Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือโรงเรียนร่วมพัฒนา

คู่มือโรงเรียนร่วมพัฒนา

Published by SPM42 Policy and Plan, 2019-05-25 01:17:04

Description: คู่มือโรงเรียนร่วมพัฒนา

Search

Read the Text Version

คูม่ อื การปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ในการดำ� เนนิ การใหเ้ ดก็ เลก็ ไดร้ บั การดแู ลและพฒั นาตามวรรคสอง หรือให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามวรรคสาม รัฐต้องด�ำเนินการ ให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา ตามความถนัดของตน ให้จัดต้ังกองทุนเพ่ือใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพ่ือลดความเหล่ือมล้�ำในการศึกษาและเพื่อเสริมสร้างและพัฒนา คุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน หรอื ใชม้ าตรการหรอื กลไกทางภาษี รวมทง้ั การใหผ้ บู้ รจิ าคทรพั ยส์ นิ เขา้ กองทนุ ได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วย ทั้งน้ี ตามที่กฎหมายบัญญัต ิ ซ่ึงกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องก�ำหนดให้การบริหารจัดการกองทุน เป็นอิสระและก�ำหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค ์ ดงั กลา่ ว มาตรา 65 รฐั พงึ จดั ใหม้ ยี ทุ ธศาสตรช์ าตเิ ปน็ เปา้ หมายการพฒั นา ประเทศอยา่ งยงั่ ยนื ตามหลกั ธรรมาภบิ าลเพอื่ ใชเ้ ปน็ กรอบในการจดั ทำ� แผน ต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกัน ไปสเู่ ปา้ หมายดงั กลา่ ว การจดั ท�ำ การก�ำหนดเปา้ หมาย ระยะเวลาทจ่ี ะบรรลุเปา้ หมาย และสาระท่ีพึงมีในยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กฎหมายบัญญัติ ท้ังน้ี กฎหมายดังกล่าวต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับ การมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน อย่างทว่ั ถึงด้วย ยุทธศาสตร์ชาติ เมอื่ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ให้ใช้ บงั คับได้ 44

คู่มือการปฏิบตั ิงานโครงการโรงเรียนร่วมพฒั นา 2. พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพ่ือพัฒนาคนไทย ให้เป็นมนษุ ย์ทีส่ มบูรณ์ทง้ั ร่างกาย จติ ใจ สติปญั ญา ความรู้ และคณุ ธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการด�ำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีความสุข มาตรา 8 การจัดการศกึ ษาให้ยดึ หลักดงั นี้ (1) เปน็ การศกึ ษาตลอดชวี ิตสำ� หรบั ประชาชน (2) ให้สงั คมมสี ว่ นร่วมในการจดั การศกึ ษา (3) การพฒั นาสาระและกระบวนการเรยี นรใู้ หเ้ ปน็ ไปอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง มาตรา 9 การจดั ระบบ โครงสรา้ ง และกระบวนการจดั การศกึ ษา ใหย้ ึดหลักดังน้ี (1) มเี อกภาพดา้ นนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏบิ ตั ิ (2) มีการกระจายอ�ำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ (3) มีการก�ำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกัน คุณภาพการศกึ ษาทุกระดับและประเภทการศกึ ษา (4) มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และ บุคลากรทางการศึกษา และการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาอย่างต่อเนือ่ ง 45

ค่มู อื การปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา (5) ระดมทรพั ยากรจากแหลง่ ตา่ งๆ มาใช้ในการจดั การศึกษา (6) การมีสว่ นรว่ มของบคุ คล ครอบครวั ชุมชน องค์กรชมุ ชน องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ เอกชน องคก์ รเอกชน องค์กรวิชาชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั สังคมอน่ื มาตรา 27 ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานก�ำหนด หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็น พลเมืองที่ดีของชาติ การด�ำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ตลอดจน เพอื่ การศกึ ษาตอ่ ใหส้ ถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานมหี นา้ ทจี่ ดั ทำ� สาระของหลกั สตู ร ตามวัตถุประสงค์ในวรรคหนึ่ง ในส่วนที่เก่ียวกับสภาพปัญหาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิก ทดี่ ขี องครอบครวั ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ มาตรา 28 หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ รวมทั้งหลักสูตร การศึกษาสำ� หรับบคุ คลตามมาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคส ี่ ตอ้ งมลี ักษณะหลากหลาย ท้งั น้ี ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ สาระของหลักสูตร ทั้งท่ีเป็นวิชาการและวิชาชีพ ต้องมุ่งพัฒนาคน ให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม สำ� หรับหลกั สูตรการศกึ ษาระดบั อดุ มศึกษา นอกจากคณุ ลกั ษณะในวรรคหนงึ่ และวรรคสอง แลว้ ยงั มคี วามมงุ่ หมายเฉพาะ ท่ีจะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพช้ันสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนา องคค์ วามรูแ้ ละพัฒนาสังคม 46

คู่มอื การปฏิบตั ิงานโครงการโรงเรียนรว่ มพฒั นา มาตรา 29 ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องคก์ รชุมชน องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ เอกชน องค์กรเอกชน องคก์ ร วิชาชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอน่ื ส่งเสริม ความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่างๆ เพ่ือพัฒนาชุมชน ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพปญั หาและความตอ้ งการ รวมทง้ั หาวธิ กี ารสนบั สนนุ ให้มีการแลกเปลยี่ นประสบการณก์ ารพัฒนาระหวา่ งชมุ ชน มาตรา 39 ให้กระทรวงกระจายอ�ำนาจการบริหาร และการจัดการศกึ ษา ทงั้ ด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบรหิ ารทวั่ ไปไปยงั คณะกรรมการ และสำ� นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง หลักเกณฑ์และวิธีการ กระจายอำ� นาจดังกลา่ ว ให้เปน็ ไปตามทีก่ �ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 53 ให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผบู้ รหิ ารการศกึ ษา มฐี านะเปน็ องคก์ รอสิ ระภายใตก้ ารบรหิ ารของสภาวชิ าชพี ในกำ� กบั ของกระทรวง มอี ำ� นาจหน้าทีก่ ำ� หนดมาตรฐานวชิ าชีพ ออก และ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก�ำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐาน และจรรยาบรรณของวชิ าชพี รวมทง้ั การพฒั นาวชิ าชพี ครู ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา และผู้บริหารการศึกษา ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ท้ังของรัฐและเอกชนต้องมีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพตามท่ีกฎหมายก�ำหนด การจัดให้มีองค์กรวิชาชีพครู 47

คู่มือการปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอ่ืน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกและเพิกถอนใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามท่ีกฎหมายก�ำหนดความในวรรคสอง ไม่ใช้บังคับแก่บุคลากรทางการศึกษาที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย สถานศกึ ษาตามมาตรา 18 (3) ผบู้ รหิ ารการศกึ ษาระดบั เหนอื เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา และวทิ ยากรพิเศทางการศึกษา ความในมาตรานีไ้ ม่ใช้บงั คับแก่คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ระดับปริญญา มาตรา 55 ให้มีกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน ค่าตอบแทน สวสั ดกิ าร และสทิ ธปิ ระโยชนเ์ กอื้ กลู อนื่ สำ� หรบั ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร ทางการศึกษาเพ่ือให้มีรายได้ท่ีเพียงพอและเหมาะสมกับฐานะทางสังคม และวชิ าชพี ใหม้ กี องทนุ สง่ เสรมิ ครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา เพอื่ จดั สรรเปน็ เงนิ อดุ หนนุ งานรเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ ผลงานดเี ดน่ และเปน็ รางวลั เชิดชูเกียรติครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ท้ังน้ี ให้เป็นไป ตามทก่ี ำ� หนดในกฎกระทรวง มาตรา 57 ให้หน่วยงานทางการศึกษาระดมทรัพยากรบุคคล ในชมุ ชนใหม้ สี ว่ นรว่ มในการจดั การศกึ ษาโดยนำ� ประสบการณ์ ความรอบร ู้ ความช�ำนาญ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบุคคลดังกล่าวมาใช้ เพื่อให้ เกิดประโยชน์ทางการศึกษาและยกย่องเชิดชูผู้ท่ีส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศกึ ษา 48

ค่มู อื การปฏบิ ัติงานโครงการโรงเรยี นร่วมพัฒนา มาตรา 58 ใหม้ กี ารระดมทรพั ยากรและการลงทนุ ด้านงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สิน ท้ังจากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชนเอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสังคมอ่ืน และต่างประเทศ มาใช้จัดการศกึ ษาดังน้ี (1) ให้รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดม ทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยอาจจัดเก็บภาษีเพื่อการศึกษาได้ตามความ เหมาะสม ท้งั น้ี ใหเ้ ป็นไปตามท่ีกฎหมายกำ� หนด (2) ให้บุคคล ครอบครัว ชมุ ชน องค์กรชมุ ชน องค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ เอกชน องค์กรเอกชน องคก์ รวชิ าชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยเป็นผู้จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา บริจาคทรัพย์สินและ ทรัพยากรอื่นให้แก่สถานศึกษา และมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่าย ทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจ�ำเป็น ท้ังน้ี ให้รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริม และให้แรงจูงใจในการระดมทรัพยากรดังกล่าว โดยการสนับสนุน การอดุ หนนุ และใชม้ าตรการลดหยอ่ นหรอื ยกเวน้ ภาษี ตามความเหมาะสม และความจ�ำเปน็ ทัง้ นี้ ให้เปน็ ไปตามทกี่ ฎหมายก�ำหนด มาตรา 59 ให้สถานศึกษาของรัฐท่ีเป็นนิติบุคคล มีอ�ำนาจ ในการปกครอง ดแู ล บำ� รงุ รกั ษา ใช้ และจดั หาผลประโยชนจ์ ากทรพั ย์สิน 49

คูม่ ือการปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรียนร่วมพฒั นา ของสถานศึกษา ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุ ตามกฎหมายว่าด้วยท่ีราชพัสดุ และท่ีเป็นทรัพย์สินอื่น รวมทั้งจัดหารายได้จากบริการของสถานศึกษา และเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มการศึกษาที่ไมข่ ัดหรือแย้งกับนโยบาย วัตถปุ ระสงค ์ และภารกิจหลกั ของสถานศึกษา บรรดาอสังหารมิ ทรพั ย์ทสี่ ถานศกึ ษาของรัฐ ท่ีเป็นนิติบุคคลได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยน จากรายได้ของสถานศึกษา ไม่ถือเป็นท่ีราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธ์ิ ของสถานศึกษา บรรดารายได้และผลประโยชน์ของสถานศึกษาของรัฐท่ีเป็น นิติบคุ คล รวมท้งั ผลประโยชน์ที่เกิดจากท่ีราชพสั ดุ เบี้ยปรบั ท่ีเกดิ จากการ ผิดสัญญาลาศึกษา และเบ้ียปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สิน หรือจ้างท�ำของที่ด�ำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณไม่เป็นรายได้ที่ต้อง นำ� สง่ กระทรวงการคลงั ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยเงนิ คงคลงั และกฎหมายวา่ ดว้ ย วิธีการงบประมาณ บรรดารายได้และผลประโยชน์ของสถานศกึ ษาของรฐั ที่ไม่เป็นนิติบุคคล รวมท้ังผลประโยชน์ที่เกิดจากท่ีราชพัสดุ เบี้ยปรับ ท่ีเกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบ้ียปรับที่เกิดจากการผิดสัญญา การซื้อทรัพย์สินหรือจ้างท�ำของท่ีด�ำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ ให้สถานศึกษาสามารถจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ของสถานศกึ ษานั้น ๆ ไดต้ ามระเบยี บที่กระทรวงการคลงั ก�ำหนด 50

คูม่ อื การปฏิบัตงิ านโครงการโรงเรียนรว่ มพัฒนา 3. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 38 ให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ระดับต�่ำกว่าปริญญา และสถานศึกษา อาชวี ศกึ ษาของแตล่ ะสถานศกึ ษา เพอื่ ทำ� หนา้ ทก่ี ำ� กบั และสง่ เสรมิ สนบั สนนุ กิจการของสถานศึกษา ประกอบด้วยผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนคร ู ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ผู้แทนศิษย์เก่า ของสถานศกึ ษา ผแู้ ทนพระภกิ ษสุ งฆ์ และหรอื ผแู้ ทนองคก์ รศาสนาอนื่ ในพนื้ ท่ี และผทู้ รงคณุ วุฒิ จำ� นวนกรรมการ คณุ สมบัติ หลักเกณฑ์ วธิ ีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการด�ำรงต�ำแหน่ง และการพน้ จากตำ� แหนง่ ใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ ำ� หนดในกฎกระทรวง องคป์ ระกอบ อ�ำนาจหน้าท่ี หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และจ�ำนวนกรรมการ ในคณะกรรมการสถานศึกษา ส�ำหรับสถานศึกษาบางประเภทที่มีสภาพ และลกั ษณะการปฏบิ ตั งิ านแตกตา่ งไปจากสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานโดยทวั่ ไป อาจก�ำหนดให้แตกต่างไปตามสภาพและลักษณะการปฏิบัติงาน ตลอดทั้งความจ�ำเป็นเฉพาะของสถานศึกษาประเภทน้ันได้ ทั้งนี้ ตามที่ก�ำหนดในกฎกระทรวงให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการ และเลขานุการของคณะกรรมการสถานศกึ ษา ความในมาตราน้ีไม่ใช้บังคับแก่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและ ศูนย์การเรยี น มาตรา 39 สถานศึกษาและส่วนราชการตามมาตรา 34 (2) มอี �ำนาจหน้าทต่ี ามท่กี �ำหนดไว้ใหเ้ ปน็ หน้าท่ขี องสว่ นราชการน้นั ๆ โดยให้ 51

คมู่ ือการปฏบิ ตั งิ านโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา มีผู้อ�ำนวยการสถานศึกษา หรือหัวหน้าส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอื่น เป็นผ้บู ังคับบัญชาขา้ ราชการ และมอี ำ� นาจหน้าที่ ดงั น้ี (1) บริหารกิจการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการให้เป็นไป ตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของทางราชการและของสถานศึกษา หรือส่วนราชการ รวมท้ังนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา หรือส่วนราชการ (2) ประสานการระดมทรพั ยากรเพอ่ื การศกึ ษา รวมทงั้ ควบคมุ ดแู ลบุคลากร การเงิน การพสั ดสุ ถานที่ และทรพั ย์สินอ่นื ของสถานศึกษา หรือส่วนราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ ของทางราชการ (3) เป็นผู้แทนของสถานศึกษาหรือส่วนราชการในกิจการ ท่ัวไป รวมทั้งการจัดท�ำนิติกรรมสัญญาในราชการของสถานศึกษา หรือส่วนราชการตามวงเงินงบประมาณท่ีสถานศึกษาหรือส่วนราชการ ไดร้ บั ตามที่ได้รบั มอบอ�ำนาจ (4) จัดท�ำรายงานประจ�ำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษา หรอื สว่ นราชการเพอ่ื เสนอตอ่ คณะกรรมการเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา (5) อ�ำนาจหน้าที่ในการอนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตร ของสถานศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ก�ำหนด (6) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศกึ ษาธิการ ปลัดกระทรวง เลขาธกิ ารสภาการศึกษา เลขาธกิ าร 52

คมู่ ือการปฏิบัติงานโครงการโรงเรยี นร่วมพัฒนา คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการ การอดุ มศกึ ษา เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา และผอู้ ำ� นวยการ ส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา รวมทั้งงานอ่ืนที่กระทรวงมอบหมาย สถานศกึ ษาและสว่ นราชการตามมาตรา 34 (2) จะให้มรี องผูอ้ ำ� นวยการ หรอื รองหวั หนา้ สว่ นราชการ รองจากผอู้ ำ� นวยการหรอื หวั หนา้ สว่ นราชการ เพอ่ื ชว่ ยปฏบิ ตั ริ าชการกไ็ ด้ สถานศกึ ษาและสว่ นราชการตามมาตรา 34 (2) ใดท่ียังไม่สามารถปฏิบัติงานบางประการตามท่ีก�ำหนดในกฎหมายหรือ ทไี่ ด้รบั มอบหมายได้ อาจขอใหส้ ำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาที่สถานศึกษา หรือส่วนราชการน้ันสังกัดเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทน เป็นการชั่วคราวได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และลักษณะของงาน ทจี่ ะให้ปฏบิ ตั ิแทนไดท้ ก่ี �ำหนดในกฎกระทรวง 4. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 26 ให้คณะกรรมการสถานศึกษา มีอ�ำนาจและหน้าท่ี เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส�ำหรับข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษาในสถานศึกษา ดงั ตอ่ ไปนี้ (1) ก�ำกับ ดูแลการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา ใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบาย กฎ ระเบียบ ข้อบงั คับ หลกั เกณฑ์ และวิธีการ ตามที่ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ท่ีการศกึ ษากำ� หนด 53

คู่มือการปฏบิ ัตงิ านโครงการโรงเรียนร่วมพฒั นา (2) เสนอความต้องการจ�ำนวนและอัตราต�ำแหน่ง ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สถานศึกษาเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาพจิ ารณา (3) ใหข้ อ้ คดิ เหน็ เกย่ี วกบั การบรหิ ารงานบคุ คลของขา้ ราชการ ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษาตอ่ ผู้บริหารสถานศกึ ษา (4) ปฏิบัติหน้าที่อ่ืนตามท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามอบหมายให้น�ำ ความในมาตรา 16 มาใชบ้ งั คบั แก่คณะกรรมการสถานศึกษา โดยอนุโลม 5. พระราชบัญญัตสิ ภาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43 ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหาร การศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ การก�ำหนดวิชาชีพ ควบคุมอื่นให้เป็นไปตามท่ีก�ำหนดในกฎกระทรวง ห้ามมิให้ผู้ใด ประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติน ้ี เว้นแตก่ รณีอย่างใดอยา่ งหน่งึ ดังตอ่ ไปน้ี (1) ผู้ที่เข้ามาให้ความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นคร้ังคราว ในฐานะวทิ ยากรพิเศษทางการศกึ ษา (2) ผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอน แตใ่ นบางครง้ั ตอ้ งทำ� หน้าทีส่ อนดว้ ย 54

คูม่ อื การปฏิบตั งิ านโครงการโรงเรียนรว่ มพฒั นา (3) นักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมหรือผู้ได้รับ ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งท�ำการฝึกหัดหรืออบรมในความควบคุม ของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษาซงึ่ เปน็ ผใู้ หก้ ารศกึ ษาหรอื ฝกึ อบรม ทงั้ น้ี ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขท่คี ณะกรรมการคุรสุ ภากำ� หนด (4) ผ้ทู ีจ่ ดั การศกึ ษาตามอธั ยาศัย (5) ผู้ที่ท�ำหน้าที่สอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ หรือสถานที่เรียนท่ีหน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบ และตามอธั ยาศยั บคุ คล ครอบครวั ชุมชน องค์กรชมุ ชน องคก์ รปกครอง สว่ นทอ้ งถนิ่ องคก์ รเอกชน องคก์ รวชิ าชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบนั ทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบนั สงั คมอนื่ เป็นผจู้ ดั (6) คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ในระดบั อดุ มศึกษา ระดบั ปรญิ ญาทั้งของรัฐและเอกชน (7) ผบู้ รหิ ารการศกึ ษาระดบั เหนือเขตพื้นทีก่ ารศึกษา (8) บคุ คลอ่ืนตามท่ีคณะกรรมการคุรสุ ภากำ� หนด มาตรา 46 ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อ่ืนเข้าใจว่า ตนมสี ทิ ธหิ รอื พรอ้ มจะประกอบวชิ าชพี โดยไมไ่ ดร้ บั ใบอนญุ าตจากครุ สุ ภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพ ควบคุมในสถานศกึ ษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา 55

คู่มือการปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรียนร่วมพฒั นา 6. พระราชบญั ญตั กิ ารจดั ซอื้ จดั จา้ งและการบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ในพระราชบญั ญัตนิ ี้ “การจัดซอื้ จดั จ้าง” หมายความว่า การด�ำเนนิ การเพ่อื ให้ไดม้ า ซง่ึ พสั ดโุ ดยการซอ้ื จา้ ง เชา่ แลกเปลย่ี น หรอื โดยนติ กิ รรมอนื่ ตามทกี่ ำ� หนด ในกฎกระทรวง “พัสดุ” หมายความว่า สินค้า งานบริการ งานก่อสร้าง งานจ้างท่ีปรึกษาและงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง รวมทั้ง การด�ำเนนิ การอืน่ ตามท่กี �ำหนดในกฎกระทรวง “สินค้า” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ท่ีดิน ส่ิงปลูกสร้าง และทรัพย์สนิ อนื่ ใด รวมทงั้ งานบรกิ ารทร่ี วมอยู่ในสินค้าน้นั ด้วย แตม่ ูลคา่ ของงานบริการตอ้ งไมส่ ูงกว่ามูลค่าของสนิ ค้าน้ัน “งานบรกิ าร” หมายความวา่ งานจา้ งบรกิ าร งานจา้ งเหมาบรกิ าร งานจ้างท�ำของและการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย ์ จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่ไม่หมายความรวมถึงการจ้างลูกจ้าง ของหนว่ ยงานของรฐั การรบั ขนในการเดนิ ทางไปราชการหรอื ไปปฏบิ ตั งิ าน ของหน่วยงานของรัฐ งานจ้างที่ปรึกษา งานจ้างออกแบบหรือควบคุม งานก่อสรา้ ง และการจา้ งแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ “งานกอ่ สรา้ ง” หมายความว่า งานก่อสรา้ งอาคาร งานกอ่ สรา้ ง สาธารณปู โภค หรือสง่ิ ปลกู สรา้ งอน่ื ใดและการซ่อมแซม ต่อเติม ปรบั ปรงุ รื้อถอน หรือการกระท�ำอ่ืนที่มีลักษณะท�ำนองเดียวกันต่ออาคาร สาธารณปู โภค หรอื สงิ่ ปลกู สรา้ งดงั กลา่ ว รวมทงั้ งานบรกิ ารทร่ี วมอยใู่ นงาน ก่อสร้างนั้นด้วย แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของงาน กอ่ สรา้ งน้ัน 56

ค่มู ือการปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรยี นร่วมพัฒนา “อาคาร” หมายความวา่ ส่ิงปลูกสรา้ งถาวรทบี่ ุคคลอาจเขา้ อยู่ หรอื ใช้สอยได้ เชน่ อาคารทีท่ ำ� การโรงพยาบาล โรงเรยี น สนามกฬี า หรือ สงิ่ ปลกู สรา้ งอยา่ งอ่ืนท่ีมลี กั ษณะท�ำนองเดียวกัน รวมทง้ั สงิ่ ก่อสรา้ งอนื่ ๆ ซ่ึงสร้างขึ้นเพ่ือประโยชน์ใช้สอยส�ำหรับอาคารนั้น ๆ เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน�้ำ หอถังน้�ำ ถนน ประปาไฟฟ้า หรือสิ่งอ่ืน ๆ ซึ่งเป็น สว่ นประกอบของตวั อาคาร เชน่ เครอื่ งปรบั อากาศ ลิฟท์ หรือเครือ่ งเรอื น “สาธารณูปโภค” หมายความว่า งานอันเก่ียวกับการประปา การไฟฟ้า การส่ือสาร การโทรคมนาคม การระบายน�้ำ การขนส่ง ทางทอ่ ทางนำ้� ทางบก ทางอากาศ หรือทางราง หรอื การอน่ื ท่เี กี่ยวข้อง ซง่ึ ดำ� เนินการในระดบั พ้ืนดิน ใต้พน้ื ดนิ หรือเหนือพ้นื ดนิ “งานจ้างท่ีปรึกษา” หมายความว่า งานจ้างบริการจากบุคคล ธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อเป็นผู้ให้ค�ำปรึกษาหรือแนะน�ำแก่หน่วยงาน ของรัฐในด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผังเมือง กฎหมายเศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลัง ส่ิงแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม การศึกษาวิจัย หรือด้านอื่นท่ีอยู่ในภารกิจของรัฐ หรอื ของหนว่ ยงานของรฐั “งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง” หมายความว่า งานจ้างบรกิ ารจากบคุ คลธรรมดาหรือนติ บิ ุคคลเพอ่ื ออกแบบหรือควบคุม งานกอ่ สร้าง “การบริหารพัสดุ” หมายความว่า การเก็บ การบันทึก การเบิกจา่ ย การยืม การตรวจสอบการบ�ำรุงรักษา และการจ�ำหน่ายพัสดุ 57

คู่มอื การปฏิบตั งิ านโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา “ราคากลาง” หมายความว่า ราคาเพ่ือใช้เป็นฐานส�ำหรับ เปรียบเทียบราคาท่ีผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นเสนอไว้ซ่ึงสามารถจัดซ้ือจัดจ้าง ได้จรงิ ตามล�ำดบั ดังต่อไปน้ี (1) ร า ค า ท่ี ไ ด ้ ม า จ า ก ก า ร ค� ำ น ว ณ ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ ์ ทค่ี ณะกรรมการราคากลางกำ� หนด (2) ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุ ทกี่ รมบัญชกี ลางจดั ทำ� (3) ราคามาตรฐานทสี่ ำ� นกั งบประมาณหรอื หนว่ ยงานกลางอน่ื กำ� หนด (4) ราคาที่ไดม้ าจากการสบื ราคาจากท้องตลาด (5) ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา สองปีงบประมาณ (6) ราคาอ่ืนใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัต ิ ของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ ในกรณีที่มีราคาตาม (1) ให้ใช้ราคาตาม (1) ก่อน ในกรณีที่ ไม่มีราคาตาม (1) แต่มรี าคาตาม (2) หรือ (3) ใหใ้ ช้ราคาตาม (2) หรอื (3)กอ่ นโดยจะใชร้ าคาใดตาม(2)หรอื (3)ใหค้ ำ� นงึ ถงึ ประโยชนข์ องหนว่ ยงาน ของรัฐเป็นส�ำคัญ ในกรณีท่ีไม่มีราคาตาม (1) (2) และ (3) ให้ใช้ราคา ตาม (4) (5) หรอื (6) โดยจะใชร้ าคาใดตาม (4) (5) หรือ (6) ให้คำ� นึงถงึ ประโยชนข์ องหน่วยงานของรัฐเป็นส�ำคัญ 58

คู่มอื การปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรยี นรว่ มพฒั นา “เงนิ งบประมาณ” หมายความวา่ เงนิ งบประมาณตามกฎหมาย ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือ กฎหมายเก่ียวด้วยการโอนงบประมาณ เงินซึ่งหน่วยงานของรัฐได้รับไว้ โดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ไม่ต้องน�ำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณหรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เงินซ่ึงหน่วยงานของรัฐ ได้รับไว้โดยไม่ต้องน�ำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมาย และเงิน ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือผลประโยชน์อ่ืนใดท่ีตกเป็นรายได ้ ของราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายหรือที่ราชการส่วนท้องถ่ิน มอี ำ� นาจเรยี กเกบ็ ตามกฎหมายและใหห้ มายความรวมถงึ เงนิ กู้ เงนิ ชว่ ยเหลอื และเงนิ อื่นตามท่กี ำ� หนดในกฎกระทรวง “หน่วยงานของรฐั ” หมายความว่า ราชการสว่ นกลาง ราชการ สว่ นภูมภิ าค ราชการสว่ นทอ้ งถ่ิน รัฐวิสาหกจิ ตามกฎหมายวา่ ด้วยวธิ ีการ งบประมาณ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หนว่ ยธรุ การของศาล มหาวทิ ยาลยั ในกำ� กบั ของรฐั หนว่ ยงานสงั กดั รฐั สภา หรือในก�ำกับของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอ่ืน ตามที่กำ� หนดในกฎกระทรวง “เจ้าหนา้ ท”ี่ หมายความว่า ผู้มีหน้าท่ีเกี่ยวกบั การจัดซอื้ จดั จา้ ง หรอื การบรหิ ารพสั ดุ หรอื ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมายจากผมู้ อี ำ� นาจใหป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี เก่ยี วกบั การจัดซื้อจดั จา้ งหรอื การบริหารพสั ดขุ องหน่วยงานของรัฐ “คณะกรรมการนโยบาย” หมายความวา่ คณะกรรมการนโยบาย การจดั ซ้อื จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครฐั 59

คู่มอื การปฏิบตั งิ านโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา “คณะกรรมการวินิจฉยั ” หมายความวา่ คณะกรรมการวนิ ิจฉัย ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบรหิ ารพัสดภุ าครฐั “คณะกรรมการราคากลาง” หมายความว่า คณะกรรมการ ราคากลางและขน้ึ ทะเบยี นผู้ประกอบการ “คณะกรรมการ ค.ป.ท.” หมายความว่า คณะกรรมการ ความรว่ มมือปอ้ งกนั การทุจรติ “คณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณ”์ หมายความวา่ คณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณแ์ ละข้อรอ้ งเรียน “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราช บญั ญัตนิ ี้ มาตรา 6 เพ่ือให้การปฏิบัติเก่ียวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุโดยใช้เงินงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกดิ ความคมุ้ คา่ ตอ่ ภารกจิ ของรฐั และปอ้ งกนั ปญั หาการทจุ รติ ใหห้ นว่ ยงาน ของรฐั ปฏบิ ตั ติ ามแนวทางของพระราชบญั ญตั นิ ้ี และกฎกระทรวง ระเบยี บ และประกาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัตนิ ี้ เพ่ือให้การด�ำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยในก�ำกับ ของรฐั หนว่ ยงานของรฐั ในตา่ งประเทศหรอื สว่ นงานของหนว่ ยงานของรฐั ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ หรือหน่วยงานของรัฐอื่นตามที่ก�ำหนด ในกฎกระทรวงเกิดความยืดหยุ่นและมีความคล่องตัว หากรัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยในกำ� กบั ของรัฐ หรอื หน่วยงานของรัฐนั้นประสงคจ์ ะจดั ใหม้ ี ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั หรอื ขอ้ บญั ญตั เิ กยี่ วกบั การจดั ซอ้ื จดั จา้ งและการบรหิ าร พัสดุข้ึนใช้เองท้ังหมดหรือแต่บางส่วน ก็ให้กระท�ำได้ โดยต้องด�ำเนินการ 60

คมู่ อื การปฏบิ ัตงิ านโครงการโรงเรยี นรว่ มพัฒนา ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสด ุ ตามแนวทางของพระราชบญั ญตั นิ ี้ เวน้ แตใ่ นตา่ งประเทศทหี่ นว่ ยงานของรฐั หรือส่วนงานของหน่วยงานของรัฐต้ังอยู่มีกฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัต ิ หรือจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นของต่างประเทศน้ันเป็นการเฉพาะ หรือกำ� หนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอ่ืน ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติตามวรรคสอง จะก�ำหนด ให้การจัดซ้ือจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 เป็นอย่างอ่ืนก็ได้ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติตามวรรคสอง และวรรคสาม ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย และให้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา มาตรา 8 การจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงาน ของรัฐต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐ และต้อง สอดคลอ้ งกบั หลกั การ ดงั ต่อไปน้ี (1) คุ้มค่า โดยพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพหรือ คุณลักษณะที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ในการใช้งานของหน่วยงานของรัฐ มรี าคาทีเ่ หมาะสม และมีแผนการบรหิ ารพสั ดทุ ่เี หมาะสมและชัดเจน (2) โปร่งใส โดยการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ต้องกระท�ำโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการ ปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน มีระยะเวลาที่เหมาะสม และเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ มีหลักฐานการด�ำเนินงานชัดเจน และมี การเปดิ เผยข้อมลู การจดั ซ้อื จัดจ้างและการบริหารพสั ดใุ นทกุ ขัน้ ตอน 61

คมู่ ือการปฏบิ ตั งิ านโครงการโรงเรยี นรว่ มพัฒนา (3) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยต้องมีการวางแผน การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุล่วงหน้าเพ่ือให้การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุเป็นไปอย่างต่อเน่ืองและมีก�ำหนดเวลาท่ีเหมาะสม โดยมีการประเมินและเปิดเผยผลสัมฤทธ์ิของการจัดซื้อจัดจ้าง และการบรหิ ารพัสดุ (4) ตรวจสอบได้ โดยมีการเก็บข้อมูลการจัดซ้ือจัดจ้าง และการบริหารพัสดุอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ให้หน่วยงานของรัฐใช้หลักการตามวรรคหนึ่งเพื่อเป็นแนวทางในการ ปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การจดั ซอื้ จดั จา้ งและการบรหิ ารพสั ดุ หากการจดั ซอื้ จดั จา้ ง ไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าว แต่ไม่มีผลต่อการจัดซื้อจัดจ้าง อยา่ งมนี ยั สำ� คญั หรอื เกดิ จากกรณเี รง่ ดว่ น หรอื มเี หตผุ ลหรอื ความจำ� เปน็ อนื่ การจัดซื้อจัดจ้างนั้นย่อมไม่เสียไป ให้ใช้หลักการตามวรรคหน่ึงเป็น แนวทางในการปฏิบัติตามอ�ำนาจหน้าท่ีของคณะกรรมการนโยบาย คณะกรรมการวินิจฉัย คณะกรรมการราคากลาง คณะกรรมการ ค.ป.ท. และคณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณโ์ ดยอนโุ ลม มาตรา 11 ให้หน่วยงานของรัฐจัดท�ำแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจ�ำปี และประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐตามวิธีการท่ีกรมบัญชีกลาง ก�ำหนด และให้ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานท่ีปิดประกาศ ของหน่วยงานของรัฐนัน้ เว้นแต่ (1) กรณที มี่ คี วามจำ� เปน็ เรง่ ดว่ นหรอื เปน็ พสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นราชการลบั ท้ังนี้ ตามมาตรา 56 (1) (ค) หรอื (ฉ) 62

คมู่ ือการปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรยี นรว่ มพฒั นา (2) กรณีท่ีมีวงเงินในการจัดซ้ือจัดจ้างตามที่ก�ำหนด ในกฎกระทรวงหรือมีความจ�ำเป็นต้องใช้พัสดุโดยฉุกเฉินหรือเป็นพัสดุ ท่ีจะขายทอดตลาด ทงั้ นี้ ตามมาตรา 56 (2) (ข) (ง) หรอื (ฉ) (3) กรณีท่ีเป็นงานจ้างที่ปรึกษาที่มีวงเงินค่าจ้างตามที่ก�ำหนด ในกฎกระทรวงหรือท่ีมีความจ�ำเป็นเร่งด่วนหรือที่เกี่ยวกับความมั่นคง ของชาติ ท้งั นี้ ตามมาตรา 70 (3) (ข) หรือ (ฉ) (4) กรณีที่เป็นงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ทม่ี คี วามจ�ำเป็นเรง่ ด่วนหรอื ทเี่ กี่ยวกบั ความมั่นคงของชาติตามมาตรา 82 (3) หลกั เกณฑ์ วธิ กี ารและรายละเอยี ดการจดั ทำ� แผนการจดั ซอ้ื จัดจ้างตามวรรคหนึ่งและการเปลี่ยนแปลงแผน ให้เป็นไปตามระเบียบ ที่รฐั มนตรีกำ� หนด มาตรา 12 หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีการบันทึกรายงานผล การพจิ ารณารายละเอยี ดวธิ กี ารและขน้ั ตอนการจดั ซอ้ื จดั จา้ งและจดั เกบ็ ไว้ อย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการตรวจดูข้อมูลเม่ือมีการร้องขอ การจัดท�ำบันทึกรายงานผลการพิจารณา รายละเอียดวิธีการและข้ันตอน การจัดซื้อจัดจ้างและการร้องขอเพื่อตรวจดูบันทึกรายงานดังกล่าว ให้เปน็ ไปตามระเบียบท่รี ัฐมนตรกี ำ� หนด มาตรา 13 ในการจดั ซอ้ื จดั จา้ ง ผทู้ ม่ี หี นา้ ทด่ี ำ� เนนิ การตอ้ งไมเ่ ปน็ ผมู้ ีส่วนไดเ้ สียกบั ผูย้ ่นื ข้อเสนอหรอื คสู่ ัญญาในงานน้นั ในกรณที ป่ี รากฏในภายหลงั วา่ ผทู้ มี่ หี นา้ ทดี่ ำ� เนนิ การตามวรรคหนง่ึ เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในข้ันตอนหน่ึงขั้นตอนใด 63

คู่มอื การปฏบิ ตั งิ านโครงการโรงเรียนรว่ มพฒั นา ของการจดั ซอื้ จดั จา้ ง หรอื เปน็ กรรมการในคณะกรรมการการจดั ซอื้ จดั จา้ ง แต่ไม่มีผลต่อการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีนัยส�ำคัญ การจัดซ้ือจัดจ้างนั้น ยอ่ มไมเ่ สียไป มาตรา 14 เพ่ือให้การจัดซ้ือจัดจ้างเป็นไปโดยเรียบร้อยและ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรฐั ในกรณีทห่ี นว่ ยงานของรฐั ไดท้ ำ� การจดั ซอื้ จดั จา้ งขน้ั ตอนหนง่ึ ขน้ั ตอนใดผดิ พลาดหรอื ผดิ หลงเลก็ นอ้ ย และไม่มีผลต่อการจัดซ้ือจัดจ้างอย่างมีนัยส�ำคัญ การจัดซื้อจัดจ้างนั้น ย่อมไม่เสียไป มาตรา 15 ผู้มีอ�ำนาจอนุมัติส่ังซ้ือหรือส่ังจ้างพัสดุโดยวิธีใด ตามพระราชบัญญัติน้ีจะเป็นผู้ด�ำรงต�ำแหน่งใด และภายในวงเงินเท่าใด ให้เป็นไปตามระเบยี บท่รี ัฐมนตรกี �ำหนด มาตรา 16 เพ่ือให้เกิดความโปร่งใสในการจัดซ้ือจัดจา้ งภาครัฐ ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ ขั้นตอนหนึ่งข้ันตอนใดของการจัดซ้ือจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐตามท่ี ก�ำหนดไว้ในหมวดนี ้ มาตรา 55 การจัดซ้อื จดั จา้ งพัสดุอาจกระทำ� ไดโ้ ดยวิธี ดังตอ่ ไปน้ี (1) วิธีประกาศเชิญชวนท่ัวไป ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐ เชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขท่ีหน่วยงาน ของรฐั กำ� หนดให้เข้ายน่ื ข้อเสนอ (2) วิธีคัดเลือก ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะ ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเง่ือนไขที่หน่วยงานของรัฐก�ำหนด 64

คมู่ อื การปฏิบัติงานโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ซง่ึ ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ สามรายใหเ้ ขา้ ยน่ื ขอ้ เสนอ เวน้ แตใ่ นงานนน้ั มผี ปู้ ระกอบการ ทีม่ ีคณุ สมบตั ติ รงตามท่กี ำ� หนดนอ้ ยกวา่ สามราย (3) วิธีเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การท่ีหน่วยงานของรัฐเชิญชวน ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเง่ือนไขที่หน่วยงานของรัฐก�ำหนด รายใดรายหน่ึงให้เข้าย่ืนข้อเสนอ หรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับผู้ประกอบการโดยตรงในวงเงินเล็กน้อย ตามที่กำ� หนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา 96 วรรคสอง มาตรา 69 งานจ้างท่ีปรกึ ษาอาจกระท�ำได้โดยวิธี ดังต่อไปน้ี (1) วิธีประกาศเชิญชวนท่ัวไป ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐ เชิญชวนที่ปรึกษาท่ัวไปท่ีมีคุณสมบัติตรงตามเง่ือนไขท่ีหน่วยงานของรัฐ ก�ำหนดใหเ้ ขา้ ยน่ื ขอ้ เสนอ (2) วิธีคัดเลือก ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะ ที่ปรึกษาท่ีมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขท่ีหน่วยงานของรัฐก�ำหนด ซ่ึงต้องไม่น้อยกวา่ สามรายให้เข้าย่ืนข้อเสนอ เว้นแต่ในงานน้ันมีที่ปรึกษา ที่มีคณุ สมบัติตรงตามทีก่ �ำหนดน้อยกว่าสามราย (3) วิธีเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวน ที่ปรึกษาท่ีมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐก�ำหนดรายใด รายหน่งึ ใหเ้ ข้าย่ืนข้อเสนอ หรือใหเ้ ขา้ มาเจรจาต่อรองราคา มาตรา 79 งานจา้ งออกแบบหรอื ควบคมุ งานกอ่ สรา้ งอาจกระทำ� ได้โดยวธิ ีดังตอ่ ไปนี้ 65

คู่มอื การปฏบิ ัติงานโครงการโรงเรยี นรว่ มพฒั นา (1) วธิ ปี ระกาศเชิญชวนท่วั ไป (2) วิธีคดั เลือก (3) วธิ เี ฉพาะเจาะจง (4) วธิ ีประกวดแบบ มาตรา 120 ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นผู้มีอ�ำนาจหน้าท่ ี ในการด�ำเนินการเก่ียวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ ปฏิบัต ิ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดซ้ือจัดจ้างหรือการบริหารพัสด ุ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี กฎกระทรวง ระเบยี บ หรอื ประกาศทอี่ อกตามความ ในพระราชบัญญัตินี้โดยมิชอบเพ่อื ให้เกิดความเสียหายแก่ผหู้ นึ่งผูใ้ ด หรือ ปฏบิ ตั หิ รอื ละเวน้ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นการจดั ซอื้ จดั จา้ งหรอื การบรหิ ารพสั ดุ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ กฎกระทรวง ระเบยี บ หรอื ประกาศทอ่ี อกตามความ ในพระราชบัญญัตินี้โดยทุจริต ต้องระวางโทษจ�ำคุกต้ังแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรอื ปรับตง้ั แต่สองหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาทหรอื ทงั้ จำ� ท้งั ปรบั ผใู้ ดเปน็ ผใู้ ชห้ รอื ผสู้ นบั สนนุ ในการกระทำ� ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ผนู้ นั้ ต้องระวางโทษตามท่กี ำ� หนดไวส้ �ำหรบั ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ มาตรา 121 ผู้ใดไม่ปฏบิ ัตติ ามค�ำสง่ั ของคณะกรรมการวินิจฉยั ตามมาตรา 31 หรอื คำ� สง่ั ของคณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณต์ ามมาตรา 45 และคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั หรอื คณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณ์ แลว้ แตก่ รณ ี พิจารณาแล้วเห็นวา่ เป็นการไม่ปฏิบัติตามค�ำส่ังโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้นั้นมีความผิดฐานขัดค�ำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ให้ด�ำเนินคดแี กผ่ นู้ ้นั ตอ่ ไป 66

ค่มู ือการปฏิบัติงานโครงการโรงเรยี นร่วมพัฒนา 7. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย การยกเว้นรัษฎากร (ฉบบั ท่ี 420) พ.ศ. 2547 มาตรา 3 ใหย้ กเวน้ ภาษเี งนิ ไดต้ ามสว่ น 2 และสว่ น 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ส�ำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษา ขององค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนที่ต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย โรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนท่ีตั้งข้ึนตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ดังน้ี (1) ส�ำหรับบุคคลธรรมดา ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ส�ำหรับเงินได ้ พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหกั ค่าลดหย่อนตามมาตรา 47(1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แหง่ ประมวลรัษฎากร เป็นจ�ำนวนสองเท่าของรายจ่าย ท่ีจ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายเพ่ือสนับสนุนการศึกษา แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบ ของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ หลงั จากหกั คา่ ใชจ้ า่ ยและหกั คา่ ลดหยอ่ นดงั กลา่ วนนั้ (2) สำ� หรบั บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คล ใหย้ กเวน้ ภาษเี งนิ ได้ ส�ำหรับเงินได้เป็นจ�ำนวนเงินหรือมูลคา่ ของทรัพย์สินเป็นจ�ำนวนสองเทา่ ของรายจา่ ยที่จา่ ยไปเป็นคา่ ใช้จา่ ยเพ่ือสนับสนุนการศึกษา แต่ต้องไม่เกิน ร้อยละสิบของก�ำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพ่ือการกุศลสาธารณะหรือ เพอ่ื การสาธารณประโยชน์ และเพอื่ การศกึ ษาหรอื เพอื่ การกฬี า ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรษั ฎากร ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี กรมสรรพากรประกาศกำ� หนด 67

คมู่ อื การปฏบิ ัตงิ านโครงการโรงเรยี นรว่ มพฒั นา คา่ ใชจ้ า่ ยเพอื่ สนบั สนนุ การศกึ ษาตามวรรคหนง่ึ ตอ้ งเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ย สำ� หรบั โครงการทก่ี ระทรวงศกึ ษาธกิ ารใหค้ วามเหน็ ชอบ และเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ย สำ� หรบั รายการดงั ตอ่ ไปน้ี (1) จัดหาหรือจัดสร้างอาคาร อาคารพร้อมท่ีดิน หรือท่ีดิน ให้แกส่ ถานศกึ ษา เพอ่ื ใช้ประโยชน์ทางการศกึ ษา (2) จัดหาวัสดุอุปกรณเ์ พอ่ื การศกึ ษา แบบเรยี น ตำ� รา หนังสือ ทางวชิ าการ สอ่ื และเทคโนโลยีเพอ่ื การศึกษา ตลอดจนวสั ดอุ ปุ กรณ์อ่ืน ๆ ทีเ่ กี่ยวข้องกับการศึกษาใหแ้ กส่ ถานศึกษา ตามทร่ี ฐั มนตรวี า่ การกระทรวง การคลงั ก�ำหนด (3) จดั หาครู อาจารย์ หรอื ผทู้ รงคณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษา หรอื เปน็ ทนุ การศึกษา การประดิษฐ์ การพัฒนา การค้นควา้ หรอื การวจิ ัย ส�ำหรบั นกั เรยี น นสิ ติ หรอื นกั ศกึ ษาของสถานศกึ ษา ทง้ั นี้ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขทอ่ี ธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำ� หนด (แกไ้ ขเพิ่มเติม โดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบบั ที่ 476) พ.ศ. 2551 ใช้บังคบั ตั้งแต่วนั ท่ี 7 สงิ หาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป) มาตรา 4 ให้ยกเวน้ ภาษเี งินได้ตามสว่ น 2 และส่วน 3 หมวด 3 ภาษีมูลค่าเพ่ิม ตามหมวด 4 ภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด 5 และ อากรแสตมป์ตามหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ บคุ คลธรรมดา หรอื บรษิ ัทหรือห้างหุน้ สว่ นนติ บิ ุคคล สำ� หรบั เงนิ ไดท้ ีไ่ ด้รบั จากการโอนทรพั ย์สนิ หรอื การขายสินคา้ หรือส�ำหรับการกระท�ำตราสาร อนั เนอื่ งมาจากการดำ� เนนิ การสนบั สนนุ การศกึ ษา ตามโครงการทก่ี ระทรวง 68

คมู่ ือการปฏิบตั งิ านโครงการโรงเรียนรว่ มพฒั นา ศึกษาธิการให้ความเห็นชอบตามมาตรา 3 โดยผู้โอนจะต้องไม่น�ำต้นทุน ของทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่าย ในการค�ำนวณภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาหรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี กรมสรรพากรประกาศกำ� หนด 69

คูม่ อื การปฏิบตั งิ านโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา 8. ระเบียบส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วย การบริหารจัดการเก่ียวกับเงินรายได้สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานท่ีเป็น นิตบิ ุคคล ในสังกดั เขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา พ.ศ. 2549 ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน วา ดวยการบริหารจดั การเกยี่ วกับเงินรายได้สถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ทีเ่ ป็นนิติบคุ คล ในสงั กัดเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา พ.ศ. 2549 .................................................................... โดยท่ีเปนการสมควรกําหนดใหมีระเบียบเก่ียวกับการ บริหารจัดการเงินรายไดของสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่เปนนิติบุคคล ในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา เพ่ือใหเปนไปตามมาตรา 59 วรรคสาม แห่งพระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 และที่แกไขเพม่ิ เตมิ อาศยั อํานาจตามความในขอ 12 แหง ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วาดวยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบัติหนาที่ของสถานศึกษา ขั้นพ้ืนฐานท่ีเปนนิติบุคคล ในสังกัดเขตพ้ืนท่ีการศึกษา พ.ศ. 2546 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน โดยความเห็นชอบ ของกระทรวงการคลงั จงึ วางระเบียบไว ดงั ตอ ไปน้ี ขอ 1 ระเบียบน้ีเรยี กวา “ระเบยี บสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพื้นฐานวาดวยการบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินรายไดสถานศึกษา ข้นั พื้นฐานทีเ่ ปนนติ ิบุคคล ในสงั กดั เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา พ.ศ. 2549 70

คู่มือการปฏบิ ตั งิ านโครงการโรงเรยี นร่วมพัฒนา ขอ 2 ระเบียบนใ้ี หใ ชบังคับตัง้ แตบ ัดนีเ้ ปน ตน ไป ขอ 3 ในระเบยี บน้ี “สถานศึกษา” หมายความวา สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่เปน นติ บิ คุ คล ในสงั กดั สํานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา ตามประกาศของสํานกั งาน เขตพนื้ ท่ีการศึกษา “เงินรายไดสถานศึกษา” หมายความวา บรรดารายได  ผลประโยชนท เี่ กดิ จากทร่ี าชพสั ดุ เบย้ี ปรบั ทเ่ี กดิ จากการผดิ สญั ญาลาศกึ ษา และเบ้ียปรับท่ีเกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพยสินหรือจางทําของ ท่ีดําเนินการโดยใชเงินงบประมาณ เงินที่มีผูมอบให และเงินหรือ ผลประโยชนอ่ืนท่ีสถานศึกษาไดรับไวเป็นกรรมสิทธิ์ แตไมรวมถึง เงนิ งบประมาณรายจาย ขอ 4 ใหเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน เปน ผูรักษาการตามระเบียบน้ี หมวด 1 การรบั เงินและการเก็บรักษาเงิน ขอ 5 สถานศึกษาตองออกใบเสร็จรับเงินตามแบบ ที่ทางราชการกําหนดใหแกผูชําระเงินทุกคร้ังท่ีมีการรับเงิน เวนแตกรณี ที่ไมสามารถออกใบเสร็จรับเงินได ใหใชหลักฐานการรับเงินตามแบบ ที่ทางราชการกําหนด และตองควบคุม ใบเสรจ็ รบั เงินหรอื หลักฐานการรบั เงิน ไวเ พื่อใหสามารถตรวจสอบได 71

คู่มือการปฏบิ ตั งิ านโครงการโรงเรียนร่วมพฒั นา ขอ 6 ใหสถานศกึ ษาเก็บรักษาเงินสดไวเ พอ่ื สํารองใชจายได ภายในวงเงินท่ีสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกําหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง นอกน้ันใหนําฝากกระทรวง การคลัง หรือสํานักงานคลังจังหวัด แลวแตกรณี หรือนําฝากธนาคาร พาณชิ ยตามวงเงินทีก่ ระทรวงการคลงั ใหความเหน็ ชอบ หมวด 2 การกอหนี้ผูกพันและการใชจ า ยเงนิ ขอ 7 เงนิ รายไดส ถานศกึ ษาแหง ใด ใหน ําไปใชจ ายหรอื กอ หน้ี ผูกพันไดแตเฉพาะเปนคาใช้จ่ายในการจัดการศึกษาและคาใชจาย ทเ่ี ก่ยี วเน่อื งกับการจดั การศึกษาของสถานศึกษาแหงนั้น ยกเวน เงินรายได  สถานศึกษาในสวนท่ีเปนเงินที่มีผูมอบใหสถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค  ชัดแจง ใหนําไปจายหรือกอหนี้ผูกพันไดเฉพาะในกิจการท่ีผูมอบระบุ วตั ถปุ ระสงคในการ ใชไ วเ ทานัน้ หามมิใหนําเงินรายไดสถานศึกษาไปใชเปนคาใชจายของสถาน ศึกษาแหงอื่น เวนแตจะไดรับอนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพื้นฐาน ขอ 8 ใหสถานศึกษานําเงินรายไดสถานศึกษาไปจาย เปน คาใชจ ายในการจดั การศกึ ษาและคา่ ใชจ ายทเี่ กย่ี วเนอ่ื งกบั การจดั การศกึ ษา ไดตามหลักเกณฑ อัตรา และวิธีการท่ีสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กําหนด 72

คู่มือการปฏิบตั งิ านโครงการโรงเรยี นรว่ มพฒั นา ขอ 9 อํานาจการอนุมัติการจายเงินและการกอหนี้ผูกพัน เงนิ รายไดส ถานศกึ ษา ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑท ี่ เลขาธกิ ารคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน กําหนด หมวด 3 การเงนิ การพัสดุ การบญั ชี ขอ 10 วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการพัสดุ การบัญชี และวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการเงินอ่ืนใดท่ีมิไดกําหนดไวในระเบียบนี้ ใหถือปฏิบัติ ตามกฎหมายและระเบยี บแบบแผนของทางราชการโดยอนโุ ลม ในกรณที ม่ี ีความจําเปน ตองปฏบิ ตั ินอกเหนอื ไปจากทก่ี ําหนดไว ในระเบยี บน้ี ใหขอทําความตกลงกับกระทรวงการคลัง บทเฉพาะกาล ขอ 11 ใหเ้ งนิ รายไดส้ ถานศกึ ษาทมี่ อี ยกู่ อ่ นระเบยี บนใ้ี ชบ้ งั คบั เปน็ เงินรายไดส้ ถานศึกษาตามระเบยี บน้ี ประกาศ ณ วันที่ 16 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2549 (นางพรนภิ า ลิมปพยอม) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน 73

คูม่ อื การปฏบิ ัตงิ านโครงการโรงเรยี นร่วมพัฒนา 9. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง ก�ำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอื่ นไข เพอ่ื การยกเวน้ ภาษเี งนิ ได้ ภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ภาษธี รุ กจิ เฉพาะ และอากรแสตมป์ ส�ำหรับเงินได้ท่ีจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการ สนบั สนนุ การศกึ ษา อาศัยอำ� นาจตามความในมาตรา 3 และมาตรา 4 แหง่ พระราช กฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 อธบิ ดกี รมสรรพากรก�ำหนดหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไข เพ่ือการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพ่ิม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำ� หรบั เงนิ ไดท้ จ่ี า่ ยเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยเพอ่ื สนบั สนนุ การศกึ ษา แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาขององค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนที่ตั้งข้ึนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือสถาบัน อุดมศึกษาเอกชนที่ต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ดังตอ่ ไปน้ี ข้อ 2 เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพ่ือสนับสนุนการศึกษา ให้แกส่ ถานศึกษา โดยบคุ คลธรรมดาหรือบริษทั หรอื ห้างหนุ้ ส่วนนิตบิ ุคคล จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดในข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ขอ้ 8 ข้อ 9 ขอ้ 10 และขอ้ 11 ขอ้ 3 ค่าใช้จ่ายส�ำหรับการจัดหาหรือจัดสร้างอาคาร อาคาร พร้อมท่ีดิน หรือที่ดิน ให้แก่สถานศึกษา ต้องเป็นการจัดหาหรือจัดสร้าง ทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษาตามโครงการที่กระทรวง ศึกษาธิการใหค้ วามเห็นชอบ 74

คู่มือการปฏิบัตงิ านโครงการโรงเรียนร่วมพฒั นา ขอ้ 4 ค่าใช้จ่ายส�ำหรับการจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา แบบเรียน ต�ำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตลอดจนวัสดอุ ุปกรณอ์ ่ืน ๆ ทเี่ กีย่ วข้องกับการศกึ ษาตามทร่ี ฐั มนตรีวา่ การ กระทรวงการคลังก�ำหนดท่ีให้แก่สถานศึกษาดังกล่าวต้องเป็นการจัดหา ตามโครงการที่กระทรวงศกึ ษาธกิ ารใหค้ วามเห็นชอบ วสั ดอุ ปุ กรณเ์ พอื่ การศกึ ษาตามวรรคหนง่ึ ในกรณที เ่ี ปน็ คอมพวิ เตอร ์ และอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ต้องไม่เป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ ของผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลและตอ้ งไม่ผา่ นการใชง้ านมาแล้ว “คอมพิวเตอร์ตามวรรคสอง” หมายถึง เคร่ืองอิเล็กทรอนิกส์ แบบอัตโนมัติ ท�ำหนา้ ท่เี สมือนสมองกลใชส้ �ำหรับแก้ปัญหาตา่ งๆ ทัง้ ทงี่ ่าย และซบั ซอ้ น โดยวธิ ที างคณติ ศาสตรแ์ ละอปุ กรณข์ องคอมพวิ เตอร์ หมายถงึ เครอื่ งมอื เครอื่ งใช้ เครอื่ งชว่ ย หรอื เครอ่ื งประกอบกบั คอมพวิ เตอร์ เพอ่ื ให้ คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ (แก้ไขเพ่ิมเติมโดยประกาศอธิบดี กรมสรรพากร เรอ่ื ง กำ� หนดหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไข เพอื่ การยกเวน้ ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพ่ิม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ส�ำหรับ เงนิ ไดท้ จี่ า่ ยเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยเพอื่ การสนบั สนนุ การศกึ ษา ลงวนั ที่ 22 มถิ นุ ายน 2548 ใช้บังคบั 25 สงิ หาคม 2547 เปน็ ตน้ ไป) ข้อ 7 การยกเว้นภาษีเงินได้ส�ำหรับเงินได้ที่จา่ ยเป็นคา่ ใช้จา่ ย เพ่ือสนับสนุนการศึกษาแก่สถานศึกษาดังกล่าว ผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีซ่ึงเป็น บุคคลธรรมดาหรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องไม่น�ำค่าใช้จ่าย เพ่ือสนับสนุนการศึกษาท่ีได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นี้ไปหักเป็น 75

คู่มือการปฏบิ ัติงานโครงการโรงเรียนรว่ มพัฒนา คา่ ลดหย่อนสำ� หรบั เงินบริจาค ตามมาตรา 47 (7) แหง่ ประมวลรัษฎากร หรือไม่น�ำไปหักเป็นรายจ่ายเพื่อการศึกษาตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ขอ้ 8 การยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล ส�ำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพ่ือสนับสนุนการศึกษา แก่สถานศึกษาดงั กลา่ ว บริษัทหรือห้างหุน้ ส่วนนติ ิบคุ คลนน้ั ต้องไมเ่ ปน็ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลท่ีประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียน เอกชนหรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบัน อุดมศกึ ษาเอกชน ขอ้ 9 เงินได้ท่ีได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษี ธรุ กจิ เฉพาะ และอากรแสตมป์ สำ� หรบั การโอนทรพั ยส์ นิ หรอื การขายสนิ คา้ หรือส�ำหรับการกระท�ำตราสารอันเนื่องมาจากการด�ำเนินการสนับสนุน การศึกษา ตามโครงการท่ีกระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบ ผู้โอน จะต้องไม่น�ำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวมา หกั เป็นค่าใช้จา่ ย ในการคำ� นวณภาษีเงนิ ได้ของบคุ คลธรรมดา หรือบริษัท หรือหา้ งหุ้นสว่ นนติ บิ ุคคล ข้อ 10 การไดร้ ับยกเว้นภาษตี ามประกาศนี้ ผ้ไู ดร้ ับยกเว้นภาษ ี ต้องมีหลักฐานจากสถานศึกษาท่ีพิสูจน์ได้ว่าค่าใช้จ่ายเพ่ือสนับสนุน การศกึ ษา ตามขอ้ 3 และข้อ 4 เปน็ ค่าใชจ้ า่ ยเพอ่ื การสนับสนุนการศกึ ษา ตามโครงการท่กี ระทรวงศกึ ษาธกิ ารใหค้ วามเห็นชอบ 76

คูม่ ือการปฏิบัตงิ านโครงการโรงเรยี นรว่ มพัฒนา 10. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สิน ท่ีมผี ู้บรจิ าคให้แกส่ ถานศกึ ษา พ.ศ. 2552 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ ว่าดว้ ยการรบั เงินหรือทรัพยส์ ินทีม่ ีผู้บริจาคใหแ้ กส่ ถานศกึ ษา พ.ศ. 2552 โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยการรับจา่ ยเงินบรจิ าคโดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ พ.ศ. 2525 ใหเ้ หมาะสม ย่ิงข้ึน ประกอบกับมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ก�ำหนดให้มีการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาได้ ไม่ว่า จะเปน็ การได้รับบรจิ าคทรพั ย์สนิ และทรพั ยากรอน่ื ใหแ้ ก่สถานศึกษา อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รฐั มนตรวี า่ การ กระทรวงศึกษาธิการจึงออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือก�ำหนด ในเร่ืองการรบั เงนิ หรือทรพั ยส์ ินท่ีมีผ้บู รจิ าคใหส้ ถานศกึ ษา ดงั ตอ่ ไปนี้ ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยการรบั เงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ทมี่ ผี บู้ รจิ าคใหแ้ กส่ ถานศกึ ษา พ.ศ. 2552” ขอ้ 2 ระเบียบน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศ เป็นต้นไป 77

คู่มอื การปฏิบตั ิงานโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ขอ้ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการรับ จ่ายเงินบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์ พ.ศ. 2525 ข้อ 4 ในระเบยี บนี้ “สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาท่ีสังกัดกระทรวง ศึกษาธิการและสถานศึกษาเอกชนท่ีต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย โรงเรยี นเอกชน แต่ไม่หมายความรวมถงึ สถาบนั อดุ มศกึ ษาเอกชนทตี่ ั้งขึ้น ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถานศึกษาในสังกัด ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสถาบันการอาชีวศึกษา ตามกฎหมายการอาชีวศกึ ษา “คอมพิวเตอร์” หมายความว่า เคร่ืองอิเล็กทรอนิกส์ แบบอัตโนมตั ทิ ำ� หน้าท่ีเสมือนสมองกล ใชส้ �ำหรบั แกป้ ญั หาต่างๆ ทงั้ ที่งา่ ย และซบั ซอ้ น โดยวิธที างคณิตศาสตร์ “อุปกรณข์ องคอมพวิ เตอร”์ หมายความวา่ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช้ เครื่องชว่ ย หรอื เครอ่ื งประกอบกับคอมพวิ เตอรเ์ พื่อใหค้ อมพวิ เตอรใ์ ช้งาน ได้ตามวตั ถปุ ระสงค์ แต่ไม่รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ขอ้ 5 ใหป้ ลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามระเบยี บนี้ 78

คู่มอื การปฏบิ ัตงิ านโครงการโรงเรยี นรว่ มพัฒนา หมวด 1 การรับเงินหรอื ทรพั ย์สนิ สว่ นท่ี 1 บททวั่ ไป ขอ้ 6 การรบั เงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ของสถานศกึ ษา ใหร้ บั บรจิ าคไว้ ภายใต้เงือ่ นไข ดงั ต่อไปน้ี (1) ต้องพิจารณาผลดีผลเสียและประโยชน์ที่สถานศึกษา จะพงึ ได้รับ (2) ต้องเป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจ และไม่เป็นไป เพ่ือแลกเปล่ียนผลประโยชน์ หรือมีเง่ือนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน ์ ต่อผ้ใู ดโดยเฉพาะ (3) ให้ค�ำนึงถึงประโยชน์และภาระท่ีเกิดข้ึนกับสถานศึกษา ท้ังในปัจจุบนั และอนาคต ขอ้ 7 หา้ มมใิ หส้ ถานศกึ ษารบั เงนิ บรจิ าคทผ่ี บู้ รจิ าคระบเุ งอื่ นไข ของการบรจิ าคอนั เป็นภาระแก่สถานศกึ ษาเกินความจำ� เป็น 79

คมู่ อื การปฏิบตั ิงานโครงการโรงเรียนรว่ มพัฒนา ส่วนที่ 2 การรับเงินบรจิ าค ข้อ 8 การรับเงินบริจาคของสถานศึกษาตามข้อ 6 ให้รับได ้ ดงั ต่อไปน้ี (1) เงินสด เชค็ ธนาคาร ตัว๋ แลกเงนิ หรอื ธนาณัติ (2) รับเงนิ สดผ่านธนาคาร การรับเงินสดผ่านธนาคาร ให้ผู้บริจาคส่งส�ำเนาหลักฐาน การโอนเงินผา่ นธนาคารให้แกส่ ถานศึกษาโดยเร็ว ข้อ 9 การรับเช็คธนาคารทุกกรณีต้องมีลักษณะและเง่ือนไข ดังตอ่ ไปนี้ (1) เป็นเช็คของธนาคารและตอ้ งมใิ ช้เชค็ โอนสลกั หลัง (2) เป็นเช็คธนาคารที่มีรายการครบถ้วนตามมาตรา 988 ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (3) เป็นเช็คธนาคารที่ออกในวันท่ีน�ำเช็คน้ันมาช�ำระหรือเป็นเช็ค ทล่ี งวันท่กี ่อนรับช�ำระไม่เกนิ เจด็ วัน (4) เปน็ เชค็ ขดี ครอ่ ม สง่ั จา้ งเงนิ แกส่ ถานศกึ ษา และขดี ฆา่ คำ� วา่ “ผู้ถอื ” ออก ข้อ 10 เงนิ บรจิ าคตามระเบยี บน้ี ผบู้ รจิ าคจะระบวุ ตั ถปุ ระสงค์ แหง่ การบริจาคด้วยหรือไม่กไ็ ด้ 80

คู่มอื การปฏิบัตงิ านโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ข้อ 11 เมื่อสถานศกึ ษาไดร้ บั เงนิ บริจาค ใหอ้ อกใบเสรจ็ รบั เงนิ แกผ่ ู้บรจิ าค โดยระบชุ ื่อผบู้ รจิ าคและจ�ำนวนเงนิ ทบ่ี ริจาค เพอื่ ใหผ้ บู้ รจิ าค ซง่ึ เปน็ บคุ คลธรรมดา หรอื บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลนำ� ไปดำ� เนนิ การ ยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ในกรณีที่ผู้บริจาคระบุวัตถุประสงค์แห่งการบริจาคไว้ ให้ระบุ วตั ถปุ ระสงคแ์ ห่งการบรจิ าคนนั้ ไว้ในใบเสร็จรับเงนิ นั้นด้วย สว่ นท่ี 3 การรบั บรจิ าคทรัพย์สนิ ทเี่ ปน็ อสังหาริมทรัพย์ ขอ้ 12 ในกรณีมผี ้จู ดั หาหรือจัดสรา้ งอาคาร อาคารพรอ้ มที่ดิน หรือที่ดินแก่สถานศึกษา ให้หัวหน้าสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการข้ึน คณะหน่งึ จำ� นวนไมเ่ กนิ ห้าคน เพ่อื ดำ� เนินการดังต่อไปน้ี (1) ตรวจสอบกรรมสทิ ธท์ิ ดี่ นิ หรอื สทิ ธคิ รอบครองของผบู้ รจิ าค รวมท้งั ภาระตดิ พันในท่ีดิน (2) ประเมนิ มลู คา่ ของอาคาร อาคารพรอ้ มทดี่ นิ หรอื ทด่ี นิ ทร่ี บั บรจิ าค โดยเทยี บเคยี งกบั ราคาประเมนิ กลางของกรมทด่ี นิ หรอื ราคากลาง ของทางราชการ เมื่อได้ด�ำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการรายงาน ผลการพิจารณาตอ่ หัวหนา้ สถานศกึ ษาเพ่อื พิจารณา 81

คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา ข้อ 13 เม่ือหัวหน้าส่วนสถานศึกษาพิจารณาเห็นชอบการรับ บริจาคตามขอ้ 12 แล้วให้ด�ำเนินการบันทกึ บัญชีทรัพยส์ ินท่ไี ด้รบั บริจาค ตามแนวปฏิบัติทางบัญชีเก่ียวกับทรัพย์ถาวรในระบบการบริหารการเงิน การคลงั ภาครฐั ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (ระบบ GFMIS) ทกี่ รมบญั ชกี ลาง ก�ำหนด ในกรณีเป็นสถานศึกษาเอกชน การบันทึกบัญชีทรัพย์สิน ตามวรรคหนง่ึ ให้ถือปฏบิ ัตติ ามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ข้อ 14 การออกหลักฐานการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็น อสังหาริมทรัพย์ให้หัวหน้าสถานศึกษาออกหนังสือรับรองตามมูลค่า ท่ีได้ด�ำเนินการแล้วในข้อ 12 โดยประทับตราโรงเรียนและลงลายมือชื่อ หวั หนา้ สถานศกึ ษาในหนงั สอื รบั รองนนั้ ดว้ ย เพอ่ื ใหบ้ รษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ น นติ บิ คุ คล นำ� ไปดำ� เนนิ การยกเวน้ ภาษเี งนิ ไดต้ ามประมวลรษั ฎากร ในการน้ ี ส�ำหรับบุคคลธรรมดาซ่ึงไม่สามารถน�ำไปยกเว้นภาษีเงินได้ก็ให้หัวหน้า สถานศกึ ษาประสานงานและดำ� เนนิ การ เพอื่ ใหส้ ถานศกึ ษาหรอื กระทรวง ศึกษาธกิ ารแล้วแต่กรณอี อกหนงั สอื ตอบขอบคณุ หรือออกอนโุ มทนาบตั ร ให้แก่ผู้บริจาคตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขอบคุณ และอนุโมทนา พ.ศ. 2547 หรือดำ� เนนิ การเพือ่ ขอเครอ่ื งราชอิสริยาภรณ์ ตามกฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ้ งให้แก่ผู้บรจิ าคดังกลา่ วต่อไป 82

คมู่ ือการปฏบิ ตั งิ านโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา ส่วนท่ี 4 การรบั บรจิ าคทรัพยส์ นิ ท่ีเป็นอสังหาริมทรพั ย์ ข้อ 15 ในกรณีมีผู้บริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย ์ ให้แก่สถานศึกษาเกินหนึ่งแสนบาทขึ้นไป ให้หัวหน้าสถานศึกษาแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นคณะหนงึ่ จ�ำนวนไมเ่ กินห้าคน เพื่อดำ� เนินการดงั ต่อไปน้ี (1) ตรวจสอบกรรมสิทธ์ิ สิทธิครอบครอง และภาระติดพัน ในทรัพย์สนิ (2) ประเมนิ ราคาทรพั ย์สินท่รี บั บริจาค เมื่อได้ด�ำเนินการตามวรรคหน่ึงแล้ว ให้คณะกรรมการรายงาน ผลการพจิ ารณาต่อหัวหนา้ สถานศกึ ษาเพื่อพจิ ารณา ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซ่ึงได้บริจาค คอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณข์ องคอมพวิ เตอร์ และประสงคจ์ ะนำ� ไปดำ� เนนิ การ ยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรต้องเป็นการบริจาคคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ของคอมพวิ เตอร์ท่ไี ม่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ขอ้ 16 เมอื่ หวั หนา้ สถานศกึ ษาพจิ ารณาเหน็ ชอบการรบั บรจิ าค ตามขอ้ 15 แลว้ ใหด้ ำ� เนนิ การบนั ทกึ บญั ชที รพั ยส์ นิ ทไี่ ดร้ บั บรจิ าคตามแนว ปฏิบัติทางบัญชีเก่ียวกับทรัพย์ถาวรในระบบการบริหารการเงินการคลัง ภาครฐั ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (ระบบ GFMIS) ที่กรมบญั ชกี ลางก�ำหนด ในกรณีเป็นสถานศึกษาเอกชน การบันทึกบัญชีทรัพย์สิน ตามวรรคหนึ่ง ให้ถอื ปฏิบัติตามกฎหมายว่าดว้ ยโรงเรยี นเอกชน 83

ค่มู อื การปฏิบัติงานโครงการโรงเรยี นรว่ มพฒั นา ขอ้ 17 การออกหลักฐานการรับบริจาคให้หัวหน้าสถานศึกษา ออกหนังสอื รบั รองตามมลู คา่ ทีไ่ ดด้ �ำเนินการแลว้ ในขอ้ 15 หรือตามมูลคา่ ทรพั ยส์ นิ ไมเ่ กนิ หนงึ่ แสนบาทขนึ้ ไป โดยประทบั ตราโรงเรยี นและลงลายมอื ชอื่ หัวหน้าสถานศึกษาในหนังสือรับรองนั้นด้วย และให้น�ำความในข้อ 14 มาใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม หมวด 2 การจา่ ยเงนิ การเกบ็ รักษาเงนิ และการเกบ็ รกั ษาทรัพยส์ นิ ข้อ 18 การจา่ ยเงิน การเกบ็ รกั ษาเงินและการเกบ็ รักษาทรพั ย์สิน ให้สถานศึกษาปฏิบัติตามระเบียบ หลักเกณฑ์ที่ส่วนราชการท่ีต้นสังกัด หรอื สถานศกึ ษาอยใู่ นกำ� กบั กำ� หนดหากสว่ นราชการตน้ สงั กดั ไมไ่ ดก้ ำ� หนด ให้สถานศึกษาถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยอนโุ ลม ทง้ั นี้ สถานศกึ ษานนั้ ตอ้ งเกบ็ รวบรวมเอกสารหลกั ฐานทง้ั หมดไว้ เพือ่ เตรียมพร้อมใหส้ �ำนกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดินตรวจสอบตอ่ ไป ขอ้ 19 ในกรณหี ลกั ฐานใบเสรจ็ รบั เงนิ หรอื หนงั สอื รบั รองสญู หาย ใหป้ ฏิบัตดิ ังนี้ (1) ถ้าใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองสูญหาย ให้ใช้ส�ำเนา ใบเสรจ็ รับเงินหรือส�ำเนาหนังสือรบั รองการรบั เงิน ซ่งึ หวั หนา้ สถานศึกษา หรอื ผรู้ บั เงนิ รบั รองแลว้ แทนได้ ทง้ั นี้ ใหผ้ บู้ รจิ าคนำ� หลกั ฐานการแจง้ ความ ร้องทุกข์ของต�ำรวจเพ่ือประกอบการพจิ ารณาของสถานศึกษาดว้ ย 84

คู่มอื การปฏิบตั ิงานโครงการโรงเรียนรว่ มพัฒนา (2) ถ้าส�ำเนาคู่ฉบับใบเสร็จรับเงินหรือส�ำเนาคู่ฉบับหนังสือ รับรองที่สถานศึกษาเก็บรักษาสูญหาย ให้หัวหน้าสถานศึกษานั้นออก ใบรับรองของใบเสร็จรับเงิน หรือหนังสือรับรองแล้วแต่กรณีเพ่ือใช ้ เป็นหลักฐานการรบั บริจาคได้ ประกาศ ณ วันท่ี 29 กนั ยายน พ.ศ. 2552 (นายจรุ ินทร์ ลักษณวศิ ิษฎ์) รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 85

คู่มือการปฏิบตั ิงานโครงการโรงเรยี นร่วมพัฒนา 11. ระเบียบคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานว่าด้วยการก�ำหนด องคป์ ระกอบ หลกั เกณฑ์ วธิ กี ารสรรหา และจำ� นวนกรรมการสถานศกึ ษา สำ� หรบั สถานศกึ ษารปู แบบโรงเรียนรว่ มพัฒนา พ.ศ. 2561 ระเบยี บคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ว่าด้วยการก�ำหนดองค์ประกอบ หลักเกณฑ์ วิธกี ารสรรหา และจ�ำนวนกรรมการสถานศึกษา ส�ำหรับสถานศกึ ษารปู แบบโรงเรยี นรว่ มพฒั นา พ.ศ. 2561 โดยท่ีเป็นการสมควรก�ำหนดให้มีระเบียบว่าด้วยการก�ำหนด องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ วธิ กี ารสรรหา และจำ� นวนกรรมการสถานศึกษา ส�ำหรบั สถานศึกษารปู แบบโรงเรยี นร่วมพฒั นา อาศยั อำ� นาจตามความในขอ้ 9 แหง่ กฎกระทรวง กำ� หนดจำ� นวน กรรมการ คณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑ์ วธิ กี ารสรรหา การเลอื กประธานกรรมการ และกรรมการ วาระการด�ำรงต�ำแหน่งและการพ้นจากต�ำแหน่งของ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2546 คณะกรรมการการศกึ ษา ขนั้ พน้ื ฐาน จึงวางระเบยี บไว้ดังตอ่ ไปน้ี 86

คูม่ อื การปฏบิ ตั งิ านโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา ข้อ 1 ระเบียบนี้ เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพ้ืนฐานว่าด้วยการก�ำหนดองค์ประกอบ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และจ�ำนวนกรรมการสถานศึกษา ส�ำหรับสถานศึกษารูปแบบโรงเรียน ร่วมพฒั นา พ.ศ. 2561 ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป ขอ้ 3 ในระเบยี บน้ี “สถานศกึ ษารปู แบบโรงเรยี นรว่ มพฒั นา” หมายความวา่ โรงเรียนหรือหน่วยงานการศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของรัฐ ท่ีมีอ�ำนาจ หนา้ ทห่ี รอื มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานทไ่ี ดร้ บั งบประมาณ จากรัฐ ที่จัดการศึกษารูปแบบบริหารจัดการท่ีเป็นนวัตกรรมการบริหาร จัดการสถานศึกษาโดยความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม โดยเฉพาะภาคเอกชน สถานประกอบการ และหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ เพื่อเกิดความเป็นอิสระคล่องตัวท้ังในด้านการบริหารงานวิชาการ การบรหิ ารงานงบประมาณ การบรหิ ารงานบคุ คล และการบรหิ ารงานทวั่ ไป ที่สร้างความรับผิดชอบต่อผู้เรียน ภายใต้การสนับสนุนทรัพยากร และ การบริหารที่จ�ำเป็นและเหมาะสมจากผู้สนับสนุน ที่ต้องมีส่วนร่วม ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ รวมถึงสถานศึกษาอื่น ๆ ที่จัดการศึกษาในลักษณะเดียวกันน้ี และครอบคลุมถึงสถานศึกษา ท่จี ะจัดการศึกษาในรูปแบบในลักษณะเดียวกัน 87

คมู่ อื การปฏิบัตงิ านโครงการโรงเรียนรว่ มพฒั นา “ผสู้ นับสนนุ ” หมายความว่า บรษิ ทั มลู นธิ ิ องคก์ ร ภาคเอกชน สถานประกอบการ หรอื สถาบนั ทสี่ นบั สนนุ ทรพั ยากรและมสี ว่ นรว่ มในการ บริหารให้กบั สถานศึกษา “กฎกระทรวง” หมายความว่า กฎกระทรวง ก�ำหนดจ�ำนวน กรรมการ คณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑ์ วธิ กี ารสรรหา การเลอื กประธานกรรมการ และกรรมการ วาระการด�ำรงต�ำแหน่ง และการพ้นจากต�ำแหน่งของ คณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2546 ข้อ 4 ในแต่ละสถานศึกษาให้มีคณะกรรมการสถานศึกษา จ�ำนวนสบิ ห้าคน ประกอบด้วย (1) ประธานกรรมการ (2) กรรมการทีเ่ ป็นผแู้ ทนผู้ปกครอง จ�ำนวนหนง่ึ คน (3) กรรมการท่เี ปน็ ผู้แทนครู จ�ำนวนหนึง่ คน (4) กรรมการท่ีเปน็ ผู้แทนองค์กรชมุ ชน จ�ำนวนหน่งึ คน (5) กรรมการท่ีเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จำ� นวนหนงึ่ คน (6) กรรมการทเ่ี ป็นผแู้ ทนศิษยเ์ กา่ จ�ำนวนหนงึ่ คน (7) กรรมการที่เป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทน องคก์ รศาสนาในพน้ื ที่ซงึ่ สถานศึกษาตงั้ อยู่ จ�ำนวนหนงึ่ รปู หรอื หน่งึ คน (8) กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิ จำ� นวนเจ็ดคน (9) ผู้อ�ำนวยการสถานศึกษา เป็นกรรมการและ เลขานุการ 88

คู่มอื การปฏบิ ัตงิ านโครงการโรงเรยี นรว่ มพฒั นา ขอ้ 5 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา และเลือก ประธาน กรรมการและกรรมการ มวี ธิ ีการ ดังตอ่ ไปนี้ (1) ในการสรรหาและเลือกกรรมการตามขอ้ 4 (2) (3) และ (6) ให้บุคคลของแต่ละประเภทของสถานศึกษาน้ันเสนอชื่อผู้ที่เห็น สมควรเปน็ กรรมการ ซ่ึงมีคุณสมบตั ติ ามกฎกระทรวง จากนัน้ ให้ผ้ทู ่ีได้รับ การเสนอช่ือเลือกกันเองให้เหลือประเภทละหนึ่งคน ทั้งนี้ โดยให้แต่ละ ประเภทแยกกันดำ� เนนิ การ (2) ในการสรรหาและเลือกกรรมการตามข้อ 4 (4) ให้องค์กรชุมชนเสนอช่ือผู้ท่ีเห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติ ตามกฎกระทรวง จากน้ันให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือ จำ� นวนหนงึ่ คน (3) การสรรหาและเลือกกรรมการตามข้อ 4 (5) ให้ ด�ำเนินการโดยให้สภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้ัน ถ้ามีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นท่ีบริการของสถานศึกษามากกว่าหน่ึงแห่ง ขน้ึ ไป ใหส้ ภาองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ แตล่ ะแหง่ เสนอชอื่ ผทู้ เี่ หน็ สมควร เป็นกรรมการ ซ่ึงมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวง และให้ผู้ที่ได้รับการเสนอ ชื่อเลือกกนั เองให้เหลือจ�ำนวนหนึง่ คน (4) การสรรหาและเลือกกรรมการตามข้อ 4 (8) ให้ผู้สนับสนุนคัดเลือกจ�ำนวนแปดคน จากบุคคล ผูม้ คี ุณสมบตั ติ ามกฎกระทรวง 89

คมู่ ือการปฏิบัตงิ านโครงการโรงเรียนรว่ มพฒั นา (5) การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการ ให้ผู้ ไดร้ บั เลือกใหเ้ ปน็ กรรมการตามข้อ 4 (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (9) รว่ มกนั เลือกประธานกรรมการจากกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ (6) ใหผ้ อู้ ำ� นวยการสถานศกึ ษาเสนอรายชอื่ ผทู้ ไี่ ดร้ บั การ สรรหาและไดร้ บั เลือกตาม (1) ถึง (5) ตอ่ ผูอ้ ำ� นวยการส�ำนกั งานเขตพ้ืนท่ี การศึกษาเพ่ือพิจารณาแต่งตงั้ คณะกรรมการสถานศึกษาตามขอ้ 4 ใหไ้ ว้ ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 (นายปยิ ะบุตร ชลวจิ ารณ)์ ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 90

ค่มู ือการปฏิบตั งิ านโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา 12. คำ� สง่ั สำ� นกั นายกรฐั มนตรี ท่ี 194/2560 เรอ่ื ง แตง่ ตงั้ คณะกรรมการ ขับเคลื่อนการปฏิบัติรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย THAILAND 4.0 คำ� ส่งั ส�ำนักนายกรฐั มนตรี ที่ 194/2560 เร่ือง แต่งต้ังคณะกรรมการขบั เคล่ือนการปฏิรูปเพือ่ รองรับ การปรบั เปลยี่ นตามนโยบาย THAILAND 4.0 ตามที่ รฐั บาลได้มีนโยบาย THAILAND 4.0 ในการขบั เคลือ่ น การปฏริ ปู ประเทศสคู่ วามมน่ั คง มง่ั คง่ั และยง่ั ยนื โดยมงุ่ เนน้ การใชน้ วตั กรรม เพอ่ื การปรบั เปลย่ี นโครงสร้างเศรษฐกจิ การสรา้ งความอยดู่ มี สี ขุ ทางสงั คม การยกระดับทรัพยากรมนุษย์ และการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้าง ความเขม้ แขง็ จากภายในควบคกู่ บั การเชอ่ื มโยงประชาคมโลก ตามแนวคดิ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และขับเคล่ือนโดยความร่วมมือผ่านกลไก สานพลงั ประชารฐั ซ่งึ ทผี่ า่ นมาไดม้ ีการดำ� เนนิ การมาอยา่ งต่อเน่อื ง นนั้ เพื่อให้การขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศตามนโยบายดังกล่าว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะใน 91

คูม่ ือการปฏบิ ตั ิงานโครงการโรงเรยี นร่วมพฒั นา สว่ นของการปฏริ ปู ระบบการบรหิ ารราชการ ตลอดจนการผลกั ดนั แผนงาน โครงการเพอ่ื เปน็ ตน้ แบบการขบั เคลอื่ นนโยบาย THAILAND 4.0 และการ สรา้ งความรับรู้ในเรอื่ งดงั กลา่ วให้เปน็ ไปอยา่ งชดั เจนและเหมาะสม อาศัย อ�ำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงให้แต่งตั้งคณะกรรมการ ขบั เคลอื่ นการปฏริ ปู เพอ่ื รองรบั การปรบั เปลยี่ นตามนโยบายTHAILAND4.0 โดยมอี งค์ประกอบและอ�ำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1. องคป์ ระกอบ 1.1 นายกรฐั มนตร ี ประธานกรรมการ 1.2 รัฐมนตรีประจ�ำสำ� นักนายกรัฐมนตร ี (นายสุวทิ ย์ เมษินทรยี )์ รองประธานกรรมการ 1.3 เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตร ี กรรมการ 1.4 เลขาธกิ ารคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน กรรมการ 1.5 เลขาธิการคณะกรรมการพฒั นา กรรมการ เศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ 1.6 ปลัดกระทรวงการคลงั กรรมการ 1.7 ปลัดกระทรวงดจิ ทิ ัลเพือ่ เศรษฐกิจ กรรมการ และสังคม 1.8 ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ 92

คมู่ ือการปฏิบตั ิงานโครงการโรงเรียนรว่ มพฒั นา 1.9 ปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร กรรมการ 1.10 เลขาธิการคณะกรรมการสง่ เสรมิ การลงทนุ กรรมการ 1.11 เลขาธิการคณะกรรมการวจิ ยั แหง่ ชาติ กรรมการ 1.12 เลขาธิการส�ำนกั งานคณะกรรมการ กรรมการ นโยบายวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวตั กรรมแหง่ ชาติ 1.13 นายกานต์ ตระกูลฮนุ กรรมการ 1.14 นายทวีศกั ด์ิ กออนนั ตกูล กรรมการ 1.15 นายเทวรินทร์ วงศว์ านิช กรรมการ 1.16 นายเทยี นฉาย กรี ะนนั ท ์ กรรมการ 1.17 นายธรี นันท์ ศรหี งส์ กรรมการ 1.18 นายนนิ นาท ไชยธีรภิญโญ กรรมการ 1.19 นายบวรศักดิ์ อวุ รรณโณ กรรมการ 1.20 นายบัณฑรู ลำ่� ซ�ำ กรรมการ 1.21 นายประสาร ไตรรัตน์วรกลุ กรรมการ 1.22 นางพรรณสริ ี อมาตยกลุ กรรมการ 1.23 นายพลเดช ปน่ิ ประทบี กรรมการ 1.24 นายมชี ัย วีระไวทยะ กรรมการ 1.25 นายรงุ่ โรจน์ รงั สิโยภาส กรรมการ 1.26 นายสปุ รดี า อดลุ ยานนท์ กรรมการ 93


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook