Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนพัฒนาตนเองตาม ประจำปี 2563

แผนพัฒนาตนเองตาม ประจำปี 2563

Published by suwadee Kanchanapa, 2020-04-25 03:45:05

Description: แผนพัฒนาตนเองตาม ประจำปี 2563

Search

Read the Text Version

1



คาํ นาํ เอกสาร “แผนพัฒนาตนเอง ประจําปการศึกษา 2563” เลมนี้ เกิดข้ึนจากการ ที่กระทรวงศึกษาธิการได กําหนดนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552 – 2563) โดยมีวิสัยทัศนใหคนไทยไดเรียนรูตลอด ชีวิตอยางมีคุณภาพ ภายในป 2563 จะตองมี การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรูอยางเปนระบบใน 3 ประเด็นหลัก คือ การพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานการศึกษา และการเรียนรูของคนไทย เพ่ิมโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรูท่ีมี คุณภาพอยางทั่วถึง สงเสริมการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งนี้ไดกําหนดกรอบ แนวทางในการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรูอยางเปนระบบไว 4 ประการ คือ การพัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม การพัฒนาคุณภาพครูยุคใหม การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และแหลงเรียนรูยุคใหม และการพัฒนาคุณภาพการ บริหารจัดการใหม และจากการที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ไดประกาศการใช เกณฑว ิทยฐานะ ว21/2563 ซง่ึ กําหนดขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาจัดทาํ แผนพฒั นาตนเองเพ่ือประโยชน ในการจัดการเรยี นการสอน และวางแผนการทาํ งานของขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไดจ ัดหลกั สูตรการพฒั นาสถานศึกษาทว่ั ประเทศ ดว ยการอบรมบุคลากรทางการศึกษา เพราะปจจัยสําคัญที่สุดที่มีผลตอคุณภาพการจัดการศึกษา คือ “ครูผูสอน” โดยตองการเพ่ิมประสิทธิภาพการจัด การศึกษาในระดบั สถานศึกษาโดยเฉพาะตัวครูผูสอน ซึ่งเปน บคุ คลสาํ คัญท่สี ุดที่จะขับเคล่ือนงานการจดั การศึกษาของ โรงเรียนใหพัฒนากาวหนา โดยการประเมินสมรรถนะของตนเอง และจัดทําแผนพัฒนาตนเองขึ้นเปนการสรางนิสัย การทาํ งานโดยใชขอมลู เปน ฐานการพัฒนาตนเอง และการพฒั นางานดวยการสรางแรงบันดาลใจ จึงไดประเมินตนเอง เพอ่ื สรุปขอ มลู จัดทําเอกสาร “แผนพัฒนาตนเอง” เสรจ็ สมบูรณ สําหรับปฏบิ ตั ิใชในปการศึกษา 2563 หวังวา เอกสาร เลมนี้ จะเปนประโยชนตอตนเอง ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในการพัฒนาตนเอง ใหบรรลุเปาหมายการจัด การศึกษาตอ ไป สวุ ดี กาญจนาภา 1 เมษายน 2563



แผนการพัฒนาตนเองสาํ หรบั ครู ( Individual Development Plan : ID Plan ) สว นที่ 1 ขอมูลผจู ัดทาํ แผนพัฒนาตนเอง ชอ่ื – สกุล นางสาวสวุ ดี กาญจนาภา ตําแหนง ครู วิทยะฐานะ - กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี วฒุ กิ ารศึกษา ปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบณั ฑติ (ศษ.บ.) วิชาเอก วทิ ยาศาสตร - ชวี ภาพ เงนิ เดือน อันดบั คศ.๑ อตั ราเงินเดอื น 18,370 บาท สถานทท่ี ํางาน โรงเรียน วดั พืชนิมติ (คาํ สวสั ด์ิราษฎรบาํ รงุ ) สงั กดั สาํ นักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษา ประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ทีอ่ ยูท่สี ามารถติดตอได เลขท่ี 119/124 หมู 8 ตําบล ลาํ โพ อําเภอ บางบวั ทอง จงั หวัด นนทบุรี รหสั ไปรษณยี  11110 โทรศพั ท (มอื ถือ) 084 908 0752 E- mail : [email protected] งานในหนา ท่ที ี่รบั ผดิ ชอบ 1.ชวั่ โมงตามตารางสอน 1.1 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร รหสั วิชา ว 14101 ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 4 1.2 รายวิชา วทิ ยาศาสตร รหัสวชิ า ว 15101 ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๕ 1.3 รายวิชา วิทยาศาสตร รหสั วิชา ว 16101 ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ ๑.๔ รายวชิ า ศลิ ปะ รหัสวชิ า ศ 14101 ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ ๑.๕ รายวชิ า ศลิ ปะ รหัสวชิ า ศ 15101 ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕ ๑.๖ รายวชิ า ศลิ ปะ รหัสวิชา ศ 16101 ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๖ 1.7 รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ สรมิ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ 1.8 กจิ กรรมลกู เสือ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 5 ๑.9 กิจกรรมชมุ นุม STEM 1.10 กจิ กรรมวถิ ีพุทธ รวมงานสอน จาํ นวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห 2.งานท่ีไดรับมอบหมายเปนงานพิเศษ ดังนี้ (เชน ) 2.1 งานงบประมาณ - งานบญั ชี 2.2 การนาํ นกั เรยี นไปแขงข้นั ทกั ษะทางวชิ าการ 2.3 การนาํ นกั เรยี นไปรว มจดั กจิ กรรมคายพักแรม 2.4 คณะกรรมการคุมสอบ/ควบคุมงานสอบ - สอบกลาง/ปลายภาค - การประเมนิ ความสามารถการอาน การเขียน

- การทดสอบขนั้ พน้ื ฐาน Pre O-NET - การทดสอบดวยขอสอบมาตรฐานกลาง - การทดสอบขนั้ พ้นื ฐาน O-NET 2.5 การไปราชการอบรม ประชมุ สมั มนา 2.6 กิจกรรมวันสาํ คัญตามแผนปฏิบัตริ าชการประจาํ ป 2.7 งานเยยี่ มบานนักเรียน 2.8 งานระบบดูแลชว ยเหลอื นกั เรียน 2.9 งานเอกสารธรุ การชน้ั เรียน 2.10 กจิ กรรมสถานศึกษาพอเพียง ผลงานทีเ่ กิดจากการปฏิบัตหิ นาทใี่ นตําแหนงปจจบุ นั (ยอนหลังไมเกนิ 2 ป) 1. ผลทเ่ี กิดจากการจดั การเรยี นรู 1.1 รวมกับคณะครูจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา วิเคราะหหลักสูตร จัดทําแผนการจัดการเรียนรู และนํา แผนการจัดการเรยี นรูไปใชใ นการจัดประสบการณใ หก บั นักเรยี น 1.2 ครูมีการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูอยางเปนระบบมีการจัดการเรียนรูท่ีเนนผูเรียนเปนสําคัญ โดยใชส อ่ื ทห่ี ลากหลาย เนน กระบวนการคดิ 1.3 มีการวัดและประเมินผลการเรียนรูตามสภาพจริง โดยใชเครื่องมืออยางหลากหลายและนําผลไปใชใน การพัฒนาผูเ รียน 1.4 นกั เรยี นมีระดบั ผลการเรียนต้งั แต 2 ขน้ึ ไป คิดเปน รอ ยละ 65 ผลการทดสอบระดบั ชาตขิ ัน้ พ้ืนฐาน (O-Net) ในกลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรร ะดบั ช้ัน ป.6 ปการศกึ ษา 2562 เพิ่มขึ้นรอยละ 5 ไดดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับนักเรียน โดยรวมกับคณะครูจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาระดับ ประถมศกึ ษา วิเคราะหห ลักสูตร จดั ทําแผนการจดั การเรียนรู และนาํ แผนการจดั การเรียนรไู ปใชในการจัดการเรียน การสอนใหก บั นกั เรยี น มกี ารวัดผลประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ โดยใชแ ฟม สะสมผลงาน ชิน้ งาน แบบฝก โดยการวดั ผล ประเมินผลดังกลาวครอบคลุมทุกๆ ดาน ไดแก ดานความรู การปฏิบัติ กระบวนการและคุณลักษณะที่พึงประสงค ทง้ั นีเ้ พือ่ สง เสริมพฒั นาการของนักเรียนท้ัง 4 ดา น ไดแ ก ดานรางกาย อารมณ จิตใจ สังคม และสตปิ ญ ญา และมี คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ท้งั น้ีเพ่อื ใหนกั เรียนมพี ฒั นาการ ท่ีดมี ีคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค ตลอดจนมีการบนั ทึกหลังการจัด กิจกรรมการสอนอยา งสม่าํ เสมอ ทั้งน้เี พ่อื จะไดช วยแกไ ขขอบกพรอ งใหกบั นักเรียนทีม่ ปี ญหา 2. ผลทีเ่ กดิ จากการพฒั นาวิชาการ 2.1 มกี ารจดั หา พฒั นา ประยุกตใ ชสือ่ นวตั กรรมในการจัดการเรียนรู สามารถนาํ ไปใชไ ดผลดี 2.2 การใชความคิดเชงิ ระบบในการพฒั นางานอยางครบวงจร และมีประสิทธภิ าพอยางตอ เนือ่ ง 2.3 การนาํ ความรูดา นเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาระบบการเรียนรูไ ด 2.4 การสง เสรมิ การคิดท่ีเนน ผลคณุ ภาพท่ตี วั ผูเ รยี น 2.5 การนําวิธกี ารวิจัยและพัฒนามาแกป ญหา พรอ มท้ังพัฒนางานอยางครบวงจร ผลที่เกิดจากการพัฒนาตนเองทางดานวิชาการ สงผลใหตนเองไดรับการปรับวุฒิการศึกษาใหสงู ข้ึนและผา น ประเมินพัฒนาอยางเขมเปนตําแหนง ครู โดยพัฒนาผูเรียนดานคุณธรรม จริยธรรมความมีวินัยในตนเอง ซ่ึงมีผลงาน เปนทป่ี ระจักษ ตลอดจนไดร ว มพัฒนาบคุ ลากรในโรงเรยี น โรงเรียนมกี ารเปลีย่ นแปลงไปในทางที่ดีขึ้นโดยบุคลากรใน

โรงเรียน และโรงเรียนเปนท่ียอมรับของบุคคลท่ัวไปและหนวยงานท่ีเกี่ยวของ โดยมีการเผยแพรผลงานทางดาน วชิ าการ นอกจากนน้ั โรงเรียนยงั สนับสนุนและสง เสริมใหบุคลากรไดพฒั นาสอื่ และนวัตกรรม 3. ผลทเี่ กิดกบั ผูเรียน 3.1 นกั เรียนมคี ุณธรรม จริยธรรม และมคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคตามสถานศกึ ษากาํ หนด 3.2 นกั เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นผา นเกณฑก ําหนดของโรงเรยี น 3.3 นักเรยี นไดรับการพัฒนาทันตอความกา วหนาทางวชิ าการและการเปลี่ยนแปลงทางดา นเศรษฐกิจและ สังคม การจัดกิจกรรมการการเรียนการสอนโดยเนนผูเรียนเปนสาํ คัญ มีการใหนักเรียนไดฝกการปฏิบัติจริง เพื่อให นักเรียนไดมีทักษะตางๆ ตลอดจนสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม ความมีวินัยในตนเอง สงผลใหผูเรียนมี คณุ ธรรมจรยิ ธรรม มวี ินัยในตนเอง มีสมั มาคารวะมีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย มคี วามสามารถในการใชภาษาในการ สื่อสาร และการมีจินตนาการและความคิดสรางสรรค ซ่ึงเปนส่ิงท่ีผูเรียนสามารถนําความรูความเขาใจและทักษะไป บูรณาการและประยกุ ตใชในชวี ิตประจาํ วันเปน การเพิ่มพูนสมรรถนะตนเองใหม ากขนึ้ และสงผลใหก ารใชชวี ิตภายหนา บนพ้นื ฐานคณุ ธรรม นาํ ความรู และเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตลอดจนการอยูร วมกนั ในสงั คมไดอ ยางมคี วามสุข 4. ผลทเ่ี กิดกับสถานศึกษา 4.1 สถานศึกษาไดร บั การสนบั สนนุ จากผูป กครอง ชุมนมุ หนว ยงาน องคก รตางๆ 4.2 มบี รรยากาศทงั้ ในและนอกหอ งเรียนทเ่ี อื้อตอการเรยี นรูของครแู ละผเู รียน 4.3 เปน แหลงเรียนรขู องสถานศึกษาหรือหนวยงานตา งๆ 4.4 การนิเทศติดตามผลการปฏิบัติงานของครูทําใหการปฏิบัติงานมีความสมบูรณ และเปนไปตามเวลาที่ กาํ หนด 4.5 มีระบบการทาํ งานเปนทีมมากขน้ึ 4.6 มแี นวปฏบิ ัติดา นเอกสาร หลกั ฐานทางการศกึ ษาท่ถี ูกตอง 4.7 การพฒั นางานมีระบบถูกตองและครบวงจร จากการท่ีสถานศึกษามีการวางแผนปฏิบัติราชการในการพัฒนา มีเปาหมาย มีทิศทางในการดําเนินงานเพื่อ พัฒนาสถานศึกษา โดยมีการจัดกิจกรรมโครงการตางๆ อยางเปนรูปธรรม ซ่ึงนักเรียนและครูมสี วนรวมในการปฏบิ ัติ กิจกรรม ทําใหผลการดําเนนิ งานเปน ท่ยี อมรับของผูปกครอง ชมุ ชน ทอ งถ่ิน 5. ผลท่ีเกิดกับชมุ ชน 5.1 ครู ผูบ รหิ าร และผปู กครอง มีการประชุมทกุ ภาคเรียน 5.2 ครู และผูบริหารรวมกจิ กรรมสําคัญในชมุ ชนอยางสมาํ่ เสมอ 5.3 โรงเรียนใหบริการแหลงเรียนรูแกชุมชนในดานตางๆ รวมทั้งสงเสริม สนับสนุนใหชุมชนมีความ เขม แข็ง 5.4 ชมุ ชนใหค วามรว มมือและสนบั สนุนกจิ กรรมตา งๆ ของโรงเรียนดวยดี สถานศึกษามีสวนรว มกับชมุ ชน ในกิจกรรมตางๆ ตลอดปการศึกษา โดยเฉพาะกิจกรรมท่ีเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และพธิ ีกรรมทางศาสนา เชน ประเพณแี หเ ทยี นเขาพรรษา ประเพณีลอยกระทง ประเพณีสงกรานต การ ทอดผาปา ทอดกฐิน เปนตน ตลอดจนกิจกรรมที่เปนประโยชนกิจกรรมวันสําคัญ ไดแก กิจกรรมวันแม กิจกรรม สงเสริมภูมิปญญาทองถิ่น จนทําใหเกิดความรวมมือ ความเขาใจท่ีดีตอกัน เกิดความรักและความภาคภูมิใจใน โรงเรียนและทองถิ่น นอกจากน้ีโรงเรียนยังไดจัดกิจกรรมการประชุมผูปกครอง ประชุมคณะกรรมการการศึกษาข้ัน พ้ืนฐานในแตละภาคเรียนเพ่ือชี้แจงนโยบายของโรงเรียนและเพื่อหาแนวทางในการรวมพัฒนาโรงเรียนทั้งพัฒนา อาคารสถานทแ่ี ละพฒั นาทางวชิ าการใหเปนไปในทางทศิ ทางเดยี วกนั

สว นที่ 2 รายละเอียดการพฒั นาตนเอง อันดับ วธิ กี าร /รปู แ ท่ี สมรรถนะทีจ่ ะพัฒนา ความ การพัฒน 1 สมรรถนะหลกั สาํ คญั การมุงผลสัมฤทธิ์ 1.1 ความสามารถในการวางแผนการปฏบิ ตั งิ าน 1 1.2 ความสามารถในการปฏิบัติงาน (T) 1.3 ผลการปฏบิ ัติงาน (S) 2 การบริการท่ีดี (OJT) 2.1 ความสามารถในการสรา งระบบการใหบริการ 2.2 ความสามารถในการใหบ รกิ าร 8 3 การพัฒนาตนเอง (T) 3.1 ความสามารถในการวิเคราะหต นเอง (T) 3.2 ความสามารถในการใชภาษาไทยเพอื่ การ สอ่ื สาร 4 3.3 ความสามารถในการใชภาษาองั กฤษ (S) เพอ่ื การแสวงหาความรู (A) 3.4 ความสามารถในการตดิ ตามความเคลอ่ื นไหว (OJT) ทางวชิ าการและวชิ าชพี (S) 3.5 ความสามารถในการประมวลความรูและ (C) การนาํ ความรูไปใช

แบบ ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ ประโยชนท คี่ าดวา จะไดรับ นา ในการพฒั นา สนบั สนนุ จาก หนว ยงาน เรม่ิ ตน ส้ินสดุ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม - จัดการเรยี นรไู ดตามเปาหมายของ ก.ค.63 เม.ย.64 ปง บประมาณ หลักสูตร ก.ค.63 เม.ย.64 ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทาํ โครงการตาม - มรี ะบบการใหบริการท่ีดี ก.ค.63 เม.ย.64 ปงบประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - ไมใชง บประมาณ - ปฏบิ ตั ิหนา ทไี่ ดอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ก.ค.63 เม.ย.64 - ไมใ ชงบประมาณ - สามารถสอ่ื สารไดอยา งถกู ตอง ก.ค.63 เม.ย.64 - งบประมาณอบรม - ใชภ าษาองั กฤษเพอื่ การแสวงหา ความรไู ด พัฒนาบุคคลากร - มีความรทู างวชิ าการและวิชาชพี ก.ค.63 เม.ย.64 - งบประมาณอบรม - ประมวลความรูและการนาํ ความรู ไปใชไ ดอ ยางเหมาะสม พฒั นาบคุ คลากร ก.ค.63 เม.ย.64 - ไมใ ชง บประมาณ

สว นที่ 2 รายละเอยี ดการพฒั นาตนเอง (ตอ ) อนั ดับ วิธกี าร /รูปแ ที่ สมรรถนะท่ีจะพฒั นา ความ การพฒั น 4 การทํางานเปนทมี สําคัญ 4.1 ความสามารถในการวางแผนเพ่อื การ ปฏบิ ัติงานเปนทมี 5 4.2 ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านรว มกัน (T) (P) สมรรถนะประจาํ สายงาน 2 1 การจดั การเรียนรู ( T) 1.1 ความสามารถในการสรางและพฒั นาหลกั สูตร 1.2 ความสามารถในเน้ือหาสาระทส่ี อน (F) 1.3 ความสามารถในการจดั กระบวนการเรยี นรู (T) ทีเ่ นน ผเู รยี นเปนสําคัญ (T) 1.4 ความสามารถในการใชแ ละพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี สารสนเทศเพ่ือการจดั การเรยี นรู 1.5 ความสามารถในการวัดและประเมินผล (T) การเรยี นรู

แบบ ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ ประโยชนท ค่ี าดวา จะไดร ับ นา ในการพฒั นา สนบั สนุนจาก หนวยงาน เรมิ่ ตน ส้นิ สุด ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทาํ โครงการตาม - วางแผนเพ่ือการปฏบิ ัติงานเปนทมี ได ปงบประมาณ - ปฏบิ ตั งิ านรวมกันไดอยา งมี ประสิทธภิ าพ ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทําโครงการตาม ปงบประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทาํ โครงการตาม - สรา งและพัฒนาหลกั สูตร ปงบประมาณ ไดเหมาะสมกบั ผูเรียน - สามารถสอนเนอ้ื หาสาระไดถูกตอง ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม แมนยาํ ปงบประมาณ - ความสามารถในการจดั กระบวนการ เรยี นรูท เ่ี นนผเู รียนเปนสําคญั ได ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทําโครงการตาม - ความสามารถในการใชแ ละพฒั นา ปงบประมาณ นวัตกรรม เทคโนโลยี สารสนเทศ เพอื่ การจดั การเรียนรู ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม - ความสามารถในการวดั และ ปงบประมาณ ประเมนิ ผลการเรียนรู ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม ปง บประมาณ

สว นที่ 2 รายละเอยี ดการพฒั นาตนเอง (ตอ ) อันดบั วธิ กี าร / รปู ท่ี สมรรถนะทีจ่ ะพฒั นา ความ การพัฒน 2 การพฒั นาผเู รยี น สําคัญ 2.1 ความสามารถในการปลูกฝงคณุ ธรรม จริยธรรม 6 2.2 ความสามารถในการพฒั นาทักษะชีวติ (T) สขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ 2.3 ความสามารถในการปลกู ฝงความเปน (A) (T) ประชาธิปไตย (T) 2.4 ความสามารถในการปลูกฝงความเปน ไทย (OJT) 2.5 ความสามารถในการจัดระบบดแู ลและ 7 (A) ชวยเหลือผูเ รยี น (S) 3 การบรหิ ารจดั การช้ันเรียน 3.1 ความสามารถในการจัดบรรยากาศการเรยี นรู 3.2 ความสามารถในการจดั ทําขอ มูลสารสนเทศ (T) และเอกสาร (S) 3.3 ความสามารถในการกาํ กับดูแลช้ันเรยี น

ปแบบ ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ นา ในการพฒั นา สนับสนนุ จาก ประโยชนท่ีคาดวาจะไดรับ หนว ยงาน ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทาํ โครงการตาม - สามารถปลกู ฝง คุณธรรม จรยิ ธรรม ปง บประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม - สามารถพัฒนาทักษะชวี ติ ปง บประมาณ สขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม - สามารถปลูกฝง ความเปน ปงบประมาณ ประชาธิปไตยได ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทําโครงการตาม - สามารถปลกู ฝง ความเปน ไทย ปง บประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม - สามารถจดั ระบบดูแล และชวยเหลือ ปงบประมาณ ผเู รยี นได ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม - สามารถจัดบรรยากาศการเรยี นรูท ด่ี ี ปง บประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทําโครงการตาม - สามารถจัดทาํ ขอมูลสารสนเทศ ปง บประมาณ และเอกสารได ก.ค.63 เม.ย.64 - ตามปงบประมาณ - สามารถการกาํ กับดูแลชน้ั เรียน

สว นที่ 2 รายละเอียดการพัฒนาตนเอง (ตอ) อนั ดับ วิธีการ / รูปแ ท่ี สมรรถนะทีจ่ ะพฒั นา ความ การพฒั นา 4 การวเิ คราะห สังเคราะหแ ละการวจิ ยั สาํ คญั 4.1 ความสามารถในการวเิ คราะห 3 (T) 4.2 ความสามารถในการสังเคราะห (T) 4.3 ความสามารถในการเขียนเอกสารทาง (E) วิชาการ (T) 4.4 ความสามารถในการวจิ ัย 5 การสรางความรวมมือกับชมุ ชน 10 (S) 5.1 ความสามารถในการนําชุมชนมสี ว นรว มใน (S) กิจกรรมสถานศึกษา 5.2 ความสามารถในการเขา รวมกจิ กรรมของ ชมุ ชน

แบบ ระยะเวลาใน การขอรบั งบประมาณ ประโยชนทคี่ าดวา จะไดรบั า การพัฒนา สนบั สนุนจาก หนวยงาน เริม่ ตน สิ้นสุด ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทําโครงการตาม - มคี วามสามารถในการวิเคราะหได ปงบประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทาํ โครงการตาม - มคี วามสามารถในการสังเคราะหได ปง บประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทาํ โครงการตาม - สามารถเขยี นเอกสารทางวิชาการได ปง บประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทําโครงการตาม - มีสามารถในการทาํ การวจิ ยั ได ปงบประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม - สามารถนาํ ชมุ ชนเขามามีสวนรวม ปง บประมาณ ในกิจกรรมสถานศึกษาได ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทําโครงการตาม - สามารถเขารวมกจิ กรรมของชมุ ชนได ปง บประมาณ

สว นที่ 2 รายละเอยี ดการพัฒนาตนเอง (ตอ) อนั ดับ วธิ กี าร / ท่ี สมรรถนะทจ่ี ะพัฒนา ความ รปู แบบ 6 วินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณ สําคญั การพัฒน วิชาชีพ 6.1 การมีวินัย 9 (S) 6.2 การประพฤติ ปฏบิ ตั ติ นเปน แบบอยางทีด่ ี (S) 6.3 การดํารงชีวติ อยางเหมาะสม (S) 6.4 ความรักและความศรัทธาในวชิ าชีพ (S) 6.5 ความรับผดิ ชอบในวิชาชพี (S)

/ ระยะเวลาใน การขอรับงบประมาณ การพัฒนา สนบั สนนุ จาก ประโยชนท ่ีคาดวา จะไดร บั นา เรม่ิ ตน ส้ินสุด หนว ยงาน ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทําโครงการตาม - มีวินยั ในตนเอง ปง บประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทําโครงการตาม - ประพฤติ ปฏิบัติตนเปน แบบอยา ง ปงบประมาณ ทีด่ ไี ด ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการตาม - ดํารงชวี ติ ไดอยา งเหมาะสม ปง บประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทําโครงการตาม - รกั และความศรัทธาในวชิ าชพี ปง บประมาณ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทําโครงการตาม - รบั ผดิ ชอบในวิชาชพี ปง บประมาณ

สว นที่ 3 ตารางสรุปแผนพฒั นาตนเอง อนั ดับ สมรรถนะทีจ่ ะพัฒนา วธิ กี าร / รปู แบบการพฒั นา ความสาํ คญั 1 การมุงผลสมั ฤทธ์ิ (T) (S) (OJT) 2 การจัดการเรยี นรู (T) 3 การวิเคราะห สังเคราะหและ (T) การวจิ ยั 4 การพฒั นาตนเอง (S) (A) (OJT) (C) 5 การทาํ งานเปนทมี (T) (P) 6 การพฒั นาผูเรียน (OJT) (T) (A) 7 การบริหารจัดการชั้นเรยี น (S) (T)

ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ ประโยชนท ่ีคาดวาจะไดร ับ ในการพฒั นา สนับสนุนจากหนวยงาน ยกระดับผลสัมฤทธ์ิ เริ่มตน สิ้นสดุ - จัดทาํ โครงการ ความสามารถในการจดั การเรยี นรู ก.ค.63 เม.ย.64 ตามปงบประมาณ การวิเคราะห สังเคราะหแ ละการวิจัย ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทําโครงการ พัฒนาตนเองใหมคี วามกาวหนา ก.ค.63 เม.ย.64 ตามปงบประมาณ ในวิชาชพี ก.ค.63 เม.ย.64 - จดั ทําโครงการ มที ักษะในการทํางานเปน ทมี ก.ค.63 เม.ย.64 ตามปง บประมาณ พัฒนาผูเ รียนใหม คี วามรู ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทําโครงการ ความสามารถตรงตามหลกั สตู ร ก.ค.63 เม.ย.64 ตามปง บประมาณ สามารถจัดการชั้นเรียนใหเหมาะสม - จัดทําโครงการ กบั การจัดการเรียนการสอน ตามปงบประมาณ - จดั ทาํ โครงการ ตามปงบประมาณ - จัดทําโครงการ ตามปง บประมาณ

สวนท่ี 3 ตารางสรุปแผนพฒั นาตนเอง อนั ดบั สมรรถนะท่ีจะพฒั นา วธิ กี าร / รูปแบบการพัฒนา ความสําคญั 8 การบริการท่ีดี (T) 9 วินัย คุณธรรม จริยธรรมและ (S) จรรยาบรรณวชิ าชีพ (S) 10 การสรางความรวมมือกบั ชุมชน หมายเหตุ คาํ อธิบายวิธกี ารพฒั นาสมรรถนะ สัญลักษ A : Active Learning (เรยี นรจู ากการปฏิบตั )ิ CE : Continuing Education (ศกึ ษาตอ ) F : Field Trip (ศกึ ษาดูงาน) M : Mentoring (ตดิ ตามโดยพ่ีเลี้ยง) OJT : On the Job Training (สอนขณะปฏิบัติงาน) S : Self Study (ศึกษาดวยตนเอง)

ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ ประโยชนที่คาดวาจะไดรบั ในการพัฒนา สนับสนนุ จากหนว ยงาน มีระบบในการใหบรกิ ารท่ีดี เรมิ่ ตน ส้นิ สดุ - จัดทําโครงการ มีวนิ ัย คุณธรรม จริยธรรมและ ก.ค.63 เม.ย.64 ตามปงบประมาณ จรรยาบรรณในวิชาชีพ ก.ค.63 เม.ย.64 - จัดทาํ โครงการ ใหช มุ ชมมีบทบาทในการจัดการศึกษา ก.ค.63 เม.ย.64 ตามปงบประมาณ และใหความรวมมือกับกิจกรรมใน - จัดทําโครงการ ชมุ ชน ตามปง บประมาณ ษณ และความหมาย C : Coaching (การสอนงาน) E : Expert Briefing (พบผเู ช่ยี วชาญ) J : Job Swap (แลกเปล่ยี นงาน) JR : Jop Rotation (หมนุ เวียนงาน) P : Project Assignment (มอบหมายงาน) T : Training, Workshop (การฝก อบรม/ประชมุ ปฏบิ ัตกิ าร)

สว นท่ี 4 ความตอ งการในการพัฒนา 1. หลกั สตู รใดทที่ า นตอ งการพฒั นา มีความตอ งการในการพฒั นาหลักสูตรที่เกี่ยวกับ STEM เชิงปฏบิ ัติการเพ่ือเสริมสรางทักษะการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 ระดับประถมศึกษา (แบบผสมส่ือออนไลน) ในรายวิชาวิทยาศาสตร เพ่ือการพัฒนาความรู ความสามารถในรายวิชาวิทยาศาสตร และตอยอดความรูเรอื่ งการทาํ ผลงานเพ่ือเลอื่ นวิทยฐานะ 2. เพราะเหตุใดจึงตอ งการเลอื กหลกั สตู รท่เี ก่ียวของในขอ 1 เพราะมเี หตุผลคอื 2.1 ตองการนําความรู ความสามารถท่ีมีมาใชในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา คณิตศาสตร 2.2 ตองการนาํ วธิ กี ารและเทคนิคการเรียนรตู า งๆ มาใชป ระกอบการจดั การเรยี นการสอน เพ่ือพัฒนา ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรียนในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร ใหส งู ยง่ิ ขนึ้ ไป 2.3 เพ่ือพัฒนาความรู ความสามารถของตนเองในการเขา สคู รู Thailand 4.0 2.4 เพื่อนําความรูท่ีไดรับจากหลักสูตรมาขยายผลการเรียนรูสูครูผูสอนในระดับชวงชั้นที่ 2 เพื่อ พัฒนาการเรยี นการสอนในระดบั ชว งช้ันท่ี 2 3. ทานคาดหวังสิง่ ใดจากการเขา รบั การพัฒนาในหลกั สูตรทท่ี านเลือกพัฒนา 3.1 ความรูเรอื่ ง STEM 3.2 ทกั ษะการจัดการเรียนรตู ามแนวทาง STEM 3.3 ทกั ษะการเรยี นรูดา นเนอ้ื หาวิชาการในระดบั ชวงชนั้ ที่ 2 4. ทานจะนําความรจู ากหลักสตู รไปพฒั นาการสอนของทานไดอยา งไร ตอ งการนาํ ความรทู ีไ่ ดรบั มาใชป ระโยชนใ นการจดั การเรียนการสอนในรายวชิ าวิทยาศาสตร ใหผ ูเรียน เกิดผลลัพธทางการเรียนรูท่ีดี และมีประสิทธิภาพ สามารถนําความรูท่ีไดรับมาสรรสรางนวัตกรรมเพ่ือพัฒนา ผเู รยี น

สว นที่ 5 คํารบั รองแผนพัฒนาตนเองของผบู งั คับบัญชา ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ………………………………………. (นางสาวสวุ ดี กาญจนาภา) ผูจดั ทําแผนพฒั นาตนเอง ความคิดเหน็ ของผบู ังคับบัญชา ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ………………………………………………… (นางสาวกันยาภทั ร ภัทรโสตถ)ิ ผูอํานวยการโรงเรียนวดั พืชนิมิต (คําสวัสดิ์ราษฎรบ าํ รุง)

ผลการประเมนิ สมรรถนะครู สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ชื่อ คุณครูสุวดี กาญจนาภา ตาํ แหนง ครู วิทยฐานะ - - โรงเรียน วัดพืชนิมิต (คําสวัสด์ิราษฎรบ ํารงุ ) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 - สมรรถนะ คะแนนเฉลยี่ ระดับคุณภาพ สมรรถนะหลกั (Core Competency) 001. การมุง ผลสมั ฤทธ์ิในการปฏิบัติงาน 002. การบริการท่ีดี 003. การพัฒนาตนเอง 004. การทํางานเปนทมี 005. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชพี สมรรถนะประจาํ สายงาน (Functional Competency) 001. การบริหารจัดการหลักสูตรและการจดั การเรยี นรู 002. การพัฒนาผูเรียน 003. การบริหารจัดการชัน้ เรียน 004. การวิเคราะห สังเคราะหและการวิจัยเพ่ือพัฒนา ผเู รยี น 005. ภาวะผนู าํ ครู 006. การสรางความสัมพันธและความรว มมือกับชมุ ชน สรุปผล จํานวน 10 สมรรถนะ สมรรถนะระดับคุณภาพสูง จาํ นวน 1 สมรรถนะ สมรรถนะระดบั คณุ ภาพปานกลาง จาํ นวน - สมรรถนะ สมรรถนะระดับคณุ ภาพควรปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ สมรรถนะครผู ูส อน สังกดั สาํ นักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 ช่ือ-สกลุ คุณครูสุวดี กาญจนาภา โรงเรยี น วดั พืชนมิ ิต (คําสวัสด์ิราษฎรบ าํ รงุ ) สพป.ปทมุ ธานี เขต 1 ผปู ระเมนิ  ตนเอง  เพ่ือนครผู สู อน  ผูบ ริหารสถานศกึ ษา คําชี้แจง 1. แบบประเมินสมรรถนะในการปฏิบัติงานฉบับน้ีสําหรับใหครูผูสอนทําการประเมินสภาพการ ปฏิบัติงานของตนเอง เพื่อนครูผูสอน และผูบริหารสถานศึกษา รวมประเมินตามสภาพความเปนจริง เพ่ือเปน ขอมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานของครูผูสอนในแตละคน โดยจะมีผูบริหารสถานศึกษาเปนผู รบั รองผลการประเมินอีกครั้งหนงึ่ 2. แบบประเมินสมรรถนะฉบับน้ี แบง ออกเปน 2 ตอน ตอนท่ี 1 ขอ มูลเกย่ี วกบั ครูผูสอน ตอนที่ 2 การประเมนิ สมรรถนะของครผู ูสอน ประกอบดว ยสมรรถนะหลัก 5 สมรรถนะ และสมรรถนะประจําสายงาน 6 สมรรถนะ 3. ใหผปู ระเมนิ อา นรายการคําถามในแตล ะสมรรถนะใหดีกอนท่จี ะทาํ การประเมนิ สมรรถนะ การปฏบิ ัตงิ าน 4. วิธีการประเมินสมรรถนะในการปฏิบัติงาน ใหทานทําเคร่ืองหมาย ลงในชองสภาพการปฏิบัติงาน ในแตละรายการคาํ ถามของแตล ะสมรรถนะตามสภาพความเปน จริง ตอนที่ 1 ขอมูลเกี่ยวกบั ผรู ับการประเมนิ 1. เพศ  ชาย  หญงิ 2. ตาํ แหนง ปจ จบุ ันของผรู ับการประเมนิ  ครผู ชู ว ย  ครู คศ. 1  ครู คศ. 2  ครู คศ. 3  ครู คศ. 4  ครู คศ. 5 3. ระดบั การศกึ ษาสงู สุด  ต่ํากวา ปริญญาตรี  ปริญญาตรี  ปริญญาโท  ปริญญาเอก 4. อายรุ าชการ ป เดือน (นับถึง 3 เมษายน 2560) 5. กลมุ สาระการเรียนรทู ่ีถนัดหรือเชี่ยวชาญ คอื ตอนที่ 2 การประเมนิ สมรรถนะในการปฏบิ ัติงานของครผู สู อน (ผรู ับการประเมนิ ) ใหทานพิจารณาสภาพการดําเนินงานในแตละประเด็นยอยในแตละสมรรถนะของผูรับการประเมินแลว ทําเคร่ืองหมาย  ลงในชองสภาพการปฏิบัติงานของครูผูสอนในประเด็นยอยของแตละสมรรถนะตามสภาพ ความเปนจรงิ

1. สมรรถนะหลัก (Core Competency) ระดับการปฏิบัติ มาก รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ ย นอ ย ปาน มาก ท่สี ดุ ทสี่ ดุ กลาง 1. สมรรถนะการมงุ ผลสัมฤทธิ์ในการปฏบิ ัตงิ าน 1.1 วเิ คราะหภารกจิ งานเพื่อวางแผนการแกป ญ หาอยางเปนระบบ 1.2 กาํ หนดเปาหมายในการปฏิบัตงิ านทุกภาคเรยี น 1.3 กําหนดแผนการปฏิบัตงิ านอยา งเปนขั้นตอน 1.4 ใฝเรยี นรเู กยี่ วกบั การจดั การเรียนรู 1.5 ริเริม่ สรางสรรคใ นการพฒั นาการจดั การเรยี นรู 1.6 แสวงหาความรูท่ีเกย่ี วกับวิชาชีพใหม ๆ เพื่อการพฒั นาตนเอง 1.7 ประเมินผลการปฏิบัตงิ านของตนเอง 1.8 ใชผ ลการประเมินในการปฏบิ ตั งิ านมาใชป รับปรงุ /พัฒนา การทาํ งานใหดยี ิง่ ข้ึน 1.9 พฒั นาการปฏิบตั งิ านเพอื่ ตอบสนองความตองการของผเู รยี น ผูปกครอง และชมุ ชน 2. สมรรถนะการบรกิ ารท่ีดี 2.1 ใหบ ริการดวยความย้มิ แยมใจใส เห็นอกเห็นใจผูม ารับบริการ 2.2 ใหบริการอยา งรวดเร็ว ทนั ใจ ไมลาชา 2.3 ใหบรกิ ารอยา งมีความเคารพยกยอง ออนนอมใหเ กียรติ ผูรบั บริการ 2.4 ใหบริการดว ยความมุง ม่นั ต้งั ใจและเตม็ อกเตม็ ใจ 2.5 แกป ญหาใหกบั นักเรียน และผปู กครองหรอื ผูมาขอรบั บริการ 2.6 ใหบริการโดยยึดความตอ งการของผรู บั บรกิ ารเปน หลกั 2.7 ใหบ ริการเกนิ ความคาดหวงั แมต อ งใชเวลา หรอื ความพยามยามอยางมาก 3. สมรรถนะการพฒั นาตนเอง 3.1 ศกึ ษาคนควา หาความรู มงุ มัน่ และแสวงหาโอกาสพฒั นา ตนเองดวยวิธที ี่หลากหลาย 3.2 วเิ คราะหจ ุดแขง็ และจดุ ออนเกีย่ วกบั การจดั การเรยี นรู ของตนเองอยา งตอ เนือ่ ง 3.3 ศกึ ษา คน ควาหาองคความรูใหม ๆ ทางวชิ าการเพอ่ื พฒั นา ตนเองและวิชาชพี 3.4 แลกเปลยี่ นเรียนรกู ับผอู ืน่ เพ่ือการพฒั นาตนเองทุกครัง้ ทม่ี ีโอกาส 3.5 เขา รับการอบรมเพ่อื พฒั นาตนเองจากหนวยงานตางๆ อยางตอ เนอื่ ง

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดบั การปฏิบตั ิ มาก 3.6 ใหคําปรึกษา แนะนาํ นเิ ทศ และถา ยทอดความรู นอย นอ ย ปาน มาก ที่สดุ ท่ีสุด กลาง ประสบการณท างวชิ าชพี แกผอู นื่ 3.7 มกี ารสรา งเครอื ขา ยการเรียนรูเพ่ือการพัฒนาตนเองทงั้ ใน และนอกสถานศึกษา 4. สมรรถนะการทาํ งานเปน ทีม 4.1 สรา งสมั พนั ธภาพทด่ี ใี นการทํางานรวมกับผูอ่นื 4.2 ทํางานรวมกบั ผูอ่นื ตามบทบาทหนา ทที่ ี่ไดร ับมอบหมาย 4.3 ชวยเหลอื เพือ่ นรวมงานเพื่อสเู ปาหมายความสาํ เรจ็ รวมกนั 4.4 ใหเกยี รติ ยกยอ งชมเชย ใหก ําลังใจแกเพ่อื นรว มงานในโอกาส ทเ่ี หมาะสม 4.5 มที ักษะในการทาํ งานรวมกับบคุ คล/กลมุ บุคคลไดอยางมี ประสิทธิภาพทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา และในทกุ สถานการณ 4.6 แสดงบทบาทผูนําหรือผูตามในการทํางานรว มกบั ผอู น่ื ได เหมาะสมในทกุ โอกาส 4.7 แลกเปล่ยี น/รบั ฟงความคิดเหน็ และประสบการณภายใน ทีมงาน 4.8 รวมกับเพอื่ นรวมงานในการสรางวัฒนธรรมการทาํ งานเปน ทมี ใหเกิดข้นึ ในสถานศกึ ษา 5. สมรรถนะจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพครู 5.1 ยดึ มนั่ ในอุดมการณข องวชิ าชีพ ปกปอ งเกยี รติและศกั ดิ์ศรี ของวิชาชพี 5.2 เสียสละ อุทศิ ตนเพอื่ ประโยชนตอ วิชาชีพและเปน สมาชกิ ทีด่ ี ขององคกรวิชาชพี 5.3 ยกยอง ชน่ื ชมบุคคลที่ประสบความสําเรจ็ ในวิชาชพี 5.4 ซือ่ สัตยตอตนเอง ตรงตอเวลา วางแผนการใชจา ย และใชท รพั ยากรอยา งประหยดั 5.5 ปฏิบตั ติ นตามกฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั และขนบธรรมเนยี ม ประเพณี 5.6 ปฏบิ ัติตนและดาํ เนินชีวติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไดเ หมาะสมกบั สถานะของตน 5.7 รกั ษาสิทธิประโยชนข องตนเอง และไมละเมดิ สทิ ธขิ องผอู ื่น 5.8 เอื้อเฟอเผือ่ แผ ชวยเหลือ และไมเ บียดเบยี นผูอื่น 5.9 มีความเปน กัลยาณมติ รตอ ผูเรยี นเพือ่ นรวมงาน และผรู ับบรกิ าร

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดับการปฏบิ ตั ิ มาก 5.10 ปฏบิ ัติตนตามหลักการครองตน ครองคน ครองงาน นอ ย นอย ปาน มาก ท่สี ุด ท่ีสดุ กลาง เพ่ือใหก ารปฏิบตั งิ านบรรลุผลสาํ เรจ็ 2. สมรรถนะประจาํ สายงาน (Functional Competency) รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอย ระดับการปฏิบัติ มาก 1. สมรรถนะการบริหารจดั การหลกั สูตรและการจดั การเรียนรู ทสี่ ุด นอย ปาน มาก ทสี่ ดุ 1.1 ออกแบบกจิ กรรมการเรียนรอู ยางหลากหลายสอดคลอ ง กลาง กับวัย ความตอ งการของผูเ รยี น ชมุ ชน 1.2 เปดโอกาสใหผูเรยี นมสี ว นรวมในการกําหนดกิจกรรมและ การประเมินผลการเรยี นรู 1.3 ใชร ูปแบบ/เทคนิควิธกี ารสอนอยางหลากหลายเพ่อื ใหผ ูเ รียน พฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ 1.4 จดั กจิ กรรมการเรียนรทู ่ปี ลกู ฝง/สง เสริมคณุ ลักษณะ อนั พงึ ประสงคและสมรรถนะของผเู รยี น 1.5 ใชหลักจิตวทิ ยาในการจัดการเรยี นรูใหผูเรียนเรียนรูอยา งมี ความสขุ และพัฒนาเต็มศักยภาพ 1.6 ใชแหลง เรยี นรูและภมู ิปญญาทอ งถน่ิ ในชมุ ชนใน การจดั การเรียนรู 1.7 ใชสื่อ นวตั กรรม และเทคโนโลยหี ลากหลายและเหมาะสมกับ เนอ้ื หาและกจิ กรรมการเรยี นรู 1.8 ใชเ ทคโนโลยีคอมพิวเตอรใ นการผลติ ส่อื /นวัตกรรมทีใ่ ช ในการเรยี นรู 1.9 ออกแบบวธิ ีการวดั และประเมนิ ผลหลากหลายเหมาะสมกับ เน้อื หาและกจิ กรรมการเรียนรู 1.10 สรางและนําเครอ่ื งมอื วัดและประเมินผลไปใชอยา งถูกตอ ง เหมาะสม 1.11 วัดและประเมินผลผูเ รยี นตามสภาพจรงิ 1.12 นาํ ผลการประเมินการเรียนรมู าใชใ นการพัฒนา การจดั การเรียนรู

2. สมรรถนะประจาํ สายงาน (Functional Competency) (ตอ ) รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดบั การปฏบิ ตั ิ นอ ย นอย ปาน มาก มาก ทส่ี ุด กลาง ทสี่ ดุ 2. สมรรถนะการพฒั นาผเู รยี น 2.1 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรมแกผ ูเรียนในการจดั การเรยี นรู ในช้นั เรยี น 2.2 จัดกจิ กรรมสง เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหแกผเู รียนโดยให ผเู รยี นมสี วนรวมในการวางแผนกจิ กรรม 2.3 จดั ทาํ โครงการ/กิจกรรมทีส่ งเสริมคณุ ธรรมจริยธรรม ใหแกผเู รียน 2.4 จัดกจิ กรรมเพ่อื พฒั นาผูเรียนดา นการดูแลตนเอง มีทกั ษะใน การเรยี นรู การทาํ งาน การอยรู วมกันในสังคม และรูเทา ทัน การเปลีย่ นแปลง 2.5 สอดแทรกความเปนประชาธปิ ไตย ความภูมิใจในความเปน ไทยใหแกผ ูเรยี นในการจดั การเรียนรู 2.6 จดั ทําโครงการ/กิจกรรมที่สง เสริมความเปน ประชาธิปไตย ความภาคภูมิใจในความเปน ไทย 2.7 ใหผูปกครองมสี ว นรว มในการดูแลชวยเหลอื นักเรียน รายบคุ คล 2.8 นาํ ขอมลู นักเรยี นไปใชช ว ยเหลือ/พฒั นาผูเ รยี นทง้ั ดา น การเรยี นรูและปรับพฤตกิ รรมเปน รายบคุ คล 2.9 จัดกิจกรรมเพ่ือปองกันแกไ ขปญหาและสง เสรมิ พัฒนาผูเ รยี น ใหแ กนักเรยี นอยางทว่ั ถึง 2.10 สง เสริมใหผูเรียนปฏบิ ตั ติ นใหถกู ตอ งเหมาะสมกับคานยิ ม ที่ดงี าม 2.11 ดแู ลนักเรียนทุกคนอยา งท่วั ถึง ทันเหตุการณ 3. สมรรถนะการบริหารจัดการชน้ั เรยี น 3.1 จัดสภาพแวดลอ มภายในและภายนอกหองเรียนทเ่ี ออ้ื ตอ การเรยี นรู 3.2 สงเสริมการมปี ฏิสัมพนั ธทด่ี ีระหวางครูกบั ผูเรยี นและผเู รียน กบั ผูเ รยี น 3.3 ตรวจสอบส่งิ อํานวยความสะดวกในหองเรียนใหพรอมใช และปลอดภยั 3.4 จดั ทําขอ มูลสารสนเทศของนักเรยี นเปนรายบุคคลและ เอกสารประจําชั้นเรยี นครบถวน เปนปจ จุบัน

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดับการปฏบิ ตั ิ นอย นอย ปาน มาก มาก ทีส่ ุด กลาง ท่สี ดุ 3.5 นาํ ขอมลู สารสนเทศไปใชในการพฒั นาผูเรยี นไดอยาง เตม็ ศกั ยภาพ 3.6 ใหผ เู รยี นมีสว นรว มในการกาํ หนดกฎ กติกา ขอตกลง ในชน้ั เรยี น 3.7 แกป ญหา/พฒั นานกั เรียนดา นระเบยี บวินัยโดยการสรางวนิ ยั เชงิ บวกในชน้ั เรียน 3.8 ประเมิน การกาํ กบั ดแู ลช้นั เรียน และนําผลการประเมนิ ไปใช ในการปรบั ปรงุ และพัฒนา 4. สมรรถนะการวิเคราะห สังเคราะห และการวจิ ัยเพ่อื พัฒนา ผเู รียน 4.1 สาํ รวจปญหาเก่ยี วกบั นกั เรียนท่เี กดิ ขน้ึ ในชนั้ เรียนเพอื่ วางแผนการวิจยั เพือ่ พัฒนาผเู รยี น 4.2 วเิ คราะหส าเหตุของปญหาเกย่ี วกับนกั เรยี นท่ีเกิดขน้ึ ใน ชัน้ เรยี นเพอื่ กาํ หนดทางเลอื กในการแกไ ขปญ หาระบุ สภาพปจจบุ นั 4.3 รวบรวม จาํ แนกและจดั กลมุ ของสภาพปญหา แนวคดิ ทฤษฏี และวิธกี ารแกป ญหาเพื่อสะดวกตอ การนําไปใช 4.4 มกี ารประมวลผลหรอื สรุปขอมลู สารสนเทศทีเ่ ปน ประโยชน ตอการแกไขปญ หาในช้นั เรยี นโดยใชขอ มูลรอบดาน 4.5 มีการวเิ คราะหจดุ เดน จดุ ดอย อปุ สรรคและโอกาส ความสาํ เร็จของการวจิ ยั เพอื่ แกปญหาที่เกดิ ขึน้ ในชน้ั เรียน 4.6 จัดทําแผนการวิจยั และดาํ เนนิ กระบวนการวจิ ัยอยางเปน ระบบตามแผนดาํ เนินการวิจัยทก่ี าํ หนดไว 4.7 ตรวจสอบความถกู ตอ งและความนา เชือ่ ถือของผลการวิจยั อยางเปน ระบบ 4.8 มกี ารนําผลการวิจัยไปประยกุ ตใ ชในกรณีศกึ ษาอน่ื ๆ ทีม่ ี บริบทของปญ หาทีค่ ลา ยคลึงกัน 4.9 นําขอ มลู นักเรียนไปใชช วยเหลอื /พัฒนาผูเรียนทัง้ ดาน การเรียนรูแ ละปรับพฤติกรรมเปน รายบุคคล 4.10 จดั กิจกรรเพื่อปองกันแกไ ขปญหาและสง เสริมพฒั นาผเู รียน ใหแกน กั เรียนอยางท่ัวถงึ 5. สมรรถนะภาวะผูนําครู 5.1 เห็นคณุ คาใหความสาํ คญั ในความคิดเห็นหรอื ผลงานและ ใหเ กยี รตผิ อู ื่น

รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ ย ระดับการปฏิบตั ิ มาก 5.2 กระตุนจงู ใจ ปรับเปลี่ยนความคดิ และการกระทาํ ของผูอื่น ทสี่ ุด นอ ย ปาน มาก ทส่ี ุด ใหม คี วามผกู พันและมุงมน่ั ตอเปา หมายในการทาํ งานรวมกัน กลาง 5.3 มปี ฏิสมั พันธใ นการสนทนาอยางสรางสรรคกบั ผอู ่ืนโดยมุง เนน ไปการเรียนรู และการพัฒนาวชิ าชพี 5.4 มที กั ษะการฟง การพูด และการต้งั คําถามเปด ใจกวาง ยดื หยนุ ยอมรับทศั นะท่ีหลากหลายของผอู ืน่ เพื่อเปนแนวทาง ใหม ๆ ในการปฏิบตั ิงาน 5.5 ใหความสนใจตอ สถานการณต าง ๆ ที่เปน ปจจบุ นั โดยมีการ วางแผนอยางมวี ิสยั ทัศนซ ่ึงเช่อื มโยงกบั วสิ ัยทัศน เปาหมาย และพันธกิจของโรงเรยี น 5.6 รเิ ร่ิมการปฏบิ ัตทิ นี่ ําไปสูก ารเปล่ียนแปลงและพฒั นา นวตั กรรม 5.7 กระตนุ ผอู ื่นใหม กี ารเรยี นรูและความรว มมอื กันในวงกวา ง เพอ่ื พัฒนาผเู รยี น สถานศึกษา และวิชาชพี 5.8 ปฏิบัติงานรว มกบั ผอู ืน่ ภายใตระบบ/ขัน้ ตอนท่เี ปลีย่ นแปลง ไปจากเดมิ ได 5.9 สนับสนุนความคดิ ริเร่มิ ซงึ่ เกดิ จากการพจิ ารณาไตรตรองของ เพ่อื นรวมงาน และมีสว นรวมในการพฒั นานวัตกรรมตาง ๆ 5.10 ใชเทคนคิ วิธกี ารหลากหลายในการตรวจสอบประเมนิ การปฏบิ ัตงิ านของตนเองและผลการดาํ เนินงานสถานศึกษา 5.11 กําหนดเปา หมายและมาตรฐานการเรียนรทู ี่ทา ทาย ความสามารถของตนเองตามสภาพจรงิ และปฏิบตั ิให บรรลุผลสําเรจ็ ได 5.12 ยอมรับขอมลู ปอนกลับเก่ียวกบั ความคาดหวงั ดานการเรยี นรู ของผเู รียนจากผูปกครอง 6. สมรรถนะการสรา งความสัมพันธและความรว มมือกบั ชุมชน เพือ่ การจดั การเรียนรู 6.1 มีปฏสิ มั พนั ธทดี่ ีกับผูปกครองและชมุ ชนในการตดิ ตอส่อื สาร เพ่อื การจดั การเรียนรู 6.2 ประสานงานกบั ผปู กครองและชมุ ชนใหเขามามีสว นรว ม ในการจดั การเรยี นรูอยา งตอ เน่อื งตลอดปการศึกษา

รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ ย ระดบั การปฏบิ ตั ิ มาก 6.3 เปด โอกาสใหผมู ีสว นเก่ยี วขอ งเขา รวมวางแผนการจัดกิจกรรม ทส่ี ดุ นอ ย ปาน มาก ทสี่ ดุ การเรียนรูในระดับช้นั เรยี น กลาง 6.4 เปดโอกาสใหผูปกครองและชมุ ชนเขา มาแลกเปลยี่ นเรยี นรู เก่ยี วกบั การจัดการเรียนการสอนในสถานศกึ ษา 6.5 สรา งเครือขายความรว มมอื ระหวางครู ผปู กครอง ชมุ ชนและ องคกรอน่ื ๆ ทัง้ ภาครัฐและเอกชนในการแลกเปลีย่ นขอ มูล สารสนเทศเพื่อการจดั การเรยี นรู 6.6 จดั กจิ กรรมการเรยี นรูทใี่ หป ราชญชาวบานหรอื ภูมปิ ญ ญา ในทองถ่ินเขา มามสี วนรว ม 6.7 มกี ารเปด โอกาสใหผูมีสวนไดส วนเสียของสถานศึกษาเขามา มสี ว นรว มในการประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา 6.8 มีการเสนอผลการจัดการเรยี นรูต อฝา ยตา ง ๆ ของชมุ ชน เพ่อื แลกเปล่ยี นเรียนรูและแกไ ขปญหารวมกนั ในทุกภาคเรยี น ลงชือ่ .................................................. ผปู ระเมนิ (คุณครูสวุ ดี กาญจนาภา ) ตําแหนง ครู

แบบประเมนิ สมรรถนะครูผูสอน สังกดั สาํ นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 ชอ่ื -สกลุ คณุ ครูสุวดี กาญจนาภา โรงเรยี น วัดพชื นิมติ (คาํ สวัสด์ิราษฎรบาํ รงุ ) สพป.ปทุมธานี เขต 1 ผูประเมนิ  ตนเอง  เพอ่ื นครผู ูสอน  ผูบริหารสถานศึกษา คําชแ้ี จง 1. แบบประเมินสมรรถนะในการปฏิบัติงานฉบับน้ีสําหรับใหครูผูสอนทําการประเมินสภาพการ ปฏิบัติงานของตนเอง เพื่อนครูผูสอน และผูบริหารสถานศึกษา รวมประเมินตามสภาพความเปนจริง เพ่ือเปน ขอมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานของครูผูสอนในแตละคน โดยจะมีผูบริหารสถานศึกษาเปนผู รบั รองผลการประเมนิ อกี คร้งั หนึ่ง 2. แบบประเมนิ สมรรถนะฉบบั น้ี แบง ออกเปน 2 ตอน ตอนที่ 1 ขอ มลู เก่ยี วกบั ครูผสู อน ตอนท่ี 2 การประเมนิ สมรรถนะของครผู สู อน ประกอบดว ยสมรรถนะหลัก 5 สมรรถนะ และสมรรถนะประจําสายงาน 6 สมรรถนะ 3. ใหผปู ระเมินอา นรายการคําถามในแตล ะสมรรถนะใหดีกอนทจ่ี ะทาํ การประเมินสมรรถนะ การปฏบิ ัติงาน 4. วิธีการประเมินสมรรถนะในการปฏิบัติงาน ใหทานทําเคร่ืองหมาย ลงในชองสภาพการปฏิบัติงาน ในแตละรายการคําถามของแตล ะสมรรถนะตามสภาพความเปน จริง ตอนที่ 1 ขอมลู เก่ยี วกับผรู บั การประเมนิ 1. เพศ  ชาย  หญงิ 2. ตาํ แหนง ปจจุบันของผูรับการประเมิน  ครูผชู วย  ครู คศ. 1  ครู คศ. 2  ครู คศ. 3  ครู คศ. 4  ครู คศ. 5 3. ระดบั การศึกษาสูงสดุ  ต่ํากวาปริญญาตรี  ปรญิ ญาตรี  ปริญญาโท  ปริญญาเอก 4. อายรุ าชการ ป เดอื น (นบั ถึง 3 เมษายน 2560) 5. กลมุ สาระการเรียนรูท่ีถนดั หรอื เชี่ยวชาญ คอื ตอนที่ 2 การประเมนิ สมรรถนะในการปฏิบตั ิงานของครผู ูสอน (ผูรับการประเมิน) ใหทานพิจารณาสภาพการดําเนินงานในแตละประเด็นยอยในแตละสมรรถนะของผูรับการประเมินแลว ทําเครื่องหมาย  ลงในชองสภาพการปฏิบัติงานของครูผูสอนในประเด็นยอยของแตละสมรรถนะตามสภาพ ความเปนจริง

1. สมรรถนะหลัก (Core Competency) ระดับการปฏิบัติ มาก รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ ย นอ ย ปาน มาก ท่สี ดุ ทสี่ ดุ กลาง 1. สมรรถนะการมงุ ผลสัมฤทธิ์ในการปฏบิ ัตงิ าน 1.1 วเิ คราะหภารกจิ งานเพื่อวางแผนการแกป ญ หาอยางเปนระบบ 1.2 กาํ หนดเปาหมายในการปฏบิ ัตงิ านทุกภาคเรยี น 1.3 กําหนดแผนการปฏิบัตงิ านอยา งเปนขั้นตอน 1.4 ใฝเรยี นรเู กยี่ วกบั การจดั การเรียนรู 1.5 ริเรม่ิ สรา งสรรคใ นการพฒั นาการจดั การเรยี นรู 1.6 แสวงหาความรูท่ีเกย่ี วกับวิชาชีพใหม ๆ เพื่อการพฒั นาตนเอง 1.7 ประเมินผลการปฏิบตั งิ านของตนเอง 1.8 ใชผ ลการประเมินในการปฏบิ ตั งิ านมาใชป รบั ปรงุ /พัฒนา การทาํ งานใหดยี ิง่ ข้ึน 1.9 พฒั นาการปฏิบตั งิ านเพ่ือตอบสนองความตองการของผเู รยี น ผูปกครอง และชมุ ชน 2. สมรรถนะการบรกิ ารท่ีดี 2.1 ใหบ ริการดวยความย้มิ แยมใจใส เห็นอกเห็นใจผูม ารับบริการ 2.2 ใหบ ริการอยา งรวดเร็ว ทนั ใจ ไมลาชา 2.3 ใหบ รกิ ารอยา งมีความเคารพยกยอง ออนนอมใหเ กียรติ ผูรับบริการ 2.4 ใหบริการดว ยความมุง ม่นั ต้งั ใจและเตม็ อกเต็มใจ 2.5 แกป ญหาใหกบั นักเรียน และผปู กครองหรอื ผูมาขอรบั บริการ 2.6 ใหบ ริการโดยยึดความตอ งการของผรู บั บรกิ ารเปน หลกั 2.7 ใหบ ริการเกินความคาดหวงั แมต อ งใชเวลา หรอื ความพยามยามอยางมาก 3. สมรรถนะการพฒั นาตนเอง 3.1 ศกึ ษาคน ควา หาความรู มงุ มัน่ และแสวงหาโอกาสพฒั นา ตนเองดวยวิธที ี่หลากหลาย 3.2 วเิ คราะหจ ุดแขง็ และจดุ ออนเกีย่ วกบั การจดั การเรยี นรู ของตนเองอยา งตอ เนือ่ ง 3.3 ศกึ ษา คน ควาหาองคความรูใหม ๆ ทางวชิ าการเพอ่ื พฒั นา ตนเองและวิชาชพี 3.4 แลกเปลยี่ นเรียนรกู ับผอู ืน่ เพ่ือการพฒั นาตนเองทุกครัง้ ทม่ี โี อกาส 3.5 เขา รับการอบรมเพ่อื พฒั นาตนเองจากหนวยงานตางๆ อยา งตอ เนอื่ ง

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดบั การปฏิบตั ิ มาก 3.6 ใหคําปรึกษา แนะนาํ นเิ ทศ และถา ยทอดความรู นอย นอ ย ปาน มาก ที่สดุ ท่ีสุด กลาง ประสบการณท างวชิ าชพี แกผอู นื่ 3.7 มกี ารสรา งเครอื ขา ยการเรียนรูเพ่ือการพัฒนาตนเองทงั้ ใน และนอกสถานศึกษา 4. สมรรถนะการทาํ งานเปน ทีม 4.1 สรา งสมั พนั ธภาพทด่ี ใี นการทํางานรวมกับผูอ่นื 4.2 ทํางานรวมกบั ผูอ่นื ตามบทบาทหนา ทที่ ี่ไดร ับมอบหมาย 4.3 ชวยเหลอื เพือ่ นรวมงานเพื่อสเู ปาหมายความสาํ เรจ็ รวมกนั 4.4 ใหเกยี รติ ยกยอ งชมเชย ใหก ําลังใจแกเพ่อื นรว มงานในโอกาส ทเ่ี หมาะสม 4.5 มที ักษะในการทาํ งานรวมกับบคุ คล/กลมุ บุคคลไดอยางมี ประสิทธิภาพทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา และในทกุ สถานการณ 4.6 แสดงบทบาทผูนําหรือผูตามในการทํางานรว มกบั ผอู น่ื ได เหมาะสมในทกุ โอกาส 4.7 แลกเปล่ยี น/รบั ฟงความคิดเหน็ และประสบการณภายใน ทีมงาน 4.8 รวมกับเพอื่ นรวมงานในการสรางวัฒนธรรมการทาํ งานเปน ทมี ใหเกิดข้นึ ในสถานศกึ ษา 5. สมรรถนะจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพครู 5.1 ยดึ มนั่ ในอุดมการณข องวชิ าชีพ ปกปอ งเกยี รติและศกั ดิ์ศรี ของวิชาชพี 5.2 เสียสละ อุทศิ ตนเพอื่ ประโยชนตอ วิชาชีพและเปน สมาชกิ ทีด่ ี ขององคกรวิชาชพี 5.3 ยกยอง ชน่ื ชมบุคคลที่ประสบความสําเรจ็ ในวิชาชพี 5.4 ซือ่ สัตยตอตนเอง ตรงตอเวลา วางแผนการใชจา ย และใชท รพั ยากรอยา งประหยดั 5.5 ปฏิบตั ติ นตามกฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั และขนบธรรมเนยี ม ประเพณี 5.6 ปฏบิ ัติตนและดาํ เนินชีวติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไดเ หมาะสมกบั สถานะของตน 5.7 รกั ษาสิทธิประโยชนข องตนเอง และไมละเมดิ สทิ ธขิ องผอู ื่น 5.8 เอื้อเฟอเผือ่ แผ ชวยเหลือ และไมเ บียดเบยี นผูอื่น 5.9 มีความเปน กัลยาณมติ รตอ ผูเรยี นเพือ่ นรวมงาน และผรู ับบรกิ าร

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดับการปฏบิ ตั ิ มาก 5.10 ปฏบิ ัติตนตามหลักการครองตน ครองคน ครองงาน นอ ย นอย ปาน มาก ท่สี ุด ท่ีสดุ กลาง เพ่ือใหก ารปฏิบตั งิ านบรรลุผลสาํ เรจ็ 2. สมรรถนะประจาํ สายงาน (Functional Competency) รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอย ระดับการปฏิบัติ มาก 1. สมรรถนะการบริหารจดั การหลกั สูตรและการจดั การเรียนรู ทสี่ ุด นอย ปาน มาก ทสี่ ดุ 1.1 ออกแบบกจิ กรรมการเรียนรอู ยางหลากหลายสอดคลอ ง กลาง กับวัย ความตอ งการของผูเ รยี น ชมุ ชน 1.2 เปดโอกาสใหผูเรยี นมสี ว นรวมในการกําหนดกิจกรรมและ การประเมินผลการเรยี นรู 1.3 ใชร ูปแบบ/เทคนิควิธกี ารสอนอยางหลากหลายเพ่อื ใหผ ูเ รียน พฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ 1.4 จดั กจิ กรรมการเรียนรทู ่ปี ลกู ฝง/สง เสริมคณุ ลักษณะ อนั พงึ ประสงคและสมรรถนะของผเู รยี น 1.5 ใชหลักจิตวทิ ยาในการจัดการเรยี นรูใหผูเรียนเรียนรูอยา งมี ความสขุ และพัฒนาเต็มศักยภาพ 1.6 ใชแหลง เรยี นรูและภมู ิปญญาทอ งถน่ิ ในชมุ ชนใน การจดั การเรียนรู 1.7 ใชสื่อ นวตั กรรม และเทคโนโลยหี ลากหลายและเหมาะสมกับ เนอ้ื หาและกจิ กรรมการเรยี นรู 1.8 ใชเ ทคโนโลยีคอมพิวเตอรใ นการผลติ ส่อื /นวัตกรรมทีใ่ ช ในการเรยี นรู 1.9 ออกแบบวธิ ีการวดั และประเมนิ ผลหลากหลายเหมาะสมกับ เน้อื หาและกจิ กรรมการเรียนรู 1.10 สรางและนําเครอ่ื งมอื วัดและประเมินผลไปใชอยา งถูกตอ ง เหมาะสม 1.11 วัดและประเมินผลผูเ รยี นตามสภาพจรงิ 1.12 นาํ ผลการประเมินการเรียนรมู าใชใ นการพัฒนา การจดั การเรียนรู

2. สมรรถนะประจาํ สายงาน (Functional Competency) (ตอ ) รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดบั การปฏบิ ตั ิ นอ ย นอย ปาน มาก มาก ทส่ี ุด กลาง ทสี่ ดุ 2. สมรรถนะการพฒั นาผเู รยี น 2.1 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรมแกผ ูเรียนในการจดั การเรยี นรู ในช้นั เรยี น 2.2 จัดกจิ กรรมสง เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหแกผเู รียนโดยให ผเู รยี นมสี วนรวมในการวางแผนกจิ กรรม 2.3 จดั ทาํ โครงการ/กิจกรรมทีส่ งเสริมคณุ ธรรมจริยธรรม ใหแกผเู รียน 2.4 จัดกจิ กรรมเพ่อื พฒั นาผูเรียนดา นการดูแลตนเอง มีทกั ษะใน การเรยี นรู การทาํ งาน การอยรู วมกันในสังคม และรูเทา ทัน การเปลีย่ นแปลง 2.5 สอดแทรกความเปนประชาธปิ ไตย ความภูมิใจในความเปน ไทยใหแกผ ูเรยี นในการจดั การเรียนรู 2.6 จดั ทําโครงการ/กิจกรรมที่สง เสริมความเปน ประชาธิปไตย ความภาคภูมิใจในความเปน ไทย 2.7 ใหผูปกครองมสี ว นรว มในการดูแลชวยเหลอื นักเรียน รายบคุ คล 2.8 นาํ ขอมลู นักเรยี นไปใชช ว ยเหลือ/พฒั นาผูเ รยี นทง้ั ดา น การเรยี นรูและปรับพฤตกิ รรมเปน รายบคุ คล 2.9 จัดกิจกรรมเพ่ือปองกันแกไ ขปญหาและสง เสรมิ พัฒนาผูเ รยี น ใหแ กนักเรยี นอยางทว่ั ถึง 2.10 สง เสริมใหผูเรียนปฏบิ ตั ติ นใหถกู ตอ งเหมาะสมกับคานยิ ม ที่ดงี าม 2.11 ดแู ลนักเรียนทุกคนอยา งท่วั ถึง ทันเหตุการณ 3. สมรรถนะการบริหารจัดการชน้ั เรยี น 3.1 จัดสภาพแวดลอ มภายในและภายนอกหองเรียนทเ่ี ออ้ื ตอ การเรยี นรู 3.2 สงเสริมการมปี ฏิสัมพนั ธทด่ี ีระหวางครูกบั ผูเรยี นและผเู รียน กบั ผูเ รยี น 3.3 ตรวจสอบส่งิ อํานวยความสะดวกในหองเรียนใหพรอมใช และปลอดภยั 3.4 จดั ทําขอ มูลสารสนเทศของนักเรยี นเปนรายบุคคลและ เอกสารประจําชั้นเรยี นครบถวน เปนปจ จุบัน

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดับการปฏบิ ตั ิ นอย นอย ปาน มาก มาก ทีส่ ุด กลาง ท่สี ดุ 3.5 นาํ ขอมลู สารสนเทศไปใชในการพฒั นาผูเรยี นไดอยาง เตม็ ศกั ยภาพ 3.6 ใหผ เู รยี นมีสว นรว มในการกาํ หนดกฎ กติกา ขอตกลง ในชน้ั เรยี น 3.7 แกป ญหา/พฒั นานกั เรียนดา นระเบยี บวินัยโดยการสรางวนิ ยั เชงิ บวกในชน้ั เรียน 3.8 ประเมิน การกาํ กบั ดแู ลช้นั เรียน และนําผลการประเมนิ ไปใช ในการปรบั ปรงุ และพัฒนา 4. สมรรถนะการวิเคราะห สังเคราะห และการวจิ ัยเพ่อื พัฒนา ผเู รียน 4.1 สาํ รวจปญหาเก่ยี วกบั นกั เรียนท่เี กดิ ขน้ึ ในชนั้ เรียนเพอื่ วางแผนการวิจยั เพือ่ พัฒนาผเู รยี น 4.2 วเิ คราะหส าเหตุของปญหาเกย่ี วกับนกั เรยี นท่ีเกิดขน้ึ ใน ชัน้ เรยี นเพอื่ กาํ หนดทางเลอื กในการแกไ ขปญ หาระบุ สภาพปจจบุ นั 4.3 รวบรวม จาํ แนกและจดั กลมุ ของสภาพปญหา แนวคดิ ทฤษฏี และวิธกี ารแกป ญหาเพื่อสะดวกตอ การนําไปใช 4.4 มกี ารประมวลผลหรอื สรุปขอมลู สารสนเทศทีเ่ ปน ประโยชน ตอการแกไขปญ หาในช้นั เรยี นโดยใชขอ มูลรอบดาน 4.5 มีการวเิ คราะหจดุ เดน จดุ ดอย อปุ สรรคและโอกาส ความสาํ เร็จของการวจิ ยั เพอื่ แกปญหาที่เกดิ ขึน้ ในชน้ั เรียน 4.6 จัดทําแผนการวิจยั และดาํ เนนิ กระบวนการวจิ ัยอยางเปน ระบบตามแผนดาํ เนินการวิจัยทก่ี าํ หนดไว 4.7 ตรวจสอบความถกู ตอ งและความนา เชือ่ ถือของผลการวิจยั อยางเปน ระบบ 4.8 มกี ารนําผลการวิจัยไปประยกุ ตใ ชในกรณีศกึ ษาอน่ื ๆ ทีม่ ี บริบทของปญ หาทีค่ ลา ยคลึงกัน 4.9 นําขอ มลู นักเรียนไปใชช วยเหลอื /พัฒนาผูเรียนทัง้ ดาน การเรียนรูแ ละปรับพฤติกรรมเปน รายบุคคล 4.10 จดั กิจกรรเพื่อปองกันแกไ ขปญหาและสง เสริมพฒั นาผเู รียน ใหแกน กั เรียนอยางท่ัวถงึ 5. สมรรถนะภาวะผูนําครู 5.1 เห็นคณุ คาใหความสาํ คญั ในความคิดเห็นหรอื ผลงานและ ใหเ กยี รตผิ อู ื่น

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม นอ ย ระดับการปฏิบตั ิ มาก 5.2 กระตุนจงู ใจ ปรับเปลี่ยนความคดิ และการกระทําของผูอื่น ทสี่ ุด นอ ย ปาน มาก ทส่ี ุด ใหม คี วามผกู พันและมุงมน่ั ตอเปา หมายในการทาํ งานรวมกัน กลาง 5.3 มปี ฏิสมั พันธใ นการสนทนาอยางสรางสรรคกับผอู น่ื โดยมุง เนน ไปการเรียนรู และการพัฒนาวชิ าชพี 5.4 มที กั ษะการฟง การพดู และการต้งั คําถามเปดใจกวาง ยดื หยนุ ยอมรับทศั นะท่ีหลากหลายของผอู ่ืนเพ่ือเปนแนวทาง ใหม ๆ ในการปฏิบตั ิงาน 5.5 ใหความสนใจตอ สถานการณต าง ๆ ที่เปนปจจบุ ันโดยมีการ วางแผนอยางมวี ิสยั ทัศนซ ่ึงเช่อื มโยงกบั วิสัยทัศน เปาหมาย และพันธกิจของโรงเรียน 5.6 รเิ ร่ิมการปฏบิ ัตทิ นี่ ําไปสูก ารเปล่ียนแปลงและพฒั นา นวตั กรรม 5.7 กระตนุ ผอู ื่นใหม กี ารเรยี นรูและความรว มมอื กนั ในวงกวา ง เพื่อพัฒนาผเู รยี น สถานศึกษา และวิชาชีพ 5.8 ปฏบิ ัติงานรว มกบั ผอู ืน่ ภายใตระบบ/ขัน้ ตอนทีเ่ ปลี่ยนแปลง ไปจากเดมิ ได 5.9 สนับสนุนความคดิ ริเร่มิ ซงึ่ เกดิ จากการพจิ ารณาไตรต รองของ เพ่อื นรวมงาน และมีสว นรวมในการพฒั นานวัตกรรมตาง ๆ 5.10 ใชเ ทคนคิ วิธกี ารหลากหลายในการตรวจสอบประเมนิ การปฏบิ ัตงิ านของตนเองและผลการดาํ เนินงานสถานศึกษา 5.11 กําหนดเปา หมายและมาตรฐานการเรียนรทู ท่ี า ทาย ความสามารถของตนเองตามสภาพจรงิ และปฏิบัตใิ ห บรรลุผลสําเรจ็ ได 5.12 ยอมรับขอมลู ปอนกลับเก่ียวกบั ความคาดหวังดา นการเรยี นรู ของผเู รียนจากผูปกครอง 6. สมรรถนะการสรางความสัมพันธและความรว มมอื กบั ชุมชน เพือ่ การจดั การเรยี นรู 6.1 มีปฏสิ มั พนั ธทดี่ ีกับผูปกครองและชมุ ชนในการติดตอส่อื สาร เพ่อื การจดั การเรียนรู 6.2 ประสานงานกบั ผปู กครองและชมุ ชนใหเขามามีสว นรว ม ในการจัดการเรยี นรูอยา งตอ เน่อื งตลอดปก ารศึกษา

รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ ย ระดับการปฏิบัติ มาก 6.3 เปดโอกาสใหผูมสี ว นเกี่ยวขอ งเขารว มวางแผนการจดั กจิ กรรม ทสี่ ดุ นอย ปาน มาก ทสี่ ดุ การเรยี นรใู นระดับช้นั เรยี น กลาง 6.4 เปด โอกาสใหผ ปู กครองและชมุ ชนเขามาแลกเปล่ียนเรยี นรู เก่ยี วกบั การจัดการเรียนการสอนในสถานศกึ ษา 6.5 สรางเครือขา ยความรวมมอื ระหวา งครู ผปู กครอง ชมุ ชนและ องคกรอ่ืน ๆ ท้ังภาครฐั และเอกชนในการแลกเปลยี่ นขอ มูล สารสนเทศเพ่ือการจดั การเรียนรู 6.6 จดั กจิ กรรมการเรียนรูท ี่ใหป ราชญชาวบา นหรอื ภูมปิ ญญา ในทอ งถ่ินเขา มามีสว นรว ม 6.7 มกี ารเปดโอกาสใหผ ูมีสวนไดสว นเสยี ของสถานศกึ ษาเขามา มีสวนรว มในการประเมินผลการจดั การศกึ ษา 6.8 มีการเสนอผลการจัดการเรยี นรตู อ ฝา ยตา ง ๆ ของชมุ ชน เพื่อแลกเปลยี่ นเรยี นรแู ละแกไขปญหารว มกันในทกุ ภาคเรยี น ลงชื่อ .................................................. ผูประเมนิ (คณุ คร.ู ................................................) ตาํ แหนง ครู วิทยฐานะ .......................................

แบบประเมินสมรรถนะครูผสู อน สงั กัด สํานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาปทุมธานี เขต 1 ชอ่ื -สกุลคุณครูสุวดี กาญจนาภา โรงเรยี น วัดพืชนิมิต (คําสวัสดิร์ าษฎรบาํ รงุ ) สพป.ปทมุ ธานี เขต 1 ผปู ระเมนิ  ตนเอง  เพ่ือนครผู ูสอน  ผูบริหารสถานศึกษา คาํ ชแ้ี จง 1. แบบประเมินสมรรถนะในการปฏิบัติงานฉบับน้ีสําหรับใหครูผูสอนทําการประเมินสภาพการ ปฏิบัติงานของตนเอง เพ่ือนครูผูสอน และผูบริหารสถานศึกษา รวมประเมินตามสภาพความเปนจริง เพ่ือเปน ขอมูลพ้ืนฐานในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานของครูผูสอนในแตละคน โดยจะมีผูบริหารสถานศึกษาเปนผู รับรองผลการประเมนิ อกี ครง้ั หน่ึง 2. แบบประเมนิ สมรรถนะฉบับน้ี แบงออกเปน 2 ตอน ตอนที่ 1 ขอมูลเกยี่ วกบั ครูผูส อน ตอนท่ี 2 การประเมนิ สมรรถนะของครูผสู อน ประกอบดวยสมรรถนะหลกั 5 สมรรถนะ และสมรรถนะประจาํ สายงาน 6 สมรรถนะ 3. ใหผูประเมนิ อา นรายการคาํ ถามในแตละสมรรถนะใหดกี อนท่ีจะทําการประเมินสมรรถนะ การปฏิบตั ิงาน 4. วิธีการประเมินสมรรถนะในการปฏิบัติงาน ใหทานทําเครื่องหมาย ลงในชองสภาพการปฏิบัติงาน ในแตล ะรายการคาํ ถามของแตล ะสมรรถนะตามสภาพความเปน จริง ตอนที่ 1 ขอมูลเกี่ยวกบั ผรู บั การประเมนิ 1. เพศ  ชาย  หญงิ 2. ตําแหนง ปจ จุบนั ของผูรับการประเมนิ  ครผู ชู ว ย  ครู คศ. 1  ครู คศ. 2  ครู คศ. 3  ครู คศ. 4  ครู คศ. 5 3. ระดบั การศกึ ษาสูงสุด  ตํ่ากวา ปรญิ ญาตรี  ปริญญาตรี  ปรญิ ญาโท  ปรญิ ญาเอก 4. อายุราชการ ป เดอื น (นบั ถึง 3 เมษายน 2560) 5. กลุมสาระการเรียนรทู ีถ่ นัดหรือเชย่ี วชาญ คือ ตอนท่ี 2 การประเมินสมรรถนะในการปฏบิ ตั ิงานของครผู ูสอน (ผูรับการประเมนิ ) ใหทานพิจารณาสภาพการดําเนินงานในแตละประเด็นยอยในแตละสมรรถนะของผูรับการประเมินแลว ทําเครื่องหมาย  ลงในชองสภาพการปฏิบัติงานของครูผูสอนในประเด็นยอยของแตละสมรรถนะตามสภาพ ความเปน จรงิ

1. สมรรถนะหลัก (Core Competency) ระดับการปฏิบัติ มาก รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ ย นอ ย ปาน มาก ท่สี ดุ ทสี่ ดุ กลาง 1. สมรรถนะการมงุ ผลสัมฤทธิ์ในการปฏบิ ัตงิ าน 1.1 วเิ คราะหภารกจิ งานเพื่อวางแผนการแกป ญ หาอยางเปนระบบ 1.2 กาํ หนดเปาหมายในการปฏบิ ัตงิ านทุกภาคเรยี น 1.3 กําหนดแผนการปฏิบัตงิ านอยา งเปนขั้นตอน 1.4 ใฝเรียนรเู กยี่ วกบั การจดั การเรยี นรู 1.5 ริเริม่ สรางสรรคใ นการพฒั นาการจดั การเรยี นรู 1.6 แสวงหาความรูท่ีเกย่ี วกับวิชาชพี ใหม ๆ เพื่อการพฒั นาตนเอง 1.7 ประเมินผลการปฏิบตั งิ านของตนเอง 1.8 ใชผ ลการประเมินในการปฏบิ ัตงิ านมาใชป รบั ปรงุ /พัฒนา การทาํ งานใหดยี ิง่ ข้ึน 1.9 พฒั นาการปฏิบตั งิ านเพ่ือตอบสนองความตองการของผเู รยี น ผูปกครอง และชมุ ชน 2. สมรรถนะการบรกิ ารท่ีดี 2.1 ใหบ ริการดวยความย้มิ แยมใจใส เห็นอกเห็นใจผูม ารับบริการ 2.2 ใหบริการอยา งรวดเร็ว ทนั ใจ ไมลาชา 2.3 ใหบรกิ ารอยา งมีความเคารพยกยอง ออนนอมใหเ กียรติ ผูรบั บริการ 2.4 ใหบริการดว ยความมุง ม่นั ตัง้ ใจและเตม็ อกเต็มใจ 2.5 แกป ญ หาใหกบั นักเรียน และผูปกครองหรอื ผูมาขอรบั บริการ 2.6 ใหบริการโดยยึดความตอ งการของผรู บั บรกิ ารเปน หลกั 2.7 ใหบ ริการเกนิ ความคาดหวงั แมต อ งใชเวลา หรอื ความพยามยามอยางมาก 3. สมรรถนะการพฒั นาตนเอง 3.1 ศกึ ษาคนควา หาความรู มงุ มน่ั และแสวงหาโอกาสพฒั นา ตนเองดวยวิธที ี่หลากหลาย 3.2 วเิ คราะหจ ุดแขง็ และจดุ ออนเกยี่ วกบั การจดั การเรยี นรู ของตนเองอยา งตอ เนือ่ ง 3.3 ศกึ ษา คน ควาหาองคความรใู หม ๆ ทางวชิ าการเพอ่ื พฒั นา ตนเองและวิชาชพี 3.4 แลกเปลยี่ นเรียนรกู ับผอู ืน่ เพ่อื การพฒั นาตนเองทุกครัง้ ทม่ี โี อกาส 3.5 เขา รบั การอบรมเพ่อื พฒั นาตนเองจากหนวยงานตางๆ อยางตอ เนอื่ ง

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดบั การปฏิบตั ิ มาก 3.6 ใหคําปรึกษา แนะนาํ นเิ ทศ และถา ยทอดความรู นอย นอ ย ปาน มาก ที่สดุ ท่ีสุด กลาง ประสบการณท างวชิ าชพี แกผอู นื่ 3.7 มกี ารสรา งเครอื ขา ยการเรยี นรูเพ่ือการพฒั นาตนเองท้งั ใน และนอกสถานศึกษา 4. สมรรถนะการทาํ งานเปน ทีม 4.1 สรา งสมั พนั ธภาพทด่ี ใี นการทํางานรวมกับผูอ่นื 4.2 ทํางานรวมกบั ผูอ่นื ตามบทบาทหนา ทที่ ีไ่ ดร บั มอบหมาย 4.3 ชวยเหลอื เพือ่ นรวมงานเพอื่ สเู ปาหมายความสาํ เรจ็ รวมกัน 4.4 ใหเกียรติ ยกยอ งชมเชย ใหก ําลังใจแกเพ่อื นรว มงานในโอกาส ทเ่ี หมาะสม 4.5 มที ักษะในการทาํ งานรวมกับบคุ คล/กลมุ บุคคลไดอ ยางมี ประสิทธิภาพทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา และในทกุ สถานการณ 4.6 แสดงบทบาทผูนําหรือผูตามในการทํางานรว มกบั ผอู น่ื ได เหมาะสมในทกุ โอกาส 4.7 แลกเปล่ยี น/รบั ฟงความคิดเหน็ และประสบการณภายใน ทีมงาน 4.8 รวมกับเพือ่ นรวมงานในการสรางวัฒนธรรมการทาํ งานเปน ทมี ใหเกดิ ข้นึ ในสถานศกึ ษา 5. สมรรถนะจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชพี ครู 5.1 ยดึ มน่ั ในอุดมการณข องวิชาชีพ ปกปอ งเกยี รติและศักดศิ์ รี ของวิชาชพี 5.2 เสียสละ อุทศิ ตนเพอื่ ประโยชนตอ วิชาชพี และเปน สมาชิกทดี่ ี ขององคกรวิชาชพี 5.3 ยกยอง ชน่ื ชมบุคคลที่ประสบความสําเรจ็ ในวิชาชพี 5.4 ซือ่ สัตยตอตนเอง ตรงตอเวลา วางแผนการใชจา ย และใชท รพั ยากรอยา งประหยดั 5.5 ปฏบิ ัตติ นตามกฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั และขนบธรรมเนยี ม ประเพณี 5.6 ปฏบิ ตั ิตนและดาํ เนินชีวติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไดเ หมาะสมกบั สถานะของตน 5.7 รกั ษาสิทธิประโยชนข องตนเอง และไมละเมดิ สทิ ธิของผอู นื่ 5.8 เอื้อเฟอเผือ่ แผ ชวยเหลือ และไมเ บียดเบยี นผูอื่น 5.9 มีความเปน กัลยาณมติ รตอผูเรยี นเพือ่ นรว มงาน และผรู ับบรกิ าร

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดับการปฏบิ ตั ิ มาก 5.10 ปฏบิ ัติตนตามหลักการครองตน ครองคน ครองงาน นอ ย นอย ปาน มาก ท่สี ุด ท่ีสดุ กลาง เพ่ือใหก ารปฏิบตั งิ านบรรลุผลสาํ เรจ็ 2. สมรรถนะประจาํ สายงาน (Functional Competency) รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอย ระดับการปฏิบัติ มาก 1. สมรรถนะการบริหารจดั การหลกั สูตรและการจดั การเรียนรู ทสี่ ุด นอย ปาน มาก ทสี่ ดุ 1.1 ออกแบบกจิ กรรมการเรียนรอู ยางหลากหลายสอดคลอ ง กลาง กับวัย ความตอ งการของผูเ รยี น ชมุ ชน 1.2 เปดโอกาสใหผูเรยี นมสี ว นรวมในการกําหนดกิจกรรมและ การประเมินผลการเรยี นรู 1.3 ใชร ูปแบบ/เทคนิควิธกี ารสอนอยางหลากหลายเพ่อื ใหผ ูเ รียน พฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ 1.4 จดั กจิ กรรมการเรียนรทู ่ปี ลกู ฝง/สง เสริมคณุ ลักษณะ อนั พงึ ประสงคและสมรรถนะของผเู รยี น 1.5 ใชหลักจิตวทิ ยาในการจัดการเรยี นรูใหผูเรียนเรียนรูอยา งมี ความสขุ และพัฒนาเต็มศักยภาพ 1.6 ใชแหลง เรยี นรูและภมู ิปญญาทอ งถน่ิ ในชมุ ชนใน การจดั การเรียนรู 1.7 ใชสื่อ นวตั กรรม และเทคโนโลยหี ลากหลายและเหมาะสมกับ เนอ้ื หาและกจิ กรรมการเรยี นรู 1.8 ใชเ ทคโนโลยีคอมพิวเตอรใ นการผลติ ส่อื /นวัตกรรมทีใ่ ช ในการเรยี นรู 1.9 ออกแบบวธิ ีการวดั และประเมนิ ผลหลากหลายเหมาะสมกับ เน้อื หาและกจิ กรรมการเรียนรู 1.10 สรางและนําเครอ่ื งมอื วัดและประเมินผลไปใชอยา งถูกตอ ง เหมาะสม 1.11 วัดและประเมินผลผูเ รยี นตามสภาพจรงิ 1.12 นาํ ผลการประเมินการเรียนรมู าใชใ นการพัฒนา การจดั การเรียนรู

2. สมรรถนะประจาํ สายงาน (Functional Competency) (ตอ ) รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดบั การปฏบิ ตั ิ นอ ย นอย ปาน มาก มาก ทส่ี ุด กลาง ทสี่ ดุ 2. สมรรถนะการพฒั นาผเู รยี น 2.1 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรมแกผ ูเรียนในการจดั การเรยี นรู ในช้นั เรยี น 2.2 จัดกจิ กรรมสง เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหแกผเู รียนโดยให ผเู รยี นมสี วนรวมในการวางแผนกจิ กรรม 2.3 จดั ทาํ โครงการ/กิจกรรมทีส่ งเสริมคณุ ธรรมจริยธรรม ใหแกผเู รียน 2.4 จัดกจิ กรรมเพ่อื พฒั นาผูเรียนดา นการดูแลตนเอง มีทกั ษะใน การเรยี นรู การทาํ งาน การอยรู วมกันในสังคม และรูเทา ทัน การเปลีย่ นแปลง 2.5 สอดแทรกความเปนประชาธปิ ไตย ความภูมิใจในความเปน ไทยใหแกผ ูเรยี นในการจดั การเรียนรู 2.6 จดั ทําโครงการ/กิจกรรมที่สง เสริมความเปน ประชาธิปไตย ความภาคภูมิใจในความเปน ไทย 2.7 ใหผูปกครองมสี ว นรว มในการดูแลชวยเหลอื นักเรียน รายบคุ คล 2.8 นาํ ขอมลู นักเรยี นไปใชช ว ยเหลือ/พฒั นาผูเ รยี นทง้ั ดา น การเรยี นรูและปรับพฤตกิ รรมเปน รายบคุ คล 2.9 จัดกิจกรรมเพ่ือปองกันแกไ ขปญหาและสง เสรมิ พัฒนาผูเ รยี น ใหแ กนักเรยี นอยางทว่ั ถึง 2.10 สง เสริมใหผูเรียนปฏบิ ตั ติ นใหถกู ตอ งเหมาะสมกับคานยิ ม ที่ดงี าม 2.11 ดแู ลนักเรียนทุกคนอยา งท่วั ถึง ทันเหตุการณ 3. สมรรถนะการบริหารจัดการชน้ั เรยี น 3.1 จัดสภาพแวดลอ มภายในและภายนอกหองเรียนทเ่ี ออ้ื ตอ การเรยี นรู 3.2 สงเสริมการมปี ฏิสัมพนั ธทด่ี ีระหวางครูกบั ผูเรยี นและผเู รียน กบั ผูเ รยี น 3.3 ตรวจสอบส่งิ อํานวยความสะดวกในหองเรียนใหพรอมใช และปลอดภยั 3.4 จดั ทําขอ มูลสารสนเทศของนักเรยี นเปนรายบุคคลและ เอกสารประจําชั้นเรยี นครบถวน เปนปจ จุบัน

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม ระดับการปฏบิ ตั ิ นอย นอย ปาน มาก มาก ทีส่ ุด กลาง ท่สี ดุ 3.5 นาํ ขอมลู สารสนเทศไปใชในการพฒั นาผูเรยี นไดอยาง เตม็ ศกั ยภาพ 3.6 ใหผ เู รยี นมีสว นรว มในการกาํ หนดกฎ กติกา ขอตกลง ในชน้ั เรยี น 3.7 แกป ญหา/พฒั นานกั เรียนดา นระเบยี บวินัยโดยการสรางวนิ ยั เชงิ บวกในชน้ั เรียน 3.8 ประเมิน การกาํ กบั ดแู ลช้นั เรียน และนําผลการประเมนิ ไปใช ในการปรบั ปรงุ และพัฒนา 4. สมรรถนะการวิเคราะห สังเคราะห และการวจิ ัยเพ่อื พัฒนา ผเู รียน 4.1 สาํ รวจปญหาเก่ยี วกบั นกั เรียนท่เี กดิ ขน้ึ ในชนั้ เรียนเพอื่ วางแผนการวิจยั เพือ่ พัฒนาผเู รยี น 4.2 วเิ คราะหส าเหตุของปญหาเกย่ี วกับนกั เรยี นท่ีเกิดขน้ึ ใน ชัน้ เรยี นเพอื่ กาํ หนดทางเลอื กในการแกไ ขปญ หาระบุ สภาพปจจบุ นั 4.3 รวบรวม จาํ แนกและจดั กลมุ ของสภาพปญหา แนวคดิ ทฤษฏี และวิธกี ารแกป ญหาเพื่อสะดวกตอ การนําไปใช 4.4 มกี ารประมวลผลหรอื สรุปขอมลู สารสนเทศทีเ่ ปน ประโยชน ตอการแกไขปญ หาในช้นั เรยี นโดยใชขอ มูลรอบดาน 4.5 มีการวเิ คราะหจดุ เดน จดุ ดอย อปุ สรรคและโอกาส ความสาํ เร็จของการวจิ ยั เพอื่ แกปญหาที่เกดิ ขึน้ ในชน้ั เรียน 4.6 จัดทําแผนการวิจยั และดาํ เนนิ กระบวนการวจิ ัยอยางเปน ระบบตามแผนดาํ เนินการวิจัยทก่ี าํ หนดไว 4.7 ตรวจสอบความถกู ตอ งและความนา เชือ่ ถือของผลการวิจยั อยางเปน ระบบ 4.8 มกี ารนําผลการวิจัยไปประยกุ ตใ ชในกรณีศกึ ษาอน่ื ๆ ทีม่ ี บริบทของปญ หาทีค่ ลา ยคลึงกัน 4.9 นําขอ มลู นักเรียนไปใชช วยเหลอื /พัฒนาผูเรียนทัง้ ดาน การเรียนรูแ ละปรับพฤติกรรมเปน รายบุคคล 4.10 จดั กิจกรรเพื่อปองกันแกไ ขปญหาและสง เสริมพฒั นาผเู รียน ใหแกน กั เรียนอยางท่ัวถงึ 5. สมรรถนะภาวะผูนําครู 5.1 เห็นคณุ คาใหความสาํ คญั ในความคิดเห็นหรอื ผลงานและ ใหเ กยี รตผิ อู ื่น

รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม นอ ย ระดับการปฏิบตั ิ มาก 5.2 กระตุนจงู ใจ ปรับเปลี่ยนความคดิ และการกระทําของผูอื่น ทสี่ ุด นอ ย ปาน มาก ทส่ี ุด ใหม คี วามผกู พันและมุงมน่ั ตอเปา หมายในการทาํ งานรวมกัน กลาง 5.3 มปี ฏิสมั พันธใ นการสนทนาอยางสรางสรรคกับผอู น่ื โดยมุง เนน ไปการเรียนรู และการพัฒนาวชิ าชพี 5.4 มที กั ษะการฟง การพดู และการต้งั คําถามเปดใจกวาง ยดื หยนุ ยอมรับทศั นะท่ีหลากหลายของผอู ่ืนเพ่ือเปนแนวทาง ใหม ๆ ในการปฏิบตั ิงาน 5.5 ใหความสนใจตอ สถานการณต าง ๆ ที่เปนปจจบุ ันโดยมีการ วางแผนอยางมวี ิสยั ทัศนซ ่ึงเช่อื มโยงกบั วิสัยทัศน เปาหมาย และพันธกิจของโรงเรียน 5.6 รเิ ร่ิมการปฏบิ ัตทิ นี่ ําไปสูก ารเปล่ียนแปลงและพฒั นา นวตั กรรม 5.7 กระตนุ ผอู ื่นใหม กี ารเรยี นรูและความรว มมอื กนั ในวงกวา ง เพื่อพัฒนาผเู รยี น สถานศึกษา และวิชาชีพ 5.8 ปฏบิ ัติงานรว มกบั ผอู ืน่ ภายใตระบบ/ขัน้ ตอนทีเ่ ปลี่ยนแปลง ไปจากเดมิ ได 5.9 สนับสนุนความคดิ ริเร่มิ ซงึ่ เกดิ จากการพจิ ารณาไตรต รองของ เพ่อื นรวมงาน และมีสว นรวมในการพฒั นานวัตกรรมตาง ๆ 5.10 ใชเ ทคนคิ วิธกี ารหลากหลายในการตรวจสอบประเมนิ การปฏบิ ัตงิ านของตนเองและผลการดาํ เนินงานสถานศึกษา 5.11 กําหนดเปา หมายและมาตรฐานการเรียนรทู ท่ี า ทาย ความสามารถของตนเองตามสภาพจรงิ และปฏิบัตใิ ห บรรลุผลสําเรจ็ ได 5.12 ยอมรับขอมลู ปอนกลับเก่ียวกบั ความคาดหวังดา นการเรยี นรู ของผเู รียนจากผูปกครอง 6. สมรรถนะการสรางความสัมพันธและความรว มมอื กบั ชุมชน เพือ่ การจดั การเรยี นรู 6.1 มีปฏสิ มั พนั ธทดี่ ีกับผูปกครองและชมุ ชนในการติดตอส่อื สาร เพ่อื การจดั การเรียนรู 6.2 ประสานงานกบั ผปู กครองและชมุ ชนใหเขามามีสว นรว ม ในการจัดการเรยี นรูอยา งตอ เน่อื งตลอดปก ารศึกษา

รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ ย ระดบั การปฏบิ ัติ มาก 6.3 เปด โอกาสใหผมู ีสว นเก่ยี วของเขา รว มวางแผนการจดั กิจกรรม ทสี่ ดุ นอ ย ปาน มาก ที่สดุ การเรยี นรใู นระดับช้นั เรียน กลาง 6.4 เปด โอกาสใหผูป กครองและชมุ ชนเขา มาแลกเปลีย่ นเรียนรู เกีย่ วกับการจัดการเรยี นการสอนในสถานศึกษา 6.5 สรางเครือขายความรวมมือระหวา งครู ผูปกครอง ชุมชนและ องคกรอืน่ ๆ ทัง้ ภาครัฐและเอกชนในการแลกเปลยี่ นขอ มลู สารสนเทศเพอื่ การจัดการเรียนรู 6.6 จัดกจิ กรรมการเรียนรูที่ใหป ราชญช าวบานหรอื ภูมิปญญา ในทอ งถนิ่ เขา มามสี วนรวม 6.7 มกี ารเปด โอกาสใหผ ูมีสวนไดส วนเสียของสถานศกึ ษาเขามา มีสวนรวมในการประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา 6.8 มีการเสนอผลการจัดการเรยี นรูตอฝา ยตาง ๆ ของชมุ ชน เพอ่ื แลกเปล่ยี นเรียนรแู ละแกไขปญหารว มกันในทกุ ภาคเรียน ลงชื่อ .................................................. ผูประเมนิ (นางสาวกนั ยาภทั ร ภัทรโสตถิ) ตําแหนง ผอู ํานวยการโรงเรียนวดั พืชนมิ ติ (คาํ สวสั ด์ิราษฎรบ าํ รุง)

แนวทางการประเมินการใหคะแนนและการแปลผลการประเมนิ สมรรถนะครู 1. การประเมนิ ตามแนวทางนี้ใชแ บบประเมินสมรรถนะสําหรับครูผูสอนทําการประเมินสมรรถนะในการ ปฏิบัติงานตามสภาพจริง เพ่ือจะไดทราบขอมูลเกี่ยวกับสมรรถนะของครูผูสอน และนําผลการประเมินไปใชใน การกําหนดกรอบการพัฒนาสมรรถนะครูใหมีประสิทธิภาพและเกิดประสทิ ธผิ ลสงู สุดตอ การพัฒนาผเู รยี น สถานศึกษาและวิชาชพี ผใู ชแ บบประเมนิ สมรรถนะครู ดงั นี้ 1. ครูผูสอน : ประเมินตนเอง 2. เพื่อนครผู ูสอนในสถานศกึ ษาเดียวกัน : ประเมนิ ครูผูสอน 3. ผบู รหิ ารสถานศึกษา : ประเมนิ ครผู สู อน 2. การใหคะแนนการประเมินสมรรถนะครู 2.1 การใหคะแนนในแตล ะขอรายการจะมีระดบั คณุ ภาพของสภาพการปฏิบัติงาน 5 ระดบั ไดแก ปฏบิ ัตินอ ยทส่ี ดุ ปฏิบตั นิ อย ปฏิบัติปานกลาง ปฏบิ ัตมิ าก และปฏิบัตมิ ากที่สุด โดยกําหนดคาคะแนน เปน 1, 2, 3, 4 และ 5 ตามลาํ ดับ 2.2 การตดั สินผลในแตละสมรรถนะ ใหท าํ การคาํ นวณหาคะแนนเฉล่ยี รายสมรรถนะ และท้ังฉบับของครูเปนรายบุคคล โดยนับจํานวนความถ่ีของระดับการปฏิบัติ แลวนําจํานวนความถ่ีท่ีไดนับได ทง้ั หมดมาคํานวณหาคะแนนรวม โดยการนําจาํ นวนความถ่ีในแตละระดับการปฏิบัติมาคูณคะแนนในแตละระดับ คุณภาพการปฏบิ ตั งิ านดังนี้ คือ ปฏิบัตินอ ยท่ีสุด คุณดว ย 1 ปฏิบัตนิ อ ย คณู ดวย 2 ปานกลาง คณู ดว ย 3 ปฏิบัติมาก คูณดวย 4 และปฏิบัติมากที่สุด คูณดวย 5 แลวนําคะแนนมารวมกัน จากนั้นนําคะแนนรวมท่ีได คาํ นวณหาคะแนนเฉลี่ย 3. การแปลผลการประเมนิ สมรรถนะครู เปนการนาํ คะแนนเฉลีย่ มาเปรียบเทียบกับเกณฑก ารแปลผล ท่ีกําหนดไว โดยกําหนดเกณฑจากผลการวิเคราะหคาเฉล่ีย (x) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของขอมูลที่เก็บ รวบรวมไดท ั้งหมดดังน้ี คา คะแนนเฉล่ยี ระดับคณุ ภาพ มากกวา คาเฉล่ีย รวม + S.D. รวม ดี ระหวา ง คาเฉลีย่ รวม ± S.D. รวม พอใช นอยกวา คาเฉล่ีย รวม - S.D. รวม ปรับปรุง การใหค ะแนนและแปลผลการประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คุณภาพ คาคะแนนเฉล่ยี สงู 4.01 – 5.00 ปานกลาง 3.01 – 4.00 ควรปรับปรงุ ตัง้ แต 3.00 ลงมา 4. การนําเสนอผลการประเมินสมรรถนะครู การนําเสนอผลการประเมินใหนําคะแนนเฉลี่ย และระดับคุณภาพในแตละสมรรถนะมากรอกลงในแบบ สรปุ ผลการประเมนิ สมรรถนะของครผู สู อนในตอนทายของแบบประเมิน แลวจงึ รายงานผลการประเมิน ใหผ ูบริหารหรอื หนว ยงานท่เี กี่ยวขอ งนาํ ไปเปน แนวทางในการพัฒนาสมรรถนะครตู อไป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook