี ด้อย่างรวดเร็วและ สามารถควบคมุ ได้ 2. การทรงตัว (Balance) หมายถึง ความสามารถในการรักษาดุลของร่างกายเอาไวไ้ ด้ ท้ังในขณะอยู่ กับท่แี ละเคลอ่ื นที่ 3. การประสานสัมพันธ์ (Co – ordination) หมายถึง ความสามารถในการเคลอื่ นไหวไดอ้ ย่างราบรื่น กลมกลนื และมปี ระสิทธิภาพ ซึง่ เปน็ การทางานประสานสอดคลอ้ งกันระหวา่ งตา-มือ-เทา้ 4. พลังกล้ามเนื้อ (Power) หมายถึง ความสามารถของกล้ามเน้ือส่วนหนึ่งส่วนใดหรือหลายๆ ส่วน ของร่างกายในการหดตัวเพ่ือทางานด้วยความเร็วสูง แรงหรืองานที่ได้เป็นผลรวมของความแข็งแรงและ ความเรว็ ท่ีใชใ้ นชว่ งระยะเวลานน้ั ๆ เช่น การยนื อยู่กับที่ กระโดด การทมุ่ นา้ หนัก เปน็ ตน้ 5. เวลาปฏกิ ริ ิยาตอบสนอง (Reaction time) หมายถึง ระยะเวลาทรี่ ่างกายใช้ในการตอบสนองต่อส่ิง เรา้ ต่างๆ เชน่ แสง เสียง สมั ผสั 6. ความเร็ว (Speed) หมายถงึ ความสามารถในการเคลอื่ นท่ีจากท่ีหนง่ึ ไปยังอกี หนงึ่ ได้อย่างรวดเร็ว สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) ความสามารถของระบบต่างๆ ของรา่ งกาย ในการทางานอยา่ งมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บุคคล ที่มีสมรรถภาพทางกายดีน้ันจะสามารถประกอบกิจกรรมในชีวิตประจาวันได้อย่างกระฉับกระเฉง โดยไม่ เหนื่อยลา้ จนเกนิ ไปและยงั มพี ลังงานสารองมากพอ สาหรบั กิจกรรมนนั ทนาการหรอื กรณีฉุกเฉิน ในปัจจบุ ันนัก วิชาชีพดา้ นสุขศกึ ษาและพลศกึ ษาไดเ้ หน็ พ้องตอ้ งกนั ว่า สมรรถภาพทางกายสามารถจัดกลมุ่ ได้เป็นสมรรถภาพ ทางกายเพื่อสุขภาพ (Health – Related Physical Fitness) และหรือสมรรถภาพกลไก (Motor Fitness) สมรรถภาพเชิงทักษะปฏบิ ตั ิ (Skill – Related Physical Fitness) สมรรถภาพทางกายเพื่อสขุ ภาพ (Health – Related Physical Fitness) ความสามารถของระบบต่างๆ ในร่างกายประกอบด้วย ความสามารถเชิงสรีรวิทยาด้านต่างๆ ท่ีช่วย ป้องกันบุคคลจากโรคทมี่ ีสาเหตจุ ากภาวะการขาดการออกกาลงั กาย นบั เปน็ ปจั จบุ ันหรือตัวบง่ ชส้ี าคัญของการ มีสุขภาพดี ความสามารถหรือสมรรถนะเหล่านี้ สามารถปรบั ปรุงพฒั นาและคงสภาพได้ โดยการออกกาลงั กาย อยา่ งสมา่ เสมอ สมรรถภาพทางกายเพอื่ สขุ ภาพมีองค์ประกอบดงั นี้
68 1. องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) ตามปกติแล้วในร่างกายมนุษย์ประกอบด้วย กล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน และส่วนอื่นๆ แต่ในส่วนของสมรรถภาพทางกายนั้น หมายถึง สัดส่วนปริมาณไขมัน ในรา่ งกายกับมวลร่างกายท่ปี ราศจากไขมัน โดยการวัดออกมาเปน็ เปอร์เซน็ ต์ไขมัน(% fat) ด้วยเครอื่ ง 2. ความทนทานของระบบไหลเวยี นโลหติ (Cardiorespiratory Endurance) หมายถึง สมรรถนะเชิง ปฏิบัติของระบบไหลเวียนโลหิต (หัวใจ หลอดเลือด) และระบบหายใจในการลาเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ กล้ามเน้ือ ทาให้ร่างกายสามารถยืนหยัดที่จะทางานหรือออกกาลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นระยะเวลา ยาวนานได้ 3. ความออ่ นตัวหรอื ความยืดหยนุ่ (Flexibility) หมายถงึ พสิ ยั ของการเคล่อื นไหวสูงสุดเทา่ ท่ีจะทาได้ ของขอ้ ต่อหรอื กลุ่มขอ้ ต่อ 4. ความทนทานหรือความอดทนของกลา้ มเน้ือ (Muscular Endurance) หมายถงึ ความสามารถของ กล้ามเนื้อมัดใดมัดหน่ึงหรือกลุ่มกล้ามเนื้อ ในการหดตัวซ้าๆ เพ่ือต้านแรงหรือความสามารถในการคงสภาพ การหดตัวครง้ั เดียวได้เปน็ ระยะเวลายาวนาน 5. ความแขง็ แรงของกลา้ มเน้ือ (Muscular Strength) หมายถงึ ปริมาณสูงสดุ ของแรง ทก่ี ลา้ มเนอื้ มัด ใดมัดหน่งึ หรือกลุม่ กล้ามเนอื้ สามารถออกแรงต้านทานได้ ในชว่ งการหดตัว 1 ครั้ง สุขบัญญตั แิ หง่ ชาติ (National Health Disciplines) ข้อกาหนดท่ีเด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป พึงปฏิบัติอย่างสม่าเสมอ จนเป็นสุขนิสัย เพ่อื ให้มีสขุ ภาพดีทง้ั รา่ งกาย จติ ใจ และสังคม ซงึ่ กาหนดไว้ 10 ประการ ดงั น้ี 1. ดูแลรกั ษารา่ งกายและของใช้ให้สะอาด 2. รักษาฟนั ให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวนั อยา่ งถกู ต้อง 3. ลา้ งมือใหส้ ะอาดกอ่ นกินอาหารและหลังการขับถา่ ย 4. กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเล่ยี งอาหารรสจดั สีฉูดฉาด 5. งดบุหรี่ สรุ า สารเสพติด การพนัน และการสาส่อนทางเพศ 6. สรา้ งความสมั พนั ธ์ในครอบครัวให้อบอ่นุ 7. ปอ้ งกันอบุ ัติภัยดว้ ยการไม่ประมาท 8. ออกกาลงั กายสมา่ เสมอและตรวจสขุ ภาพประจาปี 9. ทาจติ ใจให้รา่ เรงิ แจม่ ใสอย่เู สมอ 10. มสี านึกต่อส่วนรวม ร่วมสรา้ งสรรค์สังคม สุขภาพ (Health) สุขภาวะ (Well – Being หรือ Wellness) ที่สมบูรณ์และเช่ือมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุลทั้งมิติ ทางจติ วิญญาณ (มโนธรรม) ทางสงั คม ทางกาย และทางจิต ซง่ึ มิไดห้ มายถงึ เฉพาะความไม่พิการและความไม่ มโี รคเทา่ นั้น
69 สุนทรยี ภาพของการเคลอื่ นไหว (Movement Aesthetic) ศิลปะและความงดงามของท่วงท่าในการเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่างๆ ซ่ึงเป็นผลมาจาก ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบท่าทางการเคล่ือนไหวและการฝึกฝนจนเกิดความชานาญ สามารถแสดง ออกมาเปน็ ความกลมกลนื และตอ่ เนอื่ ง แอโรบิก (Aerobic) กระบวนการสร้างพลังงานแบบต้องใช้อากาศ ซ่ึงในท่ีนี้ หมายถึง ออกซิเจน (Aerobic - energe delivery) ในการสร้างพลังงานของกลา้ มเนื้อ เพื่อทางานหรือเคลื่อนไหวนน้ั กลา้ มเน้อื จะมวี ธิ กี าร 3 แบบที่จะ ไดพ้ ลังงานมา แบบท่ี 1 เปน็ การใชพ้ ลงั งานท่มี ีสารองอย่ใู นกลา้ มเนื้อซึ่งจะใชไ้ ด้ในเวลาไม่เกิน 3 วินาที แบบท่ี 2 การสังเคราะห์พลังงานโดยไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic energy delivery) ซ่ึงใช้ได้ไม่เกิน 10 วนิ าที แบบท่ี 3 การสงั เคราะหส์ ารพลงั งาน โดยใชอ้ อกซิเจน ซึ่งจะใชพ้ ลังงานได้ระยะเวลานาน
1. นางสาวชริดา เหล่ยี มดี คณะผู้จัดทำ 2. นางสริ ิภัสสร ปานกลำ่ 3. นางจนั ทนา เกิดบุญมา ประธานกรรมการ 4. นางจไุ ร พรพนม กรรมการ 5. นางสาวจนิ ต์จฑุ า อ่วมทร กรรมการ 6. นายคฑามาศ บำรุงอินทร์ กรรมการ 7. นางชญาณ์ทิพย์ จันทอง กรรมการ 8. นายจิรายุ คงเพ็ชรศกั ดิ์ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานกุ าร
โรงเรียนวัดสายลาโพงใต้ สงั กดั สำนกั งำนเขตพ้นื ทกี่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำนครสวรรค์ เขต ๓ สังกัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขน้ั พ้นื ฐำน กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
Search