Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ปัญหาและคำตอบวิชาพุทธประวัติ

ปัญหาและคำตอบวิชาพุทธประวัติ

Published by อาจูหนานภิกขุ, 2019-12-19 12:17:42

Description: ปัญหาและคำตอบวิชาพุทธประวัติ

Search

Read the Text Version

๑. ชมพูทวปี ได้แก่ประเทศอะไรในปัจจุบัน ? (อนิ เดยี ,เนปาล,ปากสี ถาน,อฟั กานิสถาน, บงั กลาเทศ, ศรีลงั กา) ๒. พวกมลิ กั ขะกบั พวกอริยกะ ใครอาศัยอยู่ ในชมพทู วปี มาก่อน ? (พวกมิลกั ขะ)

๓. ชนทม่ี ีความเจริญทางขนบธรรมเนียม และอานาจมาก คือ….(ชนชาวอริยกะ) ๔. ชมพูทวปี มกี ส่ี ่วน ? (มี ๒ ส่วน คือ มชั ฌมิ ชนบท และปัจจนั ตชนบท)

๕. เมืองทเ่ี ป็ นใจกลางของประเทศเรียกว่า อย่างไร ? (มัชฌมิ ประเทศ) ๖. ชนบท ๑๖ แคว้นในชมพูทวปี คือ (องั คะ มคธะ กาสี โกสละ วชั ชี มลั ละ เจตี วงั สะ กรุ ุ ปัญจาละ มจั ฉะ สุรเสนะ อสั สกะ อวนั ตี คนั ธาระ และกมั โพชะ)

๗. ช่ือแคว้นนอกเหนือไปจาก ๑๖ แคว้น มี เท่าไร ? (มี ๕ แคว้น คือ สักกะ โกลยิ ะ ภคั คะ วิ เทหะ องั คุตตราปะ) ๘. ผู้ปกครองแผ่นดนิ ในคร้ังน้ัน ดารง ตาแหน่งเป็ นอย่างไร ? (เป็ นมหาราชบ้าง เป็ นราชาบ้าง เป็ นอธิบดบี ้าง)

๙. การปกครองในคร้ังน้ันเป็ นรูปแบบใด ? (ปกครองโดยอานาจสิทธ์ิขาดบ้าง โดยสามคั คี ธรรมบ้าง บางคร้ังกเ็ ป็ นอสิ ระบ้าง บางคร้ังกถ็ ูก เขาปกครองบ้าง) ๑๐. ทาไมคนยุคน้ันจงึ มที ฐิ ิมาก ? (เพราะ ศึกษาวชิ าธรรมมาก)

๑๑. พระเจ้าโอกากราชมพี ระราชโอรสกี่ พระองค์ ? (มี ๙ พระองค์ คือพระราชบุตร ๔ พระองค์ และพระราชธิดา ๕ พระองค์) ๑๒. พระราชโอรสและพระราชธิดาไปสร้าง พระนครใหม่ทไี่ หน ? (ท่ปี ่ าไม้สักกะ)

๑๓. ป่ าไม้สักกะเป็ นทอ่ี ยู่ของใครมาก่อน ? (ของกบิลดาบส) ๑๔. ในแคว้นวชั ชีมีกษตั ริย์วงศ์ไหน ปกครอง ? (กษตั ริย์วงศ์เจ้าลจิ ฉว)ี

๑๕. ในแคว้นมัลละ มกี ษัตริย์วงศ์ไหน ปกครอง ? (กษตั ริย์วงศ์เจ้ามัลละ) ๑๖. พระเจ้าโอกากราช มพี ระราชบุตร-ราช ธิดา สมสู่กนั เองสืบเชื้อสายสกลุ ลงมาเป็ น พวกไหน ? (เป็ นพวกศากยวงศ์)

๑๗. ทไ่ี ด้นามว่า ศากยะ หรือสักกะ เพราะ สาเหตุอะไร (มี ๒ สาเหตุ คือ ๑. น่าจะได้ตามช่ือชนบท ๒. ท่านสันนิษฐานว่า พระบิดาทรงชมเชยว่า เป็ นผู้สามารถทต่ี ้งั เมืองใหม่ได้ ฉะน้ัน จงึ ช่ือว่า ศากยะ หรือสักกะ)

๑๘. พระเจ้าชัยเสน มพี ระราชบุตร-ราชธิดา ๒ พระองค์ คือ…(สีหนุกมุ าร และพระนาง ยโสธรา) ๑๙. พระเจ้าสีหนุกบั พระเจ้าอญั ชนะ เป็ น อะไรต่อกนั ? (ต่างกไ็ ด้น้องสาวของกนั และ กนั มาเป็ นพระมเหสี)

๒๐. ใครเป็ นพระราชบิดา-ราชมารดา ของ พระพทุ ธเจ้า ? (พระเจ้าสุทโธทนะ และ พระนางสิริมหามายา)

๒๑. สิทธัตถะกมุ าร ประสูตทิ ไ่ี หน เม่ือไร ? (ทใี่ ต้ร่มไม้สาละ ณ สวนลมุ พนิ ีวนั ใน ระหว่างกรุงกบิลพสั ด์ุกบั กรุงเทวทหะะต่อ กนั เม่ือเดือนวสิ าขมาส ดถิ เี พญ็ ก่อน พทุ ธศก ๘๐ ปี )

๒๒. เม่ือพระกมุ ารประสูติ ได้มีปาฏิหาริย์อะไรบ้าง (มีอย่างนี้ คือ ๑) พระมารดาประทบั ยืน ๒) ประสูติอย่างบริสุทธ์ิไม่แปดเปื้ อนมลทนิ ๓) มีเทวดามารับก่อน ๔) มีธารนา้ ร้อนนา้ เยน็ ตกลงมาจากอากาศสนานพระกาย ๕) ทรงพระดาเนินได้ ๗ ก้าว ๖) ทรงเปล่งพระวาจาเป็ นบุพนิมิตแห่งโพธิญาณ ๗. แผ่นดินไหว

๒๓. คติ ๒ อย่างของพระศาสดา คืออะไร ? (๑. ถ้าออกบวชจะได้ตรัสรู้เป็ นพระพทุ ธเจ้า ๒. ถ้าครองฆราวาส จะได้เป็ นพระเจ้าจกั รพรรด์ิ) ๒๔. ใครทเี่ ข้าเยย่ี มและทานายว่ามคี ตเิ ป็ น ๒ พร้อมกบั กราบพระกมุ ารด้วย ? (อสิตดาบส)

๒๕. เจ้าชายสิทธัตถะ ศึกษาศิลปวทิ ยากบั ใคร ? (ครูวศิ วามติ ร) ๒๖. เจ้าชายสิทธัตถะทรงอภเิ ษกเมื่อเมื่ออายุ เท่าไร ? (๑๖ พรรษา)

๒๗. เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวชเมื่อพระชนม์ เท่าไร ออกกบั ใคร ? (เม่ือ ๒๙ พรรษ กบั นาย ฉันนะ) ๒๘. ใครทที่ านายลกั ษณะของสิทธัตถะกมุ าร ว่ามคี ติอย่างเดยี ว คือต้องออกบวชและได้ ตรัสรู้แน่ ? (โกณฑญั ญะ)

๒๙. พระเจ้าสุทโธทนะทรงไหว้พระโอรสกี่ คร้ัง ตรงไหนบ้าง (๓ คร้ัง คือ ๑)ตอนอสิตดาบสกราบพระกมุ ารและ ทานายลกั ษณะ ๒)ตอนพระกมุ ารนั่งสมาธิใต้ร่ม ชมพูพฤกษ์ และ ๓)ตอนทพี่ ระพทุ ธเจ้าแสดง ปาฏิหาริย์ ทรมานพวกญาติ)

๓๐. พระบิดาให้สร้างปราสาท ๓ ฤดู ให้พระ กมุ ารเพื่อประโยชน์อะไร ? (เพ่ือจะผูกพระ กมุ ารให้อยู่ในราชสมบตั )ิ ๓๑. เทวทูต ๔ คืออะไร ? (คนแก่ คนเจบ็ คน ตาย และบรรพชิต)

๓๒. เจ้าชายสิทธัตถะเสดจ็ ออกบรรพชาใน เวลาไหน ? ไปด้วยอะไร กบั ใคร ? (เวลา กลางคืน ทรงม้ากณั ฐกะออกไป พร้อมด้วยนาย ฉันนะเป็ นคนติดตาม) ๓๓. พระองค์ทรงอธิษฐานเพศเป็ น บรรพชิต ณ ทไ่ี หน ? (ท่ีฝ่ังแม่นา้ อโนมา)

๓๔. พระองค์คดิ อย่างไรจึงพอพระทยั ใน บรรพชา ? (เห็นว่า ฆราวาสคบั แคบ เป็ นทตี่ ้งั แห่งอารมณ์เศร้าหมองได้ง่าย) ๓๕. พระองค์ตดั พระเกสาให้ยาวเท่าไร ? (ยาว ๒ นิว้ )

๓๖. การเสดจ็ ออกบรรพชา พระอรรถกถา จารย์แสดงไว้กน่ี ัย ? (๒ นัย คือ เสดจ็ ออกใน เวลากลางคืน และทรงผนวชต่อหน้าพระราช บิดาและมารดา ซึ่งกาลงั เศร้าโศกอยู่)

๓๗. ผ้าทเ่ี ขาย้อมด้วยเปลือกไม้บ้าง แก่นไม้ บ้างแล้วแต่จะหาได้ มีสีหม่นๆ คือผ้า อะไร? (ผ้ากาสายะหรือผ้ากาสาวะ) ๓๘. ไตรจีวร มอี ะไรบ้าง ? (มี ๑. ผ้าสังฆาฏิ ๒. ผ้าอตุ ตราสงฆ์ ๓. ผ้าอนั ตรวาสก)

๓๙. เจ้าชายสิทธัตถะ ออกบวชเมื่ออายุเท่าไร ? (๒๙ พรรษา) ๔๐. เจ้าชายสิทธัตถะออกบวชแล้ว แสวงหา โมกขธรรมอยู่กปี่ ี จงึ ได้ตรัสรู้ ? (๖ ปี )

๔๑. ใครเป็ นผู้ทูลว่าถ้าตรัสสรู้แล้วขอให้ เสดจ็ มาเทศนาโปรด? (พระเจ้าพมิ พสิ าร) ๔๒. พระองค์ได้อะไรจากสานักของอาฬา รดาบสและอุทกดาบส ?(ได้สมาบัติ ๗ ใน สานักอาฬารดาบส และได้สมาบัติ ๘ ในสานัก ของอทุ กดาบส)

๔๓. อาฬารดาบสและอทุ กดาบส สรรเสริญ พระองค์ว่าอย่างไร ? (ว่ามคี วามรู้เสมอด้วย ตนและเชิญให้อยู่สอนศิษย์ด้วยกนั ) ๔๔. ทาทุกกรกริ ิยาวาระแรก ทาอย่างไร ? (กดั ฟันด้วยฟัน เอาลนิ้ กดเพดาลไว้แน่น จน เหง่ือไหลออกจากรักแร้)

๔๕. ทุกกรกริ ิยาวาระทส่ี องทาอย่างไร ? (ทรงผ่อนกล้นั ลมหายใจเข้าออก เม่ือลมเดนิ ไม่ สะดวกทางช่องจมูกและปาก กเ็ กดิ เสียงดงั อ้ทู าง หูท้งั สองทาให้ปวดศีรษะ จุกเสียดในท้อง ร้อน กายอย่างแรง)

๔๖. ทุกกรกริ ิยาวาระทสี่ ามทาอย่างไร ? (ทรงอดอาหารเสวยแต่วนั ละน้อยๆ และอาหาร ละเอยี ดจนร่างกายซูบผอมผวิ พรรณเศร้าหมอง จนกระดูกปรากฏทว่ั กาย ม่ือลูตวั ขนกห็ ลดุ ร่วง ไปด้วย)

๔๗. ปัญจวคั คยี ์บรรพชิต ๕ รูป คือใครบ้าง ? (โกณฑญั ญะ วปั ปะ ภัททิยะ มหานามะ และอสั สชิ) ๔๘. พวกปัญจวคั คยี ์หนีจากพระพทุ ูเจ้าแล้ว ไปยู่ทใ่ี ด ? (ทปี่ ่ าอสิ ิปตนมฤคทายวนั แขวง เมืองพาราณส)

๔๙. พระพทุ ธเจ้าทาทุกกรกริ ิยาน้ัน ทา อย่างไร ? (ทาอตั ตกลิ มถานุโยค) ๕๐. ตาบลอรุ ุเวลาเสนานิคม แขวงเมือง พาราณสี ปัจจุบนั เรียกว่าอะไร ? (พทุ ธคยา)

๕๑. การต้งั พระทยั ว่า ”แม้เลือดและเนื้อใน กายของเราจะเหือดแห้งไปเหลือแต่หนัง เอน็ กระดูกกต็ ามเถดิ ถ้าไม่บรรลุสัมมา สัมโพธิญาณแล้วจะไม่ลกุ ขนึ้ ” เรียกว่า ปณธิ านอะไร(จตุรงคมหาปธาน)

๕๒. พระพทุ ธเจ้าตรัสรู้ในวนั ไหน ?(คืนวนั พธุ ขนึ้ ๑๕ คา่ เดือน ๖ ปี ระกา ก่อนพทุ ธศักราช ๔๕ ปี ) ๕๓. ปุพเพนิวาสานุสสตญิ าณ คืออะไร ? (ญาณทที่ าให้ระลกึ ชาติก่อนๆได้)

๕๔. จุตูปปาตญาณ คืออะไร ? (ญาณท่ีทาให้ ทราบการจุตแิ ละเกดิ ของสัตว์ท้งั หลาย หรือ เรียกอกี อย่างหน่ึงว่า ทพิ จกั ษุญาณ) ๕๕. อาสวกั ขยญาณ คืออะไร ?(ญาณอนั ทาให้ กเิ ลสท้งั มวลสิ้นไป)

๕๖. ญาณท้งั ๓ พระองค์ได้เม่ือไร ? (ได้เม่ือ คืนจะตรัสรู้ คือปุพเพนิวาสานุสสตญิ าณได้ใน ตอนปฐมยาม จุตูปปาตญาณ ได้ในมชั ฌมิ ยาม อาสวกั ขยญาณได้ในปจฉิมยาม)

๕๗. ใครถวายบณิ ฑบาตแก่พระองค์ในคราว จะตรัสรู้ ? (นางสุชาดาบุตรีของนายบ้านเสนา นิคมถวาย) ๕๘. ใครถวายหญ้าแก่พระองค์ ? (โสตถยิ พราหมณ์)

๕๙. พระองค์รับบณิ ฑบาตรแล้ว เสดจ็ ไป ไหนและทาอะไร (ไปยงั แม่นา้ เนรัญชรา ทรง สรงแล้ว จงึ เสวยข้าวมธุปายาส และกล็ อยถาด ในแม่นา้ น้ัน)

๖๐. บารมี ๑๐ ทศั คืออะไรบ้าง ? (คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วริ ิย ขนั ติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอเุ บกขา) ๖๑. พาณชิ ๒ พนี่ ้อง คือตปุสสะ และภลั ลกิ ะ ไปเาพระพทุ ธเจ้าทไี่ หน ? (ที่ใต้ร่มไม้เกต)

๖๒. การเข้าถงึ พระพทุ ธ และพระธรรมเป็ น ทพ่ี ง่ึ เรียกว่าอะไร ? (เทววาจกิ า)

๖๓. ดอกบัว ๔ เหล่า คืออย่างไร ? ๑. ดอกบวั ท่พี ้นนา้ แล้วพร้อมที่จะบาน ๒. ดอกบวั ทต่ี ้งั อยู่เสมอนา้ ๓. ดอกบวั ทยี่ งั ไม่ขนึ้ จากนา้ ๔. ดอกบัวทอ่ี ยู่ในเปลือกตมพร้อมจะเป็ นอาหาร ของปลาและเต่า)

๖๔. อุปกาชีวกพบพระพทุ ธเจ้า ณ ทใ่ี ด ? (ระหว่างแม่นา้ คยา กบั แดนมหาโพธ์ิต่อกนั ) ๖๕. พระอญั ญาโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็น ธรรมเพราะธรรมเทศนาอะไร ? (ธัมมจปั ปวตั ตนสูตร)

๖๖. ปัญจวคั คยี ์ท้งั ๕ ใครบวชเป็ นคนแรก และด้วยวธิ ีอะไร ? (พระอญั ญาโกณฑญั ญะ ด้วยเอหิภกิ ขุอปุ สัมปทา) ๖๗. ปัญจวคั คยี ์ท้งั ๕ สาเร็จเป็ นพระ อรหันต์ด้วยเทศนาอะไร ? (อนัตตลกั ขณสูตร)

๖๘. ใจความของธัมมจปั ปวตั ตนสูตร มี ความหมายว่าอย่างไร ? (ทส่ี ุด ๒ อย่าง คือกาม สุขลั ลกิ านุโยค และอตั ตกลิ มถานุโยค อนั บรรพชิตไม่ควรประพฤติ และทรงแสดงทาง สายกลางว่า บรรพชิตควรประพฤตซิ ่ึงมีองค์ ๘ เป็ นทางทจ่ี ะให้บรรลมุ รรคผลได้ จากน้ันกท็ รง แสดง อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทยั นิโรธ มรรค)

๖๙. เห็นอย่างไรจงึ ช่ือว่าดวงตาเห็นธรรม ? (เห็นว่า สิ่งใดส่ิงหนึ่งเกดิ ขนึ้ เป็ นธรรมดา สิ่งน้ัน ท้งั หมดกม็ ีความดบั เป็ นธรรมดา) ๗๐. ใจความของอนัตตลกั ขณสูตร มวี ่า อย่างไร ? (ขนั ธ์ ๕ ไม่เทย่ี ง เป็ นทุกข์ เป็ นอนัตตา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่ควรท่ีจะไปยดึ มั่นถือม่ัน)

๗๑. พระศาสดาทรงแสดงเทศนาอนุปุพพกิ ถา อย่าวไร ? (แสดงอย่างนีค้ ือ ก. ทานกถา พรรณนาถงึ การให้ การบริจาคก่อน ข. สีลกถา พรรณนาถงึ ศีล การรักษากายวาจาให้ เรียบร้อย

ค. สัคคกถา พรรณนาถงึ สวรรค์ คือผลของความดี ทบ่ี ุคคลพงึ ได้ เม่ือทาทาน และรักษาศีลแล้ว ฆ. กามาทนี วกถา พรรณนาถงึ โทษของความใคร่ ในกาม ง. เนกขมั มานิสังสกถา พรรณนาถงึ อานิสงส์แห่ง การออกจากกาม เป็ นลาดบั สืบต่อกนั ไปอย่างนี้)

๗๒. ใครทป่ี ฏญิ ญาตนเป็ น อุบาสกและ อบุ าสิกา โดยถงึ รัตนะท้งั ๓ เป็ นทพี่ งึ่ คน แรก ? (บดิ ามารดาและภรรยาของพระยสะ) ๗๓. สหายของพระยสมีเท่าไร ใครบ้าง ? (มี ๕๔ คน มีชื่อปรากฏ ๔ คนคือ วมิ ละ สุพาหุ ปุณณชิ ควมั ปติ อกี ๕๐ คนไม่ปรากฏชื่อ)

๗๔. ชฎลิ ๓ พนี่ ้อง คือใครบ้าง มบี รวารคน ละเท่าไร ? ๑. พค่ี นใหญ่ ชื่ออรุ ุเวลากสั สปะ มบี ริวาร ๕๐๐ คน ๒. คนกลาง ชื่อนทกี สั สปะ บริวาร ๓๐๐ คน ๓. คนเลก็ ช่ือคยากสั สปะ มบี ริวาร ๒๐๐ คน)

๗๕. ชฎลิ ๓ พน่ี ้องพร้อมด้วยบริวาร บรรลุ ธรรมด้วยเทศนาอะไร ? (อาทติ ตปริยายสูตร)

๗๖. อาทติ ตปริยายสูตร มใี จความว่าอย่างไร (ว่า อายตนภายใน อายตนภายนอก วญิ ญาณ สัมผสั และเวทนาเป็ นของร้อน ร้อนเพราะไฟ คือราคะ โทสะ โมหะ ร้อนเพราะความเกดิ แก่ เจบ็ ตาย ความเศร้าโศกร่าไรราพนั ต่างๆ)

๗๗. การบวชทพ่ี ระศาสดาทรงอนุญาตให้ พระสาวกบวชได้เอง ได้แก่อะไร ?(ตสิ รณ คมนูปสัมปทา หรือ ไตรสรณคมน์) ๗๘. ใครเป็ นผู้ถวายอุทยานเวฬุวนั ? (พระเจ้าพมิ พสิ าร)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook