สรปุ องคค์ วามรู้ สมั มนาวทิ ยาศาสตร์ จดั ทาโดย นางสาวกนกวรรณ กงแก้ว อาจารยธ์ านินทร์ ปัญญาวฒั นากลุ
Contents ความรู้ทว่ั ไปเกยี่ วกบั การวิจยั ทางทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรมการวจิ ัย สว่ นประกอบของงานวิจัย
TITIL 01 ความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกบั การวิจัยทางทยาศาสตร์ .
ความรทู้ วั่ ไปเกย่ี วกบั การวจิ ยั ทางทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หมายถึง กระบวนการหรือวิธกี ารแสวงหาความรู้ความจรงิ จากธรรมชาติ ความสาคญั ของวทิ ยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์มีบทบาทสาคัญอยา่ งย่ิงในการดารงชวี ติ ของมนุษย์ เปน็ กระบวนการสาคัญที่จะทาให้เกิดวิธีคิด ทั้ง ความเปน็ เหตผุ ล คิดสรา้ งสรรค์ คิดวิเคราะห์วจิ ารณ์ มที กั ษะสาคญั ในการค้นหาความรู้
ความรทู้ วั่ ไปเกย่ี วกบั การวจิ ยั ทางทยาศาสตร์ วิจยั ทางวิทยาศาสตร์ หมายถงึ เปน็ การวจิ ยั ทแี่ สวงหาความรูเ้ กี่ยวกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติทงั้ หลาย ทัง้ สงิ่ ท่ีมชี ีวิตและไม่มชี วี ิต ความสาคัญของการวจิ ัยทางวิทยาศาสตร์ ความสาคัญของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ใหม่ ๆ เป็นการแสวงหาความรู้หรือความจริงเพื่อ สร้างเป็นกฎทฤษฎีและเพื่อนาไปประยกุ ต์หรือใช้ประโยชน์ในงานต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายในการนาผลการวิจัยไปใช้ในเชิง ปฏิบตั โิ ดยตรง
วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั TITLE 01 TITLE 02 TITLE 03 เพอ่ื เพิ่มพูนความรู้ใหม่ เพือ่ ใชใ้ นการพัฒนา พฒั นาให้ เพ่อื นาผลไปประยกุ ตห์ รือใชใ้ ห้เปน็ ดียงิ่ ขน้ึ ไดไ้ มใ่ ช่หยดุ การพฒั นา ประโยชน์ อยูท่ เี่ ดิม
TITIL 02 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ วิธีการและขั้นตอนท่ีใช้ดาเนินการค้นคว้าหาความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ อย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ วิธีการทาง วิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และจติ วทิ ยาศาสตร์
ระเบยี บวิธีทางวิทยาศาสตร์ Title Title การตง้ั สมมตุ ฐิ าน เปน็ การคดิ หาคาตอบล่วงหนา้ 1 3 5อยา่ งมเี หตุผลก่อนทาการทดลอง โดยตอ้ งอาศยั การสงั เกตความรู้ การวเิ คราะหข์ ้อมูล เปน็ ขนั้ ท่ีนาข้อมลู ทไ่ี ดจ้ ากการ สงั เกตการคน้ คว้าหรอื การทดลอง และประสบการณเ์ ดิม มาทาการวิเคราะหผ์ ลแลว้ นาไป เปรยี บเทียบกบั สมมติฐานทต่ี ัง้ ไว้ Title 2 Title 4 Title การทดลอง การสรุปผล การกาหนดปัญหา เปน็ วธิ ีการตรวจสอบเพอ่ื ทาการค้นคว้าหา นาข้อเทจ็ จรงิ ท่ไี ด้จากการทดลองมาวเิ คราะห์ เกดิ จากการสงั เกต อาจจะเรม่ิ จาก ข้อมลู รวบรวมข้อมูลเพอื่ ตรวจสอบดูวา่ ผลและหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งข้อมลู หรอื ส่ิงแวดล้อมรอบตวั เราปรากฏการณ์ สมมตฐิ านถูกตอ้ งหรอื ไม่ ข้อเท็จจรงิ เพ่ือนามาอธิบายและตรวจสอบดวู ่า ธรรมชาตหิ รือการเจรญิ เติบโตของ สมมตฐิ านท่ตี ้งั ขึ้นถูกต้องหรอื ไม่ สงิ่ มีชวี ติ
การถกปัญหาสร้างสรรคป์ ัญญา 01 02 03 04 ทมี่ าของปญั หาและการตงั้ การตงั้ สมมติฐาน ความจริงกบั สมมตฐิ าน ตัวแปรในการวจิ ยั คาถาม - ตง้ั สมมตฐิ านจกการศกึ ษาคน้ คว้า - ส ม ม ติ ฐ า น เ ป็ น ก า ร แบง่ ออกเป็น 2 ชนิด - ที่มาของปญั หา ไดแ้ ก่ การอ่าน - ใช้ข้อความที่ชัดเจน เข้าใจง่าย คาดการณ์ ซึ่งอาจจะเป็นไป - ตวั แปรอสิ ระ หมายถงึ ตวั แปร เอกสาร อ่านงานวิจัย ประสบ สอดคลอ้ งกบั จุดม่งุ หมายของการวจิ ัย ตามทคี่ าดการไวห้ รอื ไมก่ ไ็ ด้ ที่เกดิ ขนึ้ ก่อนและเปน็ เหตุให้ผล การของผู้วิจัย ข้อโต้แย้ง การ - สามารถอธิบายเหตุผลสนับสนุน -ความจรงิ จะเปน็ สภาพท่ีเป็น ตามมา วเิ คราะห์ แนวโนม้ สมมตฐิ านของตนเองได้ อ ย่ า ง น้ั น โ ด ย แ น่ แ ท้ ไ ม่ - ตัวแปรตาม หมายถงึ ตัวแปรท่ี - การตั้งคาถาม ประกอบด้วย - ต้ังสมมติฐานในลักษณะท่ีเป็นการ เปลย่ี นแปลง เกดิ ขึ้นเน่อื งจากตวั แปรอสิ ระ ใครทาอะไร ส่ิงเปรียบเทียบตัว ยอมรับ/การปฏเิ สธ วดั ผล
TITIL 03 จริยธรรมการวจิ ยั
จริยธรรมการวิจยั จริยธรรมการวิจัย จ ริ ย ธ ร ร ม ก า ร วิ จั ย ห ม า ย ถึ ง ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ที่ ค ว ร ประพฤติปฏิบตั ขิ องนักวิจัยเพ่ือให้การดาเนินงานวิจัย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและหลักวิชาการที่ เหมาะสมหลักจรยิ ธรรมการทาวจิ ยั 1. หลกั ความเคารพในบคุ คล 2. หลักคณุ ประโยชน์ 3. หลักความยตุ ธิ รรม
TITLE จริยธรรมการวิจยั 1. หลักความเคารพในบุคคล (Respect for person) คือการเคารพในศักด์ิศรีความเป็น มนษุ ยเ์ คารพในการขอความยนิ ยอมโดยให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนปราศจากการข่มขู่หรือบังคับ เคารพในการเก็บรักษาความลับของข้อมูลส่วนตัวของอาสาสมัครและเคารพในความเป็น เปราะบาง 2. หลกั คณุ ประโยชน์ (Beneficence) ต้องมกี ารประเมินความเส่ียงหรืออันตรายที่อาจเกิด จากการวิจัย ได้แก่ อันตรายต่อร่างกายจิตใจสถานะภาพทางสังคมและทางกฎหมายการ ประเมินการให้คุณประโยชน์เช่นประโยชน์ท่ีได้รับโดยตรงประโยชน์ที่ได้จากผลการศึกษา ประโยชนต์ อ่ วงการวิทยาศาสตรห์ รอื สงั คมหรือประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนทอ่ี าสาสมัครอยู่ 3. หลักความยุติธรรม (Justice) เป็นการให้ความเปน็ ธรรมประเมนิ จากการเลือกอาสาสมัคร การจดั อาสาสมัครเข้ากลุ่มศึกษาต้องไม่มีอคติไม่เลือกกลุ่มตัวอย่างท่ีหาง่ายส่ังง่ายคนจนหรือ เป็นผดู้ ้อยการศกึ ษา
5. 1. ผ้ใู ช้สตั ว์ ต้อง 2. ผใู้ ช้สตั วต์ อ้ งตระหนัก ผู้ใชส้ ตั วต์ อ้ งบันทึกขอ้ มลู ตระหนกั คณุ คา่ ของ ถึงความแมน่ ยาของ ปฏบิ ตั ิต่อสัตวไ์ ว้เป็น ชวี ิตสัตว์ ผลงาน ใช้สัตว์นอ้ ยทส่ี ุด หลักฐานอย่างครบถว้ น Mind Map 4.ผู้ใชส้ ตั ว์ต้องตระหนักว่า 3. การใช้สตั ว์ต้องไมข่ ดั ตอ่ สตั ว์เป็นส่ิงมชี ีวิต กฎหมายและนโยบายการ เช่นเดียวกบั มนษุ ย์ อนุรักษ์สัตวป์ ่า จรยิ ธรรมการใชส้ ตั วใ์ นการทาวจิ ยั
TITIL 04 ส่วนประกอบของงานวจิ ยั .
ส่วนประกอบของงานวิจัย 1. ส่วนนา 2. ส่วนเนือ้ เรื่อง o ปกนอก o 2.1 บทนา o ใบรองปก -ความเป็นมาและความสาคญั ของปญั หา o หน้าปกใน -วตั ถปุ ระสงค์ o หนา้ อนุมัติ -ขอบเขตของการวจิ ยั o บทคัดย่อ -สมมติฐาน o กติ ติกรรมประกาศ -นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ o สารบญั - ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั จากการวจิ ัย o 2.2 วรรณกรรมทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
ส่วนประกอบของงานวจิ ัย 2. สว่ นเนอ้ื เรื่อง 3. ส่วนทา้ ย o 2.3 วธิ ีดาเนินการวิจัย o บรรณานุกรม - ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง o ภาพผนวก - เครื่องมอื ในการทาวิจัย o ประวตั ผวู้ จิ ยั -การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล -การวเิ คราะห์ข้อมลู และสถติ ทิ ี่ใช้ o 2.4 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู o 2.5 สรุปผลการวิจัย - สรปุ ผลการวจิ ยั - อภิปรายผล - ข้อเสนอแนะ
ผจู้ ดั ทา ชอื่ -สกุล นางสาวกนกวรรณ กงแกว้ รหัสนกั ศึกษา 61003161016 กลมุ่ เรยี น 6100316101 คณะครุศาสตร์ สาขาการสอนวิทยาศาสตร์ท่ัวไป
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: