หนว่ ยที่ 1 พัฒนาการของการจดั การศึกษาในจงั หวัด นครศรีธรรมราช
คำนำ หนงั สืออิเล็กทรอนิกสE์ -BOOK น้ี จดั ทำ ข้ึนเพ่ีอ ประกอบกำรเรียนสอน หลกั สูตร นครศรีธรรมรำช ศึกษำทำไดร้ วบรวมขอ้ มูล เก่ียวกบั ประหวดั ศำสรศ์ ึกษำของจงั หวดั นครศรีธรรมรำช พรอ้ มทง้ั แหลง่ เรียนรูใ้ นทอ้ งถ่ิน เพ่ือใหน้ ักเรียนไดม้ ีควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มำกย่ ิงข้ ึน คณะผูจ้ ดั ทำหวงั เป็นอยำ่ งย่ิงวำ่ จะประโยชน์แก่ นักเรียนและผูส้ นใจไดไ้ มม่ ำกก็นอ้ ย
สสำำรรบบญั ญั 1 ยุคกำรศึกษำสมยั โบรำณ 2 ยุคปฏิรูปกำรศึกษำแบบแผนใหม่ 3 ยุคสมยั หลงั กำรเปล่ียนแปลง กำรปกครอง พ.ศ 2475
ยุคการศึกษาสมัยโบราณ 3 รูปแบบ กำรจดั กำรศึกษำของ จงั หวดั นครศรีธรรมรำชมี พฒั นำกำรมำตงั้ แตส่ มยั โบรำณ เร่ือยมำจนกระทง่ั ถึงปัจจุบนั ดว้ ย ควำมเช่ือท่ีวำ่ กำรศึกษำจะสำมำรถ กำหนดทิศทำงของมนุษย์ เพ่ือ พฒั นำศกั ยภำพใหม้ ีควำมพรอ้ มท่ี จะเป็นกำลงั สำคญั สำหรับกำร พฒั นำประเทศชำติให้ .2 การศึกษาวิชาหนงั สอื เรยี น เจริญกำ้ วหนำ้ ซ่ึงในอดีตน้ัน สนั นิษฐำนวำ่ จงั หวดั มุ่ ง เ น้ น เ ฉ พ า ะ ผู้ ช า ย นครศรีธรรมรำชไดม้ ีกำรจดั เนื่องจากต้องอาศัยพื้นที่ กำรศึกษำ ดงั ตอ่ ไปน้ี วัดเป็นสถานที่เรียน โดยมี พระสงฆ์เป็นครู เช่น วัดท่า โพธิ์ และวัดตามตาบลต่าง ๆ ซึ่ ง มี ก า ร เ ขี ย น ตารับตาราลงในสมุดข่อย หรือหนังสือบุด
ต่าง ๆ อย่างเรง่ ด่วน ซึ่งพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รชั กาลท่ี 4) ได้ทาการติดต่อกบั ชาติตะวนั ตกอย่างกว้างขวาง อนั เปน็ ผลมาจากการทาสนธิสญั ญาเบาว์ริง ในปี พ.ศ. 2398 และเนือ่ งด้วยพระองค์ทรงสนพระทยั ในภาษาองั กฤษเปน็ พิเศษ จึงตอ้ งการปรบั เปลีย่ นนโยบายการบริหารบา้ นเมือง โดยจ้าง ชาวตา่ งชาตมิ าเปน็ ครสู อนภาษาในพระราชโอรสและพระราช ธดิ า โดยจดั ตั้งโรงเรยี นขึน้ ณ พระบรมมหาราชวงั ต่อมาพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลท่ี 5) มีพระราชดาริทรงปฏริ ปู การศึกษา เพื่อผลิตคนเข้า รบั ราชการ และเพิม่ พูนความรู้แกร่ าษฎร จึงได้มกี ารจัดต้ัง โรงเรยี นทหารมหาดเลก็ ขึ้นในปี พ.ศ. 2424 พรอ้ มจัดต้ัง โรงเรยี นสาหรับราษฎรขนึ้ เปน็ ครงั้ แรกทีว่ ัดมหรรณพาราม กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2427 จากน้ันจงึ ได้มีการจดั ตง้ั โรงเรยี นในมณฑลต่าง ๆ
โรงเรียนในยุคแรกเริ่ม ในปี พ.ศ. 2436 โรงเรียนวัด 1) โรงเรียนสุขุมาภิบาล ท่าโพธ์ิ ได้แบ่งออกเป็น 2 คณะ คือ โรงเรียนวิทยา ภิพัฑฒนาไลย สาหรับเรีย หนังสือไทยตามแบบหลวง และโรงเรียนปะริยัตลาไลย ส า ห รั บ เ รี ย น ห นั ง สื อ บ า ลี ไวยากรณ์ตามแบบเรียนซ่ึง พระเจา้ นอ้ งยาเธอ ก ต่อมาในปี พ.ศ. 2442 โรงเรียนวัดท่าโพธิ์ได้ยกฐานะมาเป็น โรงเรียนหลวงชื่อ “โรงเรียนสุขุมาภิบาล” มีพระมหาไว ป.เอก และ พระจอน เป็นอาจารย์ พระยาสุขุมนัยวินิตเป็นผู้อุปถัมภ์ ต่อมา เปลี่ยนชื่อมาเป็นโรงเรียนศรีธรรมราช โดยมีความประสงค์จะให้ เป็นโรงเรียนประจาจังหวัด จนกระท่ัง พ.ศ. 2456 ได้เปล่ยี นช่ือมา เป็น “โรงเรียนเบญจมราชูทิศ” 2) โรงเรียนราษฎร์ผดงุ วิทยา ราษฎรในพื้นที่ช่วยกันเร่ียไรออกทุนจัดตั้งโรงเรียนขึ้นท่ีวัดพระนคร อาเภอกลาง (หมายถึงอาเภอเมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน) มี พระครูกาชาดเป็นผู้จัดการ พระทอง พระเผือก และพระบึ้ง มา ศกึ ษาทโี่ รงเรียนวัดท่าโพธเิ์ พ่ือนาความร้มู าเปน็ อาจารย์
โรงเรยี นในยุคแรกเริ่ม 1) โรงเรยี นสุขุมาภบิ าล ในปี พ.ศ. 2436 โรงเรียนวดั ทำ่ โพธ์ิ ได้ แบง่ ออกเป็น 2 คณะ คือ โรงเรียนวิทยำ ภิพฑั ฒนำไลย สำหรบั เรียน หนังสือไทยตามแบบหลวง และ โรงเรียนปะริยตั ลไลย สาหรบั เรียน หนังสือบาลีไวยากรณ์ตามแบบเรียน ซึ่งพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิร ญาณวรโรรสทรงนิพนธ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2442 โรงเรียนวัดท่าโพธิ์ได้ยกฐานะมาเป็น โรงเรียนหลวงชือ่ “โรงเรยี นสุขุมาภิบาล” มีพระมหาไว ป.เอก และ พระจอน เป็นอาจารย์ พระยาสุขุมนัยวินิตเป็นผู้อุปถัมภ์ ต่อมา เปลี่ยนช่ือมาเป็นโรงเรียนศรีธรรมราช โดยมีความประสงค์จะให้ เป็นโรงเรยี นประจาจังหวัด จนกระทั่ง พ.ศ. 2456 ได้เปลี่ยนชื่อมา เป็น “โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ” ร า ษ ฎ ร ใ น พ้ื น ท่ี ช่ ว ย กั น 2) โรงเรยี นราษฎรผ์ ดุงวทิ ยา เร่ียไรออกทุนจัดตั้งโรงเรียนข้ึนท่ีวัดพระนคร อาเภอกลาง (หมายถึงอาเภอเมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน) มีพระครู กาชาดเป็นผจู้ ัดการ พระทอง พระเผอื ก และพระบึ้ง มาศึกษา ท่โี รงเรยี นวัดท่าโพธเ์ิ พ่ือนาความรมู้ าเปน็ อาจารย์ 3) โรงเรียนกระเษตราภิสจิ น์
4) โรงเรยี นนติ ยาภิรมย์ โรงเรยี นนิตยาภิรมย์ใชพ้ ื้นท่ใี นวดั โคกหม้อ อาเภอทงุ่ สง เปน็ ท่ที าการสอน นายเท่ยี ง กรมการอาเภอเปน็ ผู้อปุ ถัมภ์ ปจั จุบันคือโรงเรียนเทศบาลวัดชัยชมุ พล นบั เป็นโรงเรียนแห่งแรก ของอาเภอทุ่งสง ซ่งึ ได้ยา้ ยมาต้ังในสถานท่ปี ัจจบุ ันเมือ่ ปี พ.ศ. 2463 5) โรงเรียนวทิ ยาคมนาคะวงษ์ โรงเรยี นวิทยาคมนาคะวงษ์ใช้พื้นท่ใี นวัดวังม่วง อาเภอ ฉวาง เปน็ ทีท่ าการสอน มีพระทองเปน็ อาจารย์ นายนาค กรมการ อาเภอเปน็ ผู้อปุ ถัมภ์
6) โรงเรยี นไพบลู ย์บารุง อาเภอปากพนังในปัจจุบนั ) เปน็ ที่ทาการสอน มีพระ ช่วยและพระจนั เป็นอาจารย์ หลวงพิบูลย์สมบัติ นายอาเภอเบ้ียซัด นายผันผู้พิพากษาโรงเรียน ไพบูลย์บารุง ใช้พื้นที่ในวัดเสาธงทองศาลแขวงเบ้ีย ซัด และพระทองเจ้าอธิการวัดเสาธงทอง เป็นผู้ อุปถัมภ์นักเรียนประมาณ 21 คน ปัจจุบันโรงเรียน ไพบูลยบ์ ารงุ กค็ ือโรงเรียนปากพนัง 7) โรงเรยี นวัฑฒนานุกูล โรงเรียนวัฑฒนานุกูลใช้พื้นที่ในวัดหมาย อาเภอ กลาย (อาเภอท่าศาลาในปัจจุบัน) เป็นที่ทาการสอน มี นายแก้วพนักงานเก็บเงินค่านา เป็นอาจารย์ นายเจริญ (หลวงนิวาศวัฑฒนกิจ) กรมการอาเภอ เป็นผู้อุปถัมภ์ นกั เรยี นประมาณ 25 คน
8) โรงเรยี นอบุ ลวิหาร โรงเรยี นอบุ ลวิหารใชพ้ น้ื ทใ่ี นวัดใหม่ อาเภอสชิ ลเป็นที่ทาการ สอน มพี ระแกว้ เปน็ อาจารย์ นายบัว กรมการอาเภอเป็นผู้อุปถัมภ์ สนั นิษฐานว่าคือโรงเรียนวัดประทุมทายการาม (รัตนคุณาประชา นสุ รณ)์ ในปจั จุบนั 9) โรงเรยี นทศั นาคารสโมสร โรงเรียนทัศนาคารสโมสรใช้พื้นท่ีในวัดเขาน้อย อาเภอสิ ชลเป็นท่ีทาการสอน มีพระสงฆ์เจ้าอธิการเป็นอาจารย์ นาย ทัด บิดาของพระวิเศษอักษรสาร เป็นผู้อุปถัมภ์ ต่อมาปี พ.ศ. 2446 ได้ย้ายมายงั วดั เสาเภา 10) โรงเรยี นบรรจงอนุกติ ย์ โรงเรียนบรรจงอนุกิตย์ใช้พื้นท่ีในวัดสาพันธ์ (สามพัน?) อาเภอพระแสง มพี ระอธิการหนเู ป็นอาจารย์ ขุนบรรจงสาราเป็นผู้ อปุ ถมั ภ์ ปจั จบุ นั คือโรงเรยี นวัดสามพนั
12) โรงเรยี นนอ้ ยประดษิ ฐผ์ ดุงผล โรงเรยี นนอ้ ยประดิษฐ์ผดงุ ผลใช้พื้นทใ่ี นวัดบา้ นนา อาเภอลาพูนเปน็ ท่ี ทาการสอน นายนอ้ ย กรมการอาเภอเปน็ ผู้อปุ ถัมภ์ ภายหลังได้มีการจัดตั้งโรงเรียนอีกมากมายหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนวัดสวนป่าน โรงเรียนวัดหน้าราหู โรงเรียนวัดเพชรจริก โรงเรียนวัดเสมาเมือง โรงเรียนวัดใหญ่ โรงเรียนวัดศรีมงคล อาเภอ เมือง โรงเรียนจักรานุกูล วัดป่าก่ิว อาเภอพรหมคีรี โรงเรียนพิศาล นฤมิตร์ โรงเรียนวัดร่อนพิบูลย์ อาเภอร่อนพิบูลย์ โรงเรียนวัดนาค วารี (หูล่อง) โรงเรียนวัดบางพระ โรงเรียนปากแพรก อาเภอปาก พนงั โรงเรียนวดั ทา่ ซอม อาเภอหัวไทร โรงโรงเรียนวัดท่าสูง อาเภอ ท่าศาลา โรงเรียนวัดเสาเภา อาเภอสิชล ตลอดจนโรงเรียนของพวก มิชชนั นารี ดงั นั้นจะเห็นได้ว่าแม้การศึกษาจะใช้ระเบียบแบบแผนใหม่ แต่การจัดการเรียนการสอนยังคงมีความสมั พนั ธ์กับวัด (หรือสถานท่ี ทางศาสนา) อันเป็นศูนย์กลางของชุมชน ณ เวลาน้ัน บางแห่งชื่อ โรงเรียนอาจถูกปรับเปลี่ยน บางแห่งถูกยกเลิก และบางแห่ง ดาเนินการสอนเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน นับเป็นเรื่องปกติของ การเปลี่ยนแปลง
ระดับชนั้ การจัดการศึกษาของโรงเรียนมูลสามัญในช่วงปี พ.ศ. 2435นั้นมีการเรียนวันละ 5 ช่ัวโมง โดยแบ่ง ออกเป็น 2 ระดบั ชั้น คือ (1) โรงเรียนมูลสามัญชั้นต่า มีกาหนด 3 ปี เรียน วิชาธรรม อ่าน เขียน แต่งข้อความไวยากรณ์ และเลข วิธี (2) โรงเรียนมูลสำมญั ชน้ั สูง มีกำหนด 4 ปี เรียนวิชำ ธรรม อำ่ น เขียน แตง่ ขอ้ ควำมไวยำกรณ์ เลขวิธี ภูมิศำสตร์ พงศำวดำร วิทยำกร เขียนรูปภำพ ขบั รอ้ ง ภำษำองั กฤษ และกำรคำ้ ขำย
แบบเรียน หลักสตู รการเรียนการสอนประกอบด้วย 4 เร่ือง คือ (1) การอ่านและเขยี นหนังสอื โดยใชแ้ บบเรยี นเรว็ จานวน 3 เลม่ เน้นเร่ือง พยัญชนะ มาตรากะ กา การควบกล้า การผันอักษร (สูง กลาง ตา่ ) ซึ่งแบบเรียน เร็วถูกจัดทาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าของการเรียน การสอน (2) การคิดเลข บวก ลบ คูณ หาร และทาบัญชีง่าย ๆ โดยใช้แบบเรยี นเลขวิธี (3) การเล้ียงชีพ เน้นเร่ืองการดารงชีวิต และการรักษา สขุ ภาพอนามัย (4) ความรู้ด้านจริยธรรม เน้นเร่ืองการอยู่รร่วมกันใน สังคม การประพฤติปฏิบัติตนในสังคม และความรักชาต บ้านเมอื ง
การสอบไล่ การสอบไล่มีความคล้ายกับการสอบเลื่อนช้ันในยุค ปัจจุบัน โดยในอดีตน้ันการสอบไล่ความรู้ตามช้ันเรียนใน แบบเรียนท้ัง 6 เล่ม ประกอบดว้ ย 2 วิชาหลัก คอื (1) วิชา ภาษาไทย ได้แก่ มูลบทบรรพกิจ, วาหนิต์ินิกร (ผัน อักษรนา), อักษรประโยค (อักษรควบกล้า), สังโยคภิธาน (ตัวสะกดในมาตราต่าง ๆ ), ไวพจน์พิจารณ์ (คาพ้องรูป พ้องเสียง), พิศาลการันต์ (ตัวการันต์ ภาษาบาลีและ สันสกฤต) (2) วิชาโลก ชีวทัศน์และวิทยาการ ได้แก่ กฎ ธรรมชาติ วชิ าเลข และภูมิศาสตร์ ดาเนินการสอบปีละครั้ง ตามแขวงอาเภอ ในช่วงฤดู ฝน โดยแยกสอบเป็นเรื่อง ๆ หากสอบครบหลักสูตร 4 เรื่อง จะได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งผู้อานวยการศึกษา มณฑล ขา้ หลวงเทศาภบิ าล กรมการหัวเมือง และพระสงฆ์ มีหนา้ ทีใ่ นการดแู ล
การศึกษาสายอาชีพ เมื่อปี พ.ศ. 2456 พระศิริธรรมมุนีไดจ้ ดั ตงั้ “โรงเรียนช่างถม” ข้ึนท่ีวดั ทำ่ โพธ์ิ เปิด สอนวิชำชำ่ งถม หลกั สูตร 3 ปี ตอ่ มำในปี พ.ศ. 2461-2464 ไดร้ วมเขำ้ กบั โรงเรียนเบญจมรำชูทิศ โดยในปี พ.ศ. 2463 เปล่ียนช่ือเป็น โรงเรียนปฐม บริบูรณ์ เปิดสอนวิชำชำ่ งถม หลกั สูตร 3 ปี เชน่ เดียวกนั กอ่ นจะเปล่ียนมำเป็นวิทยำลยั ศิลปหตั ถกรรมนครศรีธรรมรำชในปจั จุบนั
พนัง โรงเรียนวดั ทำ่ ซอม อำเภอหวั ไทร โรง โรงเรียนวดั ทำ่ สูง อำเภอทำ่ ศำลำ โรงเรียนวดั เสำเภำ อำเภอสิชล ตลอดจนโรงเรียนของพวก มิชชนั นำรี ดงั น้ันจะเห็นไดว้ ำ่ แมก้ ำรศึกษำจะใช้ ระเบียบแบบแผนใหม่ แตก่ ำรจดั กำรเรียนกำร สอนยงั คงมีควำมสมั พนั ธก์ บั วดั (หรือสถำนท่ี ทำงศำสนำ) อนั เป็นศูนยก์ ลำงของชุมชน ณ เวลำนน้ั บำงแหง่ ช่ือโรงเรียนอำจถูกปรับเปล่ียน บำงแหง่ ถูกยกเลิก และบำงแหง่ ดำเนินกำรสอน เร่ือยมำจนกระทง่ั ถึงปัจจุบนั นบั เป็นเร่ืองปกติ ของกำรเปล่ ียนแปลง
ระดบั ชนั้ กำรจดั กำรศึกษำของโรงเรียนมูลสำมญั ในชว่ งปี พ.ศ. พิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ โรงเรียนวดั นำควำรี (หูลอ่ ง) โรงเรียนวดั บำงพระ โรงเรียนปำกแพรก อำเภอ2435 น้ันมีกำรเรียนวนั ละ 5 ชว่ั โมง โดยแบง่ ออกเป็น 2 ระดบั ชน้ั คือ (1) โรงเรียนมูลสำมญั ชนั้ ต่ำ มีกำหนด 3 ปี เรียนวิชำธรรม อำ่ น เขียน แตง่ ขอ้ ควำมไวยำกรณ์ และเลขวิธี (2) โรงเรียนมูลสำมญั ชนั้ สูง มีกำหนด 4 ปี เรียนวิชำธรรม อำ่ น เขยี น แตง่ ขอ้ ควำมไวยำกรณ์ เลขวิธี ภูมิศำสตร์ พงศำวดำร วิทยำกร เขยี นรูปภำพ ขบั รอ้ ง ภำษำองั กฤษ และกำรคำ้ ขำย แบบเรียน
แบบเรียน หลกั สูตรกำรเรียนกำรสอนประกอบดว้ ย 4 เร่ือง คือ (1) กำรอำ่ นและเขียนหนังสือ โดยใชแ้ บบเรียนเร็ว จำนวน 3 เลม่ เนน้ เร่ือง พยญั ชนะ มำตรำกะ กำ กำรควบกลำ้ กำรผนั อกั ษร (สูง กลำง ต่ำ) ซ่ึงแบบเรียน เร็วถูกจดั ทำข้ึนเพ่ือแกไ้ ขปญั หำควำมลำ่ ชำ้ ของกำรเรียนกำรสอน (2) กำรคิดเลข บวก ลบ คูณ หำร และทำบญั ชีงำ่ ย ๆ โดยใช้ แบบเรียนเลขวิธี (3) กำรเล้ียงชีพ เนน้ เร่ืองกำรดำรงชีวิต และกำรรักษำ สุขภำพอนำมยั (4) ควำมรูด้ ำ้ นจริยธรรม เนน้ เร่ืองกำรอยูร่ ร่วมกนั ในสงั คม กำรประพฤติปฏิบตั ิตนในสงั คม และควำมรักชำติบำ้ นเมือง
กำรสอบไล่ กำรสอบไลม่ ีควำมคลำ้ ยกบั กำรสอบเล่ือนชนั้ ในยุคปจั จุบนั โดยในอดีตน้ันกำรสอบไลค่ วำมรูต้ ำมชน้ั เรียนในแบบเรียนทง้ั 6 เลม่ ประกอบดว้ ย 2 วิชำหลกั คือ (1) วิชำภำษำไทย ไดแ้ ก่ มูลบท บรรพกิจ, วำหนิต์ินิกร (ผนั อกั ษรนำ), อกั ษรประโยค (อกั ษรควบ กลำ้ ), สงั โยคภิธำน (ตวั สะกดในมำตรำตำ่ ง ๆ ), ไวพจนพ์ ิจำรณ์ (คำพอ้ งรูปพอ้ งเสียง), พิศำลกำรนั ต์ (ตวั กำรันต์ ภำษำบำลีและ สนั สกฤต) (2) วิชำโลก ชีวทศั น์และวิทยำกำร ไดแ้ ก่ กฎธรรมชำติ วิชำเลข และภูมิศำสตร์ ดำเนินกำรสอบปีละครั้ง ตำมแขวงอำเภอ ในชว่ งฤดฝู น โดย แยกสอบเป็นเร่ือง ๆ หำกสอบครบหลกั สูตร 4 เร่ือง จะไดร้ ับ ประกำศนียบตั ร ซ่ึงผูอ้ ำนวยกำรศึกษำมณฑล ขำ้ หลวงเทศำภิบำล กรมกำรหวั เมือง และพระสงฆม์ ีหนำ้ ท่ีในกำรดูแล
กำรสอบไล่ การสอบไล่มีความคลา้ ยกับการสอบเลอ่ื นช้ันในยุคปัจจบุ ัน โดยในอดีตนน้ั การสอบไล่ความรตู้ ามช้ันเรียนในแบบเรยี นทงั้ 6 เล่ม ประกอบดว้ ย 2 วชิ า หลกั คือ (1) วิชาภาษาไทย ได้แก่ มูลบทบรรพกิจ, วาหนติ น์ิ ิกร (ผนั อักษรนา), อักษรประโยค (อกั ษรควบกลา้ ), สงั โยคภธิ าน (ตวั สะกดในมาตราตา่ ง ๆ ), ไวพจนพ์ จิ ารณ์ (คาพอ้ งรูปพ้องเสยี ง), พิศาลการนั ต์ (ตัวการนั ต์ ภาษาบาลแี ละ สันสกฤต) (2) วิชาโลก ชีวทัศน์และวิทยาการ ไดแ้ ก่ กฎธรรมชาติ วชิ าเลข และภูมิศาสตร์
โรงเรียนฝึกหดั ครู หลำยคนมกั เขำ้ ใจวำ่ โรงเรียนฝึกหดั ครูนครศรีธรรมรำช เพ่ิงจดั ตง้ั ข้ึนเม่ือปี พ.ศ. 2500 แตท่ วำ่ กลบั มีประวตั ิมำกอ่ น หนำ้ กลำ่ วคือ พระศิริธรรมมุนี ตอ้ งกำรจะหำครูเพ่ือสอน นักเรียน และเพ่ือชว่ ยประหยดั เงินของรัฐบำลซ่ึงจำกเดิม ตอ้ งสง่ ครูไปฝึกหดั ท่ีกรุงเทพมหำนคร ดงั น้ันในปี พ.ศ. 2447 เจำ้ คุณพระยำวิสุทธิสุริยศกั ด์ิ อธิบดีกรมศึกษำธิกำร ไดส้ ง่ นำยอดุง ขำ้ หลวงธรรมกำร และนำยเสำร์ ไปเป็นครู ชน้ั ประกำศนียบตั ร ประจำมณฑลนครศรีธรรมรำช รวมทง้ั ตรวจดูงำนในโรงเรียนทว่ั ไป และแนะนำครูใหส้ อนตำม ระเบียบของกรมศึกษำธิกำร จนกระทง่ั เม่ือปี พ.ศ. 2448 พระศิริธรรมมุนีไดจ้ ดั ตง้ั โรงเรียนฝึกหดั ครูข้ึนท่ีวดั ทำ่ โพธ์ิ อำศยั กฏุ ิพระเป็นสถำนท่ี เลำ่ เรียนชว่ั ครำว นักเรียนครูฝึกหดั ท่ีสอบไลผ่ ำ่ นจะไดร้ บั เงินเดือน ๆ ละ 20 บำท เพ่ือเป็นคำ่ ตอบแทนควำมอตุ สำหะ แตต่ อ่ มำโรงเรียนฝึกหดั ครูนครศรีธรรมรำชน่ำจะถูกละเลย และมีกำรจดั ตงั้ โรงเรียนฝึกหดั ครูมณฑลนครศรีธรรมรำช
ปกครองไมก่ ่ีปี และนำมำสูก่ ำรตงั้ กะทูถ้ ำมเพ่ือจดั ตงั้ โรงเรียนฝึกหดั ครูนครศรีธรรมรำชข้ึนอีกครั้งใน ระยะเวลำตอ่ มำ งบประมำณมำจำกไหน? งบประมำณในกำรจดั ตงั้ โรงเรียนสว่ นใหญไ่ ดร้ ับ ควำมร่วมมือจำกกรมอำเภอ กำนัน ผูใ้ หญบ่ ำ้ น เจำ้ อธิกำรวดั ตลอดจนรำษฎรท่ีเห็นควำมสำคญั ของกำร จดั ตงั้ โรงเรียน ซ่ึงในระยะหลงั เร่ิมมีงบประมำณ สนับสนุนทำงกำรศึกษำจำกสว่ นกลำง โดยเฉพำะ อยำ่ งย่ิงจำกกระทรวงธรรมกำร (ปัจจุบนั คือ กระทรวงศึกษำธิกำร) n
ปัญหำของกำรจดั กำรศึกษำ ปัญหำของกำรจดั กำรศึกษำในยุคน้ี ประกอบดว้ ย 1) ขำดผูท้ ่ีสำมำรถตำมแบบหลวง จำเป็นตอ้ งคดั เลือก พระเณรมำศึกษำท่ีวดั ทำ่ โพธ์ิ แตไ่ มเ่ พียงพอ จึงมีกำรจดั ตง้ั โรงเรียนฝึกหดั ครูเมืองนครศรีธรรมรำชข้ึน 2) พระ เณร และรำษฎรสว่ นใหญใ่ นเมือง นครศรีธรรมรำชมีควำมพอใจตอ่ กำรศึกษำภำษำมคธ มำกกวำ่ ภำษำไทย ทำใหพ้ ระศิริธรรมมุนีตอ้ งใชว้ ิธีกำรขนั้ เด็ดขำด กลำ่ วคือ หำกใครไมเ่ รียนหนังสือไทยใหไ้ ด้ ประโยชน์ชนั้ ตน้ เสียกอ่ นก็จะไมย่ อมใหเ้ รียนภำษำมคธ แต่ ยงั พบบำงแหง่ ยงั คงมีกำรเรียนภำษำมคธ เชน่ วดั บูรณำ รำม วดั วงั ตะวนั ตก และวดั จนั ทำรำม 3) รำษฎรไมค่ อ่ ยใหก้ ำรสนับสนุนแกก่ ำรศึกษำ จะมีก็ แตเ่ พียงขำ้ รำชกำร
โรงเรียนประชำบำล พระบำทสมเด็จพระมงกฎุ เกลำ้ เจำ้ อยูห่ วั (รัชกำลท่ี 6) ทรงมีพระรำชดำริดำ้ นบริหำรจดั กำรดำ้ นกำรศึกษำ หรือ กำรสืบสำนกำรปฏิรูปกำรศึกษำตอ่ จำกพระบำทสมเด็จ พระจุลจอมเกลำ้ เจำ้ อยูห่ วั (รชั กำลท่ี 5) โดยมีตน้ แบบกำร จดั กำรศึกษำท่ีโดดเดน่ คือ กำรประกำศใชพ้ ระรำชบญั ญตั ิ ประถมศึกษำ พ.ศ. 2464 ซ่ึงเป็นกำรศึกษำภำคบงั คบั ฉบบั แรก และไดก้ ลำ่ วถึงโรงเรียนประชำบำล โรงเรียนประชำบำล หมำยถึง โรงเรียนประถมศึกษำท่ี ประชำชนในอำเภอหรือตำบลดำรงอยูด่ ว้ ยทุนทรพั ยข์ อง ตนเอง หรือท่ีนำยอำเภอตง้ั ข้ึน และดำรงอยูด่ ว้ ยทุนทรัพย์ ของประชำชน อยูใ่ นควำมดูแลของกระทรวงศึกษำธิกำร
ในเมืองนครศรีธรรมรำช ไดม้ ีกำรจดั ตงั้ โรงเรียน ประชำบำลข้ึนมำกมำยหลำยแหง่ เชน่ เดียวกนั ไมว่ ำ่ จะ เป็นโรงเรียนประชำบำลตำบลพระเส้ือเมือง 1 (วดั พระ มหำธำตุ) โรงเรียนประชำบำลตำบลนำเคียน 1 (คณำ รักษบ์ ำรุง) โรงเรียนประชำบำลตำบลพรหมโลก 1 (วดั ดูก) โรงเรียนตำบลนบพิตำ 1 (วดั โรงเหล็ก) โรงเรียน ประชำบำลตำบลทำ่ ศำลำ 1 (ปทุมำนุกูล) โรงเรียน มหำรำช 3 อำเภอทุง่ สง เป็น
ยุคสมยั หลงั กำรเปล่ียนแปลงกำรปกครอง พ.ศ. 2475 นโยบำยกำรจดั กำรศึกษำของคณะรำษฎร ประเทศไทยไดเ้ ปล่ียนแปลงกำรปกครองจำกระบอบ สมบูรณำญำสิทธิรำชยม์ ำเป็นระบอบประชำธิปไตยเม่ือวนั ท่ี 24 มิถุนำยน พ.ศ. 2475 คณะรำษฎรซ่ึงเป็น กลุม่ บุคคลท่ีรวมตวั กนั เปล่ียนแปลงกำรปกครอง ไดว้ ำงเป้ำหมำยสำคญั หรืออุดมกำรณข์ องคณะรำษฎรดำ้ น กำรศึกษำซ่ึงปรำกฏอยูใ่ นหลกั 6 ประกำร ขอ้ ท่ี 6 “จะตอ้ งใหก้ ำรศึกษำอยำ่ งเต็มท่ีแกร่ ำษฎร” เพรำะคณะ รำษฎรม์ ีควำมเห็นวำ่ กำรท่ีจะใหป้ ระชำชนมีควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจเร่ืองกำรปกครองระบอบประชำธิปไตย จำเป็นตอ้ งจดั กำรศึกษำใหก้ บั ประชำชนอยำ่ งทว่ั ถึง เม่ือประชำชนมีกำรศึกษำดียอ่ มจะทำใหป้ ระเทศชำติ เจริญข้ึนดว้ ย ซ่ึงจงั หวดั นครศรีธรรมรำชไดด้ ำเนินกำรจดั กำรศึกษำ ตำมนโยบำยของรฐั บำลตลอดมำ ภำยหลงั กำรเปล่ียนแปลงกำรปกครอง พ.ศ.2475 จงั หวดั นครศรีธรรมรำชไดจ้ ดั ตง้ั โรงเรียน ประชำบำลข้ึนเพ่ิมเติม ไดแ้ ก่ โรงเรียนวดั โพเด็ด (โพธ์ิเสด็จ) โรงเรียนวดั หวั อิฐ โรงเรียนวดั หนองบวั โรงเรียนวดั พระเขียน โรงเรียนวดั ทำ่ แพ โรงเรียนวดั หญำ้ โรงเรียนวดั ทำ่ ง้ิว โรงเรียนวดั บำงจำก โรงเรียน วดั บำงใหญ่ โรงเรียนวดั บำงสะพำน โรงเรียนวดั ชะเมำ โรงเรียนวดั โดน (โดนธำรำรำม) ในเขตอำเภอเมือง โรงเรียนวดั เขำปูน โรงเรียนวดั ใหญ่ โรงเรียนวดั แทงลม โรงเรียนวดั หวั ตส่ิง ในเขตอำเภอพรหมคีรี โรงเรียน วดั ปำกเนตร โรงเรียนวดั เป๋ียะ (ศรีสุวรรณำรำม) โรงเรียนวดั หอยกนั โรงเรียน วดั สุขุม ในเขตอำเภอ ปำกพนัง โรงเรียนวดั เชิงแตระ โรงเรียนทำ้ ยสำเภำ โรงเรียนวดั กดั โรงเรียน วดั พระเพรง ในเขตอำเภอ พระพรหม โรงเรียนวดั รำษฎรป์ ระดิษฐ์ โรงเรียนวดั ทุง่ กระบือ โรงเรียนวดั อมั พวนั ในเขตอำเภอทุง่ สง โรงเรียนวดั โทตรี ตำบลกะหลอ โรงเรียนวดั มเหยงคณ์ ในเขตอำเภอ ทำ่ ศำลำ จงั หวดั นครศรีธรรมรำช เป็ นตน้
เหล็ก) โรงเรียนประชำบำลตำบลทำ่ ศำลำ 1 (ปทุมำนุกูล) โรงเรียน มหำรำช 3 อำเภอทุง่ สง เป็นตน้ ยุคสมยั หลงั กำรเปล่ียนแปลงกำรปกครอง พ.ศ. 2475 นโยบำยกำรจดั กำรศึกษำของคณะรำษฎร ประเทศไทยไดเ้ ปล่ียนแปลง กำรปกครองจำกระบอบสมบูรณำญำสิทธิรำชยม์ ำเป็นระบอบประชำธิปไตย เม่ือวนั ท่ี 24 มิถุนำยน พ.ศ. 2475 คณะรำษฎรซ่ึงเป็นกลุม่ บุคคลท่ีรวมตวั กนั เปล่ียนแปลงกำรปกครอง ไดว้ ำงเป้ำหมำยสำคญั หรืออุดมกำรณ์ของ คณะรำษฎรดำ้ นกำรศึกษำซ่ึงปรำกฏอยใู่ นหลกั 6 ประกำร ขอ้ ท่ี 6 “จะตอ้ ง ใหก้ ำรศึกษำอยำ่ งเต็มท่ีแกร่ ำษฎร” เพรำะคณะรำษฎรม์ ีควำมเห็นวำ่ กำรท่ี จะใหป้ ระชำชนมีควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจเร่ืองกำรปกครองระบอบประชำธิปไตย จำเป็นตอ้ งจดั กำรศึกษำใหก้ บั ประชำชนอยำ่ งทว่ั ถึง เม่ือประชำชนมี กำรศึกษำดียอ่ มจะทำใหป้ ระเทศชำติเจริญข้ึนดว้ ย ซ่ึงจงั หวดั นครศรีธรรมรำชไดด้ ำเนินกำรจดั กำรศึกษำ ตำมนโยบำยของรฐั บำลตลอด มำ
ภำยหลงั กำรเปล่ียนแปลงกำรปกครอง พ.ศ.2475 จงั หวดั นครศรีธรรมรำชได้ จดั ตง้ั โรงเรียนประชำบำลข้ึนเพ่ิมเติม ไดแ้ ก่ โรงเรียนวดั โพเด็ด (โพธ์ิเสด็จ) โรงเรียนวดั หวั อิฐ โรงเรียนวดั หนองบวั โรงเรียนวดั พระเขียน โรงเรียนวดั ทำ่ แพ โรงเรียนวดั หญำ้ โรงเรียนวดั ทำ่ ง้ิว โรงเรียนวดั บำงจำก โรงเรียนวดั บำงใหญ่ โรงเรียนวดั บำงสะพำน โรงเรียนวดั ชะเมำ โรงเรียนวดั โดน (โดนธำรำรำม) ใน เขตอำเภอเมือง โรงเรียนวดั เขำปูน โรงเรียนวดั ใหญ่ โรงเรียนวดั แทงลม โรงเรียนวดั หวั ตส่ิง ในเขตอำเภอพรหมคีรี โรงเรียนวดั ปำกเนตร โรงเรียน วดั เป๋ียะ (ศรีสุวรรณำรำม) โรงเรียนวดั หอยกนั โรงเรียน วดั สุขุม ในเขต อำเภอปำกพนัง โรงเรียนวดั เชิงแตระ โรงเรียนทำ้ ยสำเภำ โรงเรียนวดั กดั โรงเรียน วดั พระเพรง ในเขตอำเภอพระพรหม โรงเรียนวดั รำษฎรป์ ระดิษฐ์ โรงเรียนวดั ทุง่ กระบือ โรงเรียนวดั อมั พวนั ในเขตอำเภอทุง่ สง โรงเรียนวดั โทตรี ตำบลกะหลอ โรงเรียนวดั มเหยงคณ์ ในเขตอำเภอ ทำ่ ศำลำ จงั หวดั นครศรีธรรมรำช เป็นตน้ ภำยหลงั กำรเปล่ียนแปลงกำรปกครอง พ.ศ.2475 จงั หวดั นครศรีธรรมรำชไดจ้ ดั ตงั้ โรงเรียนประชำบำลข้ึนเพ่ิมเติม ไดแ้ ก่ โรงเรียน วดั โพเด็ด (โพธ์ิเสด็จ) โรงเรียนวดั หวั อิฐ โรงเรียนวดั หนองบวั โรงเรียนวดั พระ เขียน โรงเรียนวดั ทำ่ แพ โรงเรียนวดั หญำ้ โรงเรียนวดั ทำ่ ง้ิว โรงเรียนวดั บำง จำก โรงเรียนวดั บำงใหญ่ โรงเรียนวดั บำงสะพำน โรงเรียนวดั ชะเมำ โรงเรียน วดั โดน (โดนธำรำรำม) ในเขตอำเภอเมือง โรงเรียนวดั เขำปูน โรงเรียนวดั ใหญ่ โรงเรียนวดั แทงลม โรงเรียนวดั หวั ตส่ิง ในเขตอำเภอพรหมคีรี โรงเรียนวดั ปำก เนตร โรงเรียนวดั เป๋ียะ (ศรีสุวรรณำรำม) โรงเรียนวดั หอยกนั โรงเรียน วดั สุขุม ในเขตอำเภอปำกพนัง โรงเรียนวดั เชิงแตระ โรงเรียนทำ้ ยสำเภำ โรงเรียน วดั กดั โรงเรียน วดั พระเพรง ในเขตอำเภอพระพรหม โรงเรียนวดั รำษฎร์ ประดิษฐ์ โรงเรียนวดั ทุง่ กระบือ โรงเรียนวดั อมั พวนั ในเขตอำเภอทุง่ สง โรงเรียน วดั โทตรี ตำบลกะหลอ โรงเรียนวดั มเหยงคณ์ ในเขตอำเภอ ทำ่ ศำลำ จงั หวดั นครศรีธรรมรำช เป็นตน้
1. โรงเรียนเบญจมรำชูทิศ โรงเรียนศรีธรรมรำชไดย้ ำ้ ยไปปลูกสรำ้ งใหมบ่ ริเวณวดั พระสูง (ปจั จุบนั บริเวณหอพระสูงสนำมหนำ้ เมือง) บน เน้ือท่ี 8 ไร่ ในปี พ.ศ. 2476 ซ่ึงแตเ่ ดิมตงั้ อยูใ่ นวดั ทำ่ โพธ์ิมีเน้ือท่ีคบั แคบไมอ่ ำจขยำยเน้ือท่ีเพ่ือสรำ้ งอำคำรใหมเ่ พ่ิมเติม ได้ และไดเ้ ปล่ียนช่ือใหมเ่ ป็น “โรงเรียนเบญจมรำชูทิศ” ในปจั จุบนั เดิมใชช้ ่ือวำ่ โรงเรียนไพบูลยบ์ ำรุง ตอ่ มำเม่ือ พ.ศ. 2565 ไดส้ รำ้ งอำคำรเรียนข้ึนบริเวณโรงเรียนเทศบำลปำกพนัง 1 และเม่ือ พ.ศ.2481 ไดย้ ำ้ ยไปเรียนท่ีวดั นนั ทำรำม และไดส้ รำ้ งอำคำรเรียนถำวรข้ึน ณ ท่ีตงั้ โรงเรียนปำกพนงั ปจั จุบนั โดยเปิดเรียนเม่ือ พ.ศ. 2482 เป็นโรงเรียนมธั ยมโดยเฉพำะ จนกระทง่ั เม่ือ พ.ศ. 2487 ไดเ้ กิดไฟไหมโ้ รงเรียนทงั้ หลงั จึงไดข้ อฝำกเรียนท่ีวดั นนั ทำรำม วดั เสำธงทอง และโรงเรียนสตรีปำกพนงั และเม่ือ พ.ศ. 2490 ไดส้ รำ้ งอำคำรเรียน ช่ือวำ่ \"อำคำรลกั ษณำ” ภำยหลงั โรงเรียนไพบูลยบ์ ำรุง ไดเ้ ปล่ียนช่ือเป็น “โรงเรียนปำกพนงั ” ในปจั จุบนั พ.ศ.2475 โรงเรียนไดย้ ำ้ ยมำอยูห่ นำ้ วดั วงั ตะวนั ออก ถนนรำชดำเนิน เปล่ียนช่ือเป็น “โรงเรียนวิสำมญั กำรชำ่ ง” เปิดสอนวิชำชำ่ งถม ชำ่ งไม้ ชำ่ งเย็บเส้ือผำ้ และในปี พ.ศ.2482 แผนกชำ่ งไม้ ไดย้ ำ้ ยไปอยูท่ ่ีตำบลปำกพูน อำเภอเมือง จงั หวดั นครศรีธรรมรำช (วิทยำลยั เทคนิคนครศรีธรรมรำช) และ พ.ศ.2482 เชน่ กนั แผนกชำ่ ง ตดั เย็บเส้ือผำ้ ก็ไดย้ ำ้ ยไปอยูใ่ นบริเวณวดั พระเงิน ตำบลคลงั อำเภอเมือง จงั หวดั นครศรีธรรมรำช (วิทยำลยั อำชีวศึกษำจงั หวดั นครศรีธรรมรำช) สว่ นแผนกชำ่ งถมก็ ยงั คงอยูท่ ่ีเดิม พ.ศ.2482 แตเ่ ปล่ียนช่ือเป็น “โรงเรียนชำ่ งโลหะรูปพรรณ นครศรีธรรมรำช” ตง้ั อยูห่ นำ้ วดั วงั ตะวนั ออกเชน่ เดิม และในพ.ศ.2505 เปล่ียนช่ือเป็น “โรงเรียนศิลปหตั ถกรรมนครศรีธรรมรำช” และเปิดสอนถึงชน้ั มธั ยมศึกษำตอนปลำย
ตอ่ มำเม่ือวนั ท่ี 1 มกรำคม 2523 กระทรวงศึกษำธิกำร ไดป้ ระกำศแ
สำเร็จกำรศึกษำชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี 4 ในทอ้ งท่ี อำเภอทุง่ สง เขำ้ เป็นนักเรียนกินนอนของโรงเรียน เทำ่ นั้น โดยใชเ้ วลำในกำรเรียน 2 ปี จึงจบหลกั สูตร ตอ่ มำเปล่ียนช่ือเป็น “โรงเรียนเกษตรกรรมนครศรีธรรมรำช” จนกระทง่ั ปี พ.ศ. 2508 กระทรวงศึกษำธิกำรไดย้ กฐำนะโรงเรียนเกษตรกรรมนครศรีธรรมรำชข้ึนเป็น “วิทยำลยั เกษตรกรรมนครศรีธรรมรำช” สงั กดั กรมอำชีวศึกษำ กระทรวงศึกษำธิกำร นับเป็น วิทยำลยั แหง่ แรกของจงั หวดั นครศรีธรรมรำช ตอ่ มำเปล่ียนช่ือเป็น “วิทยำลยั เทคโนโลยี และอำชีวศึกษำ วิทยำเขตเกษตรนครศรีธรรมรำช” และเปล่ียนเป็น “สถำบนั เทคโนโลยี รำชมงคล วิทยำเขตนครศรีธรรมรำช จนกระทง่ั วนั ท่ี 19 มกรำคม 2548 ไดย้ กฐำนะข้ึน เป็นมหำวิทยำลยั เทคโนโลยีรำชมงคลศรีวิชยั วิทยำเขตนครศรีธรรมรำช จนถึงปัจจุบนั
ยงั มีนอกจำกน้ีมหำวิยำลยั หลำยแหลง่ ท่ีไดถ้ ือกำเนิดในยุค น้ี ไดแ้ ก่ มหำวิทยำลยั วลยั ลกั ษณ์ มหำวิทยำลยั เฉลิม กำญจนำ มหำวิทยำลยั รำมคำแหง วิทยำเขต นครศรีธรรมรำช มหำวิทยำลยั สุโขทยั ธรรมำธิรำช วิทยำ เขตนครศรีธรรมรำช เป็นตน้ ดงั นัน้ จะเห็นไดว้ ำ่ จงั หวดั นครศรีธรรมรำชมีพฒั นำกำร ของกำรศึกษำมำอยำ่ งตอ่ เน่ืองนับตงั้ แตอ่ ดีตจนกระทง่ั ถึง ปัจจุบนั กำรศึกษำเหลำ่ น้ีมีสว่ นเสริมสรำ้ งคุณภำพของ ประชำชนชำวเมืองนครศรีธรรมรำช กอ่ เกิดเป็นเมือง นักปรำชญผ์ ูม้ ีควำมรูค้ วำมสำมำรถทำงดำ้ นตำ่ ง ๆ ไมว่ ำ่ จะเป็นดำ้ นศำสนำ กำรเมือง วฒั นธรรม ประวตั ิศำสตร์ ศิลปะ กีฬำ ฯลฯ เพ่ือร่วมพฒั นำจงั หวดั นครศรีธรรมรำช ใหม้ ีควำมกำ้ วหนำ้ สืบเน่ืองทุกยุคทุกสมยั
โรงเรียนปำกพนัง. ประวตั ิโรงเรียน (ออนไลน)์ . แหลง่ ท่ีมำ http://www.pakphanang.ac.th/datash ow _206882 (11 มีนำคม 2565). วิเชียร ณ นคร และคณะ. (2523). นครศรีธรรมรำชของเรำ. พิมพค์ ร้ังท่ี 3, กรุงเทพฯ: บำงกอกสำสน์ วิทยำลยั ศิลปหตั ถกรรม นครศรีธรรมรำช. ขอ้ มูลวิทยำลยั : ประวตั ิ วิทยำลยั (ออนไลน์). แหลง่ ท่ีมำ https://www.artnst.ac.th/showdat asystembigพชั รินทร์ ดว้ งวิจิตร. (2545). กำรจดั กำรศึกษำ
มหำวิทยำลยั เทคโนโลยีรำชมงคลศรีวิชยั วิทยำเขตนครศรีธรรมรำช ไส ใหญ.่ ประวตั ิมหำวิทยำลยั (ออนไลน์). แหลง่ ท่ีมำ https://saiyai.rmutsv.ac.th/saiyaicampus /th/historysaiyai (13 มีนำคม 2565). .php?id=11 (13 มีนำคม 2565). วิมล ดำศรี. (2540). วรรณกรรมมุขปำฐะเมืองนคร กำรศึกษำวิเครำะห,์ กรุงเทพฯ: ที.พี.พร้ินท.์ สมพุทธ ธุระเจน. (2562). ยอ้ นรอย 100 ปี นครศรีธรรมรำช, นครศรีธรรมรำช: อกั ษรกำรพิมพ.์ สมพุทธ ธุระเจน และประหยดั เกษม. (2557). รำยงำนพระศิริธรรมมุนี เจำ้ คณะมณฑล นครศรีธรรมรำช ร.ศ. 119 ถึง ร.ศ. 129, นครศรีธรรมรำช: อกั ษรกำรพิมพ.์
กรุงเทพธุรกิจ. แหลง่ ท่ีมำ https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/813074. ลูกเนียงพระเคร่ือง. แหลง่ ท่ีมำ http://www.namulet.com/DetailPackage.aspx?id=60060 3&showpac kid=300060. เมืองคอน.com. แหลง่ ท่ีมำ http://www.gotonakhon.com/?p=7614. World Orgs. แหลง่ ท่ี https://th.worldorgs.com. เมืองคอน.com. แหลง่ ท่ีมำ http://www.gotonakhon.com/?p=5547. โรงเรียนปำกพนัง-Pakphanang School. แหลง่ ท่ีมำ https://web.facebook.com/pakphanangshcool/ photos/a.1718493738252833/3630072357094952 วิทยำลยั ศิลปหตั ถกรรม นครศรีธรรมรำช. แหลง่ ท่ีมำ https://www.artnst.ac.th/contact.php. มหำวิทยำลยั รำชภฏั นครศรีธรรมรำช. แหลง่ ท่ีมำ https://web.facebook.com/nstru.pr/photos/p.3094 957193880922/3094957193880922. มหำวิทยำลยั เทคโนโลยีรำชมงคลศรีวิชยั วิทยยำเขตนครศรีธรรมรำช ไสใหญ.่ แหลง่ ท่ีมำ https://www.scholarship.in.th.
กรุงเทพธุรกิจ. แหลง่ ท่ีมำ https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/813074. ลูกเนียงพระเคร่ือง. แหลง่ ท่ีมำ http://www.namulet.com/DetailPackage.aspx?id=60060 3&showpac kid=300060. เมืองคอน.com. แหลง่ ท่ีมำ http://www.gotonakhon.com/?p=7614. World Orgs. แหลง่ ท่ี https://th.worldorgs.com. เมืองคอน.com. แหลง่ ท่ีมำ http://www.gotonakhon.com/?p=5547. โรงเรียนปำกพนัง-Pakphanang School. แหลง่ ท่ีมำ https://web.facebook.com/pakphanangshcool/ photos/a.1718493738252833/3630072357094952 วิทยำลยั ศิลปหตั ถกรรม นครศรีธรรมรำช. แหลง่ ท่ีมำ https://www.artnst.ac.th/contact.php. มหำวิทยำลยั รำชภฏั นครศรีธรรมรำช. แหลง่ ท่ีมำ https://web.facebook.com/nstru.pr/photos/p.3094 957193880922/3094957193880922. มหำวิทยำลยั เทคโนโลยีรำชมงคลศรีวิชยั วิทยยำเขตนครศรีธรรมรำช ไสใหญ.่ แหลง่ ท่ีมำ https://www.scholarship.in.th.
Search
Read the Text Version
- 1 - 37
Pages: