สรีรวิทยาของทารกในครรภแ์ ละพัฒนาการของระบบต่างๆ ในรา่ งกายทารก 9. Immunology system ไดร้ บั Immunoglobulin G (IgG) ผ่านทางรกจากมารดา Immunoglobulin M (IgM) ไม่ผา่ นรก ทารกสรา้ งเองไดเ้ ลก็ นอ้ ยเมอื่ อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ Immunoglobulin A (IgA) ไมผ่ า่ นรกและทารกสรา้ งไมไ่ ด้ ผา่ นทางนา้ นมมารดา 10. Endocrine glands system ต่อมหมวกไตสงั เคราะหแ์ ละเกบ็ สะสมฮอร์โมนจากตอ่ มใตส้ มองไดใ้ นไตรมาสท่ี 2 Adrenocorticotrophic hormone (ACTH) เป็น H. แรกทต่ี รวจพบได้ตั้งแต่ 7 สัปดาห์
สรรี วิทยาของทารกในครรภ์และพฒั นาการของระบบต่างๆ ในรา่ งกายทารก ขนาดของศรี ษะทารก
การเกดิ รกและพัฒนาการของรก เยื่อหมุ้ เด็ก สายสะดือ และน้าครา่ Decidua มี 3 ชน้ั 1. compacta layer (ผิวบนสุด) (ตัวอ่อนฝังตวั ) 2. spongiosa layer (ชั้นกลาง) (ไมค่ วรเกนิ ช้ันน)้ี 3. basalis layer (ชน้ั ในสดุ ) ภายหลงั จาก blastocyst ฝงั ตัวแลว้ Decidua จะมชี ื่อเรียกตามตาแหน่งการฝัง ตวั ดงั นี้
Decidua มี 3 ชั้น Decidua basalis ใต้ตวั ออ่ น ส่วนลา่ ง เปน็ Spongiosa Decidua capsularis Decidua vera surface epithelium ผนังโพรงมดลกู ท่งี อก ออกมาคลมุ ตวั ออ่ น สว่ นท่เี หลือจาก basalis ทง้ั หมดจะเช่ือมติดกับ decidua capsulalis ใน สปั ดาหท์ ี่ 20 เป็นขอบ ของรกต่อไป
การเกดิ รก decidue basalis Syncytiotrophoblast chorionic villi placental cotyledon
การเกดิ เย่อื หุ้มทารกชน้ั นอก (chorion) decidua capsularis Syncytiotrophoblast chorionic villi chorion
การเกดิ เย่ือหุ้มทารกชน้ั ใน (Amnion) Extraembryonic cytotro – phoblast Amnion
การสายสะดอื (Cord) extraembryonic mesoderm Body stalk Cord
ลกั ษณะของรก • กลมแบน กวา้ ง 15-20 cm หนา 2-3 cm • หนัก 1/5-1/6 ของทารก รกแบ่งเป็ น 2 ดา้ น • รกดา้ นแม่ • รกดา้ นลกู
รกด้านแม่ • สีแดงเหมอื นเปลือกล้นิ จี่ • cotyledon 15-20 ก้อน • รอ่ งระหวา่ ง cotyledon เรียกวา่ placenta sulcus • เชื่อมตดิ กบั chorion • รกปรกติจะไม่มี calcium หรอื infarction เกาะ
รกด้านลกู • สเี ทาอ่อนเป็นมนั • เช่ือมกบั amnion • เป็นท่เี กาะของ Cord • มีเส้นเลือดทอดไปเลีย้ งสน้ิ สดุ กอ่ นถงึ ของรก 1-2 เซนตเิ มตร (ถา้ เกินจะมรี กนอ้ ย) • วงขาวรอบรก เรียกวา่ closing ring of wringle waldeyer (decidua capsularis เชอ่ื มกับ decidua vera)
ลกั ษณะสายสะดือ • ยาว 30-100 cm เฉลยี่ 50 cm • สน้ั เกนิ ไป >> Placental abruption (รกลอกตวั กอ่ นกาหนด) • ยาวเกินไป >> สายสะดือพนั คอหรอื พลัดต่า (prolapsed cord) • บนสายสะดอื จะมปี ม เรียกวา่ knot มี 2 ชนดิ
ลักษณะสายสะดอื knot มี 2 ชนิด 1. false knot (ปมเทียม) - false wharton’s jelly : เจลลี่รวมกัน - false vascular knot : umbilical vein รวมตัวเป็นกระจุก 2. true knot of cord (ปมแท้) ผูกกนั เป็นปม (อนั ตรายทารกเสียชีวิตได)้
ลักษณะสายสะดอื เสน้ เลอื ดในสายสะดอื มี 2 เสน้ 1. Umbilical vein 1 เส้น ขนาดใหญ่ นาเลือด จากรกไปสู่ทารก 1. Umbilical arteries 2 เส้น ขนาดเลก็ นา เลอื ดจากทารกกลับคนื รก
ลกั ษณะสายสะดอื 1 สายสะดอื เกาะบนรกด้านลูกได้ 4 ตาแหนง่ 1. Insertio centralis หรือ central insertion ปกตพิ บมาก 2 2. Insertio lateralis หรือ lateral insertion ปกติ เกาะใกล้ chorionic plate 3. Insertio marginalis หรือ marginal insertion 3 ผิดปกติเกาะบน chorionic plate เรยี กอกี ชื่อวา่ battedore insertion 4. Insertio velamentosa หรอื membranous insertion ผิดปกติเกาะบน chorion ทาใหเ้ ส้นเลอื ดทอดต่าลง 4 มาบริเวณปากมดลกู (vasa previa) หากถงุ นา้ คร่า แตกจะทาให้สายสะดอื ฉกี ขาดทารกเสยี เลอื ดมาก ตายในครรภไ์ ด้
1. แหลง่ ใหส้ ารอาหารแกท่ ารก 2. แหล่งแลกเปลี่ยนออกซเิ จนและคารบ์ อนไดออกไซดแ์ ทนปอด 3. แหลง่ ขบั ถา่ ยของเสยี และสารต่างๆ ท่เี กดิ จากการเผาผลาญแทนไต หนา้ ที่ของรก 4. แหลง่ ให้ภมู ิคมุ้ กนั โรคจากมารดาไปยังทารกในรูปของ gamma globulin และปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ชือ้ โรคบางชนิดเข้าไปยงั ทารกได้ 5. ทาหนา้ ที่แทนตอ่ มไร้ทอ่ โดยสรา้ งฮอร์โมนทส่ี าคัญต่างๆ ไดแ้ ก่ Human Chorionic Gonadotrophin, Estrogen, Progesterone, Human placenta lactogen เปน็ ตน้
โพรงนา้ ครา่ (amniotic cavity) 1. เจริญจาก ectoderm มาเป็นโพรงน้าครา่ เพอ่ื หอ่ ห้มุ ตัวทารก 2. นา้ คร่า (amniotic fluid) จะเริม่ สรา้ งใน สปั ดาห์ที่ 12 3. รอ้ ยละ 98 เปน็ น้า รอ้ ยละ 2 เป็น albumin, urea, uric acid, creatinine, lecithin, sphingomyelin, bilirubin, fat epithelial cell, leukocyte, lanugo hair
การสรา้ งนา้ คร่า (amniotic fluid) GA = 6 wks. amniotic fluid 8 ml. GA = 12 wks. amniotic fluid 80 ml. GA = 16 wks. amniotic fluid 200-300 ml. GA = 20 wks. amniotic fluid 400 ml. GA = 36-38 wks. amniotic fluid 1,000 ml. GA = 40 wks. amniotic fluid < 1,000 ml. GA = > 40 wks. amniotic fluid ลดลงเรื่อย อาจจะพบเพยี ง 200-300 ml.
การสรา้ งน้าครา่ (amniotic fluid) การสร้างน้าคร่าในแต่ละวนั ประกอบดว้ ย 1. transudate จากผวิ หนังทารกและรก 2. สารนา้ จากทางเดินหายใจ (100 มล.ตอ่ วนั ) 3. ปัสสาวะของทารกในครรภ์ (7-10 มล./กก./ชม.) การรักษาปรมิ าณนา้ คร่า :ทารกดดู กลืนนา้ ครา่ (1 ลติ ร/วนั ) ปริมาณนา้ ครา่ ขึ้นกับความสมดลุ ในการไหลเวยี น โดยมสี ว่ นเกี่ยวข้องหลัก ๆ คอื การกลืนของทารก และการขบั ปัสสาวะ เม่ืออายุครรภค์ รบกาหนดทารก กลนื นา้ คร่าในอัตราประมาณ 20 มล./ชม.ทาให้ปริมาณน้อยลง
น้าคร่ามหี น้าทสี่ าคัญดังน้ี 1. ช่วยใหท้ ารกเคลอ่ื นไหวสะดวก 2. ปอ้ งกนั การกระทบกระเทือนแก่ทารก 3. รักษาอณุ หภูมขิ องทารกใหค้ งที่ 4. แหลง่ ให้อาหารแกท่ ารกด้วย 5. แรงดันน้าในโพรงน้าคร่ามีส่วนช่วยขยายปากมดลูกเม่ือเวลา เจ็บครรภ์คลอด
ปจั จัยท่มี อี ิทธิพลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ 1. ลักษณะและรูปแบบการดาเนินชีวิตของมารดา อายุ < 17 ปี การเจรญิ เตบิ โตไม่เต็มท่ี & ขาดความรู้ (Risk Anemia, IUGR, abortion เป็นตน้ ) > 35 ปี มคี วามเสือ่ มสภาพของเย่อี บุโพรงมดลกู เสี่ยงความผิดปรกตทิ างพันธกุ รรมมากขน้ึ น้าหนกั BMI > 27 kg/m2 นา้ หนักเกนิ มีผลต่อการเปน็ เบาหวานขณะต้ังครรภท์ าให้การเจริญของ ทารกในครรภ์ผิดปกตไิ ด้ ติดยา บหุ รี่ หรอื สารเสพตดิ สารนโิ คตนิ CO2 และทาร์ จากควนั บุหร่ี ขัดขวางการเจริญของเซลล์ประสาททารก หลอดเลอื ดในมดลูกหดรดั ตัว รกมีเลอื เลย้ี งน้อย ทารกไดร้ บั สารอาหารและ O2 ไมเ่ พยี งพอทาให้ ทารกมนี ้าหนักตัวนอ้ ยแรกเกดิ
ปจั จัยที่มอี ิทธพิ ลตอ่ พฒั นาการและการเจรญิ เตบิ โตของทารกในครรภ์ 1. ลกั ษณะและรปู แบบการดาเนนิ ชีวติ ของมารดา ตดิ ยา บหุ ร่ี หรอื สารเสพตดิ นอกจากนั้น บุหรยี่ ังทาให้ รกลอกตวั กอ่ นกาหนด รกเกาะต่า ถุงนา้ คร่าแตกกอ่ นกาหนด ปากแหวง่ เพดานโหวง่ เปน็ ตน้ แอลกอฮอล์ มารดาดม่ื มากกวา่ 60 ml/วนั ทาใหท้ ารกเสีย่ งต่อ Fetal Alcohol Effects หากด่มื มากกวา่ 180 ml/วัน เส่ยี งต่อ Fetal Alcohol Syndrome (Alcoholic) อาการ เชน่ ชอ่ งตา สั้น รมิ ฝปี ากบนเรียบ บางยาว จมูกแบน หนังตาคลุมหวั ตามาก ส่วนกลางของใบหนา้ พัฒนาช้าน้อย กวา่ ปกติ
ปจั จยั ที่มอี ทิ ธิพลต่อพฒั นาการและการเจรญิ เติบโตของทารกในครรภ์ 1. ลักษณะและรูปแบบการดาเนนิ ชีวติ ของมารดา สัมผสั สิ่งแวดล้อมทเี่ ปน็ พษิ เชน่ ยา สารเคมี รังสี เช้อื โรค ยา Category A เปน็ กลมุ่ ยาท่มี ีความปลอดภัยมากท่ีสุด Category B ทดลองในสตั ว์ไมเ่ ปน็ อันตรายต่อตัวออ่ น แต่ยงั ไมม่ ีการทดลองใน มนษุ ย์ แต่ไม่พบความเสย่ี งในหญิงตงั้ ครรภ์ท่ใี ช้ เชน่ Amoxycillin, Cloxacillin, Cephalexine, Erythromycim Category C ยงั ไม่มขี ้อมลู เพยี งพอท่พี บว่าจะเกิดอนั ตรายตอ่ ตัวอ่อน แต่นิยม ใชน้ ้อย เช่น Norfloxacin, Ciprofloxacin, Buscopan
ปจั จยั ที่มอี ิทธิพลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ 1. ลักษณะและรปู แบบการดาเนนิ ชวี ติ ของมารดา สัมผสั สิง่ แวดลอ้ มท่ีเปน็ พิษ เช่น ยา สารเคมี รังสี เช้อื โรค ยา Category D เปน็ กล่มุ ยาท่ีมีผลต่อทารกในครรภ์แน่นอน Diazepan ไตรมาส 1 ทาให้ปากแหว่งเพดานโหว่ง ไตรมาส 2 หลอดเลือดและหัวใจผิดปรกติ ไตรมาส 3 กลา้ มเนื้ออ่อนแรง Tetracycline ไตรมาส 2 & 3 ทารกฟันเหลอื ง ผุง่าย กระดูกยาว เจรญิ เติบโตช้า Streptomycin ได้รบั ในปริมาณสูง อาจทาให้ทารกมปี ัญหาเรอื่ งการ ได้ยิน
ปัจจัยทม่ี ีอทิ ธพิ ลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ 1. ลักษณะและรูปแบบการดาเนนิ ชีวิตของมารดา สมั ผัสสง่ิ แวดล้อมที่เป็นพษิ เช่น ยา สารเคมี รังสี เช้ือโรค ยา Category X เป็นกล่มุ ยาทห่ี า้ มใช้ในหญงิ ต้ังครรภ์ (เปน็ Teratogen) Warfarin เกิดกลมุ่ อาการ Warfarin embryopathy (ใบหนา้ ผิดปกติดงั้ ยบุ ขาสน้ั ) วติ ามิน A ยารกั ษาสิว ทาใหเ้ กดิ ความพกิ าร เชน่ ศรี ษะเลก็ ปญั ญาอ่อน ปากแหว่งเพดานโหว่ง แท้ง Thalidomide ยากล่อมประสาททาใหท้ ารกมือและแขนกุด
Warfarin วิตามนิ A Thalidomide
ปัจจัยท่ีมีอิทธพิ ลตอ่ พฒั นาการและการเจรญิ เติบโตของทารกในครรภ์ 1. ลกั ษณะและรปู แบบการดาเนนิ ชวี ติ ของมารดา สมั ผัสสิง่ แวดลอ้ มทีเ่ ป็นพิษ เชน่ ยา สารเคมี รังสี เช้ือโรค สารเคมี (เป็น Teratogen) สที าบา้ น การยอ้ มสีผม สที าเล็บ สมั ผัสในไตรมาสที่ 1 ทาให้ทารกไมม่ ผี นัง หน้าทอ้ ง (Gastoschisis) สารตะกว่ั เกิดการแท้ง ทารกตายคลอด รังสี (เป็น Teratogen) Gamma ray เกดิ การแทง้ หรือทารกเสยี ชีวิต สมองเล็ก (microphaly) หรือปญํ าอ่อน
ปัจจยั ทีม่ ีอิทธพิ ลต่อพฒั นาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ 1. ลกั ษณะและรปู แบบการดาเนนิ ชีวิตของมารดา สัมผสั สงิ่ แวดล้อมทเ่ี ปน็ พิษ เชน่ ยา สารเคมี รังสี เชอื้ โรค การติดเชอ้ื (เป็น Teratogen) Bacteria เช่น treponema pallidum เกิดโรค syphilis สามารถผ่านรกได้รวดเรว็ หลงั สปั ดาห์ที่ 20 ทาใหท้ ารกในครรภ์ติดเชื้อรนุ แรงทาให้ทารกพกิ ารหรอื ตายในครรภไ์ ด้ นอกจากน้ีทารกยงั มีโอกาสเป็น congenital syphylis Protozoa เน้อื สมองและตาถกู ทาลาย Virus มีเชื้อไวรสั 2 ชนดิ 1. Rubella virus (หัดเยอรมัน) ติดเชอื้ < 8 wks. หูหนวก ต้อกระจ ปญั ญาออ่ น หัวใจผดิ ปกติ ปากแหวง่ เพดานโหว่ หรอื แทง้ ไตรมาส 2 ผดิ ปรกตเิ ลก็ นอ้ ย
ปจั จัยทีม่ ีอิทธพิ ลต่อพฒั นาการและการเจริญเตบิ โตของทารกในครรภ์ 1. ลกั ษณะและรปู แบบการดาเนินชวี ติ ของมารดา สมั ผัสส่ิงแวดลอ้ มท่ีเปน็ พษิ เชน่ ยา สารเคมี รังสี เชือ้ โรค การติดเชือ้ (เป็น Teratogen) Virus มีเช้อื ไวรสั 2 ชนดิ 2. Herpes simplex virus type 2 ไม่ผา่ นรก แต่จะติดเช้ือขณะคลอด เกดิ การทาลายของระบบประสาทส่วนกลางอย่างมาก
ปัจจัยทม่ี อี ิทธิพลตอ่ พฒั นาการและการเจริญเตบิ โตของทารกในครรภ์ 2.ปจั จยั ด้านพันธุกรรม (genetic) คณุ ภาพของอสจุ แิ ละไข่ รวมทง้ั genetic code ทีส่ ร้างขนึ้ 1.1 ความผิดปกตขิ องจานวนโครโมโซม -Down syndrome (Trisomy 21) -Edwards syndrome (Trisomy 18) -Patau Syndrome (Trisomy 13) -Sex Chromosome (XO, XXX, XXY, XYY) -โรคทางพนั ธกุ รรมท่พี บบอ่ ย เช่น Thalassemia, Hemohpelia, G-6-PD
Down syndrome (Trisomy 21) Edwards syndrome (Trisomy 18)
Patau Syndrome (Trisomy 13) Sex Chromosome (XO, XXX, XXY, XYY)
Thalassemia
ปจั จยั ท่มี อี ทิ ธพิ ลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ 3. สง่ิ แวดลอ้ มภายในมดลูก ถ้าไมเ่ หมาะสมตอ่ การตงั้ ครรภ์ ก่อนการเจริญของเซลล์ชนิดต่างๆ จะมีผลตอ่ เซลลท์ าให้ เซลล์ตายและแท้งได้ขนึ้ อยกู่ บั ความรุนแรง เช่น ผนงั มดลูกหนา/บาง 4. ภาวะทางจติ สังคม ความเครยี ดส่งผลให้ระบบประสาทซมิ พาเธตคิ จะกระตุ้นไฮโปทาลามัสหลงั่ นอร์อีพนิ เนฟฟริ เพ่ิมอัตราการเต้นของหัวใจ แรงบีบตัวของหวั ใจ หลอดเลือดหดรดั ตวั เลือดไป เลยี้ งรกนอ้ ยลง ทารกในครรภเ์ จรญิ เตบิ โตช้า
ปัจจยั ที่มอี ทิ ธิพลตอ่ พฒั นาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ 5. ภาวะโภชนาการ ขาดสารอาหารบางอย่างทาใหเ้ กิดความพิการ เชน่ Folic (ทอ่ ประสาท neural tube ผิดปรกต)ิ Iodine (สมองพกิ าร IQ ตา่ ) 6. โรคแทรกซ้อนระหวา่ งตง้ั ครรภ์ HT >> แทง้ เจริญเติบโตชา้ Heart >> เจริญเติบโตช้า เป็นโรคหัวใจแต่กาเนดิ DM >> แท้ง คลอดก่อนกาหนด ทารกตัวโต ทารกตวั เล็ก Hyperthyroidism แท้ง ตายในครรภ์ ทารกเปน็ คอพอกแต่กาเนดิ
Teratogen Teratogen หมายถงึ สารท่ีมีผลต่อการเจรญิ เติบโตของตวั อ่อนหรอื ทารกในครรภ์ และทาใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงอยา่ งถาวรของรูปร่าง ในส่วนของการทาหนา้ ทขี่ องอวัยวะตา่ งๆ ของร่างกาย ระยะทที่ าใหเ้ กดิ ความพิการรนุ แรงคือชว่ ง Embryonic period ระยะท่ที าให้เซลลต์ ายจนแทง้ หรอื ไมม่ ีตวั ออ่ นคือช่วง pre Embryonic period
ความรนุ แรงของ Teratogen ข้นึ อยู่กบั 1. ชว่ งอายคุ รรภ์ (GA) >> Embryonic period (3-8 สปั ดาห์) 2. ปริมาณ (Dose) 3. ระยะเวลาที่ Teratogen (Teming) 4. ลกั ษณะทางพันธกุ รรมที่ตอบสนองตอ่ Teratogen 5. ภาวะสขุ ภาพของหญงิ ตั้งครรภ์
THANK YOU From : AJ. หงษาวดี โยธาทพิ ย ์ Tell. 088-7517412 Email : [email protected]
Search