Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาการดำเนินงานการท่องเทียวเดินป่า

วิชาการดำเนินงานการท่องเทียวเดินป่า

Published by nuengrutaiw, 2021-02-01 08:38:16

Description: วิชาการดำเนินงานการท่องเทียวเดินป่า

Keywords: เดินป่า,การท่องเที่ยว,ท่องเที่ยวเดินป่า

Search

Read the Text Version

10. ที่จดุ ไฟแม็คนีเซียม • https://www.youtube.com/watch?v=s4qON2-FCjg

11. เส้ ือผา้

12. หมวก

13. ถุงเทา้ กนั ทาก

14. รองเทา้ เดนิ ป่ า

15. รองเทา้ แตะ

16. มีด

17. เชือกเดนิ ป่ า สายรดั ขอ้ มือเชือก พาราคอรด์

18. สบู่ แปรงฟัน ยาสฟี ัน

19 . ยาโรคประจาตวั

20. กระดาษชาระ

21 . ยากนั แมลง

22 . อปุ กรณป์ ฐมพยาบาลที่จาเป็ น

23 . น้าดื่มสะอาด

24 . อาหารแหง้ ท่จี าเป็ น

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า คนเที่ยวป่าใหมๆ่ มักจะเรม่ิ จากการนอนเตน็ ท์ แต่การใช้เตน็ ทใ์ นการเดนิ ปา่ นนั้ จะกินพืน้ ท่ี ในเป้และมีน้าหนักมากอีกด้วยเมื่อเทียบกับเปล แต่ถ้าจะนอนสองสามคนแล้วช่วยกันแบกก็ไม่ เลวร้าย ข้อเสียอีกอย่างคือมกั จะมปี ัญหาน้าเข้าเต็นท์เวลาฝนตกหนักๆ แต่ถ้าเลือกเต็นท์ให้ดีกับ เลือกจุดกางเต็นทใ์ หเ้ หมาะสมก็พอจะแก้ไขได้ แต่บางครั้งการตั้งแค้มป์ในป่าพนื้ ท่ีๆเราจะเลือกกาง เตน้ ทไ์ ด้ก็มจี ากดั ไม่เหมือนกับไปพกั คา้ งแรมกางเตนทใ์ นอุทยาน

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • วธิ กี างเตน็ ท์ : 1 ท้าความสะอาด เคลียรพ์ ื้นที่ กาจัดเศษก่ิงไม้ ก้อนหิน หรือของแข็ง ท่ีอยู่บริเวณกางเต็นท์ออกให้หมด เพ่ือ ป้องกันไม่ใหข้ องแหลมคมแทงพืน้ เต็นท์ ทาให้พ้ืนเตน็ ทช์ ารดุ ไดง้ า่ ยและนา้ อาจซึมเข้า เวลาฝนตก

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • คาเตือน อย่ารองพ้ืนเต็นท์โดยแผ่นรองพื้น (Ground sheet) ในช่วงหน้าฝน เพราะแผ่นรองพื้นมีคุณสมบัติกันน้า เหมือนฟรายชีท ทาให้แผ่นรองพ้ืนเก็บกักน้า เป็นอย่างดี เมื่อกางเต็นท์บนแผ่นรองพื้นจึงเสมือนกางเต็นท์บนน้า ทาให้น้าซึมเข้า เต็นท์ได้ง่ายกว่าการกางเต็นท์บนพ้ืนหญ้าหรือพื้นดิน ควรรองภายในเต็นท์จะดีกว่า เพอ่ื การป้องกันอีกช้ันหนึ่ง และเพื่อความแห้งสบายเวลานอน

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • สาหรับหน้าร้อนหรือฝนไม่ตก สามารถท่ีจะรองพื้นเต็นท์ด้วยผ้ารองพ้ืน (Ground sheet) ได้เลย หน้าหนาวก็เช่นเดียวกัน แต่ต้องพับขอบแผ่นรองพ้ืนไม่ให้โผล่ออก มากจากตัวเต็นท์ท้ังส่ีด้าน เพ่ือกันละอองหมอกท่ีตกลงมารวมตัวกันเป็นหยดน้า จะ ทาให้พ้ืนเตน็ ท์แฉะเหมอื นกับกรณใี นหนา้ ฝน

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • ข้อควรระวัง : เวลากางไม่ควรลากเต็นท์ เพราะพ้ืนเสมือนเป็นกระดาษทรายชั้นดี ท่ี จะทาให้พื้นเต็นท์ชารุดได้ง่าย ควรใช้วิธียกเต็นท์จะดีกว่า โดยก่อนยก ให้นาสิ่งของที่ หนกั ออกจากเต็นทก์ ่อน เพอ่ื ปอ้ งกนั เต็นท์ขาดได้งา่ ย

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • ตอ่ เสาเตน็ ท์ ท้งั สองเส้น แลว้ เสยี บแบบทะแยง

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • ดันเสาขึ้น ดันเสาขึ้นเต็นท์ แล้วเสียบกับตัวเสียบที่ติดมาพร้อมกับมุมท้ัง 4 ของเต็นท์ ที่ละข้างและที่ละเส้น (เม่ือกางเต็นท์คนเดียว) หรือทาท้ังสองข้างพร้อมกัน (กรณี กางเตน็ ท์ 2 คน) เต็นท์จะตึงเป็นรปู โดมทนั ที

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • ยึดเต็นท์ให้แข็งแรง ตรงยอดเต็นท์จะมีเชือกหรือตัวเกี่ยว นาไปผูกหรือเกี่ยวกับเสา เต็นท์ท่ีตัดกันตรงยอด เพื่อให้เต็นท์ตึง และนาตัวเกี่ยวท่ีเหลือตรงเหลี่ยมเต็นท์เก่ียว ยดึ กบั เสาเต็นทใ์ หห้ มด เพ่อื ใหเ้ ตน็ ท์แขง็ แรงขน้ึ

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • จัดการฟลายชีท (ผ้าคลุมเต็นท์)นาเสาฟลายชีท (ผ้าคลุมเต็นท์) ที่มาพร้อมกับเสา เต็นท์ (เสาสั้น) นามาต่อกันแล้วนาไปเสียบในช่องท่ีเย็บติดกับฟลายชีท (ดังรูป) ท้ัง สองเส้น แล้วนาเชือกที่เย็บติดกับฟลายชีทตรงก่ึงกลางผูกติดกับเสาฟลายชีท ตรงที่ ตัดกัน ตรงตะเข็บฟลายชีท (ตามแนวเสาฟลายชีท) จะมีตีนตุ๊กแกหรือเมจิกเทปอยู่ ใหแ้ กะออก แลว้ นาไปยึดติดกับเสาฟลายชที เพอ่ื ยดึ เสากับฟลายชที เป็นช้นิ เดียวกนั

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • ยดึ ฟลายชที เข้ากับหลังคาเต็นท์นาชุดฟลายชีทไปคล่อมหรือปิดหลังคาเต็นท์ โดยเอา ปลายเสาฟลายชีทไว้ตรงกับประตูเต็นท์ ทาการยึดด้วยตัวเก่ียวที่ติดมากับมุมทั้ง 4 ของฟลายชีท ยึดเข้ากับห่วงตรงมุมทั้ง 4 ของตัวเต็นท์ แล้วยึดเมจิกเทปหรือ ตีนตุ๊กแกตรงมุมตะเข็บของฟลายชีทเข้ากับตัวเต็นท์ เพ่ือให้ฟลายชีทมั่นคง แข็งแรง ขึ้น

การกางเตน็ ทใ์ นป่ า • ใช้สมอช่วยยึด กันลมกระโชกนาสมอไปยึดกับมุมท้ัง 4 ของตัวเต็นท์ เพื่อกันลม กระโชก ช่วยให้เต็นท์ม่ันคงและอยู่ตัว นาเชือกไปผูกกับปลายฟลายชีทตรงกลาง ระหว่างเต็นท์ด้านหน้าต่างและตรงตะเข็บด้านนอก ดึงให้ตึงยึดด้วยสมอบก เพ่ือ ไม่ให้ฟลายชีทติดกับตัวเต็นท์ เว้นช่องว่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก **วิธีน้ีเหมาะ สาหรับใชช้ ่วงฤดูฝน

เปลมุง้ • เปลมุ้ง เป็นอุปกรณ์เดินป่าที่มีน้าหนักเบา น้าหนักโดยประมาณ 1 กิโลกรัมเท่าน้ันมีขนาดเล็ก พกพาใส่กระเป๋าเป้ได้ง่าย จึงเป็นที่นิยมของนักเดินป่าท่ีผ่านการเดินป่ามาในระดับหน่ึงท่ีจะนา เปลมุ้งติดตัวไปท่องไพรด้วยทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าทางใต้บ้านเรา เพราะป่าทางใต้ไม่มี ลูกหาบช่วยแบกทุกคนจะต้องช่วยกันแบกสัมภาระเข้าป่าการจะแบกเต็นท์ซึ่งมีน้าหนักราวๆ 2 กิโลกรัมและมีขนาดค่อนข้างใหญ่เข้าป่าจึงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยนิยมนัก เปลมุ้งจึงเป็นตัวเลือกที่ ดีกว่า

เปลมุง้ • วตั ถุประสงคห์ ลกั ของ เปลมุง้ คอื เปน็ เปลเดนิ ป่า ดงั นัน้ ตวั เปลจึงตอ้ งมี นา้ หนกั เบา ขนาดเล็กพกพาง่าย

เปลมุง้ • ขนาดของเปลมุ้งควรจะมีหน้ากว้างไม่ต่ากว่า 110 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื้นท่ีในการ นอนท่ีกาลังสบาย และควรจะมียาวไม่ต่ากว่า 250 เซนติเมตร เพื่อให้รองรับกับ ขนาดความสูงของตัวเราได้แบบกาลังสบาย ๆ (ควรใช้เปลมุ้งตามขนาดความสูงของ ผู้ใช้ โดยใช้วิธีคานวณคร่าวๆ เอาความสูงของตัวผู้ใช้บวกเพิ่มด้วยความยาว 80 เซนติเมตร จะเทา่ กบั ความยาวโดยประมาณของเปลนอนที่ควรใช)้

เปลมุง้ • ผ้าต้องมีความแข็งแรง เพราะการพักแรมในป่าน้ันล้วนเต็มไปด้วยกิ่งไม้ และหนามสารพัด ผ้าของเปลม้งุ ควรจะเปน็ Polyester 100% • ตัวมุ้งควรจะเป็น Nylon ท่ีมีความละเอียดสูง เน่ืองจากในป่าน้ันเต็มไป ดว้ ยแมลงตัวเล็ก ตัวน้อย ตัวน้ัน ตัวน้ี โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในปา่ เขตร้อน อย่างบา้ นเรา

เปลมุง้ • ตัวสายเชือกผูกเปลมุ้งควรจะมีความยาวไม่ต่ากว่า 4 เมตร เพ่ือให้มี ความยืดหยุ่นในการเลือกต้นไม้ผูกเปลมุ้ง เพราะในสถานการณ์จริง คู่ของ ตน้ ไมใ้ นปา่ ไม่ได้มีระยะห่างท่ีเป็นมาตรฐาน ดงั น้ันหากสายเชือกเปลมุ้งมี ความยาวทีส่ นั้ เกนิ ไป จะทาใหก้ ารหาเลอื กทาเลผกู เปลมุ้งท่ีดีน้ันเป็นไปได้ ยาก

กางเปลมุง้ ยงั ไงไม่ใหต้ กเปล • เลือกทาเลที่ผูกเปลมุ้งเทคนิคการเลือกทาเลผูกเปลมุ้งท่ีดีควรจะเลือกบริเวณ ราบโลง่ ไม่ผูกขวางทางเดนิ และไม่ใกล้ลาธารมากจนเกิน • สารวจต้นไม้ที่เราจะผูกเปลว่าผุหรือไม่มีความแข็งแรงพอไหมและแหงนมอง ดา้ นบนยอดไม้วา่ มีกงิ่ ไมท้ ใ่ี กลห้ กั หรือไม่

กางเปลมุง้ ยงั ไงไม่ใหต้ กเปล • ก่อนใช้ควรตรวจสอบเชอื กผูกวา่ ชารุดหรือไม่และควรเปลย่ี นเชอื กเปลทุกๆ 2 ปีหรือ เมื่อเห็นวา่ ชารุด • นาเปลม้งุ กางออกผกู ไว้กบั เสาหรือต้นไมด้ ้วยเชอื กทง้ั สองดา้ น วธิ ผี กู ควรผกู ด้วยเงื่อน ผกู เชือกที่สามารถดงึ เชอื กคืนกลับได้งา่ ยหรือเงือ่ นอ่นื ตามถนัดซึ่งสามารถใหค้ วาม แขง็ แรงเมื่อนา้ หนักผ้ใู ชต้ กลงบนเปลเดนิ ป่า และไม่ควรจะผูกเปลเดนิ ป่าใหส้ ูงจากพน้ื มาก ระดบั ท่ีพอดีคอื ให้ผกู ทสี่ ูงในระดบั เอว

กางเปลมุง้ ยงั ไงไม่ใหต้ กเปล • เมอ่ื ผกู เสร็จแลว้ ใหก้ ลับเปลเอาด้านท่เี ปน็ มุ้งลงไปด้านล่าง แล้วลองนั่ง ลงบนเปลม้งุ เพอื่ ดูวา่ เปลมุ้งรองรับน้าหนักเราไดห้ รือไม่ • จากนั้นพลิกเปลมุ้งกลับมาเหมอื นเดิม แลว้ โยงเชอื กท่ีผูกตดิ กับตัวมงุ้ ผูก ตดิ กบั ตน้ ไมท้ งั้ สองดา้ น เพือ่ ให้ตวั มุ้งยกสูงขน้ึ

กางเปลมุง้ ยงั ไงไม่ใหต้ กเปล • ในทท่ี ่ีคดิ วา่ อาจมีมดหรอื แมลงอาจไต่เข้าเปลตามเชอื กเปลท่ผี กู ไว้กบั ต้นไม้ ใหท้ ายา กนั ยุงแบบน้าหรอื พน่ บริเวณเชือกหวั เปลยาวประมาณ 2-3 นวิ้ หรอื อาจใช้ยาเสน้ บุหรช่ี ุบนา้ กาใส่มือนามาลูบบนเชอื ก เหนอื เปลทง้ั สองด้านหรอื อาจใชย้ าหมอ่ งทาก็ได้ • การลงบนเปลมงุ้ ควรใชส้ ่วนกน้ นั่งลงในเปลมุ้งกอ่ น ไมค่ วรใช้ขาก้าวลงในเปลมงุ้ ทันที อาจทาพลกิ พลดั ตกลงไดง้ ่าย

วิธีเอาตวั รอดในป่ า ก่อกองไฟ สญั ลกั ษณต์ า่ งๆ การสรา้ งที่พกั

วิธกี ่อกองไฟอยา่ งถกู วิธี • ภาพที่ 1 : หาก่ิงไม้แห้งเล็กๆ ขนาด ประมาณดินสอ ยาวประมาณฝ่ามือ จานวนไม่มากนัก ประมาณสองมือ ของคุณการอบกเ็ พยี งพอแลว้ • ภาพที่ 2 : เตรียมกิ่งไม้แห้ง ขนาด ประมาณน้ิวมือ และยาวประมาณ 1 ศอก ( ปลายน้ิวมือจนถึงปลายข้อศอก ) จ าน วน ก่ิ ง ไ ม้ ที่ คุ ณ ต้ อง เต รี ย ม ประมาณสองแขนของคุณโอบรอบก็ พอแล้ว

วิธกี ่อกองไฟอยา่ งถูกวิธี • ภาพท่ี 3 : เตรยี มกงิ่ ไมแ้ หง้ ขนาดใหญ่ ประมาณก่ิงไม้ 3 กิ่งรวมกัน ควรมีขนาดเท่ากับข้อมือ หรือใหญ่กว่านั้นก็ ได้ ขนาดยาวประมาณ 1 ศอก ( ปลายน้ิวมือจนถึง ปลายข้อศอก ) ส่วนจานวนของก่ิงไม้ท่ีต้องเตรียม เมื่อ กองกิ่งไม้ท่ีหามาได้ไว้ท่ีพื้น แล้วกองกิ่งไม้สูงประมาณ หวั เขา่ จากพ้ืนกเ็ พียงพอแลว้ • เมื่อเตรียมก่ิงไม้ทั้ง 3 ส่วนเรียบรอ้ ยแล้ว ต่อมาเป็นการ เร่ิมก่อกองไฟ โดยจะเร่ิมจาก นากิ่งไม้ขนาดเล็ก ( ขนาดเท่าดินสอ ) มาจัดเรียงเป็นรูปเต็นท์ แล้วจุดไฟ หลังจากน้ัน เร่ิมวางก่ิงไม้ขนาดกลาง ( ขนาดเท่าน้ิวมือ ) ท่ีเราเตรียมไว้ ค่อยๆ วางรอบๆ กองไฟอย่าง สม่าเสมอ จากน้ันจึงเร่ิมใส่ก่ิงไม้ขนาดใหญ่ ( เท่าข้อมือ )

รูปแบบของกองไฟ • จริงๆ แล้วการก่อกองไฟมีหลายรูปแบบ ซึ่งในแต่ละแบบจะเหมาะกับการใช้งาน และสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป มาดูกัน เลยว่ากองไฟรูปแบบไหน เหมาะกับการ ใช้งานอย่างไร จะได้นาไปใชไ้ ด้อย่างถูกวธิ ี

รูปแบบของกองไฟ • แบบท่ี 1 : Swedish firewood ( การก่อกองไฟแบบชาวสวีเดน ) • สามารถอยไู่ ดน้ านถงึ 5 ชัว่ โมงด้วยกัน เหมาะกบั การก่อไฟเพื่อใชใ้ นการ ประกอบอาหาร แตไ่ ม่ให้ความสว่างมากนกั

รูปแบบของกองไฟ • แบบท่ี 2 : Teepee fires ( การกอ่ กองไฟแบบกระโจมอินเดยี แดง ) • กองไฟแบบน้สี ามารถก่อไดเ้ รว็ มากทส่ี ดุ ใหค้ วามอบอุ่นและแสงสว่างดี แต่ ก็มขี อ้ เสียอยู่บ้างตรงทไ่ี ม่เหมาะในสภาพอากาศท่ลี มแรง

รูปแบบของกองไฟ • แบบท่ี 3 : Star fires ( การกอ่ กองไฟแบบไฟดาว ) • กองไฟแบบนเี้ หมาะสาหรับการทาอาหาร และเช้ือไฟสามารถอยู่ได้นาน แต่ถา้ คุณกอ่ กองไฟชนิดนผ้ี ดิ วธิ ีละ่ ก็ คณุ จะเสยี เวลานานเลยละ่ เพราะจะ ตดิ ไฟได้ยาก

รูปแบบของกองไฟ • แบบท่ี 4 : Lean-to fires • กองไฟชนดิ น้เี หมาะสาหรบั สภาพอากาศย่าแย่

รูปแบบของกองไฟ • แบบท่ี 5 : Platform fires • เหมาะสาหรับใชใ้ นการประกอบอาหาร แต่ต้องใชก้ ิ่งไมแ้ หง้ ที่มขี นาด ค่อนขา้ งใหญ่

รูปแบบของกองไฟ • แบบที่ 6 : Log cabin fires การ (ก่อกองไฟแบบเชงิ ตะกอน ) • กองไฟชนดิ นใ้ี หก้ ารเผาไหม้อย่างสม่าเสมอ ไมต่ อ้ งคอยเตมิ ไฟบ่อยนกั แต่ ผ้ทู กี่ อ่ กองไฟควรมีความชานาญในการก่อกองไฟชนดิ นจี้ งึ จะไมท่ าให้ ไฟดับ

สญั ลกั ษณต์ า่ งๆ • การเรียนรู้ท่ีจะทาสัญลักษณ์ต่างๆ เม่ือเดินป่าก็มีความสาคัญ คุณ สามารถใช้สิง่ รอบตวั เชน่ ก้อนหนิ ก่ิงไม้ หรือต้นหญ้าในการทา สัญลักษณ์เพื่อบอกทาง หรือขอ ความชว่ ยเหลอื ได้

ตกปลาแบบอตั โนมตั ิ • อย่างแรกคือมองหาต้นไม้ต้นเล็กๆ ใกล้ แหล่งน้า เหลาล่ิมไม้ 2 ชิ้นให้เป็นห่วง เก่ียวกันเหมือนตะขอดังในภาพ ช้ินแรก ตอกไว้ในดินเหลือหัวตะขอไว้ ส่วนอีก ชิ้นผูกปลายกับเชือกให้แน่น และใช้ เชือกอีกฝั่งผูกติดกับก่ิงต้นไม้ที่สามารถ โน้มได้ ส่วนหัวตะขอให้ผูกกับเบ็ดตก ปลาท่ีมีเหยื่อไว้ จากนั้นโน้มปลายก่ิงไม้ ให้ลิ่มไม้ท่ีเหลาไว้เกี่ยวกัน เม่ือปลามา กนิ เหยอื่ กับดกั กจ็ ะทางานโดยอัตโนมตั ิ

วิธีการหาไสเ้ ดอื นดิน • หาพ้ืนที่ท่ีดินช้ืนๆ เตรียมกิ่งไม้ เล็กๆ ไว้ 2 อัน อันแรกปักลงไป ในดิน จากน้ันใช้กิ่งไม้อันท่ี 2 ถู ไปมาซ้ายขวากับกิ่งไม้อันแรก ประมาณ 2 ถึง 3 นาที ไส้เดือน ดนิ ก็จะเร่ิมออกมาจากรู จากนั้น ก็จบั ไปทาเหยอ่ื ได้เลยจา้

วิธกี ารสรา้ งท่พี กั • ข้ันตอนที่ 1 : เตรียมไม้ง่าม ( ลักษณะเป็นรูปตัว Y ) 2 ท่อน เป็นไม้ค้า และท่อนไม้ยาวๆ 1 ท่อนนาไม้ทั้ง 3 ชิ้นมาประกอบ เป็นกระโจมดังภาพ ขนาดของกระโจมต้องพอดี และม่ันใจว่า คุณสามารถเขา้ ไปอย่ขู ้างในได้ • ขั้นตอนที่ 2 : หาใบไม้หรือหญ้าแห้งมาปูรองให้หนาประมาณ 6 ถึง 10 นิว้ เพื่อสร้างความอบอุน่ • ข้นั ตอนท่ี 3 : นาท่อนไม้มาคา้ เพื่อเพิ่มความแขง็ แรง • ข้ันตอนที่ 4 : นาก่ิงไม้ ( ดังภาพ Step 4 ) มาคลุมกระโจมให้ ทัว่ หลายๆ ชั้น • ขั้นตอนที่ 5 : นาใบไม้แห้งมาปิดทับอีกที เพ่ือกันลม ใช้ใบไม้ ขนาดใหญก่ อ่ น แล้วจงึ ใช้ใบไมข้ นาดเล็ก • ขั้นตอนที่ 6 : เตรียมใบไม้ไว้สาหรับปิดปากกระโจมเม่ือเข้า กระโจมไปแลว้ เท่านกี้ ็มีท่นี อนอนุ่ ๆ ไม่ต้องกลวั เปน็ หวัด เป็นไข้ แล้ว

ทาหอกจบั ปลา • วิธีการทาก็ง่ายๆ นาไม้ไผ่ มาผ่าออกเป็น 4 ส่วนแล้ว ใช้มีดเหลาปลายให้แหลม จากน้ันใช้เชือกพันเพิ่ม ความแข็งแรง เสร็จแล้วก็ จะได้หอก พร้อมสาหรับ ไปจบั ปลากนั แล้ว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook