แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการ 5 สาระการเรียนรู้ นางสาววภิ า เจตนาศุภกิต ช้นั ปี 3 หอ้ ง 2 รหสั นกั ศึกษา 6110540231031
แผนการจดั การเรียนรู้บูรณาการ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 มีจานวน 16 คน เวลา 1 ชวั่ โมง วชิ าศิลปะ วชิ าการงานอาชีพและเทคโนโลยี วชิ าสุขศึกษา วชิ าภาษาองั กฤษ วชิ าภาษาไทย การสอนแบบบูรณาการภายใต้ เร่ือง คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั หมวกผลไม้ สาระการเรียนรู้ 5วชิ า วชิ าศิลปะ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั -สร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ ตามจินตนาการ -วาดภาพผลไมต้ า่ งๆได้ 2. วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้ -รู้จกั ลกั ษณะการเขียนลากเส้นจนเกิดเป็นคาศพั ท์ (K) -สามารถเขียนคาศพั ทท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั ผลไมไ้ ด้ (P) -มีความใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน (A) วชิ าการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1. มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั เขา้ ใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีจิตสานึกในการใช้พลงั งาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มเพื่อการ ดารงชีวติ -ตดั สินใจแกป้ ัญหาการทางานอยา่ งมีเหตุผล 2. วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้ - มีความรู้ในเรื่องชนิดของผลไมต้ า่ งๆ (K) -สามารถตดั สินใจในการแกป้ ัญหาของกิจกรรมได้ (P) -มีเหตุผล (A) วชิ าสุขศึกษา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั -เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่มเกม และกีฬา เพมิ่ พูนความสามารถของ ตนเองตามหลกั การเคลื่อนไหวที่ใชท้ กั ษะพ้ืนฐานที่นาไปสู่การพฒั นาทกั ษะการเล่นกีฬา
2. วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้ -เขา้ ใจกติกาในการทากิจกรรม (K) -ทกั ษะในการแสวงหาความรู้ (P) -ใฝ่ เรียนรู้ (A) วชิ าภาษาองั กฤษ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั -พูด อ่าน เขียน คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั ชนิดของผลไมต้ า่ งๆได้ -บอกความหมายของคาศพั ทไ์ ด้ 2. วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้ -รู้คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั ชนิดของผลไมต้ า่ งๆ (K) -สามารถฟัง พดู อ่าน เขียนคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั ชนิดของผลไมไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง (P) -มีความกระตือรือร้นในการเรียน (A) วชิ าภาษาไทย 1. มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั -ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้ - ตดั สินใจแกไ้ ขปัญหาในการดาเนินชีวติ 2. วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้ -รู้ความหมายของผลไมต้ ่างๆ (K) -มีทกั ษะในการอธิบายความหมายของคา (P) -มีความเชื่อมนั่ ในตวั เอง (A) สาระสาคญั ผูเ้ รียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับคาศพั ท์ของผลไมต้ ่างๆและความหมายของคาศพั ท์ เพื่อให้ผูเ้ รียน สามารถนาความรู้เหล่าน้ีไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ของตวั ผูเ้ รียนไดเ้ อง สาระการเรียนรู้ 1.ความรู้ (knowledge) k Vocabulary : คาศพั ทข์ องผลไม้ ไดแ้ ก่ Apple Avocado Banana Blueberry Cantaloupe Cherry Coconut Corn Durian kiwi
กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้นั นา (Warm up) 1. ครูกล่าวคาทกั ทายนกั เรียน ใหน้ กั เรียนนง่ั สมาธิ 2นาที 2. ครูและนกั เรียนเตน้ ตามเพลง Fruit Song for Kids และให้นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน โดย โยงเส้นจบั คู่คาศพั ทภ์ าษาองั กฤษกบั รูปภาพ ข้นั นาเสนอ (Presentation) 3. ครูเปิ ด powerpoint ..ในการนาเสนอ โดยใน powerpoint มีรูปภาพของผลไมท้ ้งั หมด10 ภาพดว้ ยกนั และมีคาศัพท์ Apple Avocado Banana Blueberry Cantaloupe Cherry Coconut Corn Durian kiwi 4. ครูอ่านคาศพั ทพ์ ร้อมท้งั สะกดใหน้ กั เรียนฟัง และใหน้ กั เรียนอ่านและสะกดตาม ข้นั ฝึ ก (Practice) 5. ครูแบง่ นกั เรียนออกเป็น 2 กลุ่ม เพอ่ื ใหน้ กั เรียนออกมาเขียนตามคาบอกหนา้ กระดาน ข้นั นาไปใช้ (Production) 6. ครูขออาสาสมคั รนกั เรียน 1 คน ในการออกมาสะกดคาศพั ทห์ น้าห้องเรียนและบอกความหมายของ คาศพั ท์ แล้วให้เพ่ือนสะกดตาม โดยมีคาศพั ท์ Apple Avocado Banana Blueberry Cantaloupe Cherry Coconut Corn Durian kiwi ข้นั สรูป (Wrap up) 7. ใหน้ กั เรียนอา่ นคาศพั ทพ์ ร้อมกนั อีก 1 รอบ พร้อมท้งั บอกความหมายของคาศพั ทน์ ้นั และใหน้ กั เรียน ทาแบบทดสอบหลงั เรียน แหล่งเรียนรู้ / สื่อ 1. วดี ีโอเพลง Fruit Song for Kids 2. Powerpiont
การวดั และประเมินผล ทกั ษะทตี่ ้องการวดั วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน แบบบนั ทึกผลการ นกั เรียนวาดภาพถูกตอ้ ง นกั เรียนสามารถ ตรวจผลงาน ปฏิบตั ิงาน ตามหลกั การ แบบบนั ทึกผลการ นกั เรียนเขียนคาศพั ทไ์ ด7้ เขียนคาศพั ทไ์ ด้ ปฏิบตั ิงาน คาข้ึนไป นกั เรียนมีส่วนร่วมใน ด้านทกั ษะ ตรวจผลงาน แบบบนั ทึกการ กิจกรรมและมีความสุขใน สงั เกต การเรียน การจาคาศพั ท์ ด้านเจตคติ สังเกต 1. มีความรับผดิ ชอบ 2. มีความเช่ือมน่ั ใน ตวั เองกลา้ แสดงออก 3. มีเจตคติที่ดีต่อการ เรียน
แบบบนั ทึกคะแนนการสังเกตพฤติกรรมในการเรียนคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (แบบสารวจรายการ) เรื่อง………………………………………………………………………ช้นั ………………….. คร้ังท่ี……………………………..วนั ท่ี……………เดือน……………พ.ศ…………………… รายการพฤติกรรม เลขที่ ชื่อ-นามสกลุ มีความ มีความรับ มีความเชื่อมนั่ มีเจตคติท่ีดีต่อ ขอ้ เสนอแนะใน กระตือรือร้นใน ผดิ ในตวั เอง การเรียน การประเมิน การเรียน ชอบ ขยนั กลา้ แสดงออก ภาษาองั กฤษ ใฝ่ เรียนรู้ ทางานและ ่รวม ิกจกรรม กระ ุต้นผู้ ่รวมงานทางานให้ เ ่ชสว ็รยเจห ืลอผู้ ่รวมงานให้เส ็รจ เใต็ห้เมใสจ็รเจข้ตาา่รมวกมา ิกหจกนรอรม ไม่รบกวนผู้ ื่อนในเวลา กทาล้งาาถานมตอบเ ็ปน กภาล้าษาออัองกกมฤาแษสดงหน้า ้ชัน เปีรยิฏนบั ิต ิกจกรรมอย่างม่ันใจ ่รวม ิกจกรรมอย่างไม่ ่นาเ ื่บอ ่ชวยทางานผู้ ื่อนด้วยความ ผพลอใกาจรประเ ิมน 1 1.ผสู้ งั เกตพจิ ารณา 2 จากพฤติกรรมของ 3 นกั เรียนแตล่ ะคน 4 แลว้ เขียน 5 เคร่ืองหมายลงใน 6 ช่องรายการที่ 7 นกั เรียนผา่ น 8 9 2.นกั เรียนตอ้ งผา่ น 10 อยา่ งนอ้ ย 7 11 รายการ 12 13
14 15 16
แบบประเมินทกั ษะ เรื่อง……………………………วนั ที่…………เดือน…………..พ.ศ………………….. เลขท่ีนักเรียนช้ัน รายการประเมิน คะแนนรวม คะแนนเตม็ ป.3 คุณภาพชิ้นงาน การตอบคาถาม พฤติกรรม 20คะแนน จานวน 16 คน เตม็ 10 คะแนน เตม็ 5 คะแนน เตม็ 5 คะแนน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14
15 16 คะแนนตามแบบประเมินทกั ษะ ระดบั คุณภาพ ดีมาก ช่วงคะแนน ดี 16-20 พอใช้ 11-15 5-10 วดั ผลประเมินผล โดยการใชว้ ธิ ีการวดั ตามสภาพจริง 1.วดั ชิ้นงาน (K) 2.วดั การพูด (P) 3.วดั พฤติกรรม (A) เกณฑก์ ารประเมินชิ้นงาน (K) ป ร ะ เ ด็ น ก า ร 3 2 1 คะแนนรวม ประเมิน (ดีมาก) (ดี) (ปรับปรุง) 1. บอกความหมาย ตอบคาถามในใบ ตอบคาถามในใบ ตอบคาถามในใบ 10 ของคาศพั ทไ์ ด้ ง า น ไ ด้ ถู ก ต้ อ ง ง า น ไ ด้ ถู ก ต้ อ ง งานไดต้ ่ากวา่ 7 คา ท้งั หมด 6-7 คา ท้งั หมด 7-8 คา รวม 10
เกณฑก์ ารประเมินการพดู (P) ประเดน็ การ 3 2 1 คะแนนรวม ประเมิน (ดีมาก) (ดี) (ปรับปรุง) 5 1.สามารถพดู พดู ต่อเน่ืองไม่ พูดต่อเนื่องไม่ พดู ไมต่ ่อเน่ือง ประโยคเกี่ยวกบั ติดขดั ออกเสียง ติดขดั แต่ออก ติดขดั พูดไม่ 5 สถานท่ีตา่ งๆได้ คาศพั ทช์ ดั เจน ประโยคยงั ไม่ ชดั เจน ชดั เจน รวม เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรม (A) ประเด็นการ 3 2 1 คะแนนรวม ประเมิน (ดีมาก) (ดี) (ปรับปรุง) มีความรับผดิ ชอบ ต้งั ใจเรียน มีความ ต้งั ใจเรียน ไม่มี ไม่ต้งั ใจเรียน ไม่มี 5 ขยนั ใฝ่ เรียนรู้ รับผดิ ชอบต่อ ความรับผดิ ชอบ ความรับผดิ ชอบ หนา้ ที่ท่ีไดร้ ับ ต่อหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับ ต่อหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับ มอบหมาย มอบหมาย มอบหมาย รวม 5
หลกั สูตร หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศพทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุงพุทธศกั ราช 2556) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาระสาคญั การฝึกทกั ษะในการฟัง และพูด เกี่ยวกบั ส่ิงตา่ งๆ เป็นประจาจะทาใหใ้ ชภ้ าษาไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว หลกั การและทฤษฎกี ารสอน 1. ปรัชญาในการสอน ปรัชญาพพิ ฒั นาการนิยม มุง่ ใหผ้ เู้ รียนพฒั นาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาไปพร้อมๆกนั ใหผ้ เู้ รียนรู้จกั ปรับตวั เขา้ กบั สงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนตามความถนดั ความสนใจและความสามารถของผเู้ รียน 2. ทฤษฎใี นการสอน ทฤษฎคี อนสตรัคติวสิ ต์ constructivist ของเพยี เจต์ วธิ ีการท่ีนามาใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน มีหลกั การท่ีสาคญั คือ ในการเรียนรู้ มุ่งเนน้ ใหผ้ เู้ รียนลง มือกระทาในการสร้างความรู้ดว้ ยตวั ผเู้ รียนเอง หรือเรียกวา่ Actively construct 3. จิตวทิ ยา ทฤษฎกี ารเสริมแรงของสกนิ เนอร์ ตวั เสริมแรง แบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะคือ 1. ตวั เสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หมายถึงสิ่งเร้าใดเมื่อนามาใชแ้ ลว้ ทาใหอ้ ตั ราการ ตอบสนองมากข้ึน เช่น คาชมเชย รางวลั อาหาร เป็ นตน้ 2. ตวั เสริมแรงทางลบ (Negasitive Reinforcement) หมายถึงสิ่งเร้าใดเม่ือนาออกใชแ้ ลว้ ทาใหอ้ ตั รา การตอบสนองมากข้ึน เช่น เสียงดงั คาตาหนิ อากาศร้อน กล่ินเหมน็ เป็ นตวั เสริมแรงทางลบ การลงโทษ (Punishment) การเสริมแรงทางลบและการลงโทษมีลกั ษณะที่คลา้ ยคลึงกนั และมกั จะใชแ้ ทนกนั อยเู่ สมอ แต่การอธิบายของสกินเนอร์การเสริมแรงทางลบและการลงโทษต่างกนั โดยเนน้ วา่ การลงโทษเป็น การระงบั หรือหยุดย้งั พฤติกรรม 4. วธิ ีในการสอน รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคดิ การพฒั นาทกั ษะปฏบิ ัตขิ องซิมพ์ซัน ข้นั ท่ี 1 ข้นั การรับรู้ เป็นข้นั การใหผ้ ูเ้ รียนรับรู้ในส่ิงท่ีจะทา โดยการใหผ้ เู้ รียน สงั เกตการทางานน้นั อยา่ งต้งั ใจ
ข้นั ท่ี 2 ข้นั การเตรียมความพร้อม เป็นข้นั การปรับตวั ใหพ้ ร้อมเพื่อการทางานหรือแสดงพฤติกรรมน้นั ท้งั ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ โดยการปรับตวั ใหพ้ ร้อมท่ีจะเคล่ือนไหวหรือแสดงทกั ษะน้นั ๆ และมี จิตใจและสภาวะอารมณ์ที่ดีต่อการที่จะทาหรือแสดงทกั ษะน้นั ๆ ข้นั ท่ี 3 ข้นั การสนองตอบภายใตก้ ารควบคุม เป็นข้นั ท่ีใหโ้ อกาสแก่ผเู้ รียนในการตอบสนองต่อสิ่งที่ รับรู้ ซ่ึงอาจใชว้ ธิ ีการใหผ้ เู้ รียนเลียนแบบการกระทา หรือการแสดงทกั ษะน้นั หรืออาจใชว้ ธิ ีการใหผ้ เู้ รียน ลองผดิ ลองถูก จนกระทงั่ สามารถตอบสนองไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ข้นั ท่ี 4 ข้นั การใหล้ งมือกระทาจนกลายเป็นกลไกท่ีสามารถกระทาไดเ้ อง เป็นข้นั ที่ช่วยใหผ้ เู้ รียน ประสบผลสาเร็จในการปฏิบตั ิ และเกิดความเช่ือมนั่ ในการทาส่ิงน้นั ๆ ข้นั ที่ 5 ข้นั การกระทาอยา่ งชานาญ เป็นข้นั ท่ีช่วยใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ ึกฝนการกระทาน้นั ๆ จนผเู้ รียน สามารถทาไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว ชานาญ เป็นไปโดยอตั โนมตั ิ และดว้ ยความเช่ือมนั่ ในตนเอง ข้นั ที่ 6 ข้นั การปรับปรุงและประยกุ ตใ์ ช้ เป็นข้นั ท่ีช่วยใหผ้ เู้ รียนปรับปรุง ทกั ษะหรือการปฏิบตั ิของตนใหด้ ียง่ิ ข้ึน และประยกุ ตใ์ ชท้ กั ษะท่ีตนไดร้ ับการพฒั นาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ข้นั ที่ 7 ข้นั การคิดริเริ่ม เมื่อผเู้ รียนสามารถปฏิบตั ิหรือกระทาส่ิงใดส่ิงหน่ึงอยา่ งชานาญ และสามารถ ประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณ์ที่หลากหลายแลว้ ผปู้ ฏิบตั ิจะเร่ิมเกิดความคิดใหม่ ๆ ในการกระทา หรือปรับการ กระทาน้นั ใหเ้ ป็ นไปตามท่ีตนตอ้ งการ
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: