Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พุทธศาสนากับการแก้ปัญหาตัวตน

พุทธศาสนากับการแก้ปัญหาตัวตน

Published by Bunchana Lomsiriudom, 2020-09-03 10:41:33

Description: พุทธศาสนากับการแก้ปัญหาตัวตน

Keywords: ศาสนา,พุทธ,การแก้ปัญหา

Search

Read the Text Version

แต่พอผ่านไปสองสามเดือนก็รู้สึกเฉยๆ  และต่อมาก็เบ่ือ  ท�ำ อย่างไรจึงจะมีความสุขอีก  ก็ต้องไปซื้อคู่ใหม่  ได้มาก็มีความสุข แตแ่ ลว้ กเ็ บือ่ อีก ต้องซอื้ ใหม่ เปน็ เชน่ น้ไี ม่หยุดหยอ่ น ท�ำไมบางคนมีรถซูเปอร์คาร์ราคาย่ีสิบล้านถึงสิบห้าคัน ก็เพราะแต่ละคันให้ความสุขแก่เขาช่ัวคราวเท่านั้น  ตอนที่ซ้ือมา คันแรก  ก็มีความสุขดี  แต่พอใช้ไปส่ีห้าเดือน  ความสุขก็จืดจาง ท�ำอย่างไรถึงจะมีความสุขอีก  ก็ต้องซื้อคันที่สอง  มีความสุข สักพัก  สี่ห้าเดือนก็เบื่อ  ความสุขจืดจาง  จึงซื้อคันใหม่  จนมีถึง สบิ คนั แลว้  กย็ งั อยากไดค้ นั ทส่ี บิ เอด็ อกี  แตเ่ ดาไดเ้ ลยวา่  ไมน่ าน 50 กอ็ ยากไดค้ นั ทส่ี บิ สอง และเมอ่ื ไดม้ าแลว้  กย็ งั รสู้ กึ ไมเ่ ตม็ อม่ิ หรอื ไม่รู้สึกพอเสียที  ท�ำไมถึงเป็นเช่นนั้น  ก็เพราะความสุขที่ได้จาก รถนน้ั  จืดจางเรว็  เรยี กว่า “สขุ ชั่วคราว” แต่นอกจากสุขชั่วคราวแล้ว  มันยังเจือไปด้วยทุกข์  ทุกข์ เพราะตอ้ งรกั ษา เวลาขบั รถราคายส่ี บิ ลา้ น กไ็ มก่ ลา้ จอดรมิ ถนน เพราะกลัวโดนขูดโดนขีด  แม้จอดที่บ้านก็ยังรู้สึกกังวล  กลัวหนู จะเข้าไปกัดสายไฟหรือท�ำให้รถเสีย  ต้องสร้างอู่เฉพาะให้มัน บางอู่ถึงกับติดกระจกทั้งสี่ด้าน  และติดแอร์ด้วยเพ่ือกันหนู  ยัง ไม่ต้องพูดถึงการดูแลมันให้มีสภาพดีและใหม่เสมอ  คนโบราณ เขาบอกว่า  “มีทองเท่าหนวดกุ้ง  นอนสะดุ้งจนเรือนไหว”  ค�ำ พงั เพยนส้ี ะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่  การมวี ตั ถทุ มี่ คี า่ มรี าคานน้ั  สรา้ งภาระ ใหแ้ กเ่ รา นคี่ ือความทกุ ข์อย่างหน่งึ พทุ ธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล มีเร่ืองเล่าว่ามีชายคนหนึ่งไปกราบหลวงปู่ดู่  เขาบอก หลวงปวู่ า่ เขาเพงิ่ ไปเชา่ พระอปุ คตุ มา หลวงปกู่ ถ็ ามวา่ เชา่ มาทำ� ไม เขาก็ตอบว่าจะได้รวยไงครับหลวงปู่  หลวงปู่จึงเปรยขึ้นมาเบาๆ ว่า  “รวยกับซวย  มันใกล้ๆ  กันนะ”  เขาสงสัย  ถามหลวงปู่ว่า หมายความว่าอย่างไร  หลวงปู่ตอบว่า  “มันออกเสียงคล้ายกัน”  เสร็จแล้วท่านก็อธิบายว่า  “จะเอารวยน่ะ  จะหามายังไงก็ทุกข์ จะรักษามันก็ทุกข์  หมดไปก็ทุกข์อีก  กลัวคนจะจ้ีจะปล้น  ไปคิด ดเู ถิด มันไม่จบหรอก มีแต่เร่ืองยุ่ง เอาด ี ดกี ว่า” พระพุทธเจ้าเปรียบสุขจากวัตถุหรือกามสุขว่าเหมือนกับ แสงสวา่ งทเ่ี กดิ จากคบไฟทท่ี ำ� ดว้ ยหญา้ แหง้  มนั ใหแ้ สงสวา่ งกจ็ รงิ 51 แตเ่ ปน็ แสงสวา่ งทไี่ มน่ วล แถมยงั มคี วนั ทที่ �ำใหร้ ะคายเคอื ง แสง สวา่ งทเ่ี กดิ จากไฟ กค็ อื ความสขุ จากวตั ถ ุ สว่ นความระคายเคอื ง ทเ่ี กดิ จากควนั  กค็ อื โทษทเี่ กดิ จากกามสขุ  เชน่  ภาระทต่ี อ้ งดแู ล ความโกรธแค้นเม่ือมีคนมาลักขโมย  รวมท้ังความเสียใจเม่ือ สูญเสียมันไป  จึงกล่าวได้ว่า  ความสุขจากบริโภคนิยม  เป็นสุข ชั่วคราว แตท่ กุ ขย์ าวนาน เคยมีการสอบถามคนนับพันที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ในอเมรกิ า ทง้ั สลากกนิ รวบ ทงั้ สลากกนิ แบง่  เกา้ สบิ เปอรเ์ ซน็ ต์ พดู ตรงกนั เลยวา่  ความสขุ ของเขาลดนอ้ ยลงหลงั จากผา่ นไปแลว้ หกเดอื น ตอนทถ่ี กู ลอ็ ตเตอรใ่ี หมๆ่  ทกุ คนมคี วามสขุ มาก แตพ่ อ ผ่านไปหกเดือน  กลับสุขน้อยลง  น้อยกว่าตอนท่ียังไม่ถูกด้วยซำ้�

อนั นี้มีเหตุผลหลายประการ อาตมาจะไมพ่ รรณนามาก  นอกจากสขุ ชวั่ คราว ทกุ ขย์ าวนานแลว้  บรโิ ภคนยิ มยงั ไมไ่ ด้  แกป้ ญั หาตวั ตนหรอื แกค้ วามรสู้ กึ พรอ่ งอยา่ งแทจ้ รงิ  เพราะไมว่ า่ จะแสวงหาวตั ถมุ าเตมิ เตม็ เทา่ ไหร ่ กไ็ มเ่ คยรสู้ กึ เตม็ อมิ่ สกั ท ี เกดิ ความรู้สึกพร่อง  อยากได้  ไม่รู้จักพอเสมอ  ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ที่จริงไม่ใช่แต่คนอเมริกัน  คนชาติอื่นก็เช่นกัน  ถ้าถามว่า  อะไร ท�ำให้คนมีความสุขเพ่ิมขึ้น  ทุกคนจะตอบว่า  ถ้ามีเงินมากกว่านี้ ฉันก็จะมีความสุขเพิ่มขึ้น  แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดว่า  ทุกวันนี้เขามี เงนิ มากกวา่ เมอื่ สบิ ปกี อ่ น แตถ่ ามวา่  เขามคี วามสขุ มากกวา่ สบิ ปี 52 กอ่ นไหม หลายคนพบวา่  ตนไมไ่ ดม้ คี วามสขุ เพม่ิ ขนึ้ เลย ทงั้ ๆ ทม่ี ี เงินมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัวด้วยซ้�ำ  แม้กระน้ัน  เขาก็ยังมี ความหวังว่า  ถ้ามีมาก  จะสุขมาก  นี่เป็นความฝันลมๆ  แล้งๆ  เพราะไมว่ า่ มมี ากเทา่ ไหร ่ เขากไ็ มไ่ ดร้ สู้ กึ วา่ มคี วามสขุ เพมิ่ ขนึ้ เลย หลายคนรู้สึกพร่อง  เพราะว่าไม่ว่าจะหามามากเท่าไหร่ ไดม้ าเทา่ ไหร ่ กย็ งั ไมร่ จู้ กั พอ มรี องเทา้ สองรอ้ ยคแู่ ลว้  กย็ งั อยาก จะไดค้ ทู่ ส่ี องรอ้ ยเอด็  มรี ถ Lamborghini สบิ คนั แลว้  กย็ งั อยาก จะไดค้ นั ทสี่ บิ เอด็  แลว้ พอไดค้ นั ทส่ี บิ เอด็ แลว้  กค็ งอยากจะไดค้ นั ที่ สิบสอง  จนกว่าจะได้เห็นสัจธรรมว่า  วัตถุสิ่งเสพไม่ใช่ค�ำตอบ แหง่ ความสขุ อยา่ งแทจ้ รงิ  ในแงน่  ้ี ศาสนาบรโิ ภคนยิ มไมส่ ามารถ  ตอบสนอง หรือเติมเต็มความรูส้ ึกพร่องได้ นอกจากรูส้ ึกพรอ่ ง  ความสุขแล้ว ยงั ร้สู กึ วา่ ชวี ติ นี้ไร้คุณค่า ไรค้ วามหมายดว้ ยซ้�ำ พทุ ธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล อาตมาได้ดูคลิปวีดีโอท่ีแพร่หลายเมื่อสักสามส่ีปีก่อน ผหู้ ญงิ คนหนง่ึ  หนา้ ตาสวย รำ�่ รวย แตส่ หี นา้ หมน่ หมอง เธอมาหา จติ แพทย์ บอกว่าชวี ิตเธอไมม่ คี วามสุขเลย รู้สึกว่าชีวิตว่างเปลา่ ไร้ความหมาย  ไม่รู้จะอยู่ไปท�ำไม  จนมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย แทนทจี่ ติ แพทยจ์ ะใหย้ า กลบั บอกเธอวา่  อยากจะใหฟ้ งั เรอ่ื งราว ของผู้หญิงคนหน่ึง  คุณสนใจไหม  เธอบอกว่าเธอสนใจ  หมอจึง เรยี กคุณปา้ คนหนงึ่ ซึง่ เป็นพนกั งานทำ� ความสะอาดเข้ามา คุณป้าก�ำลังท�ำความสะอาดอยู่  เธอก็วางไม้กวาด  แล้วก็ มาเลา่ เรอื่ งของเธอใหห้ ญงิ คนนฟี้ งั  คณุ ปา้ เลา่ วา่  เมอ่ื ปที แี่ ลว้ เธอ สูญเสียสาม ี เพราะวา่ สามเี ป็นโรคมาลาเรยี  หลงั จากนนั้ ไมน่ าน 53 เธอกส็ ญู เสยี ลกู ชายคนเดยี ว เพราะอบุ ตั เิ หตรุ ถยนต ์ เธอเศรา้ โศก เสยี ใจมาก กนิ ไมไ่ ดน้ อนไมห่ ลบั  ไมส่ ามารถยมิ้ ไดอ้ กี ตอ่ ไป เพราะ รู้สึกว่า  ชีวิตน้ีเธอไม่เหลืออะไรแล้ว  จนกระทั่งมีความคิดอยาก ฆา่ ตวั ตาย แตว่ นั หนง่ึ ขณะทเ่ี ดนิ กลบั บา้ น มลี กู แมวผอมโซตวั หนง่ึ วิ่งตามเธอมาจนถึงบ้าน  เธอสงสารแมว  เพราะข้างนอกอากาศ หนาว จงึ อมุ้ แมวเขา้ มาในบา้ น เนอื่ งจากมนั หวิ โซ เธอจงึ เอานม ใหม้ นั กนิ  มนั เลยี นมจนหมดจาน มนั มคี วามสขุ มาก จงึ มานวั เนยี พันแข้งพันขาเธอ เธอเห็นแล้วก็อดย้ิมไม่ได้ แล้วเธอก็ฉุกคิดข้ึน มาว่า  “เอ๊ะ  ฉันไม่ได้ย้ิมอย่างน้ีมานานแล้ว  จ�ำไม่ได้ว่ายิ้มคร้ัง  สดุ ทา้ ยเมอ่ื ไร” เธอจงึ ไดค้ ดิ วา่  “ถา้ การชว่ ยแมวตวั นท้ี ำ� ใหฉ้ นั ยม้ิ   ได้ การช่วยให้คนอื่นมีความสุข ก็น่าจะทำ� ให้ฉันมีความสุขด้วย  เหมอื นกนั ”

วนั รงุ่ ขนึ้ เธอจงึ อบขนมปงั  แลว้ เอาไปเยย่ี มเพอ่ื นบา้ นทป่ี ว่ ย ตดิ เตยี ง เพอ่ื นบา้ นดใี จมาก เธอเหน็ เขายมิ้  เธอกพ็ ลอยมคี วามสขุ ดว้ ย เธอจงึ รวู้ า่  ถา้ เรามอบความสขุ ใหก้ บั ผอู้ น่ื  เรากจ็ ะมคี วามสขุ เช่นกัน นับแต่นั้นมา เธอตั้งใจว่า ทุกวันจะทำ� ดีเพ่ือผู้อ่ืน แล้ว เธอก็ท�ำอย่างที่ต้ังใจทุกวัน  หลังจากนั้นเธอก็กินได้นอนหลับ สามารถย้ิมได้ และกลบั มามคี วามสขุ เหมอื นเดิม พอคณุ ปา้ เลา่ เรอ่ื งนเี้ สรจ็  ผหู้ ญงิ คนนนั้ กอ็ ง้ึ เลย เธอบอกวา่ “เธอมที ุกอย่างที่เงนิ ซอื้ ได้ แตส่ งิ่ ทเ่ี งนิ ซื้อไมไ่ ด ้ (ความสขุ ) เธอ ไม่มเี ลย” 54 ผู้หญิงคนหน่ึงมีเงินมากมาย ซื้อทุกอย่างท่ีปรารถนา แต่ ไม่มีความสุข  สุขกายจริงแต่ใจไม่มีความสุข  ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง มเี งนิ ไมม่ าก แตจ่ ติ ใจเธอเปย่ี มไปดว้ ยความสขุ  เพราะเธอไดท้ �ำ สิง่ ทีม่ คี ุณค่า ไดช้ ่วยเหลือผอู้ ่ืน นอกจากสขุ ช่ัวคราว ทุกขย์ าวนานแลว้ บริโภคนิยมยงั ไม่ไดแ้ ก้ปัญหาตัวตน หรือแก้ความร้สู ึกพร่องอยา่ งแทจ้ ริง เพราะไม่วา่ จะแสวงหาวตั ถมุ าเตมิ เต็มเทา่ ไหร่ ก็ไมเ่ คยรู้สกึ เตม็ อ่มิ สกั ที  เกดิ วามรู้สกึ พร่อง อยากได้ ไม่รจู้ กั พอเสมอ พทุ ธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล เรอื่ งนชี้ ใี้ หเ้ หน็ วา่  ถงึ แมเ้ ราจะมเี งนิ ทองมากมาย พรงั่ พรอ้ ม ด้วยวัตถุสิ่งเสพ  แต่ก็ไม่ได้ช่วยลดความพร่องในจิตใจ  ไม่ว่าจะ เปน็ การพรอ่ งความสขุ  หรอื ความรสู้ กึ วา่ ชวี ติ ไรค้ ณุ คา่  ซงึ่ ลว้ นแต่ ทำ� ใหเ้ ปน็ ทกุ ข ์ เพราะรสู้ กึ วา่ ชวี ติ วา่ งเปลา่  โหวงเหวง จติ ใจวา้ วนุ่ ทรพั ยส์ มบตั เิ หลา่ นไ้ี มส่ ามารถตอบโจทยไ์ ด ้ การบรโิ ภคไมส่ ามารถ  ลดหรือบรรเทาความรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจ  ซ่ึงอาตมาเรียกว่า เปน็ ปญั หาตวั ตนของคนจำ� นวนไม่นอ้ ยในปจั จุบนั เรื่องราวของหญิงผู้นี้  ยังชี้ให้เห็นถึงความสุขใจอีกอย่าง ท่ีขาดหายไปจากชีวิตของเธอ  น่ันคือความสงบ  กล่าวได้ว่าสิ่งท่ี รบกวนจิตใจของเธออกี อยา่ งหน่งึ คือ “การพรอ่ งความสงบ” 55 ทุกวันนี้มีคนจ�ำนวนมากที่คิดว่าตัวเองไม่มีความสุขเพราะ ว่ายังมีไม่พอ  เขาจึงพยายามดิ้นรนแสวงหาเพ่ือมีให้มากข้ึน  แต่ ไมว่ า่ ไดม้ าเทา่ ไหร ่ กย็ งั ไมม่ คี วามสขุ เสยี ท ี เขาคดิ วา่ ทเ่ี ปน็ เชน่ นน้ั เพราะยังมีไม่พอ  ต้องไปหามาอีก  แต่ความจริง  ที่เขาเป็นทุกข ์ ไม่ใช่เพราะมีไม่พอ  แต่เพราะสงบไม่พอต่างหาก  นี่คือปัญหา พื้นฐานของคนในยุคปัจจุบัน  ความสงบท่ีว่า  หมายถึงความสงบ  ในจติ ใจ การพรอ่ งความสงบน ี้ ยง่ิ มมี ากเทา่ ไหร ่ กย็ ง่ิ รสู้ กึ ไมม่ น่ั คง จะรสู้ กึ รมุ่ รอ้ น กระสบั กระสาย สว่ นหนงึ่ เกดิ จากความไมแ่ นน่ อน ในอนาคต ความวติ กกงั วลวา่ จะมคี วามผนั ผวนปรวนแปรเกดิ ขน้ึ กับทรัพย์สมบัติของตน  รวมท้ังกลัวว่าจะต้องพลัดพรากสูญเสีย คนรักและของรัก

คนทรี่ วยเพราะหนุ้  อาตมาเชอ่ื วา่ เขาไมไ่ ดม้ คี วามมน่ั ใจ หรอื มีความสุขอย่างแท้จริง  เพราะว่าราคาหุ้นจะตกเม่ือไหร่ก็ไม่รู้ แมจ้ ะเปน็ หนุ้ ชนั้ ดกี ต็ าม ในใจรสู้ กึ หวน่ั ไหวอยลู่ กึ ๆ วา่  ทรพั ยส์ มบตั ิ ทตี่ วั เองมจี ะดอ้ ยคา่ ลง หรอื แปรเปลยี่ นไป ยงั ไมต่ อ้ งพดู ถงึ ความ อยากไดโ้ นน่ ไดน้  ี่ ซง่ึ คอยรบกวนจติ ใจไมห่ ยดุ หยอ่ น ทำ� ใหใ้ จไมส่ งบ เสยี ท ี เหน็ คนอนื่ เขามมี ากมาย กท็ กุ ขใ์ จทตี่ นเองไมม่  ี แมร้ วยแลว้ แตเ่ หน็ คนทร่ี วยกวา่ กท็ กุ ข ์ เพราะรสู้ กึ วา่ ตวั เองยงั รวยไมพ่ อ ความ รสู้ กึ เหลา่ นี้คอยรมุ เร้าจิตใจ ทำ� ใหห้ าความสงบไดย้ าก ทงั้ นท้ี งั้ นนั้  ยงั ไมต่ อ้ งพดู ถงึ ความรสู้ กึ พรอ่ งทล่ี กึ สดุ  นน่ั คอื 56 ความรู้สึกพร่อง  เน่ืองจากสงสัยว่า  “ตัวตน”  หรือ  “ตัวฉัน” มีจริงไหม  ซึ่งแสดงออกในลักษณะของความกระวนกระวาย กระสับกระส่าย  ความรู้สึกคับข้องใจ ในสภาพดังกล่าว ไม่ว่า บรโิ ภคมากมายเพยี งใด มีเงินทองมากแค่ไหน ก็ไม่ได้ลดความ ร้สู กึ พรอ่ งทวี่ า่  ซง่ึ เปน็ ความพรอ่ งในระดบั จติ ไร้สำ� นกึ เลยทเี ดยี ว เพราะทรัพย์สมบัติท่ีมีมากมาย  ไม่สามารถลดความลังเลสงสัย ในความไม่มีตัวตนได้อย่างแท้จริง  เรียกว่าถมเท่าไหร่จิตใจ ก็ไม่รู้สึกเต็ม  เพราะถมผิดท่ี  ไม่ได้ตอบโจทย์ท่ีแท้จริง  หรือ เกาไม่ถูกที่คัน  ดังนั้น  ความรู้สึกคับข้องใจ  กระสับกระส่าย ว่างเปลา่  จงึ ยังรบกวนจติ ใจต่อไป ไม่หยุดหยอ่ น พุทธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

การคน้ พบของพุทธศาสนาที่ส�ำคัญ คอื การค้นพบวา่  “ตัวก”ู  ไมม่ อี ยจู่ ริง ตัวกูหรอื ตวั ตน เปน็ แค่ภาพปรุงแต่ง ท่จี ิตปรุงขนึ้ มาเปน็  “มายา” อะไรท่เี ปน็ มายา อะไรท่ไี มเ่ ปน็ ความจริง ในส่วนลกึ ของจติ ใจ เราทุกคนกย็ อ่ มรู้ แมม้ ีความยดึ มน่ั ถือมนั่ ในตวั ตน



การรับมอื กบั ปญั หาตวั ตน พุทธศาสนามองเรื่องนี้อย่างไร  มีวิธีการอย่างไร  ในการ  รับมอื กบั ปัญหาตัวตนดงั กลา่ ว  ประการแรก  พุทธศาสนามองว่า  “ตัวตนใหม่”  น้ี  ไม่ได้  เกดิ จากการเสพ ไมว่ า่ จะเสพสนิ คา้ หรอื เสพสญั ลกั ษณ์ แตต่ อ้ ง  เกิดจากการสร้าง  เกิดจากการท�ำเอง  เช่น  เป็นคนใหม่ด้วย การท�ำดี  คุณเป็นคนใหม่ได้  ถ้าคุณรักษาศีล  คุณท�ำความดี ช่วยเหลือเก้ือกูลผู้อ่ืน  ตัวตนใหม่เกิดขึ้นได้  ถึงแม้ว่ายังมีรถ คนั เดมิ  บา้ นหลงั เดมิ  เสอ้ื ผา้ ตวั เดมิ  แตค่ วามเปน็ คนใหมเ่ กดิ ขนึ้ ได้  เมื่อใจเราเปล่ียน  ใจเรามีทัศนคติในทางบวก  หรือมีความ เออื้ เฟอ้ื เกอ้ื กลู มากขนึ้  ซงึ่ เกดิ ขน้ึ ไดจ้ ากการใหท้ านเปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ตามมาดว้ ยการรกั ษาศลี  และการฝกึ จติ  ฝึกปัญญา

ในพทุ ธศาสนา วธิ หี นง่ึ ทจ่ี ะท�ำใหค้ นเราเปลยี่ นเปน็ คนใหม่ กค็ อื  การบวช การบวชเปน็ หนทางหนงึ่ ในการเปลยี่ นเปน็ คนใหม่ ก่อนบวชจะมีการโปรยทาน  เป็นสัญลักษณ์ของการสร้างตัวตน ใหม ่ นน่ั คอื  ลด ละ มเี มตตา กรณุ า และเมอื่ บวชแลว้ กเ็ หมอื น เป็นคนใหม่ เร่ิมจากมีชื่อใหม่เรียกว่า  “ฉายา”  เป็นภาษาบาลี  ครอบครวั ก็เปล่ียน พ่อแม่ก็เปลี่ยน อุปัชฌาย์กลายเป็นพ่อแม่ แทน พนี่ อ้ งในครอบครวั กเ็ ปลยี่ นมาเปน็ เพอ่ื น พระอายมุ ากกวา่ เรียกว่า ภนั เต อายนุ อ้ ยกวา่ เรยี กวา่ อาวโุ ส นเ้ี ปน็ วถิ ที างหนง่ึ ใน การเปลยี่ นเปน็ คนใหมท่ พี่ ทุ ธศาสนาหยบิ ยน่ื ให ้ คนทผี่ า่ นการบวช 60 มา จงึ เรยี กวา่ คนสกุ  ไมใ่ ชค่ นดิบอกี ต่อไป แต่ถึงแม้ไม่บวช  เราก็สามารถเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้ด้วย การบำ� เพญ็ ทาน รกั ษาศลี  ธรรมเนยี มการจารกิ แสวงบญุ ไปตาม ที่ตา่ งๆ เป็นอีกวิถีทางหนึ่งในการเปลยี่ นเป็นคนใหม ่ ไมใ่ ชเ่ พียง เพราะไปถึงสถานที่ศักดิส์ ิทธนิ์ ั้น แตเ่ ปน็ เพราะวา่ ในระหว่างทาง ได้รักษาศีล  เจริญสมาธิภาวนา  ท�ำความเพียร  ขัดเกลาตนเอง กลายเป็นคนใหม่ข้ึนมา  สรุปก็คือ  การเป็นคนใหม่  หรือการ มีตัวตนใหม่  เกิดข้ึนได้จากการฝึกฝนตน  เพ่ือสร้างคุณภาพใหม่ ให้กบั จติ ใจ จนมีความมัน่ คงภายในอยา่ งแทจ้ รงิ   การฝึกฝนตนนั้น  เป็นไปเพื่อการละ  ยิ่งละมากเท่าไหร่ จิตก็ย่ิงเปลี่ยนมากเท่านั้น  ไม่ใช่ละทรัพย์สมบัติด้วยการให้ทาน เทา่ นน้ั  ทส่ี ำ� คญั กวา่ นนั้ คอื ละกเิ ลส ละความยดึ ตดิ ถอื มน่ั  ทำ� ให้  พทุ ธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล มีตัวตนใหม่อย่างแท้จริง อย่างน้อยๆ ก็ทำ� ให้เป็นคนใจเย็นมาก ข้ึน มีความเอ้ือเฟื้อ  เป็นอิสระจากวัตถุ  ส่ิงที่เรียกว่า  being  หรือคุณภาพภายใน เปน็ สิง่ สำ� คญั กวา่  having หรือการมี  ขณะทบ่ี รโิ ภคนยิ มบอกวา่  คณุ จะเปน็ คนใหมเ่ มอื่ คณุ  “ม”ี   อย่างนั้นอย่างนี้  จนมีค�ำพูดว่า  “I  shop,  therefore  I  am”  หรอื  “ฉนั ชอป ฉนั จงึ มตี วั ตน” แตพ่ ทุ ธศาสนามองวา่  คณุ จะเปน็ คนใหมเ่ มอื่ คณุ ได ้ “ทำ� ” เชน่  ใหท้ านและขดั เกลาตนเอง เรม่ิ ตน้ ด้วยการขัดเกลา  ทางกาย  วาจา  จนกระทั่งถึงการขัดเกลาจิต และปัญญา  พุทธศาสนามองว่า  ความสุขท่ีแท้  เกิดจากการท�ำ  ไม่ใชเ่ กดิ จากการเสพ 61 ขณะทบ่ี รโิ ภคนยิ มใหส้ ญั ญากบั เราวา่  ถา้ เรามมี าก เราจะ มีความสุขมาก  ดังน้ันจึงต้องเสพเยอะๆ  ไม่ว่าเสพวัตถุ  เสพ บรกิ าร หรอื เสพประสบการณ ์ แตถ่ งึ ทสี่ ดุ แลว้  การเสพเหลา่ นน้ั ไม่ชว่ ยใหเ้ กดิ ความสขุ อยา่ งแท้จรงิ ความสขุ แทจ้ รงิ  เกดิ จากการ “ทำ� ด”ี  ตา่ งหาก ดงั เรอื่ งเลา่ เมื่อสักครู่  ที่เปรียบเทียบระหว่างหญิงสาวท่ีร่�ำรวยกับคุณป้า ทยี่ ากจน คนหนงึ่ รวยทรพั ยแ์ ตไ่ มม่ คี วามสขุ ใจ อกี คนหนงึ่ ยากจน แตม่ คี วามสขุ ใจ แมไ้ มร่ วยทรพั ย ์ แตร่ วยความสขุ  เปน็ ความสขุ ทเ่ี กดิ จากการทำ� ความด ี สว่ นความสขุ ทเี่ กดิ จากการเสพ ความสขุ ท่ีเกิดจากการม ี ไมส่ ามารถให้ความรู้สกึ เต็มอิ่มในจิตใจได้อย่าง

แท้จริง  ไม่สามารถลดความรู้สึกพร่องได้  แต่ความสุขที่เกิดจาก การทำ� ความด ี เออ้ื เฟอ้ื ชว่ ยเหลอื ผอู้ นื่  สามารถชว่ ยเตมิ เตม็ จติ ใจ ได้  อย่างน้อยก็ในระดับหน่ึง  คือท�ำให้จิตใจเปี่ยมสุขและเปี่ยม คุณคา่  ยิง่ ถ้ารูจ้ ัก “การทำ� ” ท่ลี ะเอียดกวา่ นั้น คือการท�ำสมาธ ิ ภาวนา กจ็ ะชว่ ยท�ำให้จิตใจได้รับความสงบ บางครง้ั ทำ� ดแี ลว้  กย็ งั มสี ง่ิ รบกวนจติ ใจ เชน่  ทำ� ดแี ลว้ แต่ ไม่มีคนเห็น  ท�ำดีแล้วแต่คนไม่เข้าใจ  หรือว่าท�ำดีแล้วก็ยังมี ความวติ กกงั วลมารบกวน เชน่  กงั วลเรอ่ื งการงาน หรอื เปน็ ทกุ ข์ ที่ช่วยเขาได้ไม่เต็มที่  แต่ถ้าเรารู้จักท�ำสมาธิภาวนา  ความสงบ 62 ก็เกดิ ขึน้ ในจติ ใจได้ ถา้ หากภาวนาไป จนถงึ ระดบั วปิ สั สนา กจ็ ะเหน็ ชดั เจนวา่  จรงิ ๆ แลว้  มนั ไมม่ ตี วั กตู งั้ แตแ่ รก  เราไมต่ อ้ งวาง “ตวั ก”ู  หรอก เพราะมนั ไม่มีตัวกูต้ังแต่แรก พุทธศาสนามองว่า  ความสุขไม่ได้เกิดจากการมี  แต่เกิด  จากการละ  เกิดจากการวาง  แทนท่ีจะมีให้มากๆ  เราควรรู้จัก ปลอ่ ยวางใหม้ าก การใหท้ าน เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ในการปลอ่ ยวาง ไมใ่ ช่ แค่สละสิ่งของเท่านั้น  แต่ยังช่วยสละความยึดม่ันถือมั่นในสิ่งที่ พุทธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล เรายึดว่าเป็น  “ของกู”  ถ้าเราให้ทานเป็น  ความยึดมั่นถือมั่นใน “ของก”ู  กจ็ ะนอ้ ยลง และความยดึ มน่ั ถอื มน่ั ใน “ตวั ก”ู  กจ็ ะลดลง ตามไปด้วย  ที่ส�ำคัญก็คือ  นอกจากการลดความกังวล  ความ เครียด  ด้วยการปล่อยวาง  ไม่ยึดติดถือมั่นแล้ว  พุทธศาสนายัง ช่วยให้เราลดความรู้สึกพร่องได้อย่างแท้จริง  โดยการช้ีให้เห็น ความจรงิ วา่  ไมม่  ี “ตวั ก”ู  อยเู่ ลย “ตวั ก”ู  เปน็ แคส่ ง่ิ ทจี่ ติ ปรงุ แตง่ หรือทึกทักวา่ มีจรงิ  มันเปน็ เพียงมายา ศาสนาอ่ืนแก้ปัญหาตัวตนด้วยวิธีต่างๆ  เช่น  การท�ำให้ ตัวตนของแต่ละคน  ถูกกลืนเข้าไปรวมกับตัวตนท่ีใหญ่กว่า  เช่น อาตมัน หรือพระเจ้า ท�ำให้จิตใจรู้สึกม่ันคง ไม่ว่างเปล่า บาง 63 ศาสนาท�ำให้รู้สึกว่าแม้ตายไปแล้ว  ตัวตนก็ยังมีความสืบเนื่อง ตัวตนไม่ได้ดับสูญ  เช่น  มีสวรรค์  มีชาติหน้ารองรับการสืบต่อ ของตวั ตน ชาตนิ ตี้ ายแตก่ าย แตต่ วั ตนยงั สบื เนอื่ งตอ่ ไปในชาตหิ นา้ แนวคดิ ดงั กลา่ ว นอกจากชว่ ยแกป้ ญั หาตวั ตนของผคู้ น ท�ำใหอ้ ยู่ อยา่ งไมท่ กุ ขใ์ จ ไมก่ ระสบั กระสา่ ยแลว้  ยงั ท�ำใหก้ ลวั ตายนอ้ ยลง ทีนี้อาจมีคนสงสัยว่า  ในสังคมหรือวัฒนธรรมที่ไม่เช่ือว่า มีพระเจ้า  สวรรค์  หรือชาติหน้า  เพราะเส่ือมศรัทธาในศาสนา เขาแก้ปัญหาน้ีอย่างไร  ค�ำตอบก็คือ  เอาสิ่งอื่นมาแทน  เช่น ประเทศชาต ิ หลายคนรสู้ กึ อบอนุ่ ใจ เมอ่ื มปี ระเทศชาตเิ ปน็ ทยี่ ดึ เหนยี่ ว การทำ� ใหแ้ ตล่ ะคนรสู้ กึ วา่  ตวั ตนของตนถกู กลนื หาย หรอื เข้าไปรวมกับสิ่งที่ใหญ่กว่า  เช่น  ประเทศชาติ  ช่วยลดปัญหา

ตัวตนได้ในระดับหนึ่ง  ท�ำให้คนรู้สึกอบอุ่นมั่นคง  แต่น่ันไม่ใช่วิธี การแกป้ ญั หาตวั ตนท่แี ทจ้ รงิ พทุ ธศาสนาไปไกลกวา่ นนั้  พทุ ธศาสนาชใ้ี หเ้ หน็ วา่  ตวั ตน  นนั้ ไมม่ อี ยจู่ รงิ  เพราะถา้ มจี รงิ แลว้  ตวั ตนของแตล่ ะคนยอ่ มคงที่ ไม่แปรเปลี่ยน  อย่างไรก็ตามความจริงดังกล่าว  เพียงแค่คิดเอา หรือไตร่ตรองด้วยเหตุผลอย่างเดียวไม่พอ  ใจต้องเห็นความ จริงน้ีอย่างแจ่มแจ้งด้วย  จึงจะหายสงสัยกังขา  พูดอีกอย่างคือ ต้องเป็นการประจักษ์แจ้งอย่างถ่องแท้ว่า  “ตัวกูไม่มีจริง”  การ  ประจักษ์แจ้งดังกล่าว  จะเกิดขึ้นได้จากการท�ำสมาธิภาวนา  64 ทเี่ รยี กวา่  “วปิ สั สนา” โดยอาศยั การเจรญิ สตปิ ฏั ฐานเปน็ สำ� คญั การเจรญิ สตปิ ฏั ฐาน แมเ้ พยี งเบอื้ งตน้  คอื การรกู้ าย เหน็ กายตามที่เป็นจริงก็ช่วยได้มาก  เม่ือเรามีสติขณะเดิน  ก็จะเห็น วา่  ทเ่ี ดนิ นน้ั ไมใ่ ชเ่ ราหรอื  “ก”ู  เดนิ  แตเ่ ปน็  “รปู ” ทเี่ ดนิ  เวลามี ความคิดเกิดขึ้น  มันไม่ใช่เราคิดหรือ  “กู”  คิด  แต่เป็น  “นาม” หรือ  “จิต”  ที่คิดหรือมีความคิดเกิดข้ึนกับจิตหรือนามน้ัน  เวลา โกรธ มนั ไมใ่ ชเ่ ราโกรธ แตเ่ ปน็ ความโกรธทเี่ กดิ ขน้ึ ในใจ ถา้ เรา เจรญิ สตอิ ยา่ งถกู ตอ้ ง จะชว่ ยไถถ่ อนความยดึ มน่ั ถอื มนั่  หรอื ลด ความยดึ มน่ั ถอื มนั่ ในตวั กขู องกไู ด ้ เพราะจะเหน็ วา่  ไมว่ า่ ท�ำอะไร ลงไป มนั ไมม่ ตี วั กเู ปน็ ผทู้ �ำ มแี ต ่ “รปู ” หรอื  “นาม” หรอื มแี ต่ “กาย” กบั  “ใจ” ทเ่ี ปน็ ตวั กระทำ�  เอาเขา้ จรงิ  ไมม่ คี ำ� วา่  “ใคร”  มีแตค่ �ำวา่  “อะไร” มากกว่า ทีก่ ระท�ำหรอื เปน็ ไป พุทธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล ฉะนนั้  ถา้ หากภาวนาไปจนถงึ ระดบั วปิ สั สนา กจ็ ะเหน็ ชดั เจน วา่  จรงิ ๆ แลว้  มนั ไมม่ ตี วั กตู งั้ แตแ่ รก เราไมต่ อ้ งวาง “ตวั ก”ู  หรอก  เพราะมันไม่มีตัวกูตั้งแต่แรก  เพียงแค่เราวางหรือสละความ ยึดถือว่ามีตัวกูเท่าน้ันก็พอแล้ว  เม่ือเห็นชัดแจ่มแจ้งว่าไม่มีตัวกู ความลังเลสงสัยว่า  ตัวกูมีอยู่จริงไหมก็จะหมดไป  จิตจะยอมรับ อย่างส้นิ เชิงวา่  ไม่มีตัวกเู ลยแม้แต่น้อย จงึ ไม่มีความจำ� เปน็ ทจี่ ะ กดขม่ ความลงั เลสงสยั วา่ ตวั กมู จี รงิ ไหมอกี ตอ่ ไป ความรสู้ กึ พรอ่ ง ท่ีรบกวนจิตใจก็จะหายไป เกดิ ความรสู้ ึกเตม็ อ่ิม หรือความรู้สกึ โปรง่ เบาขึน้ มา เปน็ อิสระอยา่ งแทจ้ ริง พุทธศาสนาสามารถช่วยแก้ปัญหาตัวตนได้ตั้งแต่ระดับ  65 เบอื้ งตน้  เชน่  ความรสู้ กึ วา่ ชวี ติ ไมม่ คี ณุ คา่  ไรจ้ ดุ หมาย หรอื ความ  รู้สึกว่าพร่องความสุข  ทั้งนี้ด้วยการท�ำความดี  ซ่ึงช่วยเติมเต็ม  จิตใจให้มีความสุขและเปี่ยมด้วยคุณค่า  ขณะเดียวกัน  การท�ำ  สมาธิภาวนา  ก็ช่วยเติมเต็มความสงบให้แก่จิตใจ  ไม่รู้สึกพร่อง  หรอื ขาดความสงบอกี ตอ่ ไป ยง่ิ ไปกวา่ นน้ั  ความรสู้ กึ พรอ่ งเพราะ  ไม่แน่ใจว่าตัวกูมีจริงไหมก็จะเลือนหายไป  เมื่อเราได้เจริญ  วปิ สั สนา คือการบำ� เพ็ญ “ปญั ญาภาวนา”  นี้คือวิธีแก้ปัญหาตัวตนท่ีได้ผลและช่วยลดรากเหง้าของ ความทุกข์ไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ



เม่อื บริโภคนิยม ครอบงำ� พทุ ธศาสนา 67 อย่างไรก็ตาม  ส่ิงท่ีน่าเป็นห่วงก็คือ  พุทธศาสนาที่สอน  และเผยแผ่ในปัจจุบัน  ไม่ได้เสนอทางออกท่ีแตกต่างหรือดีกว่า  บรโิ ภคนยิ มเลย ไมส่ ามารถทำ� ใหค้ นเหน็ วา่  พทุ ธศาสนาสามารถ แกท้ กุ ขท์ างใจไดด้ กี วา่  หรอื ยง่ั ยนื กวา่ บรโิ ภคนยิ ม การทท่ี กุ วนั นี้ ผู้คนหันไปหาบริโภคนิยมกันมากมาย  ทั้งๆ  ท่ีเรียกตัวเองว่าเป็น ชาวพุทธ  หรือท้ังๆ  ที่ยังเข้าวัดอยู่  สาเหตุส�ำคัญก็เพราะการ  เผยแผ่พุทธศาสนาในปัจจุบัน  ไม่สามารถท�ำให้ผู้คนเห็นว่า  พุทธศาสนาเป็นค�ำตอบท่ีดีกว่าบริโภคนิยม  และเมื่อผู้คนหันเห ไปหาบริโภคนิยมเพราะเช่ือว่า  มันสามารถให้ค�ำตอบ  แก้ทุกข์ ทางใจ  หรือตอบสนองความต้องการทางจิตวิญญาณได้  สิ่งที่

ชาวพุทธท�ำในปัจจุบัน  แทนท่ีจะเสนอทางเลือกท่ีดีกว่า  กลับ คล้อยตามหรือเลียนแบบบริโภคนิยม  ด้วยการตอบสนองความ อยากม ี อยากรวย อยากได ้ เดยี๋ วนพี้ รทพ่ี ระนยิ มใหแ้ กญ่ าตโิ ยม ก็คือ คือ “รวยๆๆ” ส่วนญาตโิ ยมก็หวงั พรอย่างนจี้ ากพระ เคยมีโยมกลุ่มหน่ึงมาหาอาตมา  คุยกันครู่ใหญ่  อาตมาก็ ใหพ้ รวา่  “ขอใหอ้ ยเู่ ยน็ เปน็ สขุ นะ” ผา่ นไปไมถ่ งึ นาท ี เขาบอกวา่ จะกลบั บา้ นแลว้  ขอพรหนอ่ ย อาตมากเ็ ลยทกั วา่  “เพง่ิ ใหเ้ มอ่ื กน้ี ี้  เอง” ทแี รกเขากง็ ง ทงี่ ง กค็ งเปน็ เพราะอาตมาไมไ่ ดบ้ อกวา่  ขอ ใหเ้ ขารวยๆๆ แตบ่ อกวา่  “ขอใหอ้ ยเู่ ยน็ เปน็ สขุ ” เขาฟงั แลว้  ไมค่ ดิ 68 วา่ นน่ั คอื พร เพราะวา่  “อยเู่ ยน็ เปน็ สขุ ” เปน็ ขอ้ ความทไ่ี มโ่ ดนใจ เขา  หรือไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ  ส่ิงท่ีเขาต้องการคือ  “รวยๆๆ”  กระมงั ทุกวันนี้  พุทธศาสนาตอบสนองความอยากรวย  อยากม ี อยากได้  ของผู้คน  ด้วยการอวยพรให้รวยๆๆ  หรือไม่ก็ขาย วตั ถมุ งคล ขายบญุ  โดยเนน้ อานสิ งสค์ อื ความรำ�่ รวย เนน้ การมี การได ้ มากกวา่ การละ ใหม้ มี ากๆ แทนทจี่ ะสอนใหร้ จู้ กั ละ ไมว่ า่ จะเป็นการละวัตถุสิ่งของ  ไปจนถึงการละความโกรธ  ละความ โลภ  เน้นการใช้เงิน  มากกว่าการท�ำความเพียร  เดี๋ยวนี้มีการ น�ำเสนอทางลัดและง่าย  ส�ำหรับคนที่อยากได้สมาธิหรือนิพพาน ขอเพยี งแตว่ า่  จา่ ยเงนิ เยอะๆ กจ็ ะไดส้ มาธไิ วๆ หรอื เขา้ ถงึ นพิ พาน เรว็ ๆ ทำ� นองเดยี วกนั  ถา้ อยากรวยเรว็  กแ็ นะนำ� ใหท้ ำ� บญุ เยอะๆ พทุ ธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล คุณไม่ต้องขยันก็ได้  แค่ท�ำบุญเยอะๆ  หรือว่าซ้ือบุญให้ถูกตัว ก็จะรวยได้ ทกุ วนั น ี้ ผคู้ นทำ� บญุ ไมต่ า่ งจากการซอ้ื หนุ้  เวลาซอ้ื หนุ้ ผคู้ น ก็จะดูว่าหุ้นตัวไหนให้ผลตอบแทนสูง  หลายคนก่อนจะท�ำบุญ ก็ดูว่า บุญชนิดไหนท�ำแล้วให้ผลตอบแทนท่ีดีกว่า ถ้าทำ� บุญกับ สัตว์ได้ผลตอบแทนน้อยก็ไม่อยากท�ำ  ท�ำบุญกับคนจนได้ผล ตอบแทนน้อย  ก็ไม่ค่อยท�ำ  ต้องท�ำบุญกับพระอรหันต์  จึงจะได้ ผลตอบแทนมาก จงึ ตามหาพระอรหนั ต ์ จนกระทง่ั ไปเจอเณรคำ� เขา้  กถ็ กู เขาหลอก หมดเงนิ ไปมากมาย นเ้ี ปน็ เพราะทำ� บญุ เพอ่ื จะเอา ไม่ได้มจี ติ ทค่ี ดิ จะละ 69 พุทธศาสนาท่ีเผยแผ่ทุกวันนี้ยังเลียนแบบบริโภคนิยม อกี หลายอยา่ ง เชน่  นำ� เสนอวธิ กี ารตา่ งๆ ทรี่ วดเรว็ ทนั ใจ สะดวก สบาย  ไม่ยุ่งยาก  ไม่ว่าจะเป็นการท�ำบุญ  หรือการภาวนา  ก็น�ำ เสนอวธิ กี ารทรี่ วดเรว็ ทนั ใจ สะดวกสบาย อะไรทยี่ งุ่ ยาก อะไรที่ ลำ� บาก กไ็ มค่ อ่ ยสง่ เสรมิ เทา่ ไหร ่ ทง้ั นเี้ พราะผคู้ นยคุ นชี้ อบอะไร ท่ีรวดเร็วทันใจ  สะดวกสบาย  จะกินอาหาร  ก็ต้อง  fast  food จะกนิ กาแฟ กต็ อ้ ง instant coffee แมแ้ ตจ่ ะปฏบิ ตั ธิ รรม กอ็ ยาก รู้ว่าท�ำอย่างไรจะมีสติเร็วๆ  หายโกรธไวๆ  ลดกิเลสทันที  โดย ไม่ต้องเหน่ือย  เวลาฟังธรรม  ก็อยากรู้ธรรมะส้ันๆ  ที่จะช่วยลด ทกุ ขไ์ ด้ไวๆ

แนวโน้มอีกประการหน่ึงของพุทธศาสนาในปัจจุบัน  คือ เนน้ สนองความตอ้ งการของปจั เจกบคุ คล ไมส่ นใจสว่ นรวม เชน่ ชกั ชวนคนท�ำบญุ สรา้ งวตั ถโุ ดยไมส่ นใจผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม สอนให้คนสนใจแต่ประโยชน์ตน  จนลืมประโยชน์ท่าน  หรือการ ช่วยเหลือสังคม  มีหลายงานที่ผู้คนแห่กันมาท�ำบุญ  แต่ทิ้งขยะ เกลอ่ื นกลาดเตม็ วดั  โดยไมม่ กี ารสรา้ งจติ สำ� นกึ ใหผ้ คู้ นไดต้ ระหนกั วา่  เมอื่ จะมาทำ� บญุ  กค็ วรคำ� นงึ ถงึ สว่ นรวมดว้ ย คณุ จะมาเอาบญุ แต่ก็อย่าทิ้งขยะ ทุกวันนี้สำ� นึกในการรักษาส่ิงแวดล้อม รวมทั้ง  สำ� นกึ ในการชว่ ยเหลอื สงั คมมอี ยนู่ อ้ ยมากในหมชู่ าวพทุ ธ สว่ นใหญ่  70 เนน้ แต่การท�ำบญุ เพอื่ จะเอา เพอ่ื จะม ี เพอ่ื จะรวย สงิ่ หนง่ึ ทพ่ี ทุ ธศาสนาใกลเ้ คยี งกบั บรโิ ภคนยิ มมากขน้ึ เรอ่ื ยๆ คอื การทำ� ใหผ้ คู้ น นกึ ถงึ แตต่ วั เอง ไมส่ นใจผอู้ น่ื  แมก้ ระทงั่ การ อทุ ศิ บญุ กศุ ลใหแ้ กผ่ อู้ น่ื  เดยี๋ วนมี้ หี ลายคนไมอ่ ยากทำ�  เพราะกลวั วา่ ถา้ อทุ ศิ บญุ กศุ ลใหค้ นอนื่ แลว้  บญุ ของตนจะเหลอื นอ้ ยลง ความคดิ ดงั กลา่ วแพรห่ ลาย เพราะมกี ารสอนวา่  อยา่ แผบ่ ญุ กศุ ลใหค้ นอนื่ มาก  เพราะบุญกุศลของเราจะเหลือน้อยลง  นี้เป็นความคิด ท่ีเห็นแก่ตัวมาก  คงเพราะได้รับอิทธิพลจากบริโภคนิยม  เพราะ บรโิ ภคนยิ มเนน้ ใหเ้ อามากๆ สละใหน้ อ้ ย คดิ ถงึ แตต่ วั เองเยอะๆ เด๋ียวน้ีไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน  รักษาศีล  หรือภาวนา หลายคนจะเนน้ แตต่ วั เอง หรอื นกึ ถงึ ประโยชนท์ จี่ ะเกดิ แกต่ วั เอง เปน็ ทต่ี ง้ั  เชน่  ใหท้ านเพราะหวงั รวย ไมใ่ ชเ่ พราะอยากชว่ ยผอู้ นื่ พุทธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล หรือแม้แต่เพ่ือลดความตระหนี่  รักษาศีลก็เพื่อตัวเอง  มองข้าม อานิสงส์ของศีลว่า  เป็นไปเพื่อช่วยให้สังคมอยู่ด้วยกันได้อย่าง สงบสขุ  มติ ดิ า้ นสงั คมถกู มองขา้ มไปจากการท�ำบญุ  การรกั ษาศลี หรอื การปฏิบัติธรรมของชาวพทุ ธ เดี๋ยวน้ ี ไม่วา่ จะเป็น 71 การให้ทาน  รักษาศีล  หรือภาวนา หลายคนจะเน้นแตต่ ัวเอง หรือนึกถงึ ประโยชน์ที่จะเกดิ แกต่ วั เองเปน็ ท่ีตัง้ ทกุ วนั นผี้ คู้ นจำ� นวนมากปฏบิ ตั ธิ รรมโดยไมส่ นใจชว่ ยเหลอื ผู้อื่น  แม้กระท่ังพี่น้องหรือคนในครอบครัว  อาตมาได้รับฟังค�ำ บ่นมามากทีเดียวเลยว่า  นักปฏิบัติธรรมหลายคน ขวนขวาย ไปปฏิบัติธรรมในท่ีไกล  ท�ำบุญเยอะแยะเลย  แต่ไม่สนใจพ่อแม่ ขณะทพี่ อ่ แมท่ ำ� งานหนกั  ชว่ ยทำ� งานบา้ น เชด็ บา้ น ถบู า้ น บางที ทำ� อาหารใหล้ กู  ซกั ผา้  รดี ผา้ ใหล้ กู  ทงั้ ทแี่ กแ่ ลว้  แตล่ กู กไ็ มเ่ คย คดิ จะชว่ ยพอ่ แมเ่ ลย แมก้ ระทง่ั วนั เสารอ์ าทติ ย ์ ถามวา่ เสารอ์ าทติ ย์ ไปไหน ?  ค�ำตอบคือไปท�ำบุญ  บางทีก็ไปภาวนา  ท�ำเสร็จก็บอก ว่าเอาบุญมาฝากพ่อฝากแม่  แต่ไม่สนใจที่จะช่วยผ่อนเบาภาระ ของพ่อแม่  หรือช่วยพ่อแม่ท�ำงานบ้าง  ท�ำไมจึงไม่คิดว่า  การ

ชว่ ยงานหรอื ชว่ ยดแู ลพอ่ แม ่ กเ็ ปน็ การทำ� บญุ  เปน็ การปฏบิ ตั ธิ รรม อย่างหน่งึ อาตมาเคยไปเย่ียมคนไข้คนหน่ึงที่โรงพยาบาล  เขาเป็น มะเรง็ ท่ีคอ นัง่ คยุ เหมือนคนธรรมดาไมไ่ ด้ อาตมาตอ้ งนง่ั ก้มคยุ กบั เขา พยาบาลกด็ นี ะ ดแู ลเขาจนกระทงั่ ใกลจ้ ะกลบั บา้ นได ้ แต่ ก็มีปัญหาว่า  เมื่อกลับบ้านแล้วใครจะดูแล  พยาบาลไม่สามารถ จะตามไปดูแลได้  คนไข้คนนี้เคยมีแฟนมาช่วยดูแล  แต่ว่าวันดี คืนดีก็โดนพ่ีสาวไล่ไป  บอกว่ายังไม่ได้แต่งงานกัน  มาดูแลกัน อย่างน้ีไม่ได้  ผิดศีลข้อสาม  อาตมาก็งง  ไม่รู้ว่าผิดศีลข้อสาม 72 ตรงไหน  เม่ือไม่มีคนดูแล  พยาบาลจึงติดต่อพ่ีสาวให้มาดูแล พ่ีสาวปฏิเสธ บอกว่า “ฉันไม่ว่าง กำ� ลังปฏิบัติธรรมอยู่ ในเมื่อ  เขาปว่ ย เขากต็ อ้ งรบั กรรมของเขาไป” ทจ่ี รงิ วดั ทเ่ี ธอปฏบิ ตั ธิ รรม กไ็ มไ่ กลจากบา้ นของนอ้ งชาย อยใู่ นอ�ำเภอเดยี วกนั ด้วยซ�้ำ น่าคิดว่า  ท�ำไมเธอไม่คิดว่า  การดูแลน้องชาย  ก็คือการ ปฏิบัติธรรมอย่างหน่ึง  ท�ำไมเธอไม่มีจิตเมตตาเลย  ทั้งๆ  ท่ีเป็น นกั ปฏบิ ตั ธิ รรม กรณนี ส้ี ะทอ้ นถงึ การปฏบิ ตั ธิ รรมของคนปจั จบุ นั มากทีเดียว  คือปฏิบัติธรรมเพ่ือตัวเอง  ไม่สนใจช่วยเหลือผู้อ่ืน ท�ำไมการปฏิบัติธรรมจึงท�ำให้คนไร้น�้ำใจ  ขาดเมตตาจิต  อันน ี้ ไม่ใช่การปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนาอย่างแน่นอน  แต่ว่ามัน เกดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร อาตมาคดิ วา่  สว่ นหนงึ่ เพราะคำ� สอนของพทุ ธ ศาสนาในปัจจุบัน  เน้นท่ีตัวเองมากขึ้น  ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะ พทุ ธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล อิทธิพลของบริโภคนิยม  เพราะบริโภคนิยมเน้นเร่ืองตัวเอง อยแู่ ลว้ ขอให้สังเกตว่า  บริโภคนิยมมีพัฒนาการ  จากการตอบ สนองความสุขทางกาย  มาเป็นการแก้ทุกข์ทางใจ  จากการให้ ความสะดวกสบาย ปรนเปรออายตนะทง้ั หา้  เพอื่ ความเอรด็ อรอ่ ย สนุกสนาน  สบาย  มาเป็นการแก้ปัญหาทางใจ  คือการลดความ รู้สึกพร่อง  หรือการมีตัวตนใหม่  แต่พุทธศาสนาพัฒนาไปใน ทางตรงข้าม  จากเดิมท่ีมุ่งแก้ทุกข์ทางใจ  กลายเป็นตอบสนอง ความสุขทางกาย  หรือตอบสนองความต้องการทางวัตถุ  คือมี ทรพั ย์สินเงนิ ทองมากๆ นเ้ี ป็นพัฒนาการทีน่ า่ ห่วง 73 ขณะทบ่ี รโิ ภคนยิ มพฒั นาจากการแสวงหาวตั ถเุ พอ่ื ความสขุ   ทางกาย มาเปน็ ศาสนาชนดิ หนงึ่  เพอื่ ตอบสนองความทกุ ขท์ างใจ  แต่พุทธศาสนาแทนท่ีจะเสนอวิธีแก้ทุกข์ที่ดีกว่าบริโภคนิยม  กลบั พฒั นาไปสกู่ ารตอบสนองความตอ้ งการทางวตั ถ ุ ซง่ึ เปน็ เรอื่ ง  ที่น่าเสียดายมาก  เพราะท�ำให้ผู้คนห่างไกลจากประโยชน์สูงสุด  ของพุทธศาสนา



กลับมาสูแ่ ก่นแท้ ของพทุ ธศาสนา 75 ถา้ เราจะชว่ ยใหผ้ คู้ นไดร้ บั ประโยชนส์ งู สดุ จากพทุ ธศาสนา ต้องช่วยให้เขารู้จักพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง  และช่วยให้เขา เข้าถึงวิธีการดับทุกข์  ซ่ึงพุทธศาสนามีค�ำตอบท่ีชัดเจน  และ ปฏิบัติได้  ไม่ใช่เข้าหาพุทธศาสนาเพียงเพราะหวังสิ่งปลอบ ประโลมใจ ไมว่ า่ จะเปน็ น�้ำมนต ์ วัตถุมงคล ค�ำอวยพรของพระ พุทธศาสนาสามารถให้ประโยชน์กับเรามากกว่าน้ัน  นั่น คือการชี้ให้เห็นถึงหนทางดับทุกข์อย่างแท้จริง ส่ิงที่พุทธศาสนา ควรท�ำในเวลาน้ี  ไม่ใช่การคล้อยตามบริโภคนิยม  หรือปล่อยให้ บรโิ ภคนยิ มมาครอบงำ� พทุ ธศาสนา แตต่ อ้ งกลบั มาสสู่ ง่ิ ทเี่ ปน็ สาระ 

แก่นแท้ของพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  ให้ผู้คนได้ตระหนักชัดว่า พทุ ธศาสนาเป็นทางเลอื กที่ดกี ว่าบริโภคนยิ มอย่างไร แมว้ า่ บรโิ ภคนยิ มจะเสนอการแกท้ กุ ขท์ างใจทงี่ า่ ย สะดวก รวดเร็ว  แต่ว่านอกจากไม่ได้ผลแล้ว  ยังเกิดโทษหรือเกิดผลเสีย มากมาย วธิ แี กท้ กุ ขท์ างใจ รวมทงั้ การแกป้ ญั หาตวั ตนของพทุ ธ ศาสนานน้ั  ดกี วา่  ประเสรฐิ กวา่  แตจ่ ะทำ� อยา่ งนนั้ ได ้ กต็ อ้ งทำ� ให้ ผคู้ นมองเหน็ วา่  จดุ มงุ่ หมายของชวี ติ คอื อสิ รภาพทางจติ  ชวี ติ ทดี่  ี คือชีวิตที่สงบเย็นและเป็นประโยชน์  แทนท่ีจะสอนให้คนอยาก รำ่� รวย ตอ้ งสอนใหเ้ ขาเหน็ วา่  ชวี ติ ทด่ี หี รอื ชวี ติ ทดี่ กี วา่  ไมใ่ ชช่ วี ติ 76 ที่ร่�ำรวย  แต่คือชีวิตที่สงบเย็นเป็นสุขด้วยความดีและเข้าถึง ความสงบ  ย่ิงกว่าน้ันคือชีวิตท่ีดีที่สุดได้แก่ชีวิตที่เข้าถึงนิพพาน อนั เป็นภาวะท่อี สิ ระอยา่ งสมบรู ณ์ ท่านอาจารย์พุทธทาสสรุปเก่ียวกับชีวิตที่ดีเอาไว้อย่าง งดงามและสั้นกระชับว่า  “ชีวิตท่ีดีคือ  ชีวิตที่สงบเย็นและเป็น  ประโยชน”์  สงบเยน็  เพราะลด เพราะละ เพราะมปี ญั ญา เขา้ ถงึ ความจริงของชีวิต  จนกระทั่งไม่หวั่นไหวไปกับความเป็นอนิจจัง ของสงั ขาร หรอื ความไมเ่ ทย่ี งของสรรพสง่ิ  แมว้ า่ ความแก ่ ความ เจ็บ  ความตาย  เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น  แต่เม่ือเกิดขึ้น  ใจก็ยัง สงบเย็นได้  เพราะมีปัญญาเข้าใจความจริงของชีวิต  จนกระท่ัง ไม่มีความยึดติดถือม่ันในส่ิงใด  มิหน�ำซ�้ำ  ยังสามารถบ�ำเพ็ญ ประโยชนใ์ หผ้ ูอ้ ืน่ ได ้ เพราะวา่ ไม่มคี วามเห็นแกต่ วั พทุ ธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล จุดมุ่งหวังของชีวิตคืออิสรภาพทางจิต  นี่คือประโยชน์ท ่ี ผคู้ นควรไดร้ บั จากพทุ ธศาสนา ไมใ่ ชค่ วามมง่ั มหี รอื ความรำ่� รวย อสิ รภาพทางจติ  หรอื ชวี ติ ทด่ี งี าม เกดิ ขนึ้ ไดจ้ ากการฝกึ ฝนตนตาม หลักไตรสิกขา  ศีล  สมาธิ  ปัญญา  ดูแลรักษากาย  วาจา  ด้วย ศลี  ฝกึ จติ ดว้ ยสมาธ ิ และพฒั นาปญั ญาเพอื่ ใหเ้ หน็ ความจรงิ ของ ชีวิต  หรืออย่างน้อยก็ให้รู้จักการท�ำบุญที่ถูกต้อง  คือบุญกิริยา วัตถุ  ซึ่งเป็นเรื่องของการท�ำดีและการท�ำจิต  บุญสิบประการน้ี ถา้ เราเขา้ ใจอยา่ งแทจ้ รงิ กค็ อื การทำ� ด ี ทำ� ดดี ว้ ยทาน ทำ� ดดี ว้ ยศลี ด้วยความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่  และเกื้อกูลส่วนรวม  ท�ำดีด้วยความ ถอ่ มตวั  รวมทง้ั การฝกึ จติ ใหเ้ หน็ ความจรงิ  จนวางทา่ ทตี อ่ สงิ่ ตา่ งๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง ไมพ่ งึ่ พงิ หรอื ถกู ครอบงำ� ดว้ ยสงิ่ ตา่ งๆ รวมทงั้ ความสขุ 77 พทุ ธศาสนาจะมคี วามหมายตอ่ ผคู้ น กต็ อ่ เมอ่ื ชกั ชวนผคู้ น  ใหเ้ หน็ ความสำ� คญั ของการฝกึ จติ หรอื สมาธภิ าวนามากขนึ้  เมอ่ื ต้นปีน้ี  บิลล์  เกตส์  แนะน�ำหนังสือดีห้าเล่ม  เป็นหนังสือดีที่สุด ในรอบปีท่ีผ่านมา  หนึ่งในนั้นก็คือ  “คู่มือการท�ำสมาธิและการ  เจรญิ สติ” - “The Headspace Guide to Meditation and Mindfulness”  บิลล์  เกตส์  บอกว่า  เมื่อก่อนเขาไม่สนใจสมาธิ ภาวนาเลย  เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องท่ีเสียเวลา  ไร้ประโยชน์  แต่ ตอนนี้เขาเห็นความส�ำคัญมาก  ขนาดชวนผู้เขียนหนังสือเล่มน้ี แอนด้ี  (Andy  Puddicombe)  มาสอนสมาธิให้กับเขา  แอนดี้ เคยบวชพระมาสบิ ป ี มาฝกึ ปฏบิ ตั ทิ เ่ี มอื งไทยและพมา่  เมอ่ื สกึ ไป แล้ว  ก็ไปสอนสมาธิแบบง่ายๆ  ซ่ึงเป็นสิ่งท่ีถูกใจผู้คน  ท�ำแล้ว

ก็เห็นผล  จนบิลล์  เกตส์  เกิดความสนใจ  เขาบอกว่า  ทุกวันน้ี เขาทำ� สมาธิแคว่ นั ละสบิ นาทีเท่านั้น แตว่ า่ ท�ำแล้วไดผ้ ลมาก แนน่ อนในฐานะชาวพทุ ธ เมอ่ื ทำ� สมาธ ิ เราไมค่ วรหวงั ความ สงบเท่านั้นนะ  แต่เพ่ือให้เกิดปัญญาด้วย  ไม่ใช่ท�ำสมาธิเพ่ือจะ เอา  เช่น  เอาความสงบ  แต่ท�ำเพื่อละ  เช่น  ละกิเลส  ละความ เหน็ แกต่ ัว ละความยึดตดิ ถอื มั่นในส่งิ ท้งั ปวง รวมท้ังความสงบ แมว้ า่ บรโิ ภคนยิ มจะเสนอการแกท้ กุ ข์ทางใจ ทีง่ า่ ย สะดวก รวดเรว็ 78 แต่วา่ นอกจากไม่ไดผ้ ลแล้ว ยังเกดิ โทษหรือเกดิ ผลเสียมากมาย วธิ แี ก้ทุกขท์ างใจ รวมทงั้ การแก้ปัญหาตัวตน ของพุทธศาสนานัน้  ดีกวา่  ประเสรฐิ กว่า แต่จะท�ำอย่างนัน้ ได ้ ตอ้ งทำ� ให้ผคู้ นมองเหน็ วา่   จุดมุ่งหมายของชวี ิตคือ อสิ รภาพทางจิต พทุ ธศาสนาจะชว่ ยผคู้ นไดม้ าก ถา้ ชใ้ี หเ้ หน็ วา่  เหตแุ หง่ ทกุ ข ์ อยู่ที่ใจ  ไม่ใช่เพราะเรามีน้อย  ไม่ใช่เพราะสิ่งแวดล้อมไม่เป็นใจ ไมใ่ ชเ่ พราะผคู้ นไมน่ า่ รกั  แตเ่ ปน็ เพราะใจของเราเอง ใจทย่ี ดึ ตดิ ถือม่ัน  ใจท่ียังหลงอยู่  มีเท่าไหร่ก็ไม่หายทุกข์  หากไม่แก้ที่ใจ พุทธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

พระไพศาล วสิ าโล ถ้าเรารู้จักลดความเห็นแก่ตัว  ความโลภ  ความยึดติดถือมั่น ความสุขในจิตใจ หรอื ความสงบในจติ ใจก็จะเกิดขึ้นได้ พุทธศาสนาควรจะช้ีให้ผู้คนได้ตระหนักว่า  สุขที่แท้จริง  คืออะไร  “สุขจากการท�ำดี”  ประเสริฐกว่า  “สุขจากการเสพ” “สขุ จากการละ” ประเสรฐิ และยง่ั ยนื กวา่  “สขุ จากการม”ี  ถา้ ผคู้ น เห็นความจริงดังกล่าว  ความหลงใหลเพลิดเพลิน  จนติดอยู่ใน กระแสบรโิ ภคนยิ มและพลัดจมอยูใ่ นความทุกข์กจ็ ะลดนอ้ ยลง ที่ส�ำคัญอีกประการก็คือการชี้ให้เห็นว่า  “ประโยชน์ตน  กับประโยชน์ท่าน”  แยกจากกันไม่ได้  ถ้าเราต้องการพัฒนาตน ตอ้ งการชวี ติ ทดี่ งี าม กต็ อ้ งรจู้ กั เกอื้ กลู ผอู้ นื่  ชว่ ยเหลอื สงั คม การ 79 คิดแต่จะเอา  มุ่งความพ้นทุกข์ส่วนตัว  แต่ไม่สนใจผู้อ่ืน  มีแต่จะ ทำ� ใหห้ า่ งไกลจากความสขุ ทแี่ ทจ้ รงิ  และทส่ี �ำคญั กค็ อื  การภาวนา  จนกระทั่งเห็นว่า  ไม่มีอะไรที่ยึดม่ันถือมั่นเป็นตัวกูของกูได้เลย ยงิ่ เหน็ ตรงนมี้ ากเทา่ ไหร ่ ปญั หาตวั ตนกจ็ ะนอ้ ยลงๆ ไปมากเทา่ นนั้ ความโกรธ  ความโลภ  จนเกิดตัณหา  มานะ  ทิฏฐิ  เพราะความ ยดึ ติดถือมัน่ ในตวั กูของกู กจ็ ะเกิดขน้ึ น้อยลง การแกป้ ญั หาตวั ตนอยา่ งแทจ้ รงิ เกดิ ขน้ึ ไมไ่ ดถ้ า้ เราไมห่ มนั่ พิจารณาจิต  จนกระทั่งเห็นความจริงของกายและใจว่า  มันไม่มี อะไรที่เป็นตัวเราของเราเลยแม้แต่น้อย  ความจริงดังกล่าวต้อง อาศัยความเพียรจึงจะเห็น  และเน่ืองจากมันเป็นส่ิงที่สวนทาง

กับกิเลส  จึงเป็นเสมือนยาขมที่แม้ไม่น่าฟังแต่ว่าจ�ำเป็น  เป็น ส่ิงประเสริฐ  ดีกว่าขนมหวานท่ีปรนเปรอกิเลส แต่ไม่ท�ำให้ เกิดความสขุ ที่แท้จรงิ  ซำ�้ ยังก่อทุกข์ด้วย อาตมาพูดมาเพ่ือท่ีจะช้ีให้เห็นว่า  หากพุทธศาสนาจะ  มีบทบาทอย่างแท้จริงในสังคม  โดยไม่ถูกบริโภคนิยมครอบง�ำ  หรอื กดั กรอ่ น จนสญู เสยี สารตั ถะ การนำ� เสนอทางออกทดี่ กี วา่   ประเสรฐิ กวา่ บรโิ ภคนยิ มเปน็ สง่ิ จ�ำเปน็  ซงึ่ ทจี่ รงิ กค็ อื การกลบั มา สสู่ ง่ิ ทเี่ ปน็ หวั ใจ หรอื แกน่ แทข้ องพทุ ธศาสนา การจะทำ� เชน่ นน้ั ได้ นอกจากชาวพุทธแล้ว  พระสงฆ์ก็ส�ำคัญมาก  เพราะถ้าพระสงฆ์ 80 เป็นแบบอย่างแห่งความสงบและความเรียบง่ายแล้ว ย่อมช้ีชวน ให้ผู้คนเห็นชัดว่า  มีวิธีที่ดีกว่าบริโภคนิยม  ส่ิงท่ีจะช่วยแก้ปัญหา ตัวตนอย่างแท้จริง  มีอยู่จริงและเป็นไปได้  ไม่เกินวิสัยของผู้คน ทงั้ หลาย ขอความสุขความเจริญจงมีแก่ท่านทุกท่าน  ขอให้มีความ เพียรพยายามในการฝึกฝนและพัฒนาตน  จนกระท่ังเข้าถึง ความสงบสุขอยา่ งแท้จริง พุทธศาสนา กบั การแกป้ ญั หาตวั ตน

อนั ทจ่ี ริงพทุ ธศาสนาสามารถช่วยให้พ้นทกุ ข์ไดอ้ ย่างแทจ้ รงิ แม้กระท่ังการแกป้ ัญหาตัวตน พทุ ธศาสนากม็ คี ำ� ตอบทดี่ กี วา่ บริโภคนยิ ม แต่น่นั หมายความว่าพุทธศาสนา จะต้องธำ� รงรักษาแกน่ แทเ้ อาไวใ้ ห้ได้ รวมท้งั ท�ำให้แกน่ แทด้ ังกลา่ ว เชื่อมโยงกบั วถิ ีชวี ติ ของผคู้ นในปจั จบุ ัน จนเหน็ ไดช้ ัดวา่ คำ� สอนของพระพุทธองค์น้นั  แก้ทุกขไ์ ด้จริง www.kanlayanatam.com Facebook : kanlayanatam


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook