23.การกระทาของภกิ ษุตามขอ้ ใด ไม่ถูก ตอ้ ง 1.การเก็บบาตร ไม่ควรเก็บบาตรไวใ้ นท่สี ูงควรเก็บไวใ้ นที่ ตา่ 2.การนุ่งผา้ อนั ตราวาสก ควรพบั ชายเขา้ มาท้งั ดา้ ยซา้ ย และขวา 3.การเช็ดรองเทา้ ควรใชผ้ า้ แหง้ เช็ดรองเทา้ ก่อนจงึ ใชผ้ า้ เปี ยกเช็ด 4.การเดนิ ควรเดินเรยี งลาดบั ตามลาดบั พรรษาและเวน้ ระยะพองาม 5.การรบั บิณฑบาต ควรอุม้ บาตรภายในจวี รและใชม้ ือขวา ยน่ื ออกมารบั บาตร
24.ตามหลกั คิลานวตั รเม่ือสามเณรป่ วย ไข้ ไม่ ควรปฏิบตั ติ นตามขอ้ ใด 1.ไม่กลวั การฉนั ยา 2.อดทนตอ่ ทกุ ขเวทนา 3.ฉนั อาหารทกุ อยา่ ง 4.รูป้ ระมาณในสิ่งสบาย 5.บอกอาการป่ วยดว้ ยความจริง
25.การไหวแ้ ละการรบั ไหว้ ในเวลาใดที่ทา่ น ปรบั อาบตั ทิ ุกกฎ 1.ฉนั อาหาร 2.เปลือยกาย 3.บณิ ฑบาต 4.อยใู่ นทมี่ ืดมองไม่เห็นกนั 5.เดินเขา้ บา้ นหรอื อยตู่ ามทาง
26.ภิกษุจาพรรษาในกลดไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุ ใด 1.ได้ เพราะเป็ นทน่ี ิยม 2.ได้ เพราะเป็ นท่ีทรงอนุญาต 3.ไม่ได้ เพราะไม่มีประตเู ปิ ด-ปิ ด 4.ไม่ได้ เพราะเป็ นท่ไี ม่ทรงอนุญาต 5.ไม่ได้ เพราะไม่สามารถกนั แดดกนั ฝนได้
27.คาสวดว่า “อิมสฺ สมึ อาวาเส อิม เตมาส วสฺ ส อเุ ปมิ” เป็ นคากลา่ วตามพิธีขอ้ ใด 1.การแสดงอาบตั ิ 2.การขออุปสมบท 3.การถวายผา้ อาบน้าฝน 4.การอธษิ ฐานเขา้ พรรษา 5.การปวารณาออกพรรษา
28.ภกิ ษุเขา้ พรรษาและไดก้ รานกฐนิ แลว้ จะไดเ้ ขตทาจวี รไปจนถึงเมื่อใด 1.ข้ ึน 15 คา่ เดือน 12 2.ข้ ึน 15 คา่ เดอื น 1 3.ข้ ึน 15 คา่ เดือน 2 4.ข้ ึน 15 คา่ เดือน 3 5.ข้ ึน 15 คา่ เดอื น 4
29.พระภกิ ษุอธิษฐานจาพรรษาแลว้ จะทาขอ้ ตกลง กนั เพอื่ เป็ นกตกิ ารว่ มกนั ตลอดพรรษา ขอ้ ตกลงใด ถูกตอ้ ง 1.งดใหพ้ รรษาอปุ สมบทถกู ตอ้ ง 2.งดรบั บณิ ฑบาต 3.งดสวดมนตเ์ ชา้ เยน็ 4.งดพดู สอ่ เสียด 5.งดแสดงธรรม
30.จานวนพระภกิ ษุในขอ้ ใด ไม่ สามารถ สวดปาฏิโมกขใ์ นวนั อโุ บสถได้ 1. 3 รูป 2. 4 รูป 3. 5 รูป 4. 6 รูป 5. 7 รูป
31.ในวดั มีภกิ ษุรูปเดยี ว เมื่อถึงวนั อโุ บสถ ตอ้ งปฏิบตั อิ ยา่ งไร 1.อธิษฐาน 2.สวดมนต์ 3.แสดงธรรม 4.บอกบริสุทธ์ิ 5.สวดปาฏิโมกข์
32.ขอ้ ใด มิใช่ สาเหตทุ ตี่ อ้ งสวดปาฏิโมกข์ ยอ่ 1.ไฟไหม้ 2.น้าทว่ ม 3.คนมามาก 4.พระมีนอ้ ย 5.โจรปลน้ วดั
33.ขอ้ ใด ไม่ สาคญั เก่ียวกบั การสวดปฏิ โมกข์ 1.จานวนภกิ ษุ 2.บอกฤดู 3.นาปารสิ ุทธผิ ปู้ ่ วย 4.กาหนดวนั สวด 5.สอนภกิ ษุณี
34.ภกิ ษุแสดงออกประจบประแจง คฤหสั ถ์ ลดตวั ลงใหเ้ ขาใชส้ อย จดั เป็ น อุปถกิริยาขอ้ ใด 1.อเนสสนา 2.อนาจาร 3.กุลปสาทโก 4.ปาปสมาจาร 5.เดรจั ฉานวิชา
35.ภิกษุแดงทาเสน่หเ์ พื่อใหห้ ญงิ ชายรกั กนั จดั เป็ นอุปถกิริยาขอ้ ใด 1.อเนสนา 2.อนาจาร 3.กุลปสาทโก 4.ปาปสมาจาร 5.อนุสาวนาจารย์
36.น้าปานะที่ไดจ้ ากการค้นั ผลไม้ จดั เป็ นกาลิก อะไร 1.ยาวกาลกิ 2.ยามกาลิก 3.ยาวชีวิก 4.สตั ตาหกาลิก 5.อฏั ฐปานกาลิก
37.เภสชั ท้งั 5 คือ เนยใส เนยขน้ น้ามนั น้าผ้ ึง น้าออ้ ย จดั เป็ นกาลิกประเภทใด 1.ยาวกาลิก 2.ยามกาลิก 3.ยาวชีวิก 4.สตั ตาหกาลกิ 5.กาลกิ ระคนกนั
38.เมื่อนามะม่วงมาค้นั เป็ นน้าและผสมกบั ขิงทา เป็ นยารกั ษาโรค สามารถเก็บไวฉ้ นั ไดก้ ี่วนั 1.ครึง่ วนั 2.หน่ึงวนั 3.เจด็ วนั 4.สามเดือน 5.หนึ่งปี
39.ญาตโิ ยมนาส่ิงของมาถวายในชว่ งบ่ายภิกษุ รบั ไดแ้ ตไ่ ม่ควรรบั ประเคน ไดแ้ ก่สง่ิ ใด 1.ผลไม้ 2.น้าผลไม้ 3.เนยขน้ 4.ขิง 5.น้าขิง
40.ถา้ ทา่ นปรารถนาจกั ทาน้าปานะเก็บไว้ ฉนั ไดน้ านท่สี ุดควรใชส้ ิ่งใด 1.น้ามะม่วงผสมน้ามะปราง 2.น้าชมพผู่ สมน้าลกู เดือย 3.เนยใสผ่ สมน้าผ้ ึง 4.น้ามะซางผสมน้าออ้ ย 5.น้ามะปรางผสมน้ามนั
41.ทก่ี ลั ปนา คือท่ดี นิ ท่มี ีลกั ษณะเช่นไร 1.ธรณีสงฆ์ 2.สมั ปทาน 3.อยตู่ ดิ กบั วดั 4.สาธารณประโยชน์ 5.เป็ นของภิกษุรูปใดรูปหน่ึง
42.การกระทาในขอ้ ใด เรียกว่า ผาตกิ รรม 1.นาของใหม่ไปขายแลว้ ซ้ ือของใหม่ 2.นาของเก่าไปขายแลว้ ซ้ ือของใหม่ 3.นาปัจจยั สว่ นตวั ไปซ้ ือของใหม่ 4.นาปัจจยั สงฆไ์ ปซ้ ือของใหม่ 5.นาปัจจยั วดั ไปซ้ ือของใหม่
43.ภกิ ษุมีรถยนตห์ น่ึงคนั ภายหลงั มรณภาพ รถยนตน์ ้นั ตกเป็ นของใคร 1.วดั 2.ญาติ 3.รฐั บาล 4.ลกู ศิษย์ 5.เจา้ อาวาส
44.สิง่ ใดทไี่ ดม้ าแลว้ สามารถนามาแจกจา่ ยให้ เป็ นสมบตั สิ ว่ นตวั ของพระภิกษุได้ 1.ขวาน 2.จอบ 3.เสยี ม 4.สว่าน 5.มีดโกน
45.การกาหนดตง้ั ใจว่าจะใชส้ ิง่ ของตา่ งๆ เช่น บาตร จวี ร ใหเ้ ป็ นของใชป้ ระจาตวั เรียกว่าอะไร 1.วิกปั 2.พนิ ทุ 3.อธษิ ฐาน 4.ปลงอาบตั ิ 5.สามีจกิ รรม
46.ภิกษุจะกาหนดใชผ้ า้ สงั ฆาฏิฝื นใหม่ จะตอ้ งเปลง่ วาจาอยา่ งไร 1.อิม สงฺ ฆาฏึ อธฏิ ฐามิ 2.อิม สงฺ ฆาฏึ ปจฺ จุทฺ ธรามิ 3.อิม สงฺ ฆาฏึ ตยุ ฺห วิกปฺเปมิ 4.อิมามิ สงฺ ฆาเฏ ตยุ ฺห วิกปฺเปมิ 5.อิม สงฺ ฆาฏึ มยฺห สนฺ ตก ปริภญุ ฺ ช วา วิสชฺ เชหิ วา ยถา ปจฺ จย วา กโรหิ
47.ภกิ ษุประสงคจ์ ะเก็บอตเิ รกจวี รไวไ้ ด้ นาน ตอ้ งทาอยา่ งไร 1.พินทุ 2.วิกปั ป์ 3.อธษิ ฐาน 4 .ถอนวิกปั 5.ถอนอธิษฐาน
48.ขอ้ ใด ไม่จดั อยใู่ นพระพทุ ธานุญาต พิเศษที่ทรงอนุญาตไวเ้ ป็ นการเฉพาะ 1.ยา 2.ถิ่น 3.อาพาธ 4.บุคคล 5.ฤดกู าล
49.ผใู้ ดทภี่ ิกษุสามเณรไปมาหาสูไ่ ดต้ าม ลาพงั ซ่ึงไม่ผิดหลกั อโคจร 1.ภิกษุณี 2.สาวเท้ ือ 3.หญงิ มีสามี 4.หญงิ หมา้ ย 5.บณั เฑาะห์
50.ในปัจจุบนั มีบุคคลบางกลมุ่ แอบแฝง อยใู่ นเพศบรรพชิตและมีพฤติกรรมออก เร่ียไรทรพั ยส์ ินจากชาวบา้ น จดั ว่าเป็ น วิบตั ขิ อ้ ใด 1.สลี วิบตั ิ 2.ทฏิ ฐวิ ิบตั ิ 3.อาชีววิบตั ิ 4.อาจารวิบตั ิ
ขอใหโ้ ชคดี
Search