Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การพัฒนาหลักสูตร

การพัฒนาหลักสูตร

Published by parinyapast, 2020-08-19 03:32:51

Description: บทที่-1-OK(2)

Keywords: หลักสูตร

Search

Read the Text Version

การพฒั นาหลกั สูตร 1 บทที่ 1 ความรพู้ น้ื ฐานการพฒั นาหลกั สตู ร การศึกษาเป็นเคร่ืองมือสำคัญในการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพ ท่ีจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการ เปล่ียนแปลงกระบวนการทางสังคม เศรษฐกิจ ตลอดจนความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การให้ การศกึ ษาเป็นการถ่ายทอดความรู้ วัฒนธรรม ทศั นคติ ค่านิยม และเสริมสร้างพัฒนาผูเ้ รยี นให้มคี วาม เจริญเติบโตทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สงั คม เพื่อพัฒนาให้ผู้เรยี นไปในทิศทางที่พึงประสงค์ สอดคล้องกับความมุ่งหมายของการศึกษา การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพจำเป็นต้องอาศัยหลักสูตร เป็นแนวทางในการจัดการศึกษา หลักสูตรจึงเปรียบเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษา เพราะ หลักสูตรมีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษาระบบใด ระดับใด หรือ การศึกษาของประเทศใด ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับหลักสูตรท้ังสิ้น ดังจะเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงระบบ การศกึ ษาแต่ละครงั้ จะต้องมกี ารปรับปรุงหรือพฒั นาหลักสูตรอยู่เสมอ ดังน้นั ผู้ทีเ่ กย่ี วข้องกบั การศกึ ษา ควรมีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั หลักสูตร และสามารถนำหลักสูตรไปใช้ให้เกิดประโยชนอ์ ยา่ งแท้จริง ซึง่ ในบทนี้ไดน้ ำเสนอความร้พู น้ื ฐานในการพฒั นาหลกั สตู ร ดงั มรี ายละเอยี ดตอ่ ไปนี้ ความหมายของหลักสูตร คำว่า “หลักสูตร” มีผู้ให้ความหมายไว้อย่างหลากหลาย ซ่ึงแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ดังเชน่ ข้อสรปุ ของนักการศึกษา ตอ่ ไปน้ี ทาบา (Taba, 1962: 11) ให้ความหมายหลักสตู รว่า เปน็ แผนสำหรับการเรียนรู้ โบชอง (Beauchamp, 1981: 67) ให้ความหมายของหลักสูตรว่า เป็นแผนซึ่งประกอบด้วย ประสบการณ์การเรยี นรูส้ ำหรบั ผเู้ รยี นในโรงเรยี น ชมพันธ์ กุญชร ณ อยุธยา (2550: 3-5) ได้อธิบายความหมายของหลักสูตรว่าหลักสูตร มีความแตกต่างกันไปตั้งแต่ความหมายที่แคบที่สุดจนถึงกว้างที่สุด ซ่ึงสามารถจำแนกความคิดเห็น ของนักการศกึ ษาทไี่ ดใ้ หค้ ำนยิ ามความหมายของหลักสตู ร แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ 1. หลักสูตร หมายถึง แผนประสบการณ์การเรียน โดยนักการศึกษามีความคิดเห็นว่า หลักสูตร หมายถึง แผนประสบการณ์การเรียนนั้น มองหลักสูตรท่ีเป็นเอกสารหรือโครงการ ของการศกึ ษาท่ีสถาบันการศึกษาได้วางแผนไว้ เพื่อให้ผ้เู รียนได้ศึกษาตามแผนหรือโครงการที่กำหนด ไว้ หลักสตู รตามความหมายน้ี หมายรวมถงึ แผนการเรียนหรือรายวิชาตา่ ง ๆ ท่กี ำหนดใหเ้ รียนรวมทั้ง เนื้อหาวิชารายวิชาตา่ ง ๆ กิจกรรมการเรียนการสอน และการประเมินผล

2 การพัฒนาหลักสูตร 2. หลักสูตร หมายถึง ประสบการณ์การเรียนของผู้เรียนท่ีสถาบันการศึกษาจัดให้แก่ผู้เรียน ประกอบดว้ ย จุดม่งุ หมาย เน้ือหา การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน การประเมนิ ผล ชุมศักดิ์ อินทร์รักษ์ (2551: 47) ให้ความหมายของหลักสูตรว่าหลักสูตรเป็นเน้ือหา สาระสำคัญและกจิ กรรมต่าง ๆ ท่ีสนองวัตถุประสงค์ เพ่ือให้ผู้เรยี นได้เกิดการเรียนรู้และเปล่ียนแปลง พฤตกิ รรมไปตามท่พี งึ ประสงค์ ปรยี าพร วงศอ์ นตุ รโรจน์ (2553: 25) ใหค้ วามหมายของหลักสูตรไว้ 3 ประการ คอื 1. หลักสูตรเป็นศาสตร์ท่ีมีทฤษฎี หลักการ และการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ทมี่ งุ่ หมายไว้ 2. หลักสูตรเป็นระบบในการจัดการศึกษาโดยมีปจั จัยนำเข้า (Input) ได้แก่ ครู นักเรียน วสั ดุ อุปกรณ์ อาคารสถานที่ กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ได้แก่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ความสำเร็จทางการศึกษา เปน็ ต้น 3. หลักสูตรเป็นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่มุ่งประสงค์จะอบรมฝึกฝนผู้เรียน ใหเ้ ป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์ (2556: 3) ให้ความหมายของหลักสูตรคือ มวลประสบการณ์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ที่โรงเรียนจัดให้แก่ผู้เรียนเพ่ือพัฒนาให้เขามี คณุ ลักษณะตามท่สี ังคมคาดหมายไว้ พอเจตน์ ธรรมศิริขวัญ (2558: 16) ให้ความหมายของหลักสูตรไว้ว่า หลักสูตรเป็นการจัด มวลประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีจัดไว้อย่างเป็นระบบ โดยโรงเรียนเป็นเป็นผู้ออกแบบ จัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้เรียนทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน เพ่ือให้ผู้เรียนได้รับ ประสบการณ์ต่าง ๆ เกิดการเรียนรู้ เกิดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จนสามารถพฒั นาศักยภาพของตนเองตามเป้าหมายมาตรฐานการศกึ ษาของชาติได้ จากความหมายข้างต้น สรุปได้ว่า หลักสูตรคือมวลประสบการณ์ท่ีโรงเรียนหรือหน่วยงาน ทางการศกึ ษาจัดข้ึนเพื่อให้ผู้เรยี นได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองไปในทิศทางที่พึงประสงค์อยา่ งเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและชุมชน หลักสูตรเป็นหัวใจของการศึกษา เพราะหลักสูตรเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า โรงเรียนมีความมุ่งหมายในการให้การศึกษาแก่เด็กอย่างไรและ ความสามารถในการให้ความรู้ สร้างเสริมทักษะและเจตคติในด้านใดบ้าง ส่ิงต่าง ๆ ที่ประมวลไว้ ในหลักสูตรเป็นเสมือนแนวทางที่ช่วยให้เราทราบได้ทันทีว่า การศึกษาที่จัดให้ผู้เรียนนั้นเน้นหนัก ไปในทางใด มผี ลต่อผู้เรียนและสงั คมมากนอ้ ยเพียงใด

การพฒั นาหลกั สูตร 3 ความสำคญั ของหลักสตู ร หลักสูตรนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการเรียนการสอนทีม่ ีประสิทธิภาพ เนื่องจาก หลักสตู รจะเป็นแนวทางสำหรับผ้สู อนในการจดั การเรยี นรูซ้ ง่ึ นกั การศึกษาไดก้ ล่าวถงึ ความสำคญั ของ หลกั สตู รไวโ้ ดยสรปุ ในหลายประการต่อไปน้ี ธำรง บัวศรี (2542: 9-10) ได้กล่าวถึงความสำคัญของหลักสูตรในสองส่วน คือ ความสำคัญ ของหลักสตู รตอ่ สว่ นรวมและ ความสำคญั ของหลักสตู รต่อการเรยี นการสอนไวด้ งั นี้ 1. ความสำคัญของหลักสูตรต่อส่วนรวม เนื่องจากหลักสูตรเป็นแนวทางในการจัดการศึกษา ให้แก่ประชาชนของประเทศ หลักสูตรจะเป็นตัวช้ีชัดว่ามีการสอนอะไร เน้นอะไร การเน้นด้านใด ย่อมแสดงถึงความรู้และศักยภาพของประชากรในด้านนั้น ๆ เช่น ในปัจจุบันหลักสูตรของประเทศ เนน้ พฒั นาประชากรด้านวทิ ยาศาสตร์ แสดงใหเ้ หน็ ถึงแนวโนม้ ขององคค์ วามรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของคน ในประเทศท่ีจะเข้มแข็งขึ้น ดังนั้นถ้าไม่มีหลักสูตร การที่จะให้การศึกษาแก่คนในประเทศย่อมเป็นไป ไม่ได้ ท้ังนี้เนื่องจากหลักสูตรเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยถ่ายทอดเจตนารมณ์หรือเป้าประสงค์ของ การศึกษาของชาติลงสู่การปฏิบัติ เช่น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่เป็นทิศทางการจัดการศึกษาของคนไทยท้ังประเทศในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานรวม 12 ปี โดยเริ่มต้ังแต่ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซ่ึงจะช่วยหล่อหลอมให้คนไทย มีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ตามจุดหมายของหลกั สตู ร 8 ประการ คือ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซื่อสัตย์ สจุ รติ มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ย่างพอเพียง ม่งุ มน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ 2. ความสำคัญของหลักสูตรต่อการเรียนการสอน หลักสูตรจะเป็นสิ่งที่ช่วยชี้ให้เห็นแนวทาง ในการจัดมวลประสบการณ์แก่ผู้เรียน หลักสูตรจึงเปรียบเสมือนแผนที่เดินเรือซึ่งบอกให้กัปตันหรือ ผูส้ อนรู้ว่าตั้งเข็มทิศไปทางใดหรือจุดหมายปลายทางของการเรียนการสอนคืออะไร และระหว่างทาง ที่ไปจะต้องทำอะไรบ้าง ต้องใช้ส่ือหรืออุปกรณ์อะไร จะต้องตรวจสอบประเมินผลอย่างไร รวมท้ัง ในการจัดการเรียนการสอนน้ันผู้เรียนต้องทราบล่วงหน้าว่าจะได้เรียนรู้อะไร ต้องเตรียมการอย่างไร และจะได้รับผลอย่างไร ดังน้ันหลักสูตรจึงมีความสำคัญต่อท้ังผู้สอนและผู้เรียนในการช่วยกำหนด แนวทางการเรียนการสอนเพ่ือให้แต่ละฝ่ายปฏิบัติหน้าท่ีได้สอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกัน จนบรรลุจดุ หมายตามทห่ี ลักสตู รกำหนดไว้ วารรี ตั น์ แกว้ อุไร (2549: 21-22) ได้สรุปความสำคญั ของหลักสตู รไว้ 9 ประการ คอื 1. หลักสูตรเป็นแผนปฏิบัติงานหรือเครื่องชี้แนวทางของครู เพราะหลักสูตรจะกำหนด จุดม่งุ หมาย เน้ือหาสาระ การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนและการประเมินผลไว้เป็นแนวทาง 2. หลักสูตรเป็นข้อกำหนดแผนการเรียนการสอนอันเป็นส่วนรวมของประเทศเพื่อนำไปสู่ ความม่งุ หมายตามแผนการศึกษาชาติ

4 การพฒั นาหลกั สตู ร 3. หลักสูตรเป็นเอกสารทางราชการ เป็นบัญญัติของรัฐบาล หรือเป็นธรรมนูญในการจัด การศกึ ษาเพ่ือใหบ้ คุ คลท่ีเกี่ยวข้องกบั การศกึ ษาปฏบิ ัตติ าม 4. หลักสูตรเป็นเกณฑ์มาตรฐานการศกึ ษา เพ่ือควบคุมการเรยี นการสอนในสถาบันการศึกษา ระดับต่าง ๆ และยังเป็นเกณฑม์ าตรฐานอย่างหนงึ่ ในการจดั สรรงบประมาณ บุคลากร อาคาร สถานที่ วัสดอุ ุปกรณ์ ของการศึกษาของรัฐใหแ้ ก่สถานศึกษา 5. หลักสูตรเป็นแผนการดำเนินงานของผู้บริหารการศึกษา ที่จะอำนวยความสะดวกและ ควบคุม ดูแล ติดตาม ใหเ้ ป็นไปตามนโยบายการจดั การศกึ ษาของรัฐบาล 6. หลักสูตรจะกำหนดแนวทางในการส่งเสริมความเจริญงอกงาม และพัฒนาการของเด็ก ตามจุดมุง่ หมายการศกึ ษา 7. หลักสูตรจะกำหนดลักษณะและรูปร่างของสังคมในอนาคตได้ว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด 8. หลกั สตู รจะกำหนดแนวทางใหค้ วามรู้ ทักษะ ความสามารถ ความประพฤติ ทจ่ี ะเป็น ประโยชน์ต่อสังคม อันเป็นการพัฒนากำลังคนซ่ึงจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่ีไดผ้ ล 9. หลักสูตรจะเป็นสิ่งที่บ่งช้ีถึงความเจริญของประเทศ เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือในการ พัฒนาคน ซ่ึงถ้าประเทศใดจัดการศึกษาโดยมีหลักสูตรที่เหมาะสม ทันสมัย มีประสิทธิภาพทันต่อ เหตุการณ์ และการเปล่ยี นแปลงย่อมไดก้ ำลังคนทมี่ ีประสทิ ธภิ าพสงู มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2546ข: 9) สรุปความสำคัญของหลักสูตรไว้ว่าหลักสูตร มคี วามสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากหลักสูตรเปรียบเสมือนเข็มทิศในการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และเจตคติสอดคล้องกับความต้องการของสังคมและนโยบาย ในการจัดการศกึ ษา สรุปได้ว่า หลักสตู รมีความสำคัญอย่างย่งิ ในการเปน็ กรอบแนวทางการจัดการศึกษาของผู้สอน เพื่อพัฒนาคนให้มีความรู้ ทักษะ ความสามารถ และความประพฤติ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา สงั คมโดยรวม องคป์ ระกอบของหลกั สูตร หลักสูตรต้องมีองค์ประกอบอย่างครบถ้วน ผู้สอนจึงจะสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียน การสอนได้อย่างมีประสทิ ธิภาพซงึ่ องค์ประกอบของหลักสูตรท่ีสำคญั นักการศึกษาได้ให้ข้อเสนอแนะ ไวด้ งั นี้ ไทเลอร์ (Tyler, 1971: 1) ได้ตั้งคำถามซึ่งนำมาสรุปเป็นองค์ประกอบสำคัญของหลักสูตร 4 ประการคอื 1. จุดมงุ่ หมายทางการศึกษา (Educational Purpose) ทโี่ รงเรยี นต้องการใหผ้ ูเ้ รียนบรรลผุ ล

การพัฒนาหลกั สูตร 5 2. ประสบการณ์ทางการศึกษา (Educational Experience) ที่โรงเรียนจะจัดประสบการณ์ อะไรบ้างท่ีจะทำให้ผู้เรยี นบรรลผุ ลตามจดุ มุ่งหมายทีก่ ำหนดไว้ 3. วิธีการจัดประสบการณ์ (Organizational of Educational Experience) โรงเรียนจะจัด ประสบการณใ์ หม้ ีประสิทธิภาพได้อย่างไร 4. วิธีการประเมิน (Determination of What to Evaluate) เพื่อตรวจสอบจุดมุ่งหมาย ทต่ี ัง้ ไว้และจะทราบได้อยา่ งไรว่าผูเ้ รียนบรรลจุ ดุ มุ่งหมายนนั้ แล้ว ธำรง บวั ศรี (2542: 8-9) ไดส้ รุปองค์ประกอบสำคญั ของหลักสูตรไว้ 9 ประการ คือ 1. เป้าประสงค์และนโยบายการศึกษา (Education Goals and Policies) หมายถึง สิ่งที่ รัฐบาลต้องเตรยี มแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาตใิ นเรอ่ื งเกี่ยวกับการศึกษา 2. จุดหมายของหลักสูตร (Curriculum Aims) หมายถึง ผลของส่วนรวมที่ต้องการให้เกิด แกผ่ เู้ รยี นหลังจากเรยี นจบหลักสูตรไปแล้ว 3. รูปแบบและโครงสร้างหลักสูตร (Type and Structures) หมายถึง ลักษณะและแผนผัง ทแ่ี สดงการแจกแจงวชิ าหรือกลมุ่ วชิ า หรือกลุ่มประสบการณ์ 4. จุดประสงค์ของวิชา (Subject Objectives) หมายถึง ผลที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียน หลงั จากทไี่ ดเ้ รยี นวชิ านน้ั แลว้ 5. เน้ือหา (Content) หมายถึง สิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะและความสามารถ ทต่ี ้องการใหม้ ี รวมทง้ั ประสบการณ์ที่ตอ้ งการให้ได้รบั 6. จุดประสงค์ของการเรียนรู้ (Instructional Objectives) หมายถึง สิ่งท่ีต้องการให้ผู้เรียน ได้เรียนร้ไู ดม้ ีทักษะและความสามารถหลังจากที่ได้เรียนรูเ้ น้อื หาที่กำหนดไว้ 7. ยุทธศาสตร์การเรียนการสอน ( Instructional Strategies) หมายถึง วิธีการจัดการเรียน การสอนท่ีเหมาะสมและมีหลักเกณฑเ์ พื่อให้บรรลผุ ลตามจุดประสงคข์ องการเรียนรู้ 8. การประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การประเมินผลการเรียนรู้เพื่อใช้ในการปรับปรุง การเรยี นการสอนและหลกั สูตร 9. วัสดุหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน (Curriculum Materials and Instructional Media) หมายถึง เอกสารสิ่งพิมพ์ วีดิทัศน์ ภาพ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น ท่ีจะช่วยส่งเสริม คณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพการเรียนการสอน กาญจนา คณุ ารักษ์ (2543: 20-22) ไดส้ รุปองคป์ ระกอบของหลกั สตู ร ตามแนวคดิ ของทาบา (Taba, 1962: 422-423) ไว้ 4 ส่วน ได้แก่ จุดประสงค์ เน้ือหา วิธีสอนและการดำเนินการ และการ ประเมนิ ผล ซ่ึงแต่ละองค์ประกอบมีความสัมพันธ์กนั ดงั ภาพท่ี 1.1

6 การพฒั นาหลักสตู ร จดุ ประสงค์ วิธกี ารสอนและ เนื้อหา การดำเนนิ การ การประเมนิ ผล ภาพที่ 1.1 ความสัมพนั ธ์ระหว่างองคป์ ระกอบของหลกั สูตร ท่ีมา : กาญจนา คณุ ารกั ษ์ (2543: 21) จากภาพที่ 1.1 อธบิ ายความสัมพันธ์แต่ละองค์ประกอบของหลักสตู รไดด้ ังนี้ 1. จุดประสงค์ (Objectives) มีความสำคัญย่ิงเนื่องจากจุดประสงค์ จะเป็นแนวทางของการ เรียนการสอน ทำให้ผู้สอนรู้วา่ มีจุดประสงค์อะไรบา้ งในการสอน ต้องสอนเนื้อหาอะไร สอนใคร สอน ทำไม และจะมีวิธกี ารสอนและการประเมินผลอย่างไร 2. เน้ือหา (Subject matter) หมายถึง สาระของความรู้และประสบการณ์ในการแสวงหา ความรู้ตามศาสตร์สาขาวิชาน้ัน ๆ เน้ือหาวิชาจะเป็นรายละเอียดของสาระความรู้และประสบการณ์ ดงั กล่าวทน่ี ำมาถา่ ยทอดใหก้ บั ผู้เรยี นให้มีคุณลกั ษณะตามจุดประสงค์ท่ีกำหนดไว้ในหลกั สตู ร 3. วิธสี อนและการดำเนินการ (Methods and Organization) เป็นการแปลงจดุ ประสงค์และ เน้ือหาของหลักสูตรไปสู่การสอนตามที่หลักสูตรกำหนดไว้ โดยใช้วิธีสอนแบบต่าง ๆ ท่ีหลากหลาย เพ่ือให้ผู้เรยี นมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนและคุณลกั ษณะตามจุดประสงค์ของหลกั สตู ร 4. การประเมินผลหลักสูตร (Evaluation) เป็นการประเมินเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน โดยประเมินว่าผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะตามจุดประสงค์ของหลักสูตรหรือไม่ โดยใช้จุดประสงค์เป็นแนวทางหรอื เปน็ เกณฑ์ในการประเมนิ สรุปได้ว่าหลักสูตรมีองค์ประกอบ 4 ส่วน คือ จุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ เนื้อหาหรือ ประสบการณ์ วิธีการจัดประสบการณ์ หรือวิธีสอน และการประเมินผล ซ่ึงหลักสูตรจะขาด องคป์ ระกอบใดองค์ประกอบหน่งึ ไม่ได้ เพราะถ้าขาดจุดประสงค์กจ็ ะไมร่ ู้ว่าจะสอนไปเพื่ออะไร ถ้าขาด เนื้อหาก็จะไม่รู้ว่าจะนำอะไรมาสอน และถ้าขาดวิธีการสอนท่ีดีก็จะทำให้ผู้เรียนไม่บรรลุตาม

การพัฒนาหลักสตู ร 7 จุดประสงคท์ กี่ ำหนดไวแ้ ละถ้าขาดการประเมินผลก็จะไมท่ ราบวา่ การสอนนนั้ ดีหรอื ไมด่ ีอย่างไร ควรจะ ปรับปรุงพฒั นาอะไร ตรงไหน และผเู้ รยี นบรรลตุ ามจุดประสงคห์ รือไม่ ระดบั ของหลักสูตร หลักสตู รอาจจำแนกได้หลายระดับ ( Level of Curriculum) ซึ่งมีนักการศึกษาได้จำแนกไว้ 5 ระดับดงั นี้ 1. หลักสูตรระดับอุดมการณ์ (Ideal Curriculum) หมายถึง หลักสูตรที่เป็นแนวความคิด และข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของนักการศึกษา ซึ่งต้องการจะให้ผู้เรียนมีลักษณะอย่างใด อย่างหน่งึ เช่น นักการศึกษาระดับชาตไิ ด้มีการสัมมนาเก่ียวกับทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 แล้วได้ เสนอแนะไวเ้ ป็นแนวทางของหลกั สูตรใหมใ่ นอนาคต 2. หลักสูตรระดับปกติ (Formal Curriculum) เป็นหลักสูตรซึ่งได้ถ่ายทอดแนวความคิด ของนกั การศึกษาและผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ มาเขียนเป็นเอกสารหลกั สตู ร หลักสตู รในระดบั น้ีจึงเป็นเพียง ส่วนหนึ่งของแนวความคิดของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ท้ังน้ีเป็นเพราะข้อจำกัดของเอกสารและวิธีการ ถา่ ยทอดด้วยภาษาเขียน จงึ ไม่สามารถจะถ่ายทอดแนวความคดิ ทง้ั หมดของผ้เู ชย่ี วชาญมาไว้ในเอกสาร ของหลักสูตรได้ เช่น จากการท่ีนักการศึกษาระดับชาติได้ให้ข้อเสนอแนะแนวทางของหลักสูตรใหม่ ในอนาคตแล้วได้มีการนำแนวคิด ดังกล่าวมาพัฒนาเป็นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับใหมเ่ พื่อใช้ในการพฒั นาผู้เรียนทวั่ ประเทศ 3. หลกั สูตรระดับการเรียนรู้ (Perceived Curriculum) เป็นหลักสูตรตามความเข้าใจของครู ผู้ใช้หลักสูตรถึงแม้เป็นหลักสูตรระดับเดียวกันผู้ใช้หลักสูตรแต่ละคนก็อาจเข้าใจไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ เกิดจากพ้ืนฐานความเข้าใจเก่ียวกับหลักสูตรตลอดจนความสามารถในการตีความหมายในเอกสาร หลักสูตรของผู้ใช้หลักสูตรแต่ละคนแตกต่างกันนั่นเอง เช่น หลักสูตรสถานศึกษาของแต่ละโรงเรียน ซึ่งคณะครูและผู้เก่ียวข้องในการพัฒนาหลักสูตรได้พัฒนามาเป็นหลักสูตรของตนเองโดยใช้หลักสูตร แกนกลางระดับชาตมิ าเปน็ แนวทางในการพัฒนาเปน็ หลักสตู รสถานศึกษา 4. หลักสตู รระดบั ปฏิบตั กิ าร (Operational Curriculum) เป็นหลักสูตรในระดับนำไปใช้สอน จริงในห้องเรียน นั่นคือหลังจากที่มีครูมีความเข้าใจหลักสูตรอย่างดีแล้วก็ต้องนำไปใช้อย่างมี ประสิทธิภาพมากที่สุด แต่เนื่องจากในสภาพความเปน็ จริงแล้วอาจมขี ้อจำกัดเกย่ี วกับการนำหลักสูตร ไปใช้อยา่ งหนึ่งอยา่ งใดก็ได้ จึงทำให้สภาพการใช้หลักสูตรจริงๆแตกต่างกัน จากหลกั สตู รในระดับการ รับร้ทู ัว่ ไป เช่น หลกั สูตรทีค่ รูได้แปลงจากหลกั สูตรสถานศึกษาไปสกู่ ารปฏบิ ัติการสอนของตนเองในแต่ ละกลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชาซึ่งจะประกอบไปด้วยเอกสารหลักสูตร คู่มือการใช้หลักสูตร และ เอกสารประกอบหลกั สูตรตา่ งๆที่จำเปน็ ตอ้ งใชใ้ นการปฏิบตั ิการสอนในชัน้ เรียน 5. หลักสูตรระดับประสบการณ์ (Experiential Curriculum) เป็นหลักสูตรที่เกิดข้ึนกับ ตัวผู้เรียนซ่ึงได้รับการถ่ายทอดจากการเรียนการสอนในระดับปฏิบัติการนักเรียนแต่ละคนจะได้รับ

8 การพัฒนาหลกั สูตร ประสบการณ์จากหลักสูตรแตกต่างกันไป ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับความสามารถในการรับรู้ของผู้เรียนแต่ละคน และวธิ ีจดั การเรยี นรู้ของครู วารีรตั น์ แก้วอไุ ร (2549: 93-95) ไดส้ รปุ ว่าโดยทั่วไปแล้วหลกั สูตรแบง่ ไดเ้ ป็น 3 ระดบั ตามแหลง่ การสร้างหลกั สตู รคือ 1. หลักสูตรระดับชาติหรือหลักสูตรแม่บท ซึ่งเป็นหลักสูตรที่จัดทำขึ้นเพ่ือใช้ในสถานศึกษา ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพ่ือใช้ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับวัย ระดับ การศึกษา เป็นหลักสูตรทม่ี ุ่งสร้างความม่ันคงและความเป็นปึกแผ่นร่วมกันของคนในชาตโิ ดยรวม ผู้มี บทบาทในการจัดทำหลักสูตรระดับน้ีคือหน่วยงานระดับชาติ เช่น กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำ หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ขึน้ ใชก้ บั โรงเรยี นทวั่ ประเทศ 2. หลักสูตรระดับทอ้ งถนิ่ เปน็ หลักสูตรที่ปรับปรุงมาจากหลักสูตรแม่บทให้มีความสอดคล้อง และเหมาะสมกับสภาพ ความจำเป็น และความต้องการของทอ้ งถิน่ น้ัน ๆ หน่วยงานท่ีบทบาทในการ พัฒนาหลกั สูตรระดบั น้ี คือ เขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาและสถานศกึ ษาตา่ ง ๆ เช่น หลกั สตู รเยาวชนรกั ทอ้ งถิ่น หลักสตู รมคั คเุ ทศก์น้อย เป็นตน้ 3. หลักสูตรระดับโรงเรียน เป็นหลักสูตรท่ีนำหลักสูตรแม่บทและหลักสูตรระดับท้องถ่ินมา พิจารณาเลือกสรรและปรับให้สอดคล้อง เหมาะสมกับสภาพของโรงเรียนผู้มีบทบาทในการจัดทำ หลักสูตรระดับน้ีคือ ผู้บริหารโรงเรียน ครู หรือผู้เก่ียวข้องในท้องถ่ิน โดยจัดทำข้ึนในรูปแบบของ หลกั สูตรสถานศึกษา และหลกั สตู รสาระการเรยี นร้ตู ่าง ๆ สรุปได้ว่า หลักสูตรระดับชาติเป็นหลักสูตรที่ใช้เป็นแกนร่วมกันของคนท้ังชาติที่ต้องเรียน เหมือน ๆ กัน หลักสูตรระดับท้องถ่ินเป็นหลักสูตรที่จัดทำข้ึนให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่นของคน ในท้องถ่ิน และหลักสูตรในระดับสถานศึกษาเป็นผู้พัฒนาข้ึนใช้เองโดยพิจารณาให้สอดคล้องกับ หลักสตู รระดับท้องถ่ินและระดับชาติ ซึ่งกว่าที่หลักสูตรในระดับชาติจะถูกส่งผ่านไปสู่หลักสูตรระดับ สถานศึกษานั้นต้องรอ้ ยเรียงกันอย่างต่อเน่อื งและสอดคล้องกันเพอ่ื หล่อหลอมผเู้ รียนให้เรียนรู้ได้บรรลุ ตามอดุ มการณ์ของหลกั สตู รทก่ี ำหนดไว้ รูปแบบของหลักสตู ร รูปแบบของหลกั สตู รมีหลายรูปแบบ ซ่ึงในท่ีนีไ้ ด้นำเสนอรูปแบบของหลักสตู รท่สี ามารถนำไป เป็นแนวทางในการออกแบบหลักสตู รได้ 9 รปู แบบดงั น้ี (รุจริ ์ ภู่สาระ, 2551: 18-27) 1. หลักสูตรแบบเนน้ เนื้อหาวชิ า (The Subject Matter Curriculum) เป็นรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งใช้ในการสอนศาสนา ละติน กรีก วิธีการสอนของครูจะใช้ วิธีการบรรยาย การจัดการศึกษาตามหลักสูตรน้ีจะยึดปรัชญาสารัตถนิยม(Essentialism) และ สัจวทิ ยา (Perennialism)

การพัฒนาหลกั สูตร 9 2. หลกั สูตรแบบหมวดวชิ า (Broad Fields Curriculum) เป็นหลักสูตรที่กำหนดเนื้อหาวิชาไว้กว้าง ๆ โดยนำความรู้ในกลุ่มวิชามาผสมผสาน เข้าเป็นหมวดวิชาเดียวกัน เช่น หมวดสังคมศึกษา รวมวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศลี ธรรมเข้าด้วยกัน หมวดวิทยาศาสตร์ รวมวิชาเคมี ชีววทิ ยา ฟิสิกส์ เขา้ ดว้ ยกัน โดยการสอนจะเน้น การผสมผสานเน้ือหาวิชาเข้าด้วยกันมักจะเป็นการสอนแบบหน่วยหรือ การสอนแบบบูรณาการ ครูผู้สอนจะตอ้ งได้รบั การฝกึ ฝนมาเปน็ อย่างดี มเี อกสารประกอบการเรียนท่สี อดคลอ้ งกัน 3. หลักสูตรที่ยึดกระบวนการทางสังคมและการดำรงชีวิต (Social Process and Life Function) เป็นหลักสูตรท่ีสร้างข้ึนโดยยึดสังคมเป็นหลักโดยคำนึงถึงความต้องการและความสนใจ ของผู้เรียนเป็นพนื้ ฐาน ผู้เรียนจะไดน้ ำความรู้และประสบการณ์ทไ่ี ด้รับไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน เป็นความคิดของนักการศึกษาจอห์น ดิวอ้ี โดยยดึ หลกั ปรัชญาพิพฒั นาการนยิ ม (Progressivism) จงึ มี วัตถุประสงคจ์ ะให้การศึกษาเปน็ เครื่องมือในการสร้างและปฏิรูปใหม่ ให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการ จัดระบบการเรียน โดยยึดงานหรือกิจกรรมเป็นหลัก ครูเป็นเพียงผู้เสนอแนะแนวทางเพ่ือให้ผู้เรียน เห็นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งครูกับนักเรียน และนกั เรยี นกบั นักเรยี น 4. หลักสตู รแบบแกน (The Core Curriculum) หลกั สูตรน้ีมีจุดมุ่งหมายท่ีจะพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะและเจตคติเพ่ือนำไปพัฒนา สงั คมให้ดีข้ึน โดยกำหนดใหม้ ีวิชาแกนซงึ่ ทกุ คนจำเป็นตอ้ งเรียนโดยมคี ณุ ลกั ษณะของหลกั สตู รดังน้ี 4.1 มสี ดั สว่ นของวิชาตามความต้องการของผเู้ รียนครบทุกคน 4.2 มวี ิชาร่วมที่ทุกคนต้องเรยี น เช่น วิชาดา้ นภาษา และวชิ าสงั คมศึกษา เป็นต้น 4.3 เนอ้ื หาวิชาแกนเป็นลกั ษณะการแกป้ ญั หาโดยนำวิชาต่าง ๆ รอบ ๆ แกนมาใช้ 4.4 มีการจัดเวลาการเรยี นสำหรับแกนประมาณ 2-3 คาบ โดยให้ครูท่เี ป็นแกนกลางหรือ ครูอื่น ๆ มาช่วยกิจกรรม 4.5 กระตุน้ ใหค้ รวู างแผนการเรยี นร่วมกบั นักเรยี น 4.6 มกี ารแนะแนวให้ผเู้ รียน 5. หลักสตู รทีย่ ึดกิจกรรมและประสบการณ์ (The Activity and Experience Curriculum) เป็นหลักสูตรท่ีสร้างข้ึนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของหลักสูตรท่ีเน้นเนื้อหาวิชา ไม่คำนึงถึง ความต้องการและความสนใจของผู้เรียน การจัดหลักสูตรน้ียึดหลักการท่ีว่า ผู้เรียนได้ทำกิจกรรม เนน้ การแก้ปัญหาโดยยึดหลกั ปรัชญาการศึกษาแบบพิพฒั นาการนิยม (Progressivism) ผู้เรียนจะตอ้ ง

10 การพัฒนาหลกั สูตร รจู้ ักวิธีการแก้ปัญหา ลงมือกระทำแก้ปัญหาด้วยตัวเองเป็นการเรียนรู้ด้วยการกระทำ (Learning by Doing) 6. หลกั สูตรแบบบูรณาการ (Integrated Curriculum) เป็นหลักสูตรที่รวมประสบการณ์ในการเรียนจากหลาย ๆ สาขาวิชา มาจัดเข้ากลุ่มหรือ หมวดหมู่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ต่อเน่ือง มีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิต และต่อ พฒั นาการของผู้เรยี น จุดม่งุ หมายของหลกั สตู รน้เี นน้ ทต่ี วั ผู้เรยี นและปญั หาทางสังคมเป็นหลกั 7. หลกั สตู รสหสมั พันธ์ (Correlated Curriculum) เป็นหลักสูตรท่ีมีความสัมพันธ์กันในหมวดวิชา แทนที่ครูผู้สอนแต่ละวิชาจะต่างคน ต่างสอนก็นำวิชามาคิดร่วมกัน วางแผนร่วมกันว่าจะจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใดจึงจะก่อ ประโยชน์ และทำให้เด็กเกิดการเรยี นรูไ้ ดม้ ากทสี่ ุด ซึ่งอาจจะทำไดด้ งั นี้ 7.1 จัดให้มีความสัมพันธร์ ะดับท่ีไม่ยุ่งยากซับซ้อนนัก เช่น สอนวิชาวรรณคดีก็ให้นกั เรียน วาดภาพประกอบเร่อื งราวที่อ่าน 7.2 ในวชิ าใกล้เคยี งหรอื คาบเก่ียวกนั ครูผสู้ อนต้องวางแผนร่วมกันว่าจะสอนอย่างไรจงึ จะ ไม่ซำ้ ซาก 7.3 ครูทีส่ อนอย่างนอ้ ยสองหมวดวิชาวางแผนการสอนร่วมกัน และดำเนินการสอนรว่ มกัน เปน็ คณะและอาจใชเ้ วลาสอน 2 คาบติดตอ่ กันไป 7.4 ในวิชาท่สี ัมพันธ์กัน 2 วิชา หรือมากกว่านั้น ใช้วิธีการแก้ปัญหารว่ มกนั โดยใช้เน้ือหา หลาย ๆ วิชามาช่วยแกป้ ญั หา 8. หลกั สตู รแบบเอกตั บุคคล (Individualized Curriculum) เป็นหลักสูตรท่ีจัดขึ้นเพ่ือตอบสนองความต้องการ และความสนใจของผู้เรียนแต่ละคน การจดั หลักสูตรแบบน้ีทำให้ผู้เรยี นไดเ้ รียนตามความสามารถ และอัตราความเร็วของแต่ละคนมีโอกาส เลือกได้มาก ท้ังยังส่งเสริมให้ผู้เรียนแต่ละคนมีความรับผิดชอบ โดยยึดหลักปรัชญาสวภาพนิยม (Existentialism) 9. หลกั สตู รแบบสว่ นบุคคล (Personalized Curriculum) เป็นหลักสูตรท่ีครูและนักเรียนวางแผนร่วมกันตามความเหมาะสมและความสนใจ ของผู้เรยี นเรียกว่า “สญั ญาการเรยี น” เพอื่ สง่ เสรมิ และดงึ ศกั ยภาพของผ้เู รยี นออกมาให้มากที่สุดเท่าที่ จะมากได้ ทำให้เกิดความยุติธรรมทางการศึกษามากขึ้น ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนการเรียน มีทางเลือกกิจกรรมการเรียนหลายด้านเป็นการศึกษาที่ประกันได้ว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จริง สอดคล้องกับความต้องการความสามารถ ความสนใจของตนเองและชุมชน เป็นการจัดหลักสูตรโดย ยึดหลกั ปรชั ญาสวภาพนิยม (Existentialism)

การพฒั นาหลกั สูตร 11 สรุปได้ว่า ในการพัฒนาหลักสูตร นักพัฒนาหลักสูตรต้องศึกษารูปแบบของหลักสูตรแต่ละ รปู แบบให้เข้าใจชัดเจน ประกอบด้วยหลักสูตรแบบเน้นเนอื้ หาวิชา หลักสตู รแบบหมวดวิชา หลักสูตร ที่ยึดกระบวนการทางสังคมและการดำรงชีวิต หลักสูตรแบบแกน หลักสูตรท่ียึดกิจกรรมและ ประสบการณ์ หลักสูตรแบบบูรณาการ หลักสูตรสหสัมพันธ์ หลักสูตรแบบเอกัตบุคคล และหลักสูตร แบบส่วนบุคคล เพื่อจะได้เลือกใช้รูปแบบหลักสูตรที่เหมาะสมไปเป็นแนวทางในการออกแบบและ สรา้ งหลักสูตรให้สอดคล้องกับขอ้ มูลพื้นฐานความต้องการของผู้เรียน สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง พัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทเ่ี ปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเรว็ ลกั ษณะของหลักสูตรทีด่ ี จากขอ้ มลู พนื้ ฐานของการพฒั นาหลกั สูตรหลายประการทีก่ ลา่ วมาข้างต้นนำมาประมวล ให้เห็นถึงลักษณะหลักสูตรท่ีดีได้หลายประการ ซึ่งหลักสูตรจะดีหรือไม่นั้นอาจพิจารณาได้จากหลาย เหตุผล ดังท่นี ักการศกึ ษาตา่ งประเทศและในประเทศไทยไดเ้ สนอไว้ดงั นี้ เซลเลอร์ และอเล็กซานเดอร์ (Saylor & Alexander, 1974: 44-45 ; อ้างถงึ ใน วิชยั ดสิ สระ, 2535: 36-37) ได้สรปุ ลกั ษณะของหลักสูตรทด่ี โี ดยพิจารณาจากส่งิ ตอ่ ไปนี้ 1. เป็นหลกั สูตรท่ีมีเน้อื หาสาระสำคัญครอบคลุมขอ้ มูลที่ได้มาจากนักเรยี น สงั คม 2. กระบวนการเรียนและความรู้ท่คี วรจะได้รบั ในระหวา่ งการศกึ ษา 3. เป็นหลกั สตู รท่ีมจี ดุ มุง่ หมายชัดเจน ผ้เู กีย่ วข้องเขา้ ใจงา่ ยและมีช่องว่างทจี่ ะขยายตดั ตอ่ เพ่มิ เตมิ ได้ 4. เป็นหลกั สูตรทม่ี ีกระบวนการเรยี นที่ให้ผเู้ รียนไดม้ ีโอกาสก้าวหนา้ และมีอสิ ระทีจ่ ะพฒั นา ตามความสามารถ ความสนใจ และตามแนวทางของตนเอง 5. เป็นหลกั สูตรที่นักเรียนและครูมีความเข้าใจตรงกันเกีย่ วกับแผนการเรยี นในหลักสตู ร และ นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในแผนการเรยี นน้ัน 6. เปน็ หลักสตู รที่มแี ผนงานสอดคลอ้ งสมั พนั ธ์กับการเรียนการสอนและการวัดผล 7. เป็นหลักสูตรที่ได้มีการอธิบายและช้ีแจงแก่ผู้เรียน ผู้ปกครอง และบุคคลอ่ืนท่ีเกี่ยวข้อง เข้าใจชัดเจน 8. เป็นหลักสูตรท่ีเปิดโอกาสให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้องได้แสดงความ คิดเห็นและใหผ้ ลยอ้ นกลับเพอ่ื การปรบั ปรุงเปลี่ยนแปลงหลกั สูตร 9. เป็นหลักสตู รท่ีใช้วัสดุอุปกรณข์ องโรงเรียน ชมุ ชนอยา่ งกว้างขวางท่วั ถึง

12 การพัฒนาหลกั สตู ร อมรา เลก็ เรงิ สินธ์ุ (2540: 21-22) ไดส้ รุปประเด็นที่ควรพิจารณาว่าเป็นลักษณะหลักสตู รท่ีดี ไว้หลายประการดังน้ี 1. เป็นหลักสูตรท่ีมาจากการวางแผนงานที่รัดกุม มีข้ันตอนในการดำเนินงานและตั้งอยู่บน รากฐานท่ีเชื่อถือได้ 2. เป็นหลักสูตรท่ีกำหนดจุดมุ่งหมาย การเลือกเนื้อหาและการจัดเน้ือหาการจัดกระบวน การเรียนการสอน และการวัดประเมนิ ผลถูกตอ้ งตามหลักการทฤษฏกี ารสรา้ งหลักสูตร 3. เป็นหลักสูตรท่ีตรงตามความมุ่งหมายของการศึกษาแห่งชาติ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ เปา้ หมายทางการศกึ ษาบรรลุตามวัตถุประสงคท์ ่กี ำหนดไว้ 4. เป็นหลักสูตรที่มาจากแนวคิดของบุคคลหลายฝ่ายที่เข้าท่ีมามีส่วนร่วมในการสร้างและ พัฒนาหลักสูตรท้ังผูป้ กครอง ประชาชนและผเู้ รยี น 5. เป็นหลกั สตู รท่ีสอดคล้องกับพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ ปรชั ญา จติ วทิ ยา สังคม เศรษฐกิจและ การปกครอง ตลอดจนวฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และเอกลักษณข์ องชาติ 6. เปน็ หลักสูตรท่ีจัดลำดับเน้อื หาและประสบการไวอ้ ย่างต่อเนื่อง ไม่ขา้ มขั้น ไมก่ วน หรอื ขาด ตอน จนผู้เรียนไดร้ ับประสบการณ์ท่ีไมต่ ่อเน่ือง 7. เป็นหลกั สตู รท่ตี ้องคำนงึ ถึงความแตกต่างระหว่างบคุ คลของผู้เรียนโดยให้ผเู้ รียนได้มีโอกาส เลือกเรียนไดต้ ามความถนดั และสนใจ 8. เป็นหลักสูตรท่ียึดผู้เรียนเป็นสำคัญ มีเนื้อหา กิจกรรม ที่เหมาะสมกับพื้นฐานธรรมชาติ ความตอ้ งการของผเู้ รียน 9. เป็นหลักสูตรที่ส่งเสริมความเจริญงอกงามในตัวผู้เรียนทุก ๆ ด้าน รวมทั้งความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์และช่วยใหผ้ เู้ รียนแกป้ ัญหาเองได้ 10. เป็นหลักสูตรที่บอกแนวทางในการสอน ส่ือการเรียนการสอน และแนวทางในการวัด ประเมินผลไวอ้ ยา่ งเหมาะสม 11. เป็นหลักสตู รที่มีความยืดหยุ่น ปรับปรุง เปล่ียนแปลงใหเ้ ข้ากับสภาวการณ์ต่าง ๆ ได้ง่าย สามารถนำไปดดั แปลงใหเ้ หมาะสมกับสภาพการดำเนินชีวิตของผู้เรยี น 12. เปน็ หลกั สูตรที่ครเู ข้าใจงา่ ยและนำไปปฏิบตั ิไดจ้ รงิ และสะดวก 13. เป็นหลกั สตู รที่มีเน้ือหาสาระครบถ้วน เพียงพอทีจ่ ะทำให้ผเู้ รียนได้ความรู้ ทักษะ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปญั หาเปน็ 14. เป็นหลกั สตู รท่ีบรรจุเนื้อหา ประสบการณ์ และกจิ กรรมการเรยี นการสอนทีเ่ หมาะสม กับช่วงเวลาทใี่ หก้ ารศกึ ษา 15. เป็นหลกั สูตรท่ีกำหนดเนื้อหาสอดคล้องกบั สภาพการณ์ดำเนินชีวติ ใกลต้ ัวผูเ้ รียน สามารถ ใหเ้ ด็กนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้

การพัฒนาหลกั สตู ร 13 16. เป็นหลักสูตรที่มีการติดตามและประเมินผลเป็นระยะ ๆ เพื่อนำผลมาปรับปรุงพัฒนา หลกั สตู รใหด้ ีขน้ึ สรุปได้ว่าหลักสูตรท่ีดีควรพิจารณา 3 ประการ ดังนี้ 1) กระบวนการสร้างหลักสูตร คือ หลักสตู รตอ้ งไดม้ าจากความสนใจของผูเ้ รียน และสอดคลอ้ งกับขอ้ มูลชุมชน รวมท้ังมผี ู้เกี่ยวขอ้ งในการ สรา้ งหลกั สูตรจากหลายฝ่าย ท้ังในสถานศกึ ษาและในชมุ ชน 2) การนำหลกั สูตรไปใช้จรงิ โดยหลกั สตู ร ที่นำไปใช้ต้องจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตอบสนองความสนใจของผู้เรียนให้อิสระในการ เรียนรู้แก่ผู้เรียน และมีการใช้วัสดุอุปกรณ์ของโรงเรียน ชุมชนอย่างกว้างขวางและ 3) หลักสูตรที่ดี ต้องยืดหยุ่น สามารถปรบั ปรงุ เปลยี่ นแปลง ใหเ้ หมาะสมกับผู้เรียนและบริบทตา่ ง ๆ ได้ มีการติดตาม ประเมินผลหลักสูตรเพ่ือปรับปรุงเป็นระยะ ๆ โดยเปิดโอกาสให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และ ผเู้ กยี่ วข้องได้แสดงความคิดเหน็ และให้ผลย้อนกลบั เพ่ือการปรับปรงุ เปลยี่ นแปลงหลกั สูตรใหด้ ยี ิง่ ขึน้ บทสรปุ หลักสูตรหมายถึงมวลประสบการณ์ท้ังหลายซึ่งเป็นแนวทางสำหรับจัดประสบการณ์ การเรยี นรูท้ ี่โรงเรียนจัดให้แก่ผู้เรียนเพ่ือพัฒนาใหเ้ ขามีคุณลักษณะตามท่ีสังคมคาดหมายไว้ หลักสูตร มีความสำคัญอย่างย่ิงต่อการจัดการศึกษาเนื่องจากหลักสูตรเป็นแนวทางให้ผู้สอนนำไปเป็นแนวทาง ในการปฏิบัติการสอนให้ผู้เรียนไดเ้ รียนรู้ และบรรลตุ ามจุดมุ่งหมายของหลกั สูตรท่ีกำหนดไว้ หลักสูตร มอี งค์ประกอบสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ จุดมุ่งหมาย เน้ือหา วิธีการจัดประสบการณ์ และการประเมินผล ระดับของหลักสูตรสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1) หลักสูตรระดับชาติเป็นหลักสูตรที่คนทั้ง ชาติที่ต้องเรียนเหมือนกัน 2) หลักสูตรระดับท้องถิ่นเป็นหลักสูตรท่ีจัดทำขึ้นให้เหมาะสมกับแต่ละ ท้องถิ่น และ 3) หลักสูตรในระดับสถานศึกษาจัดทำข้ึนให้สอดคล้องกับหลักสูตรระดับท้องถ่ิน และระดับชาติ นักพัฒนาหลักสูตรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต้องศึกษารูปแบบของหลักสูตร ซ่ึงประกอบด้วยหลักสูตรแบบเน้นเน้ือหาวิชา หลักสูตรแบบหมวดวิชา หลักสูตรท่ียึดกระบวนการ ทางสังคมและการดำรงชีวิต หลักสูตรแบบแกน หลักสูตรที่ยึดกิจกรรมและประสบการณ์ หลักสูตร แบบบูรณาการ หลักสูตรสหสัมพันธ์ หลักสูตรแบบเอกัตบุคคล และหลักสูตรแบบสว่ นบุคคล ให้เข้าใจ ชัดเจนและเลือกใช้รูปแบบท่ีเหมาะสม นอกจากนี้ควรศึกษาลักษณะของหลักสูตรท่ีดีเพื่อพัฒนา หลักสูตรให้เหมาะสมกับสภาพของความต้องการของผู้เรียน สภาพสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ความ เจรญิ กา้ วหนา้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถงึ พัฒนาการของผู้เรียน จึงจะทำให้ได้หลกั สตู รทดี่ ี ทสี่ ามารถนำไปพัฒนาผ้เู รียนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ

14 การพฒั นาหลักสูตร แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท คำชีแ้ จง ให้นักศกึ ษาตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จงอธบิ ายความหมายของหลกั สูตร หากใหเ้ ปรยี บเทยี บหลกั สตู รกับสง่ิ ใดส่งิ หน่งึ ในโลกน้ี จะเปรยี บเทยี บหลกั สูตรกบั สิ่งใด เพราะเหตใุ ด 2. จงอธบิ ายลักษณะทีเ่ ด่นชัดของหลักสูตร 3. องคป์ ระกอบท่สี ำคัญของหลกั สูตรมีอะไรบ้าง 4. หลกั สตู รมีความสำคัญต่อการเรยี นการสอนอยา่ งไร 5. หากนักศกึ ษาตอ้ งรบั ผิดชอบในการพฒั นาหลักสตู รใหส้ อดคล้องและเหมาะสมกบั สภาพ ปัจจบุ นั ของประเทศไทย นกั ศึกษาจะเลอื กใช้รปู แบบของหลกั สูตรแบบใด เพราะเหตุใด 


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook