Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สรุปผลการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียง 2563

สรุปผลการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียง 2563

Published by somporn.4p, 2020-09-15 02:14:14

Description: สรุปผลการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียง 2563

Search

Read the Text Version

คานา ด้วย กศน.ตาบลราชคราม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอบางไทร ได้ดาเนนิ การจดั กจิ กรรม โครงการใชช้ ีวติ แบบเศรษฐกิจพอเพยี ง จานวน ๖ ช่ัวโมง ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนท่ีเข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและเกษตรทฤษฎใี หม่ และ เพอื่ ใหป้ ระชาชนท่ีเขา้ ร่วมโครงการมีความรู้ ความ เขา้ ใจ เก่ยี วกบั การพฒั นาอาชพี ต่าง ๆ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและเกษตรทฤษฎใี หม่ ทาง กศน.ตาบลราชคราม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอบางไทร หวังเปน็ อย่างยิง่ ว่าการจัดกิจกรรม โครงการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๖ ชั่วโมง จะเป็นประโยชน์ กับผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรมในครง้ั น้ีไมม่ ากกน็ ้อย และหากการจดั โครงการฯ ในครั้งน้ีมีข้อบกพร่องประการใด ทาง กศน. ตาบลราชคราม ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอบางไทร ต้องขออภัยไว้ ณ ที่น้ีด้วย รายงานสรุปฉบบั น้ีเป็นการรวบรวมข้อมลู ในการจัดทาโครงการ ภาพกิจกรรม ตลอดจนประเมินผล โครงการเพอ่ื เปน็ การเพิ่มพนู ความรแู้ ละเปน็ แนวทางในการจัดทาโครงการในคร้งั ต่อไป สมพร จติ รเี หมิ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓

สารบญั หนา้ เร่ือง ๑ บันทกึ ข้อความ ๑๓ คานา ๒๔ สารบัญ ๒๗ บทท่ี ๑ บทนา ๒๙ บทที่ ๒ เอกสารทเี่ กยี่ วข้อง ๓๙ บทที่ ๓ สรปุ ผลการดาเนนิ งาน ๔๐ บทที่ ๔ แบบสอบถามความพงึ พอใจ ๔๑ บทที่ ๕ สรุปแบบสอบถามความพึงพอใจ ๔๒ ภาคผนวก รูปภาพประกอบโครงการฯ บรรณานกุ รม คณะผจู้ ดั ทา

บทท่ี ๑ บทนา ๑. โครงการ : ใช้ชีวิตแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒. ความสอดคล้องกับนโยบาย ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรพั ยากรมนษุ ย์ ขอ้ ๓.๓ ส่งเสรมิ การจดั การเรียนร้ทู ีท่ นั สมยั และมีประสิทธิภาพ ขอ้ ๑.๓ การจดั การศึกษาต่อเนอื่ ง ๔) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกระบวนการ เรียนรูต้ ลอดชวี ติ ในรปู แบบต่างๆให้กับประชาชนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง และมี การบรหิ ารจัดการความเส่ียงอยา่ งเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยัง่ ยนื ๓. หลกั การและเหตุผล สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีนโยบายและจุดเน้นการดาเนินงาน ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓ นโยบายเร่งด่วนเพ่ือร่วมขับเคล่ือนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อ ๓.๓ ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมี ประสิทธิภาพ ข้อ ๑.๓ การจัดการศึกษาต่อเน่ือง ๔) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งผ่านกระบวนการเรยี นรูต้ ลอดชวี ิตในรปู แบบตา่ งๆใหก้ ับประชาชนเพ่ือเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามรถยืนหยัด อยู่ได้อย่างม่ันคง และมีการบริหารจัดการความเส่ียงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุล และย่ังยืน กศน.อาเภอบางไทร เป็นหน่วยงานจัดกิจกรรม ได้เห็นความสาคัญของการสร้างการรับรู้ในเรื่องหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เพ่ือให้ประชาชนได้นาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน จึงได้จัด โครงการนี้ขน้ึ ๔. วตั ถุประสงค์ ๔.๑ เพ่ือให้ประชาชนทีเ่ ข้ารว่ มโครงการมคี วามรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ๔.๒ เพื่อให้ประชาชนท่ีเข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับการพัฒนาอาชีพต่าง ๆ ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและเกษตรทฤษฎีใหม่

๕. เปา้ หมาย ๕.๑ เชงิ ปริมาณ ประชาชนท่ัวไป จานวน ๒๓ ตาบล จานวน ๑๖๒ คน ๕.๒ เชงิ คุณภาพ ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตร ทฤษฎใี หม่ ๖. วธิ ีดาเนนิ การ กิจกรรมหลัก วตั ถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เปา้ หมาย พนื้ ทดี่ าเนนิ การ ระยะเวลา งบประมาณ ๑. วางแผนการ ผ้บู ริหาร และ ๒๔ คน กศน.อาเภอ - ดาเนินงานของ ๑. เพ่ือวางแผน บุคลากร กศน. วันที่ โครงการ และกาหนด อาเภอบางไทร บางไทร ๒๓ – ๓๐ - วตั ถุประสงคใ์ น เมษายน ๒. จดั ทาและขอ การจัดโครงการ ผบู้ รหิ าร และ โครงการ กศน.อาเภอ ๒๕๖๓ อนุมตั โิ ครงการ ๑. เพื่อกาหนด บุคลากร กศน. ท่ไี ดร้ บั บางไทร แผนการ อาเภอบางไทร การ วนั ท่ี ดาเนนิ งานและ อนุมตั ิ ๒๓ – ๓๐ รายละเอียด จานวน เมษายน ของโครงการ ๒๕๖๓ และขออนุมัติ ๑ โครงการ โครงการ

๖. วธิ ีดาเนนิ การ กิจกรรมหลัก วัตถปุ ระสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เปา้ หมาย พ้ืนทีด่ าเนนิ การ ระยะเวลา งบประมาณ ๓. วธิ กี ารดาเนินงาน ๑. เพื่อให้ประชาชน ๑๑ – ๒๕ ๔๘,๖๐๐ บาท พฤษภาคม ตามโครงการ ท่เี ข้ารว่ มโครงการมี ๒๕๖๓ - อบรมหลักปรัชญา ความรู้ ความเขา้ ใจ ของเศรษฐกิจ เก่ียวกบั หลกั ปรชั ญา พอเพียงและเกษตร ของเศรษฐกจิ ๑๖๒ คน ทฤษฎใี หม่ พอเพยี งและเกษตร ทฤษฎใี หม่ กศน.ตาบล ๒๓ ๒. เพื่อใหป้ ระชาชน ประชาชนท่วั ไปทุก แหง่ ทเี่ ขา้ ร่วมโครงการมี ตาบล ความรู้ ความเข้าใจ เกย่ี วกับการพฒั นา อาชีพตา่ ง ๆ ตาม หลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง และเกษตรทฤษฎี ใหม่ ๔. สรุปและ ๑. เพื่อสรปุ ผล ผู้รบั ผิดชอบ ๒๓ คน กศน.อาเภอ ๑๕ - มิถุนายน รายงานผลการ การดาเนนิ งานใน โครงการ บางไทร ๒๕๖๓ ดาเนนิ งาน การจัดโครงการ ๗. วงเงินงบประมาณทง้ั โครงการ แผนงาน : พ้ืนฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ ผลผลิตที่ ๔ ผู้รับบริการการศึกษา นอกระบบ กิจกรรมการศึกษานอกระบบ งบดาเนินงาน (เศรษฐกิจพอเพียง) จานวนเงิน ๔๘,๖๐๐.- บาท (ส่หี มน่ื แปดพันหกร้อยบาทถว้ น) ประมาณการค่าใชจ้ ่ายดังนี้ ๗.๑ ค่าวัสดุ จานวน ๒๓ ตาบล เปน็ เงิน ๑๙,๔๔๐ บาท ๗.๒ ค่าส่ือ/เอกสารประกอบการอบรมจานวน ๑๘๐ บาท x จานวน ๑๖๒ คน เป็นเงิน ๒๙,๑๖๐ บาท รวมเปน็ เงนิ ๔๘,๖๐๐ บาท หมายเหตุ ขอถวั จ่ายตามทจี่ ่ายจริงทุกรายการ

๘. แผนการใชจ้ ่ายงบประมาณ กจิ กรรมหลกั ไตรมาสท่ี ๑ ไตรมาสท่ี ๒ ไตรมาสท่ี ๓ ไตรมาสท่ี ๔ - - ๔๘,๖๐๐ บาท - - อบรมหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ๙. ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ กลุม่ งานจัดการศึกษาต่อเนอ่ื ง กศน.อาเภอบางไทร ๑๐. เครือข่าย - สานักงานเกษตรอาเภอ - แหลง่ เรียนรู้ - ปราชญ์ชาวบ้าน/ภมู ิปัญญาท้องถ่นิ ๑๑. โครงการท่เี ก่ียวขอ้ ง - ๑๒. ผลลัพธ์ ประชาชนท่ีเข้าร่วมโครงการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ใน ชวี ติ ประจาวนั ๑๓. ดชั นีชว้ี ัดผลสาเรจ็ ของโครงการ ๑๓.๑ ตวั ชีว้ ดั ผลผลิต ร้อยละ ๘๐ ของประชาชนท่ีเข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียงและเกษตรทฤษฎใี หม่ ๑๓.๒ ตวั ช้ีวดั ผลลัพธ์ ประชาชนท่ีเข้าร่วมโครงการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ใช้ในการ ดาเนินชวี ติ ประจาวนั

๑๔. การตดิ ตามและประเมินผลโครงการ ๑๔.๑ แบบบนั ทึก ๑๔.๒ แบบประมินความพึงพอใจ ลงชื่อ.....................................................ผู้เสนอโครงการ ลงชอ่ื .....................................................ผู้เสนอโครงการ (นายธนสาร โกพัฒนต์ า) (นายขวัญชัย จติ รถี ิน) ครอู าสาสมัคร ครู กศน.ตาบล ลงชือ่ .....................................................ผเู้ สนอโครงการ ลงช่อื .....................................................ผู้เสนอโครงการ (นางอญั ชลี มหรรณพ) (นายธิติ ทองอดุ ม) ครอู าสาสมัคร ครู กศน.ตาบล ลงช่อื .....................................................ผู้เสนอโครงการ ลงชอ่ื .....................................................ผู้เสนอโครงการ (นายสมพร จิตรีเหมิ ) (นายสมเจตท์ วับสันเทียะ) ครู กศน.ตาบล ครู กศน.ตาบล ลงช่อื .....................................................ผเู้ สนอโครงการ ลงชอ่ื .....................................................ผเู้ สนอโครงการ (นายธวิท สุขสมบุญ) (นายเอกยทุ ธ สง่ กล่นิ ) ครู กศน.ตาบล ครู กศน.ตาบล ลงชอื่ .....................................................ผู้เสนอโครงการ ลงชอ่ื .....................................................ผเู้ สนอโครงการ (นายกฤชวฒั น์ จารมุ ณี) (นายชนะชยั อยั กลู ) ครู กศน.ตาบล ครู กศน.ตาบล ลงชื่อ.....................................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ.....................................................ผเู้ สนอโครงการ (นายศิริพงศ์ กันโรคา) (นางสาวนภาพร สาเรจ็ ทรพั ย์) ครู กศน.ตาบล ครู กศน.ตาบล ลงชื่อ.....................................................ผเู้ สนอโครงการ ลงชื่อ.....................................................ผ้เู สนอโครงการ (นายสมิทธิ์ดา ศรปี ระจักษ์) (นางนฤมล ดงจนั ทร์) ครูอาสาสมัคร ครู กศน.ตาบล ลงช่อื .....................................................ผเู้ สนอโครงการ ลงช่ือ.....................................................ผเู้ สนอโครงการ (นางบังอร ประเสริฐศรี) (นางสาวประภาพร แก้วตอง) ครอู าสาสมัคร

ครู กศน.ตาบล ลงชอ่ื .....................................................ผู้เสนอโครงการ (นางสาววนั วสิ า อรญั รมั ย์) ครู กศน.ตาบล ลงช่ือ.....................................................ผู้เสนอโครงการ (นางสาวนิภาพร โกษะ) ครู กศน.ตาบล ลงชอ่ื .....................................................ผเู้ สนอโครงการ (นางสาวปิยรัตน์ สุขสมพืช) ครู กศน.ตาบล ลงชอื่ .....................................................ผูเ้ สนอโครงการ (นางสาวณุสรา โกษะ) ครู กศน.ตาบล ลงชอ่ื .....................................................ผู้เสนอโครงการ (นางสาวศุทธนิ ี จันยะนัย) ครู กศน.ตาบล ลงชอ่ื .....................................................ผู้เสนอโครงการ (นางสาวสรนิ ทร โกษะ) ครศู ูนยก์ ารเรียนชมุ ชน

ลงช่ือ...............................................................ผู้เสนอโครงการ (นางสาวณฐั ชานนั ท์ โคว้ วารนิ ทร์) ครู กศน.ตาบล ลงชื่อ...............................................................ผเู้ ห็นชอบโครงการ (นางสาวหทยั รัตน์ ศริ ิแกว้ ) ครูผชู้ ่วย ลงช่ือ...............................................................ผูอ้ นุมตั ิโครงการ (นางสาววรศิ รา คานึงธรรม) ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอบางซ้าย รักษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอบางไทร

กาหนดการ โครงการใช้ชวี ติ แบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในวันท่ี ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ณ พื้นท่ีตาบล อาเภอบางไทร จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา ลาดับท่ี พ้ืนท่ีตาบล ระยะเวลาจัดกิจกรรม หมายเหตุ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑ ตาบลไผพ่ ระ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๒ ตาบลกกแกว้ บูรพา ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๓ ตาบลโคกช้าง ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๔ ตาบลบ้านมา้ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๕ ตาบลไมต้ รา ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๖ ตาบลบ้านแปง้ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๗ ตาบลชา้ งนอ้ ย ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๘ ตาบลกระแชง ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๙ ตาบลบ้านกลึง ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๐ ตาบลสนามชัย ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๑ ตาบลบางย่ีโท ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๒ ตาบลหน้าไม้ ๑๓ ตาบลชา่ งเหลก็ ๑๔ ตาบลแคตก ๑๕ ตาบลแคออก ๑๖ ตาบลหอ่ หมก ๑๗ ตาบลบางพลี ๑๘ ตาบลบา้ นเกาะ ๑๙ ตาบลบางไทร ๒๐ ตาบลเชียงรากนอ้ ย ๒๑ ตาบลช้างใหญ่ ๒๒ ตาบลโพแตง ๒๓ ตาบลราชคราม

กาหนดการ โครงการใช้ชีวติ แบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในวันท่ี ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ณ พนื้ ที่ตาบล อาเภอบางไทร จังหวดั พระนครศรีอยุธยา ๐๙.๐๐ น. – ๑๒.๐๐ น. บรรยายใหค้ วามรู้ เรอื่ ง ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและเกษตร ทฤษฎีใหม่ พรอ้ มกับแจกหนงั สอื แนวทางการใชช้ ีวติ ตามหลกั ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพยี ง พร้อมพนั ธ์ุผัก โดย ครู กศน.ประจาตาบล ๑๓.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น. บรรยายให้ความรู้ เร่อื ง ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและเกษตร ทฤษฎใี หม่ พร้อมกับแจกหนงั สือแนวทางการใช้ชวี ิตตามหลักปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง พร้อมพนั ธ์ุผกั โดย ครู กศน.ประจาตาบล หมายเหตุ จัดกิจกรรมตามกาหนดการ จานวน ๒ วัน

บทที่ ๒ เอกสารที่เกยี่ วข้อง การดาเนินกิจกรรม/โครงการใช๎ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง คร้ังน้ีผ๎ูดาเนินการได๎ศึกษาเอกสารและ งานทีเ่ กีย่ วขอ๎ งกบั การเสรมิ สร๎างภูมิปัญญาทางบัญชีเพื่อการปรับเปล่ียนพฤติกรรมการใช๎จํายตามแนวคิดหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของประชาชน โดยผ๎ูดาเนินกิจกรรม/โครงการได๎ทาการศึกษาจากเอกสาร แนวคิด ทฤษฎที ่ีเก่ยี วข๎อง และ นาเสนอตามลาดบั ดังน้ี 1. แนวคดิ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2. แนวคดิ เก่ียวกบั พฤติกรรมการใช๎จาํ ย 3. แนวคดิ เกีย่ วกบั การบญั ชแี ละภมู ิปัญญาทางบญั ชี แนวคดิ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง สานักงานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ ได๎กลําวถึงความเป็นมา ของ เศรษฐกิจพอเพียง โดยสรุปวํา ตลอดเวลากวําคร่ึงศตวรรษ นับต้ังแตํพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัว ข้ึนเถลิง ราชสมบัติบรมราชาภิเษกภายใต๎นพปฎลมหาเศวตฉัตร ซึ่งได๎พระราชทานพระปฐมราชโองการ “เราจะครอง แผํนดินโดยธรรม เพ่ือประโยชน์สุขแหํงมหาชนชาวสยาม” พระองค์ได๎ทรงทํุมเทพระวรกาย และพระ สติปัญญา รํวมทุกข์รํวมสุขกับพสกนิกรของพระองค์ และบาเพ็ญพระราชกรณียกิจ ในด๎าน ตํางๆ ท้ังด๎าน เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรและส่ิงแวดล๎อม โดยคานึงถึงประโยชน์สุขของพสกนิกรเป็น ที่ต้ัง โดยใช๎หลัก คุณธรรมและความร๎ูความเข๎าใจทางหลักวิชาความชานาญและประสบการณ์เกี่ยวกับ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับภูมสิ งั คมของแตลํ ะพนื้ ที่ เป็นแนวปฏบิ ตั ิในการ พฒั นา “คาวํา พอเพียง มีความหมายกว๎างออกไปอีก ไมํได๎หมายถึงการมีพอสาหรับใช๎ของตัวเอง มี ความหมายวํา “พอมีพอกิน” วันน้ันได๎พูดถึงวําเราควรจะปฏิบัติให๎พอมีพอกิน พอมีน้ีแปลวําเศรษฐกิจ พอเพียงนัน้ เอง ถา๎ แตํละคนมพี อมีพอกิน กใ็ ช๎ได๎ ยงิ่ ถา๎ ประเทศมีพอมีพอกินก็ย่ิงดี พอเพียงหมายความ วํามีกิน มอี ยํู ไมํฟุ่มเฟอื ย ไมํหรูหรากไ็ ด๎ แตวํ ําพอเพยี งก็คอื พอเทํานั้นเอง คนเราถ๎าพอในความต๎องการ มันก็จะมีความ โลภน๎อย ก็จะเบยี ดเบียนผอู๎ ืน่ น๎อย พอเพียงนี้อาจจะมีมา อาจจะมีของหรูหราก็ได๎ แตํวํา ไมํต๎องเบียดเบียนคน อ่ืน ต๎องให๎พอประมาณ พูดจาก็พอเพียง ทาอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง ฉะนั้นความพอเพียงนี้ก็ แปลวําความพอประมาณและมเี หตผุ ล” ณัฏฐพงศ์ ทองภักดี (2550) ได๎สรุปประเด็นพระราชดารัชของพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัวท่ี พระองค์ทรงมีพระราชดารัสในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นข๎อคิดและข๎อแนะนาท่ีสาคัญได๎ดังนี้ การ เปน็ เสือน้ันไมสํ าคัญ สาคญั ทปี่ ระชาชนควรมีเศรษฐกิจแบบพออยูํพอกิน หรือการทาโครงการใดๆ ต๎องทาด๎วย ความรอบคอบอยาํ โตเกินไป นอกจากนี้แนวพระราชดาริยังมีการประยุกต์ใช๎ในหลาย หนํวยงาน โดยเฉพาะใน ภาเกษตรกรรม เมื่อมีหลายฝ่ายนาไปใช๎กเ็ กดิ ความเข๎าใจกันมากข้ึน โดยสรุป เชํน พอพียง คือพออยูํพอกิน ไมํ ฟุ่มเฟือยหรือหรูหราเกินไป แตํให๎มีความพอเพียง แตํถึงแม๎บางสิ่ง บางอยํางจะดูสิ้นเปลือง แตํนําจะทาให๎มี ความสุขก็นําจะมีไว๎ครอบครองได๎ ถ๎าคนภายในประเทศเพียง จานวนหน่ึงในสี่ของจานวนคนทั้งหมด รู๎จักทา อะไรด๎วยความอะลมุํ อลํวย ทาอะไรดว๎ ยเหตผุ ลและผลก็ เปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งและคนจะมีความสขุ

กรอบแนวคิดปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กรอบแนวคิดปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง อยูภํ ายใต๎กรอบแนวคิด “3 หํวง 2 เง่ือนไข” กลําวคือ 3 หํวง ประกอบไปด๎วย ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการมีภูมิคุ๎มกันที่ดีในตัว โดยท่ีทั้งหมดน้ันอยูํ ภายใต๎ 2 เง่ือนไข คอื การมีความรแู๎ ละคุณธรรม สามารดาเนินกิจกรรมดา๎ นตาํ งๆ อยํางสมดุล สามารถจาแนก ไดด๎ งั น้ี ทมี่ า: สถาบนั บณั ฑิตพัฒนาบรหิ ารศาสตร.์ ศูนยศ์ ึกษาเศรษฐกิจพอเพียง, 2551 1. ความพอประมาณ (Moderation) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคม แหํงชาติ อธิบายความหมายของความพอประมาณ วําหมายถึง ความพอดีท่ีไมํน๎อยเกินไปและไมํ มากเกินไป ไมสํ ดุ โตงํ เกินไป ขณะเดยี วกันความพอดนี น้ั จะตอ๎ งเป็นไปในลักษณะที่ไมํเบียดเบียนตนเอง และผ๎ูอ่ืน เชํน การ ผลิตและการบริโภคท่ีอยํูในระดับพอประมาณจากพระราชดารัสด๎านความประหยัด ประมาณ รู๎วําส่ิงใดควร จํายออกไป และสิ่งใดควรรักษาไว๎ โดยใช๎การประมาณตน และประมาณ สถานการณ์ ประมาณตนให๎รู๎วํา ตนเองต๎องการอะไร มีความจาเป็นสาหรับตนมากแคํไหน และใน สถานการณ์ที่กาลังเผชิญอยํูต๎องทาอยํางไร ถึงจะพอเพียงแกํตนเอง 2. ความมีเหตุผล (Reasonableness) การยึดเหตุผลและความถูกต๎องปรับความคิด ความต๎องการจากสิ่งท่ีเป็นคุณคําเทียม ซ่ึงเกิด จาก ความวปิ รติ ผนั ผวนของสังคมและไมํคงทนย่ังยืน ให๎กลับไปสูํการยอมรับนับถือคุณคําแท๎ตาม ธรรมชาติของส่ิง ตํางๆ การอยูํอยํางมีเหตุผล การใช๎ข๎อมูลอยํางมีคุณภาพ ตัดสินใจด๎วยข๎อมูลความรู๎ รู๎เขาร๎ูเรา ร๎ูเทําทันการ เปลี่ยนแปลงไปทาตามๆกัน ร๎ูตัวเอง ร๎ูท๎องถิ่น ร๎ูศักยภาพ รู๎ทุนชุมชน รู๎ปัญหารู๎ โลกาภิวัตน์ แสวงหาความร๎ู ศึกษาในระดับสูงขึ้นตามศักยภาพของตนเอง มีแผนท่ีชีวิตครอบครัว แผนที่ ชุมชน แผนยุทธศาสตร์ แผนงาน องค์กร แผนงบประมาณครอบครัว รายรับ-รายจําย หน้ีสิน แผนการ ลงทุน แผนเศรษฐกิจพอเพียง ทาดีมี คณุ ภาพ ดว๎ ยความสมา่ เสมอ และการมีเหตุผลมาจากการเรียนรู๎ที่ เหมาะสม ทาให๎คนพัฒนาศักยภาพของตน และสามารถใชท๎ รพั ยากรอยาํ งมีเหตผุ ล (เสรี พงศ์พิศ, 2549:59)

3. การมีภมู คิ ุ๎มกันในตัวทดี่ ี (Self-immunity) ณัฏฐพงศ์ ทองภักดี, (2550: 13) กลําววํา พลวัตในมิติตํางๆ ทาให๎มีการเปล่ียนแปลงใน สภาวะ ตํางๆอยํางรวดเร็วข้ึน จึงต๎องมีการเตรียมตัวพร๎อมรับผลกระทบที่คาดวําจะเกิดขึ้นจากการ เปล่ียนแปลงด๎าน ตํางๆ การกระทาที่เรียกได๎วําพอเพียงไมํคานึงถึงเหตุการณ์และผลในปัจจุบัน แตํ จาเป็นต๎องคานึงถึงความ เปน็ ไปไดข๎ องสถานการณต์ าํ งๆที่เกดิ ขน้ึ ในอนาคตภายใต๎ข๎อกากัดของข๎อมูลที่มี อยํูและสามารถสร๎างภูมิคุ๎มกัน พร๎อมรับการเปลี่ยนแปลง และการมีภูมิคุ๎มกันจะทาให๎พร๎อมรับ ผลกระทบและการเปล่ียนแปลงในด๎านตํางๆ เพ่ือให๎สามารถปรับตัวและรับมือได๎อยํางทันทํวงที นอกจากคุณลักษณะท้ังสามคือความพอประมาณ ความมี เหตุผล และการมีภูมิคุ๎มกันในตัวที่ดี ในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังมีเงื่อนไขสาคัญ 2 ประการ คือ เงอื่ นไขความร๎ูและเง่อื นไขคุณธรรม 1. เงื่อนไขความร๎ู ประกอบไปด๎วยความรอบคอบและความระมัดระวัง หากบุคคลมีความรู๎ เพียงพอ ตํอเรื่องน้ันๆ จะชํวยให๎การตัดสินใจมีความถูกต๎องมากย่ิงข้ึน ทั้งน้ีต๎องอาศัยการศึกษาค๎นคว๎า เพ่ิมเติมอยําง เหมาะสม รวมถงึ การใชว๎ จิ ารณญาณในการรบั ขอ๎ มูลที่ได๎ศึกษา เพ่ือนามาปรับและ ประยุกต์ใช๎ให๎เหมาะสมกับ ตนเอง (กลมํุ พัฒนากรอบแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง, 2546) ความรอบรู๎คือ มีความรู๎เก่ียวกับวิชาการตํางๆ อยํางรอบด๎าน ในเรื่องตํางๆท่ีเก่ียวข๎องเพ่ือใช๎ เป็น ประโยชน์พนื้ ฐานเพือ่ นาไปใช๎ในการปฏบิ ัตอิ ยาํ งพอเพียง การมคี วามรอบร๎ยู อํ มทาให๎มีการตัดสินใจ ทีถ่ ูกตอ๎ ง ความรอบคอบ คือ มกี ารวางแผนโดยสามารถท่จี ะนาความรู๎และหลักวิชาตํางๆ มาพิจารณา เช่ือมโยง สัมพันธ์กนั ความระมัดระวัง คือ ความมีสติ ตระหนักถึงการเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึนได๎ ในการนาแผนปฏิบัติ ท่ีตั้ง อยํูบนหลักวิชาตํางๆ เหลําน้ันไปใช๎ในทางปฏิบัติ โดยเป็นการระมัดระวังให๎รู๎เทําทันเหตุการณ์ที่ เปลี่ยนแปลง ไปดว๎ ย 2. เงอ่ื นไขคุณธรรม ประกอบด๎วยความตระหนักในคุณธรรม มคี วามซ่อื สัตย์สุจริต และมี ความอดทน มีความเพียร ใช๎สตปิ ัญญาในการดาเนนิ ชวี ิต การไมํเบยี ดเบียนตนเอและผ๎ูอื่น และ คุณธรรมตํางๆ ท่ีชํวยกากับ การดาเนินชีวิตให๎อยูํในครรลองที่เหมาะสม จะเห็นได๎วําหลักคุณธรรมเหลํานี้ เป็นหลักคุณธรรมใน พระพุทธศาสนาและเป็นสิ่งที่เราได๎รับการปลูกฝัง อบรมจากสังคมอยูํเสมอ (กลํุม พัฒนากรอบแนวคิดทาง เศรษฐศาสตร์ของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอ,๒๕๔๖) แนวคดิ เกย่ี วกบั พฤติกรรมการใชจ้ ่าย ความหมายของพฤตกิ รรม ในการศึกษาพฤติกรรมการใช๎จํายของนักศึกษาที่เป็นวัยรุํนนั้นจาเป็นต๎องเข๎าใจความหมาย เก่ียวกับ วัยรํุนและพฤติกรรมตํางๆ ของวัยรุํน เพื่อใช๎เป็นแนวทางในการศึกษาและอธิบายพฤติกรรม เหลํานั้นได๎อยําง ถกู ต๎องดงั นี้ พฤติกรรม (Behavior) หมายถึง การกระทาทุกอยํางของวัยรํุน ไมํวําการกระทาน้ันจะทาโดย รู๎ตัว หรือไมํร๎ูตัวก็ตาม และไมํวําการกระทาน้ันจะพึงประสงค์หรือไมํ ดังนี้การเดิน การยืน การคิด การ ตัดสินใจ การปฏิบัติตามหน๎าท่ีหรือการละทิง้ หน๎าที่เปน็ พฤติกรรมทง้ั ส้นิ ซ่งึ พฤติกรรมแบงํ เปน็ ลกั ษณะ ใหญํ ๆ คือ 1. พฤติกรรมภายนอก (Over Behavior) คือ พฤติกรรมท่ีสามารถมองเห็นได๎ด๎วยตาเปลํา เชํน การ น่งั การเดิน การยิ้ม การหวั เราะ เป็นต๎น 2. พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) คือพฤติกรรมท่ีไมํสามารถมองเห็นด๎วยตาเปลํา บางคร้ัง จาเป็นต๎องใชเ๎ ครื่องมือทางวทิ ยาศาสตรช์ วํ ยจงึ ทราบพฤติกรรมน้นั ไดพ๎ ฤตกิ รรมประเภทน้ีมีชื่อ เรียกวํา (Molar Behavior) หรือบางทีเคร่ืองมือทางวิทยาศาสตร์ก็ไมํสามารถจะชํวยให๎ทราบพฤติกรรม น้ันได๎ซ่ึงเรียกวํา พฤตกิ รรมโมเลกุล (Molecular Behavior) เชนํ การคดิ การตดั สนิ ใจความรส๎ู กึ การตคี วามหมาย เป็นต๎น (พัช รา นาคศริ .ิ 2550: 30-42)

ลกั ษณะการเกดิ ของพฤติกรรม พงค์รัตนะ. (2551: 17-19) กลําววํา การเกิดของพฤติกรรมน้ันจาเป็นต๎องมีแรงจูงใจ (Motive) เสมอ และแรงจูงใจ หรอื ส่งิ กระตนุ๎ อาจมีไดท๎ ัง้ ภายนอกและภายในรํางกาย ดงั น้ี 1. แรงกระตุ๎นจากภายใน (Internal Stimulus) ได๎แกํ ความต๎องการอาหาร ความต๎องการ พักผํอน และความต๎องการมเี กยี รติ 2. แรงกระต๎ุนจากภายนอก (External Stimulus) ได๎แกํ แรงกระตุ๎นที่เกิดจากส่ิงแวดล๎อม ภายนอก รํางกาย เชํน ภยั อันตรายตํางๆ ทีท่ าใหเ๎ กิดพฤตกิ รรม เชนํ วง่ิ หนตี ํอสู๎หลบหลีก ทั้งนส้ี าเหตทุ ี่ทาให๎เกดิ พฤตกิ รรมของมนุษยส์ ามารถสรปุ ได๎ 7 อยําง ดงั น้ี 1. พฤติกรรมตอ๎ งมแี รงจงู ใจเปน็ แรงผลกั ดัน 2. พฤติกรรมมีเปา้ หมาย แตํพฤตกิ รรมอยํางเดยี วกนั ไมํจาเปน็ ตอ๎ งมีแรงจงู ใจเหมือนกนั 3. เป้าหมายบางอยาํ งมอี ิทธิพลตอํ พฤติกรรมนั้นยาก 4. พฤตกิ รรมของคนยอํ มข้ึนอยูกํ ับความต๎องการหรือความคาดหวังของแตลํ ะบคุ คล 5. พฤติกรรมยอํ มขน้ึ อยํูกบั สงิ่ แวดล๎อม 6. พฤตกิ รรมของคนยอํ มข้นึ อยูกํ ับประสบการณ์และความสนใจ 7. พฤตกิ รรมของคนขน้ึ อยูกํ บั สตปิ ัญญาและวนิ ยั นอกจากนนี้ กั พฤตกิ รรมศาสตร์และสุขศึกษาได๎พยายามหาเหตุผลมาอธิบายวําพฤติกรรมของ คนเกิด ขึ้นมาได๎อยํางไร ซ่ึงมีการพัฒนาแนวความคิด ทฤษฎีและวิธีทางพฤติกรรมศาสตร์และ สุขศึกษา ขึ้นมาหลาย ทฤษฎโี ดยแบงํ เปน็ 3 กลุํมใหญๆํ ดังน้ี แนวความคิดท่ี 1 ปัจจัยในตัวบุคคล (Intra-individual causality assumption) รากฐาน แนวความคิดนี้มาจากการสมมติฐานเบ้ืองต๎นวํา สาเหตุของการเกิดพฤติกรรมหรือปัจจัยที่มีอิทธิ พลตํอ พฤติกรรม ความร๎ูเจตคติความเชื่อ คํานิยม แรงจูงใจ ความตั้งใจใฝ่พฤติกรรม เป็นต๎น จากแนวความ เชื่อ ดงั กลําว นักพฤติกรรมศาสตร์ในกลุํมน้ีจึงสนใจศึกษาและสร๎างทฤษฎีเกี่ยวกับ ทฤษฎีการเรียนรู๎ ทฤษฎีเจตคติ และการเปลี่ยนแปลงเจตคติทฤษฎีการสร๎างแรงจูงใจ ทฤษฎีคํานิยม เป็นต๎น วิธีการศึกษา ก็จะยึดทฤษฎี ดังกลําวเป็นหลัก โดยเน๎นการให๎ความร๎ูการเปล่ียนเจตคติการสร๎างแรงจูงใจการสร๎าง คํานิยม เป็นต๎น การ วดั ผลของการดาเนนิ การสขุ ศกึ ษากจ็ ะวดั ในรูปของการเปลีย่ นแปลงความร๎เู จตคติ และคํานิยม ซ่ึงเรียกวํา KAP Study (Knowledge Attitude Practice) ผลการวิเคราะห์KAP ทางด๎าน การวางแผนครอบครัวของประเทศ กาลังพัฒนาหลายประเทศ พบวําความร๎ูและเจตคติของการศึกษา และการวิจัยบางอยํางมีความสัมพันธ์กับ พฤตกิ รรมบางอยํางก็ไมพํ บวําความรู๎ เจตคติและการปฏิบัตมิ ี ความสมั พันธก์ ัน แนวความคิดกลุํมท่ี 2 ปัจจัยภายนอกบุคคล (Extra-individual causality assumption) กลุํม น้ีมี รากฐาน แนวความคิดมาจากสมมติฐานท่ีวําสาเหตุของการเกิดพฤติกรรมมาจากปัจจัยภายนอกตัว บุคคล นัก พฤติกรรมศาสตร์กลํุมนี้สนใจศึกษาปัจจัยทางด๎านส่ิงแวดล๎อมและระบบโครงสร๎างทางสังคม เชํน ระบบ การเมอื ง การเศรษฐกิจ การศกึ ษา ศาสนา องคป์ ระกอบดา๎ นประชากรและลักษณะทาง ภูมิศาสตร์วํามีอิทธิพล ตํอพฤติกรรมของคนอยํางไร ทฤษฎีที่น ามาประยุกต์ใช๎จะเกี่ยวข๎องกับ ทฤษฎีทาง ประชากรศาสตร์ สงั คมศาสตรจ์ ติ วิทยาสงั คมและเศรษฐศาสตรเ์ ปน็ ตน๎ แนวความคิดกลํุมท่ี 3 ปัจจัยหลายปัจจัย (Multiple causality assumption) กลํุมน้ีมีรากฐาน แนวความคดิ มาจากสมมติฐานทีว่ าํ พฤตกิ รรมของคนนน้ั เกดิ มาจากทั้งปัจจัยภายในบุคคลและปัจจัย ภายนอก บุคคล ซ่ึงจะนาทฤษฎีทางจิตวิทยาสังคม สังคมศาสตร์ประชากรศาสตร์และสังคมศาสตร์ด๎าน อื่นๆ เข๎ามา ประยุกต์ใช๎ในการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาพฤติกรรมและพยายามหาวิธีการแก๎ไข ปัญหาโดยผสมผสาน วชิ าชีพสาขาตาํ งๆ เข๎ามารํวมดาเนินการ

พฤติกรรมการบรโิ ภค พัชรา นาคศิริ (2550:11-13) ได๎อธิบายถึงความหมายของผ๎ูบริโภคไว๎วํา ผ๎ูบริโภค (Consumer) หมายถึง ผ๎ูท่ีมีความต๎องการซ้ือ (Need) มีอานาจซื้อ (Purchasing Power) ทาให๎เกิดพฤติกรรมการซื้อ (Purchasing Behavior) การบริโภคเป็นการแสวงหาสิ่งตํางๆ เพื่อนามาสนองความต๎องการของแตํละ บุคคล ซึง่ มีความแตกตาํ งกนั ออกไปยกเว๎นความจาเปน็ พืน้ ฐานทีเ่ กิดจากความต๎องการทางด๎านรํางกายท่ี มีเหมือนกัน เชํน เม่อื ถึงเวลาพักรบั ประทานอาหารในเวลา 12.00 น.ก็จะรสู๎ กึ หวิ ให๎ตอ๎ งหาอาหารมา สนองความหิวนั้น จึง กลายเป็นรูปแบบการใช๎จํายเงินไปอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นต๎น มีผู๎กลําวกันวําการหา เงินเป็นสิ่งท่ีส าคัญ แตํการ รู๎จักใช๎เงินมีความสาคัญกวําเป็นค ากลําวที่ถูกต๎องและมีเหตุผลการใช๎จํายเงิน เพ่ือซื้อสินค๎า และบริการนั้น เป็นสิ่งสาคัญ ซ่ึงมีผลตํอความกินดีอยํูดีของแตํละบุคคลหรือครอบครัว ข้ัน ตอนแรกของการซื้อสินค๎าและ บริการอยํางชาญฉลาด ซึ่งจะกํอให๎เกิดประโยชน์สูงสุดตํอผ๎ูบริโภค คือ จะต๎องมีการวางแผนการใช๎จํายเงิน เสียกอํ น โดยการจัดสรรเงนิ รายไดส๎ าหรบั สิ่งตาํ งๆ ดังตอํ ไปนี้ 1. จัดหาสิง่ จาเป็นในชีวติ ซึ่งไดแ๎ กปํ จั จัยส่ี 2. เก็บสะสมรายไดใ๎ นยามจาเป็น และใชเ๎ พือ่ การลงทนุ ในระยะยาว 3. ซอื้ หาสิง่ อานวยความสะดวกสบายอยํางทจี่ าเป็น จะเหน็ ไดว๎ าํ ท้ังสามสวํ นนม้ี ีความสาคญั ดว๎ ยกนั ท้งั สน้ิ ดังนัน้ จึงตอ๎ งมีการพิจารณาวําจะใช๎เงิน เพื่อสํวน ตํางๆ เหลําน้ีแตํละสํวนมากน๎อยเพียงใด การท่ีสามารถประหยัดเงินจากการซื้อหาสินค๎าและ บริการได๎จึง เทํากบั วํามีรายไดเ๎ พม่ิ ขน้ึ และสามารถท่จี ะนาไปใชป๎ ระโยชน์ในสํวนอืน่ ๆ ตอํ ไปได๎ การบริโภคน้ัน โดยนิยาม หมายถึง การใช๎เงินเพื่อสินค๎า และบริการใดๆ ก็ตามในปัจจุบัน ท้ังนี้ เพ่ือ สนองความตอ๎ งการของบุคคล ดงั นัน้ จะเห็นไดว๎ าํ การบริโภคเป็นเรื่องที่มีความส าคัญ มากกลําวคือ มนุษย์จะ ใชเ๎ งนิ ท่ีหามาได๎เพอ่ื การบริโภคมากที่สุด จากแนวความคิดของพฤตกิ รรมที่กลําวมา สรุปความหมายของพฤติกรรมของวัยรุํนวํานําจะ หมายถึง การกระทา การแสดงออก ซ่ึงบางอยํางสามารถมองเห็นได๎หรือไมํสามารถมองเห็นได๎ด๎วยตา เปลําตํอ สถานการณ์ตํางๆ ซ่ึงมีความสาคัญกับการสินใจในการตํอการใช๎จํายเงินในด๎านการบริโภคตํางๆ เพ่ือสนอง ความต๎องการของแตํละบุคคล ซ่ึงการกระทาดังกลําวอาจจะเหมือนกัน และแตกตํางเชํน คําอาหาร คํา เครื่องดื่ม คําที่พักอาศัย คําเสอื้ ผ๎า เครอ่ื งนุํงหมํ คํารกั ษาพยาบาล คําความบันเทงิ และ นนั ทนาการ เปน็ ต๎น พฤติกรรมทไ่ี ม่พอเพยี ง คุณูปการของแนวพระราชดาริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง อาจสามารถเห็นประจักษ์ได๎ดีขึ้นหาก มองใน มุมกลับโดยการวิเคราะห์ถึงผลในทางลบตํอระบบเศรษฐกิจของพฤติกรรมท่ีอาจเรียกได๎วําไมํ พอเพียงของ ประชาชนผู๎บริโภค นักธุรกิจการค๎าและนักธุรกิจการเงิน ซ่ึง พงค์รัตนะ. (2551: 19-23) ได๎ กลําวถึง พฤตกิ รรมดงั กลําวไว๎ดงั น้ี

1. พฤตกิ รรมทีไ่ ม่พอประมาณกบั แนวคดิ เชงิ เศรษฐศาสตร์ พฤติกรรมที่ไมํพอประมาณเป็นสํวนหน่ึงของพฤติกรรมที่ไมํพอเพียง ดังนั้นพฤติกรรมท่ีพอเพียงคือ พฤติกรรมของความพอประมาณ คือความรจ๎ู ักพอ ซ่งึ มีรายละเอียดดังน้ี 1.๑ พฤติกรรมทไี่ มํพอประมาณ ในการบริโภคท่ีเพิ่มข้ึนอยํางไมํสิ้นสุดแสดงถึงความไมํพอประมาณในการบริโภคเพราะคนจะมี พฤติกรรมต๎องการบริโภคมากขึ้นเร่ือยๆ ตราบใดท่ีการบริโภคเพิ่มขึ้นกํอให๎เกิดความพึงพอใจเพิ่มข้ึน สํวนการ ที่ความพึงพอใจในการบริโภคสินค๎าหน่ึงๆ มีอัตราการเพ่ิมที่ลดลงจะมีผลทาให๎เกิดการบริโภค สินค๎ามากกวํา หนึ่งอยําง ในทส่ี ุดการบรโิ ภคจะตอ๎ งเป็นไปตามกฎเกณฑ์สองข๎อ คือ (ก) ผ๎ูริโภคได๎รับ ความพึงพอใจสูงสุดจาก การบริโภคโดยรวม และ (ข) ในระยะยาวคําใช๎จํายเฉล่ียความไมํพอประมาณ อาจขยายให๎กว๎างขึ้นไปได๎อีก กลาํ วคือ กาหนดใหค๎ วามพึงพอใจมิได๎ขนึ้ อยกํู ับ เฉพาะสิ่งทแ่ี ตํละบุคคลมี อยํูหรือบริโภคเทํานั้นแตํให๎ขึ้นอยํูกับ ส่ิงที่บุคคลอ่ืนๆ มีอยูํด๎วย หรืออีกนัยหนึ่งความพึงพอใจจะถูกาหนด โดยระดับความ “มั่งค่ัง” ของคนอ่ืนเชํน เพื่อนบ๎าน เพ่ือนรํวมงาน เพ่ือนเรียน หรือแม๎แตํคนไกลตัว เชํน ดารา นักร๎อง หรือผ๎ูมีชื่อเสียง โดยแยก ออกเป็นสองความเป็นไปได๎คือ หากบุคคลรู๎สึกพึงพอใจเพ่ิมข้ึน ถ๎าร๎ูวําคนอื่นมีความม่ังคั่งมากขึ้น ก็กลําววํา บุคคลน้ันมีลักษณะ Altruistic แตํถ๎า ร๎ูสึกพอใจน๎อยลงก็ กลําวได๎วําบุคคลนั้น มีลักษณะ Envious ซ่ึงผลท่ี ตามมาประการหนึ่งของลักษณะหลัง ก็คืออาจมีความ พยายามแขํงกัน บริโภคหรือการเลียนแบบการบริโภค (Emulation of consumption) เพื่อให๎เกิด ความร๎ูสึกวําตนมีความเทําเทียมคนอ่ืน อีกประการหนึ่ง พฤตกิ รรมที่ไมํพอประมาณข้ึนอยํูกับระดบั การ บรโิ ภคในอดีตของตนเอง ซึ่งจะสํงผลตํอระดับความพึงพอใจใน การบริโภคในปจั จบุ ัน หรอื ในอนาคต ตัวอยํางเชํน หากเปรียบเทียบคนสองคนท่ีมีฐานะเทําเทียมกัน สมมติวํา คอื นายพอ และนายเพยี ง และสมมติวํานายพอเคยมีฐานะที่ตํ ากวํานี้มากํอน ในขณะท่ีนายเพียงมีฐานะระดับ นี้มาโดยตลอด ทฤษฎีนี้จะ บํงช้ีวํานายพอมีความพึงพอใจตํอระดับความเป็นอยํูในปัจจุบันมากกวํา นายเพียง ท้ัง ๆ ที่ทั้งคูํมีฐานะ เทําเทียมกันในปัจจุบัน ทฤษฎีน้ีถือวํา ความพึงพอใจของคนมีลักษณะเป็น Habit formation คือถูก กาหนดโดยอุปนิสัยการบริโภคในอดีตซึ่งหากใช๎คาไทยๆ ก็อาจกลําวได๎วําความพึงพอใจ แบบน้ีอาจ กํอให๎เกิดพฤติกรรมท่ีมีลักษณะ “จมไมํลง” เน่ืองจากวําจะมีผลทาให๎คนต๎องการบริโภคมากขึ้น เรื่อยๆ หรืออยํางน๎อยก็ต๎องรักษาระดับการบริโภคไมํให๎ตํ ากวําที่เคยเป็นในอดีตงานวิจัยทั้งในเชิงทฤษฎีและ เชิง ประจักษ์ทางเศรษฐศาสตร์ในระยะหลังๆ พบวํารูปแบบความพึงพอใจแบบจมไมํลง (Habit formation) หรือแบบลอกเลียนบริโภค (Emulation) สามารถใช๎คาอธิบายพฤติกรรมการบริโภค การออม การลงทุน (ทั้ง การลงทนุ โดยตรงและการลงทนุ ในหลักทรัพยท์ างการเงนิ ) ไดค๎ ํอนขา๎ งมาก 1.2 ความเสย่ี งในระดบั การบรโิ ภค ความเป็นจริงในชีวิตของคนทุกๆ คนก็คือปัจจัยหรือสภาพแวดล๎อม รวมท้ังความเป็นอยูํที่ เปลยี่ นแปลงไปตามกาลเวลา มากคร้ังที่ความเปลี่ยนแปลงเหลํานี้อยํูนอกเหนือการควบคุมระดับการ บริโภคก็ เชนํ กนั ยอํ มมีความผนั ผวนและไมํแนํนอน โดยปัจจัยเส่ียงท่ีมีผลกระทบตํอการบริโภคที่สาคัญ ๆ ได๎แกํ ความ ไมํแนํนอนในรายได๎ท่จี ะได๎รับ การเปลย่ี นแปลงของราคาสินค๎า ซึ่งสิ่งเหลํานี้เป็นเรื่องใน อนาคตท้ังส้ินและไมํมี ใครทส่ี ามารถคาดการณไ์ ดอ๎ ยํางแมํนยา เตม็ ที่ ดงั น้ัน จึงเป็นธรรมดาที่จะต๎องมี ความเส่ียงเกิดข้ึน อันจะสํงผล ใหเ๎ กิดความผนั ผวนในระดับการบรโิ ภค โดยเฉพาะเม่ือความเป็นจริงใน อนาคตตํางจากท่ีคาดคะเนเอาไว๎ ซ่ึงมี ผลทาให๎รายได๎ของคนเหลําน้ีทั้งหมดลดลงและทาให๎จาเป็นต๎อง ลดการบริโภคลงอยํางมาก โดยไมํมีใครเลยที่ คาดการณ์ไดก๎ ํอนลวํ งหน๎าในระดับเศรษฐกิจมหภาค รายได๎ ในอนาคตมาจากการลงทุน ไมํวําจะเป็นการลงทุน โดยผูป๎ ระกอบการรายใหญํ หรอื พํอคา๎ แมคํ ๎า หาบเรํ แผงลอยรายเล็กๆ ท่ีเห็นได๎ชัด คือ รายได๎กาไร เงินปันผล ดอกเบ้ีย ซึ่งมีที่มาโดยตรงจากการลงทุน และ แม๎แตํรายได๎เงินเดือนคําจ๎างก็มีที่มาจากรายได๎จากการลงทุน ประกอบกิจการของนายจ๎าง ดังน้ันจึงกลําว ได๎วําแหลํงความเสี่ยงในระดับเศรษฐกิจมหภาคมาจากความไมํ แนํนอนของผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นหลัก กลําวคือในระดับบุคคล ความเสี่ยงของรายได๎มาจากสาเหตุ

สํวนตัว เชํน การเปล่ียนหรือให๎ถูก ออกจากงาน ความเจ็บป่วยที่มีผลตํอการหารายได๎ เป็นต๎นแตํในระดับมห ภาค ความเสี่ยงเหลํานี้มี แนวโน๎มท่ีจะหักล๎างกันไป เนื่องจากความไมํแนํนอนในระดับบุคคลมีลักษณะสํุม (Random) 1.3. ผลของพฤติกรรมท่ีไมพํ อประมาณภายใต๎ความเสยี่ ง พฤติกรรมที่ไมํพอประมาณกับพฤติกรรมการลงทุนแบบเสี่ยง หมายถึง พฤติกรรมจมไมํลง (Habit formation) หรือพฤติกรรมเลียนแบบบริโภค อาจมีผลทาให๎ทัศนะตํอความเส่ียงของบุคคล เปล่ียนไป โดยเฉพาะในชํวงเศรษฐกิจขาขึ้น โดยผํานทางการเปล่ียนแปลงของความพึงพอใจในการ บริโภคหนํวยท๎าย (Marginal utility) ท้งั น้ีสามารถแยกอธิบายไดด๎ งั น้ี 1) พฤติกรรมจมไมํลง ซึ่งกาหนดให๎ความพึงพอใจของบุคคลขึ้นอยํูกับระดับการบริโภค ในอดีต โดยผํานกระบวนการที่กํอให๎เกิดความ “ความเคยชิน” หรือจะเป็นไปอยํางช๎า ๆ แตํจะสะสมไป เร่ือยๆ ตาม กาลเวลา ย่ิงในชํวงเศรษฐกิจขาข้ึน ความเคยชินตํอระดับ การบริโภคสูงขึ้นก็กํอตัว อยําง ตํอเน่ือง เพราะไมํมี เหตุการณ์ท่ีระดับการบริโภคต๎องตกต่าลงมาขัดจังหวะกระบวนการน้ีบุคคลนั้น ๆ ก็ เร่ิมมีความรู๎สึกวําตน สามารถและ “สมควร” บริโภคในระดับ ที่สูงข้ึนได๎หรือกลําวอีนัยหนึ่งก็คือรู๎สึกวํา ตนเองได๎ก๎าวขึ้นอีกชน ช้ันหน่ึงที่สูงขึน้ ในสงั คม ซ่งึ ผลที่ตามมาก็คือความพึงพอใจตํอระดับการบริโภคในปัจจุบัน จะลดลง (เม่ือเทียบ กับกรณีท่ีไมํมีความร๎ูสึกวําตนได๎เล่ือนระดับชนช้ันในสังคม) จนทาให๎เกิด ความร๎ูสึกอยากบริโภคมากข้ึน เนอื่ งจากความพงึ พอใจหนวํ ยท๎ายมีคาํ สูงขน้ึ นน่ั เอง 2) พฤติกรรมเลียนแบบการบริโภค กาหนดให๎ความพึงพอใจของบุคคลขึ้นอยํูกับการบริโภคของ คนรอบข๎างในสังคม ซ่ึงสภาวะเศรษฐกิจขาข้ึนก็มีแนวโน๎ม เพ่ิมข้ึนเชํนเดียวกัน ดังนั้นบุคคลก็จะมีความ พึง พอใจตํอระดับการบริโภคในปัจจุบันของตนเองลดลง (เมื่อเทียบกับ กรณีที่ไมํมีพฤติกรรมแบบนี้) และ ความ พึงพอใจหนํวยทา๎ ยเพมิ่ ข้ึน ดังเชํน ในกรณขี องพฤตกิ รรมจมไมลํ ง 3) ผลตอํ ทัศนะตอํ ความเสีย่ งของพฤติกรรมท้ังสองขา๎ งตน๎ อาจเขา๎ ใจได๎โดยเปรียบเทียบความ พึง พอใจหนํวยท๎ายในการบริโภคข๎ามห๎วงเวลา (Intertemporal marginal utility) ท้ังนี้เน่ืองจากความ พึงพอใจ หนํวยท๎ายในการบริโภคในอนาคตอาจเพ่ิมมากขึ้นเมื่อเทียบกับ ความพึงพอใจหนํวยท๎ายของ การบริโภคใน ปัจจุบัน ถึงแม๎ระดับ การบริโภคในอนาคตจะสูงกวําก็ตาม ดังนั้นความพึงพอใจจึงดูเสมือน วํามีลักษณะ Increasing marginal utility (หรืออยาํ งนอ๎ ยกม็ ลี กั ษณะ Diminishing marginal utility น๎อยลง) และดังที่ได๎ กลําวไว๎แล๎ววําลักษณะการเปล่ียนแปลงของ marginal utility มีความสัมพันธ์ตํอ ทัศนะ ตํอความเสี่ยง (หรือ ตํอ Risk aversion) การท่ีเสมือนวํามีIncreasing marginal utility จึงทาให๎ บางคนมีพฤติกรรมที่เสมือนวํา รักความเส่ียง (Risk loving) แทนที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง(Risk averse) หรืออยํางน๎อยก็ชอบความเส่ียงมาก ขึ้น 2. ความไรเ้ หตผุ ลในเชงิ เศรษฐศาสตร์ ผลของพฤตกิ รรมแบบจมไมลํ งและพฤตกิ รรมเลียนแบบการบริโภคยังอยํูภายใต๎สมมติฐานวํา บุคคลท่ี มีพฤติกรรมทั้งสองประการเป็นบุคคลท่ีใช๎เหตุผลในการวางแผนการบริโภคการลงทุนในทฤษฎี การบริโภค ความมีเหตุผลหมายถึงการท่ีบุคคลวางแผนการบริโภคเพ่ือให๎ตนเองได๎รับความพึงพอใจมาก ที่สุดภายใต๎ ความสามารถในการหารายได๎ท่ีตนมีอยูํท้ังในปัจจุบันและในอนาคตผลตํอเนื่องจากความมี เหตุผลในทาง เศรษฐศาสตร์มีอยํางน๎อยสามประการคือประการแรกทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มิได๎จากัดวํา บุคคลจะต๎องมี ความเหน็ แกตํ ัวเพยี งอยํางเดียวตามท่ีคนสํวนใหญํเข๎าใจกัน ทั้งน้ีเพราะหากคนเรามีความ พึงพอใจในความอยํู ดีกินดีของคนอ่ืนกลําวคือมีพฤติกรรมแบบ altruism แล๎วความมีเหตุผลก็จะ หมายถึงการชํวยเหลือเก้ือกูล บุคคลอน่ื เพราะการชวํ ยเหลอื บุคคลอน่ื กํอให๎เกิดความพึงพอใจในสํวนของ ผู๎ให๎ความชํวยเหลือเองด๎วยสํวนจะ ใหค๎ วามชํวยเหลือมากน๎อยเทําไรก็ข้ึนอยํูกับระดับของ altruism ใน แตํละบุคคลประการท่ีสองความมีเหตุผล ในทางเศรษฐศาสตร์ยังหมายถึงบุคคลต๎องเป็นคนรอบคอบและ มองการไกลกลําวคือจะต๎องไมํเพียงใช๎รายได๎

ในปัจจุบันเป็นตัวกาหนดการใช๎จํายเพ่ือการบริโภคแตํต๎อง คานึงถึงความสามารถในการหารายได๎ในด๎วยซ่ึง เป็นเร่ืองที่ต๎องการการวิเคราะห์ที่รอบคอบและ สมเหตุสมผลประการที่สามการที่บุคคลต๎องประเมิน ความสามารถในการหารายได๎ในอนาคตก็แสดงวํา ความมีเหตุผลในการบริโภคต๎องขยายขอบเขตไปสูํความมี เหตุผลในการลงทนุ ซงึ่ รวมไปถงึ การบริหาร ความเส่ียงทถ่ี กู ตอ๎ งและความเหมาะสม ความมีเหตผุ ลในการบริหารความเสย่ี งต๎องการองค์ประกอบที่สาคัญสองประการคือ 1) การประเมินความเสี่ยงท่ีถูกต๎องซึ่งต๎องอาศัยข๎อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ถูกต๎องโดยรวมท้ัง ข๎อมูล ความเส่ียงในระบบเศรษฐกิจโดยรวม (Aggregate risks) และความเสี่ยงเฉพาะกิจกรรม (Specific risks) หรือ ความเสยี่ งในกจิ การลงทุนทีท่ าอยูํหรือกาลงั จะทา 2) การวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมภายใต๎โครงสร๎างความเสี่ยง (Risk structure) ท่ีเป็นอยูํ เพื่อให๎ ระดบั ความไมํแนนํ อนของการบรโิ ภคในอนาคตอยํูในลักษณะทกี่ อํ ใหเ๎ กดิ ความพึงพอใจสูงสุดแกํ ผู๎บริโภค (ซ่ึงก็ คือผ๎ูลงทุนในวันน้ี)ตามความหมายข๎างต๎นความไร๎เหตุผลในการบริโภคจึงหมายถึงการใช๎ จํายเกินตัวหรือเป็น เกนิ ความสามารถในการหารายได๎ข๎างต๎นทั้งในปัจจุบันอนาคตสํวนความไร๎เหตุผลใน การบริหารความเส่ียงจะ หมายถึงการลงทุนเกินตัวซึ่งมีสาเหตุมาจากการไมํใชํข๎อมูลท่ีถูกต๎องใช๎ข๎อมูล น๎อยเกินไปหรือใช๎อยํางฉาบฉวย ขาดการวิเคราะห์ท่รี อบคอบปัญหาของการประเมนิ คาํ ความนําจะเป็น อยํางท่ีเรียกได๎วําเข๎าข๎างตัวเองดูจะเป็น ปญั หาระดบั พื้นฐานพอสมควรในหลายๆปรากฏการณ์ทาง เศรษฐกิจตัวอยําง เชํน การซื้อลอตเตอรี่ซ่ึงถ๎าหาก คิดอยํางรอบคอบแล๎วจะร๎ูวําการซื้อลอตเตอร่ีให๎คํา คาดหวังของผลตอบแทนสุทธิเป็นลบ(Negative expected payoff) เนื่องจากมูลคําเงินรางวัลปรับด๎วย คําความนําจะเป็นน้ันน๎อยกวําราคาที่ต๎องจํายไปใน การซื้อลอตเตอร่ีและท้ังท่ีเป็นอยํางนั้นลอตเตอร่ีก็ ยังคงขายดีเป็นปกติซ่ึงอาจอธิบายได๎วําผู๎ให๎ค๎าความนําจะ เป็นทต่ี นเองจะถกู รางวลั สงู กวาํ ความนาํ จะ เปน็ ที่แทจ๎ รงิ ทางคณติ ศาสตร์ประเด็นที่นําสนใจคือความเกี่ยวเนื่อง ระหวํางพฤติกรรมที่ไมํพอประมาณ กับความไร๎เหตุผลอาจเป็นไปได๎หรือไมํวํารูปแบบความพึงพอใจท่ีเป็น พื้นฐานของพฤติกรรมท่ีไมํ พอประมาณมีผลทาให๎เกิดแนวโน๎มท่ีคนจะประเมินความนําจะเป็นแบบเข๎าข๎าง ตนเองการทีค่ นซือ้ ลอตเตอรี่สวํ นใหญํเปน็ คนรายไดด๎ ใี นเขตเมอื งเปน็ ไปได๎หรือไมวํ ําเป็นเพราะพวกเขาต๎องการ ซ้ือความหวัง ในการยกระดับฐานะของตนเองให๎เทําเทียมหรือใกล๎เคียงกับ “คนสํวนใหญํ” ท่ีพวกเขาพบเห็น ในเขต เมืองอยูทํ กุ เมอ่ื เชื่อวัน สรุปจะเห็นได๎วําพฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากการกระทาที่มาจากแรงจูงใจในการกระทบในส่ิง นั้น ๆ เพ่ือสร๎างความพึงพอใจให๎กับตนเองหากเป็นความต๎องการที่ไมํส้ินสุดก็จะนาไปสูํความไมํพอดีหรือ ความไมํ พอเพียงตํอความต๎องการในสิ่งตํางๆท่ีเป็นสิ่งเร๎าเย๎ายวนให๎หลงใหลพฤติกรรมของมนุษย์ตกอยํู ในความไมํ พอเพียงกจ็ ะทาให๎ชีวติ เกิดความเปลย่ี นแปลงไปตามสภาพของส่ิงแวดล๎อมที่แปรเปล่ียนไป ตามสมัยนิยมที่การ บริโภคอุปโภคอยํูบนความเส่ียงทาให๎พฤติกรรมในการบริโภคโดยเฉพาะการบริโภค สินค๎าที่เลียนแบบการ บรโิ ภคเพอ่ื ใหเ๎ กดิ ความร๎สู ึกวําตนมคี วามเทําเทียมคนอนื่ ซงึ่ จะทาให๎เกิดพฤติกรรม ที่ไมํพอประมาณนาไปสํูการ ตัดสินใจท่ีขาดซ่ึงเหตุผลอันทาให๎ให๎การใช๎จํายของคนขาดการยับยั้งช่ังใจจึง เกิดความเสี่ยงและความผันผวน ในการบริโภคเพราะรายได๎ไมํสมดุลกับรายจํายรายได๎น๎อยและรายจําย มาก ทาให๎พฤติกรรมการใช๎จํายเป็น พฤตกิ รรมทีไ่ มํพอประมาณแบบจมไมํลงท่เี ป็นพฤติกรรมเลยี นแบบบ๎ู ริโภค แนวคดิ เก่ยี วกบั การบัญชีและภมู ปิ ญั ญาทางบัญชี ความหมายของการบัญชี สมาคมผ๎ูสอบบัญชีรับอนุญาตของประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Institute of Certified Public Accountants : AICPA) ได๎ให๎ความหมายของการบญั ชีไวด๎ ังนี้ การบญั ชี หมายถงึ ศลิ ปะของการจดบันทึก การจ าแนกให๎เป็นหมวดหมํูและการสรุปผลส่ิง สาคัญใน รูปตัวเงิน รายการ และเหตุการณ์ตําง ๆ ซึ่งเก่ียวข๎องกับทางด๎านการเงิน รวมท้ังการแปล ความหมายของผล การปฏบิ ตั ดิ ังกลําวดว๎ ย

สมาคมนักบัญชีและผู๎สอบบัญชีรับอนุญาตแหํงประเทศไทย (The Institute of Certified Accountants and Auditor of Thailand : ICAAT) ซ่ึงปัจจุบันคือ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรม ราชูปถัมภ์ ได๎ใหค๎ วามหมายของการบัญชี ไว๎ดังนี้ การบัญชี (Accounting) หมายถึง ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จาแนกและทาสรุปข๎อมูล อัน เก่ียวกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงินผลงานขั้นสุดท๎ายของการบัญชีก็คือ การให๎ข๎อมูลทาง การเงินซึ่ง เปน็ ประโยชนแ์ กํบคุ คลหลายฝ่าย และผ๎ูท่ีสนใจในกิจกรรมของกิจการ จากความหมายของการบัญชีดังกลําว อาจสรุปได๎วํา การบัญชี คือ การเก็บรวบรวมข๎อมูล เอกสาร การจดบันทึก การจาแนกจัดหมวดหมํูรายการ และทาการสรุปข๎อมูลในรูปตัวเงิน เพื่อสะท๎อน รายการและ เหตุการณ์ตําง ๆ ท่ีเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจและแปลผลเพื่อนาไปใช๎ประโยชน์ในการ ตัดสินใจเชิง เศรษฐกจิ ปจั จยั ดา้ นการสง่ เสริมภมู ปิ ญั ญาทางการบญั ชี สุภัทรษร ทวีจันทร์ (2556) ได๎กลําวถึงแนวคิดเก่ียวกับปัจจัยด๎านการสํงเสริมภูมิปัญญา ทางการ บญั ชีไวด๎ ังน้ี 1. การรับรู๎และสํงเสริมองค์ความร๎ู (Knowledge Recognition) หมายถึง การมีจุดมํุงหมายใน อนาคตท่ีเป็นภาพเดียวกัน มีการรับรู๎ ความเข๎าใจและเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน เพ่ือกระบวนการขับ เคล่อื นทเ่ี กิดประโยชน์สงู สดุ 2. ทักษะปฏิบัติในการจดบันทึกบัญชีครัวเรือน (Skill Practice) หมายถึง ความสามารถด๎าน การจด บนั ทึกรายละเอยี ดจากเหตุการณ์ทีเ่ กิดขึ้นจริงในชีวติ ประจาวนั ได๎อยํางตํอเนื่องและเปน็ ปจั จุบัน 3. ทกั ษะการคิดหลักบัญชี (Thinking System) หมายถึง ความสามารถในการคิดและปฏิบัติ โดยยึด หลกั การระบบทางการบัญชีท่ีถูกต๎อง เพ่ือให๎สามารถนาไปใช๎ได๎อยํางเหมาะสมและเป็นไปตาม กระบวนการที่ ชัดเจน ถูกตอ๎ ง 4. การประยุกต์ใช๎ในชีวิตประจาวัน (Knowledge Implementation) หมายถึง ความสามารถ ใน การนาองค์ความร๎ูดา๎ นการจดั ทาบญั ชคี รวั เรอื นไปบูรณาการและประกอบการวางแผนการด าเนินชีวิต ได๎อยําง เหมาะสม และมีประสทิ ธิภาพมากที่สุด แนวคดิ เก่ียวกบั การทาบัญชคี รวั เรือน ความหมายของบญั ชีครัวเรอื น นภาพร ลิขิตวงศ์ขจร (2550, หน๎า 26) ได๎กลําวไว๎วํา การบัญชีครัวเรือน เป็นการจดบันทึก รายรับ รายจาํ ยประจ าวันของครวั เรือน เชาวลีย์ พงศผ์ าตโิ รจน์ และ วรศกั ดิ์ ทุมมานนท์(2552, หนา๎ 2) กลําวไวว๎ าํ บญั ชคี รวั เรอื น เปน็ บัญชี ท่ีใช๎สาหรับบันทึกรายได๎และรายจํายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจาวันของเราวําในแตํละวันเรามี รายได๎เข๎ามาแล๎ว จาํ ยคําใชจ๎ าํ ยออกไปเทําไร ภัทรา เรืองสินภิญญา (2554, หน๎า 1) บัญชีครัวเรือน เป็นบัญชีท่ีใช๎สาหรับบันทึกรายได๎และ รายจําย ผ๎ูจัดทาบัญชีครัวเรือนจะได๎รับประโยชน์คือ มีรายได๎เพ่ิมขึ้น มีคําใช๎จํายลดลง มีเงินออม เพ่ิมข้ึน มี หนี้สินลดลง และในท่ีสุดจะสามารถแก๎ไขปัญหาหน้ีสินได๎อยํางย่ังยืน อันเป็นไปตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี งทีม่ ํุงเนน๎ ใหเ๎ กดิ ความพอเพียงหรอื พอประมาณกบั ตนเอง อยูไํ ดอ๎ ยํางพอกิน พอใช๎ไมํเดือดร๎อน เป็นการ ยึดทางสายกลาง โดยอาศยั ทงั้ ความรู๎และคณุ ธรรมเป็นพ้ืนฐาน

ประโยชนข์ องการทาบญั ชีครวั เรือน ภทั รณรินทร์ นิลวดีพุฒพิ ชั ร (2554) ได๎กลาํ วถึงประโยชนข์ องการจดั ท าบัญชีครวั เรอื นไวด๎ ังนี้ 1. ทาใหส๎ ามารถเหน็ รายรบั และรายจาํ ยอยาํ งชัดเจน 2. ประชาชนตระหนกั ถึงคาํ ใชจ๎ ํายท่ีตนเองจํายเรื่องใดมากทส่ี ุด 3. ประชาชนเม่ือทราบถงึ ท่ีมาของคําใช๎จํายสามารถลดคาํ ใชจ๎ าํ ยลง ทาใหม๎ ีเงนิ ออมมากข้ึน 4. ประชาชนรจ๎ู กั การประหยัดเพ่มิ มากขนึ้ 5. ประชาชนสามารถนาข๎อมูลคําใช๎จํายสินค๎าอุปโภค บริโภคที่เกิดข้ึนในเดือนท่ีผํานมา เปรียบเทียบ สินคา๎ ทีซ่ ้ือมาในรอบเดอื นปัจจุบันได๎อยาํ งชัดเจน ขณะที่ กาญจนา ประสพศิลป์(2553) ไดก๎ ลําวถงึ ประโยชน์ของการจัดท าบัญชีครวั เรอื นไวด๎ ังนี้ 1. ทาใหต๎ นเองและครอบครวั ทราบรายรบั -รายจําย หน้สี ิน และเงินคงเหลอื ในแตํละวนั 2. นาขอ๎ มูลการใชจ๎ าํ ยเงนิ ในครอบครัวมาจัดเรียงลาดับความสาคัญของรายจําย และวางแผน การใช๎ จํายเงนิ โดยพิจารณาแตํละรายการในแตํละวันวํามรี ายจํายใดท่ีมีความสาคัญมาก และรายจําย ใดไมํจาเป็นให๎ ตัดออก เพื่อให๎การใช๎จํายเงินภายในครอบครัวมีพอใช๎ และเหลือเก็บเพื่อการออมทรัพย์ สาหรับใช๎ส่ิงที่จาเป็น ในอนาคต บญั ชคี รวั เรอื นถอื เปน็ สํวนสาคญั ในการปฏบิ ตั ติ ามแนวเศรษฐกิจ พอเพยี ง แนวคิดเกย่ี วกบั รายรบั ของครัวเรอื น ได๎ให๎ความหมายของรายรับหรือรายได๎คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลคําได๎ท่ีได๎รับจากการประกอบ อาชีพ หรือผลตอบแทนที่ได๎รับจาการลงทุนในรูปแบบตํางๆ เชํน รายได๎จากคําจ๎างแรงงาน เงินเดือน รายได๎ จากการขายสนิ ค๎าหรอื บริการ เป็นต๎น (วารสารศูนยบ์ ริการวิชาการ, 2550) รายรับ คือ เงิน หรอื สินทรพั ย์ท่ีวดั มูลคาํ ไดท๎ ีไ่ ดร๎ ับจาการประกอบอาชพี หรือผลตอบแทนท่ี ได๎รับจาก การให๎ผ๎ูอื่นใช๎สินทรัพย์ หรือผลตอบแทนจากากรลงทุนในรูปแบบตํางๆ เชํน รายได๎จาก คําจ๎างแรงงาน เงนิ เดอื น รายไดจ๎ าการขายสินค๎าหรอื บริการ เป็นต๎น (ศนู ยเ์ รียนร๎ูเกษตรกรรมยงั่ ยนื ชุมชน, 2551) แนวคดิ เกย่ี วกับรายจ่ายของครัวเรอื น รายจาํ ยหรอื คําใช๎จาํ ย คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลคําได๎ที่จํายออกไปเพ่ือให๎ได๎สิ่งตอบแทน กลับมา สง่ิ ตอบแทนอาจเปน็ สินค๎าหรอื บรกิ าร เชนํ คําอาหาร คาํ น้า คาํ ไฟฟา้ (คําสาธารณูปโภค) คํา น้ามัน คําหนังสือ ตาราเรยี น เปน็ ต๎น หรอื รายจํายอาจไมํได๎รับเป็นสิ่งตอบแทนคือสินค๎าหรือบริการก็ได๎ เชํน เงินบริจาคเพื่อการ กศุ ล เงินทาบญุ ทอดกฐนิ ทอดผ๎าป่า เป็นตน๎ (วารสารศูนยบ์ รกิ ารวิชาการ, 2550) รายจาํ ย คือ เงนิ หรือสนิ ทรัพย์ท่ีวัดมูลคําได๎ ท่ีจํายออกไปเพ่ือให๎ได๎สิ่งตอบแทนกลับมา ส่ิง ตอบแทน อาจเป็นสินค๎าหรือบริการ เชํน คําอาหาร คําน้า คําไฟฟ้า (คําสาธารณูปโภค) คําน้ามัน คํา หนังสือตาราเรียน เปน็ ตน๎ (ศูนย์เรียนรเู๎ กษตรกรรมยั่งยนื ชมุ ชน, 2551) หลกั การปฏิบตั ขิ องการบนั ทกึ บญั ชีรายรับ-รายจ่าย หลักการบันทึกบัญชีครัวเรือนคืออาจจะเร่ิมจากการมองรวมภาพใหญํกํอนวํา ในเดือนหนึ่งๆ หรือปี หนึ่งๆ มีรายการอะไร ดังน้ี (วารสารศูนยบ์ รกิ ารวิชาการ, 2550) รายการคําใช๎จํายใหญํๆ มีอะไรบ๎างที่คํอนข๎างคงท่ี เชํน หรือเงินคําเรียนหนังสือบุตร หรือเงิน คํา วัตถุดิบในการผลิตสินค๎า เชํน คําปุ๋ย คําพันธ์ุพืช และมีรายการยํอยๆ ที่เกิดขึ้นประจาวันมีอะไรบ๎าง เชํน คําอาหาร คํานา้ คาํ ไฟฟ้า (คาํ สาธารณปู โภค) คาํ น้ามนั เงินทาบญุ ทอดกฐิน ทอดผา๎ ปา่ เป็นตน๎ หน้สี นิ ก็เปน็ คาํ ใชจ๎ ํายรายการใหญํท่ีเป็นภาระผูกพนั ทีต่ อ๎ งชดใช๎คืนในอนาคต ได๎แกํ คํา ดอกเบี้ยเงินท่ี ไปก๎ูและต๎องใช๎คืนรายเดือนรายปี จากกรกู๎ยืมเงินจากเพ่ือนบ๎าน จากกองทุน หรือธนาคาร ตํางๆ หรือการซ้ือ ของด๎วยเงินเช่อื การซอ้ื ดว๎ ยบัตรเครดติ หรือดว๎ ยเงนิ ผอํ นชาระหรือการเชาํ ซื้อ การจานา จานอง ขายฝาก เป็น ตน๎

เงนิ คงเหลือ คือ เงินหรอื ทรพั ย์สินท่ีวดั มูลคําได๎ หลงั จากนารายรบั หักรายจํายแล๎ว ถ๎ารายรับ มากกวํา รายจํายจะเกิดเงินคงเหลือ หรือในหลักทางบัญชีเรียกวํา “กาไร” แตํหากหลังจากนารายรับหัก รายจํายแล๎ว พบวํา รายจํายมากกวํารายรับจะทาใหเ๎ งินคงเหลือติดลบ หรอื ทางบัญชีเรียกวาํ “ขาดทุน” นั่นเอง หลักการทาบญั ชรี ายรบั -รายจ่าย มดี งั นี้ 1) จัดทาแบบฟอรม์ บัญชรี ายรับ-รายจาํ ยอยาํ งงําย ใหส๎ ะดวกตอํ การจดบันทึกรายการ 2) จดบนั ทกึ รายการเรียงลาดับตามเหตุการณท์ ่เี ปน็ จรงิ ทีเ่ กดิ ขนึ้ 3) สรุปยอดเงนิ รายรับ-รายจาํ ย ประจาวนั เปรียบเทียบผลการดาเนินกิจการประจาวัน ข้อควรระวังในการจดั ทาบัญชคี รัวเรอื นมดี งั น้ี 1) ลืมบนั ทึกบญั ชี ทาใหข๎ าดความตํอเนื่องในการบนั ทึกและสงํ ผลให๎ไมํอยากบนั ทกึ 2) ผ๎ูจัดทาเข๎าใจผิดในรายการบัญชี ไมํเข๎าใจรายการที่เป็นรายรับจึงไมํได๎บันทึกบัญชี เข๎าใจผิด รายการหน้สี นิ แตํบันทึกเป็นรายรับ ทาใหม๎ ิไดเ๎ กบ็ เงินไวส๎ าหรบั จํายชาระหน้ใี นอนาคต 3) การเขยี นช่ือรายการผิด การบนั ทกึ ตวั เลขผิด การบวกหรอื การลบจานวนเงนิ ผดิ อาจเกิดการลืมจด บนั ทกึ รายการบญั ชีหรือบันทึกรายการซ๎ าๆ กันหลายรายการ สาเหตุดังกลําวอาจทาให๎ครอบครัววางแผนการจํายเงินผิดพลาด ปัญหาดังกลําวแก๎ไขโดยการ คานวณจานวนเงนิ กระทบยอดเงินคงเหลือในบญั ชีกับยอดเงินฝากธนาคารท่คี รอบครัวมีอยูํจริง หรือ ยอดเงินท่ี เกบ็ ไวส๎ าหรับใช๎จํายจริง หากพบวํายอดคงเหลือในบัญชีเทํากับยอดคงเหลือในบัญชีเงินฝาก ธนาคาร แสดงวํา การจัดทาบญั ชีถูกตอ๎ ง แตหํ ากกระทบยอดแล๎วยอดเงินท้ังสองไมํเทํากันอาจเกิดจาก การบันทึกบัญชีผิดพลาด หรอื เงนิ สดของครอบครวั สูญหาย

บทที่ ๓ สรุปผลการดาเนนิ งาน ขั้นตอนการดาเนินงานในการจัดกิจกรรม โครงการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๖ ช่ัวโมง เป้าหมาย จานวน ๘ คน จัดได้ ๑๒ คน ระหว่างวันท่ี ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ กศน.ตาบลราชคราม หมทู่ ี่ ๔ ตาบลราชคราม อาเภอบางไทร จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา มดี งั นี้ ๑. ขัน้ วางแผน (Plan) ๑.๑ สารวจความต้องการ วิเคราะห์ความตอ้ งการ ของกลมุ่ เปา้ หมาย ๑.๒ ประชุมชี้แจงผูเ้ กีย่ วข้องและแตง่ ต้ังคณะ ดาเนนิ งาน ๑.๓ จดั ทาหลักสตู ร/ อนุมตั หิ ลกั สูตร ๑.๔ ประสานเครอื ขา่ ย ๒. ข้ันดาเนินการ (Do) ดาเนนิ การจัดกจิ กรรม ๒.๑ จดั ฝึกอบรม โครงการใช้ชวี ิตแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง จานวน ๖ ชวั่ โมง ๓. ข้นั ตรวจสอบ (Check) ๓.๑ ประเมินความพงึ พอใจ (แบบสอบถาม แบบสมั ภาษณ)์ ๓.๒ การนิเทศตดิ ตามผล ๔. ข้ันปรับปรุงแกไ้ ข (Action) ๔.๑ นาผลการนเิ ทศมาปรบั ปรงุ พฒั นา

ขอ้ มลู ผเู้ ข้าร่วมโครงการใช้ชีวติ แบบเศรษฐกิจพอเพียง เปา้ หมายผู้เข้าร่วมโครงการจานวนท้ังหมด ๘ คน จัดได้ ๑๒ คน ๑. เพศ เพศชาย จานวน ๘ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๖๖.๖๗ เพศหญงิ จานวน ๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๓๓ รวม จานวน ๑๒ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ๒. อายุ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐๐.๐๐ โดยมีอายุเฉลย่ี ตง้ั แต่ ต่ากวา่ ๑๕ ปี จานวน ๐ คน คดิ เป็นร้อยละ ๒๕.๐๐ อายุ ๑๕ –๒๙ ปี จานวน ๓ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๐๐.๐๐ อายุ ๓๐ –๓๙ ปี จานวน ๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐๘.๓๔ อายุ ๔๐ –๔๙ ปี จานวน ๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๖๖ อายุ ๕๐ –๕๙ ปี จานวน ๒ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕๐.๐๐ และอายุ ๖๐ ปขี ้นึ ไป จานวน ๖ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐.๐๐ รวม จานวน ๑๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๐๐ ๓. ระดับการศึกษา จานวน ๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๐๘.๓๔ ตา่ กว่าประถมศึกษา จานวน ๑ คน คดิ เป็นร้อยละ ๓๓.๓๓ ประถมศึกษา จานวน ๔ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๓๓.๓๓ มธั ยมศกึ ษาตอนต้น จานวน ๔ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐๐.๐๐ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน ๐ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๐๐.๐๐ อนปุ รญิ ญา/ปว.ส. จานวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐๐.๐๐ ปริญญาตรี จานวน ๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐.๐๐ สงู กว่าปริญญาตรี จานวน ๑๒ คน รวม ๔. ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการฯ โดยเฉลยี่ ประกอบอาชีพ รับราชการ จานวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๐๐ คดิ เปน็ ร้อยละ ๕๐.๐๐ รับจ้าง จานวน ๖ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๓๓.๓๓ คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๐๘.๓๔ เกษตรกร จานวน ๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๐๘.๓๓ คดิ เป็นร้อยละ ๐๐.๐๐ คา้ ขาย จานวน ๑ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐.๐๐ พ่อบ้าน/แมบ่ า้ น จานวน ๑ คน อาชพี อ่ืน ๆ จานวน ๐ คน รวม จานวน ๑๒ คน

ผลการดาเนินงาน โครงการใชช้ ีวติ แบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง เป้าหมายผู้เขา้ ร่วมโครงการจานวนทัง้ หมด ๘ คน จัดได้ ๑๒ คน ๑. จานวนผู้เข้าร่วมโครงการฯ ที่ตั้งเป้าหมายไว้ จานวน ๘ คน จัดได้ ๑๒ คน ประกอบอาชีพ ตามกลมุ่ เป้าหมาย ๑๒ คน ๒. วิทยากรให้ความรู้ โดยวิธกี ารบรรยาย วิธกี ารสาธิต และวิธกี ารฝึกปฏิบตั ิจริง ๓. ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม ในระดับมากที่สุด (ตามเอกสารบทท่ี ๔ แบบสอบถามความพงึ พอใจและสรุปแบบสอบถามความพึงพอใจ) ปญั หาและอปุ สรรคในการปฏบิ ตั งิ าน - ข้อเสนอแนะ -

บทที่ ๔ สรุปแบบสอบถามความพึงพอใจ โครงการใช้ชวี ติ แบบเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๖ ช่ัวโมง ระหวํางวันท่ี ๑๘ – ๑๙ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 256๓ สถานที่จดั กศน.ตาบลราชคราม หมู่ที่ ๔ ตาบลราชคราม อาเภอบางไทร จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา ขอ้ มูลพนื้ ฐานของผู้ประเมนิ ความพงึ พอใจ คาชแ้ี จง แบบประเมนิ ความพึงพอใจ มี ๒ ตอน ตอนท่ี ๑ ขอ้ มูลทั่วไป คาชแ้ี จง โปรดใส่เคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ ง  ท่ีตรงกบั ข้อมลู ของท่านเพียงช่องเดียว เพศ  ชาย  หญงิ อายุ  ตา่ กวา่ ๑๕ ปี  ๑๕-๒๙ ปี  ๓๐-๓๙ ปี  ๔๐-๔๙ ปี  ๕๐-๕๙ ปี  ๖๐ ปีขึ้นไป ระดบั การศึกษา  ตา่ กว่าประถมศึกษา ประถมศกึ ษา  มธั ยมศึกษาตอนตน้  มธั ยมศึกษาตอนปลาย  อนุปรญิ ญา/ปว.ส.  ปริญญาตรี  สงู กว่าปรญิ ญาตรี  อน่ื ๆ โปรดระบุ............................................................................................. ประกอบอาชีพ  ผูน้ าท้องถิ่น  อบต./เทศบาล  พนักงานรฐั วิสาหกจิ  ทหารกองประจาการ  เกษตรกร  รบั ราชการ  คา้ ขาย  รบั จา้ ง  อสม.  แรงงานตา่ งด้าว  พ่อบ้าน/แมบ่ า้ น  อ่ืนๆ โปรดระบุ..........................

ตอนที่ ๒ ด้านกระบวนการจดั กิจกรรมและความพึงพอใจของผูเ้ รียน/ผรู้ บั บรกิ าร คาชีแ้ จง โปรดใสเ่ ครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ ง  ท่ตี รงกบั ความคดิ เหน็ ของทา่ นเพียงชอ่ งเดียว ขอ้ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดบั ความพึงพอใจ หมาย เหตุ ตอนที่ 1 ความพงึ พอใจด้านเนอ้ื หา มาก ปาน นอ้ ย 1 เนอ้ื หาตรงตามความต้องการ ทีส่ ดุ มาก กลาง น้อย ท่ีสุด 2 เน้ือหาเพียงพอตอ่ ความตอ้ งการ 3 เน้ือหาปจั จบุ นั ทันสมัย 4 เนื้อหามปี ระโยชนต์ อ่ การนาไปใช้ในการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจดา้ นกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม 5 การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ 7 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา 8 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับกลุม่ เปา้ หมาย 9 วิธกี ารวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค์ ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจต่อวิทยากร 10 วทิ ยากรมคี วามรู้ความสามารถในเรื่องทถ่ี า่ ยทอด 11 วิทยากรมีเทคนิคการถา่ ยทอดใช้สอื่ เหมาะสม 12 วิทยากรเปดิ โอกาสใหม้ ีสว่ นรว่ มและซกั ถาม ตอนที่ 4 ความพึงพอใจดา้ นการอานวยความสะดวก 13 สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณ์และสิ่งอานวยความสะดวก 14 การสอื่ สาร การสรา้ งบรรยากาศเพอื่ ให้เกดิ การเรยี นรู้ 15 การบรกิ าร การชว่ ยเหลือและการแกป้ ญั หา ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะอืน่ ๆ.................................................................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

บทท่ี ๕ สรปุ แบบสอบถามความพึงพอใจ โครงการใชช้ วี ติ แบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง จานวน ๖ ช่ัวโมง ระหวํางวนั ท่ี ๑๘ – ๑๙ เดอื นพฤษภาคม พ.ศ. 256๓ สถานทจี่ ดั กศน.ตาบลราชคราม หมู่ท่ี ๔ ตาบลราชคราม อาเภอบางไทร จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา ตอนท่ี ๑ ข้อมลู ทั่วไป โครงการใช้ชวี ิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๖ ชวั่ โมง เป้าหมาย ๘ คน จัดได้ ๑๒ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๖๖.๖๗ คิดเป็นรอ้ ยละ ๓๓.๓๓ ๑. เพศ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐.๐๐ เพศชาย จานวน ๘ คน เพศหญงิ จานวน ๔ คน รวม จานวน ๑๒ คน

๒. อายุ คิดเป็นร้อยละ ๐๐.๐๐ โดยมีอายเุ ฉลยี่ ตั้งแต่ ต่ากว่า ๑๕ ปี จานวน ๐ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๒๕.๐๐ อายุ ๑๕ –๒๙ ปี จานวน ๓ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๐๐.๐๐ อายุ ๓๐ –๓๙ ปี จานวน ๐ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๐๘.๓๔ อายุ ๔๐ –๔๙ ปี จานวน ๑ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๖.๖๖ อายุ ๕๐ –๕๙ ปี จานวน ๒ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐.๐๐ และอายุ ๖๐ ปีขนึ้ ไป จานวน ๖ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐.๐๐ รวม จานวน ๑๒ คน 12 10 8 6 ชำย หญิง รวม 4 2 0 ต่ำกวำ่ 15 ปี 15-29 30-39 40-49 50-59 60 ปี ขนึ ้ ไป รวม

๓. ระดับการศกึ ษา จานวน ๓ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๒๕.๐๐ ตา่ กว่าประถมศึกษา จานวน ๑ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๐๘.๓๔ ประถมศกึ ษา จานวน ๔ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๓๓.๓๓ มธั ยมศึกษาตอนต้น จานวน ๔ คน คดิ เป็นร้อยละ ๓๓.๓๓ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน ๐ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๐๐.๐๐ อนุปรญิ ญา/ปว.ส. จานวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐๐.๐๐ ปริญญาตรี จานวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐๐.๐๐ สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี จานวน ๑๒ คน คดิ เป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ รวม 12 10 8 6 ชำย หญิง 4 รวม 2 0

๔. ผเู้ ข้ารว่ มโครงการฯ โดยเฉล่ยี ประกอบอาชพี รับราชการ จานวน ๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐.๐๐ คดิ เป็นรอ้ ยละ ๕๐.๐๐ รับจ้าง จานวน ๖ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๓๓.๓๓ คิดเปน็ ร้อยละ ๐๘.๓๔ เกษตรกร จานวน ๔ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๐๘.๓๓ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐๐.๐๐ คา้ ขาย จานวน ๑ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐.๐๐ พ่อบ้าน/แมบ่ ้าน จานวน ๑ คน อาชพี อน่ื ๆ จานวน ๐ คน รวม จานวน ๑๒ คน 12 10 8 6 ชำย 4 หญิง รวม 2 0 รวม หญิง ชำย

ตอนท่ี ๒ ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมโครงการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๖ ช่ัวโมง เปา้ หมาย ๘ คน จดั ได้ ๑๒ คน ขอ้ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดบั ความพึงพอใจ หมาย เหตุ ตอนท่ี 1 ความพึงพอใจด้านเนื้อหา มาก ปาน น้อย 1 เน้อื หาตรงตามความต้องการ ท่ีสุด มาก กลาง น้อย ทีส่ ุด 2 เนื้อหาเพยี งพอต่อความตอ้ งการ 3 เนอ้ื หาปจั จุบนั ทนั สมยั 10 2 - - - 4 เนอ้ื หามปี ระโยชนต์ อ่ การนาไปใชใ้ นการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ 10 2 - - - ตอนท่ี 2 ความพงึ พอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม 93 - - - 5 การเตรยี มความพร้อมก่อนอบรม 11 1 - - - 6 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ 7 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 12 - - - - 8 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกบั กลุ่มเป้าหมาย 10 2 - - - 9 วิธกี ารวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค์ 10 2 - - - ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจตอ่ วิทยากร 93 - - - 10 วทิ ยากรมคี วามร้คู วามสามารถในเร่ืองทถ่ี ่ายทอด 11 1 - - - 11 วิทยากรมเี ทคนคิ การถา่ ยทอดใชส้ ่ือเหมาะสม 12 วทิ ยากรเปิดโอกาสให้มีสว่ นร่วมและซักถาม 11 1 - - - ตอนท่ี 4 ความพึงพอใจดา้ นการอานวยความสะดวก 10 2 - - - 13 สถานที่ วสั ดุ อุปกรณแ์ ละสงิ่ อานวยความสะดวก 11 1 - - - 14 การส่ือสาร การสรา้ งบรรยากาศเพอ่ื ให้เกิดการเรียนรู้ 15 การบรกิ าร การชว่ ยเหลอื และการแกป้ ญั หา 12 - - - - 10 2 - - - 10 2 - - -

ส่วนประเมินผลความพึงพอใจดว้ ยเกณฑ์คะแนนเฉล่ยี รวม คะแนนและเกณฑร์ ะดับความพงึ พอใจเปน็ น้ี ระดบั ความพงึ พอใจ / ความคิดเห็น ปรับปรุง มีค่าคะแนน ๑ ระดับความพึงพอใจ / ความคิดเห็น พอใช้ มีค่าคะแนน ๒ ระดบั ความพึงพอใจ / ความคิดเห็น ปานกลาง มีคา่ คะแนน ๓ ระดับความพึงพอใจ / ความคิดเห็น ดี มีค่าคะแนน ๔ ระดับความพึงพอใจ / ความคิดเห็น ดีมาก มีคา่ คะแนน ๕ และคา่ คะแนนเฉล่ียมเี กณฑด์ ังน้ี คะแนนเฉล่ยี ๑.๐๐ – ๑.๕๐ หมายถึง ระดับความพึงพอใจ / ความคดิ เห็น ปรบั ปรุง พอใช้ คะแนนเฉลยี่ ๑.๕๑ – ๒.๕๐ หมายถึง ระดับความพึงพอใจ / ความคดิ เหน็ ปานกลาง ดี คะแนนเฉลย่ี ๒.๕๑ – ๓.๕๐ หมายถึง ระดับความพึงพอใจ / ความคิดเหน็ ดมี าก คะแนนเฉลี่ย ๓.๕๐ – ๔.๕๐ หมายถึง ระดับความพึงพอใจ / ความคิดเหน็ คะแนนเฉลย่ี ๔.๕๐ – ๕.๐๐ หมายถงึ ระดับความพงึ พอใจ / ความคิดเห็น

สรปุ ความพึงพอใจในภาพรวม จากการจัดกิจกรรม โครงการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๖ ช่ัวโมง เป้าหมาย ๘ คน จดั ได้ ๑๒ คน พบวา่ แบบสอบถามทั้ง ๑๕ ขอ้ ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดบั “ดีมาก” ขอ้ รายการประเมนิ ความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ หมาย เหตุ ตอนที่ 1 ความพงึ พอใจด้านเน้อื หา มาก ปาน นอ้ ย 1 เน้ือหาตรงตามความต้องการ ท่สี ดุ มาก กลาง น้อย ที่สุด 2 เนอ้ื หาเพียงพอตอ่ ความต้องการ 3 เนอื้ หาปัจจบุ นั ทนั สมยั 10 2 - - - 4 เนือ้ หามปี ระโยชน์ตอ่ การนาไปใช้ในการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ 10 2 - - - 93 - - - 11 1 - - - 12 10 8 6 4 2 0 มำกที่สดุ มำก ปำนกลำง น้อย น้อยท่ีสดุ

ขอ้ รายการประเมินความพงึ พอใจ ระดับความพึงพอใจ หมาย เหตุ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม มาก ปาน นอ้ ย 5 การเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นอบรม ที่สดุ มาก กลาง นอ้ ย ทสี่ ดุ 6 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค์ 7 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา 12 - - - - 8 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั กล่มุ เป้าหมาย 10 2 - - - 9 วธิ กี ารวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวตั ถุประสงค์ 10 2 - - - 93 - - - 11 1 - - - 12 10 8 6 4 2 มำกที่สดุ 0 มำก ปำนกลำง น้อย น้อยที่สดุ

ข้อ รายการประเมนิ ความพึงพอใจ ระดบั ความพึงพอใจ หมาย เหตุ ตอนที่ 3 ความพึงพอใจต่อวิทยากร มาก ปาน นอ้ ย 10 วิทยากรมคี วามร้คู วามสามารถในเร่ืองทถี่ ่ายทอด ท่สี ุด มาก กลาง นอ้ ย ท่ีสุด 11 วทิ ยากรมีเทคนคิ การถ่ายทอดใช้ส่อื เหมาะสม 12 วิทยากรเปิดโอกาสใหม้ ีส่วนรว่ มและซักถาม 11 1 - - - 10 2 - - - 12 11 1 - - - 10 มำกท่ีสดุ 8 มำก 6 ปำนกลำง 4 น้อย 2 น้อยที่สดุ 0

ข้อ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดบั ความพึงพอใจ หมาย เหตุ ตอนที่ 4 ความพึงพอใจดา้ นการอานวยความสะดวก มาก ปาน น้อย 13 สถานที่ วสั ดุ อุปกรณแ์ ละส่งิ อานวยความสะดวก ทสี่ ุด มาก กลาง น้อย ทสี่ ุด 14 การสอื่ สาร การสร้างบรรยากาศเพ่ือให้เกดิ การเรยี นรู้ 15 การบรกิ าร การชว่ ยเหลอื และการแกป้ ัญหา 12 - - - - 10 2 - - - 10 2 - - - 12 10 8 6 4 2 มำกที่สดุ 0 มำก ปำนกลำง น้อย น้อยที่สดุ

ภาคผนวก

ภาพประกอบ โครงการใชช้ วี ิตแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง ระหวา่ งวนั ท่ี ๑๘ – ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ กศน.ตาบลราชคราม หมทู่ ี่ ๔ ตาบลราชคราม อาเภอบางไทร จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา

บรรณานุกรม ณัฏฐพงศ์ ทองภักดี. (2550). ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง:ความเป็นมาและความหมายปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพยี งกับการบรหิ ารการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร. สถาบนั บณั ฑิตพัฒนาบริหาร ศาสตร์. นภาพร ลิขิตวงศ์ขจร.(2550).บัญชคี รัวเรือน: เครอ่ื งมอื สู่เศรษฐกิจพอเพียง. วารสารศูนย์บริการ วชิ าการ, 15(3), 25-29 ปราโมทย์ ไม๎กลัด. (2556). วิถีชีวิตวัยรุ่นไทย ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง. ออนไลน์. สืบค๎น เมอ่ื วันท่ี 15 มกราคม 2559 จาก http://lovekingsim61.blogspot.com/ พัชรา นาคศิริ. 2550. พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของนักศึกษาที่กู้ยืมเงินจากกองทุนให้กู้ยืมเพ่ือ การศึกษาศึกษาเฉพาะกรณีของจังหวัดพิษณุโลก. สารนิพนธ์ กศ.ม. (การบริหารการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั เกริก. พงค์ รัตนะ. 2551. พฤติกรรมการใช้จ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของครูผู้สอนระดับ ประถมศึกษา ในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาเพชรบูรณ์เขต 1. สารนิพนธ์กศ.ม. (การ บรหิ ารการศึกษา). กรุงเทพฯ: บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ. ภัทรภร กิจชัยนุกูล. (2556). ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อค่าใช้จ่ายของประชาชนในเขต กรุงเทพมหานคร. วทิ ยานิพนธว์ ทิ ยาศาสตรม์ หาบณั ฑิต. สถาบันบณั ฑติ พัฒนบรหิ ารศาสตร.์ ภัทรา เรืองสินภิญญา. (2555). บัญชีครัวเรือน” เร่ืองใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม. วารสารวิทยาการ จัดการ และสารสนเทศศาสตรม์ หาวิทยาลยั นเรศวร, 7(1) ศิริวงค์ มะศักด์ิและคณะ. (2557). แนวทางการส่งเสริมการทาบัญชีรายรับ – รายจ่ายเพ่ือ พัฒนาการ ออมของ นักเรียนโรงเรียนสังวาลย์วิทยา จ. เชียงใหม่. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล๎านนา. ศูนย์ข๎อมูลและบริการสถาบันรามจิตติ. (2553) . โครงการสารวจพฤติกรรมการจัดการการเงิน ส่ ว น บุ ค ค ล . อ อ น ไ ล น์ . สื บ ค๎ น เ ม่ื อ วั น ท่ี 13 ม ก ร า ค ม 2559. จาก http://www.ramajitti.com/research_project_money.php สุภัทรา บุญปัญญโรจน์. (2550). ภาวะบริโภคนิยมของวัยรุ่นไทย : ปัจจัยผลักดันสู่สังคมไทย. วารสาร รามคาแหง. ฉบับมนุษยศาสตร์, 27(1). สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ (2554). แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และ สงั คมแห่งชาติฉบับท1่ี 1 (พ.ศ. 2555–2559). สานกั นายรฐั มนตร.ี สุภัทรษร ทวีจันทร์. (2556). การบูรณาการบัญชีครัวเรือนเพ่ือเสริมสร้างภูมิปัญญาทางบัญชี ตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กรณีศึกษาชุมชนบ้านกลาง ตาบลขะยูง อาเภออุทุมพรพิสัย จังหวัด ศรสี ะเกษ. วารสารบัณฑิตศกึ ษา, 10(48). สุธาสินี บัวชาบาล. (2557). การศึกษาพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักศึกษา วิทยาลัยการปกครอง ท้องถ่ิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น. การประชุมวิชาการระดับชาติด๎านการบริหารกิจการ สาธารณะ ครั้งที่ 2 “ชมุ ชนทอ๎ งถ่ิน: พลงั แหงํ การปฏิรปู ประเทศไทย. อภิยุทธ นวอัจฉริยะกิจ. (2557). พฤติกรรมการใช้จ่ายของนักศึกษามหาวิทยาลัยพายัพที่อาศัย หอพัก 53 ในเขตพื้นท่ีเทศบาลตาบลหนองป่าครั่ง อาเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่. การศึกษา ค๎นคว๎าอสิ ระ. มหาวิทยาลยั เชียงใหมํ.

ทป่ี รึกษา คณะผ้จู ดั ทา นางสาววรศิ รา คานงึ ธรรม ผู้อานวยการ กศน.อาเภอบางซา้ ย นางสาววิชชุตา แกว้ โมรา รักษาการในตาแหน่งผู้อานวยการ กศน.อาเภอบางไร นางสาวหทยั รัตน์ ศริ ิแก้ว บรรณารกั ษ์ชานาญการ ครูผู้ช่วย คณะทางาน/ผรู้ วบรวมข้อมูล/สรปุ ผล/รายงานผล/จดั พิมพ์รูปเล่ม นายสมพร จติ รเี หมิ ครู กศน.ตาบล


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook