o วัด คือต้นแบบสถานศึกษา ❖ วดั มีชื่อเรียกหลายอยา่ ง เช่น อาราม วหิ าร มหาวหิ าร เป็นสถานท่ี รวมนกั ศึกษาทางพระพทุ ธศาสนา คือ พระภิกษุสามเณร ซ่ึงเป็ นผู้ ตอ้ งถือกฏระเบียบต่างๆ และตอ้ งศึกษาและปฏิบตั ิตามพทุ ธพจนด์ ว้ ย ไม่ตอ้ งห่วงภารกิจอยา่ งอ่ืน ถา้ วดั ใหญ่ๆ กจ็ ะแบ่งเป็นคณะ สานกั ภายใน เพื่อเนน้ การศึกษาไปแต่ละดา้ น ❖ วดั จงึ เป็ นเหมือนสถานศึกษาในยคุ เร่ิมแรก มีพระอุปัชฌายห์ รือ อาจารยค์ อยดูแลควบคุม ผทู้ ่ีมาบวชกต็ อ้ งถือระเบียบต่าง ๆ เหมือน นกั ศึกษาในปัจจุบนั ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 54
o พระสงฆ์ คือต้นแบบของนกั ศึกษา ❖ พระสงฆ์ เป็นผเู้ สียสละความสุขสบายทางโลกและวตั ถุ เมื่อ บวชกต็ อ้ งมีระบียบวนิ ยั และอยใู่ นกากบั ดูแลพระอุปัชฌาย์ หรืออาจารยจ์ นกวา่ จะครบ ๕ ปี จึงจะพน้ นิสสยั มุตตกะ การ มีวตั รปฏิบตั ิเช่นน้ี พระสงฆจ์ ึงเป็นเหมือนนกั ศึกษาที่อยู่ ประจาที่โรงเรียนหรือมหาวทิ ยาลยั เพอ่ื การศึกษาเล่าเรียน วชิ าการต่างๆ และฝึกหดั อุปนิสยั ดว้ ย ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 55
o เปรียบเทยี บ สมถะและวิปสั สนา ประเภท กรรมฐาน ๒ เปา้ หมาย สมถะ วิปัสสนา เคร่อื งมือ ผลลพั ธ์ สงบใจ เห็นตามจริง ประโยชน์ กรรมฐาน ๔๐ วิปัสสนาภูมิ ๖ ฌาณ/สมาบตั ิ วปิ ัสสนาญาณ ๑๖ รูป/อรูปพรหม มรรค ผล นิพพาน รูปแบบของสานักต่างๆ เกษม แสงนนท,์ 2556 เปน็ เพยี งวธิ ที ่จี ะใหเ้ ข้าถงึ เป้าหมาย ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 56
บูรณาการหลักธรรม กับการศึกษาระดับต่าง ๆ
o โรงเรียนวิถีพุทธ ❖ กระบวนการแบบไตรสิกขา ❖ บรู ณาการกบั วถิ ีชีวิตประจาวนั จากการกิน อยู่ ดู ฟัง ❖ หลกั ปัญญาวุฒธิ รรม ๔ ๑. สปั ปรุ สิ งั เสวะ มีครู และผบู้ รหิ ารท่ดี ี ๒. สทั ธมั มสั สวนะ นกั เรยี นเอาใจใสเ่ ลา่ เรยี น ๓. โยนิโสมนสิการ รูค้ ิด มีเหตผุ ล ถกู หลกั วิชา บา้ น ๔. ธมั มานธุ มั มปฏบิ ตั ิ ฝึกปฏิบตั จิ นไดผ้ ล ดา้ นพฤติกรรมครูและนกั เรยี น บวร ครู เป็นแบบอยา่ งทางศีลธรรม ผนู้ าศาสนพิธี มีจรรยาวถิ ีพทุ ธ โรงเรียน วดั นกั เรยี น ยมิ้ งา่ ย ไหวส้ วย กราบงาม กินไมด่ งั ไม่หก ไมเ่ หลอื ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 58
o อัตลักษณ์โรงเรียนวิถพี ุทธ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 59
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 60
o ผลการดาเนินงาน ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 61
o อาชวี ศึกษาวิถพี ุทธ ก า ร ศึ ก ษ า เ พื่ อ สั ม ม า ชี พ และความเปน็ มนุษย์ทสี่ มบูรณ์ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 62
o ขอ้ บง่ ชี้อตั ลกั ษณ์ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 63
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 64
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 65
o การศึกษาระดับพ้ืนฐาน ถึง ป.ตรี รู้หลกั พฒั นา มนั่ ในไตรสิกขา มนี วลกั ษณ์ มสี าธารณจติ มีวิชชา (ใจ/ปัญญา) และจรณะ (กาย) เป็นพืน้ ฐาน ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ เยาวชนถึงระดบั ป.ตรี เนน้ เร่ืองระเบียบวนิ ยั ความมุ่งมนั่ ความรับผดิ ชอบ รู้เสียสละ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 66
o แนวคดิ การศึกษา ป.โท Conceptual Technical Skill Skill Presentation Human Skill relation Skill แนวคดิ : รอบรู้วชิ าการ ชํานาญวชิ าชีพ เชี่ยวชาญส่ือศึกษา บริการปวงชน หลกั ธรรม : ปฏิสัมภิทา ๔ อตั ถะ ธัมมะ นิรุกติ ปฏิภาณ ป.โท เนน้ หลกั วชิ าการ และทกั ษะระดบั สูงในการ ครองตน ครองคน ครองงาน ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 67
o แนวคดิ การศึกษาระดบั ป.เอก แนวคดิ แนวคดิ : มวี สิ ัยทศั น์ เช่ียวชาญปฏบิ ตั ิ ฉลาดมนุษยสัมพนั ธ์ หลกั ธรรม : จกั ขุมา วธิ ุโร นิสสยสัมปันโน ระดบั ป.เอก เนน้ ความมีวสิ ยั ทศั น์ มีทกั ษะข้นั สูง วจิ ยั และสร้างสรรคผ์ ลงานใหม่ ๆ และมีมนุษยสมั พนั ธ์ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 68
o เทียบตามส่วนของรา่ งกาย หนึ่งสมองมองไกลวสิ ัยทัศน์ ใช้สองหัตถ์จดั การชํานาญกจิ อกี สองเท้าก้าวหากลั ยามิตร ย่อมสัมฤทธ์ิส่ิงหวงั ด่ังตงงั ใจ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 69
o แนวคดิ บูรณาการพุทธธรรม กับการบรหิ ารการศึกษา* *แสดงให้เห็นเป็ นกรอบแนวคดิ การใช้หลกั ทีเ่ หมาะกบั พฒั นานิสิตระดบั ต่างๆ สมกบั เป็ น มหาวทิ ยาลยั ทางพระพทุ ธศาสนา /อาจมีหลกั ธรรมอ่ืน ๆ ทีเ่ หมาะกว่ากไ็ ด้ ไม่ได้จาํ กดั ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 70
o ระดบั ปริญญาตรี ค.บ. (B.Ed.) กายพฒั นา รู้หลกั พฒั นาดา้ นกายภาพต่างๆ ท้งั ร่างกายตน อุปกรณ์ สร้างคุณค่าแก่สังคม เคร่ืองมือ และสภาพแวดลอ้ ม เป็นตน้ (กายภาวนา) นิยมคุณธรรม ผู้นําภูมปิ ัญญา รู้หลกั พฒั นาระเบียบวนิ ยั ตนและกฏเกณฑ์ ของสงั คม การอยรู่ ่วมสงั คม ทาตวั ใหม้ ีคุณค่า ต่อสงั คมทุกระดบั เป็นตน้ (ศีลภาวนา) พฒั นาคุณธรรมพ้ืนฐานทางจิตใจ เช่น มีใจมน่ั คง มุ่งมนั่ ไม่ยอ่ ทอ้ รับผดิ ชอบ ซื่อสตั ย์ กตญั ญู เสียสละ เป็นตน้ (จิตภาวนา) พฒั นาปัญญาใหม้ ีความรู้รอบ รู้ลึก ในศาสตร์ต่างๆ ปฏิบตั ิไดถ้ ูก ประยกุ ตเ์ ป็น และเห็นคุณค่า และมีภาวนะผนู้ า (ปัญญาภาวนา) ภาวนา ๔ : กายภาวนา สีลภาวนา จิตภาวนา ปัญญาภาวนา หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 71 ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ
o ระดับปรญิ ญาโท รู้รอบวชิ าการ มุ่งใหเ้ รียนความรู้พ้ืนฐาน ความรู้ใหม่ๆ ท่ีทนั สมยั ทนั เหตุการณ์ ทาใหอ้ ยใู่ นสงั คมอยา่ งเป็นสุขและเท่าทนั เป็นตน้ (Conceptual Skill) (รู้อรรถ - Learning to know) ค.ม. (M.Ed.) ชํานาญวชิ าชีพ มุ่งใหเ้ รียนรู้และปฏิบตั ิใหเ้ กิดทกั ษะ มีความชานาญ ในวชิ าเฉพาะสาขา หรือวิชาชีพที่เลือกเรียน (Technical Skill) (รู้ธรรม - Learning to do) เชี่ยวชาญสื่อศึกษา มุ่งใหส้ ามารถประยกุ ตแ์ ละถ่ายทอดความรู้ได้ อยา่ งมีคุณภาพ โดยตอ้ งเรียนรู้ภาษาและเทคโนโลยตี ่างๆ (Presentation Skill) (รู้นิรุกติ - Learning to live together) บริการประชาชน มุ่งใหส้ ามารถดารงตนอยใู่ นสงั คมอยา่ งมีความสุข มีความเอ้ือเฟ้ื อเผอื่ แผ่ เมตตา กรุณา เสียสละ เป็นตน้ (Social Skill, Service mind) (มีปฏิภาณ - Learning to be) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 72
o ระดับปรญิ ญาเอก ค.ด. (Ed.D) มีวสิ ัยทศั น์ มีความรู้อยา่ งกวา้ งขวาง ลึกซ้ึง ทนั สมยั เช่ียวชาญปฏบิ ตั ิ ทนั เหตุการณ์ และมีวสิ ยั ทศั น์กวา้ งไกล ฉลาดมนุษยสัมพนั ธ์ (จกั ขมุ า, Pro-vision) สามารถปฏบตั ิไดถ้ ูกตอ้ ง มีความเช่ียวชาญเฉพาะดา้ น สามารถวเิ คราะห์ วจิ ยั ประยกุ ต์ และสร้างทฤษฎีใหม่ๆ (วธิ ุโร, Professional) มีมนุษยสมั พนั ธ์ดี มีภาวะผนู้ า เป็นนกั บริหาร ท่ีมีคุณภาพ ท้งั มีจิตสาธารณะ รู้จกั เสียสละเพ่ือสงั คม (นิสสยั สัมปันโน, Public relation) ปาปณิกธรรม ๓ : จกั ขมุ า วธิ ุโร นิสสยั สมั ปันโน หรือ เก่งคิด เก่งงาน เก่งคน ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 73
o แนวคิดการพัฒนา บณั ฑติ ศึกษา เก่งคดิจกั ขุมา Conceptual Skill วธิ ุโร เก่งงาน Technical Skill เก่งคน Human Relation Skill นิสสยสัมปันโน หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 74 องฺ.ติก. 20/459/146 ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ
o บูรณาการหลกั ธรรมกับการบรหิ าร ปัญญา ปัญญา ๓ (สตุ ะ จินตะ ภาวนา) พละ ๔ วิริยะ วิริยะ ๓ ระดบั (ปารมี อปุ ปารมี ปรมตั ถปารมี ) อนวชั ชะ สจุ ริต ๓, เว้นมิจฉาวณิชชา ๕ สงั คหะ สงั คหวตั ถุ ๔ (ทาน ปิ ยวาจา อตั ถจริยา สมานัตตตา) ❖ ธรรมะและแนวคิดท่สี อดคล้องหรือเสริมกนั : ปธาน ๔, PDCA ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 75
o ประโยชนก์ ารศึกษาแนวพุทธ ๑. ประโยชน์ตน มีวชิ าและจรณะ เป็นสุจริตชน ๒. ประโยชน์ผู้อื่น รู้จกั เสียสละ มีน้าใจ ใหแ้ ก่ส่วนรวม ๓. ประโยชน์ทงงั สองฝ่ าย รู้จกั ใหอ้ ยา่ งเหมาะสมและได้ ประโยชน์ร่วมกนั ๔. ประโยชน์อย่างยงิ่ (ปรมตั ถะ) มีหลกั คิดและดาเนินชีวติ โดยมองถึงอนาคตกาล และมุ่งพฒั นาตนจนเป็ นอเสข ปรมัตถะ บุคคล บรรลุอรหนั ตผล ไม่เวยี นวา่ ยตายเกิดอีก สมั ปรายกิ ตั ถะ ทิฏฐธมั มิกตั ถะ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 76
บูรณาการหลกั ธรรม กบั การบริหารงานวชิ าการ
o ขอบขา่ ยการศึกษาแนวพุทธ ❖ หลกั พืน้ ฐาน : พฒั นากายใจ (ขนั ธ์ ๕) ให้มีวิชชาและจรณะ ❖ สิ่งท่ีต้องรู้ (ปัญญา ๒) : โลกียปัญญา และโลกตุ ตรปัญญา ❖ ปัจจยั แห่งการเรียนร้:ู ปรโตโฆสะ โยนิโสมนสิการ ❖ วิธีการเรียนร:ู้ สทั ธรรม ๓, พหสู ตุ ๕ ❖ เป้าหมายการเรียนร้:ู สิกขา ๓, ภาวนา ๔ ❖ ประโยชน์การเรียนร้:ู ประโยชน์ ๓, ประโยชน์ ๔ -------------------- ปญญฺ า โลกสมฺ ิ ปชโฺ ชโต ปัญญาเป็นแสงสว่างให้แก่โลก ปญญฺ า นราน รตน ปัญญาเป็นแก้ว (ทรพั ยส์ มบตั ิ) ของมนุษย์ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 78
o หนา้ ท่ีของนกั ศึกษาแนวพุทธ คารวตา ความเคารพ หมายถงึ การใสใ่ จและปฏบิ ตั ดิ ว้ ยความ เออ้ื เฟ้ือ อยา่ งหนกั แน่นจรงิ จงั มองเหน็ คณุ คา่ และความสาคญั แลว้ ปฏบิ ตั ติ ่อบุคคลหรอื สง่ิ นนั้ โดยถกู ตอ้ ง ๖ อยา่ ง 1. สตั ถคุ ารวตา ความเคารพในพระศาสดา 2. ธมั มคารวตา ความเคารพในธรรม 3. สงั ฆคารวตา ความเคารพในสงฆ์ 4. สิกขาคารวตา ความเคารพในการศกึ ษา 5. อปั ปมาทคารวตา ความเคารพในความไมป่ ระมาท 6. ปฏิสนั ถารคารวตา ความเคารพในปฏสิ นั ถาร ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 79
o หนา้ ทขี่ องครู อาจารย์ ผูท้ า หนา้ ท่ีสอน ก. เป็นกลั ยาณมิตร ข. ตงั้ ใจประสิทธ์ิความรู้ ค. มีลีลาครคู รบทงั้ สี่ ง. มีหลกั ตรวจสอบสาม จ. ทาหน้าที่ครตู ่อศิษย์ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 80
o ก. เป็นกลั ยาณมิตร คอื ประกอบดว้ ยองคค์ ุณของกลั ยาณมติ ร หรอื กลั ยาณมิตรธรรม ๗ ประการ ดงั น้ี ๑. ปิ โย น่ารกั คอื มเี มตตากรุณา ใสใ่ จคนและประโยชน์สขุ ของเขา เขา้ ถงึ จติ ใจ สรา้ ง ความรสู้ กึ สนิทสนมเป็นกนั เอง ชวนใจผเู้ รยี นใหอ้ ยากเขา้ ไปปรกึ ษาไต่ถาม ๒. ครุ น่าเคารพ คอื เป็นผหู้ นกั แน่น ถอื หลกั การเป็นสาคญั และมคี วามประพฤตสิ มควร แกฐ่ านะ ทาใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ อบอุ่นใจ เป็นทพ่ี ง่ึ ไดแ้ ละปลอดภยั ๓. ภาวนีโย น่าเจริญใจ คอื มคี วามรจู้ รงิ ทรงภมู ปิ ัญญาแทจ้ รงิ และเป็นผฝู้ ึกฝนปรบั ปรุง ตนอยเู่ สมอ เป็นทน่ี ่ายกยอ่ งควรเอาอยา่ ง ทาใหศ้ ษิ ยเ์ อย่ อา้ งและราลกึ ถงึ ดว้ ยความ ซาบซง้ึ มนั่ ใจ และภาคภูมใิ จ ๔. วตฺตา รจู้ กั พดู ให้ได้ผล คอื รจู้ กั ชแ้ี จงใหเ้ ขา้ ใจ รวู้ า่ เมอ่ื ไรควรพดู อะไร อยา่ งไร คอยให้ คาแนะนาวา่ กลา่ วตกั เตอื น เป็นทป่ี รกึ ษาทด่ี ี ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 81
ก. เป็นกลั ยาณมติ ร (ตอ่ ) ๕. วจนกขฺ โม อดทนต่อถ้อยคาํ คือ พร้อมท่ีจะรับฟังคาปรึกษาซกั ถามแมจ้ ุกจิก ตลอดจนคาล่วงเกินและคาตกั เตือนวพิ ากษว์ จิ ารณ์ต่างๆ อดทน ฟังได้ ไม่เบื่อ หน่าย ไม่เสียอารมณ์* ๖. คมฺภรี ญจฺ กถํ กตตฺ า แถลงเรื่องลาํง ลกึ ได้ คือ กล่าวช้ีแจงเรื่องต่างๆ ท่ียงุ่ ยากลึกซ้ึง ใหเ้ ขา้ ใจได้ และสอนศิษยใ์ หไ้ ดเ้ รียนรู้เร่ืองราวท่ีลึกซ้ึงยงิ่ ข้ึน ๗. โน จฏฺ ฐาเน นิโยชเย ไม่ชักนําในอฐาน คือ ไม่ชกั จูงไปในทางที่เสื่อมเสีย หรือ เร่ืองเหลวไหลไม่สมควร (องฺ.สตฺตก. ๒๓/๓๔/๓๓) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 82
ข. ตัง้ ใจประสิทธ์คิ วามรู้ โดยตงั้ ตนอยใู่ นธรรมของผแู้ สดงธรรม ทเี่ รยี กวา่ ธรรมเทศกธรรม ๕ ประการ คอื ๑. อนุบพุ พิกถา สอนให้มีขนั้ ตอนถกู ลาดบั คอื แสดงหลกั ธรรม หรอื เน้ือหาตามลาดบั ความ งา่ ยยากลุม่ ลกึ มเี หตผุ ลสมั พนั ธต์ อ่ เน่ืองกนั ไปโดยลาดบั ๒. ปริยายทสั สาวี จบั จดุ สาคญั มาขยายให้เข้าใจเหตผุ ล คอื ชแ้ี จง ยกเหตุผลมาแสดง ให้ เขา้ ใจชดั เจนในแต่ละแงแ่ ต่ละประเดน็ อธบิ ายยกั เยอ้ื งไปตา่ งๆ ใหม้ องเหน็ กระจ่างตาม แนวเหตุผล ๓. อนุทยตา ตงั้ จิตเมตตาสอนด้วยความปรารถนาดี คอื สอนเขาดว้ ยจติ เมตตา มงุ่ จะให้ เป็นประโยชน์แกผ้ รู้ บั คาสอน ๔. อนามิสนั ดร ไม่มีจิตเพ่งเลง็ เหน็ แก่อามิส คอื สอนเขามใิ ชม่ ใิ ช่มงุ่ ทต่ี นจะไดล้ าภ สนิ จา้ ง หรอื ผลประโยชน์ตอบแทน ๕. อนุปหจั จ*์ วางจิตตรงไมก่ ระทบตนและผอู้ ่ืน คอื สอนตามหลกั ตามเน้อื หา มงุ่ แสดง อรรถ แสดงธรรม ไมย่ กตน ไมเ่ สยี ดสขี ม่ ขผ่ี อู้ ่นื (องฺ.ปญฺจก. ๒๒/๑๕๙/๒๐๕) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 83
ค. มีลลี าครูครบทัง้ สี่ ครทู สี่ ามารถมลี ลี าของนกั สอน ดงั น้ี ๑. สนั ทสั สนา ชี้ให้ชดั จะสอนอะไร กช็ แ้ี จงแสดงเหตุผล แยกแยะอธบิ ายใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจแจม่ แจง้ ดงั จงู มอื ไปดเู หน็ กบั ตา ๒. สมาทปนา ชวนให้ปฏิบตั ิ คอื สง่ิ ใดควรทา กบ็ รรยายใหม้ องเหน็ ความสาคญั และซาบซง้ึ ในคณุ คา่ เหน็ สมจรงิ จนผฟู้ ังยอมรบั อยากลงมอื ทา หรอื นาไปปฏบิ ตั ิ ๓. สมุตเตชนา เรา้ ให้กล้า คอื ปลุกใจใหค้ กึ คกั เกดิ ความกระตอื รอื รน้ มกี าลงั ใจแขง็ ขนั มนั่ ใจ จะทาใหส้ าเรจ็ ไมก่ ลวั เหน็ดเหน่ือยหรอื ยากลาบาก ๔. สมั ปหงั สนา ปลกุ ให้รา่ เริง คอื ทาบรรยากาศใหส้ นุกสดชน่ื แจม่ ใส เบกิ บานใจ ใหผ้ ฟู้ ังแชม่ ชน่ื มคี วามหวงั มองเหน็ ผลดแี ละทางสาเรจ็ จางา่ ยๆ วา่ สอนให้ แจม่ แจง้ จงู ใจ แกลว้ กลา้ รา่ เรงิ (เชน่ ท.ี ส.ี ๙/๑๙๘/๑๖๑) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 84
ง. มหี ลักตรวจสอบสาม เมอื่ พดู อยา่ งรวบรดั ทสี่ ดุ ครอู าจตรวจสอบตนเอง ดว้ ยลกั ษณะการสอนของ พระบรมครู ๓ ประการ คอื ๑. สอนดว้ ยความรจู้ รงิ รจู้ รงิ ทาไดจ้ รงิ จงึ สอนเขา ๒. สอนอยา่ งมเี หตุผล ใหเ้ ขาพจิ ารณาเขา้ ใจแจง้ ดว้ ยปัญญาของเขาเอง ๓. สอนใหไ้ ดผ้ ลจรงิ สาเรจ็ ความมงุ่ หมายของเรอ่ื งทส่ี อนนนั้ ๆ เชน่ ใหเ้ ขา้ ใจได้ จรงิ เหน็ ความจรงิ ทาไดจ้ รงิ นาไปปฏบิ ตั ไิ ดผ้ ลจรงิ เป็นตน้ (องฺ.ตกิ . ๒๐/๕๖๕/๓๕๖) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 85
จ. ทาหนา้ ที่ครตู ่อศิษย์ คอื ปฏบิ ตั ติ อ่ ศษิ ยโ์ ดยอนุเคราะหต์ ามหลกั ธรรมเสมอื นเป็นทศิ เบ้อื งขวา* ดงั น้ี ๑. แนะนาฝึกอบรมใหเ้ ป็นคนดี ๒. สอนใหเ้ ขา้ ใจแจม่ แจง้ ๓. สอนศลิ ปวทิ ยาใหส้ น้ิ เชงิ ๔. สง่ เสรมิ ยกยอ่ งความดงี ามความสามารถใหป้ รากฏ ๕. สรา้ งเครอ่ื งคมุ้ ภยั ในสารทศิ คอื สอนฝึกศษิ ยใ์ หใ้ ชว้ ชิ าเลย้ี งชพี ไดจ้ รงิ และรจู้ กั ดารงตนดว้ ยดี ทจ่ี ะเป็นประกนั ใหด้ าเนนิ ชวี ติ ดงี ามโดยสวสั ดี มคี วามสขุ ความเจรญิ ** (ท.ี ปา. ๑๑/๒๐๐/๒๐๓) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 86
o หน้าท่ขี องผเู้ รยี น นสิ ิต ผู้เปน็ ศิษย์ นอกจากจะพงึ ปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมสาหรับคนที่จะประสบ ความสาเร็จ คือ จกั ร ๔* และอิทธิบาท ๔* แลว้ ยงั มีหลกั การที่ควรรู้ และ หลกั ปฏิบตั ิท่ีควรประพฤติอีก ดงั ต่อไปน้ี ก. รู้หลกั บุพภาคของการศึกษา ข. มีหลกั ประกนั ของชีวิตท่ีพฒั นา ค. ทาตามหลกั เสริมสร้างปัญญา ง. ศึกษาใหเ้ ป็นพหูสูต จ. เคารพผจู้ ุดประทีปปัญญา ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 87
ก. รูห้ ลกั บพุ ภาคของการศึกษา คือรู้จกั องคป์ ระกอบท่ีเป็น ปัจจยั แห่งสมั มาทิฏฐิ ๒ ประการ ดงั น้ี ๑. องค์ประกอบภายนอกที่ดี ไดแ้ ก่ มีกลั ยาณมิตร หมายถึง รู้จกั หาผแู้ นะนาสง่ั สอน ที่ปรึกษา เพื่อน หนงั สือ ตลอดจนส่ิงแวดลอ้ มทางสงั คมโดยทว่ั ไปที่ดี ท่ีเก้ือกลู ซ่ึงจะชกั จูง หรือกระตนุ้ ใหเ้ กิดปัญญาไดด้ ว้ ยการฟัง การสนทนา ปรึกษา ซกั ถาม การอ่าน การคน้ ควา้ ตลอดจนการ รู้จกั เลือกใชส้ ื่อมวลชนใหเ้ ป็นประโยชน์ ๒. องค์ประกอบภายในทดี่ ี ไดแ้ ก่ โยนิโสมนสิการ หมายถึง การใชค้ วามคิดถกู วิธี รู้จกั คิด หรือคิด เป็น คือ มองสิ่งท้งั หลายดว้ ยความคิดพจิ ารณา สืบสาวหาเหตผุ ล แยกแยะสิ่งน้นั ๆ หรือปัญหา น้นั ๆ ออกใหเ้ ห็นตามสภาวะและตามความสมั พนั ธแ์ ห่งเหตุปัจจยั จนเขา้ ถึงความจริง และ แกป้ ัญหาหรือทาประโยชน์ใหเ้ กิดข้ึนได้ กล่าวโดยยอ่ วา่ ข้อหน่ึง รู้จกั พ่งึ พาใหไ้ ดป้ ระโยชนจ์ ากคนและสิ่งท่ีแวดลอ้ ม ข้อสอง รู้จกั พ่งึ ตนเอง และทาตวั ใหเ้ ป็นท่ีพ่ึงของผอู้ ่ืน (ม.มู. ๑๒/๔๙๗/๕๓๙) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 88
ข. มีหลักประกนั ของชวี ติ ทีพ่ ัฒนา สร้างคุณสมบตั ิอ่ืนอีก ๕ ประการขา้ งตน้ ใหม้ ีในตน รวมเป็นองค์ ๗ ที่เรียกวา่ แสงเงินแสงทองของชีวติ ที่ดีงาม หรือ รุ่งอรุณของการศึกษา ท่ีพระพทุ ธเจา้ ทรง เปรียบวา่ เหมือนแสงอรุณที่เป็นบุพนิมิตแห่งอาทิตยอ์ ุทยั เพราะเป็นคุณสมบตั ิตน้ ทุน ท่ีเป็นหลกั ประกนั วา่ จะทาใหก้ า้ วหนา้ ไปในการศึกษา และชีวติ จะพฒั นาสู่ความดี งามและความสาเร็จแน่นอน ๑. แสวงแหล่งปัญญาและแบบอย่างที่ดี ๒. มีวนิ ัยเป็ นฐานของการพฒั นาชีวติ ๓. มจี ติ ใจใฝ่ รู้ใฝ่ สร้างสรรค์ ๔. มุ่งมน่ั ฝึ กตนจนเตม็ สุดภาวะทค่ี วามเป็ นคนจะให้ถงึ ได้ ๕. ยดึ ถือหลกั เหตุปัจจยั มองอะไรๆ ตามเหตุและผล ๖. ตงงั ตนอยู่ในความไม่ประมาท ๗. ฉลาดคดิ แยบคายให้ได้ประโยชน์และความจริง ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 89
ค. ทาตามหลักเสรมิ สร้างปัญญา ในทางปฏิบตั ิ อาจสร้างปัจจยั แห่งสมั มาทิฏฐิ ๒ อยา่ งขา้ งตน้ น้นั ได้ ดว้ ยการปฏิบตั ิตามหลกั วฒุ ิธรรม* (หลกั การสร้างความเจริญงอกงามแห่ง ปัญญา) ๔ ประการ ๑. สัปปุริสสังเสวะ เสวนาผรู้ ู้ คือ รู้จกั เลือกหาแหล่งวชิ า คบหาท่านผรู้ ู้ ผู้ ทรงคุณความดี มีภูมิธรรมภูมิปัญญาน่านบั ถือ ๒. สัทธัมมสั สวนะ ฟังดูคาสอน คือ เอาใจใส่สดบั ตรับฟังคาบรรยาย คาแนะนาสงั่ สอน แสวงหาความรู้ ท้งั จากตวั บุคคลโดยตรง และจาก หนงั สือหรือสื่อมวลชน ต้งั ใจเล่าเรียน คน้ ควา้ หมนั่ ปรึกษาสอบถาม ใหเ้ ขา้ ถึงความรู้ท่ีจริงแท้ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 90
ค. ทาตามหลักเสริมสร้างปญั ญา (ต่อ) ๓. โยนิโสมนสิการ คิดใหแ้ ยบคาย คือ รู้ เห็น ไดอ้ ่าน ไดฟ้ ังสิ่งใด กร็ ู้จกั คิดพจิ ารณา ดว้ ยตนเอง โดยแยกแยะใหเ้ ห็นสภาวะและสืบสาวใหเ้ ห็นเหตุผลวา่ นนั่ คืออะไร เกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร ทาไมจึงเป็นอยา่ งน้นั จะเกิดผลอะไรต่อไป มีขอ้ ดี ขอ้ เสีย คุณ โทษอยา่ งไร เป็นตน้ ๔. ธรรมานุธรรมปฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิใหถ้ ูกหลกั นาสิ่งที่ไดเ้ ล่าเรียนรับฟังและตริตรอง เห็นชดั แลว้ ไปใชห้ รือปฏิบตั ิหรือลงมือทา ใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ตามความมุ่ง หมาย ใหห้ ลกั ยอ่ ยสอดคลอ้ งกบั หลกั ใหญ่ ขอ้ ปฏิบตั ิยอ่ ยสอดคลอ้ งกบั จุดหมาย ใหญ่ ปฏิบตั ิธรรมอยา่ งรู้เป้าหมาย เช่น สนั โดษเพือ่ เก้ือหนุนการงาน ไม่ใช่ สนั โดษกลายเป็นเกียจคร้าน เป็นตน้ (องฺ.จตุกฺก. ๒๑/๒๔๘/๓๓๒) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 91
ง. ศึกษาให้เป็นพหูสูต คือ จะศึกษาเล่าเรียนอะไร กท็ าตนใหเ้ ป็นพหูสูตในดา้ นน้นั ดว้ ยการ สร้างความรู้ความเขา้ ใจใหแ้ จ่มแจง้ ชดั เจนถึงข้นั ครบ องคค์ ุณของพหูสูต (ผไู้ ดเ้ รียนมาก หรือผคู้ งแก่เรียน) ๕ ประการ คือ ๑. พหุสฺสุตา ฟังมาก คือ เล่าเรียน สดบั ฟัง รู้เห็น อ่าน สงั่ สมความรู้ใน ดา้ นน้นั ไวใ้ หม้ ากมายกวา้ งขวาง ๒. ธตา จาได้ คือ จบั หลกั หรือสาระได้ ทรงจาเร่ืองราวหรือเน้ือหาสาระ ไวไ้ ดแ้ ม่นยา ๓. วจสา ปริจิตา คล่องปาก คือ ท่องบ่น หรือใชพ้ ดู อยเู่ สมอ จน แคล่วคล่องจดั เจน ใครสอบถามกพ็ ดู ช้ีแจงแถลงได้ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 92
ง. ศึกษาใหเ้ ปน็ พหูสูต (ตอ่ ) ๔. มนสานุเปกฺขิตา เจนใจ คือ ใส่ใจนึกคิดจนเจนใจ นึกถึงคร้ังใด กป็ รากฏเน้ือความสวา่ งชดั เจน มองเห็นโล่งตลอดไปท้งั เร่ือง ๕. ทิฏฺฐิยา สุปฏิวทิ ฺธา ขบไดด้ ว้ ยทฤษฎี คือ เขา้ ใจความหมายและ เหตุผลแจ่มแจง้ ลึกซ้ึง รู้ท่ีไปท่ีมา เหตุผล และความสมั พนั ธ์ ของเน้ือความและรายละเอียดต่างๆ ท้งั ภายในเรื่องน้นั เอง และท่ีเก่ียวโยงกบั เรื่องอ่ืนๆ ในสายวชิ าหรือทฤษฎีน้นั ปรุ โปร่งตลอดสาย (องฺ.ปญฺจก. ๒๒/๘๗/๑๒๙) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 93
จ. เคารพผ้จู ดุ ประทีปปัญญา ในดา้ นความสมั พนั ธ์กบั ครูอาจารย์ พึงแสดงคารวะนบั ถือ ตามหลกั ปฏิบตั ิในเรื่องทิศ ๖ ขอ้ วา่ ดว้ ย ทิศเบ้ืองขวา* ดงั น้ี ๑. ลกุ ต้อนรับ แสดงความเคารพ ๒. เข้าไปหา เพ่ือบํารุง รับใช้ ปรึกษา ซักถาม รับคาํ แนะนํา เป็ นต้น ๓. ฟังด้วยดี ฟังเป็ น รู้จกั ฟังให้เกดิ ปัญญา ๔. ปรนนิบัติ ช่วยบริการ ๕. เรียนศิลปวทิ ยาโดยเคารพ เอาจริงเอาจัง ถือเป็ นกจิ สําคญั (ที.ปา. ๑๑/๒๐๐/๒๐๓) ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 94
ตวั อย่างกจิ กรรม ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ุทธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 95
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 96
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 97
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 98
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 99
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 101
❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 102
o เสรมิ สร้างวสิ ัยทัศน์ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ ๒๒-๒๗ เมษายน ๒๕๕๕ ณ ประเทศญี่ป่ ุน หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 124 124
o วิทยานพิ นธ์ ❖ การศกึ ษาและพฒั นาทรพั ยากรมนุษยว์ ถิ พี ทุ ธ หลกั สูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษา | 125 125
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117