15. ขอ้ ใดไม่ใชค่ ณุ สมบตั ิของพระนกั เทศน์ 1. แสดงธรรมไปโดยลาดบั 2. แสดงธรรมไม่ตดั เนือ้ ความ 3. แสดงธรรมสรรเสริญเยินยอ 4. แสดงธรรมหวงั ไปปฏิบตั ิจริง
16. การรับรู้ทางอารมณ์วา่ เปน็ สขุ หรือเป็น ทุกข์ ไม่สบายใจหรอื เฉยๆ จัดลงในขันธ์ 5 ข้อใด? 1. เวทนา 2. สญั ญา 3. สงั ขาร 4. รูปและวิญญาณ
16. การรับรู้ทางอารมณ์วา่ เปน็ สขุ หรือเป็น ทุกข์ ไม่สบายใจหรอื เฉยๆ จัดลงในขันธ์ 5 ข้อใด? 1. เวทนา 2. สญั ญา 3. สงั ขาร 4. รูปและวิญญาณ
17. การปฏิบัติในขอ้ ใดเปน็ การ แสดงออกถึงความเคารพในพระสงฆ์ 1. นาอาหารไปถวายตามกาล 2. ไปฟังธรรมที่วดั ประจา 3. กราบไหว้เฉพาะพระสงฆท์ ีต่ นเองนับถือ 4. เชือ่ ฟังคาส่ังสอนและปฏิบตั ิตาม
17. การปฏิบัติในขอ้ ใดเปน็ การ แสดงออกถึงความเคารพในพระสงฆ์ 1. นาอาหารไปถวายตามกาล 2. ไปฟังธรรมที่วดั ประจา 3. กราบไหว้เฉพาะพระสงฆท์ ีต่ นเองนับถือ 4. เชือ่ ฟังคาส่ังสอนและปฏิบตั ิตาม
18. การแบ่งปันลาภทีม่ ีผมู้ ีศรทั ธาถวาย โดยชอบใหแ้ กภ่ ิกษุและสามเณร เป็นการ ปฏิบตั ิตามหลักธรรมขอ้ ใด? 1. เมตตาธรรม 2. สาราณิยธรรม 3. กตัญญูตาธรรม 4. พรหมวิหารธรรม
18. การแบ่งปันลาภทีม่ ีผมู้ ีศรทั ธาถวาย โดยชอบใหแ้ กภ่ ิกษุและสามเณร เป็นการ ปฏิบตั ิตามหลักธรรมขอ้ ใด? 1. เมตตาธรรม 2. สาราณิยธรรม 3. กตัญญูตาธรรม 4. พรหมวิหารธรรม
สาราณียธรรม 6 หมายถึง ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกนั ถือวา่ เป็นธรรมที่ สรา้ งควาสามคั คี มีอยู่ 6 ข้อ คือ 1. กายกรรม อันประกอบดว้ ยเมตตา 2. วจีกรรม อันประกอบดว้ ยเมตตา 3. มโนกรรม อนั ประกอบดว้ ยเมตตา 4. สาธารณโภคี คือ การร้จู ักแบ่งสิ่งของใหก้ ันและกนั ตามโอกาสอนั ควร 5. สีลสามญั ญตา คือ ความรกั ใคร่สามคั คี รกั ษาศีลอยา่ งเคร่งครดั เหมาะสม ไม่เอา รดั เอาเปรียบผอู้ ืน่ 6. ทิฏฐิสามญั ญตา คือ การมีความเห็นรว่ มกัน ไม่เห็นแกต่ ัว รจู้ ักเคารพและรบั ฟงั ความคิดเห็นของผอู้ ืน่
19. ธาตุในข้อใดเปน็ นามธรรม 1. เตโชธาตุ 2. วาโยธาตุ 3. ปฐวีธาตุ 4. วิญญาณธาตุ
19. ธาตุในข้อใดเปน็ นามธรรม 1. เตโชธาตุ 2. วาโยธาตุ 3. ปฐวีธาตุ 4. วิญญาณธาตุ
20. สานวนไทยวา่ “เขา้ เมืองตาหลิว่ ต้อง หลิ่วตาตาม” ตรงกับหลักธรรมข้อใด? 1. มัตตัญญุตา 2. กาลัญญตุ า 3. ปริสญั ญตุ า 4. ธมั มญั ญุตา
20. สานวนไทยวา่ “เขา้ เมืองตาหลิว่ ต้อง หลิ่วตาตาม” ตรงกับหลักธรรมข้อใด? 1. มัตตัญญุตา 2. กาลัญญตุ า 3. ปริสญั ญตุ า 4. ธมั มญั ญุตา
21. การคัดสรรเลือกฟงั ธรรมทเ่ี ปน็ ฝา่ ยดีแล้ว ตรึกตรองด้วยปญั ญา สรา้ งใหม้ ีในตนเองจดั เขา้ ในโพชฌงค์ใด? 1. สติ 2. วิริยะ 3. สมาธิ 4. ธมั มวิจยะ
21. การคัดสรรเลือกฟงั ธรรมทเ่ี ปน็ ฝา่ ยดีแล้ว ตรึกตรองด้วยปญั ญา สรา้ งใหม้ ีในตนเองจดั เขา้ ในโพชฌงค์ใด? 1. สติ 2. วิริยะ 3. สมาธิ 4. ธมั มวิจยะ
โพชฌงค์ : 7 ประกอบด้วย 1.สติสัมโพชฌงค์ : ติที่เป็นองค์ธรรมแห่งการตรัสรธู้ รรม คือ สติปัฏฐานท้งั 4 ได้แก่ การเหน็ กาย เวทนา จิตและธรรม ดว้ ยการระลึกไดถ้ ึงกศุ ลธรรมที่ความเรา่ รอ้ น โทมนสั อภิชฌา จะเกิดขึ้น ไม่ได้ 2.ธมั มวิจยสัมโพชฌงค์ : การใครค่ รวญธรรมที่เหน็ ตามความเป็นจริง เห็นทงั้ ขอ้ ดีขอ้ เสีย ไมไ่ ด้เหน็ ดว้ ยความลาเอียงหรืออคติ 3.วิริยสัมโพชฌงค์ : ความเพียรทีจ่ ะทาใหอ้ กุศลธรรมลดลง กศุ ลธรรมเพิ่มขึ้น 4.ปีติสัมโพชฌงค์ : ความอิ่มเอิบใจ ความสบายใจ ความพอใจ ที่ไมต่ อ้ งอาศยั เครือ่ งล่อ 5.ปสั สทั ธิสัมโพชฌงค์ : ความสงบระงบั ของจิตทีเ่ ย็นลง 6.สมาธิสัมโพชฌงค์ : สมาธิที่จิตเป็นอารมณ์อนั เดียว คือ ฌานทัง้ 4 ตามนยั ยะของอริยมรรคมี องค์ 8 ในขอ้ สัมมาสมาธิ 7.อุเบกขาสัมโพชฌงค:์ ความวางเฉย
22.มรรคมีองค์ 8 หรอื มัชฌิมาปฏปิ ทา ประกอบด้วยเส้นทางกี่เสน้ ทาง 1. 8 เส้นทาง 2. ทางสายเดียว คือ อริยมรรค 3. ทาง 3 เสน้ คือ ศีล สมาธิ ปญั ญา 4. ทาง 4 เสน้ คือ ทุกข์ สมทุ ัย นิโรธ มรรค
22.มรรคมีองค์ 8 หรอื มัชฌิมาปฏปิ ทา ประกอบด้วยเส้นทางกี่เสน้ ทาง 1. 8 เส้นทาง 2. ทางสายเดียว คือ อริยมรรค 3. ทาง 3 เสน้ คือ ศีล สมาธิ ปญั ญา 4. ทาง 4 เสน้ คือ ทุกข์ สมทุ ัย นิโรธ มรรค
23. “ไม่ได้ด้วยเลห่ ์ กเ็ อาดว้ ยกล ไม่ไดด้ ว้ ยมนต์ ก็เอาด้วยคาถา” ต้องแก้ดว้ ยธรรมข้อใด? 1. มทุ ิตา 2. เมตตา 3. สันโดษ 4. สมั มาทิฏฐิ
23. “ไม่ได้ด้วยเลห่ ์ กเ็ อาดว้ ยกล ไม่ไดด้ ว้ ยมนต์ ก็เอาด้วยคาถา” ต้องแก้ดว้ ยธรรมข้อใด? 1. มทุ ิตา 2. เมตตา 3. สันโดษ 4. สมั มาทิฏฐิ
24. สุชาติเป็นผู้มีปกติ กราบไหว้ อ่อนน้อม ถ่อม ตนต่อผู้ใหญเ่ ปน็ นิตย์ สุชาติกาลังบาเพ็ญบญุ กิริยาวตั ถุ 10 ในขอ้ ใด 1. ภาวนามยั 2. อปจายนมยั 3. เวยยาวจั จมัย 4. ปตั ติทานมัย
24. สุชาติเป็นผู้มีปกติ กราบไหว้ อ่อนน้อม ถ่อม ตนต่อผู้ใหญเ่ ปน็ นิตย์ สุชาติกาลังบาเพ็ญบญุ กิริยาวตั ถุ 10 ในขอ้ ใด 1. ภาวนามยั 2. อปจายนมยั 3. เวยยาวจั จมัย 4. ปตั ติทานมัย
บุญกริ ิยาวตั ถุ 10 1. บุญสาเร็จได้ด้วยการบริจาคทาน (ทานมัย) 2. บุญสาเร็จได้ด้วยการรักษาศีล (สีลมยั ) 3. บุญสาเร็จได้ด้วยการภาวนา (ภาวนามัย ) 4. บุญสาเร็จได้ด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ (อปจายนมยั ) 5. บุญสาเร็จได้ด้วยการขวนขวายในกจิ การทช่ี อบ (เวยยาวัจจมัย) 6. บุญสาเร็จได้ด้วยการให้ส่วนบุญ (ปัตตทิ านมัย) 7. บุญสาเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา (ปัตตานุโมทนามัย) 8. บุญสาเร็จได้ด้วยการฟังธรรม (ธัมมัสสวนมยั ) 9. บุญสาเร็จด้วยการแสดงธรรม (ธัมมเทสนามยั ) 10. บุญสาเร็จได้ด้วยการทาความเห็นให้ตรง (ทฏิ ฐุชุกมั ม์)
25. ในอนสุ สติ 10 ผูท้ ีร่ ักสวยรักงาม พงึ พิจารณาธรรมข้อใด เพือ่ ระงบั นิวรณ์ 1. มรณสติ 2. กายคตาสติ 3. อานาปานสติ 4. อปุ สมานสุ ติ
25. ในอนสุ สติ 10 ผูท้ ีร่ ักสวยรักงาม พงึ พิจารณาธรรมข้อใด เพือ่ ระงบั นิวรณ์ 1. มรณสติ 2. กายคตาสติ 3. อานาปานสติ 4. อปุ สมานสุ ติ
26. ขอ้ ใดไม่ใชค่ ุณสมบัตขิ องอุบาสก 1. มีศรัทธาหนกั แน่ 2. ไมต่ ามกระแสขา่ ว 3. รอบรู้ เครง่ ครดั รกั ษาอุโบสถ 4. ปลกุ เสก เจิมกระหมอ่ ม ยกขนั ครอบครู
26. ขอ้ ใดไม่ใชค่ ุณสมบัตขิ องอุบาสก 1. มีศรัทธาหนกั แน่ 2. ไมต่ ามกระแสขา่ ว 3. รอบรู้ เครง่ ครดั รกั ษาอุโบสถ 4. ปลกุ เสก เจิมกระหมอ่ ม ยกขนั ครอบครู
อุบาสกธรรม 5 ธรรมของอบุ าสกทีด่ ี, สมบตั ิ หรือองค์คุณของอบุ าสกอย่างเยี่ยม ไดแ้ ก่ 1.มีศรัทธา 2.มีศีล 3.ไมถ่ ือมงคลตืน่ ขา่ ว เชือ่ กรรม ไมเ่ ชื่อมงคล คือ มุง่ หวังผลจากการกระทาและการงาน มิใช่จากโชคลาภและสิ่งที่ตืน่ กนั ว่าขลงั ศกั ดิส์ ิทธิ์ 4.ไมแ่ สวงหาทักขิไณยภายนอกหลกั คาสอนนี้ คือ ไมแ่ สวงหาเขตบญุ นอกหลกั พระพุทธศาสนา 5.กระทาความสนับสนุนในพระศาสนานี้เป็นเบื้องต้น คือ ขวนขวายในการอุปถัมภ์บารงุ พระพทุ ธศาสนา ธรรม 5 อย่างนี้ ในบาลีที่มาเรียกว่า ธรรมของอุบาสกรตั น์ (อุบาสกแก้ว) หรือธรรมของอบุ าสกปทมุ (อุบาสกดอกบัว)
27. นาย ก. เปน็ คนขยันประหยัดอดออม เลือก คบเพื่อนดีและประกอบอาชีพสุจริต ไม่ฟงุ้ เฟ้อ นาย ก.ปฏิบัติตามหลกั ธรรมข้อใด 1. สังคหวตั ถุ 4 2. สมั ปรายิกตั ถประโยชน์ 4 3. ทิฏฐิธัมมิกตั ถประโยชน์ 4 4. ธรรมเป็นเหตุให้สมหมาย 4
27. นาย ก. เปน็ คนขยันประหยัดอดออม เลือก คบเพื่อนดีและประกอบอาชีพสุจริต ไม่ฟงุ้ เฟ้อ นาย ก.ปฏิบัติตามหลกั ธรรมข้อใด 1. สังคหวตั ถุ 4 2. สมั ปรายิกตั ถประโยชน์ 4 3. ทิฏฐิธัมมิกตั ถประโยชน์ 4 4. ธรรมเป็นเหตุให้สมหมาย 4
28. การประพฤติล่วงละเมิดเบญจศีล ขอ้ ใดมีผลกระทบให้ละเมิดเบญจศีล ขอ้ อืน่ มากทีส่ ุด 1. พดู เทจ็ 2. ฆา่ สตั ว์ – ลกั ทรัพย์ 3. ประพฤติผดิ ในกาม 4. ดื่มสุรา – เสพยาเสพติด
28. การประพฤติล่วงละเมิดเบญจศีล ขอ้ ใดมีผลกระทบให้ละเมิดเบญจศีล ขอ้ อืน่ มากทีส่ ุด 1. พดู เทจ็ 2. ฆา่ สตั ว์ – ลกั ทรัพย์ 3. ประพฤติผดิ ในกาม 4. ดื่มสุรา – เสพยาเสพติด
29. การกระทาใดไมใ่ ชห่ นา้ ทข่ี องบตุ ร ธิดา ทีพ่ ึงทาตอ่ บิดา – มารดา 1. จัดการงานดี 2. รักษาชื่อเสียงของวงศต์ ระกลู 3. ประพฤติตนให้เหมาะสมทีจ่ ะรับมรดก 4. เมื่อท่านถึงแก่กรรมทาบญุ อุทิศกศุ ลให้
29. การกระทาใดไมใ่ ชห่ นา้ ทข่ี องบตุ ร ธิดา ทีพ่ ึงทาตอ่ บิดา – มารดา 1. จัดการงานดี 2. รักษาชื่อเสียงของวงศต์ ระกลู 3. ประพฤติตนให้เหมาะสมทีจ่ ะรับมรดก 4. เมื่อท่านถึงแก่กรรมทาบญุ อุทิศกศุ ลให้
30. ขอ้ ใดกล่าวถึงโทษของการดม่ื นา้ เมา ไม่ ถูกตอ้ ง 1. เสียทรพั ย์ 2. ถกู ติเตียน 3. ไมร่ ้จู ักอาย 4. เปน็ ที่ระแวงสงสยั
30. ขอ้ ใดกล่าวถึงโทษของการดม่ื นา้ เมา ไม่ ถูกตอ้ ง 1. เสียทรพั ย์ 2. ถกู ติเตียน 3. ไมร่ ้จู ักอาย 4. เปน็ ที่ระแวงสงสยั
31. ครปู ระจาวิชาภาษาไทยแนะนา เกี่ยวกบั การใชค้ าพูดใหถ้ กู ตอ้ ง การกระทาขา้ งต้นตรงกับข้อใด 1. วจีกรรม 2. มโนกรรม 3. กายกรรม 4. อกศุ ลกรรม
31. ครปู ระจาวิชาภาษาไทยแนะนา เกี่ยวกบั การใชค้ าพูดใหถ้ กู ตอ้ ง การกระทาขา้ งต้นตรงกับข้อใด 1. วจีกรรม 2. มโนกรรม 3. กายกรรม 4. อกศุ ลกรรม
32. ถา้ ตอ้ งการคน้ คว้าประวตั ิพระ อานนท์ สามารถคน้ ไดจ้ ากแหล่งใด 1. ไตรปิฎก 2. วินยั ปิฎก 3. สตุ ตันตปฎิ ก 4. อภิธรรมปิฎก
32. ถา้ ตอ้ งการคน้ คว้าประวตั ิพระ อานนท์ สามารถคน้ ไดจ้ ากแหล่งใด 1. ไตรปิฎก 2. วินยั ปิฎก 3. สตุ ตันตปฎิ ก 4. อภิธรรมปิฎก
33. พระพุทธเจา้ ตรัสวา่ “ศาสนาพทุ ธ จะดารงอยไู่ ด้ ก็ เนื่องจากการทีพ่ ระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา สามารถวา่ กล่าว ตกั เตือนกันโดยธรรมได้” บุคคล 4 จาพวกนี้ เรียกอีกอย่างหนึง่ วา่ อยา่ งไร 1. บุคคล 4 2. ปฏิสัมภิทา 4 3. อัปปมญั ญา 4 4. พทุ ธบริษัท 4
33. พระพทุ ธเจ้าตรสั วา่ “ศาสนาพุทธ จะดารงอย่ไู ด้ ก็เนือ่ งจากการที่พระภิกษุ ภิกษณุ ี อบุ าสก อุบาสิกา สามารถวา่ กลา่ ว ตกั เตือนกนั โดยธรรมได้” บคุ คล 4 จาพวกนี้ เรียกอีกอย่างหนึง่ วา่ อยา่ งไร 1. บุคคล 4 2. ปฏิสมั ภิทา 4 3. อปั ปมัญญา 4 4. พุทธบริษัท 4
34. เมื่ออธิบายขยายความให้ พิสดารออกไปจึงจะรูธ้ รรมได้ ตรงกับ บคุ คลในขอ้ ใด 1. เนยยะ 2. ปทปรมะ 3. วิปจิตญั ญู 4. อคุ ฆติตญั ญู
34. เมื่ออธิบายขยายความให้ พิสดารออกไปจึงจะรูธ้ รรมได้ ตรงกับ บคุ คลในขอ้ ใด 1. เนยยะ 2. ปทปรมะ 3. วิปจิตญั ญู 4. อคุ ฆติตญั ญู
ความหมายของบวั 4 เหล่าตามนัยอรรถกถา ดอกบัวพน้ นา้ (อุคคฏิตัญญ)ู พวกทีม่ ีสติปญั ญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมือ่ ได้ฟงั ธรรมกส็ ามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว ดอกบัวปริม่ นา้ (วิปจิตัญญ)ู พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสมั มาทิฏฐิ เมือ่ ไดฟ้ ัง ธรรมแล้วพิจารณาตามและไดร้ บั การอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรูแ้ ละเข้าใจได้ ดอกบวั ใต้นา้ (เนยยะ) พวกทีม่ ีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมือ่ ไดฟ้ งั ธรรมแลว้ พิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอย่เู สมอ อบดว้ ยศรัทธา ปสาทะ ในทีส่ ดุ ก็ สามารถรูแ้ ละเขา้ ใจได้ในวนั หนึง่ ขา้ งหนา้ เปรียบเสมือนดอกบวั ที่อยูใ่ ตน้ า้ ซึ่งจะค่อยๆ โผลข่ ึน้ เบ่งบานไดใ้ นวันหนึ่ง ดอกบัวจมน้า (ปทปรมะ) พวกทีไ่ ร้สติปญั ญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แมไ้ ด้ฟงั ธรรมก็ ไมอ่ าจเขา้ ใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยงั ขาดศรัทธาปสาทะ ไรซ้ ึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยูก่ บั โคลนตม ยังแตจ่ ะตกเป็นอาหารของเตา่ ปลา ไม่มี โอกาสโผล่ขึ้นพน้ นา้ เพือ่ เบง่ บาน
35. การที่สามเณรจะแสดงธรรมถึงอานิสงส์ ของการออกจากกาม สามเณรจะตอ้ ง กลา่ วถึงเรือ่ งใดในอุนุปพุ พีกถา 1. สีลกถา 2. ทานกถา 3. สัคคกถา 4. เนกขมั มนิสังสกถา
35. การที่สามเณรจะแสดงธรรมถึงอานิสงส์ ของการออกจากกาม สามเณรจะตอ้ ง กลา่ วถึงเรือ่ งใดในอุนุปพุ พีกถา 1. สีลกถา 2. ทานกถา 3. สัคคกถา 4. เนกขมั มนิสังสกถา
36. อริยมรรค 8 ประการ ขอ้ ใดจดั เขา้ ในหมวดปญั ญาขันธ์ 1. สัมมาวาจา 2. สมั มากัมมันตะ 3. สมั มาวายามะ 4. สัมมาสังกปั ปะ
36. อริยมรรค 8 ประการ ขอ้ ใดจดั เขา้ ในหมวดปญั ญาขันธ์ 1. สัมมาวาจา 2. สมั มากัมมันตะ 3. สมั มาวายามะ 4. สัมมาสังกปั ปะ
37. นางสาวนงเยาว์ เปน็ คนรกั สวยรักงาม ชอบความเอาอกเอาใจ แสดงวา่ นางสาว นงเยาว์เป็นคนมีจริตเช่นไร 1. โทสจริต 2. โมหจริต 3. ราคจริต 4. วิตกกจริต
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133