Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชนิดของคำไทย

ชนิดของคำไทย

Published by wawa S, 2021-07-25 04:09:50

Description: เพื่ิอให้นักเรียนศึกษาชนิดของคำไทยทั้ง 7 ชนิด

Search

Read the Text Version

๑. คำนำม ๑.๑ คำนำม คือ ที่เป็นช่ือของคน สตั ว์ ส่งิ ของ สถานที่ และกริยาอาการต่าง ๆ มชี ่อื ว่า สามานยนาม เช่น เดก็ มา โรงเรียน , พไี่ ปรับน้อง , ผัดกระเพรำอร่อยมาก ๑.๒ คำนำมทเ่ี ป็นช่ือเฉพำะ ของคน สัตว์ สิ่งของ สถานท่ี มีช่ือวา่ วสิ ามานยนาม เช่น สมศักดเ์ิ รียนหนังสอื เกง่ , พระอภยั มณี เปน็ หนงั สอื วรรณคดีท่สี นุก

๑.๓ ลกั ษณะนำม เปน็ คานามท่ีประกอบนามอน่ื เพือ่ แสดง รูปลักษณะ ขนาดหรือประมาณของนามนัน้ ให้ชัดเจน เชน่ รถ 1 คนั , เรือ 3 ลา , แห 1 ปาก , เกวยี น 3 เลม่ ๑.๔ สมหุ นำม ได้แก่ คาที่แสดงหมวดหมขู่ องสามานยนาม หรอื วสิ ามานยนาม เชน่ ฝูง , โขลง , กอง หรอื คานามที่เป็นช่อื ของสถานท่ี เช่น ประเทศไทย , กรมพลศกึ ษา , บรษิ ัท

๑.๖ อำกำรนำม เป็นคานามท่ีเกิดจากคากริยา หรือ คาวิเศษณ์ มีคา กำร หรอื ควำม นาหน้า เชน่ การเดิน ความดี การพูด ความยาว ความสงู เปน็ ตน้ จะสังเกตว่าคา การ จะนาหน้าคากริยา คา ความ จะนาหน้าคาวิเศษณ์

รอ้ งรำทำเพลง เพลงคำนำม http://www.youtube.com/watch?v=C1IGqdALiCs

๒. คำสรรพนำม คำสรรพนำม คอื คาท่ีใชแ้ ทนนามหรอื ขอ้ ความทกี่ ล่าว มาแล้ว หรอื ท่ีรู้กนั อยกู่ ่อนแล้ววา่ เปน็ ใครหรอื อะไร เพ่อื ไม่ต้อง กล่าวซา้ บ่อยๆ แบง่ ออกเปน็ ๑. บุรษุ สรรพนาม บุรุษ หมายถึงคาทีใ่ ชแ้ ทนชือ่ ของคน สตั ว์ สิ่งของ สถานท่ี และช่ือของสิง่ อ่ืนทง้ั สนิ้ ไดแ้ ก่ ฉนั เธอ ๒. คานามชี้เฉพาะ เช่น นี่ นนั่ โนน่ โน้น

๓. คานามไม่ชีเ้ ฉพาะ เช่น ใคร อะไร ไหน ๔. สรรพนามที่เป็นคาถาม เช่น ใคร อะไร ไหน ๕. สรรพนามแบง่ แยก เช่น บา้ ง ต่าง กัน ๖. สรรพนามทาหนา้ ทแี่ ทนนามทอ่ี ยขู่ ้างหน้า เชน่ ที่ ซ่งึ อนั ยกตัวอย่าง คน ท่ี เดนิ มาโน่นเรียนเก่ง บา้ นซงึ่ อยู่ ในซอยเปน็ ของใคร ไมบ้ รรทดั อัน ทเ่ี ธอใหห้ ายไปแล้ว

๓. คำกรยิ ำ คำกรยิ ำ คือ คาท่ีแสดงอาการเคลอ่ื นไหว หรอื อาการเปน็ ไป ของนามและสรรพนาม คากรยิ าแบ่งออกเปน็ 5 ชนิด คือ

ชนิดของคำกริยำ คากรยิ าแบ่งเป็น ๕ ชนดิ ๑. อกรรมกริยา คือ คากริยาทไี่ ม่ต้องมีกรรมมารบั ก็ไดค้ วาม สมบูรณ์ เขา้ ใจได้ เชน่ เขายืน, น้องนอน ๒. สกรรมกริยา คือ คากริยาทตี่ ้องมีกรรมมารับ เพราะ คากรยิ านไ้ี มม่ คี วามสมบรู ณใ์ นตัวเอง เช่น ฉนั กนิ ข้าว, เขาเห็นนก

๓. วิกตรรถกรยิ า คอื คากรยิ าทีไ่ มม่ ีความหมายในตวั เอง ใช้ตาม ลาพงั แล้วไมไ่ ด้ความ ตอ้ งมคี าอ่นื มาประกอบจึงจะได้ความ คากริยา พวกนี้คือ เป็น เหมือน คลา้ ย เทา่ คือ เชน่ เขาเปน็ นักเรียน, เขาคือครขู องฉันเอง ๔. กรยิ านุเคราะห์ คือ คากรยิ าท่ที าหน้าทชี่ ว่ ยคากริยาสาคัญใน ประโยคใหม้ ีความหมายชดั เจนขึ้น ได้แกค่ า วา่ จง กาลัง จะ ยอ่ ม คง ยัง ถูก นะ เถอะ เทอญ ฯลฯ เช่น นายดาจะไปโรงเรยี น, เขาถกู ตี

๕. กริยาสภาวมาลา คอื คากริยาที่ทาหน้าท่ีเปน็ คานามจะ เป็นประธาน กรรม หรอื บทขยายของประโยคกไ็ ด้ เชน่ - \"นอน\"หลบั เป็นการพกั ผ่อนทดี่ ี - ฉันชอบไป\"เท่ียว\"กบั เธอ

๔. คำวเิ ศษณ์ คาวิเศษณ์ หมายถงึ คาท่ใี ชป้ ระกอบหรือขยายคานาม สรรพนาม คากริยา หรอื คาวิเศษณ์ เพอื่ ให้ไดใ้ จความชัดเจน และละเอียดมากข้นึ เช่น

๕. คำบพุ บท คาบุพบท หมายถงึ คาท่แี สดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างคา หรือประโยค เพื่อใหท้ ราบว่าคาหรือกลุ่มคาท่ีตามหลงั คาบพุ บท นน้ั เก่ยี วขอ้ งกบั กลุ่มคาข้างหนา้ ในประโยคในลกั ษณะ ใด เช่น กับ แก่ แต่ ต่อ ดว้ ย โดย ตาม ข้าง ถึง จาก ใน บน ใต้ สิ้น สาหรบั นอก เพ่อื ของ เกือบ ตงั้ แต่ แห่ง ที่ เป็นตน้

๖.คำสันธำน คาสนั ธาน หมายถึง คาท่ีใช้เชือ่ มประโยค หรอื ข้อความกับขอ้ ความ เพ่ือทาให้ประโยคนน้ั รดั กุม กระชับและ สละสลวย เช่นคาวา่ และ แล้ว จงึ แต่ หรอื เพราะ เหตุ เพราะ เปน็ ตน้ เช่น

๗. คำอทุ ำน คาอุทาน หมายถึง คาทแ่ี สดงอารมณข์ องผู้พูดในขณะที่ ตกใจ ดใี จ เสียใจ ประหลาดใจ หรืออาจจะเปน็ คาท่ีใชเ้ สรมิ คาพดู เช่นคาว่า อ๊ยุ เอ๊ะ วา้ ย โธ่ อนิจจา อ๋อ เปน็ ต้น เช่น - เฮอ้ ! คอ่ ยยงั ชั่วที่เขาปลอดภยั - เมอื่ ไรเธอจะตดั ผมตดั เผำ้ เสียทจี ะได้ดเู รียบรอ้ ย

สวสั ดี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook