Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2 บทที่ 1

2 บทที่ 1

Published by jirapans6, 2019-08-02 03:09:32

Description: 2 บทที่ 1

Search

Read the Text Version

บทที่ 1 บทนำ ควำมสำคญั และทมี่ ำของปัญหำ ปัจจุบนั กระทรวงศึกษาธิการไดป้ ระกาศใชห้ ลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551 เพ่ือเป็ นหลกั สูตรแกนกลางของประเทศ โดยได้กาหนดรายละเอียดสาระการเรียนรู้แกนกลาง เพื่อใช้เป็นแนวทาง เทียบเคียง เพ่อื ใหโ้ รงเรียนนาไปปรับใชเ้ ป็นสาระการเรียนรู้รายปี หรือรายภาค ของหลกั สูตรสถานศึกษา ในสดั ส่วนประมาณร้อยละ 70 โดยยดื หยนุ่ ตามธรรมชาติของแต่ละสาระ การเรียนรู้ หรือช่วงช้นั และให้สถานศึกษากาหนดรายละเอียดสาระการเรียนรู้ประมาณร้อยละ 30 ในส่วนที่เกี่ยวกบั สภาพปัญหาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ท้งั น้ีอาจกาหนดเป็ นสาระ การเรียนรู้รายปี หรือรายภาค กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ ฯลฯ (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2546 : 4) โดยพบวา่ กรมวชิ าการไดก้ าหนดหลกั สูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ ในแต่ละช่วงช้นั มีเน้ือหาสาระการแสดงพ้ืนเมืองของแต่ละทอ้ งถ่ินไวอ้ ยา่ ง กวา้ งๆ เพ่ือเปิ ดโอกาสใหส้ ถานศึกษา กาหนดรายละเอียดสาระการเรียนรู้ในส่วนท่ีเกี่ยวกบั สภาพ ชุมชน สงั คมและภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น และนาศิลปะการแสดงของทอ้ งถ่ินตนเองมาใชใ้ นการจดั กิจกรรม การเรียนการสอนเพื่อให้ผูเ้ รียนเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ ช่ืนชม เห็นคุณค่า และภาคภูมิใจในศิลปะ การแสดงพ้ืนเมืองของทอ้ งถ่ินที่เป็นเอกลกั ษณ์ของชนเผา่ ของตน นอกจากน้ี พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พุทธศกั ราช 2542 (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช 2545) และหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551 ต่างเน้นการส่งเสริมและ สนบั สนุนใหส้ ถานศึกษา และหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งส่งเสริมใหค้ รูไดพ้ ฒั นาขีดความสามารถในการ ผลิตส่ือการเรียนรู้ โดยไดก้ าหนดใหใ้ ชก้ ารวจิ ยั เป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการจดั การเรียนรู้ คิดคน้ และสร้างสรรค์ โดยใชส้ ่ือการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เพ่ือเป็ นการพฒั นาการเรียนรู้ให้กบั นกั เรียนได้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ วิชานาฏศิลป์ เป็ นสาระหน่ึงที่อยใู่ นกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ผเู้ รียนสามารถรู้และเขา้ ใจการใช้นาฏยศพั ท์และภาษาท่านาฏศิลป์ ในการแปลความและสื่อสาร ผ่านการแสดง รวมท้งั พฒั นารูปแบบการแสดง สามารถใช้เกณฑ์ง่ายๆ ในการพิจารณาคุณภาพ การแสดง วิจารณ์เปรียบเทียบงานนาฏศิลป์ โดยใชค้ วามรู้เรื่ององค์ประกอบทางนาฏศิลป์ ร่วมจดั การแสดง นาแนวคิดของการแสดงไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั และผเู้ รียนรู้และเขา้ ใจ ปัจจยั ท่ีมีผล ต่อการเปล่ียนแปลง ของนาฏศิลป์ ไทย นาฏศิลป์ พ้ืนบา้ น ละครไทย และละครพ้ืนบา้ น เปรียบเทียบ ลกั ษณะเฉพาะ ของการแสดงนาฏศิลป์ จากวฒั นธรรมต่างๆ รวมท้งั สามารถออกแบบและสร้างสรรค์

2 อุปกรณ์ เคร่ืองแต่งกายในการแสดงนาฏศิลป์ และละคร มีความเขา้ ใจ ความสาคญั บทบาทของนาฏศิลป์ และละครในชีวติ ประจาวนั การเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ มุ่งให้ผูเ้ รียนมีความรู้ความเขา้ ใจองคป์ ระกอบนาฏศิลป์ แสดงออกทางนาฏศิลป์ อย่างสร้างสรรค์ ใช้ศพั ท์เบ้ืองตน้ ทางนาฏศิลป์ วิเคราะห์วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอยา่ งอิสระ สร้างสรรคก์ ารเคล่ือนไหวในรูปแบบต่างๆ เพ่อื การประยกุ ตใ์ ชน้ าฏศิลป์ ในชีวติ ประจาวนั เพือ่ ให้ เห็นคุณค่าและเกิดความซาบซ้ึงในคุณค่าของ นาฏศิลป์ ที่เป็ นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท่ีเป็ นเอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรมของทอ้ งถ่ินซ่ึงเป็ น ภูมิปัญญาไทย พฒั นาเจตคติ สมาธิ รสนิยมส่วนตวั มีทกั ษะ กระบวนการ วธิ ีการแสดงออก การคิด สร้างสรรค์ ส่งเสริมให้ผเู้ รียนตระหนกั ถึง วฒั นธรรมและภูมิปัญญาดา้ นนาฏศิลป์ ทอ้ งถิ่น ชุมชน หมู่บา้ น ตาบล ท้งั ของตนเองและวฒั นธรรมอื่น และช่วยให้ผูเ้ รียนมีมุมมองและเขา้ ใจโลกทศั น์ กวา้ งไกล ช่วยเสริมความรู้ ความเขา้ ใจ เกิดมโนทศั น์ในดา้ นอ่ืนๆ ช่วยให้ผูเ้ รียนไดร้ ับการส่งเสริม สนบั สนุนใหม้ ีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ จินตนาการ เกิดสุนทรียภาพ และเห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ ที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรมท้งั ของชนเผา่ ตนเองและเป็ นวฒั นธรรมไทย จากการจดั การเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ ในปัจจุบนั ในการ ดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้พบว่าขาดการคิดคน้ หรือการพฒั นากิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสม สอดคล้องและตอบสนอง ตรงกบั สภาพความตอ้ งการของชุมชน สังคม และภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน เพราะตอ้ งอาศยั เวลาในการเรียนรู้และการฝึกทกั ษะ ขาดส่ือการเรียนรู้ที่เหมาะสม ดงั น้นั ในยคุ แห่ง เทคโนโลยี ส่ือการเรียนรู้ท่ีสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ สื่อการสอนที่ดีจะเป็ นส่ิงท่ีช่วยกระตุน้ และสร้างความสนใจใหก้ บั ผเู้ รียน ช่วยกระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน ไดม้ ากข้ึน ทาใหผ้ เู้ รียนเกิดความคิดสร้างสรรคใ์ นการศึกษา เรียนรู้ คน้ ควา้ จะเกิดความคิดสร้างสรรค์ จนสามารถประดิษฐท์ ่าราดว้ ยตนเองท่ีเหมาะสมกบั ยุคสมยั และไม่ขดั กบั วฒั นธรรมด้งั เดิมของชนเผา่ จึงทาใหก้ ารเรียนรู้บรรลุจุดประสงคท์ ่ีต้งั ไว้ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ สังกดั สานกั บริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่มที่ 6 สานกั งาน บริหารการศึกษาพเิ ศษ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐานเป็ นโรงเรียนสหศึกษา ประเภท อยปู่ ระจา รับนกั เรียนในจงั หวดั เชียงใหม่ท่ีมีปัญหาดา้ น ครอบครัว เศรษฐกิจ และดอ้ ยโอกาสทาง การศึกษา เขา้ มาเป็นนกั เรียนประจาต้งั แตช่ ้นั ประถมศึกษาปี ที่ 1 ถึงช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 นกั เรียนจะ กลบั ไปเยย่ี มบา้ นไดภ้ าคเรียนละ 2 คร้ัง มีนกั เรียนจานวน 918 คน นกั เรียนส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็ น ชาวเขาเผา่ ตา่ งๆ ประกอบดว้ ย เผา่ ลีซู อาข่า ลาหู่ กะเหรี่ยง มง้ และเม่ียน อีกร้อยละ 10 เป็ นนกั เรียน ทวั่ ไป นกเรียนชาวเขากลุ่มน้ีเป็ นผดู้ อ้ ยโอกาสทางการศึกษา และมีฐานะยากจน นกั เรียนแต่ละเผา่ เม่ืออยู่ท่ีบา้ นเคยมีความเป็ นอยอู่ ยา่ งอิสระ และแตกต่างกนั มีความหลากหลายทางวฒั นธรรม ท้งั

3 ในดา้ นการดาเนินชีวติ ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวฒั นธรรม ศาสนา ภาษาพดู ความเชื่อตลอด ถึงดา้ นการแตง่ กาย ดว้ ยบริบทของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ซ่ึงผศู้ ึกษาไดพ้ บปัญหาในการจดั การเรียน การสอนกลุ่มการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ โดยสรุป คือ นกั เรียนถูกจากดั ใหพ้ กั อาศยั อยใู่ นโรงเรียน จึงทาใหไ้ ม่สามารถไปศึกษาตามแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียนเก่ียวกบั วฒั นธรรมชนเผา่ และนกั เรียน ชนเผ่าส่วนมากมีความคิดสร้างสรรคจ์ ากดั อยูใ่ นวงแคบ มีลีลาท่าราและความสวยงามที่มีเอกลกั ษณ์ ของชนเผา่ ตวั เอง ไม่เอ้ือต่อการเรียนรู้ศิลปวฒั นธรรมนอกชนเผา่ ทาใหม้ ีอุปสรรคต่อการเรียนการสอน ของครูผูส้ อนและ เป็ นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ทกั ษะดา้ นนาฏศิลป์ ไทยของนกั เรียนมาก ประกอบ กบั ปัจจุบนั วฒั นธรรมตะวนั ตก วฒั นธรรมของเกาหลี และวฒั นธรรมสมยั ใหม่ไดเ้ ขา้ มามีบทบาท และมีอิทธิพลต่อเยาวชนสมยั น้ีเป็ นอยา่ งมาก ไม่วา่ จะเป็ นดา้ นการดาเนินชีวิต ภาษาพูดหรือแมแ้ ต่ ด้านการแต่งกายส่งผลทาให้วฒั นธรรมชนเผ่าที่สืบทอดกนั มาต้งั แต่บรรพบุรุษ อาจเลือนหาย และสูญหายไปไดใ้ นท่ีสุด ดงั น้นั ในจดั การเรียนการสอนจึงควรให้ความสาคญั และเห็นคุณค่าใน ศิลปวฒั นธรรมชนเผ่าของตนเอง ท้งั วฒั นธรรม ด้านดนตรีนาฏศิลป์ ภาษา การแต่งกาย วิถีชีวิต ความเป็นอยแู่ ละ ประเพณีทอ้ งถิ่นของตน ดว้ ยเหตุผลดงั กล่าว ผศู้ ึกษาจึงมีความสนใจและพบแนวทางในการแกป้ ัญหาในการเรียน การสอน และส่งเสริมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ โดยการพฒั นาสื่อการ เรียนรู้เพ่ือช่วยให้เกิดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนใหส้ ูงข้ึน ดว้ ยการสร้างส่ือมลั ติมีเดีย เร่ืองการประดิษฐ์ ท่าราระบาวิถีอาข่าสาหรับวิชาสาระเพ่ิมเติม วิชานาฏศิลป์ เพื่อการแสดงสาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยม ศึกษาปี ที่ 3 ซ่ึงนกั เรียนกลุ่มน้ีเป็ นนกั เรียนที่ผา่ นการเรียนทกั ษะการปฏิบตั ิวชิ านาฏศิลป์ มาต้งั แต่ ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 โดยให้นกั เรียนไดเ้ รียนรู้เก่ียวกบั การแสดงชนเผา่ ในทอ้ งถิ่นซ่ึงเป็ นมรดก ทางวฒั นธรรม ไดเ้ รียนรู้ถึงวถิ ีชีวิตภายในทอ้ งถ่ินนบั เป็ นการสร้างจิตสานึกให้นกั เรียนเกิดความรู้สึก ภาคภูมิใจ ท้งั ยงั เป็ นการสร้างความสัมพนั ธ์อนั ดี ให้เกิดข้ึนระหวา่ งโรงเรียน ผปู้ กครอง ครู และ นกั เรียนแต่ละเผา่ ส่งเสริมใหน้ กั เรียนสามารถพฒั นาตนเองไดต้ ามธรรมชาติและเตม็ ศกั ยภาพ สอดคลอ้ งกบั ผศู้ ึกษาเห็นวา่ ปัจจุบนั มีการนาคอมพิวเตอร์มาใชใ้ หเ้ ป็ นประโยชน์ต่อการเรียน การสอนในลกั ษณะเป็นโปรแกรมสาเร็จรูปหรือท่ีเรียกวา่ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction หรือ CAI) และส่ือมลั ติมีเดียที่ถือไดว้ า่ เป็ นสื่อการสอนที่เหมาะสมกบั สภาพ การเรียนการสอนที่ยึดผเู้ รียนเป็ นศูนยก์ ลางหรือผเู้ รียนเป็ นสาคญั โดยผเู้ รียนสามารถเรียนไปตาม ความสามารถของตนเองตามอตั ราการเรียนรู้โดยไม่ตอ้ งรอหรือเร่งให้ไปพร้อมๆกนั กบั เพ่ือนใน ห้องเรียนและผูเ้ รียนสามารถเรียนไดโ้ ดยไม่ตอ้ งมีครูสามารถทบทวนบทเรียนได้เองตลอดเวลา ตลอดจนช่วยลดปัญหาการเรียนการสอนไดซ้ ่ึงในห้องเรียนมกั จะพบปัญหาเก่ียวกบั ผเู้ รียนที่มีพ้ืน

4 ความรู้ไม่เทา่ กนั มีความเขา้ ใจในบทเรียนไม่พร้อมกนั ผเู้ รียนท่ีมีความรู้มากกวา่ จะเขา้ ใจในบทเรียน ไดเ้ ร็วแต่ก็ตอ้ งรอเพือ่ นๆท่ียงั เรียนไมเ่ ขา้ ใจกจ็ ะทาให้เกิดความเบ่ือหน่ายหรือขาดความสนใจดงั น้นั บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนและสื่อมลั ติมีเดียจะเขา้ มาช่วยแกป้ ัญหาความแตกต่างระหวา่ งบุคคล ไดด้ ีนอกจากน้ีคอมพิวเตอร์และมลั ติมีเดียยงั มีบทบาทสาคญั ในการสร้างวฒั นธรรมท่ีเนน้ การคิด ดว้ ยสติปัญญาให้เกิดข้ึนในจิตใจของผูเ้ รียนโดยกระบวนการทางานท่ีเกิดข้ึนอยา่ งเป็ นระบบและ สม่าเสมอจะช่วยใหผ้ เู้ รียนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและแกไ้ ขปัญหาไดด้ ว้ ยตนเองอยา่ งไม่มี ที่สิ้นสุดเป็ นเคร่ืองมือท่ีช่วยให้นกั เรียนสามารถสร้างส่ิงต่างๆจากส่ิงท่ีง่ายและพฒั นาข้ึนจนกลายเป็ น สิ่งที่สลบั ซบั ซ้อนมากข้ึนรวมท้งั ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อคน้ หาความรู้ในรูปแบบของสื่อคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนเป็ นเทคโนโลยีที่ทาให้คอมพิวเตอร์สามารถแสดงขอ้ ความเสียงและภาพซ่ึงอาจจะเป็ น ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวไดพ้ ร้อมกนั ชยั วฒั น์ เชาวน์รัตนะ (2551 : 183) กล่าววา่ สื่อคอมพิวเตอร์ มลั ติมีเดียมีความสวยงามน่าสนใจโดยเฉพาะสื่อคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดียขบั ร้องดนตรีและนาฏศิลป์ หรือสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบการสอนขบั ร้องดนตรีและนาฏศิลป์ ซ่ึงปัจจุบนั มีงานอยู่ น้อยชิ้นมากจึงยงั ตอ้ งการการพฒั นาอยา่ งจริงจงั การพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดียการประดิษฐท์ ่าราชุดระบาวิถีอาข่าจึงเป็ นการนา ส่ือเทคโนโลยคี อมพิวเตอร์มาใชป้ ระโยชน์กบั การเรียนการสอนนาฏศิลป์ เพ่ือการแสดงโดยมีเป้ าหมาย หลกั คือการช่วยเหลือในการเรียนรู้ของผูเ้ รียนในทางตรงคือการใช้สื่อมลั ติมีเดียสาหรับสอนวิชา นาฏศิลป์ เพ่อื การแสดงหรือการใชส้ ื่อมลั ติมีเดียจดั การในกระบวนการเรียนรู้ของผเู้ รียนส่วนในทางออ้ ม คือการใชส้ ่ือมลั ติมีเดียช่วยจดั การเตรียมบางสิ่งบางอยา่ งเพื่อใชใ้ นการเรียนการสอน แต่การเรียน การสอนนาฏศิลป์ เพ่ือการแสดงโดยการใช้สื่อมลั ติมีเดียยงั ถูกกาหนดอยู่ในวงแคบไม่ว่าจะเป็ น การนาเสนอเพลงภาพเสียงและสร้างส่ือประกอบการเรียนการสอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพฒั นา บทเรียนสื่อมลั ติมีเดียช่วยสอนนาฏศิลป์ หรือแมก้ ระทง่ั ช่างเทคโนโลยีทางการศึกษาผูผ้ ลิตสื่อ คอมพิวเตอร์ท่ีมีความรู้ความสามารถกลับพบว่ามีการผลิตสื่อมลั ติมีเดียทางด้านนาฏศิลป์ เพ่ือ ประกอบการเรียนการสอนนอ้ ยมากเมื่อตอ้ งการขอ้ มูลหรือสื่อมาใชใ้ นการเรียนการสอนแต่ละคร้ัง จาตอ้ งต้งั ตน้ คน้ หาขอ้ มลู ใหมท่ ้งั หมดทาใหเ้ กิดความล่าชา้ และซ้าซอ้ นสิ้นเปลืองเป็ นอนั มากซ่ึงเป็ น การศึกษาที่กระจดั กระจายและส่วนใหญ่ยงั เป็ นการเรียนการสอนดว้ ยขอ้ มูลที่เป็ นเอกสารบนั ทึก ตา่ งๆจากประสบการณ์การจดั การเรียนการสอนของผศู้ ึกษาและจากการสัมภาษณ์ผสู้ อนดา้ นนาฏศิลป์ มกั พบปัญหาพ้ืนฐานที่คลา้ ยคลึงกนั วา่ อาจารยแ์ ต่ละท่านไม่ไดจ้ ดั เรียบเรียงเน้ือหารายวิชาที่สอน ของตนเองใหเ้ ป็นหมวดหมู่หรือนาเสนอในรูปของสื่อการเรียนการสอนที่ทนั สมยั จากความยุง่ ยากซบั ซ้อนดงั กล่าวทาใหผ้ ศู้ ึกษาเกิดแนวคิดในการพฒั นาบทเรียนสื่อมลั ติมีเดีย วชิ านาฏศิลป์ เพอ่ื การแสดงโดยพฒั นาให้เป็ นส่ือมลั ติมีเดีย เร่ืองการประดิษฐท์ ่าราชุดระบาวิถีอาข่า

5 ซ่ึงผวู้ จิ ยั ไดม้ องเห็นความสาคญั ของเทคโนโลยสี ่ือมลั ติมีเดียวา่ มีประโยชน์ตอ่ การเรียนการสอนวชิ า นาฏศิลป์ เพื่อการแสดงเป็ นส่ือที่ทนั สมยั และมีเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั ดงั น้นั การท่ีจะศึกษาใหก้ ระจ่าง ชดั เจนในการนาเทคโนโลยสี ื่อมลั ติมีเดียเขา้ มาช่วยในการพฒั นาการสอนนาฏศิลป์ เพ่ือการแสดงจะ สามารถแกป้ ัญหาการขาดแคลนครูและขาดอุปกรณ์การสอนเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษาประดิษฐ์ ท่าราดว้ ยตนเองและมีส่วนร่วมในกิจกรรมอยา่ งแทจ้ ริงซ่ึงเป็ นการปูพ้ืนฐานในการเรียนนาฏศิลป์ ช่วยให้การจดั การเรียนการสอนมีความเสมอภาคทางการศึกษาท่ีถูกตอ้ งเท่าเทียมกนั อีกท้งั เป็ น การเรียนรู้ที่บูรณาการอย่างดีด้านการนาสื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดียมาใช้ประโยชน์ กบั การเรียนการสอนนาฏศิลป์ เร่ืองการประดิษฐ์ท่าราชุดระบาวิถีอาข่าทาให้การเรียนการสอนมี ประสิทธิภาพยง่ิ ข้ึนการศึกษาคร้ังน้ีจึงมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อสร้างส่ือมลั ติมีเดีย เร่ืองการประดิษฐท์ ่ารา ระบาวถิ ีอารายวชิ านาฏศิลป์ เพอื่ การแสดงสาหรับนกั เรียนมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เชียงใหม่ อาเภอแม่ริม จงั หวดั เชียงใหม่ ผลการศึกษาจะเป็ นตวั อยา่ งในการพฒั นาบทเรียนส่ือมลั ติมีเดีย นาฏศิลป์ เพื่อการแสดงซ่ึงใชส้ ร้างและพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนอยา่ งหน่ึงและยงั ทาให้ เกิดความพฒั นาระบบการเรียนการสอนใหท้ ดั เทียมสากลซ่ึงเป็ นประโยชน์ต่อระบบการเรียนการสอน โดยตรง วตั ถุประสงค์ของกำรศึกษำ 1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของส่ือมลั ติมีเดีย เร่ืองการประดิษฐ์ท่ารา ระบาวิถีอาข่า ของนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 รายวชิ านาฏศิลป์ เพื่อการแสดง ตามเกณฑม์ าตรฐาน 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนก่อนและหลงั เรียนจากส่ือมลั ติมีเดีย เรื่องการประดิษฐท์ า่ รา ระบาวถิ ีอาข่า ของนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 รายวชิ านาฏศิลป์ เพ่ือ การแสดง 3. เพอื่ ศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรียนที่มีต่อการเรียนจากสื่อมลั ติมีเดียเร่ืองการประดิษฐ์ ทา่ รา ระบาวถิ ีอาข่า ของนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 รายวชิ านาฏศิลป์ เพอ่ื การแสดง ขอบเขตของกำรศึกษำ 1. ขอบเขตด้ำนประชำกรและกล่มุ ตัวอย่ำง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคร้ังน้ี คือ นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนศึกษา สงเคราะห์เชียงใหม่ ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2556 จานวน 19 คนไดก้ ลุ่มประชากรโดยการสุ่ม แบบเจาะจง (Purposive Sampling)

6 2. ขอบเขตด้ำนเนือ้ หำ เน้ือหาท่ีใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ีเป็ นเน้ือหาในสาระเพิ่มเติมวิชานาฏศิลป์ เพื่อการแสดง หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องการประดิษฐ์ท่าราระบาวถิ ีอาข่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะสาหรับนกั เรียน ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2556 โดยมีเน้ือหาเกี่ยวกบั ทกั ษะนาฏศิลป์ เบ้ืองตน้ หลกั การประดิษฐท์ า่ รา และตวั อยา่ งการประดิษฐท์ ่ารา ตลอดจนเรียนรู้ประวตั ิความเป็ นมา วฒั นธรรม และประเพณี เคร่ืองดนตรีประกอบการแสดง เคร่ืองแต่งกาย สามารถนาไปประดิษฐ์ท่าราระบาวิถี อาข่าได้ 3. ขอบเขตด้ำนตวั แปร ตัวแปรต้น ไดแ้ ก่ วิธีการจดั การเรียนรู้โดยใชส้ ่ือมลั ติมีเดีย เร่ืองการประดิษฐ์ท่าราชุด ระบาวถิ ีอาขา่ วชิ านาฏศิลป์ เพื่อการแสดง ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่3โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เชียงใหม่ ตวั แปรตำมไดแ้ ก่ 1. ประสิทธิภาพของส่ือมลั ติมีเดียเรื่องการประดิษฐ์ท่ารา ระบาวถิ ีอาข่า ของนกั เรียน ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 รายวชิ านาฏศิลป์ เพ่อื การแสดง 2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนก่อนและหลงั เรียน จากสื่อมลั ติมีเดีย เรื่อง การประดิษฐ์ ท่ารา ระบาวิถีอาข่า ของนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 รายวิชานาฏศิลป์ เพื่อ การแสดง 3. ความพึงพอใจของนกั เรียนที่มีต่อการเรียนจากสื่อมลั ติมีเดียเร่ืองการประดิษฐท์ ่ารา ระบาวถิ ีอาขา่ ของนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 รายวชิ านาฏศิลป์ เพอื่ การแสดง 4. ขอบเขตด้ำนสถำนท่ี สถานท่ีทาการศึกษาคือ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ อาเภอแมร่ ิม จงั หวดั เชียงใหม่ 5. ขอบเขตด้ำนเวลำ ระยะเวลาที่ใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ี คือ ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2556 ระหวา่ งเดือนตุลาคม 2556-เดือนเมษายน 2557

7 ข้อตกลงเบอื้ งต้น ผศู้ ึกษาจะศึกษาวเิ คราะห์เฉพาะระบบการใชเ้ ทคโนโลยสี ่ือมลั ติมีเดีย โดยเฉพาะเทคโนโลยี ส่ือมลั ติมีเดียสาหรับนาเขา้ มาช่วยในการพฒั นาการเรียนการสอนรายวิชานาฏศิลป์ เพื่อการแสดง ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ในช่วงวนั ท่ี 1 ตุลาคม 2556 – 31 เมษายน 2557 เทา่ น้นั นิยำมศัพท์ 1. ส่ือมัลตมิ ีเดีย หมายถึง ภาพและเสียงขอ้ มลู และข่าวสารในลกั ษณะสื่อผสมท่ีเกิดจากการใช้ เทคโนโลยผี า่ นเครื่องคอมพิวเตอร์ ซ่ึงสามารถมองเห็นในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ 2. ระบำวิถีอำข่ำ หมายถึง ผลงานการประดิษฐท์ ่าราของนกั เรียนหญิงจานวน 19 คน ที่ลง ทะเบียนเลือกเรียนสาระเพิ่มเติมวชิ านาฏศิลป์ เพือ่ การแสดง ในระดบั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2556 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ โดยนกั เรียนไดศ้ ึกษาความรู้จากสื่อมลั ติมีเดีย เรื่องการประดิษฐ์ท่าราระบาวถิ ีอาข่ารวมท้งั ใชป้ ระสบการณ์เดิม นามาสร้างสรรคผ์ ลงานประดิษฐ์ ทา่ ราดว้ ยตนเอง 3. นักเรียน หมายถึง นกั เรียนหญิงจานวน 19 คน ท่ีลงทะเบียนเลือกเรียนสาระเพ่ิมเติมวชิ า นาฏศิลป์ เพ่ือการแสดง ในระดบั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2556 โรงเรียนศึกษา สงเคราะห์เชียงใหม่ และเป็ นนกั เรียนท่ีเคยเรียนวิชานาฏศิลป์ มาตรฐานมาแลว้ ต้งั แต่ปี การศึกษา 2555 นกั เรียนกลุ่มน้ีจึงมีทกั ษะทางดา้ นการแสดง นาฏศิลป์ 4. วชิ ำนำฏศิลป์ เพอื่ กำรแสดง หมายถึง วชิ าท่ีใชใ้ นการเรียนการสอนกลุ่มสาระเรียนรู้ศิลปะ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 5. กำรสอนโดยใช้ส่ือมัลติมีเดีย หมายถึง การสอนรายวิชานาฏศิลป์ เพื่อการแสดงหน่วย การเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง การประดิษฐท์ า่ รา ระบาวถิ ีอาขา่ โดยใชส้ ่ือมลั ติมีเดีย 6. ผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียน หมายถึง คะแนนท่ีไดจ้ ากการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและ หลงั เรียนของนกั เรียนเป็นแบบทดสอบแบบปรนยั 4 ตวั เลือก จานวน 30 ขอ้ ท่ีผศู้ ึกษาสร้างข้ึน 7. ประสิทธิภำพของกำรสอนโดยใช้สื่อมัลติมีเดีย หมายถึง ผลการประเมินที่ไดจ้ าก แบบทดสอบและการสังเกตในวชิ านาฏศิลป์ เพ่ือการแสดงโดยกาหนดเกณฑ์ไว้ 80/80 80 ตวั แรก หมายถึงคะแนนเฉลี่ยของเรียนซ่ึงไดม้ าจากแบบทดสอบและการสังเกตการเรียนหลงั การเรียนที่ ผเู้ รียนทาไดถ้ ึงร้อยละ 80 ข้ึนไป 80 ตวั หลงั หมายถึงจานวนผเู้ รียนที่ผา่ นเกณฑ์80ตวั แรกคิดเป็ นร้อยละ 80 ข้ึนไปของจานวนนกั เรียนท้งั หมด

8 8. ควำมพงึ พอใจของนักเรียน หมายถึง ความรู้สึกทางบวกและลบของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษา ปี ที่ 3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหมท่ ี่เรียนโดยใชส้ ่ือมลั ติมีเดียเรื่องระบาวถิ ีอาขา่ 9. เงื่อนไข หมายถึง ขอ้ กาหนดสาหรับส่ือมลั ติมีเดียเพื่อเป็ นแนวทางในการใช้ประกอบ การเรียนการสอนหรือเพ่อื การศึกษา ผลกำรเรียนรู้ทค่ี ำดหวงั 1. นกั เรียนมีความรู้และทกั ษะเบ้ืองตน้ ทางนาฏศิลป์ 2. นกั เรียนสามารถรู้หลกั การประดิษฐท์ ่าราได้ 3. นกั เรียนสามารถประดิษฐท์ ่าราได้ ประโยชน์ทไ่ี ด้รับจำกกำรศึกษำ 1. นกั เรียนศึกษาถึงเทคโนโลยีการใชม้ ลั ติมีเดีย 2. ได้สื่อคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดียท่ีมีคุณภาพ ใช้สาหรับประกอบการจดั การเรียนรู้ เรื่อง การประดิษฐท์ ่าราชุดระบาวถิ ีอาขา่ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ในการเรียนวชิ านาฏศิลป์ เพ่ือ การแสดงสาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 3. นกั เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชา นาฏศิลป์ เพื่อการแสดงจากการเรียนรู้จากสื่อ มลั ติมีเดีย เร่ืองการประดิษฐท์ า่ ราชุดระบาวถิ ีอาข่า สูงข้ึน 4. ปลูกฝังใหน้ กั เรียนเกิดความรู้สึกภาคภมู ิใจ ช่ืนชมในเอกลกั ษณ์ในทอ้ งถ่ินของตนที่ควร ค่าแก่การอนุรักษแ์ ละเผยแพร่ 5. โรงเรียนมีสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย สาหรับใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน 6. เป็นแนวทางพฒั นาสื่อมลั ติมีเดียเพือ่ ใชใ้ นการเรียนการสอนเกี่ยวกบั วชิ านาฏศิลป์ ต่อไป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook