โครงการสอน รหสั วิชา 30000 – 1101 รายวิชา ทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี สาขาวิชา ทุกสาขาวชิ า ประเภทวชิ า ทุกประเภทวิชา หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้ันสงู พุทธศักราช 2562 จดั ทาโดย นายอลงกรณ์ สุภาใจ กล่มุ วชิ า ภาษาไทย แผนกวชิ า สามัญสัมพันธ์ วิทยาลัยอาชวี ศึกษาเชยี งใหม่ สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษากระทรวงศกึ ษาธกิ าร
โครงการสอน/การเรียนรู้ รหสั วชิ า 30000 – 1101 รายวชิ า ทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ จานวนคาบ/สปั ดาห์ 3 คาบ จานวนชว่ั โมงรวม 54 ช่วั โมง หนว่ ยที่ ชื่อหน่วย ทฤษฎี / ปฏบิ ตั ิ จานวนคาบ สปั ดาหท์ ่ี ปฐมนเิ ทศ 3 1 2 1 ความรเู้ บ้อื งต้นเกย่ี วกบั ภาษากบั การสอ่ื สาร 3 3 4-7 2 การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมนิ คา่ สาร 3 8-10 11 3 การพดู เพื่อสือ่ สารในงานอาชีพ 9 12 13 4 การเขยี นบันทึก 9 14 15 5 การเขียนรายงานเพอื่ การปฏบิ ัติงานเชิงวชิ าชีพ 3 16-17 สอบกลางภาค 3 18 6 การเขียนจดหมายสมัครงาน 3 7 การกรอกแบบฟอรม์ เอกสารเพื่อกิจธรุ ะ 3 8 การเขยี นโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ 3 9 คุณธรรม จรยิ ธรรม ในการส่ือสาร 6 สอบปลายภาค 3 รวม 54
โครงการจัดการเรยี นรูร้ ายวชิ า ช่อื รายวชิ า……………ท…กั …ษ…ะ…ภ…าษ…า…ไท…ย…เช…ิง…ว…ชิ า…ช…พี ………………………….รหัสวชิ า…………………3…0…0…00……- …11…0…1.……. ระดบั ชั้น………ประกาศนยี บตั รวิชาชีพช้นั สงู …………สาขางาน / สาขาวชิ า…………......ทกุ สาขาวิชา................. หนว่ ยกติ …………………………3-0-3…………………………..จานวนชวั่ โมงรวม………...……54………..…….…ชั่วโมง ภาคเรยี นท…่ี ………………………1…………………………………ปกี ารศกึ ษา……………………2563……………………… จดุ ประสงคร์ ายวชิ า ๑. เพื่อให้นกั ศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใชภ้ าษาไทยท่ถี กู ต้อง (K) ๒. เพ่ือใหน้ ักศึกษาสามารถนาภาษาไทยไปใชเ้ ป็นเคร่ืองมอื ส่อื สารในงานอาชพี และการดาเนนิ ชวี ิต ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ (P) ๓. เพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษาเหน็ คุณค่าความงดงามของภาษาไทยและวรรณกรรมไทย (A) มาตรฐานรายวชิ า ๑. เลือกใชภ้ าษาไทยอยา่ งมีศลิ ปะ ถกู ต้องตามหลักเกณฑ์ กาลเทศะ บุคคลและโอกาส ๒. วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมนิ คา่ สารท่ีได้จากการฟัง การดู การอา่ น และนาเสนอข้อมลู อยา่ งมีระบบ ๓. ใชก้ ระบวนการเขียน การพดู รูปแบบตา่ ง ๆ ส่อื สารในงานอาชพี ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และมคี ุณธรรม ๔. แยกแยะเน้ือหาสาระ คติ คุณธรรม ค่านิยม ที่ได้จากการศึกษาวรรณกรรม และภูมิปัญญา ท้องถ่ิน และนามาประยุกตใ์ ชง้ านอาชพี และการดาเนนิ ชีวติ ได้ คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับการใช้ภาษา ส่ือสารอย่างมีศิลปะ ถูกต้องตามหลักการ กาลเทศะ บุคคล และโอกาส วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่าสารจากการฟัง การดู การอ่าน การนาเสนอ ข้อมูลในเชิงให้ความรู้ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และวิจารณ์อย่างมีเหตุผล การพูดที่ใช้งานอาชีพ และใน โอกาสต่าง ๆ ของสังคม การเขียนจดหมายที่จาเป็นต่องานอาชีพ การใช้ภาษาไทยในการเขียน ประชาสัมพันธ์ และเขียนโฆษณา เขียนรายงาน เขียนโครงการ และบทร้อยกรองเพื่องานอาชีพ ศึกษา วรรณกรรมและภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ท่ีเกี่ยวข้อง และเกดิ ประโยชน์ในงานอาชีพและการดาเนนิ ชวี ติ
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเชียงใหม่ โครงการจดั การเรยี นรู้ รหสั วชิ า 30000 – 1101 วชิ า ทกั ษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชพี ระดบั ชน้ั ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชัน้ สูง จานวนคาบ 3-0-3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563 หนว่ ยท่ี จดุ ประสงค์ เนอ้ื หา กิจกรรม สอ่ื /แหล่ง การวดั ผล/ จานวน เชงิ พฤติกรรม การเรียน การเรยี นรู้ ประเมนิ ผล ชม. ปฐมนเิ ทศ ปฐมนิเทศ 1. เห็นความสาคญั - ความสาคัญของรายวิชา - การแนะนารายวชิ า - หนังสือเรยี นวิชา - การเขา้ ร่วม หน่วยการ ของภาษาไทยได้ (K) ทักษะภาษาไทยเพอ่ื อาชีพ - อธิบายสดั ส่วนของคะแนน ทกั ษะภาษาไทยเพอ่ื กจิ กรรมใน เรยี นรทู้ ี่ ๑ 2. ใชภ้ าษาสอื่ สารได้ - คาอธิบายรายวิชาทักษะ เกบ็ ในรายวชิ า อาชีพ 30000-1101 ห้องเรยี น และ ความรู้ เหมาะสม(P) ภาษาไทยเพ่ืออาชีพ - ช่องทางตดิ ตอ่ ครูผสู้ อน - Line Group บทเรยี น เบ้อื งตน้ - สาระการเรียนรู้รายวิชา วิธีการเรยี นรกู้ ารส่งงานการ - Google ออนไลน์ เกี่ยวกับ 1. อธบิ ายความหมาย ทกั ษะภาษาไทยเพอื่ อาชีพ เข้าร่วมกจิ กรรมผา่ นทางสือ่ Classroom ภาษากบั ของภาษาได้ - ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั ออนไลน์ท่สี ะดวก เชน่ - YouTube 3 การสือ่ สาร 2. บอกความสาคญั - การวดั ผลและประเมนิ ผล Facebook, Zoom, Line, - ใบงาน ของภาษาเพือ่ การ YouTube - ใบความรู้ -ข้อสอบกอ่ น สือ่ สารได้ ห น่ ว ย ก า ร เรี ย น รู้ ที่ ๑ - แหลง่ เรยี นรนู้ อก เรยี น หลงั 3. เขียนแผนภูมแิ สดง ค ว า ม รู้ เ บ้ื อ ง ต้ น เก่ี ย ว กั บ -อธิบายเนือ้ หาวิชา ผา่ นสอื่ ห้องเรียน เชน่ เรียน องค์ประกอบของการ ภาษากบั การสื่อสาร ออนไลนท์ ี่สะดวก เชน่ ห้องสมดุ , -การสุ่มตอบ ส่ือสารได้ 1. ความหมายของภาษา Facebook, Zoom, Line, พพิ ิธภัณฑ์, เปน็ ตน้ คาถาม 4. บอกประเภทและ 2. ความสาคญั ของภาษา YouTube -การสง่ งาน ระดบั ของภาษาในการ เพ่อื การสอ่ื สาร -นกั เรียนศกึ ษาประกอบการ - หนงั สือเรยี นวชิ า -แบบฝกึ หัด ส่อื สารได้ 3. องค์ประกอบของการ สอนจากใบความรู้ ทกั ษะภาษาไทยเพอื่ ทา้ ยบท 5. ใช้ภาษาสอื่ สารได้ ส่ือสาร - ศกึ ษาจากใบงาน เร่ือง อาชีพ 30000-1101 เหมาะสม 4. ประเภทของภาษาเพือ่ ความรเู้ บอ้ื งต้นเกยี่ วกับ - Line Group 3 6. บอกและแกไ้ ข การส่อื สาร ภาษากับการส่อื สาร - Google 5. ระดบั ของภาษา Classroom ขอ้ บกพร่อง 6. ข้อควรระวังในการใช้ - YouTube ของการใช้ ภาษาเพ่อื การสอื่ สาร - ใบงาน ภาษาในการ - ใบความรู้ สอื่ สารได้ - แหล่งเรยี นร้นู อก หอ้ งเรียน เช่น ห้องสมดุ , พพิ ิธภัณฑ,์ เป็นต้น
หน่วยการ 1. อธิบายความหมาย ห น่ ว ย ก า ร เรี ย น รู้ ที่ 2 -อธบิ ายเนือ้ หาวิชา ผ่านสื่อ - หนังสอื เรยี นวชิ า -ข้อสอบกอ่ น เรียนรทู้ ี่ 2 ทกั ษะภาษาไทยเพือ่ เรียน หลงั การ และขนั้ ตอนในการ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ออนไลนท์ ส่ี ะดวก เชน่ อาชีพ 30000-1101 เรยี น วิเคราะห์ - Line Group -การสมุ่ ตอบ สังเคราะห์ วิเคราะห์ การ และประเมินคา่ สาร Facebook, Zoom, Line, - Google คาถาม และ Classroom -การสง่ งาน ประเมินค่า สังเคราะห์สารได้ YouTube - YouTube -แบบฝกึ หดั สาร 2. บอกหลกั การอ่าน 1. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ -นกั เรียนศกึ ษาประกอบการ - ใบงาน ท้ายบท ข่าว บทความ โฆษณา และประเมินค่าสาร - ใบความรู้ หนว่ ยการ จากสอ่ื ต่าง ๆ และ 2. หลักการอา่ นข่าว สอนจากใบความรู้ - แหล่งเรยี นรนู้ อก -ข้อสอบกอ่ น เรยี นรทู้ ่ี ๓ เรียน หลัง การพดู เพอื่ - ศกึ ษาจากใบงาน เรอ่ื ง ห้องเรยี น เช่น เรียน การส่ือสาร บทความโฆษณาจากสือ่ ตา่ ง การวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ห้องสมดุ , -การสุ่มตอบ ในงาน ข้นั ตอนในการ ๆ คาถาม อาชีพ พพิ ิธภัณฑ์, เปน็ ต้น -การสง่ งาน วเิ คราะหส์ ารได้ และประเมนิ คา่ สาร -แบบฝกึ หดั หน่วยการ 3. บอกประเภทของ 3. ขั้นตอนในการวิเคราะห์ - หนังสอื เรยี นวชิ า ทา้ ยบท เรยี นรทู้ ่ี ๔ สารในชีวิตประจาวนั สาร ทักษะภาษาไทยเพอื่ 3 การเขียน 4. ประเภทของสารใน อาชีพ 30000-1101 -ข้อสอบกอ่ น 9 บันทกึ และงานอาชพี - Line Group เรยี น หลงั 9 ชีวิตประจาวันและงานอาชีพ - Google เรยี น 4. อธิบายจดุ มงุ่ หมาย 5. จุดมุ่งหมายในการรบั สาร Classroom -การสุ่มตอบ และหลักการรบั สาร จากสื่อตา่ ง ๆ - YouTube คาถาม จากสือ่ ต่าง ๆ ได้ 6. หลักการรับสารจากสอื่ - ใบงาน -การสง่ งาน 5. บอกประเภทของ ต่าง ๆ - ใบความรู้ -แบบฝกึ หดั สอื่ ได้ 7. ประเภทของส่อื - แหล่งเรยี นรู้นอก ทา้ ยบท 6. วเิ คราะห์ 8. การประเมนิ ค่าสาร สงั เคราะห์ และ หอ้ งเรียน เช่น หอ้ งสมดุ , ประเมนิ คา่ สารได้ พิพิธภัณฑ์, เป็นตน้ 1. อธิบายความหมาย ห น่ ว ย ก า ร เรี ย น รู้ ท่ี ๓ -อธิบายเนื้อหาวิชา ผา่ นส่ือ ความสาคญั และ การพูดเพื่อการส่ือสารใน ออนไลน์ท่สี ะดวก เช่น - หนงั สอื เรยี นวชิ า ความม่งุ หมายในการ งานอาชพี Facebook, Zoom, Line, ทกั ษะภาษาไทยเพ่ือ พดู ได้ 1. ความหมายและ YouTube อาชีพ 30000-1101 2. บอกองคป์ ระกอบ ความสาคญั ของการพูดได้ -นกั เรยี นศกึ ษาประกอบการ - Line Group ของการพดู ได้ 2 . ค ว า ม มุ่ งห ม า ย แ ล ะ สอนจากใบความรู้ - Google Classroom 3. พดู ประเภทต่าง ๆ องคป์ ระกอบของการพูด - ศึกษาจากใบงาน เรื่อง - YouTube ในงานอาชีพได้ 3. การพดู ประเภทต่าง ๆ ใน การพูดเพอื่ การส่อื สารใน - ใบงาน งานอาชพี งานอาชพี - ใบความรู้ - แหลง่ เรยี นรูน้ อก 1. อธิบายความหมาย หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ การ -อธิบายเนือ้ หาวิชา ผ่านสอ่ื หอ้ งเรียน เชน่ ของการเขยี นบนั ทกึ ได้ เขียนบนั ทึก ออนไลนท์ ่ีสะดวก เชน่ หอ้ งสมดุ , 2. บอกหลักและ 1. ความหมายของการเขียน Facebook, Zoom, Line, พพิ ธิ ภัณฑ,์ เปน็ ตน้ วธิ กี ารเขยี นบันทกึ บันทึก YouTube ทว่ั ไปได้ 2. หลกั การเขยี นบันทกึ และ -นักเรียนศึกษาประกอบการ 3. บอกรปู แบบการ วิธีการเขยี นบันทกึ สอนจากใบความรู้ เขยี นบันทึกได้ 3. รูปแบบของการเขยี น - ศกึ ษาจากใบงาน เรอ่ื ง 4. เขยี นบันทกึ ท่วั ไป บันทกึ การเขียนบันทึก ตามกาหนดได้ 4. สว่ นประกอบของการ เขียนบนั ทึก
หนว่ ยการ 1. บอกความหมาย หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๔ การ -อธิบายเนอ้ื หาวิชา ผ่านส่ือ - หนังสอื เรยี นวิชา -ข้อสอบกอ่ น 9 เรยี นรู้ที่ 5 ของการเขยี นรายงาน เขยี นรายงานเพื่อการ ออนไลนท์ ่ีสะดวก เช่น ทักษะภาษาไทยเพื่อ เรียน หลงั 3 การเขยี น ได้ ปฏบิ ตั งิ านเชิงวชิ าชีพ Facebook, Zoom, Line, อาชพี 30000-1101 เรียน 3 รายงานเพอื่ 2. อธิบายความสาคญั 1. ความหมายของการเขยี น YouTube - Line Group -การสมุ่ ตอบ การ ของการเขยี นรายงาน รายงาน -นกั เรียนศึกษาประกอบการ - Google คาถาม ปฏิบตั งิ าน ได้ 2. ความสาคัญของรายงาน สอนจากใบความรู้ Classroom -การสง่ งาน เชงิ วิชาชพี 3. บอกประเภทของ 3. ประเภทของรายงาน - ศึกษาจากใบงาน เร่ือง - YouTube -แบบฝึกหัด รายงาน และอธบิ าย การเขียนรายงานเพื่อการ - ใบงาน ทา้ ยบท ขนั้ ตอนการเขยี น ปฏบิ ตั งิ านเชงิ วิชาชีพ - ใบความรู้ รายงานแตล่ ะประเภท - แหลง่ เรยี นรนู้ อก ได้ ห้องเรยี น เชน่ หอ้ งสมดุ , พิพธิ ภณั ฑ์, เป็นต้น สอบกลางภาค หนว่ ยการ 1. บอกส่วนประกอบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การ -อธิบายเน้ือหาวชิ า ผา่ นส่อื - หนงั สือเรยี นวิชา -ข้อสอบกอ่ น เรียนร้ทู ี่ 6 ของจดหมายสมคั ร การเขียน งานได้ เขียนจดหมายสมัครงาน ออนไลนท์ สี่ ะดวก เช่น ทักษะภาษาไทยเพ่ือ เรียน หลงั จดหมาย 2. อธบิ ายหลกั การ สมคั รงาน เขยี นจดหมายสมคั ร 1. สว่ นประกอบของ Facebook, Zoom, Line, อาชีพ 30000-1101 เรยี น งานได้ 3. บอกประเภทและ จดหมายสมคั รงาน YouTube - Line Group -การสุ่มตอบ วิธีการเขยี นจดหมาย สมคั รงานได้ 2. หลักการเขยี นจดหมาย -นกั เรียนศกึ ษาประกอบการ - Google คาถาม 4. เขยี นจดหมาย สมัครงาน สอนจากใบความรู้ Classroom -การส่งงาน สมคั รงานในรปู แบบ ต่าง ๆ ได้ 3. ประเภทของจดหมาย - ศึกษาจากใบงาน เรือ่ ง - YouTube -แบบฝกึ หดั สมัครงาน การเขยี นจดหมายสมัครงาน - ใบงาน ทา้ ยบท 4. กลวธิ ีการเขียนจดหมาย - ใบความรู้ สมัครงาน - แหลง่ เรยี นรนู้ อก หอ้ งเรียน เช่น หอ้ งสมดุ , พพิ ธิ ภณั ฑ,์ เป็นตน้ หนว่ ยการ 1. บอกความหมาย หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ การ -อธบิ ายเนือ้ หาวชิ า ผ่านสือ่ - หนงั สอื เรยี นวชิ า -ขอ้ สอบกอ่ น เรียนรทู้ ี่ ๗ ของการกรอก กรอกแบบฟอร์มเอกสาร ออนไลนท์ สี่ ะดวก เช่น ทักษะภาษาไทยเพอ่ื เรยี น หลัง การกรอก แบบฟอรม์ ได้ เพ่ือกจิ ธุระ Facebook, Zoom, Line, อาชีพ 30000-1101 เรยี น แบบฟอรม์ 2. อธิบายคณุ สมบตั ิ 1. ความหมายของกรอก YouTube - Line Group -การสมุ่ ตอบ เอกสารเพือ่ ของผกู้ รอกแบบฟอรม์ แบบฟอร์ม -นักเรยี นศึกษาประกอบการ - Google คาถาม กจิ ธุระ ได้ 2. คุณ สมบัติของผู้กรอก สอนจากใบความรู้ Classroom -การส่งงาน 3. บอกขอ้ ควรปฏบิ ตั ิ แบบฟอร์ม - ศกึ ษาจากใบงาน เรื่อง - YouTube -แบบฝกึ หดั ในการกรอก 3. ข้อควรป ฏิบั ติในการ กรอกแบบฟอรม์ เรอ่ื ง การ - ใบงาน ท้ายบท แบบฟอร์มได้ กรอกแบบฟอรม์ กรอกแบบฟอรม์ เอกสารเพ่ือ - ใบความรู้ 4. เขียนองค์ประกอบ 4. องค์ประกอบสาคัญใน กิจธรุ ะ - แหล่งเรยี นรู้นอก สาคัญในการกรอก การกรอกแบบฟอร์มทั่วไป แบบฟอรม์ ได้ 5. ประเภทของแบบฟอรม์ หอ้ งเรียน เช่น 5. บอกประเภทของ หอ้ งสมดุ , แบบฟอรม์ ได้ 6. กรอกแบบฟอรม์ พพิ ธิ ภัณฑ,์ เปน็ ต้น เอกสารเพ่อื กิจธรุ ะได้
หนว่ ยการ 1. อธบิ ายความหมาย หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๘ การ -อธิบายเน้อื หาวิชา ผ่านสื่อ - หนงั สือเรยี นวชิ า -ขอ้ สอบกอ่ น เรยี นรูท้ ี่ ๘ ของการเขยี นโฆษณา เขียนโฆษณาและ การเขียน และประชาสัมพนั ธ์ได้ ประชาสัมพันธ์ ออนไลนท์ ส่ี ะดวก เชน่ ทกั ษะภาษาไทยเพ่ือ เรียน หลงั โฆษณาและ 2. บอกความสาคญั 1. การเขยี นโฆษณา ประชาสัมพั และวัตถุประสงคข์ อง 2. การเขยี นประชาสมั พันธ์ Facebook, Zoom, Line, อาชพี 30000-1101 เรียน นธ์ การโฆษณาและ ได้ 3. เครอ่ื งมือสื่อสารทใี่ ช้ใน YouTube - Line Group -การสุ่มตอบ ประชาสมั พนั ธ์ได้ การโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์ 3. บอกองคป์ ระกอบ -นกั เรียนศึกษาประกอบการ - Google คาถาม ของข้อความโฆษณา และประชาสมั พนั ธไ์ ด้ สอนจากใบความรู้ Classroom -การสง่ งาน 4. ใช้ภาษาในการ โฆษณาและ - ศึกษาจากใบงาน เรอ่ื ง - YouTube -แบบฝึกหัด ประชาสัมพนั ธไ์ ด้ เหมาะสม การเขียนโฆษณาและ - ใบงาน ท้ายบท 3 5. อธบิ ายหลกั การ 6 เขยี นโฆษณาและ ประชาสมั พันธ์ - ใบความรู้ ประชาสัมพันธไ์ ด้ - แหลง่ เรยี นรนู้ อก ห้องเรียน เชน่ ห้องสมดุ , พิพิธภัณฑ์, เป็นตน้ หนว่ ยการ 1. อธบิ ายคณุ ธรรม หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๙ -อธิบายเนอ้ื หาวิชา ผ่านสอ่ื - หนงั สอื เรยี นวิชา -ข้อสอบก่อน เรียนร้ทู ี่ ๙ จรยิ ธรรมในการพดู คุณธรรม จริยธรรมในการ ออนไลนท์ ่สี ะดวก เช่น ทกั ษะภาษาไทยเพ่อื เรยี น หลงั คณุ ธรรม สื่อสารได้ สอื่ สาร Facebook, Zoom, Line, อาชีพ 30000-1101 เรยี น จรยิ ธรรมใน 2. อธิบายคณุ ธรรม 1. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมกบั YouTube - Line Group -การสมุ่ ตอบ การส่อื สาร จรยิ ธรรมในการเขยี น การสือ่ สาร -นักเรียนศึกษาประกอบการ - Google คาถาม ส่ือสารได้ 2. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมใน สอนจากใบความรู้ Classroom -การสง่ งาน 3. ใชภ้ าษาเพือ่ ส่อื สาร การพูดเพ่ือการสื่อสาร - ศึกษาจากใบงาน เรอื่ ง - YouTube -แบบฝกึ หัด อยา่ งมีคณุ ธรรม 3. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมใน คุณธรรม จรยิ ธรรมในการ - ใบงาน ท้ายบท จริยธรรมได้ การเขียนเพอื่ การส่ือสาร สือ่ สาร - ใบความรู้ 4. การใชภ้ าษาเพือ่ การ - แหล่งเรยี นรูน้ อก สอื่ สารอย่างมคี ณุ ธรรม หอ้ งเรียน เชน่ จริยธรรม ห้องสมดุ , พพิ ธิ ภัณฑ์, เปน็ ตน้ สอบปลายภาค ลงชอื่ ( นายอลงกรณ์ สุภาใจ ) ครผู ้สู อนกลุ่มวชิ าภาษาไทย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 หน่วยท1ี่ ช่อื วิชา ทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี รหัส 30000–1101 เวลาเรยี นรวม 54 ชว่ั โมง ( 3-0-3 ) สอนคร้ังที่ 1 (๑–3) ชอื่ หนว่ ย ความรเู้ บอ้ื งต้นเก่ยี วกบั ภาษากับการสื่อสาร จานวน 3 ชั่วโมง ชื่อเรอ่ื ง ความรเู้ บอ้ื งต้นเก่ียวกับภาษากบั การสอ่ื สาร สาระสาคญั ในสังคมปัจจุบันมีอาชีพหลายประเภทที่ผู้ประกอบอาชีพต้องอาศัยภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการ ตดิ ต่อสื่อสาร เช่น อาชีพครู นักธุรกิจ แพทย์ พยาบาล ทนายความ ทหาร ตารวจ ฯลฯ หากต้องมีการติดต่อเกี่ยวขอ้ ง กับผู้อ่ืนแล้วก็ต้องใช้ภาษาไทยในการส่ือความหมายอยู่ตลอดเวลา ภาษาจึงเป็นเคร่ืองมืออานวยความสะดวกในการ ตดิ ต่อสอื่ สาร สมรรถนะรายวิชา ส่อื สารด้วยทกั ษะการใช้ภาษาไทยอยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ บคุ คล และสถานการณ์ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความหมายของภาษาได้(K) 2. บอกความสาคัญของภาษาเพอื่ สือ่ สารได(้ K) 3. บอกประเภทและระดับของภาษาในการส่ือสารได้(K) 4. เขียนแผนภมู ิแสดงองคป์ ระกอบของการส่อื สารได(้ P) 5. บอกและแก้ไขข้อบกพร่องของการใชภ้ าษาในการส่อื สารได้ (P) 6. ใชภ้ าษาสอ่ื สารไดเ้ หมาะสม(P) 7. มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของผูส้ าเรจ็ การศึกษา สานักงาน คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง(A) 7.1 ความมีมนุษยสัมพนั ธ์ 7.6 การละเว้นส่งิ เสพตดิ และการพนนั 7.2 ความมีวินยั 7.7 ความรักสามัคคี 7.3 ความรับผดิ ชอบ 7.8 ความกตญั ญูกตเวที 7.4 ความซื่อสัตยส์ ุจรติ 7.5 ความเชอื่ ม่ันในตนเอง เนอ้ื หาสาระ 1. ความหมายของภาษา 2. ความสาคัญของภาษาเพ่ือการสื่อสาร 3. องคป์ ระกอบของการสอ่ื สาร 4. ประเภทของภาษาเพอื่ การสอื่ สาร 5. ระดับของภาษา 6. ขอ้ ควรระวงั ในการใชภ้ าษาเพอื่ การสอ่ื สาร
กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันนาเขา้ ส่บู ทเรียน 1. ผู้เรียนรับฟังจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา คาอธิบายรายวิชา ตามหลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพ พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แนวทางวัดผลและการประเมินผลการ เรียนรู้ พร้อมทัง้ ซักถามและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับการเรียนวิชาภาษาไทยเพอื่ สื่อสารในงานอาชพี 2. ครูกลา่ วถงึ การท่ีจะใช้ภาษาให้เกิดประสิทธิผลนั้น ผู้ใช้ภาษาจะตอ้ งได้รับการฝึกฝนตามสมควร ตามปกติ นั้นการสอนภาษาใดๆ ก็จะตอ้ งสอนการใชภ้ าษา หลักภาษา วรรณคดี และวัฒนธรรมในดา้ นการใช้ภาษานั้นประกอบ ไปด้วยทักษะท้ัง 4 ด้านคอื การฟัง การพูด การอ่าน และการเขยี น 3. ครูกล่าวถึงคาว่า ภาษา มาจากคาว่า “ภาษ” แปลว่า พูด บอก กล่าว ตามความหมายของภาษาใน พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (๒๕๕๔ : ๘๖๘) ไดใ้ ห้ความหมายของคาว่า “ภาษา” ไวว้ า่ ภาษา น. เสียงหรือกริ ิยาอาการซ่งึ ทาความเขา้ ใจซ่งึ กันและกันได้ คาพดู , ถอ้ ยคาท่ใี ช้พดู จากนั 4. ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการใช้ภาษาไทยเพื่อส่ือสารในงานอาชีพตามรูปภาพท่ีครูผู้สอนนามา ประกอบการเรยี นการสอน เพอ่ื เช่ือมโยงเข้าสกู่ ารเรียนรูใ้ นเนื้อหาสาระตอ่ ไป ข้นั สอน 5. ครูผู้สอนอธิบายความหมายและความสาคัญของภาษาเพ่ือส่ือสาร พร้อมยกตัวอย่างการสื่อสารโดยใช้ ภาษาไทย เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ บุคคลและโอกาส 6. ครบู อกองคป์ ระกอบของการสอ่ื สาร ประกอบด้วย 6.1 ผู้ส่งสาร คือ ผทู้ ีท่ าหนา้ ทีส่ ง่ เรื่องราวต่างๆ ผา่ นสื่อไปยงั ผรู้ บั สาร 6.2 สาร คือ สาระหรอื เรอ่ื งราวต่างๆ ท่ตี อ้ งการสอ่ื 6.3 ผู้รบั สาร คอื บคุ คลเป้าหมายทที่ าหนา้ ที่รับสาร 6.4 ส่ือ คือช่องทางท่ีนาสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ซ่ึงมีท้ัง สื่อมวลชน เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนงั สอื พิมพ์ และส่อื เทคโนโลยีหรือระบบโทรคมนาคม เชน่ โทรศัพท์ โทรสาร การสื่อสารผา่ นดาวเทยี ม เป็น ตน้ 6.5 ปฏกิ ริ ิยาตอบกลบั คอื การแสดงอาการรบั รู้ เห็นดว้ ยไม่เห็นดว้ ย ต่อตา้ น แสดงปฏกิ ริ ิยาตอบโต้ 6.6 สภาพแวดล้อมทางสงั คม 7.ครแู สดงแผนภมู อิ งคป์ ระกอบของการสอ่ื สารของมนุษย์ เพ่ือสอ่ื ใหผ้ ู้เรียนเข้าใจได้ง่ายย่งิ ข้นึ
8. ครูและผู้เรียนบอกประเภทของภาษาเพื่อสื่อสาร โดยการแบ่งประเภทของภาษาในการส่ือสารตามวิธี แสดงออก สามารถแบ่งภาษาออกเปน็ ๒ ประเภท คือ 8.1 วัจนภาษา (Verbal Language) หมายถึง ภาษาที่ใช้ตัวอักษรเป็นสัญลักษณ์ หรือภาษาพูดที่ ออกเสียงเป็นถ้อยคาหรือเป็นประโยคที่มีความหมายเข้าใจได้ เช่น คาพูดคาสนทนาที่เราใช้อยู่โดยท่ัวไป วัจนภาษา หรอื ภาษาถ้อยคาเปน็ ภาษาทมี่ นุษยส์ ร้างข้ึนอยา่ งมีระบบ มีหลกั เกณฑ์ทางภาษาหรอื ไวยากรณ์ 8.2 อวัจนภาษา (Non-verbal Language) หมายถงึ ภาษาทีใ่ ช้ทา่ ทาง หรือ ภาษาท่ีไมอ่ อกเสียง เป็นถ้อยคา แต่มีลักษณะในภาษาที่แฝงอยู่ในถ้อยคานั้น เช่น น้าเสียง การเน้นเสียง จังหวะของการพูดและการหยุด พูด และหมายถึง กิรยิ าท่าทาง การเคลอ่ื นไหว การใชส้ ีหน้าหรือสายตา และยงั รวมไปถงึ สื่ออ่นื ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องใน การแปลความหมายของมนษุ ย์ 9 .ครอู ธิบาย และใหผ้ เู้ รียนยกตัวอยา่ งระดบั ของภาษา โดยการแบ่งระดับของการใชภ้ าษาเพ่ือสื่อสาร แบ่งได้ เปน็ ๓ ระดบั ดงั นี้ 9.1. ภาษาระดับทางการ เป็นภาษาท่ีมีลักษณะเป็นแบบแผนและมีมาตรฐานในการใช้ ได้แก่ ภาษา ราชาการ ภาษาทางการศึกษา ราชาศพั ท์ คาสภุ าพ เปน็ ต้น 9.2 ภาษาระดับกึง่ ทางการ เป็นภาษาทใ่ี ช้อยา่ งไม่เปน็ แบบแผนหรอื ไมเ่ ป็นพิธรี ีตอง ได้แก่ คาทใ่ี ช้ใน ภาษาโฆษณา คาท่ใี ชใ้ นภาษาส่ือมวลชน คาเฉพาะกลุ่ม เป็นต้น 9.3 ภาษาระดับไม่เป็นทางการ เป็นภาษาท่ีไม่ได้มาตรฐาน ไม่คานงึ ถึงความถกู ต้องเหมาะสม ได้แก่ v คาตลาดหรือภาษาปาก เช่น ผัว เมยี รถมอไซค์ กินขา้ ว ในหลวง v คาภาษาถ่นิ เชน่ ม่วนซนื่ แซบอหี ลี หัน(หมุน) กระแปง๋ v คาสแลงหรือคาคะนอง เชน่ เร่ิด กกิ๊ ฟินลัล้ ลา วืด มโน เงิบมวา๊ ก v คาหยาบหรอื คาตา่ ไดแ้ ก่ คาด่า คาสบถ คาหยาบคาย v คาโบราณท่ีปจั จบุ ันเลิกใช้แล้ว เช่น เผอื เขอื ศีรษะแหวน 10. ครแู ละผเู้ รียนบอกขอ้ ควรระวังในการใชภ้ าษาเพอื่ การสอ่ื สารในปัจจุบนั 11. ครูและผเู้ รียนยกตัวอยา่ งประกอบขอ้ ควรระวังในการใชภ้ าษาเพื่อการสอ่ื สาร ดังน้ี 11.1 ใชค้ าใหถ้ กู ต้องตามความหมาย และยกตวั อย่างการใช้คาผดิ ความหมาย ดังน้ี 11.2 การใช้ศพั ท์สานวนใหเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะหรอื โอกาส ตวั อย่างได้แก่ 11.3 การใช้ศัพทส์ านวนใหเ้ หมาะสมกบั ระดบั ฐานะบุคคล ตัวอยา่ งเชน่ ประธานนักศึกษากาลังหมา่ ข้าวอยู่ในห้องกิจกรรม ตัวแทนผู้ปกครองก็โซ้ยอยู่หลังห้องประชุม (หม่า แปลว่า กิน ควรใช้กับเด็กเล็ก โซ้ย แปลว่า กนิ เปน็ คาสแลงใชก้ ันในกลุ่มวยั รุ่น ทั้งสองประโยคควรใช้คาว่า รบั ประทาน จะเหมาะสมที่สดุ ) 11.4 การใช้คาสานวนภาษาต่างประเทศโดยไม่จาเป็น เช่น ตัวอย่างการใช้คาสานวนภาษาอังกฤษ ปะปนอยู่ในประโยคภาษาไทย 11.5 การใช้คาศัพท์สแลง การใช้คาศัพท์สแลงทาใหก้ ารสื่อความหมายไม่ชัดเจน เพราะคาสแลงจะ มีความหมายแฝง ไม่ตรงตามตวั อกั ษร ต้องอาศยั บรบิ ทในการตีความ ตัวอยา่ งศพั ทแ์ สลงได้แก่ 11.6 การใช้คาต่างระดับ การใช้คาต่างระดับทาใหภ้ าษาไม่ชัดเจน ไม่สละสลวยและบางกรณียงั ทา ใหเ้ กิดความหมายขัดแยง้ กนั ในประโยค ตัวอย่างเชน่ + ผู้ชายใจงา่ ยกว่าสตรี (ควรใชค้ าวา่ ผู้หญิง)
+ สภุ าพสตรดี เู ข้มแข็งไมแ่ พ้ผูช้ าย (ควรใช้คาวา่ สุภาพบรุ ษุ ) + จังหวัดกาญจนบุรมี ีสถานท่ีให้เทย่ี วให้ชมหลายแห่ง ล้วนแล้วแต่น่าศึกษา นา่ ทัศนา (ควรใช้คาวา่ น่าดู ใหเ้ ป็นภาษาระดับเดยี วกับคาว่า ชม) + เด็กค่อยๆ ว่ิงถลาไปหาแม่ (ควรใช้คาว่า วิ่งถลา เพราะคาว่าค่อยๆ แสดงความหมายว่า ช้า แตค่ าวา่ ถลา แสดงวา่ เรว็ ) 11.7 การใชค้ าฟุ่มเฟือยหรือซา้ ซาก ผู้ใช้ภาษาในการส่ือสารควรหลกี เลี่ยงการใชค้ าฟุ่มเฟอื ยหรอื ซ้า ซากโดยไม่จาเป็น ตัวอย่างเช่น พายุคร่าชีวิตชาวประมงตาย ควรใช้คาว่าพายุคร่าชีวิตชาวประมง ซึ่งความหมาย ชัดเจนอยู่แล้วว่าชาวประมงตาย ฉะน้ันไม่ควรมีส่วนขยาย ตาย ซ้าซ้อนกันอีก หรือท่ีผานกแอ่ น บนภูกระดึง ฉัน ประสบพบเห็นความสวยงามของพระอาทิตย์ยามเช้าควรใช้คาวา่ ประสบ พบ หรือ เห็น เพียงคาใดคาหน่ึงน้ันเพราะ ทง้ั สามคามคี วามหมายเดียวกันทงั้ สิ้น 11.8 การเว้นวรรคตอนท่ถี กู ต้อง ในการสอื่ สารไมว่ ่าจะเปน็ การพูดหรือการเขียนก็ตาม ผู้ส่งสารควร เอาใจใสก่ บั การเวน้ วรรคตอนให้มาก เพราะถ้าเวน้ วรรคผิด ความหมายกจ็ ะผดิ ไปด้วย เช่น 11.9 การวางคาขยายใหถ้ ูกทกี่ ารวางคาขยายให้ถูกท่ี จะชว่ ยใหเ้ ปน็ ประโยคมคี วามชดั เจน สือ่ ความหมายไดถ้ ูกต้องและรวดเร็ว ไดแ้ ก่ 11.10 การใช้ประโยคทีก่ ะทดั รดั ชัดเจน ผู้ใชภ้ าษาในการสอ่ื สารควรหลกี เลย่ี งประโยคยาวๆ โดยไม่ จาเป็น ตัวอยา่ งเชน่ 11.11 การใชป้ ระโยคทส่ี ละสลวย ในการสื่อสารถา้ ผสู้ ่งสารรจู้ กั เลอื กเฟ้นถอ้ ยคากจ็ ะทาใหผ้ รู้ ับ สารเข้าใจและเกดิ จนิ ตภาพตามขอ้ ความน้นั ๆ ได้ การผกู ประโยคที่สละสลวยอาจตอ้ งใชว้ ิธีขัดความหรือขนานความมา ชว่ ยการขัดความ คอื การยกข้อความสองข้อความขน้ึ เทยี บกัน โดยใหม้ ใี จความถ่วงกัน คอื มีชั่งน้าหนักของข้อความทง้ั สองขา้ งเทา่ ๆ กัน เชน่ 11.12 การใชค้ ากากวม ถา้ ผ้สู ่งสารใช้คากากวมจะทาใหผ้ ู้รับสารเข้าใจไม่ตรงกนั เพราะผู้รบั สาร สามารถตคี วามได้หลายแงห่ ลายมมุ 12.ครเู ปิดดวี ีทัศน์ประกอบการสอนเรื่องการใชภ้ าษาไทยเพื่อส่ือสารในงานอาชพี 13.ครูผู้สอนเน้นให้ผูเ้ รียนได้ใหค้ วามสาคญั ในการใช้ภาษาไทยเพื่อส่ือสารในงานอาชีพมาใช้ให้เกดิ ประโยชน์ ยิ่งขึ้นโดยนา รูปภาพประกอบ และฉายวิดีทัศน์เก่ียวกับ“เศรษฐกิจพอเพียง” และยึดหลัก “ทางสายกลาง” ที่ต้อง ประชาชนชาวไทยกาลงั ปลูกฝังให้เกดิ กบั ชนทุกช้นั ในปจั จบุ นั มาใชใ้ หเ้ กิดประสทิ ธิภาพกบั การดารงชวี ิตอย่างท่ัวถงึ
เศรษฐกิจพอเพยี ง (Sufficiency Economy) เปน็ ปรัชญาทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ทรงมีพระ ราชดารสั ชี้แนะแนวทางการดาเนนิ ชวี ติ แก่พสกนกิ รชาวไทยมาโดยตลอด ไดท้ รงเน้นยา้ แนวทางการแก้ไขเพ่อื ใหร้ อด พน้ และดารงอยไู่ ดอ้ ยา่ งมั่นคงและยัง่ ยนื ภายใต้กระแสแหง่ ความเปลย่ี นแปลงตา่ งๆซึง่ สามารถสรุปไดด้ งั นี้ 1) ความพอเพียง คอื รจู้ ักพอประมาณ พออยู่ พอมี พอกิน พอใช้ ประหยัดและไมเ่ บยี ดเบยี นผ้อู ่ืน 2) ความมีเหตุผล คือ ตัดสินใจกระทาสิง่ ตา่ งๆ เพอื่ ให้เกิดความพอเพียงต้องใช้เหตผุ ล และพิจารณา ดว้ ยความรอบคอบ 3) การมีภูมิคุ้มกันที่ดี คือ เตรียมใจให้พร้อมรับผลกระทบและความเปล่ียนแปลงท่ีจะเกิดข้ึนใน อนาคต คือ ทาให้เข้มแข็ง เข้มแข็งทางการเงิน ก็คือครอบครัวต้องมีเงินออม ไม่ใช่มีหน้ี ถ้ามีหน้ีก็คือ เป็นเรื่องของ ความอ่อนแอ แต่ถ้ามีเงินออมมากก็เป็นเรื่องของความเขม้ แข็ง โดยมีเงื่อนไขสาคัญคือเรื่องคุณธรรม เพราะการที่โกง เอาเงินไปใช้แล้วก็ประสบความสุข ความร่ารวยซ่ึงผิดกับหลักการดังกล่าว เพราะผิดเง่ือนไข คือ เร่ืองคุณธรรม โรงเรยี นไหนจะเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ จะต้องสร้างคุณธรรมในโรงเรียนกอ่ น ตั้งแต่ผู้บริหาร ครู นักเรียน และบคุ ลากรทกุ คนตอ้ งมคี ณุ ธรรม 4) การมคี วามรู้ คอื นาความรู้มาใช้ในการวางแผนและดาเนินชวี ติ 5) การมีคุณธรรม คือ มคี วามซอื่ สัตยส์ จุ ริต สามัคคี และชว่ ยเหลอื ซึง่ กนั และกัน 14. หลังจากทีด่ ูวิดีทัศน์เรียบรอ้ ยแลว้ ครผู ูส้ อนใหผ้ ู้เรียนสรปุ ใจความสาคัญและร่วมกันแสดงความคิดเห็นใน การทาบัญชีครัวเรือน ซึ่งเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเรียนรู้ การศึกษา การฝึกตน เพ่ือให้เกิดการปฏิบัติพัฒนา ความรู้ ความคิด และการปฏิบัติที่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความเจริญในด้านอาชีพหรือเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซ่ึง การทาบัญชีครัวเรือนเปน็ เรื่องการบันทึกรายรับรายจ่ายประจาวนั /เดือน/ปี วา่ มีรายรับรายจ่ายจากอะไรบ้าง จานวน เท่าใด รายการใดจ่ายน้อยจ่ายมาก จาเป็นน้อยจาเป็นมาก กอ็ าจลดลงหรือเพ่ิมขึ้นตามความจาเป็น ถ้าทุกคนคิดได้ก็ แสดงว่าเป็นคนรู้จักพัฒนาตนเอง มีเหตุมีผล รู้จักพอประมาณ รกั ตนเอง รกั ครอบครัว รักชุมชน และรกั ประเทศชาติ มากขึน้ จงึ เหน็ ได้วา่ การทาบญั ชีครัวเรือน คือวถิ แี ห่งการเรียนรู้เพื่อพฒั นาชีวติ ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง บัญชีครัวเรือน ไม่ได้หมายถึงการทาบัญชีหรือบันทึกรายรับรายจ่ายประจาวันเท่าน้ัน แต่อาจหมายถึงการ บันทกึ ขอ้ มลู ดา้ นอื่นๆ ในชีวติ ในครอบครวั เชน่ บัญชที รพั ยส์ นิ พันธ์ุพชื ในครอบครวั หรอื ชุมชน บัญชีความรคู้ วามคดิ ของแต่ละบคุ คล บัญชีผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ/ผรู้ ู้ในชมุ ชน บญั ชีภมู ปิ ัญญาต่างๆ เป็นตน้ สง่ิ หรอื เรื่องราวต่างๆ ในชีวติ ของทุกคน สามารถจดบันทึกได้ทุกเรื่อง หากทุกคนทาได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะทุกคนจะเป็นคนเรียนรู้/ครอบครัว เรียนรู้/ชุมชนเรยี นรู้และประเทศเรียนรู้ การเรียนรูเ้ ป็นที่มาของปัญญา ปัญญาเป็นที่มาของความเจรญิ ทั้งกาย สังคม ใจ และจิตวิญญาณของมนษุ ย์
ใบงานท่ี ๑ การบันทึกรายรับ-รายจา่ ย ในครัวเรอื น คาชี้แจง : ให้นักเรียนบันทึกรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือนของตนเองในภาคเรียนน้ีตามแบบฟอร์มที่ กาหนดให้ สมดุ บนั ทึก รายรบั -รายจา่ ย ในครวั เรอื น ของนาย/นาง/นางสาว....................................................... ประจาภาคเรยี นท่ี.../........ระหวา่ งเดอื น..................ถงึ เดอื น................พ.ศ ........... วนั รายการ รายรบั รายจ่าย คงเหลือ เดอื น ปี หมายเหตุ : ถ้าไม่พอใหใ้ ชก้ ระดาษ A4 สรา้ งแบบฟอร์มเพิม่ เติมได้
15. ให้ผู้เรียนปฏิบตั ิกิจกรรม โดยพิจารณาขอ้ บกพร่องในการใช้ภาษา บอกข้อบกพร่อง และแก้ไขให้ถูกต้อง ดงั น้ี 1) ปจั จุบนั น้ภี าษาไทยมคี วามเส่อื มขน้ึ มาก 2) สตรกี ม็ ที ่าทางเขม้ แขง็ และเปน็ นกั ต่อสู้ทางการเมอื งไมแ่ พ้ผชู้ าย 3) อาหารในร้านน้ี นา่ ทานทงั้ นนั้ 4) ผมหวังวา่ อาจารยจ์ ะกรณุ าส่งหนงั สอื มาให้ผม และหวังว่าจะไมเ่ บีย้ ว 5) คณุ ลุงจะต้องเดนิ ทางไปราชการยงั โคราช 6) หากคนรุ่นก่อนไม่พยายามรักษาวัตถุสถานน้นั ไว้แล้ว พวกเราก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นหรือได้ศึกษา มนั เลย 7) ทีห่ นา้ ผาแห่งนคี้ ลาคล่าเตม็ ไปดว้ ยผคู้ นท่ีพากนั ไปนงั่ เฝา้ ชมพระอาทิตยข์ ึ้น 8) เขาไปทาบญุ แลว้ มิหนาซา้ ยงั ฟงั เทศนด์ ว้ ย 9) พอหวั ถงึ หมอน ขา้ พเจ้ากน็ อนหลับปางตายทเี ดียว 10) ฉนั มองออกไปยงั ทอ้ งท่งุ อันกวา้ งใหญ่ มีถนนโรยกรวดแคบๆ 16.แบ่งกลุ่มผู้เรียนตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มเลือกใช้อวัจนภาษามาแสดงหน้าชั้นเรียนโดยให้เพื่อนๆ กล่มุ อนื่ ตีความว่าอวัจนภาษาที่แสดงนน้ั มคี วามหมายอย่างไร ข้นั สรปุ และการประยกุ ต์ 17. ครูและผู้เรียนสรุปสาระสาคัญการใช้ภาษาไทยเพื่อส่ือสารในงานอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้ภาษา จาเปน็ ต้องเลอื กใชป้ ระเภทของภาษา ระดบั ภาษา การใชค้ าและสานวนภาษาให้ถกู ต้อง/เหมาะสมกับสถานการณ์และ โอกาสที่ใช้ 18. ผู้เรียนนาบทความเร่ืองเศรษฐกิจพอเพียงมาสรุปใจความสาคัญและสามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน ชีวติ ประจาวันทีจ่ าเปน็ โดยทวั่ ไป ซ่งึ ทกุ คนจะพบเห็นเสมอจากการดาเนนิ ชีวิต 19. ผู้เรียนสรุปการใช้ภาษาไทยเพ่ือส่ือสารในงานอาชีพ และการดูสื่อเป็นกระบวนการรับสารซ่ึงต้องใช้ ปัญญาและเหตุผลในการพิจารณาสารอย่างละเอยี ดรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยคุ ปัจจบุ ันซงึ่ ส่ือต่าง ๆ มีบทบาท สาคัญต่อการดาเนินชีวิต ทั้งให้ความรแู้ ละเพิ่มความคิด เพลิดเพลินจิต และสร้างความจรรโลงใจ เสรมิ สร้างโลกทัศน์ ให้กว้างไกลและใชพ้ ัฒนาตนเองและสงั คม ซ่งึ จะทาให้เราสามารถเขา้ ใจตนเอง และบุคคลอ่นื ได้ดีและปรับตัวให้อยู่ใน สังคมได้อย่างมีความสุขไม่สร้างปัญหาให้เป็นภาระสังคม ดาเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า ทาประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัวและประเทศชาตติ ่อไปอย่างเต็มท่ี 20. ผเู้ รยี นทาแบบประเมินผลการเรียนรู้ กิจกรรมสง่ เสริมการเรยี นรู้ และกิจกรรมเสนอแนะ 21. สรปุ ความรทู้ ่ัวไปโดยการถาม-ตอบ เพื่อประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวันและประเมินผู้เรียนตามแบบฟอร์ม ต่อไปนี้
ช่อื ผู้เรียน ธรรมชาตขิ องผู้เรยี น วธิ กี ารเรยี นรู้ ความสนใจ สติปัญญา วุฒิภาวะ 1. 2. 3. ชอื่ ผเู้ รียน แบบประเมินประสบการพ้นื ฐานการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ ประสบการณ์พนื้ ฐานการเรยี นรู้ ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน 1. 2. 3. แบบวิเคราะห์ผู้เรยี นเป็นรายกลุ่มตามวธิ กี ารเรียนรู้ กลมุ่ จนิ ตนาการ กลุ่มคิดวิเคราะห์ กลมุ่ สามัญสานึก กลมุ่ ปฏบิ ตั ิ 1. 2. 1. 1. 1. 3. 4. 2. 2. 2. 3. 3. 3. 4. 4. 4.
แบบวิเคราะห์ผู้เรยี นเปน็ รายกล่มุ ตามศกั ยภาพผเู้ รียน กลมุ่ ศกั ยภาพ รายชือ่ ผเู้ รียน 1. เหตุผล 1. 2. 3. 3. 2. ภาษา 1. 2. 3. 3. 3. ศลิ ปะ 1. 2. 3. 3. 4. มิตสิ ัมพันธ์ 1. 2. 3. 3. 5. ดนตรี .1 2. 6. มนษุ ยสัมพนั ธ์ 1. 2. 7. เข้าใจตนเอง เขา้ ใจชีวติ 1. 2. 8. ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม 1. 2. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สือเรียน วชิ าภาษาไทยเพอ่ื สือ่ สารในงานอาชพี ของสานักพมิ พ์เอมพนั ธ์ 2. ส่ือคอมพวิ เตอร์ Power Point 3. กจิ กรรมการเรียนการสอน 4. รูปภาพประกอบ การวดั ผลและการประเมนิ ผล วิธีวัดผล 1.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ 3. สังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ 4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ านรายบุคคล 2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียน ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล 1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มีชอ่ งปรับปรงุ 2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป) 3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ 1. ทากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ กิจกรรมเสนอแนะ และแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. ผู้เรียนฝึกทักษะการใช้ภาษาไทยเพื่อสื่อสารในงานอาชีพ โดยฟังข่าวสารจากข่าวเศรษฐกิจ โทรทัศน์ จด บนั ทกึ เรือ่ งทีส่ นใจแล้วนามาเล่าใหเ้ พอ่ื นรว่ มช้นั เรียนฟงั หนา้ ห้องเรียน 3. ผ้เู รยี นดภู าพยนตร์เรอ่ื งสนั้ เกี่ยวกับการใชภ้ าษาไทยเพอ่ื งานอาชีพ 1 เร่ือง แล้วสรปุ ใจความสาคัญทีไ่ ดจ้ าก เรอ่ื ง และประโยชนท์ ่จี ะนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน 4. ผู้เรียนสรุปใจความสาคัญจากการอ่านหรือดูข่าวสารจากแหล่งส่ือสารทั่วไปแล้วสรุปสาระสาคัญเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงจากการอา่ นหรอื ดูจากเนื้อหานนั้
บนั ทึกหลังการสอน 1. ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... 2. ผลการเรยี นของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาทพ่ี บ ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... 3. แนวทางการแกป้ ญั หา ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................................ (นายอลงกรณ์ สุภาใจ) ตาแหน่ง ครู
ตารางวเิ คราะ รหสั รายวชิ า 30000-1101 ชอื่ วชิ า ทกั ษะภาษา ห ่นวยท่ี ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ ร และการบ ความ ความ การ จา เข้าใจ นาไปใช้ (10) (10) (10) 1 ความร้เู บ้ืองต้นเก่ียวกับภาษากบั การสอ่ื สาร 1 1 1 2 การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่าสาร 1 1 1 3 การพูดเพอ่ื สอื่ สารในงานอาชีพ 11 1 4 การเขียนบนั ทกึ 11 1 5 การเขียนรายงานเพือ่ การปฏบิ ัติงานเชงิ วิชาชพี 2 2 1 6 การเขยี นจดหมายสมคั รงาน 11 1 7 การกรอกแบบฟอร์มเอกสารเพอื่ กจิ ธุระ 11 2 8 การเขยี นโฆษณาและประชาสมั พนั ธ์ 11 1 9 คุณธรรม จรยิ ธรรม ในการสอ่ื สาร 11 1 รวม 10 10 10
ะหห์ ลักสตู รรายวิชา าไทยเพอื่ อาชพี จานวน 3 หน่วยกิต 3 ชม./สปั ดาห์ ระดบั พฤตกิ รรมทพ่ี งึ ประสงค์ บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง (อันดบั ) ความ การ การ การ รวม สาคัญ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมนิ เง่ือนไข เงือ่ นไข ความรู้ คณุ ธรรม (10) (10) คา่ (10) 1 1 1 6 3 2 1 1 7 2 1 2 1 7 2 1 1 1 6 3 2 1 1 9 1 - 1 1 5 4 1 1 1 7 2 1 1 1 6 3 1 1 2 7 2 10 10 10 60
Search
Read the Text Version
- 1 - 21
Pages: