ใบความรู้ (INFORMATION SHEET) รหสั วิชาและชือ่ วิชา 20901-2009 วชิ า การประยุกตใ์ ช้งานระบบคอมพวิ เตอร์ จำนวน 2 หนว่ ยกิต เร่ือง วิวัฒนาการในยุคของคอมพิวเตอร์ ระดบั ชนั้ ปวช. ปีท่ี 1 สาขาวชิ า เทคโนโลยสี ารสนเทศ สาขางาน การโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เว็บ และอุปกรณ์เคลือ่ นท่ี คำวา่ คอมพวิ เตอรน์ ัน้ คืออะไรบ้าง หลายคนก็คงนึกถึง เจ้าเครอื่ ง PC หรอื โนต๊ บคุ ใชห่ รอื ไม่ แต่จริงๆแล้ว เจ้าคอมพิวเตอร์นั้นมีอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็บ ซึ่งแน่นนอนว่าทุกวันนี้เราก็ใช้งาน คอมพิวเตอรใ์ นทุกอย่างของชชวิต เช่น เมื่อตื่นนอนเพื่อปลกุ เราจากท่ีนอน การซื้อของออนไลน์ หรือการสั่งอาหาร ออนไลน์ แม้กระทั้งวงการแพทย์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์นั้นสามารถคำนวณได้เป็นล้านๆ คำสั่งต่อวินาทีเลย เปรยี บเสมือนกบั ว่าเราเน่ียเอาหมอมาซัก พันคน หรือหมน่ื คนเพอื่ คำนวณหาสูตรยาที่ดที ่สี ุด หรือวา่ การรักษา การ วเิ คราะหโ์ รคที่ดที สี่ ุดเรากต็ อ้ งใช้คอมพวิ เตอรม์ าคำนวณทางดา้ นสถติ ิ เพ่ือหาคำตอบทีด่ ีทส่ี ุด ซึ่งพอนึกถงึ การเรียนทางด้านคอมพิวเตอร์ หลายๆ คนก็จะนึกถงึ การสรา้ งเวบ็ ไซต์ การสร้างแอพพลิเคชั่น การเขียนโปรแกรมเป็นต้น ซึ่งก็เพื่อพื้นฐานของการเรียนคอมพิวเตอร์ที่จำเป็น แต่ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่อยู่ใน ศาสตร์ของทางดา้ นคอมพวิ เตอร์ หลายๆคนทราบหรือไม่ว่า เบื้องหลังการทำงานของ Google นั้นเก็บข้อมูลอย่างไร ทำอย่างไรเราถึง ค้นหาขอ้ มลู เจอได้ เนอ่ื งจาก Google นน้ั เกบ็ ขอ้ มลู มหาศาล ถา้ เกดิ เราเคยเรยี นเขยี นโปรแกรมมาเราก็จะทราบว่า การเรียกข้อมูลมาซักอย่างหนึ่งเพื่อมาแสดงซักอย่างหนึ่งมันค่อนข้างใช้เวลาในการเขียน แล้วการเรียกข้อมูลเป็น ลา้ นๆ ชนิ้ เราจะเรียกอย่างไรใหม้ นั ได้เรว็ มากๆเลย ภายในไม่ถึงวินาทมี ันกอ็ อกมาได้แลว้ เปน็ เปรียบเสมือนกับการ ทเ่ี ราคน้ หาหนังสอื ในห้องสมุด ท่มี นั เตม็ ไปดว้ ยหนังสือขนาดใหญก่ ว่าภูเขา แต่เรากส็ ามารถค้นหามันได้ภายนไม่ถึง วินาที เรื่องราวเล่านี้ก็จะอยู่ในการศึกษาด้าน IT หรือ ด้านคอมพิวเตอร์ของเรา หรือว่าการที่เรารู้ได้ว่าเบื้องหลัง การทำงานของคีย์บอร์ดทำงานอย่างไร การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร แม้กระทั้งข้อมูลที่เราส่ง แชทหาเพือ่ นๆ เราสง่ กันได้อย่างไร ประวตั ศิ าสตรน์ บั พนั ปีของคอมพวิ เตอร์ยุคแรก มนุษย์กับเครื่องมือเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันได้ยาก เนื่องจากมันทำให้เราวิวัฒนาการหรือเติบโตมาจนถึง ทุกวันนี้ ตั้งแต่สมัยมนษุ ย์ยุคหิน ที่เราเอาหินมาใช้ในการลา่ สัตว์ หรือจุดไฟจนถึงตอนนีเ้ ราประดิษฐ์เครื่องมือกนั มา ไมร่ ู้ก่ีรอ้ ยก่ีพนั กห่ี มน่ื ปจี นมาถงึ ยุคปัจจุบันนี้ ซ่งึ มีเคร่ืองมือในการอำนวยความสะดวกมากมาย
ลองย้อยกลับไปเมื่อพันกว่าปีท่แี ลว้ ช่วงยุคเมโสโปเตเมีย ซึ่งยุคดังกล่าวเป็นยุค แห่งการค้าขาย และสิ่งหนึ่งที่เขามีนั้นคือ คอมพิวเตอร์ แต่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในแบบที่ เรารู้จัก แต่เป็นคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรูปแบบ เครื่องมือ เครื่องมือหนึ่ง เนื่องจากสมัยก่อน นั้นมปี ัญหาอย่อู ยา่ งหนงึ่ ท่คี ่อนข้างวนุ่ วาย นั้น คือการคิดคำนวนทางคณิตศาสตร์ แม่ว่าจะเป็นการบวกลบเลยเฉยๆก็ตาม เช่น การซื้อขายของ การนับจำนวน ประชากร การนับจำนวนสัตวว์ที่เราเลี้ยง สิ่งพวกนี้ได้สร้างความวุ่นวาย เนื่องจากการบวกลบเลขนั้นไม่ใช่แค่หลัก สิบ หลักร้อย หลกั พัน จนไปถึงหลักหม่นื เพราะเหตุนเี้ ขาจงึ ไดค้ ดิ เครอื่ งมือเครือ่ งมือหน่ึงขน้ึ มาน้นั กค็ อื “ลกู คิด” ลูกคดิ คอื เครอ่ื งมือชนิดหน่ึงท่ีจะมี 4 แถว แถวบนสดุ แทนดว้ ยหลกั พนั แถวทสี่ องแทนด้วยหลักร้อย แถว ที่สามแทนด้วยหลกั สิบ และแถวท่สี ี่แทนดว้ ยหลักหน่วย หากเราต้องการนบั ไกใ่ นฟารม์ ทมี่ ีอยู่ 8 ตวั เรากแ็ ค่เล่อื นแถวล่างสดุ ไปนน้ั หมด 8 อัน แตห่ ากถา้ ไก่เราตาย ไป 2 ตวั เราก็จะเลอื่ นกลบั มา 2 อัน กจ็ ะเหลืออยู่ 6 อัน เป็นต้น
แตถ่ า้ หากเรามีไกอ่ ยูท่ ้ังหมด 1150 ตัว เรากค็ งเรม่ิ คดิ ยากแลว้ ดงั นนั้ เรากต็ ้งั ปัดลูกคดิ ดงั ภาพ โดยหลัก หนว่ ยไมม่ กี ไ็ มต่ อ้ งเลอื่ นออกมา แคน่ เ้ี ราก็จะทราบแล้วเรามไี ก่จำนวนเทา่ หากเราต้องการ บวกหรือลบ เราก็แค่ ยา้ ยไปยา้ ยกลบั นน้ั เอง และหลักจากนั้นก็มีคนที่คิดประดิษฐ์ส่ิงเหล่านั้นออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวน ดวงดาว หรือทิศทางตา่ งๆ ในการเดนิ เรือเนอ่ื งจากการเดนิ เรือนัน้ หาทศิ ทางได้ยากนน้ั เอง จนไปถึงยุคยุคนึงที่ชือ่ ว่า ยคุ ปฏวิ ัติอุสาหกรรมนนั้ เอง ยคุ ปฏิวัติอุสาหกรรมเป็นยคุ ทีเ่ น้นการผลิตจำนวนมาก จากปกตเิ รานัง่ เย็บผ้าขายทล่ี ะตัว ทลี่ ะตัว เราก็เริ่ม มีเครื่องจักรไอน้ำ เราเริ่มมีเครื่องมือต่างๆ เข้ามาในการผลิต เน้นผลิตจำนวนมากๆ เพื่อให้สามารถขายได้จำนวน เยอะ ๆ ซึ่งแน่นอนว่าประมาณช่วง ค.ศ. ประมาณ 1970 หรือประมาณ 100 กว่าปีที่ผ่านมา ได้มีชายคนหนึ่งได้ เกิดขึน้ มาและชายคนนเ้ี ปน็ ลกู ของนายธนาคาร และเขาได้เติบโตขึ้นเปน็ นกั คณติ ศาสตร์ และแนน่ นอนวา่ ในยุคนั้น ทุกคนยุ่งอยู่กับการผลิตสินค้าจำนวนมากๆ ทำและคิดวิธีต่างๆออกมาอย่างมากมาย เนื่องจากเป็นยุคปฏิวัติ อตุ สาหกรรม เนือ่ งจากมันมีการแข่งขนั ท่ีสูงมาก ๆ ผู้ชายคนที่ได้เติมโตและเข้าไปศึกษาท่ีมหาวิทยาลัยแทมบริท ประเทศอังกฤษ โดยศึกษาในสาขาทางด้าน คณิตศาสตร์ โดยเฉพาะสิ่งที่เขาชอบที่สุดคือ “แคลคูลัส” ซึ่งเด็กบางคนในสมัยนี้อาจจะชาบมาก หรือบางคน อาจจะไมช่ อบมันเลย ซึ่งชายผู้น้เี ปน็ คนนำเอาทฤษฎีแคลคูลัสต่าง ๆ มาประยุกคใ์ ช้งานจนเปน็ โลกยุคใหม่ในตอนนี้ ซึ่งผลงานของเขามีอยู่หลายศาสตร์หลายสาขามากๆ เช่น ด้านดาราศาสตร์ หรือด้านคณิตศาสตร์ จนผลงานของ เขาหลายๆผลงานได้รบั การยอมรับในระดับโลก
ต่อมาเขาได้คิดค้นเครื่องในการคำนวณที่จะรองรับการคำนวณทุกรูปแบบ ที่มี ความสามารถมากกว่าลูกคิดทมี่ทำได้เพียงบวกและลบ โดยเขาได้คิดค้นระบบต้นแบบ ของระบบคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้เลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าต่อให้เขาเก่ง หรือมีความคิดล้ำยุคขนาดไหน แต่สมัยนั้นระบบไฟฟ้ายังไม่ได้ถูกนำมาใช้งานแบบทุก วันนี้ ทำให้ไม่สามารถสานต่องานของเขาได้ในขณะนั้นด้วยข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีของ ยคุ นั้นนั้นเอง และผูช้ ายคนนี้มีชื่อวา่ “ชาลส์ แบบเบจ” ซง่ี เรยี กได้วา่ เขาคนนี้คอื บดิ าของ คอมพวิ เตอรเ์ ลยกว็ ่าได้ เพราะเขาคือผู้ทีค่ ดิ คน้ ต้นแบบของเครื่องคอมพวิ เตอร์มานั้นเอง เมื่อเวลาผ่านไปไม่ได้ ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งได้สนใจในทฤษฎีของเขา ช่ือ ของเธอคือ “เอดา เลิฟเลซ” ซึ่งผู้หญิงคนนี้หลักจากที่ได้คุยกับชาลส์ แบบเบจ แล้ว เขาได้ทำการคิดค้นภาษาสำหรับเครื่องคอมพวิ เตอร์เป็นคนแรก ทำให้เกดิ เปน็ โปรแกรมเมอรห์ ญิงคนแรกของโลก คำถามมีอยู่ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในตอนนั้นเลย หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เนื่องจากคำว่าคอมพิวเตอร์นั้นมีมาก่อนหน้าที่คนสอง คนนี้จะเกิดมาประมาณร้อยกว่าปี เนื่องจากปี ค.ศ. ที่คนสองคนนี้ได้มาพูดคุย เกี่ยวกับเรื่องราวของทฤษฎีคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เป็นช่วงต้นของ ค.ศ. 1800 แต่ ว่าคำว่าคอมพิวเตอร์ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1600 กว่า ๆ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ไม่ไ ด้ หมายถึงเครื่องจักร หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งาน แต่หมายถึงตำแหน่งงาน ซึ่งตำแหน่งนี้คือตำแหน่งในการ คิดเลขต่าง หรืออาจจะมีเครื่องมือมาช่วยบ้างในการคิดคำนวณ แต่โดยหลักๆแล้วก็เหมือนกับเป็นนักคณิตศาสตร์ หรอื นักวทิ ยาศาสตรใ์ นการคิดเลขเพอ่ื แก้ไขปญั หาบางอยา่ ง ย้อนกลบั มาช่วงเวลาประมาณกลางถึงปลายปี ค.ศ. 1800 ใน 50 ปใี หห้ ลงั ของทางฝ่ังอเมริกามีนักสถิตคิ น หนึ่งชื่อว่า “ดร.เฮอร์แมน ฮอลเลอริธ” เขาได้เล็กเห็นถึงการเช็คเรื่องของบัตรโดยสารรถไฟหรือตั๋วรถไฟมีปัญหา เรื่องจากมันมีความยุงยากและวุ่นวายมาก เขาจึงทำการคิดค้นบัตรเจาะรู และเครือ่ งอ่านบตั รเจาะรู ทำให้สามารถ ทราบได้ว่าผู้โดยสารขึ้นเวลาใด ลงในเวลาใด หรือสถานีใด เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการที่ใช้คนมาตรวจบัตรไปได้ มากมาย
และหลังจาก ดร.เฮอร์แมน ได้ทำการประดิษฐ์เครื่องดังกล่าวทำให้ผลงานของเขาเร่ิมมีชื่อเสยี ง ทำให้ผู้คน หันมาสนใจว่าจะสามารถนำไปใช้งานด้านใดได้บ้าง เช่นการสำรวจสัมโนประชากร เนื่องจากจำนวนประชากรที่มี จำนวนมากมายมหาศาลจะให้มานั่งนับหรือเช็คไปเรื่อยๆ ก็คงจะเป็นเรื่องที่ยาก ดร.เฮอร์แมน จึงเห็นโอกาศตรง นี้จยได้ตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อทำในเรื่องของบัตรเจาะรูเครื่องคำนวณ ซึ่งบริษัทของเขามีชื่อที่เราคุ้นหูในปัจจุบันนี้ว่า “IBM” โดยเจ้าเครอื่ งอ่านบตั รหรอื เครือ่ งคำนวณนี้น้นั ทำงานโดยใช้ระบบกลไกมากกว่าระบบไฟฟ้าทเ่ี ราใชง้ านกัน ทกุ วันนี้ จากวนั น้นั ถงึ วันนท้ี ี่ IBM ไดท้ ำการตง้ั บรษิ ทั เกยี่ วกบั บัตรเจาะรจู นวิวฒั นาการกลายมาเปน็ คอมพวิ เตอร์ทุก วันนี้ใช้เวลาประมาณ 120-130 ปี เท่านั้นเอง โดยได้เป็นการวิวัฒนาการทีร่ วดเร็วและก้าวกระโดดมาก ๆ จากการ ทม่ี นุษย์น่ังคดิ เลขกนั กลายมาเป็นเคร่ืองทสี่ ามารถคดิ เป็นลา้ นๆ ไดภ้ ายในไม่ถึงวนิ าที
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: