Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้เพราะเราคู่กัน

ใบความรู้เพราะเราคู่กัน

Published by 945sce00462, 2023-06-09 07:40:39

Description: ใบความรู้

Search

Read the Text Version

ใบความรู้ เรอื่ ง ความสมั พนั ธข์ องสง่ิ มชี วี ติ ในระบบนิเวศ ระบบนิเวศ (Ecosystem) คือ พ้นื ทบี่ รเิ วณหน่ึงซง่ึ ประกอบไปดว้ ย กลมุ่ สง่ิ มชี ีวติ (Community) มากกว่าหน่ึงชนิดและส่ิงแวดลอ้ ม (Environment) ทม่ี ีความสมั พันธ์กันอยา่ งเป็นระบบในช่วงเวลาใดเวลาหนง่ึ โดยกลุ่มสง่ิ มชี ีวติ เหล่านม้ี คี วามสมั พนั ธ์กันทัง้ ทางตรงและทางอ้อม ทัง้ นี้สามารถแบ่งความสมั พันธ์ของส่ิงมีชวี ิต ในระบบนิเวศได้เป็น 6 รูปแบบ คือ 1. ภาวะพงึ่ พาอาศยั (Mutualism +,+) เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่อยู่ร่วมกันเป็นระยะเวลานานจนไม่สามารถแยกออก จากกันได้ โดยที่ท้ังสองฝ่ายต่างได้ประโยชนซ์ ึง่ กนั และกนั เชน่ - ไมคอรไ์ รซา (Mycorrhiza) เปน็ การอยู่รว่ มกนั ระหวา่ งรากับรากพืช โดยพชื จะทาหนา้ ที่สังเคราะห์ ด้วยแสงและสรา้ งอาหารใหร้ าเพอ่ื ใช้ในการเจริญเติบโต นอกจากนยี้ ังเปน็ ที่อยู่อาศัยใหแ้ ก่รา ส่วนราน้ันจะมี โครงสร้างที่เป็นเส้นใย เรียกว่า ไฮฟา (Hyphae) ทาหน้าท่ีคอยหาแร่ธาตุอาหารจากดินที่ใช้ใน การเจรญิ เติบโตของพืช นอกจากนร้ี ายังใหค้ วามชนื้ แก่รากพืชอีกด้วย - โปรโตซวั (Trichonympha sp.) ในลาไสป้ ลวก ภายในโปรโตซัวจะมแี บคทเี รยี ที่สามารถสร้าง เอนไซม์เซลลเู ลส (Cellulase) ที่สามารถย่อยไมใ้ ห้ปลวก ส่วนปลวกจะให้ทอี่ ยู่อาศัยและอาหาร ซึ่งก็คอื เซลลูโลส แกโ่ ปรโตซัว - ไลเคนส์ (Lichens) เปน็ สิ่งมีชีวิต 2 ชนิด คือ ราและสาหรา่ ย ท่มี าอาศัยอยู่ดว้ ยกัน โดยท่ีราจะให้ ความชน้ื แก่สาหร่าย สว่ นสาหรา่ ยสามารถสงั เคราะห์ด้วยแสงและสร้างอาหารให้แกร่ าได้ 2. ภาวะไดป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั (Protocooperation +,+) เป็นความสัมพันธ์ของส่ิงมีชีวิต 2 ชนิด ท่ีอยู่ร่วมกันโดยท่ีต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน แตส่ ามารถแยกออกจากกนั เชน่ - นกเอี้ยงกับควาย นกเอ้ยี งจะกนิ ปรสิต เชน่ เหบ็ ไร ที่อย่บู นตัวควาย ซ่ึงควายจะไดป้ ระโยชน์ เนื่องจากปรสิตท่ีก่อความราคาญถูกกาจัด ขณะเดียวกันนกเอ้ียงก็จะได้รับอาหารจากการกินเห็บ ไร ท่ีอยู่ บนตวั ควาย - มดดากับเพลี้ย มดนาจะนาไข่ของเพลี้ยไปไว้ในรังบนต้นไม้ เพ่ือให้ความอบอุ่นและฟักออกมา เป็นตัว เมอ่ื ถึงเวลาออกหาอาหาร มดดาจะนาเพล้ยี ไปด้วย เพือ่ ใหเ้ พล้ียใช้ปากเจาะและดูดนา้ หวานจากต้นไม้ แลว้ ปลอ่ ยใหน้ ้าหวานไหลออกมา ซ่งึ ทาใหม้ ดดาได้อาหารจากเพลยี้ อีกทอดหนงึ่ - แมลงกับดอกไม้ แมลงจะได้กินน้าหวานจากดอกไม้เป็นอาหาร ส่วนดอกไม้จะได้แมลงช่วย ในการผสมเกสร 3. ภาวะอิงอาศยั หรอื ภาวะเกอ้ื กลู (Commensalism +,0) เป็นความสัมพันธข์ องส่ิงมีชีวติ 2 ชนดิ ท่ีอยรู่ ว่ มกัน โดยทฝี่ า่ ยหนึ่งไดร้ บั ประโยชน์ สว่ นอีกฝา่ ยไม่ได้ และไมเ่ สียประโยชน์ใด ๆ เช่น - ปลาฉลามกบั เหาฉลาม เหาฉลามจะคอยยึดเกาะกบั ปลาฉลามเพื่อจะได้รบั เศษอาหารทป่ี ลาฉลาม กนิ ไมห่ มด แตก่ ็ไม่ได้ส่งผลเสยี ตัวปลาฉลาม - นกกับตน้ ไมใ้ หญ่ นกจะทารงั บนตน้ ไมใ้ หญ่ ทาให้ไดท้ ่อี ยูอ่ าศัย สว่ นต้นไมน้ ัน้ ไมเ่ สียประโยชน์

- พืชอิงอาศัย (Epiphyte) เช่น กระเช้าสีดา เฟิร์น จะเกาะอยู่บนต้นไม้เพ่ือใช้เป็นแหล่งที่อยู่ อาศัย โดยทต่ี น้ ไมไ้ มไ่ ด้ประโยชน์ แต่กไ็ มเ่ สียประโยชนใ์ ด ๆ 4. ภาวะปรสติ (Parasitism +,-) เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดท่ีอยู่ร่วมกัน โดยท่ีจะมีฝ่ายหน่ึงเสียประโยชน์จากการ เป็นผู้ถกู อาศยั เรยี กวา่ โฮสต์ (Host) และจะมีอีกฝา่ ยหน่งึ ที่ไดป้ ระโยชน์จากการไปอาศัยอยกู่ ับโฮสต์ เรยี ก ฝ่ายท่ีไดป้ ระโยชน์วา่ ปรสิต (Parasite) ปรสติ แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท คอื 4.1 ปรสติ ภายใน (Endoparasite) เช่น แบคทีเรยี พยาธิตา่ ง ๆ 4.2 ปรสติ ภายนอก (Ectoparasite) เชน่ ปลิง เห็บ หมดั ยงุ 4.3 ปรสติ ในเซลล์ (Intracellular parasite) เชน่ ไวรัส ตัวอยา่ งของสิง่ มชี วี ติ ในภาวะปรสิต ได้แก่ - พยาธิท่อี ยู่ในร่างกายมนษุ ย์หรือสัตว์ พยาธิจะคอยแย่งสารอาหารจากอาหารที่มนุษยห์ รือสัตว์ รบั ประทานเข้าไป ทาใหม้ นุษยห์ รือสตั ว์นั้นได้รบั สารอาหารไมค่ รบถว้ น เกิดภาวะขาดสารอาหารตามมา - กาฝากกบั ต้นมะมว่ ง รากของกาฝากจะชอนไชไปจนถงึ ทอ่ นา้ และท่ออาหารของต้นมะม่วง จากนัน้ กาฝากจะดูดนา้ และอาหารจากต้นมะม่วงท่ีมันไปอาศัยอยู่ ส่งผลให้นา้ และอาหารไม่เพียงพอสาหรับใช้ใน การเจรญิ เติบโตของตน้ มะม่วง 5. ภาวะลา่ เหย่ือ (Predation +,-) เป็นความสมั พนั ธ์ของสงิ่ มชี ีวิต 2 ชนิดที่อยูร่ ่วมกัน โดยฝ่ายทีเ่ ป็นผูล้ า่ (Predator) จะเป็นฝา่ ยได้รบั ประโยชน์ สว่ นผู้ถกู ลา่ หรอื เหยือ่ (Prey) จะเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ เช่น สัตว์กนิ พืช สัตวก์ นิ สัตว์ หรอื พชื กิน แมลง ซึ่งความสัมพันธจ์ ะช่วยทาให้ระบบนเิ วศมคี วามสมดุลเกดิ ขนึ้ กล่าวคือ ถ้าในระบบมจี านวนผูล้ ่าเพ่ิมขึ้น จานวนเหยื่อก็จะลดลงเนื่องจากถูกล่าไปหมด และเม่ือจานวนเหย่ือน้อยลง ประชากรผู้ล่าก็จะเริ่มน้อยลง ตามไปด้วย เนือ่ งจากขาดอาหาร สง่ ผลใหเ้ หยอื่ กลับมาเพิ่มจานวนมากขน้ึ และวนเป็นวงจรอย่างนี้ไปเรอ่ื ย ๆ 6. ภาวะแก่งแย่ง (Competition -,- ) เน่ืองจากท้ังสองฝ่ายจาเป็นต้องใช้ทรัพยากรเดียวกันในการดาเนินชีวิต จึงทาให้ภาวะแก่งแย่ง เป็นความสัมพันธ์ของส่ิงมีชีวิต 2 ชนิด ที่อยู่ร่วมกันโดยต้องแก่งแย่งแข่งขันเพื่อให้ได้แหล่งทรัพยากรน้ัน มาเป็นของตน ซงึ่ สง่ ผลเสยี แก่ทงั้ สองฝา่ ย สามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 2 แบบ คือ 6.1 การแกง่ แย่งแข่งขันระหว่างสิง่ มีชวี ติ ชนิดเดยี วกนั (Intraspecies competition) เช่น ฝูงหมาป่า แย่งอาหารกนั สงิ โตตอ่ สู้กันเพอ่ื ครอบครองอาณาเขต 6.2 การแก่งแย่งแข่งขันระหวา่ งสิง่ มีชวี ติ คนละชนิด (Interspecific competition) เช่น เสอื และสิงโต ตอ่ สู้กนั เพอื่ แย่งอาหาร สญั ลกั ษณแ์ สดงความสมั พนั ธใ์ นระบบนเิ วศ - สัญลกั ษณ์ (+) แทนการไดร้ ับประโยชน์จากอีกฝ่าย - สัญลกั ษณ์ (-) แทนการเสยี ประโยชนใ์ หอ้ กี ฝ่าย - สัญลักษณ์ (0) แทนการไมไ่ ด้และไมเ่ สยี ประโยชน์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook