IF CLAUSE ประโยคเงือ่ นไข English
คำนำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงงานสหกิจศึกษา จุดประสงค์ ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เล่มนี้คือเพื่อให้ผู้อ่านได้ความรู้ เกี่ยวกับประเภทของคำภาษาอังกฤษ จึงได้จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ นำเสนอเรือ่ ง IF-Clause หนึงในเเกรมม่าภาษาอังกฤษที่มีในข้อสอบ โทอิคแบบเข้าใจง่ายโดยมีตัวอย่างพร้อมคำอธิบายที่ชัดเจน ทางคณะผู้ จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ แก่ผู้อ่านและควรค่าใน การเรียนรู้ คณะผู้จัดทำ
สารบัญ เรือ่ ง หน้า If-Clause ......................................................................................................................................................................... 1 If-Clause รูปแบบที่ 1...................................................................................................................................... 2 If-Clause รูปแบบที่ 2...................................................................................................................................... 3 If-Clause รูปแบบที่ 3...................................................................................................................................... 4 If-Clause รูปแบบที่ 4...................................................................................................................................... 5 ตัวอย่างข้อสอบ .............................................................................................................................................................. 6 อ้างอิง............................................................................................................................................................................................. 7
If-Clause ประโยคเงือ่ นไข If-clause คืออะไร? ประโยคเงือ่ นไข ประกอบด้วยประโยคย่อย สองประโยค ประโยคหนึ่งขึ้นต้นด้วยคำว่า If กับอีกประโยคหนึ่งมีหน้ าตาเหมือน ประโยคสมบูรณ์ ทั่วไป สังเกตว่า ประโยคสองประโยคนี้สลับที่กันได้ จะยก ประโยคไหนขึ้นต้นก็ได้ แล้วแต่การเน้ นและความหมาย If Clause สำคัญกับการสอบโทอิคยังไง? If-Clause เป็นหนึ่งในเเกรมมาร์ที่สำคัญในการสอบโทอิคโดย เฉพาะอย่างยิ่งใน Part 5: Incomplete Sentences สำหรับผู้ที่ต้องการ เพิ่มคะเเนนโทอิค การรู้เรือ่ ง If-clause จะยิ่งช่วยลดเวลาให้ทำข้อสอบได้ เร็วมากขึ้น -1-
If-Clause รูปแบบที่ 1 ZERO Conditional Sentences ใช้สำหรับพูดถึงความจริงทั่วไป โดยใช้ present simple ใน ประโยคทั้งสองประโยค (ประโยคหนึ่งจะอยู่ในรูปของ if-clause ส่วนอีก ประโยคจะอยู่ในรูปของ main-clause) โครงสร้างของ If-Cluase รูปแบบที่ 1 If + subject + V1, subject + V1 ตัวอย่าง If-Clause (ZERO Conditional Sentences) If people eat too much, they get fat. ถ้ากินมากจะอ้วน If you touch a fire, you get burned. ถ้าแตะไฟก็จะโดนลวก You get burned if you touch a fire คุณจะโดนลวกถ้าคุณเเตะไฟ People get fat if they eat too much. ถ้าเขากินเยอะเขาจะอ้วน *** จะสังเกตได้ว่าถ้า If-clause อยู่ประโยคหน้ าจะมีคอมม่า (,) คั่นระหว่างประโยค ถ้าประโยค Main Clause อยู่หน้ าไม่ต้องใส่คอมม่าคั่นเเต่จะมี if อยู่เเทน -2-
If-Clause รูปแบบที่ 2 FIRST Conditional Sentences ใช้กับเหตุการณ์ ที่เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน ใช้สำหรับพูดว่าถ้า สิ่งหนึ่งเกิดขึ้น อีกสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้น โดยใช้ If + present simple แล้วตามด้วย future simple โครงสร้างของ If-Cluase รูปแบบที่ 2 If + subject + V1, subject + will/be going to + V1 ตัวอย่าง If-Clause (FIRST Conditional Sentences) If it rains, I won’t go to the park. ถ้าฝนตก ฉันจะไม่ไปสวนสาธารณะ If I study today, I‘ll pass the exam. ถ้าวันนี้ฉันอ่านหนังสือ ฉันจะสอบผ่าน I won’t go to the park if it rains. ฉันจะไม่ไปสวนสาธารณะถ้าฝนตก I‘ll pass the exam if I study today. ฉันจะสอบผ่านถ้าฉันอ่านหนังสือ *** จะสังเกตได้ว่าถ้า If-clause อยู่ประโยคหน้ าจะมีคอมม่า (,) คั่นระหว่างประโยค ถ้าประโยค Main Clause อยู่หน้ าไม่ต้องใส่คอมม่าคั่นเเต่จะมี if อยู่เเทน -3-
If-Clause รูปแบบที่ 3 SECOND Conditional Sentences ใช้กับเหตุการณ์ ที่ตรงข้ามความจริงในปัจจุบัน หรือ อนาคต ประโยค second conditional ต่างกับ first conditional ตรงที่แบบนี้มีความเป็นไป ได้น้ อยมาก โครงสร้างของ If-Cluase รูปแบบที่ 3 If + V.2 , …would + v.infinitive ตัวอย่าง If-Clause (SECOND Conditional Sentences) If I won the lottery, I would buy a big house. ถ้าถูกล็อตเตอรีจ่ ะซื้อบ้านหลังใหญ่ (คิดว่าคงไม่ถูกล็อตเตอรีห่ รอก) She would pass the exam if she ever studied. เธอคงจะสอบผ่านหรอกถ้าเธอได้เคยอ่านหนังสือบ้าง (ซึ่งจริงๆไม่อ่านเลย) If I had his number, I would call him. ถ้ามีเบอร์เขาฉันจะโทรหาเขา (แต่จริงๆฉันไม่มีเบอร์เขา) *** จะสังเกตได้ว่าถ้า If-clause อยู่ประโยคหน้ าจะมีคอมม่า (,) คั่นระหว่างประโยค ถ้าประโยค Main Clause อยู่หน้ าไม่ต้องใส่คอมม่าคั่นเเต่จะมี if อยู่เเทน -4-
If-Clause รูปแบบที่ 4 THIRD Conditional Sentences ใช้กับเหตุการณ์ ที่ตรงข้ามความจริงในอดีต ประโยคแบบนี้ใช้พูด เกี่ยวกับอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ว่าถ้าเกิดขึ้นแล้วจะเป็นอย่างไร โครงสร้างของ If-Cluase รูปแบบที่ 4 if + past perfect, …would + have + past participle (V.3) ตัวอย่าง If-Clause (THIRD Conditional Sentences) If she had studied, she would have passed the exam. ถ้าเขาอ่านหนังสือ เขาคงสอบผ่านไปแล้ว (ซึ่งจริงๆผู้พูดรู้ว่าไม่ได้อ่านและสอบตก) If I hadn’t eaten so much, I wouldn’t have felt sick. ถ้ากินไม่มากฉันคงไม่ป่วย (แต่จริงๆฉันกินเยอะ จึงป่วย) She wouldn’t have been tired if she had gone to bed earlier. เธอจะไม่เพลียถ้าเข้านอนเร็วกว่านี้ She would have become a teacher if she had gone to university. เธอคงจะเป็นครูถ้าเธอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย *** จะสังเกตได้ว่าถ้า If-clause อยู่ประโยคหน้ าจะมีคอมม่า (,) คั่นระหว่างประโยค ถ้าประโยค Main Clause อยู่หน้ าไม่ต้องใส่คอมม่าคั่นเเต่จะมี if อยู่เเทน -5-
ตัวอย่างข้อสอบโทอิคเรือ่ ง If-clause 1.If our office_____a coffee machine, Mr. Perkins said he would make coffee every morning. (A) had (B) have (C) will have (D) would have ถ้าเจอข้อสอบเเบบนี้เราสามารถตอบได้เลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องแปลโจทย์ If-clause ถ้าเราจำโครงสร้างได้ก็ จะช่วยลดเวลาระยะเวลาในการทำข้อสอบได้ โดยวิิธีการสังเกตคือดูประโยคที่ 2 คือ Mr. Perkins said he would make coffee every morning. สังเกตว่า would make มาจาก If-clause รูปแบบที่ 3 คือ If + V.2 , …would + v.infinitive ดังนั้นตรงช่องที่เว้นว่างไว้จึงต้องตอบได้เเค่ V.2 ซึ่งคำตอบคือ ข้อ (A) had 2. If the accountant_____ a mistake, she will not charge us for her time. (A) makes (B) will make (C) had made (D) make ข้อสอบที่เป็น If-clause ถ้าเราจำโครงสร้างได้ก็จะช่วยลดเวลาระยะเวลาในการทำข้อสอบได้ โดยวิิธี การสังเกตคือดูประโยคที่ 2 คือ he will not charge us for her time. สังเกตว่า will not charge คือ If-clause รูปแบบที่ 2 คือ If + subject + V1,subject + will/be going to + V1 ดังนั้นตรงช่องที่ เว้นว่างไว้จึงต้องตอบได้เเค่ V.1 สามารถตัดตัวเลือกข้อ B เเละ C ได้เลยเพราะจะใช้คู่กับ If-clause รูปแบบ ที่ 3 และ 4 ดังนั้นจะเหลือเพียงเเค่ตัวเลือก A และ D ที่เป็น V.infinitives ทั้งคู่ เราจึงต้องไปดูที่ Subject หรือ ประธานของประโยค ประธานของอนุประโยคนี้คือ The accountant เป็นคำนามเอกพจน์ เพราะมีการเจาะจงเเละไม่มีการเติม S ที่ท้ายคำนาม ข้อนี้จึงตอบข้อ A. makes (เรือ่ ง Subject-Verb Agreement ก็เป็นเรือ่ งสำคัญในการทำข้อสอบ) ถ้าเรกา็จรเูะโ้ร็สควขารึม้นงสาโรรดถ้ายงทขไำโมอขจ่้ตงอท้อสยI์องเfเลบสยีโยcทคlเ่aวะอิuลคาsไแeดป้ล -6-
อ้างอิง GLOBISH. “If-clause,” [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก: https://www.globish.co.th/blog/professiona;/ifclause. IELTS INSTITUTE. “If-clause,” [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก: https://www.oxbridge.in.th/grammar-tips/if-clauses, 2014 Numfhon. “If-clause,” [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก: https://www.trueplookpanya.com/blog/content/70773/-blo-laneng-lan-, 2019 -7-
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: