50 4. การดาเนนิ การและการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การเก็บรวบรวมขอ้ มลู การศกึ ษาในครง้ั นี้ ผ้ศู กึ ษาได้ทาการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยดาเนินการ ดังน้ี 1) นาหนังสือจากคณะครุศาสตร์ เพื่อขออนุญาตผู้อานวยการ กศน.อาเภอวังสามหมอ ใน การทดลอง และเก็บรวบรวมข้อมูล 2) ชี้แจงให้กับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษา จานวน 25 คน ให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการ เก็บรวบรวมขอ้ มูลการศึกษา พรอ้ มทง้ั แนะนาวธิ ีการใช้แบบฝกึ ทักษะการส่อื สารในชีวติ ประจาวัน วิชา ภาษาอังกฤษ จากนั้นให้กลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นนักศึกษาทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 30 ข้อ ระยะเวลา 40 นาที ทผี่ ู้วจิ ยั สร้างข้นึ แล้วบันทกึ ผลการสอบไว้เป็นคะแนนกอ่ นเรยี น 3) ใหก้ ลุม่ ตัวอย่างไดเ้ รียนเนื้อหาเก่ียวกับแบบฝึกทักษะชุดการส่ือสารในชีวิตประจาวันวิชา ภาษาองั กฤษ โดยใชเ้ วลาเรยี น 15 สัปดาห์ โดย 3 ช่ัวโมงต่อ 1 สปั ดาห์ ดังตารางที่ 3.2 ตารางท่ี 3.2 แผนการจดั การเรยี นรู้ การจดั การเรยี นรู้ด้วยแบบฝึกทกั ษะการสื่อสารในชวี ิตประจาวัน ในรายวิชาภาษาองั กฤษ แผนการจัดการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา (ชัว่ โมง) ทดสอบก่อนเรียน 1 การกลา่ วทักทาย การกล่าวลา 3 2 การแนะนาตนเองและผอู้ ืน่ 3 3 การโต้ตอบทางโทรศัพท์ 3 4 การแสดงความรสู้ กึ ต่างๆ 3 5 การพูดแสดงความคิดเห็นรูปแบบตา่ งๆ 3 ทดสอบหลังเรยี น 4) ให้กลุ่มตัวอย่างทาแบบทดสอบหลังเรียน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน จานวน 30 ข้อ เวลา 40 นาที โดยใชแ้ บบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดเดียวกับแบบทดสอบ ก่อนเรียนแล้วบนั ทึกผลการสอบไว้เป็นคะแนนหลังเรยี น 5) เก็บรวบรวมข้อมูลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน ไปทาการวิเคราะห์และ เปรียบเทยี บความกา้ วหน้าทางการเรยี น และนาคะแนนแบบทดสอบหลังเรยี นและคะแนนแบบฝึกหัด หลงั เรยี น ไปวเิ คราะหห์ าประสิทธภิ าพของแบบฝกึ ทักษะการสอ่ื สารในชีวิตประจาวัน
51 5. การวเิ คราะหข์ ้อมลู การศกึ ษาคร้งั นี้ผวู้ จิ ยั ไดด้ าเนนิ การวิเคราะห์ขอ้ มลู และได้คานวณหาค่าสถติ ิ ดงั นี้ 1) หาค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจากการทาแบบทดสอบของนักศึกษาที่เรียนจากเน้ือหา บทเรยี นเก่ยี วกับแบบฝึกทกั ษะชุดการสอ่ื สารในชีวิตประจาวัน เพอ่ื เปรยี บเทยี บกบั เกณฑ์ 70 ตัวแรก 2) หาค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจากการทาแบบทดสอบของนักศึกษาท่ีเรียนจากเน้ือหา บทเรยี นเกี่ยวกบั แบบฝกึ ทักษะชุดการสอื่ สารในชวี ติ ประจาวนั เพ่อื เปรียบเทยี บกับเกณฑ์ 70 ตัวหลัง 3) วิเคราะหห์ าคา่ ความเที่ยงตรงของแบบประเมนิ คณุ ภาพของแบบฝึกทักษะชุดการส่ือสาร ในชีวิตประจาวนั แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ โดยใช้ค่า ดัชนคี วามสอดคล้อง (IOC) 4) วเิ คราะหค์ า่ ความยากง่าย (P) และค่าอานาจจาแนก (R) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน 5) วเิ คราะหห์ าคา่ ความเช่ือมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยใช้วิธีของคู เดอรร์ ิชาร์ดสัน (Kuder-Richardson) สูตร KR-20 6) หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการส่ือสารในชีวิตประจาวัน โดยการหาค่า ประสิทธิภาพของ กระบวนการ (E1) และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) ซึ่งกาหนดตามเกณฑ์ ประสทิ ธิภาพ 70/70 7) หาคา่ เฉล่ยี และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานของแบบสอบถามความพึงพอใจ จากนั้นแปลผล ตามเกณฑ์ทีก่ าหนดไว้ 8) เปรียบเทียบคะแนนก่อนเรยี นกับหลงั เรียน และคะแนนหลงั เรียนกับเกณฑ์ สถิติท่ีใชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล 1. สถิติท่ีใชใ้ นการวิเคราะหห์ าคุณภาพของเครือ่ งมือ 1.1 การหาความเทีย่ งตรง (Validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใช้ สูตรดชั นี คา่ ความสอดคลอ้ ง IOC (สมนกึ ภทั ทยิ ธนี. 2537: 167) IOC = ∑ R N เมอื่ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับเนื้อหาหรือระหว่างข้อ ทดสอบกบั จุดประสงค์ ∑ R แทน ผลรวมคะแนนความคดิ เหน็ ของผู้มปี ระสบการณ์ท้งั หมด N แทน จานวนผู้มปี ระสบการณ์ท้ังหมด
52 1.2 การหาค่าความยากง่าย (Difficulty) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการ เรียน โดยใช้สตู ร P (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2535: 81) P= R N เมื่อ P แทน ระดบั ความยาก R แทน จานวนผู้ตอบถูกทั้งหมด N แทน จานวนคนในกลมุ่ สงู และกลมุ่ ต่า 1.3 การหาค่าอานาจจาแนก (Discrimination) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน โดยใช้สูตร Brennan (บญุ ชม ศรีสะอาด 2535 : 87) B = U− L n1 n2 เม่ือ B แทน คา่ อานาจจาแนก U แทน จานวนผู้รอบรู้ หรือสอบผ่านเกณฑท์ ถี่ ูกตอ้ ง L แทน จานวนผไู้ มร่ อบรู้ หรอื สอบไมผ่ า่ นเกณฑ์ n1 แทน จานวนผรู้ อบรู้ หรือสอบผา่ นเกณฑ์ n2 แทน จานวนผไู้ ม่รอบรู้ หรือสอบไม่ผ่านเกณฑ์ 1.4 การหาค่าความเช่ือมั่น (Reliability) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยวธิ ีของ Lovett (บุญชม ศรสี ะอาด.2535 : 91-93) rcc=1 - K ∑ xi − ∑ xi2 (K−1) ∑(xi−C)2 เมือ่ rcc แทน ค่าความเชือ่ มั่นของแบบทดสอบ k แทน จานวนข้อสอบ xi แทน คะแนนของแตล่ ะคน C แทน คะแนนเกณฑห์ รือจุดตัดของแบบทดสอบ
53 2. สถิติพนื้ ฐาน 2.1 ค่ารอ้ ยละ (Percentage) 2.2 คา่ เฉลย่ี (Mean) ค่าเฉลยี่ (x̅) มสี ูตรดังน้ี = ∑x x̅ N เมื่อ x̅ แทน ค่าเฉล่ยี ของคะแนน ∑ x แทน ผลรวมของคะแนนจากการตอบแบบทดสอบ N แทน จานวนนักเรยี น 2.3 ค่าสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สตู ร S.D. = √N ∑ x2−(∑ x)2 N(N−1) เมอื่ S.D. แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละคน แทน ผลรวม N แทน จานวนคะแนนหรือจานวนคนทั้งหมด สถิตทิ ีใ่ ช้ในการทดสอบสมมุตฐิ าน 1) การวิเคราะหเ์ พ่ือหาประสทิ ธิภาพของสื่อสง่ เสริมและเตรียมความพร้อมตามเกณฑ์ 70/70 โดยใชส้ ตู ร E1/E2 (สมนึก ภัททิยน,ี 2544ซ 133-134) อ้างอิงใน วนั ดี มสุ ีกา,2555: 71-72) 70 ตวั แรก หมายถึง คะแนนเฉลย่ี ท่ีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างสามารถทากิจกรรม ในแบบฝกึ ทักษะระหว่างเรยี นแตล่ ะชุด คิดเป็นรอ้ ยละ 70 70 ตัวหลัง หมายถงึ คะแนนเฉลยี่ ที่นักเรียนกล่มุ ตัวอยา่ งสามารถทาได้จากการ ทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นหลงั เรียน คิดเปน็ ร้อยละ 70 E1 = ∑X × 100 และ E2 = ∑F × 100 ������B ������A
54 เมอ่ื E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการจดั การเรยี นรู้ E2 แทน ประสิทธภิ าพของผลลัพธ์หลังเรยี น X แทน ผลรวม แทน คะแนนหลังเรยี นของกระบวนการจดั การเรยี นร้ตู าม F แผนการจดั การเรียนรู้โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ A แทน คะแนนผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นหลัง B เรยี น N แทน คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบวัดระหวา่ งเรยี น แทน คะแนนผลการทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นหลัง เรยี น แทน จานวนนกั เรียนท่ีเป็นกลุม่ ตวั อย่าง 2) ทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนกับคะแนนผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนกอ่ นเรียน โดยใช้สถิติทดสอบ t-test กอ่ นเรยี นและหลงั เรียน (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2545: 109 อา้ งองิ ใน วันดี มุสกี า,2555: 72) 3) การหาดชั นีประสทิ ธผิ ลของบทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยวธิ ีของกูดแมน, เฟรทเซอร์ และซไนเดอร์ (Goodman Fletcher and Schneider,1980: 30-34; อ้างอิงใน โรจนฤทธ์ิ จันนุ่ม ,2551: 76) N แทน จานวนผู้เรียน สตู ร 2 E2 = ∑F × 100 ������B เมอื่ E2 แทน ประสิทธภิ าพของผลลพั ธ์ F แทน คะแนนรวมของผลลพั ธห์ ลงั เรียน B แทน คะแนนเตม็ ของการสอบหลังสอน N แทน จานวนผ้เู รียน หาคา่ ประสิทธิภาพ ใช้สูตร ดังนี้ 1) การคานวณหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) X1 E1 N 100 A
55 เม่อื E1 แทน ประสิทธภิ าพของกระบวนการ X1 แทน คะแนนรวมจากการทาแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในระหว่างเรียน ของผ้เู รยี นทุกคน N แทน จานวนผเู้ รยี น A แทน คะแนนเต็มของแบบฝกึ หดั หรือกิจกรรมในระหวา่ งเรียน 2) การคานวณหาประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ (E2) X2 E2 N 100 B เมอื่ E2 แทน ประสทิ ธภิ าพของผลลพั ธ์ X2 แทน คะแนนรวมจากการทาแบบทดสอบหลังเรียนของผเู้ รียนทกุ คน N แทน จานวนผู้เรยี น B แทน คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบหลงั เรยี น
56 บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล ผลของการจดั การเรยี นการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารใน ชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวนั สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ ของนักศึกษาช้ัน มัธยมศกึ ษาตอนต้น ผู้ศกึ ษาได้เสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลตามลาดบั ดงั น้ี 1. ผลการวิเคราะห์การศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระหว่างคะแนน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษใน ชวี ิตประจาวนั สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ของนักศึกษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 2. ผลการวเิ คราะห์ความพงึ พอใจของนักศกึ ษาที่มีต่อแบบฝึกทักษะ เรื่อง การส่ือสารใน ชวี ิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวติ ประจาวัน สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ของนักศึกษาชั้น มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 3. ผลการวิเคราะหผ์ ลการเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นหลังเรียนของนักศึกษาชั้น มัธยมศึกษาตอนตน้ ทีเ่ รยี นด้วยใช้แบบฝกึ ทักษะ เร่ือง การสือ่ สารในชวี ิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้นกับเกณฑ์ ร้อยละ 70 4. ผลการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ตอนตน้ ตามเกณฑ์ 70/70 5. ผลการวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การส่ือสารใน ชีวติ ประจาวัน วชิ าภาษาองั กฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษา ชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้ ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ตอนที่ 1 1. ผลการวิเคราะห์การศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่าง คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษา ตอนตน้ ดังแสดงในตารางที่ 4.1
57 ตารางที่ 4.1 ผลรวม ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และร้อยละคะแนนทดสอบก่อนเรียนและ คะแนนทดสอบหลังเรยี นของนักศกึ ษาช้นั มัธยมศกึ ษาตอนต้น ดว้ ยแบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารใน ชีวิตประจาวนั วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ เลขที่ คะแนนกอ่ นเรียน (30) ร้อยละ คะแนนหลังเรียน (30) ร้อยละ 1 10 33.33 25 83.33 2 12 40.00 27 90.00 3 15 50.00 24 80.00 4 17 56.67 23 76.67 5 19 63.33 24 80.00 6 21 70.00 26 86.67 7 21 70.00 28 93.33 8 12 40.00 22 73.33 9 20 66.67 26 86.67 10 14 46.67 25 83.33 11 17 56.67 24 80.00 12 11 36.67 26 86.67 13 13 43.67 20 66.67 14 15 50.00 24 80.00 15 17 56.67 21 70.00 16 19 63.33 25 83.33 17 18 56.67 23 76.67 18 15 60.00 26 86.67 19 16 53.33 25 83.33 20 11 36.67 28 93.33 21 17 56.67 27 90.00 22 10 33.33 27 90.00 23 11 36.67 24 80.00
58 เลขที่ คะแนนก่อนเรยี น (30) รอ้ ยละ คะแนนหลงั เรยี น (30) ร้อยละ 24 13 43.33 22 73.33 25 16 53.33 24 76.67 รวม 364 1213.33 592 1973.33 X̅ 15.20 50.67 24.64 82.13 S.D. 3.42 11.93 2.08 6.93 % 50.67 82.13 จากตารางที่ 4.1 พบว่า จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน นักศึกษามีคะแนนเฉล่ียก่อนเรียน เท่ากบั 15.20 คดิ เป็นรอ้ ยละ 50.67 คะแนนเฉลยี่ หลังเรียนเท่ากับ 24.64 คิดเป็นร้อยละ 82.13 เมื่อ นามาเปรยี บเทียบโดยการทดสอบทีแ่ บบไม่อิสระ พบว่า นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สงู กวา่ ก่อนเรยี นอย่างมีนยั สาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01 ตารางที่ 4.2 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังเรียนและก่อน เรยี นดว้ ยแบบฝึกทกั ษะ เรื่อง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระ การเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ของนกั ศกึ ษาช้นั มัธยมศึกษาตอนตน้ กลมุ่ ทดลอง N X̅ S.D. df t Sig 24 12.019** 0.000 ก่อนเรยี น 30 15.20 3.416 หลังเรยี น 30 24.64 2.079 ** มนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดับ .01 df = 24 จากตารางท่ี 4.2 พบว่า นักศึกษาที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารใน ชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษา ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น มีค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี นัยสาคญั ทางสถิตทิ ี่ระดับ .01 2. ผลการวิเคราะห์ความพงึ พอใจของนักศกึ ษาท่ีมีต่อแบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารใน ชวี ติ ประจาวัน วชิ าภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจาวนั สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ของนักศึกษาชั้น มธั ยมศึกษาตอนตน้ ผลปรากฏดังตารางท่ี 4.3
59 ตารางที่ 4.3 คา่ เฉลีย่ ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดับความพึงพอใจของนักศึกษา ชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น ท่ีมีต่อแบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ขอ้ รายการ X̅ S.D ระดับความพึงพอใจ 1 ความชัดเจนถกู ตอ้ งของเน้ือหา 4.12 0.73 มาก 2 เนื้อหาสอดคล้องกบั บทเรยี น 4.20 0.71 มาก มาก 3 ความนา่ สนใจในการนาเสนอ 4.28 0.79 มาก 4 ความเหมาะสมของการแบ่งหวั ขอ้ เนื้อหา 4.24 0.72 มาก มาก 5 ภาษาทีใ่ ช้ ถกู ตอ้ งเหมาะสมกับบทเรยี น 4.20 0.82 มาก 6 ขนาดตัวอักษรในการนาเสนอเนือ้ หาเหมาะสม 4.04 0.73 มาก มาก 7 ความสะดวกการใชป้ ุ่มและสญั ลกั ษณ์ในบทเรยี น 4.00 0.82 มาก 8 ความสะดวกในการเรยี นบทเรยี น 4.16 0.85 9 ไอคอนเครื่องมือชดั เจน 3.88 0.78 10 เขา้ – ออก บทเรยี นไดส้ ะดวก 4.16 0.75 เฉล่ียโดยรวม 4.13 0.42 จากตารางท่ี 4.3 พบว่า นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีความพึงพอใจต่อแบบฝึก ทักษะ เร่ือง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (X̅ = 4.13) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีความพึง พอใจอย่ใู นระดบั มากทกุ ขอ้ เรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก ข้อ 3 ความน่าสนใจ ในการนาเสนอ (X̅ = 4.28) -ข้อ 4 ความเหมาะสมของการแบ่งหวั ขอ้ เนอื้ หา(X̅ = 4.24) ข้อ 2 เน้ือหา สอดคล้องกับบทเรยี น (X̅ = 4.20) และข้อ 5 ภาษาทใี่ ช้ ถกู ต้องเหมาะสมกับบทเรียน (X̅ = 4.20) 3. ผลการวิเคราะหผ์ ลการเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนหลงั เรียนของนักศึกษาช้ัน มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ทีเ่ รียนดว้ ยแบบฝกึ ทักษะ เร่ือง การสอื่ สารในชวี ติ ประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษใน ชวี ติ ประจาวนั สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ กบั เกณฑร์ ้อยละ 70 ผลปรากฏดงั ตารางท่ี 4.4
60 ตารางที่ 4.4 ผลการวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักศึกษาหลังเรียนที่เรียนด้วย แบบฝกึ ทักษะ เร่ือง การส่ือสารในชีวติ ประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ของนักศกึ ษาช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ กบั เกณฑ์รอ้ ยละ 70 กลมุ่ ทดลอง N X̅ S.D. Df t sig 24 8.75** 0.000 เกณฑ์ 30 15.20 - หลังเรียน 30 24.64 2.079 ** มีนัยสาคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดับ .01 df = 24 จากตารางท่ี 4.4 พบว่า นักศึกษาที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารใน ชวี ิตประจาวนั วชิ าภาษาอังกฤษในชวี ิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนเท่ากับ 24.64 คิดเป็น ร้อยละ 82.13 เมอ่ื นามาเปรียบเทียบโดยการทดสอบท่ีแบบไม่อิสระแบบกลุ่มเดียว พบว่า นักศึกษามี ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นหลงั เรยี นสูงกว่าเกณฑ์อย่างมนี ัยสาคัญทางสถติ ิที่ระดบั .01 4. ผลการหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษา ตอนตน้ ตามเกณฑ์ 70/70 ผลปรากฏดงั ตารางที่ 4.5
61 ตารางท่ี 4.5 คะแนนระหวา่ งเรียน และคะแนนหลังเรยี นของนกั ศกึ ษา ท่ีเรยี นดว้ ยแบบฝกึ ทักษะ เรอ่ื ง การสอื่ สารในชวี ิตประจาวนั วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวนั สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ ของนักศกึ ษาชัน้ มัธยมศึกษาตอนตน้ เลขท่ี คะแนน คะแนนที่ได้จากการทาใบงาน รวมคะแนน คะแนนหลังเรียน ก่อน ในแต่ละกิจกรรมการเรยี นรู้ กระบวน (30) เรียน แผน แผน แผน แผน แผน การระหวา่ งเรียน (30) ท่ี 1 ท่ี 2 ท่ี 3 ท่ี 4 ท่ี 5 25 (10) (10) (10) (10) (10) (50) 27 1 10 24 2 12 6 778 8 36 23 3 15 38 24 4 17 7 788 8 40 26 5 19 40 28 6 21 7 888 9 40 22 7 21 44 26 8 12 7 898 8 44 25 9 20 7 799 9 36 24 10 14 8 999 9 39 26 11 17 8 999 9 39 20 12 11 6 778 8 39 24 13 13 8 787 9 39 21 14 15 7 888 8 39 15 17 7 788 9 39 6 789 9 40 7 888 8 7 888 8 7 889 8
62 ตารางที่ 4.5 คะแนนระหว่างเรียน และคะแนนหลังเรียนของนกั ศึกษา ทเ่ี รยี นดว้ ยแบบฝึกทักษะ เร่อื ง การสือ่ สารในชีวติ ประจาวัน วชิ าภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ของนกั ศกึ ษาชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เลขท่ี คะแนน คะแนนทีไ่ ดจ้ ากการทาใบงาน รวมคะแนน คะแนนหลัง ก่อน ในแต่ละกิจกรรมการเรยี นรู้ กระบวน เรยี น(30) การระหวา่ ง เรยี น แผน แผนที่ แผนท่ี แผนที่ แผน เรยี น (30) ท่ี 1 2 3 4 ท่ี 5 (50) (10) (10) (10) (10) (10) 16 19 8 8 9 9 8 42 25 23 17 18 8 9 8 9 8 42 26 25 18 15 7 8 8 8 9 40 28 27 19 16 7 8 8 9 8 40 27 24 20 11 7 8 8 8 8 39 22 24 21 17 8 9 9 8 9 43 592 24.24 22 10 7 7 7 7 8 36 13.28 82.13 23 11 7 8 8 8 8 39 24 13 7 7 8 8 8 38 25 16 8 7 8 8 9 40 รวม 364 171 187 195 197 201 991 X̅ 15.20 7.16 7.76 8.12 8.20 8.40 39.64 S.D. 5.79 23.38 0.73 0.68 0.58 0.54 15.85 รอ้ ย 50.67 71.60 77.60 81.60 82.00 84.00 79.28 ละ ประสิทธิภาพกระบวนการ (E1 ) = 79.28 ประสทิ ธภิ าพผลลพั ธ์ (E2 ) = 82.13 จากตารางที่ 4.5 พบว่า นักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้นได้คะแนนเฉล่ียจากการทา คะแนนแบบทดสอบย่อยหลังเรียน เท่ากับ 39.64 คิดเป็นร้อยละ 79.28 และทาคะแนนเฉลี่ยจาก การทดสอบวัดผลสมั ฤทธิห์ ลังเรยี น เท่ากบั 24.64 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 82.13
63 ตารางที่ 4.6 ประสิทธภิ าพของแบบฝึกทกั ษะ เรอ่ื ง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วชิ าภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจาวัน สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ของนักศึกษาชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้ จานวน คะแนนแบบฝึกหัดหลังเรยี น (E1) คะแนนวัดผลสัมฤทธหิ์ ลังเรยี น (E2) นักศึกษา คะแนน คะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละ คะแนน คะแนนเฉล่ยี รอ้ ยละ (N) เตม็ เตม็ 25 50 39.64 79.28 30 24.64 82.13 จากตารางท่ี 4.6 พบว่า แบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.28/82.13 แสดงว่า แบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารใน ชวี ิตประจาวัน วชิ าภาษาองั กฤษในชีวิตประจาวนั สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ของนักศึกษา ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนต้น ท่ีผู้ศึกษาพัฒนาขน้ึ มปี ระสทิ ธิภาพสงู กว่าเกณฑ์ 70/70 ทตี่ ั้งไว้ 5. ดชั นปี ระสิทธิผลแบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ ของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้ศึกษา นาคะแนนจากผลการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนมาวิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผล ผลปรากฏ ดงั ตารางท่ี 4.7 ตารางที่ 4.7 คา่ ดชั นีประสทิ ธผิ ลในการเรียนรูโ้ ดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะ เรื่อง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาองั กฤษในชีวติ ประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ตอนตน้ N คะแนนเตม็ ผลรวมคะแนน E.I. 0.5907 กอ่ นเรียน หลังเรยี น 25 30 364 592 จากตารางท่ี 4.7 พบว่าแบบฝึกทักษะ เรื่อง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษา ตอนต้น มคี ่าดัชนปี ระสิทธิผลในการเรียนรู้เทา่ กับ 0.5907 ซงึ่ หมายความว่า แบบฝึกทักษะ เร่ือง การ สือ่ สารในชวี ิตประจาวัน วิชาภาษาองั กฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของ นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนตน้ ทาใหน้ กั ศกึ ษามคี วามรู้เพม่ิ ข้นึ เทา่ กบั 0.5907 คิดเปน็ รอ้ ยละ 59.07
64 บทที่ 5 สรปุ อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ การศกึ ษาคน้ คว้าคร้ังนเ้ี ป็นการจดั การเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ ของนกั ศกึ ษาชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้ ซ่งึ มีข้ันตอนในการศึกษาค้นคว้า และสรุปผล ดังนี้ 1. วตั ถุประสงคข์ องการวิจัย 2. สมมุตฐิ านของการวิจัย 3. เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ัย 4. วธิ ีการดาเนินการวจิ ัย 5. สรุปผลการวจิ ยั 6. อภิปรายผล วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั 1) เพื่อศกึ ษาและเปรียบเทยี บผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนกั ศึกษาชน้ั มธั ยมศึกษาตอนต้น ที่ เรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารใน ชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระหว่างก่อน เรียนและหลงั เรียน 2) เพ่อื ศึกษาระดบั ความพึงพอใจของนักศกึ ษาช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน้ ท่ีเรียนด้วยการจัดการ เรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชา ภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจาวนั สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ 3) เพอ่ื ศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนกั ศึกษาชนั้ มธั ยมศึกษาตอนต้น ที่ เรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารใน ชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระหว่างหลัง เรยี นกบั เกณฑ์ 4) เพอ่ื หาประสทิ ธิภาพของการจดั การเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ ตามเกณฑ์ 70/70 5) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของของนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เรียนด้วยการ จดั การเรยี นการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวนั สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
65 สมมตุ ฐิ านของการวิจยั 1. นักศึกษาท่ีเรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น มีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนหลังเรียนสงู กวา่ ก่อนเรียน 2. นักศึกษาที่เรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นหลังเรยี นสงู กวา่ เกณฑ์ เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นการวิจยั ในการศึกษาครั้งน้ี มีขั้นตอนการสร้างเคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการทดลองมดี งั น้ี 1. แผนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ จานวน 5 แผน แผนละ 3 ชว่ั โมง รวม 15 ชั่วโมง 2. แบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารในชวี ติ ประจาวัน 3. แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน ก่อนเรียนและ หลังเรียนเป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ มี 4 ตัวเลือก จานวน 30 ข้อ 4. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีต่อการใช้แบบฝึก ทักษะ เร่ือง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ จานวน 10 ข้อ วธิ กี ารดาเนินการวิจยั 1. ประชากรและกล่มุ ตัวอยา่ ง 1.1 ประชากร ประชากร ได้แก่ นักศึกษาระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น กศน.อาเภอวงั สามหมอ จานวน 5 ห้องเรยี น 180 คน ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 1.2 กลมุ่ ตวั อยา่ ง นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.อาเภอวังสามหมอที่เรียนวิชา ภาษาอังกฤษใน ชีวติ ประจาวัน จานวน 25 คน ซึง่ ได้มาด้วยวิธกี ารส่มุ แบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) 2. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ผูว้ จิ ัยไดด้ าเนินการดงั นี้ 1.ชีแ้ จงใหก้ ับกลมุ่ ตวั อย่างทเ่ี ปน็ นกั ศึกษา จานวน 20 คน ใหท้ ราบถงึ วตั ถปุ ระสงค์ในการเก็บ รวบรวมข้อมูลการศึกษา พร้อมทั้งแนะนาวิธีการใช้แบบฝึกทักษะ เร่ืองการสื่อสารในชีวิตประจาวัน
66 จากน้นั ใหก้ ลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นนักศึกษาทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 30 ข้อ ระยะเวลา 40 นาที ท่ีผูว้ จิ ัยสรา้ งข้ึน แล้วบันทึกผลการสอบไว้เป็นคะแนนกอ่ นเรยี น 2. ให้กลมุ่ ตัวอยา่ งไดเ้ รียนเน้อื หาจากแบบฝกึ ทักษะ เร่ืองการสื่อสารในชีวิตประจาวันโดยใช้ เวลาเรียน 12 สปั ดาห์ โดย 1 แผน ต่อ 2 สัปดาห์ 3. ให้กลุ่มตัวอย่างทาแบบทดสอบหลังเรียน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน จานวน 30 ข้อ เวลา 40 นาที โดยใชแ้ บบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนชุดเดียวกับแบบทดสอบ ก่อนเรียน แล้วบนั ทึกผลการสอบไว้เป็นคะแนนหลังเรยี น 4. เก็บรวบรวมข้อมูลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน ไปทาการวิเคราะห์และ เปรยี บเทยี บความกา้ วหนา้ ทางการเรยี น และนาคะแนนแบบทดสอบหลังเรยี นและคะแนนแบบฝึกหัด หลังเรียน ไปวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะ 3. การวเิ คราะห์ขอ้ มูล การศึกษาคร้ังน้ผี วู้ จิ ัยได้ดาเนินการวเิ คราะห์ข้อมลู และไดค้ านวณหาคา่ สถติ ิ ดงั น้ี 1. หาค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจากการทาแบบทดสอบของนักศึกษาที่เรียนจากบทเรียน แบบฝึกทกั ษะ เพื่อเปรียบเทียบกบั เกณฑ์ 70 ตัวแรก 2. หาคา่ ร้อยละของคะแนนเฉล่ียจากการทาแบบทดสอบของนักศึกษาที่เรียนจากบทเรียน แบบฝึกทักษะ เพอื่ เปรียบเทยี บกับเกณฑ์ 70 ตวั หลัง 3. วิเคราะหห์ าคา่ ความเที่ยงตรงของแบบประเมินคุณภาพของแบบฝึกทักษะ แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น และแบบประเมนิ ความพึงพอใจ โดยใช้คา่ ดัชนคี วามสอดคลอ้ ง (IOC) 4. วิเคราะห์ค่าความยากง่าย (P) และค่าอานาจจาแนก (R) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี น ซ่งึ ผู้วิจัยวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (P) อยู่ระหว่าง 0.44 - 0.72 และค่าอานาจจาแนก (R) อยู่ระหว่าง 0.48 – 0.73 5. วิเคราะห์หาค่าความเช่ือม่ันของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้วิธีของ คูเดอร์ริชาร์ดสัน (Kuder-Richardson) สูตร KR-20 ซึ่งผู้วิจัยได้วิเคราะห์หาค่าความเช่ือมั่นของ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนไดเ้ ทา่ กับ 0.955 6. หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ โดยการหาค่าประสิทธิภาพของ กระบวนการ (E1) และประสิทธภิ าพของผลลัพธ์ (E2) ซึ่งกาหนดตามเกณฑป์ ระสิทธิภาพ 70/70 7. หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของแบบสอบถามความพึงพอใจ จากน้ันแปลผล ตามเกณฑท์ ก่ี าหนดไว้ 8. เปรยี บเทียบคะแนนก่อนเรยี นกับหลงั เรยี น และคะแนนหลังเรียนกับเกณฑ์
67 สรปุ ผลการวิจัย 1) นักศึกษาท่ีเรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน เท่ากับ 15.20 คะแนน และ 24.64 คะแนน ตามลาดับและเม่ือ เปรียบเทียบระหวา่ งคะแนนกอ่ นและหลังเรยี น พบวา่ คะแนนสอบหลงั เรยี นของนักศึกษาสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนยั สาคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดับ .01 2) นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีความพึงพอใจใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่ือสารใน ชีวิตประจาวัน โดยรวมอยูใ่ นระดบั มาก (X̅ = 4.13) 3) นักศึกษาท่ีเรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเฉล่ีย 24.64 คะแนน ซงึ่ ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 อยา่ งมเี ลขนัยสาคญั ทางสถิติระดับ .01 4) นักศึกษาที่เรียนด้วยจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การ สื่อสารในชีวิตประจาวัน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.28/82.13 มีประสิทธิภาพสูงกวา่ เกณฑ์ 70/70 ทีต่ ัง้ ไว้ 5) ค่าดัชนีประสิทธิผลของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เรียนด้วยจัดการเรียนรู้แบบ บทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน มีค่าเท่ากับ 0.5907 ซ่ึง สามารถพัฒนาผูเ้ รียนให้กา้ วหนา้ คดิ เป็นรอ้ ยละ 59.07 อภิปรายผล จากการศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจาวัน เร่ือง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้แบบฝึกทักษะ สามารถอภปิ รายผลได้ดงั นี้ 1.ผ ล สั ม ฤ ท ธ์ิ ท า ง ก า ร เ รี ย น ข อ ง แ ผ น ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น รู้ วิ ช า ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ใ น ชีวิตประจาวัน เร่ือง การส่ือสารในชีวิตประจาวัน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้แบบฝึกทักษะ มีค่าเฉล่ยี คะแนนผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นหลงั เรยี นสงู กวา่ ก่อนเรียน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ซึ่งเป็นไปตามสมมุตฐิ านการศึกษาทตี่ งั้ ไว้ ทัง้ น้ีอาจเป็นเพราะการจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรอื่ ง การสอื่ สารในชีวิตประจาวัน ท่ีผู้ศึกษาสร้างขึ้นเป็นวิธีการสอนท่ีมีความ นา่ สนใจ และผู้เรยี นได้ปฏิบัติด้วยตนเอง มีการรับรองได้ว่า มีประสิทธิภาพและนักศึกษาท่ีเรียนตาม แนวคิดนี้มีความรู้ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของขวัญดาว แจ่มแจ้ง (2551)ผลของการสอนโดยใช้
68 บทบาทสมมุติทีม่ ตี ่อผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรายวิชาเคมอี ินทรีย์ 2 เรอ่ื งกลไกการเกดิ ปฏกิ ิริยาการเติม กลมุ่ ของนักศกึ ษาโปรแกรมวิชาเคมี ช้ันปีที่ 2 โดยใช้บทบาทสมมุติ พบว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลงั เรยี นสูงกวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมีนัยสาคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ .05 2. นกั ศกึ ษาชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น มคี วามพงึ พอใจต่อวิธีการการจัดการเรียนรู้แบบบทบาท สมมตุ ิ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรอ่ื ง การสอื่ สารในชีวิตประจาวัน ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้นที่ส่งผลต่อ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ โดยรวมอยู่ระดับมาก (X̅ = 4.13) เม่ือพิจารณา เปน็ รายข้อ พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกข้อ เรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก ข้อ 3 ความนา่ สนใจในการนาเสนอ (X̅ = 4.28) ข้อ 3 ความน่าสนใจในการนาเสนอ (X̅ = 4.24) และ ข้อ 4 ความเหมาะสมของการแบ่งหัวข้อเนื้อหา (X̅ = 4.24) ตามลาดับ นักศึกษามีความ พึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การส่ือสารใน ชวี ติ ประจาวัน ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน้ มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก อาจเปน็ เพราะแนวคิดน้ีช่วย ให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหามากขึ้น เพราะได้นาสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปฏิบัติ อีกทั้งยังสามารถนาไปปรับใช้ใน ชีวติ ประจาวันไดอ้ ีกดว้ ย สอดคล้องกบั ผลการศึกษาของศันสนะ มลู ทาดี (2557) การพฒั นาทักษะการ พดู ภาษาองั กฤษของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ด้วยวิธีแสดงบทบาทสมมุติ พบว่าผลของการจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ ผู้เรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยวิธีแสดงบทบาทสมมุติ ในระดบั มาก 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 24.64 คะแนนคดิ เป็นร้อยละ 82.13 และเมื่อเปรียบเทียบกับระหว่าเกณฑ์กับคะแนนสอบหลังเรียน ของนักศึกษา พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เรียนด้วยวิธีการ การจัดการเรียนรแู้ บบบทบาทสมมตุ ิ โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ เร่ือง การส่อื สารในชีวติ ประจาวัน หลัง เรียนสูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซ่ึงเป็นไปตามสมมุติฐานการศึกษาที่ตั้งไว้ ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่าวิธีการจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การ ส่ือสารในชวี ติ ประจาวนั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้น ที่ผู้ศึกษาสร้างข้ึนมาน้ันเป็นกิจกรรมการสอนท่ีหน้า สนใจ เพราะเป็นกิจกรรมท่ีผู้เรียนได้ปฏิบัติได้อย่างอิสระ โดยครูผู้สอนคอยให้คาแนะนา เพ่ือให้ ผเู้ รียนสามารถปฏบิ ัติไดอ้ ย่างถกู ต้องและผู้เรยี นยังสามารถนาการเรียนรู้นาไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาวัน ไดด้ ว้ ยตนเอง จากข้อดดี ังกล่าว จึงทาให้นักศึกษาที่เรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น มีค่าเฉล่ียของ คะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับวิศณี ไชยรักษ์ (2557) การศกึ ษาการสอนโดยใช้วิธสี อนแบบแสดงบทบาทสมมุติ เร่อื งการหาความคิดในการออกแบบ ระดับ ปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนท่ีเรียนโดยใช้บทบาทสมมุติมี ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสงู กว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิตทิ ี่ระดับ .05
69 4. นักศึกษาทีเ่ รียนด้วยวิธกี ารจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง การส่อื สารในชวี ิตประจาวัน ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนต้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.28/82.13 ซ่ึงสูงกว่า เกณฑ์ที่กาหนดไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะวิธีการจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรอ่ื ง การส่อื สารในชวี ติ ประจาวนั ท่ผี ศู้ กึ ษาสร้างขึน้ ไดผ้ า่ นกระบวนการอย่างมีระบบและวิธีการที่ เหมาะสมโดยเรม่ิ ตั้งแต่การเลอื ก และเรียบเรียงเนือ้ หา การศึกษาเอกสาร หลักสูตร คู่มือและเอกสาร ต่าง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกับการเรยี นการสอน การวเิ คราะห์เนือ้ หา การกาหนดหน่วยการเรียนย่อย กาหนด ความคิดรวบยอด จุดประสงค์การเรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดผลวิธีการ จัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน ผู้ศึกษา สร้างขึ้น ได้ผ่านการทดลองกับนักศึกษาหลายกลุ่ม ผ่านกระบวนการกล่ันกรอง ตรวจสอบและ ปรับปรุงแก้ไข จากผู้เชี่ยวชาญท่ีมีประสบการณ์ในการสอน ทาการตรวจประเมินแผนการเรียนรู้ จานวน 5 แผน ก่อนที่จะนาไปทดลองจริง และสร้างในส่วนของเน้ือหาของการจัดการทักษะ เรื่อง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน ซ่ึงได้ผ่านการทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องจากผู้เช่ียวชาญด้าน เนื้อหาแลว้ นาไปปรบั ปรุงแกไ้ ขก่อนนาไปทดลองกับกล่มุ เป้าหมายการศกึ ษา ซึ่งจากเหตผุ ลดังกล่าวมา ทาใหว้ ธิ ีการจัดการเรยี นร้แู บบบทบาทสมมุติ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรอื่ ง การสื่อสารในชีวิตประจาวัน ของนักศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 70/70 ท่ีตั้งไว้ ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของปาริชาติ เตชะ (2553) ได้การพัฒนาทักษะการฟังพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้บทบาทสมมุติ พบว่ามีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.30/77.16 สูงกว่าเกณฑ์ 70/70 ที่ต้ังไว้ แสดงวา่ แผนการจดั การเรยี นร้กู ารสอนของนกั ศึกษา มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ ทีก่ าหนดไว้ 5. ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน เร่ือง การสื่อสารในชวี ิตประจาวนั ของนักศึกษาชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ บทบาทสมมุติที่ผู้วิจัยสร้างข้ึน พบว่า ดัชนีประสิทธิผลมีค่าเท่ากับ 0.5907 แสดงว่าผู้เรียนที่มี ความก้าวหน้าทางการเรียนร้อยละ 59.07 ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของกรรณิกา สร้อยบุดดา (2553) ไดว้ จิ ยั การใชก้ ิจกรรมบทบาทสมมุติในการพัฒนาความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษของ นกั เรียนช้ันมัธญมศกึ ษาปที ี่ 4 พบวา่ นกั ศึกษามดี ัชนีประสทิ ธิผลของการเรียนรูโ้ ดยใช้กิจกรรมบทบาท สมมตุ ิ เทา่ กับ 0.6017 ผูเ้ รยี นมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นเพิ่มขน้ึ ร้อยละ 60.17
70 ขอ้ เสนอแนะ 1) ขอ้ เสนอแนะในการนาผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ครูผสู้ อนควรจัดเตรียมเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ใหพ้ ร้อมใชง้ าน 1.2 ในการเรยี นสื่อการเรยี นรู้ ควรให้ผู้เรียนใช้หูฟัง เพื่อไม่ให้มีเสียงรบกวนเพื่อนๆ จะทาใหผ้ เู้ รียนมสี มาธใิ นการเรียนมากยิง่ ขนึ้ 1.3 การเรียนรู้ด้วยสื่อการเรียนรู้ นักศึกษาควรมีอิสระโดยไม่ควรจากัดเวลาในการ เรยี นรู้ นักศกึ ษาสามารถนาไปศึกษาท่บี ้านได้ 2) ข้อเสนอแนะในการวิจัยครง้ั ตอ่ ไป 2.1 ควรมกี ารพฒั นาการออกแบบการจดั กิจกรรมทีส่ ามารถบูรณาการกับวชิ าอ่นื ๆ 2.2 ควรมีการออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนแบบยึดผู้เรียน เปน็ ศูนย์กลาง และสถานการณป์ จั จุบนั 2.3 ควรมีการคานึงถึงความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียนว่ามีความสามารถ ในการเรยี นรู้ เขา้ ใจและจดจาไดร้ ะดบั ใด
71 เอกสารอ้างองิ ภาษาไทย กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, (2551).หลักสูตรแกนกลางสถานศึกษาขน้ั พื้นฐานพทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ,(2560).แนวทางการวัดผลและประเมนิ ผลในช้ันเรยี น.กรุงเทพฯ : กระทรวงฯ. (2552).ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตาม หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ : กระทรวงฯ.(2552). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : กระทรวงฯ กระทรวงศึกษาธกิ าร,(2560).หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพมหานคร : กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กรมวิชาการ.(2543).คู่มอื การประกันคุณภาพการศึกษา. กรงุ เทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว. กรรณิกา สร้อยบุดดา (2553).การใช้กิจกรรมบทบาทสมมุติในการพัฒนาทักษะด้านการพูด ภาษาอังกฤษของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม เกสร รองเดช. (2552). การสร้างแบบฝึกเพ่ือสง่ เสรมิ การอา่ นออกเสยี งพยัญชนะ ฟ ฝ ขว. สาหรบั นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ ขวญั ดาว แจม่ แจง้ . (2558). เคมอี นิ ทรยี ์ 2. โปรแกรมวิชาเคมคี ณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี . ความคดิ เห็นในการเขียนยอ่ ความภาษาอังกฤษ ของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5. เชยี งใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม.่ ชนาธปิ พรกลุ .(2552).การสอนกระบวนการคดิ ทฤษฎแี ละการนาไปใช้.กรงุ เทพ : วี ปร้ินท์. ชวาล แพรตั กุล.(2552).เทคนคิ การวัดผล.กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์วิฑูรย์การปก ชวลิต ชกู าแพง. (2553). การวิจยั หลกั สตู รและการสอน. พิมพ์ครัง้ ที่ 2. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ตรรกพร สขุ เกษม.(2554).การพัฒนาพฤตกิ รรมการกล้าแสดงออก โดยใชว้ ิธีการแสดงบทบาท สมมุติของนักศึกษาระดับช้ันปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2/2554 โปรแกรมวชิ ารฐั ประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏกาแพงเพชร นาตยา ปลิ ันธนานนท์. (2543). การเรยี นแบบร่วมมือ. สานักพิมพแ์ ม็ค, กรุงเทพ. นิตยา กจิ โร. (2553). การศึกษาผลการฝกึ ทักษะการตั้งคาถามของนักเรียนในการสอนวิชา วทิ ยาศาสตร์ทท่ี ตี ่อผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และความคิด สร้างสรรค์ทาง วิทยาศาสตร์ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1. ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการมัธยมศกึ ษา, บณั ฑติ วทิ ยาลัย, มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.
72 บุญชม ศรสี ะอาด. (2543). การวิจัยสาหรบั คร.ู กรุงเทพฯ : สวุ ีรยิ าสารน์ . (2553). การวจิ ัยเบื้องตน้ . พิมพ์ครงั้ ที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีรยิ าสาสน.์ ปาริชาต เตชะ.(2553).การพัฒนาทกั ษะการฟงั พดู ภาษาอังกฤษของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 โดยใช้บทบาทสมมุต.ิ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่:เชียงใหม่. ปราณี จิณฤทธิ์ (2552).ผลการใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะคณิตศาสตร์ท่มี ีตอ่ ผลสมั ฤทธแ์ิ ละเจต คตทิ างหาร เรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6โรงเรียนเคหะ ประชา สามัคคี จังหวัดนครราชสีมา. วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาการศกึ ษามหาบณั ฑติ (สาขาวิชา ศกึ ษาศาสตร์). บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. ประภาพร ถิ่นออ่ ง. (2553). การพัฒนาแบบฝึกทักษะวชิ าคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง การแยก ตวั ประกอบ ของพหนุ ามดีกรสี อง สาหรบั นกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี3. วทิ ยานพิ นธ์ การศึกษา มหาบัณฑิต, สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา (วิจัยและพัฒนา การศึกษา), บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยนเรศวร. พวงรตั น์ ทวีรตั น์.(2540). การสรา้ งและพฒั นาแบบทดสอบผลสมั ฤทธิ.์ กรงุ เทพฯ : สานักทดสอบ ทางการศกึ ษาและจติ วทิ ยา มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร. พินิจ จันทรซ์ ้าย. (2546). การสร้างหนังสอื และแบบฝกึ ทักษะประกอบการเรยี นภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 2 เรื่อง บุญผะเหวดร้อยเอ็ด แบบมุ่งประสบการณ์ภาษา. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบณั ฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, บณั ฑิตวิทยาลัย , มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. ไพบูลย์ มลู ดี. (2556). การพัฒนาแผนการเรียนรู้และแบบฝึกทกั ษะการเขยี นสะกดคาท่ี ไม่ตรงตาม มาตราตวัสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. วจิ ารณ์ พานิช.(2555).วถิ สี รา้ งการเรยี นรเู้ พอ่ื ศษิ ยใ์ นศตวรรษที่ 21 กรุงเทพฯ : มลู นธิ สิ ดศรี- สฤษด์วิ งศ์ วมิ ลรัตน์ สุนทรโรจน.์ (2553). นวัตกรรมตามแนวคิดแบบ Backward Design. มหาสารคาม : ภาควิชาหลกั สูตรและการสอน คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. วิศณี ไชยรักษ์ (2557).การศึกษาการสอนโดยใช้วิธีสอนแบบแสดงบทบาทสมมุติ เรื่องการหา แนวความคิดในการออกแบบ.สาขาสถปัตยกรรมภายใน คณะวิศวกรรมศาสตร์และ สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วชั ลี บัวตา. (2550). ผลสมั ฤทธิ์และความคงทนทางการเรยี นวชิ าภาษาอังกฤษ ของนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ที่เรียนตามสภาพจริง. วิทยานิพนธ์ครุศสาสตรมหาบัณฑิต (หลกั สูตรและการสอน). มหาวิทยาลยั ราช ภฏั พระนคร. กรุงเทพฯ.
73 วฒุ ชิ ยั ดานะ. (2553). ความสัมพันธร์ ะหวา่ งบรรยากาศและสง่ิ แวดลอ้ มในโรงเรียนกบั ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักศึกษาในโรงเรียน สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาใน จังหวัดเลย. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร การศกึ ษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฎั เลย. ศศภิ า ไชยวงค.์ (2553).การใช้การสอนแบบชกั ชวนรว่ มกับกจิ กรรมบทบาทสมมุตเิ พื่อเพมิ่ พูน การฟังพูดภาษาอังกฤษ เพื่อการสอ่ื สารและลดความวิตกกังวลของนกั เรียนในชมรม มัคคเุ ทศกน์ ้อย . มหาวิทยาลัยเชียงใหม่/เชยี งใหม.่ ศริ วิ รรณ วณชิ วัฒนวรชัย.(2558).วธิ สี อนทัว่ ไป = Method of teching กรงุ เทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศิลปากร. ศันสนะ มลู ทานี.(2557).วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยราชภฏั พิบูลสงคราม สมพร ตอยยีบ.ี (2554). การพัฒนาแบบฝึกทกั ษะการเขยี นเชงิ สร้างสรรค์สาหรับนักเรียน ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนเซนต์เทเรซา หนองจอก กรุงเทพฯ. ปริญญานิพนธ์ การศกึ ษามหาบัณฑิต, สาขาวชิ าการมธั ยมศกึ ษา, บัณฑติ วทิ ยาลัย, มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. สมศักด์ิ สินธุระเวชญ.์ (2550). เอกสารทางวชิ าการการพัฒนากระบวนการเรยี นการสอน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานชิ . สาลี รักสทุ ธ.ี (2553). การจดั ทาส่อื นวตั กรรมและแผนประกอบสอ่ื นวตั กรรม. นนทบุรี : เพ่มิ ทรัพย์สินการพิมพ์ สรุ ิน ร่วมคา. (2554).การพัฒนาความสามารถทางการพดู ภาษาอังกฤษในชวี ิตประจาวันโดยใช้ บทบาทสมมุติ.วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิตบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. อดิศา เบญจรัตนานนท์,สุชาดา ทพิ ย์มนตรี. (2550).การสอนทกั ษะการฟงั และการพดู ภาษาองั กฤษ แ บ บ เ ข้ มใ ห้ แ ก่ นัก ศึ ก ษ า ช้ัน ปี ที่ 1 คณ ะ วิ ท ยา ศ า ส ต ร์ แ ล ะ เ ทค โ น โ ล ยี มห า วิ ท ย า ลัย ส ง ขล า น คริ น ท ร์ วิ ท ยา เ ขต ปั ต ตา นี . ภ า ค วิ ช า ภ าษ า ต ะ วั น ต ก มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์:สงขลา. อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2553). หลักการสอน (พิมพค์ ร้ังท่ี 3).กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริ้นตง้ิ เฮาส์. อานวย เลอ่ื มใส. (2546). การสรา้ งหนังสือและแบบฝึ กทกั ษะประกอบการเรยี น ภาษาไทย เร่อื ง ผาน้าอ้อย แบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญา การศึกษามหาบัณฑิต (สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย มหาสารคาม.
74 เอกรินทร์ ส่มี หาศาล และคณะ. (2551). เร่ืองน่ารสู้ ู่การใช้หลกั สูตรแกนกลางฯ 51. กรุงเทพฯ : โรงพิมพอ์ กั ษรเจริญทัศน์ (2552). เรอื่ งน่ารูส้ ่กู ารใชห้ ลกั สตู ร.กรุงเทพฯ : บริษัท อกั ษรเจรญิ ทศั น์ จากัด. เอกอนงค์ ปวง.(2550).การใช้กิจกรรมสถานการณจ์ าลองเพ่ือสง่ เสริมความสามารถในการฟัง พูดภาษาอังกฤษและแรงจูงใจของนักเรยี นในระดบั กาลงั พัฒนา = Use of simulation activities to promote English listening speaking abilities and motivation of developing level students บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่. ภาษาองั กฤษ Block, C. C. (1993). Teaching the Language Arts: Expanding Thinking Through StudentCentered Instructional. Massachusetts: Allyn and Bacon. Bloom ,Benjamin S. (1976). Taxonomy of Education Objective, Handbook I : Cognitive Domain. New York : David Mckay. Gagné, R.M. 1970. The conditions for learning (2nd Ed). New York: Holt Rinehart & Winston. Klausmeir, Herbert J. 1961. Learning and Human Abilities: Educational Psychology. New York : Harper& Brother.
75 ภาคผนวก
76 ภาคผนวก ก รายชอ่ื ผเู้ ชีย่ วชาญ
77 ประวตั ิผูเ้ ช่ียวชาญ ปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ประวตั ิส่วนตวั ช่ือ นางสธุ กิ านต์ ฤทธขิ นั ธ์ วนั เกิด วนั ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2524 สถานท่ีเกดิ อาเภอวังสามหมอ จงั หวัดอดุ รธานี สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ นั บา้ นเลขที่ 77 หมู่ 4 ตาบลวังสามหมอ อาเภอวงั สามหมอ จงั หวัดอดุ รธานี เบอร์โทร 063-8090809 ตาแหน่งหน้าทก่ี ารงาน ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ สถานที่ทางานปจั จบุ ัน โรงเรียนวงั สามหมอวิทยาคาร อาเภอวงั สามหมอ จงั หวัดอุดรธานี สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20 วฒุ ิการศึกษา ปรญิ ญาโท ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต (กศม.) สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ประวัตกิ ารศกึ ษา พ.ศ.2536 ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นสหราษฏรว์ ิทยานสุ รณ์ อาเภอวังสามหมอ จังหวดั อดุ รธานี พ.ศ.2542 มธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวงั สามหมอวิทยาคาร จังหวัดอดุ รธานี พ.ศ.2547 ปรญิ ญาครศุ าสตรบัณฑิต (คบ.) วชิ าเคมี พ.ศ.2556 ปริญญาการศกึ ษามหาบัณฑิต (กศม.) สาขาวชิ าหลกั สูตรและการสอน มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม ประวตั ริ บั ราชการ พ.ศ.2552 ตาแหนง่ ครูผู้ช่วย โรงเรียนแสงอรา่ มพทิ ยาคม อาเภอหนองวัวซอ จังหวดั อดุ รธานี พ.ศ.2554 ตาแหน่ง ครู อนั ดับ ค.ศ.1 โรงเรียนแสงอร่ามพิทยาคม อาเภอหนองวัวซอ จังหวัดอดุ รธานี พ.ศ.2556 ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการ โรงเรยี นวงั สามหมอวิทยาคาร อาเภอหนองวังสามหมอ จงั หวดั อุดรธานี พ.ศ.2557 ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรียนวังสามหมอวทิ ยาคาร อาเภอหนองวงั สามหมอ จังหวัดอดุ รธานี
ประวตั ิผเู้ ชีย่ วชาญ คศ.3 78 สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ข้อมูลสว่ นตัว ช่ือ – สกุล นางลัดดา ชานนตรี วัน/เดอื น/ปี เกดิ 9 ตลุ าคม 2510 อายุ 52 ปี หมู่โลหิต โอ ทอ่ี ยู่ปจั จุบนั เลขที่ 491/270 หมู่ท่ี 1 ถนนเล่ียงเมอื ง ตาบลบา้ นจ่ัน อาเภอเมือง จงั หวดั อดุ รธานี รหัสไปรษณีย์ 41000 หมายเลขโทรศัพท์ 085-3072819 E-Mail : [email protected] ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ ตาแหน่งเลขที่ ๑๗๖๕๕ สถานทีท่ างาน โรงเรยี นวงั สามหมอวิทยาคาร อาเภอวงั สามหมอ จังหวัดอุดรธานี 41280 หมายเลขโทรศพั ท์ 042-387593 โทรสาร 042-387593 รบั เงนิ เดือนอนั ดบั คศ.3 ข้นั 49,420 บาท คณุ วฒุ ิการศึกษา ประวตั ิการศกึ ษา *สาเร็จการศึกษาระดับสงู สุด ปรญิ ญาโท วุฒิ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ ช่ือยอ่ วุฒิ ศษ.ม. วิชาเอก การบรหิ ารการศึกษา สถาบนั การศกึ ษา มหาวิทยาลัยปทุมธานี ปีที่สาเร็จการศึกษา 2556 วันท่ีสาเรจ็ การศึกษา วันท่ี 19 กันยายน 2556 *สาเรจ็ การศกึ ษาระดับ ปรญิ ญาตรี วุฒิ ครุศาสตรบญั ฑิต ชอ่ื ยอ่ วฒุ ิ ค.บ. วิชาเอก สังคมศึกษา สถาบนั การศึกษา วทิ ยาลัยครอู ดุ รธานี ปีทีส่ าเรจ็ การศึกษา 2533 วนั ที่สาเรจ็ การศกึ ษา วนั ที่ 16 มนี าคม 2533
79 ประวตั ิผเู้ ชย่ี วชาญ ขา้ ราชการบานาญ วชิ าเอกสังคม ศกึ ษา ขอ้ มลู สว่ นตัว ช่อื – สกุล นางบังอร วันชเู สริฐ วนั /เดือน/ปี เกิด 1 ตุลาคม 2501 อายุ 61 ปี หม่โู ลหิต โอ ท่ีอยูป่ จั จุบัน เลขที่ 130 หมู่ท่ี 5 บา้ นหนองแวงเจริญ ตาบลวังสามหมอ อาเภอวังสามหมอ จงั หวดั อดุ รธานี รหสั ไปรษณยี ์ 41280 หมายเลขโทรศัพท์ 087-2239377 ตาแหน่ง ขา้ ราชการบานาญ สถานท่ีทางาน โรงเรยี นอนุบาลวงั สามหมอ อาเภอวังสามหมอ จงั หวัดอุดรธานี 41280 วนั ท่ีบรรจรุ บั ราชการ 1 ตลุ าคม 2522 วนั เกษยี ณอายุราชการ 30 กนั ยายน 2561 รวมอายุ ราชการ 39 ปี รับเงนิ เดอื นอันดับ คศ.2 คณุ วุฒิการศึกษา ประวตั กิ ารศกึ ษา *สาเรจ็ การศึกษาระดับ ปรญิ ญาตรี วุฒิ ครศุ าสตรบญั ฑติ ชอื่ ยอ่ วุฒิ ค.บ. วิชาเอก สังคมศึกษา สถาบนั การศกึ ษา วิทยาลัยครอู ุดรธานี ปีท่สี าเร็จการศึกษา 2533 วันท่ีสาเร็จการศึกษา วันที่ 16 มีนาคม 2533
80 ภาคผนวก ข เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั
81 ประวตั ิผู้วิจัย ๑. ข้อมูลผู้ปฏิบตั งิ าน ช่ือ นางสาวศริ นิ ภา นามสกุล ดวงบญุ มี อายุ ๓๘ ปี เกดิ วนั ท่ี ๒๔ ธนั วาคม ๒๕๒๔ ตาแหน่ง ครู ศรช. (ครศู นู ยก์ ารเรียนรชู้ มุ ชน) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอวังสามหมอ สานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย จงั หวดั อดุ รธานี ๒. สถานที่ทางาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอวังสามหมอ อาเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี รหัสไปรษณีย์ ๔๑๒๘๐ โทรศัพท์/ โทรสาร ๐-๔๒๓๘-๗๖๖๙ อเี มล์ nfe [email protected] เว็บไซต์ .udon.nfe.go.th /wangsammor ๓. ทีอ่ ยปู่ ัจจบุ ัน ๓๒ หมู่ ๑๑ บ้านนาคูณ ตาบลวังสามหมอ อาเภอวังสามหมอ จังหวัด อดุ รธานี โทรศัพทม์ อื ถอื ๐๙๙-๖๘๙๙๕๘๔ E-mail: [email protected] Facebook: https://www.facebook.com/nongkungtabma/ ๔. ข้อมลู ด้านการศึกษา ระดับการศึกษา หลักสูตรวิชา สถาบนั ปที จ่ี บ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย วทิ ย-์ คณิต โรงเรยี นกลั ยาณวัตร ๒๕๔๓ อุดมศึกษา หลักสตู รศิลปศาสตรบัณฑติ มหาวิทยาลยั รามคาแหง ๒๕๔๖ อน่ื ๆ...................... คณะรฐั ศาสตร์ ๕. ขอ้ มูลด้านการทางานและประสบการณก์ ารทางาน ปี พ.ศ. ช่ือทอี่ ย่ขู องหน่วยงาน ตาแหน่งงานและหนา้ ทโี่ ดยยอ่ จาก ถงึ ๒๕๕๖ ๒๕๕๗ กศน.อาเภอวงั สามหมอ ครปู ระจาศูนยก์ ารเรียนชุมชน ครปู ระจาศูนย์การเรยี นชมุ ชน ๒๕๕๘ ปัจจุบัน กศน.อาเภอวังสามหมอ
Search