Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การบริหารและจัดการศึกษา

การบริหารและจัดการศึกษา

Published by แชร์งานครู Teachers Sharing, 2020-07-06 15:09:40

Description: การบริหารและจัดการศึกษา
คู่มือ แนวข้อสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
#ข้อสอบผู้บริหารสถานศึกษา
#คู่มือผู้บริหารสถานศึกษา

Keywords: การบริหารและจัดการศึกษา,คู่มือ แนวข้อสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา,ข้อสอบผู้บริหารสถานศึกษา,คู่มือผู้บริหารสถานศึกษา

Search

Read the Text Version

มีอะไรในเล่ม  แนวขอ้ สอบผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาการบรหิ ารจดั การศกึ ษา ชดุ ท่ี 1 ................….. 1  แนวขอ้ สอบผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาการบรหิ ารจดั การศกึ ษา ชดุ ท่ี 2 ………….….. 12  แนวขอ้ สอบผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาการบรหิ ารจดั การศกึ ษา ชดุ ท่ี 3....................... 22  เฉลยแนวขอ้ สอบผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาการบรหิ ารจดั การศกึ ษา ชดุ ท่ี 1-3..…….. 31

แนวขอ้ สอบการบริหารและจัดการศกึ ษา ; บ้านสอบครู 1 การบรหิ ารและจัดการศึกษา ชดุ ที่ 1 5. ตามพรบ. การศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 กาํ หนด ใหกระทรวงกระจายอํานาจในดา นใดบา ง 1. พรบ. การศึกษาแหงชาติ พ. ศ. 2542 เปน กฎหมาย ก. บรหิ ารบุคคล งบประมาณ บรหิ ารจัดการและ ที่ตราขนึ้ ตามรฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บริหารทว่ั ไป พ.ศ. 2540 มาตราใด ข. วิชาการ บรหิ ารบคุ คล งบประมาณ และการมี ก. มาตรา 43 สวนรวม ค. วชิ าการ งบประมาณ บรหิ ารบคุ คล และการ ้บานสอบค ูร www.sobkroo.comข. มาตรา 81 บรหิ ารทัว่ ไป ค. มาตรา 289 ง. มาตรา 336 ง. งบประมาณ บรหิ ารบุคคล การมสี ว นรวม และ 2. ขอใดไมใ ชร ูปแบบการจัดการศกึ ษา ตาม พรบ. การบรหิ ารท่ัวไป การศึกษาแหง ชาติ 2542 6. พรบ.การศกึ ษาแหง ชาตพิ .ศ. 2542 สอดคลอ ง ก. การศึกษาในระบบการเรียนรู กับขอ ใดมากที่สดุ ข. การศึกษาตามอัธยาศยั ก. กฎหมายแมบทการจดั การศึกษา ค. การศกึ ษานอกระบบ ข. แนวทางจัดการศกึ ษาของรัฐ ง. การศกึ ษาในระบบ ค. การปรับปรุงการศึกษาสอดคลองกับ รัฐธรรมนญู 3. ขอ ใดตอไปนก้ี ลา วไมถ กู ตอ งตาม พรบ.การศึกษา ง. การปฏริ ูปการศึกษาคร้ังใหญของไทย แหง ชาติ พ.ศ. 2542 7. ขอ ใดไมใ ชหลักการ พรบ.การศกึ ษาแหง ก. ใหมกี ารศกึ ษาภาคบงั คบั 9 ป ชาติพ.ศ.2542 ข. การจดั การศึกษาขนั้ พื้นฐานประกอบดว ยการ ก. เปนการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานเพื่อปวงชน จัดการศกึ ษาซง่ึ ไมน อ ยกวา 12 ป ข. เปน การศกึ ษาตลอดชีวติ สาํ หรับประชาชน ค. การศึกษาภาคบังคบั 9 ป และการจดั การศกึ ษา ค. ใหสังคมมสี ว นรวมในการจดั การศกึ ษา ข้นั พ้นื ฐาน 12 ป จะตองดาํ เนนิ ภายในป 2545 ง. พฒั นาสาระและกระบวนการเรียนรูใ ห เปน ไป เปนอยางชา อยางตอเนอ่ื ง ง. การศกึ ษาระดบั อุดมศึกษามีสองระดับ คอื 8. จุดทต่ี า งกันของการศกึ ษาระบบตางๆ พรบ.การศึกษา ระดบั ตํ่ากวา ปรญิ ญา และระดับปริญญา แหง ชาติ พ.ศ. 2542 ที่สาํ คัญ คอื ขอใด 4. จดุ เนนของการจดั การศกึ ษาตาม พรบ.การศกึ ษา ก. ระยะเวลา ทจ่ี ัดการศึกษา แหง ชาติ พ.ศ. 2542 คือขอ ใด ข. สถานศกึ ษาทจี่ ดั การศึกษา ก. ความรคู ูค ุณธรรม ค. ตวั ผูเ ขารบั การศึกษา ข. ความรู คณุ ธรรม และกระบวนการเรียนรู ง. จุดหมาย วธิ กี าร หลกั สูตร ค. ความรกู ระบวนการเรียนรู และบูรณาการ ง. ความรู คุณธรรม กระบวนการเรียนรู และ บรู ณาการตามความเหมาะสม

แนวขอ้ สอบการบริหารและจดั การศกึ ษา ; บา้ นสอบครู 2 9. จุดมุงหมายสาํ คญั ของการใหส ถานศึกษารว มกบั ง. การศกึ ษาสรา งชาติ สรางสังคม และสรา งรายได ชุมชน ครอบครัว ทอ งถ่นิ รว มพฒั นาการศึกษาตาม 14. ขอใดไมใชนโยบายดานการศึกษาของรัฐบาล พรบ.การศกึ ษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 คอื ขอ ใด ก. จัดใหมีระบบโครงสรางการศึกษาท่ีมคี ุณภาพ ก. สงเสริมความเขมแขง็ ชมุ ชน ข. พฒั นาเทคโนโลยที างการศกึ ษาและเครอื ขา ย ข. ข. ชุมชนมีการแสวงหาความรภู ายในชุมชน สารสนเทศ ค. พัฒนาชุมชนตามสภาพปญ หาความตองการ ค. ใหประเทศไทยเปนศนู ยก ลางการคา ในกลมุ ง. ชมุ ชนมีสวนรวมจดั การศกึ ษา ประเทศเพือ่ นบาน ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com 10. คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานตาม พรบ. ง. ปรับปรงุ หลักสตู รการศกึ ษา การศกึ ษาแหง ชาติ มีหนา ที่ เกี่ยวขอ งกับขอใดนอ ยที่สุด 15. บทบาทหนาทห่ี ลักของกระทรวงศึกษาธิการตาม ก. จดั การศึกษาระดบั ตํ่ากวา อดุ มศึกษา กฎหมายปฎิรูประบบราชการปจ จบุ ันคอื ขอ ใด ข. เสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานและ ก. การพฒั นาการศกึ ษา หลักสตู รแกนกลางการศึกษา ตาํ่ กวา อดุ มศกึ ษา ข. การพฒั นาบาํ รงุ ศาสนา ค. สนบั สนนุ ทรัพยากร การจดั การศึกษาขัน้ ค. การสบื สานศิลปวัฒนธรรมไทย พื้นฐาน ง. ถกู ทุกขอ ง. ติดตามตรวจสอบ และประเมินการจดั การ 16. แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง ชาติ ฉ.9 ศึกษาขั้นพืน้ ฐาน มีผลบังคับใชต งั้ แตเ มอื่ ใด 11. ขอ ใด คือนโยบายเรง ดว นของรัฐบาล ก. ป พ.ศ. 2545 พ.ต.ท.ทกั ษณิ ชนิ วัตรที่แถลงตอรัฐสภา ข. ปง บประมาณ 2545 ก. การพกั ชําระหน้ีใหก บั เกษตรกรรายยอ ย ค. ปก ารศกึ ษา 2545 เปนเวลา 3 ป ง. ไมม ขี อ ถกู ข. การจัดตั้งกองทนุ หมบู า นและชุมชนเมือง 17. ตามระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วาดวยการ ค. การจดั ตัง้ ธนาคารประชาชน ลงโทษนักเรียนนักศกึ ษา พ.ศ. 2548 กาํ หนดโทษ ง. ถูกทกุ ขอ สาํ หรบั นักเรียนทีท่ ําผิดก่สี ถาน 12. นโยบายเรงดวนของรัฐบาลทมี่ สี ว นเกี่ยวขอ งกับ ก. 2 สถาน โรงเรียนมากท่ีสุดคือขอ ใด ข. 3 สถาน ก. การพฒั นารฐั วิสาหกจิ ค. 4 สถาน ข. การสรา งหลักประกนั สขุ ภาพถว นหนา ง. 5 สถาน ค. การปอ งกันปราบปรามยาเสพตดิ 18. ขอควรคาํ นึงในการลงโทษนักเรียน ง. การปอ งกนั ปราบปรามคอรปั ชน่ั ก. ไมใ ชว ธิ กี ารรุนแรงแบบกลั่นแกลง 13. หลักในการปฏริ ูปการศึกษาของรัฐบาล คือขอ ใด ข. ไมลงโทษดวยความโกรธพยาบาท ก. การศึกษาสรางคน สรางงาน สรางรายได ค. ไมลงโทษนกั เรียนท่ีกาํ ลงั เจ็บปว ย ข. การศึกษาสรา งงาน สรางฐาน สรา งคน ง. อายขุ องนักเรยี นหรอื นักศกึ ษา ค. การศกึ ษาสรา งชาติ สรางคน สรา งงาน

แนวข้อสอบการบรหิ ารและจัดการศกึ ษา ; บา้ นสอบครู 3 19 . ขอใดไมใ ชประเภทของการพานกั เรยี น นกั ศกึ ษา ค. โดยปกตจิ ะเบิกเงินสวัสดกิ ารการศกึ ษาบุตร ไปนอกสถานศึกษา ได 2 คนเทานน้ั ก. การไปอยูคายพกั แรมของลูกเสือ ง. เปนไปตามกฎหมายวาดวยประกนั สังคม ข. การพาไปนอกสถานศึกษาและไมค า งคนื 24. ลูกจางชั่วคราวเขารับการรักษาพยาบาลตามขอ ใด ค. การพาไปนอกสถานศกึ ษาและคา งคืน จึงสามารถใชสวสั ดิการรักษาพยาบาลได ง. การพาไปนอกราชอาณาจักร ก. อนามยั ประจาํ ตาํ บล 20. ขอ ใดกลา วถูกตอ งทสี่ ดุ เกยี่ วกบั การลาของลกู จา ง ข. โรงพยาบาลอาํ เภอ หรือประจาํ จังหวัด ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ช่วั คราวท่ีปฎิบัตงิ านในโรงเรียน ค. โรงพยาบาลทีร่ ะบตุ ามกฎหมายประกนั สังคม ก. ลาปว ยไมถงึ 30 วนั ผมู อี าํ นาจอนุญาตจะให ง. ไมม ีขอ ถูก มใี บรบั รองแทพยม าแสดงก็ได 25. ขอใดตอไปนี้ ไมใชเ กณฑท ี่จบหลักสตู รระดับ ข. การลาคลอดบุตรโดยไดร บั เงินเดือนระหวางลา มธั ยมศกึ ษาตอนตน ตามหลกั สูตรเดิม (2533) คอื ลาไดครงั้ หนง่ึ ไมเกิน 90 วัน ก. ตองเรยี นวชิ าบงั คบั และเลอื กเสรีจาํ นวน 90 ค. การลากจิ สว นตัวเพ่อื เลีย้ งดูบุตรตอเนอื่ งจาก หนว ยการเรียนและทุกรายวชิ าตอ งไดร บั การ ลาคลอดบุตรไดแ ละไดร บั เงนิ เดอื นระหวางลา ตดั สนิ ผล ไมเ กนิ 45 วันทาํ การ ข. ไดหนวยการเรียนทง้ั สน้ิ 80 หนวยการเรียน ง. ใชร ะเบยี บการลาของขาราชการโดยอนุโลม ค. ไดเรียนวิชาบงั คบั แกนภาษาไทยและสังคม 21. ขอใดคือวนั หยดุ ราชการของลกู จา งชัว่ คราว ง. เขารว มกิจกรรมลูกเสอื 1 คาบตอ สปั ดาห ทป่ี ฎิบตั งิ านในสถานศึกษากระทรวงศกึ ษาธิการ กิจกรรมอืน่ 1 คาบตอ สปั ดาหเ วลาเรียนไมนอย ก. วนั เสาร – อาทติ ย กวา รอยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมดและผาน ข. วนั เสาร – วนั อาทติ ย- วันหยดุ อื่น ๆ จุดประสงคส ําคญั ของกจิ กรรม ตามทีร่ าชการแจง 26. ขอ ใดกลาวถูกตองเกย่ี วกบั การวัดและประเมินผล ค. วันอาทิตยและวันอนื่ ๆ อีก 1 วัน ตามหลักสูตรประถมศึกษาฉบบั ปรบั ปรงุ 2533 ง. ถกู ทกุ ขอ ก. โรงเรียนมีหนา ท่ปี ระเมินผล ตัดสนิ ผลอนุมัติ 22. เอกสารในขอ ใดหมายถงึ บญั ชเี รียกช่ือนักเรยี น ผลการเรยี นทกุ ชน้ั ระดับประถมศกึ ษาตามหลักสูตรเดิม (2533) ข. การประเมินผลเพอื่ ปรับปรงุ การเรยี นการ ก. ป.01 ข. ป.02 สอน ปรบั ปรุงจุดประสงคก ารวัดรายกลุม ค. ป.03 ง. ป.04 ประสบการณและตดั สนิ ผลการเรียน 23. ขอ กลาวถูกตอ งเกยี่ วกบั เงนิ สวสั ดิการการศกึ ษา ค. จดุ ประสงคก ารเรยี นรทู ว่ี ัดตอ งครอบคลุม บุตรของลูกจา งช่ัวคราวที่ปฎิบตั งิ านในโรงเรียน พฤตกิ รรมทกุ คนอนั ไดแ ก พุทธพิสยั จิตพสิ ัย ก. เหมือนขา ราชการ ลกู จางประจาํ ทกั ษะพสิ ยั ข. ผูมบี ตุ รบญุ ธรรมและบตุ รซึง่ มิไดอ ยูใน ง. ถกู ทกุ ขอ อาํ นาจปกครองของตนจะไมม สิ ทิ ธเิ บกิ ได

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจดั การศกึ ษา ; บา้ นสอบครู 4 27. ขอใดไมใ ชก ระบวนการประกนั คุณภาพการศึกษา ก. การกาํ หนดมาตรฐานโรงเรยี น 32. การวดั และการประเมินผลมวี ตั ถุประสงค ข. การควบคมุ คณุ ภาพ ตามขอใด ค. การตรวจสอบและปรบั ปรงุ โรงเรียน ก. การปรับปรงุ การเรียนการสอน ง. ง. การประเมินคุณภาพ ข. ตัดสนิ ผลการเรียนการสอน 28. ขอ ใดคือผลระทบข้ันสดุ ทายของการมีการนเิ ทศ ค. ตรวจสอบพัฒนาการตามจุดประสงค ภายในโรงเรยี น ง. ปรบั ปรุงการเรียนการสอนและตัดสนิ ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ก. คณุ ภาพของครู ผลการเรียน ข. คุณภาพของนักเรยี น 33. สง่ิ ใดทค่ี รูผูส อนควรยึดเปน หลกั สําคัญท่สี ุด ค. บรรยากาศการทํางานของครู ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ง. การปรับปรงุ พฒั นาวชิ าชีพครู ก. หลักสูตร 29. ขอใดไมใ ชองคป ระกอบทีท่ าํ ผสู อนปฏิบตั งิ าน ข. แผนการสอน ไดอ ยา งมปี ระสิทธภิ าพ ค. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ก. ภาระงานและคณุ ภาพการทาํ งานของผสู อน ง. สื่อการเรยี นการสอน ข. ความพงึ พอใจในงานทีร่ ับผดิ ชอบ 34. ทา นคิดวา ทาํ ไมตอ งมีการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา ค. ความพรอมของชมุ ชน ก. เพือ่ ใหเปนไปตามกฎหมายการศึกษาแหง ชาติ ง. ความกา วหนาในตําแหนง หนาที่ ข. เพื่อใหท กุ โรงเรียนมคี วามคลายคลงึ กนั ดาน 30. ขอใดคอื ภาพของเดก็ ไทยตามแนวทางปฏิรูป การศึกษา การศึกษา ค. เพ่ือเตรยี มรับการประเมนิ ภายนอก ก. คดิ เปน ทําเปน แกปญหาเปน ง. เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพมาตรฐานการศกึ ษา ข. ใจกวา ง กายโต ทักษะสูง 35. ขอ ใดกลา วไมถ ูกตองตามแนวทางปฏริ ูปการเรยี นรู ค. คนเกง คนดี มีความสขุ ก. การจดั การเรียนรูต อ งยดึ ผเู รยี นเปน ท่ตี ั้ง ง. คดิ กวาง คิดไกล ใฝเ รียนรู ข. การเรยี นรเู กิดขึน้ ไดก บั ทกุ คนทกุ ที่ ทุกเวลา 31. การจัดการเรียนการสอนตองมีคณุ ภาพหมายถงึ ค. การจัดการเรยี นรถู อื วา ผเู รยี นมี ความสําคัญ ขอ ใด ที่สุด ก. มีกจิ กรรมเนน ผูเ รยี นเปนสาํ คญั ง. ครผู สู อนสําคญั ทส่ี ดุ ข. ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของผเู รยี นสงู 36. ขอ ใดไมใชล กั ษณะของการเรยี นรูของนักเรยี น ค. มกี ารนาํ หลกั สตู รไปใช ตามแนวทางการปฏิรปู การเรยี นรู ง. มีการใชสอ่ื ประกอบการสอน ก. การเรยี นรเู นน เด็กเปน ศูนยกลาง ข. การเรียนรจู ากการปฏบิ ตั จิ ริง ค. การเรยี นรูร วมกบั บุคคลอื่น ง. การเรียนรดู ว ยกระบวนการเรยี นรูดวยตนเอง

แนวขอ้ สอบการบริหารและจัดการศึกษา ; บ้านสอบครู 5 ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com37. หลกั สูตรการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน กาํ หนด เริ่มใชในค. กระบวนการจัดการศึกษาตองสงเสริมให โรงเรยี นนํารองการใชหลกั สูตรตัง้ แตปการศึกษาใด ผูเรียนสามารถพฒั นาตนเอง ตามธรรมชาติ เปนตน ไป และตามศักยภาพ ก. 2545 ง. จดั แหลง เรียนรูท หี่ ลากหลายไวสาํ หรบั ผูเรยี น ข. 2546 42. ขอใดไมใ ชเอกสารหลักสูตร ค. 2547 ง. 2548 ก. คูม ือครู 38. จัดใหสอดคลอ งกบั จติ วทิ ยาพัฒนาการและการ ข. แผนการสอน เรยี นรขู องเดก็ ขอ ความดังกลาวเกยี่ วขอ งกับหลกั สตู ร ค. หนงั สือเรยี นประวัตศิ าสตรไ ทย ในขอ ใด ง. แผนปฏิบตั งิ านวิชาการ ก. หลักการ 43. นกั เรียนมีโอกาสกําหนดผลการเรียนรูร ว มและวาง ข. จุดมงุ หมาย แผนประเมนิ ผลการเรียนรู” เปนลักษณะของการเรยี น ค. เน้อื หาสาระ รูตามขอ ใด ง. แนวทางการจดั การเรยี นรู ก. การเรยี นรทู สี่ นองความแตกตางระหวาง 39. กระบวนการวัดและประเมินผลการจัดการเรียน การสอนภาษาอังกฤษเนน เรื่องใด บคุ คล ก. วดั ความสามารถในการใชภาษา ข. การเรียนรจู ากการปฏบิ ัติจรงิ ข. วัดพัฒนาการทางภาษาของผเู รียน ค. การเรยี นรูแบบมีสวนรว ม ค. มีขอ ทดสอบมาตรฐานวดั ความสามารถ ง. การเรียนรูแ บบองคร วม 44. ขอ ใดไมใ ชป ระเภทของสื่อการสอน ในการใชภาษา ก. วัสดุ ง. ถูกทุกขอ ข. อปุ กรณ 40. “ สามารถวิเคราะหปญหาของชมุ ชน” เปน ค. วธิ กี าร ลกั ษณะของผเู รยี น ตามขอ ใด ง. นวัตกรรม ก. พัฒนาคน 45. ขอ ใดสือ่ ประเภทวัสดุ หรือซอฟตแวร ข. พัฒนาอาชพี ก. เครือ่ งฉายสไลด ค. พัฒนาสงั คม ข. เคร่ืองวีดีโอ ง. พัฒนาทั้ง 3 ดา น ค. เทปบันทึกเสยี ง 41. ขอ ใดไมใชหลกั การศึกษาดานผูเรยี นตามแนวทาง ง. ไมมขี อถูก ปฏริ ปู การศกึ ษา 46. เปนแหลงรวบรวมผลงานหรือหลักฐานทเ่ี กดิ จาก ก. ผูเรียนทุกคนมคี วามสามารถเรยี นรแู ละ การเรียนรูข องผูเรยี นหมายถงึ ขอใด ก. การสํารวจเด็กรายบุคคล พัฒนาตนเอง ข. การเรยี นรบู รู ณาการ ข. ถอื วา ผเู รียนมีความสําคญั ทส่ี ุด ค. โครงสราง

แนวข้อสอบการบริหารและจดั การศึกษา ; บา้ นสอบครู 6 ้บานสอบค ูร www.sobkroo.comง. แฟม สะสมงาน ง. แจง ผลการเรียนใหผ ูปกครองทราบ 47. การเลอื กส่อื การเรียนการสอนตามหลกั การแลว 52. การตรวจสอบคณุ ภาพของขอ ทดสอบ ขอ ใดสาํ คญั ทสี่ ดุ ก. ความชดั เจนของภาษาและความถกู ตอง ก. ประสทิ ธิภาพ ของเนื้อหา ข. ประสทิ ธผิ ล ค. ประหยัด ข. ความเชือ่ ม่นั ของขอ ทดสอบ ง. คมุ คา ค. ความยากงายของขอทดสอบ 48. ขอ ใดไมใชหลักการสําคญั ของการจัดการศกึ ษา ง. ความสอดคลองของขอสอบกบั ตาราง ตามหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน ก. การมีสว นรวม วเิ คราะหเน้ือหา ข. การกระจายอํานาจ 53. การประเมินในขอใดสาํ คัญที่สุด ค. การกํากบั ตดิ ตามประเมนิ ผล ง. การยดึ ผเู รียนเปนสําคัญ ก. การแกไขพัฒนาผเู รียน 49. เพ่ือใหก ารจดั การศึกษาของสถานศกึ ษามีคณุ ภาพ ข. การพัฒนาระบบการใหระดับคะแนน มาตรฐาน ทา นคิดวา ควรจะมีการประเมินผล การจดั ค. การพัฒนาและปรบั ปรงุ หลกั สตู ร การศกึ ษาระดบั ใดบาง ง. การตดั สนิ ใหผานและไมผา นในการสอบ ก. ระดับสถานศึกษา ข. ระดบั เขตพนื้ ท่ีฯ ปลายป ค. ระดับชาติ 54. เคร่ืองมือทเ่ี หมาะสมกบั การวัดพฤตกิ รรม ง. ถกู ทกุ ขอ ดา นทกั ษะกระบวนการคอื ขอ ใด 50. กําหนดสาระการเรยี นรเู ปนรายภาคและกาํ หนด จํานวนหนว ยกิตใหเ หมาะสมและสอดคลองกบั ก. แบบสงั เกต มาตรฐานและสาระการเรียนรู ข. แบบสัมภาษณ ก. ชว งช้นั ท่ี 1 ค. แบบสํารวจรายการ ข. ชว งชนั้ ท่ี 2 ง. แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ค. ชว งชนั้ ท่ี 3 55. ขอ ใดไมใ ชจดุ ประสงคของหลักสตู รประถมศึกษา ง. ชว งช้ันที่ 4 พ.ศ. 2521 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2533) กลุมทักษะ คณติ ศาสตร 51. จุดมุงหมายท่ีสาํ คัญของการวัดและประเมนิ ผล ก. มคี วามรคู วามเขา ใจในคณติ ศาสตรพ นื้ ฐาน การเรยี นคือขอ ใด ข. รูจักคดิ อยา งมเี หตผุ ลและแสดงความคิดออก ก. ตดั สินผลการเรยี น มาอยางมีระเบียบชัดเจนและรัดกุม ข. ปรับปรุงการเรยี นการสอน ค. รคู ณุ คาของคณิตศาสตรแ ละมีเจตคตทิ ่ีดี ค. คนหาขอ บกพรอ งของนักเรยี น ตอ คณิตศาสตร ง. เฉลยี วฉลาดทนั คนไมถ ูกเอารัดเอาเปรียบ 56. การอนมุ ตั ผิ ลการเรียนตามระเบียบกระทรวง ศึกษาธกิ ารวาดว ยการประเมนิ ผลการเรยี นระดับ ประถมศึกษา เปนหนาทขี่ องใคร ก. ผบู ริหารโรงเรียน

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจัดการศึกษา ; บา้ นสอบครู 7 ้บานสอบค ูร www.sobkroo.comข. หัวหนา การประถมศกึ ษา/กิง่ อําเภอข. คาํ ทีจ่ ําเปน ตองใชใ นชีวติ ประจําวนั ค. ศึกษาธิการอาํ เภอ ค. คําทใ่ี ชใหนกั เรียนฝกการอานคลอ ง ง. ผอู ํานวยการการประถมศึกษาจงั หวดั ง. คําทีน่ ักเรยี นเขยี นผดิ เสมอๆ 57. กจิ กรรมแรกๆ ทีค่ รคู วรจดั ในการสอนเร่อื งการ 61. ขอใดเปน สง่ิ ซ่ึงตองพิจารณาในการพฒั นา สงั เกตและเปรยี บเทียบคือขอ ใด เทคโนโลยีและสื่อการเรยี นการสอนในโรงเรยี น ก. ครใู หน กั เรียนหัดสงั เกตและเปรยี บเทยี บ ประถมศึกษาใหมปี ระสทิ ธิภาพเปน ลาํ ดับสดุ ทา ย ก. จดั วิทยาการเรยี นรู การตดิ ตอสอ่ื ของจรงิ ทม่ี ีอยูใกลตวั ท่ีสดุ กอน ข. ครูใหนกั เรียนหัดสงั เกตและเปรยี บเทยี บภาพ โสตทัศนศกึ ษา ข. ความจําเปน และประโยชนท ีไ่ ดรับ ทต่ี างความสงู กนั กอน ค. การประหยัดงบประมาณและเวลา ค. ครใู หน ักเรียนหดั สังเกตและเปรยี บเทียบภาพ ง. ความคิดรเิ รม่ิ และพฒั นานวัตกรรม 62. แบบทดสอบเลอื กตอบเหมาะสําหรับวดั ที่ตา งสีกนั กอ น พฤตกิ รรมใด ง. ครใู หนกั เรยี นหัดสงั เกตเปรยี บเทยี บภาพ ก. พมิ พภ าพใบไมไ ด ข. ฉกี ปะติดภาพสัตวได ทีต่ า งนํ้าหนกั กอน ค. บอกชอ่ื เสนชนิดตางๆ ได 58. การสอนเรอื่ งการสงั เกตและการเปรียบเทียบเปน ง. เขยี นภาพบานในอนาคตได การเตรียมความพรอมในการเรียนการสอน 63. ขอ ใดไมใ ชจ ุดหมายของหลักสูตรประถมศึกษา คณิตศาสตรพื้นฐานใด ก. มีนิสยั ไมเ ห็นแกต ัว ข. รกั การอา นและใฝห าความรูเ สมอ ก. พื้นฐานทางจาํ นวนและพื้นฐานทางพชี คณิต ค. ยดึ ผเู รียนเปนศนู ยก ลาง ข. พน้ื ฐานทางพชี คณิตและพ้ืนฐานทางการวดั ง. เขาใจการเปลี่ยนแปลงของสังคม ค. พน้ื ฐานทางการวัดและพนื้ ฐานทางสถิติ 64. สว นสําคญั ของคอมพวิ เตอรท จ่ี ะตอ เขากับระบบ ง. ทุกพืน้ ฐาน อนิ เตอรเ นตคอื อะไร 59. จุดมงุ หมายหลักของการทาํ กิจกรรมหรือปฏบิ ัติ ก. Ram การทดลองในการสอนวทิ ยาศาสตรระดับประถม ข. Hard Disk ศกึ ษา คอื ขอ ใด ค. Modem ก. เพอ่ื ใหนักเรียนมกี จิ กรรมรวมในบทเรียน ง. Printer ข. เพื่อใหนักเรยี นไดร จู ัด และสรปุ ความรู 65. ขอใดเปนบทบาททีส่ ําคัญท่ีสุดของการประเมิน ผลตอ ระบบการเรียนการสอน ดว ยตนเอง ก. เพอ่ื บง บอกประสิทธิภาพของหลักสตู ร ค. เพ่อื ใหน ักเรียนไดเรยี นรูดว ยการปฏิบตั ิ ข. เพอ่ื บง บอกประสิทธิภาพของครู ง. เพ่อื ใหช ุมชนเห็นวา โรงเรยี นเนนการสอน ค. เพ่อื รับรองผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น วิทยาศาสตร 60. คําพน้ื ฐาน ในหลกั สตู รประถมศกึ ษา พ.ศ. 2521 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2533) หมายถึง ก. คาํ ท่ีใชสาํ หรับเปนพื้นฐานในการเรยี น บทตอ ไป

แนวข้อสอบการบริหารและจัดการศกึ ษา ; บา้ นสอบครู 8 ง. เพอื่ ศึกษาพฤตกิ รรมการเรียนรูของนกั เรยี น เห็นคณุ คา ของการอนรุ ักษส่ิงแวดลอม ทานคดิ วา ควร 66. เครือ่ งมือวดั ภาคปฏบิ ัตขิ อ ใดท่ีนยิ มใชทว่ั ไป จะใชว ธิ ีการสอนใดจะเหมาะสมทส่ี ดุ ก. แบบทดสอบ ก. ทดลอง ข. แบบรายงานตนเอง ข. บรรยาย ค. แบบมาตรประเมนิ คา ค. สาธิต ง. แบบสอบถาม/สัมภาษณ ง. บทบาทสมมุติ 67. พฤติกรรมดา นจิตพิสัยขนั้ รับรูสมั พันธสอดคลอง 72. การจดั การเรียนการสอนระดบั ประถมศึกษา ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com กับพฤติกรรมดา นพทุ ธพิสัยระดบั ใด ในปจ จบุ ัน การประเมนิ ผลในขอใดสาํ คัญทีส่ ุด ก. วิเคราะห ก. ประเมินเพ่ือรับรองสัมฤทธิ์ผลของผูเรยี น ข. นาํ ไปใช ข. ประเมินเพอื่ เปรียบเทียบคณุ ภาพระหวา ง ค. ประเมินคา โรงเรยี น ง. ความรู ความจาํ ค. ประเมนิ เพื่อเปน ขอมลู ยอยกลับไปยังนกั เรียน 68. กิจกรรมใดใชเวลาเรียนตางจากพวก เกย่ี วกบั ความกา วหนาในการเรียน ก. กจิ กรรมลูกเสือ ง. ประเมินเพอื่ ตรวจสอบหาสาเหตขุ อ บกพรอง ข. กิจกรรมอสิ ระ ในการเรียนรู ค. กจิ กรรมแกป ญ หา 73. หัวใจสาํ คญั ของการพัฒนาการเรียนรขู องระดับ ง. กจิ กรรมแนะแนว กอ นประถมศึกษา คือการสง เสรมิ เร่ืองใด 69. สวนสาํ คญั ของคอมพวิ เตอรที่จะตอเขากบั ระบบ ก. การสงเสรมิ ดา นสติปญญา อินเตอรเนต็ คืออะไร ข. การสงเสริมดานสังคมนิสยั ก. Ram ค. การสง เสริมความสามารถทางภาษา ข. Hard Disk ง. การสงเสรมิ ความคิดสรางสรรค ค. Modem 74. สํานวนไทยขอใดสนองตอบสุขภาพจิตดี ง. Printer ก. ทําตวั เปนหวั เรอื ใหญ 70. ขอใดเปน ปญ หาของครู ท่ีสง ผลตอ การเรยี น ข. ฆาควายอยาเสียดายเกลือ การสอนนอยทีส่ ดุ ค. หนาเปน ก. มีชว่ั โมงสอนมากและปฏิบตั ภิ าระกิจซึ่ง ง. ดีดลูกคิดรางแกว นอกเหนือการเรียนการสอน 75. วตั ถปุ ระสงคใ นขอ ใดนา จะเปนวัตถปุ ระสงค ข. ขาดการพฒั นาเทคนคิ การสอน เพ่ือนําไปสรางแบบทดสอบวินิจฉยั นักเรยี น ค. ขาดการพฒั นาสื่อท่ีสนองความแตกตาง ก. นักเรียนสามารถบวกลบเศษสว นอยางถกู ตอ ง ง. ครมู ีขวัญกาํ ลังใจตํา่ เนอื่ งจากปญหา ข. นกั เรยี นสามารถแกโ จทยปญหาเศษสว นได คา ครองชีพ อยา งถูกตอง 71. ครสู มศรี ตองการจะสอนใหน ักเรียนในหอ งเรียน ค. นักเรยี นสามารถบอกความหมายเศษสว นได อยา งถกู ตอง

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจดั การศึกษา ; บา้ นสอบครู 9 ง. นกั เรียนสามารถเปรยี บเทยี บเศษสว นไดอยา ง ง. การวเิ คราะหสภาพปจจบุ ันกับปญหาและ ถกู ตอ ง ความตองการ 76. ขอทดสอบท่ีมีคณุ ภาพดีควรมีลักษณะอยา งใน 81. โครงการศกึ ษาวจิ ยั ทไ่ี มเก่ียวขอ งกบั การใชสื่อ ขอใดมากท่ีสดุ การศกึ ษาระดับประถมศกึ ษาคอื ขอใด ก. ความเช่อื ม่ัน ก. โครงการสงเสรมิ สมรรถภาพการสอน (RIT) ข. ความยากงา ย ข. โครงการพฒั นาระบบสือ่ การสอน (NAFTA) ค. อํานาจจาํ แนก ค. โครงการอิมแพค็ ท (IMPACT) ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ง. ความตรงตามเน้อื หา ง. การเตรียมครูสาํ หรับโครงการนวัตกรรม 77. การจะดํารงชวี ิตอยใู นสงั คมไดอ ยา งมีความสขุ (NIR) การศึกษา ตองปรับตวั ใหเขากับขอ ใด 82. การวางแผนการสอนเรอื่ ง “การทาํ ความสะอาด ก. ภาวะสังคม ปากและฟน” จุดหมายปลายทางทสี่ ําคัญที่สุดของเรอ่ื ง ข. ภาวะคาครองชีพ นค้ี ืออะไร ค. ภาวะความเครยี ดทางจติ ก. นักเรียนบอกวธิ กี ารแปรงฟนทีถ่ กู ตองได ง. ถูกทุกขอ ข. นกั เรยี นรูจักรักษาความสะอาดปากและฟน 78. หากจะเปรยี บเทียบการวางแผนการสอนอาชพี ค. นักเรยี นแปรงฟน ไดถูกวธิ ี คาขาย การรวู า จะไดกาํ ไรหรือขาดทนุ ควรจะอยใู น ง. นกั เรียนมีสขุ นิสัยทดี่ ีในการแปรงฟน ขนั้ การวางแผนการสอนขั้นใด 83. กลมุ จิตวิทยาใดทีส่ อดคลองกับการสอนภาษาไทย ก. กําหนดวัตถปุ ระสงค แบบมุงประสบการณภ าษา ข. การเลือกเนอ้ื หา ก. กลุมโครงสรา งของจติ (Structuralism) ค. การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ข. กลมุ หนาทข่ี องจติ (Functionalism) ง. การวดั ประเมินผล ค. กลุมพฤติกรรมนยิ ม (Behovioralism) 79. ขอใดไมใชจดุ เนอ การพัฒนาคุณภาพนกั เรยี น ง. กลุมเกสตอลท (Gestaltism) ตามแนวใหม 84. ขอ ใดแสดงวาครใู ชจ ิตวทิ ยาในการสอนมากทสี่ ุด ก. ความสามารถทางความคดิ ก. สอนในสงทมี่ ีความหมายตอเดก็ ข. ความสามารถในการแสวงหาความรู ข. สอนในสง ท่เี ดก็ สนใจ ดวยตนเอง ค. สอนโดยสรางแรงจูงใจใหเกิดความสนใจ ค. ความมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ง. สอนใหเ ดก็ นาํ ไปใชไ ดจริง ง. ความสามารถในการอา นคลองเขยี นคลอ ง 85. ขอ ใดไมใชจ ดุ เนน การพฒั นาคณุ ภาพนกั เรียนตาม 80. ขอใดสงผลใหผ บู รหิ ารมีผลงานดีเดน แตกตางกนั แนวใหม อยา งชดั เจน ก. ความสามารถทางความคิด ก. การวิเคราะหผลงานและพัฒนา ข. ความสามารถในการแสวงหาความรูด ว ย ข. การกาํ หนดยทุ ธวิธีและปฏบิ ัติ ตนเอง ค. การจดั หาทรัพยากรและใชทรัพยากร ค. ความมคี ณุ ธรรมและจริยธรรม

แนวข้อสอบการบรหิ ารและจัดการศึกษา ; บ้านสอบครู 10 ง. ความสามารถในการอา นคลอง ง. ครูยังไมเ ขา ใจแนวปฏิบัตเิ กี่ยวกบั การวัด ประเมินผล 86. ขอ ความตอไปนข้ี อใดเปน จดุ ประสงคเชิง 91. ครูอารียสอนอยูในโรงเรยี นชนบท จะสอน พฤติกรรมทบี่ งบอกถงึ พฤติกรรมการปฏิบัตขิ อง “การปกครองสวนทอ งถ่ิน” ในช้นั ป.4 กิจกรรม ผเู รยี นในข้นั ท่สี ุด การเรยี นการสอนใดท่จี ะทําใหผ เู รยี นเกดิ ประโยชน ก. บอกลกั ษณะทเี่ ดนชดั ของพืชใบเล้ยี งคูได และเหมาะสมกับเนื้อหามากทีส่ ุด ข. จําแนกพชื ใบเล้ียงเดี่ยวและใบเลี้ยงคไู ด ก. ศกึ ษานอกสถานท่ี ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ค. อธบิ ายความแตกตางของพืชใบเล้ยี งเดยี่ ว ข. ศกึ ษาคนควาเอกสาร และใบเลย้ี งคูไ ด ค. อภปิ รายกลมุ ง. ยกตัวอยา งชอ่ื พชื ใบเล้ียงเดี่ยวและใบเล้ยี งคไู ด ง. ระดมความคดิ เห็น 87. วธิ กี ารสอนแบบใดทเี่ ก่ียวของกับเวลามากที่สุด 92. การสอนแบบบรรยายกับการสอนแบบความ ก. ทดลอง แตกตา งกันในขั้นตอนใด มากทส่ี ดุ ข. บรรยาย ก. ขนั้ นํา ข. ข้ันสอน ค. สาธติ ค. ขนั้ สรปุ ง. ขน้ั ประเมินผล ง. บทบาทสมมุติ 88. ขอ ใดเกยี่ วของกับทฤษฏีการเรยี นรูข องพาฟลอฟ 93. หลกั การสอนของศนู ยวิชาการตรงกบั ขอ ใด (Pavlov) ก. การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ก. Readiness ข. การพฒั นากระบวนการเรยี นการสอน ข. Exercise ค. การใชสอ่ื ประกอบการเรยี นการสอนไดม ี ค. Effect ประสิทธภิ าพ ง. Conditioning ง. เนน การมีสวนรว มและปฏิบตั ิจริงของ 89. ปจจยั ที่สง ผลตอ ความกาวราวของเดก็ มากทีส่ ุด นกั เรียน คือขอใด 94. การจัดประสบการณการเรยี นใหกับผูเรียนตอ ไปน้ี ก. ความคบั ขอ งใจ ประสบการณใด ทใ่ี หก ารเรียนรูแกผ ูเรียนชัดเจนและ ข. การเลยี นแบบ เหมาะสมทีส่ ดุ ค. การเสรมิ แรง ก. ครมู าลสี าธิตเรอ่ื งการแปรงฟน โดย ง. การลงโทษ ใชห ุน จาํ ลอง 90. ขอ ใดเปน ปญ หาการวดั ผลประเมนิ ผลมากท่ีสุด ข. ครูวิภาอธิปรายเรอื่ งการแปรงฟนใหก ับ ก. ครูมกั แยกการสอนกบั การวัดผลออกจากกัน นกั เรียน ข. ครูเนน การวัดและประเมินดา นเดียวคอื ความรู ค. ครศู รสี มรใหเดก็ ชายแดงเลาเรื่องการ ความจาํ แปรงฟน ใหเพื่อนฟง ค. ครไู มไ ดพัฒนาความรูค วามสามารถดานการ ง. ครูอรอุมาใหน กั เรียนดูภาพข้ันตอนการ วดั และประเมนิ ผลงาน แปรงฟน

แนวข้อสอบการบริหารและจัดการศึกษา ; บา้ นสอบครู 11 95. ขอ ความตอ ไปนีข้ อใดเปนจดุ ประสงคเชงิ พฤติ 99. ป.02-2 คือ เอกสารตามขอใด กรรมท่ียงั ไมส มบูรณ ก. สมุดรายงานประจาํ ตวั นักเรียน ก. ตอบคําถามได 60 เปอรเซน็ ต ข. สมดุ ประจําชน้ั ข. กระโดดเชือกได 100 คร้งั ค. บญั ชีเรยี กชอ่ื ค. เขยี นไดถ กู ตองอยา งนอ ย 8 คํา ง. แบบกรอกคะแนนการประเมินผลประจาํ ป ง. สานปลาตะเพยี นไดถกู ตองตรมแบบ 100.ผลงานทีน่ าํ มาเขา แฟมสะสมผลงานไดแ ก อยางนอ ย 2 ตัว ก. ผลงานทกุ ชน้ิ ท่จี ัดทํา ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com 96. ขอ ใดเปนปญหาวดั ผลประเมินผลมากทสี่ ุด ข. ผลงานท่คี รกู าํ หนด ก. ครูมกั แยกการสอนกบั การประเมินผลออก ค. ผลงานดเี ดน จากกัน ง. ผลงานท่วั ไปทน่ี กั เรยี นตอ งการ ข. ครเู นน การวดั และประเมินดานเดียว ค. ครูไมไ ดพ ฒั นาความรคู วามสามารถดา น การวดั และประเมนิ ผลของตน ง. ครยู งั ไมเขา ใจแนวปฏิบตั เิ ก่ยี วกับการวดั ประเมินผล 97. ขอใดคอื เปน นวตั กรรมและเทคโนโลยที าง การศกึ ษา ก. Hard ware. Soft ware ข. Innovation. Information ค. Hare ware. Soft ware. Innovation ง. Hard ware. Soft ware Information 98. เพราะเหตุใดการใชสอ่ื การสอนจึงตอ งมีความ สัมพนั ธก บั เนือ้ หาของบทเรยี น ก. จะทําใหเ ด็กเกิดการเรยี นรตู ามเนอื้ หาของ บทเรียน ข. ส่ือการสอนถูกกําหนดโดยจุดประสงคการ เรียนรู ค. เนอื้ หาของบทเรยี นกําหนดการใชส ื่อการสอน ไวแลว ง. สอื่ การสอนจะตองใชใ หเด็กเกิดการเรียนรู ตามจดุ ประสงค

แนวขอ้ สอบการบริหารและจัดการศึกษา ; บา้ นสอบครู 12 การบรหิ ารจดั การศึกษา ชดุ ท่2ี 6. ขอ ใดคือองคก รหรือหนวยงานทางการศกึ ษาของ ประเทศไทย 1. ใครเปน รฐั มนตรีวาการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ก. WTO ข. UNESCO คนปจจบุ ัน ค. ASIAN ง. MOE ก. นายสวุ ิทย คุณกิติ ข. นายวิจติ ร ศรีสอา น 7. กระบวนการตามขอใดตอ ไปนนี้ าจะเปนขนั้ ตอน ค. นายเกษม วฒั นชยั ง. นายรงุ แกวแดง สดุ ทาย 2. นโยบาย \"กระจายอาํ นาจทางการศกึ ษา\" มีรปู ธรรม มากขน้ึ โดยทา นใด ก. วางแผนการเรยี นรู ข. แลกเปลีย่ นขอมลู ก. นายสวุ ิทย คุณกิติ ข. นายอดิศัย โพธารามกิ ค. นายปองพล อดิเรกสาร ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ค. นําไปปฏิบัติ ง. สรุปองคค วามรู 8. ขอ ใดเปน ผูบ งั คับบญั ชาสงู สุดของครูในสถานศกึ ษา ขั้นพ้นื ฐาน สงั กดั สพท. ก. อาจารยใหญ ข. ผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา ค. ผอู าํ นวยการเขตพื้นท่ีการศกึ ษา ง. นายวิจติ ร ศรสี อาน ง. เลขาธกิ าร 9. ทุกโรงเรยี นในสงั กดั กระทรวงศึกษาธิการมี 2. สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯสยามบรมราชกุมารี หลกั สูตรการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐานใชในปใ ด มีพระชนมายุ 48 พรรษาในปใ ด ก. ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2545 ก. พ.ศ 2544 ข. พ.ศ. 2545 ข. ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2545 ค. พ.ศ 2546 ง. พ.ศ. 2547 ค. ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2546 4. นโยบายท่มี จี ดุ เนน บูรณาการกจิ กรรม 5 กลมุ สาระ ง. ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2546 การเรียนรูท เ่ี รยี กวา STEMS นั้น กลมุ สาระใดไมได 10. รัฐมนตรีวาการกระทรวงใดท่ีมรี ัฐมนตรีหญิง กลาวไว ก. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ก. คณติ ศาสตร ข. กระทรวงเกษตรและสหกรณ ข. สังคมศาสนา ค. กระทรวงตางประเทศ ค. ภาษาอังกฤษ ง. กระทรวงยุติธรรม ง. การงานพ้นื ฐานอาชีพ 11. ขอ ใดไมใ ชกจิ กรรมสง เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม 5. ชว งช้ันที่ 4 นา จะกลาวถึงเรื่องที่เกย่ี วของกบั ของนกั เรียน กระบวนการในขอ ใดมากทสี่ ุด ก. โครงการยุวทูตความดี ก. การบรหิ ารการศกึ ษา ข. โครงการโรงเรยี นคณุ ภาพ 5 ดาว ข. หลกั สตู รการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ค. การสง เสริมรองเพลงหนาทเี่ ดก็ ค. ทรัพยากรทางการศึกษา ง. โครงการเสริมสรา งวนิ ยั นักเรียน ง. ครูและบุคลากรทางการศึกษา

แนวขอ้ สอบการบริหารและจัดการศกึ ษา ; บา้ นสอบครู 13 12. \"ทุกตารางน้วิ ตอ งไมม ยี าเสพติด\" เปนนโยบาย 18. ขอใดไมใ ชหัวใจการปฎิรปู การศึกษา ของใคร ก. ปฏริ ูปแหลงเรียนรู ก. พลเอกเปรม ตณิ สลู านนท ข. ปฏิรปู การเรยี นรู ข. พตท.ดร.ทักษณิ ชินวัตร ค. ปฏริ ูปครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ค. รัฐมนตรวี าการกระทรวงมหาดไทย ง. ง. ปฏริ ปู ทรัพยากรทางการศกึ ษา ผูบ ญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ 19. \"ตอ งเอกซเรยท กุ ตารางนว้ิ ภายใน 3 เดอื น\" 13. ขอมูลกระทรวงศึกษาธกิ ารพบวานักเรียนในสังกดั คํากลาวนี้นา จะเก่ียวขอ งกับขอ ใดมากทีส่ ุด ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ตดิ สารเสพตดิ ประเภทใดมากท่ีสุด ก. การสบื คน ข. การปองกัน ก. เฮโรอนิ ข. ฝน ค. การแกไข ง. การปราบปราม ค. กัญชา ง. ยาบา 20. โครงการประเทศไทยใสสะอาดของรฐั บาล มุงการ 14. โรงเรียนในฝน หมายถึงโรงเรียนตามขอใด ปองกันและปราบปรามในเรื่องใด ก. โรงเรยี นท่ีรับเดก็ ทุกประเภทเขาเรียน ก. ยาเสพติด ข. การทจุ ริตคอรปั ช่นั ข. โรงเรียนดีเดน ในทอ งถ่ินทรุ กันดาร ค. โรคเอดส ง. ถกู ทกุ ขอ ค. โรงเรยี นช้นั เยี่ยมประจาํ อําเภอ 21. พฤติกรรมและการกระทาํ ดานการปฏบิ ตั ิงานของ ง. ถกู ทุกขอ นักเรียนคอื ขอใด 15. ขอใดตอ ไปนไี้ มใชโ รงเรยี นรูปแบบพิเศษท่ีอยใู น ก. พทุ ธิพสิ ยั ข. จติ พิสยั สังกดั สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน ค. ทักษะพสิ ยั ง. บรู ณาการ ก. โรงเรยี นเรียนรว ม 22. ขอใดเปนคุณลกั ษณะของเคร่อื งมือวดั ประเมินผล ข. โรงเรียนในกาํ กับของรฐั นกั เรยี นทีดี ค. โรงเรยี นวิถพี ทุ ธ ก. แฟมสะสมงาน ข. สถานการณ เงอ่ื นไข ง. โรงเรยี น 2 ภาษา ค. เปนปรนัย ง. แบบทดสอบ 16. พรบ.การศกึ ษาแหง ชาติไดกาํ หนดใหจดั การศกึ ษา 23. ขอใดไมใ ชป ระเภทของส่ือการเรยี นการสอน ขน้ั พ้นื ฐานเปนเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา บัดน้ีกระทรวง ก. ส่อื ประสม ข. วัสดุ ศกึ ษาธิการไดป ระกาศเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาแลว จาํ นวน ค. อุปกรณ ง. เทคนิควธิ ี กเ่ี ขตที่แบง สว นราชการเปน 7 กลุม 24. จัดใหส อดคลอ งกับจติ วิทยาพฒั นาการและการ ก. 43 เขต ข. 132 เขต เรยี นรูของเด็ก ค. 175 เขต ง. ไมมีขอถกู ก. หลกั การจัดการศึกษา 17. กรงุ เทพมหานครจดั การศึกษาขน้ั พื้นฐานเปน ข. จุดมงุ หมายการจัดการศกึ ษา เขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาไดก ี่เขต ค. เนอื้ หาสาระการศึกษา ก. 1 เขต ข. 2 เขต ง. สื่อการสอน ค. 3 เขต ง. 4 เขต

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจัดการศกึ ษา ; บ้านสอบครู 14 25. ไมใชลกั ษณะของสื่อ เทคโนโลยนี วตั กรรม 32. ทา นจะจดั ประเภทของคอมพิวเตอรชว ยสอน ทางการศึกษา (CAI) เขากับกลมุ ใด ก. มคี วามเที่ยงตรงเชื่อมนั่ ก. ฮารด แวร ข. ซอฟตแวร ข. มปี ระสทิ ธภิ าพ ค. นวัตกรรม ง. เทคโนโลยี ค. มีความคงทน 33. ทา นเขา ใจคําวา วิทยากรทองถิน่ อยางไร ง. ประหยัด คมุ คา ก. ครทู ่ีอยใู นชุมชนทอ งถิ่นใกลโ รงเรยี น 26. เปน กระบวนการแสวงหาความรูความจริงโดย ข. ชาวบานที่อยใู นทอ งถ่ิน ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com วธิ ีการท่ีเชื่อถอื ได ค. ผูท ีก่ อ ตง้ั เปนเครือขายวิชาการในทอ งถิน่ ก. การวิจัย ข. ตวั แปรการวจิ ยั ง. ผูมีความรูความสามารถเฉพาะดา นในทองถน่ิ ค. ความแปรปรวน ง. กลุม ตัวอยา ง 34. ไมไดกลาวไวในหลกั สตู รการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน 27. การประเมินผลทําเพือ่ อะไร พุทธศกั ราช 2544 ก. พัฒนาความกา วหนา นกั เรยี น ก. สาระการเรยี นรู ข. หนวยกติ ข. ตดั สนิ ผลการเรยี นนกั เรยี น ค. การบูรณาการคูข นาน ง. CAI ชวยสอน ค. ตรวจสอบความกาวหนานักเรยี น 35.หากพจิ ารณาตามหลักการจัดสอื่ การสอน ง. รายงานกิจกรรมนักเรยี น สื่อประเภทใดทที ําใหเกดิ การเรียนรูมากท่ีสดุ 28. ขอ ใดไมใชผลการวิจยั ชนั้ เรียนโดยตรง ก. สื่อและประสบการณเรียนรูจากภาพยนตร ก. นกั เรยี นไดเ รยี นจากครเู พิ่มขนึ้ ข. สอ่ื และประสบการณเ รียนรกู ารศกึ ษานอก ข. ครรู จู ักนักเรยี นมากขน้ึ สถานที่ ค. ครูรูจ ักตนเองมากขึ้น ค. สอ่ื และประสบการณเ รียนรูจ ากการแสดง ง. นกั เรยี นเรียนรจู ากประสบการณม ากขนึ้ ละคร 29. เนือ้ หาตามหลักสตู รการศึกษาข้ันพนื้ ฐานเรยี กวา อะไร ง. ส่ือและประสบการณจากการสาธิต ก. มาตรฐาน ข. กลุมการเรียน 36.“โรงเรียนนนี้ ักเรียนคอนขา งที่จะขาดระเบยี บวนิ ยั ค. สาระการเรียนรู ง. กลมุ สาระเรียนรู อาจารยช ว ยดแู ลหนอ ยนะ” ขอ ความนี้ ผบู ริหารสถาน 30. ไมใ ชก ระบวนการเรยี นรูตามแนวทางปฏริ ูป ศกึ ษาอยากใหครปู รบั ปรงุ โครงการใด กระบวนการเรียนการสอน ก. กิจกรรมแนะแนว ข. คา ยคุณธรรม ก. การเรยี นรูจากการคดิ และปฏิบัตจิ ริง ค. สง เสรมิ วินยั นกั เรียน ง. ถกู ทกุ ขอ ข. การเรยี นรแู บบองคความคิด 37. งานใดท่ีชว ยใหน ักเรียนปรับตัวเขา กับเพ่อื น ค. การเรยี นรูอยางมคี วามสุข ในหอ งเรยี นไดด ที ่สี ุด ง. การเรียนรดู ว ยกระบวนการเรียนรูของตนเอง ก. งานสภานกั เรียน ข. งานเสริมสรา งวินยั 31.วันทก่ี ระทรวงศึกษาธิการประกาศใชห ลกั สูตร ค. งานกจิ กรรมสหกรณ ง. งานแนะแนว การศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน ก. 2 ตุลาคม 2544 ข. 2 พฤศจกิ ายน 2544 ค. 16 พฤษภาคม 2545 ง. 16 พฤษภาคม 2546

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจดั การศึกษา ; บ้านสอบครู 15 38.ขอ ใดคือผลกระทบขั้นสดุ ทายทต่ี องการของการ 43. กระบวนการวดั และประเมินผลการจดั การเรียน จัดระบบนเิ ทศภายในโรงเรยี น การสอนภาษาองั กฤษเนนเรอ่ื งใด ก. คณุ ภาพของครู ก. วดั ความสามารถในการใชภาษา ข. คณุ ภาพของนักเรียน ข. วดั พฒั นาการทางภาษาของผเู รยี น ค. บรรยากาศการทาํ งานของครู ค. มีขอ ทดสอบมาตรฐานวัดความสามารถ ง. การปรบั ปรงุ พัฒนาวชิ าชพี ครู ในการใชภาษา 39. คณุ ธรรมท่ตี อ งการปลูกฝง ใหเ กดิ กับนักเรียนตาม ง. ถูกทกุ ขอ ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com โครงการพระมหาชนกสกู ารเรียนรู คือขอ ใด 44. ขอใดไมใชเ อกสารหลกั สตู รตามหลกั สตู รการ ก. ความเพียรพยายาม ศึกษาข้ันพื้นฐาน ข. การสรา งความดี ก. คมู อื ครู ค. ความเสียสละ ข. แผนการสอน ง. ความเอ้ืออาทรหวงหา ค. หนงั สอื เรียนประวตั ศิ าสตรไ ทย 40. ขอใดคอื ภาพของเดก็ ไทยตามแนวทางปฏิรปู ง. แผนปฏบิ ัตงิ านวิชาการ การศึกษา 45.ขอ ใดสอ่ื ประเภทวัสดุ หรอื ซอฟตแวร ก. คดิ เปน ทําเปน แกป ญ หาเปน ก. เครือ่ งฉายสไลด ข. ใจกวาง กายโต ทกั ษะสงู ข. เคร่อื งเลนวดี โี อ ค. คนเกง คนดี มีความสขุ ค. เทปบนั ทกึ เสียง ง. คิดกวา ง คิดไกล ใฝเรียนรู ง. ไมมีขอ ถกู 41. การจัดการศกึ ษาตองมีคุณภาพ ขอ ใดสามารถบงช้ี 46. เปน แหลงรวบรวมผลงานหรือหลักฐานที่เกิดจาก คาํ วา คุณภาพได การเรียนรขู องผเู รียนหมายถึงขอ ใด ก. มกี จิ กรรมเนน ผเู รยี นเปนสาํ คัญ ก. การสํารวจเดก็ รายบคุ คล ข. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของผเู รียนสงู ขึน้ ข. การเรยี นรูบ ูรณาการ ค. มกี ารนาํ หลักสตู รไปใช ค. โครงสราง ง. มีการใชส่อื ประกอบการสอน ง. แฟม สะสมงาน 42. สง่ิ ใดทีค่ รผู สู อนควรยึดเปนหลกั สําคญั ทีส่ ุดในการ 47.การเลอื กส่อื การเรียนการสอนตามหลกั การแลว จดั กิจกรรมการเรียนรู ขอใดสําคญั ทีส่ ุด ก. หลักสูตร ก. ประสทิ ธภิ าพ ข. แผนการสอน ข. ประสทิ ธผิ ล ค. จุดประสงคการเรียนรู ค. ประหยัด ง. สื่อการเรียนการสอน ง. คมุ คา

แนวข้อสอบการบรหิ ารและจัดการศึกษา ; บ้านสอบครู 16 48. หากมคี วามมงุ หมายทีจ่ ะใหนักเรยี นสามารถตดั สิน แวดลอ มตางๆ ใจและแกปญ หาไดด ว ยตนเองควรใชบ ริการแนะแนว ข. สง เสรมิ ใหค รผู สู อนคนควาหาความรเู ก่ียวกับ ขอ ใด หลักสตู รเทคนคิ การเรียนการสอน การเลอื กใช ก. บรกิ ารสนเทศ สือ่ การวดั ผลประเมินผลตลอดจนประเดน็ ตา งๆ ข. บรกิ ารใหค ําปรกึ ษา ทเี่ กีย่ วของจําเปน ค. บรกิ ารแกป ญ หา ปอ งกันปญหาและสง เสรมิ ค. เปนคมู อื การสอนสําหรบั ครูผสู อนและครทู ี่ พฒั นานกั เรยี น สอน ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ง. บรกิ ารติดตามและประเมินผลนกั เรยี น แทนนําไปปฏิบตั กิ ารสอนอยา งมั่นใจ 49. แบบรายงานผูส าํ เร็จการศกึ ษา ง. ทุกขอท่ีกลา วมา ก. แบบ ปพ.1 53. ในการจดั ทําแผนการสอนทเ่ี นน ผูเ รยี นเปน สําคญั ข. แบบ ปพ.2 นอกจากความรคู วามเขา ใจเกยี่ วกบั การจัดทาํ และเขียน ค.´แบบ ปพ.3 แผนการสอนแลว ครูผสู อนตอ งมีความรูในเรอื่ งใด ง. แบบ ปพ.4 ตอ ไปนี้ 50. สถานศกึ ษาตองทาํ หลักฐานตามขอ 29 จาํ นวนก่ชี ดุ ก. แนวคดิ หลักการจัดการเรยี นการสอนท่ีเนน ก. 1 ชุด ผูเรยี นเปนสําคญั ข. 2 ชุด ข. เทคนิคการสอนที่เนน ผเู รยี นเปน สาํ คัญ ค. 3 ชุด ค. การวดั ผลประเมนิ ผลท่ีสอดคลองกับการเรียน ง. 4 ชุด การสอนนนผเู รยี นเปนศนู ยส าํ คัญ 51. แผนการหรือโครงการทีจ่ ดั ทําเปนลายลกั ษณอักษร ง. ถูกทุกขอ เพ่อื ใชในการปฏบิ ัติการสอนในรายวชิ าใดวิชาหนง่ึ 54. Child Center ใครเปนผูคดิ คนและใชค ําน้ีเปน เปนการเตรยี มการสอนอยา งเปนระบบและเปนเคร่ือง คนแรก มือทชี่ ว ยใหค รพู ัฒนาการเรยี นการสอนไปสจู ุด ก. Carl R. Rogers ประสงคการเรียนรแู ละจดุ หมายของหลักสตู รไดอยา ง ข. John Due มีประสิทธภิ าพ เก่ียวของกับขอ ใด ค. Benjamin S. Bloom ก. กาํ หนดการสอน ข. แผนการสอน ง. Thorn Dike ค. บันทึกการสอน ง. วิธสี อน 55. การจดั การเรียนการสอนท่เี นนผเู รยี นเปนสําคญั มี 52. การจดั ทาํ แผนการสอนกอ ประโยชนอ ยา งไร ความหมายตรงกับขอใด ก. กอ ใหเกดิ การวางแผนและการเตรียมการลว ง ก. การสงเสรมิ ใหผเู รียนเรยี นรูดวยตนเอง หนา ข. การเรยี นในเร่ืองทส่ี อดคลอ งกบั กับความ เปนการนําเทคนคิ วธิ กี ารสอนการเรยี นรู สือ่ สามารถและความตองการของตนเอง เทคโนโลยี และจติ วิทยาการเรียนการสอนมา ค. การท่ีผูเ รียนไดพัฒนาตนเองอยางเตม็ ที่ ผสมผสานประยกุ ตใ ชใ หเหมาะสมกับสภาพ ง. ทุกขอ ที่กลา วมา

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจดั การศึกษา ; บา้ นสอบครู 17 56. การประเมนิ ผลการเรียนทเ่ี นน ผเู รยี นเปนสําคญั 63. เทคนคิ การจัดวธิ กี ารจัดการเรยี นการสอนแบบ เนนอะไร แกป ญ หา ก. เนอื้ หา ข. ผลสมั ฤทธิ์ ก. Problem Solving ข. Concept ค. ผลงานและกระบวนการ ง. สติปญญา mapping 57. บทบาทของครูในการจัดการเรยี นการสอนท่ีเนน ค. Decision making ง. Case Study ผเู รยี นเปน สําคญั ตรงกับขอใด 64. เทคนิคการจดั วธิ ีการจัดการเรียนการสอนแบบ ก. Supporter สรางแผนผังความคดิ ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ข. Helper and Advisor ก. Problem Solving ข. Concept mapping ค. supporter and Encourager ค. Decision making ง. Case Study ง. ถูกทกุ ขอ 65. เทคนคิ การจดั วธิ ีการจัดการเรียนการสอนแบบใช 58. การตรวจสอบผลการทํางานตามกิจกรรมของผู การตัดสินใจ เรียน เพือ่ ใหถูกตอ งสมบรู ณ สังเกตพฤตกิ รรมและ ก. Problem Solving ข. Concept mapping กระบวนการเรียนรขู องผู เรยี น ท่มี ีผลตอการเรียนรู ค. Decision making ง. Case Study ขณะดําเนนิ กิจกรรม เปน บทบาทของครูตามขอใด 66. การบูรณาการ (Integration) คอื การทําใหส มบูรณ ก. Feedback ข. Monitor เปนคํากลาวของใคร ค. Support ง. Advisor ก. นพ.ประเวศ วะสี ข. นพ.เกษม วฒั น 59. การวดั ผลประเมินผลทเ่ี นนผเู รียน เปนศูนยก ลาง ชัย ควรใชว ธิ ีใดตอ ไปนี้ ค. ประธรรมปฎ ก ง. พระเทพโมฬี ก. Portfolio ข. Performance 67. ขอใดกลาวถงึ การบรู ณาการไดถ ูกตอง ค. Authentic Measurement ง. ทงั้ 3 ขอ ก. การประมวลหนวยยอยท่แี ยกๆ กนั ใหรวม 60.เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรยี นการสอนที่เรียกวา เขา เปน องครวมทีค่ รบถวนสมบรู ณ การเรยี นแบบสืบคน คือ ข. การทําใหหนวยยอยท้ังหลายเขารวมเปน ก. Inquiry ข. Discovery องคประกอบซ่งึ ทาํ หนา ท่ปี ระสานซ่งึ กนั และกนั ค. Questioning ง. Case Study กลมกลืนเขา เปนองคร วมเดยี วกนั อันทาํ ใหเกดิ 61. เทคนคิ การจดั วิธกี ารจัดการเรยี นการสอน ความสมดุลทอ่ี งครวมนั้นสามารถดาํ รงอยแู ละ ท่เี รียกวา การเรยี นแบบการคนพบ คอื ดําเนนิ ไปไดใ นสภาวะทคี่ รบถวนสมบรู ณ ก. Inquiry ข. Discovery ค. การทาํ ใหหนวยยอ ยๆทง้ั หลายท่ีสัมพนั ธกนั ค. Questioning ง. Case Study อาศัยซ่ึงกันและกัน เขา มารว มทําหนา ท่ปี ระสาน 62. เทคนคิ การจดั วธิ ีการจัดการเรียนการสอน ทเ่ี รียกวา กลมกลืนเปน องครวมหนงึ่ เดยี ว ทม่ี คี รบถว น การเรยี นแบบใชก รณศี ึกษา คอื สมบูรณอ ยูในตวั ก. Inquiry ข. Discovery ง. ถูกทุกขอ ค. Questioning ง. Case Study

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจัดการศึกษา ; บา้ นสอบครู 18 68. เปนวธิ สี อนที่ใชก รณีหรอื เรอ่ื งตาง ๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ จริง 72. การเรียนรทู ่มี คี วามหมายแกผูเรียน หมายความวา มาดัดแปลง และใชเ ปน ตัวอยา งในการเรียนใหการ อยางไร ศกึ ษาวเิ คราะหอ ภิปรายเพอื่ สรา งความเขา ใจ และฝก ก. การเรยี นรูทสี่ ามารถนําไปใชในชีวติ ประจําวัน ฝนหาทางแกปญหานน้ั มคี วามหมายตรงกบั ขอใด ข. ใชเปน เคร่ืองมือในการแสวงหาความรแู ละ ก. Case Study คําตอบตางๆ ท่ีตนตอ งการ ข. Simulation ค. การเรยี นท่ีผูเ รียนคนพบดว ยตนเอง มสี วนทําให ค. Action or Dramatization เกดิ ความเขา ใจอยา งลกึ ซ้งึ และจดจําไดด ี ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ง. Role – Play ง. การมสี วนรวมในกจิ กรรมการเรยี นการสอน 69. การสรา งสถานการณใ หใ กลเ คยี งกบั ความเปน จริง 73. รูปแบบใดเปน รูปแบบการจัดการเรยี นการสอนท่ี แลวใหผ เู รียนเขาไปอยูใ นสถานการณน นั้ และมี เนนผู เรียนเปนสาํ คญั ปฏกิ ริ ิยาโตต อบกนั มีความหมายตรงกับขอ ใด ก. IPPA MODEL ข. CIPP MODEL ก. Case Study ข. Simulation ค. Integration ง. ถูกท้ัง ก. และ ค. ค. Action or Dramatization ง. Role – Play 74. พหุปญ ญา หมายถึง 70. วิธีการท่ีใหผ ูเรยี นทดลองแสดงบทบาทตามบทท่ี ก. แนวคิดในการพฒั นาผูเรียนอยางรอบดา น เขียนโดยผแู สดงจะตอ งแสดงใหส มตามบทบาทท่ี เปนการพฒั นาแบบองคร วมท้งั ในดานสตปิ ญญา กาํ หนดไวโ ดยไมน าํ เอาบุคลกิ ภาพและความรสู กึ นึก และพัฒนาทางดานอารมณ คดิ ของตนเขา ไปมสี วนเกีย่ วขอ ง อนั จะมีสวนทาํ ให ข. แนวคดิ พฒั นาผูเรียนดานวิชาการลกั ษณะ เกดิ ผลเสยี ตอการแสดงบทบาทนน้ั ๆ มีความหมายตรง ผูเชย่ี วชาญ ค. แนวคดิ ในการพฒั นาผูเรยี นสคู วามเปนเลศิ กบั ขอ ใด ง. ถูกทุกขอ ก. Case Study ข. Simulation ค. Action or Dramatization ง. Role – Play 75. การจดั การเรียนการสอนปจ จุบันมงุ เนน ใหเ กดิ 71. เปน วธิ กี ารที่มีการกําหนดบทบาทผเู ลน ในสถาน สง่ิ ใดตอ ผเู รยี น การณท ่สี มมุตขิ ้นึ แลว ใหผ เู รยี นเขา สวมบทบาทน้นั และ ก. เกง มสี ุข ดี ข. ดี มีสุข เกง แสดงออกตามธรรมชาติ โดยอาศัยบุคลิกภาพ ประสบ ค. ดี เกง มีสุข ง. มสี ขุ ดี เกง การณ ความรสู กึ นกึ คดิ ของตนเองเปนหลกั มคี วาม 76. การใหผูเรยี นนําความรูท ไ่ี ดไปใชใหเกดิ ประโยชน ในชวี ิตประจาํ วนั หมายตรงกบั ขอใด ก. CONSDTRUCT ก. Case Study ข. Simulation ข. INTERACTION ค. Action or Dramatization ง. Role – Play ค. PHYSICALPARTICIPATION จ. APLICATION

แนวขอ้ สอบการบริหารและจัดการศกึ ษา ; บา้ นสอบครู 19 77. การใหผ ูเรียนสรา งความรูไดดว ยตนเองโดย จากเหตุการณข า งตนเปน การจดั การเรยี นรูแบบ กระบวนการแสวงหาความรู แสวงหาขอ มลู ทาํ ความ บูรณาการโดยใชรปู แบบใด เขา ใจ คดิ วิเคราะหต คี วาม แปลความ สรา งความหมาย ก. แบบสอดแทรก สังเคราะหข อมูลและสรปุ ขอ ความรู ข. แบบขนาน ก. CONSDTRUCT ค. แบบสหวิทยาการ ข. INTERACTION ง. แบบขามวิชาหรือสอนเปนคณะ ค. PHYSICALPARTICIPATION 82. การประเมนิ ผลการเรียนรแู บบบรู ณาการ โดยใช ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ง. APLICATION รปู แบบสหวิทยาการคอื ขอใด 78. การใหผูเรยี นมบี ทบาทมีสว นรวมในการเรยี นรใู ห ก. ครูคนเดียวประเมิน มากท่สี ุดไดม กี ารเคลอ่ื นไหวรา งกาย โดยทาํ กจิ กรรม ข. ครูแยกกนั ประเมิน ลักษณะตางๆ ค. ครูประเมนิ ผลงานในแตละชน้ิ ในสว นที่ ก. CONSDTRUCT ตนสอนโดยกาํ หนดเกณฑเอง ข. INTERACTION ง. ครูประเมนิ ผลรวมกนั ในงานชน้ิ เดียวกนั โดย ค. PHYSICALPARTICIPATION มีเกณฑต ดั สินรว มกัน ง. APLICATION 83. ขอ ใดถกู ตองที่สดุ เมื่อกลาวถึงการจดั การเรยี นรู 79. การใหผูเรยี นมปี ฏสิ มั พนั ธตอ กัน เรียนรูจ ากกนั แบบบรู ณาการในรปู แบบขนาน แลกเปลย่ี นขอมลู ความคิดและประสบการณ ก. ครคู นเดยี วสอนหลายวชิ า ก. CONSDTRUCT ข. ครหู ลายวชิ าสอนในหัวเรือ่ งเดยี วกนั ข. INTERACTION ค. ครหู ลายคนตางคนตางสอนในวชิ าของตนเอง ค. PHYSICALPARTICIPATION ง. ครูหลายคนชวยกันสอนในวชิ าเดียวกนั ง. APLICATION 84.การจดั การเรยี นรแู บบบูรณาการ โดยใชร ปู แบบ 80. ตอ ไปน้ีขอใดเปนบทบาทหนาที่ของครู สอดแทรกคอื ขอใด ก. เตรียมการสอน ก. ครตู อ ยสอนวชิ าพลศกึ ษา แตบ างเรื่องส่งั งาน ข. จัดทาํ แผนการสอน ใหนกั เรยี นวาดรูปและแตงบทกลอนมาสง เพอ่ื ค. จดั กิจกรรมการเรยี นการสอน ตรวจใหคะแนน ง ทุกขอ ทกี่ ลา วมา ข. ครูดา ครเู ม่ยี ง ครหู มู ครูนุช ซ่งึ สอนคนละ 81 ครแู จว พจิ ารณาวิชาทต่ี นสอนแลว ก็ไปชวนเพอื่ น วิชา ชว ยกันสอนวชิ า ว 101 ช้ัน ม.1 เรอ่ื งน้ําเสยี ครู คอื ครูตอ ย ครูนี ครวู ิ ครแู ตว ซึง่ สอนคนละวิชาใน ค. อาทติ ยห นา จะมีการจัดนิทรรศการในหวั ขอ ระดับชัน้ ภาคเรียนเดยี วกัน มาชวยกนั วางแผนการสอน \"เศรษฐกจิ ยคุ ปจจบุ นั \" ของนกั เรียนชั้น ม.4/1 และตง้ั เกณฑป ระเมินผลการเรียนรวมกนั ในการสอน โรงเรยี นนา รกั วทิ ยา นกั เรียนในกลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาฯ เร่ือง ง. ครเู ปากบั ครูแตนวางแผนการสอนดว ยกนั แต \"อาหารดมี ีประโยชน\" และเพอื่ นครูชว ยสอนนักเรยี น แยกกนั ไปตรวจผลงานนกั เรยี น

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจดั การศึกษา ; บ้านสอบครู 20 85. การนําเสนอชนิ้ งาน/โครงการ เพื่อใหค รูผสู อน 90. เว็บไซตร ะฆังหว งใยจากใจนายกรฐั มนตรี ประเมนิ ผลงานจากเกณฑการประเมินผล ซ่งึ ไดว าง (www.rakang.go.th) เปน เวบ็ ไซตรบั เรื่องรองเรยี น แผนไวดวยกนั เปน การจัดการเรียนรแู บบบูรณาการ รองทกุ ข หนว ยงานใดเปน เจาของ โดยใชร ูปแบบใด ก. นายกรฐั มนตรี ก. แบบสอดแทรก ข. สํานกั งานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข. แบบขนาน ค. สํานักงานปลดั สาํ นักนายกรัฐมนตรี ค. แบบสหวทิ ยาการ ง. กระทรวงมหาดไทย ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ง. แบบขา มวชิ าหรือสอนเปนคณะ 91. โครงการ to be number one เก่ียวขอ งกับเร่ืองใด 86. การจดั ระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษา มากทสี่ ุด ธกิ ารตามโครงสรา งกฎหมายใหมข อใดไมถูกตอง ก. ยาเสพติด ก. สวนกลาง ข. การทะเลาะววิ าท ข. เขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา ค. สอื่ ลามกอนาจาร ค. สถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ง. โรงเรยี นสีขาว ง. สถานศกึ ษาของรัฐบาล 92. การปฏิรปู ระบบราชการ เปน การพัฒนาการปฏิบตั ิ 87. หนว ยงานระดับกรมตามขอใดทย่ี ุบรวมเปนสาํ นัก ราชการ โดยกาํ หนดแนวทางการพฒั นาการปฏิบตั ิราช งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน การ อยใู นบงั คับกลมุ ที่ 1 ซ่ึงกําหนดขอบเขตของการ ก. กรมสามญั ศึกษา ประเมินไวก่ีมติ ิ ข. สํานักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษา ก. 2 มติ ิ แหง ชาติ ข. 3 มิติ ค. กรมวชิ าการ ค. 4 มติ ิ ง. ถกู ทกุ ขอ ง. 5 มิติ 88. E -filing หมายถึงขอใด 93. \" การจัดการศกึ ษา ตอ งจดั ใหบ ุคคลมีสิทธแิ ละ ก. การบรหิ ารจดั การสาํ นกั งาน โอกาสเสมอกัน ในการรับการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน ข. การบรหิ ารจัดการเอกสารอเิ ลคทรอนกิ ไมน อ ยกวา 12 ป โดยไมเ กบ็ คา ใชจ าย กลาวไวใน ค. การจดั การศึกษาโดยใชเ อกสารอิเลคทรอนกิ กฎหมายใด ง. ถุกทุกขอ ก. รฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย 89. ระบบ E -filing ของ สาํ นกั งานคณะกรรมการ ข. แผนพัฒนาการศกึ ษาแหงชาติ การศึกษาข้ันพื้นฐาน เปด ใชใ นวันใด ค. พรบ.การศกึ ษาแหงชาติ พ.ศ.2542 ก. 10 สงิ หาคม 2547 ง. ขอ ก และ ค ถกู ตอง ข. 11 สงิ หาคม 2547 ค. 12 สงิ หาคม 2547 ง. 13 สิงหาคม 2547

แนวข้อสอบการบรหิ ารและจดั การศึกษา ; บ้านสอบครู 21 94. นโยบายทีเ่ กิดขึ้นหลงั สดุ ของกระทรวงศึกษาธิการ 99. ขอใดไมใช 5 องคก รหลัก ตามโครงสรา ง คอื ขอ ใด ในกฎหมายปฏิรปู การศึกษา ก. ความเสมอภาค ก. สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษานอก ข. คณุ ภาพ โรงเรียน ค. ประสิทธิภาพ ข. สํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ง. ศักยภาพในการแขงขนั ในเวทโี ลก ค. สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน 95. Geographical Information System (GIS) มีความ ง. สาํ นกั งานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com หมายตามขอ ใด 100. วชิ าทม่ี คี วามจําเปน อนั ดับหลังสุด ในการทจี่ ะ ก. ระบบเอกสารสาํ นกั งานอัตโนมตั ิ พฒั นาคณุ ภาพของนกั เรียนใหสามารถแขงขนั กับ ข. การทดสอบระดบั ชาติ ตา งประเทศได ค. ระบบสารสนเทศทางภูมศิ าสตร ก. ภาษาองั กฤษ ง. ระบบฐานขอ มลู คุณภาพการศึกษา ข. คณิตศาสตร 96. Geographical Information System (GIS) ค. วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มบี ทบาทในการจดั การศึกษาเร่อื งใดมากท่สี ุด ง. ภาษาไทย ก. งบประมาณรายหวั ของนักเรยี น ข. ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ค. การพัฒนาจัดสรางโรงเรยี น ง. ประสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารจัดการ 97. ตามกฎหมายการศกึ ษา กาํ หนดใหมกี ารกระจาย อาํ นาจทางการศึกษาดา นวิชาการ ดา นงบประมาณ ดา น การบริหารงานบคุ คล และดานการบรหิ ารทว่ั ไปใหก บั หนวยงานใด ก. สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน ข. สาํ นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา ค. สถานศึกษา ง. ขอ ข และ ค ถกู ตอ ง 98. กฎหมายปฎิรปู การศกึ ษากําหนดใหมกี ารกระจาย อาํ นาจบรหิ ารจัดการใหก ับสถานศึกษา ยกเวน ขอ ใด ก. ดานวิชาการ ข. ดานการบรหิ ารงานบคุ คล ค. ดา นงบประมาณ ง. ดา นบรกิ ารการศึกษา

แนวขอ้ สอบการบริหารและจดั การศกึ ษา ; บ้านสอบครู 22 การบรหิ ารและจัดการศึกษา ชุดท่ี 3 ง. ระบพุ ฤติกรรมท่ีสังเกตและวัดไดข องนักเรยี น 6. ขอ ใดที่ไมใ ชล ักษณะของจุดมุงหมายเชิง 1. ความสําคญั ของสือ่ การเรียนการสอนตรงกนั ขอ ใด พฤตกิ รรม ก. บวกลบเลขคแู ละเลขคไ่ี ด มากที่สุด ข. อธบิ ายไดวา เลขคแู ละเลขคต่ี า งกันอยา งไร ก. ชว ยใหผสู อนสะดวกสบาย ค. ทําแบบฝกหดั วา ดวยเรือ่ งเลขคูและเลขค่ีได ข. ชวยใหบทเรยี นชดั เจนยิ่งขน้ึ ง. เขา ใจในความแตกตา งของเลขคแู ละเลขคี่ ้บานสอบค ูร www.sobkroo.comค. ชวยลดเวลาสอนของครูใหนอยลง ง. ชว ยใหน ักเรียนเรียนรบู รรลตุ ามวัตถปุ ระสงค 7. เอด การ เดล จดั เอาประสบการณท ่ีเปนรูปธรรม 2. การเขยี นแผนการสอนทีเ่ หมาะสมทสี่ ุดจดั ลําดับ มากทส่ี ุดไวต รงฐานของกรวย เพือ่ แสดงใหเ หน็ วา เปน ประสบการณทเี่ ปนอยางไร หัวขอ อยางไร ก. เปน นามธรรมมากท่ีสดุ ก. จดุ ประสงค ความคดิ รวบยอด เนือ้ หา ข. จัดไดง ายทส่ี ุด กิจกรรม ค. เปน จรงิ มากท่ีสดุ ข. ความคดิ รวบยอด จุดประสงค เนอื้ หา ง. ทาํ ใหเสียเวลาในเรียนนอยที่สุด กิจกรรม 8. ผเู รียนจะสนใจและอยากเรยี นมากข้ึนในเมือ่ สิ่งท่ี ค. จุดประสงค ความคดิ รวบยอด กิจกรรม เรยี นนั้นเปน อยา งไร ง. ความคดิ รวบยอด จดุ ประสงค กิจกรรม เนื้อหา ก. มคี วามสวยงาม ข. เคลอ่ื นไหวได 3. ขอ ความใดเปน ความหมายการประเมนิ ผล ค. ผเู รียนเคยพบเห็นมาแลว ก. สมควร อายุ 29 ป ง. มคี วามหมายตอ ผเู รยี น ข. สมชาย อยากเรยี นวศิ วะ 9. ขอ ใดเปน การสอนที่ไมค อ ยเหมาะสม ค. สมหวงั สงู 160 เซนตเิ มตร ก. สอนโดยวธิ แี นะใหเ ด็กรจู ักตนเอง ง. สมเกยี รติ สอบได 80 คะแนน 4. จุดมุงหมายของการวดั ผลการศกึ ษาทส่ี ําคัญทสี่ ดุ ข. ใหเ ด็กมสี ว นรวมในการจัดกจิ กรรม ค. จัดกจิ กรรมใหท ุกคนทําเหมือนกนั ก. ตดั สินได-ตก ง. จดั ใหมกี จิ กรรมพัฒนาการของเดก็ ข. ปรบั ปรงุ การวดั ผล 10. การสอนทดี่ ีคาํ นึงถึงอะไรเปน สําคัญ ค. ปรับปรุงการเรยี นการสอน ก. วัย ง. ปรับปรงุ หลกั สูตรการเรยี น ข. เพศ 5. จดุ มุง หมายเชงิ พฤตกิ รรม คอื จุดมุงหมายที่เปน ค. ส่งิ แวดลอ ม อยางไร ง. ความแตกตางระหวางบคุ คล ก. ระบุวา นักเรียนรอู ะไรบา ง ข. ระบวุ าพฤติกรรมจะเปลย่ี นไปอยางไร ค. ระบุวา นกั เรยี นจะมเี จตคตทิ ี่มีตอ วชิ าที่สอน

แนวข้อสอบการบริหารและจัดการศึกษา ; บา้ นสอบครู 23 11. การมหี ลกั และวธิ สี อนที่ดใี หประโยชนในเรอื่ งใด 17. กลมุ สรางเสริมลักษณะนิสัยการประเมนิ ผลเนน ก. นกั เรียนสนใจเรียน ดา นใด ข. ประหยดั เวลาในการสอน ก. ความรู ค. นกั เรยี นเกดิ ความคดิ ริเร่มิ ข. ความคดิ ง. การเรียนการสอนทมี่ ีประสิทธภิ าพ ค. การปฏบิ ตั ิ 12. ขอ ใดไมใ ชจ ดุ ประสงคของการจดั บรรยากาศ ง. ทดสอบภาคปลายภาค ในหอ งเรยี น 18. กลุม การงานพื้นฐานอาชพี จะประเมนิ ผลการ ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ก. ความสวยงาม ปฏบิ ตั ไิ ดด ีทสี่ ดุ จากอะไร ข. สงเสรมิ การเรียนรู ก. ตรวจผลงาน ค. มลี ักษณะคลา ยบานของตน ข. ตรวจแบบฝกหัด ง. สง เสรมิ การใชเวลาวางใหเปนประโยชน ค. ตรวจขอทดสอบ 13. หลักการสาํ คญั ท่สี ดุ ในการจดั หอ งเรียนคืออะไร ง. สัมภาษณ ก. ความสะอาด 19. ในการจดั ลาํ ดับประสบการณของเอดการเ ดล ข. ประโยชนใ ชสอย ยดึ ถือหลักในขอใด ค. ความเปนระเบียบ ก. ลกั ษณะโครงสรางของส่อื ง. การพักผอนหยอ นใจ ข. ลกั ษณะความมงุ หมายของการสอน 14. บรรยากาศในหองเรียนหมายถงึ อะไร ค. ความตอเน่อื งระหวางประสบการณจริง ก. การจัดตกแตง หองเรียน กบั นามธรรม ข. กจิ กรรมการเรยี นการสอน ง. ความแตกตางระหวางบคุ คล ค. สิง่ แวดลอ มทง้ั สิน้ รอบตัวเดก็ 20. ถา ทา นสอนเดก็ ทานจะใชส่อื การสอนเพอื่ เหตุผล ง. สิง่ ของตา ง ๆ ท่มี ีอยูในหองเรียน ในขอ ใด 15. ศูนยป ฐมวยั เปนการจดั การศกึ ษาประเภทใด ก. ทําใหค ุณภาพของการเรยี นรดู ีขนึ้ ก. การศกึ ษาพเิ ศษ ข. ทําใหผ ูเ รยี นสนใจบทเรยี นมากขนึ้ ข. การศึกษาสงเคราะห ค. ทําใหผูเรียนมีสว นรวมในการเรียนมากขน้ึ ค. การศกึ ษานอกโรงเรียน ง. ทําใหส อนสบายข้ึน ง. การศึกษากอนระดับประถมศึกษา 21. ขอใดเปน อุปกรณท่ใี หประสบการณแกผ ูเรยี นได 16. พลศกึ ษาควรใชก ารวัดผลวิธใี ดบา ง ถกู ตองทส่ี ดุ ก. สงั เกต ก. วตั ถุของจรงิ ข. การปฏิบตั ิ ข. วตั ถจุ ําลอง ค. แบบทดสอบ ค. ของตัวอยาง ง. ถกู ทุกขอ ง. ของเลยี นแบบ

แนวข้อสอบการบริหารและจัดการศกึ ษา ; บ้านสอบครู 24 ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com22. คอรสแวร หมายถึงขอใด27. การประเมนิ ผลการเรยี นมคี วามหมายตรงกบั ก. เครอื ขายการศึกษา ขอ ใด ข. วธิ ีสอน ค. หลกั สตู รพัฒนาครู ก. การทดสอบความรูข องนกั เรียน ง. สื่อการเรียนการสอน. ข. การวดั คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค ค. การตรวจสอบผลการปฏบิ ัติงาน 23. การสอนเดก็ เปน รายบคุ คลจะใชไดดีเม่ือใด ง. การพิจารณาใหระดบั ผลการเรียน ก. ชัน้ เรียนมขี นาดเลก็ 28. จุดมงุ หมายทส่ี ําคัญของการวัดและประเมนิ ผล ข. นกั เรียนในชั้นออนมาก การเรียนคอื ขอ ใด ค. ครมู เี วลามากพอที่จะทํา ก. ตดั สนิ ผลการเรียน ง. ถูกทง้ั 3 ขอ ข. ปรบั ปรงุ การเรียนการสอน ค. คน หาขอ บกพรอ งของนกั เรยี น 24. การสอนคณติ ศาสตร เร่อื งการบวกควรเรมิ่ ง. แจง ผลการเรียนใหผ ปู กครองทราบ อยางไร 29. ขอ ใดเปน การประเมินผลยอยระหวา งภาคเรียน ก. Formal Evaluation ก. ของจริง ภาพ สญั ลักษณ ข. Informal Evaluation ข. ภาพ สญั ลักษณ ของจริง ค. Formative Evaluation ค. สัญลกั ษณ ภาพ ของจรงิ ง. Summative Evaluation ง. ของจริง สญั ลักษณ ภาพ 30. การประเมินผลระหวา งภาคเรียนมจี ดุ มุงหมาย 25. การสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา เพอื่ อะไร มีจุดประสงคท ี่สาํ คญั เพื่ออะไร ก. ตรวจสอบความรพู ื้นฐานของผเู รียน ก. เพื่อใหสามารถใชพ จนานุกรมได ข. ตรวจสอบพัฒนาการของผเู รียน ข. เพือ่ ใหเขา ใจความหมายและสามารถใช ค. ตัดสนิ ผลการเรยี น ง. ปรับปรงุ การเรียนการสอน คาํ ศัพทได 31. วิธกี ารท่จี ะวัดพฤติกรรมแตละดา นใหครอบคลมุ ค. เพอ่ื เพิม่ พูนประสบการณทางภาษา และเหมาะสมนน้ั จะตองปฏบิ ตั ิอยางไร ง. เพอื่ ใหมีความรแู ละทักษะพน้ื ฐานทางภาษา ก. ใชวธิ กี ารวดั หลาย ๆ วธิ ี ข. ใชเครอ่ื งมอื วัดหลายรปู แบบ อังกฤษ ค. กาํ หนดจดุ ประสงค/ เนื้อหาใหชัดเจน 26. แบบทดสอบสัมฤทธิผล ( Achievement test ) ง. วิเคราะหจดุ ประสงค/ เน้ือหาท่จี ะวดั ท่ีสาํ รวจพื้นฐานของความรโู ดยทว่ั ไปคือขอใด ก. Mastery test ข. Survey test ค. Diagnostic test ง. Basic test

แนวขอ้ สอบการบริหารและจดั การศกึ ษา ; บ้านสอบครู 25 32. ขอใดไมถ กู ตองตามหลักการจดั ระเบยี บขอสอบ 37. ขอใดจัดเปนการเสรมิ แรง ก. เร่ิมตนดวยขอ งา ยกอ นสอบ ก. อนุญาตใหลาปว ย ข. เดก็ เลก็ ควรใหทําในตวั ขอสอบ ข. กําหนดงานใหทํา ค. คาํ ชแี้ จงใหชดั เจนถา มตี ัวอยา งแสดงวิธีตอบ ค. แจงผลการเรยี นใหทราบ ดวยกด็ ี ง. ใหอ อกรายงานหนา ชน้ั ง. ฉบับเดยี วกนั ควรมีขอสอบหลายๆ แบบจะได 38. เดก็ เขียนหนังสอื กลับหัวนาจะเกย่ี วของกับเร่อื งใด วัดไดตรงเน้ือหา ก. วฒุ ิภาวะ ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com 33. ตัวเลือกแบบปลายเปด เหมาะสาํ หรบั วิชาใด ข. อารมณ มากท่สี ุด ค. ทัศนคติ ก. วทิ ยาศาสตร ง. การรบั รู ข. ภาษาไทย 39. เราควรใหท ฤษฎขี องฟรอยด (Sigmund Fueud) ค. คณติ ศาสตร ในเร่ืองใดมากทส่ี ุด ง. ภาษาอังกฤษ ก. การเลี้ยงดูบตุ ร 34. ขอ ใดเปนตัวเลอื กปลายปด ข. การเรยี นการสอน ก. ไมม ขี อ ใดถกู ค. การจัดกิจกรรม ข. ผิดทกุ ขอ ง. การสอนซอมเสริม ค. ถกู ทุกขอ 40. คํากลา วท่ีวา “ทําแบบฝก หัดมากๆ จะเกิดการ ง. ง. ถกู ขอ ก. ข. เรียนรู” ตรงกบั ทฤษฎีของใคร 35. เดก็ ท่ที าํ ขอ สอบภาคปฏบิ ัติไดคะแนนดีแลว ก็ ก. เลวนี สามารถปฏิบัตเิ ร่อื งน้ันไดจ ริงๆ แสดงวาขอ สอบนั้น ข. ฟรอยด มคี ุณภาพอยา งไร ค. สกินเนอร ก. เที่ยงตรงตามเนอ้ื หา ง. ธอรนไดค ข. เทย่ี งตรงตามโครงสรา ง 41. ครใู หเดก็ ปนดนิ นา้ํ มันกอ นท่ีจะฝกเขียนนา จะตรง ค. เทีย่ งตรงเชิงพยากรณ กบั หลักในขอใด ง. เทีย่ งตรงตามสภาพ ก. การฝก หัด 36. ถานักเรยี นในหอ งของทา นมีพฤตกิ รรมผิดปกติ ข. การทาํ ซํา้ ควรทําอยา งไรเปนอนั ดบั แรก ค. การเสริมแรง ก. สอนซอมเสริม ง. การถา นโยงการเรยี นรู ข. ศกึ ษาสาเหตุ 42. หลักการสาํ คัญการสรางบทเรียนสาํ เรจ็ ขอ ใด ค. สง ครแู นะแนว ก. การทดสอบกอนสอน ง. สง ครผู ปู กครอง ข. การแบงเนอ้ื หาเปน ตอน ๆ ค. การเสริมแรง ง. การเฉลยคาํ ตอบ

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจัดการศกึ ษา ; บ้านสอบครู 26 43. สอื่ ประเภทใดทีเ่ หมาะสมกบั การพัฒนาจรยิ ธรรม ก. ภาพบุคคลท่ที าํ ลายประเทศชาติ คอื คณุ ธรรม สําหรับเด็กระดบั ประถมศึกษา ข. ขายผูกอการรายเผาโรงเรยี น ก. เกมและเพลง ค. ภาคคณะรฐั มนตรี ข. เกมการศกึ ษา ง. เพลงปลกุ ใจใหร กั ชาติ ค. นทิ าน 48. วิธีการในขอใดสามารถพฒั นาทักษะดานความคิด ง. รูปภาพ ทางคณิตศาสตรไ ดผ ลดที ีส่ ุด 44. เรานําควรรเู รอ่ื งความสนใจ (Interest) ไปใชใน ก. การทําตามตวั อยา ง ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com เรือ่ งใด ข. การทองสตู รคูณใหแ มนยํา ก. การจัดครเู ขา สอน ค. การฝก สงั เกต ข. การทาํ โครงการสอน ง. การฟง คาํ อธิบาย ค. การจดั ตารางสอน 49. สือ่ การสอนใดเหมาะสาํ หรับการสอนเรอ่ื ง ง. การกําหนดคาบเวลาสอน “ประเทศเพือ่ นบาน” 45. เพราะเหตุใดการใชสื่อการสอนจึงตองมคี วาม ก. แผนที่ สมั พันธกบั เนอ้ื หาของบทเรียน ข. สไลด ก. จะทําใหเด็กเกดิ การเรยี นรตู ามเน้อื หาของ ค. รปู ภาพ บทเรยี น ง. จดั ปายนทิ รรศการ ข. ส่ือการสอนถกู กาํ หนดโดยจุดประสงคการ 50. วธิ ีจดั ปา ยนิเทศใหไดผลดนี ั้นควรทาํ อยา งไร เรียนรู ก. ครเู ปน ผจู ดั เอง ค. เน้อื หาบทเรียนกําหนดการใชสื่อการสอน ข. มอบหมายใหน ักเรยี นจัดเอง ไวแลว ค. ครแู ละนักเรยี นรวมกันจดั ทาํ ง. ส่ือการสอนจะตองใชใ หเด็กเกดิ การเรยี นรู ง. นักเรียนเปน ผทู าํ ตามทีค่ รกู ําหนด ตามจุดประสงค 51. ประสบการณท ี่ไดจ ากสงิ่ ตอ ไปน้ีประสบการณ 46. เพราะเหตใุ ดการใชส ื่อการสอนภาษาไทยจึงตอ ง ทไี่ ดจ ากส่อื ใด มีความเปนรูปธรรม มากทส่ี ดุ ใชใ นลกั ษณะบรู ณาการ ก. นิทรรศการ ก. ตองใชส ือ่ การสอนในการสอนฟงพดู และอา น ข. การดูสไลด ข. สื่อการสอนภาษาไทยมหี ลายลักษณะ ค. การสาธิต ค. ตองใชใ หสอดคลอ งกบั ลักษณะการใชใ นชีวิต ง. นาฏการ ประจําวนั 52. การสอนแบบบรรยายกบั การสอนแบบสาธติ ง. สามารถนําไปใชไ ดกบั ทุกวิชา มีความแตกตา งกันในข้ันตอนใดมากท่สี ดุ 47. สือ่ การสอนใดเหมาะสมกบั การสอนเรอื่ งการ ก. ข้นั นาํ ปองกนั การบอ นทําลายความมั่นคงของประเทศ ข. ขนั้ สอน มากท่ีสดุ ค. ข้ันสรปุ ง. ขั้นประเมินผล

แนวข้อสอบการบรหิ ารและจดั การศึกษา ; บา้ นสอบครู 27 53. วิธีการสอนแบบใดท่ีเกีย่ วของกบั เวลามากทส่ี ุด 59. ขอ ใดคือจุดมงุ หมายการสอนภาษาไทย ก. ทดลอง ก. นักเรียนสามารถใชภาษาเปน เครอื่ งมอื สือ่ ข. บรรยาย ความคดิ ความเขา ใจได ค. สาธติ ข. นกั เรยี นสามารถอานออกเขียนได ง. บทบาทสมมติ ค. นักเรยี นสามารถฟง พูด อา น เขยี นได 54. ขอ ใดคือจดุ มุง หมายของการสอน ง. นักเรยี นสามารถแสวงหาความรไู ด ก. เพอื่ ใหเด็กมีความรูความสามารถ 60. ขอ ใดคอื เปน นวตั กรรมและเทคโนโลยีทาง ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ข. เพื่อใหเ ด็กเกดิ การเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรม การศึกษา ค. เพอ่ื ใหเดก็ เกดิ การเปลย่ี นแปลงพฤติกรรม ก. Hard ware, Soft ware ง. เพ่อื ใหเดก็ สามารถแกปญหาชวี ติ ประจาํ วันได ข. Innovation, Information 55. ประสบการณใดท่ีจะทําใหเดก็ เกิดการเรยี นรดู ี ค. Hare ware, Soft ware, Innovation ท่ีสุด ง. Hard ware, Soft ware, Innovation ก. ใหเ ด็กเรียนรจู ากรูปภาพ 61. ครคู วรใหน ักเรยี นใชสอื่ การสอนเมือ่ ใด ข. ใหเด็กเรียนจากของจาํ ลอง ก. นักเรยี นตองการใชส ื่อ ค. ครูบรรยายใหเ ดก็ ฟง ข. ครูตองการใหน กั เรยี นใช ง. ใหเด็กเรียนรูจากของจรงิ ค. ครแู ละนักเรียนตอ งการใชรว มกนั 56. การสอนแบบจุลภาค (Micro-Teaching) ง. ครูตอ งการใหน ักเรียนมสี ว นรว มแมครูจะทํา มจี ุดมุง หมายอยา งไร ไดด กี วา ก. เปนการฝก เทคนิควิธีเรยี นของนกั เรียนดีขนึ้ 62. ขอใดสมั พันธก นั มากทีส่ ุด ข. เปน การฝก เทคนิควิธีสอนของครูใหดีข้นึ ก. วฒุ ิภาวะ-แรงจูงใจ ค. เปนการฝกวธิ ใี ชอปุ กรณการสอนของครู ข. พันธุกรรม-สตปิ ญญา ง. เปนการทดสอบสมรรถภาพการสอนของครู ค. สิ่งแวดลอม-ความพรอม 57. ขอใดคือลําดบั ขั้นการสอบแบบวทิ ยาศาสตร ง. ความพรอ ม-ทัศนคติ ก. สมมติฐาน ปญหา ทดลอง วิเคราะห สรุป 63. การสอนตามแนวทฤษฎีของจติ วทิ ยาเกสตัลท ข. ปญหา ทดลอง สมมติฐาน วิเคราะห สรุป คือขอใด ค. ปญหา วิเคราะห สมมตฐิ าน ทดลอง สรปุ ก. สอนจากสว นยอ ยไปหาสวนรวม ง. ปญหา สมมตฐิ าน ทดลอง วเิ คราะห สรุป ข. สอนจากสวนรวมไปหาสวนยอย 58. วิธีสอนแบบใดทเ่ี หมาะสมสาํ หรับการสอนวชิ า ค. สอนจากทฤษฎีไปสกู ารประยุกตใช ศลิ ปศึกษาเพือ่ ใหเ ด็กเกิดความคดิ ริเริ่มสรางสรรค ง. สอนจากทฤษฎไี ปสกู ารประยกุ ตใช ก. ใหเด็กวาดภาพตามใจชอบ ข. ใหเ ด็กวาดภาพตามแบบท่คี รกู าํ หนด ค. ใหเ ด็กวาดภาพตามขน้ั ตอนที่ครูสาธิต ง. ใหเ ด็กวาดภาพจากการฟงนิทานทค่ี รเู ลา

แนวขอ้ สอบการบริหารและจดั การศึกษา ; บา้ นสอบครู 28 ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com64. ตามทฤษฎีของฟรอยด พฤตกิ รรมท่เี ราแสดง70. ขอ ใดเปนลกั ษณะของครูหลักสูตรใหม ออกมานน้ั สว นใหญเ ปน ผลของอะไร ก. สอนใหมคี วามรู ความจาํ นําไปใช ข. สอนใหม ีความรู ความเขา ใจ แกป ญหา ก. ตวั เรา ค. สอนใหร ูจักคดิ ปฏิบตั ิ แกป ญหาได ข. การฝก หดั ง. สอนใหม ีความรู ความเขา ใจ ปฏบิ ัติ ค. จติ ใตส าํ นึก ง. การถา ยโยง 71. ผูมคี วามอยากรอู ยากเหน็ มากจะมอี ายรุ ะดบั ใด 65. บุคลกิ ภาพเกดิ จากสวนประกอบใด ก. 1-2 ป ก. พันธุกรรม-ประสบการณ ข. 3-5 ป ข. สิ่งแวดลอม-พนั ธุกรรม ค. 6-12 ป ค. การเรยี นรู-กรรมพนั ธุ ง. 15-20 ป ง. ประสบการณ- สิง่ แวดลอม 66. ขอใดเปนแรงจูงใจภายใน 72. ถาใหท า นเลอื กภาพตอ ไปน้ปี ระกอบการสอน ก. ความอยากรูอยากเห็น ทา นจะเลือกภาพใด ข. ความนยิ มชมช่ืนจากครู ค. ความพงึ พอใจจากเพื่อน ๆ ก. ภาพถายขาวดาํ ง. ความอยากทํางานใหส าํ เร็จ ข. ภาพถายสีธรรมชาติ 67. ถา ตอ งยับย้ังพฤติกรรมของเด็กควรใชวธิ ีการใด ค. ภาพลายเสน ก. ชมเชย ง. ภาพแรเงา ข. แนะนํา 73. อุปกรณก ารสอนขอ ใดใชไดท กุ ชัน้ ค. ใหรางวลั ก. บตั รคาํ ง. วากลา วตักเตือน ข. รูปภาพ 68. การทีน่ กั เรียนเรยี นไมเกง แลว หันไปสนใจเอาดี ค. แผนภูมิ ทางเลน กีฬา เปนการปรบั ตัวในขอใด ง. กระดานดาํ ก. การทดแทน 74. สือ่ การเรียนการสอนขอ ใดมีคณุ คาที่สดุ ข. การกลบเกล่ือน ก. สือ่ ทอ่ี าศัยการฟง ค. การคับของใจ ข. ส่อื ทอี่ าศยั การพูด ง. การถดถอย ค. สอ่ื ท่ีอาศัยการมอง 69. ขอใดควรนํามาใชใ นการสอนเดก็ ฉลาด ง. สอ่ื ทอี่ าศัยการทดลอง ก. จัดกจิ กรรมการสอนเหมือนกันทั้งชน้ั 75. สอ่ื การเรียนการสอนขอใดเปนเทคนิค ข. จัดกจิ กรรมการสอนตามปกติ ก. รูปภาพ ค. จัดสิ่งแวดลอมทางการเรยี นใหย ว่ั ยุ ข. ของจริง ง. จัดส่งิ แวดลอ มทพี่ อจะเรยี นรแู ละเขาใจได ค. วธิ สี อน ง. เครอ่ื งฉายภาพยนต

แนวขอ้ สอบการบริหารและจดั การศกึ ษา ; บา้ นสอบครู 29 76. จะทราบความรพู นื้ ฐานของผูเ รียนไดอ ยา งไร ง. ผลการเรยี นปานกลาง ก. สอนไปสอบไป 83. เอกสารการประเมินผลในขอ ใดทีโ่ รงเรียนตอ ง ข. สอบปลายป เกบ็ ไวต ลอดไป ค. สอบกอนเรียน ก. ป. 01 ข. ป. 02 ง. สอบปลายภาค ค. ป. 03 ง. ป. 04 77. การสอบในขอใดเปน ประโยชนในการปรับ 84. รบ. 1-ต คอื เอกสารการประเมนิ ผลการเรยี นขอใด การเรยี นการสอน ก. ระเบียนแสดงผลการเรยี น ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ก. สอนไปสอบไป ข. สมุดประเมินผลรายวิชา ข. สอบปลายป ค. สมุดรายงานประจาํ ตวั นกั เรยี น ค. สอบกอนเรียน ง. ในรบั รองผลการเรยี น ง. สอบปลายภาค 85. เอกสารทโ่ี รงเรียนตอ งออกใหส าํ หรับผูจ บ 78. ตามหลกั สตู รประถมศกึ ษา ปจจุบนั ใชการวัดผล หลกั สูตรมธั ยมศกึ ษาตอนตอ น คือขอ ใด แบบใด ก. รบ.1-ต. ข. รบ.2-ต. ค. รบ.3-ต. ง. รบ.4-ต. ก. แบบองิ กลมุ ข. แบบอิงเกณฑ 86. เม่อื พบขอบกพรอ งของผูเรียน กรณใี ดทต่ี อ งจดั ค. แบบรอยละ ง. แบบเชิงพฤตกิ รรม สอนซอมเสรมิ 79. สง่ิ แวดลอ ม ไมม อี ิทธิพลตอ อะไรบา ง ก. ภายหลังการประเมนิ ผลกอ นเรียน ก. สตปิ ญ ญา ข. บุคลกิ ภาพ ข. ภายหลังการประเมินผลระหวางเรียน ค. ความถนดั ง. ความสนใจ ค. ภายหลงั การตดั สินผลกการเรยี น 80. ปจจยั สําคญั ท่มี ีผลตอ การเรยี นรูของเด็กท่สี ดุ ง. ถกู ทุกขอ คือขอ ใด 87. ผเู รียนสามารถแกไ ขตนเองเพ่ือไดร ะดับคะแนน ก. ความพรอ มในตวั เด็ก ต้งั แต 0-4 ในกรณีที่ไดผ ลการเรยี นตามขอใด ข. สิ่งแวดลอ ม ก. 0 ข. ร. ค. มส. ง. มผ. ค. ความถนัด 88. การสอนทมี่ งุ เนน กระบวนการจะทาํ ใหเ กดิ ผล ง. แรงจูงใจ สงิ่ ใดกบั ผูเรยี น 81. เครื่องมือวัดผลทดี่ จี ะตอ งเขียนขึ้นโดยอาศยั สิง่ ใด ก. เพอื่ ใหผ เู รยี นตระหนักในปญ หา ก. เนื้อหา ข. เพอ่ื ใหผ ูเรยี นสามารถรบั รไู ดมาก ข. จุดประสงค ค. เพอ่ื ใหผูเรยี นไดท าํ งานอยา งมรี ะบบ ค. ความคิดรวบยอด ง. เพื่อใหผูเ รียนฝกการยอมรบั ซ่งึ กนั และกัน ง. กิจกรรมการเรียนการสอน 89. หวั ใจสาํ คญั ของการพัฒนาการเรียนรขู องเด็ก 82. ระดับผลการเรยี น “2” มีความหมายตรงกับขอใด ระดบั กอ นประถมศึกษา คอื การสง เสรมิ เรื่องใด ก. ผลการเรียนผา นเกณฑข ั้นตาํ่ ท่กี าํ หนด ก. การสงเสรมิ ดานสติปญ ญา ข. ผลการเรียนตอ งปรับปรุง ข. การสงเสรมิ ดานสงั คมนิสยั ค. ผลการเรยี นพอใช ค. การสง เสรมิ ความสามารถทางภาษา

แนวขอ้ สอบการบรหิ ารและจัดการศึกษา ; บา้ นสอบครู 30 ง. การสงเสริมความคิดสรางสรรค 96. ขอ ใดเปน ปรชั ญาของการวดั ผล 90. การเรยี นรูหมายถงึ อะไร ก. สอบเพอื่ ตัดสนิ ได- ตก ก. การเกิดความคิด ข. สอบเพอื่ คนหาและพัฒนาสมรรถภาพเด็ก ข. การเกิดความจาํ ค. สอบเพอ่ื ประเมินความสามารถการสอนครู ค. การตอบสนองตอสง่ิ เรา ง. สอบเพื่อประเมนิ ความสามารถการเรยี นรู ง. การเปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรม ของผูเ รยี น 91. ครูจะสอนใหเ ดก็ เกดิ ความคดิ รเิ รมิ่ สรางสรรค 97. ขอ ใดเปนการกลาว “เสรมิ แรงทางบวก” ้บานสอบค ูร www.sobkroo.com ไดอ ยางไร ก. เธอแตง ตัวเทด ี แตท ําไมไมใสถุงเทา ละ ก. ฝกใหน กั เรียนรูจักการแกปญหา ข. เธอจะสวยกวา ดี ถาเอาสวิ ออกสักหนอ ย ข. จัดสภาพแวดลอมใหน ักเรยี นไดค ดิ คน ค. เธอนําขนมมาแจก ทาํ ไมไมเลีย้ งขาวเลยละ ค. เสรมิ แรงดว ยการรับฟง ความคิดเหน็ ของ ง. เยีย่ มมาก เธอทําไดด จี รงิ ๆ นกั เรยี น 98. ขอใดเปน การกลา ว “เสรมิ แรงทางลบ” ง. ถูกทกุ ขอ ก. ลายมือเธอจะสวยกวา น้ี ถา เขยี นหนังสอื 92. การสอนเปนทมี มีหลักการสาํ คัญอยางไร ใหม ีหัว ก. ยึดตัวครูเปน ศูนยก ลาง ข. ครูพอใจในการแสดงของเธอมาก ข. ยึดตวั เด็กเปนศูนยก ลาง ค. เธอทําโงๆ อยางนไี้ ดอ ยา งไร ค. เปดโอกาสใหค รมู โี อกาสสอนเทา กนั ง. ขอบใจเธอมากนะท่ีชวยยกของ ง. มีการประสานงานรว มกนั ระหวา งครผู สู อน 99. ทาํ ไมจงึ ตองศกึ ษาวชิ าจติ วิทยา 93. การทีจ่ ะแกปญ หาเดก็ เกเรในชนั้ ครูควรทาํ อยางไร ก. เพื่อนําความรเู รอ่ื งจิตและพฤติกรรมมา ก. ใหความรักความอบอุน สัมพนั ธกนั ข. ทําโทษใหเปนตวั อยา ง ข. เพื่อปรับพฤติกรรมของคนทมี่ ีปญหา ค. ดดุ า ใหเลกิ พฤตกิ รรม ค. เพื่อตง้ั กฎเกณฑแ ละทฤษฎีท่นี า เชอื่ ถอื ง. แยกใหน ่ังตามลําพัง ง. นาํ ทฤษฎีเพ่อื นํามาประยกุ ตกบั คน 94. การใหร างวลั เดก็ ควรมีหลกั การอยางไร 100. ขอ ใดเก่ยี วของกับจติ วทิ ยาการศกึ ษาโดยตรง ก. ใหเ ฉพาะผทู ีเ่ รยี นเกง ก. ศึกษาวิธกี ารเสริมแรงการเรยี นรูแ ละคดั เลอื ก ข. ใหผทู ม่ี คี วามสามารถ ตัวบคุ คล ค. ใหเ ด็กทุกคนมีโอกาสเทา กนั ข. สงเสริมประสิทธิภาพของการเรยี นการสอน ง. ดา นสงั คม และหลักสูตร 95. การจะทําโทษเดก็ ควรจะคาํ นึงถงึ ขอใดมากท่สี ดุ ค. ศกึ ษาลกั ษณะธรรมชาตคิ วามเจริญเติบโตของ ก. ทาํ โทษตอ ท่ีประชมุ เดก็ วยั ตา ง ๆ ข. ใหเด็กมคี วามสํานึกผิด ง. ศึกษาหาสาเหตุและวธิ กี ารบําบัดพฤตกิ รรม ค. ใหเ ดก็ มคี วามประพฤตดิ ี ทีผ่ ิดปกติ ง. ใหเ ด็กมคี วามประพฤติผิด

้บานสอบค ูร www.sobkroo.com แนวข้อสอบการบริหารและจดั การศกึ ษา ; บา้ นสอบครู 31 เฉลยแนวขอสอบการบริหารจัดการศกึ ษา ชุดท่ี 1 1.ข 2.ก 3.ค 4.ก 5.ค 6.ก 7.ก 8.ง 9.ง 10.ก 11.ก 12.ค 13.ค 14.ค 15.ก 16.ข 17.ค 18.ง 19.ก 20.ง 21.ข 22.ค 23.ง 24.ค 25.ก 26.ง 27.ก 28.ข 29.ค 30.ค 31.ก 32.ง 33.ค 34.ข 35.ง 36.ก 37.ก 38.ง 39.ง 40.ก 41.ง 42.ง 43.ค 44.ง 45.ง 46.ง 47.ก 48.ข 49.ง 50.ค 51. ข 52. ก 53. ก 54. ง 55. ง 56. ง 57. ง 58. ง 59. ก 60. ก 61. ค 62. ข 63. ค 64. ค 65. ก 66. ค 67. ค 68. ค 69. ง 70. ค 71. ง 72. ข 73. ค 74. ก 75. ง 76. ง 77. ง 78. ค 79. ค 80. ง 81. ง 82. ง 83. ง 84. ข 85. ข 86. ง 87. ง 88. ค 89. ง 90. ข 91. ก 92. ง 93. ก 94. ค 95. ก 96. ข 97. ก 98. ก 99. ข 100. ค เฉลยแนวขอสอบการบริหารจัดการศกึ ษา ชุดที่ 2 1.ข 2.ง 3.ง 4.ง 5.ข 6.ง 7.ค 8.ง 9.ค 10.ข 11.ค 12.ค 13.ง 14.ค 15.ก 16.ก 17.ค 18.ก 19.ก 20.ข 21.ค 22.ค 23.ง 24.ก 25.ก 26.ก 27.ข 28.ค 29.ค 30.ข 31.ข 32.ข 33.ง 34.ง 35.ข 36.ง 37.ง 38.ข 39.ก 40.ค 41.ข 42.ค 43.ง 44.ง 45.ง 46.ง 47.ก 48.ข 49.ค 50.ข 51.ก 52.ง 53.ง 54.ก 55.ง 56.ค 57.ง 58.ข 59.ง 60.ก 61.ข 62.ง 63.ก 64.ข 65.ค 66.ก 67.ง 68.ก 69.ข 70.ค 71.ข 72.ค 73.ง 74.ก 75.ค 76.ง 77.ก 78.ค 79.ข 80.ง 81.ง 82.ค 83.ข 84.ก 85.ง 86.ค 87. ง 88.ข 89.ข 90.ค 91.ก 92.ค 93.ง 94.ง 95.ค 96.ค 97.ง 98.ง 99.ก. 100.ค เฉลยแนวขอสอบการบริหารจัดการศกึ ษา ชุดท่ี 3 1.ง 2.ก 3.จ 4.ง 5.ง 6.ง 7.ค 8.ง 9.ค 10.ง 11.ง 12.ก 13.ข 14.ค 15.ง 16.ง 17.ค 18.ก 19.ค 20.ก 21.ก 22.ง 23.ง 24.ก 25.จ 26.ข 27.ง 28.ข 29.ค 30.ข 31.ง 32.ง 33.ค 34.ค 35.ง 36.ข 37.ค 38.ก 39.ก 40.ง 41.ง 42.ค 43.ค 44.ง 45.ก 46.ค 47.ง 48.ค 49.ก 50.ค 51.ง 52.ข 53.ก 54.ค 55.ง 56.ข 57.ง 58.ข 59.ก 60.ค 61.ง 62.ข 63.ข 64.ค 65.ข 66.ง 67.ข 68.ก 69.ค 70.ค 71.ค 72.ข 73.ข 74.ง 75. 76.ค 77.ก 78.ก 79.ค 80.ก 81.ง 82.ง 83.ข 84.ก 85.ข 86.ง 87.ข 88.ข 89.ง 90.ง 91.ง 92.ง 93.ก 94.ค 95.ข 96.ข 97.ง 98.ก 99.ง 100.ค


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook