Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ลอยกระทง

ลอยกระทง

Published by sueksa756, 2021-11-11 02:06:31

Description: ลอยกระทง

Search

Read the Text Version

เทศบาลเมอื งเขลางค์นคร

เทียนไสวใจสวา่ งกลางสายน้า รวมลา้ นา้ ความคิดอธษิ ฐาน กระทงเจมิ จา้ รัสชัชวาล ส่องสนานสายนา้ ย้าสอ่ งใจ เนาวรัตน์ พงษไ์ พบูลย์ ศลิ ปินแห่งชาติ

สารบญั : Content ลอยกระทง หน้า ความเปน็ มาของประเพณีลอยกระทง 1 ประเพณีลอยกระทงในภาคเหนือ 1-6 วัตถุประสงคข์ องการลอยกระทง ๗ -9 สาระของประเพณีลอยกระทง ๑0-11 คณุ คา่ ของประเพณีลอยกระทง ๑2 กิจกรรมที่เบย่ี งเบนไป 13-๑๔ กิจกรรมทีพ่ ึงปฏิบัติ ๑๕-16 ลอยกระทงวถิ ใี หม่ ๑7-18 บทสรุป ๑9-22 ประเพณีลอยกระทงเทศบาล 23-24 เมืองเขลางค์นคร ในปที ี่ผา่ นมา 25-26

ลอยกระทงลอยกระทง ๑ ความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง ลอยกระทง เป็นพิธีกรรมร่วมกันของผู้คนใน ชุมชนท้ังสุวรรณภูมิ หรือภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ที่มีมาแต่ยุคดึกดาบรรพ์ เพ่ือขอขมาต่อ ธรรมชาติ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่าลอย กระทงเริ่มมีมาแต่เม่ือไร แตพ่ ิธีกรรมเกี่ยวกับ “ผี” ผู้ มอี านาจเหนอื ธรรมชาติ มอี ยกู่ ับผู้คนในชมุ ชนสวุ รรณ ภูมไิ มน่ อ้ ยกวา่ ๓,๐๐๐ ปีมาแลว้ ตัง้ แต่ก่อนรับศาสนา พุทธ-พราหมณ์จากอินเดีย ผีสาคัญยุคแรกๆ คือ ผีน้า และ ผีดิน ซึ่ง ตอ่ มาเรียกชื่อด้วยคายกย่องว่า “แมพ่ ระคงคา” กับ “แม่พระธรณี” มีคาพ้ืนเมืองนาหน้าว่า “แม่” ทีห่ มายถึง ผเู้ ปน็ ใหญ่

ลอยกระทง ๒ ผู้คนในสุวรรณภูมิรู้ว่าที่มีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะ น้า และ ดิน เป็นสาคัญ และ น้า เป็น ส่ิงสาคัญที่สุด ดังน้ัน เมอ่ื คนเรามีชวี ิตอยู่รอดได้ปีหนึง่ จึงทาพิธขี อขมา ที่ได้ล่วงล้าก่าเกินโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น เหยียบย่า ถ่ายของเสยี หรือทาสิง่ อืน่ ใดทีไ่ มเ่ หมาะสมเสียครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกนั กท็ า พธิ ีบชู าพระคณุ ไปพร้อมกัน ด้วยการใช้วัสดุที่ลอยน้าได้ใส่เครื่องเซ่นไหว้ ให้ลอยไปกับน้า อาทิ ต้นกล้วย กระบอกไม้ไผ่ กะลามะพร้าว ฯลฯ และชว่ งเวลาที่เหมาะสม ทีค่ นเรา เรียนรจู้ าก ประสบการณ์ธรรมชาติ คือ ส้นิ ปีนักษัตรเกา่ ขึน้ ปีนกั ษัตรใหม่ ตามจนั ทรคตทิ ี่มี ดวงจนั ทร์เปน็ ศูนย์กลาง เพราะเปน็ สง่ิ ทมี่ อี านาจทา ให้เกิดนา้ ขนึ้ น้าลง ซึง่ วนั สน้ิ ปีนักษตั รเก่า กค็ ือ วนั เพญ็ ขึ้น ๑๕ คา่ กลางเดือน ๑๒

ลอยกระทง ๓ หลังจากรับศาสนา พุทธ-พราหณ์ จาก อินเดียเม่ือราว ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว ราชสานักโบราณ ในสุวรรณภูมิ ก็ได้ปรับพิธีกรรม “ผี” เพ่ือขอขมาน้า และดินให้เข้ากับศาสนาที่รับเข้ามาใหม่ ทาให้ ความหมายเดิมเปล่ียนไปกลายเป็นการลอยกระทง เพ่ือบูชาพระพุทธเจ้าและเทวดา ซึ่งในส่วน นี้ มีพยานหลักฐานเก่าสุด คือ รูปสลักพิธีกรรมทางน้า คลา้ ยลอยกระทงทีป่ ราสาทหินบายนในนครธม ทาขึ้น ราวหลัง พ.ศ. ๑๗๐๐ แต่สาหรับชุมชนชาวบ้านท่ัวไป ก็ยังเข้าใจเหมือนเดิม คือ ขอขมาแม่พระคงคา และ แม่พระธรณี ดังมีหลักฐานปรากฏอยู่ในเอกสารของ ลาลูแบร์ ชาวฝรั่งเศส ที่บันทึกพิธีชาวบ้านในกรุงศรี อยุธยาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเอาไว้หลาย ตอน สาหรับราชสานักกรุงศรีอยุธยา ที่อยู่บริเวณ ที่ราบลุ่มน้า และมีน้าท่วมนานหลายเดือน ก็เป็น ศูนย์กลางสาคัญที่จะสร้างสรรค์ประเพณีเกี่ยวกับน้า ขึน้ มาให้เปน็ “ประเพณหี ลวง” ของราชอาณาจกั ร

ลอยกระทง ๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นช่วงที่บ้านเมืองมั่นคง การศึกสงครามลดลงเกือบ ห ม ด ก า ร ค้ า ก็ มั่ ง ค่ั ง ขึ้ น โ ด ย เ ฉ พ า ะ กั บ จี น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ฟ้ืนฟู ประเพณีพิธีกรรมสาคัญ จึงได้ทรงพระราชนิพนธ์ หนังสือตาราท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือ นางนพมาศ ขึ้น มา โด ย สมมุติใ ห้ ฉ า ก ข อ งเรื่อ งเกิดขึ้น ใ น ยุคพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย ซึ่งตาราดังกล่าวได้พูดถึง นางนพมาศว่าเป็นพระสนมเอกของพระร่วง ที่ได้คิด ประดษิ ฐ์กระทงใบตอง เปน็ รูปดอกบัวกมทุ ขึ้น ด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษที่บานในเวลากลางคืน เพยี งปีละคร้ัง

ลอยกระทง ๕ สมควรทาเป็นกระทงแต่งประทีปลอยไป ถวายสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งเม่ือพระร่วงเจ้าได้ ทอดพระเนตรเห็นก็รับสั่งถามถึงความหมาย นางก็ได้ ทูลอธิบายจนเป็นที่ พอพระราชหฤทัย พระองค์จึงมี พระราชดารัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลาดับ กษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกาหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน ๑๒ ให้ทาโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศ สักการบูชาพระพุทธบาทน้มมทานที ตราบเท่า กัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดกระทงทาด้วยใบตอง แทนวัตถุอื่นๆ แล้วนิยมใช้ลอยกระทงมาแต่คราวนั้น ตราบจนทกุ วันนี้

ลอยกระทง ๖ ยุคต้นกรงุ รัตนโกสนิ ทร์จึงมีปรากฏชัดเจนใน พระราชพงศาวดารแผ่นดิน รัชกาลที่ ๓ ฉบับ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ และเรื่องนางนพมาศ พระราช นิพนธ์รัชกาลที่ ๓ ซึ่งก็หมายความว่า คาว่า “ลอย กระทง” เพ่งิ ปรากฏในตน้ กรงุ รตั นโกสนิ ทรน์ ีเ้ อง อนึ่ง ประเพณีลอยกระทงที่ทาด้วยใบตองใน ระยะแรก จากัดอยู่แต่ในราชสานัก กรุงเทพฯ เท่าน้ัน ซึ่ ง มี ร า ย ล ะ เ อี ย ด พ ร ร ณ า อ ยู่ ใ น ห นั ง สื อ พ ร ะ ร า ช พงศาวดาร รัชกาลที่ ๓ ว่ากรมหม่ืนอัปสรสุดาเทพ ราชธิดาองค์โปรด ไดแ้ ตง่ กระทงเลน่ ทกุ ปี เม่ือนานเข้า ก็เริ่มแพร่หลายสู่ราษฎรในกรุงเทพฯ แล้วขยายไปยัง หัวเมืองใกลเ้ คียงในบริเวณที่ราบลมุ่ แม่น้า เจ้าพระยา และกวา่ จะเปน็ ทน่ี ยิ มแพร่หลายทวั่ ประเทศกป็ ระมาณ ปี พ.ศ.๒๕๐๐ หรือก่อน หน้านั้นไม่นานนัก ส่งผลให้ เกิด “เพลงลอยกระทง” ในจังหวะของสุนทราภรณ์ ที่ เผยแพร่ผ่านทางวิทยุกระจายเสียง จนในที่สุด ลอยกระทงก็ถือเป็นประเพณีที่สาคัญของคนไทย ทัว่ ประเทศ (ขอ้ มูลจากเอกสารเผยแพร่ชื่อ “ลอยกระทง ขอขมาธรรมชาติ” ของสุจติ ต์ วงษ์เทศ เรียบเรียงโดย ทัศชล เทพกาปนาท)

ลอยกระทง ๗ ประเพณลี อยกระทง ภาคเหนอื การลอยกระทงของชาวเหนือ นิยมทากันใน เดอื นยี่เป็ง (คือเดือนยี่หรือเดือนสอง เพราะนับวันเร็ว กว่าภาคอื่น ๒ เดือน) เพ่ือบูชาพระอุปคุตต์ซึ่งเชื่อกัน ว่าท่านบาเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก หรือ สะดือทะเล ตรงกับคติของชาวพม่า แตใ่ นปัจจุบันได้มี การจัดงานในวันขึ้น ๑๕ ค่า เดือน ๑๒ โดยจัดเป็น ประเพณยี ิง่ ใหญใ่ นหลายจังหวัด ล่องสะเปา เป็นประเพณีด้ังเดิมของจังหวัด ลาปาง ซึ่งคล้ายกับประเพณีลอยกระทงของจังหวัด อื่นๆ ในเมืองไทย การล่องสะเปา เป็นวัฒนธรรมอัน เกา่ แก่ที่มีเฉพาะจงั หวดั ลาปาง

ลอยกระทง ๘ ประเพณลี อยกระทง ภาคเหนอื ล่องสะเปาจาวละกอน ล่องสะเปาเป็นภาษาพ้ืนเมือง หมายถึง การนาเรือสาเภาลอยไปตามลาน้า ส่วนคาว่า จาวละกอน นน้ั กห็ มายถึง ชาวลาปางน่ันเอง สะเปา มีรูปร่างคลา้ ย เรือสาเภา ทามาจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งไม่ทาลาย ส่ิงแวดล้อม เช่น ต้นกล้วย ใบตอง มะละกอ ไม้ไผ่ ตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้ กระดาษสี ในสะเปา จะใส่เครื่องนุ่งห่ม อาหารคาวหวาน ยาสูบ หมาก พลู ดอกไม้ ธปู เทียน ฯลฯ ลงไปดว้ ย ล่องสะเปา เป็นประเพณีที่มาจากความเชื่อ ว่าเป็นการนาส่ิงของเดินทางไปด้วยเรือสาเภา เพ่ือ เตรียมไว้ใช้สาหรับภพหน้า และยังถือว่าเป็นการ ฝากกุศลไปหาดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ นอกจากน้ันยัง ถือเป็นการลอยทุกข์โศก เป็นการบูชาและขอขมา แม่น้าอีกดว้ ย (ขอ้ มูลจากศนู ย์สนเทศภาคเหนอื สานักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสานกั งานวัฒนธรรมจังหวดั ลาปาง)

ลอยกระทง ๙

ลอยกระทง ๑๐ วตั ถปุ ระสงคข์ องการลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีที่สาคัญ สืบทอดกันมาต้ังแต่โบราณของไทย ที่ยึดถือปฏิบัติ สืบเนื่องกันมา นิยมทากันในคืนวันเพ็ญเดือน ๑๒ โดยมีวัตถุประสงค์หลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเพณี ความเชอ่ื ของแตล่ ะทอ้ งถิน่ ๑. เพ่อื บชู าพระพทุ ธเจา้ ในวันเสดจ็ กลับจากเทวโลก เมอ่ื ครง้ั เสด็จไปจาพรรษา อย่บู นสวรรคช์ ั้นดาวดงึ ส์ เพอ่ื ทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพุทธมารดา ๒. เพ่อื สกั การะรอยพระพทุ ธบาทของพระพทุ ธเจา้ ที่ประทบั รอยพระบาท ประดษิ ฐานไว้บนหาดทราย ที่ริมฝ่ังแม่นา้ นมั มทานที ในประเทศอินเดยี ๓. เพ่อื บูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ ชนั้ ดาวดงึ ส์ ซึ่งเป็นทีบ่ รรจพุ ระเกศาของพระพทุ ธเจ้า ๔. เพ่อื บชู าพระอุปคตุ ตเถระทบี่ าเพญ็ เพียรบรกิ รรม คาถาอยู่ในทอ้ งทะเลลึก หรือ สะดือทะเล ซึ่งตาม ตานานเล่าว่า เป็นพระมหาเถระรปู หนงึ่ ทมี่ อี ิทธิฤทธิ์ มาก สามารถปราบพญามารได้

ลอยกระทง ๑๑ วัตถุประสงคข์ องการลอยกระทง ๕. เพ่อื บชู าพระผูเ้ ป็นเจ้า คือ พระนารายณซ์ งึ่ บรรทม สนิ ธ์ุอยูใ่ นมหาสมทุ ร ๖. เพอ่ื บูชาท้าวพกาพรหมบนสวรรค์ชนั้ พรหมโลก ๗. เพ่อื แสดงความสานึกบญุ คณุ ของนา้ ที่ได้นามากิน มาใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั รวมท้ัง ขอขมา ลาโทษในการทาใหแ้ หลง่ นา้ น้นั ๆ ไม่สะอาด ๘. เพือ่ ลอยเคราะหห์ รอื สะเดาะเคราะห์ คล้ายกบั พธิ ีลอยบาปของพราหมณ์ ๙. เพอ่ื อธิษฐานขอในสิง่ ทตี่ นปรารถนา ๑๐. เพอ่ื เปน็ การระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรษุ ทีล่ ว่ งลับไปแลว้

ลอยกระทง ๑๒ สาระของประเพณลี อยกระทง กตัญญรู ู้คุณ : ความหมายที่ดงี ามของประเพณลี อย กระทง ความกตัญญู เป็นค่านิยมสาคัญที่คนไทย ทุกกลุ่มยึดถือ คนไทยโบราณเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการขอขมานา้ หรือแม่คงคา ซึง่ หลอ่ เล้ยี งชีวิตและ อานวยประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้าด่ืม น้าอาบ น้าใช้ หรือน้าที่หล่อเล้ียงพืชพันธ์ุธัญญาหาร ด้วย ความสานึกในบุญคุณของน้าจึงได้แสดงความกตัญญู ขึน้ ปีละครัง้ นอกจากนี้ คนไทยบางกลุ่มยังมีความเชื่อ ที่ต่างกันออกไป เช่นเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการ แสดงความกตัญญูต่อพระพุทธเจ้า บางกลุ่มก็เชื่อว่า เป็นการลอยเพ่ือบูชาบรรพบุรุษ แต่ไม่ว่าแต่ละกลุ่ม จะมีความเชื่อเช่นไร ความหมายรวมของประเพณีนี้ ก็ คือ ค ว า มก ตัญ ญู ซึ่ ง เป็ น คุณ ธ ร ร มที่ เป็ น คุ ณ ลกั ษณะเฉพาะของคนไทยโดยแท้

ลอยกระทง ๑๓ คุณคา่ ของประเพณลี อยกระทง ๑. คุณค่าต่อครอบครัว ทาให้สมาชิกใน ครอบครัวได้ทากิจกรรมร่วมกัน เช่น การประดิษฐ์ กระทงแล้วนาไปลอยน้า เพ่ือแสดงความกตัญญู กตเวทีต่อน้าที่ให้คุณประโยชน์ บางท้องถิ่นจะลอย เพ่อื แสดงการราลึกถึงบรรพบุรุษ ๒. คุณค่าต่อชุมชน ทาให้เกิดความสมัคร สมานสามัคคีในชมุ ชน เช่น รว่ มกนั คิดประดิษฐ์กระทง เป็นการส่งเสริมและสืบทอดศิลปกรรมด้านช่างฝีมือ และยังเป็นการพบปะสังสรรค์สนุกสนานรื่นเริงบันเทิง ใจร่วมกนั

ลอยกระทง ๑๔ คณุ คา่ ของประเพณลี อยกระทง ๓. คุณค่าต่อสังคม ทาให้มีความเอื้ออาทร ต่อส่ิงแวดล้อม ด้วยการช่วยกันรักษาความสะอาด แม่นา้ ลาคลอง ๔. คุณค่าต่อศาสนา ถือเป็นการทานุบารุง พระพุทธศาสนา เช่นทางภาคเหนือเชื่อว่าการลอย กระทง เพ่ือเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทของ พระพุทธเจ้า และยังจัดให้มีการทาบุญ ทาทาน การ ปฏิบตั ธิ รรมและฟงั เทศน์ดว้ ย

ลอยกระทง ๑๕ กจิ กรรมทเ่ี บยี่ งเบนไป ๑. การจุดดอกไม้ไฟ ประทัด หรือพลุ โดยเฉพาะเด็ก และวัยรุ่นที่จุดเล่นกัน อย่างคึกคะนองไม่เป็นที่เป็น ทาง ไมร่ ะมดั ระวงั ไม่คานึงถงึ อนั ตรายที่อาจจะเกิดแก่ ผู้คน และยวดยานที่สัญจรไปมา และอาจเป็นสาเหตุ ใหเ้ กิดเพลิงไหมบ้ า้ นเรือนได้ ๒. การประกวดนางนพมาศ ไม่ควรให้ความสาคัญ มากเกินไปจนกลายเป็น กิจกรรมหลักของประเพณี ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่แก่นแท้ของประเพณี เป็นเพียง กิจกรรม ที่เสริมขึ้นมาภายหลัง เพ่ือให้เกิดความ สนกุ สนาน และเป็นส่งิ ดงึ ดูดนักทอ่ งเที่ยว

ลอยกระทง ๑๖ กิจกรรมทเ่ี บย่ี งเบนไป ๓. การประดิษฐ์กระทง สมัยก่อนใช้วัสดุพ้ืนบ้านที่มี อยู่ตามธรรมชาติ เช่น ใบตอง หยวกกล้วย ซึ่งเป็น วัสดุที่ย่อยสลายง่าย แต่ปัจจุบันกลับนิยมใช้วัสดุโฟม ซึ่งย่อยสลายยาก ทาให้แม่น้าลาคลอง สกปรกเน่า เหม็นและเกิดมลภาวะเป็นพษิ

ลอยกระทง ๑๗ กิจกรรมทพ่ี งึ ปฏบิ ตั ิ ๑. การทาความสะอาดแม่น้าลาคลอง ทั้งก่อนและ หลังเสร็จงานลอยกระทง เช่น การขุดลอกเก็บขยะ ในแม่น้าลาคลอง เปน็ ต้น ๒. การทาบุญทาทาน การฟังเทศน์ การปฏิบัติธรรม ตามประเพณขี องแตล่ ะทอ้ งถิน่ ๓. การประดิษฐ์กระทงใหญ่ กระทงเล็กด้วยวัสดุใน ทอ้ งถิ่น ๔. การจัดขบวนแห่กระทงจากหมู่บ้าน โรงเรียน หรือ ชุมชนตา่ งๆ

ลอยกระทง ๑๘ กจิ กรรมทพี่ งึ ปฏบิ ตั ิ ๕. การจัดกิจกรรมการประกวดต่างๆ เช่น การ ประกวดกระทง ประกวดโคมลอย สา หรับประกวด นางนพมาศตามความนิยมในสังคมปัจจุบันน้ัน ก็ สามารถปฏิบัติได้แตไ่ ม่ ควรใหค้ วามสาคญั มากเกินไป ๖. การนากระทงไปลอยในแมน่ า้ ลาคลอง ๗. การปล่อยโคมลอย ตามประเพณีของแต่ละ ทอ้ งถิ่นโดยเฉพาะทางภาคเหนือ 8. การละเล่นรื่นเริงตามท้องถิ่นนนั้ ๆ

ลอยกระทง ๑๙ “ลอยกระทง\" วถิ ใี หม่ นายอิทธิพล คุณปล้ืม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เม่ือเร็วๆนี้ ที่ประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ได้เห็นชอบแนวทาง และมาตรการรณรงค์ เพ่ือดาเนินการประเพณีลอยกระทง พ.ศ. 2564 ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทง\" วิถีใหม่ สืบสาน วัฒนธรรมไทย โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค โควิด-19 ขณะเดียวกันให้ร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมไทย เน้นอนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีลอยกระทง ที่ทรงคุณค่า สาระอันดีงามและการปฏิบัติตามแบบ ประเพณีวัฒนธรรมที่เหมาะสม ซึ่งสะท้อนถึงการ แสดงออกที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร มีน้าใจไมตรี ให้แก่กัน และการแสดงความกตัญญตู ่อ “น้า”

ลอยกระทง ๒๐

ลอยกระทง ๒๑

ลอยกระทง ๒๒

ลอยกระทง ๒๓ บทสรปุ ดว้ ยประวัติศาสตร์ ความเป็นมาอันยาวนาน ของประเพณีลอยกระทง ย่อมเป็นส่ิงแสดงให้เห็นว่า ประเพณนี ี้ มคี วามผูกพัน กบั วิถชี ีวติ ของชาวไทย มาต้งั แต่อดตี จวบจน กระท่งั ถึงปจั จบุ นั ทุกวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่า เดือน ๑๒ อันเป็น ช่ ว ง เ ว ลา ที่พร ะ จัน ท ร์ เ ต็ มดว ง ท อ แ สง น ว ลอ ยู่ เ ห นื อ ลาน้า และ ขณะเดียวกัน ณ ริมฝั่งน้า เราจะได้เห็น ภาพของประชาชนต่างพากันต้ังจิตอธิษฐาน เพ่ือขอ ส่ิงที่มุ่งหวัง และ ขอขมาแม่น้าที่หล่อเล้ียงชีวิต มาตลอดท้ังปีไปกับกระทงที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยความ งดงาม

ลอยกระทง ๒๔ บทสรปุ เม่ือแสงเทียนจากกระทงนับร้อยนับพันใบ ลอยกระทบผิวน้า เหมือนจะแข่งความสว่างไสวกับ แสงจันทร์วันเพ็ญ ได้ทาให้ความสวยงามของค่าคืน แห่งประเพณีลอยกระทงเป็นที่โจษจันไปทั่วโลก และ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาร่วมชื่นชม และสัมผัสกับ วัฒนธรรมประเพณีอันงดงามของไทย เราคนไทยจึง มิได้เป็นเพียงผู้ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่หากคือผู้ที่จะ ธารงรักษาสาระคุณค่าที่แท้จริง ของประเพณี ลอยกระทง ประเพณีที่แสดงถึงความกตัญญูต่อ สายน้า ใหค้ งอยู่สบื ไป ขอขอบคณุ ขอ้ มลู จาก กรมสง่ เสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม งานสง่ เสรมิ การศึกษา ประเพณี ศาสนาและวัฒนธรรม ผจู้ ดั ทา

ลอยกระทง ๒๕ ประเพณีลอยกระทงเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ในปที ีผ่ ่านมา

ลอยกระทง ๒๖ ประเพณีลอยกระทงเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ในปที ี่ผ่านมา

Loy Krathong เทศบาลเมืองเขลางคน์ คร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook