Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทความปฏิบัติหน้าที่เพียงใดจึงจะถือว่าชอบ...ในฐานะ

บทความปฏิบัติหน้าที่เพียงใดจึงจะถือว่าชอบ...ในฐานะ

Published by สำนักคดี, 2021-02-25 09:00:50

Description: บทความปฏิบัติหน้าที่เพียงใดจึงจะถือว่าชอบ...ในฐานะ

Search

Read the Text Version

บทความ ปฏิบตั ิหน้าที่เพยี งใดจึงจะถือว่าชอบ... ในฐานะเป็ นผูป้ ระกอบวิชาชีพที่ต้องมมี าตรฐานสงู

ปฏบิ ตั ิหน้าทเี่ พียงใดจึงจะถือว่าชอบ...ในฐานะ เป็นผูป้ ระกอบวชิ าชีพทต่ี ้องมีมาตรฐานสูง ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ข อ ง ข้ า ร า ช ก า ร โ ด ย ห ลั ก ต้ อ ง ป ฏิ บั ติ ต า ม ค า สั่ ง ข อ ง ผู้ บั ง คั บ บั ญ ช า แตถ่ า้ ผู้ใต้บังคับบญั ชาเห็นว่า หากมกี ารปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรืออาจ ไ ม่ เ ป็ น ก า ร รั ก ษ า ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง ท า ง ร า ช ก า ร ก็ ส า ม า ร ถ เ ส น อ ค ว า ม เ ห็ น ทั ก ท้ ว ง เ ป็ น ห นั ง สื อ เ ส น อ ต่ อ ผู้บังคับบัญชาได้ในทันทีท่ีได้รับคาส่ัง เพ่ือให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคาส่ังน้ันอี กคร้ังหน่ึง หากว่า ผบู้ ังคบั บญั ชายังคงยนื ยันให้ปฏบิ ตั ิตามคาสัง่ เดิมอยู่ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชากต็ อ้ งปฏบิ ัตติ ามคาสงั่ ดงั กล่าวนัน้ ในกรณที ีผ่ ใู้ ต้บังคับบัญชาได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่ใดหน้าท่ีหนึ่ง ผลจากการท่ีได้รับมอบหมายก็คือผู้ใต้บังคับบัญชาจะเกิดความรับผิดชอบในหน้าที่ต่องานน้ัน ๆ ซ่ึง ข้าราชการ ท่ีดีควรต้องดูแลเอาใจใส่ ติดตามความคืบหน้าของงาน และปฏิบัติหน้าที่การงานให้ตลอดจน กระท่ังเสร็จส้ินกระบวนการข้ันตอน อีกท้ังยังต้องมีความรับผิดชอบในระดับมาตรฐานตามตาแหน่งที่ตน ดารงอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีท่ีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้มีวิชาชีพ กล่าวคือ เป็นผู้ปฏิบัติงานใน ลักษณะงานท่ีต้องมีองค์ความรู้เฉพาะ ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องเข้ารับการศึกษา ฝึกอบรมให้มีความรู้ใน ศาสตร์เฉพาะของวิชาชีพน้ัน ๆ มีความเป็นอิสระในการประกอบวิชาชีพท่ีมีมาตรฐานการปฏิบัติเป็นการ เฉพาะ มีการข้ึนทะเบียนเพื่อขออนุญาตประกอบวิชาชีพ ตัวอย่างของอาชีพท่ีเป็นวิชาชีพหรือเป็นผู้ ประกอบวิชาชีพ เช่น แพทย์ นักบัญชี นักกฎหมาย ผู้พิพากษา อัยการ ฯลฯ เป็นต้น ซ่ึงความรับผิดชอบใน การปฏิบัติงานในลักษณะวิชาชีพน้ี ต้องใช้ความระมัดระวัง ความละเอียดรอบคอบท่ีมากกว่าผู้ปฏิบัติงาน ท่ัวๆ ไป มิเช่นนั้นแล้วจะถือได้ว่าขาดความเอาใจใส่ ขาดความระมัดระวัง และหากผู้ปฏิบัติงานเป็น เจ้าหน้าที่ พนักงานของรัฐ หรือข้าราชการ ก็อาจจะเป็นการไม่รักษาผลประโยชน์ของหน่วยงานรัฐ และ เป็นเหตุบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ซ่ึงอาจเป็นความผิดวินัยอย่าง ไม่ร้ายแรงหรืออย่างร้ายแรง ผู้บังคับบัญชามีอานาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน แล้วแต่กรณี บทความนจี้ ะขอยกคดตี วั อยา่ งซึง่ เป็นคดีที่เกยี่ วกับการบริหารงานบุคคล กรณีท่ีเจ้าหน้าท่ี หรือข้าราชการในสังกัดปฏิบัติหน้าท่ีตามท่ีได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา โดยมีประเด็นพิจารณาว่า การกระทาของเจ้าหน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในหน้าท่ี ต้องใช้ระดับความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีท่ี ได้รับมอบหมาย มากน้อยเพียงใด และความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีมีอยู่จนถึงเม่ือใด ตลอดจนการกระทา ลักษณะใดทถี่ อื วา่ เป็นหรือไมเ่ ปน็ การรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี เร่ืองมีอยู่ว่า ณ หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคแห่งหน่ึง นาย อ. และนาย ธ. ได้รับ มอบหมายจากนาง ผ. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในส่วนภูมิภาค ให้ตรวจสอบการจัดซ้ือจัดจ้างโครงการ กอ่ สรา้ งแห่งหนึง่ นาย อ .ตรวจสอบแลว้ พบวา่ ไม่มีการจัดส่งประกาศประกวดราคาจ้างโครงการและมีการ ปกปิดข่าวสารการประกวดราคา นาง ผ.จึงสั่งการให้นาย อ. และนาย ธ. เขียนรายงานเป็น ๒ ฉบับ คือ ฉบับท่ี ๑ กรณีพฤติกรรมปกปิดข่าวสารการประกวดราคา ฉบับท่ี ๒ กรณีตรวจสอบการจัดซ้ือจัดจ้าง

โครงการก่อสร้าง เพ่ือที่จะนาเสนอรายงานท้ังสองฉบับให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดดาเนินการตามหน้าท่ีต่อไป แต่นาย ธ. ไม่ยอมปฏิบัติตามท่ีนาง ผ. สั่งการ โดยอ้างว่าตนเองมีความขัดแย้งกันส่วนตัวกับนาย อ. นาย อ. จึงไดท้ ารายงานทงั้ สองฉบบั ด้วยตนเองและเสนอตอ่ นาย ศ. ซ่ึงเป็นหัวหน้าชุดตรวจสอบ นาย ศ.ได้ผ่าน เรื่องตามลาดับชั้นไปยังนาง ก. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับต้น โดยรายงานฉบับท่ี ๒ กรณีรายงานผลการ ตรวจสอบโครงการนี้ ได้มกี ารแจง้ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดาเนินการตามข้อเสนอแนะ เมื่อหน่วยงาน เจา้ ของโครงการไดด้ าเนนิ การแล้ว นาย ศ. จึงเสนอความเห็นยุติเร่ือง ซึ่งนาง ผ. เห็นชอบด้วย ต่อมาเม่ือมีการ หนว่ ยงาน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบเร่ืองดังกล่าว ปรากฏว่า รายงานฉบับที่ ๑ กรณีการปกปิดข่าวสารการประกวด ราคา นัน้ เกบ็ รวบรวมอยใู่ นแฟม้ เดียวกันกบั รายงานฉบบั ท่ี ๒ กรณกี ารตรวจสอบการจัดซ้ือจัดจ้างโครงการ ก่อสรา้ ง ซง่ึ รายงานฉบับที่ ๒ น้ี ได้มีการยุติเรื่องไปแล้ว นาง ผ. ซ่ึงเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในส่วนภูมิภาค จึงมีคาส่ังแต่งต้ังคณะกรรมการสอบสวน เพื่อสอบสวนนาย อ.ซ่ึงถูกกล่าวหาว่า ไม่ได้ทารายงานกรณีปกปิด ข่าวสารการประกวดราคา คณะกรรมการสอบสวนมีมติเอกฉันท์ให้ลงโทษภาคทัณฑ์ แต่เน่ืองจากนาย อ. ไม่เคย กระทาความผิดหรือเคยถูกลงโทษทางวินัยมาก่อน จึงเห็นควรให้งดโทษทางวินัยโดยว่ากล่าวตักเตือนเป็น หนังสือซึ่งได้มีการทาบันทึกว่ากล่าวตักเตือน หลังจากนั้น นาง ผ. จึงได้เสนอผลการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ให้ผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไปท่ีอยู่ในหน่วยงานส่วนกลางทราบและพิจารณาต่อไป ซึ่งผู้บังคับบัญชา สูงสุด ของหน่วยงานมีความเห็นแย้งกับคณะกรรมการสอบสวน โดยพิจารณาให้ลงโทษภาคทัณฑ์นาย อ. นาง ผ.จึงมีคาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษร ซ่ึงนาย อ. ก็ลงลายมือชื่อรับทราบคาส่ังแล้ว ต่อมานาย อ. อุทธรณ์คาส่ังลงโทษภาคทัณฑ์ดังกล่าวต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการ โดยขอให้เพิกถอน คาส่ังดังกลา่ ว แตค่ ณะอนกุ รรมการ ฯ ยกอทุ ธรณ์ของนาย อ. นาย อ. จึงนาเร่ืองดังกล่าวยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลปกครองช้ันต้น โดยขอให้ศาลเพิกถอน คาส่ังลงโทษภาคทัณฑ์ของนาง ผ. เพิกถอนมติที่ประชุมของคณะอนุกรรมการ ฯ ในส่วนที่มีมติยกอุทธรณ์ของ ตนและให้หน่วยงานชดใช้ค่าเสียหายต่อช่ือเสียงเกียรติคุณให้แก่ตนพร้อมดอกเบี้ย ศาลปกครองชั้นต้น พิพากษาเพกิ ถอนคาสงั่ ของลงโทษภาคทณั ฑ์ของนาง ผ. เพกิ ถอนมติท่ีประชุมของคณะอนุกรรมการ ฯ ที่ให้ ยกอุทธรณ์ของนาย อ. โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่มีคาสั่งและมติดังกล่าว ส่วนคาขออื่นให้ยก นาง ผ. และคณะอนกุ รรมการ ฯ รวมทัง้ หนว่ ยงานตน้ สงั กดั ไดอ้ ทุ ธรณ์คาพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยในประเด็น “นาย อ. มีพฤติการณ์กระทาผิดวินัยอย่างไม่ ร้ายแรงตามท่ีถูกกล่าวหาหรือไม่” โดยวินิจฉัยว่า หลังจากที่นาย อ. ได้เสนอรายงานฉบับท่ี ๑ กรณี พฤติกรรมปกปิดขา่ วสารการประกวดราคาแล้ว นาย อ. ไม่ติดตามความคืบหน้าตามที่ได้รับมอบหมาย หากนาย อ. มีความรับผิดชอบเอาใจใส่ติดตามอย่างเพียงพอก็จะทราบโดยทันทีว่ารายงานฉบับดังกล่าวยังไม่มีการ จัดทาเป็นรายงานและหนังสือแจ้งหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องฉบับสมบูรณ์ เนื่องจากงานบริหารงานท่ัวไปยังไม่มี การส่งสาเนาคู่ฉบับไปให้ นาย อ.เก็บเข้าแฟ้มอันเป็นขั้นตอนตามปกติที่ถือปฏิบัติ การที่นาย อ. ไม่ได้ ติดตามความคืบหน้าตามท่ีได้รับมอบหมายจนเป็นเหตุให้ไม่มีการจัดทารายงานฉบับสมบูรณ์ ท้ังที่การ ติดตามงานที่ตนได้รับมอบหมายให้ดาเนินการว่าไปถึงข้ันตอนใด มีปัญหาอุปสรรคหรือไม่ มีการเสนอเรื่อง

ให้ผู้บังคับบัญชารับทราบหรือพิจารณาสั่งการแล้วเสร็จหรือไม่ อันเป็นความรับผิดชอบข้ันพื้นฐานของ ผปู้ ฏบิ ตั ิงานทั่ว ๆ ไปพงึ ปฏิบตั ิไมจ่ าเป็นตอ้ งเปน็ ผมู้ วี ิชาชพี หรอื ประกอบวิชาชพี ทีอ่ าจต้องมมี าตรฐานในการ ประกอบวิชาชีพสูงกว่าเจ้าหน้าท่ีหรือพนักงานทั่วไป การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีในฐานะผู้ประกอบ วชิ าชพี ทไ่ี มไ่ ด้ปฏิบัติหนา้ ท่ใี นการตดิ ตามงานที่ไดร้ บั มอบหมายซง่ึ เป็นส่ิงท่ีเจ้าหน้าที่ทั่วๆ ไป พึงกระทาทั้งที่ ตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ต้องมีมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพท่ีสูงกว่า ถือเป็นเหตุบกพร่องในการ ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยขาดความเอาใจใส่ไม่ ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการอันเป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๘๔ และมาตรา ๙๑ ซ่ึงผู้บังคับบัญชามีอานาจท่ีจะสั่ง ลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิดก็ได้ตามนัย มาตรา ๑๐๓ วรรค ๑ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษากลับคาพิพากษาของ ศาลปกครองช้ันตน้ เป็นยกฟ้อง จากคดีดังกล่าวข้างต้น เป็นกรณีท่ีเจ้าหน้าท่ีได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้กระทา การเขียนรายงานการตรวจสอบกรณีเดียวกันซ่ึงมีประเด็นการพิจารณา ๒ ประเด็น โดยผู้บังคับบัญชาสั่ง การให้เขียนแยกประเด็น กล่าวคือ ให้ทารายงานเป็น ๒ ฉบับ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากเสนอ รายงานแล้วไม่มีการติดตามเรื่องดังกล่าวน้ัน จึงเป็นกรณีที่ไม่มีการติดตามความคืบหน้าตามที่ได้รับ มอบหมาย หากมีความรบั ผดิ ชอบเอาใจใส่ติดตามอย่างเพียงพอก็จะทราบโดยทันทีว่ารายงานฉบับดังกล่าว ยงั ไม่มกี ารจดั ทาใหแ้ ล้วเสรจ็ ตามกระบวนการขั้นตอน ถือเป็นเหตุบกพร่องในการปฏิบัติหน้าท่ีตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการจึงเป็นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยขาดความเอาใจใส่ไม่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของ ทางราชการอนั เปน็ ความผดิ วนิ ัยอย่างไมร่ ้ายแรง ดังนี้ จะเห็นได้ว่า การได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานตรวจสอบ ตามที่ได้รับมอบหมายก่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้น ๆ และต้องกระทาไป ตลอดจนเสร็จส้ินกระบวนการข้ันตอนของงานในลักษณะน้ัน ๆ โดยควรต้องเอาใจใส่ในการงาน ติดตาม ความคืบหน้าว่า งานนั้นอยู่ในขั้นตอนใดของกระบวนการ และต้องรับผิดชอบในระดับที่เหมาะสมกับ ตาแหน่งท่ีดารงอยู่ โดยเฉพาะผู้มีหน้าที่ตรวจสอบถือว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้มีวิชาชีพท่ีต้องมี มาตรฐานในการประกอบวิชาชีพสูงกว่าเจ้าหน้าท่ีหรือพนักงานทั่วไป หมายความว่า ต้องใช้ความระมัดระวัง ความละเอียดรอบคอบให้มากกว่าผู้ปฏิบัติงานทั่วๆ ไป มิเช่นน้ันแล้วจะถือได้ว่าเป็นการขาดความเอาใจใส่ ไม่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันถือว่าเป็นเหตุบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการ ซ่ึงจะเป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพล เรือน พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๘๔ และมาตรา ๙๑ และผบู้ ังคบั บญั ชามีอานาจท่ีจะส่ังลงโทษภาคทัณฑ์ตัดเงินเดือน หรือลดขนั้ เงนิ เดอื นตามความเหมาะสมตามนยั มาตรา ๑๐๓ วรรค ๑ แหง่ พระราชบัญญตั ิเดียวกัน กลมุ่ งานวเิ คราะหก์ ฎหมาย สานกั คดี