10 สมนุ ไพรพน้ื บา้ นต้านโควิด-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสามที่กำลังเกิดขึ้น มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่าง ตอ่ เนอื่ ง นอกจากการใชว้ ัคซนี ป้องกนั หรือยาต่างๆท่นี ำเขา้ จากตา่ งประเทศแลว้ ยังมีสมุนไพรพ้นื บ้านของไทย ท่เี ปน็ อกี ทางเลือกในการช่วยบรรเทาอาการโควดิ -19 ได้ การป้องกันตวั เองแต่เนิ่น ๆ ดว้ ยการเสริมสร้างระบบ ภูมิคุ้มกัน ให้เป็นเสมือนเกราะป้องกันร่างกาย ด้วย 10 สมุนไพรบ้าน ที่ทุกคนรู้จัก จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำ สรรพคณุ สำคัญของสมุนไพรเหล่าน้ีมาเสริมภูมิใหร้ ่างกาย จากข้อมลู ข้อ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลนั อธบิ ายว่า ระบบ ภูมิคุ้มกัน คือกลไกที่ช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แบคทีเรยี สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ เราเรยี กรวมกนั วา่ แอนตเิ จน หรอื เรยี กงา่ ย ๆ วา่ “เช้ือโรค” ระบบภูมิคุ้มกัน เปรียบเสมือนโล่ ทำหนา้ ทปี่ อ้ งกัน ดักจบั และทำลายเชือ้ โรค เม่อื ร่างกายไดร้ ับเชื้อโรคจากการสัมผัส กิน หรือ หายใจ อาจทำใหเ้ กดิ การติดเชื้อหรือเกิดโรค ซ่ึงความรนุ แรงของปญั หาดังกล่าวข้นึ กบั ประสทิ ธิภาพการทำงาน ของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคน ระบบภูมิคุ้มกันจึงมีความสำคัญมากในภูมิปัญญาตะวันออกและ ตะวันตก ระบุว่ามีการศึกษาใช้พืชสมุนไพรที่มีสารอาหารสำคัญในการป้องกันโรค เสริมภูมิคุ้มกัน ขอ แนะนำ 10 สมุนไพรพ้นื บา้ น ที่คอยดูแลระบบภูมิคุ้มกันและชว่ ยเพม่ิ ภมู ิคุ้มกัน ดังน้ี 1.ฟ้าทะลายโจร กลไกต้านไวรัสของฟ้าทะลายโจรป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ลดการแบ่งตัวไวรัสภายในเซลล์ เพ่มิ ภูมคิ ุ้มกันในการตอ่ ส้กู ับไวรสั รวมถึงลดอาการการอักเสบทปี่ อดจากการตดิ เช้อื ไวรัส วิธีใช้ นำใบของต้นฟ้าทะลายโจร นำมาตากแห้งแล้วบดให้เป็นผงปั้นกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอน แลว้ รบั ประทานไดท้ นั ทีเม่อื มีอาการหวัด “ฟ้าทะลายโจร” ใช้การรักษา \"ผู้ป่วยโควิด-19\" ที่อาการไม่หนัก โดย กรมการแพทย์แผนไทยและ แพทย์ทางเลือก พบว่า สารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ในฟ้าทะลายโจรน่าจะมีศักยภาพ ในการชว่ ยปอ้ งกันไมใ่ หเ้ ชือ้ โคโรนาเข้าเซลล์และป้องกันการแบ่งตวั ของโคโรนาไวรัสได้ ยาฟ้าทะลายโจรแคปซูล ทานครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน ทันทีที่ได้รับการ วินิจฉัยว่าเป็น โควิด-19 ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้ที่มีประวัติแพ้ฟ้าทะลายโจร ไมแ่ นะนำให้ใชใ้ นเด็กอายุตำ่ กวา่ 4 ปี
2.ขิง มีรสเผด็ รอ้ น มคี ณุ สมบัตอิ นุ่ พบฤทธติ์ า้ นไวรัสไข้หวดั ใหญ่ โดยทว่ั ไปแลว้ มักนำมากนิ แกห้ วัด ซึง่ ขิงนั้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ (anti–oxidant) และสารต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) อยู่มากมาย เช่น Gingerol, Shogoal และ Paradoal วิธีใช้ เลือกขิงแก่ นำมาหั่นให้เป็นแว่น ตำและคั้นเอาน้ำ หรือนำมาต้มกับน้ำเปล่า 1 ลิตร โดยต้ม ประมาณ 5 นาที แล้วตักเอาขิงออก เอาแต่น้ำขิงมาดื่มขณะอุ่นๆ โดยดื่มครั้งละ 1 แก้ว เช้า กลางวันและเยน็ น้ำขงิ จะช่วยลดน้ำมกู ลงได้ หรือจะนำมาผสมกับนำ้ มะนาว เตมิ เกลอื เล็กน้อย แล้วด่ืม ยาขิงแคปซูล รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง เมื่อมีน้ำมูก ไม่มีอาการแล้วให้หยุดได้ (หา้ มใชใ้ นหญิงตง้ั ครรภ์และให้นมบุตร ไมแ่ นะนำใหใ้ ช้ในผปู้ ่วยโรคนว่ิ ในถงุ น้ำดแี ละเด็กอายตุ ่ำกว่า 6 ปี 3.กระเทยี ม มีฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ ป้องกันการหลั่งสาร cytokine ที่ทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มแอนติบอดี้ ชนิด immunoglobulin A (IgA) ซึ่งเป็นด่านแรกของภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยพบมากที่ระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร และยัง ช่วยกระตุ้นการทำงานของ B-cell lymphocyte รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งของสาร interferon ซึ่งเป็นสารที่ สร้างในระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต้านไวรัส สามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัว ของไวรัสโควดิ -19 ได้ วธิ ีใช้ ให้นำกระเทียมมาปอกเปลอื กและสบั ให้ละเอยี ด จากน้ันกร็ ับประทานแบบสด ๆ กันไปเลย อย่างไรก็ตาม การบริโภคกระเทียมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปากเหม็น มีกลิ่นตัว แสบร้อน กลางอก ปวดทอ้ ง โดยเฉพาะการบริโภคกระเทียมสดอาจทำใหอ้ าการเหลา่ น้ยี งิ่ ทวคี วามรนุ แรงข้ึน 4.ขม้ินชนั ขมิ้นชัน มีสารสำคัญคือ น้ำมันหอมระเหยและสารเคอร์คิวมินอยด์ เป็นสารสีเหลืองส้ม รวมทั้งมี สารพฤกษเคมีกลุ่มโพลีฟีนอล คุณสมบัติของขมิ้นตามงานวิจัยคือ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์การต้านการ อักเสบ ฤทธิ์การต้านมะเร็ง และฤทธิ์การต้านจุลินทรีย์ก่อโรคทั้งเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส จาก การศึกษาในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้า เซลล์ ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส และช่วยยับยั้งการหลั่งสารอักเสบ สารสำคัญของขมิ้นชัน และ demethoxycurcumine สามารถแย่งจบั กบั ตำแหน่งของไวรสั โควดิ -19 ทมี่ ผี ลยับยง้ั การแบง่ ตัวของไวรัสได้ วิธีใช้ ในสมัยก่อนคนไทยจะใช้ขมิ้นในการฆ่าเชื้อโรคแทนการใช้แอลกอฮอล์ หรือใช้แปะแผลเพื่อฆ่า เชื้อ ในอินเดียจะดื่มน้ำขมิ้นเพื่อแก้หวัด แก้ไอ รักษาโรคข้ออักเสบปวดบวม อาหารที่มีขมิ้นเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ แกงเหลอื ง แกงกะหร่ี แกงไตปลา ปลาทอดขมิ้น หมูหมกั ขมนิ้ ข้าวผดั ขม้ิน ไกห่ รอื เน้ือสตั ว์อ่ืนๆย่างขม้ิน ข้าวเหนียวหน้ากุง้ ใส่ขมิ้น ขนมโคขมิ้นสด สมู้ทตี้ผสมขมิน้ นอกจากนี้ยังมีเมนทู ี่สามารถเพิ่มเตมิ เอาขมิ้นชันไว้ ทำเองทบ่ี ้านได้ เช่นใส่ผสมกับนำ้ สลัด ใสผ่ สมกับน้ำจิ้มต่างๆ หุงข้าวใส่ขมนิ้ ลงไป เครอื่ งดมื่
5.มะขามปอ้ ม เป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ โดยพื้นบ้านใช้รักษาหลอดลมอักเสบ วัณโรคปอด หอบหืด ช่วยส่งเสริม การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยสารสำคัญในมะขามป้อมสามารถจับกับขาโปรตีนของไวรัสโควิด-19 และ ตัวรับ ACE2 ซ่งึ มีบทบาทการผ่านเขา้ เซลล์ปอด และยังเข้าจบั กับเชื้อในหลายตำแหน่งท่มี ีผลต่อการยับย้ังการ สร้างและการแบง่ ตวั ของเชื้อไวรัสได้ วิธีใช้ ให้ใช้ผลสด 15-30 ผล คั้นเอาน้ำมาจากผลหรือต้มทั้งผลแล้วดื่มแทนน้ำเป็นครั้งคราวหรือจะ ทานเป็นผลสดจม้ิ กบั เกลอื ยาอมหรือยาแก้ไอมะขามป้อมเมื่อมีอาการไอ หากมอี าการเสมหะข้นใหจ้ ิบชาชงมะขามป้อมตลอดท้ัง วัน หรอื จบิ นำ้ มะนาวแทรกเกลอื (หลีกเล่ยี งการใช้เกลอื ในผปู้ ว่ ยความดนั โลหติ สงู ) เมอ่ื ไม่มอี าการแล้วหยดุ ได้ 6.หอมแดง มีสรรพคุณช่วยให้หายใจสะดวกและโล่งขึ้น เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาทุบให้แตกแล้ววางไว้ใกล้ ๆ ศรีษะเพื่อสูดดมตามความเชื่อว่าช่วยรักษาหวัดได้ ในทางวิทยาศาสตร์หอมแดงมีสารประกอบกลุ่มออร์กาโน ซัลเฟอร์ (Organosulfur) เช่น ไดแอลลิลไดซัลไฟด์ (Diallyl Disulphide) ไดแอลลิลไตรซัลไฟด์ (Diallyl Trisulfide) เอสอัลลิลซิสเทอีน (S-Allyl Cysteine) และอัลลิซิน (Allicin) เชื่อว่ามีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และอาจช่วยรักษาโรคหวัดได้ วธิ ีใช้ นำหวั หอมแดงมาทุบให้พอบุบ จากนัน้ หอ่ ดว้ ยผ้าขาวบาง แล้วนำไปวางไวใ้ กล้ ๆ หมอนของผู้ที่ เปน็ หวัด รับรองจมกู โล่ง หายใจคล่องแนน่ อน 7.มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยวที่อุดมไปดว้ ยวติ ามินซี และสารอาหารมากมายที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายและ ระบบภูมิคุ้มกัน มะนาวสามารถบรรเทาอาการจากหวัดได้ โดยเฉพาะอาการเจ็บคอ ช่วยให้หายใจโล่ง ลด อาการไอ ลดเสมหะ โดยต่างประเทศมีการใช้มะนาวเหลืองหรือเลมอนเป็นยาพื้นบ้านในการแก้หวัดด้วย แต่ การศึกษาในดา้ นน้ียงั คงมจี ำกดั จึงยังไมส่ ามารถบอกได้อยา่ งชดั เจนวา่ มะนาวจะช่วยรักษาหวัดได้ วิธีใช้ นำมะนาวมาคั้นให้ได้น้ำ จากนั้นให้ผสมกับน้ำผึ้งและนำมาชงกับน้ำร้อน ดื่มอุ่น ๆ หายใจโล่ง บรรเทาอาการไอได้ดี ท้ังน้ี การบรโิ ภคมะนาวเป็นอาหารในปรมิ าณท่ีพอเหมาะน้ันค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนสว่ นใหญ่ แต่ ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยท่ีน่าเช่ือถือเพียงพอเกย่ี วกับการบริโภคเป็นปริมาณมาก และไม่ควรบริโภคใน ระหวา่ งที่ตง้ั ครรภ์หรอื ใหน้ มบุตรปริมาณมาก เพราะอาจสง่ ผลเสยี ตอ่ สุขภาพร่างกายได้
8.พรกิ สมนุ ไพรทีใ่ ชใ้ นทางการแพทย์มาอยา่ งยาวนาน เนือ่ งจากภายในผลพริกซึ่งมเี มล็ดตดิ อยู่จะมีสารแคป ไซซินทกี่ ่อใหเ้ กดิ ความเผ็ด ความเผด็ รอ้ นนี้จะทำใหร้ า่ งกายขบั เหงอ่ื และขจดั สารพิษออกจากร่างกายได้ โดยจะ นำสารแคปไซซินท่ีสกัดได้จากผลพริกมาใช้เป็นส่วนผสมของยาต่างๆ ท้ังชนิดรับประทานและทาภายนอก เช่น ยาแกห้ วัด และสามารถรักษาอาการไอได้ด้วย วิธใี ช้ นำตน้ พรกิ ยกเวน้ ในสว่ นของเม็ดพริก มาล้างหนา้ ให้สะอาดจากนัน้ นำมาสับเป็นท่อนสน้ั ๆ แล้ว ตากแดดจนแห้ง นำต้นพริกที่ตากแดดจนแห้งแล้วประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำ 1 ลิตรให้เดือด รินเอาแต่น้ำ มาดม่ื ก่อนอาหาร โดยด่มื คร้ังละ 1 แกว้ ชว่ งเวลาเชา้ -เยน็ สรรพคุณของมนั จะช่วยให้หายใจสะดวกขนึ้ 9.ตะไคร้ สามารถใช้รักษาหวัด หวัดใหญ่ แก้ไข้ แก้ปวดหัว ปวดท้อง เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดี เย่ียม ช่วยตา้ นอนมุ ูลอิสระ แก้อักเสบ และต้านไวรัสไข้หวัด วิธใี ช้ บุบต้นตะไคร้ 3-4 ต้นใหแ้ ตก นำมาตม้ กับน้ำเปลา่ 1 ลติ รให้เดือด แล้วยกลง รินเอาแตน่ ้ำมาจิบ บ่อยๆ ตลอดท้ังวัน เพราะตะไคร้ก็เปน็ สมุนไพรแกค้ ัดจมูกทีไ่ ดผ้ ลดเี ช่นกนั แถมยังชว่ ยแกอ้ าการน้ำมูกไหลจาก หวัดไดอ้ ีกด้วย 10.กะเพรา สมุนไพรที่คนไทยนิยมใช้แก้ไอ แก้หวัด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ แขง็ แรง วิธีใช้ นำใบกะเพรามาทำเป็นอาหาร หรือใหน้ ำ เอาใบกระเพราสด(กระเพราแดงหรือกระเพราเขียว ก็ได้) 1-2 กำมือไปต้มใส่น้ำพอท่วมต้ม โดยต้มจนให้เหลือนำ้ เพียงครึง่ หนึ่ง จากนั้น เอาน้ำมาดื่ม โดยดื่มวนั ละ 2-3 แก้ว และดม่ื ได้เรอ่ื ยๆ จนกว่าอาการจะดีข้นึ การต้มควรใช้เพียงครงั้ เดียวไม่ควรต้มซ้ำ
อย่างไรก็ตามการบริโภคมากเกินความจำเปน็ อาจสง่ ผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าช่วยป้องกันหรือรกั ษา โควิด-19 ดังนั้นการเลือกรับประทานจึงดูตามความเหมาะสมของอาการ และที่สำคัญการป้องกันตนเองจาก ไวรัสโควิด-19 ที่ดีที่สุด คือการสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง และรู้สติอยู่เสมอว่าโรคร้ายนี้กำลังแพร่ ระบาด จะทำอะไรอยา่ ลืมป้องกนั ไวก้ ่อน ข้อมูลจาก องค์การเภสัชกรรม, โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร, ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร,รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สถาบัน สขุ ภาพ นวิ ทรไิ ลท์ (Nutrilite Health Institute)
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: