46 โรคติดตอทางเพศสมั พันธ ท่ีสําคญั ไดแ ก 1. โรคเอดส (AIDS) หรอื กลุมอาการภูมคิ มุ กนั เสอื่ ม เกดิ จากการรบั เชื้อ Human immunodeficiency virus หรือ HIV เขาไปทาํ ลายเมด็ เลอื ดขาว ทีเ่ ปน แหลง สรา งภมู คิ ุมกันโรค ทาํ ใหภ ูมิคมุ กนั โรคลดนอ ยลง จงึ ทาํ ใหเช้อื โรคฉวย โอกาสแทรกซอ นเขาสรู างกายไดง ายขน้ึ เชน มะเรง็ วณั โรค และสาเหตุการเสยี ชีวติ กม็ กั เกิดขึน้ จากโรคติดเช้ือ ฉวยโอกาสตา งๆ เหลานี้ ท่จี ะทําใหอ าการรนุ แรง และเสียชีวติ อยา งรวดเรว็ 2. หนองใน (Gonorrhoea) เปน โรคติดตอทางเพศสมั พันธเกิดจากเชอ้ื แบคทเี รียชือ่ Neisseria gonorrhoeae ทําใหเ กิดอาการ ระคายเคอื งในทอ ปสสาวะ แสบขัดเวลาปส สาวะ และมหี นองไหลออกจากทอปส สาวะ อาจจะทําใหเกิดการ อักเสบในชอ งทอ ง หรอื เปน หมนั หากไมไ ดร ับการรกั ษา 3. หนองในเทยี ม (Non-gonococcal Urethritis/Non gonococcal Cervicitis) เปน โรคตดิ ตอทางเพศสมั พนั ธท่ที ําใหม ีอาการแสบปลายทอปส สาวะ ปส สาวะขดั และมหี นองไหล และ มีมกู ออกเลก็ นอ ยโดยเฉพาะในชวงเชา สว นผหู ญงิ อาจมอี าการตกขาวผิดปกติ 4. แผลรมิ ออ น (Chancroid) เปน โรคตดิ ตอ ทางเพศสัมพันธเ กดิ จากเชอื้ Haemophilus Ducreyi ทาํ ใหเ กดิ แผลทีอ่ วัยวะเพศ บวม และเจบ็ บางคนมตี อมน้ําเหลืองทีข่ าหนบี หรือท่ีชาวบานเรยี กไขด นั บวม หากไมร ักษาหนองจะแตกออกจาก ตอมนํา้ เหลอื ง มักมหี ลายแผล ขอบแผลนมุ และไมเ รยี บ กนแผลสกปรกมีหนอง มเี ลือดออกงา ย เวลาสัมผสั เจบ็ ปวดมาก บางรายตอ มนา้ํ เหลืองทข่ี าหนีบจะบวม และเปน ฝ เมอื่ ฝแ ตกจะเปนแผล 5. เริมท่ีอวยั วะเพศ (Genita Herpes Simplex Virus Infection) เปนโรคติดตอ ทางเพศสมั พันธท เ่ี กิดเชื้อไวรัส herpes simplex virus ทําใหเ กดิ อาการปวดแสบบรเิ วณ ขา กนหรอื อวยั วะเพศ และตามดว ยผน่ื เปน ตมุ นา้ํ ใส แผลหายไดเองใน 2-3 สัปดาห แตเชอ้ื ยังอยูในรา งกาย เมอ่ื รา งกายออนแอ เชือ้ กจ็ ะกลับเปน ใหม 6. หูดขาวสกุ (Molluscum contagiosum) เปนโรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธเ กิดจากเช้ือไวรสั Molluscum contagiosum virus (MCV) ทาํ ใหเกิด เปนตมุ นูนบนผิวหนงั ผิวเรียบขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 2-5 มลิ ลเิ มตร จะพบมากข้นึ ในรายท่มี ีการตดิ เช้ือ HIV จาํ นวนตมุ ทเี่ กดิ ขึน้ อาจมมี ากหรอื นอยขน้ึ กบั สภาพรางกายของผูปวยขณะนั้นวา รา งกายมคี วามแขง็ แรงเพียงใด ถา ใชเ ขม็ สะกดิ ตรงกลางแลวบบี ดูจะไดเ นอื้ หูดสขี าวๆ คลายขา วสุก มกั เปน ทบี่ รเิ วณหวั หนาว อวัยวะเพศ ภายนอกและโคนขาดานใน 7. หดู หงอนไก (Condyloma Acuminata) เปนโรคตดิ ตอ ทางเพศสัมพนั ธเ กิดจากไวรัส Human papilloma virus ลกั ษณะเปนตง่ิ เนื้อออ น ๆ สี ชมพคู ลา ยหงอนไก ชอบขน้ึ ทอ่ี ุนและอบั ชนื้ ในผชู ายมักพบท่ีอวยั วะเพศ บริเวณใตหนังหุมปลายอวยั วะเพศ ชาย ตลอดท้ังบริเวณรอบรอยเปดขอบ , ทอ ปส สาวะ และอัณฑะ สวนผหู ญิงจะพบทป่ี ากชองคลอด ผนังชอ ง คลอด ปากมดลกู ปากทวารหนักและฝเ ย็บ ถา ไมร บี รักษาจะเปนมากข้นึ และทารกอาจตดิ เชอ้ื ไดข ณะคลอด 8. หดิ (Scabies) เกดิ จากตวั ไร Sarcoptes scabei ลกั ษณะจะมตี มุ น้ําใสและตมุ หนองคันขึ้นกระจายทัง้ 2 ขางของ รา งกาย มักพบตามงา มนวิ้ มือ ขอศอก รกั แร รอบหวั นม รอบสะดอื อวยั วะสืบพันธุ ขอ เทา หลังเทา กน ผปู ว ย มักมอี าการคนั มาก โดยเฉพาะเวลากลางคนื สามารถตดิ ตอ ไดจ ากการสัมผัสใกลช ดิ สมั ผสั ทางเพศหรือ อยู ใกลช ดิ กบั ผูปวย
47 9. ซฟิ ล สิ (Syphilis) เกิดจากการตดิ เช้อื Treponema pallidum เปน โรคที่มอี นั ตราย และมีอาการเร้ือรัง สามารถติดตอ ยาวนานกวา 2 ป ลักษณะการตดิ เชอื้ เริม่ แรกจะเปนกอนแข็ง แตไ มเจ็บท่บี ริเวณอวยั วะเพศ หากไมรกั ษา จะกลายเปนระยะท่สี องท่ีเรียกวา เขาขอหรือออกดอก ถา ทิง้ ไวน านจะทาํ ใหเ กิดโรค แกระบบตางๆ ของ รางกายหลายระบบ ท้งั ซิฟลสิ ระบบหัวใจและหลอดเลอื ด ซิฟลิสระบบประสาท เปน ตน นอกจากน้ี 10. โลน (Pediculosis Pubis) เกิดจากแมลงตัวเล็กที่เรียกวา pediculosis pubis อาศยั อยูท ข่ี นหวั เหนา ชอบไชตามรากขนออ น และดดู เลอื ดคนเปน อาหาร ผทู ี่เปนโรคน้ี จะมีอาการคนั เม่ือเกาจะทาํ ใหเ จา ตวั เชื้อแพรไ ปยงั บรเิ วณอน่ื ได การวนิ ิจฉยั สามารถทาํ ไดดวยตาเปลา จะพบไขสขี าวเกาะตรงโคนขนไขจะมีลักษณะวงรี สว นตวั แมลงเมื่อกิน เลอื ดเตม็ ทจ่ี ะออกสีนา้ํ ตาล ติดตอ ไดจ ากการสมั ผัสทางเพศกับผปู วย หรอื ใชกางเกงในรวมกัน การรักษา สามารถซอ้ื ยาทาไดตามรา นขายยา แตค นทองหรือเดก็ ควรจะปรกึ ษาแพทย 11. พยาธชิ อ งคลอด (Vaginal Trichomoniasis) เกิดจากเชื้อโปรโตซวั Trichomonas vaginalis ผปู ว ยจะมอี าการตกขาวผิดปกติ มีสีเขยี วขนุ หรอื เหลอื งเขม มีฟองอากาศและมีกลนิ่ เหม็น เกดิ การระคายเคืองบรเิ วณอวัยวะเพศ เจบ็ ปวดขณะมีเพศสมั พนั ธ คันและแสบปากชอ งคลอด 12. เช้ือราในชอ งคลอด (Vaginal Candidiasis) เกิดจากเชื้อรากลุม Candida ซง่ึ รอ ยละ 80 - 90 เกดิ จาก Candida albicans ทําใหมีอาการระคาย เคืองบริเวณชองคลอด มกี ารตกขาวขุนจบั เปน กอน อาจมีอาการปส สาวะแสบขัด เจ็บขณะรวมเพศ 13. องุ เชงิ กรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Diseases, PID) หรือโรคปก มดลกู อกั เสบ เกดิ จากการติดเชือ้ ของมดลูก รังไข หรือทอรังไข อาจเสียชวี ติ ไดหากติด เชอื้ รนุ แรง และหากไมร ักษา อาจเกดิ โรคแทรกซอนจนเปน หมนั หรอื เสียชวี ิตได 14. แผลกามโรคเร้ือรงั ที่ขาหนบี (Granuloma inguinale) เกดิ จากเชือ้ แบคทเี รีย Donovania granulomatis โดยจะมีแผลท่บี ริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ ซอกขา หรือบรเิ วณหนา และไมพบในประเทศไทย มักพบในคนผวิ ดาํ การปอ งกนั โรคตดิ ตอทางเพศสัมพนั ธ วธิ ีปองกนั โรคติดตอทางเพศสัมพนั ธคือ 1. ใสถุงยางอนามยั หากจะมเี พศสัมพนั ธก ับคนทีไ่ มแนใ จวา มีเชอื้ หรอื ไม 2. รกั ษาความสะอาดของรา งกายและอวยั วะเพศอยางสม่ําเสมอ 3. ไมเปลี่ยนคูน อน ใหมสี ามี หรอื ภรรยาคนเดียว 4. ไมควรมเี พศสมั พันธต ั้งแตยังอายนุ อย เนื่องจากมีสถิตวิ า ผทู ีม่ ีเพศสมั พันธตั้งแตอ ายยุ ังนอ ยจะมี โอกาสตดิ โรคติดตอ ทางเพศสัมพันธส งู 5. ตรวจโรคเปนประจําทุกป เพื่อหาเชอื้ โรค แมจ ะไมม ีอาการใด ๆ โดยเฉพาะคูทก่ี าํ ลังจะแตงงาน 6. เรียนรู ศกึ ษาอาการของโรคตดิ ตอ ทางเพศสัมพนั ธ 7. ไมควรมีเพศสมั พันธขณะมีประจาํ เดอื น เพราะจะทําใหเกิดโรคตดิ ตอทางเพศสมั พนั ธไดง าย 8. ไมควรมเี พศสมั พันธท างทวารหนกั หากจาํ เปน ใหสวมถุงยางอนามยั 9. ไมค วรสวนลางชอ งคลอด เพราะจะทาํ ใหเกดิ การตดิ เชอื้ โรคตดิ ตอทางเพศสัมพนั ธไ ด งาย
48 วิธปี ฏิบัตติ ัวของผทู ี่เปน โรคติดตอ ทางเพศสมั พันธ 1. ตองรักษาอยางรวดเรว็ เพือ่ ปองกันการแพรเชอ้ื โรค 2. แจง คูน อนใหท ราบวา เปน โรคตดิ ตอทางเพศสมั พนั ธเพ่อื จะไดป อ งกนั ไมใ หเ ชอ้ื แพรไปสูคนอน่ื 3. รักษาอาการ และปฏิบตั ติ ัวตามคําแนะนาํ ของแพทยอ ยางเครงครัด 4. หลกี เลย่ี งการมเี พศสมั พนั ธ หรือการสาํ เรจ็ ความใครด วยตัวเอง เพอ่ื ปอ งกันไมใ หอาการอักเสบ ลุกลาม 5. งดด่ืมเครื่องดม่ื แอลกอฮอล ของมนึ เมาทุกชนิด 6. ไมควรซอ้ื ยามารักษาเอง ควรปรึกษาแพทย เพื่อใหไดรบั การรักษาทีถ่ กู ตอ ง
49 เร่ืองที่ 9.1.3 อุบัติเหตุ อุบัตเิ หตุ หมายถึง เหตุการณท ่ีเกิดข้นึ โดยไมคาดคิด อาจเกดิ จากความประมาทของตนเองหรอื จาก คนอืน่ ๆ หรอื จากเหตุการณสดุ วสิ ยั เชน ฟา ผา นํา้ ทวม ชนิดของอุบัตเิ หตุภายในบานอบุ ตั ิเหตุที่เกดิ ขน้ึ ภายในบา น อาจจาํ แนกออกเปนชนิดตา งๆ ไดดงั น้ี 1) การพลดั ตกหกลม 2) ไฟไหม น้าํ รอนลวด 3) การถกู ของแหลมคมอปุ กรณแ ละอาวธุ ปน 4) การไดร บั สารพษิ 5) การไดร ับแกส หงุ ตม 6) ทางเดนิ หายใจอุดตัน 7) การจมนาํ้ สถานทีเ่ กิดอุบตั ิเหตุทบ่ี าน - อบุ ตั เิ หตทุ บี่ า นมักเกิดขน้ึ ตามสถานที่ตา ง ๆ ดังนี้ - สนามและลานหนาบาน - รวั้ บา น ประตู หนาตาง - พื้นบานระเบียงบาน
50 แผนการเรยี นรปู ระจาํ บท บทที่ 10 การปองกนั หลกี เลีย่ งและทกั ษะการชวยฟน คืนชีพ สาระสาํ คญั ปจ จบุ นั อุบตั เิ หตุเปนส่งิ ท่ที ุกคนพยายามหลกี เล่ียงและหาวิธปี องกนั แตก ็ไมส ามารถปองกนั ไดทกุ กรณี ผทู ไ่ี ดรับบาดเจบ็ จากอบุ ัตเิ หตหุ รอื ผทู ่ปี วยกะทันหัน จําเปน ตอ งไดรบั การปฐมพยาบาลอยางมีประสิทธิภาพ เพ่อื ใหพนจากความพิการหรืออันตรายแกชีวติ กอนนาํ สง โรงพยาบาลการปฐมพยาบาลจึงเปน สงิ่ สาํ คัญ และ จําเปนเพือ่ ชวยเหลือผปู วยเบอ้ื งตนโดยใชอ ุปกรณต า ง ๆ เทา ทม่ี ีอยู หรือจดั หาไดใ นที่เกิดเหตุ ผลการเรียนรูทคี่ าดหวัง แสดงทักษะการใหค วามชว ยเหลอื เมอ่ื เกดิ สถานการณคับขันและการชวยฟนคืนชีพไดอยา งถูกตอง ขอบขา ยเน้ือหา การปองกนั หลีกเล่ียงและการใหค วามชวยเหลอื เม่ือเกิดอบุ ัติเหตอุ ัคคีภยั และ อนั ตรายจากมลพษิ และ สารเคมี กิจกรรมการเรยี นรู 1. ศึกษาเอกสาร 2. ทาํ กจิ กรรมทีไ่ ดร บั มอบหมาย สื่อประกอบการเรียนรู 1. เอกสารประกอบการเรียนรู 2. ส่อื VCD 3. แหลง เรยี นรใู นชมุ ชน ประเมนิ ผล -
51 ตอนท่ี 10.1 การปฐมพยาบาลและทักษะการชว ยฟน คืนชพี การปฐมพยาบาล หมายถึง การใหค วามชว ยเหลอื ผูปวยหรือผบู าดเจ็บ ณ สถานทเี่ กิดเหตุ โดยใช อุปกรณเทา ท่ีจะหาไดในขณะน้นั กอนทีผ่ ูบาดเจบ็ จะไดรบั การดแู ลรกั ษาจากบุคลากรทางการแพทย หรือสง ตอไปยงั โรงพยาบาล การปฐมพยาบาล มีวตั ถุประสงคทสี่ ําคัญ คือ 1. เพ่อื ชวยชวี ติ 2. เพอื่ เปนการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บหรือการเจบ็ ปวย 3. เพอ่ื ทาํ ใหบรรเทาความเจบ็ ปวดทรมาน และชวยทรมาน และชว ยใหกลบั สสู ภาพเดิมโดยเรว็ 4. เพื่อปองกนั ความพกิ ารที่จะเกิดขึน้ ตามมาภายหลงั การปฐมพยาบาลแบบตา ง ๆ การปฐมพยาบาลการชวยฟน คนื ชีพผูไดรับอบุ ตั เิ หตุ 1. ตรวจดูการหายใจ การทาํ งานของหวั ใจ พรอมทง้ั ใหก ารชว ยเหลอื 2. อยาเคลอ่ื นยา ยผูไดรับบาดเจบ็ จากตาํ แหนง เดมิ ยกเวน ในกรณีท่อี าจมีอนั ตรายทั้งผูบาดเจบ็ และผู ปฐมพยาบาล 3. หมผาใหผ ปู ว ยเพ่อื ปองกันการชอค 4. ขยายเขม็ ขัดและเส้อื ผา ใหห ลวม 5. ถามแี ผลควรพนั ผาให และถา กระดูกหัก ตอ งเขาเฝอกชัว่ คราวให 6. ถาผปู วยมสี ตดิ ี ชวนผปู ว ยคุย เพ่ือใหเกดิ ความสบายใจ 7. อยกู บั ผบู าดเจ็บ จนกระทงั่ สงผูบาดเจ็บแกห นวยกูภยั ตํารวจ หรอื ญาติ 8. พึงระลกึ ถึงขอบเขตและความสามารถของตนเองในการใหป ฐม พยาบาล
52 ตอนที่ 10.2 ทกั ษะการชวยฟน คนื ชีพ 1. อุบตั เิ หตุทางรถยนต 1. ผูใหการชวยเหลือ ตองตง้ั สติใหดี อยา แสดงอาการท่ีทําใหผ ูปว ยเสียขวัญ ตัดสนิ ใจวา อะไรเปนสิ่ง จําเปนทีจ่ ะตองใหการชว ยเหลือกอน หรือหลัง หรือมีความจาํ เปน ตองสงผปู ว ย เพือ่ รบั การรักษาที่โรงพยาบาล ทันที 2. ส่ิงแวดลอ ม อยาใหคนมุงดู เคลือ่ นยายผปู ว ยใหถูกวิธีจากสถานที่เกดิ เหตุ ประเมนิ สถานการณของ อบุ ัติเหตทุ เ่ี กิดขึ้น ขัน้ ตอนประเมินสภาพผบู าดเจ็บฉุกเฉิน - ตรวจดูชีพจร - ตรวจบาดแผลมีเลอื ดออกหรือไม - ตรวจดสู ีผวิ - ตรวจดกู ารเคลอ่ื นไหวของรา งกาย
53 2. กรณีโดนไฟดดู ยิง่ ถาเปน ลกู ของเรา พอ แมมักจะตกใจ และความรบี รอนชว ยลูกจงึ เขาไปฉุดมอื ดงึ แขน หรือดงึ ตวั ลูกโดยทนั ที ซึ่งนนั่ เทา กบั นาํ ตัวเองไปเปน เหยือ่ ไฟช็อตอีกคนโดยหมดโอกาสท่ีจะชวยทง้ั ชวี ติ ลกู และตนเอง วธิ กี ารท่ถี กู ตอ งกค็ อื 1) กอ นอนื่ จะตองตัดทางเดนิ กระแสไฟฟา โดยการสบั ฟวส ,ยกคัทเอา ทลง หรอื ดึง ปลั๊กออก (การปด สวิตซใ นตัวเคร่อื งไฟฟา แตเพียงอยา งเดยี วจะไมไดผลเพราะยงั ไมตัดกระแสไฟที่เขาสู ตัวเครอื่ ง) 2) หากยงั ไมส ามารถตัดทางเดินกระแสไฟไดทนั ทใี หหาวตั ถุทไ่ี มเ ปนส่อื ไฟฟา เชน ไมแ หงๆ,เชอื ก,สายยาง,แผน ยาง,เกา อี้ไมห รือ ผาหม คลอง-ดงึ หรือผลกั ผูท ่ีโดนไฟดดู ใหห ลดุ พน จากจดุ ทีโ่ ดนดูดและเพือ่ ความปลอดภัย ผูท ี่ชวยเหลือควรยนื อยูบนพ้นื ทแี่ หง 3) หลังจากทีช่ วยผูเคราะหร า ยออกมาจากไฟดดู ไดแ ลว ถา พบวาเขาไมห ายใจ , หวั ใจไมเ ตน ก็ตอ งกระตุนโดยการเปา ปาก และกดทรวงอก
54 3. กรณีโดนนํ้ารอนลวก ผูท ่ีไดรับบาดเจบ็ จากการถูกของรอนลวก ถึง 2ขัน้ ตอน คอื 1. การทาํ ใหบ ริเวณทีโ่ ดนของรอนลวกใหเ ย็นลงโดยเร็ว เชนใหแผลไดแชใ นอางนํ้าเยน็ หรอื ปลอยให นา้ํ กอกไหลผา นอยางนอยสกั 10นาที จากนัน้ กใ็ ชผ ากอ ซซับแผลใหแ หง แลวใชผ ากอ ซทแ่ี หง และสะอาด ปด คลมุ บาดแผลแตอ ยา ใหแนน เพราะแผลทโ่ี ดนของรอนลวกจะมีอาการบวม 2. ผิวที่โดนลวกหรือไหม จะมตี มุ เล็กๆใสๆขึ้นท่ีแผลเสมอหลายคนเห็นเขาเปนตอ งเอาเข็มไปเจาะให แตกอยา ทําเชน นัน้ เพราะจะทําใหเ กิดการตดิ เชอื้ ไดงายๆ ซ้ํามนั ยงั อาจเขาสูผวิ หนังช้ันในทําใหอ ักเสบเขา ไปใหญขอแนะนาํ เม่ือแผลขน้ึ “ตุมนาํ้ ”ก็คอื ... ปลอยไวอ ยา งนั้นแลว ซับใหแ หง จากนนั้ ก็ใชสําลีชุบ แอลกอฮอลเ ชด็ รอบๆตมุ นาํ้ นัน้ อยางเบาๆ 4. กรณจี มนํ้า การปฐมพยาบาลเด็กจมนา้ํ ท่ไี มห ายใจและ/หรือ หวั ใจไมเ ตน 1) เรยี กผอู ยูข า งเคียงใหมาชวยเหลอื และใหผูชวยโทรขอความชวยเหลอื หนว ยฉุกเฉนิ ที่ 1669 2) เปดทางเดินหายใจ โดยใหเ ดก็ นอนราบกดหนา ผากลงและเชยคางขึ้นเบาๆ 3) ตรวจการหายใจโดยมองหนาอกหรือทองวา มกี ารเคลื่อนไหวหรือไมฟงดวู า มีเสียงหาย หรอื ไมก ็ สมั ผสั โดยแนบใบหนาไปใกลจมูกและปากของเด็กเพ่ือสมั ผัสลมหายใจ 4) ในกรณอี ายุนอ ยกวา 1 ป ชวยการหายใจโดยประกบปากของผชู ว ยเหลอื ครอบจมูกและปากเดก็ และเปา ลมหายใจออก 2 คร้ังโดยใหแตละคร้ังยาว 1-2 วนิ าที และสงั เกตวุ า หนาอกของเดก็ ขยายตามการเปา ลมหรือไม 5 ) คลําชีพจร บรเิ วณตนแขนดา นในครง่ึ ทางระหวา งขอ ศอกและหัวไหลถ า เด็กไมห ายใจแตมชี พี จร ใหท ําการเปาปากตอเพยี งอยางเดยี วโดยทํา 20 ครงั้ ตอนาที หรอื เปาปาก 1 คร้งั ตอ 3 วนิ าที ถาเดก็ ไม หายใจและไมมชี ีพจรใหท ําการกระตนุ การเตนของหวั ใจ 6) กระตุนการเตน ของหวั ใจโดยหาตําแหนงของการกดหนา อกเพอ่ื กระตุนหัวใจไดโ ดยลากเสนสมมติ ระหวางหวั นมทัง้ สองขา ง ตําแหนง ทจี่ ะกดคือ บนกระดูกหนา อกใตต อ เสนสมมตทิ ีล่ ากระหวางหัวนมท้ังสอง ขางลงมา กดโดยใชนว้ิ สองน้ิว กดลึกใหกระดกู หนา อกยบุ ลงประมาณ 1-1.5 นิ้วความถีข่ องการกดคือกด หนา อก 5 ครง้ั สลบั กบั การใหผ ูชวยระบบหายใจเปา ปาก 1 คร้งั
55 7) ในกรณีอายุมากกวา 1 ป เปา ปากไดโ ดยประกบปากของผูชวยเหลือบนปากเด็กเทานั้น (ไมร วม จมูก)เม่อื ตองนวดหวั ใจ ใหห าตําแหนง ของการกดหนา อกไดโดยลากนิ้วตามขอบชายโครงชา งใดขางหนึ่งจนถงึ ก่งึ กลางซง่ึ ชายโครงทง้ั สองขา งมาชนกนั เรียกวาจุดปลายลา งกระดูกหนาอก ตําแหนง ทีจ่ ะกดคอื บนกระดกู หนาอกเหนือตอจดุ ปลายลา งกระดกู หนาอก 1 ความกวางของนิ้วมอื จรงิ กดโดยใชส นมอื กดลกึ ใหกระดกู หนาอกยุบลงประมาณ 1-1.5 นิว้ ความถีข่ องการกดคอื กดหนา อก 5 ครง้ั สลับกบั การใหผ ชู ว ยระบบหายใจเปา ปาก 1 ครง้ั
56 บรรณานุกรม โกวิท ประวาลพฤกษ และคณะ.(25455). คูมือการจดั การเรียนรูกลุม สาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพล ศกึ ษา :พลศึกษา ชวงช้ันที่3 ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 1-3 กรุงเทพมหานคร : สถาบันพัฒนาคุณภาพวชิ าการ. ดร.รัชนี ขวัญบุญจัน และคณะ.(2554). สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1กรุงเทพมหานคร : ไทย วัฒนาพานชิ . ยพุ าพร ทองต้งั และคณะ.(2546). พลศกึ ษา ม.1กรงุ เทพมหานคร :สถาบันพัฒนาคณุ ภาพวิชาการ. รศ.ดร.สมหมาย แตงสกุล และคณะ.(2554). สุขศึกษาและพลศึกษา ชวงช้นั ท่ี 3 ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 กรงุ เทพมหานคร :บรษิ ัทวฒั นาพานชิ จํากดั . อทุ ัย สงวนพงศ และคณะ.(2546). พลศึกษา ม.1 กรุงเทพมหานคร: บรษิ ัทอกั ษรเจริญทศั นจ าํ กดั รชั นี ขวัญบญุ จัน และคณะ.(2547).หนงั สอื เรยี นสาระการเรียนรพู ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรู สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชวงช้นั ที่4 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี5. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพาณชิ .
57 คณะผจู ดั ทํา ท่ปี รกึ ษา กศน.อาํ เภอเวยี งแหง นางสาววิจติ ร กันทาโย ผอู ํานวยการ ผจู ดั ทํา นายพทิ ยา ธาตุอินจันทร ครู คศ.1 กศน.อาํ เภอเวยี งแหง
58 คณะบรรณาธกิ าร/ปรบั ปรุงแกไข ท่ปี รึกษา นายศภุ กร ศรีศักดา ผูอาํ นวยการสํานักงาน กศน.จังหวดั เชียงใหม นางมนี า กติ ิชานนท รองผอู ํานวยการสาํ นกั งาน กศน.จังหวดั เชยี งใหม คณะบรรณาธกิ าร/ปรับปรุงแกไข นางณัชชา ทะภมู ินทร ผอู าํ นวยการ กศน.อาํ เภอ ดอยเตา ประธานกรรมการ กรรมการ นายพิทยา ธาตุอินจนั ทร ครู คศ.1 กศน.อาํ เภอเวียงแหง นาง สาวศิรพชั ร วรเศรษฐกุลไชย ครู คศ.1 กศน.อาํ เภอพราว กรรมการ นางปภินดา เอกชยั อาภรณ ครู อาสาสมัครฯ กศน.อําเภอเมอื งเชียงใหม กรรมการ นายสกล ศรีนา ครู กศน.ตําบล กศน.อําเภอสันกาํ แพง กรรมการ นางสาวพชั วรรณ อาํ พนั ธส ี ครู กศน.ตาํ บล กศน.อําเภอสนั ทราย กรรมการ นางเดือนฉาย แตม มาก ครู กศน.ตําบล กศน.อาํ เภอหางดง กรรมการ นางสาวแสงระวี แกว รากมุก ครู กศน.ตาํ บล กศน.อําเภอหางดง กรรมการ นางสาวสุรสั วดี สวุ รรณพงศ ครู กศน.ตาํ บล กศน.อาํ เภอหางดง กรรมการ นางสาวจันทรจริ า ออ นอน นักวเิ คราะหน โยบายและแผน สาํ นกั งาน กศน.จงั หวดั เชยี งใหม กรรมการ และเลขานุการ
Search