สมนุ ไพรที่ใช้เป็นอาหารและเคร่ืองด่มื
1สมุนไพรทใี่ ช้เป็ นอาหารและเคร่ืองดื่ม กระเจี๊ยบแดงช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Hibiscus sabdariffa L.วงศ์ : Malvaceae ชื่อสามัญ : Roselleช่ืออน่ื : กระเจ๊ียบ กระเจ๊ียบเปร้ีย ผกั เก็งเคง็ ส้มเก็งเคง็ ส้มตะเลงเครงลกั ษณะ : ไมพ้ มุ่ สูง 50-180 ซม. มีหลายพนั ธุ์ ลาตน้ สีม่วงแดง ใบเด่ียว รูปฝ่ ามือ 3 หรือ 5 แฉก กวา้ งและยาวใกลเ้ คียงกนั 8-15 ซม. ดอกเด่ียว ออกท่ีซอกใบ กลีบดอกสีชมพหู รือเหลืองบริเวณกลางดอกสีมว่ งแดง เกสรตวั ผเู้ ช่ือมกนั เป็ นหลอด ผลเป็นผลแหง้ แตกได้ มีกลีบเล้ียงสีแดงฉ่าน้าหุม้ ไว้ประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชใ้ บและยอดออ่ นซ่ึงมีรสเปร้ียวแกไ้ อ เมล็ดบารุงธาตุ ขบั ปัสสาวะ มีรายงานการทดลองในผปู้ ่ วยโรคน่ิวในท่อไต ซ่ึงดื่มยาชงกลีบเล้ียงแหง้ ของผล 3 กรัมในน้า 300 ซีซี วนั ละ 3คร้ัง ทาใหถ้ ่ายปัสสาวะสะดวกข้ึน บางรายนิ่วหลุดไดเ้ อง นอกจากน้ีทาใหผ้ ปู้ ่ วยกระเพาะปัสสาวะอกั เสบมีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะนอ้ ยลงกระชายช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Boesenbergia rotunda (L.) Mansf.วงศ์ : Zingiberaceaeชื่ออน่ื : กะแอน จ๊ีปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊ าสี่ระแอน วา่ นพระอาทิตย์ลกั ษณะ : เป็นไมล้ ม้ ลุกไม่มีลาตน้ บนดิน มีเหงา้ ใตด้ ินซ่ึงแตกรากออกไปเป็นกระจุกจานวนมาก อวบน้า ตรงกลาลพองกวา้ งกวา่ ส่วนหวั และทา้ ย ใบ เดี่ยว เรียงสลบั เป็นระนาบเดียวกนั รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กวา้ ง4.5-10 เซนติเมตร ยาว 13-15 เซนติเมตร ตรงกลางดา้ นในของกา้ นใบมีร่องลึก ดอก ช่อ ออกแทรกอยู่ระหวา่ งกาบใบท่ีโคนตน้ กลีบดอกสีขาวหรือชมพอู ่อน ใบประดบั รูปใบหอกสีมว่ งแดง ดอกยอ่ ยบานคร้ังละ1 ดอกประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชเ้ หงา้ แกโ้ รคในปากเช่นปากเป่ื อย ปากเป็ นแผล ปากแหง้ ขบั ระดูขาวขบั ปัสสาวะ รักษาโรคบิด แกป้ วดมวนทอ้ ง จากการทดลองในสารสกดั แอลกอฮอลแ์ ละคลอโรฟอร์ม พบวา่มีฤทธ์ิตา้ นเช้ือราที่ทาใหเ้ กิดโรคผวิ หนงั และในปากไดด้ ีพอ
2กล้วยนา้ ว้าชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Musa sapientum L.วงศ์ : Musaceae ชื่อสามัญ ; Bananaลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลุก สูง 2-4.5 เมตร มีลาตน้ ใตด้ ิน ลาตน้ เหนือดินเกิดจากกาบใบหุม้ ซอ้ นกนั ใบ เดี่ยว เรียงสลบั ซอ้ นกนั รอบตน้ ที่ปลายยอด รูปขอบขนาน กวา้ ง 25-40 ซม. ยาว 1-2 เมตร ผวิ ใบเรียบมนั ทอ้ งใบสีอ่อนกวา่ มีนวล ดอก ช่อเรียกวา่ หวั ปลีออกท่ีปลายยอด ใบประดบั หุม้ ช่อดอกสีแดงหรือม่วง กลีบดอกสีขาว บางผล เป็นผลสดประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชผ้ ลดิบซ่ึงมีสารแทนนินมาก รักษาอาการทอ้ งเสียและบิด โดยกินคร้ังละคร่ึงหรือหน่ึงผล มีรายงานวา่ มีฤทธ์ิป้ องกนั การเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาวที่ถูกกระตุน้ดว้ ยยาแอสไพริน เชื่อวา่ ฤทธ์ิดงั กล่าวเกิดจากการถูกกระตุน้ ผนงั กระเพาะอาหารใหห้ ลงั่ สารเมือกออกมามากข้ึน จึงนามาทดลองรักษาโรคกระเพาะอาหารของคน โดยใชก้ ลว้ ยดิบ หน่ั เป็นแวน่ ตากแหง้ บดเป็ นผง กินวนัละ 4 คร้ังๆ ละ 1-2 ชอ้ นแกง ก่อนอาหารและก่อนนอน อาจทาใหเ้ กิดอาการทอ้ งอืด ซ่ึงป้ องกนั ไดโ้ ดยกินร่วมกบั ยาขบั ลม เช่น ขิงขลู่ชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Pluchea indica Less.วงศ์ : Compositae ชื่อสามญั : Indian Marsh Fleabaneชื่ออน่ื : ขลู่ หนวดงว่ั หนงดงิ้ว หนวดงวั หนวดววัลกั ษณะ : ไมพ้ ุม่ สูง 1-2.5 เมตร ชอบข้ึนในที่ช้ืนแฉะ ใบเดี่ยว เรียงสลบั รูปไข่กลบั กวา้ ง 1-5 ซม. ยาว 2.5-10 ซม. ขอบใบหยกั ซ่ีฟันห่าง ๆ ดอกช่อ ออกที่ยอดและซอกฟัน กลีบดอกสีม่วง ผลเป็นผลแหง้ ไมแ่ ตกประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชท้ ้งั ตน้ ตม้ กินเป็นยาขบั ปัสสาวะ แกเ้ บาหวาน ตม้ น้าอาบแกผ้ น่ื คนั น้าค้นั ใบสดรักษาริดสีดวงทวาร การทดลองในสตั วแ์ ละคนปกติ พบวา่ ยาชงท้งั ตน้ มีฤทธ์ิขบั ปัสสาวะมากวา่ ยาขบั ปัสสาวะแผนปัจจุบนั (hydrochlorothiazide) และมีขอ้ ดีคือสูญเสียเกลือแร่นอ้ ย
3ข่อยชื่ออนื่ ๆ : กกั ไมฝ้ อย (ภาคเหนือ) สัมพล (จงั หวดั เลย) ข่อย ส้มพอ่ ส้มฝ่ อ (หนองคายภาคเหนือ)ขรอย ขนั ตาขอย (ภาคใต)้ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Streblus aspe Lour. วงศ์ : MORACEAEลกั ษณะทว่ั ไปต้น : เป็นพรรณไมย้ นื ตน้ ขนาดกลาง ใบ : จะเล็กหนาแขง็ ถา้ จบั ดูท้งั 2 ดา้ นจะสากคายคลา้ ยกบั กระดาษทราย ขอบใบจะหยกั แบบซ่ีฟัน ดอก : ดอกตวั ผจู้ ะรวมกนั เป็นช่อดอก แบบหวั กลม และมีกา้ นดอกท่ีส้ัน มีสีเหลืองอมเขียวหรือเกือบจะขาว ส่วนดอกตวั เมียน้นั กา้ นจะยาว และมกั จะอกเป็นคูส่ ีเขียว เกสร : เกสรตวั ผู้และเกสรตวั เมียน้นั จะอยตู่ ่างดอกกนั เมลด็ (ผล) เม่ือผลสุกจะมีสีเหลืองอ่อน เปลือกช้นั นอกจะนิ่มและฉ่าน้าส่วนเมล็ดน้นั มีลกั ษณะเกือบกลมคลา้ ยเมด็ พริกไทการขยายพนั ธ์ุ : โดยการใชเ้ มลด็ ส่วนทใี่ ช้ : เมลด็ ใบ ปลือก และรากสรรพคุณ : เมล็ด ใชร้ ับประทานเป็นยาอายวุ ฒั นะ เจริญอาหาร ขบั ผายลม บารุงธาตุรักษาทอ้ งข้ึน ทอ้ งอืดทอ้ งเฟ้ อ ใบ จะมีลกั ษณะสากใชข้ ดั เครื่องครัว ใชถ้ ูเมือกปลาไหลนอกจกน้ีนามาคว่ั ชงน้าดื่มก่อนท่ีจะมีประจาเดือน สาหรับสตรีท่ีมีอาการปวดทอ้ งขณะมีประจาเดือน ใชบ้ รรเทาอาการปวดได้ หรือใชช้ งน้าด่ืมแทนน้าชาได้ เปลือก มีรสเมาเบื่อดบั พษิ ในกระดูกและเส้น รักษาพยาธิผวิ หนงั เช่น หุงน้ามนั ริดสีดวง หรือใชต้ ม้ ใส่เกลือใหเ้ คม็ เป็นยาอม รักษารามะนาดนอกจากน้ีเปลือกข่อยทากระดาษปลวกจะไม่กินกระดาษขอ่ ยใชม้ วนสูยรักษาริดสีดวงจมูก ราก ในเปลือกรากมีสารท่ีมีฤทธ์ิเป็นยาบารุงหวั ใจ (Cardiacglyscosides)มากกวา่ 30 ชนิด เช่น asperoside (digitoxigenen-2, 3-di-o-methylglucoside,strebloside)(Strophanthidin-2,3-di-o-me thylfucoside) และ glucostreblide
4กระทอืช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Zingiber zerumbet (L.) Smith.วงศ์ : Zingiberaceaeช่ืออน่ื : กระทือป่ า กะแวน กะแอน แสมดา แฮวดา เฮียวดา (ภาคเหนือ) เฮียวแดง (แม่ฮ่องสอน)ลกั ษณะ : เป็นไมล้ ม้ ลุก สูง 0.5 - 1 เมตร มีเหงา้ ใตด้ ิน เปลือกนอกของเหงา้ สีน้าตาลแกมเหลือง เน้ือในสีเหลืองอ่อน กล่ินหอม แทงหน่อใหม่เม่ือถึงฤดูฝน ใบเดี่ยวเรียงสลบั และเป็นรูปหอกแกมขอบขนาน กวา้ ง 5 -10 ซม. ยาว 15 - 30 ซม. ดา้ นล่างของใบมกั มีขนนุ่ม ดอกช่อแทงจากเหงา้ กลีบดอกสีขาวนวล ใบประดบัขนาดใหญ่สีแดง ผลเป็นผลแหง้ประโยชน์ทางสมุนไพร : มีฤทธ์ิขบั ลม แกอ้ าการทอ้ งอืด ทอ้ งเฟ้ อ นอกจากน้ียงั มีฤทธ์ิกระตุน้ การหลงั่ น้าลายและเพิม่ ความอยากอาหาร โดยใชห้ วั หรือเหงา้ สด ขนาดประมาณหวั แมม่ ือ 2 หวั ยา่ งไฟพอสุกตากบั น้าปูนใสแลว้ ค้นั เอาน้าด่ืมกระเทยี มชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Allium sativum L.วงศ์ : Alliaceaeชื่อสามญั : Common Garlic , Allium ,Garlic ,ช่ืออนื่ : กระเทียม (ภาคกลาง) หอมเทียม (ภาคเหนือ) หอมขาว (ภาคอีสาน) เทียม, หอมเทียม (ภาคใต)้ลกั ษณะ : ไม่พมุ่ สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบยอ่ ยใบเดียว เรียงสลบั รูปไข่ รูปวงรีหรือรูปไข่แกมขอบขนานกวา้ ง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. เน้ือใบมีจุดน้ามนั กระจาย กา้ นใบมีครีบเล็ก ๆ ดอกเดี่ยวหรือช่อ ออกท่ีปลายกิ่งและท่ีซอกใบ กลีบดอกสีขาว กล่ินหอม ร่วงง่าย ผลเป็ นผลสด กลมเกล้ียง ฉ่าน้าประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชน้ ้ามะนาวและผลดองแหง้ เป็นยาขบั เสมหะแกไ้ อ แกโ้ รคเลือดออกตามไรฟัน เพราะมีวติ ามินซี น้ามะนาวเป็นกระสายยาสาหรับสมุนไพรที่ใชข้ บั เสมหะ
5กระเพราชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Ocimum sanctum L.วงศ์ : Labiataeช่ืออน่ื : กอมกอ้ กอมกอ้ ดง กะเพราขาว กะเพราแดงลกั ษณะ : กะเพรามี 3 พนั ธุ์ คือ กะเพราแดง กะเพราขาวและกะเพราลูกผสมระหวา่ งกะเพราแดงและกะเพราขาว มีลกั ษณะทวั่ ไปคลา้ ยโหระพา ต่างกนั ท่ีกล่ินและกิ่งกา้ นซ่ึงมีขนปกคลุมมากกวา่ ใบกะเพราขาวสีเขียวอ่อน ส่วนใบกะเพราแดงสีเขียวแกมมว่ งแดง ดอกยอ่ ยสีชมพแู กมม่วง ดอกกะเพราแดงสีเขม้ กวา่ กะเพราขาวประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชใ้ บหรือท้งั ตน้ เป็นยาขบั ลมแกป้ วดทอ้ ง ทอ้ งเสีย และคล่ืนไส้อาเจียนนิยมใชก้ ะเพราแดงมากกวา่ กะเพราขาว โดยใชย้ อดสด 1 กามือ ตม้ พอเดือด ด่ืมเฉพาะส่วนน้า พบวา่ ฤทธ์ิขบัลมเกิดจากน้ามนั หอมระเหย การทดลองในสตั ว์ แสดงวา่ น้าสกดั ท้งั ตน้ มีฤทธ์ิลดการบีบตวั ของลาไส้ สารสกดั แอลกอฮอลส์ ามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร สาร eugenol ในใบมีฤทธ์ิขบั น้าดี ช่วยยอ่ ยไขมนั และลดอาการจุกเสียด
6ขมนิ้ ชันช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Curcuma longa L.วงศ์ : Zingiberaceae ชื่อสามญั : Turmaricช่ืออนื่ : ขมิ้น ขมิน้ แกง ขมิน้ หยอก ขมิน้ หวั ข้ีมิ้น หมิน้ ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลุก อายหุ ลายปี สูง 30-90 ซม.เหงา้ ใตด้ ินรูปไข่มีแขนงรูปทรงกระบอกแตกออกดา้ นขา้ ง 2 ดา้ น ตรงกนั ขา้ มเน้ือในเหงา้ สีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบ เดี่ยว แทงออกมาเหงา้ เรียงเป็ นวงซอ้ นทบั กนั รูปใบหอก กวา้ ง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม.ดอก ช่อ แทงออกจากเหงา้ แทรกข้ึนมาระหวา่ งกา้ นใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดบั สีเขียวอ่อนหรือสีนวล บานคร้ังละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พูประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชเ้ หงา้ รักษาโรคผวิ หนงั ผน่ื คนั โดยทาเป็นผงผสมน้าหรือเหงา้ สด ฝนทาน้า มีรายงานวา่ พบน้ามนั หอมระเหยและสาร curcumin ซ่ึงมีฤทธ์ิยบั ย้งั การเจริญของเช้ือหนองไดด้ ี จากการทดลองทารักษาโรคผวิ หนงั พุพองในเดก็ พบวา่ ให้ผลเทา่ ยาปฏิชีวนะ นอกจากน้ียงั ใชเ้ หงา้ รักษาโรคทอ้ งอืด ทอ้ งเฟ้ อและแผลในกระเพาะอาหาร โดยใชข้ นาด 250 มิลลิกรัม กินคร้ังละ 2 เมด็ วนั ละ 4 คร้ังหลงัอาหารและก่อนนอน ฤทธ์ิแกท้ อ้ งอืดน่าจะเกิดน้ามนั หอมระเหย ส่วนการเพม่ิ น้ายอ่ ยและขบั น้าดีเกิดจากฤทธ์ิของ curcumin และ p-tolylcarbinol ทาใหก้ ารยอ่ ยอาหารดีข้ึน อาการจุกเสียดลดลง curcumin ยงัสามารถยบั ย้งั การเกิดกา๊ ซที่สร้างโดยเช้ือโรคที่ทาใหท้ อ้ งเสีย (Escherichia coli) แตไ่ ม่ไดฆ้ า่ เช้ือ นอกจากน้ียงั มีฤทธ์ิกระตุน้ การหลง่ั เมือกในทางเดินอาหาร จึงใชร้ ักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ แต่มีขอ้ ควรระวงั คือcurcumin ในขนาดท่ีสูงกวา่ ขนาดรักษา 2 เทา่ ทาให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
7ขิงช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Zingiber officinale Roscoeวงศ์ : Zingiberaceae ชื่อสามัญ : Ginger ช่ืออน่ื : ขิงแกลง ขิงแดง ขิงเผอื กลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลุกสูง 0.3-1 เมตร มีเหงา้ ใตด้ ิน เปลือกนอกสีน้าตาลแกมเหลือง เน้ือในสีนวลมีกล่ินเฉพาะแทงหน่อหรือลาตน้ เทียมเช่นเดียวกบั ไพล ใบเดี่ยว เรียงสลบั รูปขอบขนานแกมใบหอก กวา้ ง 1.5-2 ซม. ยาว15-20 ซม. ดอกช่อแทงออกจากเหงา้ กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ใบประดบั สีเขียวอ่อน ผลเป็นผลแหง้ มี 3 พูประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชเ้ หงา้ ขิงแก่ท้งั สดและแหง้ เป็นยาขบั ลม แกอ้ าเจียนแกไ้ อขบั เสมหะและขบั เหงื่อโดยใชเ้ หงา้ สดขนาดนิ้วหวั แมม่ ือตม้ กบั น้าหรือใชผ้ งขิงแหง้ ชงน้าดื่ม จากการทดลองกบัอาสาสมคั ร 36 คนพบวา่ ผงขิงป้ องกนั การเมารถเมาเรือไดด้ ีกวา่ ยาแผนปัจจุบนั (dimenhydrinate) ในเหงา้ มีน้ามนั หอมระเหยประกอบดว้ ย menthol, bornelo, fenchone, 6-shogoal และ6-gingerol menthol, มีฤทธ์ิขบัลม borneol, fenchone และ 6-gingerol มีฤทธ์ิขบั น้าดี ช่วยยอ่ ยไขมนั นอกจากน้ีพบวา่ สารท่ีมีรสเผด็ ไดแ้ ก่ , 6-shogoal และ6-gingerol ลดการบีบตวั ของลาไส้ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดทอ้ งเกร็งขเี้ หลก็ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Cassia siamea Britt.วงศ์ : Leguminosae ช่ือสามญั : Cassod Tree / Thai Copper Podชื่ออนื่ ข้ีเหล็กแก่น ข้ีเหลก็ บาน ข้ีเหล็กหลวง ข้ีเหลก็ ใหญ่ลกั ษณะ : ไมย้ นื ตน้ สูง 10-15 เมตร ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงสลบั ใบยอ่ ยรูปขอบขนาน กวา้ งประมาณ1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ใบอ่อนมีขนสีน้าตาลแกมเขียว ดอก ช่อ ออกท่ีปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผล เป็นฝักแบนยาวและหนาประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชด้ อกเป็นยานอนหลบั ลดความดนั โลหิตดอกตูมและใบอ่อนเป็นยาระบาย ใบแกร้ ะดูขาว แกน้ ่ิว ขบั ปัสสาวะ แก่นแกไ้ ข้ ทาใหน้ อนหลบั รักษากามโรค ใบอ่อนและแก่นมีสารกลุ่มแอนทราควิโนนหลายชนิด จึงมีฤทธ์ิเป็นยาระบายใชใ้ บอ่อนคร้ังละ 2-3 กามือ ตม้ กบั น้า 1-1.5 ถว้ ย เติมเกลือเล็กนอ้ ย ด่ืมก่อนอาหารเชา้ คร้ังเดียว นอกจากน้ีในใบออ่ นและดอกตมู ยงั พบสารซ่ึงมีฤทธ์ิกดประสาทส่วนกลางทาใหน้ อนหลบั โดยใชว้ ธิ ีดองเหลา้ ดื่มก่อน
8คูนช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Cassia fistula L.วงศ์ : Leguminosaeชื่อสามัญ : Golden Shower Tree/ Purging Cassiaชื่ออน่ื : ราชพฤกษ์ ลมแลง้ลกั ษณะ : ไมย้ นื ตน้ สูง 5-15 เมตร ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลบั ใบยอ่ ยรูปไขห่ รือรูปวงรี กวา้ ง 4-8 ซม.ยาว 7-12 ซม. ดอกช่อออกที่ปลายก่ิง หอ้ ยเป็นโคมระยา้ กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักกลม สีน้าตาลเขม้ หรือดา เปลือกแขง็ ผวิ เรียบ ภายในมีผนงั ก้นั เป็ นหอ้ ง แต่ละหอ้ งมีเมลด็ 1 เมล็ด หุม้ ดว้ ยเน้ือสีดาเหนียวประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชเ้ น้ือหุม้ เมลด็ แกท้ อ้ งผกู ขบั เสมหะ ดอกแกไ้ ข้ เป็นยาระบาย แก่นขบัพยาธิไส้เดือน พบวา่ เน้ือหุม้ เมลด็ มีสารกลุ่มแอนทราควโิ นน จึงมีสรรพคุณเป็ นยาระบาย โดยนาเน้ือหุม้ เมลด็ซ่ึงมีสีดาเหนียว ขนาดกอ้ นเท่าหวั แมม่ ือ (ประมาณ 4 กรัม) ตม้ กบั น้า ใส่เกลือเลก็ นอ้ ย ดื่มก่อนน้า ด่ืมก่อนนอน มีขอ้ ควรระวงั เช่นเดียวกบั ชุมเห็ดเทศชุมเห็ดเทศชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Cassia alata L.วงศ์ : Leguminosae ชื่อสามญั Ringworm Bushชื่ออนื่ : ข้ีคาก ลบั มีนหลวง หมากกะลิงเทศ ชุมเห็ดใหญ่ลกั ษณะ : ไมพ้ มุ่ สูง 1-3 เมตร แตกกิ่งออกดา้ นขา้ งในแนวขนานกบั พ้ืน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลบั ใบยอ่ ยรูปขอบขนานรูปวงรีแกมขอบขนาน หรือรูปไขก่ ลบั กวา้ ง 3-7 ซ.ม. ยาว 6-15 ซ.ม. หนูใบเป็นรูปสามเหล่ียม ดอกช่อ ออกท่ีซอกใบตอนปลายก่ิงกลีบดอกสีเหลืองทองใบประดบั สีน้าตาลแกมเหลือง หุม้ ดอกยอ่ ยเห็นชดั เจน ผลเป็นฝัก มี 4 ครีบ เมล็ดแบน รูปสามเหลี่ยมประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชใ้ บและดอกและดอกเป็นยาระบาย โดยใชใ้ บแหง้ คร้ังละ 12 ใบ ตม้หรือชงน้าด่ืมก่อนนอน หรือทาเป็นยาลูกกลอนหรือใชด้ อกสด 2-3 ช่อ ตม้ กินเป็นผกั จิ่ม การทดลองในสัตว์และคน พบวา่ ใบแก่มีฤทธ์ินอ้ ยกวา่ ใบออ่ น ส่วนตา่ งๆ ของชุมเห็ดเทศมีสารกลุ่มแอนทราควโิ นน เช่น rhein,emodin และ aloe-emodin ซ่ึงมีฤทธ์ิระบายโดยการกระตุน้ การบีบตวั ของลาไส้ใหญ่ จึงไมค่ วรกินติดต่อกนันาน เพราะเม่ือไมไ่ ดร้ ับยาจะทาใหล้ าไส้ไมท่ างานตามปกติ สตรีมีครรภค์ วรปรึกษาแพทยก์ ่อนใชน้ อกจากน้ียงั ใชใ้ บสดเป็นยาภายนอกรักษากลากเกล้ือน โดยตาแช่เหลา้ เอาส่วนเหลา้ ทาบริเวณที่เป็นวนั ละ 2-3 คร้ังจนกวา่ จะหาย พบวา่ ไดผ้ ลดี แตใ่ ชไ้ ม่ไดผ้ ลกบั ผปู้ ่ วยที่ติดเช่ือราที่ผมและเลบ็
9บอระเพด็ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Tinospora crispa ( L.) Miers ex Hook.f. & Thomsวงศ์ : Menisspermaceaeชื่ออนื่ : เครือเขาฮอ จุง่ จิง เจตมูลหนาม เจตมูลยาน เถาหวั ดว้ น หางหนูลกี ษณะ : ไมเ้ ถาเล้ือยพนั มีลกั ษณะคลา้ ยชิงชา้ มาก ต่างกนั ท่ีเถามีขนาดใหญก่ วา่ มีป่ ุมปมมากกวา่ มีรสขมกวา่ และไม่มีป่ ุมใกลฐ้ านใบประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชเ้ ถาเป็นยาแกไ้ ข้ ขบั เหง่ือ แกก้ ระหายน้า แกร้ ้อนใน โดยนาเถาสดขนาดยาว 2 คืบคร่ึง (30-40 กรัม) ตม้ ค้นั เอาน้าดื่ม หรือตม้ เค่ียวกบั น้า 3 ส่วนจนเหลือ 1 ส่วน ดื่มก่อนอาหารวนั ละ 2 คร้ังเชา้ เยน็ หรือเม่ือมีไข้ นอกจากน้ีใชเ้ ป็ นยาขมเจริญอาหารดว้ ย ปัจจุบนั องคก์ ารเภสชั กรรมผลิตทิงเจอร์บอระเพด็ เพ่ือใชแ้ ทน Tincture Gentian ซ่ึงเป็นส่วนผสมของยาธาตุท่ีตอ้ งนาเขา้ จากต่างประเทศ การทดลองในสัตวพ์ บวา่ น้าสกดั เถาสามารถลดไขไ้ ด้ตะไตร้ชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Cymbopogon citratus Stapfวงศ์ : Gramineaeช่ือสามัญ : Lemon Grass ช่ืออน่ื : จะไคร ไครลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลุก อายหุ ลายปี สูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็ นกอ เหงา้ ใตด้ ินมีกลิ่นเฉพาะ ขอ้ และปลอ้ งส้ันมากกาบใบสีขาวนวลหรือขาวปนมว่ ง ยาวและหนาหุม้ ขอ้ และปลอ้ งไวแ้ น่น ใบเดี่ยวเรียงสลบั กวา้ ง 1-2 ซม. ยาว70-100 ซม. แผน่ ใบและขอบใบสากและคม ออกดอกยากประโยชน์ทางสมุนไพร : โคนกาบใบและลาตน้ ท้งั สดและแหง้ มีน้ามนั หอมระเหย ตารายาไทยใชเ้ ป็นยาขบัลม แกท้ อ้ งอืดเฟ้ อแน่นจุกเสียดใชล้ าตน้ แก่สดประมาณ 1 กามือ (40-60 กรัม) ทุบพอแหลก ตม้ น้าพอเดือดหรือชงน้า ดื่มวนั ละ 3 คร้ัง ก่อนอาหาร นอกจากน้ีใชเ้ ป็นยาขบั ปัสสาวะสาหรับผปู้ ่ วยที่มีอาการขดั เบาหรือปัสสาวะไมค่ ล่อง โดยผปู้ ่ วยตอ้ งไมม่ ีอาการบวมที่แขนและขา พบวา่ น้ามนั ตะไคร้มีฤทธ์ิฆา่ เช้ือราและแบคทีเรีย
10ผกั คราดหวั แหวนชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Acmella oleracea (L.) R.K.Jansenวงศ์ : Asteraceae (Compositae) ชื่อสามญั : Paracress , Tooth-ache Plantลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไมล้ ม้ ลุก สูง 30-40 ซม. ลาตน้ มกั ทอดเล้ือย ปลายยอดต้งั ตน้ สีเขียวปนสีมว่ งแดงมีขน ใบ เป็นใบเด่ียว ออกเรียงตรงขา้ ม สลบั ต้งั ฉาก รูปสามเหล่ียม กวา้ ง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจกั ฟันเลื่อย แผน่ ใบสีเขียว มีขนประปรายท้งั สองดา้ น ดอก ออกเป็นช่อรูปกรวยคว่า ตามซอกใบ ดอกสีเหลือง ผล เป็นผลแหง้ รูปไข่สรรพคุณ : ราก - แกป้ วดฟัน แกป้ วดศีรษะ แกค้ นั เป็นยาระบาย ขบั ปัสสาวะ ต้น - แกพ้ ิษตานซาง แกไ้ ข้ แก้เจบ็ คอ ฝีในคอ แกต้ ่อมน้าลายอกั เสบ แกร้ ิดสีดวง ท้งั ต้น รสเผด็ ซ่าปาก ทาใหล้ ิ้นและเยอ่ื เมือกชา แกต้ ่อมน้าลายอกั เสบ แกฝ้ ีในคอ แกไ้ ข้ คอตีบตนั แกซ้ าง แกค้ นั แกร้ ิดสีดวง แกเ้ ริม แกห้ ลอดลมอกั เสบเร้ือรัง แกไ้ อระงบั หอบ ไอหวดั ไอกรน หอบหืด แกเ้ หงือกและฟันปวด แกป้ วดบวมฟกช้า แกไ้ ขขอ้ อกั เสบจากลมข้ึน (Rheumatic fever ) แกบ้ ิด ทอ้ งเดิน แกแ้ ผลบวม มีพษิ งูพิษกดั สุนขั กดั ตะมอย ใบ แกป้ วดฟัน แกป้ วดศีรษะรักษาแผล มีฤทธ์ิเป็นยาชา ดอก แกป้ วดฟัน แกป้ วดศีรษะฝร่ังช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Psidium guajava L.วงศ์ : Myrtaceae ช่ือสามญั : Guavaช่ืออน่ื : จุม่ โป ชมพู่ มะกว้ ย มะกว้ ยกา มะมน่ั มะกา มะจีน ยา่ หมู สีดาลกั ษณะ : ไมย้ นื ตน้ สูง 3-10 เมตร เปลือกตน้ เรียบ ใบเดี่ยว เรียงตรงขา้ ม รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนานกวา้ ง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกท่ีซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตวั ผู้จานวนมาก ผลเป็ นผลสดประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชใ้ บแกท้ อ้ งร่วง บิดมกู เลือด ระงบั กล่ินปาก รากขบั ปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพกิ าร การทดลองกบั ผปู้ ่ วยโรคอุจจาระร่วง โดยใหก้ ินผงใบแหง้ 500 มก. ทุก 3 ชม. เป็นเวลา 3 วนัพบวา่ ไดผ้ ลดีกวา่ กวา่ ยา)ฏิชีวนะเตตราซยั คลิน
11เพกาชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Oroxylum indicum (L.) Vent.วงศ์ : Bignoniaceaeช่ืออน่ื : มะลิดไม้ มะลิ้นไม้ ลิดไม้ ลิ้นฟ้ าลกี ษณะ : ไมย้ นื ตน้ สูง 3-12 เมตรแตกก่ิงกา้ นนอ้ ย ใบประกอบแบบขนนกสามช้นั ขนาดใหญ่ เรียงตรงขา้ มรวมกนั อยบู่ ริเวณปลายก่ิง ใบยอ่ ยรูปไข่หรือรูปไขแ่ กมวงรี กวา้ ง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอดกา้ นช่อดอกยาว ดอกยอ่ ยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีมว่ งแดง หนายน่บานกลางคืน ผลเป็นฝัก รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในเมล็ดแบน สีขาว มีปี กบางโปร่งแสงประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชร้ ากเป็นยาบารุงธาตุ แกท้ อ้ งร่วง เมลด็ เป็นยาระบาย ยาจีนใชเ้ มลด็เป็นยาแกไ้ อขบั เสมหะฟักทองช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Cucurbita moschata Decne.วงศ์ : Cucurbitaceae ชื่อสามัญ : Pumpkinช่ืออน่ื : หมากอึ (ภาคอีสาน) มะฟักแกว้ ฟักแกว้ (ภาคเหนือ) มะน้าแกว้ หมกั อ้ือ (เลย) หมากฟักเหลือง(แม่ฮ่องสอน) น้าเตา้ ภาคใต้ลกั ษณะ : เป็นพืชลม้ ลุก มีเถายาวเล้ือยปกคลุมดิน ลาตน้ มีลกั ษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผวิ เป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสาหรับยดึ เกาะยดึ บริเวณขอ้ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลบั กนัโคนใบเวา้ คลา้ ยรูปหวั ใจ ขอบใบหยกั เป็นเหลี่ยม 5 เหล่ียม มีขนท้งั 2 ดา้ นของตวั ใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลกั ษณะคลา้ ยระฆงั หรือกระด่ิงออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลกั ษณะเป็นพเู ลก็ ๆโดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแขง็ มีสีเขียวและจะเปล่ียนเป็นสีเขียวออ่ นและ สีเหลืองเขม้ และสีเหลืองตามลาดบั เน้ือภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจานวนมากซ่ึงอยตู่ รงกลางผลระหวา่ งเน้ือฟู ๆ มีรูปร่างคลา้ ยไข่ แบน มีขอบนูนอยโู่ ดยรอบประโยชน์ทางสมุนไพร : เน้ือฟักทองประกอบดว้ ยแป้ ง โปรตีน ไขมนั ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก และสารเบตา้ - แคโรทีน ซ่ึงเป็ นสารที่ร่างกายนาไปสร้างวิตามิน เอ เมล็ดมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง รวมท้งั แป้ งโปรตีน และน้าประมาณร้อยละ 40 ส่วนเมลด็ แหง้ มีสารคิวเคอร์บิทีน (Cucurbitine) เป็ นสารสาคญั ซ่ึงมีฤทธ์ิฆ่าพยาธิไดผ้ ลดี นอกจากน้นั ฟักทองสามารถกระตุน้ การหลงั่ อินซูลิน ซ่ึงช่วยป้ องกนั โรคเบาหวาน ความดนั โลหิต ควบคุมระดบั น้าตาลในเลือด บารุงนยั น์ตา ตบั และไต เมล็ดใชเ้ ป็นยาขบั พยาธิตวั ตืด ป้ องกนั การเกิดน่ิวในกระเพาะปัสสาวะ และช่วยดบั พษิ ปอดบวม รากช่วยแกพ้ ษิ แมลงสัตวก์ ดั ต่อย ยางช่วยแกพ้ ิษผน่ื คนัเริม และงูสวดั
12ฟ้ าทะลายโจรชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm.) Wall. ex Neesวงศ์ : Acanthaceaeชื่ออน่ื : คีปังฮี (จีน) ฟ้ าทะลายโจร หญา้ กนั งู น้าลายพงั พอนลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลุก สูง30-60 ซม.ท้งั ตน้ มีรสขม ลาตน้ เป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งออกเป็ นพมุ่ เล็ก ใบเด่ียว เรียงตรงขา้ ม รูปไข่หรือรูปใบหอก กวา้ ง 2-3 ซม. ยาว4-8 ซม. สีเขียวเขม้ เป็นมนั ดอกช่อ ออกที่ปลายก่ิงและซอกใบดอกยอ่ ยขนาดเลก็ กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกติดกนั ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ มีเส้นสีแดงเขม้ พาดตามยาว ปากล่างมี 2 กลีบ ผลเป็นฝักสีเขียวอมน้าตาล ปลายแหลม เมื่อผลแก่จะแตกเป็นสองซีกดีดเมลด็ ออกมาประโยชน์ทางสมุนไพร : ชาวจีนใชฟ้ ้ าทะลายเป็นยามาแต่โบราณ และมาเป็นท่ีนิยมใชใ้ นปะเทศไทยเมื่อไม่นานมาน้ี โดยใชเ้ ฉพาะใบหรือท้งั ตน้ บนดินซ่ึงเก็บก่อนท่ีจะมีดอกเป็นยาแกเ้ จบ็ คอ แกท้ อ้ งเสีย แกไ้ ข้ เป็นยาขมเจริญอาหาร การศึกษาฤทธ์ิลดไขใ้ นสตั วท์ ดลองพบวา่ สารสกดั แอลกอฮอลม์ ีแนวโนม้ ลดไขไ้ ด้ รายงานการใชร้ ักษาโรคอุจจาระร่วงและบิดไมม่ ีตวั แสดงวา่ ฟ้ าทะลายมีประสิทธิภาพในการรักษาเทา่ กบั เตตราซยั คลินแตใ่ นการรักษาอาการเจบ็ คอน้นั มีรายงานท้งั ท่ีไดผ้ ลและไมไ่ ดผ้ ลขนาดท่ีใชค้ ือพชื สด 1-3 กามือ ตม้ น้าด่ืมก่อนอาหารวนั ละ 3 คร้ัง หรือใชพ้ ชื แหง้ บดเป็นผงละเอียดป้ันเป็ นยาลูกกลอนขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางประมาณ 0.8 ซม. กินคร้ังละ 3-6 เมด็ วนั ละ 3-4 คร้ัง ก่อนอาหารและก่อนนอน สาหรับผงฟ้ าทะลายที่บรรจุแคปซูล ๆ ละ 500 มิลลิกรัม ใหก้ ินคร้ังละ 2 เมด็ วนั ละ 2 คร้ัง ก่อนอาหารเชา้ และเยน็ อาการขา้ งเคียงที่อาจพบคือ คลื่นไส้มะเกลอืช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Diospyros mollis Griff.วงศ์ : Ebenaceae ช่ือสามญั : Ebony treeชื่ออนื่ : ผเี ผา (ฉาน-ภาคเหนือ) มกั เกลือ (เขมร-ตราด)ลกั ษณะ : ไมต้ น้ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 เมตร เรือนยอดเป็ นพมุ่ กลม ลาตน้ เปลา โคนตน้ มกั เป็นพพู อน ผวิ เปลือกเป็นรอยแตกสะเกด็ เลก็ ๆ สีดา เปลือกในสีเหลือง กระพ้ีสีขาว ก่ิงอ่อนมีขนนุ่มข้ึนประปรายใบ เป็นใบเดี่ยวขนาดเล็กรูปไข่หรือรีเรียงตวั แบบสลบั ปลายใบสอบเขา้ หากนั โคนใบกลม หรือมน ผวิ ใบเกล้ียง ใบกวา้ ง 3.5-4.0 ซม. ยาว 9-10 ซม. ใบท่ียงั ออ่ นจะมีขนปกคลุมท้งั สองดา้ น ดอก ออกเป็ นช่อตามซอกใบ ดอกแยกเพศต่างตน้ ดอกตวั ผมู้ ีขนาดเลก็ สีเหลืองอ่อน หน่ึงช่อมี 3 ดอก ดอกตวั เมียเป็นดอกเด่ียวลกั ษณะดอกเหมือนกนั คือ กลีบรองดอกยาว 0.1-0.2 ซม. โครกลีบดอกเช่ือมติดกนั เป็นรูปถว้ ย ปลายกลีบดอกแยกเป็น 4 กลีบ สีเหลืองเรียนเวยี นซอ้ นทบั กนั ตรงกลางดอกมีเกสร ผล กลม ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางประมาณ 2 ซม. ผวิ เกล้ียง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดา ผลแก่จดั จะแหง้ มีกลีบเล้ียงติดบนผล 4 กลีบ ผลแก่ราวเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เมล็ด แบน สีเหลือง 4-5 เมล็ด ขนาดกวา้ ง 0.5-0.7 ซม. ยาว 1-2 ซม. ขยายพนั ธุ์โดยการเพาะเมล็ด
13ประโยชน์ทางสมุนไพร : ผลดิบสด-ใชเ้ ป็นยาถ่ายพยาธิไดห้ ลายชนิด ถ่ายพยาธิปากขอไดด้ ีที่สุด เดก็ อายุ 10ปี ใช้ 10 ผล ผทู้ ่ีอายมุ ากกวา่ 10 ปี ใหเ้ พ่ิมจานวนข้ึน 1 ผลต่อ 1 ปี แต่สูงสุดไม่เกิน 25 ผล คือผทู้ ี่อายุ 25 ปี ข้ึนไปกิน 25 ผลเทา่ น้นั ลา้ งใหส้ ะอาด ตาพอแหลก กรองเอาเฉพาะน้าผสมหวั กะทิ 2 ชอ้ นชาตอ่ มะเกลือ 1 ผลกินคร้ังเดียวใหห้ มดตอนเชา้ มืด ก่อนอาหาร 3 ชวั่ โมง หลงั จากน้ี 3 ชว่ั โมง ถา้ ไมถ่ ่ายใหก้ ินยาระบายดีเกลือโดยใชผ้ งดีเกลือ 2 ชอ้ นโตะ๊ ละลายน้า ประมาณคร่ึงแกว้ เพอ่ื ถ่ายพยาธิ และตวั ยาที่เหลือออกมา สารท่ีมีฤทธ์ิคือ diospyrol diglucosideข้อควรระวงั 1: ผทู้ ี่หา้ มใชม้ ะเกลือไดแ้ ก่ เดก็ อายตุ ่ากวา่ 10 ปี หญิงมีครรภ์ หรือหลงั คลอดไม่เกิน 6 สัปดาห์ผทู้ ี่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือมีอาการปวดทอ้ ง ถ่ายอุจจาระผดิ ปกติบ่อยๆ และผทู้ ี่กาลงั เป็นไข้ ในการเตรียมยาตอ้ งใชผ้ ลดิบสด เตรียมแลว้ กินทนั ที ไมค่ วรเตรียมยาคร้ังละมากๆ ใชเ้ คร่ืองบดไฟฟ้ า จะทาให้ละเอียดมาก มีตวั ยาออกมามากเกินไปข้อควรระวงั 2 : เคยมีรายงานวา่ ถา้ กินยามะเกลือขนาดสูงกวา่ ที่ระบุไว้ หรือเตรียมไวน้ าน สารสาคญั จะเปล่ียนเป็นสารพษิ ช่ือ diospyrol ทาใหจ้ อรับภาพ และประสาทตาอกั เสบ อาจตาบอดได้ ประโยชน์ดา้ นอื่นๆเน้ือไมใ้ ชท้ าเฟอร์นิเจอร์ประดบั มุก ผล ใหส้ ีดา ใชย้ อ้ มผา้ และแพรได้มะขามช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Tamarindus indica L.วงศ์ : Leguminosae ชื่อสามญั : Tamarindลกั ษณะ : ไมย้ นื ตน้ สูง 15-25 เมตร ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลบั ใบยอ่ ยรูปขอบขนาน กวา้ ง 5-8 มม. ยาว 1-1.5 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบและปลายก่ิง กลีบดอกสีเหลือง มีลายสีม่วงแดง ผลเป็นฝัก มีเน้ือหุม้ เมลด็ สีน้าตาลฉ่าน้าประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชม้ ะขามเปี ยกเป็นยาถ่ายเนื่องจากมีกรดอินทรียเ์ ช่น กรด tartaric และกรด citric เปลือกตน้ เป็นยาสมานคุมธาตุ เน้ือในเมลด็ เป็นยาฆา่ พยาธิไส้เดือน ใบและยอดอ่อนมีรสเปร้ียว ใช้ในการอาบอบสมุนไพรมะขามป้ อมชื่อวทิ ยาศาสตร์เรียกวา่ Phyllanthus emblica Linn.วงศ์ EUPHORBIACEAEเป็นพรรณไมย้ นื ตน้ ขนาดกลาง สูงประมาณ 7 เมตร เปลือกคอ่ นขา้ งเรียบเกล้ียง ใบเป็นใบประกอบ ใบยอ่ ยออเรียงกนั เป็ น 2 แถว คลา้ ยขนนก ใบยอ่ ยมีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายใบแหลมยาวรี มีสีเขียวแก่ ดอกเป็นช่อหรือเป็ นกระจุกเลก็ ๆ ลกั ษณะของผลกลม เกล้ียง เส้นผา่ ศูนยก์ ลางประมาณ 2 เซนติเมตรมีรอยแยกแบง่ ออกเป็ น 2 ซีก ผลออ่ นสีเขียวออกเหลือง ผลแก่สีน้าตาล มีเมล็ดสีน้าตาล ส่วนที่ใชม้ าทายาน้นัพบวา่ เกือบทุกส่วน
14สรรพคุณผล : รสขมชุ่มคอ เปร้ียว เยน็ จดั ใชล้ ะลายเสมหะ กระตุน้ น้าลาย แกก้ ระหายน้า ไอ หวดั เจบ็ คอ คอแหง้ และคอตีบใบ : รสเปร้ียวชุ่ม แกผ้ ิวหนงั เป็ นผน่ื คนั มีน้าเหลือง บิดแบคทีเรีย เดก็ ผวิ หนงั เป็ นแผลมีหนองเร้ือรัง ฝีคนั ฑสูตร เปลือกตน้ : รสเปร้ียว เยน็ จดั แกบ้ าดแผลเลือดออก บิด และแผลฟกช้าจากหกลม้ หรือ กระทบกระแทก ราก : รสฝาด ชุ่ม เยน็ จดั แกร้ ้อนใน ทอ้ งเสีย ความดนั เลือดสูง โรคเร้ือน และใชพ้ อกแกพ้ ิษตะขาบกดั ปมท่ีกา้ น : แกป้ วดกระเพาะอาหาร ปวดเมื่อยในกระดูก เดก็ เป็นตานขโมย ไอ ปวดฟัน ปวดทอ้ งนอ้ ยและไส้เลื่อนมะนาวชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Citrus aurantifolia Swing.วงศ์ : Rutacear ช่ือสามัญ : Lime ชื่ออน่ื : ส้มมะนาวลกั ษณะ : ไมพ่ มุ่ สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบยอ่ ยใบเดียว เรียงสลบั รูปไข่ รูปวงรีหรือรูปไข่แกมขอบขนานกวา้ ง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. เน้ือใบมีจุดน้ามนั กระจาย กา้ นใบมีครีบเล็ก ๆ ดอกเด่ียวหรือช่อ ออกท่ีปลายก่ิงและท่ีซอกใบ กลีบดอกสีขาว กลิ่นหอม ร่วงง่าย ผลเป็ นผลสด กลมเกล้ียง ฉ่าน้าประโยชน์ทางสมุนไพร : ตารายาไทยใชน้ ้ามะนาวและผลดองแหง้ เป็นยาขบั เสมหะแกไ้ อ แกโ้ รคเลือดออกตามไรฟัน เพราะมีวติ ามินซี น้ามะนาวเป็นกระสายยาสาหรับสมุนไพรที่ใชข้ บั เสมหะรางจืดชื่อวทิ ยาศาสตร์ว่า Thunbergia lauriflolia Linn.วงศ์ THUNBERGIACEAEชื่ออน่ื ว่า ยาเขียว, เครือเขาเขียว, กาลงั ชา้ งเผอื ก, หนามแน่, ย้าแย,้ น้านอง,คาย, ดุเหวา่ , รางเยน็ , ทิดพุด, แอดแอ, ขอบชะรางจืดเป็นพืชที่ชอบอยตู่ ามลุ่มน้า ลาหว้ ย ลาธาร ข้ึนในป่ าช้ืนจะงามมาก ใบมีขนาดใหญ่ ถา้ อยใู่ นบริเวณท่ีมีน้าใหค้ วามชุ่มช้ืนอุดมสมบรู ณ์จะออกเถาไม่รู้จบสิ้น ลกั ษณะเป็นไมเ้ ถาเล้ือย ลาตน้ หรือเถามีเน้ือแขง็
15ลกั ษณะของเถาน้นั จะกลมเป็นขอ้ ปลอ้ ง มีสีเขียวสดหรือสีเขียวเขม้ เล้ือยพาดไปตามกาแพงร้ัวแลว้ จะทิ้งตวัหอ้ ยเป็นระยา้ ลงสู่เบ้ืองล่าง ส่วนท่ีใชเ้ ป็นยาน้นั คือ ท้งั ตน้ รากและเถาสรรพคุณ แกท้ อ้ งร่วง อาการแพ้ ผนื่ คนั แกพ้ ิษยาฆ่าแมลงในสัตว์ แกพ้ ษิ จากสารในยากาจดั ศตั รูพืช แกพ้ ษิเคมี พิษเบ่ือเมา พษิ แอลกอฮอล์ พิษสุราเร้ือรัง พษิ สะสมในร่างกาย ไขร้ ้อนใน ฯลฯ ปัจจุบนั มีผนู้ ารางจืดมาทาเป็นผลิตภณั ฑใ์ บชา หรือถุงชาในแพก็ เกจสวยหรูดูดี และยงั ทาเป็นเคร่ืองด่ืมสมุนไพรสาเร็จรูป ซ่ึงเป็นของกลุ่มแปรรูปผลิตภณั ฑช์ ุมชนกลไกที่ทางานเกี่ยวกบั การมองเห็นแขง็ แรงข้ึน เพราะมีเลือดมาเล้ียงมาข้ึน
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: