จดั ทาํ และเผยแพรท างเว็บไซต : กลมุ ส่ือสงเสริมการเกษตร สวนสงเสรมิ และเผยแพร สํานกั พัฒนาการถายทอดเทคโนโลยี กรมสง เสริมการเกษตร
หลกั ปฏบิ ัติเบือ้ งตน ..ในการปลูกผักสวนครัว ผกั สวนครวั คอื ผักท่ปี ลกู ไวใ นบริเวณบานหรือที่ วางตา ง ๆ ในชมุ ชนตาง ๆ โดยมีวัตถุประสงคเพอื่ ปลกู ไวสาํ หรับรบั ประทานเอง ภายในครอบครัว หรอื ชุมชน การปลูกผักสวนครัวไวร ับประทาน จะทาํ ใหผ ูปลูกไดรับประทานผักสดทีอ่ ดุ มดวย วติ ามนิ และเกลอื แรต า ง ๆ มคี วามปลอดภยั จากสารเคมี ลดรายจายในครัวเรอื นและท่ีสาํ คญั ทาํ ใหสมาชิก ในครอบครัวมีกจิ กรรมรวมกันในการปลกู ผกั เพื่อ เกิดสมั พนั ธท ี่ดีภายในครอบครัว โดยทั่วไปคนตอง มกี ารบรโิ ภคผักอยางนอย วนั ละ 200 กรมั เพ่ือให ไดส ารอาหารครบถวนf ประโยชนข องการปลูกผกั สวนครัว ปลูกเปน รวั้ บาน ( ร้ัวกินได ) ผักที่สามารถนาํ มาปลูกเปนทาํ เปน ร้ัว ไดแกกระถนิ บา น ชะอม ตําลงึ ผกั หวาน ผกั ปลงั ตน แค ถว่ั พู มะระ ฯลฯ ซง่ึ เปน ผกั ทป่ี ลกู งา ยและใหผลผลติ ตลอดปม คี ุณคา ทางอาหารสูงและปลอดภัยจากสารเคมี สามารถใชป ระดบั ตกแตง บริเวณบาน เชน จัดสวนผกั สวนครัว การปลูกตน แคเปน รว้ั กนิ ได การนําผกั สวนครวั ทป่ี ลกู ในกระถางแบบแขวน – หอ ย มาตกแตง บรเิ วณรอบ ๆ บา น ใชพ ้ืนท่สี ว นที่วางเปลา ใหเกิดประโยชน ลดคาใชจ ายในการซื้อผักมาประกอบอาหารประจําวัน ครอบครวั ไดร บั ประทานผกั ทม่ี คี ณุ คา ทางอาหารครบถว นและปลอดภยั จากสารเคมี สรา งความสมั พนั ธแ ละสานสายใยรกั ทด่ี ใี นครอบครวั และใชเ วลาวา งใหเ ปน ประโยชน กลมุ ส่อื สงเสรมิ การเกษตร สํานกั พฒั นาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสงเสริมการเกษตร
2ตน แคปลูกเปน รว้ั กนิ ได ปลูกแบบแขวนหอยตกแตง บานปลกู ประดบั ตกแตงบริเวณบานปลูกผกั สวนครัวในพนื้ ท่ีวา งเปลาแปลงปลกู มีแหลงนํ้า กลุมส่ือสงเสริมการเกษตร สํานกั พัฒนาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสงเสริมการเกษตร
3f ขอ พิจารณาในการปลูกผกั สวนครัว 1. การเลอื กสถานที่หรือทําเลปลกู ควรเลือกพนื้ ทท่ี ี่มีความอดุ มสมบูรณท่ีสุด อยูใกลแ หลงนํ้าไมไกลจากทพี่ กั อาศัยมากนัก เพอ่ื ความสะดวกในการปฏบิ ัติงานดานการปลูก การดแู ลรักษา และสะดวกในการเก็บมาประกอบอาหารไดทนั ทีตามความตอ งการ 2. การเลือกประเภทผักสําหรับปลูก ควรเลอื กปลกู ผกั ใหม ากชนดิ ทส่ี ดุ เพอ่ื ใหไ ดค ณุ คา ทางอาหารทห่ี ลากหลาย เปน ผกัที่สมาชิกในครอบครวั ชอบบรโิ ภคและเลือกปลูกผักใหเ หมาะสมกบั สภาพแวดลอ มและปลกูใหตรงกบั ฤดูกาล 3. สภาพแสงและรม เงา มคี วามจําเปนในการสังเคราะหแสงของพชื เพอื่ สรา งอาหาร ปริมาณแสงท่ีไดร บัในพนื้ ทปี่ ลกู แตล ะวนั นน้ั จะมผี ลตอ ชนดิ ของผกั ทปี่ ลกู แบง ความตอ งการแสงในการปลกู ผกั ดงั น้ี สภาพพ้ืนทไี่ มไดร ับแสงแดดตลอดทง้ั วนั ควรปลกู พืชผกั ทเี่ จริญเติบโตในรมได เชน ชะพลู สะระแหน ตะไคร โหระพา ขงิ ขา และกะเพรา เปนตน สภาพพ้ืนท่ีไดรับแสงแดดตลอดท้งั วัน ควรเลือกผักท่สี ามารถเจริญเติบโตไดใ นแสงปกติ เชน ถั่วฝกยาว คะนา ผกั กาดเขียวกวางตุง พรกิ ตาง ๆ ยกเวน พริกขีห้ นสู วน 4. ความพรอมของผปู ลกู ผูปลูกควรกําหนดวา จะปลกู ผกั โดยมวี ัตถปุ ระสงคอะไร เชน ปลูกเพ่ือตอ งการไดผักมาบริโภคประจําวัน ปลูกเพือ่ งานอดเิ รก ปลูกเพื่อจดั สวนตกแตง บรเิ วณบา น ผูปลกู ตองมีความรู ความเขาใจธรรมชาติของผัก วิธีการปลกู ผักตลอดจนการดแู ลรกั ษา แรงงานในการปลกู ผัก ควรมีแรงงานในการดแู ลรักษาเฉลยี่ วนั ละประมาณ2 – 3 ชัว่ โมง เนอ่ื งจากผกั สวนครัวตอ งการความพถิ ีพถิ นั ในการดแู ลรักษา ความชํานาญในการปลูกผัก การปลูกใหไดผลผลิตดี ผูปลูกจําเปนตองมีความชาํ นาญ รูจกั สังเกตในการเจรญิ เตบิ โตของผกั และการเปลย่ี นแปลงตาง ๆ กลุมส่อื สงเสรมิ การเกษตร สํานกั พฒั นาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสงเสริมการเกษตร
4 5. ชนิดของผักท่ีจะปลกู ผักแตล ะชนิดมคี วามแตกตางกันในเร่ืองอายุการเก็บเกีย่ ว และฤดกู าลเพาะปลกู การวางแผนการปลกู ทเ่ี หมาะสม จะทาํ ใหม ีผลผลิตผักออกสมา่ํ เสมอและใชพน้ื ทใี่ หเ กดิ ประโยชนไดเต็มที่ การจําแนกผกั ตามอายุการเก็บเก่ยี ว ดังน้ี 5.1 ผกั อายสุ ้นั ( นอ ยกวา 2 เดือน ) ไดแ ก ผักชี ผกั กาดหอม ผกั กาดเขียวกวางตุง คะนา ผกั บงุ จีน ผกั กาดหวั ผักกาดขาว แตงกวา ขา วโพดฝกออ น ปวยเหล็ง ผกั โขม 5.2 ผักอายปุ านกลาง ( 2 – 5 เดือน ) ไดแ ก กะหล่าํ ปลี ผักกาดขาวปลีบร็อคโคลี่ กะหลาํ่ ดอก ถว่ั ฝก ยาว ถวั่ แขก หอมหวั ใหญ มะเขอื เทศ พริก แตงโม มะระ บวบฟก ทอง ขาวโพดหวาน มนั ฝร่งั มนั เทศ กลมุ สอ่ื สงเสริมการเกษตร สํานกั พฒั นาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสง เสริมการเกษตร
5 5.3ผักยนื ตน ( มากกวา 1 ป ) ไดแก กุยชาย ผกั หวาน มะเขือ ชะอมสะตอ ชะพลู โหระพา กะเพรา ถั่วพู ตะไคร แมงลัก กระชาย ขงิ หนอไมฝ รงั่ ขา ขมิ้น 6. ฤดูกาล ควรเลอื กปลกู ผักสวนครัวใหเ หมาะสมกับฤดูกาล เพราะจะทาํ ใหดูแลรกั ษางา ยไดผ ักทม่ี ีคุณภาพ ผลผลิตดี มีโรคและแมลงรบกวนนอย ฤดกู าลทเ่ี หมาะสมในการปลูกพืชผกัแตล ะชนดิ ดังนี้ พฤศจกิ ายน – มกราคม หอมแบง กยุ ชา ย คนื่ ฉา ย กะหล่ําปลี ผกั กาดขาวปลหี อกะหลํ่าปม กะหล่ําดอก มะเขือเทศ ถว่ั แระญ่ีปนุ หอมแดง หอมหวั ใหญ กระเทยี ม กมุ ภาพันธ – เมษายน ผกั ชี ผกั บงุ จีน ผกั กาดหัว ถว่ั ฝกยาว แตงกวาแตงไทย มะระ ผกั กาดขาวปลี ผกั คะนา ผักกาดเขียวกวางตุง ผกั กาดขาว พฤษภาคม – กรกฎาคม ผกั คะนา กุยชา ย บวบเหลี่ยม กวางตงุ ไตหวันขาวโพดหวาน หอมแดง สงิ หาคม – ตลุ าคม ผกั ชลี าว ผกั โขม กยุ ชา ย ผกั กาดขาว ผกั กาดเขยี วกวางตงุหอมแบง มนั แกว มนั เทศ ผักกาดหอม ผกั คะนา ผกั บงุ จนี พรกิ ชี้ฟา พรกิ ขหี้ นู มะเขอื เปราะมะเขอื ยาว กลุม ส่อื สงเสรมิ การเกษตร สํานักพัฒนาการถายทอดเทคโนโลยี กรมสง เสริมการเกษตร
6f วิธกี ารปลกู ผกั สวนครัว 1. การเตรียมดนิ ผักสามารถปลกู ไดท งั้ ในพืน้ ดนิ โดยตรงหรือหากไมม ที ่ีดนิ เพียงพอกส็ ามารถปลูกไดใ นภาชนะตาง ๆ ท่มี คี วามลึกต้ังแต 20 เซนติเมตร ขนึ้ ไป เพ่อื ใหรากสามารถหยั่งลงไปในวสั ดปุ ลูกได สําหรับความกวางของภาชนะขึ้นกับชนิดผักที่จะปลกู 1.1 การเตรียมดินสําหรบั ปลูกในภาชนะ ใช ดิน : แกลบ : ปุยหมกั อัตราสวน 1 : 1 : 1 คลกุ เคลาใหเขา กนั รดนํ้าเพ่อื ใหมีความชื้น สงั เกตไดจากสามารถกําวสั ดปุ ลูกเปนกอ นได 1.2 การเตรยี มดนิ สาํ หรับการปลกู ในพ้นื ทว่ี างหรอื ในแปลง กลุม ส่อื สงเสรมิ การเกษตร สํานกั พัฒนาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสง เสริมการเกษตร
7 - พรวนดิน ตากดนิ ทิ้งไวป ระมาณ 7 – 15 วัน - ยกแปลงสูงประมาณ 4 – 5 นว้ิ กวา งประมาณ 1 – 1.20 เมตรสว นความยาวตามลกั ษณะของพน้ื ท่ี ควรอยใู นแนวทศิ เหนอื /ใต เพอื่ ใหผ กั ไดร บั แสงแดดทวั่ ทง้ั แปลง - ใสป ยุ หมักหรอื ปยุ คอก อัตรา 2 – 3 กิโลกรมั ตอ เนื้อที่ 1 ตารางเมตร 2. การปลูก 2.1 การปลูกดวยเมล็ด สําหรับผักโดยทั่วไป เชน พรกิ มะเขอื คะนากวางตงุ กะหลาํ่ ปลี ผักกาดหวั ถัว่ ฝก ยาว และแตงกวา ตอ งใชเมลด็ ปลูก การใชเมล็ดปลูกทาํ ได 3 วิธี คือ - การเพาะกลา กอ นแลว จึงยา ยปลูก สาํ หรับผักท่เี มล็ดมีราคาแพงตอ งการดูแลเอาใจใสม าก หรือในชวงท่เี วนปลกู มีฝนตกชกุ การเพาะ และยายปลกู อาจทาํ ใหสามารถดแู ลตน กลาใหแ ข็งแรงได กอ นยา ยปลูกลงในแปลงปลูก - การหวานเมลด็ โดยตรงในแปลงปลกู และเมื่อตน กลา โตทําการถอนแยกตน ทแี่ นน เกนิ ไปออก เพอ่ื จดั ระยะปลกู วธิ นี ห้ี ากผปู ลกู ไมช ํานาญอาจทําใหส น้ิ เปลอื งเมลด็และเมล็ดอาจกระจายตวั ไมด จี ะทาํ ใหผกั ขึ้นเปนกระจุก มีวิธแี กโดยอาจใชเ มลด็ ผสมกบั ทรายและหวานเมลด็ จะทาํ ใหเมล็ดตกกระจายดีขึ้น - การปลูกในหลุมปลูกโดยตรง ใชก บั ผกั ที่มเี มลด็ ใหญ เชน ขา วโพดถว่ั ฝก ยาว แตงกวา หรือผักที่ใชส ว นของรากรับประทาน เชน ผกั กาด หวั แครอท 2.2 ปลูกดวยสวนขยายพันธอุ ่นื ๆ เชน ก่งิ ตน หวั และไหล เปนตนตัวอยางเชน กะเพรา โหระพา แมงลัก หอมแดง กระเทยี ม มันฝรัง่ เปน ตน กลุม ส่อื สงเสริมการเกษตร สํานกั พฒั นาการถายทอดเทคโนโลยี กรมสง เสริมการเกษตร
8 3. การดูแลรักษา 3.1 การใหนํ้า พืชผกั เปน พืชอายุสนั้ ระบบรากตื้น ตองการน้ําสมํา่ เสมอทุกระยะการเจริญเติบโต ตองใหน า้ํ ทุกวนั แตระวังอยาแฉะหรือมีนาํ้ ขัง เพราะนาํ้ จะเขาไปแทนท่ีอากาศในดิน ทําใหรากพชื ขาดออกซิเจนและเนา ตายได ควรรดน้ําในชว งเชา – เยน็ไมควรรดนาํ้ ตอนแดดจัด 3.2 การใหปุย มี 2 ระยะ คอื - ปยุ รองพนื้ ใสช ว งเตรยี มดนิ หรอื รองกน หลมุ กอ นปลกู ควรเปน ปยุ คอกหรอื ปยุ หมกั เพือ่ ปรับโครงสรา งดนิ ใหโ ปรงรว นซุย ชว ยในการอมุ น้ําและรักษาความชน้ื ของดินใหเหมาะสมกบั การเจรญิ เติบโตของพชื - ปยุ บํารุง ใสปุยวทิ ยาศาสตร 2 ครงั้ ครัง้ แรกเมือ่ ยายกลา ไปปลูกจนกลาต้ังตัวไดแ ลว และใสครั้งที่ 2 หลงั จากใสค รั้งแรกประมาณ 2 – 3 สัปดาห การใสใหโ รยบาง ๆ ระหวา งแถว ระวังอยาใหป ยุ อยูชดิ ตน เพราะจะทาํ ใหผ ักตายได เมอ่ื ใสป ยุ แลว ควรพรวนดนิ และรดนํา้ ทันที ปยุ ท่มี ักใชก บั พชื ผกั ไดแ ก ยเู รยี แอมโมเนียมซัลเฟต สาํ หรับบํารุงตนและใบ และปุยสูตร 15 – 15 – 15 และ12 – 24 – 12 สําหรับเรง การออกดอกและผล 3.3 การกาํ จัดวัชพชื ใชมดี จอบ หรอื ถอนดว ยมือ กลมุ ส่อื สงเสรมิ การเกษตร สํานกั พฒั นาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสงเสริมการเกษตร
9 3.4 การปอ งกันกาํ จดั แมลงศัตรูพืช การปองกนั กาํ จัดแมลงทป่ี ลอดภัยทาํ ไดหลายวิธี ดังน้ี - ใชก ับดักกาวเหนียวสีเหลอื ง สามารถดกั แมลงไดหลายชนดิ เชนเพลย้ี ออ น หนอนแมลงวนั ชอนใบ โดยตดิ ตง้ั 1 – 2 อนั ตอ แปลง สงู จากพนื้ ดนิ ประมาณ 50 ซม.โดยปจ จุบนั ถงุ พลาสติกสเี หลืองและกาวเหนียวมีขายทั่วไปตามรา นขายวัสดุการเกษตร - ใชกบั ดกั แสงไฟ ซ่งึ อาจเปน กับดักแมลงชนิดขดลวดไฟฟา ทําลายแมลงโดยตรงเชนเดียวกับท่ีดักยุงตามบาน หรืออาจเปนเพียงหลอดไฟสีน้ําเงินลอตัวแกของหนอนผเี สอ้ื กลางคนื มาตกลงในภาชนะท่ีใสนาํ้ และนาํ้ มัน กลมุ สอื่ สงเสรมิ การเกษตร สํานักพฒั นาการถายทอดเทคโนโลยี กรมสงเสริมการเกษตร
10 - ใชสารสกัดจากสะเดา เปนท้งั สารไลแ มลงและฆาแมลงโดยตรง - การใชสารสกัดจากพืชอน่ื ๆ เชน โลต้นิ สารสกดั จากหนอนตายหยากและนิโคตินจากยาสูบ หรือยาฉุน สามารถหาซื้อไดงายในทองตลาด ใชยาฉุน 100 กรัมตอ นํ้า 1 ลิตร แชท ้งิ ไว 1 คนื นาํ มาราด หรือฉีดพนฆา แมลงได - ใชเชอ้ื แบคทีเรยี หรอื เชื้อไวรัส ซึ่งไมเ ปนอนั ตรายตอ คน มที ้งั ในรปู ของผงและนํา้ โดยนาํ มาผสมนา้ํ ฉีด หรือราดบนใบผกั ในชวงบาย หรอื ค่ํา เพือ่ ไมใ หเ ช้อื ถูกชะลา งออกไป ควรรดนํ้าแปลงปลูกกอนฉีดเช้ือแบคทเี รีย นอกจากน้ีความชนื้ ยังชว ยใหเช้อื แบคทเี รียเจริญเติบโตไดดี เชื้อแบคทเี รียและไวรัสสามารถกาํ จัดหนอนไดห ลายชนิด เชน หนอนใยผกัหนอนกระทูหอม หนอนคืบ ดวงหมัดผัก - ไสเ ดือนฝอย สามารถควบคุมดวงหมัดผัก และหนอนกระทูหอมโดยฉีดพน หรือราดลงแปลงปลูกหลงั ใหนา้ํ ในชว งเยน็ - ใชส ารไพรที รอยด เปน สารทปี่ ลอดภยั กบั สตั วเ ลอื ดอนุ แตม ฤี ทธเ์ิ ฉยี บพลนัตอแมลง สลายตัวเร็วจนมีพิษตกคางต่าํ แตตองปฏิบัติตามคําแนะนําท่ีฉลากขางขวดระบชุ วงเวลาทป่ี ลอดภัยหลงั จากฉดี พน แตสารไพรที รอยด ถา ใชบ อ ยจะทําใหแมลงปากดูดเชน เพล้ียไฟ และไรระบาดมากขึ้น - ปลกู พืชผกั รว มกบั พชื ที่มกี ล่ินไลแ มลง เชน โหระพา กะเพรา ตะไคร 3.5 การปอ งกันกาํ จดั เช้อื โรคในผัก ในการปลกู ผกั หากมีการดแู ลใหพชื ผักมกี ารเจรญิ เตบิ โตท่ีแขง็ แรง สมบูรณ และปลูกไมใ หต น แนน หรือชดิ กนั เกินไป สามารถชว ยปอ งกนั โรคไดใ นระดบั หนง่ึ แตใ นชว งฤดฝู นทม่ี ฝี นตกชกุ อาจทําใหเ กดิ ปญ หาใบจดุ หรอื โคนเนาใหทําการเกบ็ ใบหรอื ตนผักท่เี ปน โรคทง้ิ และนําไปทําลายนอกแปลง และใชนา้ํ ปนู ใสรดท่ีแปลงผกั หรือตน ผัก วธิ กี ารทาํ น้ําปูนใส ใหใชปูนขาวจํานวน 5 กิโลกรัมตอน้าํ 20 ลติ ร ผสมใหเขา กนั และทงิ้ คา งคนื ไว 1 คนื รงุ ขน้ึ ใหน ํานํา้ ปนู ใสทป่ี นู ตกตะกอนแลว อตั รา นา้ํ ปนู ใส 1 สว นนา้ํ ธรรมดาสําหรับรดผัก 5 สวน เพอ่ื รดในแปลงปลูก กลมุ สือ่ สงเสรมิ การเกษตร สํานกั พฒั นาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสงเสริมการเกษตร
11f การเกบ็ เก่ยี วการเก็บเก่ยี วผัก ควรเก็บในเวลาเชา จะทําใหผ ักสด รสชาติดี และหากยงั ไมไดใ ชใหลา งใหส ะอาด และนาํ เก็บไวในตูเยน็ สาํ หรบั ผักประเภทผลควรเก็บในขณะท่ีผลไมแ กจ ัดจะไดผลทีม่ รี สชาติดี และจะทาํ ใหผลดก หากปลอ ยใหผลแกคาตนตอไปจะออกผลนอ ยลงสาํ หรบั ผกั ใบหลายชนดิ เชน หอมแบง ผกั บงุ จนี ผกั คะนา กะหลํ่าปลี การแบง เกบ็ ผกั ทส่ี ดออ นหรือโตไดข นาดแลว โดยยงั คงเหลือลาํ ตน และรากไว ไมถอนออกทง้ั ตน รากหรอื ตนทเี่ หลืออยูจะสามารถงอกงามใหผ ลผลติ ไดอ กี หลายครงั้ ทง้ั นจี้ ะตอ งมกี ารดแู ลรกั ษาใหน าํ้ และปยุ อยเู สมอการปลกู พชื หมุนเวยี นสลบั ชนิด หรือปลกู ผักหลายชนิดในแปลงเดียวกันและปลูกผักทม่ี ีอายุเกบ็ เกยี่ วสนั้ บา ง ยาวบา งคละกนั ในแปลงเดยี วกนั หรอื ปลกู ผกั ชนดิ เดยี วกนั แตท ยอยปลกู ครงั้ ละ3 – 5 ตน หรอื ประมาณวา รบั ประทานไดใ นครอบครวั ในแตล ะครงั้ ทเี่ กบ็ เกยี่ ว กจ็ ะทําใหผ ปู ลกูมผี กั สด เกบ็ รับประทานไดท ุกวนั ตลอดปfที่มา กรมสง เสรมิ การเกษตร 2551. “ ผกั สวนครวั สานสายใยรกั แหง ครอบครวั ”. กรงุ เทพฯ.fเรียบเรยี งและจดั ทําโดย นางอรสา ดสิ ถาพร ผอู าํ นวยการสว นสง เสรมิ การผลติ ผกั ไมด อกไมป ระดบั และพชื สมนุ ไพร สวนสง เสรมิ การผลิตผัก ไมดอกไมประดับและพืชสมุนไพร สาํ นกั สง เสริมและจดั การสินคาเกษตร กรมสง เสริมการเกษตร กลุมสอื่ สงเสริมการเกษตร สํานกั พฒั นาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสงเสริมการเกษตร
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: