Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือ อนามัยสิ่งแวดล้อมสถานพัฒนาเด็ก

คู่มือ อนามัยสิ่งแวดล้อมสถานพัฒนาเด็ก

Published by chirtsaksri, 2023-06-27 04:08:48

Description: คู่มือ อนามัยสิ่งแวดล้อมสถานพัฒนาเด็ก

Search

Read the Text Version

<<<<< 101 (7) ห้ามน�ำบรรจุภัณฑ์ท่ีใส่อาหารท่ีใช้หมดแล้ว หรือบรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายกับ บรรจุภัณฑ์ท่ีใส่อาหารมาใส่สารเคมีเด็ดขาด เพราะอาจเกิดความผิดพลาดน�ำไปรับประทานเป็น อันตรายได้ (8) อาหารทป่ี รงุ สำ� เรจ็ แลว้ เกบ็ ในภาชนะทส่ี ะอาด มกี ารปกปดิ วางสงู จากพน้ื อยา่ งนอ้ ย 60 เซนติเมตร (9) อาหารทเี่ ตรยี มหรอื ปรุงแล้ว ต้องมีการปกปิดใหม้ ิดชดิ โดยใชฝ้ าภาชนะและไมเ่ ปดิ ทงิ้ ไว้ ควรตกั เสริ ฟ์ โดยเรว็ แลว้ ตอ้ งรบี ปดิ ฝาทนั ที ไมค่ วรใชผ้ า้ คลมุ อาหาร เพราะผา้ มกั จะไมส่ ะอาด และสัมผัสกับอาหารท�ำให้อาหารปนเปื้อนได้ ทั้งน้ีต้องไม่วางอาหารที่ปรุงส�ำเร็จ แลว้ ไว้ใกล้กบั อาหารดบิ หรอื ส่งิ สกปรกต่าง ๆ ซึง่ อาจทำ� ใหเ้ กดิ การปนเปอื้ น (10) น ำ�้ ดมื่ เครอ่ื งด่มื นำ�้ ผลไม้ ตอ้ งสะอาด ใส่ในภาชนะที่สะอาด มีฝา ปิด มกี อ๊ กหรอื ทางเทรินนำ�้ หรอื มอี ุปกรณท์ ม่ี ดี า้ มส�ำหรบั ตกั โดยเฉพาะ และวางสงู จากพื้นอย่างนอ้ ย 60 เซนติเมตร (11) น �้ำแข็งที่ใช้บริโภคต้องสะอาด ใส่ในภาชนะท่ีสะอาด มีฝาปิด มีอุปกรณ์ที่มีด้ามส�ำหรับคีบหรือตักโดยเฉพาะวางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนตเิ มตร และตอ้ งไมม่ สี ง่ิ ของอน่ื แชร่ วมไว้ (12) น ้�ำแข็งท่ีใช้บริโภค ต้องเป็นน้�ำแข็งที่ผลิตข้ึนเพ่ือใช้ในการ บรโิ ภคโดยตรง ไม่มตี ะกอน เม่อื ละลายแลว้ ควรเป็นน�ำ้ ทีส่ ะอาดไดม้ าตรฐาน นำ�้ ดมื่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ภาชนะทใ่ี สต่ อ้ งเปน็ ภาชนะทสี่ ะอาด สามารถ เก็บความเย็นได้ มีฝาปิด ต้องมีอุปกรณ์ส�ำหรับคีบหรือตักท่ีมีด้ามยาว เพียงพอท่ีจะสามารถหยิบจับได้โดยไม่ท�ำให้เกิดการปนเปื้อน และในภาชนะใส่น�้ำแข็งต้องไม่มีสิ่งของอ่ืนใดแช่ปนอยู่ ยกเว้นท่ตี กั น้�ำแข็ง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

102 >>> 4) ภาชนะอุปกรณ์ (1) การเลือกใช้ภาชนะอุปกรณ์ ภ าชนะอุปกรณ์ เชน่ จาน ชาม ชอ้ น สอ้ ม ฯลฯ ต้องท�ำดว้ ยวัสดุท่ีไม่เป็นอันตราย เช่น สแตนเลส กระเบือ้ งเคลือบขาว แก้ว อะลมู ิเนยี ม เมลามีนสีขาว หรือสอี ่อน สำ� หรับตะเกยี บ ต้องเป็นไม้ไมต่ กแตง่ สหี รอื พลาสติกขาว ภ าชนะใส่เครื่องปรุงรสทมี่ ีฤทธิ์กัดกร่อนได้ เชน่ น�้ำส้มสายชู นำ้� ปลา น้�ำจิ้มต่าง ๆ ตอ้ งใช้วัสดุทีท่ นทานการกดั กรอ่ นไดด้ ี ได้แก่ แกว้ กระเบือ้ งเคลือบขาว และต้องมฝี าปิด สำ� หรบั ช้อนตักควรใชเ้ ป็นชอ้ นกระเบ้อื งเคลอื บขาวจะดที ่ีสุด ส�ำหรบั สแตนเลส ต้องเลอื กใชส้ แตนเลสท่มี ี สว่ นผสมที่ถกู ต้องโดยสงั เกตทีต่ ัวสแตนเลสจะมีอตั ราส่วนบอกไว้เป็นเลข 18-8 สำ� หรบั เครื่องปรงุ รสชนดิ อ่นื ทไี่ มก่ ัดกรอ่ น เช่น นำ้� ตาล พริกป่น ถว่ั ป่น ใหเ้ ลือกใชภ้ าชนะอุปกรณท์ ีท่ ำ� ความสะอาด งา่ ย และต้องมีฝาปดิ หรือใชฝ้ าชปี ดิ และอยู่ในสภาพท่สี ะอาด ไมม่ คี ราบสกปรก (2) การล้างภาชนะอุปกรณ์ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร จะต้องล้างด้วยวิธีการอย่างน้อย 2 ขั้นตอน คอื ขั้นตอนท่ี 1 การก�ำจัดเศษอาหารและคราบไขมัน โดยใช้น�้ำยาล้างภาชนะ (หมายถึง สารเคมี ที่ผลติ ข้นึ โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื ใช้ในการลา้ งภาชนะโดยเฉพาะ) ขน้ั ตอนท่ี 2 การลา้ งนำ�้ ยาลา้ งภาชนะหรอื สารเคมที ใ่ี ชท้ ำ� ความสะอาดใหห้ มดไป โดยใชน้ ำ้� สะอาดซงึ่ อาจใชน้ ำ้� จากกอ๊ กไหลผา่ นภาชนะทกุ ชนิ้ หรอื ลา้ งดว้ ยนำ�้ สะอาด 2 ครง้ั ทงั้ นตี้ อ้ งพจิ ารณา น�ำ้ ที่ใชล้ ้างดว้ ยว่าต้องสะอาดท้ัง 2 ครั้ง คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 103 (3) อา่ งทใี่ ชล้ า้ งภาชนะอปุ กรณ์ เปน็ อา่ งทมี่ ชี อ่ งสำ� หรบั ระบายนำ�้ และตอ่ ทอ่ หรอื สายยาง เพอ่ื ใหน้ ำ�้ ระบายลงสทู่ อ่ ระบายนำ้� ไดโ้ ดยสะดวก ไมก่ ระเดน็ หรอื ไหลเปยี กแฉะ และตอ้ งมอี ยา่ งนอ้ ย 2 อา่ งเพอื่ ลา้ งภาชนะอยา่ งนอ้ ย 2 ขน้ั ตอน และควรจดั ใหม้ กี อ๊ กนำ้� ไวเ้ หนอื อา่ งลา้ งภาชนะเพอ่ื ความ สะดวกในการเปิดนำ้� ใชด้ ว้ ย (4) จาน ชาม ถว้ ย แกว้ นำ้� ถาดหลุม ฯลฯ ใหเ้ กบ็ ในลกั ษณะควำ�่ ในภาชนะโปร่งสะอาด เพื่อให้ภาชนะแห้ง และวางสูงจากพ้ืนอย่างน้อย 60 เซนติเมตร หรือถ้าไม่ได้เก็บในลักษณะคว่�ำ ก่อนเก็บต้องคว่�ำให้แห้งแล้วน�ำไปเรียงกันเป็นระเบียบในภาชนะหรือสถานที่ที่สะอาดและมีการ ปกปิด (5) ชอ้ น สอ้ ม ตะเกยี บ ตอ้ งวางในลกั ษณะตง้ั โดยเอาสว่ นทมี่ อื จบั ไวด้ า้ นบน หรอื วางเรยี ง เป็นระเบียบ โดยวางเรียงนอนไปในทางเดียวกันแล้วเก็บไว้ในที่สะอาดมิดชิดหรือมีผ้าหรือกล่อง ปกปิดโดยเฉพาะ และวางสงู จากพื้นอยา่ งน้อย 60 เซนตเิ มตร (6) เขียงท่ีใช้ห่ันอาหารต้องไม่แตกร้าวหรือเป็นร่อง ไม่ข้ึนรา ไม่มีคราบไขมันหรือคราบ สกปรกทฝ่ี งั แนน่ มเี ขยี งแยกใชเ้ ฉพาะอาหารสกุ และอาหารดบิ ไมใ่ ชเ้ ขยี งปะปนกนั และตอ้ งมฝี าชี ครอบเปน็ ประจ�ำ (ไม่ใหใ้ ชผ้ า้ หรือฝาหม้อปกปดิ ) ยกเว้นครวั ทีม่ ีการป้องกนั แมลงวันแล้ว 5) ผู้สมั ผสั อาหาร ตอ้ งมสี ขุ วิทยาสว่ นบคุ คล และพฤติกรรมการเตรยี มปรงุ ท่ีถูกสขุ ลกั ษณะ ดังน้ี (1) ต้องแต่งกายสะอาด สวมเส้ือมีแขนท่ีสะอาด สวมผ้ากันเปื้อน และสวมหมวก หรือเน็ตคลมุ ผมด้วย (2) รักษาความสะอาดของร่างกายให้ถูกวิธีอย่างสม่�ำเสมอ ล้างมือหลังเข้าห้องส้วม หลงั หยบิ จบั สง่ิ สกปรกและกอ่ นปรงุ อาหารทุกครงั้ (3) ระหวา่ งปรงุ อาหาร ควรหลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมทจ่ี ะทำ� ใหเ้ กดิ การปนเปอ้ื นสอู่ าหาร เชน่ การแคะ แกะ เกาสว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย การสูบบุหรี่ และไม่ใชม้ ือเปลา่ หยบิ อาหารพร้อมบรโิ ภค (4) ผู้สัมผัสอาหาร ควรได้รับการอบรมความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหารจากหน่วยงานที่ เก่ียวขอ้ ง (5) มพี ฤตกิ รรมการเสริ ฟ์ อาหารทถ่ี กู สขุ ลกั ษณะ ไมห่ ยบิ จบั ภาชนะบรเิ วณทใี่ ชส้ มั ผสั อาหาร (6) ดูแลสุขภาพและควรตรวจสุขภาพทวั่ ไปอยา่ งน้อยปลี ะ 2 คร้ัง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

104 >>> 6) การขนส่งอาหาร กรณที ส่ี ถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ใหบ้ คุ คลภายนอกหรอื สถานประกอบการภายนอกจดั บรกิ าร อาหาร ใหบ้ คุ คลภายนอกหรอื สถานประกอบการภายนอกตอ้ งดำ� เนนิ การเรอื่ งการขนสง่ อาหารดว้ ย ดังนี้ (1) รถขนสง่ อาหาร ใชข้ นสง่ อาหารโดยเฉพาะ มสี ภาพดี พนื้ รถสะอาด ไมช่ ำ� รดุ และตอ้ งมี การท�ำความสะอาดรถขนสง่ ทุกครัง้ หลงั การขนสง่ อาหารปรงุ สำ� เรจ็ หรืออาหารสด (2) ในระหว่างการขนส่ง อาหารปรุงส�ำเร็จหรืออาหารพร้อมรับประทาน และภาชนะ อุปกรณ์ต้องมกี ารปกปดิ มิดชิด (3) ในระหวา่ งการขนสง่ การเกบ็ รกั ษาอาหารปรงุ สำ� เรจ็ หรอื อาหารพรอ้ มรบั ประทานตอ้ ง เกบ็ ในอณุ หภมู ทิ เ่ี หมาะสม และใชเ้ วลาในการขนสง่ นอ้ ยทสี่ ดุ เชน่ อาหารปรงุ สำ� เรจ็ ตอ้ งขนสง่ ภายใน 2 ชวั่ โมง 7) การรวบรวมขยะ และนำ้� โสโครก (1) ใช้ถังขยะที่ไม่ร่ัวซึม และมีฝาปิด ไม่เช่นนั้นพื้นจะเปรอะเปื้อนจากเศษขยะ และน้�ำ จากขยะได้ และฝาปิดภาชนะรองรับขยะต้องมีการปิดไว้เสมอในช่วงพักใช้งาน และควรใช้ถุง พลาสติกสวมไว้ดา้ นใน (2) มที อ่ หรอื รางระบายนำ�้ ทม่ี สี ภาพดี ไมแ่ ตกรา้ ว ระบายนำ้� จากหอ้ งครวั และทล่ี า้ งภาชนะ อปุ กรณล์ งสทู่ อ่ ระบายหรอื แหลง่ บำ� บดั ไดด้ ี และตอ้ งไมร่ ะบายนำ�้ เสยี ลงสแู่ หลง่ นำ้� สาธารณะโดยตรง (3) มีบ่อดกั เศษอาหารและดกั ไขมนั ท่ีใชก้ ารไดด้ ี ตอ้ งมีขนาดทีพ่ อเพียงทจ่ี ะไมก่ อ่ ใหเ้ กิด การอดุ ตัน และตอ้ งมกี ารตักเศษอาหาร และคราบไขมันทงิ้ ทกุ วัน คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 105 บทที่ 14 การสง่ เสริมพฤติกรรมสขุ อนามัย เพอ่ื ป้องกนั โรคตดิ ต่อ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

106 >>> บทท่ี 14 การสง่ เสริมพฤติกรรมสขุ อนามยั เพอ่ื ป้องกันโรคตดิ ตอ่ การปอ้ งกนั โรคทไี่ ดผ้ ลดแี ละคมุ้ คา่ คอื การปอ้ งกนั ในระยะกอ่ นไดร้ บั เชอ้ื ไดแ้ ก่ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ การสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค โดยเดก็ ตอ้ งไดร้ บั วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคครบตามเกณฑท์ กี่ ระทรวง สาธารณสุขก�ำหนด ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ท้ัง 3 ม้ือ มีน�้ำดื่มและน้�ำใช้ ที่สะอาดเพียงพอ ได้รับการดูแลเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล เน้นความสะอาดของที่อยู่อาศัย เครอื่ งใชส้ ว่ นตวั สง่ิ แวดลอ้ มทถี่ กู สขุ ลกั ษณะ สะอาด ไมแ่ ออดั อากาศถา่ ยเทสะดวกและมแี สงแดด ส่องถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่าน้ีจะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง มีพัฒนาการทางร่างกาย และจิตใจเหมาะสมตามวัย 14.1 โรคติดต่อที่พบบอ่ ยในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 1) โรคตดิ เชือ้ ทางเดินหายใจจากเช้ือไวรัสอาร์เอสวี (โรคมอื เท้าปาก) สามารถตดิ ตอ่ กนั โดย การสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเช้ือ โดยไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก ปาก หรือสัมผัสเช้ือ โดยตรงจากการจับมือท่ีปนเปื้อนอุจจาระ น�้ำลาย น้�ำมูก น้�ำจากตุ่มพอง หรือแผลของผู้ป่วย แพร่กระจายไดง้ ่ายผา่ นการไอหรือจาม คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 107 2) โรคไขห้ วดั ธรรมดา สามารถตดิ ตอ่ กนั โดยการหายใจเอาละอองฝอยทม่ี ี เช้อื ไวรัสหวดั ซ่ึงฟ้งุ กระจายอยใู่ นอากาศเขา้ ไป โดยการไอจามรดกนั หรือจาก การสมั ผสั เชื้อโรคทางมือ แล้วเข้าสทู่ างเดนิ หายใจ โดยการเอามือทม่ี ีเชื้อโรคขยี้ จมกู หรอื ตาของตนเอง ดงั นน้ั การแยกเดก็ ปว่ ยเปน็ สง่ิ จำ� เปน็ ในการปอ้ งกนั การ แพร่กระจายเชื้อ 3) โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดต่อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ สามารถติดต่อได้ท้ัง ทางตรงและทางออ้ มเชน่ เดยี วกบั โรคไขห้ วดั ธรรมดา โดยการสมั ผสั ใกลช้ ดิ กบั ผปู้ ว่ ย ตดิ ตอ่ ไดจ้ ากการไอ จามรดกนั ใช้สิง่ ของรว่ มกบั ผู้ป่วย หรอื รับเช้ือทกี่ ระจายอยูใ่ นอากาศโดยเฉพาะบรเิ วณทแี่ ออัด 4) โรคอุจจาระรว่ ง หมายถงึ ภาวะทผี่ ู้ป่วยถ่ายอจุ จาระเหลวมากกวา่ วนั ละ 2 คร้งั หรอื ถา่ ย อจุ จาระเป็นนำ�้ หรือมูก หรือมูกปนเลือดเพยี งครงั้ เดยี ว ถือว่าเปน็ อาการของโรคกลุ่มหน่ึงในระบบ ทางเดนิ อาหาร ติดตอ่ กนั ได้โดยการรับประทานอาหารและนำ้� ทีป่ นเปื้อนเช้อื โรค เช่น อาหารสุก ๆ ดบิ ๆ อาหารทเี่ กบ็ ไวไ้ มถ่ กู สขุ ลกั ษณะซง่ึ เปน็ แหลง่ เพาะเชอื้ ไดด้ ี เมอ่ื เชอ้ื เขา้ สรู่ า่ งกายแลว้ จะถกู ขบั ออกทางอจุ จาระ หากกำ� จดั อจุ จาระไมถ่ กู ตอ้ งและทำ� ความสะอาดไมด่ พี อ จะทำ� ใหเ้ กดิ การปนเปอ้ื น และแพรก่ ระจายเชอ้ื ได้งา่ ย 5) โรคปอดบวมหรอื ปอดอกั เสบ เกดิ จากการตดิ เชอ้ื นวิ โมเนยี (Pneumonia) สามารถตดิ ตอ่ ได้จากการสูดหายใจเอาอากาศที่มีเช้ือปนอยู่ในละอองฝอยขนาดเล็ก การส�ำลักเช้ือจากทางเดิน หายใจส่วนบนลงสู่ปอด เชน่ สำ� ลักน้ำ� ลาย อาหาร สารคดั หลงั่ ในทางเดนิ อาหาร และแพร่เชอื้ จาก มือของคนหน่ึงไปสอู่ ีกคนหนงึ่ โดยการไมล่ ้างมือใหส้ ะอาดก่อนไปสัมผัสผอู้ ่นื กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

108 >>> 6) โรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถติดตอ่ โดยแพร่จากคนสูค่ นผ่านทางละอองนำ�้ มูก น�้ำลายจากจมกู หรือ ปากซ่งึ ออกมาเม่อื ผปู้ ว่ ยโรคโควิด 19 ไอ จามหรอื พดู การสัมผัส การอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย และการเอามือไปจับพื้นผิวท่ีมีละอองฝอย เหลา่ นน้ั แลว้ มาจบั ตามใบหนา้ อาการสำ� คญั ไดแ้ ก่ ผทู้ มี่ อี าการปว่ ย อาจมีไข้ ไอ น�ำ้ มกู เจ็บคอ สญู เสียการไดก้ ล่นิ และรสชาติ หายใจเร็ว ปวดเมอื่ ตามตวั ผตู้ ดิ เชอ้ื สว่ นหนงึ่ จะไมแ่ สดงอาการปว่ ย โดยเฉพาะในเดก็ พบวา่ มอี าการเลก็ นอ้ ย และไมร่ นุ แรง 7) โรคไข้เลือดออก พบได้บ่อยในประเทศเขตร้อน พบผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝน เช้ือท่ีท�ำให้ เกดิ โรคคอื เชอ้ื เดงกไี่ วรสั เปน็ โรคตดิ ตอ่ ทมี่ ยี งุ ลายเปน็ พาหะนำ� โรค เมอ่ื ยงุ ลายไปกดั ผปู้ ว่ ยทเี่ ปน็ โรค ไขเ้ ลอื ดออก กจ็ ะเปน็ พาหะนำ� เชอ้ื ไปสคู่ นอน่ื ๆ ระยะตดิ ตอ่ โดยยงุ ลายกดั ผปู้ ว่ ยทมี่ เี ชอ้ื อยใู่ นกระแส เลอื ดในระยะ 2-3 วนั แรกท่เี ริม่ มีอาการของโรค เชือ้ โรคจะเขา้ ไปอยู่ในตัวยงุ ประมาณ 8-11 วนั ในชว่ งน้ีถ้ายงุ ลายไปกัดใครก็จะสามารถถ่ายทอดเชือ้ สู่กระแสเลอื ดของผูน้ น้ั ได้ 14.2 การสง่ เสริมพฤติกรรมสขุ อนามยั 1) พฤตกิ รรมในการบริโภคท่ถี ูกต้อง กินร้อน คือ กินอาหารทีป่ รุงสุกใหม่ ปรงุ อาหารดว้ ยความร้อนให้สกุ อย่างท่วั ถึง เก็บอาหาร ปรุงสุกอย่างเหมาะสม ชอ้ นกลาง เปน็ ชอ้ นทม่ี ไี วใ้ นสำ� รบั กบั ขา้ ว เพอื่ ใชต้ กั แบง่ อาหารมาใส่จานของผู้กิน ซ่ึงต้องมีการจัดวางไว้ในจานของ อาหารทุกจาน ช้อนกลางช่วยป้องกันโรคท่ีติดต่อผ่านทาง นำ�้ ลาย ได้แก่ ไขห้ วดั ใหญ่ คอตีบ คางทูม วณั โรค โปลโิ อ ไวรัส ตับอักเสบ ไม่ให้แพร่กระจายระหว่างบุคคลได้ นอกจากน้ียัง ชว่ ยป้องกันน�้ำลายของผู้กินไมใ่ หล้ งไปปนเป้อื นอาหารท�ำให้ บดู เสยี งา่ ยอกี ดว้ ย ทง้ั ยงั เปน็ การสรา้ งพฤตกิ รรมอนามยั ทถ่ี กู ตอ้ ง ใหเ้ ป็นวัฒนธรรมทีด่ ีงามในการกนิ อาหารร่วมกนั คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 109 ลา้ งมอื มือ เปน็ อวยั วะทใ่ี ช้สัมผัสสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั ซง่ึ อาจ ปนเปื้อนสิ่งสกปรก ท�ำให้ได้รับเช้ือโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทาง เยื่อบุจมูก ตา และปาก ฉะนั้น จึงต้องดูแลมือให้สะอาด เพื่อไม่ให้มือเป็นส่ือน�ำเชื้อโรค โดยการล้างมือให้สะอาดด้วย น้�ำและสบู่ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร ก่อนและหลังการ เตรียมปรุงอาหาร หลังเข้าห้องส้วม หลังสัมผัสสิ่งสกปรก เช่น หลงั การไอ จาม สั่งน�ำ้ มกู จับตอ้ งขยะ เปน็ ต้น การล้างมอื 7 ขัน้ ตอน 1. ฝา่ มือถูกนั 2. ฝา่ มือถูหลังมือและน้วิ ถูซอกนิ้ว 3. ฝา่ มือถูฝ่ามอื และนว้ิ ถซู อกนิว้ 4. หลงั นิ้วมือถูฝ่ามือ 5. ถนู ว้ิ หัวแม่มือโดยรอบดว้ ยฝา่ มือ 6. ปลายน้วิ มอื ถูขวางฝา่ มือ 7. ถรู อบขอ้ มือ 2) พฤตกิ รรมการใช้ส้วมอยา่ งถกู ตอ้ ง ควรปฏบิ ตั ดิ งั น้ี (1) ควรใชห้ อ้ งสว้ มใหเ้ หมาะสมตามประเภทของสว้ ม เชน่ กรณสี ว้ มนง่ั ราบ ไมค่ วรขน้ึ ไปเหยยี บบนโถสว้ มเพอ่ื ปอ้ งกนั การเกดิ อบุ ตั เิ หตุ และรกั ษาความสะอาด ลด การปนเป้ือนเชอื้ จากอจุ จาระ เป็นการรกั ษาอายุการใชง้ านของสขุ ภัณฑ์ (2) ไมท่ ง้ิ วสั ดอุ น่ื ใด ลงในโถสว้ ม เพอื่ ปอ้ งกนั วสั ดอุ ดุ ตนั ทอ่ (3) ราดนำ้� หรอื กดชกั โครกทกุ ครงั้ หลงั การใชส้ ว้ ม เพื่อสุขอนามัยท่ีดี เพราะอุจจาระหรือปัสสาวะจะมี เชอ้ื โรคปนเปอ้ื นจำ� นวนมากรวมทง้ั เปน็ แหลง่ อาหารและ แพร่กระจายเช้ือโรค โดยพาหะน�ำโรคต่าง ๆ เช่น แมลงวัน แมลงสาบ เปน็ ตน้ อกี ทง้ั บง่ บอกถงึ สขุ วทิ ยาสว่ นบคุ คลในการใชส้ ว้ ม (4) ล้างมือด้วยสบูห่ รือน้�ำยาล้างมอื ทุกครงั้ หลงั การใชส้ ้วม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

110 >>> 3) พฤติกรรมการป้องกันโรค เชน่ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) โรคอุจจาระ ร่วงเฉยี บพลนั โรคมือเทา้ ปาก เป็นต้น (1) ลา้ งมอื ใหส้ ะอาดดว้ ยสบแู่ ละนำ้� หรอื เจลแอลกอฮอล์ ทกุ ครงั้ กอ่ นรบั ประทานอาหาร หลังใชส้ ้วม หรอื หลังจากไอ จาม หรอื หลงั สัมผสั จุดเสยี่ งทม่ี ีการใชง้ านรว่ มกัน หลกี เล่ยี งการใชม้ ือ สมั ผสั ใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไมจ่ ำ� เป็น (2) กนิ อาหารท่ปี รงุ สุกใหม่ สะอาด และไม่ใช้ของใชส้ ่วนตวั รว่ มกับผู้อนื่ เชน่ ผา้ เชด็ หน้า ผา้ เชด็ ตวั แก้วนำ�้ หลอดดูดน�ำ้ (3) หลีกเล่ียงการเอามือสัมผัสใบหน้า เม่ือไอหรือจาม ควรใช้ผ้าเช็ดหน้า หรือกระดาษ ทิชชู ปดิ ปาก จมกู เพือ่ ลดการปนเปอ้ื นและแพร่กระจายเช้อื โรค และ น�ำกระดาษทิชชใู ชแ้ ล้วไป ทิง้ ในถังขยะที่มีฝาปดิ หากไม่มีผ้าเช็ดหน้า หรือกระดาษทชิ ชู ใหจ้ ามใสข่ อ้ ศอก โดยยกแขนข้างใด ขา้ งหนงึ่ มาจบั ไหลต่ วั เองฝง่ั ตรงขา้ ม และยกมมุ ขอ้ ศอกปดิ ปากและจมกู ตนเองกอ่ น ไอ จามทกุ ครงั้ (4) หลกี เลยี่ งการเขา้ รว่ มกจิ กรรมทม่ี คี นหนาแนน่ แออดั หรอื พน้ื ทป่ี ดิ หากมคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งป้องกันตนเองโดยใช้หนา้ กากผา้ หรือเวน้ ระยะหา่ งจากบุคคลอ่นื 1-2 เมตร (5) ดแู ลสขุ ภาพรา่ งกายใหแ้ ขง็ แรง เชน่ กนิ อาหารครบ 5 หมู่ ผกั ผลไม้ 5 สี ออกกำ� ลงั กาย นอนหลบั ใหเ้ พยี งพอ 9-11 ชัว่ โมง/วนั (6) ท�ำความสะอาดพื้นท่ีใช้สอยและบริเวณโดยรอบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย อุปกรณ์ สิง่ ของเครอื่ งใชแ้ ละของเล่น สิง่ ที่เดก็ ๆ สัมผสั เป็นประจำ� ทกุ วัน คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 111 14.3 การสง่ เสรมิ การปอ้ งกันโรคและเฝา้ ระวังด้านสุขภาพ ผ้ดู ูแลเดก็ หรอื เจ้าหน้าทคี่ วรมกี ารจดั กิจกรรม การสง่ เสริม สนบั สนุน และเฝา้ ระวงั ตดิ ตาม ดา้ นสขุ ภาพและการปอ้ งกันโรค ซึ่งมีประเด็นที่ส�ำคญั ดังนี้ 1) มีการตรวจสขุ อนามยั ประจ�ำวันและบันทกึ ผลการตรวจสขุ ภาพ ประจำ� วนั โดยมกี ารตรวจผม ตรวจเลบ็ สขุ ภาพชอ่ งปาก ความสะอาด ของร่างกาย และส�ำรวจการเจ็บป่วยของร่างกายหรือร่องรอยการ บาดเจบ็ ประจ�ำวนั 2) จัดให้มีการตรวจสุขภาพของเด็กประจ�ำปี โดยบุคลากร ทางการแพทย์ อยา่ งนอ้ ยปลี ะ 1 ครงั้ 3) จัดท�ำประวัติการไดร้ ับวคั ซนี ตัง้ แต่แรกรบั เด็กเขา้ มาส่สู ถานพฒั นาเด็กปฐมวัยและทกุ ๆ 6 เดอื น 4) จดั กิจกรรมใหค้ วามรู้และฝึกทักษะการดูแลสขุ อนามัยของตนเอง ให้แก่เด็ก เช่น ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการกินอาหารท่ีดีมีประโยชน์ การลา้ งมือ เปน็ ตน้ อย่างนอ้ ย สปั ดาหล์ ะ 1 ครง้ั 5) จดั หาอปุ กรณใ์ นการปอ้ งกนั ควบคมุ โรคครบถว้ น (หนา้ กากอนามยั สบู่/แอลกอฮอล์เจล ผา้ เชด็ มอื ผ้าเชด็ หน้าสำ� หรับเด็กแต่ละคน) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

112 >>> 6) จัดกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง เรื่องโรคท่ีพบบ่อยในเด็กหรือการป้องกันโรคในเด็ก อยา่ งนอ้ ยปลี ะ 1 คร้ัง โดยเจา้ หน้าทสี่ าธารณสขุ 7) การดแู ลใหค้ วามชว่ ยเหลอื และใหก้ ารดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ สำ� หรบั เดก็ ทบี่ าดเจบ็ หรอื มอี าการปว่ ย เช่น การแยกเด็กป่วย การสังเกตอาการ การส่งต่อเด็กป่วย ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมทั้ง เก็บข้อมูลของโรคตดิ ต่อและมกี ารบนั ทึกการเจบ็ ปว่ ยของเด็กเปน็ รายบคุ คล 8) มวี สั ดอุ ปุ กรณใ์ นการปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ และเวชภณั ฑส์ ามญั ในสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั 9) ครูผู้ดูแลเด็กหรือพี่เล้ียงเด็กควรได้รับการอบรม เร่ือง การป้องกันควบคุมโรคติดเช้ือ ท่ีพบบ่อยในเด็กเล็กอย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง รวมทั้งการดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ส�ำหรบั เด็กทบ่ี าดเจบ็ หรือมอี าการป่วย การปฐมพยาบาลและฝกึ ช่วยชีวติ เบื้องต้น คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 113 บทที่ 15 การจัดการภัยพบิ ตั ิ ตามความเสีย่ งของพนื้ ท่ี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

114 >>> บทที่ 15 การจดั การภัยพบิ ัติตามความเสย่ี งของพืน้ ท่ี 15.1 ภยั ร้อน ภัยร้อน หมายถึง สถานการณ์ของอุณหภูมิท่ีสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูร้อน (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) อาจพบอากาศร้อนอบอ้าว ซ่ึงเมื่อร่างกายสัมผัสกับความร้อน เปน็ เวลานานหรอื อยใู่ นสงิ่ แวดลอ้ มทม่ี คี วามรอ้ นสงู จนรา่ งกายไมส่ ามารถปรบั ตวั ได้ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ การเจบ็ ปว่ ยหรือเสยี ชวี ิตได้ ผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อน เกิดจากการสัมผัสกับความร้อนเป็นเวลานาน หรืออยู่ ในส่ิงแวดล้อมที่มีความร้อนสูงจนร่างกายไม่สามารถปรับตัวต่อความร้อนได้ ท�ำให้เกิดผลกระทบ ตอ่ สุขภาพทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 115 ตารางที่ 1 การเจบ็ ป่วยทเ่ี กดิ จากความรอ้ นหากแบ่งตามระดบั ความรนุ แรงทีเ่ กดิ ขึ้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ เบา ปานกลาง และอันตราย ระดบั ประเภท อาการแสดงท่สี งั เกตได้ เบา บวมแดด ปานกลาง ผดผนื่ คนั หลงั เท้าบวมทั้งสองขา้ ง ไม่เกินข้อเทา้ ลมแดด ผดผ่นื แดงขนึ้ ใตร้ ม่ ผ้า ที่หนา้ อก หลงั สีขา้ ง อนั ตราย ตะคริวแดด หนา้ ซีด ตัวเย็น คลา้ ยจะเปน็ ลม เกรง็ แดด การหดเกร็งตวั ของกล้ามเน้อื นอ่ ง ตน้ ขา ไหล่ และหน้าท้อง โรคเพลยี แดด หายใจหอบเกร็งและเร็ว น้วิ มือจีบเกรง็ ตวั รอ้ น หน้าแดง หายใจเรว็ หอบลึก ขนลุก เกร็งกลา้ มเนือ้ อาเจยี น โรคลมรอ้ น อ่อนแรง คล้ายจะเปน็ ลม เหงอ่ื ออกมาก หนาวส่ันเปน็ พกั ๆ สบั สน ตัวรอ้ นมาก เหงื่อไมอ่ อก กระวนกระวาย เดินโซเซ ซมึ หมดสติ ตารางท่ี 2 คำ� แนะนำ� ในการดูแลเดก็ ปฐมวัยเมือ่ มอี าการท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความร้อน โรคทีเ่ กิดจากความรอ้ น อาการ และอาการแสดง คำ� แนะนำ� การดแู ลเดก็ ผ่นื จากความรอ้ น เมอ่ื รา่ งกายขบั เหงอ่ื ออกมากจนเกิดการ ควรอยู่ในทีร่ ่มและเย็น อาบน้�ำ สวม (Heat rash) อักเสบของรูขุมขน ท�ำให้ผวิ หนงั เกิดการ ใสเ่ ส้ือผ้าบาง ๆ และทายาบรเิ วณที่ ระคายเคอื ง และเปน็ ตุม่ สแี ดง หรือผ่นื เปน็ ผน่ื เพอื่ ลดอาการคนั บวมจากความรอ้ น แดงทบ่ี รเิ วณใบหนา้ ลำ� คอ หนา้ อกสว่ นบน (Heat edema) ใตร้ าวนม และขาหนบี อากาศร้อนทำ� ใหเ้ ส้นเลือดบริเวณผวิ หนัง อาการบวมหายไดเ้ องควรพกั ผ่อนให้ ขยายตวั ทำ� ใหเ้ กิดอาการบวมที่ขา มากและนอนยกขาสงู โดยเฉพาะที่ขอ้ เทา้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

116 >>> โรคท่เี กดิ จากความร้อน อาการ และอาการแสดง คำ� แนะน�ำการดแู ลเดก็ เป็นลมจากแดด เกิดจากรา่ งกายปรบั ตัวต่อความรอ้ นใน - ใหพ้ กั ในทเี่ ยน็ โดยใหน้ อนหงายลง (Heat syncope) ระยะทีอ่ ากาศรอ้ นเกดิ ข้ึนอยา่ งรวดเรว็ ไมไ่ ด้ ทำ� ให้เลือดไปเลีย้ งสมองไมเ่ พียงพอ กับพ้นื (ศรี ษะไม่หนนุ หมอน) แขน ชั่วขณะ ทำ� ให้มอี าการหน้ามืด วงิ เวียน ขา เหยยี ดตรงและใชห้ มอนหรอื ศีรษะ หมดสตไิ ปชว่ั ครู่ มกั ฟืน้ คืนสตไิ ด้ สง่ิ อนื่ รองขา และเทา้ ใหส้ ูงกว่า เองโดยไม่เกิดอันตรายร้ายแรง ล�ำตัว - คลายเสือ้ ผ้าใหห้ ลวม เอาของใน ปากออก - พัดโบกลมใหถ้ ูกหน้าและล�ำตัว - ให้ดมยาหมอ่ งหรอื ยาดมอ่นื ๆ - ใช้ผ้าชบุ นำ�้ เย็น หรอื นำ้� อุน่ เช็ดหนา้ และบีบนวดแขนขา - หากไมด่ ีขึ้นใน 30 นาที ควรพาไป พบแพทย์ ตะคริวจากความร้อน เกดิ จากกลา้ มเนอื้ หดตวั และเกร็งอยา่ ง - ยืดกล้ามเน้ือบรเิ วณที่เป็นตะคริว (Heat cramps) หนกั จนร่างกายสญู เสยี นำ้� และเกลือแร่ โดยคอ่ ย ๆ เพ่มิ แรงยืดทีละนอ้ ย ทางเหงื่อเปน็ จ�ำนวนมาก จนสดุ ยืดคา้ งจนกว่ากลา้ มเนื้อ จะคลายตวั ลง ไมค่ วรยดื กลา้ มเนอ้ื แบบกระตุก เพราะจะท�ำให้เกรง็ มากขึ้น - นวดกล้ามเนอ้ื เบา ๆ ประมาณ 1-2 นาที สลบั กบั การยดื กลา้ มเนอื้ จะท�ำใหก้ ลา้ มเน้ือคลายตวั เรว็ ยงิ่ ขึน้ ไม่ควรบบี นวดแรง ๆ จะทำ� ให้เกร็งมากข้ึน - ดื่มเครอ่ื งดืม่ ทีม่ ีส่วนผสมของ เกลอื แร่ เพ่ือชดเชยน้�ำท่รี า่ งกาย สญู เสยี ไป คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 117 โรคทเ่ี กิดจากความรอ้ น อาการ และอาการแสดง ค�ำแนะนำ� การดแู ลเด็ก เพลยี แดด มเี หงือ่ ออก ออ่ นแรง อ่อนเพลีย - พาหลบเขา้ ทีร่ ่ม ในรถหรอื ห้องทีม่ ี (Heat exhaustion) เวียนศรี ษะ ปวดศีรษะ คลืน่ ไส้ และขาด ความเยน็ โดยให้นอนยกขาสูง น�้ำอยา่ งมาก หายใจเร็ว หวั ใจเตน้ เร็ว โรคลมรอ้ น แต่ยงั คงมีสติสมบูรณ์ - ถอดเสื้อผ้าให้เหลอื เท่าทจ่ี ำ� เป็น (Heat stroke) - หม่ ด้วยผา้ เปยี กหรือพน่ น้�ำเย็น ใช้พัดลมเป่า วางถงุ ใส่น้�ำแข็งไว้ ตามซอกคอ รกั แรแ้ ละขาหนบี - หากผปู้ ว่ ยมีอณุ หภมู ิร่างกาย สงู กว่า 39ºC ใหส้ ง่ ไปโรงพยาบาล ทนั ที เกดิ ข้ึนเมอ่ื ผู้ปว่ ยสัมผสั กับอากาศท่ี - เม่อื มีอาการดงั กล่าวควรรบี นำ� ส่ง ร้อนจัด จนทำ� ให้ร่างกายมอี ุณหภูมิสงู โรงพยาบาลโดยเรว็ ซงึ่ กอ่ นนำ� สง่ กวา่ 40ºC มีอาการคล้ายกบั โรคเพลยี โรงพยาบาล ควรให้ แดด แต่มีอาการทรี่ นุ แรงกว่า คอื มี การปฐมพยาบาล ดงั น้ี อาการผดิ ปกตขิ องระบบประสาทส่วน - พาหลบเข้าทร่ี ม่ ในรถหรือหอ้ งที่ กลาง เชน่ สบั สน ซมึ และโคม่า ผวิ แห้ง มีความเยน็ และรอ้ น คลน่ื ไส้ ความดนั ตำ�่ หวั ใจเตน้ เรว็ - ถอดเสอ้ื ผ้าให้เหลือเทา่ ทจี่ �ำเปน็ และหายใจเร็วตลอดเวลา ภาวะขาดเหง่ือ - ใชผ้ า้ ชบุ น�้ำเยน็ เช็ดตามตวั และเสียชีวติ ไดภ้ ายในไม่กชี่ ่ัวโมง ใช้พดั ลมเปา่ วางถุงใส่นำ้� แขง็ ไว้ ตามซอกคอ รกั แร้ และขาหนีบ - นำ� สง่ โรงพยาบาลโดยรถปรับ อากาศ หรือเปิดหนา้ ตา่ งให้ อากาศถ่ายเท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

118 >>> แนวทางการเฝ้าระวงั และการปฏิบัตสิ �ำหรบั ครูผู้ดแู ลเด็กปฐมวยั เพือ่ ปอ้ งกนั ผลจากภยั ร้อน เตรยี มความพรอ้ มของครผู ดู้ แู ลเดก็ ในการดแู ลสขุ ภาพของเดก็ เชน่ การใหค้ ำ� แนะนำ� การ ปฏิบตั ติ น การปอ้ งกันตนเองจากความรอ้ น และการปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น เปน็ ต้น เตรยี มความพรอ้ มระบบรกั ษาและสง่ ตอ่ ผปู้ ว่ ยในกรณมี ผี ปู้ ว่ ยฉกุ เฉนิ หรอื มอี าการรนุ แรง โดยมชี ่องทางประสานงานกับโรงพยาบาลแมข่ ่ายและโรงพยาบาลศนู ย์ ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ความร้อนและแจ้งเตือนให้ผู้ปกครองเด็กทราบ เมื่อทราบ ระดับอุณหภูมิสูงสุด ต้องส่ือสารความเส่ียงด้านสุขภาพและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่เด็กและ ผู้ปกครอง เพื่อให้เข้าใจถึงระดับความรุนแรงของผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งวิธีปฏิบัติตนท่ี ถกู ตอ้ งเพือ่ ป้องกนั การเจ็บปว่ ย เตรยี มและสำ� รองยา เวชภณั ฑ์ เครือ่ งมอื ทางการแพทย์รองรบั ผปู้ ว่ ยจากความร้อน การจดั สภาพแวดลอ้ มเพอื่ ปอ้ งกนั ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพจากความรอ้ นสำ� หรบั สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดังนี้ หน้าต่างควรมมี ่านบงั แดด เปดิ หน้าต่าง ระบายอากาศอยา่ งสมำ่� เสมอ แตค่ วรคำ� นงึ ถงึ เรอื่ ง ความปลอดภยั ดว้ ย หนา้ ตา่ งหรอื มา่ นทหี่ นั เขา้ หาแดดใหป้ ดิ ในเวลากลางวันและเปิดในเวลากลางคืน ไม่ควร ใช้ม่านท่ีเป็นโลหะหรือสีด�ำเพราะอาจดูดความ ร้อน ถ้ามีอาจพิจารณาเปล่ียน หรือใส่วัตถุ สะทอ้ นแสง ปดิ ไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำ� เปน็ เพราะจะทำ� ใหเ้ กิดความร้อนสว่ นเกนิ ครูผู้ดูแลเด็กควรท�ำความเข้าใจว่าห้องใดสามารถท�ำให้เย็นได้ง่ายที่สุด และห้องใดยาก ทสี่ ุด รวมทั้งดกู ารกระจายของผู้ทีอ่ ยู่ในอาคารให้เหมาะสมด้วย น�ำต้นไม้และอ่างที่มีน้�ำไว้ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อการระเหยของน้�ำจะช่วยให้ เยน็ ขนึ้ แต่ต้องปอ้ งกันหรอื ค�ำนงึ ถงึ ความปลอดภัยด้วย คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 119 ตง้ั พดั ลมห่างจากคน อยา่ เปา่ พัดลมถูกตัวคน และใหด้ ่ืมน�้ำมาก ๆ หอ้ งที่มเี ครื่องปรับอากาศ ใหต้ รวจสอบวา่ ระบบปรับอากาศทำ� งานปกตหิ รือไม่ ตรวจสอบว่ามีเครื่องวัดอุณหภูมิเพียงพอในการวัดอุณหภูมิท่ัวท้ังอาคาร โดยเฉพาะห้อง ทอ่ี ยูเ่ ปน็ ประจำ� 15.2 ภัยแล้ง ภัยแล้ง หมายถึง ภัยธรรมชาติอันเกิดจากการมีฝนตกน้อยหรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมท่ีมาจากการกระท�ำของมนุษย์ เช่น การตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ การใชป้ ระโยชนจ์ ากนำ้� ทำ� ใหป้ รมิ าณนำ�้ ในอา่ งเกบ็ นำ้� ลดลง ระบบการเพาะปลกู ความถี่ของการเพาะปลูก เป็นต้น และสาเหตุจากธรรมชาติ ฝนทิ้งช่วง ปริมาณน�้ำฝนน้อย ปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรง พ้ืนดินมีความสามารถในการกักเก็บความช้ืนต่�ำ ปริมาณน้�ำใต้ดิน มีน้อย เปน็ ต้น ซ่ึงภยั แลง้ น้ีส่งผลต่อสขุ ภาพของคน เช่น โรคอจุ จาระรว่ งจากอาหารที่เน่าเสยี ง่าย โรคไขห้ วดั หนา้ รอ้ น โรคผวิ หนงั กลาก เกลอื้ น ผดรอ้ น โรคลมแดด เปน็ ตน้ ดงั นน้ั ในภาวะประสบภยั ควรเตรยี มความพร้อมเร่อื งนำ้� ดมื่ นำ้� ใช้ทสี่ ะอาดให้เพยี งพอในภาวะภยั แล้ง ดังน้ี 1) ลา้ งทำ� ความสะอาดภาชนะเกบ็ กกั นำ�้ ใหส้ ะอาด มฝี าปดิ มภี าชนะอปุ กรณท์ สี่ ะอาดสำ� หรบั ตักน�้ำโดยเฉพาะวางไว้ในที่เหมาะสม และควรส�ำรองภาชนะเก็บกักน้�ำไว้ให้เพียงพอส�ำหรับช่วง ประสบภยั กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

120 >>> 2) หากเลอื กนำ�้ บรรจขุ วดเปน็ นำ�้ ดม่ื ตอ้ งพจิ ารณาเลอื กทม่ี เี ลข สารบบอาหารหรอื เครอื่ งหมายรบั รอง คณุ ภาพของสำ� นักงานคณะ กรรมการอาหารและยา (อย.) 3) หากน�ำน�้ำจากแหลง่ นำ้� ธรรมชาติ เช่น แมน่ ้ำ� ล�ำคลอง หนอง บงึ และอน่ื ๆ เปน็ ตน้ มาใชใ้ นสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั จะตอ้ งทำ� การปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ�้ ใหส้ ะอาด และฆา่ เชอื้ โรคกอ่ น โดยการใชค้ ลอรนี หยดทพิ ย์ เปน็ สารละลายคลอรนี ชนดิ เจอื จาง 2% ใชจ้ ำ� นวน 1 หยดตอ่ นำ้� 1 ลติ ร สำ� หรบั นำ้� ใช้ ควรมคี ลอรนี อสิ ระคงเหลอื อยรู่ ะหวา่ ง 0.2–0.5 มลิ ลกิ รมั ตอ่ ลติ ร 4) ใชส้ ารสม้ ชนดิ กอ้ นกวนในนำ้� เมอื่ ตะกอนในนำ�้ เรมิ่ จบั ตวั นำ� สารสม้ ออก ใชม้ อื เปลา่ กวนนำ�้ ตอ่ 1-2 นาที ต้ังทง้ิ ไว้จนตกตะกอน ใชส้ ายยางจุม่ ไปท่กี ้นภาชนะบริเวณท่เี กิดตะกอน ดดู ตะกอน ออกจนหมดเหลือแต่น�ำ้ ใส เตมิ คลอรนี ตามปริมาณท่ีก�ำหนด 5) ใช้น้�ำอย่างประหยดั และคมุ้ ค่า 6) รบั ประทานอาหารทสี่ ดใหม่ และปรงุ สกุ ทกุ คร้งั 15.3 นำ้� ทว่ ม น้ำ� ทว่ ม หมายถงึ ลกั ษณะทเี่ กดิ ขึ้นจากปริมาณน�ำ้ สะสมจำ� นวนมากที่ไหลบา่ ในแนวระนาบ จากทส่ี งู ไปยงั ทตี่ ำ�่ เขา้ ทว่ มอาคารบา้ นเรอื น เรอื กสวนไรน่ า ไดร้ บั ความเสยี หายหรอื เกดิ จากสภาพ นำ้� ทว่ มขงั ในเขตเมอื งใหญท่ ่สี าเหตุมาจากฝนตกหนกั ตอ่ เนือ่ งเปน็ เวลานาน และระบบการระบาย น�้ำในเมืองไม่ดีพอ มีส่ิงก่อสร้างกีดขวางทางระบายนำ้� หรือเกิดน�้ำทะเลหนุนสูงกรณีพื้นที่อยู่ใกล้ ชายฝง่ั ทะเล คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 121 ปญั หานำ้� ทว่ มทำ� ใหม้ โี อกาสทจ่ี ะเกดิ โรคและภยั ตา่ ง ๆ ทม่ี าจากนำ้� ทว่ ม เชน่ โรคอจุ จาระรว่ ง โรคไข้ฉหี่ นู ไขห้ วัดใหญ่ ปอดบวม ตาแดง แผลตดิ เชอ้ื และโรคหัด เปน็ ตน้ ซึง่ มกั เกดิ การระบาดได้ ง่ายเมื่อมีคนอยู่รวมกันเป็นจ�ำนวนมาก ดังน้ัน ในระหว่างน้�ำท่วมต้องมีการเตรียมตัวรับมืออย่าง ปลอดภยั ดังนี้ 1) ในการรับประทานอาหารและน้�ำทุกคร้ัง ต้องม่ันใจว่าอาหารและน�้ำนั้นสะอาด ควรอุ่น อาหารทกุ ครัง้ กอ่ นรบั ประทาน 2) งดรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ต้องปรงุ ให้สกุ ก่อน เพราะในกรณีนำ้� ทว่ มมโี อกาสทีจ่ ะ ได้รับเชือ้ โรคสูงมาก 3) ล้างมอื ใหบ้ ่อยเทา่ ทจี่ ะทำ� ได้ 4) หากเปน็ อาหารกระปอ๋ งหรืออาหารส�ำเรจ็ รูป ตอ้ ง ตรวจสอบวันหมดอายุ และกระปอ๋ งทีบ่ รรจุอาหาร ต้องอยู่ ในสภาพสมบรู ณไ์ มบ่ บุ ไมบ่ วม และไมเ่ ป็นสนิม ควรทำ� ให้ รอ้ นกอ่ นทกุ ครง้ั ก่อนรับประทาน 5) ถา่ ยอจุ จาระและปสั สาวะลงสว้ ม หา้ มถา่ ยลงนำ้� โดยตรง เพอ่ื ไมใ่ หเ้ ปน็ การกระจายตวั ของ เชื้อโรค กรณีท่ีไม่มีห้องน้�ำต้องถ่ายลงในถุงพลาสติก และถ้าเป็นอุจจาระต้องใส่ปูนขาวลงไป พอประมาณ เพอื่ ฆา่ เชื้อโรค หลังจากน้นั ผูกถงุ ให้สนทิ น�ำไปใส่ ถงุ ดำ� อกี ครง้ั แลว้ รวบรวมสง่ ไปกำ� จดั อยา่ งถกู วธิ ี เพอื่ ปอ้ งกนั เชื้อโรคแพร่กระจาย 6) หากเกิดภาวะท้องเสีย ให้ด่ืมเกลือแร่ท่ีผสมน้�ำ ตม้ สกุ หรอื นำ�้ สะอาด หากสามารถเดนิ ทางไปโรงพยาบาล หรอื หนว่ ยรกั ษาพยาบาลไดใ้ หร้ บี ไปทนั ที ทส่ี ำ� คญั หา้ มผปู้ ว่ ยถา่ ย อจุ จาระลงนำ้� เดด็ ขาด กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

122 >>> 7) หลีกเลี่ยงการแช่น�้ำนาน ๆ โดยเฉพาะผู้มีแผลในท่ีที่สัมผัสน้�ำได้ หากจ�ำเป็นควรสวมถุง พลาสติก หรือใส่รองเท้าบูท เพราะการแช่ในน�้ำนอกจากแผลมีโอกาสติดเชื้อและรับเชื้อโรคเข้า ร่างกายแลว้ ยงั ทำ� ใหม้ โี อกาสเปน็ โรคน�ำ้ กดั เทา้ และโรคมือเท้าเปอื่ ย อกี ด้วย 8) ระมดั ระวงั สตั วเ์ ลอื้ ยคลาน เชน่ งู ตะขาบ แมงปอ่ ง สตั วม์ พี ษิ จระเข้ (กรณที อี่ ยใู่ กลแ้ มน่ ำ้� คลอง) เป็นต้น หากพักอาศัยอยู่ในบริเวณสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ควรจัดที่พักให้โล่ง สว่าง เพอ่ื ให้งา่ ยในการระมัดระวัง 15.4 แผน่ ดนิ ไหว แผ่นดินไหว หมายถึง การสั่นสะเทือนของพื้นดิน ซ่ึงมีสาเหตุมาจากการเคล่ือนที่อย่าง ฉับพลันของเปลือกโลก เน่ืองจากพลังงานความร้อนภายในโลกท�ำให้เกิดแรงเครียด แรงเครียด ที่สะสมอยู่ในโลกท�ำให้เกิดการแตกหักของหิน เม่ือหินแตกออกเป็นแนวจะเกิดรอยเลื่อนและ การเคลื่อนท่ีอยา่ งฉับพลนั ของรอยเลอื่ นเปน็ สาเหตหุ ลกั ของการเกดิ แผน่ ดนิ ไหว คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 123 แผน่ ดนิ ไหวสามารถสรา้ งความเสยี หายไดอ้ ยา่ งมาก หากเกดิ ขน้ึ บรเิ วณโรงเรยี นทม่ี เี ดก็ ปฐมวยั อยู่ แผ่นดนิ ไหวทม่ี ขี นาดตัง้ แต่ 5.0 ริคเตอร์ขึน้ ไป สามารถท�ำใหเ้ กิดความเสยี หายแก่อาคารและ สิ่งก่อสร้างได้ แรงส่ันสะเทือนท�ำให้อาคารเรียนถล่ม เส้นทางคมนาคมและระบบสาธารณูปโภค เสียหาย อาจท�ำให้เข่ือนพังเกิดเป็นอุทกภัยอย่างฉับพลัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากจุดก�ำเนิด แผ่นดินไหว และสภาพทางธรณีวิทยาของท่ีต้ังอาคารหรือสิ่งก่อสร้าง แผ่นดินไหวจะก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของเด็กปฐมวยั เช่น ได้รบั บาดเจบ็ หรือเสียชีวิตจากส่ิงก่อสรา้ งที่ถล่ม ไรท้ เี่ รียนหนงั สอื อาจเกิดการระบาดของโรคต่าง ๆ จากระบบสาธารณูปโภคทไ่ี ด้รบั ความเสียหาย อาจบาดเจ็บหรือเสียชวี ติ จากเหตุอัคคีภัยหรืยไฟฟา้ ลัดวงจร รวมไปถึงสขุ ภาพจติ ของผปู้ ระสบภัย เสอ่ื มลง เปน็ ตน้ ดงั นนั้ เมอ่ื เกดิ เหตกุ ารณแ์ ผน่ ดนิ ไหว จำ� เปน็ ตอ้ งมสี ติ และเอาตวั รอดจากเหตกุ ารณ์ อย่างปลอดภยั ดงั น้ี 1) หากอยู่นอกอาคารให้มุดใต้โต๊ะ เก้าอี้ พิงผนังด้านใน แล้วอยู่นิ่ง ๆ ถ้าไม่มีโต๊ะให้ใช้ แขนปิดหนา้ ศรี ษะ หมอบตรงมุมห้อง อยู่ให้ห่างกระจก หนา้ ตา่ ง และหลีกเลี่ยงบรเิ วณทส่ี ง่ิ ของ หล่นใส่ หรอื ล้มทับ เชน่ โคมไฟ ตู้ เปน็ ต้น และพยายามอย่ใู นบรเิ วณทีป่ ลอดภยั กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

124 >>> 2) หากอยนู่ อกอาคารให้อยูด่ า้ นนอกในทโี่ ลง่ อยใู่ ห้หา่ งจากอาคาร เสาไฟ สายไฟฟ้า ต้นไม้ ป้ายโฆษณา หรือส่ิงของที่อาจหล่นใส่จนเกิดอันตรายได้ 3) หากอยใู่ นรถ ใหจ้ อดรถเมอื่ สามารถจอดไดโ้ ดยปลอดภยั และอยใู่ หห้ า่ งจากอาคาร ตน้ ไม้ ทางด่วน สะพานลอย เชิงเขา 4) เม่ือตดิ อยใู่ นซากอาคารอย่าตดิ ไฟ ใหอ้ ยอู่ ยา่ งสงบ ใชผ้ า้ ปิดหน้า เคาะท่อ ฝาผนงั หรอื ใช้ นกหวีด(ถ้ามี) เพื่อเป็นสัญญาณต่อหน่วยช่วยชีวิต การตะโกนอาจสูดส่ิงอันตรายเข้าร่างกาย ควรชว่ ยเหลือซ่งึ กันและกนั และใหก้ �ำลังใจตอ่ กนั คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 125 บทที่ 16 การจดั การฝนุ่ ละอองขนาดเล็ก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

126 >>> บทที่ 16 การจดั การฝนุ่ ละอองขนาดเลก็ มลพษิ ทางอากาศเปน็ สาเหตสุ ำ� คญั ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ การเจบ็ ปว่ ยและเสยี ชวี ติ ทงั้ โรคระบบทางเดนิ หายใจ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็งปอด ซ่ึงก่อให้เกิดการสูญเสียด้านสุขภาพ อันดับต้นของโลก โดยเฉพาะผลกระทบตอ่ เด็ก เด็กทมี่ อี ายุต่ำ� กว่า 5 ปี จะมีความเสย่ี งตอ่ สุขภาพ มากกวา่ ผ้ใู หญ่ เนอื่ งจากปจั จยั ตา่ ง ๆ ได้แก่ ดา้ นพฤตกิ รรม ส่ิงแวดล้อมและสรรี ะวิทยา โดยความ เสี่ยงเร่ิมตั้งแต่ช่วงพัฒนาของทารกในครรภ์และหลังจากคลอดในช่วงปีแรก เน่ืองจากระบบ ภมู คิ มุ้ กนั ปอดและสมองยงั พฒั นาไมเ่ ตม็ ที่ โดยปกตปิ อดจะพฒั นาเตม็ ทเ่ี มอ่ื อายุ 6 ปขี น้ึ ไป (WHO, 2561) ทง้ั น้ี เดก็ จะมอี ตั ราการหายใจมากกวา่ ผใู้ หญ่ โดยเฉพาะทารกแรกเกดิ ถงึ 6 เดอื น จะมอี ตั รา กเไมดาื่อร้มหาPากMยกใ2จว.5ม่าเาขกแ้ากสลวู่ระ่า่าพผงใู้กฤหาตญยิกจ่ ร2ะรทเมท�ำกา่ใหกาว้เรกา่ ใิดชจผ้ชงึ ลทีวกำ�ิตรใขะหอท้โองบกเตดา่อส็กสกมุขาักภรอราบัพอสใกนมั ไเปผดัสเ็กลP่นทMก�ำ2ใ.ล5หาจ้มงาีโแกอจกกา้งารสหห(WาายยHใใจจOรเ,พับ่ิม2Pข5M้ึน6ไ12ด.5)้ คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 127 โดยเฉพาะหากเดก็ เหล่านใี้ ชเ้ วลาท�ำกิจกรรมอยู่นอกบา้ นหรอื อาคาร เพราะเดก็ เป็นกลุ่มเส่ยี งท่จี ะ อไดัต้รรับาผกลารกหราะยทใบจจถาี่ กแลPะMมีผ2.5ิวหเนนื่อังบงจอาบกบมาีคงวกาวม่าอผ่อู้ใหนญแอ่ทแ่ีมลีสะุขภภูมาิตพ้ารน่างทกาานยตส�่ำมบปูรอณด์ยโังดพยัฒPนMาไ2ม.5่เตเป็มท็น่ี สาเหตใุ หเ้ กดิ โรคระบบทางเดนิ หายใจทง้ั โรคหอบหดื โรคปอดอกั เสบ ปอดอดุ กน้ั เรอื้ รงั ทงั้ ยงั ทำ� ให้ เกดิ โรคระบบหวั ใจและหลอดเลอื ด โดยจะเพมิ่ ความเสย่ี งการเกดิ โรคหวั ใจพกิ ารแตก่ ำ� เนดิ ของทารก อีกท้ังยังมีผลกระทบต่อพัฒนาการของระบบประสาทท�ำให้ลดระดับสติปัญญาและมีแนวโน้มให้ เกดิ โรคทเ่ี กยี่ วกบั พฒั นาการดา้ นพฤตกิ รรม เชน่ ออทสิ ตกิ และโรคสมาธสิ นั้ รวมทง้ั การพฒั นาดา้ น จติ ใจและกลา้ มเนอื้ ของเดก็ ทง้ั นี้ กลไกการเกดิ โรคบางอยา่ งอาจจะใชร้ ะยะเวลานานหลงั จากไดร้ บั PM2.5 ท�ำให้เด็กมีการเจ็บป่วยเมื่อเติบโตข้ึน และอาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยแบบเรื้อรังตลอดช่วง ชวี ติ หรอื เป็นโรคมะเร็งได้ ดังน้ัน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกนิ 2.5 ไมครอน (PM2.5) และการจัดการแกไ้ ขปัญหาดงั กลา่ ว เม่อื สถานการณ์ PM2.5 มี ค่าเกินมาตรฐาน ซึ่งอยู่ในระดับเร่ิมมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) เพ่อื ใหเ้ กิดความปลอดภยั แกเ่ ด็กปฐมวยั และบคุ ลากร โดยมีแนวทางการป้องกันและดูแล สขุ ภาพจากฝนุ่ ละอองขนาดไมเ่ กนิ 2.5 ไมครอน สำ� หรบั สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั โดยมแี นวทางคอื “การลดการอย่ใู นพน้ื ที่เสย่ี ง เล่ียงเส้นทางการรับสัมผสั ฝนุ่ ละออง ปรับกิจกรรมหรือลดกิจกรรมที่จะ ก่อให้เกดิ การสัมผสั ฝุ่นละอองโดยตรง รวมถงึ การสรา้ งความตระหนกั ” จะเปน็ วธิ กี ารในการป้องกัน และดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน โดยมีแนวทางการป้องกันและดูแล สขุ ภาพจากฝนุ่ ละอองขนาดไมเ่ กนิ 2.5 ไมครอน สำ� หรบั สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั แบง่ เปน็ 2 สว่ น ดงั น้ี 16.1 แนวทางเตรียมความพร้อมกอ่ นเขา้ สรู่ ะยะฝุ่นละอองขนาดไมเ่ กิน 2.5 ไมครอน การเตรยี มความพรอ้ มเพอื่ รบั มอื กบั สถานการณฝ์ นุ่ ละอองขนาดไมเ่ กนิ 2.5 ไมครอน (PPMM22.5.5) เป็นสิ่งส�ำคัญท่ีทางสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ต้องจัดเตรียมมาตรการลดและป้องกันฝุ่น ที่เหมาะสม เพ่ือให้เกิดความปลอดภัยแก่เด็กและบุคลากรในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ดังน้ัน ผบู้ รหิ ารสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั หรอื ครผู ดู้ แู ลเดก็ ควรเตรยี มความพรอ้ มและประเมนิ ความพรอ้ ม ในระยะกอ่ นเกดิ ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยด�ำเนนิ การ ดงั นี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

128 >>> 1) ก�ำหนดนโยบายและมาตรการในการจัดการ PM2.5 เพ่ือลดและป้องกันผลกระทบต่อ สขุ ภาพโดยประกาศนโยบายใหท้ ราบอยา่ งทวั่ กนั และถอื ปฏบิ ตั อิ ยา่ งเครง่ ครดั เชน่ การจดั การดา้ น ความสะอาด สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยไร้ควันด�ำ การช้ีแจงเพื่อร่วมกันลดหรือเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อ ใหเ้ กดิ ฝุ่นละอองเพม่ิ รวมทัง้ จดั โครงการร่วมระหวา่ งสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั กับชมุ ชน 2) จดั อบรมหวั หนา้ ครผู ดู้ แู ลเดก็ และเจา้ หนา้ ทใี่ นสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ใหม้ คี วามรคู้ วาม เขา้ ใจเกีย่ วกบั PM2.5 รวมถงึ ชีแ้ จงมาตรการในการจดั การปัญหา PM2.5 3) ก�ำหนดบทบาทหน้าท่ี โดยมอบหมายหัวหน้าสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ครูผู้ดูแลเด็ก ครูอนามัยท�ำหน้าที่สงั เกตอาการของเด็ก ปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้น รวมทั้งมชี ่องทางประสานงานกบั โรงพยาบาลเพื่อส่งต่อเดก็ ปฐมวัยในกรณฉี ุกเฉินหรือมอี าการรนุ แรง 4) ส่ือสารท�ำความเข้าใจกับผู้ปกครองและเด็กปฐมวัย เกี่ยวกับมาตรการในการดูแลและ ป อ้ งกนั 5ผ) ล ปกรระะเทมินบมตอ่าตสรุขกภาารพเตจารกียมPคMว2า.5มผพ่ารน้อกมารระปหรวะ่าชงุมเปผิดปู้ ภกาคครอเรงียหนรในอื รชะ่อยงะทเาตงรตียิดมตก่อาอร่นื ก่อนเกิด ปัญหา PM2.5 เพื่อเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อมระบบการก�ำกับ ติดตามให้มีการด�ำเนินงานตาม ม าตรก6า)ร จเัดพเอ่ืตปรียอ้ มงกแันผกนารรอเกงริดับPดM้าน2.5กาอรยเา่รงียเนคกรง่าครรสดั อนในช่วงท่ีสถานการณ์ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพของเด็กปฐมวัย PM2.5อยู่ในระดับที่มี 7) เฝ้าระวังสุขภาพของเด็กปฐมวัยและจัดท�ำทะเบียนเด็กปฐมวัยกลุ่มเสี่ยง เพ่ือดูแลอย่าง ใกลช้ ดิ 8) เตรียมความพร้อมของห้องพยาบาล เวชภัณฑ์ หน้ากากส�ำหรับป้องกันฝุ่นละออง จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นสำ� หรบั เดก็ ท่เี ปน็ กลุ่มเส่ียงสงู คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 129 9) กรณีพ้ืนท่ีไม่มีสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองของหน่วยงานราชการ อาจพิจารณาโดยดูค่าฝุ่น ละอองจากสถานตี รวจวดั ใกล้เคยี ง หรือพิจารณาติดต้ังเคร่ืองวดั ฝ่นุ ละอองอย่างงา่ ย เพอ่ื เฝ้าระวัง สถานการณฝ์ ุ่นละอองในสถานพฒั นาเด็กปฐมวัย ก ารสอ1น0แ) ล จะดั สหอ่ื าสสาือ่ รคปวราะมชราูเ้ สกมัี่ยพวกนั ับธไ์ ปPMยงั 2ผ.5ปู้ กแคลระอกงาใรนปร้อปู งแกบันบสตำ� หา่ งรบัๆเเดชก็น่ ปวฐดิ มโี วอยั แอเพนื่อเิ มใชชใ้นั นโกปาสรเเรตยีอนร์ แผ่นพับ อนิ โฟกราฟกิ เปน็ ต้นเพื่อปอ้ งกนั ผลกระทบท่ีจะเกิดขึน้ กับเด็กปฐมวัย 16.2 แนวทางปฏิบัติระหว่างเกดิ สถานการณ์ฝนุ่ ละอองขนาดไมเ่ กนิ 2.5 ไมครอน 1) การจดั สภาพแวดล้อมและดแู ลห้องเรียน (1) ทำ� ความสะอาดหอ้ งทใี่ ชส้ ำ� หรบั การเรยี นการสอนเปน็ ประจำ� กอ่ นและหลงั การเรยี น การสอนโดยการท�ำความสะอาดแบบเปียก และหลีกเลี่ยงการท�ำความสะอาดที่ท�ำให้เกิดฝุ่น ฟุ้งกระจาย (2) ไม่สะสมสิ่งของที่เป็นที่สะสมของฝุ่นภายในห้อง เช่น พรมเช็ดเท้า เป็นต้น กรณีมี ผา้ ม่านควรซกั ท�ำความสะอาด (3) ดแู ลถนนไม่ให้เกิดฝนุ่ ละออง เชน่ การท�ำความสะอาดถนน การติดตั้งสเปรยล์ ะออง น้�ำเพอ่ื ช่วยลดปริมาณการเกดิ ฝุ่นละอองทีล่ อยขน้ึ มาจากพ้ืน (4) ปิดประตูหนา้ ตา่ งใหม้ ิดชดิ เพอ่ื ปอ้ งกันฝุ่นละออง (5) งขดอกคจิ วการมรรม่วทม่ีกม่อือใผหู้ป้เกกดิ ครPอMง2จ.5อเดช่นรถกราับร-เสผ่งานใบอไกมส้ จถดุานธูปพเัฒทียนนาเเดผ็กาปขฐยมะวเัยป็นจตัดน้ บริเวณ (6) สำ� หรบั รบั -สง่ หากจ�ำเปน็ ต้องนำ� รถเข้ามาจอดให้ดับเคร่ืองยนต์ขณะจอดรถ (7) ขอความร่วมมอื ร้านคา้ แผงลอยปิง้ ย่างโดยใชเ้ ตาไรค้ วนั (8) ปลูกตน้ ไม้บรเิ วณสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัยหรอื จดั สวนแนวตั้ง เพื่อดกั ฝุน่ ละอองและ มลพษิ ทางอากาศ (9) ครูพี่เล้ียงเด็กหรือเจ้าหน้าท่ี ประเมินสภาพแวดล้อมของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เช่น อยใู่ กล้แหลง่ กำ� เนิดของฝนุ่ ละออง ลกั ษณะอาคาร หากมีอาคารส่วนใดอยู่ใกลบ้ รเิ วณดงั กลา่ ว ใหป้ ิดประตู หน้าต่างเพ่ือลดฝ่นุ และท�ำความสะอาดหอ้ งเรยี นใหบ้ ่อยขึน้ (10) ห ากมีห้องเรียนท่ีปิดหรือมีเครื่องปรับอากาศ ให้พิจารณาการเรียนการสอนในห้อง นนั้ และตอ้ งคำ� นงึ ถงึ อากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก โดยมพี น้ื ทเี่ ฉลย่ี ประมาณ 2 ตารางเมตร ตอ่ เดก็ 1 คน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

130 >>> 2) แนวทางการปฏิบตั ิส�ำหรบั ครพู เ่ี ล้ียงเดก็ และการจดั กจิ กรรม ชอ่ งท าง ตา่(1ง)ๆ ตทิดกุ ตวานั มเพสอ่ืถหาานทกาางรปณอ้ ง์ กPนัMให2.5แ้ กในเ่ ดแก็ อเลปก็พแลลิเคะสชอื่ันสาAรiแr4จTง้ ขhอ้ aมi ลู หใหรบื้อคตุ ลิดาตการมแขล่าะวผสปู้ ากรคตราอมง (2) ครพู เ่ี ลย้ี งเดก็ คดั กรองกลมุ่ เสย่ี งทม่ี ผี ลจากปรมิ าณฝนุ่ แบบชดั เจน เชน่ อาการระคาย ตา คดั จมกู มีน�ำ้ มูก เพอื่ คอยสังเกต ดแู ลป้องกนั และให้อย่ใู นบริเวณหอ้ งปลอดฝนุ่ ทจี่ ดั เตรยี มไว้ (3) สอ่ื สารขอ้ มลู สถานการณฝ์ นุ่ ละอองและวธิ กี ารปอ้ งกนั ใหแ้ กบ่ คุ ลากรในสถานพฒั นา เด็กปฐมวยั เพอ่ื ใช้เป็นแนวทางในการดแู ลสขุ ภาพของเดก็ ตามแนวทางการป้องกันผลกระทบตอ่ สุขภาพในการจัดการของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามระดับความเส่ียงต่อสุขภาพจากฝุ่นละออง P สMีเข 2ยี .5 ว ( 26(4-3) 7คมวรคดกแู ./ลลเดบก็.มใ.ห)ห้ ขล้ึนกี ไปเลย่ีเชงน่กางรดทกำ� ากรจิใชกส้รรนมานมอเดก็กอเาลคน่ าภราใยนนชอว่ กงทอ่ีาPคMาร2.5ลอดยกใู่ นจิ กระรดรมบั ทต่ตีงั้ แ้อตง่ ออกไปภายนอกบริเวณ ปรบั กิจกรรมทส่ี ามารถท�ำในอาคารได้ เพ่อื ลดการสัมผัสฝ่นุ ละออง (5) ควรให้เด็กด่ืมน้�ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว และจัดเมนูอาหารท่ีเป็น ประโยชนต์ ่อรา่ งกาย เพื่อใหเ้ ด็กปฐมวยั สุขภาพแข็งแรง (6) จัดท�ำมุมผู้ปกครอง เพอ่ื ประชาสัมพันธค์ �ำแนะนำ� ใหค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั ฝุ่นละอองและ การดแู ลเด็กปฐมวัยช่วงฝนุ่ ละอองเกินมาตรฐาน (7) จัดเตรียมส�ำรองหน้ากากป้องกันฝุ่นในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้พร้อม และ ตรวจสอบใหเ้ ด็กปฐมวยั สวมหน้ากากทกุ คร้งั ก่อนออกจากห้องเรียน (8) ควรตรวจสอบหน้ากากอนามัย ให้เปล่ียนอันใหม่ทุกวัน และทิ้งเมื่อพบว่าหน้ากาก ชำ� รดุ หรอื ภายในหนา้ กากสกปรก (9) สงั เกตอาการเดก็ ปฐมวยั หากมีอาการผดิ ปกติ เช่น เคืองตา คันตา ตาแดง ใหใ้ ช้น�้ำ สะอาดลา้ งดวงตา หลกี เลยี่ งการขยต้ี า และดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ ทง้ั นห้ี ากอาการรนุ แรงใหไ้ ปพบแพทย์ ทันที ก ำ� หน ดร ะ(ย1ะ0เ)ว ป ลราับรบัเวสลง่ าเเดขก็ ้าขเรอียงนผเปู้ พก่ือคเรลอ่ียงงใกหาเ้ รหสลัมอ่ื ผมัสเวฝลุ่นาลในะอชว่องงเกPดิ Mฝน่2ุ .5ละสอูงอเกงินในมพาตนื้ รทฐ่ี คานรพู แเี่ ลลย้ี ะงอเดาจก็ ควรดแู ลเดก็ และปฏบิ ตั ติ ามตามระดบั ความเสย่ี งตอ่ สขุ ภาพจากฝนุ่ ละออง PM2.5 เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ปฐมวยั ปลอดภยั จาก PM2.5 ดงั นี้ คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 131 ตารางท่ี 1 แนวทางการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในการจัดการของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามระดับ ความเสี่ยงตอ่ สุขภาพจากฝุ่นละออง PM2.5 ระดบั PM2.5 มาตรการส�ำหรับสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั (มคก./ลบ.ม.) เด็กทุกคน เดก็ มีโรคประจำ� ตัว* ครู 0 – 25 ทำ� กิจกรรมได้ตามปกติ เฝ้าระวงั สถานการณเ์ พือ่ ปอ้ งกนั ดมี าก ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพทจี่ ะเกดิ ขนึ้ กบั เดก็ 26 – 37 ทำ� กจิ กรรมไดต้ ามปกติ ให้พจิ ารณาลดการ เฝ้าระวงั สถานการณเ์ พ่ือป้องกนั ดี เรยี นพลศึกษาและ ผลกระทบต่อสขุ ภาพที่จะเกิดขึ้น กิจกรรมกลางแจ้ง กับเดก็ 38-50 ลดการท�ำกิจกรรมนอก ใหพ้ จิ ารณายกเว้นการ เฝ้าระวงั สถานการณ์เพอ่ื ป้องกัน ปานกลาง อาคาร เรียนพลศกึ ษา และ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพทจี่ ะเกดิ ขน้ึ กจิ กรรมกลางแจง้ กบั เดก็ และสือ่ สารแจง้ เตอื นทุกเชา้ และสังเกตอาการเดก็ หากมีอาการ ผิดปกติ ควรดูแลอยา่ งใกลช้ ิด หาก อาการรุนแรงใหไ้ ปพบแพทย์ทันที 51-90 - ลดการท�ำกจิ กรรม ควรใหอ้ ยู่ภายใน เฝา้ ระวังสถานการณ์เพ่อื ป้องกนั เรมิ่ มี นอกอาคาร อาคารในหอ้ งปลอดฝนุ่ ผลกระทบต่อสขุ ภาพที่จะเกดิ ขน้ึ ผลกระทบ - เรียนในห้องเรยี นทจี่ ัด งดการออกกำ� ลังกาย และส่อื สารแจ้งเตอื นช่วงเช้า/บา่ ย ตอ่ สขุ ภาพ เป็นห้องปลอดฝ่นุ กลางแจง้ และตอ้ งไดร้ บั และสังเกตอาการเด็กหากมีอาการ หรอื เขา้ แถวในชน้ั เรยี น การดแู ลจากครอู ย่าง ผดิ ปกติ ควรดูแลอยา่ งใกลช้ ดิ หาก - ยกเลกิ กจิ กรรม ใกล้ชดิ อาการรนุ แรงให้ไปพบแพทยท์ ันที กลางแจ้ง อาจจะ พจิ ารณายกเลิกตาม ความเหมาะสม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

132 >>> ระดับ PM2.5 มาตรการสำ� หรับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย (มคก./ลบ.ม.) 91 ขน้ึ ไป เด็กทกุ คน เดก็ มีโรคประจำ� ตวั * ครู มผี ลกระทบ ต่อสุขภาพ - ควรอยู่ภายในอาคาร - ควรอยู่ภายในอาคาร เฝ้าระวงั สถานการณเ์ พ่ือปอ้ งกัน หรอื หอ้ งเรยี นทมี่ ปี ระตู หรอื หอ้ งเรยี นทมี่ ี ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพทจ่ี ะเกดิ ขึ้น และหนา้ ตา่ งปิดสนิท ประตแู ละหนา้ ตา่ ง และสื่อสารแจ้งเตอื นในช่วงเช้า/ หรือหอ้ งปลอดฝุ่นที่ ปดิ สนิทหรอื ห้อง เที่ยง/บ่าย และสังเกตอาการเดก็ มีเคร่ืองปรับอากาศ/ ปลอดฝุ่นท่ีมี หากมีอาการผดิ ปกตคิ วรดูแลอยา่ ง เครื่องฟอกอากาศ เคร่อื งปรับอากาศ/ ใกล้ชดิ หากอาการรุนแรงใหไ้ ปพบ - งดการทำ� กจิ กรรมหรอื เคร่อื งฟอกอากาศ แพทย์ทันที ออกกำ� ลงั กายกลางแจง้ - งดการท�ำกจิ กรรม - ต้องไดร้ ับการดแู ล หรือออกก�ำลังกาย จากครูอยา่ งใกล้ชิด กลางแจง้ - ต้องได้รบั การดแู ล จากครอู ยา่ งใกล้ชดิ พ ิจารณท้ังานกี้ากรปรณิดสีทถี่ าPนMพ2.ัฒ5 นเกาินเดม็กาปตฐรฐมาวนัยตอาามจคพวิจาามรเณหมามาะาตสรมกแาลระทด่ีเุลขย้มพงวินดิจยขิ่งอขง้ึนผู้บโดรยิหอาารจมโดีกยามรี ลแนักษวทณาะงแกลาะรสพภิจาาพรณแวาดจลากอ้ อมงขคอ์ปงสระถกานอพบัฒ3นาดเ้าดนก็ ปไฐดม้แวกยั ่ แสลถะาสนถกาานรกณา์ฝรุ่นณล์ดะ้าอนอสงขุ ขภนาาพดเรลา็กยล(ะPเMอีย2.5ด) ดงั นี้ (1) สถานการณฝ์ ุ่นละอองขนาดเล็ก 3 ว ัน แ ล ะ ม แี น รวะโนด้มับท่ีจPะMเพ2.ิม่5 ขมน้ึ าอกยก่าวง่าตห่อรเนือ่ือเทง่าหกรับอื 91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน ล กั รษะดณบั ะแPลMะ2ส.5ภมาาพกแกววด่าลหอ้ รมอื ขเทอง่าสกถบั า1น5พ1ฒั ไนมาโเคดรก็ กปรฐมั มตว่อยั ลเกู ชบน่ าลศกักษเ์ มณตะรอาคารเรยี นเปน็ (2) อาคารที่มลี กั ษณะเปิดโลง่ ไม่มีห้องทีส่ ามารถจัดการใหน้ ักเรียนอยู่ในหอ้ งปิดได้ ไมม่ ีตน้ ไมร้ อบ ๆ ทีส่ ามารถดักฝ่นุ ละอองได้ เปน็ ตน้ (3) สถานการณ์ด้านสุขภาพ เช่น มีนักเรียนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยท่ีมีอาการที่อาจ เแกสยี่ บวจขมอ้ กู งกเับลือกดารกร�ำบัเดสาัมไผหัสลฝจุ่น�ำPนMวน2.51เ0ช่นราแยสขบึ้นตไาปตาแดง ผ่นื แดง คันตามผวิ หนัง ไอ หายใจล�ำบาก คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 133 3) แนวทางการปฏิบตั ิ สำ� หรบั ผู้ปกครอง (1) ผ ปู้ กครองหรือผูด้ แู ลควรตดิ ตามสถานการณ์ PM2.5 ในแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือ ติดตามขา่ วสารตามชอ่ งทางต่าง ๆ (2) ค วรดูแลเด็กใหห้ ลกี เล่ยี งการทำ� กิจกรรมนอกบา้ น ในช่วงที่ PM2.5 อยูใ่ นระดบั ตงั้ แต่ สเี ขียว (26-37 มคก./ลบ.ม.) ขึน้ ไป (3) ด ูแลสุขภาพให้แขง็ แรงดว้ ยการกินอาหารครบ 5 หมู่ และผกั ผลไม้ 5 สี เสรมิ สรา้ ง ภูมิคุ้มกันและควรให้เด็กด่ืมน้�ำสะอาดให้เพียงพอ 8-10 แก้วต่อวัน และนอนหลับให้เพียงพอ 9-11 ชวั่ โมงตอ่ วัน (4) ค วรดแู ลเด็กทม่ี โี รคประจำ� ตวั อยา่ งใกลช้ ดิ หากพบว่ามีอาการผดิ ปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจ ล�ำบาก หายใจไมอ่ อก แนน่ หนา้ อก ให้รีบพาไปพบแพทย์ (5) ค วรปดิ ประตหู นา้ ต่างใหม้ ดิ ชดิ และเปิดพัดลมให้อากาศหมนุ เวียน (6) ล ดกจิ กรรมทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ PM2.5 เชน่ การเผาขยะ เศษใบไม้ จดุ ธปู กระดาษเงนิ กระดาษ ทอง ปงิ้ ย่างท่ที ำ� ให้เกดิ ควัน เป็นตน้ (7) ไ มจ่ อดรถ และติดเครือ่ งยนต์เปน็ เวลานานในบรเิ วณบา้ น (8) ป ลูกตน้ ไม้บรเิ วณบา้ น เพ่ือดกั ฝ่นุ ละอองและมลพิษทางอากาศ ((19)0 ) หจ ัดลหีกาเลหี่ยนง้าหกราือกงอดนพาามบัยุตทรป่ี หอ้ ลงากนันไฝปนุ่ ทP�ำกMิจ2ก.5ทรรเ่ี หมมกาละาสง�ำแหจร้งับหเดาก็ กไจว�ำ้ทเ่ีบปา้็นนให้ใส่หน้ากาก อนามัยปอ้ งกัน (11) ส ังเกตอาการบุตรหลาน หากมีอาการไอจามผิดปกติ น�้ำมูกไหล หายใจล�ำบาก ใหร้ บี ไปพบแพทย์ทนั ที (12) ก ่อนออกนอกบ้าน ผู้ปกครองควรให้เด็กสวมหน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นละอองเสมอ ท้งั นไี้ มค่ วรเปิดประตูหนา้ ต่างรถ เพราะจะทำ� ให้เด็กสมั ผสั กบั ฝุ่นละออง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

134 >>> 16.3 แนวทางการจดั เตรยี มหอ้ งปลอดฝุ่น สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ดังนั้น การจัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย จึงเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยดูแล สขุ ภาพ1ป) รกะาชรคาชัดนเลจอื ากกหPอ้ Mง2.5 ได้  โดยมแี นวทางการท�ำหอ้ งปลอดฝุ่น ดงั นี้ (1) เลือกห้องท่มี สี ถานท่ตี ง้ั ห่างจากแหลง่ ก�ำเนดิ ฝ่นุ ละออง เชน่ ถนน ลานจอดรถ พน้ื ท่ี กอ่ สร้าง และไม่มีแหลง่ กำ� เนดิ มลพษิ ภายในหอ้ ง เช่น จุดเทยี น จุดธปู หรอื กจิ กรรมอ่นื ที่เป็นแหลง่ กำ� เนิดควนั (2) เลอื กหอ้ งทช่ี ่องทางเขา้ ของฝุ่น เช่น ชอ่ งวา่ งของประตู หรอื หนา้ ต่าง นอ้ ยที่สดุ เพื่อ ลดการแลกเปลี่ยนของอากาศภายนอกเข้ามาในอาคาร (Air Exchange) หากมหี อ้ งทมี่ เี ครื่องปรบั อากาศควรเลือกห้องน้ัน (3) หลกี เลยี่ งอปุ กรณท์ เี่ ปน็ แหลง่ สะสมของฝนุ่ ละอองภายในหอ้ ง เชน่ พรม หนงั สอื ฯลฯ 2) รปู แบบห้องปลอดฝนุ่ ห้องปลอดฝุ่นเป็นมาตรการดูแลสุขภาพของนักเรียนจากฝุ่นละออง ในช่วงที่ PM2.5 อยู่ในระดับท่ีมีผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อให้นักเรียนอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัยจากฝุ่นละออง ซึ่งโรงเรียนสามารถจดั เตรียมหอ้ งปลอดฝ่นุ (Clean air shelter) ได้ทั้งในอาคารเรยี น หอ้ งประชมุ หอ้ งพยาบาล รวมทง้ั หอ้ งสมดุ เปน็ ตน้ สำ� หรบั แนวทางการทำ� หอ้ งปลอดฝนุ่ แบง่ เปน็ 3 รปู แบบ ดงั น้ี รปู แบบที่ 1 “การปอ้ งกนั ฝนุ่ จากภายนอก หรอื การปดิ ประตู - หนา้ ตา่ ง” การปดิ ประตหู นา้ ตา่ ง ให้สนิท เป็นวิธีการท่ีท�ำได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด อย่างไรก็ดีวิธีน้ีจะช่วยลดระดับฝุ่นได้ นอ้ ยกว่าวธิ อี ื่น และตอ้ งใช้ระยะเวลามากกวา่ ในการลดปริมาณฝุ่น โดยมวี ธิ กี ารดังน้ี 1) ปิดประตูหน้าต่างใหม้ ดิ ชดิ ปอ้ งกนั ไม่ใหอ้ ากาศภายนอกเข้าไปในหอ้ ง คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 135 2) ปดิ ช่องหรอื รูทอ่ี ากาศภายนอกเขา้ อาคารไดด้ ว้ ยวสั ดุปิดผนกึ เช่น ซลี ประตู หรอื เทปปิด ร่องประตูหรอื หน้าต่าง เป็นตน้ หรอื วสั ดอุ ื่นใดทส่ี ามารถปดิ ช่องดงั กล่าวได้สนทิ 3) ไม่สร้างกิจกรรมท่ีก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศภายในห้อง เช่น จุดเทียน ธูป การใช้ สารเคมใี นอาคาร 4) เปดิ พดั ลมหรอื เครอื่ งปรบั อากาศ เพอื่ หมนุ เวยี นอากาศภายในหอ้ งกรณมี พี ดั ลมดดู อากาศ ท่ีไม่มีระบบดักจับฝุ่นไม่ควรเปิดพัดลมดูดอากาศดังกล่าวเพราะจะเป็นการดูดอากาศข้างนอกท่ีมี ฝุ่นละอองสูงเขา้ มาภายในห้อง 5) ทำ� ความสะอาดเปน็ ประจำ� ทกุ วนั โดยใชผ้ า้ ชบุ นำ�้ แทนการใชไ้ มก้ วาดทำ� ความสะอาดหรอื ปดั ฝนุ่ ของเฟอร์นเิ จอร์ ชน้ั วางของ ฯลฯ 6) ควรท�ำการเปิดหน้าต่างและประตูเพื่อให้มีการระบายอากาศภายในห้องในช่วงเวลาท่ีมี ฝุน่ น้อย เพื่อลดการสะสมคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รปู แบบที่ 2 “ระบบฟอกอากาศ” ระบบฟอกอากาศ เปน็ วธิ เี พมิ่ ประสทิ ธภิ าพการลดฝนุ่ ละออง ในหอ้ ง โดยดำ� เนนิ การตามแนวทางในรปู แบบที่ 1 และเพม่ิ ระบบดกั จบั ฝนุ่ เชน่ เครอ่ื งฟอกอากาศ ที่สามารถลดปริมาณฝุ่นละออง ซึ่งต้องด�ำเนินการตามข้ันตอนตามแนวทางในรูปแบบท่ี 1 คือ การปดิ ประต-ู หนา้ ตา่ งและชอ่ งรอยรวั่ อากาศตา่ ง ๆ ตดิ ตงั้ ระบบฟอกอากาศเขา้ ไปในหอ้ งโดยคำ� นงึ ถึงประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศให้มีขนาดเหมาะสมกับ ขนาดหอ้ ง ทง้ั นค้ี วรบำ� รงุ รกั ษาเครอื่ งฟอกอากาศ โดยเปลยี่ น อปุ กรณท์ เ่ี สอ่ื มสภาพ เชน่ แผน่ กรอง หรอื อปุ กรณอ์ นื่ ๆ ตามระยะเวลาที่ก�ำหนดไว้ในคู่มือ หรือสังเกตจาก แผน่ กรองหากมกี ารสะสมของฝนุ่ ละอองปรมิ าณมาก ควรทำ� การเปลยี่ น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

136 >>> รปู แบบท่ี 3 “ระบบความดันอากาศพร้อมระบบฟอกอากาศ” เป็นวธิ ีการท่ีมีประสทิ ธภิ าพสงู เชน่ เดยี วกบั ระบบฟอกอากาศในรปู แบบที่ 2 ซง่ึ เปน็ การประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั การปอ้ งกนั ฝนุ่ จากภายนอก เข้าไปภายในห้องและก�ำจัดอนุภาคท่ีอยู่ภายในห้องเช่นเดียวกัน แต่รูปแบบนี้พัดลมจะดูดอากาศ จากภายนอก (Intake Fan) ท่ีผา่ นการลดปรมิ าณฝนุ่ ละอองแล้วด้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ เช่น การกรอง ฝุน่ ละอองโดยใช้ฟลิ เตอรร์ ะดบั MERV 11 ขน้ึ ไป หรือระบบไฟฟา้ สถติ จา่ ยเขา้ มาภายในห้อง เพอ่ื ให้ภายในห้องมแี รงดันอากาศสงู กว่าบรรยากาศภายนอก (Positive Pressure) อากาศท่ีจ่ายเขา้ มาจะผลักดันฝุ่นละอองออกจากห้องอย่างต่อเนื่องจนภายในห้องมีปริมาณฝุ่นละอองต่�ำกว่า มาตรฐาน ทงั้ น้อี าจมพี ดั ลมดดู อากาศออก (Exhaust Fan) บางสว่ นเพอ่ื เป็นการบังคับทิศทางการ ไหลของอากาศภายในหอ้ ง โดยควรมีอัตราการดูดออกน้อยกว่าอตั ราการนำ� อากาศเข้ามา วธิ กี าร ดังกล่าวน้ีสามารถลดฝุ่นละอองในห้องได้และยังช่วยเพิ่มการระบายอากาศอีกด้วย ท้ังน้ีสามารถ ดาวนโ์ หลดแนวทางหอ้ งปลอดฝุ่นไดท้ ี่ แนวทางการท�ำหอ้ งปลอดฝนุ่ สำ� หรับบ้านเรอื น วิดโี อการจัดท�ำห้องปลอดฝ่นุ และอาคารสาธารณะ https://www.youtube.com/ watch?v=WvK3bEubVA4 http://hia.anamai.moph.go.th/download/hia/ manual/book/2563/book93.pdf คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 137 บรรณานุกรม สำ� นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. มาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั แหง่ ชาต.ิ กรงุ เทพ : บรษิ ัท พริกหวานกราฟฟคิ จำ� กัด ; 2562 พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522 กฎกระทรวงฉบบั ที่ 6 (พ.ศ. 2527) ฉบบั ที่ 33 (พ.ศ. 2535) ฉบบั ท่ี 39 (พ.ศ. 2537) ฉบบั ที่ 50 (พ.ศ. 2540) ฉบบั ท่ี 51 (พ.ศ. 2541) และฉบบั ที่ 55 (พ.ศ. 2543) .(สบื คน้ ออนไลน)์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ . คู่มอื การดำ� เนนิ งานโครงการศนู ยเ์ ด็กเล็กน่าอยู่ ส่เู มอื งไทยแขง็ แรง. กรุงเทพ : ส�ำนกั งานกจิ การโรงพิมพอ์ งค์การสงเคราะหท์ หารผา่ นศึกในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ; 2549 กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข. ศนู ยเ์ ดก็ เล็กน่าอยู่ หนู หนู ปลอดภยั . กรุงเทพ : สำ� นกั งานกจิ การโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศกึ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ ; 2552 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน กระทรวงมหาดไทย.มาตรฐานการด�ำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ.2559. (สบื คน้ ออนไลน)์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://www.dla. go.th/upload/ebook/column/2017/4/2199_5930.pdf วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. มาตรฐานความปลอดภัยสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้าน อาคารและส่ิงแวดล้อม. กรุงเทพ : โรงพมิ พ์จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั ; 2557 กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . แนวทางการจดั อาหาร บรบิ าลนำ้� และสร้างสขุ ภาวะท่ีดี ในสถานพฒั นาเด็ก ปฐมวยั ; 2562 กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . คมู่ อื การปฏบิ ตั สิ ำ� หรบั สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ในการปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาด ของโรคโควิด-19. (สืบค้นออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://maung.ptho.moph.go.th/web/doc/ covid19_stu.pdf กรมควบคุมโรค. แนวทางการปอ้ งกันควบคุมโรคติดตอ่ ในศนู ยเ์ ดก็ เล็ก (สำ� หรบั ครแู ละผู้ดูแลเด็ก). พิมพค์ รั้งที่ 2. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพส์ ำ� นักงานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ ; 2554 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน. กรุงเทพฯ. สมาคมส่งเสริม เทคโนโลยี ไทย-ญ่ีปนุ่ ) ; 2560 คณะอนุกรรมการวิชาการคุ้มครองความปลอดภัยของสนามเด็กเล่น อุปกรณ์เครื่องเล่นสนาม และอุปกรณ์ ออกก�ำลงั กายสนาม ในคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค. คมู่ อื สนามเดก็ เล่นปลอดภัย. (สบื ค้นออนไลน)์ เข้าถึงได้จาก : http://csip.org/wordpress/wp-content/uploads/2019/07/playground.pdf เครือขา่ ยวจิ ยั สขุ ภาพ มลู นิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และส�ำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การวจิ ัย. ข้อกำ� หนดดา้ นความ ปลอดภัยของสนามเด็กเล่น อปุ กรณเ์ ครอ่ื งเลน่ การตดิ ตั้ง การบ�ำรงุ รักษา ผดู้ แู ลการเล่น ; 2545. (สืบค้น ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก : http://www.csip.org/csip/autopage/show_page.php?h=119&s_ id=15&d_id=15&page=2&start=1 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

138 >>> สำ� นกั งานมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม. กจิ กรรมดา้ นการมาตรฐานของ สมอ. (สบื คน้ ออนไลน)์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : https://www.tisi.go.th/website/about/about_vision สำ� นักงานอุตสาหกรรมจงั หวัดสระบุรี.หมายเลข มอก. คืออะไร. (สืบคน้ ออนไลน)์ เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www. industry.go.th/saraburi/index.php/news/item/1158-2015-12-22-09-20-15 กองโรคจากการประกอบอาชีพและส่ิงแวดล้อม กรมควบคุมโรค. คู่มือการเฝ้าระวังและป้องกันโรคพิษตะกั่ว ในเดก็ . (สืบคน้ ออนไลน์) เขา้ ถงึ ได้จาก http://envocc.ddc.moph.go.th/uploads/media/manual/ T25620723.pdf กองโรคจากการประกอบอาชพี และสงิ่ แวดลอ้ ม กรมควบคมุ โรค. พษิ รา้ ยใกลต้ วั ...สารตะกวั่ ในศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ . นนทบุรี ; 2559 กรมอนามยั . คู่มือ แนวทางการดำ� เนนิ งานเฝา้ ระวังสุขาภบิ าลอาหาร ส�ำหรับเจา้ หน้าที.่ โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณ์ การเกษตรแหง่ ประเทศไทย. กรุงเทพฯ ; 2556 กรมอนามัย. คู่มือวิชาการ การจัดการมูลฝอยทั่วไป. บริษัท สามเจริญพานิชย์ (กรุงเทพ). กรุงเทพฯ ; 2559 มลู นธิ ศิ นู ยพ์ ทิ กั ษส์ ทิ ธเิ ดก็ . มาตรฐานโรงเรยี นคมุ้ ครองเดก็ . (สบื คน้ ออนไลน)์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://www. thaichildrights.org/wp-content/uploads/dlm_uploads/2018/03/Safe-School-standard.pdf วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย. โรงพิมพ์โกลบอล กราฟฟคิ จ�ำกัด. กรงุ เทพฯ ; 2550 ส�ำนักอนามัยส่ิงแวดล้อม กรมอนามัย. คู่มือการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน ส�ำหรับประชาชน. โรงพิมพจ์ ฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ ; 2560 สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง. คู่มือการป้องกันควบคุมโรคติดต่อในศูนย์เล้ียงเด็กส�ำหรับผู้ดูแลเด็ก. บรษิ ัท อารต์ ควอลไิ ฟท์ จำ� กดั . กรุงเทพฯ ; 2560 กรมอนามัย. ค่มู ือมาตรฐานศูนยเ์ ดก็ เลก็ คณุ ภาพ. ส�ำนกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามัย. นนทบรุ ี ; 2557 แนวทางปอ้ งกนั และดแู ลสขุ ภาพจากฝนุ่ ละอองขนาดไมเ่ กนิ 2.5 ไมครอนสำ� หรบั สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั . (สบื คน้ ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://hia.anamai.moph.go.th/download/hia/manual/book/2563/ book106.pdf. กรมอนามัย. คู่มือฉบับประชาชน การเฝ้าระวัง PM2.5 อย่างไรให้ปลอดภัย. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง ประเทศไทย. กรงุ เทพฯ ; 2563 คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 139 ภาคผนวก 1 แบบบนั ทึกการสำ� รวจค้นหาจดุ เสีย่ ง (Safety Round Record) ส�ำรวจจดุ เสย่ี งต่อการเกดิ อันตราย วนั ที่ส�ำรวจ …….......……../…………………….........……………../…………………..........………...........…..….….……………….……………….….…… ลำ� ดบั จดุ ที่ ………………………………………………………………………..………......................................……….……………….……………….….…… ชือ่ ผู้ส�ำรวจ …………………………………………………………………………………....................................………………………………..………………. 1. จุดเสย่ี ง/ จดุ อันตรายท่ีตรวจพบ ( สถานที่และลกั ษณะทีพ่ บ ) 2. จดุ เสย่ี ง/ จดุ อนั ตรายนีเ้ คยก่อใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ มากอ่ นหรือไมอ่ ย่างไร 3. ทำ� ไมคดิ วา่ จดุ เสยี่ ง/ จุดอันตรายนจ้ี ะกอ่ ใหเ้ กิดการบาดเจ็บอยา่ งไร 4. รูปภาพจดุ เสีย่ ง หรอื แผนทจ่ี ุดเสย่ี ง (รปู ถ่ายจรงิ หรือรปู ลายเส้น แล้วแต่กรณี) 5. ท่านคดิ วา่ จดุ เสย่ี งนมี้ ีโอกาสกอ่ ให้เกิดการบาดเจ็บมากน้อยเพยี งใด (ทำ� เครื่องหมายทช่ี ่อง) มีโอกกาสนอ้ ยมาก มโี อกาสปานกลาง มโี อกาสมาก 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% 6. ท่านคดิ ว่าวธิ ีการใดจึงจะเหมาะสมท่ีสุดในการแกไ้ ขจดุ เสีย่ งน้ี 7. อุปสรรคในการแก้ไข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

140 >>> ภาคผนวก 2 แบบประเมนิ สภาพแวดล้อมภายนอกอาคารเพอ่ื ความปลอดภยั ประเมนิ วันท่ี ..................................................................................ครงั้ ที่ ......................................................................... ชอ่ื ผปู้ ระเมนิ ........................................................................................................................................................................ รายการประเมิน รายละเอยี ด ใช่ ไม่ใช่ โครงสรา้ งและ มีความมนั่ คงแข็งแรง มขี อบเขตและทาง เข้า - ออกท่ชี ดั เจน ตวั อาคาร ทต่ี ั้งอาคารหา่ งจากสถานีบริการเชอ้ื เพลิง และสถานท่เี กบ็ เชอื้ เพลงิ ในรัศมไี ม่ น้อยกว่า 200 เมตร เว้นแต่แสดงใหเ้ ห็นว่ามีมาตรการปอ้ งกนั ความสี่ยงอนั ตราย ดงั กลา่ ว มลพษิ ท่ีตั้งอาคารหา่ งจากที่ทิ้งขยะอตุ สาหกรรมในรศั มไี มน่ ้อยกวา่ ครงึ่ กโิ ลเมตร เว้น แต่แสดงให้เหน็ ว่ามมี าตรการป้องกันความส่ยี งอนั ตรายดังกลา่ ว ไม่มโี รงงาน เหมืองแร่ ทีพ่ น่ ควัน ฝุ่นละออง หรอื ส่งกล่ินเหม็น เข้ามาเขตทต่ี ้ัง ของอาคาร ไมม่ โี รงงานทมี่ คี วามเสยี่ งตอ่ การฟงุ้ กระจายสารพษิ เชน่ โรงชบุ โลหะ โรงหลอ่ หลอม โรงงานแบตเตอร่ี โรงงานรไี ซเคิล ในระยะหา่ งจากที่ต้งั อาคารไม่น้อยกว่าครงึ่ กิโลเมตร ไม่มีการใชย้ าฆ่าแมลง หรือยากำ� จดั ศตั รูพืชแบบฟ้งุ กระจายในเขตทตี่ ัง้ ของ อาคาร ไมม่ แี หล่งน�้ำเสียที่สง่ กลนิ่ เหมน็ เข้ามาในเขตที่ตง้ั ของอาคาร รวั้ และ รวั้ มคี วามมนั่ คงแข็งแรง มกี ารตรวจเป็นประจ�ำ ประตรู ั้ว ประตรู วั้ มนั่ คงแขง็ แรง ไมช่ ำ� รดุ ไมม่ โี อกาสลม้ หรอื หลดุ ออกจากราง รางประตู ไม่คดงอไมบ่ ดิ เบยี้ ว ประตรู ว้ั มคี วามกวา้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 2.00 เมตร มจี ดุ รองรบั และจดุ ลอ็ กทแี่ นน่ หนากนั ลม้ แหลง่ นำ้� ไมม่ ีการทรดุ ตัวของพนื้ บริเวณรางประตู การทรดุ ตวั ของพ้นื หนา้ ประตทู �ำให้ลอ้ มีโอกาสว่ิงออกนอกราง บริเวณท่เี ดก็ เขา้ ถึง ต้องไมม่ แี หล่งน้�ำทเี่ ดก็ อาจตกและจมได้ เช่น บ่อน้�ำ บ่อปลา สระนำ�้ หรอื ท่กี ักเก็บน้ำ� เวน้ แต่มรี ัว้ ทม่ี คี วามแขง็ แรง และความสูงอยา่ งนอ้ ย 90 เซนติเมตร กัน้ แหล่งน�้ำไมใ่ หเ้ ด็กเขา้ ถึงได้โดยล�ำพงั หรือมีฝาท่ีแขง็ แรงปิดอย่าง มิดชดิ คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 141 รายการประเมิน รายละเอยี ด ใช่ ไมใ่ ช่ หน้าสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัยมที างข้ามส�ำหรบั เดก็ มที างเทา้ ทีเ่ หมาะสม ไม่แคบ ไม่มีการวางของหรือจอดรถบนทางเท้าจนไมส่ ามารถเดินได้ ทำ� ให้เดก็ หรอื ผู้ดแู ล ต้องเดินลงมาบนผิวการจราจร ถนน ยานพาหนะในสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ใชค้ วามเรว็ ไมส่ ูง (น้อยกว่า 30 กิโลเมตร ตอ่ ช่ัวโมง) มกี ารออกแบบ หรอื ตดิ ต้งั อปุ กรณบ์ นถนนเพอื่ ชะลอความเรว็ บริเวณพนื้ ท่ีเลน่ ของเด็ก เช่น สนามเด็กเล่น มกี ารกนั้ ร้วั แยกพน้ื ท่เี ลน่ และการ จราจรออกจากกนั ป้องกันเดก็ วงิ่ ออกสู่ถนนขณะเล่น สนุ ัขจรจัดและ ไม่มสี นุ ขั จรจัด และสตั วอ์ ่นื ในพน้ื ท่ขี องเด็กทอ่ี าจกัดหรอื ท�ำร้ายเดก็ ได้ สตั วอ์ น่ื การกำ� จดั ขยะ มกี ารจัดระบบสุขาภบิ าล การระบายนำ้� และการจดั เก็บสิง่ ปฏกิ ลู ใหเ้ หมาะสม สิง่ ปฏกิ ูล ไม่ปลอ่ ยให้เปน็ แหลง่ เพาะหรือแพร่เช้ือโรค และมกี ารก�ำจดั สิ่งปฏกิ ลู ทกุ วัน ต้นไม้ ไมม่ ยี าง ไมม่ หี นาม หรอื ตน้ ไมป้ ระเภททมี่ ลี กู ผลอาจหลน่ ลงมาเปน็ อนั ตรายตอ่ เดก็ สนามเด็กเล่น เครอ่ื งเลน่ สนามยึดติดฐานราก มัน่ คง ไม่สามารถยกเคลอื่ นย้ายได้ บริเวณภายนอก เครอ่ื งเล่นสนามมคี วามสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร พน้ื สนามเปน็ ทรายลึก 30 เซนติเมตร หรือมากกวา่ หรือเปน็ ยางสงั เคราะหท์ ีม่ ี อาคาร คุณภาพสามารถลดแรงกระแทกไม่หลดุ ลอก ไม่เปน็ พืน้ แข็ง เช่น ปนู ยางมะตอย หรือดินแขง็ อปุ กรณเ์ ครอ่ื งเลน่ ตดิ ตง้ั หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 180 เซนตเิ มตร โดยรอบตวั เครอ่ื งเลน่ มีผเู้ ฝ้าดูการเลน่ ของเด็ก มีการตรวจเช็กและบำ� รงุ รกั ษาอยา่ งสมำ�่ เสมอ ใชส้ ที ม่ี ีส่วนผสมของสารตะกวั่ ไม่เกินคา่ มาตรฐาน (100 พพี ีเอ็ม) และไม่มีสี หลุดลอกติดมือ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

142 >>> ภาคผนวก 3 แบบคดั กรองความเสย่ี งของพ้นื ทีเ่ ล่น/สนามเดก็ เลน่ การตดิ ตั้งเครือ่ งเล่น (5) รายการ ใช่ ไมใ่ ช่ 3 0 ยดึ ตดิ ฐานรากเคร่ืองเลน่ ทุกตวั ไมส่ ามารถเคลื่อนย้ายหรือพลกิ คว่ำ� ได้ ® 1 0 เคร่ืองเลน่ แต่ละชนิ้ มีพน้ื ที่ปลอดภัยอย่างนอ้ ย 180 เซนตเิ มตร โดยรอบไม่มวี ัสดุ กอ้ นหนิ ตน้ ไม้ 1 0 เฟอรน์ เิ จอร์ หรือเคร่อื งเล่นอืน่ ๆ วางอยู่ ไม่อยู่ใกล้ถนน แหล่งน�้ำ หรอื มีรัว้ รอบเพอ่ื ปอ้ งกันเด็กจากการถูกรถชนหรือตกน้�ำขณะเลน่ 3 0 พน้ื สนาม (3) พ้ืนสนามป้องกันการบาดเจ็บจากการตกได้ โดยเป็นพ้ืนทรายลึก 30 เซนตเิ มตร หรอื พนื้ ยาง 1 0 สงั เคราะห์ หรืออื่น ๆ ที่มีหลักฐานบง่ บอกประสทิ ธิภาพการปอ้ งกนั การบาดเจ็บ ® 1 0 เครอ่ื งเล่น (7) 1 0 ความสงู จากพ้นื สนามถึงพ้นื ยกระดบั ของเครื่องเล่นสนาม สำ� หรบั เดก็ กอ่ นวัยเรียนไมค่ วรสูงเกิน 1 0 120 เซนติเมตร และส�ำหรบั เด็กวัยเรียนไม่ควรสงู เกนิ 180 เซนติเมตร 1 0 พ้นื ยกระดบั ที่มคี วามสงู มากกวา่ 75 เซนติเมตร จะตอ้ งมีราวกันตกหรอื ผนงั กนั ตก 1 0 1 0 ชอ่ งต่าง ๆ ตอ้ งเล็กเกนิ กว่าศีรษะจะลอดเขา้ ไปได้ หรอื ใหญ่พอท่ีศรี ษะไมเ่ ข้าไปตดิ ค้าง คอื ชอ่ งต้อง มขี นาดน้อยกว่า 9 เซนติเมตร หรอื มากกว่า 23 เซนติเมตร 1 0 ไมม่ ีชอ่ งรู ทีเ่ ด็กจะแหย่นว้ิ หรอื มือ เขา้ ไปตดิ หรือมีการหนบี กด บด ทับได้ 1 0 ชิงช้า หรืออปุ กรณ์แกวง่ ไกว ไมเ่ ปน็ วัสดุแข็ง มีความแหลมคม ทมิ่ แทง หรอื ชนกระแทกได้ 1 0 ไมม่ อี ุปกรณ์ทีถ่ กู ออกแบบมามสี ว่ นยื่น สว่ นแหลมคม ที่ท�ำให้เด็กชนกระแทก บาด ทมิ่ แทงได้ สที ีใ่ ช้มีหลกั ฐานบง่ บอกวา่ ไม่มีสารตะกว่ั เกินกว่ามาตรฐาน 2 0 การเฝ้าดูแล (3) 1 0 มีป้ายกำ� หนดอายผุ ู้เล่นเป็นเคร่อื งเลน่ ส�ำหรบั เดก็ เล็กอายุน้อยกว่า 6 ปี และอายุ 6 – 12 ปี มีผ้ใู หญเ่ ฝ้าดเู สมอ ขณะเด็กเล่นบนเครื่องเล่น มปี ้ายบอกกฎ วิธกี ารเลน่ ทถ่ี ูกวธิ ี ความเสย่ี งของการเล่นทกุ เครอื่ งเล่น การท�ำนุบำ� รงุ (3) ไม่มเี ครอ่ื งเล่นชำ� รดุ แตกหัก มีความแหลมคม หรอื โยก คลอน ไม่มน่ั คง ® มหี ลกั ฐานบง่ บอกว่ามีผูต้ รวจสอบสม�่ำเสมอ คะแนน 21+ ® = สนามเด็กเลน่ ปลอดภยั คะแนน 17 - 20 + ® = สนามเด็กเลน่ มีความเสี่ยงต�่ำ คะแนน 13 – 16 + ® = สนามเด็กเลน่ มีความเส่ียงปานกลาง คะแนนนอ้ ยกวา่ 13 หรือไมผ่ ่าน ® ขอ้ ใดขอ้ หนึ่ง = สนามเด็กเลน่ มคี วามสยี่ งสงู ประเมินวนั ท่ี ......................................................................................................................... ครั้งที่ .............................................. ผ้ปู ระเมิน........................................................................................................................................................................................ คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 143 ภาคผนวก 4 แบบประเมนิ สภาพแวดล้อมภายในเพ่อื ความปลอดภยั ประเมนิ วันที่ ..................................................................................ครงั้ ท่ี ......................................................................... ชอ่ื ผปู้ ระเมนิ ........................................................................................................................................................................ รายการประเมิน รายละเอยี ด ใช่ ไมใ่ ช่ ทางเขา้ ออก อาคาร มที างเขา้ ออกอาคารไมน่ ้อยกว่าสองทาง ความกวา้ งและความสงู แตล่ ะทาง ตอ้ งมขี นาดไม่น้อยกว่า 80 x 190 เซนติเมตร และมีประตฉู กุ เฉิน สีทาผนังภายใน ใช้สที เี่ ปน็ สารตะกัว่ เปน็ ส่วนผสมไมเ่ กินกวา่ 100 พีพีเอ็ม พืน้ บนั ได สภาพพนื้ ไม่ล่นื หรือมกี ารใชว้ สั ดุกันล่ืน และ ระเบยี ง บันไดและระเบยี งมรี าวกนั ตกสูงไมน่ ้อยกว่า 90 เซนติเมตร บันไดและระเบยี งมีราวกันตกระยะหา่ งของซ่รี าวกันตกไม่เกิน 9 เซนติเมตร บันไดมีราวจับส�ำหรับเด็กและผ้ใู หญ่ หนา้ ต่าง หน้าต่างตอ้ งไม่เป็นกระจกบานเกล็ด ความสงู ของขอบหนา้ ต่างสูงจากพ้ืนไม่ น้อยกว่า 90 เซนติเมตร พื้นทสี่ ำ� หรบั มีการระบายอากาศที่ดี สะอาด การนอน อปุ กรณ์เครอ่ื งนอนต่าง ๆ สะอาด ถูกลกั ษณะ ไมม่ กี ล่นิ เหม็น มีมาตรการปอ้ งกันยงุ แมลง และหนู พ้นื ท่ีส�ำหรบั การเล่น มบี รเิ วณเพยี งพอ ไมแ่ ออดั หรอื มพี น้ื ทไ่ี มน่ อ้ ยกวา่ 2.00 ตารางเมตรตอ่ เดก็ 1 คน การท�ำกิจกรรม พนื้ ทร่ี บั ประทาน บริเวณพ้นื ท่ีรับประทานอาหารสะอาด ถูกสขุ ลักษณะ อาหาร และสถานที่ บรเิ วณสถานที่ประกอบอาหารหรอื ห้องครวั ไม่อย่ใู กลช้ ดิ บรเิ วณพื้นทสี่ ำ� หรบั ปรุงประกอบอาหาร เลน่ /บรเิ วณท�ำกิจกรรมสำ� หรับเด็ก มปี ระตูกน้ั ไวไ้ ม่ใหเ้ ด็กเข้าถงึ บรเิ วณนไี้ ด้ บรเิ วณสถานทป่ี ระกอบอาหารไมว่ างของรอ้ น เชน่ หมอ้ แกงรอ้ น ไว้บนพื้น หรอื หอ้ งครวั หรือทีต่ �่ำทเี่ ด็กอาจซนหรอื ฉดุ กระชากสายไฟแลว้ ถูกความรอ้ นลวกได้ เศษอาหารไม่ส่งกลิ่นเหมน็ ไม่มแี มลงวัน แมลงสาบ หนู มีการคัดแยกขยะทด่ี ี จัดวางของมคี มไว้ในท่ีมิดชิด เด็กไม่สามารถหยิบได้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

144 >>> รายการประเมนิ รายละเอยี ด ใช่ ไมใ่ ช่ พื้นท่สี ำ� หรบั ใช้ สะอาด ถูกสขุ ลกั ษณะ โถส้วมขนาดเหมาะสมกบั ตัวเดก็ และมจี ำ� นวนเพียงพอ ทำ� ความสะอาดตวั อยภู่ ายในอาคารและแยกจากกัน พื้นผิวจะตอ้ งเปน็ วัสดุทไี่ มล่ ื่นหรอื ตดิ เด็ก และหอ้ งส้วม อปุ กรณก์ ันลืน่ ส�ำหรบั เด็ก จัดเก็บนำ�้ ยาทำ� ความสะอาดไวใ้ นทม่ี ิดชดิ ปิดลอ็ กได้ หรอื อยสู่ ูงพน้ มือเดก็ ประตไู ม่ใสก่ ลอน ตวั ล็อกดา้ นใน หรือผ้ดู ูแลเดก็ สามารถมองเห็นเดก็ และเขา้ สู่ พ้ืนที่เด็กปว่ ย ภายในได้งา่ ย ระบบไฟฟา้ มอี ่างล้างมอื ทม่ี ีความสูงพอดกี ับขนาดเดก็ แสงสว่างเพียงพอ ไม่มืดทึบ ระดับเสียง ไม่มกี ลิน่ อับ อากาศถา่ ยเทไดด้ ี ระดบั แสง ไมม่ ที เ่ี กบ็ กกั นำ้� เชน่ ตมุ่ นำ้� โอง่ นำ�้ ไห อา่ งนำ้� ถงั นำ�้ หรอื อน่ื ๆ หรอื มี แตม่ กี าร ปดิ กน้ั ไม่ใหเ้ ดก็ เข้าถงึ ได/้ ปดิ ฝาท่ีมดิ ชิดแข็งแรง เพื่อป้องกันเดก็ พลัดตก มที ี่พักเด็กป่วยแยกเป็นสัดสว่ น มอี ปุ กรณ์ปฐมพยาบาล ตู้ยา เครือ่ งเวชภัณฑ์ทจ่ี ำ� เป็น เกบ็ วางยาในทพี่ น้ มอื เดก็ หรือตู้ยาปิดล็อกโดยเด็กไม่สามารถหยิบยาเองได้ ติดตง้ั ปล๊กั ไฟทสี่ งู จากพ้นื มากกวา่ 150 เซนตเิ มตร หรือหากอยูต่ ำ่� มีฝาปดิ ครอบปล๊ักไฟ ตดิ ตั้งเครอ่ื งตัดไฟฟ้าอตั โนมัติภายในอาคาร ตดิ ตัง้ เคร่ืองทำ� น�้ำเย็น เคร่อื งทำ� น�ำ้ รอ้ น เคร่อื งทำ� นำ้� อุ่น หรือ อปุ กรณท์ ี่เป็นสื่อ นำ� ไฟฟ้า ต้องติดต้ังสายดนิ ไมม่ ีการเดนิ สายรางไฟ (ปลัก๊ พ่วง) ตามพน้ื ซึง่ เดก็ สามารถเขา้ ถึงได้ง่าย หรอื มี ฝาปิดครอบปลั๊กไฟ ตรวจสอบ คัดแยกอุปกรณไ์ ฟฟา้ ทชี่ �ำรดุ แทงจ�ำหน่ายไมน่ �ำกลับมาใชใ้ หม่ ขณะท�ำกจิ กรรม/หอ้ งเรียน ไมด่ ังเกินไป หรอื ดังไมเ่ กิน 80 เดซเิ บล ห้องนอนไมม่ เี สียงรบกวน หรือระดบั เสยี งไม่เกิน 40 เดซิเบล ระดบั แสงหอ้ งท�ำกจิ กรรม/ห้องเรยี น ไม่สว่างหรือมืดเกนิ ไป หรือสว่างไม่เกนิ 200 -300 ลักซ์ ห้องนอนแสงสวา่ งไมจ่ า้ เกินไป หรอื ไม่เกิน 100 ลกั ซ์ คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 145 ภาคผนวก 5 แบบประเมินเครือ่ งใชเ้ พื่อความปลอดภัย ประเมินวนั ที่ ..................................................................................คร้งั ที่ ......................................................................... ชอ่ื ผปู้ ระเมนิ ........................................................................................................................................................................ รายการประเมนิ รายละเอยี ด ใช่ ไม่ใช่ อปุ กรณ์ เฟอรน์ ิเจอร์ ผลติ ภณั ฑ์ มั่นคงแข็งแรงไมล่ ม้ งา่ ย หรือมกี ารยึดติดกับผนงั เครือ่ งใช้ ไมม่ เี หลย่ี มมมุ ท่ีเสย่ี งต่อการชนกระแทก หากมไี ด้ใชอ้ ปุ กรณ์ป้องกนั การกระแทก ไม่ทาดว้ ยสีท่ีมสี ว่ นผสมของสารตะกว่ั เกนิ มาตรฐาน หรอื ไมเ่ กิน 100 พพี เี อม็ ไมต่ ดิ ตงั้ ใกลห้ น้าตา่ ง กันเด็กปนี โต๊ะ เกา้ อ้ีขนาดเหมาะสมกับตวั เดก็ และมเี พียงพอ ผลิตภัณฑ์ทใ่ี ช้ท�ำดว้ ยวัสดทุ ี่ปลอดภยั ไม่มสี ีหลดุ ลอก ส�ำหรับเดก็ เล็ก หวั นมหลอกได้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ไม่ใช้เชอื กคลอ้ งคอที่มคี วามยาว มากกว่า 22 เซนติเมตร เตยี งส�ำหรบั เดก็ - เตยี งเดก็ ตอ้ งมรี าวกันตกทม่ี ีซร่ี าวหา่ งกนั ไม่เกนิ 6 เซนตเิ มตร - ราวกันตกจะต้องมตี วั ยึดทีด่ ี เดก็ ไมส่ ามารถเหน่ยี วรงั้ ใหเ้ คลอ่ื นไหวไดเ้ อง - เบาะท่ีนอนตอ้ งพอดกี บั เตยี งและไม่มีชอ่ งวา่ งระหวา่ งเบาะกับราวกันตกเกินกวา่ ดา้ นละ 3 เซนติเมตร - มุมเสาทงั้ 4 มมุ ตอ้ งเรยี บ มีสว่ นนนู ไดไ้ มเ่ กิน 1.5 มิลลเิ มตร ภาชนะสำ� หรบั อาบน�้ำ ก�ำจดั แหลง่ นำ�้ ทไี่ มจ่ �ำเปน็ เชน่ เทน้�ำในถังน้�ำ กะละมงั ทิง้ เมื่อ ใชแ้ ล้วเสร็จ ใช้อุปกรณป์ ดิ ฝาชกั โครกไมใ่ ห้เดก็ เปดิ ไดเ้ อง รถเขน็ เดก็ ตอ้ งยดึ เหนยี่ วเดก็ ดว้ ยเขม็ ขดั ทต่ี ดิ มากบั ในรถเสมอ และมผี ดู้ แู ลเดก็ ตลอดเวลา รถหัดเดินไม่ให้เดก็ ใช้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

146 >>> ภาคผนวก 6 แบบประเมนิ ของเลน่ เพอื่ ความปลอดภัย ประเมนิ วนั ท่ี ..................................................................................คร้งั ที่ ......................................................................... ชอ่ื ผปู้ ระเมนิ ........................................................................................................................................................................ รายการประเมิน รายละเอยี ด ใช่ ไมใ่ ช่ ของเลน่ ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ไม่มชี นิ้ ส่วนแหลมคมทอ่ี าจทมิ่ แทงได้ ไมม่ ชี ิน้ ส่วนขนาดเลก็ ทีเ่ ดก็ อาจเอาเขา้ ปากและส�ำลกั เกิดภาวะอดุ ตัน หลอดลมได้ (เล็กกวา่ 3.2 x 6 เซนติเมตร) ไม่มีของเล่น ของใชท้ ่ีเดก็ ใช้เปน็ ลกั ษณะเสน้ สายทย่ี าวกว่า 22 เซนตเิ มตร หรอื เปน็ สาย หรอื บว่ งคลอ้ งคอเดก็ เชน่ กตี า้ ร์ รถลาก โทรศพั ท์ ถงุ เครอ่ื งนอน ทม่ี สี ายเชอื กรูดปิดปากถุง หรือสายห้วิ ถุงท่ยี าวพอทเ่ี ดก็ จะน�ำมาคลอ้ งคอ อาจท�ำใหร้ ัดคอเดก็ ได้ ไมม่ ขี องเล่นประเภทปนื เชน่ ปนื อัดลม ปืนลูกดอก ปืนบอล เป็นตน้ ของเล่นเหล่านอี้ าจเป็นอันตรายต่อนัยน์ตาได้ ไมม่ ีพลุ ดอกไม้ไฟ ทำ� ใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ ทมี่ ือ ท่ตี า ใบหนา้ หรือไฟไหม้ ไมม่ ขี องเลน่ ประเภทมีล้อ เคล่อื นทเ่ี รว็ เช่น รถหดั เดนิ รองเท้าสเก็ต สกตู๊ เตอร์ อาจเกดิ ลม้ คว�ำ่ หรอื พลดั ตกหกล้มได้ ไม่มีของเล่นท่ีมสี เี คลอื บหรือสที หี่ ลุดออก เพื่อหลีกพษิ จากสารตะกัว่ ไม่ใหเ้ ด็กเล่นลูกโป่งที่ยังไมเ่ ป่า ลูกโป่งท่แี ตกแล้ว ตอ้ งเกบ็ เศษลูกโป่งให้ หมดทนั ที อยา่ ใหเ้ ด็กเล่นโดยเดด็ ขาด ไม่มีของประเภทพวกตัวดูดน้ำ� คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 147 ภาคผนวก 7 แบบบันทึกผลติ ภัณฑ์ ของเล่น ของใช้อนั ตราย วันที่ ............./................................../............. จดุ ท่ี ........................... 1. ผลติ ภัณฑ์ของเลน่ ของใช้อนั ตราย ทีต่ รวจพบ (อธิบายชนิดของผลิตภัณฑ์ วธิ กี ารใช้ขณะเกิดเหต)ุ 2. ผลติ ภณั ฑ์ของเลน่ ของใช้อันตรายน้ีก่อให้เกดิ การบาดเจบ็ อยา่ งไร 3. ผลิตภณั ฑ์ของเล่น ของใชอ้ ันตรายน้เี คยก่อใหเ้ กิดการบาดเจบ็ มาก่อนหรอื ไม่ อยา่ งไร รปู ภาพผลิตภัณฑ์ของเล่น ของใชอ้ ันตราย 4. ทา่ นคิดว่าผลติ ภณั ฑ์ของเลน่ ของใชอ้ นั ตรายน้มี โี อกาสกอ่ ให้เกิดการบาดเจบ็ มากนอ้ ยเพียงใด (ท�ำเคร่ืองหมายที่ช่อง) นอ้ ยทส่ี ุด 20% 40% 60% 80% มากท่สี ดุ 100% 5. ท่านคิดว่าวิธีการใดจงึ เหมาะสมทีส่ ดุ ในการแก้ไขผลิตภณั ฑ์ของเลน่ ของใชอ้ นั ตราย ชื่อผู้บันทึก .................................................................... กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

148 >>> ภาคผนวก 8 แบบประเมินการเดินทางทปี่ ลอดภยั สำ� หรับเด็กปฐมวยั ประเมินวันท่ี ..................................................................................ครั้งท่ี ......................................................................... ชอ่ื ผปู้ ระเมนิ ........................................................................................................................................................................ รายการประเมนิ รายละเอยี ด ใช่ ไม่ใช่ เดินทางเทา้ ไมม่ เี ดก็ เดนิ ทางเทา้ โดยล�ำพงั ตอ้ งมีผู้ปกครองเดนิ ดว้ ย จักรยาน ไม่มเี ด็กปฐมวยั ขจ่ี ักรยานตามล�ำพงั บนถนนทม่ี ีการจราจร เด็กปฐมวัยท่ีวางเทา้ ไมถ่ ึงที่วางเทา้ โดยสารจักรยานใช้เกา้ อ้ีเฉพาะ สำ� หรับเดก็ ทีม่ ีท่ี วางเท้าป้องกันเทา้ เข้าซ่ีล้อและมีเข็มขดั รัดตวั เด็ก ปอ้ งกันการพลัดตก รถถยนต์ เดก็ ปฐมวัยทโี่ ดยสารรถยนต์นัง่ เบาะดา้ นหลัง และใชท้ นี่ ั่งส�ำหรบั เดก็ ทเ่ี หมาะสมกบั อายขุ องเด็กและตดิ ตัง้ อย่างถกู วธิ ี ส�ำหรับรถทไี่ มม่ เี บาะหลัง (เชน่ รถปกิ อัพสองประต)ู เด็กนง่ั เบาะดา้ นหนา้ ขา้ งคนขับ และใช้ทนี่ ่ังสำ� หรับเดก็ ท่ี เหมาะสมกับอายขุ องเด็กและติดตง้ั อยา่ งถกู วธิ ี รถรับส่ง สภาพรถเหมาะสม ไม่อย่ใู นสภาพเก่ามาก ช�ำรุด ประตูปิดเปดิ ไม่ช�ำรุด สภาพรถอยูใ่ นสภาพดี ถกู ตอ้ งตามระเบยี บของกรมขนส่งทางบก พนักงานขับรถสุขภาพดี ไม่ดื่มเครอ่ื งดมื่ มนึ เมา มผี ู้ดูแลเด็กประจ�ำในรถทอ่ี ายุเกนิ กว่า 18 ปี อย่างนอ้ ย 1 คน มกี ารตรวจเชค็ รายชอ่ื เดก็ กอ่ นขน้ึ และลงรถทุกครง้ั เดินทางทางน้ำ� เดก็ ตอ้ งสวมชชู พี ทม่ี ขี นาดเหมาะสมกบั ตวั เดก็ และสวมใหถ้ กู วธิ ี ครบถว้ นทกุ ครง้ั คู่มือ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือเด็กไทยสุขภาพดี

<<<<< 149 ภาคผนวก 9 แบบประเมนิ ระบบอัคคีภยั ประเมินวันท่ี ..................................................................................คร้ังที่ ........................................................................ ชอ่ื ผปู้ ระเมนิ ........................................................................................................................................................................ รายการประเมนิ รายละเอียด ใช่ ไมใ่ ช่ ระบบอัคคภี ยั มแี บบแปลนของอาคารติดทุกช้ัน และผังแปลนหอ้ ง มแี ผนอพยพ ระบุชื่อผูร้ บั ผิดชอบติดตง้ั ไวใ้ นท่ีทเ่ี หน็ ได้โดยชัดเจน มีปา้ ยบอกทางหนีไฟ ด้านใน และด้านนอกของประตทู ุกชน้ั ดว้ ยตวั อักษร ทม่ี องเหน็ ชดั เจนมขี นาดตวั อกั ษรไมเ่ ลก็ กวา่ 10 เซนตเิ มตร พนื้ ทส่ี เี ขยี ว ตวั อกั ษร สขี าว และปา้ ยรวมพลขนาดใหญ่ ถงั ดับเพลิง - ติดต้ังเครอ่ื งดับเพลงิ แบบมือถือ บรรจสุ ารเคมี ชนิด ABC หรือ CO2 ส�ำหรบั ดบั เพลงิ ทว่ั ไป เครอ่ื งละนำ้� หนกั ไมน่ อ้ ยกวา่ 4 กโิ ลกรมั ตดิ ตง้ั ทกุ ระยะไมเ่ กนิ 45 เมตร แตไ่ ม่น้อยกวา่ ชั้นละ 1 เครอ่ื ง และตดิ ต้งั เพิม่ ในจุดที่มคี วามเสย่ี ง จากการเกิดอัคคีภัย เชน่ ห้องครัว หอ้ งซกั รดี - ตดิ ตงั้ สงู ไม่เกิน 1.50 เมตร วดั จากพ้ืนถึงส่วนสูงสุดของถัง ในทที่ มี่ องเห็น สามารถและอ่านค�ำแนะน�ำการใชไ้ ดช้ ัดเจน และสามารถเขา้ ใชส้ อยไดโ้ ดย สะดวก - ตรวจสอบน้ำ� ยาในถังดับเพลงิ ให้พร้อมใช้งานอยูเ่ สมอ โดยลงบนั ทกึ วัน เดือน ปี ของการตรวจเชค็ ตดิ ตง้ั Smoke Detector ตวั จบั ควนั เครอ่ื งตดั ไฟอตั โนมตั ิ มรี ะบบทอ่ นำ�้ ดบั เพลงิ มีระบบสญั ญาณเตือนเพลงิ ไหม้ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย อุปกรณส์ ่ง สญั ญาณ ส่งเสยี ง หรอื สญั ญาณใหอ้ ยใู่ นอาคารทกุ ช้นั ไดย้ ินหรอื ทราบอยา่ ง ทั่วถงึ มสี ัญลักษณ์ธงสปี ระจ�ำหอ้ ง ก�ำหนดจุดรวมพลเป็นพืน้ ท่โี ลง่ นอกอาคาร และเป็นสถานทท่ี ่ปี ลอดภัย มีหมายเลขโทรศพั ทห์ น่วยงานในพ้ืนทเี่ ม่ือเกดิ เหตฉุ กุ เฉนิ เช่น ศูนยบ์ รรเทา สาธารณภยั สถานีต�ำรวจ โรงพยาบาล เทศบาล/องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล ตดิ ตั้ง ณ จุดทที่ กุ คนสามารถมองเห็นไดโ้ ดยชดั เจน มีระบบสง่ ต่อผูป้ ่วย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

150 >>> คณะผจู้ ัดทำ� ทปี่ รกึ ษา นายแพทยส์ วุ รรณชัย วัฒนาย่ิงเจริญชัย อธิบดกี รมอนามยั นายแพทยด์ นัย ธีวนั ดา รองอธิบดกี รมอนามัย นายสมชาย ตแู้ กว้ ผู้อำ� นวยการส�ำนกั อนามัยส่งิ แวดลอ้ ม คณะผูจ้ ดั ท�ำ สำ� นกั อนามัยสิง่ แวดล้อม กรมอนามัย สำ� นกั อนามัยสิ่งแวดลอ้ ม กรมอนามัย นางสาวปรยี นิตย์ ใหมเ่ จริญศร ี สำ� นักอนามัยสง่ิ แวดล้อม กรมอนามยั นางสาวปาริชาติ จำ� นงการ ส�ำนกั อนามัยสิง่ แวดลอ้ ม กรมอนามัย นางสาวศิรลิ ักษ์ กลิ่นมาล ี สำ� นกั อนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม กรมอนามัย นางสาวชไมพร เป็นสขุ ส�ำนักอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม กรมอนามยั นางสาวรัตนา เฒ่าอุดม ส�ำนกั อนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม กรมอนามัย นางสาวภัทยา พมิ พาสีดา สำ� นกั อนามยั สิง่ แวดล้อม กรมอนามัย นางสาวอุไรพร ถินสถติ ย ์ สำ� นกั อนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย นางสาวฐิติพร ผาสอน สำ� นกั อนามัยสง่ิ แวดล้อม กรมอนามยั นางสาวกลั ยลักษณ์ ทับทมิ ใส ส�ำนกั อนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม กรมอนามยั นายทัยธชั หิรัญเรอื ง สำ� นักอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม กรมอนามัย นางสาวสจั มาน ตรันเจรญิ ส�ำนกั อนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม กรมอนามัย นางสาวมลฤดี ตรีวยั ส�ำนักอนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม กรมอนามยั นางสาววราภรณ์ บญุ ภกั ด ี ส�ำนกั สขุ าภิบาลอาหารและนำ�้ กรมอนามยั นางสาวประภัสสร ขจร สำ� นักสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� กรมอนามัย นายพลาวัตร พุทธรกั ษ์ กองประเมินผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ กรมอนามยั นางสาวปารชิ าติ สรอ้ ยสงู เนนิ นางสาวทพิ ย์กมล ภมู ิพันธ์ คู่มือ การจัดการอนามัยส่ิงแวดล้อมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook