โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภททดลอง เร่ือง เชื้อเพลงิ จากวสั ดุธรรมชาติในท้องถิ่น โดย 1. เดก็ หญงิ สุกญั ญา น้อยใย 2. เดก็ หญงิ สุพรรษา น้อยใย 3. เดก็ หญงิ จริ นันท์ หนิ เพช็ ร ครูท่ปี รึกษา 1. นางกรุณา แสนประเสริฐ 2. นายสุวจิ กั ขณ์ อธคิ มกลุ ชัย โรงเรียนวดั วงั นา้ เขยี ว สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 รายงานฉบับนีเ้ ป็ นส่วนประกอบของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภททดลอง ระดบั ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 4-6 เน่ืองในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน คร้ังที่ 67
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภททดลอง เร่ือง เชื้อเพลงิ จากวสั ดุธรรมชาติในท้องถิน่ โดย 1. เดก็ หญงิ สุกญั ญา น้อยใย 2. เดก็ หญงิ สุพรรษา น้อยใย 3. เดก็ หญงิ จริ นันท์ หนิ เพช็ ร ครูท่ปี รึกษา 1. นางกรุณา แสนประเสริฐ 2. นายสุวจิ กั ขณ์ อธิคมกลุ ชัย
ก บทคัดย่อ โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง เรื่อง เช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในท้องถ่ิน มี จุดมุ่งหมายเพ่ือ 1) เพื่อศึกษาและทดลองผลิตเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติ ในทอ้ งถิ่นสาหรับใชแ้ ทน แอลกอฮอล์จุดไฟ 2) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเช้ือเพลิงระหวา่ งเช้ือเพลิงจากวสั ดุ ธรรมชาติในทอ้ งถ่ินกบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ ซ่ึงวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ินที่นามาผลิตเป็ นเช้ือเพลิงน้นั เป็นวสั ดุเหลือใชจ้ ากธรรมชาติ ไดแ้ ก่ กากมะพร้าวแหง้ ใบตะไคร้แห้ง ผกั ตบชวาแห้ง แกรบเผา เศษถ่าน และวสั ดุประสานไดแ้ ก่ แป้งเปี ยกและน้าตาเทียน โดยแบ่งการทดลองเป็น3ข้นั ตอน การทดลองตอนที่ 1ทดสอบการติดไฟของเช้ือเพลิงที่ผลิตจากวสั ดุที่เหลือใชใ้ นทอ้ งถิ่น เมื่อนาวสั ดุเหลือใชจ้ ากธรรมชาติ ผสมกบั วสั ดุประสาน พบว่ากากมะพร้าวแห้งผสมกบั น้าตาเทียนสามารถติดไฟได้นานที่สุด การ ทดลองตอนที่ 2 การศึกษาหาปริมาณอตั ราส่วนระหวา่ งกากมะพร้าวแหง้ และน้าตาเทียนที่เหมาะสมใน การผลิตเช้ือเพลิงสาหรับใชแ้ ทนแอลกอฮอล์จุดไฟ โดยเมื่อนากากมะพร้าวแห้ง 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียนในปริมาณท่ีต่างกนั คือ 5,10,15,20,25,30 กรัม พบวา่ อตั ราส่วนระหวา่ งกากมะพร้าวแห้ง 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 25 กรัม เป็นเช้ือเพลิงท่ีมีประสิทธิภาพดีท่ีสุดคือ ใหพ้ ลงั งานความร้อนเฉล่ีย 91 องศาเซลเซียส ใหพ้ ลงั งานความร้อน นานเฉล่ีย 11.67 นาที ซ่ึงมีความเหมาะสมในการผลิตเช้ือเพลิง สาหรับใชแ้ ทนแอลกอฮอล์จุดไฟ การทดลองตอนท่ี 3 การทดลองใชเ้ ช้ือเพลิงที่ผลิตจากกากมะพร้าว แห้งผสมน้าตาเทียนเปรียบเทียบประสิทธิภาพกบั แอลกอฮอล์จุดไฟ เมื่อนาเช้ือเพลิงท่ีผลิตจากกาก มะพร้าวแห้งผสมน้าตาเทียน,เมทานอล70% และแอลกอฮอลแ์ ข็งอุ่นอาหาร ไปจุดไฟตม้ น้าในปริมาณ 100 มิลลิลิตร พบวา่ เช้ือเพลิงจากกากมะพร้าวผสมน้าตาเทียนให้พลงั งานความร้อนเฉล่ีย 74.00 องศา เซลเซียส มากกว่าเมทานอล70% ซ่ึงให้พลงั งานความร้อนเฉลี่ย 72.33 องศาเซลเซียสแต่น้อยกว่า แอลกอฮอลแ์ ข็งอุ่นอาหารท่ีใหพ้ ลงั งานความร้อนเฉลี่ย 87.33 องศาเซลเซียส แต่เช้ือเพลิงจากจากกาก มะพร้าวแหง้ ผสมน้าตาเทียนให้พลงั งานความร้อนยาวนานเฉลี่ย 19.67 นาทีในขณะท่ีเมทานอล 70% และ แอลกอฮอลใ์ หค้ วามร้อนยาวนานเฉลี่ย 8.33 และ 4.00 ตามลาดบั
ข กติ ติกรรมประกาศ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ประเภททดลอง เร่ือง เช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถิ่น ผจู้ ดั ทา ไดร้ ับการสนบั สนุนจากนายพยงค์ แก่นสาราญ (ผอู้ านวยการโรงเรียน) ไดร้ ับความอนุเคราะห์ขอ้ มูล ตา่ งๆขอ้ เสนอแนะในการแกป้ ัญหารวมถึงการใชห้ อ้ งปฏิบตั ิการ เครื่องมือและอุปกรณ์ตา่ งๆ ระหวา่ ง การทาโครงงาน จาก คุณครูกรุณา แสนประเสริฐ และ คุณครูสุวจิ กั ขณ์ อธิคมกลุ ชยั คณะผูจ้ ดั ทาโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง เร่ือง เช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติ จึงใคร่ ขอขอบพระคุณทุกท่านดงั กล่าวขา้ งตน้ ไว้ ณ ที่น้ีเป็นอยา่ งสูง
ค สารบัญ หนา้ บทคดั ยอ่ ……………………………………………………………………………………….… ก กิตติกรรมประกาศ………………………………………………………………………….….… ข สารบญั ตาราง……………………………………………………………………………….….… ง สารบญั รูปภาพ………………………………………………………………………………..…. จ บทที่ 1 บทนา…………………………………………………………………………...…….… 1 ที่มาและความสาคญั ……………………………………………………………..……… 1 จุดมุง่ หมายของการศึกษาคน้ ควา้ ……………………………………………………...… 1 สมมติฐาน……………………………………………………………….…………….… 1 ตวั แปรที่เกี่ยวขอ้ ง………………………………………………………………..……… 1 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ…………………………………………………………...…………… 2 บทท่ี 2 เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง………………………………………………………….…………… 4 เมทานอล………………………………………………………………………..…….… 4 แอลกฮอลแ์ ขง็ อุ่นอาหาร………………………………………………………………… 4 เทียนไข……………………………………………………………………….……….… 5 กากมะพร้าว……………………………………………………………..…………….… 6 กาวแป้งเปี ยก………………………………………………………………………….… 6 ตะไคร้……………………………………………………………………..………….… 7 ถ่าน………………………………………………………………………………..….… 8 แกลบดา……………………………………………………………………………….… 8 ผกั ตบชวา…………………………………………………………………..………….… 9 บทท่ี 3 อุปกรณ์และวธิ ีการดาเนินการ………………………………………………...………… 10 อุปกรณ์และสารเคมีที่ใชใ้ นการทดลอง…………………………………………….…… 10 วธิ ีดาเนินการ………………………………………………………………………….… 10 บทที่ 4 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล…………………………………………………………………… 14 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ……………………………………..………… 17 บรรณานุกรม…………………………………………………………………………………..… 18
ง สารบญั ตาราง ตารางท่ี หนา้ 1 แสดงผลการทดสอบการติดไฟของเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ิน………………… 14 2 แสดงผลการศึกษาหาปริมาณอตั ราส่วนระหวา่ งกากมะพร้าวแหง้ และน้าตาเทียนท่ีเหมาะสม ในการผลิตเช้ือเพลิงสาหรับใชแ้ ทนแอลกอฮอลจ์ ุดไฟ……………………………. 15 3 แสดงผลการทดลองใชเ้ ช้ือเพลิงท่ีผลิตจากกากมะพร้าวแหง้ ผสมน้าตาเทียนเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพกบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ………………………………………………… 16
จ สารบญั รูปภาพ รูปภาพที่ หนา้ 1 ตวั อยา่ งการผลิตเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติผสมกบั น้าตาเทียน…………………..………… 10 2 ตวั อยา่ งการผลิตเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติผสมกบั แป้งเปี ยก………………………….…… 10 3 ตวั อยา่ งเช้ือเพลิงที่ผลิตจากวสั ดุธรรมชาติ ผสมกบั แป้งเปี ยก………………………..……… 11 4 ตวั อยา่ งเช้ือเพลิงท่ีผลิตจากวสั ดุธรรมชาติผสมกบั น้าตาเทียน……………………….……… 11 5 ตวั อยา่ งการติดไฟของเช้ือเพลิงที่ผลิตจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ิน………………………… 11 6 ตวั อยา่ งเช้ือเพลิงจากกากมะพร้าวผสมกบั น้าตาเทียนในอตั ราส่วนท่ีต่างกนั ………………… 12 7 ตวั อยา่ งการทดสอบประสิทธิภาพของเช้ือเพลิง……………...……………………………… 12 8 ตวั อยา่ งการเปรียบเทียบประสิทธิภาพเช้ือเพลิงที่ผลิตจากกากมะพร้าวและน้าตาเทียนกบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ……………………………………………………………………… 13
1 บทที่ 1 บทนา ทมี่ าและความสาคัญ แอลกอฮอล์จุดไฟเป็ นเช้ือเพลิงอีกชนิดหน่ึงที่นิยมใช้กนั ในชีวิตประจาวนั ของเรา เช่น ใน ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ เน่ืองจากการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์น้นั มีหลายกิจกรรมการทดลองท่ีจะตอ้ งใช้ ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ซ่ึงมีแอลกอฮอล์ จุดไฟชนิดเหลวคือเมทานอล 70% เป็ นเช้ือเพลิง หรือการใช้ แอลกอฮอล์แขง็ สาหรับอุ่นอาหารท่ีตอ้ งมาคู่กบั อาหารประเภทหมอ้ ไฟ ถึงแมแ้ อลกอฮอลจ์ ุดไฟจะเป็ น เช้ือเพลิงท่ีใชง้ านไดง้ ่ายและสะดวกแต่กม็ ีผลเสียกบั ร่างกายไม่วา่ จะทางการสัมผสั หรือการสูดดม ถา้ เรา ไดร้ ับไอของเมทานอลเป็ นเวลานานจะทาให้ปวดศีรษะ นอนไม่หลบั ระบบยอ่ ยอาหารผิดปกติ เยื่อตา ขาวอกั เสบ อาจจะมีปัญหาดา้ นการมองเห็นจนถึงตาบอดได้ และถา้ สูดดมไอจากเมทานอลเขา้ ไปมากก็ จะเป็นอนั ตรายอยา่ งมากจนอาจถึงข้นั เสียชีวติ ได้ ฉะน้ันกลุ่มผูท้ าโครงงานจึงคิดที่จะศึกษาและทดลองหาวสั ดุที่เหลือใช้ในทอ้ งถ่ินมาใช้เป็ น เช้ือเพลิงแทนแอลกอฮอลจ์ ุดไฟ จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า 1. เพ่ือศึกษาและทดลองผลิตเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติ ในทอ้ งถิ่นสาหรับใชแ้ ทน แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ 2. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเช้ือเพลิงระหวา่ งเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติใน ทอ้ งถิ่นกบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ สมมติฐาน เช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติ ในทอ้ งถ่ินมีประสิทธิภาพของเช้ือเพลิง ในการใชง้ านดีกวา่ แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ ตวั แปรทเี่ กยี่ วข้อง การทดลองตอนที่ 1 ทดสอบการติดไฟของเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถิ่น ตวั แปรตน้ คือ เช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ิน ได้แก่ กากมะพร้าวแห้งผสม น้าตาเทียน, ใบตะไคร้แห้งผสมน้าตาเทียน,ผกั ตบชวาแห้งผสมน้าตาเทียน, แกลบเผาผสมน้าตาเทียน เศษถ่านผสมน้าตาเทียน, กากมะพร้าวผสมแป้ง เปี ยกใบตะไคร้แห้งผสมแป้งเปี ยก, ผกั ตบชวาแห้งผสมแป้งเปี ยกแกลบเผา ผสมแป้งเปี ยก, เศษถ่านผสมแป้งเปี ยก
2 ตวั แปรตาม คือ ประสิทธิภาพของเช้ือเพลิง ตวั แปรควบคุม คือ ปริมาณของเช้ือเพลิง, ภาชนะใส่เช้ือเพลิง, สถานท่ีท่ีจุดเช้ือเพลิง การทดลองตอนท่ี 2 ศึกษาหาปริมาณอตั ราส่วนระหวา่ งกากมะพร้าวแหง้ และน้าตาเทียนท่ีเหมาะสมใน การผลิตเช้ือเพลิงสาหรับใชแ้ ทนแอลกอฮอลจ์ ุดไฟ ตวั แปรตน้ คือ อตั ราส่วนระหวา่ งกากมะพร้าวและน้าตาเทียน ไดแ้ ก่ กากมะพร้าว 10 กรัม : น้าตาเทียน 5 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัม : น้าตาเทียน 10 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัม : น้าตาเทียน 15 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัม : น้าตาเทียน 20 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัม : น้าตาเทียน 25 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัม : น้าตาเทียน 30 กรัม ตวั แปรตาม คือ ประสิทธิภาพของเช้ือเพลิง ตวั แปรควบคุม คือ ปริมาณของเช้ือเพลิงในอตั ราส่วนต่างๆ, ปริมาณน้าที่ใชต้ ม้ ,ภาชนะ ที่ใส่น้า,สถานท่ีทดลอง การทดลองตอนท่ี 3 ทดลองใช้เช้ือเพลิงที่ผลิตจากกากมะพร้าวและน้ าตาเทียนเปรี ยบเทียบ ประสิทธิภาพกบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ ตวั แปรตน้ คือ เช้ือเพลิงท่ีผลิตจากกากมะพร้าวแหง้ ผสมน้าตาเทียน,เมทานอล 70% แอลกอฮอลแ์ ขง็ อุ่นอาหาร ตวั แปรตาม คือ ประสิทธิภาพของเช้ือเพลิง ตวั แปรควบคุม คือ ปริมาณของเช้ือเพลิงชนิดตา่ งๆ,ปริมาณน้าท่ีใชต้ ม้ ,ภาชนะท่ีใส่น้า สถานท่ีทดลอง นิยามศัพท์เฉพาะ 1. วสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ิน หมายถึง วสั ดุเหลือใชจ้ ากธรรมชาติ ไดแ้ ก่ กากมะพร้าวแหง้ ใบ ตะไคร้แหง้ ผกั ตบชวาแหง้ แกรบเผา เศษถ่าน และวสั ดุประสานไดแ้ ก่ แป้งเปี ยกและน้าตาเทียน 2. กากมะพร้าว หมายถึง ส่วนของเน้ือมะพร้าวท่ีเกิดจากการค้นั เอาน้ากะทิออกจนหมด 3. น้าตาเทียน หมายถึง เน้ือเทียนไขที่ถูกความร้อนจนหลอมละลายเป็นของเหลว 4. แป้งเปี ยก หมายถึง ส่วนผสมระหวา่ งแป้งมนั กบั น้าในอตั ราส่วนแป้งมนั 120 กรัม ตอ่ น้า 300 มิลลิลิตร ใชค้ วามร้อนกวนจนมีลกั ษณะคลา้ ยกาวลาเทค
3 5. ประสิทธิภาพของเช้ือเพลิง หมายถึง เช้ือเพลิงสามารถใหพ้ ลงั งานความร้อน60 องศา เซลเซียส และมีระยะเวลาในการใหพ้ ลงั งานความร้อนยาวนาน 6. แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ หมายถึง เมทานอล 70% และแอลกอฮอลแ์ ขง็ อุ่นอาหาร
4 บทท่ี 2 เอกสารทเ่ี กย่ี วข้อง เมทานอล เมทานอลหรือท่ีเรียกว่า แอลกอฮอล์ติดไฟ มีสมบตั ิคล้ายคลึงกับเอทานอลมาก โดยเป็ น ของเหลวใส ไม่มีสี ติดไฟให้ความร้อนสูง ละลายน้าได้ดี เป็ นสารท่ีได้จากการกล่ันแยกเน้ือไม้ ใน อุตสาหกรรมผลิตไดจ้ ากการสังเคราะห์ระหวา่ งคาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรเจนภาย ใตอ้ ุณหภูมิ และความดนั สูง ใช้เป็ นตวั ทาละลายในอุตสาหกรรม เช่น สีทาไม้ น้ายาเคลือบเงา ยาลอกสี ใช้เป็ น เช้ือเพลิงจุดตะเกียง เมทานอลสามารถดูดซึมไดท้ างผิวหนงั ลมหายใจและดูดซึมไดเ้ ร็วในทางเดินอาหาร แลว้ จะ กระจายเขา้ สู่กระแสเลือด เม่ือร่างกายรับเอาเมทานอลเขา้ ไปจะเกิดการสลายตวั เป็ นฟอร์มาลดีไฮด์และ กรด ฟอร์มิก จากน้นั จะสลายตวั เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละน้าต่อไป ฟอร์มาลดีไฮลห์ รือท่ีใชเ้ ป็ น ยาดองศพจะออกฤทธ์ิทาลายประสาทตา ทาใหป้ ระสาทตาบวมและตาบอด ส่วนกรดฟอร์มิกจะทาให้ เกิดภาวะเลือดเป็นกรด และออกฤทธ์ิทาลายเน้ือเยอื่ ของตบั อ่อนจนกลายเป็ นเน้ือตาย ถา้ ร่างกายไดร้ ับเม ทานอลในปริมาณที่นอ้ ยมากๆ จะถูกขบั ไดท้ างลมหายใจ เหง่ือและทางปัสสาวะ หรืออาจจะกระตุน้ ให้ เกิดอาการอาเจียนออกมา แต่เน่ืองจากเมทานอลมีพิษมาก ถึงแมร้ ่างกายจะไดร้ ับในปริมาณเพียงเล็กนอ้ ย ก็อาจทาให้ตาบอดชวั่ คราวหรือตาบอดถาวรได้ สาหรับผูท้ ี่ไดร้ ับเมทานอลในปริมาณมากจะทาให้หัว ใจเตน้ ชา้ ชกั และถึงข้นั เสียชีวติ นอกจากน้ีผูท้ ี่ทางานสัมผสั กบั ผลิตภณั ฑท์ ี่มีเมทานอลเป็ นตวั ทาละลาย เช่น สีทาไม้ หากไดร้ ับการสูดดมไอของเมทานอลนานๆ อย่างต่อเน่ือง อาจเป็ นสาเหตุหน่ึงของเส้น เลือดอุดตนั ในสมองและเยอ่ื หุม้ ปอดอกั เสบได้ แอลกอฮอล์แขง็ อุ่นอาหาร ผลิตภณั ฑเ์ ช้ือเพลิงสาหรับใชอ้ ุ่นอาหาร หรือที่เรียกกนั ทวั่ ไปว่า แอลกอฮอล์แข็ง เป็ นที่นิยม และใชก้ นั แพร่หลายทวั่ ไป โดยเฉพาะตาม ภตั ตาคาร หอ้ งอาหารในโรงแรม สวนอาหาร ร้านอาหาร ต่าง ๆซ่ึงมีอยู่ดาษด่ืนท้งั ในกรุงเทพ และต่างจงั หวดั หรือเวลามีการจดั เล้ียงตามร้านอาหาร มีการใช้
5 เช้ือเพลิงแอลกอฮอล์แข็งในการอุ่นอาหารจาพวกตม้ ยา หรืออาหารหมอ้ ไฟเน่ืองจากเห็นว่ามีความ สะดวกในการใชจ้ ุดไฟให้ความร้อน เช้ือเพลิงแอลกอฮอล์แข็งท่ีทางราชการกาหนดให้ใช้น้ันเป็ นชนิด เอธิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) หรือ เอทานอล (Ethanol)เป็ นส่วนผสมหลกั และมีเซลลูโลสผสมเพ่ือช่วยทาให้แข็งตวั ซ่ึง เอธิลแอลกอฮอล์มีสมบตั ิเป็ นของเหลว ระเหยไดง้ ่าย ใหค้ วามร้อนสูงสม่าเสมอ ติดไฟไดง้ ่าย ไม่มี ควนั หรือเขม่า มีปริมาณพอเหมาะที่ใช้งานแต่ละคร้ัง แต่ปัจจุบันมีผูผ้ ลิตเช้ือเพลิงแอลกอฮอล์ แขง็ โดยใช้ เมธิลแอลกอฮอล์ (Methyl alcohol) หรือ เมธานอล (Methanol) ซ่ึงมีราคาถูกกวา่ มาแทนเอ ทานอล แตม่ ีอนั ตรายสุดๆต่อร่างกาย นายแพทย์ ไพจิตร์ วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไดก้ ล่าวเตือนผา่ นทางเวบไซท์ http://www.fwddier.com/topic/3924 เกี่ยวกบั การใชแ้ อลกอฮอลแ์ ขง็ ท่ีมีส่วนผสมของเมธานอล ในการ อุ่นอาหาร มีอนั ตรายสุด ๆ เพราะวา่ เมธานอลเป็ นสารพิษชนิดหน่ึงตาม พ.ร.บ. วตั ถุอนั ตรายชนิดที่ 4 ห้ามมิให้มีการผลิต การนาเขา้ การส่งออก หรือมีไวใ้ นครอบครอง หากฝ่ าฝื นมีโทษจาคุกไม่ เกิน 10 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 1 ลา้ นบาทหรือท้งั จาท้งั ปรับ ถา้ เราไดร้ ับไอของเมธานอลเป็ นเวลานานจะทาใหป้ วดศีรษะ นอนไม่หลบั ระบบยอ่ ยอาหาร ผิดปกติ เยือ่ ตาขาวอกั เสบ อาจจะมีปัญหาดา้ นการมองเห็นจนถึงตาบอดได้ และถา้ สูดดมไอจากเมธา นอลเขา้ ไปมากกจ็ ะเป็นอนั ตรายอยา่ งมากจนอาจถึงข้นั เสียชีวติ ได้ กองควบคุมวตั ถุมีพิษ สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ ประกาศควบคุมเช้ือเพลิงอุ่นอาหาร ซ่ึงประกอบดว้ ยเอธิลแอลกอออล์ หรือ เอทานอล โดยห้ามใช้ เมธิลแอลกอฮอลห์ รือเมธานอล ซ่ึงไดก้ าหนดให้มีปริมาณของเมธานอลปนเป้ื อนไดไ้ ม่เกินร้อยละ 1 โดยปริมาตรของส่วนท่ีกลนั่ ไดแ้ ละตามมาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมแอลกอฮอล์แขง็ สาหรับใชเ้ ป็ น เช้ือเพลิง มาตรฐานเลขท่ี มอก. 950 – 2533 กระทรวงอุตสาหกรรม ไดก้ าหนดมาตรฐานเช้ือเพลิง สาหรับอุน่ อาหารใหม้ ีเมธานอลไดไ้ มเ่ กิน ร้อยละ1 โดยปริมาตรของส่วนที่กลน่ั ได้ เทยี นไข เทียนไข หรือ เทียน (องั กฤษ: candle) เป็นวสั ดุใหแ้ สงสวา่ งที่ประกอบดว้ ยแทง่ ไข, ข้ีผ้งึ , หรือ พาราฟิ น ท่ีดา้ นในฝังไส้เทียน เอาไว้ ซ่ึงเมื่อนาไฟไปจุดท่ีไส้ จะทาใหไ้ ขละลายซึมไปตามไส้ ระเหยเป็น กา๊ ซและติดไฟ ทาใหเ้ กิดเปลวไฟที่ใหแ้ สงสวา่ ง การใชง้ านเทียนไขส่วนใหญ่มกั จะเป็นการใหแ้ สงสวา่ งหรือความร้อน และสมยั โบราณก่อนจะมี นาฬิกา ยงั มีการใชเ้ ทียนไขจบั เวลาอีกดว้ ย
6 กากมะพร้าว (coconut meal) กากมะพร้าวเป็ นผลิตผลพลอยได้จากการหีบหรื อการสกัดน้ ามันมะพร้าว มีโปรตีน ประมาณ 20 – 26 เปอร์เซ็นต์ และเยอื่ ใย 10 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพของกากมะพร้าวข้ึนอยกู่ บั กรรมวธิ ีของการสกดั และอุณหภูมิที่ใชใ้ นกรรมวธิ ี ถา้ อุณหภูมิสูงเกินไปจะทาลายกรดอะมิโน โดยเฉพาะไลซีนทาให้การ ยอ่ ยไดข้ องโปรตีนลดลง กากมะพร้าวมกั มีน้ามนั เหลืออยู่สูงทาให้หืนไดง้ ่าย ควรใชใ้ ห้หมดใน 6 8 สัปดาห์ ไขมนั ในกากมะพร้าวเป็นชนิดอิ่มตวั เม่ือนาไปเล้ียงสัตวท์ าใหไ้ ขมนั ในซากมีลกั ษณะเป็ นมนั แขง็ โปรตีนในกากมะพร้าวมีกรดอะมิโนไลซีนและฮีสทีตีนต่า ถา้ ใชม้ ากจะทาใหก้ รดอะมิโนสองชนิดน้ี ไมพ่ อและมีอตั ราการยอ่ ยไดต้ ่า จึงควรเสริมดว้ ยกรดอะมิโนสังเคราะห์หรือเสริมดว้ ยอาหารที่มี ไลซีนสูง เช่น ปลาป่ นหรือเน้ือป่ น ระดับการใช้ข้ึนกบั ชนิดของสัตว์ เช่น สัตว์ปี กไม่ควร เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ สุกรประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นตน้ นอกจากน้ี กากมะพร้าวยงั ข้ึนราไดง้ ่าย กาวแป้งเปี ยก แป้งเปี ยกคือแป้งมนั สาปะหลงั กวนกบั น้าบนเตาไฟให้เหนียวสีใสๆใชแ้ ทนกาว เพราะเห็นนา้ ซ่ึงเป็นช่างตดั เยบ็ เส้ือผา้ โดยใชน้ ามาอดั ปกเส้ือ ขอบกางเกง หรืออดั จีบเส้ือและกางเกง ในสมยั น้ีแป้ง เปี ยกสามารถนามาใชป้ ระโยชน์ไดม้ ากมาย เช่น การทาดอกไมป้ ระดิษฐ์ งานผา้ และงานประดิษฐ์ ต่างๆ
7 ตะไคร้ ตะไคร้ มีถ่ืนกาเนิดใน ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย พม่า ศรี ลังกา และไทย ตะไคร้ชื่อ วทิ ยาศาสตร์ คือ Cymbopogon citratus (DC.) Stapf ส่วนช่ือตะไคร้ภาษาองั กฤษจะ ใชค้ าวา่ Lemongrass จดั เป็นพชิ ลม้ ลุก ใบเรียวยาว ปลายใบมีขนหนาม เป็ นพืชตระกูลหญา้ ตะไคร้จดั เป็ นสมุนไพรไทยชนิด หน่ึงท่ีนิยมนามาประกอบอาหาร โดยตะไคร้แบ่งออกเป็ น 6 ชนิด ซ่ึงไดแ้ ก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้กอ ตะไคร้ตน้ ตะไคร้น้า ตะไคร้หางนาค และตะไคร้หางสิงห์ ซ่ึงเป็ นสมุนไพรไทยที่นิยมปลูกทว่ั ไปใน บา้ นเรา ตะไคร้ เป็ นสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยประโยชน์ของตะไคร้และสรรพคุณของตะไคร้น้ันมี มากมาย สรรพคุณตะไคร้เป็ นท้งั ยารักษาโรคและยงั มีท้งั วติ ามินและแร่ธาตุท่ีมีประโยชน์ต่อร่างกายอีก ดว้ ย เช่น วติ ามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นตน้ สรรพคุณของตะไคร้ มีส่วนช่วยใน การขบั เหงื่อ เป็ นยาบารุงธาตุไฟให้เจริญ (ตน้ ตะไคร้) มีสรรพคุณเป็ นยาบารุงธาตุ ช่วยในการเจริญ อาหาร ช่วยแกอ้ าการเบ่ืออาหาร (ตน้ ) สารสกดั จากตะไคร้มีส่วนช่วยในการป้องกนั โรคเมะเร็งลาไส้ ใหญ่ แกแ้ ละบรรเทาอาการหวดั อาการไอ ช่วยรักษาอาการไข้ (ใบสด) ใช้เป็ นยาแกไ้ ขเ้ หนือ (ราก) น้ามนั หอมระเหยของใบตะไคร้ สามารถบรรเทาอาการปวดได้ ช่วยแกอ้ าการปวดศีรษะ ช่วยรักษาโรค ความดนั โลหิตสูง (ใบสด) ใชเ้ ป็ นยาแกอ้ าเจียน หากนาไปใช้ร่วมกบั สมุนไพรชนิดอื่นๆ (หัวตะไคร้) ช่วยแกอ้ าการกษยั เส้นและแกล้ มใบ (หวั ตะไคร้) รักษาโรคหอบหืด ดว้ ยการใชต้ น้ ตะไคร้ ช่วยแกอ้ าการ เสียดแน่นแสบบริเวณหนา้ อก (ราก) ใชเ้ ป็ นยาแกอ้ าการปวดทอ้ งและอาการทอ้ งเสีย (ราก) ช่วยแกแ้ ละ บรรเทาอาการปวดทอ้ ง ช่วยรักษาอาการทอ้ งอืดทอ้ งเฟ้อ (หวั ตะไคร้) ช่วยในการขบั น้าดีมาช่วยในการ ย่อยอาหาร น้ามนั หอมระเหยจากตะไคร้ มีส่วนช่วยลดการบีบตวั ของลาไส้ได้ มีฤทธ์ิช่วยในการขบั ปัสสาวะ ช่วยแกอ้ าการปัสสาวะพิการ และรักษาโรคน่ิว (หวั ตะไคร้) ช่วยแกอ้ าการขดั เบา (หวั ตะไคร้) ใชเ้ ป็ นยาแกข้ บั ลม (ตน้ ) ช่วยรักษาอหิวาตกโรค ช่วยแกล้ มอมั พาต (หวั ตะไคร้) ใชเ้ ป็ นยารักษาเกล้ือน (หวั ตะไคร้) น้ามนั หอมระเหยจากตะไคร้ สามารถช่วยต่อตา้ นเช้ือราบนผิวหนงั ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี ช่วยแก้ โรคหนองใน หากนาไปผสมกบั สมุนไพรชนิดอื่นๆ
8 ถ่าน ถ่าน คือ ไมท้ ่ีผา่ นกระบวนการใหค้ วามร้อนโดยอาศยั ความร้อนจากเปลวไฟ ในสภาวะที่ ปราศจากกา๊ ซออกซิเจนท่ีเป็ นตวั ทาใหเ้ กิดการเผาไหม้ การลุกติดไฟ ไมท้ ่ีไดร้ ับความร้อนจนความช้ืน สาระสาคญั ต่างๆ เช่น เซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส สารเฉพาะตวั ต่างๆ เกิดการระเหยและสลายตวั ออกไป จากเน้ือไม้ ซ่ึงจะเหลือแต่ส่วนที่เป็นคาร์บอน ไมจ้ ึงเปลี่ยนเป็นสีดา ซ่ึงเกบ็ ไวใ้ ชไ้ ดน้ านไมม่ ีปัญหาจาก ปลวกและมอดมากินไม้ เน่ืองจากอาหารของปลวกถูกสลาย “แกลบดา” หรือ “ถ่านแกลบ” แกลบ คือ ส่วนที่ห่อหุ้มขา้ วสารนนั่ เองแกลบกินไม่ได้ เราจึงมกั ทิ้งมนั ไปแต่เราก็สามารถนา แกลบไปใชป้ ระโยชน์อยา่ งอ่ืนไดม้ ากมายเช่น ทาป๋ ุย ใส่ตน้ ไม้ หรือนาไปเผาถ่าน ฯลฯ ยิ่งเรานาแกลบ มาเผา จนกลายเป็นแกลบดา หรือ ถ่านแกลบ มีแร่ธาตุโปตสั เซียมและแคลเซียมจะช่วยปรับสภาพดินให้ สมดุลมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชป้องกนั การเกิดโรคในดิน ช่วยทาให้ดินมีคุณภาพเนื่องจากถ่าน แกลบมีรูพรุนมากจุลินทรียอ์ าศยั อยไู่ ดม้ ากและแข็งแรงเกิดกระบวนการยอ่ ยสลายไดด้ ีรวมท้งั ใชแ้ กลบ ดา หรือ ถ่านแกลบร่วมกบั การคลุมดินเนื่องจากจะช่วยดูดซบั ความช้ืนและลดความร้อนแกลบดา เก็บ ความช้ืนไดด้ ี สะอาด ไมเ่ ป็นกรดนิยมใชแ้ กลบดาผสมในดินเพาะปลูกพืช
9 ผกั ตบชวา ผกั ตบชวาจดั เป็นพืชน้าประเภทใบเล้ียงเด่ียวลอยน้า เจริญงอกงามโดยไมต่ อ้ งอาศยั รากยดึ แกะมี ช่ือเรียกในแต่ละทอ้ งถิ่นไม่เหมือนกนั เช่น ผกั ปอด,สวะ,ผกั โรค,ผกั ตบชวา,ผกั ยะวา,ผกั อีโยก เป็ นตน้ ซ่ึงประเทศไทยมีผกั ตบชวามาต้งั แต่สมยั รัชกาลที่ 5 โดยเจา้ นายในสมยั น้นั ไดต้ ามเสด็จไปประเทศ อินโดนีเชีย ปี พ.ศ. 2444 ไดเ้ ห็นผกั ชนิดน้ีออกดอกสีม่วงสวยงามอยทู่ วั่ ไปจึงไดน้ าเอาพนั ธุ์ผกั ตบชวา มายงั ประเทศไทยเพียงเลก็ นอ้ ยใส่อ่างดินเล้ียงไวห้ นา้ วงั สระประทุมจนกระทงั่ ออกดอกสวยงามและเพ่มิ จานวนมากข้ึนจนลน้ กระถาง ประกอบดว้ ยในช่วงน้นั เกิดน้าทว่ มวงั สระประทุมทาใหผ้ กั ตบชวา ล่องลอยกระจดั กระจายออกไปตามที่ตา่ งๆ ประโยชน์ของผกั ตบชวา ท้งั ทางภาครัฐบาลและเอกชนจึงหาวิธีการกาจดั ผกั ตบชวาจากแหล่งน้าธรรมชาติ แต่ไม่ค่อย ไดร้ ับผลนกั จึงไดห้ าแนวทางในการนาผกั ตบชวามาประยุกต์ใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ ก็สมารถนามาใช้ได้ หลายลกั ษณะ เช่น เป็น อาหารสัตว์ ใชเ้ ป็นวสั ดุในการเพาะเห็ดฟางเพาะชาตน้ ไม้ ใชผ้ ลิตก๊าชชีวภาพ ใช้ ผลิตป๋ ุยจาหน่ายไดท้ ้งั ตลาดทอ้ งถ่ิน ตลาดกลางหรือแมแ้ ต่ตลาดต่างประเทศ ทาใหส้ ามารถเปล่ียนวชั พืช ท่ีไม่มีคุณค่าใหเ้ ป็ นพืชเศรษฐกิจ สร้างการกระจายรายไดส้ ู่ประชาชนในชนบทเป็ นอยา่ งดีและเป็ นการ ช่วยลดมลภาวะทางน้ าอีกทางหน่ึงด้วยผลิตภัณฑ์จากผกั ตบชวานับว่าเป็ นการสร้างรายได้แก่ ผูป้ ระกอบการเป็ นอย่างมาก ท้งั น้ีเพราะต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่าเนื่องจากใช้วสั ดุส่วนใหญ่จาก ธรรมชาติ ประกอบดว้ ยงานหตั ถกรรมจกั สานดูเหมือนจะเป็ นส่วนหน่ึงของคนไทยมานบั ต้งั แต่โบราณ กาล คนไทยรู้จกั การประดิษฐเ์ คร่ืองจกั สานนามาใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาหลาย ๆ ชนิดเช่น กระจาด กระบุง ตะกร้า เป็ นตน้ และไดส้ ืบทอดงานฝี มือสู่ลูกหลานเรื่อยมา ดงั น้นั การประดิษฐ์ผลิตภณั ฑ์จาก ผกั ตบชวาจึงเป็นที่ไม่ใช่เรื่องยากเยน็ สาหรับคนไทย
10 บทที่ 3 อปุ กรณ์และวธิ ีการดาเนินการ อุปกรณ์และสารเคมีทใี่ ช้ในการทดลอง 3. แท่งแกว้ คนสาร 4. ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ 1. เคร่ืองชงั่ 2. บีกเกอร์ 5. เทอร์โมมิเตอร์ 6. นาฬิกาจบั เวลา 7. กากมะพร้าว 8. ใบตะไคร้แหง้ 9. ผกั ตบชวาแหง้ 10. แกลบเผา 11. เศษถ่าน 12. เน้ือเทียน 13. แป้งมนั 14.น้า 15. เมทานอล 70% 16. แอลกอฮอลแ์ ขง็ อุ่นอาหาร วธิ ีดาเนินการ ได้แบ่งการทดลองเป็ น 3 ข้นั ตอน การทดลองตอนที่ 1 ทดสอบการติดไฟของเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ิน 1. นาวสั ดุที่เหลือใชจ้ ากธรรมชาติไดแ้ ก่ กากมะพร้าวแหง้ ใบตะไคร้แหง้ ผกั ตบชวาแหง้ แกลบเผา เศษถ่าน มาชงั่ ในปริมาณ 10 กรัม จดั เป็ น 2 ชุด 2. ชุดที่ 1 ผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัมและนาไปตากแดดจนแหง้ ชุดท่ี 2 ผสมกบั น้าตาเทียน 10 กรัม 3. ชงั่ เช้ือเพลิงท่ีผลิตข้ึนชนิดละ 5 กรัม จากน้นั ทดลองจุดไฟ 4. บนั ทึกผล รูปท่ี 1 ตวั อยา่ งการผลิตเช้ือเพลิงจากวสั ดุ รูปที่ 2 ตวั อยา่ งการผลิตเช้ือเพลิง ธรรมชาติผสมกบั น้าตาเทียน จากวสั ดุธรรมชาติผสมกบั แป้งเปี ยก
11 รูปที่ 3 ตวั อยา่ งเช้ือเพลิงที่ผลิตจากวสั ดุ รูปท่ี 4 ตวั อยา่ งเช้ือเพลิงท่ีผลิตจากวสั ดุ ธรรมชาติ ผสมกบั แป้งเปี ยก ธรรมชาติผสมกบั น้าตาเทียน รูปที่ 5 ตวั อยา่ งการติดไฟของเช้ือเพลิงที่ ผลิตจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถิ่น
12 การทดลองตอนที่ 2 ศึกษาหาปริมาณอตั ราส่วนระหวา่ งกากมะพร้าวและน้าตาเทียนท่ีเหมาะสมในการ ผลิตเช้ือเพลิงสาหรับใชแ้ ทนแอลกอฮอลจ์ ุดไฟ 1. ชง่ั กากมะพร้าวในปริมาณ 10 กรัม ผสมกบั น้าตาเทียนปริมาณ 5 กรัม 2. ทาซ้าขอ้ 1 แตเ่ ปลี่ยนปริมาณน้าตาเทียนเป็น 10,15,20,25,30 กรัม 3. ชงั่ เช้ือเพลิงที่ผลิตข้ึนชนิดละ 5 กรัม นาไปจุดไฟตม้ น้าท่ีมีปริมาณ 100 มิลลิลิตร 4. บนั ทึกผล รูปที่ 6 ตวั อยา่ งเช้ือเพลิงจากกากมะพร้าว รูปท่ี 7 ตวั อยา่ งการทดสอบประสิทธิภาพ ผสมกบั น้าตาเทียนในอตั ราส่วนท่ีต่างกนั ของเช้ือเพลิง การทดลองตอนที่ 3 ทดลองใช้เช้ือเพลิงท่ีผลิตจากกากมะพร้าวผสมน้ าตาเทียนเปรี ยบเทียบ ประสิทธิภาพกบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ 1. ชง่ั เช้ือเพลิงท่ีผลิตจากกากมะพร้าวและน้าตาเทียนในปริมาณ 5 กรัม นาไปจุดไฟตม้ น้าที่มี ปริมาณ 100 มิลลิลิตร 2. ทาซ้าขอ้ 1แตเ่ ปล่ียนชนิดของเช้ือเพลิงเป็นเมทานอล 70% และแอลกอฮอลแ์ ขง็ อุ่นอาหาร 3. บนั ทึกผล
13 รูปท่ี 8 ตวั อยา่ งการเปรียบเทียบประสิทธิภาพเช้ือเพลิงท่ีผลิตจากกากมะพร้าวและน้าตาเทียนกบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ
14 บทที่ 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล ผลการทดลองตอนท่ี 1 ตารางที่ 1 แสดงผลการทดสอบการติดไฟของเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถิ่น ชนิดของเช้ือเพลิงจากเศษวสั ดุท่ีเหลือใช้ ระยะเวลาที่ติดไฟ (นาที) หมายเหตุ ในทอ้ งถ่ิน คร้ังท่ี1 คร้ังที่2 คร้ังท่ี3 เฉลี่ย 1 1. กากมะพร้าว 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 10 กรัม 1.51 1.45 1.55 1.50 2 2.ใบตะไคร้แห้ง 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 10 0.53 0.40 0.50 0.48 5 กรัม ไม่ติดไฟ 3. ผกั ตบชวาแห้ง 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 10 0.10 0.08 0.11 0.10 ไม่ติดไฟ กรัม 4 4. แกลบเผา 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 10 กรัม ---- 3 ไมต่ ิดไฟ 5. เศษถ่าน 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 10 กรัม ---- ไม่ติดไฟ ไมต่ ิดไฟ 6. กากมะพร้าว 10 กรัมผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัม 0.12 0.12 0.08 0.11 7. ใบตะไคร้แหง้ 10 กรัมผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัม 0.40 0.40 0.30 0.37 8. ผกั ตบชวาแหง้ 10 กรัมผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัม - - - - 9. แกลบเผา 10 กรัมผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัม ---- 10. เศษถ่าน 10 กรัมผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัม ---- จากตารางแสดงผลการทดสอบการติดไฟของเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ิน พบว่า กากมะพร้าวผสมกบั น้าตาเทียนสามารถติดไฟไดน้ านท่ีสุด รองลงมา คือ ใบตะไคร้แห้ง 10 กรัมผสม กบั น้าตาเทียน 10 กรัม ใบตะไคร้แหง้ 10 กรัมผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัมผสมกบั แป้ง เปี ยก 10 กรัม ผกั ตบชวาแหง้ 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 10 กรัม ตามลาดบั ส่วนแกลบเผา 10 กรัม ผสมกบั น้าตาเทียน 10 กรัม เศษถ่าน 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 10 กรัม ผกั ตบชวาแห้ง 10 กรัมผสม กบั แป้งเปี ยก 10 กรัม แกลบเผา 10 กรัมผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัม เศษถ่าน 10 กรัมผสมกบั แป้งเปี ยก 10 กรัม
15 ผลการทดลองตอนท่ี 2 ตารางท่ี 2 แสดงผลการศึกษาหาปริมาณอตั ราส่วนระหวา่ งกากมะพร้าวแหง้ และน้าตาเทียนที่เหมาะสม ในการผลิตเช้ือเพลิงสาหรับใชแ้ ทนแอลกอฮอลจ์ ุดไฟ ประสิทธิภาพของเช้ือเพลิง อตั ราส่วนระหวา่ ง อณุ หภมู ิสูงสุด ระยะเวลาท่ีเช้ือเพลิงใหพ้ ลงั งาน หมาย กากมะพร้าวและ เหตุ (องศาเซลเซียส) ความร้อน(นาที) น้าตาเทียน คร้ังที่ คร้ังที่ คร้ังท่ี เฉล่ีย คร้ังท่ี1 คร้ังท่ี คร้ังที่3 เฉล่ีย 1 2 3 2 กากมะพร้าว 10 กรัมผสม 31 31 31 31.00 1 1 1 1.00 1 กบั น้าตาเทียน 5 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัมผสม 31 31 31 31.00 1 1 1 1.00 1 กบั น้าตาเทียน 10 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัมผสม 36 35 37 36.00 3 3 3 3.00 3 กบั น้าตาเทียน 15 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัมผสม 64 62 65 63.67 9 9 10 9.33 2 กบั น้าตาเทียน 20 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัมผสม 88 94 91 91.00 11 12 12 11.67 1 กบั น้าตาเทียน 25 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัมผสม - - -- - - - - ไม่ติด กบั น้าตาเทียน 30 กรัม ไฟ จากตารางแสดงผลการศึกษาหาปริมาณอตั ราส่วนระหว่างกากมะพร้าวและน้าตาเทียนท่ี เหมาะสมในการผลิตเช้ือเพลิงสาหรับใชแ้ ทนแอลกอฮอล์จุดไฟ พบวา่ อตั ราส่วนระหวา่ งกากมะพร้าว 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 25 กรัม เป็นเช้ือเพลิงท่ีมีประสิทธิภาพดีที่สุด รองลงมาคือ กากมะพร้าว 10 กรัม ผสมกบั น้าตาเทียน 20 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 15 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัม ผสมกบั น้าตาเทียน10 กรัม กากมะพร้าว 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 5 กรัม ตามลาดบั
16 ผลการทดลองตอนที่ 3 ตารางที่ 3 แสดงผลการทดลองใชเ้ ช้ือเพลิงท่ีผลิตจากกากมะพร้าวแห้งผสมน้าตาเทียนเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพกบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ ประสิทธิภาพของเช้ือเพลิง อุณหภูมิสูงสุด ระยะเวลาที่เช้ือเพลิงใหพ้ ลงั งาน ชนิดของเช้ือเพลิง (องศาเซลเซียส) ความร้อน (นาที) คร้ังท่ี คร้ังท่ี คร้ังท่ี เฉล่ีย คร้ังท่ี คร้ังที่ คร้ังที่ เฉล่ีย 1 2 3 1 2 3 กากมะพร้าวผสม 76 72 74 74.00 17 22 20 19.67 น้าตาเทียน เมทานอล70 % 72 71 74 72.33 8 8 9 8.33 แอลกอฮอลแ์ ขง็ อุ่น 84 92 86 87.33 4 4 4 4.00 อาหาร จากตารางแสดงผลการทดลองใชเ้ ช้ือเพลิงที่ผลิตจากกากมะพร้าวผสมน้าตาเทียนเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพกบั แอลกอฮอล์จุดไฟ พบวา่ แอลกอฮอล์แขง็ อุ่นอาหารมีค่าอุณหภูมิสูงท่ีสุด รองลงมา คือ กากมะพร้าวผสมน้าตาเทียน และเมทานอล 70% ตามลาดบั และ กากมะพร้าวผสมน้าตาเทียนมี ระยะเวลาในการให้พลงั งานความร้อนนานท่ีสุด รองลงมาคือเมทานอล 70% และแอลกอฮอล์แข็งอุ่น อาหาร ตามลาดบั สอดคลอ้ งกบั สมมติฐานที่ต้งั ไว้
17 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผลการทดลอง 1. จากการทดลองผลิตเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ินสาหรับใชแ้ ทนแอลกอฮอลจ์ ุดไฟ พบวา่ กากมะพร้าวผสมกบั น้าตาเทียนสามารถติดไฟไดน้ านกวา่ วสั ดุชนิดอื่นๆที่นามาทดสอบการติด ไฟโดยอตั ราส่วนที่เหมาะสมท่ีทาใหเ้ ช้ือเพลิงมีประสิทธิภาพสูงสุดคือกากมะพร้าวแหง้ 10 กรัมผสมกบั น้าตาเทียน 25 กรัมซ่ึงสามารถใหพ้ ลงั งานความร้อนสูงสุด 74 องศาเซลเซียส 2. จากการศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ระหวา่ งเช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถิ่น กบั แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ พบวา่ เช้ือเพลิงจากวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ินมีประสิทธิภาพของเช้ือเพลิงดีกวา่ แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ สามารถใชอ้ ุน่ อาหารและใหค้ วามร้อนกบั อาหารไดน้ านกวา่ เช้ือเพลิงชนิดอื่น อภปิ รายผลการทดลอง จากการทดลองเช้ือเพลิงที่ผลิตจากกากมะพร้าวผสมกบั น้าตาเทียนซ่ึงเป็นวสั ดุธรรมชาติและที่ เหลือใช้จากในทอ้ งถิ่นสามารถใช้แทนแอลกอฮอล์จุดไฟได้ มีความปลอดภยั ในการใช้มากกว่า แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ ข้นั ตอนการผลิตง่าย ไม่เสียงบประมาณในการผลิต เนื่องจากกากมะพร้าวเป็ นส่ิงที่ หาไดง้ ่ายเพราะการประกอบอาหารของคนในชุมชนส่วนใหญจ่ ะมีมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ เน้ือเทียน ที่ใชก้ ็สามารถขอรับบริจาคไดจ้ ากวดั ซ่ึงเป็นน้าตาเทียนที่แข็งตวั จากการจุดเทียนในพิธีกรรมทางศาสนา ประสิทธิภาพในการใชง้ านดีกวา่ แอลกอฮอลจ์ ุดไฟ เม่ือพิจารณาในรายละเอียด พบวา่ กากมะพร้าวผสม น้าตาเทียนมีอุณหภูมิต่ากวา่ แอลกอฮอลแ์ ขง็ อุ่นอาหาร ท้งั น้ีอาจเป็ นเพราะวา่ แอลกอฮอล์แข็งเป็ นสารที่ ไวต่อความร้อนสูง ซ่ึงมีคุณสมบตั ิพิเศษคือเอาไวจ้ ุดไฟโดยตรงจึงทาให้แอลกอฮอล์แข็งจุดไฟไดง้ ่าย และมีอุณหภูมิสูงกวา่ กากมะพร้าวผสมน้าตาเทียน ส่วนระยะที่เช้ือเพลิงให้พลังงานความร้อน กาก มะพร้าวผสมน้าตาเทียนให้ความร้อนนานกวา่ แอลกอฮอลแ์ ข็งอุ่นอาหาร ท้งั น้ีอาจเป็ นเพราะวา่ กาก มะพร้าวผสมน้าตาเทียน เป็ นเช้ือเพลิงที่มีการเผาไหมช้ า้ กวา่ แอลกอฮอลแ์ ข็ง จึงทาใหม้ ีเช้ือเพลิงในการ ติดไฟที่นานกวา่ แอลกอฮอลแ์ ข็ง ดงั น้นั การนากากมะพร้าวผสมน้าตาเทียนมาใชป้ ระโยชน์ควรใชเ้ พื่อ อุ่นอาหาร เพราะจะทาใหอ้ าหารมีความอุน่ ไดน้ านกวา่ แอลกอฮอลแ์ ขง็ ข้อเสนอแนะ ก่อนการนาเช้ือเพลิงท่ีผลิตจากกากมะพร้าวผสมกบั น้าตาเทียนไปใชป้ ระโยชน์ ควรตรวจสอบ ว่าเช้ือเพลิงมีความช้ืนหรือไม่ และควรเก็บไวท้ ี่ไม่มีความช้ืน เน่ืองจากถ้ามีความช้ืนอยู่ในเช้ือเพลิง อาจจะทาใหก้ ารเผาไหมไ้ ม่มีประสิทธิภาพ
18 บรรณานุกรม บทความสุขภาพทางวทิ ยาศาสตร์ http://www.vcharkarn.com/varticle/41018 เขา้ ถึงเม่ือ 2 กรกฎาคม 25560 วกิ ิพีเดียสารานุกรมเสรีมะพร้าว/เทียนไข/แอลกอฮอล/เมทานอล http://th.wikipedia.org/wiki/ เขา้ ถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 25560 พลงั งานชีวมวล http://www.siamtownus.com/New-1102000125-1.aspx เขา้ ถึงเม่ือ 2 กรกฎาคม 25560 บทความความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยเี ร่ืองอนั ตรายจากเช้ือเพลิงแอลกอฮอลแ์ ขง็ ใชอ้ ุ่นอาหาร http://edtech.ipst.ac.th/index.php เขา้ ถึงเม่ือ 2 กรกฎาคม 25560 เอทานอล http://www.pccns.in.th/krookung/PDF/unit4.pdf เขา้ ถึงเม่ือ 2 กรกฎาคม 25560 น้าตาเทียน http://dictionary.sanook.com/search/dict-th-en-lexitron เขา้ ถึงเม่ือ 2 กรกฎาคม 25560 เทียนไข http://wowboom.blogspot.com/2011/09/candle.html เขา้ ถึงเม่ือ 2 กรกฎาคม 25560 ประโยชนข์ องมะพร้าว https://sites.google.com/site/sciedinnovation/prayochn-khxng-maphraw เขา้ ถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 25560 กากมะพร้าวท่ีค้นั น้ากะทิแลว้ มีประโยชน์ https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20101108002928AA673DV เขา้ ถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 25560 สรรพคุณตะไคร้ http://frynn.com เขา้ ถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 25560 ถ่าน https://www.google.co.th/?gws_rd เขา้ ถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 25560 แกลบดา http://www.oknation.net/blog/print.php เขา้ ถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 25560 ส่วนประกอบของผกั ตบชวา http://www.school.net.th/library เขา้ ถึง เขา้ ถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 25560 การใชป้ ระโยชนจ์ ากผกั ตบชวา https://www.google.co.th เขา้ ถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 25560
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: