Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียน

Description: วิจัยในชั้นเรียน

Search

Read the Text Version

งานวจิ ัยในชน้ั เรียน เรือ่ ง การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน E-Book เรือ่ งความร้เู บอ้ื งตน้ เกยี่ วกับคอมพวิ เตอร์ สาหรบั นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6/1 โดย นายวุฒพิ งษ์ ศรเี มือง ครู คศ. 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา้ ยตลาด(กวธี รรมสาร) กองการศกึ ษาเทศบาลเมืองอุตรดติ ถ์

บทคัดย่อ การเรยี นการสอนในปจั จบุ นั หลายคนคงต้องยอมรบั ว่าคอมพิวเตอร์นนั้ เข้ามามบี ทบาทตอ่ การจดั การศึกษาอย่างมากจึงต้องมกี าร พฒั นาสร้างสือ่ การสอนและเรียนรอู้ ยา่ งหลากหลาย

สารบัญ บทที่ หนา้ บทท่ี 1 บทนา ………………………………………………………………………………… 1 ความเปน็ มาและความสาคญั ของปญั หา………………………………………………………1 วัตถุประสงคใ์ นการวิจยั ……………………………………………………………………………..3 สมมตฐิ านสาหรับการวจิ ยั ……………………………………………………………….……….. 3 ขอบเขตของการวิจัย……………………………………………………………………………….. 3 นยิ ามศพั ท์เฉพาะท่ีใชใ้ นการวิจัย…………………………………………………………………3 ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ บั จากการวจิ ยั …………………………………………………………3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจนั ทเี่ กย่ี วข้อง……………………………………………… 3 ความหมายของสื่อการเรยี นการสอน E-Book ในการวจิ ัย……………………………..5 ความมุ่งหมายในการจัดทาสือ่ การเรียนการสอน E-Book ในการวิจัย…….………. 5 E-Book รูปแบบใหมใ่ นการอ่านหนงั สือ……………………………………………………….5 ความหมายของหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส์ (E-Book)…………………………………………..6 ววิ ัฒนาการของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)…………………………………………. 6 ลกั ษณะและรปู แบบของหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์……………………………………………...7 รูปแบบ E-Book สาหรบั ในอนาคต……………………………………………………………. 8 การศกึ ษาผลงานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง…………………………………………………………………9 บทที่ 3 วธิ ีการดาเนินการวิจัย…………………………………………………………… 13 เทคนคิ ทใ่ี ช้ในการวิจัย……………………………………………………………………………….13 ประชากรทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั ……………………………………………………………………………13 เคร่อื งมือท่ีใช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล………………………………………………………. 14 สถติ ทิ ีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล…………………………………………………………………...14 บทท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู …………………………………………………………... 15 ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ……………………………………………………………………………… 15 บทท่ี 5 สรุปผลการวิจัย……………………………………………………………………. 18 สรุปผลการวจิ ยั ……………………………………………………………………………………... 18 อภปิ รายผล …………………………………………………………………………………………... 18 ขอ้ เสนอแนะ…………………………………………………………………………………………….18 บรรณานกุ รม ภาคผนวก ก-ค

บรรณานุกรม กาญจนา วฒั ายุ, การวิจยั เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา, (กรุงเทพฯ : ธนพรการพิมพ์, 2545) ประวติ เอราวรรณ์, การวจิ ยั ในชนั้ เรยี น, มปท, มปป. เตือนใจ ทองสาริด. บทเรียนสาเรจ็ รูป, รายงานประกอบการศกึ ษาวิชา Individual Study, บัณฑติ วทิ ยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2515.

บทที่ 1 บทนา ความเปน็ มาและความสาคัญของปัญหา ระบบการศกึ ษาไทยไดเ้ ล็งเห็นความสาคัญของการให้วิชาความรู้เก่ียวกับคอมพวิ เตอร์ ซง่ึ เป็นสิ่งที่สาคัญมากใน อนาคต บุคลากรของชาติทุกคนควรตอ้ งมีความรู้ความสามารถทางการใชเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์ เพื่อรบั ความกา้ วหนา้ ท่กี าลัง จะมาถึง และที่ผ่านมาไดม้ ีการพัฒนาโดยการปฏิรูปการศึกษา เนน้ ความสาคัญทางด้านการนาเทคโนโลยเี ข้ามาใช้ในวง การศกึ ษา โดยเฉพาะการนาเอาคอมพวิ เตอร์เข้ามาในระดับโรงเรยี นมากขนึ้ ทั้งในระดบั ประถมศกึ ษาและในระดบั มัธยมศึกษา มกี ารระบใุ นบัญญัติ 10 ประการวา่ โรงเรยี นต้องมีความพร้อมในทุก ๆ ด้านไม่วา่ จะเปน็ ห้องเรียน หอ้ งสมุด หอ้ งคอมพิวเตอร์ หอ้ งปฏบิ ัติการ มอี ปุ กรณ์การเรยี นการสอนทีค่ รบครัว โดยใชใ้ ห้เกิดประโยชน์สูงสดุ และให้เหมาะสมกับ สภาพท้องถิ่นด้วย อกี ท้งั ยังสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธกิ าร และพระราชบญั ญัติทางการศกึ ษา พ.ศ.2542 จงึ ได้มีการกาหนดวิสัยทัศนท์ างด้านการศกึ ษาเนน้ หนักลงไปทค่ี น วสิ ัยทัศน์ของการศกึ ษาไทยไดก้ าหนดไวว้ า่ พฒั นาคน ไทยใหม้ ีความรคู้ วามสามารถและทกั ษะทีจ่ าเป็นต่อการดารงชวี ิตในโลกแหง่ ยคุ โลกาภิวตั น์ เชน่ ภาษาตา่ งประเทศ และ คอมพวิ เตอร์ เห็นความสาคญั ของวิทยาการสมยั ใหม่ควบคู่กับภมู ิปญั ญาไทย การจัดการศกึ ษาในระดับมธั ยมศึกษามีเปา้ หมายเพื่อมุ่งใหผ้ ู้เรียนมีความร้ทู างวิชาการและวิชาชพี ทเี่ หมาะสมกับ วัย ความต้องการ ความสนใจและความถนดั เพ่ือใหผ้ เู้ รียนแตล่ ะคนเขา้ ใจและรู้จกั เลือกวชิ าชีพท่เี ปน็ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง และสังคม หลายสถาบนั การศึกษาได้มีการสร้างหลักสตู รให้กบั นักเรียนนกั ศกึ ษา ได้ทาการศกึ ษาในวชิ าคอมพิวเตอร์ โดย กระทรวงศกึ ษาธิการได้เล็งเห็นความเจรญิ ก้าวหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยีของคอมพวิ เตอร์ จงึ มีการปรบั ปรงุ รายวชิ า คอมพวิ เตอร์ทัง้ ในหลักสตู รของชนั้ มัธยมศึกษาตอนต้นและหลกั สูตรของชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย มกี ารปรบั ปรุงรายวิชา คอมพิวเตอร์เพ่ือให้มีความเหมาะสมมากยิง่ ขนึ้ เพ่ือเปน็ ฐานท่ีสาคญั ต่อการดารงชีวติ ในอนาคต เพราะถา้ การศกึ ษาได้ วางรากฐานท่ีดีต่อการเรียนคอมพิวเตอร์แลว้ ก็จะมีผลโดยตรงตอ่ นักเรยี น นกั ศึกษาทสี่ ามารถหาความรู้ได้อย่างกว้างขวาง มากมายอยา่ งไมจ่ ากดั ในโลกท่ีประดุจจะไร้พรมแดนแห่งน้ี เราจงึ ควรมกี ารจัดการเรยี นการสอนในวชิ าคอมพวิ เตอร์ให้ เหมาะสมและมปี ระสิทธภิ าพมากที่สดุ เพือ่ ทจ่ี ะไดพ้ ฒั นาทรัพยากรมนุษยใ์ ห้มีความรู้ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ ให้ไดม้ ากท่สี ดุ รายวิชาคอมพิวเตอรว์ ชิ าแรกของหลกั สูตรมัธยมศึกษาตอนตน้ และเปน็ รายวิชาท่ีนักเรยี นทุกคนควรเรยี น คอื ความรเู้ บอื้ งต้นเกย่ี วกบั คอมพิวเตอร์ จุดประสงค์ของรายวชิ าน้ีเพื่อตอ้ งการใหน้ ักเรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจเบ้ืองตน้ เกยี่ วกบั คอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศพ้ืนฐาน บทบาทและความสาคญั ของคอมพวิ เตอรต์ ่อระบบสารสนเทศและ สามารถใชค้ อมพิวเตอร์ในการประยุกต์ใชง้ านของนกั เรียนได้ ประกอบกับห้องปฏบิ ัติการคอมพวิ เตอร์ในโรงเรยี นระดบั มธั ยมมีความพรอ้ มทางด้านเครือ่ งมือ ทจ่ี ะสามาระทาเปน็ ระบบเครือข่ายการสอ่ื สารขอ้ มูลภายใน ทาใหส้ ามารถสรา้ งส่ือ การเรียนท่ีใช้กบั ระบบคอมพิวเตอร์เครือขา่ ย ซึ่งจะเปน็ สอ่ื ทมี่ ีความประหยดั ด้านการผลิตและการเผยแพร่ โดยไมต่ ้องผา่ น ระบบการพิมพ์ จึงควรมีการผลติ สอ่ื การเรียนการสอน เพ่ือให้การจดั การเรียนการสอนให้มีประสทิ ธภิ าพมากขนึ้ และ เน่อื งจากลักษณะของกระบวนวชิ า เปน็ ลกั ษณะของการบรรยายโดยครผู สู้ อนอยหู่ นา้ ช้นั เรียน ซง่ึ มคี วามพร้อมของ ห้องปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์ท่ีใช้สอนวิชาดังกล่าวอยแู่ ล้วและสามารถใชไ้ ด้ดีกับสือ่ การสอนประเภทการนาเสนอข้อมลู บทเรยี นคอมพวิ เตอร์และระบบอินเทอรเ์ นต็ อยา่ งไรกต็ ามในการเรียนการสอนในปัจจุบนั ยังไม่มีการผลิตส่ือดงั กลา่ วทาใหก้ ารเรียนการสอนในรายวชิ าน้ัน ๆ ไมน่ ่าสนใจ ซงึ่ กระบวนวิชานเ้ี ปน็ การเรยี นการสอนขน้ั พืน้ ฐานของการเรียนในรายวชิ าท่ีเก่ียวกับคอมพวิ เตอร์ ซ่ึงมีการ เรยี นการสอนแบบบรรยายผลสัมฤทธิ์ของการเรียนก็จะไม่ดเี ท่าทคี่ วร ส่งผลให้พืน้ ฐานทางดา้ นคอมพิวเตอร์ของนกั เรยี นต่า ดว้ ยทาให้ครผู ู้สอนไม่สามารถสอนเน้อื หาใหน้ ักเรียนเข้าใจและบรรลวุ ตั ถุประสงค์การเรยี นการสอนในเน้ือหานั้นได้ อีกท้ัง

ในปัจจุบัน ครผู สู้ อนส่วนใหญ่ไม่มีความรใู้ นการผลติ สอื่ การสอนทม่ี ีประสิทธภิ าพท่ีจะสามารถช่วยสร้างแรงกระตุ้นและ แรงจูงใจใหเ้ หมาะสมกับบทเรียนน้ันไดจ้ ึงสง่ ผลต่อพ้ืนฐานการเรียนรใู้ นวิชาคอมพวิ เตอร์ ดังนัน้ จึงเห็นสมควรใหม้ ีการผลติ สอื่ การสอนในรายวชิ าคอมพิวเตอร์ ง16202 เรือ่ งความรู้เบือ้ งตน้ เก่ียวกับ คอมพิวเตอร์ ในรปู แบบของ E-Book ซงึ่ พัฒนาจากโปรแกรม ncesoft flip book marker และอาศยั คอมพิวเตอรท์ ่ี สามารถเอื้อประโยชน์ในการเรยี นรู้ นอกจากน้ีผเู้ รียนยังสามารถเรียนร้ดู ว้ ยตนเองจากสื่อ E-Book นี้ ซ่ึงเป็นวิธกี ารที่ สอดคลอ้ งกบั แนวคิดใหมท่ างการศึกษาที่ต้องการใหก้ ารเรียนการสอนยึดเอาผู้เรยี นเปน็ ศนู ย์กลาง (Student Centered) จากท่ีเมื่อก่อนยึดผสู้ อนเปน็ ศูนยก์ ลาง (Teacher Centered) โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ใหน้ ักเรียนแต่ละคนได้พัฒนาการ เรียนร้ขู องตนเองไปตามความสามารถ และอยูบ่ นหลกั พน้ื ฐานทีว่ ่า นักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันไมส่ ามารถเรยี นรู้ ไดเ้ ทา่ กนั ในเวลาเดียวกนั แต่กส็ ามารถเรียนรู้ไดถ้ ้าเขามเี วลาในการเรียนรู้เพยี งพอ วัตถปุ ระสงค์ในการวจิ ยั E-Book รายวิชา 1.เพ่ือสรา้ งและพัฒนาสื่อการเรยี นการสอนในรูปแบบของ E-Book รายวิชาคอมพิวเตอร์ ง 16202 ความรู้เบื้องต้นเกยี่ วกบั คอมพวิ เตอร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 2.เพื่อหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอน E-Book โดยใชเ้ กณฑ์ 80/80 3.เพอื่ เปรยี บเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกอ่ นการใชแ้ ละหลังการใชส้ อ่ื การเรยี นการสอน คอมพวิ เตอร์ ง 16202 ความร้เู บ้ืองต้นเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ สมมติฐานสาหรับการวจิ ยั ผลการสมั ฤทธทิ์ างการเรียนหลังการใช้สอื่ การเรยี นการสอน E-Book สงู กว่ากอ่ นการใช้ส่อื การเรียนการสอน E- Book ขอบเขตของการวิจยั 1.ในการวจิ ยั พฒั นาคร้ังนีเ้ ป็นการสร้างและพัฒนาสือ่ การเรียนการสอน E-Book รายวชิ าคอมพิวเตอร์ ง 16202 ความร้เู บือ้ งต้นเก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 2.ประชากรท่ใี ช้ในการวจิ ยั คร้ังน้ีคอื นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6/1 ของโรงเรยี นเทศบาลวัดท้ายตลาด(กวธี รรร รมมมสาร) ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2560 จานวน 37 คน นิยามศพั ทเ์ ฉพาะที่ใช้ในการวิจยั 1.สื่อการเรยี นการสอน E-Book หมายถึง ส่อื การเรียนการสอน E-Book รายวชิ าคอมพิวเตอร์ ง 16202 ความรู้ เบ้อื งตน้ เก่ียวกบั คอมพวิ เตอร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6/1 2.ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น หมายถึง คะแนนของนักเรยี นที่ไดจ้ ากการทอสอบก่อนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบ ทีผ่ ูส้ อนสรา้ งข้ึนและได้รับการตรวจสอบคณุ ภาพแล้ว ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะได้รับจากการวิจัย 1.สามารถใชส้ อื่ การเรยี นการสอน E-Book ในการเพ่ิมผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6/1 ให้สูงข้นึ ได้ 2.สามารถใชส้ ่ือการเรยี นการสอน E-Book สอนซ่อมเสรมิ แทนผ้สู อนหรอื ใช้ในเวลาทผี่ ูส้ อนไม่สามารถเข้าสอนได้ โดยผูเ้ รียนสามารถศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง

3.ผ้สู อนได้มโี อกาสในการพฒั นาคุณภาพการเรียนการสอน และมีสือ่ การเรียนการสอนท่ีทันสมัยเพิ่มขึ้น 4.เป็นประโยชน์ต่อครผู ูส้ อนท่ีสอนวิชาคอมพิวเตอร์ โดยสามารถนาสอื่ การเรียนการสอน E-Book น้ี ไปใชส้ อนใน โรงเรียนอน่ื ๆได้ 5.ความรทู้ ไ่ี ด้จากการวจิ ยั จะเปน็ ประโยชนส์ าหรบั ครูผสู้ อน หรอื ผู้สนใจท่จี ะทาการวิจัยและพัฒนาสอื่ การเรียน การสอน E-Book ต่อไป

บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง ความหมายของส่ือการเรยี นการสอน E-Book ในการวจิ ัย สอ่ื การเรียนการสอน E-Book หมายถึง สอื่ การเรยี นการสอนในรูปแบบอเิ ล็กทรอนิกส์ ที่จดั ทาโดยใช้โปรแกรม ncesoft flipbook marker โดยการนาบทเรียนต่างๆ มาจัดเรียนไวใ้ หเ้ ปน็ หมวดหม่ใู ห้ง่ายต่อการศกึ ษา เพ่ือใหผ้ เู้ รยี น สามารถศึกษาไดต้ ามความสนใจ สามารถศึกษาไดด้ ว้ ยตนเอง ไม่ต้องใหค้ รสู อนหรอื อธิบายให้ฟัง หรือสามารถมาศึกษา นอกเวลาเพ่ิมเตมิ ได้อกี ครั้งหลงั จากเรยี นไปแลว้ ความมุ่งหมายในการจัดทาสื่อการเรียนการสอน E-Book ในการวิจยั 1.เพอ่ื ให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นรู้ตามความต้องการและความสนใจ 2.เพ่อื ให้นักเรียนที่เรยี นช้าไม่ร้สู กึ กงั วล 3.เพ่อื เสรมิ สรา้ งการเรยี นร้ตู ามความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล E-Book รูปแบบใหมใ่ นการอ่านหนงั สือ E-book หรือหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ คาน้ีอาจจะเป็นคาใหม่ในความรู้สกึ ของหลาย ๆ คน แต่ อกี ไมน่ านจะเปน็ ท่ี รจู้ กั ในหมูน่ ักอา่ นท้ังหลาย โดยเฉพาะในวงการห้องสมดุ ซึ่งในอนาคตจะมีการเปลย่ี น แปลงรปู แบบให้เป็นห้องสมุด อเิ ลก็ ทรอนิกส์ หอ้ งสมดุ ดิจิตัลและห้องสมดุ เสมือน เทคโนโลยีนีก้ ค็ ง เป็นอีกทางเลือกหน่งึ ในการนามาให้บริการกับผู้ใช้ ถึงแมว้ า่ จะมกี ารเปล่ียนแปลงเกิดขึน้ กบั รปู แบบของ หนงั สอื ก็ไม่จาเป็นว่าเราต้องโยนหนังสอื ท้งิ ไปแลว้ หนั มาใชเ้ ทคโนโลยี ทกี่ าลงั เกิดขึ้นแทนทเี่ พราะเราก็ไม่ ทราบว่าเม่ือไหร่เทคโนโลยีนีจ้ ะเป็นท่ีนิยมและยอมรับอย่างแพรห่ ลาย และถงึ แมว้ ่า หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์จะเป็นเทคโนโลยที ่เี กิดขน้ึ ใหม่ในวงการหนังสอื แต่หนงั สอื ก็ยังมีคุณค่าต่อมนษุ ย์ในหลาย ๆ ด้าน ดังมคี ายกยอ่ งเก่ยี วกบั หนังสือจาก Tony Cawkell ว่าหนังสอื จะยังคงมีการจัดพิมพ์อกี หลาย ปี และมคี วามจรงิ ว่าการได้ พบหน้ากนั ระหวา่ งหนงั สือกับผอู้ ่านจะมีความสมั พนั ธก์ บั มนษุ ย์มากกวา่ การ ใช้เครอ่ื งจักร ซงึ่ จะมีคาท่ีเกีย่ วข้องกนั 2 คา คือการถ่ายโอนขอ้ มูล และพฤติกรรมของมนุษย์ หากมอง โดยผ่านๆ จะพบวา่ การอา่ นหนงั สือ การสแกนหวั ขอ้ ขา่ ว การ ประเมินคุณค่ารูปภาพหรอื ภาพวาด เปน็ การหาความบันเทิงทม่ี ีความสุขจากแผน่ กระดาษ และยังสามารถจะเขียน ข้อความอนื่ ๆ ลงไปได้อกี สามารถนาตดิ ตัวได้ อ่านบนเครื่องบิน รถไฟ ในห้องนา้ ก็ได้ และมองดูสวยเมื่ออย่บู นช้ัน ให้เปน็ ของ ขวญั กบั คนทร่ี กั ได้ (นางสาวอาภรณ์ ไชยสวุ รรณ,http://www.bb.go.th) ความหมายของหนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์ (E-Book) ไดม้ ผี ใู้ หค้ วามหมายของหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ ไวห้ ลายความหมาย ได้แก่ เปน็ คาเฉพาะที่ใช้สาหรบั ผลิตภัณฑ์ท่ี เปน็ สิง่ พิมพ์ด้านอเิ ลก็ ทรอนิกส์และมัลติมีเดยี โดย เฉพาะอยา่ งยิ่งผลติ ภณั ฑท์ เี่ ปน็ แผ่นจานขอ้ มูลเสยี ง (Optical disc) เชน่ ซดี ีรอม และซดี ีไอ และเปน็ ซอฟต์แวร์ (ในรปู ของดสิ ก์ขนาด 8 ซม.) เป็นคาที่ใช้ในการอธบิ ายตัวอักษรท่ีมลี กั ษณะ คลา้ ยคลงึ กับหนงั สือ อย่ใู นรูปแบบดจิ ติ ลั โดยแสดงให้เหน็ บนจอคอมพิวเตอร์ เปน็ หนังสอื ถูกนามาจัดพมิ พ์ในรปู แบบ ดจิ ิตอล ไมบ่ ังคับการพิมพ์ และการเข้าเล่ม แผ่นซดี ีรอมสามารถจัดเก็บขอ้ มูลได้จานวนมากในรูปแบบของตวั อกั ษร ท้งั ลกั ษณะภาพ ดจิ ิตอล ภาพอนิเมช่นั วิดโี อ ภาพเลือ่ นไหวต่อเนื่อง คาพูด เสยี งดนตรี และเสียงอื่นๆ ที่ประกอบตวั อกั ษร เหลา่ น้นั มลู ค่าของการจาลองลงบนแผ่นจานขอ้ มูลเสียง (Optical disc) เพยี งแค่เปน็ เศษส่วน ของการจัดพิมพ์และการ หอ่ หนังสือในขณะท่มี ีความจาเป็นทจ่ี ะต้องมีฮาร์ดแวร์ในการอา่ นหนงั สือ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และขณะนีม้ ีราคาหลายระดับ ลักษณะของซอฟต์แวร์ทเ่ี พ่ิมเป็นแบบไฮเปอร์มีเดยี (Hypermedia) สามารถแสดงผลของการคน้ หาตัวอักษรได้ เช่อื มต่อ

กบั ไฮเปอร์เท็กซ์ มคี าแนะนาที่ สามารถอธิบายศัพทเ์ ป็นระบบออนไลน์ และอาจมีหมายเหตุตรงขอบ เปน็ ตน้ (นางสาวอาภรณ์ ไชยสุวรรณ,http://www.bb.go.th) วิวัฒนาการของหนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ (E-Book) ได้มกี ารกลา่ วถึงประวัติความเปน็ มาหรอื ววิ ัฒนาการของหนังสอื อิเล็กทรอนิกสไ์ วว้ ่าความคิดใน เร่ืองหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ไดป้ รากฏในนยิ ายทางวิทยาศาสตร์มาต้ังแตภ่ ายหลังปี ค.ศ. 1940 เป็นหลกั การใหม่ของคอมพวิ เตอร์ตาม แบบแผน IBM มผี ลติ ภัณฑ์ คือ Book Master เนอื้ หาหนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ในปี 1980 และก่อนปี 1990 ในช่วงแรก มี 2 สว่ น คือ เร่ืองเก่ยี วกบั คมู่ ืออา้ งอิง และการ ศึกษาบนั เทงิ งานทเ่ี กีย่ วกับอา้ งอิงมักจะเปน็ เรื่องเกยี่ วกับการผลิตและการ เผยแพร่เอกสารทางวชิ าการ พรอ้ ม ๆ กบั การผลติ ผลิตภัณฑท์ ่ซี ับซ้อน เช่น Silicon Graphics , Novell และผผู้ ลติ ได้ผลิต คู่มอื Dynatext ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จานวน 12 ชอื่ ตามรูปแบบเทคโนโลยขี องหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ และในชว่ ง สิบปมี านีก้ ไ็ ด้เหน็ ความพยายามท่จี ะนาผลติ ภัณฑ์ท่ีคลา้ ยกับเป็นหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกสเ์ ข้ามา จาหนา่ ยในโลกแหง่ ความ จรงิ แต่สว่ นมากกล็ ้มเหลว แต่ก็มบี า้ งทย่ี ังพอย่ใู นตลาด เช่น Book man หรือ Franklin Bookman ซี่งการใช้งานยงั คง ห่างไกลท่ีจะเข้ามาเชอ่ื มโยงในตลาดกระแสแมนสตมี ได้ ปัญหา ของอุปกรณเ์ หล่านกี้ ็คือ จอภาพขนาดเล็กทส่ี ามารถอ่าน ออกไดย้ าก อายกุ ารใชง้ านแบตเตอรท่ี ี่คอ่ นข้าง สัน้ อีกทั้งไมม่ เี ทคโนโลยใี นการแปลงรหัส (encryption) เพ่ือปอ้ งกัน ขอ้ มลู ของผู้พิมพ์ในเร่ืองของ ลขิ สิทธ์ขิ องตวั อกั ษร อีกท้งั วธิ ีจัดจาหน่ายและแสดงผลตา่ งๆ กันกย็ ังไม่สะดวกตอ่ ผู้ใช้ อยา่ งเช่นการใช้ แผน่ ซีดรี อมหรือตลบั บรรจแุ ผงวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์ (นางสาวอาภรณ์ ไชยสวุ รรณ,http://www.bb.go.th) พฒั นาการอนั หนงึ่ ท่ีได้เขามามสี ่วนช่วยใหห้ นังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์เกิดการรุดหน้าเร็วข้ึนจน สามารถบรรลุผลในการ เป็นหนังสอื ท่ีสมบรู ณ์แบบก็คือ แลบ็ ท็อปคอมพวิ เตอร์ นั่นกค็ อื การนาบางส่วน ของแล็บทอ็ ป เช่น สกรีน มาใช้ในหนังสือ อิเลก็ ทรอนิกสท์ สี่ าคญั ก็คือ ในระยะเมอื่ ไมก่ ี่ปีมานรี้ าคาของ สว่ นประกอบของคอมพิวเตอรไ์ ดล้ ดลงไปมาก จนทาให้การ ผลิตหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกสม์ คี ุณภาพสูง นอก จากนี้การบูมของอินเตอรเ์ น็ตก็ได้เข้ามาทาให้มนษุ ยส์ ามารถส่งส่ิงทีเ่ ป็น เอกสารหรอื หนังสอื ไดค้ ราวละ มาก ๆ โดยอาศยั อินเทอร์เนต็ และสนิ้ เปลอื งค่าใช้จา่ ยน้อย และไม่ต้องมีดสิ ก์เก็ตหรือการด์ สาหรบั การใช้ ในการเกบ็ ข้อมูล เชน่ นวนิยาย หรอื เอกสารตารา ในกรณีทมี่ ผี ู้เกรงวา่ จะมีการละเมดิ ลิขสทิ ธ์ดิ ว้ ยการ อาศยั ไปรษณยี ์อเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ ป็นเครื่องมือในการรบั ส่งหนังสอื ตารา หรอื นวนยิ ายน้นั กส็ ามารถป้องกัน ไดด้ ้วยการใช้รหสั (encryption) เพอ่ื ไมใ่ ห้บรรดาผ้ใู ชห้ นังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์สามารถใชไ้ ปรษณีย์ อิเลก็ ทรอนิกส์ในการแจกจ่ายเน้ือหาใน หนงั สอื นวนยิ ายหรอื ตารา โดยไม่ต้องไปซอ้ื หามา อนง่ึ หนังสือ อเิ ล็กทรอนิกส์ก็ได้อาศัยหลักการทว่ี า่ จะนาเทคโนโลยีท่ีมี ความบางเบามากๆ มาใช้ เช่น สกรีน โดยจะละ ทิ้งทุกสิ่งในแล็บท็อปท่ีมีนา้ หนักมาก เช่น โปรเซสเซอรแ์ บบเฮฟว่ีดิวตี้ งานพฒั นาหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส์ จึงได้ม่งุ หนักไปในเร่ืองของความบางเบาและการพิมพ์ทุกอย่างลงบนแผน่ พลาสติกหรอื สงิ่ อื่นใดท่ีจะนา มาทาหนา้ ที่คลา้ ยกบั กระดาษให้มากท่สี ดุ เท่าที่จะทาได้ อันหมายถงึ การพิมพต์ ง้ั แตส่ ง่ิ ทีเ่ ป็นวงจรทาง อิเล็กทรอนิกสจ์ นถึงส่ิงอ่ืนๆ เช่น หนว่ ยความจาสารอง (ภายในหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์จะไม่มีซพี ียู) ลงบน แผน่ บางๆ ทจี่ ะ ทาหนา้ ทเี่ ป็นส่วนประกอบของหนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์อันเน่ืองจากต้องการประหยัดน้า หนัก นอกจากน้ลี กั ษณะทก่ี ล่าวมา ของไปรษณยี ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็ยังมสี ่วนท่ีเรยี กว่าเนื้อหาดว้ ยซ่งึ เนื้อหา ในทีน่ ไี้ ด้มีกลา่ วไว้ว่า เนือ้ หา (content) เป็น เครอ่ื งมือทีส่ ามารถใช้ประโยชนบ์ นเครือข่ายมคี วามสามารถในการสง่ สัญญาณเสียงการแพร่กระจายของวัสดุ (นางสาวอาภรณ์ ไชยสุวรรณ,http://www.bb.go.th) ลักษณะและรูปแบบของหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ หวั ใจของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ คอื \"แผน่ จานข้อมูลแสง\" หรือ ซดี รี อม แผน่ ดสิ กด์ งั กล่าวจะเกบ็ ข้อมูลในรูปแบบ เดยี วกบั แผน่ ซดี ีท่ใี ช้บนั ทกึ เพลง คือแต่ละจดุ ทบ่ี นั ทึกอยบู่ นแผน่ ดิสก์จะใช้แทนจานวน ข้อมูล และจดุ เหล่านส้ี ามารถอ่าน ค่าดว้ ยแสงเลเซอร์ หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกสช์ นดิ พกพาตดิ ตวั ได้เปิด โฉมเม่ือไมน่ านน้ีดว้ ยสนนราคา 300 ปอนด์ ประกอบด้วยตัวเครอ่ื งขนาดกระทดั รดั เหมาะมือ มีคีย์บอรด์ ขนาดเล็กเท่าหนา้ ปดั นาฬิกา จอมีขนาด 6 ตารางเซน็ ตเิ มตร และมชี อ่ งสาหรบั ใส่แผน่ ดสิ ก์ 1 ชอ่ ง ความสามารถท่เี ปน็ จดุ เดน่ ของหนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ คือความสามารถในการใช้งาน ขอ้ มลู ท่ีบรรจุอยใู่ น แผน่ ดสิ ก์แบบเดยี วกับคอมพิวเตอร์ คือสามารถใชง้ านในรูปของตวั อักษรและกราฟิก หรือทเี่ รียกว่า

แบบ ไฮเปอร์เท็กซ์ แต่กม็ จี ดุ ออ่ นในตวั เองเหมือนกนั เมอื่ มีข้อมูลมากจึงทาให้มขี นาดใหญ่และหนักกวา่ หนงั สือทเี่ ป็น กระดาษ และเปลืองไฟมาก ดังนั้นจงึ ต้องมกี ารออกแบบให้มขี นาดเล็ก นา้ หนักเบา และ ใช้พลงั งานนอ้ ย จอมีขนาดเล็ก กว่าจอโทรทศั น์ทว่ั ไปจงึ ทาให้เกิดอาการเคืองตาและเหน่ือยเป็นอย่างมาก หากต้องอา่ นนาน ๆ (นางสาวอาภรณ์ ไชยสุวรรณ,http://www.bb.go.th) รปู แบบ E-Book สาหรบั ในอนาคต ในขณะทีส่ ถานการณ์ของหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส์ดูจะไม่ราบร่ืนแบบโรยด้วยกลบี กหุ ลาบสกั เทา่ ไร ปญั หาในทาง ปฏิบัติบางอยา่ งกย็ ังรอคอยการแก้ไขอยู่ ท้ังขนาดทต่ี ้องให้พกพาไดโ้ ดยสะดวก และยังต้อง ใหอ้ ่านไดง้ ่ายเทา่ ๆ กับหนังสือ แบบเกา่ ที่ทาดว้ ยกระดาษ นอกจากน้ีก็มเี รอ่ื งของราคาทีย่ ังแตกตา่ งกัน อยู่เป็นอยา่ งมาก ดังนัน้ คงจะต้องรอการพัฒนาอกี สักระยะหน่ึงใหข้ นาดของหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ ลดลงจนเท่ากบั พ็อกเกต็ บุ๊ค รวมท้ังสามารถควบคมุ คาสงั่ ผ่านปากกา ควบคุมแบบเดยี วกับท่เี คร่อื ง คอมพวิ เตอร์ในปัจจุบนั ทาไดเ้ สยี กอ่ น สารนเิ ทศเป็นสงิ่ ที่ซ้ือขายกันได้ มคี วามสาคัญในชวี ิต ของคนเรา ตวั บุคคลจะใชเ้ ปน็ แหล่งสรา้ งความรูใ้ นสมองของตน ขน้ึ กบั ความตอ้ งการเฉพาะเร่ืองและตามความ สนใจ บุคคลต่างกันก็ใช้แหลง่ ความรู้ท่มี อี ยู่ในโลกต่างกัน การเข้าใกลช้ ิดกบั เอกสารตีพิมพ์เป็นตัวเลม่ ก็มี ระดับทขี่ ยายกว้างอยู่ เชน่ หนงั สือก็เปน็ ทรัพยากรทั่วไปทค่ี นยงั ใช้กันอยู่ แต่ในปจั จุบนั มคี วามสนในทจี่ ะ ใช้หนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์และเอกสาร ออนไลน์อนื่ ๆ เพ่ิมขน้ึ เพื่อเผยแพร่สารนิเทศและเขา้ ถึงไดท้ ั่วโลก ซ่ึง เอกสารสามารถใช้โดยการผา่ นสถานีได้ เชน่ เครอื ข่าย และคอมพวิ เตอรแ์ บบ Palmtop ถงึ แม้ว่าการใช้ แบบห้วิ สิ่งพิมพ์อเิ ล็กทรอนิกส์ สื่อท่ีจดั พมิ พจ์ ะมีความสาคัญ มีการใช้ ตอ่ ไปเพื่อประโยชน์ และความ สะดวกสบาย ในอนาคตเราตอ้ งการกลยทุ ธ์ของสื่อเพิ่มขึ้น ซึง่ จะทาใหส้ ารนเิ ทศมีการ เปลย่ี นแปลงจาก เปน็ เคร่ืองมือชนดิ หน่ึงไปส่คู วามตอ้ งการของผใู้ ชท้ เี่ ปล่ียนแปลงไป หนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์กาลงั อยใู่ น ความสนใจของผ้คู นทวั่ ไปในทุกสาขาอาชพี โดยเฉพาะอย่างย่ิง ผทู้ ี่มีอาชพี เกีย่ วข้องกับหนังสอื ท้งั หลาย เช่น บรรณารักษ์ ผู้ จัดพิมพห์ นังสอื หรอื อาชีพอ่นื ที่เกีย่ วข้องกบั สารนเิ ทศ เปน็ ตน้ ทางบรษิ ทั ผจู้ ดั จาหน่ายกไ็ ด้แตห่ วังว่าให้ราคาของ ฮาร์ดแวรม์ ีราคาทถี่ ูกลงเพราะหาก วา่ เปน็ อย่างนนั้ กจ็ ะเป็นอกี ทางเลือกหนึง่ ทีผ่ ู้อ่านจะหันมาสนใจอ่านหนังสือ อเิ ล็กทรอนกิ ส์มากขึ้น แต่ เรากไ็ มส่ ามารถคาดเดาไดว้ ่า ในอนาคตตลาดของหนงั สอื อิเล็กทรอนิกส์หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ กาลังถกู ประเมินคา่ จะเข้าแทนท่หี นงั สอื ตวั เลม่ ได้หรอื ไม่และเมื่อไร และจะสามารถเอาชนะใจหนอนหนังสือท้งั หลายได้ หรอื ไม่นั้น คาตอบน้คี งไม่มีใครตอบได้แนน่ อน แต่คิดว่าน่าจะขึน้ อยกู่ บั พฒั นาการหรือการคิด ค้นรูปแบบใหมแ่ ละการ แก้ปญั หาเก่ยี วกับความสะดวกในการอ่านให้มากขนึ้ และจะทาอยา่ งให้นักอา่ น ทั้งหลายเหน็ ถึงสิ่งที่น่าสนใจในหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ ากขึ้น แต่คดิ วา่ ในฐานะทเี่ ป็นนักอา่ นคนหนึ่งก็ คงต้องใชเ้ วลาในการยอมรับลกั ษณะของหนงั สือทีเ่ คยคุ้น ชินมาแตเ่ กดิ และในฐานะทเ่ี ปน็ บรรณารักษ์ ทตี่ ้องสัมผสั กับทรัพยากรสารนเิ ทศทุกประเภท คดิ ว่าหนงั สอื อิเล็กทรอนิกสก์ ็ เปน็ อกี ทางเลอื กหน่ึงท่ผี ทู้ ี่ อยู่ในแวดวงจะต้องใช้บรกิ าร แต่ว่าจะใช้เวลานานเทา่ ไหร่ไมส่ ามารถตอบได้ เพราะหากจะให้ หนงั สือ อเิ ลก็ ทรอนิกส์จะเข้ามาแทนทห่ี นังสือจริงๆ ก็คงต้องใหน้ ักอา่ นท้ังหลายเกดิ ความรู้สกึ เหมอื นกับอา่ น หนังสือจรงิ แต่มีความสะดวกสบายในการอ่านมากกวา่ (นางสาวอาภรณ์ ไชยสวุ รรณ,http://www.bb.go.th) การศกึ ษาผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจยั เร่ือง การพัฒนาบทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนเรอื่ งกฎการอ่านนูนซากินะฮ และตันวีน (Development of Computer-Assisted Instruction Lesson on the Reading Rules of Noon Sakinah and Tanween) ผู้วิจยั จารุวจั น์ สองเมอื ง , Jaruwut Songmuang ,ศษ.ม. (เทคโนโลยีและสอื่ สารการศึกษา)

ผลการวจิ ัย 1. ไดว้ ิจยั และพัฒนาบทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนเร่ืองกฎการอา่ นนูนซากนิ ะฮและตันวีน ตามข้ันตอนการวจิ ยั ท้ัง 4 ขนั้ ตอน โดยแบง่ เน้ือหาออกเปน็ 4 บท 2. ผลจากการวิเคราะห์คะแนนจากแบบทดสอบระหวา่ งเรียนของนักเรยี นทีเ่ รยี นด้วยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วย สอนเรอ่ื งการอ่านนูนซากินะฮและตันวีน ทั้ง 4 บท ไดค้ ะแนนเฉลีย่ ไม่ตา่ กวา่ รอ้ ยละ 80 ทรี่ ะดบั ความมนี ยั สาคญั .05 โดย มคี ่าเฉลย่ี ร้อยละ ดังนี้คอื อิซฮารเท่ากบั 81.26 อิกลาบเทา่ กับ 81.07 อดิ ฆอมเท่ากับ 81.85 และอิคฟาร์เท่ากบั 81.85 3. ผลจากการวิเคราะห์คะแนนจากแบบทดสอบหลงั เรยี นของนักเรียนท่ีเรียนดว้ ยคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนเรอ่ื งการ อา่ นนูนซากินะฮและตันวีนทั้ง 4 บท ไดค้ ะแนนเฉล่ียไม่ตา่ กวา่ ร้อยละ 80 ทรี่ ะดบั ความมีนัยสาคัญ .05 โดยมีคา่ เฉล่ียร้อย ละ ดงั นี้คือ อซิ ฮารเท่ากบั 81.35 อกิ ลาบเท่ากับ 80.78 อดิ ฆอมเท่ากบั 80.04 และอิคฟารเ์ ท่ากบั 82.36 ขอ้ เสนอแนะ ในการพัฒนาบทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน โดยใช้โปรแกรมสาหรับสร้าง เชน่ มาโครมเี ดียออโตแวร์ มลั ตมิ ีเดยี ทลู บุค เป็นต้น จะชว่ ยใหก้ ารพฒั นาบทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนทาไดง้ ่ายและสะดวกขึ้น จึงควรสนับสนุนใหค้ รผู สู้ อนใน วชิ าต่างๆ ไดศ้ กึ ษาโปรแกรมและรูปแบบของบทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เพอ่ื ใหส้ ามารถนามาใช้ในการจัดการเรียนการ สอนในชั้นเรยี น งานวจิ ยั เรื่องการพัฒนาบทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน เรื่องการใช้และบารุงรักษาเครื่อง ฉาย สาหรับบุคลากรสาธารณสุข (Development of Computer-Assisted Instruction on Projecttor's Utilization and Maintenance for Public Health Personnel) ผู้วิจัย นายนพดล นพสุวรรณ, Noppadon Nopsuwan, ศษ.ม. (เทคโนโลยแี ละสื่อสารการศกึ ษา),2543 ผลการวิจัย 1. คะแนนเฉลีย่ ของการทดสอบหลังเรยี นท้ัง 3 หนว่ ย มีคะแนนเฉลีย่ รวมเท่ากับ 21.55 โดยมีค่าเฉล่ยี ของข้อสอบ ทง้ั หมดทุกหนว่ ยท่ตี อบถูก ร้อยละ 86.21 และเม่ือเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียของแบบทดสอบกบั เกณฑ์ 80 พบวา่ สูงกวา่ เกณฑ์ทกี่ าหนดอย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติทร่ี ะดับ .01 ทุกหน่วย ซ่งึ เปน็ ไปตามสมมติฐานท่ีตงั้ ไวค้ ือ คะแนนเฉล่ียของการ ทดสอบหลงั เรยี น มผี ูต้ อบถูกเมอื่ คดิ เปน็ รอ้ ยละแล้ว ได้ไมน่ ้อยกว่า 80 2. ขอ้ สอบหลังเรยี นแตล่ ะข้อมผี ู้ตอบถูกท้งั 3 หนว่ ยการเรียนแลว้ อยู่ในชว่ งร้อยละ 80-96 โดยมผี ตู้ อบถูกไม่ แตกตา่ งจากร้อยละ 80 จานวน 34 ขอ้ สงู กวา่ ร้อยละ 80 อยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถิติที่ระดับ .05 จานวน 10 ข้อ และสูง กว่าร้อยละ 80 อย่างมีนยั สาคัญทางสถิติทร่ี ะดบั .01 จานวน 3 ข้อ ซ่ึงเปน็ ไปตามสมมตฐิ านทต่ี ้งั ไว้คือ ขอ้ สอบหลงั เรียน แตล่ ะข้อมผี ู้ตอบถูกได้ไม่ต่ากว่ารอ้ ยละ 80 ข้อเสนอแนะ 1. บทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนทีไ่ ดพ้ ฒั นาขน้ึ ครง้ั นี้ เหมาะกบั เครื่องคอมพวิ เตอรท์ ม่ี ี CPU ไม่ต่ากว่า 486 DX4 100 เคร่อื งอ่าน CD-ROM ต้งั แต่ 16X ขน้ึ ไป หน่วยความจา 16 MB การด์ จอ VGA และการด์ เสียงพร้อมลาโพง 2. ในเนือ้ หาของบทเรียนจะเปน็ ความรู้ขน้ั พื้นฐานในการใช้และบารุงรกั ษา เครอื่ งฉายเฉพาะหลักการและทฤษฎี เกย่ี วกบั เครื่องฉาย เครอื่ งฉายภาพขา้ มศีรษะและเคร่ืองฉายสไลด์แบบถาดกลมเท่าน้ัน จะไมไ่ ดม้ ่งุ เนน้ ในการซ่อมบารงุ ซง่ึ จะตอ้ งศึกษาเพ่มิ เติมอีกระดับหน่งึ 3. การพฒั นาบทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนตอ้ งลงทนุ สูง ใช้เวลามาก จาเป็นจะต้องมีทุนสนุนสนุนอยา่ งเพยี งพอ ในการสร้างและทดลองจนได้ประสิทธภิ าพ ประกอบกบั ความรว่ มมือของบุคลากรอย่างน้อย 3 ด้านคอื ผเู้ ช่ยี วชาญดา้ น เนอื้ หา นักเทคโนโลยีการศกึ ษา และผเู้ ขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์

4. ควรนาบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนเรื่องการใช้และบารุงรักษาเครื่องฉายท่ีพัฒนาขน้ึ ไปทดลองกับนกั ศกึ ษา ดา้ นสาธารณสขุ ท่ียงั ไม่มีพ้ืนความรแู้ ละประสบการณ์การใช้โสตทัศนูปกรณ์ เพือ่ หาผลสมั ฤทธ์ิในการใชง้ านบทเรียน คอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนด้านการเรียนการสอน 5. ควรนาบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนนไ้ี ปทดลองระบบส่ือผสมโดยใชบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนกับการฝกึ ปฏิบัติจรงิ เพ่อื หาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนท้ัง 3 ทกั ษะการเรียนรู้ 6. ควรมีการศึกษาวจิ ยั และพัฒนาบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนในเรื่องของการซ่อมบารุงเครอื่ งฉาย ซง่ึ สามารถ นารูปแบบของการพัฒนาคร้ังนี้ไปใช้ เพ่ือให้เกดิ ความต่อเนื่องในการศกึ ษา โดยนาเทคโนโลยที างคอมพวิ เตอรท์ ีท่ ันสมัยมา ชว่ ยมาในการสรา้ งบทเรียน อันเป็นประโยชนท์ งั้ ในดา้ นการศกึ ษา การฝึกอบรมและพัฒนาบคุ ลากรเป็นรายบุคคลต่อไป งานวจิ ัยเร่อื งการพัฒนาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน เรือ่ งมนุษย์กับทรพั ยากรธรรมชาติ สาหรบั นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 Development of Computer-Assisted Instruction Program on \"Man and Natural Resources\" for Matthayom Suksa Four Students ผู้วจิ ัย กฤษฎี พวงรอด, Kritsadee Phuangrod, ศษ.ม. (เทคโนโลยีและส่ือสารการศึกษา), 2544 ผลการวิจยั 1. บทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน เร่อื งมนษุ ย์กบั ทรัพยากรธรรมชาติ ท่ีพัฒนาขน้ึ ทงั้ 3 เรอื่ งมปี ระสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ดงั น้ี เรื่องที่ 1 เร่ืองมนุษยก์ บั พลังงาน โดย 80 ตวั แรก มีประสทิ ธภิ าพร้อยละ 83.25 สาหรับ 80 ตัวหลงั มีประสทิ ธภิ าพรอ้ ยละ 80 ถงึ 90 เร่อื งท่ี 2 เร่อื งมนุษยก์ บั ทรัพยากรน้า โดย 80 ตัวแรก มปี ระสทิ ธภิ าพร้อยละ 84.25 สาหรบั 80 ตัวหลงั มปี ระสทิ ธภิ าพร้อยละ 80 ถึง 90 เรอื่ งท่ี 3 เร่ืองมนุษยก์ ับทรัพยากรปา่ ไม้ โดย 80 ตวั แรก มปี ระสิทธิภาพร้อยละ 86.25 สาหรับ 80 ตัวหลัง มีประสิทธิภาพรอ้ ยละ 80 ถึง 90 2. จากการสังเกตระหวา่ งการทดลอง ผวู้ ิจยั พบวา่ ผูเ้ รียนท่ีเรยี นดว้ ยบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เร่ือง มนุษย์ กับทรพั ยากรธรรมชาติ มีความพอใจ ตัง้ ใจเรยี นมาก พร้อมทงั้ ผเู้ รียนมีความสนุกสนาน กระตอื รือร้นกบั การเรยี น ไม่มี ความตึงเครยี ดกบั การเรยี น นอกจากนจี้ ากการพูดคุยซักถามผู้เรียนส่วนใหญ่ขอบเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน ขอ้ เสนอแนะ 1. ควรท่ีจะมีการนาเอาบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนท่ผี วู้ ิจัยได้พัฒนาข้ึนนไ้ี ปใชใ้ นการเรยี นการสอนวิชา วิทยาศาสตร์ส่งิ แวดล้อม เรอื่ งมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติ เพอื่ ให้ผู้เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจและเกิดผลสมั ฤทธ์ใิ นการ เรียนมากขน้ึ 2. ในการสรา้ งบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ต้องสร้างตามข้ันตอนการออกแบบบทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน ตามกระบวนการทุกขันตอน เพือ่ ท่ีจะได้บทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สมบรู ณแ์ ละถูกต้อง 3. ในการพฒั นาบทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน ควรจะพบเพ่อื ขอคาแนะนาจากผูเ้ ชี่ยวชาญในดา้ นเนื้อหา ด้าน การออกแบบการสอน และดา้ นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์อย่เู สมอๆ เน่ืองจากผเู้ ช่ียวชาญท้งั 3 ฝ่าย มสี ่วนสาคัญในการทาให้ การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนประสบความสาเร็จและมีประสทิ ธภิ าพในการเรียนการสอน 4. ในการสร้างบทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน ควรมกี ารนาโปรแกรมที่ใชง้ านง่ายและมีเครอ่ื งมือที่อานวยความ สะดวก Authoring System เช่น โปรแกรมออโตแวร์ ไดเรก็ เตอร์ หรอื มัลตมิ ีเดยี ทูลบคุ มาใชใ้ นการสร้างบทเรียน

คอมพิวเตอร์ เพือ่ ที่จะใหส้ ามารถนาโปรกรมเหลา่ นี้มาใช้ในการผลติ บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนในวชิ าต่างๆ ได้อยา่ ง งา่ ยและสะดวกตอ่ การใช้ 5. ในการเรยี นการสอนดว้ ยบทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน ไมค่ วรท่จี ะมีการเรียนนานเกินไป คือควรทจี่ ะมีเวลาที่ เหมาะสมสาหรับการเรียนดว้ ยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพ่ือใหผ้ เู้ รยี นไมเ่ บื่อหน่ายกับการเรยี น 6. ควรมกี ารวจิ ยั เขิงพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน ในวิชาวทิ ยาศาสตร์ และวชิ าอ่นื ๆ ด้วย โดยนาบทเรยี น คอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปทดลองใช้จริงในการเรียนการสอน มีการทดสอบก่อนและหลงั เรียนกับกลุ่มทดลองและกลุ่ม ควบคมุ เพื่อที่จะดูว่าบทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนท่ีได้พัฒนาขน้ึ สามารถพฒั นาผ้เู รยี นในการเรยี นการสอนไดห้ รือไม่ จากการศึกษาผลงานวิจยั ท่ีเก่ียวข้องในการนาคอมพิวเตอร์เขา้ มาช่วยสอนรายวิชาตา่ งๆ โดยการผลิตสื่อการเรยี น การสอนคอมพิวเตอร์รูปแบบต่างๆ ผลการวจิ ยั ชใ้ี ห้เหน็ วา่ คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนมีบทบาทความสาคญั อยา่ งมากในการช่วย ให้ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนดขี ้ึน ดังนัน้ ผู้วจิ ยั จงึ คาดหวังว่าสื่อการเรยี นการสอนในรูปแบบ E-Book ที่สร้างข้นึ นจ้ี ะมีส่วน ชว่ ยให้ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของผูเ้ รียนท่ีผวู้ จิ ยั จะทาการศกึ ษาดีขน้ึ เช่นกนั

บทท่ี 3 วิธีดาเนินการวจิ ยั 1.เทคนิคทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั ผู้วจิ ัยใช้เทคนิคการวจิ ัยกงึ่ ทดลอง (Quasi-experiment) รปู แบบของการวิจยั โดยใชก้ ลมุ่ เดยี ว (One group, Pretest Posttest design) มลี กั ษณะของการทดสอบนักเรียนกอ่ นเรยี น (Pretest) และการทดสอบหลงั เรยี น (Posttest) ขน้ั ตอนของการดาเนินการวิจัยมดี ังน้ี 1.1 ศึกษาหลักสูตร คาอธบิ ายรายวชิ า จดุ ประสงค์การเรียนร้ขู องรายวิชาคอมพวิ เตอร์ ง 16202 เรอ่ื งความรู้เบอื้ งตน้ เกยี่ วกบั คอมพิวเตอร์ 1.2 จดั ทาแผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าคอมพวิ เตอร์ ง 16202 เรอ่ื งความร้เู บ้ืองต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 1.3 สร้างแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น พรอ้ มท้งั ตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบ 1.4 จัดทาสือ่ การเรยี นการสอน E-Book เพื่อใช้ในกิจกรรมกระบวนการเรยี นรู้ 1.5 ดาเนินกจิ กรรมตามกระบวนการเรียนรู้ตามลาดบั ดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน (Pretest) 2. จดั กจิ กรรมกระบวนการเรียนรู้ 3. ทดสอบหลังเรยี น (Posttest) 1.6 วิเคราะหผ์ ลการทดสอบดว้ ยวธิ ีการทางสถิติโดยใช้ค่าสถิติ ดังนี้ 1. คา่ เฉล่ีย ( X ) เพอื่ หาระดบั คะแนนเฉล่ียของนักเรยี น 2. ค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่อหาคา่ การกระจายของคะแนนของนักเรียน 3. คา่ t-test (Dependent) สาหรบั กลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีไม่เป็นอิสระต่อกนั เพื่อเปรยี บเทียบความแตกตา่ งของ การทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น 4. คา่ สมั ประสิทธ์ิการกระจาย (C.V.) เพ่ือตรวจสอบประสิทธิภาพการสอนของครู 2.ประชากรทใ่ี ชใ้ นการวิจยั ประชากรทใ่ี ช้ในการวิจัยครง้ั นี้คอื นกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6/1 โรงเรยี นเทศบาลวดั ท้ายตลาด(กวีธรรมสาร) รวม 37 คน 3. เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบท่ีผู้วิจัยสร้างข้ึน เอง มลี ักษณะเป็นแบบทดสอบปรนยั เลอื กตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 20 ข้อ ครอบคลุมเน้ือหาสาระตามผลการเรียนรู้ที่ คาดหวงั ทกี่ าหนดไวใ้ นแผนการจดั การเรียนรู้ ผวู้ ิจยั ไดต้ รวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบ ไดแ้ ก่ ความตรง ความเป็น ปรนยั ความเชื่อม่นั อานาจจาแนก และความยากงา่ ย ดังนี้ 4. สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล การวจิ ัยคร้งั น้ีใชค้ ่าสถิติ ดังนี้ ค่าสถิตสิ าหรับการทดสอบสมมตฐิ านการวิจยั ค่าเฉลี่ย ( X ) ใช้ในการวิเคราะห์ระดบั คะแนนเฉล่ยี ของกลุม่ ค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) ใช้ในการวเิ คราะหก์ ารกระจายของคะแนน

คา่ สมั ประสทิ ธ์ิการกระจาย (C.V.) ใชต้ รวจสอบคุณภาพและประสิทธภิ าพการสอนของครูผู้สอน ค่า t-test (Dependent) ใชใ้ นการทดสอบความแตกตา่ งของคะแนนกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น

บทที่ 4 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู จากการทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียนวชิ าคอมพิวเตอร์ ง16202 เร่อื ความรเู้ บ้อื งตน้ เกี่ยวกับคอมพวิ เตอร์ ของ นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6/1 จานวน 37 คน ปรากฏดังตารางดงั ต่อไปน้ี ตารางท่ี 4.1 การทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนวิชาคอมพวิ เตอร์ ง16202 เรือ่ ง ความรู้เบือ้ งตน้ เกยี่ วกบั คอมพวิ เตอร์ ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6/1 การทดสอบ นกั เรยี นคนท่ี ก่อนเรยี น หลงั เรียน D D2 20 คะแนน 20 คะแนน 1 6 14 8 64 2 4 13 9 81 3 5 11 6 36 4 5 11 6 36 5 6 13 7 49 6 6 16 10 100 7 4 13 9 81 8 7 13 6 36 9 7 15 8 64 10 5 14 9 81 11 8 13 5 25 12 6 13 7 49 13 8 14 6 36 14 6 11 5 25 15 4 16 12 144 16 5 16 11 121 17 6 11 5 25 18 4 15 11 121 ตารางท่ี 4.1 (ต่อ) การทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียนวชิ าคอมพิวเตอร์ ง16202 เรื่อง ความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกบั คอมพวิ เตอร์ ของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6/1 การทดสอบ นกั เรยี นคนที่ ก่อนเรียน หลังเรียน D D2 20 คะแนน 20 คะแนน

19 5 13 8 64 20 6 15 9 81 21 8 15 7 49 22 5 13 8 64 23 6 13 7 49 24 8 14 6 36 25 6 15 9 81 26 6 11 5 25 27 7 11 4 16 28 8 17 9 81 29 6 13 7 49 30 6 14 8 64 31 5 13 8 64 32 8 15 7 49 33 6 14 8 64 34 6 13 7 49 35 7 13 6 36 36 6 13 7 49 37 8 17 9 81 N = 37 X = 6.15 X = 13.66  D = 293  D2 = 2325 S.D. = 1.24 S.D. = 1.65 C.V. = 12.07 จากตารางที่ 4.1 พบว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 มคี ่าเฉล่ีย 6.15 (ค่าเบ่ียงเบน มาตรฐาน 1.24) สว่ นการทดสอบหลงั เรยี นมคี ่าเฉล่ีย 13.66 (ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน 1.65) ผลรวมของความแตกตา่ งของ คะแนนก่อนเรียนและหลงั เรียนมคี ่า = 293 และ = 2325 เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนการ ทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น ดว้ ยคา่ สถติ ิ t-test สาหรับกลมุ่ ตวั อย่างทไี่ ม่เปน็ อสิ ระต่อDกัน (Dependent) ปรากฏผล การวเิ คราะDห์ใ2นตารางท่ี 4.2 ดงั นี้

ตารางท่ี 4.2 การเปรยี บเทียบความแตกต่างของการทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี น รายวิชาคอมพิวเตอร์ ง16202 เรื่อง ความรเู้ บ้อื งตน้ เกยี่ วกับคอมพิวเตอร์ การประเมิน N  D  D2 t-test กอ่ นเรียน 37 293 2325 26.02** หลงั เรียน 37 t0.05 = 2.042 t0.01 = 2.750 ** = มีนัยสาคญั ท่รี ะดบั 0.01 จากตารางท่ี 4.2 พบว่าเมอ่ื ตรวจสอบความแตกตา่ งของคะแนนการทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียนด้วย t-test พบค่า t = 26.02 ซึ่งนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จงึ กลา่ วได้วา่ ผลสมั ฤทธกิ์ อ่ นการเรียนและหลงั การเรียนแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญท่ีเช่ือมน่ั ไดถ้ ึง 99% ซง่ึ ยอมรับสมมติฐานท่วี ่า ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นก่อนเรยี นและหลังเรยี นของ นกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 รายวชิ าคอมพวิ เตอร์ ง31101 เรอ่ื ง ความรเู้ บอ้ื งต้นเกย่ี วกับคอมพวิ เตอร์มคี วามแตกต่างกนั ผลการวิเคราะห์แสดงใหเ้ หน็ ว่าส่ือการเรยี นการสอน E-Book ชว่ ยให้นกั เรยี นมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นหลงั เรียนสูงกว่า ผลสมั ฤทธหิ์ ลงั เรยี น

บทท่ี 5 สรปุ ผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเพอ่ื ศกึ ษาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6/1 รายวิชาคอมพิวเตอร์ ง16202 เรื่อง ความรเู้ บื้องตน้ เก่ียวกับคอมพิวเตอร์ โดยการใชส้ ื่อการเรยี นการสอน E-Book ในคร้ังนม้ี ผี ลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ดังนี้ ผลการวเิ คราะห์ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนจากการทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น รายวิชาคอมพิวเตอร์ ง16202 เรื่อง ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกบั คอมพวิ เตอร์ โดยการใช้สอ่ื การเรียนการสอน E-Book ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6/1 พบว่า การทดสอบก่อนเรียนและการทดสอบหลงั เรยี นมีความแตกต่างกันอย่างมนี ยั สาคัญท่รี ะดับ 0.01 นอกจากนี้ ยงั พบวา่ การทดสอบก่อนเรียนมีคา่ เฉลย่ี 6.15 ในขณะท่ีการทดสอบหลงั เรยี นมีคา่ เฉลีย่ 13.66 ซ่งึ เปน็ คา่ เฉลี่ยที่สงู ขนึ้ เมื่อ พิจารณาค่าเบย่ี งเบนมาตรฐานของการทดสอบก่อนเรยี นซึ่งมคี า่ 1.24 ในขณะท่ีคา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐานของการทดสอบหลงั เรยี นซึง่ มคี า่ 1.65 ซึ่งเปน็ คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐานท่เี พม่ิ ขนึ้ แสดงใหเ้ หน็ วา่ หลังเรียนนกั เรียนมีคะแนนกระจายกนั มากขึ้นแต่ ไมม่ ากนัก กล่าวอกี นยั หนึ่งคือ การทดสอบหลงั เรยี นมีคา่ การกระจายของคะแนนมากกว่าการทดสอบก่อนเรยี น เปน็ เครือ่ งชว้ี า่ การสอนตามแผนการเรียนรูน้ ้ี สามารถเพ่ิมผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนใหส้ ูงข้นึ แตย่ งั ไม่สามารถทาใหน้ กั เรียน บรรลุจดุ ประสงคก์ ารเรยี นไปไดใ้ นระดบั ที่ใกลเ้ คียงกัน จึงควรหาข้อบกพร่องเพ่อื แกไ้ ขปรับปรุงในครงั้ ต่อไป จากค่าเฉล่ยี ( X ) และคา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) หลังเรียน ได้คานวณค่าของประสทิ ธิภาพการสอนของครู ด้วยค่าสัมประสทิ ธ์ิการกระจาย (C.V.) พบค่า C.V. = 12.07% ซงึ่ ถือวา่ มีคณุ ภาพการสอนในระดบั ปานกลาง จึงกลา่ วได้ว่า การจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ การใช้สื่อการเรียนการสอน E-Book มปี ระสทิ ธภิ าพในการ พฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6/1 รายวชิ าคอมพิวเตอร์ ง16202 เรอ่ื งความรูเ้ บ้อื งต้น เก่ียวกับคอมพิวเตอร์ ใหส้ งู ขึ้นเป็นทน่ี า่ พอใจ

ภาคผนวก ก สตู รที่ใช้ในการวเิ คราะห์คา่ สถติ ิ 1. ค่าเฉลย่ี (Mean) ใชส้ ญั ลกั ษณท์ างสถิติวา่ Xเปน็ ค่ากลางของจานวนขอ้ มูล มีสตู รสาหรบั การคิดคานวณ ดังน้ี X= เม่ือ X = ค่าเฉXลี่ย X = คะNแนนดบิ  X = ผลรวมของคะแนนดบิ N = จานวนนักเรยี น 2. คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ใช้สัญลักษณ์ทางสถติ ิว่า S.D. เปน็ ค่าท่แี สดงการกระจายของคะแนนดิบ ย่ิงคา่ S.D. มคี ่าสูงมากเท่าใด แสดงวา่ คะแนนของกลุ่มขอ้ มูลนัน้ มีความแตกตา่ งกนั มากเทา่ นัน้ ถ้าเปน็ คะแนนของนักเรียนก็แสดงวา่ นกั เรยี นในหอ้ งนั้นมี คะแนนท่ีแตกตา่ งกนั คนที่เก่งจะมคี ะแนนสงู มาก คือ เก่งมาก คนที่ออ่ นจะมีคะแนนต่ามาก คือ อ่อนมาก ถ้าคา่ S.D. มีค่าต่าและยิง่ ใกล้ 0 มากเท่าใด แสดงวา่ คะแนนของกลมุ่ ข้อมูลน้ันมีความแตกต่างกนั น้อยเท่าน้นั ถา้ เป็นคะแนนของนกั เรยี นก็แสดงว่านักเรยี นในหอ้ งน้ันมีคะแนนใกล้เคยี งกนั สตู รการวิเคราะห์คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน มีดังนี้ S.D. = N X2   X2 เม่อื S.D. = NN 1 X = คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน X2 = ผลรวมของคะแนนดบิ ของนักเรียน ผลรวมของคะแนนดบิ ของนักเรยี นแต่ละคน ยกกาลัง 2 ทลี ะตัว N= จานวนนกั เรียน 3. ค่าสมั ประสิทธ์กิ ารกระจาย (Co-efficient variation) ใช้สญั ลักษณ์ทางสถติ ิว่า C.V. เปน็ คา่ สถติ ิท่ีใช้ในการตรวจสอบประสิทธิภาพการสอน หมายถึง การประเมนิ ความสามารถในการสอนของครู โดยประเมนิ จากคณุ ภาพการสอนหรือคุณภาพของผู้เรียนตามแผนการจัดการเรยี นรู้หรอื ตามผลการเรยี นร้ทู ่คี าดหวงั ในช่วงเวลาท่ีกาหนดไว้ สูตรท่ใี ชส้ าหรับหาค่าสมั ประสทิ ธิ์การกระจาย ซึ่งผลลัพธจ์ ะไดเ้ ป็น % มดี ังน้ี C.V. = S.D.x100 X หลังจากได้คา่ C.V. แล้วใหน้ าไปเปรยี บเทียบกบั เกณฑ์ ดงั น้ี C.V. ตา่ กวา่ 10% หมายถึงระดับคุณภาพการสอนดี C.V. ระหวา่ ง 10 – 15% หมายถงึ ระดับคุณภาพการสอนปานกลาง C.V. สูงกวา่ 15% หมายถึงระดับคุณภาพการสอนต้องปรับปรุง

4. คา่ t-test (Dependent) คา่ t-test คอื ค่าท่ีได้จากการทดสอบความแตกต่างระหวา่ งคะแนนทดสอบก่อนเรยี น (Pretest) และหลงั เรียน (Posttest) ถ้าคา่ t-test มีนยั สาคัญ ไม่ว่าจะมีนัยสาคัญทรี่ ะดบั 0.05 หรอื 0.01 แสดงว่า คะแนนทดสอบกอ่ นเรยี นและ หลังเรยี นมีความแตกตา่ งกนั สาหรับกลุ่มตัวอยา่ งท่ีไม่เป็นอิสระตอ่ กัน (Dependent) ทง้ั นี้เนอ่ื งจากการทดสอบความ แตกต่างของคะแนนก่อนเรียน และหลังเรยี น เป็นการวิเคราะหข์ ้อมูลของนกั เรยี นเพียงกลุ่มเดยี ว คะแนนท่ีไดถ้ ือวา่ ไมเ่ ปน็ อิสระต่อกนั เพราะท้งั คะแนนกอ่ นเรียนและคะแนนหลังเรียนเป็นของคนๆเดยี วกนั สตู รท่ีใช้ในการวิเคราะหค์ า่ t-test มี ดงั น้ี t= D N  D2   D2 N 1 df = n-1 สญั ลกั ษณ์ในสตู ร t-test (Dependent) มีความหมายดังน้ี t = การทดสอบความแตกต่างของคะแนนก่อนเรยี นและหลงั เรียน D = ความแตกต่างของคะแนนกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนของนกั เรียนแต่ละคน คานวณโดยนาคะแนนก่อนเรียนของแตล่ ะคนตงั้ แลว้ ลบดว้ ยคะแนน หลงั เรยี นของแตล่ ะคนหรือจะใช้คะแนนหลังเรยี นต้ัง แลว้ ลบด้วยคะแนน กอ่ นเรียนก็ได้  D = ผลรวมของความแตกตา่ งของคะแนนกอ่ นเรยี นและหลังเรียน ของนักเรียนทกุ คน D2 = ความแตกต่างของคะแนนก่อนเรยี นและหลงั เรยี นของนักเรียน แต่ละคนยกกาลงั สอง  D2 = ผลรวมของความแตกตา่ งของคะแนนก่อนเรยี นและหลังเรียน ของนักเรยี นแต่ละคนยกกาลังสอง D2 = ผลรวมของความแตกตา่ งของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรยี นทกุ คนยกกาลังสอง ND2 = จานวนนักเรียนคณู ผลรวมของความแตกต่างของคะแนนก่อน เรียนและหลงั เรยี นของนกั เรยี นแตล่ ะคนยกกาลงั สอง N 1 = จานวนคู่ (คะแนนก่อนเรียนกับหลังเรยี น) หรอื จานวนนักเรียน ทง้ั หมดลบดว้ ย 1

ภาคผนวก ข แบบทดสอบ วชิ า ง31101 ความรเู้ บื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 30 นาที คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกท่สี ดุ เพยี งคาตอบเดียว 5. อปุ กรณ์ใดใช้ในการรวบรวมข้อมลู เข้าสู่ 1. ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของคาว่า “เทคโนโลยี” ได้ คอมพิวเตอร์ ถูกต้องทสี่ ุด 6. อปุ กรณ์ที่ใชท้ าสาเนาหรือจดั เก็บข้อมูล ก. ความรู้ใหมๆ่ ท่ีนามาพัฒนาเคร่อื งมือต่างๆ 7. อุปกรณ์ใดท่ใี ชแ้ สดงสารสนเทศออกทางกระดาษ ข. เครื่องมือสมยั ใหม่ท่ีมนุษยป์ ระดษิ ฐข์ ึ้น 8. อปุ กรณ์ทีใ่ ช้แสดงขอ้ มูลหรือสารสนเทศ ค. การนาความร้ทู างวทิ ยาศาสตรม์ าใช้ใหเ้ กิด 9. “จอภาพ” ไมส่ ามารถแสดงส่ิงใดได้ ประโยชน์ ก. ตัวหนงั สือ ง. ระบบการส่ือสารโทรคมนาคมสมยั ใหม่ ข. รปู ภาพ 2. ข้อใดคอื คาสง่ั ทส่ี ง่ั ให้คอมพวิ เตอรท์ างานตาม ค. วดี ิทศั น์ วัตถปุ ระสงค์ท่ีวางไว้ ง. เสยี ง ก. ฮารด์ แวร์ ข. ซอฟตแ์ วร์ ใช้คาตอบตอ่ ไปนต้ี อบคาถามใน ค. พเี พิลแวร์ ขอ้ 10 – 13 ง. ไมม่ ีขอ้ ถูก 3. การแทนข้อมลู ในระบบคอมพิวเตอร์จะใชส้ ัญลักษณ์ ก. ยุคประวตั ศิ าสตร์ ใด ข. ยุคหลอดสญุ ญากาศ ก. 1 ค. ยุคทรานซิสเตอร์ ข. 0 ง. ยคุ เครอื ข่าย ค. A ถงึ Z ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง 10. “ลูกคดิ ” ของชาวจนี เป็นเครื่องคานวณในยุค 4. เครอ่ื งมือใดใช้ในการกระจาย ”สารสนเทศ” ใด ก. วิทยุ ข. โทรทศั น์ 11. “อนิ เตอร์เนต็ ” จดั อย่ใู นยุคใด ค. หนังสือพิมพ์ 12. “อนิ แิ อค” เป็นเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ในยคุ ใด ง. ถูกทุกข้อ 13. “มาร์กวนั ” จดั เปน็ เครอื่ งคอมพิวเตอร์ยุคใด 14. ประเทศไทยนาเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกเข้ามา ใชค้ าตอบตอ่ ไปน้ตี อบคาถามขอ้ ใช้ยุคใด 5-8 15. ผทู้ ่สี รา้ งเครอื่ งคานวณตัวเลขบวกและลบ คือ ก. เบลส ปาสคาล ก.แป้นพมิ พ์ ข. กอดฟริด ฟอนไลบน์ ชิ ค. ชารล์ ส์ แบบเบจ ข.จอภาพ ง. จอหน์ วอน นอยแมน 16. เบลส ปาสคาล เป็นนกั วทิ ยาศาสตร์ประเทศใด ค.เครื่องพิมพ์ ก. องั กฤษ ข. ฝร่ังเศส ง.แผน่ บนั ทึก ค. เยอรมนั นี

ง. สหรัฐอเมริกา ง. มขี นาดเลก็ ประสิทธิภาพสงู 17. บรษิ ทั ทผ่ี ลิตเครื่องคอมพวิ เตอร์รนุ่ แรกๆของโลก 20. เครอื่ งคอมพวิ เตอรแ์ บบกระเป๋าถอื เรียกอีกชื่อหนึง่ คอื ข้อใด ว่าอะไร ก. AMD ก. ปาลม์ ทอป ข. IBM ข. โน้ตบุ๊ค ค. INTEL ค. พซี ี ง. VIA ง. เดสกท์ อป 18. ประเทศทเี่ ปน็ ผูน้ าทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คือประเทศใด ก. องั กฤษ ข. ฝร่ังเศส ค. ญี่ป่นุ ง. สหรัฐอเมริกา 19. ข้อใดเป็นลกั ษณะของเคร่อื งคอมพวิ เตอรใ์ น ปจั จบุ ัน ก. มขี นาดใหญ่ ประสทิ ธภิ าพต่า ข. มีขนาดใหญ่ ประสทิ ธิภาพสูง ค. มีขนาดเล็ก ประสทิ ธภิ าพตา่

ภาคผนวก ค แผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ 1 รายวชิ า ง16202 (ความร้เู บ้อื งต้นเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์) ชว่ งชั้นที่ 2 ปที ่ี 1 (ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6) สาระที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ มาตรฐาน ง. 4.1 หนว่ ยการเรียนรู้ ความหมายของคอมพวิ เตอรแ์ ละการประมวลผลข้อมูล จานวน 2 ชั่วโมง 1. แนวคดิ และสาระสาคัญ คอมพวิ เตอร์เป็นอปุ กรณ์อเิ ลค็ ทรอนิกส์ท่มี นุษย์สรา้ งข้นึ เพื่อช่วยในการทางานทีซ่ บั ซ้อนและมีปริมาณมากให้เสรจ็ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และถูกต้อง การประมวลผลข้อมูล คือ การจดั การกับข้อมูล ซึ่งไดแ้ ก่ ขอ้ เทจ็ จริงตา่ งๆเพ่ือให้ได้ผลลพั ธ์นาไปใช้ตอ่ ไป ซ่งึ ผลลพั ธ์ที่ได้จากการประมวลผล เราเรยี กว่า “สารสนเทศ” 2. ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง 1.บอกความหมายของคอมพิวเตอร์ได้ถูกต้อง 2.บอกความหมายของข้อมูลไดถ้ ูกต้อง 3.ยกตวั อยา่ งข้อมูลได้อย่างน้อย 3 ชื่อ 4.บอกความหมายของการประมวลผลข้อมลู ได้ถูกตอ้ ง 5.บอกความหมายของสารสนเทศได้ถูกต้อง 3. สาระการเรยี นรู้ 1.ความหมายของคอมพิวเตอร์ 2.ความหมายของข้อมลู 3.ความหมายของการประมวลผลข้อมลู 4.ความหมายของสารสนเทศ 4. กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรียน 1.ครสู มุ่ ถามนักเรยี น 4-5 คนวา่ นกั เรียนเคยเหน็ คอมพวิ เตอรห์ รอื ไม่ ถ้าเคยเห็นใหบ้ อกว่า เคยเหน็ ท่ีไหนบา้ ง ขัน้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ 2.ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 5 คน ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันคิดสถานท่ี ทน่ี กั เรียนเคยเห็นคอมพิวเตอร์ เพมิ่ เตมิ จากท่ีครไู ด้ถามตอนแรก และใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั คิดวา่ สถานทีน่ ้นั ๆ นา่ จะใชค้ อมพวิ เตอร์ทาอะไร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แลว้ ส่งตัว แทนกล่มุ ออกมารายงานหนา้ ชั้น 3.ครแู ละนกั เรียนช่วยกนั อภิปรายสรปุ เกีย่ วกบั ความหมายของคอมพิวเตอร์ จากท่นี ักเรียน ช่วยกนั ยกตวั อยา่ งมา นกั เรียนจดบนั ทกึ 4.ครูอธบิ ายและยกตวั อยา่ งข้อมูลลกั ษณะตา่ งๆ ให้นักเรยี นฟงั แลว้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั คิดสิง่ ทีเ่ ปน็ ข้อมลู กลุ่มละ 5 อยา่ ง ส่งตวั แทนออกมารายงานหนา้ ชั้น 5.ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายสรุปความหมายของข้อมูล จากท่ีนักเรียนช่วยกนั ยกตวั อย่างมา นักเรยี นจดบันทึก 6.ครูอธิบายและยกตัวอยา่ งการประมวลผลขอ้ มูล โดยใช้สมการทางคณิตศาสตร์ เช่น 1 + 2 = 3 แลว้ ครูถามนักเรียนวา่ สว่ นใดเป็นขอ้ มลู สว่ นใดเป็นการประมวลผล และส่วน

ใดทีเ่ ป็นผลลัพธ์ของการประมวลผล จากน้ันครูยกตวั อย่างอื่นเพ่ิมเติม 7.ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุป ความหมายของการประมวลผลขอ้ มลู พร้อมทั้งให้ นกั เรียนยกตวั อย่างอืน่ ประกอบ ขั้นสรุป 8.ครูอภปิ รายสรุปเก่ยี วกบั ความหมายของคอมพวิ เตอร์ ความหมายของข้อมลู และความ หมายของการประมวลผลข้อมูล นกั เรียนจดบนั ทกึ 9.ครูให้นกั เรยี นเปิด E-book เรอ่ื ง Introduction to Computer เพ่ือสรุปความรู้ 10.นักเรียนทาแบบฝกึ หดั บทที่ 1 5. ส่ือ - อุปกรณ์การเรยี นรู้ 1.เคร่ืองคอมพวิ เตอรพ์ ร้อมอุปกรณ์ 2.แบบฝึกหดั ท่ี 1 3.เอกสารประกอบการเรียนเรอื่ ง องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์ 4.E-Book เร่อื ง Introduction to Computer 6. การวัดผลและการประเมินผล 1.แบบสงั เกตจากการทางานกลุม่ 2.สังเกตจากการตอบคาถาม 3.สังเกตจากการอภิปรายสรุป 4.ตรวจแบบฝกึ หดั ที่ 1 7.บนั ทึกหลงั การสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 รายวิชา ง16202 (ความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วกับคอมพวิ เตอร์) ชว่ งช้ันที่ 2 ปีที่ 1 (ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6) สาระที่ 4 เทคโนโลยสี ารสนเทศ มาตรฐาน ง. 4.1 หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบทางฮาร์ดแวรข์ องระบบคอมพิวเตอร์ จานวน 2 ชวั่ โมง 1. แนวคิดและสาระสาคัญ องคป์ ระกอบทางฮาร์ดแวรข์ องระบบคอมพวิ เตอร์ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.หนว่ ยรบั เข้า (Input Unit) 2.หน่วยประมวลผล (Process Unit) 3.หน่วยแสดงผล (Output Unit) 4.หน่วยความจา (Memory Unit) 2. ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวัง 1.จาแนกระบบคอมพวิ เตอร์ทางดา้ นฮารด์ แวร์ท้ัง 4 สว่ น ไดถ้ ูกต้อง 2.อธบิ ายหนา้ ท่ีของหน่วยรบั เขา้ ได้ถูกต้อง 3.บอกอปุ กรณ์ที่ใช้ในการรับเขา้ ได้ถกู ต้องอย่างน้อย 3 ชอ่ื 4.อธิบายหลักการทางานของหนว่ ยประมวลผลไดถ้ กู ต้อง 5.อธบิ ายหน้าทข่ี องหน่วยแสดงผลได้ถกู ต้อง 6.ยกตวั อยา่ งอุปกรณ์ทีใ่ ชแ้ สดงผลได้ถูกต้องอยา่ งน้อย 3 ชื่อ 7.อธิบายหน้าทข่ี องหน่วยความจาคอมพิวเตอรไ์ ด้ถกู ต้อง 8.จาแนกชนดิ ของหน่วยความจาคอมพวิ เตอร์ได้ถูกต้อง 3. สาระการเรียนรู้ 1.หน้าทีข่ องหน่วยรับเข้า 2.อุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการรับเข้า 3.หลักการทางานของหน่วยประมวลผล 4.หนา้ ทขี่ องหนว่ ยแสดงผล 5.อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการแสดงผล 6.หน้าที่ของหนว่ ยความจา 7.ชนิดของหน่วยความจา 4. กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1.ครทู ักทายนักเรียน แล้วยกตัวอยา่ งอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ทีจ่ ะสอนให้นักเรียนดู แลว้ ส่มุ ถามนักเรียนถึงหน้าที่ของอปุ กรณท์ ใี่ ห้ดู ขน้ั กิจกรรมการเรยี นรู้ 2.ครูอธิบายถึงองค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์ทางดา้ นฮารด์ แวร์แต่ละสว่ น ถงึ หน้าทกี่ าร ทางาน หลกั การทางาน พรอ้ มทั้งแสดงตัวอย่างอปุ กรณ์แต่ละส่วนให้นกั เรียนดูประกอบ การอธิบาย 3.แบ่งนักเรยี นออกเปน็ 5 กลุ่ม แข่งขนั กันตอบคาถามเก่ยี วกับองคป์ ระกอบทางด้าน ฮารด์ แวร์ของระบบคอมพิวเตอรแ์ ตล่ ะส่วนที่ครูกาหนดให้ 4.ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ในคาตอบทีน่ กั เรยี นตอบผิดหรอื ไม่ชดั เจน

ขัน้ สรุป 5.ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเก่ยี วกับหนา้ ท่ี หลักการทางาน ตวั อยา่ งอุปกรณ์ ของ องค์ประกอบทางด้านฮารด์ แวร์ของระบบคอมพิวเตอร์แตล่ ะสว่ น นกั เรยี นจดบันทึก 6.ครูให้นกั เรียนเปดิ E-book เร่ือง Introduction to Computer เพื่อสรุปความรู้ 7.นักเรยี นทาแบบฝึกหัดท่ี 2 และ 3 5. สอื่ การเรียนการสอน 1.เคร่อื งคอมพิวเตอร์ 2.ฮารด์ ดสิ ก์ (Harddisk) 3.แผ่นซดี ี-รอม (CD-Rom) 4.แผ่นดสิ กเ์ ก็ต (Diskette) 5.แรม (Ram) 6.แบบฝึกหัดท่ี 2 และ 3 7.เอกสารประกอบการเรยี น เร่ืององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 8.E-Book เรอื่ ง Introduction to Computer 6. การวดั และประเมนิ ผล 1.แบบสงั เกตจากการทางานกลุม่ 2.สังเกตจากการตอบคาถาม 3.สงั เกตจากการอภปิ รายสรุป 4.ตรวจแบบฝกึ หดั 2 และ 3 7.บันทกึ หลังการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 รายวชิ า ง16202 (ความรู้เบอื้ งตน้ เก่ยี วกับคอมพวิ เตอร์) ชว่ งชน้ั ที่ 2 ปีที่ 1 (ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6) สาระท่ี 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ มาตรฐาน ง. 4.1 หน่วยการเรียนรู้ พัฒนาการคอมพวิ เตอร์ จานวน 2 ชัว่ โมง 1. แนวคิดและสาระสาคัญ เครอื่ งมือท่ีใช้ในการคานวณมีววิ ัฒนาการเร่ิมจาก ลกู คดิ จากนัน้ มีการพัฒนาเคร่ืองคานวณจนเกิดเปน็ ยคุ ตา่ งๆ ไดแ้ ก่ คอมพิวเตอร์ยคุ หลอดสุญญากาศ ยุคทรานซสิ เตอร์ ยุควงจรรวม ยุควีแอลเอสไอ และยุคเครือขา่ ย เทคโนโลยสี ื่อประสม คือ เทคโนโลยีทใ่ี ชค้ อมพิวเตอรแ์ สดงผลโดยการผสมสือ่ หลายชนิดเขา้ ดว้ ยกัน เชน่ ข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีทัศน์ 2. ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวัง 1.อธบิ ายวิวัฒนาการของเครื่องคอมพิวเตอรจ์ ากอดีตถงึ ปจั จุบัน 2.อธบิ ายลักษณะของคอมพิวเตอรใ์ นแตล่ ะยุค 3.อธิบายความหมายและองค์ประกอบของเทคโนโลยีส่ือประสม 3. สาระการเรียนรู้ 1. คอมพวิ เตอรใ์ นยุคประวตั ิศาสตร์ 2. คอมพวิ เตอรใ์ นยุคหลอดสุญญากาศ 3. คอมพิวเตอรใ์ นยุคทรานซิสเตอร์ 4. คอมพิวเตอรใ์ นยุควงจรรวม 5. คอมพิวเตอร์ในยุควงจรวีแอลเอสไอ 6. คอมพวิ เตอรใ์ นยุคเครือขา่ ย 4. กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ขนั้ เตรยี ม 1.จดั เตรยี มใบงานที่ 3.1 และใบงานท่ี 3.2 2.จัดเตรียมเนอ้ื หาเร่ือง เคร่ืองคานวณในยคุ ประวัตศิ าสตร์ คอมพิวเตอร์ในยุคหลอดสญุ ญากาศ คอมพิวเตอร์ยุค ทรานซสิ เตอร์ คอมพวิ เตอรย์ ุควงจรรวม คอมพวิ เตอร์ยุควแี อลเอสไอ คอมพิวเตอรย์ คุ เครอื ข่ายและเทคโนโลยี สารสนเทศ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 3.ผสู้ อนยกตวั อย่างพฒั นาการของมนุษยแ์ ละเปรียบเทยี บใหเ้ หน็ ว่าคอมพิวเตอร์กม็ ีพัฒนาการเช่นเดียวกบั มนุษย์ 4.ผสู้ อนแบ่งผู้เรียนออกเป็น 6 กลุ่ม 5.ใหต้ วั แทนแต่ละกล่มุ ออกมาจบั สลากในหัวขอ้ ต่อไปน้ี -เครื่องคอมพวิ เตอร์ในยุคประวัติศาสตร์ -เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ในยุคหลอดสุญญากาศ -เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ในยคุ ทรานซสิ เตอร์ -เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ในยุควงจรรวม -เครือ่ งคอมพิวเตอร์ในยุควงจรวีแอลเอสไอ -เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ในยคุ เครือข่าย 6.ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาเนื้อหาตามหวั ขอ้ ท่ีได้ พร้อมกับสง่ ตัวแทนมานาเสนอหน้าชัน้ เรียน 7.ผู้สอนให้ผเู้ รียนทาใบงานที่ 3.1 8.ผู้สอนใหผ้ ู้เรียนศกึ ษาเน้ือหาเร่อื ง เทคโนโลยสี ือ่ ประสม และให้ผู้เรียนทาใบงานที่ 3.2

9.ผสู้ อนส่มุ ผเู้ รยี นออกมาตอบคาถามจากใบงาน ผู้สอนเพ่ิมเติมเน้ือหาในส่วนทผ่ี ู้เรียนอธบิ ายไม่ครบถว้ น ขัน้ สรุป 10.ผู้สอนและผู้เรยี นร่วมกันอภปิ รายสรุปเก่ียวกบั พฒั นาการคอมพวิ เตอร์ในแต่ละยุค และเทคโนโลยสี อ่ื ประสม นกั เรยี นจดบันทกึ 11.ครใู ห้นักเรียนเปดิ E-book เรอื่ ง Introduction to Computer เพ่อื สรปุ ความรู้ 5. สื่อการเรียนการสอน 1.ใบงานท่ี 3.1 เร่ือง พัฒนาการของคอมพวิ เตอร์ 2.ใบงานท่ี 3.2 เรอ่ื ง เทคโนโลยีสอ่ื ประสม 3.หนังสอื เรียนสาระการเรียนร้พู ้ืนฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ชว่ งชัน้ ที่ 3 4.E-Book เรื่อง Introduction to Computer 6. การวัดและประเมนิ ผล 1.สงั เกตจากการมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมกลมุ่ 2.สังเกตจากการตอบคาถามในใบงาน 3.สังเกตจากการอภิปรายสรปุ 7.บันทกึ หลังการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 รายวิชา ง16202 (ความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกบั คอมพิวเตอร)์ ช่วงชน้ั ที่ 2 ปที ี่ 1 (ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6) สาระท่ี 4 เทคโนโลยสี ารสนเทศ มาตรฐาน ง. 4.1 หน่วยการเรยี นรู้ องคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอร์ จานวน 2 ช่ัวโมง 1.แนวคดิ และสาระสาคัญ คอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองคป์ ระกอบ 3 ส่วน ได้แก่ 1.ฮารด์ แวร์ (Hardware) 2.ซอฟต์แวร์ (Software) 3.พีเพิลแวร์ (Peopleware) 2.ผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวัง 1.สามารถจาแนกองค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์ทงั้ 3 ส่วนไดอ้ ย่างถูกต้อง 2.บอกหนา้ ที่ของอุปกรณ์คอมพวิ เตอรท์ ี่กาหนดให้ได้ถูกต้อง 3.บอกชือ่ ซอฟตแ์ วรท์ ่ีนยิ มใช้ในปัจจุบันได้อย่างน้อย 5 ชอื่ 4.บอกประเภทลักษณะงานของบคุ คลทีท่ างานเกย่ี วกับคอมพวิ เตอร์ได้ 3. สาระการเรยี นรู้ 1.ความหมายและหน้าท่ขี องฮาร์ดแวร์ 2.ความหมายและประโยชนข์ องซอฟต์แวร์ 3.ความหมายและประเภทของพเี พิลแวร์ 4. กระบวนการจดั การเรียนรู้ ข้ันนาเข้าสู่บทเรยี น 1.ครูใหน้ ักเรียนดทู ่ีเครื่องคอมพวิ เตอร์ แลว้ ส่มุ ถามนักเรยี น 4-5 คน วา่ สังเกตุเหน็ อะไรบ้าง และนกั เรยี นคดิ วา่ แต่ละส่วนทาหนา้ ท่อี ย่างไร ข้นั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 2.ครูอธิบายถึงองค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์ทั้ง 3 ส่วน หนา้ ที่ของแตล่ ะสว่ น พร้อมท้งั สาธิตการทางานของแต่ละสว่ น 3.แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุม่ กลุม่ ละ 5 คน ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ เก่ยี วกับหน้าที่ของ คอมพวิ เตอร์แต่ละสว่ น 4.แข่งขันกันตอบคาถามเกี่ยวกบั องคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอร์ทค่ี รตู ้ังคาถาม 5.ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ถา้ นกั เรยี นตอบผิด ขน้ั สรปุ 6.ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายถงึ องคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอรแ์ ตล่ ะส่วนวา่ ประกอบ ดว้ ยอะไรบ้าง และแตล่ ะสว่ นมีหน้าทอ่ี ยา่ งไร นักเรยี นจดบันทกึ 7.ครูใหน้ ักเรียนเปิด E-book เรอ่ื ง Introduction to Computer เพ่ือสรปุ ความรู้ 8.นักเรียนทาแบบฝึกหดั ที่ 4 5. สื่อ - อปุ กรณ์ การเรยี นรู้ 1.เครื่องคอมพวิ เตอร์ 2.แผน่ CD-Rom 3.แผ่น Diskette 4.แบบฝึกหดั ที่ 5

5.เอกสารประกอบการเรียน เรื่ององค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ 6.E-Book เร่ือง Introduction to Computer 6. การวัดผลและการประเมินผล 1.แบบสงั เกตจากการทางานกลมุ่ 2.สังเกตจากการตอบคาถาม 3.สังเกตจากการอภิปรายกลมุ่ 4.ตรวจแบบฝกึ หดั ที่ 4 7.บันทกึ หลังการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………

ภาคผนวก ข ส่ือการเรียนการสอน E-Book เร่ืองความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั คอมพวิ เตอร์







ภาคผนวก ค รายช่อื นักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาลวัดทา้ ยตลาด(กวธี รรมสาร) ปีการศกึ ษา 2564 เลขท่ี เลข ชอ่ื – สกุล ประจาตวั 1 9515 เด็กชาย วาสนา แก้ววิเศษ 2 9521 เดก็ ชาย อินทนนท์ ป๊อกหลง 3 9541 เดก็ ชาย จริ าพัชร ลอ่ งลอย 4 9548 เดก็ ชาย ภควฒั น์ เชื้อณรงค์ 5 9554 เดก็ ชาย สทิ ธินนท์ เพช็ รจุ้ย 6 9802 เดก็ ชาย ธรรมรตั น์ ทาวิเศษ 7 10042 เดก็ ชาย ชยั วัฒน์ ปานวน 8 10043 เด็กชาย รนกร ญาณกาญจน์ 9 10044 เด็กชาย รัฐภูมิ ยิม้ พรม 10 10272 เด็กชาย ตะวัน เหมอื ยวงค์ 11 10279 เด็กชาย พนมกร พลพิพัฒน์ 12 10419 เดก็ ชาย เฉลมิ ชัย ม่นั แยม้ 13 10706 เดก็ ชาย ธรี ภทั ร เหลก็ แจ้ง 14 10925 เด็กชาย ธนกร มาใกล้ 15 9525 เด็กหญิง จิดาภา ทรัพย์ประทุม 16 9533 เด็กหญิง ปยิ าพชั ร พวนศิริ 17 9534 เดก็ หญงิ พิมพช์ นก เจริญอน้ 18 9537 เดก็ หญงิ สุกญั ญา พทุ ธมิ า 19 9539 เด็กหญิง อรปรยี า แสงเดช 20 9558 เดก็ หญงิ จิตรวรรณ วงษ์วลิ ัย 21 9565 เด็กหญิง พชั ราภา ชานาญ 22 9566 เด็กหญิง ภทั ราวดี ทองแก้ว 23 9567 เดก็ หญงิ รนิ ทร์นภา รตั นสากล 24 9810 เดก็ หญงิ ญานิศา กอกชยั ยา 25 9811 เด็กหญิง ณรรทพร ตัง้ วงค์วริ ิยะ 26 9813 เด็กหญิง ปพิชญา ทองแตม้ 27 9819 เดก็ หญงิ ศริ ิวิมล โมง่ เมือง 28 10269 เดก็ หญิง ภคพร สมสอาด 29 10275 เด็กหญิง ชนากานต์ เขียวสด 30 10284 เด็กหญงิ วีรดา ศรรี ักษ์ 31 10421 เด็กหญิง ณฤดี มาละวงศ์ 32 10707 เด็กหญิง ทองทวี หาญมล 33 10708 เด็กหญงิ ธนภรณ์ สหี อมไชย 34 10818 เด็กหญิง ดรุณี ทิพยด์ ้วง 35 11039 เดก็ หญิง เขมจริ า ทองดี 36 11148 เดก็ หญิง วิจิตรา อินทรส์ องใจ 37 11298 เด็กหญิง วรัชดา สทิ ธิ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook