Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กิจกรรมที่ 4 การตรวจสัด

กิจกรรมที่ 4 การตรวจสัด

Published by Pittaya Yamdee, 2021-02-24 09:19:02

Description: กิจกรรมที่ 4 การตรวจสัด

Search

Read the Text Version

บทเรยี นโมดูลกจิ กรรมที่ ๔ สรา้ ง พัฒนามอดลู ชดุ ที่ 5 เรอื่ ง การเป็นสดั และการตรวจสดั ชื่อวชิ า การผสมเทียม รหสั วิชา 3503 2108 ทฤษฎี 2 ปฏบิ ตั ิ 3 หนวยกติ 3 หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้นั สงู ประเภทวชิ าเกษตรกรรม สาขางานการผลิตสัตว์ สาขาวิชาสตั วศาสตร์ จดั ทาโดย นายพิทยา แย้มดี วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยกี าแพงเพชร สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คานา บทเรียนโมดลู ชดุ ท่ี 5 เร่อื ง การเป็นสดั และการตรวจสดั ฉบับนี้ ขา้ พเจา้ เรียบเรยี งข้นึ เพื่อใชป้ ระกอบ การเรียนการสอนในรายวิชาการผสมเทียม รหสั 30501- 2109 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้นั สงู โดย พยายามเขียนใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจงา่ ย สามารถศึกษาได้ดว้ ยตนเอง เพื่อให้มีความรู้พ้ืนฐานกอ่ นที่จะศึกษาเน้ือหาน้ัน จริง ๆ และยังไดเ้ พ่มิ เติมเนื้อหาบางตอนเพ่ือชว่ ยเสริมความรู้ความเขา้ ใจแกน่ ักเรยี น นอกจากนยี้ งั ได้เพ่ิมใบ กจิ กรรมเสริมใหน้ ักเรยี นมปี ระสบการณ์กวา้ งขวางยิ่งขึ้น บทเรียนโมดูลชดุ นมี้ ีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนไดศ้ กึ ษาเกย่ี วกับความหมาย อาการเป็นสัด การแบ่ง ระยะการเป็นสัด การตรวจสัดในสัตว์ และการควบคมุ ให้เกดิ การเปน็ สัดพรอ้ มกัน ภายในบทเรยี นโมดูลเล่มน้ี ประกอบดว้ ยคาแนะนาการใช้บทเรยี นโมดูล จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ แบบทดสอบภาคความรู้กอ่ นเรยี น เนื้อหา ใบกิจกรรม แบบทดสอบภาคความรหู้ ลงั เรยี น รวมท้ังเฉลยใบกิจกรรมและแบบทดสอบ บทเรียนโมดลู นน้ี กั เรียน สามารถศึกษาค้นควา้ ด้วยตคนเองและเรยี นรู้กนั เป็นกลมุ่ เล็ก ๆ ผจู้ ดั ทาหวงั เปน็ อยา่ งย่ิงว่าบทเรยี นโมดลู ชดุ นจ้ี ะช่วยใหน้ ักเรยี นได้รบั ความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับการเป็น สดั และการตรวจสดั มากย่งิ ขึ้นและส่งผลให้ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของนกั เรยี นสงู ขึ้นอยา่ งไรก็ตามในบทเรยี น โมดลู เลม่ นอ้ี าจมบี างจุดที่มีขอ้ บกพร่องผิดพลาด ขอใหท้ า่ นผ้อู ่านโปรดแจง้ ให้ข้าพเจา้ ทราบดว้ ยจะขอบพระคุณ เป็นอย่างยงิ่ ข้าพเจา้ ยนิ ดีรบั ฟงั ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะจากท่าน และพรอ้ มที่จะนามาแก้ไขปรบั ปรุงบทเรยี น โมดลู เลม่ น้ีใหม้ คี วามสมบูรณ์และถูกตอ้ ง พทิ ยา แย้มดี 5

สารบัญ หน้า 5 คานา 6 สารบญั 7 คาชี้แจงในการใชโ้ มดลู สาหรับนักเรยี น 7 ข้ันตอนในการใชบ้ ทเรียนโมดูล 8 จุดประสงค์การเรยี นรู้ 9 แบบทดสอบกอ่ นเรียน 13 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น 14 เน้อื หา 1 บทเรยี นโมดูลชุดที่ 5 การเปน็ สัด 17 กิจกรรม(ยอ่ ย)ระหว่างเนื้อหา ใบกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง วงรอบการเปน็ สดั 18 เนื้อหา 2 บทเรยี นโมดูลชุดที่ 5 การตรวจสดั 20 กิจกรรม(ย่อย)ระหวา่ งเน้ือหา ใบกิจกรรมท่ี 2 เรื่อง อาการเป็นสัดและการตรวจสัด 21 แบบทดสอบหลังเรยี น 25 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น 6

คาชี้แจงในการใช้โมดลู สาหรับนกั เรียน การใช้บทเรยี นโมดูลให้เกดิ ประสิทธภิ าพต่อการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนได้อยา่ งสงู สดุ นกั เรยี น คารปฏบิ ตั ิ ดงั นี้ 1. การเตรียมตัวของนักเรยี น 1.1 ศึกษาบทเรยี นโมดูลล่วงหนา้ ก่อนที่จะทาการสังเกต หรือปฏิบตั กิ จิ กรรมต่าง ๆเพื่อใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ การเป็นสดั และการตรวจสัด และปฏิบตั ิในการสเั กตุการเปน็ สดั และการตรวจสัด ได้ ถูกต้อง พร้อมจดั การการผสมพนั ธส์ุ ัตว์ในขบวนการต่อไปได้ 12 วางแผน และจัดเตรียมอปุ กรณท์ ่ีใชป้ ระกอบการเรียนรู้ของตนเองหรือของกลมุ่ ใหพ้ ร้อมสาหรบั การ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย 2. ดาเนินการจดั กิจกรรมในแต่ละครัง้ นกั เรียนควรปฏบิ ัติ ดงั น้ี 2.1 ศึกษาแนวทางในการปฏบิ ัติกิจกรรมให้มีความข้าใจอย่างถ่องแท้ หากพบปัญหาหรือไม่ข้าใจให้ สอบถามขอ้ มลู เพิ่มเติมจากครู 22 ปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามลาดับขั้นตอนท่ีกาหนด ดังนี้ 2,2.1 นกั เรียนทาแบบทดสอบภาคความรกู้ ่อนเรียน 222 นักเรยี นศึกษาและปฏิบตั กิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ตามแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรตู้ ามลาดับ ขัน้ ตอนที่กาหนด 223 นกั เรียนส่งผลงานหรอื ชน้ิ งานในการปฏบิ ัติกิจกรรม มสี ว่ นรว่ มในการนาเสนอผลงานหรอื อภปิ รายความรู้ 2.2.4 นักเรียนทาแบบทดสอบภาคความรหู้ ลังเรยี น ขั้นตอนในการใชบ้ ทเรยี นโมดูล 1. ครแู นะนานักเรยี นเกยี่ วกับองคป์ ระกอบของบทเรยี นโมคูล ชดุ ท่ี 5 การเปน็ สัดและการตรวจสัด 2. นกั เรยี นศกึ ษา และตรวจสอบองคป์ ระกอบของบทเรยี นโมคูล ชุดท่ี วา่ ครบถว้ น 3. นกั เรยี นศึกษา และปฏิบัติกิจกรรม ตามลาดบั ดงั นี้ 3.1 นักเรยี นทาแบบทดสอบภาคความรู้กอ่ นเรยี น 3.2 นักเรยี นศกึ ษาและค้นควา้ จากใบความรู้ ดังน้ี - ความหมายการเป็นสัดและการตรวจสดั - อาการแสดงการเป็นสัดและการตรวจสดั 7

3.3 นกั เรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมตามใบกจิ กรรม ดังนี้ - ใบกจิ กรรมท่ี 1 การเป็นสัดและการตรวจสดั 4. ในระหวา่ งการปฎบิ ตั กิ จิ กรรมในใบกิจกรรมที่ 1 ถ้าหากนักเรียน มขี ้อสงสับสามารถชักถามเพ่ือให้ สามารถปฏบิ ตั ิได้ถูกต้องได้ 5. เม่อื ปฏิบัติกิจกรรมในแต่ละช่ัวโมง ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายความรู้ และเฉลย คาตอบของการปฏบิ ัติกิจกรรม 6. นักเรยี นร่วมกันชกั ถาม และอภปิ รายความรู้เก่ยี วกบั อาการแสดงการเปน็ สัดและการตรวจสดั 7. ให้นักศกึ ษาทาแบบทดสอบหลงั เรียน จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ด้านความรู้ 1 บอกลกั ษณะของอาการการเป็นสดั 2 บอกหลักการ การแบง่ ระยะของวงรอบการเป็นสดั 3 อธบิ ายวธิ ีการตรวจการเปน็ สัด 4 อธิบายวธิ ีการควบคมุ ให้เกิดการเป็นสดั พรอ้ มกนั ดา้ นทักษะ 1 สามารถสงั เกตการแสดงพฤติกรรมอาการของการเปน็ สตั วไ์ ด้ 2 สามารถตรวจการเปน็ สัดในสตั วไ์ ด้ คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ 1 มคี วามกระตือรอื ร้นและใฝ่รู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มีความช่อื สัตย์ ความรบั ผดิ ชอบ มีวินยั มุ่งมั่นในการ ทางาน และมจี ิตสาธารณะ 2 มีเจตคตทิ ดี่ ีตอ่ การผสมเทียม 8

แบบทดสอบกอ่ นเรียน คาช้ีแจง 1. แบบทดสอบเปน็ ปรนัยชนดิ เลอื กตอบ 5 ตัวเลอื กจานวน 10 ข้อๆละ 1 คะแนน 2. ใหเ้ ลือกคาตอบทถี่ กู ต้องที่สุดเพยี งคาตอบเดียว และทาเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงใน กระดาษคาตอบ เวลาทใ่ี ช้ในการทาแบบทดสอบ 10 นาที 1.สัตวช์ นิดใดทม่ี ีวงรอบการเป็นสัดปีละ 1 คร้ัง ก. มงิ ค์ ข. โค กระบอื ค. สุนขั ง. แมว จ. สัตวป์ กี 2. ระยะใดของวงรอบการเป็นสัดทกี่ ระเปาะไข่สกุ เตม็ ท่ีแตกและไข่ตกออกมาแลว้ ถูกขับออกไปยังท่อนาไขส่ ว่ นบน ก. Proestrous ข. Estrous ค. Metestrous ง. Diestrous จ. Estrogen 3. ระยะใดของวงรอบการเปน็ สัด Corpus Luteum จะสรา้ งฮอรโ์ มน Progesterone ก. Proestrous ข. Estrous ค. Metestrous ง. Diestrous จ. Estrogen 9

4. สตั ว์ท่มี กี ารตกไขแ่ ต่ไม่แสดงอาการเปน็ สดั ให้เหน็ ลักษณะอาการเชน่ น้เี รยี กวา่ ก. Proestrous ข. Estrous ค. Estrogen ง. Silent heat จ. Heat 5. วงรอบการเป็นสดั ของโคเฉล่ียกีว่ นั ก. 15-17 วัน ข. 20-21 วนั ค. 22-25 วัน ง. 25-30 วนั จ. 35-40 วนั 6.โคทเี่ ริม่ เปน็ สดั จะแสดงอาการอยา่ งไร ก. กระวนกระวาย ข. แยกตัวออกจากฝงู และจะพยายามไปหาฝงู โคอ่ืน ค. ขนึ้ ขตี่ วั อืน่ โคนหางเปียก ง. มกั จะมีน้านมลดหรือเพ่ิม จ. ยืนน่งิ ใหต้ ัวอื่นข้ึนขี่ 10

7. โคทกี่ าลงั เปน็ สัดจะแสดงอาการ ก. ยนื ให้ตัวอ่ืนขึ้นข่ี ข. ร้องมากกวา่ ปกติ ค. โคนหางเปยี ก ง. ม่านตาขยายกวา้ ง จ. กระวนกระวาย 8. โคทหี่ มดสัดจะแสดงอาการอย่างไร ก. ไม่อยากกนิ อาหาร ข. มนี ้าเมอื กใสจากปากชอ่ งคลอด ค. พยายามขึ้นข่ีตวั อืน่ ง. ขนึ้ ขี่ตวั อืน่ จ. มา่ นตาขยายกวา้ ง 9. การตรวจการเป็นสัดเพ่ือดูการเปล่ียนแปลงของอวัยวะสบื พนั ธุ์ภายในถา้ เป็นสดั มดลกู จะมลี ักษณะแข็งตวั ตงั้ ขน้ึ เลก็ น้อย ก. Artificial Insemination ข. Artificial Vagina ค. Artificial gun ง. Rectal examination จ. Rectal Vagina 10. การยอมรบั เพศผู้ของแม่สกุ รกระทาไดโ้ ดยการตรวจสภาวะ ก. ใชม้ อื กดสะโพกหลัง ดนู า้ เมือกท่ีถูกขับออกมา 11

ข. อวัยวะเพศบวมแดง ค. ขนึ้ ข่ีตัวอน่ื ง. ร้องเสียงดัง จ. กระวนกระวาย 12

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง การเป็นสัดและการตรวจสดั 1. ก 5. ข 9. ง 2. ข 6. ข 10. ก 3. ค 7. ก 4. ค 8. ข 13

เนือ้ หา 1 บทเรียนโมดลู ชดุ ที่ 5 การเป็นสดั และการตรวจสัด 1 การเป็นสัด การเปน็ สัดจะเกดิ ขนึ้ ในขณะกระเปาะไข่เจรญิ เติมโตเตม็ ท่ี และผลิตฮอรโ์ มนเอสโตรเจนออกมามาก ในบางครง้ั ถา้ มีเอสโตรเจนผลติ ออกมาน้อย ถึงแมว้ า่ ไขส่ ุกและตกลงมาแลว้ กต็ าม สตั ว์จะไมแ่ สดงอาการเป็นสัดให้เห็น ลกั ษณะ เชน่ นี้เรยี กว่า การเป็นสัดเงยี บ(Silent heat) ซงึ่ มักพบในโค นอกจากนีใ้ นโคบางตัวทต่ี ั้งทอ้ งแลว้ อาจแสดงอาการเป็น สัดให้เห็น ทัง้ น้เี นือ่ งจากมีการเจรญิ ของกระเปาะไขใ่ หมแ่ ละขบั เอสโตรเจนออกมา ในลักษณะเชน่ นี้เรยี กวา่ การเป็นสดั ไมจ่ รงิ (False heat) ระยะเวลาของการเปน็ สดั (Duration of Estrous)แตกต่างกนั ในสตั ว์แตล่ ะชนิด และแม้แต่ในสัตว์ชนดิ เดียวกัน วงรอบการเป็นสัด การเป็นสดั และการตกไข่ ในโค กระบือ และสุกร ชนิดของสตั ว์ วงรอบเป็นสัด ระยะเวลาเป็นสดั เวลาไขต่ ก โค 20 – 21 วนั 15 – 18 ชวั่ โมง 10 – 17 ชว่ั โมงหลังส้นิ สดุ การเปน็ สัด กระบือ 20 – 21 วัน 24 – 72 ช่วั โมง 4-30 ชว่ั โมงหรอื ประมาณ 18 ชั่วโมง หลังสิ้นสุดการเปน็ สัด สุกร 19 – 23 วนั 40 – 60 ช่ัวโมง 38-42 ชัว่ โมงจากเรม่ิ การเปน็ สดั 2 อาการของการเป็นสัด โคมกั แสดงอาการเป็นสดั เห็นไดช้ ัดเจน วงรอบการเปน็ สัดและระยะเวลาการเป็นสดั ในโคสาวจะสนั้ กว่า ในแม่โค ก่อนโคเรมิ่ แสดงการเปน็ สดั เล็กนอ้ ย(8 ช่วั โมง)จะแสดงอาการใหเ้ ห็นดงั น้ี - สง่ เสยี งร้องมากกวา่ ปกติ - แยกตวั ออกจากฝงู และพยายามจะไปหาโคฝงู อืน่ - พยายามจะขึน้ ขตี่ ัวอื่น - โคนหางเปียก 14

- ปากชอ่ งคลอดบวมเล็กน้อย ช้ืน และแดงเรื่อๆ - ชอบดมบริเวณตะโพกของโคตัวอ่นื - ยังไม่ยอมให้ตัวอนื่ ข้นึ ขี่ - อาจมีน้าเมือกออกจากปากช่องคลอด - ในโครีดนมปริมาณน้านมลด แตบ่ างตวั ปรมิ าณน้านมเพิ่ม - กินอาหารน้อยกวา่ ปกติ - มา่ นตาขยายกว้างกว่าปกติ เม่ือโคกาลังเปน็ สัด (Standing heat) จะแสดงอาการดงั น้ี - ยื่นให้ตวั อนื่ ขน้ึ ข่ี - ขน้ึ ขต่ี วั อนื่ - ร้องบอ่ ยขึ้น - กระวนกระวาย - ไม่กินอาหาร - โครีดนมปรมิ าณนา้ นมลด แต่บางตัวปริมาณน้านมเพ่ิม ในกระบือ การแสดงการเป็นสดั มักจะสงั เกตเหน็ ไดย้ าก จึงนับวา่ เปน็ อปุ สรรคสาคัญอย่างหน่งึ ท่ที าใหก้ าร ผสมเทยี มในกระบือไมป่ ระสบผลสาเร็จเท่าท่ีควร แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามกระบือบางตวั ที่เปน็ สัดอาจแสดงอาการกระวน กระวาย พยายามขึ้นข่ีตัวอื่น หรอื ยอมให้ตัวอน่ื ข้ึนข่ี และมนี ้าเมอื กไหลออกทางช่องคลอด ในโคและกระบือ นอกจากสังเกตการณ์เปน็ สดั ภายนอกแล้ว อาจตรวจการเปน็ สัดโดยวิธีล้วงตรวจทาง ทวารหนัก(Rectal examination)เพ่ือตรวจการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะสืบพนั ธุภ์ ายใน ซ่ึงพบวา่ ในขณะท่เี ปน็ สัด มดลูกมีลักษณะแข็งตัวตัง้ ข้นึ เล็กนอ้ ย เนอื่ งจากกล้ามเนอื้ ของมดลูกหดตัว และเมื่อตรวจดูทรี่ งั ไข่จะพบกระเปาะ ไขส่ กุ ท่ีรังไข่ข้างใดข้างหนง่ึ โดยที่ผนงั กระเปาะไขส่ ุกจะบางโปง่ นูนข้ึนมา เมื่อกดดูจะรสู้ ึกมกี ารกระเพ่ือม ของๆเหลวภายใน สาหรบั สุกร จะแสดงการเป็นสัดชดั เจน และสุกรทต่ี ัง้ ท้องจะไม่แสดงอาการเป็นสัดอีก สุกรมกั แสดง อาการเป็นสัดหลงั ลอดลูกประมาณ 2 วัน แตส่ กุ รไม่มีไขต่ ก และภายหลังหย่านมลูกแลว้ ประมาณ 3-9 วัน สุกรจะ กลับมาเปน็ สดั อีก 15

3 การแบง่ ระยะของวงรอบการเปน็ สัด (Estrous cycle) วงรอบของการเปน็ สัดแบ่งออกได้ 4 ระยะคือ 1. ระยะกอ่ นการเปน็ สดั (Porestrous)เปน็ ระยะท่ีกระเปาะไขเ่ จริญเติบโตเตม็ ท่ี โดยการกระตุ้นของ FSH และบางสว่ นของ LH ที่สรา้ งจากตอ่ มใต้สมองส่วนหนา้ กระเปาะไข่นจ้ี ะผลติ ฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen) ออกมาเพื่อไปกระตนุ้ การเจริญของมดลูก ช่องคลอด และท่อนาไข่โดยมีเลือดมาหล่อเลย้ี ง และผนังช่องคลอดหนา ขนึ้ ระยะน้ีในกระบือ โค และสกุ รใชเ้ วลานานประมาณ 3 วัน 2. ระยะเป็นสัด(Estrous)เป็นระยะทส่ี ัตว์ตวั เมยี แสดงความต้องการทางเพศและยอมให้ตวั ผผู้ สม ใน ระยะน้ี FSH ในกระแสเลือดเร่ิมลดระดับลงพรอ้ มกบั LH เพม่ิ ระดับขนึ้ กระเปาะไขข่ ยายใหญแ่ ละพองข้นึ ไข่ ภายในกระเปาะไขเ่ จรญิ เต็มที่ ระยะเปน็ สัดนี้สว่ นมากจะส้ินสุดลง เมื่อกระเปาะไข่สกุ แตกและไข่ตกออกมา แล้ว ไขท่ ตี่ กมาจะถูกขบั ไปท่อนาไขส่ ่วนบน แตก่ ารตกของไข่ในสัตวบ์ างชนิด เช่น แมว กระตา่ ย มงิ ค์ ไข่จะตกเม่ือสัตว์ ไดร้ ับการผสมพันธจ์ุ ากตวั ผู้เท่านั้น ในระยะน้ี โคใช้เวลานานประมาณ 15-18 ชวั่ โมง ในสกุ ร 2-3 วนั 3. ระยะหลังการเป็นสัด(Metestrous)เปน็ ระยะเวลาหลังไขต่ กและสรา้ ง คอร์พสั ลูเทยี ม(Corpus luteum) เริ่มทาหนา้ ที่สร้างฮอร์โมนโปรเจสเทอโรน(Progesterone)ระยะน้ี Estrogen ในกระแสเลือดลดลงและ Progesterone เพม่ิ มากในกระแสเลือด ซง่ึ จะเปน็ ผลทาให้ผนงั มดลกู หนาข้นึ และมเี ลอื ดมาเลย้ี งมาก นอกจากน้ี Progesterone จะป้องกันไม่ใหก้ ระเปาะไข่ในรังไข่เจริญขึ้นมาอีก ระยะนี้ใช้เวลานานประมาณ 3-4 วัน ในโค และเวลานาน 2-3 วันในสุกร 4. ระยะไม่เป็นสดั (Diestrous)เปน็ ระเวลาที่ยาวนานที่สดุ ของวงรอบการเปน็ สดั ในสัตว์ที่มกี ารเปน็ สัดปี ละหลายครง้ั ระยะนคี้ อรพ์ สั ลูเทียมเจรญิ เต็มท่ี ผนงั มดลูกด้านในแต่ละดา้ นในต่อมตา่ งๆ ท่ีมดลูกหนาและเพม่ิ ขนาดขน้ึ เพื่อเตรียมทส่ี าหรับรองรบั ไข่ทผ่ี สมแลว้ ถ้าไขไ่ ดร้ บั การผสมลักษณะนี้จะคงอยู่ตลอดการตั้งท้อง ถา้ ไข่ ไม่ได้รับการผสม คอร์พัส ลูเทยี ม จะสลายตวั ไป กระเปาะไขใ่ นรงั ไข่ก็จะเรมิ่ เจรญิ ข้นึ มาใหม่ สัตว์กจ็ ะกลบั สู่ ระยะกอ่ นการเป็นสดั อีก ระยะนโ้ี คใช้เวลานานประมาณ 13 วนั สุกรประมาณ 9-13 น 16

กจิ กรรม(ยอ่ ย)ระหวา่ งเนื้อหา ใบกิจกรรม ที่ 1 เรอื่ ง วงรอบการเป็นสัด ช่ือ.............................................................................ระดับ.................เลขที่........................ วงรอบการเป็นสดั ว/ด/ป ชนิดสตั ว์ ช่วงระยะการเปน็ สดั หมายเหตุ 17

เนอื้ หา 2 บทเรยี นโมดลู ชดุ ท่ี 5 การเป็นสดั และการตรวจสัด 4 การตรวจการเป็นสดั (Heat Detection) การตรวจการเปน็ สัดนับว่าเป็นสง่ิ สาคัญอยา่ งหนึง่ ของการผสมเทียม โดยเฉพาะอย่างย่ิงในโค กระบือ ซ่งึ ต้องอาศยั ความรคู้ วามชานาญมาก การสังเกตการณเ์ ป็นสดั ควรกระทาอยา่ งสมา่ เสมออยา่ งน้อยวันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) อยา่ งไรกต็ ามความลม้ เหลวในการสังเกตการณ์เป็นสัดก็เปน็ สาเหตสุ าคญั ทีส่ ุดทท่ี าให้สตั ว์ไม่ไดร้ ับการ ผสมพันธุ์ ซึง่ มักพบประมาณ 25-50 เปอรเ์ ซ็นต์ ด้วยเหตุนี้ได้มีผูพ้ ยายามค้นคดิ ประดิษฐ์วิธกี าร หรอื เคร่ืองมือที่ ใชต้ รวจการเปน็ สดั มีหลายแบบ คือ 1. ชนิ -บอลมารค์ เกอร์ (Chin Ball Marker) เครอ่ื งมอื นเ้ี ริ่มประดษิ ฐข์ ึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ เครื่องมอื มลี ักษณะเหมอื นปลายปากกาลูกล่ืนตดิ อยู่กับสายรัดใต้คางพอ่ พนั ธุ์ ทจ่ี ะใชต้ รวจการเปน็ ตัวตรวจการ เป็นสดั (Gomer) เมื่อพ่อพนั ธจ์ุ ะข้นึ ทับแม่พันธ์ุ พ่อพันธุม์ ักจะใช้หัว หรอื คางถูบริเวณไหล่ หลงั หรอื สะโพกของ แม่พนั ธุ์ กจ็ ะทาใหส้ จี ากปลายปากกาติดกบั บนตัวแม่โค แต่ตวั โคพอ่ พนั ธ์ทุ ีใ่ ชค้ วรป้องกันมิให้ผสมกับตัวเมยี โดย อาจใช้พ่อพนั ธุ์ท่ีตัดท่อนานา้ เช้อื การใชว้ ธิ ีนี้พอ่ พันธ์ุ 1 ตัว อาจใช้เป็นตัวทดสอบการเป็นสดั เพอ่ื คุมฝงู ตวั เมียได้ถงึ 80 ตัว 2. เพน – โอ – บล็อก (Pen – O – Block) เครอื่ งมือนีเ้ ป็นทอ่ พลาสติกท่ีมีเขม็ หรือคานลู า(Cannula) เสยี บ ทะลทุ ั้งสองข้าง แลว้ เอาเครื่องมือนีส้ อดเข้าไปในปลอกหุ้มลึงค์ โดยใช้คานลู าเป็นตัวยดึ การติดเคร่ืองมือน้ีตอ้ งทาด้วย ความชานาญโดยสตั วแพทย์ การตรวจการเปน็ สดั วิธนี ้ี โดยใหพ้ อ่ พนั ธุ์ทับตวั เมยี ตามธรรมชาติ แตป่ ้องกันไม่ให้ลงึ ค์ สัมผัสกบั อวัยวะสบื พันธขุ์ องตัวเมีย 3. เคมา - ฮีท – เมา้ ท์ ดเี ทคเตอร์ (Kama – Heat – Mount Detector) เปน็ เครอื่ งมือที่ประกอบด้วยแผน่ ผา้ ขนาด 2x4 ½ นิว้ และมีแคปซูลพลาสติกสีขาวติดอยภู่ ายในแคปซลู นี้มหี ลอดพลาสติกเลก็ ๆที่มีสีแดงบรรจุอยู่หลอด น้หี ดตัวได้ เพอ่ื ปล่อยสอี อกมาชา้ ๆ เมอ่ื ถูกกด นาแผ่นผา้ นีย้ ึดตดิ สะโพกของแม่โคแตล่ ะตวั การทางานของเครอ่ื งมือน้ี แรงกดจากหน้าอกของโคท่ีขึ้นทบั ถ้าโคกาลงั เปน็ สดั จะยืนใหต้ วั อื่นข้นึ ทับแรงกดจะทาใหส้ ถี กู ปล่อยออกมาจนทาให้ เครื่องมือนี้เปน็ สีแดง เคร่อื งมอื นีใ้ ชไ้ ดผ้ ลดถี งึ 95 เปอร์เซ็นต์ แตอ่ ย่างไรก็ตาม อาจเกิดการผิดพลาดไดถ้ ้าฝูงสัตวม์ ขี นาด ใหญ่ หรืออยู่กนั อยา่ งหนาแน่น เพราะแม่โคทเี่ ป็นสดั จรงิ อาจไมถ่ ูกข้นึ ข่ี หรอื เบยี ดเสียดกันมากจนทาให้เคร่อื งมือถูก ปล่อยสอี อกมา 4. โคตัวผู้ทตี่ ัดทอ่ นานา้ เชื้อ (Vascetomized animals) คือใชพ้ ่อโค กระบือ หรือสุกร ที่ไดต้ ดั ท่อนาน้าเช้ือ ออกแล้วคุมฝงู แลว้ คอยสงั เกตการณข์ ึ้นทับตัวเมียตามธรรมชาติ 18

5 การควบคุมให้เกิดการเป็นสัดพรอ้ มกัน (Estrous Synchronization) เปน็ วิธกี ารจัดการทางการสืบพนั ธ์ุสตั ว์แผนใหมอ่ ย่างหน่ึง เพ่อื ควบคมุ การเป็นสัดและการตกไข่ใหเ้ กิดข้นึ ตามความต้องการ โดยการใหฮ้ อรโ์ มน หรือสารเคมีทมี่ ีตามธรรมชาตหิ รอื สงั เคราะห์ข้ึน สารเหลา่ น้ีอาจใหโ้ ดย การกนิ การฝัง การฉีด หรือผา่ นเข้าในช่องทางเดินสบื พันธข์ุ องสตั วโ์ ดยตรง หลักสาคัญในการควบคุมการเปน็ สัด คอื ทาใหส้ ตั วช์ ะลอการตกไข่ หรือ ชกั นาให้ไข่ตกและชักนาหรอื ชะลอการเส่ือมสลายตัวของ คอร์พสั ลูเทยี ม (Corpus Luteum) อย่างไรกต็ ามเพื่อที่จะทาให้การควบคุมการ เปน็ สดั ได้ประโยชน์เต็มท่ี สารท่ใี ช้ในการควบคมุ การเปน็ สัดนี้จะต้องใชไ้ ด้ผลดี สะดวก ราคาพอสมควร ไม่มี อนั ตรายและให้ผลคุ้มค่า การควบคุมการเปน็ สัดทสี่ ว่ นใหญ่ เพ่ือความสะดวกในการผสมเทยี มและการยา้ ยการฝงั ตัวของลกู อ่อน (Embryo transfer) 6 การตรวจการเป็นสัดในสุกร(Estrous Detection in Swine) การตรวจการเปน็ สัดทแ่ี มน่ ยาเป็นสิง่ จาเป็นอย่างย่ิงต่อการผสมเทียม ผู้เลีย้ งสัตว์จะต้องตรวจการเป็นสดั ของแม่สกุ รพนั ธอ์ุ ยา่ งน้อยวนั ละ 2 ครัง้ ซึ่งไม่ใชเ่ วลาอาหาร หรอื ขณะทีส่ ุกรสนกุ กับการเล่นในฝูง สุกรจะแสดง อาการเป็นสัดสงั เกตได้ประมาณ 4 วันกอ่ นการเป็นสัดหรอื ยอมรบั เพศผู้ ดังต่อไปนี้ - อวัยวะเพศบวมแดง - กระวนกระวายร้องหาตัวผู้ หรือไลก่ ดั สุกรตัวอนื่ - ขึน้ ขีส่ ุกรตัวอ่นื นาสุกรทแี่ สดงอาการเปน็ สดั ใส่กรงไวใ้ กล้กับพ่อพันธุ์ 1. ก่อนการยอมรบั เพศผู้ แม่สุกรจะยืนน่งิ เม่ือเอากดสะโพกจะแสดงอาการหูช้ี และยืน น่งิ มาก 2. ช่วงแรกๆของการยอมรับเพศผู้ จะมนี ้าเมอื กจานวนน้อยและค่อยขา้ งใส ในช่วงต่อมาจะมีน้าเมือก จานวนมากและมีลกั ษณะข้นถกู ขบั ออกมาในบริเวณช่องคลอด 3. แมส่ กุ รจะมอี าการยอมรบั เพศผ้มู ากกว่าสุกรสาว แมส่ กุ รควรไดร้ ับการฉีดนา้ เชื้อผสมเทยี ม 2 ครงั้ ครัง้ แรกเมอื่ 22-26 ช่วั โมง หลงั จากการยอมรบั เพศผู้ และฉดี ครั้งท่ี 2 หลงั 12 ชว่ั โมง หลังครั้งแรก สุกรสาวครง้ั แรก 16-20 ชวั่ โมง และคร้ังที่ 2 หลงั 8 ชั่วโมง 7 การตรวจสภาวะการยอมรบั เพศผู้ (Detecting Sexual Receptivity) - ใชม้ อื กดสะโพกหลงั และพยายามข้ึนนัง่ ค่อมสงั เกตอาการ - ในกรณีที่ไมย่ อมยืนนงิ่ แต่มีอาการอ่นื ให้ใช้พ่อพนั ธ์ุ 19

- เอามอื แหวกตรวจอวยั วะเพศ ดนู า้ เมอื กทถ่ี ูกขับออกมา เมอื่ รูภ้ าวะยอมรับเพศผ้แู ลว้ เกษตรกรจึง คานวณหาระยะเวลาท่จี ะฉดี น้าเช้ือผสมเทียม ในกรณีแม่สุกรหรอื สุกรสาว 20

กิจกรรม(ย่อย)ระหวา่ งเนื้อหา ใบกจิ กรรม ที่ 2 เรอื่ ง อาการเปน็ สัดและการตรวจสดั ชอ่ื .............................................................................ระดับ.................เลขท่.ี ....................... การสังเกตการเปน็ สดั ว/ด/ป ชนิดสตั ว์ อาการเปน็ สดั ทแ่ี สดง หมายเหตุ 21

แบบทดสอบหลังเรียน คาช้ีแจง 1. แบบทดสอบเป็นปรนยั ชนดิ เลอื กตอบ 5 ตวั เลือกจานวน 10 ข้อๆละ 1 คะแนน 2. ใหเ้ ลอื กคาตอบที่ถกู ต้องท่สี ดุ เพียงคาตอบเดียว และทาเครื่องหมายกากบาท (X) ลงใน กระดาษคาตอบ เวลาทใี่ ช้ในการทาแบบทดสอบ 10 นาที 1. ระยะใดของวงรอบการเป็นสัด Corpus Luteum จะสร้างฮอรโ์ มน Progesterone ก. Proestrous ข. Estrous ค. Metestrous ง. Diestrous จ. Estrogen 2. สตั ว์ทม่ี ีการตกไขแ่ ต่ไม่แสดงอาการเป็นสดั ให้เห็นลักษณะอาการเชน่ น้เี รียกว่า ก. Proestrous ข. Estrous ค. Estrogen ง. Silent heat จ. Heat 3. วงรอบการเปน็ สัดของโคเฉล่ยี กว่ี นั ก. 15-17 วนั ข. 20-21 วนั ค. 22-25 วนั 22

ง. 25-30 วัน จ. 35-40 วนั 4.โคที่เร่มิ เปน็ สดั จะแสดงอาการอยา่ งไร ก. กระวนกระวาย ข. แยกตวั ออกจากฝงู และจะพยายามไปหาฝงู โคอ่นื ค. ขน้ึ ขี่ตัวอนื่ โคนหางเปยี ก ง. มักจะมีนา้ นมลดหรอื เพิ่ม จ. ยื่นนง่ิ ให้ตัวอื่นขึน้ ข่ี 5. สัตว์ชนิดใดทีม่ วี งรอบการเปน็ สดั ปีละ 1 ครง้ั ก. มงิ ค์ ข. โค กระบอื ค. สุนขั ง. แมว จ. สตั ว์ปีก 6. ระยะใดของวงรอบการเป็นสัดทก่ี ระเปาะไขส่ กุ เต็มท่ีแตกและไข่ตกออกมาแลว้ ถกู ขับ ออกไปยงั ทอ่ นาไขส่ ่วนบน ก. Proestrous ข. Estrous ค. Metestrous ง. Diestrous จ. Estrogen 23

7. การตรวจสภาวะการยอมรับเพศผูข้ องแมส่ กุ รกระทาได้โดย ก. ใช้มอื กดสะโพกหลัง ดูนา้ เมอื กทีถ่ ูกขบั ออกมา ข. อวัยวะเพศบวมแดง ค. ขึ้นขต่ี วั อนื่ ง. รอ้ งเสยี งดัง จ. กระวนกระวาย 8.โคทก่ี าลงั เปน็ สดั จะแสดงอาการ ก. ยนื ให้ตัวอน่ื ขนึ้ ขี่ ข. รอ้ งมากกว่าปกติ ค. คนหางเปยี ก ง. ม่านตาขยายกวา้ ง จ. กระวนกระวาย 9.โคที่หมดสดั จะแสดงอาการอย่างไร ก. ไมอ่ ยากกนิ อาหาร ข. มนี า้ เมือกใสจากปากช่องคลอด ค. พยายามขึ้นขตี่ วั อื่น ง. ขึน้ ขตี่ ัวอ่นื จ. มา่ นตาขยายกว้าง 10. การตรวจการเปน็ สัดเพ่ือดกู ารเปลย่ี นแปลงของอวยั วะสบื พันธภ์ุ ายในถ้าเป็นสัดมดลูกจะมลี ักษณะแขง็ ตัว ต้ังขึ้นเล็กน้อย ก. Artificial Insemination ค. Artificial gun ข. Artificial Vagina ง. Rectal examination จ. Rectal Vagina 24

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ ง การเป็นสัดและการตรวจสดั 1. ข 5. ก 9. ค 2. ค 6. ข 10. ก 3. ข 7. ก 4. ข 8. ก 25


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook