Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore australia

australia

Published by รัฐพล วงษ์กิติคุณ, 2018-08-15 00:15:32

Description: 411-22-รัฐพล วงษ์กิติคุณ-ประเทศออสเตรเลีย2017 - Copy

Search

Read the Text Version

ประเทศออสเตรเลยี

คำนำ รำยงำนเลม่ น้ีจดั ทำข้ึนเพ่ือเป็นส่วนหน่ึงของวชิ ำคอมพิวเตอร์ช้นั มธั ยมศึกษำปี ท่ี 4 โดยมีจุดประสงค์เพ่ือศึกษำควำมรู้ทำงดำ้ นประวตั ิศำสตร์ของประสงคเ์ พ่ือใหไ้ ดศ้ ึกษำหำควำมรู้และชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนมำรับควำมรู้ควำมเป็นมำของประเทศออสเตเรียจุดประเทศออสเตเรียจุดอยำ่ งเขำ้ ใจเพ่ือเป็นประโยชนก์ บัผศู้ ึกษำ คณะผจู้ ดั ทำหวงั วำ่ รำยงำนเล่มน้ีจะเป็นประโยชนก์ บั ผอู้ ่ำน หรือนกั เรียน นกั ศึกษขอขอบคณอำจำรยน์ ภำ บุญยประสิทธ์ิ ผใู้ หค้ วำมรู้ และแนวทำงในกำรรำยงำนเลม่ น้ี คณะผจู้ ดั ทำหวงั วำ่ รำยงำนเลม่ น้ีจะใหค้ วำมรู้และเป็นประโยชนแ์ ก่ผอู้ ำ่ นทุก ๆ ท่ำน หำกมีขอ้ เสนอแนะประกำรใด คณะผจู้ ดั ทำ ขอ้ นอ้ มรับดว้ ยควำมขอบพระคุณย่งิ คณะผจู้ ดั นำยรัฐพล วงษก์ ิติคุณ ช้นั ม.4/22 เลขท่ี 22

 ออสเตรเลีย (อังกฤษ: Australia) หรื อชื่ อทำงกำรคือ เครื อรั ฐออสเตรเลีย (Commonwealth of Australia) เป็นประเทศซ่ึงประกอบดว้ ยแผน่ ดิน หลกั ของทวีปออสเตรเลีย, เกำะแทสเมเนีย และเกำะอื่น ๆ ในมหำสมุทรอินเดีย แปซิฟิ ก และมหำสมุทรใต้ มนั เป็ นประเทศที่ใหญ่เป็ นอนั ดบั หกของโลกเมื่อนับพ้ืนที่ ท้งั หมด ประเทศเพื่อนบำ้ นของออสเตรเลียประกอบดว้ ย อินโดนีเซีย ปำปัวนิวกินีและ ติ มอร์ -เลสเตทำงเหนื อ หมู่เกำะโซโลมอน วำนูอำตู และ นิ วแคลิโดเนี ยทำง ตะวนั ออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนดท์ ำงตะวนั ออกเฉียงใต้ เป็นเวลำอยำ่ งนอ้ ย 40,000 ปี ก่อนที่จะต้งั ถิ่นฐำนคร้ังแรกขององั กฤษในศตวรรษท่ี 18 ประเทศออสเตรเลียเป็นท่ีอยอู่ ำศยั ของชำวออสเตรเลียพ้ืนเมือง]ท่ีพูดภำษำที่แบ่งออกไดเ้ ป็น กล่มุ ประมำณ 250 ภำษำ หลงั จำกกำรคน้ พบของทวีปโดยนกั สำรวจชำวดตั ช์ในปี 1606, คร่ึงหน่ึงของฝ่ังตะวนั ออกของออสเตรเลียถูกอำ้ งว่ำเป็นของสหรำชอำณำจกั รในปี 1770 และต้งั รกรำกในข้นั ตน้ โดยกำรขนส่งนกั โทษมำยงั อำณำนิคมของนิวเซำธ์เวลส์จำกวนั ที่ 26 มกรำคม 1788 จำนวนประชำกรเพิ่มข้ึนอยำ่ งต่อเนื่องในทศวรรษท่ีผำ่ นมำ ทวีปถกู สำรวจ และอีกหำ้ อำณำนิคมปกครองตนเองของพระมหำกษตั ริยถ์ กู จดั ต้งั ข้ึน

 ภูมศิ าสตร์และสภาพภูมอิ ากาศประเทศออสเตรเลียขนำด 7,617,930 ตำรำงกิโลเมตร (2,941,300 ตำรำงไมล)์ ต้งั อยู่บนแผ่นเปลือกโลก อินโด-ออสเตรเลีย ลอ้ มรอบดว้ ยมหำสมุทรอินเดีย และมหำสมุทรแปซิ ฟิ กมนั ถกู แยกออกจำกเอเชียโดยทะเลอำรำฟรู ำ และทะเลติมอร์ แนวปะกำรังทะเล นอนอยนู่ อกชำยฝ่ังรัฐควีนส์แลนด,์ และทะเลแทสมนั นอนอยรู่ ะหวำ่ งประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จดั เป็นทวีปเลก็ ท่ีสุดในโลกและอนั ดบั หกของประเทศที่ใหญท่ ี่สุดโดยพ้ืนท่ีท้งั หมด ออสเตรเลีย เน่ืองจำกขนำดและโดดเดี่ยว Great Barrier Reef แนวปะกำรังท่ีใหญ่ที่สุดในโลก อย่หู ่ำงออกไปจำกชำยฝ่ังทำงตะวนั ออกเฉียงเหนือและขยำยไปยำวกว่ำ 2,000 กิโลเมตร (1,240ไมล)์ . ภูเขำออกสั ตสั , อำ้ งวำ่ เป็ นหินใหญ่กอ้ นเดียวท่ีใหญ่ที่สุดในโลก ต้งั อย่ใู นออสเตรเลีย

Everlastings บนภเู ขำ Hotham ต้งั อยใู่ นรัฐวกิ ตอเรีย

 ขนำดของออสเตรเลียทำใหม้ นั มีควำมหลำกหลำยของภมู ิประเทศ, ที่มีป่ ำฝนเขตร้อนทำง ตะวนั ออกเฉียงเหนือ, ภูเขำทำงทิศตะวนั ออกเฉียงใต,้ ตะวนั ตกเฉียงใต้ และทิศตะวนั ออก และทะเลทรำยแหง้ ในภำคกลำง มนั เป็นทวปี ท่ีรำบเรียบ ที่มีผืนดินที่เก่ำแก่ที่สุดและดินอดุ ม สมบรู ณ์นอั ยท่ีสุด

แผนท่แี สดงภมู ิประเทศของออสเตรเลีย แสดงให้เหน็ ระดบั ความสูงบางระดบั ในภาคตะวนั ตกและระดบั ความสงูมากในกลุ่มภเู ขาทางตะวันออกเฉียงใต้

 ภูมิทศั นท์ ำงตอนเหนือของประเทศท่ีเรียกวำ่ the Top End และ the Gulf Country ดำ้ นหลงั the Gulf of Carpentaria ท่ีมีภมู ิอำกำศเขต ร้อน ประกอบดว้ ย ป่ ำไม,้ ทุ่งหญำ้ และทะเลทรำยท่ีมุมทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือของทวปี มี หนำ้ ผำหินทรำย และซอกเขำ ของ คิมเบอร์ลีและ ดำ้ นล่ำงเป็น Pilbara ไปทำงใต้ ของบริเวณเหล่ำน้ีและเขำ้ ไปในแผน่ ดิน จะมีพ้ืนท่ีท่ีเป็นทุ่งหญำ้ มำกข้ึน ที่มีชื่อวำ่ the Ord Victoria Plain และ the Western Australian Mulga shrublands ใจกลำงของประเทศ มี พ้ืนท่ีสูงของภำคกลำงออสเตรเลียซ่ึงเป็นคุณสมบตั ิท่ีโดดเด่นของภำคกลำง และภำคใต้ ของประเทศรวมถึงในแผน่ ดินซิมป์ สนั , Tirari และ Sturt Stony กิบสนั Great Sandy, Tanami และทะเลทรำย Great Victoria ท่ี มีที่รำบ Nullarbor ท่ีมีช่ือเสียงบนชำยฝ่ังตอนใต้

 สภำพภูมิอำกำศของออสเตรเลียไดร้ ับอิทธิพลอย่ำงมีนยั สำคญั จำกกระแสน้ำในมหำสมุทร รวมท้งั Dipole และ El Niño–Southern Oscillation จำก มหำสมุทรอินเดีย ซ่ึงมีควำมสัมพนั ธ์กบั ควำมแห้งแลง้ ตำมฤดู และ ระบบควำมดนั ต่ำใน เขตร้อนตำมฤดูกำลที่ผลิตพำยุไซโคลนในภำคเหนือของออสเตรเลีย ปัจจยั เหล่ำน้ีทำใหเ้ กิด ปริมำณน้ำฝนท่ีจะแตกต่ำงกนั อย่ำงเห็นไดช้ ดั จำกปี ต่อปี พ้ืนท่ีจำนวนมำกทำงตอน เหนือของประเทศมีสภำพภูมิอำกำศเขตร้อน, ส่วนใหญ่เป็ นฝนฤดูร้อน (มรสุม) มุม ตะวนั ตกเฉียงใตข้ องประเทศมีภูมิอำกำศเมดิเตอร์เรเนียน[พ้ืนท่ีจำนวนมำกของตะวนั ออก เฉียงใต(้ รวมท้งั แทสเมเนีย) เป็นเมืองหนำว

ประวตั ศิ าสตร์ออสเตรเลยี ชนพ้นื เมืองในออสเตรเลียก่อนกำรต้งั ถิ่นฐำนของชำวยโุ รป คือชำวอะบอริจิน และชำวเกำะทอร์ เรสสเทรต ซ่ึงชนเหล่ำน้ีมีภำษำแตกต่ำงกนั นบั ร้อยภำษำ[ประมำณกำรวำ่ มีชำวอะบอริจิน มำกกวำ่ 780,000 คนอยใู่ นออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2331 การต้งั ถิ่นฐาน ซดิ นีย์ 1894

 กำรคน้ พบออสเตรเลียของชำวยโุ รปคร้ังแรกที่มีกำรบนั ทึกไว้ เกิดข้ึนใน ปี ค.ศ. 1606 เป็นเรือของชำวดตั ช์ โดยกปั ตนั Willem Janszoon ทำแผนท่ีชำยฝ่ังส่วนหน่ึงของออสเตรเลีย ระหวำ่ งปี ค.ศ. 1606 และ ค.ศ. 1770 มีเรือของชำวยโุ รปประมำณ 54 ลำจำกหลำย ชำติเดินทำงมำท่ีออสเตรเลีย ซ่ึงรู้จกั ในขณะน้นั วำ่ นิวฮอลแลนดใ์ นปี ค.ศ. 1770 เจมส์ คุก เดินทำงมำสำรวจออสเตรเลียและทำแผนที่ชำยฝั่ง ตะวนั ออกของออสเตรเลีย และไดป้ ระกำศใหเ้ ป็นส่วนหน่ึงของ สหรำชอำณำจกั ร ใหช้ ื่อวำ่ นิวเซำทเ์ วลส์ ตอ่ มำสหรำชอำณำจกั รใช้ ออสเตรเลียเป็นทณั ฑนิคม กองเรือชุดแรกเดินทำงมำถึงออสเตรเลียที่ อำ่ วซิดนียใ์ นปี ค.ศ. 1787 ในวนั ที่ 26 มกรำคม (ค.ศ. 1788) ซ่ึงต่อมำ เป็นวนั ออสเตรเลีย ผตู้ ้งั ถ่ินฐำนยคุ แรกส่วนใหญ่เป็นนกั โทษและ ครอบครัวของทหำร โดยมีผอู้ พยพเสรีเร่ิมเขำ้ มำในปี ค.ศ. 1793 มีกำรต้งั ถ่ินฐำนบนเกำะแทสเมเนีย หรือช่ือในขณะน้นั คือฟำนไดเมนส์แลนด์ ปี ค.ศ. 1851 เอดเวิร์ด ฮำร์กรีฟส์ คน้ พบสำยแร่ทอง ในที่ ๆ เขำต้งั ชื่อว่ำ โอฟี ร์ (Ophir) ในนิวเซำทเ์ วลส์ ทำให้เกิดยคุ ตื่นทอง นำคนจำนวน มำกเดินทำงมำออสเตรเลีย]ในปี ค.ศ. 1901 หกอำณำนิคมใน ออสเตรเลียรวมตวั กนั เป็ น สหพนั ธรัฐ ในชื่อเครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealth of Australia) ประกอบดว้ ยรัฐ นิวเซำท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย รัฐควีนส์แลนด์ รัฐเซำท์ออสเตรเลีย รัฐเวส เทิร์นออสเตรเลีย และรัฐแทสเมเนีย รวมหกรัฐเขำ้ อยภู่ ำยใตร้ ัฐธรรมนูญ หน่ึงเดียว

 การปกครองตนเอง พธิ ีเปิ ดรัฐสภาแห่งออสเตรเลีย

 ออสเตรเลียประกำศใชบ้ ทกฎหมำยเวสตม์ ินสเตอร์ ค.ศ. 1931 ในปี ค.ศ. 1942 โดยมีผลบงั คบัใช้ยอ้ นไปต้ังแต่ 3 กันยำยน ค.ศ. 1939[ ซ่ึงเป็ นกำรยุติบทบำทนิติบญั ญตั ิของสหรำชอำณำจกั รในออสเตรเลียเกือบท้งั หมด ในสงครำมโลกคร้ังท่ีสอง ออสเตรเลียประกำศสงครำมกบั เยอรมนี พร้อมกบั สหรำชอำณำจกั รและ ฝรั่งเศส หลงั จำกเยอรมนีบุกโปแลนด[์ ออสเตรเลียส่งทหำรเขำ้ ร่วมสมรภูมิในยโุ รป เมดิเตอร์เรเนียน และแอฟริกำเหนือแผน่ ดินออสเตรเลียโดนโจมตีโดยตรงคร้ังแรกจำกกำรเขำ้ ตีโฉบฉวยทำงอำกำศของญี่ป่ ุนท่ีดำร์วิน ออสเตรเลียยุตินโยบำยออสเตรเลียขำว โดยดำเนินกำรข้นั สุดทำ้ ยในปี ค.ศ.1973พระรำชบญั ญตั ิออสเตรเลีย ค.ศ. 1986 (พ.ศ. 2529) ยกเลิกบทบำทของสหรำชอำณำจกั รในอำนำจนิติบญั ญตั ิและตุลำกำรของออสเตรเลียโดยสิ้นเชิง ในปี ค.ศ. 1999 ออสเตรเลียจดั กำรลงประชำมติ ว่ำจะให้ประเทศเป็ นสำธำรณรัฐ มีประธำนำธิบดีแต่งต้งั จำกรัฐสภำหรือไม่ ซ่ึงคะแนนเสียงเกือบ 55% ลงคะแนนปฏิเสธ

 การเมอื งการปกครองออสเตรเลียมีกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตยแบบรัฐสภำ มีรูปแบบรัฐบำลเป็นสหพนั ธรัฐและระบอบรำชำธิปไตยภำยใตร้ ัฐธรรมนูญ ประมุขแห่งรัฐของออสเตรเลียคือพระมหำกษตั ริยส์หรำชอำณำจักร ซ่ึงพระองค์ปัจจุบนั คือสมเด็จพระรำชินีนำถอลิซำเบธที่ 2 พระอิสริยยศในออสเตรเลียคือ Elizabeth the Second, by the Grace of GodQueen of Australia and Her other Realms andTerritories, Head of the Commonwealthตำแหน่งขำ้ หลวงต่ำงพระองค์ เป็นผแู้ ทนพระองคใ์ นออสเตรเลียของพระประมุขซ่ึงประทบั อยู่ในสหรำชอำณำจกั ร รัฐธรรมนูญของออสเตรเลียระบุวำ่ \"อำนำจบริหำรเป็นของสมเดจ็ พระรำชินีนำถ

 นติ บิ ัญญัติอำคำรรัฐสภำในแคนเบอร์รำ เปิ ดใชแ้ ทนอำคำรหลงั เดิมในปี พ.ศ. 2531ออสเตรเลียมีรัฐสภำเกำ้ แห่ง หน่ึงสภำของสหพนั ธ์ หกสภำของแต่ละรัฐ และสองสภำของแต่ละดินแดน รัสภำของสหพนั ธ์ ใชร้ ะบบสองสภำ ประกอบดว้ ยสภำผแู้ ทนรำษฎร (House of Representative) และวฒุ ิสภำ(Senate) สภำผแู้ ทนรำษฎรประกอบดว้ ยสมำชิก 150 คน มำจำกกำรเลือกต้งั โดยแบ่งเป็นเขตเลือกต้งั มีผแู้ ทนเขตละหน่ึงคน วฒุ ิสภำมีสมำชิก 76 คน มำจำกแต่ละรัฐ รัฐละ 12 คน และจำกดินแดน (เขตเมืองหลวงและนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี) ละสองคน]ท้งั สองสภำจดั กำรเลือกต้งั ทุกสำมปี สมำชิกวฒุ ิสภำมีวำระ 6 ปี โดยกำรเลือกต้งั แต่ละคร้ังจะเป็นเพียงคร่ึงหน่ึงของสมำชิกท้งั หมด

 รัฐและดนิ แดนแผนท่รี ัฐและดนิ แดนของออสเตรเลียออสเตรเลียแบ่งออกเป็ น 6 รัฐ ได้แก่

 รัฐนิวเซำทเ์ วลส์ รัฐควีนส์แลนด์ รัฐเซำทอ์ อสเตรเลีย รัฐแทสเมเนีย รัฐวิกตอเรีย และ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียนอกจำกน้ียงั มีดินแดนหลกั ๆ บนแผน่ ดินใหญ่ 2 แห่ง ไดแ้ ก่ นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี และออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (เขตเมืองหลวง) และดินแดนเลก็ นอ้ ยอื่น ๆ โดยส่วนใหญแ่ ลว้ดินแดนน้นั มีลกั ษณะเดียวกบั รัฐ )

หมีโคอาลาท่เี กาะอย่บู นต้นยูคาลปิ ตสั ท่หี วั ของมันหนั ไปข้างหลังทาให้เราสามารถมองเหน็ ดวงตาทงั้ สองข้างได้, หมีโคอาลาและยูคาลิปตัสอย่ใู นรูปแบบสัญลักษณ์คู่ของออสเตรเลีย

 เศรษฐกจิ ประวตั ิศำสตร์ทำงเศรษฐกิจของออสเตรเลีย รำยไดข้ องครัวเรือนเฉล่ียในประเทศออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ และ กำรขนส่งในประเทศออสเตรเลียหลุมเหมืองทองขนาดใหญ่ใน Kalgoorlie เป็ นเหมอื งแบบเปิ ดหน้าดนิ ท่ใี หญ่ท่สี ุดของออสเตรเลยี

 ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ร่ำรวยประเทศหน่ึง ท่ีมีเศรษฐกิจแบบตลำด, จีดีพีต่อหวั ของประชำกรที่ค่อนขำ้ งสูง และอตั รำของควำมยำกจนท่ีค่อนขำ้ งต่ำ ในแง่ของควำมมงั่ คงั่ เฉลี่ย, ออสเตรเลียเป็นอนั ดบั สองในโลกตำมหลงั สวติ เซอร์แลนดใ์ นปี 2013, เงินดอลลำร์ออสเตรเลียเป็นสกลุ เงินของประเทศ อนั ดบั สำมในดชั นีเสรีภำพทำงเศรษฐกิจ (2010) ออสเตรเลียเป็น เศรษฐกิจท่ีใหญ่ที่สุด อนั ดบั ที่สิบสองของโลกและ มี GDP ต่อหวั (ประมำณ)ท่ีสูงที่สุดเป็นอนั ดบั หำ้ ที่ $ 66,984. ประเทศเป็นอนั ดบั ท่ีสอง

 ประชากร

 ชำยหำดที่ลำดลงจำกพ้ืนหญำ้ ดำ้ นซำ้ ยไปยงั ทะเลท่ีอยดู่ ำ้ นขวำ, เมืองที่สำมำรถมองเห็นไดใ้ น เสน้ ขอบฟ้ ำ, เกือบสำมในส่ีของชำวออสเตรเลียอำศยั อยใู่ นเขตเมืองและพ้ืนท่ีชำยฝั่งทะเล ชำยหำดเป็นส่วนหน่ึงของตวั ตนของชำวออสเตรเลีย เป็นเวลำเกือบสองศตวรรษ ส่วนใหญ่ของผตู้ ้งั ถิ่นฐำน, และผอู้ พยพเขำ้ มำภำยหลงั , ไดม้ ำ จำกเกำะองั กฤษ เป็นผลให้ ผคู้ นในประเทศออสเตรเลียเป็นชำวองั กฤษและ/หรือชำติกำเนิด ไอริ ชเป็ นหลกั

 ประชำกรของออสเตรเลีย ไดเ้ พ่ิมเป็นส่ีเท่ำต้งั แต่สิ้นสุดสงครำมโลกคร้ังที่หน่ึง แต่อยำ่ งไรก็ ตำม ควำมหนำแน่นของประชำกร, ท่ี 2.8 ประชำกรต่อตำรำงกิโลเมตร, ยงั คงอยใู่ นกลุ่มท่ี ต่ำท่ีสุดในโลก ประชำกรที่เพิ่มข้ึนจำนวนมำก มำจำกกำรอพยพเขำ้ เมือง หลงั สงครำมโลก คร้ังท่ีสองจนถึงปี 2000 เกือบ 5.9 ลำ้ นคน เขำ้ มำต้งั รกรำกอยใู่ นประเทศโดยเป็น ผอู้ พยพ ใหม่ ซ่ึงหมำยควำมวำ่ เกือบสองในเจด็ ของชำวออสเตรเลียไดเ้ กิดในประเทศอื่น ผอู้ พยพ ส่วนใหญเ่ ป็นแรงงำนมีฝี มือ แต่โควตำ้ คนเขำ้ เมืองรวมถึง หมวดหม่สู ำหรับสมำชิกใน ครอบครัวและผลู้ ้ีภยั ในปี 2050 ประชำกรของออสเตรเลีย เป็นท่ีคำดกำรณ์วำ่ จะมีถึง ประมำณ 42 ลำ้ นคน

 ในปี 2011, 24.6% ของชำวออสเตรเลียเกิดจำกที่อ่ืน และ 43.1 % ของประชำชนมีอยำ่ ง นอ้ ย หน่ึงผปู้ กครองเกิดในต่ำงประเทศ กลุ่มผอู้ พยพท่ีใหญท่ ่ีสุดเป็นผทู้ ี่มำจำกสหรำช อำณำจกั ร, นิวซีแลนด,์ จีน, อินเดีย, อิตำลี, เวียดนำมและฟิ ลิปปิ นส์ กวำ่ 80 เปอร์เซ็นตข์ องประชำกรของออสเตรเลียมีเช้ือสำยยโุ รป และส่วนใหญ่ของส่วนที่ เหลือเป็นคนเอเชียเก่ำแก่ ที่มีชนกล่มุ นอ้ ยขนำดเลก็ ของพ้ืนหลงั ของชนพ้ืนเมือง หลงั จำกกำร ยกเลิกนโยบำยออสเตรเลียขำวในปี 1973, โครงกำรของรัฐบำลจำนวนมำกไดร้ ับกำรจดั ต้งั ข้ึน เพ่ือสนบั สนุนและส่งเสริมควำมสำมคั คีเช้ือชำติที่ข้ึนอยกู่ บั นโยบำยของวฒั นธรรม หลำกหลำย ในปี 2005-2006 มำกกวำ่ 131,000 คน อพยพไปอยอู่ อสเตรเลีย ส่วนใหญม่ ำ จำกเอเชียและโอเชียเนีย เป้ ำหมำยสำหรับกำรยำ้ ยถ่ินปี 2012-13 อยทู่ ่ี 190,000 เม่ือเทียบกบั 67,900 ในปี 1998-99

 ศาสนา ออสเตรเลียไมม่ ีศำสนำประจำชำติ จำกกำรสำรวจสำมะโนครัวในปี พ.ศ. 2549 ประชำกร ประมำณ 12.6 ลำ้ นคน (64%) ประกำศตวั เป็นคริสเตียน ในจำนวนน้ี 5.1 ลำ้ นคน (26%) เป็นคำทอลิก และ 3.7 ลำ้ นคน (19%) เป็นแองกลิกนั ประชำกร 3.7 ลำ้ นคน ถกู จดั อยใู่ นกลมุ่ ไม่นบั ถือศำสนำ ภาษา แมว้ ำ่ ออสเตรเลียจะไม่มีภำษำรำชกำร แต่ภำษำองั กฤษไดย้ ดึ ท่ีมน่ั เป็นภำษำประจำชำติ

 วฒั นธรรม วฒั นธรรมของออสเตรเลียมีลกั ษณะเป็นวฒั นธรรมตะวนั ตก โดยเฉพำะแบบองั กฤษหรือ แองโกล-เคลติก แต่กย็ งั มีเอกลกั ษณ์เฉพำะซ่ึงพฒั นำมำจำกสภำพแวดลอ้ มและ ชน พ้ืนเมือง ในระยะหลงั วฒั นธรรมของออสเตรเลียยงั ไดร้ ับอิทธิพลจำกวฒั นธรรมอเมริกนั

 วนั หยุด วนั ชำติออสเตรเลีย วนั องั คำรที่ 28 มกรำคม วนั Good Friday วนั ศุกร์ที่ 29 มีนำคม วนั Easter Sunday วนั อำทิตยท์ ่ี 31 มีนำคม วนั Easter Monday วนั จนั ทร์ที่ 1 เมษำยน วนั ANZAC Day วนั พฤหสั บดีท่ี 25 เมษำยน แหล่งขอ้ มลู อ่ืน ๆ ขอ้ มลู ประเทศออสเตรเลีย จำกกระทรวงกำรต่ำงประเทศและกำรคำ้ ประเทศออสเตรเลีย (องั กฤษ) เวบ็ ท่ำของรัฐบำลออสเตรเลีย (องั กฤษ) สำนกั งำนสถิติออสเตรเลีย (องั กฤษ) ประเทศออสเตรเลีย จำกเวบ็ ไซตก์ ระทรวงต่ำงประเทศ ขอ้ มลู ประเทศออสเตรเลีย จำกเดอะเวิลดแ์ ฟกตบ์ ุก (องั กฤษ) Wikimedia Atlas of Australia (องั กฤษ)

ออสเตรเลียนแคพทิ อลเทร์ริทอรีAustralian Capital Territory  ธง

 รัฐนวิ เซาท์เวลส์นิวเซาท์เวลส์ (องั กฤษ: New South Wales) เป็นหน่ึงในหกรัฐของเครือรัฐออสเตรเลีย ต้งั อยทู่ ำงตะวนั ออกเฉียงใตข้ องประเทศ นิวเซำทเ์ วลส์เป็นอำณำนิคมบริเตนแห่งแรกในออสเตรเลีย แรกเร่ิมกินดินแดนกวำ้ งขวำงกวำ่ ปัจจุบนั ก่อนที่จะแยกไปเป็นรัฐอื่น ๆ ภำยหลงัเมืองหลวงและเมืองท่ีใหญท่ ี่สุดของรัฐคือซิดนีย์

นิวเซาท์เวลส์New South Wales ธง

 นอร์เทริ ์นเทร์ริทอรีนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (องั กฤษ: Northern Territory) เป็นดินแดนหน่ึงของประเทศออสเตรเลีย กินเน้ือที่ทำงตอนเหนือและตอนกลำงของทวีป มีเมืองดำร์วิน เป็นเมืองหลวงเน้ือท่ีส่วนใหญ่แหง้ แลง้ มีพ้ืนท่ีเกษตรกรรมเพียงร้อยละ 10 ภมู ิอำกำศไมเ่ หมำะแก่กำรเพำะปลกูแต่เป็นแหล่งผลิตเหลำ้ ไวนช์ ้นั เย่ียม สภำพอำกำศ มี 2 ฤดู คือฤดฝู นกบั ฤดรู ้อน มีอำกำศแบบเมดิเตอริเนียน

นอร์เทริ ์นเทร์ริทอรีNorthern Territory ธง

 รัฐควนี ส์แลนด์รัฐควนี ส์แลนด์ (องั กฤษ: Queensland) เป็นรัฐในประเทศออสเตรเลีย ที่อยทู่ ำงตะวนั ออกเฉียงเหนือของแผน่ ดินทวปี ติดกบั นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ทำงตะวนั ตก ติดกบั รัฐเซำทอ์ อสเตรเลียทำงตอนตะวนั ตกเฉียงใต้ และรัฐนิวเซำทเ์ วลส์ ทำงทิศใต้ทำงตะวนั ตกของรัฐควนี ส์แลนด์ เป็นทะเลปะกำรังและมหำสมทุ รแปซิฟิ ก รัฐควีนส์แลนดม์ ีพ้ืนท่ีใหญ่เป็นอนั ดบั2 รองจำกรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และเป็นรัฐท่ีมีประชำกรมำท่ีสุดเป็นอนั ดบั 3 รองจำกรัฐนิวเซำทเ์ วลส์และรัฐวิกตอเรีย

ควนี ส์แลนด์Queensland ธง ตราสญั ลกั ษณ์

 รัฐเซาท์ออสเตรเลยีรัฐเซาท์ออสเตรเลยี (องั กฤษ: South Australia) เป็นรัฐของประเทศออสเตรเลีย ต้งั อยทู่ ำงตอนใตข้ องประเทศ ครอบคลมุ พ้ืนที่แหง้ แลง้ โดยส่วนใหญ่ของทวปี มีพ้ืนท่ี983,482 ตร.กม. (379,725 ตร.ไมล)์ ถือวำ่ เป็นพ้ืนท่ีใหญ่ที่สุดเป็นอนั ดบั 4 ใน 6 รัฐและ 2ดินแดน ของประเทศ

รัฐเซาท์ออสเตรเลียState of South Australia ธง ตราสญั ลกั ษณ์

 รัฐแทสเมเนยีเกำะแทสเมเนยี เป็นรัฐหน่ึงของประเทศออสเตรเลีย ต้งั อยหู่ ่ำงออกไปรำว 240 กม. (150 ไมล)์ ทำงตอนใตข้ องส่วนตะวนั ออกของทวีปออสเตรเลีย โดยถกู ก้นั ดว้ ยช่องแคบบำสส์ และเป็นเกำะท่ีใหญ่ที่สุดเป็นอนั ดบั ท่ี 26 ของโลกแทสเมเนียมีประชำกรรำว 456,652 คน (จำกกำรสำรวจสำมะโนประชำกรในปี ค.ศ. 2001) และมีพ้ืนที่ 68,332 กม.(26,383 ตำรำงไมล)์ จำกกำรสำรวจเมื่อวนั ท่ี 31 มีนำคม ค.ศ. 2003 พบวำ่ แทสเมเนียมีประชำกรท่ีอยอู่ ำศยั จริงรำว476,199 คน ชื่อเล่นของแทสเมเนียคือ เกาะแอปเปิ ล เน่ืองจำกมีกำรปลกู แอปเปิ ลมำก และรูปร่ำงของเกำะที่เหมือนผลแอปเปิ ล

แทสเมเนียTasmania ธง ตราสญั ลกั ษณ์ สมญา/ช่ือเลน่ : เกาะแอปเปิ ล

 รัฐวกิ ทอเรียรัฐวกิ ตอเรีย ต้งั อยทู่ ำงใตข้ องรัฐนิวเซำธ์เวลส์ เป็นรัฐที่เลก็ ท่ีสุดเป็นอนั ดบั สองของออสเตรเลียขนำด 227,600 ตำรำงกิโลเมตร แต่มีประชำกรหนำแน่นที่สุด มีประชำกรอำศยั อยใู่ นรัฐน้ีคิดเป็นร้อยละ 26 ของชำวออสเตรเลียท้งั หมด

ภูมปิ ระเทศ พ้ืนที่ประมำณร้อยละ 36 ของรัฐวคิ ตอเรียเป็นป่ ำไม้ แมน่ ้ำเมอร์รีย์ (Murray) เป็นแมน่ ้ำ ที่มีควำมยำวที่สุดของรัฐ และมีทะเลสำบขนำดใหญห่ ลำยแห่ง รัฐวิกตอเรียมีชำยฝั่งท่ีทอด ยำวกวำ่ 1,600 กิโลเมตร เป็นแนวก้นั ระหวำ่ งมหำสมทุ รทำงตอนใต้ และช่องแคบบำสส์ (Bass) รวมท้งั แยกระหวำ่ งพ้ืนแผน่ ดินใหญข่ องประเทศออสเตรเลีย และเกำะแทสเมเนียภูมอิ ากาศ รัฐวกิ ตอเรียต้งั อยใู่ นเขตอำกำศแบบก่ึงเขตร้อนและเขตหนำว ฤดูร้อน อณุ หภูมิเฉล่ียต้งั แต่ 13-25 องศำเซลเซียส (55-77 องศำฟำเรนไฮต)์ ฤดูหนำว อุณหภมู ิเฉล่ียต้งั แต่ 5-13 องศำเซลเซียส (41-55 องศำฟำเรนไฮต)์

วิกตอเรียVictoria ธง ตราสญั ลกั ษณ์ สมญา/ชื่อเลน่ : Garden State, The Place To Be, On The Move

 รัฐเวสเทริ ์นออสเตรเลยีรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลยี (องั กฤษ: Western Australia) เป็นรัฐในประเทศออสเตรเลียถือเป็นรัฐท่ีใหญ่ท่ีสุดของออสเตรเลีย และเป็นเขตกำรปกครองท่ีใหญท่ ี่สุดเป็นอนั ดบั 2 ของโลกรองจำกรัฐอะแลสกำ มีประชำกร 2.1 ลำ้ นคน (10% ของประเทศ) มี 85% ของคนที่อำศยัทำงมมุ ใต-้ ตะวนั ตกของรัฐ มีเมืองหลวงคือนคร เพิร์ท

รัฐเวสเทริ ์นออสเตรเลียState of Western Australia ธง ตราสญั ลกั ษณ์ สมญา/ชื่อเลน่ : Wildflower State or the Golden State

 พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ทวปี ออสเตรเลยี -โอเชียเนีย ออสเตรเลียเป็นทวีปเกือบสุดทำ้ ยที่ชำวยโุ รปเดินทำงมำพบ ก่อนหนำ้ น้ีชำวยโุ รป ไม่ ทรำบวำ่ ยงั มีดินแดนทำงตอนใต้ เพียงแต่คำดวำ่ น่ำจะมี ในสมยั กรีกโบรำณ นกั ภมู ิศำสตร์ช่ือ ปโตเลมี ไดเ้ ขียนแผนท่ีโลก โดยแสดงใหเ้ ห็นวำ่ ทำงตอนใตข้ อง ทวีปแฟริกำ มีดินแดนเชื่อมต่อกบั ทำงตอนใตข้ องทวีปเอเชีย ซ่ึงปิ ดลอ้ ม มหำ สมุทรอินเดีย ไว้ และต้งั ช่ือดินแดนส่วนน้นั วำ่ “แทร์รำ อินคอกนิตำ” Terra Incognita แปลวำ่ ดินแดนที่ยงั ไม่รู้จกั กำรคน้ พบออสเตรเลียของชำวยโุ รปไดร้ ับกำรบนั ทึกไวค้ ร้ังแรกในเดือนมีนำคม ค.ศ.1606 เม่ือชำวนกั สำรวจชำวฮอลนั ดำ ชื่อ วิลเลม แจนสซูน Willem Janszoon ค.ศ.1571-1638 ทำแผนที่ชำยฝ่ังของแหลมเคปยอร์กและ คำบสมทุ รเพนินซูลำ Cape York and Peninsula ของรัฐควีนส แลนด์ จำกกำรคน้ พบคร้ังน้นั ทำใหเ้ ริ่มมีกำรทำแผนที่ชำยฝ่ังตอนเหนือของประเทศ ออสเตรเลีย

 ชื่อดินแดนแถบน้นั วำ่ “นิวเซำทเ์ วลส์” New South Wales พร้อมกนั น้นั ไดป้ ระกำศใหเ้ ป็นส่วนหน่ึงของสหรำชอำณำจกั ร แลว้ ยึดครองออสเตรเลีย เป็นอำณำ นิคม สำเหตุที่รัฐบำลองั กฤษตดั สินใจส่งนกั โทษมำต้งั ถิ่นฐำนที่ออสเตรเลียเน่ืองจำก องั กฤษไดส้ ูญเสียอำณำนิคมในทวปี อเมริกำเหนือ และตอ้ งกำรระบำยนกั โทษที่แออดั อยใู่ น คุกของประเทศองั กฤษ โดยกปั ตนั อำร์เธอร์ฟิ ลลิป Arthur Philip เป็นผคู้ วบคุม นกั โทษกลุ่มแรกไดเ้ ดินทำงมำถึงอ่ำวซิดนีย์ เม่ือวนั ที่ 18 มกรำคม ค.ศ. 1788 และได้ ยำ้ ยมำต้งั ถิ่นฐำนถำวรบริเวณ อ่ำว พอร์ต แจคสนั แลว้ ต้งั ชื่อวำ่ ซิดนีย์ โคฟ ในวนั ที่ 26 มกรำคม 1788 (ถือเป็นวนั ชำติออสเตรเลีย) นบั เป็นจุดเร่ิมตน้ ของกำรต้งั ถิ่นฐำนใน ทวปี ออสเตรเลียของชำวองั กฤษ ผตู้ ้งั ถ่ินฐำนในยคุ แรกส่วนใหญจ่ ะเป็นนกั โทษและครอบครัวของทหำรแลว้ อีก ส่วนหน่ึงคือ ผทู้ ่ีต้งั ใจยำ้ ยมำต้งั ถิ่นฐำนใหมซ่ ่ึงรวมถึงชนชำติอ่ืน ๆ อำทิ อิตำเลียน กรีกและ ชำวยโุ รปชำติอ่ืน ๆ ตลอดจนชำวเอเชีย อำทิ จีน มำเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นตน้ โดยเร่ิมต้งั ถ่ินฐำนคร้ังแรกบริเวณอ่ำวโบตำนีเมืองซิดนีย์ ในปัจจุบนั ต่อมำมีกำรคน้ พบทองคำ ในปี ค.ศ. 1800 จดั วำ่ เป็นยคุ “ต่ืนทอง” GOLD RUSH ส่งผลใหผ้ ทู้ ่ีมิใช่นกั โทษอพยพเขำ้ มำต้งั ถ่ินฐำนในทวีปออสเตรเลีย มำกข้ึนเร่ือย ๆ โดยกลมุ่ คนท่ีมำมีท้งั ชำวองั กฤษ ไอร์แลนด์ เยอรมนั จีน นอกจำกน้ี ยงั มีชำว แอฟริกนั อพยพเขำ้ มำและมีกำรนำ อฐู เขำ้ มำดว้ ย เพ่ือออกสำรวจในพ้ืนท่ีภำยในทวีป

 นบั ต้งั แต่ตน้ ทศวรรษ 1850 อุตสำหกรรมขนสัตว์ กำรขดุ ทอง กำรขำดแคลนแรงงำน แผน่ ดินอนั กวำ้ งใหญ่สำหรับ กำรเพำะปลกู กำรทำเหมืองแร่ และกำรคำ้ ขำย ไดท้ ำให้ออสเตรเลียเป็นดินแดนแห่งโอกำส และเป็นแรงกระตุน้ ใหค้ นจำกพ้ืนท่ีต่ำง ๆ ทวั่ โลกหลงั่ ไหลมำต้งั ถนิ่ ฐำนในดินแดนออสเตรเลียเพิ่มจำนวนมำกข้นึ ในปี ค.ศ.1829 สหรำชอำณำจกั รไดป้ ระกำศยดึ ครองดินแดนทำงฝ่ังตะวนั ตกของทวปี ออสเตรเลีย และไดแ้ ยก ดินแดนทำงดำ้ นตะวนั ตกออกจำก นิวเซำทเ์ วลส์ มำเป็นอีกหลำยมลรัฐ ในปี ค.ศ.1848 นบั เป็นปี แห่งกำรยตุ กิ ำรขนส่งนกั โทษมำยงั ทวปี ออสเตรเลยี เน่ืองจำกมีกำรรณรงคย์ กเลิกมำตรกำร ดงั กล่ำวโดยกลุ่มผตู้ ้งั ถิ่นฐำน ประเทศออสเตรเลียจึงไม่ใช่ดินแดนอำณำนิคมของนกั โทษอีกต่อไป ก่อนท่ีชนชำติยโุ รปจะยำ้ ยถิ่นฐำนมำท่ีทวปี ออสเตรเลีย บนทวปี น้ีมีชนพ้นื เมืองอำศยั อยู่ ซ่ึงจำนวนประชำกรใน ขณะน้นั คำดวำ่ ประมำณ 315,000 คน แตว่ ถิ ีชีวติ ของชนพ้ืนเมืองเหล่ำน้ีถูกเปล่ียนไปเม่ือองั กฤษเขำ้ มำยดึ ครองและประกำศ เป็นพ้ืนท่ีอำณำนิคม ซ่ึงตอ่ มำทำให้ชนพ้ืนเมืองมีจำนวนลดนอ้ ยลง โดยในช่วงปี ค.ศ.1930 จำนวนประชำกรลดลงมำอยทู่ ่ีร้อยละ 20 ของจำนวนประชำกรเร่ิมแรก สรุปนบั ต้งั แต่ปี ค.ศ.1788 มีชำยหญิงประมำณ 160,000 คน ท่ีอพยพไปออสเตรเลียในฐำนะเสมือนนกั โทษ อยำ่ งไรกต็ ำม ในช่วงเวลำน้ีชนพ้ืนเมืองของออสเตรเลยี ไดเ้ ผชิญควำมยำกลำบำก จำกกำรรุกรำนของผอู้ พยพทอี่ ำ้ งสิทธิในฐำนะเจำ้ อำณำนิคม มีกำรขบั ไล่ออกจำกพ้นื ท่ี และกำรเขำ้ ยดึ ทรัพย์ ในขณะเดียวกนั ชนพ้ืนเมืองตอ้ งอยอู่ ยำ่ งลำบำก เจบ็ ไขไ้ ดป้ ่ วยและกำร เสียชีวติ ตลอดจนวถิ ีชีวติ ด้งั เดิมและธรรมเนียมปฏิบตั ิถกู ทำลำย ใน ค.ศ. 1914 ออสเตรเลียไดเ้ ขำ้ ร่วมในสงครำมโลกคร้ังท่ี 1 ซ่ึงก่อให้เกิดควำมเสียหำยต่อประเทศออสเตรเลยี เป็น อยำ่ งมำก ผชู้ ำยออสเตรเลียเกือบ 3 ลำ้ นคน และอำสำสมคั รเกอื บ 400,000 คนตอ้ งเขำ้ ร่วมรบในสงครำม ผลจำกสงครำมทำ ใหม้ ีผเู้ สียชีวติ ประมำณ 60,000 คนและไดร้ ับบำดเจบ็ หลำยหม่ืนคน

 ในช่วงสงครำมโลกคร้ังที่ 2 กองกำลงั ของออสเตรเลียมีส่วนสนบั สนุนคร้ังสำคญั ใน กำรเขำ้ ร่วมเป็ นพนั ธมิตรกบั ยโุ รป เอเชียและภำคพ้ืนแปซิฟิ ก ไดเ้ ขำ้ สูร้ บในสงครำมและไดร้ ับชยั ชนะอยำ่ งน่ำภำคภูมิใจ อยำ่ งไรกต็ ำม ช่วงเวลำระหวำ่ งสงครำมโลก เป็ นเวลำท่ีประเทศไร้เสถียรภำพ เศรษฐกิจตกต่ำ และ สถำบนั ทำงกำรเงินของออสเตรเลียหลำยแห่งลม้ ภำยหลงั สงครำมโลกคร้ังท่ีสอง หรือหลงั จำกปี ค.ศ.1945 ออสเตรเลียไดเ้ ขำ้ สู่ ช่วงเวลำแห่งควำมเจริญรุ่งเรือง กลบั มำเฟื่ องฟอู ีกคร้ังและเกิดควำมตอ้ งกำรแรงงำนอยำ่ งมำก ผหู้ ญิงจำนวนมำกเขำ้ ไปทำงำนในโรงงำน ขณะท่ีผชู้ ำยท่ีกลบั จำกกำรออกรบในสงครำมสำมำรถ เขำ้ มำทำงำนตอ่ ได้ ภำยหลงั สงครำมโลกคร้ังที่ 2 ออสเตรเลียมีนโยบำยที่ไมแ่ บ่งแยกหรือเลือกปฏิบตั ใิ น ระดบั สำกลและท่ีนี่จึงเป็นบำ้ นสำหรับประชำชนท่ีมำจำกกวำ่ 200 ประเทศ ในช่วงทศวรรษ 1950 เศรษฐกิจออสเตรเลยี พฒั นำข้ึนอยำ่ งรวดเร็ว เกิดโครงกำร ก่อสร้ำงขนำดใหญ่ระดบั ชำติ เช่น Snowy Mountains Scheme ซ่ึงเป็ นแผน กำลงั ไฟฟ้ ำพลงั น้ำ ต้งั อยใู่ นภูเขำบริเวณภำคตะวนั ออกเฉียงใตข้ องออสเตรเลีย รวมถึงชำนเมือง ออสเตรเลียกเ็ ร่ิมมีควำมเจริญแผไ่ ปถึง ทำใหอ้ ตั รำผเู้ ป็นเจำ้ ของบำ้ นเพม่ิ มำกข้ึนจำกร้อยละ 40 ใน ปี ค.ศ.1947 เป็ นร้อยละ 70 ในทศวรรษ 1960 นอกจำกน้ี รัฐบำลออสเตรเลียไดด้ ำเนินบทบำทที่สำคญั โดยกำรพยำยำม สร้ำงควำมสมำนฉนั ทร์ ะหวำ่ งกลุม่ ชนพ้นื เมืองและท่ีมิใช่ชนพ้นื เมือง กำรดำเนินกำรท่ีสำคญั คือ กำรออกมำกล่ำวขอโทษอยำ่ งเป็นทำงกำรของรัฐบำลเมื่อวนั ที่ 13 กมุ ภำพนั ธ์ ค.ศ. 2008 ใน กรณีท่ีมีกำรแยกเดก็ ชำวพ้นื เมืองออกจำกครอบครัวด้งั เดิมเพ่ือตอ้ งกำรลบลำ้ งวฒั นธรรม ประเทศออสเตรเลียในปัจจุบนั นบั เป็ นประเทศที่มีควำมมนั่ คงท้งั ทำงดำ้ นเศรษฐกิจ กำรเมือง สงั คม กำรศึกษำและวฒั นธรรมท่ีจะเจริญตอ่ ไป



 จัดทาโดยรัฐพล วงษ์กติ คิ ุณ ม.4/11เลขท่ี 22


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook