เอการปรับพื้นฐาน โครงการค่ายวิชาการนักศึกษา กศน.อำเภอโชคชัย ภาคเรียนที่ 1/2565 ชื่อ.....................................................นามสกุล............................................... รหัสนักศึกษา.................................................................................................. กศน.ตำบล..................................................................................................... ชื่อครูที่ปรึกษา................................................................................................ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโชคชัย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดนครราชสีมา
คำนำ เอการปรบั พนื้ ฐาน โครงการคา่ ยวชิ าการนักศกึ ษา กศน.อำเภอโชคชยั ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 คณะผู้จัดทำได้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล หลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยออกแบบการเรียนรู้ให้มีความหลากหลาย เหมาะสมกับผู้เรียนและกรอบการจัด กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน การวดั ผลประเมนิ ผลทางการศึกษา มกี ระบวนการจัดการเรยี นรู้ 0NIE MODE การวัดและประเมินผลเป็นไปตามจุดประสงค์การเรียนรู้ เอการปรับพื้นฐาน โครงการค่ายวิชาการนักศึกษา กศน.อำเภอโชคชยั ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา2565 น้ีมีเนือ้ หา ใบงาน ใบความรูและแบบทดสอบหลังเรียน ทั้งหมด 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ จำนวน 5 รายวิชา ดังนี้ 1. สาระความรู้พ้ืนฐาน รายวชิ าภาษาไทย 2. สาระทกั ษะการประกอบอาชพี 3. สาระทักษะการดำเนินชีวิต รายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง,รายวิชาศลิ ปศึกษา 4. สาระการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม รายวชิ าการพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม คณะผู้จัดทำหวังเปน็ อย่างยิง่ ว่าเอการปรับพ้นื ฐานเลม่ น้ี จะมคี ณุ ค่าในการพัฒนาการเรียนรู้ของ ผู้เรียนให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของกรอบการจัดกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตลอดจนมีประโยชน์ สำหรับครแู ละผสู้ นใจ เพือ่ นำไปพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอน ให้มคี ุณภาพการศกึ ษาสูงยง่ิ ข้ึนไป คณะผจู้ ดั ทา กศน.อำเภอโชคชยั
สารบัญ หนา้ ก คำนำ ข สารบัญ 1 สาระความรู้พื้นฐาน รายวชิ าภาษาไทย 4 แบบทดสอบก่อนเรยี น 16 ใบความรู้ แบบทดสอบหลังเรยี น 19 22 สาระทกั ษะการประกอบอาชพี 25 แบบทดสอบกอ่ นเรียน ใบความรู้ 27 แบบทดสอบหลังเรยี น 29 32 สาระทกั ษะการดำเนนิ ชวี ิต รายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 34 ใบความรู้ 36 แบบทดสอบหลงั เรียน 39 สาระทกั ษะการดำเนนิ ชวี ติ รายวิชาศิลปศึกษา 41 แบบทดสอบก่อนเรียน 44 ใบความรู้ 49 แบบทดสอบหลังเรยี น สาระการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม แบบทดสอบก่อนเรียน ใบความรู้ แบบทดสอบหลังเรียน คณะผ้จู ัดทำ
สาระการเรยี นรู้ ความรพู้ ื้นฐาน ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอโชคชัย …………………………………………………………………………………………………………………………………………. แบบทดสอบก่อนเรยี น คำสงั่ ให้เลือกคำตอบท่ถี ูกต้องทสี่ ุดเพียงคำตอบเดียว 1. การฟังในขอ้ ใด ทำใหผ้ ฟู้ งั สรปุ ใจความจากเรอื่ งทีฟ่ ังไดม้ ากทส่ี ดุ ก. โจ ฟงั ข่าวจากโทรทศั นใ์ นรา้ นอาหารท่มี คี นพลุกพลา่ น ข. ดำ ฟงั โฆษณาสรรพคณุ ยาจากรถขายยาเคลือ่ นที่ ค. ลกู น้อย ฟังแม่ร้องเพลงกล่อมจนเคลิ้มหลบั ไป ง. นักเรยี นตัง้ ใจฟงั ครสู อนเนอื่ งจากใกลส้ อบ 2. ขอ้ ใดเปน็ ลกั ษณะของผู้ฟังท่ีดี ก. สมชาย สนใจฟงั เฉพาะเรื่องทีต่ นเองสนใจ ข. รตั นา นงั่ ฟังอย่างตั้งใจและจดบนั ทึกไปดว้ ย ค. มารศรี วจิ ารณ์ผพู้ ูดตลอดระยะเวลาการบรรยาย ง. อังคณา มคี วามกระตือรือรน้ อยากฟังการบรรยายครั้งน้ี 3. ถ้าตอ้ งการปฏิเสธหรอื เจรจาตอ่ รอง ควรใช้คำพูดแบบใด ก. พูดแบบสภุ าพ ออ่ นหวาน ข. พดู แบบสภุ าพ มเี หตผุ ล ค. พดู แบบชักแมน่ ้ำทัง้ ห้า ง. พดู แบบตรงไปตรงมา 4. “มาใชส้ ินคา้ ไทยกนั เถอะ” ข้อความนเี้ ป็นการพดู เพ่ือจุดมงุ่ หมายใด ก. ใหค้ วามบนั เทิง ข. ใหข้ อ้ เทจ็ จริง ค. ให้ความรู้ ง. จงู ใจ 5. “สระผมแล้วเชด็ ผม เขยา่ กระป๋อง ควำ่ หัวฉีดลง ใช้น้วิ ชกี้ ดนำ้ ยาออกมาเปน็ ฟองใสฝ่ า่ มือ ลบู ไล้ใหท้ วั่ หวีจัดเข้า รูปทรงตามต้องการ” ข้อความข้างตน้ มวี ตั ถุประสงค์ใด ก. ตอ้ งการชแี้ จง ข. ต้องการอธิบาย ค. ตอ้ งการแนะนำ ง. ตอ้ งการเชญิ ชวน 6. “ไม้ลม้ ข้ามได้ คนลม้ อยา่ ข้าม” ขอ้ ความนี้เตอื นใจเก่ียวกับเรอ่ื งใด ก. เตอื นใจผพู้ ลาดพลั้ง ข. ให้กำลงั ใจผู้พลาดพล้งั ค. เสียใจกับผู้พลาดพล้งั ง. ไมท่ ับถมผูพ้ ลาดพลง้ั 7. ขอ้ ใดเหมาะสมในการนำมาใชส้ อนอา่ นตวั สะกด “แม่กง” ก. ระงับหลับเนตรนงิ่ เอองคอ์ งิ พงิ สิงขร ข. ราชาวา่ แก่เสนี ใครรู้คะดี วารนี เ้ี ทา่ ใดนา ค. ไกลกรา่ งยางยงู สงู ระหง ตะลงิ ปลงิ ปรงิ ประยงค์ คนั ทรงสง่ กลิน่ ผนิ ผาง ง. เขา้ ฌานนานนบั เดอื น ไมเ่ ขยื้อนเคลน่ื กายา จำศีลกนิ วาตา เป็นผาสกุ ทุกเดือนปี เอกสารประกอบการปรบั พ้ืนฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 1
8. บทร้อยกรองใด ให้ความรสู้ กึ ซาบซึง้ มากทสี่ ุด ก. ดวงใจมอบเมยี ขวัญและแม่ เกยี รตศิ ักดร์ิ ักของข้า มอบไว้แกต่ วั ข. บุปผชาตชิ ูสีและมีกลิ่น อยใู่ นถิน่ ท่ีไกลเชน่ ไพรสณฑ์ ไม่มใี ครไดเ้ ชยเลยสักคน ย่อมบานหล่นเปล่าดายมากมายเอย ค. เสนาะเสียงแสนเศร้าดเุ หลา่ เอ๋ย ไฉนเลยครวญคร่ำร่ำอยู่ได้ หรือใครทำเจบ็ ช้ำระกำใจ จึงหวนไหโ้ หยอยมู่ ิรแู้ ล้ว ง. แม่รักลกู ลกู กร็ ้อู ยู่ว่ารัก คนอนื่ สกั หม่นื แสนไม่แมน้ เหมือน จะกนิ นอนวอนวา่ เมตตาเตอื น จะจากเรือนรา้ งแมไ่ ปแต่ตัว 9. คำท่ีขดี เสน้ ใต้ ข้อใดเป็นคำกริยา ก. สาวรบั ราชการอยู่ตา่ งจงั หวดั ข. มอื ใครยาวสาวไดส้ าวเอา ค. ต้มยำไก่สาวเมนจู านเดด็ ง. บา้ นน้ไี ม่รบั สาวใช้ 10. คำในข้อใดมีโครงสรา้ งพยางค์ เหมอื นกับคำว่า “ปากกา” ก. ดักแด้ ข. ทำนา ค. แหกตา ง. ท้องฟ้า 11. ขอ้ ใดทีไ่ มใ่ ชป่ ระโยคที่สมบรู ณ์ ก. จงรูเ้ ถดิ วา่ ถา้ ทำความผดิ เมอ่ื ใดจะไดร้ บั โทษโดยทันที ข. ทุกๆ ปใี นประเทศไทย ประมาณเดอื นพฤษภาคมเป็นต้นไป ค. ผูเ้ ขยี นควรรา่ งโครงเร่อื งกอ่ นลงมือเขยี นสว่ นทเ่ี ปน็ เน้อื เรื่อง ง. ขอ้ มลู จากเอกสารเปน็ ข้อมลู ท่บี นั ทึกไว้เปน็ ลายลักษณอ์ ักษร 12. เคร่ืองหมาย “ๆ” มชี ื่อเรยี กว่าอะไร ก. ไมย้ มก ข. อัศเจรยี ์ ค. นขลิขิต ง. อัญประกาศ 13. คำพังเพย ต่างจาก สุภาษติ อยา่ งไร ก. คำพังเพยส้ันกว่า ข. สภุ าษิตนิยมใชม้ ากกว่า ค. คำพงั เพยยงั ไมม่ ีข้อยตุ วิ ่าเป็นหลกั คำสอนทแ่ี ท้จรงิ ง. สภุ าษิตมกี ารใช้ในทางราชการมากกวา่ คำพังเพย 14. คำพังเพยใด มที ่ีมาจากวัฒนธรรม ก. น้ำทว่ มท่งุ ผักบงุ้ โหรงเหรง ข. ไฟในอยา่ นำออก ไฟนอกอย่านำเข้า ค. หนามแหลมบม่ คี นเส้ียม มะนาวกลมเกลี้ยงบม่ คี นกลึง ง. อยบู่ า้ นทา่ นอย่านง่ิ ดดู าย ป้ันววั ปนั้ ความใหล้ กู ทา่ นเล่น 15. หลังจากลุงมี ดโู ฆษณา “จน เครยี ด กินเหลา้ ” ลงุ มีคิดท่จี ะเลกิ อบายมขุ แสดงว่าลุงมีเปน็ คนอยา่ งไร ก. หัวออ่ น ข. มเี หตผุ ล ค. ไมม่ ีความคิด ง. หลงเชื่อคำโฆษณา เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 2
16. บุคคลใดใช้น้ำเสยี งและกริ ิยาทา่ ทางเหมาะสมท่สี ดุ ก. กนั เล่าเรือ่ งด้วยนำ้ เสยี งท่ีสน่ั เครอื และกริ ิยาทีร่ าบเรยี บ ข. เคน เลา่ เรื่องอบุ ตั เิ หตดุ ้วยนำ้ เสยี งตื่นเตน้ และกริ ยิ าที่สุภาพ ค. มิว เล่าถงึ เหตุการณ์นำ้ ทว่ มดว้ ยน้ำเสยี งและทา่ ทางท่ีร่าเริง ง. แอน เลา่ เรอ่ื งสยองขวญั ดว้ ยนำ้ เสยี งท่ตี ่ืนเต้นและกิรยิ าทีห่ วาดกลวั 17. ข้อใดแสดงวาผู้พูดรจู้ กั ใช้ภาษาในการโตแ้ ย้ง ก. ท่เี ธอกล่าวมาน้นั คงจะไม่ถูกนกั ฉันว่าเราควรจะ... ข. ตามท่เี ธอกล่าวมาน้ัน ฉันไมเ่ หน็ ดว้ ย ฉนั วา่ เราควรจะ... ค. ตามทีเ่ ธอกลา่ วมานั้น ฉันมีความเหน็ ตา่ งไปวา่ เราควรจะ… ง. ทเี่ ธอกล่าวมานนั้ ก็ถูกอยู่หรอก แต่ฉนั เหน็ ว่าเราควรจะ... 18. ข้อใดเปน็ คำพูดทีเ่ หมาะสมที่สดุ ก. “เป็นไงสอบตกอีกแลว้ เหรอ” ข. “ไม่เจอเธอตง้ั นาน อว้ นข้ึนเยอะเลยนะ” ค. “ผู้หญิงคนนี้แต่งตัวเหมอื นบ้าหอบฟาง” ง. ถา้ เธออ่านหนงั สอื มากกว่าน้ี เธอก็คงได้คะแนนดเี หมือนกนั นะ” 19. ข้อใดคอื ความหมายของประโยคซอ้ น ก. ประโยคทมี่ ีความบรบิ ูรณห์ ลายความ ข. ประโยคทม่ี ีความเช่ือมระหว่างประโยคยอ่ ย ค. ประโยคท่ปี ระกอบดว้ ยประโยคหลกั และประโยคย่อย ง. ประโยคท่ีมใี จความสมบูรณม์ ากกวา่ หน่ึงใจความและมสี นั ธานเปน็ ตัวเชื่อม 20. วรรณคดเี รือ่ งใด มีเน้ือหาใกลเ้ คียงกบั สภาพความเป็นจรงิ ของมนษุ ยม์ ากที่สดุ ก. สงั ขท์ อง ข. ปลาบู่ทอง ค. รามเกียรต์ิ ง. ขนุ ช้าง ขนุ แผน เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 3
ใบความรู้ เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 4
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 5
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 6
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 7
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 8
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 9
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 10
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 11
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 12
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 13
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 14
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 15
แบบทดสอบหลังเรียน คำส่งั ให้เลอื กคำตอบทถี่ กู ต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. การฟงั ในข้อใด ทำให้ผฟู้ งั สรปุ ใจความจากเรอ่ื งทีฟ่ งั ไดม้ ากที่สดุ ก. โจ ฟงั ข่าวจากโทรทัศน์ในรา้ นอาหารท่ีมีคนพลุกพล่าน ข. ดำ ฟังโฆษณาสรรพคณุ ยาจากรถขายยาเคล่อื นท่ี ค. ลกู นอ้ ย ฟังแม่รอ้ งเพลงกลอ่ มจนเคลิ้มหลบั ไป ง. นกั เรยี นต้งั ใจฟงั ครูสอนเน่อื งจากใกลส้ อบ 2. ข้อใดเปน็ ลักษณะของผฟู้ งั ทด่ี ี ก. สมชาย สนใจฟังเฉพาะเร่ืองทต่ี นเองสนใจ ข. รัตนา นั่งฟงั อย่างตัง้ ใจและจดบันทกึ ไปด้วย ค. มารศรี วจิ ารณผ์ ูพ้ ดู ตลอดระยะเวลาการบรรยาย ง. อังคณา มคี วามกระตอื รือรน้ อยากฟงั การบรรยายคร้งั น้ี 3. ถา้ ตอ้ งการปฏิเสธหรือเจรจาตอ่ รอง ควรใช้คำพูดแบบใด ก. พดู แบบสุภาพ อ่อนหวาน ข. พูดแบบสุภาพ มเี หตผุ ล ค. พดู แบบชักแมน่ ำ้ ทง้ั หา้ ง. พดู แบบตรงไปตรงมา 4. “มาใช้สินค้าไทยกันเถอะ” ข้อความน้เี ปน็ การพดู เพ่อื จุดมงุ่ หมายใด ก. ให้ความบันเทงิ ข. ให้ข้อเท็จจริง ค. ให้ความรู้ ง. จงู ใจ 5. “สระผมแลว้ เช็ดผม เขย่ากระป๋อง คว่ำหวั ฉดี ลง ใชน้ ิ้วชี้กดนำ้ ยาออกมาเปน็ ฟองใสฝ่ า่ มอื ลูบไลใ้ ห้ท่วั หวีจัดเข้า รปู ทรงตามต้องการ” ข้อความข้างตน้ มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ ด ก. ตอ้ งการชแ้ี จง ข. ต้องการอธิบาย ค. ต้องการแนะนำ ง. ต้องการเชิญชวน 6. “ไม้ลม้ ข้ามได้ คนลม้ อย่าข้าม” ขอ้ ความน้ีเตอื นใจเกี่ยวกับเร่อื งใด ก. เตือนใจผูพ้ ลาดพลั้ง ข. ใหก้ ำลงั ใจผู้พลาดพล้ัง ค. เสยี ใจกบั ผพู้ ลาดพลั้ง ง. ไมท่ บั ถมผ้พู ลาดพลั้ง 7. ข้อใดเหมาะสมในการนำมาใช้สอนอ่านตัวสะกด “แม่กง” ก. ระงับหลับเนตรนิ่ง เอองค์อิงพิงสงิ ขร ข. ราชาว่าแก่เสนี ใครร้คู ะดี วารนี เ้ี ทา่ ใดนา ค. ไกลกรา่ งยางยงู สงู ระหง ตะลิงปลิงปริงประยงค์ คันทรงส่งกล่นิ ผนิ ผาง ง. เขา้ ฌานนานนับเดือน ไม่เขย้อื นเคล่ืนกายา จำศีลกนิ วาตา เปน็ ผาสกุ ทุกเดอื นปี เอกสารประกอบการปรบั พ้ืนฐาน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 16
8. บทร้อยกรองใด ให้ความรสู้ ึกซาบซึ้งมากท่ีสดุ ก. ดวงใจมอบเมยี ขวญั และแม่ เกยี รติศักดริ์ กั ของข้า มอบไวแ้ กต่ วั ข. บปุ ผชาตชิ ูสแี ละมกี ลิ่น อยู่ในถิน่ ที่ไกลเช่นไพรสณฑ์ ไมม่ ีใครไดเ้ ชยเลยสักคน ย่อมบานหล่นเปลา่ ดายมากมายเอย ค. เสนาะเสยี งแสนเศร้าดเุ หล่าเอ๋ย ไฉนเลยครวญคร่ำรำ่ อย่ไู ด้ หรอื ใครทำเจบ็ ช้ำระกำใจ จึงหวนไห้โหยอย่มู ริ แู้ ล้ว ง. แม่รกั ลกู ลูกกร็ ูอ้ ยวู่ า่ รัก คนอน่ื สกั หม่นื แสนไม่แมน้ เหมือน จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตอื น จะจากเรือนร้างแมไ่ ปแตต่ วั 9. คำทข่ี ีดเส้นใต้ ข้อใดเปน็ คำกรยิ า ก. สาวรับราชการอยู่ต่างจงั หวดั ข. มือใครยาวสาวไดส้ าวเอา ค. ตม้ ยำไก่สาวเมนจู านเด็ด ง. บ้านนีไ้ ม่รบั สาวใช้ 10. คำในข้อใดมโี ครงสร้างพยางค์ เหมือนกบั คำว่า “ปากกา” ก. ดักแด้ ข. ทำนา ค. แหกตา ง. ทอ้ งฟ้า 11. ข้อใดทไี่ มใ่ ชป่ ระโยคท่สี มบรู ณ์ ก. จงรเู้ ถิดว่าถ้าทำความผดิ เมอ่ื ใดจะไดร้ ับโทษโดยทันที ข. ทุกๆ ปีในประเทศไทย ประมาณเดอื นพฤษภาคมเป็นต้นไป ค. ผเู้ ขยี นควรร่างโครงเรอ่ื งก่อนลงมือเขยี นสว่ นทเ่ี ป็นเนอื้ เรอ่ื ง ง. ขอ้ มลู จากเอกสารเปน็ ขอ้ มลู ที่บนั ทกึ ไวเ้ ปน็ ลายลักษณ์อกั ษร 12. เครือ่ งหมาย “ๆ” มชี ่ือเรยี กว่าอะไร ก. ไมย้ มก ข. อัศเจรยี ์ ค. นขลิขิต ง. อัญประกาศ 13. คำพังเพย ตา่ งจาก สภุ าษติ อย่างไร ก. คำพังเพยสนั้ กว่า ข. สุภาษติ นิยมใช้มากกวา่ ค. คำพังเพยยงั ไมม่ ีขอ้ ยตุ วิ ่าเป็นหลกั คำสอนท่ีแท้จริง ง. สภุ าษิตมกี ารใชใ้ นทางราชการมากกว่าคำพงั เพย 14. คำพงั เพยใด มีท่มี าจากวฒั นธรรม ก. นำ้ ท่วมท่งุ ผกั บุง้ โหรงเหรง ข. ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า ค. หนามแหลมบ่มีคนเสยี้ ม มะนาวกลมเกลยี้ งบ่มีคนกลงึ ง. อยบู่ า้ นท่านอยา่ น่ิงดดู าย ป้นั ววั ปนั้ ความให้ลกู ท่านเล่น 15. หลงั จากลุงมี ดโู ฆษณา “จน เครยี ด กนิ เหลา้ ” ลุงมีคดิ ที่จะเลกิ อบายมุข แสดงวา่ ลุงมเี ปน็ คนอยา่ งไร ก. หัวอ่อน ข. มเี หตผุ ล ค. ไม่มีความคิด ง. หลงเช่อื คำโฆษณา เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 17
16. บุคคลใดใช้น้ำเสยี งและกริ ยิ าท่าทางเหมาะสมท่ีสดุ ก. กัน เลา่ เรอื่ งด้วยนำ้ เสยี งที่สนั่ เครอื และกริ ยิ าทีร่ าบเรยี บ ข. เคน เล่าเร่อื งอุบตั เิ หตุด้วยน้ำเสยี งตื่นเตน้ และกิรยิ าทสี่ ภุ าพ ค. มิว เลา่ ถงึ เหตุการณ์นำ้ ทว่ มดว้ ยน้ำเสยี งและท่าทางท่ีรา่ เริง ง. แอน เล่าเรื่องสยองขวัญดว้ ยน้ำเสยี งทีต่ ืน่ เตน้ และกริ ิยาทหี่ วาดกลวั 17. ข้อใดแสดงวาผู้พดู รูจ้ ักใช้ภาษาในการโต้แย้ง ก. ท่ีเธอกลา่ วมานั้นคงจะไม่ถูกนกั ฉนั ว่าเราควรจะ... ข. ตามที่เธอกล่าวมาน้นั ฉนั ไมเ่ หน็ ด้วย ฉนั ว่าเราควรจะ... ค. ตามที่เธอกลา่ วมานั้น ฉันมคี วามเห็นตา่ งไปวา่ เราควรจะ… ง. ที่เธอกล่าวมานั้นกถ็ ูกอย่หู รอก แต่ฉันเหน็ ว่าเราควรจะ... 18. ขอ้ ใดเปน็ คำพดู ท่ีเหมาะสมท่ีสดุ ก. “เป็นไงสอบตกอีกแล้วเหรอ” ข. “ไมเ่ จอเธอตง้ั นาน อ้วนขึ้นเยอะเลยนะ” ค. “ผ้หู ญิงคนน้แี ตง่ ตัวเหมอื นบา้ หอบฟาง” ง. ถา้ เธออ่านหนงั สือมากกว่าน้ี เธอก็คงไดค้ ะแนนดเี หมือนกนั นะ” 19. ข้อใดคอื ความหมายของประโยคซอ้ น ก. ประโยคทมี่ คี วามบรบิ ูรณ์หลายความ ข. ประโยคทม่ี คี วามเชอื่ มระหวา่ งประโยคยอ่ ย ค. ประโยคท่ปี ระกอบดว้ ยประโยคหลักและประโยคย่อย ง. ประโยคทมี่ ีใจความสมบรู ณม์ ากกว่าหนึง่ ใจความและมสี ันธานเปน็ ตัวเช่ือม 20. วรรณคดเี รือ่ งใด มเี นอื้ หาใกลเ้ คียงกับสภาพความเปน็ จรงิ ของมนษุ ย์มากท่ีสุด ก. สงั ขท์ อง ข. ปลาบู่ทอง ค. รามเกียรต์ิ ง. ขนุ ชา้ ง ขนุ แผน เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 18
สาระการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอโชคชัย …………………………………………………………………………………………………………………………………………. แบบทดสอบก่อนเรยี น คำส่งั ใหเ้ ลอื กคำตอบท่ีถูกต้องที่สดุ เพยี งคำตอบเดยี ว 1. ความจำเปน็ ของมนุษยท์ เ่ี ปน็ พน้ื ฐานของชวี ิต คือขอ้ ใด ก. ปจั จัย 4 ข. การศึกษา ค. ทักษะชวี ติ ง. ศาสนาและวัฒนธรรม 2. กระบวนการผลิต หมายถึงข้อใด ก. การเก็บรกั ษาสินค้า ข. การนำวตั ถดุ ิบมาแปรรปู ค. การดำเนินการคา้ ขายผลผลติ ง. กรรมวิธีหรอื ข้ันตอนการผลิตสนิ คา้ 3. อาชพี หมายถึงข้อใด ก. การค้าขายหรอื ใหบ้ ริการ ข. การผลติ งานอุตสาหกรรม ค. การดำรงชวี ติ ให้มคี วามสุข ง. การทำงานสร้างรายไดอ้ ย่างต่อเนือ่ ง 4. วิสยั ทัศน์ หมายถึงขอ้ ใด ก. การวางนโยบายในการทำงานหรือประกอบอาชพี ข. ความฝนั ท่ีเป็นไปได้ เปา้ หมายที่เปน็ จริง ค. กระบวนการประกอบอาชีพ ง. ปัจจยั ในการประกอบอาชีพ 5. แผนธรุ กจิ หมายถงึ ข้อใด ก. การวางโครงการระยะส้นั หรอื ระยะยาว ข. การวางแผนการผลติ หรือการตลาด ค. การวางแผนโดยการมสี ่วนรว่ ม ง. การวางแผนทำกจิ การตา่ ง ๆ 6. รายได้ หมายถึงขอ้ ใด ข. เกดิ ความลม้ เหลวในการประกอบอาชีพ ก. รายรบั ทั้งหมด ง. ความพรอ้ มในการแกป้ ัญหาอปุ สรรคของอาชีพ ข. รายจา่ ยท้งั หมด ค. เงนิ ทนุ หมนุ เวียน ง. ผลกำไรจากการประกอบอาชีพ 7. ความเสย่ี งในการประกอบอาชีพคอื ข้อใด ก. ความสามารถในการประกอบอาชพี ค. สัญญานบอกเหตแุ ละอปุ สรรคล่างหน้า เอกสารประกอบการปรบั พ้ืนฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 19
8. ข้อใดหมายถงึ การใช้ SWOT วเิ คราะห์สภาวะแวดลอ้ มภายใน ก. โอกาส ข. อุปสรรค ค. จุดแขง็ ง. ปัญหา 9. ข้อใดเปน็ จดุ อ่อนในการประกอบอาชพี ข. การประกอบอาชีพรบั จ้าง ก. การประกอบอาชีพอสิ ระ ง. ทำแผนงานโครงการดี มคี วามยืดหยนุ่ แต่ชดั เจน ค. การประกอบอาชพี บริการ 10. คณุ ภาพการผลติ มีความหมายในขอ้ ใด ข. ความพอใจของลูกค้าหรือบรกิ าร ก. มาตรฐานของผลติ ภัณฑส์ ินค้า ง. ผลิตภณั ฑท์ ี่อยูใ่ นเกณฑม์ าตรฐานซึง่ ลูกค้าพอใจ ค. การทำผลผลิตใหไ้ ดม้ าตรฐานทกี่ ำหนดไว้ 11. การขยายขอบขา่ ยอาชีพหมายถึง... ก. ทำอาชพี ใหม่ ข. ประกอบอาชพี เพิ่มจากอาชีพเดิม ค. กจิ กรรมอาชีพทม่ี ีอยสู่ ามารถขยายออกเปน็ ขอบข่ายอาชีพ ง. การประกอบอาชพี พร้อมกนั หลายอาชพี และสามรถขยายสาขาได้ 12. ตวั อยา่ งอาชีพปลูกพชื อนิ ทรยี ์ทเ่ี ป็นอาชีพหลกั สามารถขยายขอบขา่ ยไปเปน็ อาชีพใด ก. การปลกู พืชหมนุ เวียน ข. การจดั การทอ่ งเทีย่ วเชงิ อนรุ ักษ์ ค. การส่งเสรมิ อาชีพอิสสระสำหรบั บุคคล ง. ประกอบอาชีพที่เก่ยี วกับเครือขา่ ยการเกษตร 13. เหตผุ ลของการขยายขอบขา่ ยอาชีพเนื่องจาก ข. ปัญหาของประชากรในแตล่ ะประเทศ ก. สภาพแวดลอ้ มทางเศรษฐกจิ ง. สภาพความตอ้ งการของผู้บรโิ ภคที่ไมเ่ พียงพอ ค. สภาพปัญหาทางดา้ นการประกอบการ 14. การกำหนดแนวทางการขยายอาชีพผลจากทางใดมาเปน็ ตวั กำหนด ก. ผลจากการเรยี นรู้ ข. ผลจากการวเิ คราะห์ ค. ผลจากการทดลองศกึ ษา ง. ผลจากการคน้ ควา้ ก่อนทำการทดลอง 15. การขยายขอบขา่ ยจากการสรา้ งและพัฒนาเครอื ข่ายจากอาชพี เช่น ก. สรา้ งธรุ กิจขนมหวานเยลล่ี ข. แฟรนชายน์ ชายสบ่ี ะหมเ่ี กย๊ี ว ค. ศนู ยก์ ลางรบั ซอ้ื และขายส่งมะพร้าว ง. จัดบริการท่องเทย่ี วพักผ่อน ชิมสวนผลไม้ 16. การขยายอาชีพจากตลาด ไดแ้ ก่ ก. เฟรนชายด์ไอศกรีมวอลล์ ข. สร้างธุรกจิ เครอื ข่ายนาขา้ วอินทรยี ์ ค. การบริการทอ่ งเทยี่ ว กินอาหารเกษตรอนิ ทรีย์ ง. เปน็ ศูนยก์ ลางรบั ซอ้ื และขายส่งมะพรา้ วน้ำหอมภายใต้การควบคมุ คุณภาพ เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 20
17. การขยายอาชพี จากการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ อนามัย หมายถงึ ก. การเรียนรูร้ ะบบนิเวศ ความพอเพียงไรน่ าสวนผสม ข. การสร้างเครอื ข่ายนาขา้ วอนิ ทรยี โ์ ดยรวมกลุ่มสมาชิก ค. การจัดบรกิ ารท่องเทยี่ วพักผ่อน กินอาหารเกษตรอินทรีย์ ง. การจดั บรกิ ารสถานพักฟ้ืนอาหารธรรมชาตไิ รส้ ารพษิ แบบ Home Stay 18. ปจั จยั ในการบรหิ ารจดั การ ประกอบด้วย ก. เงนิ ทุน แรงงาน ข. เงินทุน แรงงาน ตลาด ค. แรงงาน ทนุ อปุ กรณ์ การจดั การ ง. แรงงาน ทนุ อปุ กรณ์ ตลาด และการจดั การ 19. การจดั การตลาด ได้แก่ ก. ผู้บรโิ ภค ผผู้ ลติ ผ้จู ำหนา่ ย ข. ผู้บรโิ ภค ผผู้ ลติ และจำหน่าย ค. แหลง่ ขาย ผ้ซู ือ้ ผผู้ ลิต การสง่ เสริมการขาย ง. แหล่งขาย การสง่ เสรมิ การตลาด ระบบการเงิน 20. การแสวงหาความรโู้ ดยวธิ ใี ดบ้าง “ กรณตี วั อยา่ งการการแสวงหาความรเู้ ร่ืองการพฒั นาคณุ ภาพดิน” ก. จากการอ่านตำรา หรอื เอกสารวิชาการ ข. จากการไปพบผรู้ ้ดู ูของจรงิ ฟงั สังเกต และสมั ผสั ค. จากการทบทวนประสบการณข์ องตนเอง ง. จากทกุ วธิ ีที่กลา่ ว เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 21
ใบความรู้ ความสำคัญและความจำเป็นในการครองชีพ การขยายขอบข่ายอาชีพ หมายถึง กิจกรรมอาชีพท่ีมีอยู่สามารถขยายกจิ กรรมท่เี กีย่ วข้องและ สัมพนั ธ์ออกไปเปน็ ขอบขา่ ยอาชีพทส่ี รา้ งรายได้ ใชท้ ุน ทรัพยากรจากอาชีพหลักใหเ้ กิดคุณคา่ สรา้ งความ เขม้ แข็งย่งั ยนื ในอาชพี ได้ เชน่ 1. การขยายขอบขา่ ยอาชพี จากการหมุนเวยี นเปล่ยี นรปู ผลิตภณั ฑ์ หรอื ผลพลอยได้ไปสกู่ ิจกรรมใหม่ เช่น 1.1 สรา้ งธุรกจิ แปรรปู หมูจากฟาร์มสุกรของตนเอง 1.2 สร้างธุรกิจป๋ยุ หมกั จากมูลสกุ ร 1.3 สรา้ งธรุ กจิ ขนมหวานเยลลี่จากหนงั สุกร 2. การขยายขอบขา่ ยอาชีพจากการสร้างและพฒั นาเครือข่ายจากอาชีพ เช่น 2.1 แฟรนไซส์ ชายส่ีบะหม่ีเก๊ยี ว 2.2 การสร้างเครือข่ายนาข้าวอินทรยี ์ 3. การขยายขอบข่ายอาชพี จากการตลาด เชน่ 3.1 สวนมะพรา้ วนำ้ หอมแม่ตมุ้ ศูนยก์ ลางรับซื้อและขายส่งมะพรา้ วน้ำหอมภายใตก้ าร ควบคมุ คุณภาพของตนเอง 4. การขยายขอบข่ายอาชพี จากการส่งเสรมิ การท่องเทย่ี ว เชน่ 4.1 จัดบรกิ ารทอ่ งเท่ยี วพกั ผ่อน กนิ อาหารเกษตรอนิ ทรยี ์ทไ่ี ร่สดุ ปลายฟา้ 4.2 ท่องเทยี่ วชมิ ผลไม้ ชมสวนชาวไรจ่ ันทบรุ ี การขยายอาชีพในชมุ ชน ประเทศ และ ภมู ิภาค 5 ทวีป กลุ่มอาชีพใหม่ จากการเปลี่ยนแปลงในบริบทโลกทั้งในส่วนการรวมกลุ่มทางการเงิน การ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การเปล่ียนแปลงของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเปล่ียนแปลง พฤติกรรมของผู้บริโภค การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ และประการสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากรทางสังคม ดังน้ัน อาชีพในปัจจุบันจะต้องมีการพัฒนาวิธีการและศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดับ โลก ซ่ึงจะต้องคำนึงถึงบริบทภูมิภาคหลักของโลก หรือ “รู้ศักยภาพเขา” หมายถึง ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปออสเตเลีย ทวีปแอฟริกาและจะต้อง “รู้ศักยภาพเรา” หมายถึงรู้ศักยภาพหลักของพ้ืนที่ ประเทศไทย คือศักยภาพของทรพั ยากรธรรมชาตใิ นแต่ละพ้ืนที่ ศกั ยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และ วิถีชีวิตของแต่ละพื้นท่ี และศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพ้ืนที่ ดังนั้นเพ่ือให้การประกอบอาชีพ สอดคล้องกับศักยภาพหลักของพ้ืนท่ีและสามารถแข่งขันในเวทีโลก จึงได้กำหนดกลุ่มอาชีพใหม่ 5 กลุ่มอาชีพ คือ กลุ่มอาชีพใหม่ด้านการเกษตร กลุ่มอาชีพใหม่ ด้านพาณิชยกรรม กลุ่มอาชีพใหม่ด้านอุตสาหกรรม กลุ่ม อาชพี ใหม่ดา้ นความคิดสร้างสรรค์ และกลุม่ อาชีพใหม่ด้านบริหารจดั การและบริการ 1. กลุ่มอาชพี ใหม่ด้านการเกษตร คือการพัฒนาอาชีพในด้านการเกษตรเก่ียวกบั การปลูกพชื เลีย้ งสตั ว์ การประมง โดยนำองคค์ วามรู้ใหม่ เทคโนโลยี/นวตั กรรม มาพฒั นาใหส้ อดคล้องกบั ศกั ยภาพหลักของพน้ื ท่ี คือ ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแต่ละพนื้ ท่ี ตามลักษณะภูมอิ ากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทำเลท่ีตง้ั ของแตล่ ะพื้นที่ ศักยภาพของศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ขี องแต่ละพน้ื ท่ีและศกั ยภาพของทรพั ยากร เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 22
มนุษย์ในแตล่ ะพน้ื ที่ อาชีพใหม่ดา้ นการเกษตร เช่น เกษตรอินทรยี ์ เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหมว่ น เกษตร ธรุ กจิ การเกษตร เป็นต้น 2. กลุ่มอาชีพใหม่ด้านพาณิชยกรรม คือการพัฒนาหรือขยายขอบข่ายอาชีพด้านพาณิชยกรรม เช่น ผู้ใหบ้ ริการจำหนา่ ยสินคา้ ท้ังแบบค้าปลีกและค้าส่งให้แก่ผ้บู ริโภคท้งั มหี น้าร้านเป็นสถานที่จัดจำหน่าย เช่นห้าง ร้าน ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์สโตร์ ร้านสะดวกซ้ือ และการขายที่ไม่มีหน้าร้าน เช่น การขายผ่านสื่อ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ 3. กลุ่มอาชีพใหม่ด้านอุตสาหกรรม คือการพัฒนาอาชีพที่อาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี/นวัตกรรม อาชีพเก่ียวกับงานช่าง ซึ่งได้แก่ช่างไฟฟ้า ช่างไม้ ช่างยนต์ ช่างประปา ช่างปูน และช่างเชื่อมให้สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศและศักยภาพหลักของพ้ืนที่ เช่น ผู้ผลิตช้ินส่วน อิเลคทรอนิกส์เคร่ืองใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์โดยท่ัวไป เช่น IC PCB ผู้ประกอบรถยนต์และยาน ยนต์ประเภทต่าง ๆ ผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ประกอบชิ้นส่วนหรืออะไหล่รถยนต์ ผู้ให้บริการซ่อมบำรุง รถยนต์ ผู้จัดจำหน่ายและศูนย์จำหน่ายรถยนต์ท้ังมือหน่ึงมือสอง ผู้ผลิตและจำหน่ายเคร่ืองจักรและเคร่ืองมือ ทุกชนิด เช่น เคร่ืองจักรกลหนัก เคร่ืองจักรกลเบา ผลิตอุปกรณ์หรือส่วนประกอบพื้นฐานของเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่าง ๆ เช่น สายไฟ หลอดไฟ ฉนวนไฟฟ้า มอร์เตอร์ต่าง ๆ การผลิตอลูมิเน่ียม ผลิตและตัวแทนจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เหล็ก สเตนเลส ผู้ผลิตจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง สุขภัณฑ์ การก่อสร้าง อาคาร หรือ ท่ีอยู่ อาศัย 4. กลุ่มอาชีพใหม่ด้านความคิดสร้างสรรค์ ท่ามกลางกระแสการแข่งขันของโลกธุรกิจท่ีไร้พรมแดน และการพฒั นาอยา่ งก้าวกระโดดของเทคโนโลยีการส่อื สารและการคมนาคม สร้างมูลคา่ เพมิ่ ให้กับสาขาบริการ ที่มศี ักยภาพบนพื้นฐานของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ พฒั นาธรุ กิจสรา้ งสรรค์และเมืองสร้างสรรค์ เพ่ิม ผลผลิตของภาคเกษตรและสร้างมูลค่าเพ่ิมด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พัฒนาภาคอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรมฐานความรเู้ ชิงสร้างสรรค์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดลอ้ ม พัฒนาโครงสร้าง พ้ืนฐานและระบบโลจสิ ติกส์ สรา้ งความม่ันคงด้านพลังงานควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการเศรษฐกิจส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพเพ่ือให้เป็นฐานเศรษฐกิจของ ประเทศที่เข้มแข็งและขยายตัวอย่างมีคุณภาพกลุ่มอาชีพใหม่ด้านความคิดสร้างสรรค์ จึงเป็นอาชีพที่อยู่บน พ้ืนฐานของการใช้องค์ความรู้(Knowledge) การศึกษา (Education) การสร้างสรรค์งาน (Creativity) และ การใช้ทรัพย์สินทางปัญญา(Intellectual Property) ท่ีเชื่อมโยงกับพ้ืนฐานทางวัฒนธรรม (Culture) การสั่ง สมความรู้ของสังคม (Wisdom) และเทคโลโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม่ (Technology and Innovation) (อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, 2553) ดังน้ัน กลุ่มอาชีพใหม่ด้านความคิดสร้างสรรค์ จึงเป็นการต่อยอดหรือการพัฒนา อาชีพในกลุ่มอาชีพเดิม คือ กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม กลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม กลุ่มอาชีพพาณิชยกรรม กลุ่ ม อาชีพคหกรรม กลุ่มอาชีพหัตถกรรมและกลุ่มอาชีพศิลปกรรมกลุ่มอาชีพใหม่ด้านความคิดสร้างสรรค์ เช่น แฟช่ันเสื้อผ้า เคร่ืองประดับ เครื่องสำอาง ทรงผมสปาสมุนไพร การออกแบบสื่อ/ภาพยนตร์/โทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้างแบบประหยัดพลังงาน เซรามิก ผ้าทอ จักสาน แกะสลัก รถยนต์ พลังงานทางเลอื ก ขาเทียมหุ่นยนตเ์ พ่ือคนพกิ ารการท่องเทยี่ วเชงิ วัฒนธรรม ตลาดน้ำอโยธยา เปน็ ตน้ 5. กลุ่มอาชีพใหม่ด้านบริหารจัดการและบริการ เช่น ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจบริการโลจิสติกส์ ธุรกิจภาพยนต์ ธุรกิจการจัดประชุมและแสดงนิทรรศการ บริการท่ีปรึกษาด้าน อสังหาริมทรัพย์ ท่ีปรกึ ษาทางธุรกิจงานอาชีพใหม่ท้ัง 5 กลุ่ม ในอนาคตจะมีการเติบโตทางธุรกิจมากขึ้น จึงมี ความต้องการเจ้าหน้าที่ บุคคล พนักงาน เพื่อควบคุมและปฏิบัติงานที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะฝีมือ เป็นจำนวนมาก เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 23
การขยายอาชีพระดับโลกหากเราจะมองไปที่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักคิด นักพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ อตุ สาหกรรมเคมีอตุ สาหกรรมอิเลคทรอนิกส์ และอื่น ๆ ล้วนแต่ทำลายส่งิ แวดลอ้ ม ประเทศมหาอำนาจเหล่าน้ี จึงขยายขอบข่ายการผลิตออกไปยังประเทศท่ีค่าจ้างแรงงานต่ำ และหันกลับมาอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ส่งิ แวดล้อม สร้างความสวยงามใหก้ ับบา้ นเมือง และชนบท สร้างเศรษฐกิจจากการท่องเท่ียว หันมาพัฒนาการ ผลิตอาหาร พืช ผัก ผลไม้ เนอ้ื สตั ว์ ในระบบเกษตรอินทรยี ์ทม่ี ีความปลอดภัยและคณุ ภาพสูง เพื่อสรา้ งพ้ืนฐาน สขุ ภาพชีวติ ประชาชนของเขาใหอ้ ยู่ดีมสี ุขสกู่ ารมีปัญญาอันล้ำเลศิ ตวั อย่างที่ 1 การขยายขอบข่ายอาชีพจากเกษตรอนิ ทรีย์ เอกสารประกอบการปรบั พ้ืนฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 24
แบบทดสอบหลังเรียน คำสง่ั ใหเ้ ลือกคำตอบที่ถูกต้องทสี่ ุดเพยี งคำตอบเดยี ว 1. ความจำเปน็ ของมนุษยท์ เี่ ปน็ พนื้ ฐานของชีวิต คอื ขอ้ ใด ก. ปจั จยั 4 ข. การศกึ ษา ค. ทักษะชีวิต ง. ศาสนาและวัฒนธรรม 2. กระบวนการผลติ หมายถึงขอ้ ใด ข. การนำวัตถดุ ิบมาแปรรปู ก. การเกบ็ รกั ษาสนิ คา้ ง. กรรมวิธีหรอื ขนั้ ตอนการผลิตสนิ ค้า ค. การดำเนนิ การค้าขายผลผลติ 3. อาชพี หมายถงึ ขอ้ ใด ข. การผลติ งานอุตสาหกรรม ก. การค้าขายหรอื ใหบ้ ริการ ง. การทำงานสรา้ งรายไดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง ค. การดำรงชีวติ ให้มีความสุข 4. วิสัยทัศน์ หมายถงึ ขอ้ ใด ข. ความฝันทเ่ี ปน็ ไปได้ เป้าหมายทเ่ี ปน็ จริง ก. การวางนโยบายในการทำงานหรอื ประกอบอาชีพ ง. ปัจจัยในการประกอบอาชพี ค. กระบวนการประกอบอาชีพ 5. แผนธุรกจิ หมายถงึ ขอ้ ใด ข. การวางแผนการผลติ หรือการตลาด ก. การวางโครงการระยะส้ันหรือระยะยาว ง. การวางแผนทำกิจการตา่ ง ๆ ค. การวางแผนโดยการมีสว่ นรว่ ม 6. รายได้ หมายถึงข้อใด ข. รายจ่ายทั้งหมด ก. รายรับทง้ั หมด ง. ผลกำไรจากการประกอบอาชีพ ค. เงินทนุ หมุนเวยี น 7. ความเสี่ยงในการประกอบอาชีพคอื ขอ้ ใด ข. เกดิ ความล้มเหลวในการประกอบอาชีพ ก. ความสามารถในการประกอบอาชพี ง. ความพร้อมในการแกป้ ญั หาอปุ สรรคของอาชีพ ค. สัญญานบอกเหตุและอุปสรรคล่างหน้า 8. ข้อใดหมายถงึ การใช้ SWOT วเิ คราะหส์ ภาวะแวดลอ้ มภายใน ข. อุปสรรค ก. โอกาส ง. ปัญหา ค. จดุ แขง็ 9. ขอ้ ใดเปน็ จุดอ่อนในการประกอบอาชพี ข. การประกอบอาชีพรับจ้าง ก. การประกอบอาชีพอิสระ ง. ทำแผนงานโครงการดี มคี วามยดื หยุ่นแต่ชัดเจน ค. การประกอบอาชีพบริการ ข. ความพอใจของลกู ค้าหรอื บริการ 10. คณุ ภาพการผลติ มีความหมายในขอ้ ใด ง. ผลิตภณั ฑ์ทีอ่ ยใู่ นเกณฑม์ าตรฐานซึง่ ลูกคา้ พอใจ ก. มาตรฐานของผลิตภัณฑส์ นิ คา้ ค. การทำผลผลิตใหไ้ ดม้ าตรฐานทก่ี ำหนดไว้ เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 25
11. การขยายขอบขา่ ยอาชีพหมายถึง... ก. ทำอาชีพใหม่ ข. ประกอบอาชพี เพมิ่ จากอาชพี เดมิ ค. กจิ กรรมอาชีพทม่ี ีอยสู่ ามารถขยายออกเป็นขอบขา่ ยอาชพี ง. การประกอบอาชีพพร้อมกนั หลายอาชีพและสามรถขยายสาขาได้ 12. ตัวอย่างอาชีพปลูกพืชอนิ ทรียท์ ่ีเป็นอาชพี หลกั สามารถขยายขอบข่ายไปเปน็ อาชพี ใด ก. การปลกู พชื หมนุ เวียน ข. การจดั การท่องเที่ยวเชงิ อนุรกั ษ์ ค. การสง่ เสริมอาชพี อิสสระสำหรบั บคุ คล ง. ประกอบอาชพี ทเ่ี กย่ี วกับเครอื ขา่ ยการเกษตร 13. เหตผุ ลของการขยายขอบขา่ ยอาชพี เนอ่ื งจาก ข. ปญั หาของประชากรในแตล่ ะประเทศ ก. สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกจิ ง. สภาพความต้องการของผู้บรโิ ภคทไ่ี ม่เพียงพอ ค. สภาพปัญหาทางด้านการประกอบการ 14. การกำหนดแนวทางการขยายอาชีพผลจากทางใดมาเปน็ ตัวกำหนด ก. ผลจากการเรยี นรู้ ข. ผลจากการวิเคราะห์ ค. ผลจากการทดลองศกึ ษา ง. ผลจากการคน้ คว้าก่อนทำการทดลอง 15. การขยายขอบขา่ ยจากการสรา้ งและพฒั นาเครอื ขา่ ยจากอาชีพ เช่น ก. สร้างธุรกจิ ขนมหวานเยลลี่ ข. แฟรนชายน์ ชายส่ีบะหมเี่ กย๊ี ว ค. ศนู ย์กลางรับซ้อื และขายสง่ มะพร้าว ง. จัดบรกิ ารท่องเที่ยวพักผ่อน ชิมสวนผลไม้ 16. การขยายอาชพี จากตลาด ไดแ้ ก่ ก. เฟรนชายด์ไอสกรมี วอลล์ ข. สร้างธรุ กิจเครอื ขา่ ยนาข้าวอินทรีย์ ค. การบรกิ ารทอ่ งเทีย่ ว กินอาหารเกษตรอินทรยี ์ ง. เปน็ ศูนยก์ ลางรับซอื้ และขายสง่ มะพร้าวน้ำหอมภายใต้การควบคมุ คณุ ภาพ 17. การขยายอาชีพจากการส่งเสริมสขุ ภาพ อนามัย หมายถงึ ก. การเรียนรรู้ ะบบนิเวศ ความพอเพยี งไรน่ าสวนผสม ข. การสร้างเครือข่ายนาข้าวอนิ ทรยี โ์ ดยรวมกลมุ่ สมาชกิ ค. การจดั บรกิ ารท่องเทีย่ วพกั ผ่อน กินอาหารเกษตรอินทรีย์ ง. การจัดบริการสถานพกั ฟนื้ อาหารธรรมชาติไรส้ ารพิษ แบบ Home Stay 18. ปัจจยั ในการบริหารจัดการ ประกอบดว้ ย ข. เงินทุน แรงงาน ตลาด ง. แรงงาน ทุน อุปกรณ์ ตลาด และการจัดการ ก. เงนิ ทุน แรงงาน ค. แรงงาน ทนุ อปุ กรณ์ การจดั การ 19. การจดั การตลาด ได้แก่ ก. ผ้บู ริโภค ผผู้ ลติ ผจู้ ำหนา่ ย ข. ผ้บู รโิ ภค ผผู้ ลติ และจำหน่าย ค. แหล่งขาย ผู้ซอื้ ผผู้ ลิต การส่งเสริมการขาย ง. แหลง่ ขาย การสง่ เสรมิ การตลาด ระบบการเงิน 20. การแสวงหาความรู้โดยวิธใี ดบา้ ง “ กรณตี ัวอย่างการการแสวงหาความรเู้ ร่อื งการพัฒนาคณุ ภาพดนิ ” ก. จากการอ่านตำรา หรอื เอกสารวชิ าการ ข. จากการไปพบผู้รู้ดูของจรงิ ฟัง สังเกต และสัมผสั ค. จากการทบทวนประสบการณข์ องตนเอง ง. จากทกุ วิธีที่กลา่ ว เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 26
สาระการเรียนรู้ ทักษะการดำเนินชีวิต (วิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง) ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอโชคชยั …………………………………………………………………………………………………………………………………………. แบบทดสอบก่อนเรียน คำส่ัง ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงคำตอบเดียว 1. เศรษฐกจิ พอเพยี ง หมายถงึ อะไร ก. การทำเกษตรกรรม ข. การดำรงชีวติ อยู่อยา่ งพออย่พู อกนิ ค. การคา้ ขายใหไ้ ดเ้ งนิ เพยี งพอสำหรบั ครอบครัว ง. การปลกู พชื และเลยี้ งสตั ว์เพอ่ื ให้ครอบครวั พออยู่พอกิน 2. เปา้ หมายของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งคอื ข้อใด ข. เพ่ือใหส้ ามารถดำรงอยไู่ ดอ้ ย่างมน่ั คง ก. ม่งุ แกไ้ ขปญั หาวิกฤตเศรษฐกิจชาติ ง. มุ่งใหเ้ กดิ ความสมดลุ พรอ้ มรบั ตอ่ การเปลยี่ นแปลง ค. เพอื่ ให้กา้ วทันตอ่ โลกในยุคโลกภิวัฒน์ 3. การปฏบิ ตั ิตนตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งจะก่อให้เกดิ ผลดีต่อตนเองและครอบครวั ยกเว้น ขอ้ ใด ก. มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม ข. มคี วามพอประมาณในการใชจ้ า่ ย ค. มกี ารวางแผนการบริหารจดั การประเทศ ง. ทำใหร้ ้จู กั ใชเ้ หตผุ ลในการวางแผนและการปฏบิ ัติตน 4. ดินชนดิ ใดเหมาะในการเพาะปลกู มากที่สดุ ข. ดนิ เหนยี วปนตะกอน ก. ดินเหนียว ง. ดินร่วนปนตะกอน ค. ดินร่วน 5. ที่ดินเป็นกรดควรแกไ้ ขอยา่ งไร ข. ระบายน้ำเข้าทด่ี ิน ก. ใชป้ นู ขาวหวา่ น ง. การปลกู พืชหมุนเวียน ค. การใส่ปยุ๋ พืชสด 6. แนวทฤษฎีใหมใ่ หค้ วามสำคญั กบั การจัดทรพั ยากรใหม้ ากทสี่ ุด ก. มนุษย์ ข. ทรพั ยากรนำ้ ค. ทรัพยากรดิน ง. ทรพั ยากรปา่ ไม้ 7. แนวพระราชดำริเรอื่ งเศรษฐกจิ พอเพยี งเรม่ิ ตน้ เม่ือใด ก. พ.ศ. 2507 ข. พ.ศ. 2517 ค. พ.ศ. 2527 ง. พ.ศ. 2537 8. หลักคดิ ในการนำหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการดำเนินชวี ติ ยกเวน้ ขอ้ ใด ก. ความมเี หตผุ ล ข. การมภี มู คิ มุ้ กันท่ดี ใี นตวั ค. ความขยันหม่นั เพียร ง. ใชค้ ุณธรรมนำความรู้ 9. การนำหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ คือ การพฒั นาทส่ี มดลุ และยั่งยนื พร้อมรบั ตอ่ การเปลย่ี นแปลงในทกุ ด้านยกเวน้ ดา้ นใด ก. สังคม ข. สงิ่ แวดล้อม ค. วัฒนธรรม ง. พฒั นาประเทศ เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 27
10. การดำเนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ให้อย่ใู นระดบั พอเพยี งนน้ั ตอ้ งอาศยั ส่งิ ใดเปน็ พื้นฐาน ก. ความซ่ือสัตยแ์ ละความรู้ ข. ความรู้และคุณธรรม ค. คุณธรรมและความเพยี ร ง. ความเพยี รและสตปิ ัญญา 11. ข้อใดเป็นการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ก. รู้จกั ประหยัด ข. ยมื เงนิ เพอื่ นและผอ่ นใช้ทหี ลงั ค. อดอาหารกลางวนั เพื่อเก็บเงนิ ใสอ่ อมสิน ง. ทำงานหลังเลิกเรยี นเพื่อเกบ็ เงนิ ไว้ซอ้ื สง่ิ ของทอี่ ยากได้ 12. ขอ้ ใดคอื ความหมายของการพงึ่ ตนเอง ข. มคี วามเอื้อเฟอ้ื เผอื่ แผ่ ก. มีความม่นั ใจว่าตนเองเกง่ ง. พยายามทำทกุ อย่างดว้ ยตนเองแมจ้ ะทำไมไ่ ดด้ ี ค. ขอความชว่ ยเหลอื เม่อื ทำสิง่ นนั้ ไม่ได้ 13. เกษตรทฤษฎใี หม่แบ่งพนื้ ทำกนิ ที่อย่างไร ข. ปลูกข้าว / ปลกู อ้อย / ปลกู ขา้ วโพด / ทีอ่ ยู่ ก. ขดุ สระนำ้ / ปลูกขา้ ว / ปลกู ออ้ ย / ทีอ่ ยู่ ง. ขุดสระน้ำ / ปลกู พชื / ปลูกข้าว / ทอ่ี ยู่ ค. ปลูกขา้ ว / เลยี้ งปลา / ปลูกออ้ ย / ท่ีอยู่ 14. ข้อใดเป็นการปรับเปล่ยี นพฤติกรรมเพือ่ ปลกู ฝงั แนวคดิ หลักเศรษฐกจิ พอเพียงต่อตนเอง ก. การนำน้ำลา้ งจานไปรดตน้ ไม้ ข. เปล่ยี นหลอดไฟเปน็ แบบหลอดประหยดั ไฟฟ้า ค. ไมท่ ิ้งขยะในทส่ี าธารณะและแหลง่ น้ำในชมุ ชน ง. ใช้ถงุ ผ้าแทนถงุ กระดาษแทนและถงุ พลาสติกในการซ้ือของ 15. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติฉบับที่ 10 ไดอ้ ญั เชญิ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาปฏบิ ัติในการพัฒนาแบบ บรู ณาการเป็นองคร์ วม ยกเวน้ ขอ้ ใด ก. คนเป็นศนู ยก์ ารพัฒนา ข. การปฏบิ ัติบนทางสายกลาง ค. การพัฒนาอย่างเปน็ ข้ันตอน ง. การแกป้ ัญหาความยากจน 16. สถานะภาพของประเทศทส่ี ำคญั ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตฉิ บับท่ี 10 ยกเวน้ ขอ้ ใด ก. สถานะดา้ นธรรมาภิบาล ข. สถานดา้ นเศรษฐกจิ ของประเทศ ค. สถานะดา้ นความหลากหลายทางชวี ภาพ ง. สถานะด้านการพัฒนาบนรากฐานความหลากหลายทางสงั คม 17. โครงการใดต่อไปนไ้ี ม่ใช่ โครงการพัฒนาประเทศตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ก. โครงการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ข. โครงการอนรุ กั ษภ์ มู ปิ ญั ญาท้องถิ่น ค. โครงการส่งเสริมสินคา้ OTOP ง. โครงการส่งเสริมประเพณี วฒั นธรรม 18. ข้อใดเป็นวิธกี ารจัดการการใช้จ่ายของครอบครวั ไดเ้ หมาะสมทสี่ ดุ ก. มานะ ลดการใชน้ ้ำมนั เพ่อื ประหยัด ข. มานี ปดิ ไฟทุกดวงเพ่ือประหยดั ค. มานติ ซ้ืออาหารทตี่ ลาดทานทกุ วนั ง. มาโนช ทำแผนการใช้เงนิ ทกุ เดอื น 19. ข้อใดเปน็ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทถ่ี กู ต้องทสี่ ดุ ก. มีเหตผุ ล ประหยดั ซอ่ื สัตย์ ข. ความรู้ อดออม มภี มู คิ ุ้มกัน ค. มีเหตผุ ล มภี ูมิคมุ้ กนั ความพอประมาณ ง. ความรู้ ความพอเพยี ง ความพอประมาณ 20. คำวา่ “พอประมาณ” มคี วามหมายตรงกบั ข้อใดมากท่สี ดุ ก. ความประหยดั ข. ไมน่ อ้ ยไม่มาก ไม่เบยี ดเบียนผอู้ ื่น ค. คำนึงเหตุผล ปัจจยั อยา่ งรอบคอบ ง. เตรยี มตัวให้พรอ้ มเพ่ือรบั การเปลีย่ นแปลงในอนาคต เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 28
ใบความรู้ เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 29
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 30
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 31
แบบทดสอบหลังเรียน คำสง่ั ใหเ้ ลือกคำตอบท่ีถูกต้องทส่ี ุดเพียงคำตอบเดียว 1. เศรษฐกิจพอเพยี ง หมายถึงอะไร ก. การทำเกษตรกรรม ข. การดำรงชวี ติ อยู่อย่างพออยู่พอกนิ ค. การค้าขายใหไ้ ด้เงินเพียงพอสำหรับครอบครวั ง. การปลูกพชื และเล้ียงสตั วเ์ พื่อใหค้ รอบครวั พออย่พู อกิน 2. เปา้ หมายของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงคือขอ้ ใด ข. เพ่ือให้สามารถดำรงอยู่ไดอ้ ยา่ งม่นั คง ง. มงุ่ ให้เกิดความสมดลุ พรอ้ มรบั ตอ่ การเปลย่ี นแปลง ก. มุง่ แก้ไขปญั หาวกิ ฤตเศรษฐกิจชาติ ค. เพือ่ ใหก้ า้ วทันต่อโลกในยคุ โลกภวิ ัฒน์ 3. การปฏบิ ตั ิตนตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งจะก่อใหเ้ กดิ ผลดตี อ่ ตนเองและครอบครัว ยกเว้น ขอ้ ใด ก. มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม ข. มคี วามพอประมาณในการใช้จา่ ย ค. มีการวางแผนการบรหิ ารจดั การประเทศ ง. ทำใหร้ ูจ้ กั ใช้เหตุผลในการวางแผนและการปฏบิ ัตติ น 4. ดินชนดิ ใดเหมาะในการเพาะปลกู มากที่สดุ ข. ดินเหนยี วปนตะกอน ก. ดินเหนียว ง. ดินรว่ นปนตะกอน ค. ดินรว่ น 5. ท่ดี ินเป็นกรดควรแกไ้ ขอยา่ งไร ข. ระบายน้ำเขา้ ทดี่ ิน ก. ใช้ปูนขาวหวา่ น ง. การปลูกพชื หมนุ เวยี น ค. การใสป่ ุ๋ยพชื สด 6. แนวทฤษฎีใหม่ใหค้ วามสำคญั กับการจัดทรัพยากรให้มากทสี่ ุด ก. มนุษย์ ข. ทรพั ยากรน้ำ ค. ทรพั ยากรดิน ง. ทรพั ยากรปา่ ไม้ 7. แนวพระราชดำริเรอื่ งเศรษฐกจิ พอเพยี งเร่มิ ตน้ เมื่อใด ก. พ.ศ. 2507 ข. พ.ศ. 2517 ค. พ.ศ. 2527 ง. พ.ศ. 2537 8. หลักคดิ ในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการดำเนนิ ชีวิต ยกเว้นข้อใด ก. ความมีเหตผุ ล ข. การมีภูมคิ มุ้ กันที่ดีในตวั ค. ความขยนั หมน่ั เพียร ง. ใช้คณุ ธรรมนำความรู้ 9. การนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ คอื การพัฒนาท่ีสมดลุ และยัง่ ยนื พรอ้ มรบั ต่อการเปลย่ี นแปลงในทุก ด้านยกเว้นดา้ นใด ก. สงั คม ข. สิง่ แวดล้อม ค. วฒั นธรรม ง. พัฒนาประเทศ 10. การดำเนินกจิ กรรมต่าง ๆ ใหอ้ ยใู่ นระดับพอเพียงนน้ั ตอ้ งอาศยั สิ่งใดเปน็ พืน้ ฐาน ก. ความซื่อสัตย์และความรู้ ข. ความรูแ้ ละคุณธรรม ค. คณุ ธรรมและความเพยี ร ง. ความเพยี รและสติปัญญา เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 32
11. ขอ้ ใดเป็นการปฏิบตั ิตนตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก. รู้จกั ประหยัด ข. ยมื เงนิ เพ่อื นและผอ่ นใชท้ ีหลัง ค. อดอาหารกลางวนั เพอ่ื เกบ็ เงินใสอ่ อมสิน ง. ทำงานหลงั เลกิ เรยี นเพอื่ เก็บเงนิ ไวซ้ อ้ื ส่ิงของทอ่ี ยากได้ 12. ขอ้ ใดคือความหมายของการพ่งึ ตนเอง ข. มคี วามเอ้อื เฟือ้ เผ่ือแผ่ ก. มคี วามมนั่ ใจวา่ ตนเองเก่ง ง. พยายามทำทุกอย่างด้วยตนเองแมจ้ ะทำไมไ่ ดด้ ี ค. ขอความชว่ ยเหลอื เม่ือทำสง่ิ นนั้ ไมไ่ ด้ 13. เกษตรทฤษฎีใหม่แบง่ พืน้ ทำกนิ ท่ีอย่างไร ข. ปลกู ขา้ ว / ปลกู ออ้ ย / ปลูกขา้ วโพด / ท่ีอยู่ ก. ขุดสระน้ำ / ปลกู ขา้ ว / ปลูกออ้ ย / ท่ีอยู่ ง. ขุดสระนำ้ / ปลูกพชื / ปลูกขา้ ว / ท่อี ยู่ ค. ปลกู ขา้ ว / เลย้ี งปลา / ปลูกออ้ ย / ที่อยู่ 14. ขอ้ ใดเปน็ การปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมเพื่อปลกู ฝังแนวคดิ หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งตอ่ ตนเอง ก. การนำนำ้ ล้างจานไปรดตน้ ไม้ ข. เปลย่ี นหลอดไฟเป็นแบบหลอดประหยดั ไฟฟา้ ค. ไมท่ ิ้งขยะในทสี่ าธารณะและแหลง่ น้ำในชุมชน ง. ใช้ถงุ ผ้าแทนถงุ กระดาษแทนและถุงพลาสตกิ ในการซอ้ื ของ 15. แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติฉบบั ที่ 10 ได้อัญเชิญปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาปฏบิ ัติในการพฒั นาแบบ บรู ณาการเป็นองคร์ วม ยกเว้นข้อใด ก. คนเป็นศนู ย์การพัฒนา ข. การปฏิบัตบิ นทางสายกลาง ค. การพฒั นาอย่างเป็นขั้นตอน ง. การแกป้ ญั หาความยากจน 16. สถานะภาพของประเทศท่ีสำคัญตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 10 ยกเว้นขอ้ ใด ก. สถานะดา้ นธรรมาภิบาล ข. สถานด้านเศรษฐกิจของประเทศ ค. สถานะดา้ นความหลากหลายทางชีวภาพ ง. สถานะดา้ นการพฒั นาบนรากฐานความหลากหลายทางสังคม 17. โครงการใดต่อไปนไ้ี ม่ใช่ โครงการพัฒนาประเทศตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ก. โครงการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ ข. โครงการอนุรกั ษภ์ มู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ค. โครงการส่งเสริมสินคา้ OTOP ง. โครงการส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม 18. ข้อใดเปน็ วธิ ีการจดั การการใช้จา่ ยของครอบครวั ได้เหมาะสมทสี่ ดุ ก. มานะ ลดการใช้นำ้ มนั เพือ่ ประหยดั ข. มานี ปิดไฟทุกดวงเพอ่ื ประหยดั ค. มานติ ซอื้ อาหารทต่ี ลาดทานทกุ วัน ง. มาโนช ทำแผนการใชเ้ งินทุกเดอื น 19. ข้อใดเปน็ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ทถ่ี กู ต้องทีส่ ดุ ก. มีเหตผุ ล ประหยดั ซ่อื สตั ย์ ข. ความรู้ อดออม มภี มู คิ ุ้มกนั ค. มีเหตผุ ล มภี มู คิ มุ้ กัน ความพอประมาณ ง. ความรู้ ความพอเพียง ความพอประมาณ 20. คำวา่ “พอประมาณ” มคี วามหมายตรงกบั ข้อใดมากทสี่ ดุ ก. ความประหยัด ข. ไมน่ อ้ ยไมม่ าก ไมเ่ บยี ดเบียนผอู้ นื่ ค. คำนึงเหตุผล ปจั จยั อยา่ งรอบคอบ ง. เตรยี มตัวใหพ้ ร้อมเพอื่ รบั การเปล่ยี นแปลงในอนาคต เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 33
สาระการเรียนรู้ ทกั ษะการดำเนนิ ชีวติ (วิชาศลิ ปศกึ ษา) ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอโชคชยั …………………………………………………………………………………………………………………………………………. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น คำสงั่ ให้เลอื กคำตอบที่ถูกต้องทสี่ ดุ เพยี งคำตอบเดียว 1. เส้นขดใหค้ วามรสู้ กึ อย่างไร ข. ตืน่ ตา ก. มนึ งง ง. ออ่ นโยน ค. น่ากลวั 2. วิวฒั นาการทางศิลปะเนน้ ศกึ ษาดา้ นใดมากทสี่ ดุ ข. การบันทกึ เร่ืองราวด้านศลิ ปะสมยั ใหม่ ก. การค้นควา้ หาข้อมลู โดยละเอียด ง. การคน้ หาแหลง่ อารยธรรมของศลิ ปะชนิดตา่ ง ๆ ค. การกำเนดิ และแหลง่ กำเนดิ ของศิลปะยุคตา่ ง ๆ 3. ขอ้ ใดคือกระบวนการสรา้ งสรรค์ศลิ ปะตามลำดับทีถ่ ูกตอ้ ง ก. ศลิ ปะ-มนุษย-์ สง่ิ แวดลอ้ ม-เกดิ จินตนาการสรา้ งสรรค์ ข. มนษุ ย-์ ส่งิ แวดลอ้ ม-เกดิ จนิ ตนาการสร้างสรรค์-ศลิ ปะ ค. ศิลปะ-สิ่งแวดลอ้ ม-มนษุ ย-์ เกิดจินตนาการสรา้ งสรรค์ ง. เกิดจนิ ตนาการสรา้ งสรรค์-ศิลปะ-มนษุ ย-์ สงิ่ แวดลอ้ ม 4. ข้อใดไม่ใช่องคป์ ระกอบงานศลิ ปะทนี่ ำความงามของธรรมชาตมิ าสรา้ งสรรคผ์ ลงาน ก. รูปแบบ ข. เทคนคิ ค. เน้ือหา ง. ความถูกต้อง 5. ข้อใดไมใ่ ชแ่ มพ่ มิ พ์จากวสั ดุธรรมชาติ ข. เปลือกหอย ก. ตะแกรงลวด ง. ใบไม้ ค. เปลือกไม้ 6. ขอ้ ใดไม่ใชพ่ ้นื ฐานการสร้างสรรค์งานศลิ ปะดว้ ยจินตนาการ ก. การเกิดแรงบันดาลใจ ข. การมแี รงจูงใจจากค่าจา้ ง ค. การสัมผสั รับรูธ้ รรมชาติส่ิงแวดล้อม ง. การสั่งสมประสบการณแ์ ละความชำนาญ 7. พฤตกิ รรมในขอ้ ใดสามารถนำไปใช้ในการดำรงชวี ติ และเป็นภูมปิ ญั ญาดา้ นทัศนศลิ ป์ของไทย ก. ยุทธนา ชอบเล้ยี งสัตวจ์ งึ ทำศนู ย์เศรษฐกจิ พอเพียง ข. แกว้ ตา เปน็ ช่างแกะสลกั ไมจ้ ึงทำเป็นศูนย์งานศลิ ป์ ค. โสภา มีอาชพี เสรมิ สวย หาเวลาว่างทำอาชพี ขายประกนั ง. สมถวิล เป็นคนรกั สุขภาพจงึ ปลกู ผักปลอดสารพิษขาย 8. “รำมะนา” เป็นเครื่องดนตรีประเภทใด ข. สี ก. ดดี ง. เปา่ ค. ตี 9. ขอ้ ใดเป็นเครื่องดนตรไี ทยประเภทเครอ่ื งดดี ข. ตะโพน ก. ซึง ง. โทนชาตรี ค. เปงิ มาง เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 34
10. เครื่องดนตรชี นิดใดทใี่ ช้ประกอบการขับเสภา ข. เครือ่ งตี ก. เคร่ืองสี ง. เครือ่ งเป่า ค. เครือ่ งดีด 11. ขอ้ ใดไม่ใชจ่ ุดประสงค์หลกั ของการดูแลรักษาเคร่ืองดนตรี ข. เพ่อื รักษาเครื่องดนตรใี ห้มคี วามสะอาดอยู่เสมอ ก. เพอ่ื ยดื อายกุ ารใชง้ านของเครือ่ งดนตรี ง. เพอ่ื รกั ษาเสียงของเครือ่ งดนตรใี หม้ ีคณุ ภาพอยู่เสมอ ค. เพอ่ื ป้องกนั ความเสียหายอนั จะเกดิ แกเ่ คร่ืองดนตรี 12. ข้อใดท่แี สดงถึงความรกั ความหวงแหนดนตรีไทยได้ถูกตอ้ งท่ีสดุ ก. ฝึกดนตรีเพอ่ื หาเลย้ี งชพี ข. เรยี นรู้ในบางเรอ่ื งที่สนใจ ค. ศึกษาเรียนรู้ดนตรใี ห้รถู้ ึงคณุ คา่ ท่แี ทจ้ ริง ง. นำดนตรีสากลมาประยกุ ต์ใช้เพอื่ ให้เกดิ ความทนั สมัย 13. ข้อใดเปน็ ลักษณะเดน่ ของนาฏศิลปไ์ ทย ข. มีดนตรปี ระกอบทชี่ ดั เจน ก. เน้ือเรอื่ งมาจากวรรณคดไี ทย ง. มีการแตง่ กายทีง่ ดงาม ค. มที า่ รำที่งดงามออ่ นช้อย 14. เพลงงามแสงเดอื น ใชท้ า่ รำใด ข. สอดสร้อยมาลา ก. แขกเต้าเข้ารงั ง. สอดสร้อยมาลาแปลง ค. ชักแป้งผดั หนา้ 15. ชอ่ื ของการรำโทน ท่ีมีมาจากอะไร ข. จำนวนผรู้ ำ ก. ท้องถ่นิ กำเนดิ ง. บทร้องประกอบการรำ ค. เครื่องดนตรีหลกั 16. ปจั จบุ นั ไดม้ ีการนำรำวงมาตรฐานมาใช้กับผสู้ ูงอายุ เพือ่ ประโยชนใ์ นด้านใด ก. เพอ่ื ความเพลดิ เพลิน ข. เพอ่ื ใชอ้ อกกำลงั กาย ค. เพือ่ อนุรกั ษ์ภูมปิ ัญญาไทย ง. เพอื่ ใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์ 17. ขอ้ ใดเปน็ เพลงพ้ืนบา้ นของภาคอีสาน ข. ซอพระลอ ก. เพลงบอก ง. เพลงเกย่ี วข้าว ค. หมอลำเพลิน 18. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะเพลงพน้ื บา้ นของภาคกลาง ก. อ่อนช้อย เนบิ นาบ เช่ืองช้า ตามวฒั นธรรมของไทย ข. ขึงขัง มีจงั หวะสนุกสนาน สอื่ ถงึ ความสำเรจ็ ของการทำงาน ค. ขึงขงั เรง่ เร้า เป็นจงั หวะ แสดงถงึ ลกั ษณะชวี ติ ความเป็นอยู่ ง. เร่งรบี สลบั เนบิ นาบ ตามประเพณขี องภาคกลาง 19. ผ้ทู ส่ี วมบทบาทของตวั ละครไทยในการถ่ายทอดเร่อื งราว ความรสู้ ึกนกึ คดิ ในบทละคร ไปสผู่ ู้ชมคือใคร ก. ผู้แสดง ข. ผกู้ ำกบั เวที ค. ผู้กำกับการแสดง ง. ผอู้ ำนวยการสรา้ ง 20. ขอ้ ใดเป็นการนำนาฏศลิ ปไ์ ทยไปประยกุ ตใ์ ชก้ ับการประกอบอาชพี ในภาคใต้ ก. ลเิ ก ข. ลำตัด ค. หมอลำซงิ่ ง. หลงั ตะลงุ เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 35
ใบความรู้ เส้น ( Line) เกิดจากจุดทีเ่ รียงตอ่ กนั ในทางยาว หรือเกิดจากการลากเสน้ ไปยงั ทศิ ทางตา่ งๆ มหี ลาย ลกั ษณะ เชน่ ต้ัง นอน เฉียง โคง้ ฯลฯ เสน้ คอื ร่องรอยทเี่ กิดจากเคลื่อนทข่ี องจดุ หรือถ้าเรานำจดุ มาวางเรยี ง ต่อ ๆ กนั ไป กจ็ ะเกิดเปน็ เสน้ ข้นึ เส้นมีมิตเิ ดยี ว คอื ความยาว ไมม่ ีความกว้าง ทำหน้าทีเ่ ป็นขอบเขต ของ ทวี่ ่าง รปู รา่ ง รปู ทรง น้ำหนัก สี ตลอดจนกลุ่มรูปทรงตา่ ง ๆ รวมท้งั เปน็ แกนหรือ โครงสรา้ งของรูปร่าง รปู ทรง เสน้ เป็นพ้นื ฐานทสี่ ำคัญของงานศลิ ปะทุกชนดิ เส้นสามารถใหค้ วามหมาย แสดงความรสู้ ึก และอารมณ์ ได้ดว้ ยตัวเอง และดว้ ยการสร้างเป็นรูปทรงตา่ ง ๆ ข้นึ เสน้ มี 2 ลักษณะคือ เส้นตรง (Straight Line) และ เสน้ โค้ง (Curve Line) เส้นทง้ั สองชนดิ นเี้ ม่อื นำมาจัดวางในลักษณะต่าง ๆ กนั จะมชี ่ือเรียกต่าง ๆ และให้ ความหมาย ความรสู้ ึก ที่แตกตา่ งกันอีกด้วย ลักษณะของเสน้ 1. เส้นตัง้ หรือ เสน้ ดิง่ ให้ความรู้สึกทางความสูง สงา่ มนั่ คง แขง็ แรง หนกั แนน่ เปน็ สัญลกั ษณ์ ของความซื่อตรง 2. เส้นนอน ใหค้ วามร้สู ึกทางความกวา้ ง สงบ ราบเรียบ นงิ่ ผ่อนคลาย 3. เส้นเฉยี ง หรอื เสน้ ทะแยงมมุ ใหค้ วามรสู้ กึ เคลอื่ นไหว รวดเรว็ ไมม่ น่ั คง 4. เสน้ หยกั หรือ เสน้ ซกิ แซก แบบฟันปลา ให้ความรูส้ ึก คลือ่ นไหว อย่างเปน็ จังหวะ มีระเบยี บ ไม่ ราบเรียบ น่ากลวั อนั ตราย ขัดแย้ง ความรนุ แรง 5. เส้นโคง้ แบบคลนื่ ให้ความร้สู กึ เคล่อื นไหวอยา่ งชา้ ๆ ล่นื ไหล ตอ่ เนอ่ื ง สภุ าพอ่อนโยน น่มุ นวล 6. เสน้ โคง้ แบบกน้ หอย ใหค้ วามรู้สึกเคลื่อนไหว คล่ีคลาย หรือเติบโตในทศิ ทางท่ี หมนุ วนออกมา ถา้ มองเข้าไปจะเห็นพลังความเคลื่อนไหวที่ไมส่ น้ิ สุด 7. เส้นโคง้ วงแคบ ให้ความรู้สึกถึงพลังความเคล่อื นไหวทีร่ นุ แรง การเปล่ียนทิศทางทร่ี วดเร็ว ไมห่ ยุด น่ิง 8. เสน้ ประ ให้ความรสู้ ึกทไี่ ม่ต่อเนื่อง ขาด หาย ไม่ชดั เจน ทำใหเ้ กิดความเครียด องคป์ ระกอบศลิ ป์ หมายถงึ ส่ิงที่มนุษยใ์ ชเ้ ป็นสื่อใน การแสดงออกอย่างสรา้ งสรรค์ โดยนำ ส่วนประกอบของศลิ ปะมาจดั วางรวมกันอยา่ งสอดคล้อง กลมกลืนและมีความหมายเกิดรูปร่างหรือรปู แบบ ต่างๆอันเดน่ ชดั โดยคำนึงถึงปัจจยั ทใี่ ช้ในการออกแบบ ดงั น้ี 1. สดั ส่วนของภาพ (Proportion) 2. ความสมดุลของภาพ (Balance) เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 36
3. จงั หวะลลี าของภาพ (Rhythm) 4. การเนน้ หรือจุดเด่นของภาพ (Emphasis) 5. เอกภาพ (Unity) 6. ความขดั แยง้ (Contrast) 7. ความกลมกลนื (Harmony) ส่ิงต่างๆ ทเี่ ราควรนำมาใชป้ ระกอบเข้าดว้ ยกัน คอื จุด, เส้น, รูปร่าง– รูปทรง, ส,ี ลักษณะผิว ส่วนประกอบตา่ งๆ ของศิลปะนำมาจดั ประสานสมั พนั ธ์กัน ใหเ้ กดิ คุณคา่ ทางความงาม เราเรียกว่า องคป์ ระกอบศลิ ป์ (Composition) เครอื่ งดนตรีไทย เปน็ ส่งิ ประดิษฐท์ ่เี กิดจากภมู ปิ ญั ญาไทย แสดงให้เห็นเอกลักษณข์ องความ เปน็ ไทย สรา้ งข้ึนมาเพ่อื ความเหมาะสมกับคนไทย และความเปน็ อยู่อยา่ งไทย สันนิษฐานว่ามตี ้นกำเนิดมา จากการรับ เอาวฒั นธรรมทางดนตรีของชาตติ า่ งๆ เขา้ มาผสมผสานกนั เช่น อินเดีย จนี ลาว พม่า มอญ เปน็ ตน้ และมี ความเช่ือว่าดนตรีไทยเกิดจากภมู ปิ ัญญาของชาวบ้านท่ีนำเอาวัสดุทม่ี ีอยู่ในธรรมชาตมิ าสรา้ ง เป็นเครอ่ื งดนตรี ท่ีนยิ มนำมาเล่นกนั ในท้องถน่ิ ผเู้ ชี่ยวชาญดนตรีไทยแบง่ เคร่ืองดนตรีไทยออกเปน็ 4 ประเภท โดยยดึ หลักการทำให้เกิดเสียง และวิธบี รรเลง คอื เครื่องดีด เคร่ืองสี เครื่องตี และเครื่องเป่า นาฏศลิ ป์ เปน็ ศลิ ปะแห่งการละคร ฟ้อนรำ และดนตรี อันมคี ณุ สมบตั ิตามคมั ภรี ์นาฏะหรอื นาฏยะ กำหนดวา่ ตอ้ งประกอบไปดว้ ย ศลิ ปะ 3 ประการ คือ การฟอ้ นรำ การดนตรี และการขับ ร้อง รวมเขา้ ดว้ ยกนั นาฏศลิ ป์ไทยมีที่มาและ เกิดข้ึนจากสาเหตตุ ามแนวคิดต่าง ๆ เช่น เกดิ จากความรสู้ ึกกระทบกระเทือนทาง อารมณ์ ไมว่ า่ จะ อารมณ์แหง่ ความสขุ หรือความทุกข์แลว้ สะท้อนออกมาเป็นทา่ ทาง แบบธรรมชาตแิ ละ ประดิษฐข์ น้ึ เป็น ทา่ ทางลีลาการฟ้อนรำ หรือเกดิ จากลทั ธิความเชอ่ื ในการนับถอื ส่งิ ศักด์สิ ิทธ์ิ เทพเจ้า โดย แสดงความ เคารพบูชาดว้ ยการเตน้ รำ ขับรอ้ ง ฟ้อนรำใหเ้ กดิ ความพงึ พอใจ เป็นตน้ เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 37
นาฏศิลป์ของไทย แบ่งออกตามลกั ษณะของรปู แบบการแสดงเปน็ ประเภทใหญๆ่ 4 ประเภท คอื 1. โขน เปน็ การแสดงนาฏศลิ ป์ชั้นสงู ของไทยที่มีเอกลักษณ์ คือ ผู้แสดงจะต้องสวมหัวท่ี เรียกว่า หวั โขน และใชล้ ลี าทา่ ทางการแสดงด้วยการเตน้ ไปตามบทพากย์ การเจรจาของผู้พากยแ์ ละตาม ท านองเพลง หนา้ พาทย์ท่ีบรรเลงด้วยวงปีพ่ าทย์ เรอื่ งทีน่ ยิ มนำมาแสดง คอื พระราชนพิ นธ์บทละครเรอ่ื ง รามเกียรติ์ 2. ละคร เปน็ ศลิ ปะการรา่ ยรำทเี่ ลน่ เปน็ เรื่องราว มีพฒั นาการมาจากการเล่านิทาน ละครมี เอกลักษณ์ในการแสดงและการดำเนนิ เรื่องด้วยกระบวนลลี าท่ารำเข้าบทรอ้ ง ทำนองเพลงและเพลง หน้า พาทย์ทบ่ี รรเลงด้วยวงปีพ่ าทย์มแี บบแผนการเลน่ ท่ีเปน็ ท้งั ของชาวบา้ นและของหลวงที่ เรียกวา่ ละครโนรา ชาตรี ละครนอก ละครใน เรื่องทีน่ ิยมนำมาแสดงคือ พระสุธน สังขท์ อง คาวี อเิ หนา อุณรุท 3. ระ และ ระบำ เปน็ ศิลปะแห่งการร่ายรำประกอบเพลงดนตรแี ละบทขับรอ้ ง โดยไมเ่ ล่นเป็น เรื่องราว ในทีน่ ีห้ มายถงึ รำและระบำท่มี ีลักษณะเปน็ การแสดงแบบมาตรฐาน 4. การแสดงพืน้ เมอื ง เป็นศิลปะแหง่ การรา่ ยรำทีม่ ีท้งั รำ ระบำ หรือการละเลน่ ทเี่ ป็นเอกลกั ษณ์ ของกลุม่ ชน ตามวัฒนธรรมในแต่ละภมู ิภาค ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นภมู ิภาคได้ 4 ภาค 1 การแสดงพ้ืนเมืองภาคเหนือ เปน็ ศลิ ปะการรำ และการละเล่น หรือที่นิยมเรยี กกนั ทั่วไป วา่ “ฟอ้ น” การฟ้อนเปน็ วัฒนธรรมของชาวล้านนา และกลุ่มชนเผา่ ตา่ งๆ เช่น ชาวไต ชาวลอ้ื ชาวยอง ชาว เขิน เป็นต้น การแสดงไวค้ ือ มลี ีลาทา่ รำที่แช่มช้า อ่อนช้อยมกี าร แต่งกายตามวฒั นธรรมท้องถิน่ ท่สี วยงาม ประกอบกับการบรรเลงและขับร้องดว้ ยวงดนตรพี ืน้ บ้าน เช่น วงสะล้อ ซอ ซึง วงปเู จ่ วงกลองแอว เป็นต้น โอกาสทแี่ สดงมักเลน่ กนั ในงานประเพณีหรอื ต้นรับแขกบ้าน แขกเมือง ได้แก่ ฟอ้ นเล็บ ฟอ้ นเทียน ฟ้อนครวั ทาน ฟอ้ นสาวไหมและฟ้อนเจิง 2 การแสดงพ้ืนเมืองภาคกลาง เป็นศิลปะการร่ายรำและการละเล่นของชนชาวพ้นื บา้ น ภาค กลาง ซึง่ สว่ นใหญม่ ีอาชีพเกีย่ วกบั เกษตรกรรม ศลิ ปะการแสดงจงึ มีความสอดคล้องกับวิถีชวี ิตและ เพ่ือความ บันเทงิ สนกุ สนาน เป็นการพักผ่อนหย่อนใจจากการทำงาน หรอื เมื่อเสร็จจากเทศการฤดเู ก็บ เกบ็ เก่ียว เชน่ การเล่นเพลงเกยี่ วข้าว เต้นกำรำเคียว รำโทนหรอื รำวง รำเถดิ เทอง รำกลองยาว เปน็ ต้น และใชเ้ ครอ่ื งดนตรี พืน้ บ้าน เชน่ กลองยาว กลอง โทน ฉิง่ ฉาบ กรบั และโหมง่ 3 การแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน เป็นศิลปะการรำ และการเลน่ ของชาวพ้ืนบ้านภาค อสี าน หรอื ภาคตะวนออกเฉียงเหนือของไทย แบ่งได้เปน็ 2 กลุม่ วัฒนธรรมใหญ่ ๆ คือ กลุม่ อีสาน เหนอื มีวฒั นธรรม ไทยลาวซง่ึ มักเรียกการละเล่นว่า “เซิง้ ฟ้อน และหมอลำ” เช่น เซงิ้ บังไฟ เซิ้ง สวิง ฟอ้ นภูไท ลำกลอนเกย้ี ว ลำ เตย้ ซง่ึ ใชเ้ คร่ืองดนตรีพ้ืนบ้านประกอบ ไดแ้ ก่ แคน พณิ ซอ กลอง ยาว อสี าน ฉง่ิ ฉาบ ฆ้อง และกรับ ภายหลังเพ่ิมเตมิ โปงลางและโหวดเขา้ มาดว้ ย ส่วนกลมุ่ อีสานใต้ ได้รับอิทธิพลไทยเขมร มีการละเล่นทีเ่ รยี กว่า เรอื ม หรอื เร็อม เชน่ เรือมลูดอันเร หรอื รำก ระทบ สาก รำกระเนบ็ ติงต็อง หรอื ระบำต๊ักแตน ตำขา้ ว รำอาไย หรือรำตดั หรอื เพลงอีแซวแบบภาคกลาง วงดนตรี ทใี่ ชบ้ รรเลง คือ วงมโหรอี ีสานใต้ มีเครอื่ งดนตรี คือ ซอดว้ ง ซอดว้ ง ซอครวั เอก กลอง กนั ตรึม พิณ ระนาด เอกไม้ ปีส่ ไล กลองรำมะนาและเครื่องประกอบจงั หวะ 4 การแสดงพ้ืนเมืองภาคใต้ เปน็ ศลิ ปะการรำและการละเล่นของชาวพ้นื บ้านภาคใต้อาจ แบ่ง ตามกลมุ่ วัฒนธรรม 2 กล่มุ คือ วฒั นธรรมไทยพุทธ ไดแ้ ก่ การแสดงโนรา หนงั ตะลุง เพลง บอก เพลงนา และ วฒั นธรรมไทยมุสลมิ ได้แก่ รองเงง็ ซำแปง มะโยง่ (การแสดงละคร) ลเิ ก ฮลู ู (คล้ายลเิ กภาคกลาง) และซิละ มี เครอื่ งดนตรีประกอบที่สำคัญ เชน่ กลองโนรา กลอง โพน กลองปดื โทน ทบั กรับพวง โหมง่ ปก่ี าหลอ ปี่ไหน รำมะนา ไวโอลนิ อัคคอรเ์ ดยี น ภายหลังได้มีระบำท่ปี รับปรุงจากกิจกรรมในวถิ ีชวี ติ ศิลปะตา่ งๆ เข่น ระบำ ร่อนแร่ การีดยาง ปาเตะ๊ เป็นตน้ เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 38
แบบทดสอบหลังเรยี น คำส่ัง ให้เลอื กคำตอบที่ถูกต้องทสี่ ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว 1. เส้นขดใหค้ วามรสู้ ึกอย่างไร ข. ตืน่ ตา ก. มนึ งง ง. ออ่ นโยน ค. นา่ กลัว 2. วิวัฒนาการทางศิลปะเนน้ ศกึ ษาดา้ นใดมากท่สี ดุ ข. การบนั ทึกเร่ืองราวด้านศลิ ปะสมยั ใหม่ ก. การคน้ คว้าหาข้อมลู โดยละเอียด ง. การคน้ หาแหลง่ อารยธรรมของศิลปะชนดิ ต่าง ๆ ค. การกำเนิดและแหล่งกำเนดิ ของศิลปะยคุ ต่าง ๆ 3. ขอ้ ใดคอื กระบวนการสรา้ งสรรค์ศิลปะตามลำดบั ท่ีถูกต้อง ก. ศิลปะ-มนุษย-์ ส่งิ แวดลอ้ ม-เกดิ จนิ ตนาการสรา้ งสรรค์ ข. มนุษย-์ ส่ิงแวดลอ้ ม-เกดิ จนิ ตนาการสร้างสรรค์-ศิลปะ ค. ศลิ ปะ-สิง่ แวดล้อม-มนษุ ย-์ เกดิ จนิ ตนาการสร้างสรรค์ ง. เกดิ จินตนาการสรา้ งสรรค์-ศลิ ปะ-มนษุ ย-์ สง่ิ แวดล้อม 4. ข้อใดไม่ใชอ่ งคป์ ระกอบงานศลิ ปะที่นำความงามของธรรมชาตมิ าสรา้ งสรรคผ์ ลงาน ก. รูปแบบ ข. เทคนิค ค. เนอื้ หา ง. ความถกู ต้อง 5. ข้อใดไม่ใชแ่ ม่พมิ พจ์ ากวสั ดุธรรมชาติ ข. เปลอื กหอย ก. ตะแกรงลวด ง. ใบไม้ ค. เปลอื กไม้ 6. ขอ้ ใดไมใ่ ชพ่ น้ื ฐานการสร้างสรรค์งานศลิ ปะด้วยจนิ ตนาการ ก. การเกิดแรงบนั ดาลใจ ข. การมแี รงจงู ใจจากค่าจา้ ง ค. การสัมผสั รบั รธู้ รรมชาตสิ ิง่ แวดลอ้ ม ง. การสัง่ สมประสบการณแ์ ละความชำนาญ 7. พฤติกรรมในข้อใดสามารถนำไปใช้ในการดำรงชวี ติ และเปน็ ภูมปิ ญั ญาดา้ นทศั นศิลป์ของไทย ก. ยุทธนา ชอบเล้ยี งสตั ว์จงึ ทำศนู ยเ์ ศรษฐกจิ พอเพียง ข. แก้วตา เปน็ ช่างแกะสลักไมจ้ ึงทำเปน็ ศูนยง์ านศลิ ป์ ค. โสภา มอี าชีพเสริมสวย หาเวลาวา่ งทำอาชพี ขายประกนั ง. สมถวิล เป็นคนรกั สุขภาพจงึ ปลกู ผกั ปลอดสารพิษขาย 8. “รำมะนา” เปน็ เครอ่ื งดนตรปี ระเภทใด ข. สี ก. ดดี ง. เป่า ค. ตี 9. ขอ้ ใดเปน็ เครือ่ งดนตรไี ทยประเภทเครื่องดดี ข. ตะโพน ก. ซงึ ง. โทนชาตรี ค. เปงิ มาง 10. เคร่ืองดนตรชี นิดใดทีใ่ ชป้ ระกอบการขบั เสภา ข. เครอ่ื งตี ก. เครือ่ งสี ง. เครือ่ งเป่า ค. เครื่องดดี เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 39
11. ข้อใดไม่ใชจ่ ุดประสงค์หลักของการดูแลรักษาเครื่องดนตรี ข. เพ่ือรักษาเครอื่ งดนตรใี ห้มีความสะอาดอยเู่ สมอ ก. เพอ่ื ยืดอายุการใชง้ านของเคร่ืองดนตรี ง. เพือ่ รกั ษาเสยี งของเครอ่ื งดนตรใี ห้มคี ณุ ภาพอย่เู สมอ ค. เพ่ือปอ้ งกันความเสียหายอันจะเกิดแกเ่ ครื่องดนตรี 12. ข้อใดที่แสดงถึงความรักความหวงแหนดนตรีไทยได้ถูกตอ้ งทส่ี ดุ ก. ฝึกดนตรเี พอ่ื หาเลยี้ งชีพ ข. เรียนรใู้ นบางเรอ่ื งทสี่ นใจ ค. ศกึ ษาเรยี นรู้ดนตรใี หร้ ถู้ งึ คณุ คา่ ทแ่ี ทจ้ รงิ ง. นำดนตรีสากลมาประยกุ ตใ์ ชเ้ พอ่ื ให้เกิดความทันสมยั 13. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของนาฏศลิ ปไ์ ทย ข. มดี นตรีประกอบท่ชี ัดเจน ก. เนื้อเรือ่ งมาจากวรรณคดไี ทย ง. มีการแตง่ กายทงี่ ดงาม ค. มที ่ารำทง่ี ดงามออ่ นช้อย 14. เพลงงามแสงเดือน ใช้ทา่ รำใด ข. สอดสร้อยมาลา ก. แขกเตา้ เข้ารัง ง. สอดสร้อยมาลาแปลง ค. ชกั แป้งผัดหน้า 15. ชอ่ื ของการรำโทน ทีม่ มี าจากอะไร ข. จำนวนผรู้ ำ ก. ท้องถ่ินกำเนดิ ง. บทรอ้ งประกอบการรำ ค. เคร่ืองดนตรีหลัก 16. ปัจจุบนั ไดม้ ีการนำรำวงมาตรฐานมาใชก้ ับผสู้ งู อายุ เพ่อื ประโยชนใ์ นด้านใด ก. เพอ่ื ความเพลดิ เพลิน ข. เพอ่ื ใช้ออกกำลังกาย ค. เพอ่ื อนรุ ักษ์ภมู ิปัญญาไทย ง. เพื่อใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ 17. ข้อใดเปน็ เพลงพ้ืนบ้านของภาคอีสาน ข. ซอพระลอ ก. เพลงบอก ง. เพลงเกย่ี วขา้ ว ค. หมอลำเพลิน 18. ข้อใดเปน็ ลกั ษณะเพลงพ้นื บา้ นของภาคกลาง ก. อ่อนช้อย เนบิ นาบ เช่อื งชา้ ตามวฒั นธรรมของไทย ข. ขึงขัง มีจงั หวะสนกุ สนาน ส่อื ถงึ ความสำเรจ็ ของการทำงาน ค. ขงึ ขัง เร่งเร้า เปน็ จงั หวะ แสดงถงึ ลักษณะชีวิตความเปน็ อยู่ ง. เร่งรบี สลบั เนิบนาบ ตามประเพณีของภาคกลาง 19. ผ้ทู ส่ี วมบทบาทของตัวละครไทยในการถ่ายทอดเรอ่ื งราว ความรู้สึกนึกคดิ ในบทละคร ไปส่ผู ้ชู มคือใคร ก. ผแู้ สดง ข. ผู้กำกับเวที ค. ผู้กำกบั การแสดง ง. ผอู้ ำนวยการสรา้ ง 20. ขอ้ ใดเป็นการนำนาฏศลิ ปไ์ ทยไปประยกุ ต์ใชก้ บั การประกอบอาชีพในภาคใต้ ก. ลิเก ข. ลำตดั ค. หมอลำซ่ิง ง. หลังตะลงุ เอกสารประกอบการปรบั พ้ืนฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 40
สาระการเรยี นรู้ การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคัม ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอโชคชยั …………………………………………………………………………………………………………………………………………. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น คำส่ัง ใหเ้ ลอื กคำตอบที่ถกู ต้องทส่ี ุดเพียงคำตอบเดียว 1. เหตผุ ลในขอ้ ใดทเี่ จา้ ชายสทิ ธัตถะเสดจ็ ออกผนวช ข. เบอ่ื หนา่ ยชีวิตทางโลก ก. การเกดิ แก่เจบ็ ตาย ง. สัตวโ์ ลกย่อมเป็นไปตามกรรม ค. เพื่อแสวงหาหนทางดับทกุ ข์ 2. ข้อใดคือหลักธรรมสาํ หรบั การพัฒนาตนเองที่ทุกศาสนายึดถอื เปน็ ข้อปฏบิ ตั ิตน ก. ความกล้าหาญ ข. การละเว้นความช่วั ค. การแสวงหาความรู้ ง. ความกตญั ญกู ตเวที 3. หลกั ธรรมข้อใดเปน็ หลักธรรมประจําใจท่ชี ่วยให้เราดาํ รงชวี ติ อยอู่ ย่างประเสรฐิ และบรสิ ุทธิ ก. อรยิ สัจ 4 ข. อิทธิบาท 4 ค. สงั คหวัตถุ 4 ง. พรหมวิหาร 4 4. ขอ้ ใดเป็นประโยชน์ของการน่ังสมาธมิ ากทสี ุด ข. มีสุขภาพแขง็ แรง ก. มีบคุ ลกิ ภาพทดี่ ี ง. มีความคิดรอบครอบมากขน้ึ ค. มีความรกั สามัคคี 5. วนิ ยั เปน็ หวั หนา้ พนกั งานควรเลือกหลักธรรมในข้อใดมาปฏิบตั กิ บั พนักงานในปกครอง ก. พรหมวิหาร 4 ข. อทิ ธิบาท 4 ค. ทิศ 6 ง. ศลี 5 6. วัฒนธรรมไทยดา้ นการแต่งกายตง้ั แตใ่ นอดีตมานัน คนไทยมเี อกลักษณด์ า้ นการแตง่ กายโดยเน้นผา้ ชนดิ ใด ก. ผ้ายุโรป ข. ผ้าปักเลือม ค. ผา้ ไหมพรม ง. ผา้ ไหมทอมอื 7. ประเพณี วฒั นธรรมความเปน็ อยขู่ องชาวลาวคล้ายกับภาคใดของไทย ก. ภาคใต้ ข. ภาคกลาง ค. ภาคเหนือ ง. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ 8. บุคคลใดมสี ว่ นรว่ มในการอนรุ กั ษแ์ ละสืบทอดวฒั นธรรม ประเพณีไทย ก. สุนีย์ จัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดทีบ่ า้ น ข. สนุ นั กับเพือ่ นไปสวดมนตท์ ่ีวัดทกุ วันพระ ค. สุพจน์พาครอบครัวไปรับประทานอาหารนอกบา้ น ง. สจุ ติ ราชวนเพ่ือนไปฉลองวันข้นึ ปใี หมท่ ส่ี ถานบนั เทงิ 9. ข้อใดเป็นการมสี ว่ นร่วมในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมไทย ข. คนภาคกลางนิยมแตง่ กายตามสากลนิยม ก. คนภาคใต้สอนวิธกี ารทําผ้าบาตกิ ง. คนภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือใช้ผ้าพ้นื เมอื งในการแต่งกาย ค. คนภาคเหนือผลติ ชุดชาวเลสง่ ขายตา่ งประเทศ เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 41
10. นักศกึ ษาควรปฏิบตั ติ นอยา่ งไรทแ่ี สดงถึงการช่วยสบื ทอดวฒั นธรรมและประเพณพี ื้นบา้ นทก่ี ําลังจะถูกลืมไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ก. ฝกึ อาสาสมคั รหมูบ่ า้ นใหเ้ ปน็ ผนู้ าํ หรอื ตัวแทนเพ่ือเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณที ีถ่ ูกต้อง ข. จดั แสดงนทิ รรศการด้านวัฒนธรรมและประเพณีพืน้ ฐานในแตล่ ะท้องถน่ิ ค. เสนอโครงการรณรงคอ์ นรุ กั ษว์ ัฒนธรรมประเพณีพ้นื บา้ น ง. เข้าร่วมในกจิ กรรมประเพณพี ้ืนบา้ นที่จัดข้ึน 11. ข้อใดเป็นแบบอยา่ งในการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมประเพณอี นั ดงี ามของสังคมไทย ก. มานไี ปเยย่ี มเพ่อื นทโ่ี รงพยาบาล ข. มาลรี ดน้าขอพรจากพ่อแม่ในวนั สงกรานต์ ค. มาลยั ไปสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาจากวดั ชื่อดัง ง. มานะท่องเท่ยี วท่วั ไทยในวนั หยดุ กับครอบครวั 12. บคุ คลใดนาํ วฒั นธรรมตา่ งชาติมาใช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม ข. กอ้ ย ใสเ่ สอื้ กนั หนาวที่มีขนระบายทีค่ อ ก. เก๋ ใช้กระเปา๋ แบรนดเ์ นมของแท้ ง. สุชาติ สวมสูทไปร่วมงานแตง่ งานทโี่ รงแรมหรู ค. แกว้ พาครอบครวั ไปรบั ประทาน”ซูช”ิ ท่ีรา้ นอาหาร 13. บุคคลใดทีป่ ฏบิ ัติตามคา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการไดอ้ ย่างเหมาะสม ก. ปลื้มจติ ทอ่ งค่านิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการทกุ วนั ข. สมพงษ์ แสดงละครคา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ ค. สมเจตน์ เข้าค่ายอบรมค่านยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ ง. สมหมาย ประกอบอาชพี สจุ รติ มคี วามขยัน ซือ่ สตั ย์ อดทน 14. กิจกรรมข้อใดแสดงถงึ ค่านยิ มจากต่างประเทศ ก. ผู้หญิงแต่งงานแล้วใชน้ ามสกลุ ตัวเอง ข. ก่อนแตง่ งานควรลองใชช้ ีวิตอยูร่ ่วมกนั กอ่ น ค. ไปทาํ บญุ ทุกวนั พระและวันสําคัญต่าง ๆ ง. การมอบดอกกหุ ลาบในวนั แหง่ ความรัก 15. ขอ้ ใดเปน็ วิธีการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาท่ีดที สี่ ุดเกีย่ วกับเรอื่ งการลกั ขโมยในสงั คมไทย ก. โฆษณารณรงค์ ข. ศึกษาสภาพปัญหาต่าง ๆ ค. ควบคมุ ราคาสินคา้ ภายในประเทศ ง. พัฒนาคุณภาพประชากรด้านประชาธิปไตย 16. ขอ้ ใดแสดงถึงสาระสําคญั ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550 21. รฐั ธรรมนญู ฉบบั พุทธศักราช 2540 ประชาชนไดร้ บั ประโยชนอ์ ะไรเปน็ สาํ คญั ก. ทหารและกองทัพมบี ทบาทสาํ คญั ในการปกครองประเทศ ก. ประชาชนมเี สรภี าพอยา่ งกว้างขวาง ข. รฐั ผูกขาดอํานาจและลดสิทธเิ สรีภาพของประชาชน ข. ประชาชนมสี ว่ นร่วมในการรา่ งรัฐธรรมนูญ ค. ผ้ทู ่จี ะดาํ รงตําแหนง่ นายกรฐั มนตรตี ้องเป็นสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร (สส.) ค. ประชาชนมสี ว่ นร่วมในการ ปกครองทอ้ งถ่ิน ง. ความตนื่ ตวั ในภาคประชาชนทเ่ี ขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการบริหารจัดการประเทศ ง. ประชาชนสามารถตรวจสอบการ ทาํ งานของรฐั บาล เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 42
17. ข้อใดหมายถึงบทบาทหน้าทขี่ ององค์กรกลาง 22. ข้อใดแสดงถึงหลกั การสําคญั ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย ก. ตรวจสอบการใช้อาํ นาจรัฐ ก. การเปิดอภิปรายทั่วไปไดต้ ามวาระ ข. ตรวจสอบความประพฤตขิ องผดู้ าํ รงตาํ แหน่งทางการเมอื ง ข. การตง้ั กระทู้ถามไดข้ ณะประชุมสภาผแู้ ทนราษฎร ค. ตรวจสอบการทาํ งานขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นท้องถ่นิ ค. การถอดถอนนายกรัฐมนตรอี อกจากตําแหนง่ ไดท้ ุกเม่อื ง. ดําเนนิ การตรวจสอบ ตดิ ตามการทํางานของบุคคล คณะบุคคล หนว่ ยงานภาครฐั และเอกชน ง. เป็นกฎหมาย สงู สุดของประเทศอนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข 18. องค์การตามรัฐธรรมนญู ในขอ้ ใดท่มี ีสถานะตา่ งไปจากข้ออ่นื 23. ข้อใดคอื หนา้ ทีข่ องประชาชนตามทก่ี ําหนดใน รฐั ธรรมนญู ก. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ข. คณะกรรมการการเลือกต้งั การตรวจเงินแผน่ ดนิ ค. คณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชนแหง่ ชาติ ง. การรักษาความสงบสุขของชุมชน 19. ข้อใดแสดงถึงความเปน็ มาและการเปล่ียนแปลงของรฐั ธรรมนญู ก. สมชาย แปลงสญั ชาตมิ าแล้ว 4 ปี ก. กล่มุ ผมู้ ีอํานาจทางการเมอื งแตกแยกกันเอง ข. ประชาชนได้รบั บรกิ ารในสง่ิ ทีเ่ ป็นปจั จยั พ้ืนฐานของการดาํ รงชีวติ ค.การมรี ะบบคุ้มครองสาํ หรบั ผูก้ ระทําผดิ โดยยงั ไมไ่ ดร้ ับการไต่สวน ง. การมีระบบยตุ ธิ รรมที่มีวธิ กี ารลงโทษในทางทารุณกรรม เพอ่ื ใหร้ บั สารภาพ 20. ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ าเหตุของการเปลยี่ นแปลงรฐั ธรรมนญู ก. หลกั การและวธิ ีการของรัฐธรรมนูญฉบบั เดิมไมเ่ หมาะสม ข. เกดิ สภาวะเศรษฐกิจ การเมอื ง และสงั คมของสถานการณ์ขณะนน้ั ค. การปกครองดว้ ยระบอบประชาธปิ ไตยทําให้ประชาชนมีสทิ ธิเสรภี าพมากขึ้น ง. การคุ้มครองบคุ คลจากการนาํ ขอ้ มลู ส่วนบุคคลไปหาประโยชน์โดยมชิ อบ เอกสารประกอบการปรับพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 43
ใบความรู้ เอกสารประกอบการปรับพ้ืนฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 44
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 45
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 46
เอกสารประกอบการปรบั พื้นฐาน ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 47
Search