Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ภาผกา04 6-7 นิตยสารสุขภาพ

ภาผกา04 6-7 นิตยสารสุขภาพ

Published by Jess Y, 2021-11-21 09:57:53

Description: ภาผกา04 6-7 นิตยสารสุขภาพ

Search

Read the Text Version

INVEST YOUR SKIN เจาะลึกสุขภาพผิว

CONTENTS 1 ผิวแห้งต้องเติมน้ำให้ผิวด้วย 10 วิตามินซีตัวช่วยผิวสวยสุขภาพ MOISTURIZER ดีไม่แคร์อายุ /facelabs.co.th /facelabs.co.th 4 วิธีดูแลผิวกระจ่างใส ดูแล 12 โทนเนอร์ คืออะไร? เช็ด อย่างไรให้เพอร์เฟคและ โทนเนอร์ยังไงให้ได้ผล? และ ปลอดภัย หน้าไม่เหี่ยวเร็ว /facelabs.co.th /facelabs.co.th 6 ผิวสุขภาพดีเริ่มต้นจากการล้าง 15 3 ฮีโร่กู้ผิวให้แข็งแรง หน้าที่ดี /facelabs.co.th /facelabs.co.th 8 ฝ้า กระ จุดด่างดำ ปัญหาสีผิวไม่ 17 แอลกอฮอล์ในเครื่องสำอาง สม่ำเสมอ ทำร้ายผิวจริงหรอ? /facelabs.co.th facelabs.co.th

ผิวแห้งต้องเติมน้ำให้ผิวด้วย Moisturizer INVEST YOUR SKIN | 01 หากพูดถึงการบำรุงผิวสำหรับสาวผิวแห้ง หนึ่งในขั้นตอนการบำรุงที่มีความสำคัญที่สุดก็คือ “การเติมน้ำให้ผิว” เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี ดูมีน้ำมีนวล เรียบเนียนไม่แห้งกร้าน และไม่ลอกเป็นขุย ซึ่งหลายท่าน อาจคิดว่า การบำรุงผิวด้วยด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว มอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) จำเป็นต่อทุกสภาพผิว เพราะหากผิวขาดความชุ่มชื้นอาจทำให้เกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาได้ ผิวแห้ง คืออะไร? ผิวแห้ง คือ สภาพผิวที่ “ขาดความชุ่มชื้น” อาจมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้น้อยกว่าปกติ จึงทำให้ผิวไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้นาน จึงทำให้ผิวแห้งกร้าน ไม่เรียบเนียนและลอกเป็นขุย ซึ่งมักเป็น สภาพผิวที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ลักษณะของผิวแห้ง? สภาพผิวที่ขาดความมัน โดยเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือสภาพแวดล้อม ผิวหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ขาดความชุ่มชื้น ผิวระคายเคืองง่าย เกิดสิว หรือผดอักเสบต่าง ๆ ทำไมต้องเติมน้ำให้ผิวด้วย Moisturizer? นั่นเป็นเพราะมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) คือ สารให้ความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้น ให้แก่ผิว เพื่อลดการสูญเสียน้ำของผิว รวมถึงช่วยเติมน้ำให้ผิวหรือกักเก็บน้ำในผิวไม่ให้ระเหยออกไป ดังนั้นคนที่มี ผิวแห้งจึงควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) บำรุงผิวเป็นประจำ เพื่อลดปัญหาผิวแห้งกร้าน ระคายเคือง ที่ทำให้ เกิดริ้วรอยได้ง่าย

INVEST YOUR SKIN | 02 ประเภทของ Moisturizer หากพูดถึงมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) หรือผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้งนั้น มีหลาก หลายรูปแบบและสามารถให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนานแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับชนิดของสารเพิ่มความชุ่ม ชื้นในผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ มอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบOcclusives: คือ มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเคลือบผิว ด้วยการสร้างฟิล์มบางๆ เคลือบที่ชั้นบนสุดของผิว เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ ซึ่งได้แก่ เซราไมด์ (Ceramide) , ซิลิโคน (Silicone) และลาโนลิน (Lanolin) เป็นต้น มอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบEmollients: คือ เป็นสารที่ให้ความนุ่มนวล ทำให้ผิวอ่อนนุ่ม เรียบเนียน และ ชะลอการสูญเสียน้ำในชั้นผิวซึ่งได้แก่ เชียบัตเตอร์ (Shea Butter), สควาเรน (Squalane) ,คอลลา เจน (Collagen) และปามิเตท (Palmitate) เป็นต้น มอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบHumectants: คือ สารที่ดูดซับความชุ่มชื้นให้กับผิว จึงช่วยฟื้ นฟูผิวแห้งกร้าน ได้ดี ซึ่งได้แก่ กลีเซอรีน (Glycerin), กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acids) และกรดไฮยาลู รอนิก (Hyaluronic Acids) เป็นต้น

วิธีเลือก Moisturizer สำหรับคนผิวแห้ง? INVEST YOUR SKIN | 03 การเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) ที่เหมาะ กับคนผิวแห้ง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น มากยิ่งขึ้น จึงควรพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ เหมาะกับผิวแห้งมากเป็นพิเศษ โดยมีวิธีเลือกดังนี้ คนผิวแห้งควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์แบบเนื้อ ครีม: สำหรับสาวผิวแห้งมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ เหมาะกับสภาพผิวควรมีลักษณะเป็นเนื้อครีม เนื่องจากว่าเนื้อครีมจะมีความเข้มข้นมากกว่า จึงช่วยคงความชุ่มชื้นและป้องกันการสูญเสีย ความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น คนผิวแห้งควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วน ผสมอ่อนโยน: เนื่องจากคนผิวแห้ง มักมีสภาพ ผิวที่บอบบาง จึงควรหลีกเลี่ยงมอยเจอร์ไรเซอร์ ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและพาราเบน ที่ทำให้ผิว ไวต่อการระคายเคือง ประโยชน์ของมอยเจอร์ไรเซอร์? ช่วยเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น พร้อมกับเพิ่มปริมาณ และกักเก็บน้ำใต้ผิวได้อย่างยาวนาน ช่วยฟื้ นฟูผิวแห้งกร้าน พร้อมบำรุงผิวให้มี สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการแพ้และการระคายเคืองผิว ช่วยปรับสภาพผิว รักษาสมดุลผิว พร้อมทั้งคืน ความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง พร้อม เผชิญมลภาวะต่างๆ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอและมีสัมผัสที่ เนียนนุ่ม ช่วยบำรุงผิวที่แตกลายให้กลับคืนสภาพปกติ

วิธีดูแลผิวกระจ่างใส ดูแลอย่างไรให้เพอร์เฟคและปลอดภัย INVEST YOUR SKIN | 04 1. มาส์ก สครับผลัดเซลล์ผิว ในแต่ละวันร่างกายของเรามีเซลล์ผิวหนังจำนวน มากมายที่มีการแห้งตายและหลุดร่วงออกไป และมีการ ผลิตเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่เพราะไลฟ์สไตล์ใน แต่ละวันที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควัน แสงแดด มลภาวะ และสิ่งแวดล้อมที่ทำร้ายผิว ทำให้เซลล์ผิวเก่า หลุดออกตามวงรอบธรรมชาติช้าลง สะสมและอุดตัน อยู่บนผิวชั้นบน จึงทำให้ผิวดูหมองคล้ำ สีผิวไม่ สม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ต้องใส่หน้ากาก อนามัยอยู่ตลอดเวลา ยิ่งทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน และถูกกระตุ้นให้ผิวอักเสบได้ง่าย การผลัดเซลล์ผิว ด้วยการสครับ และการบำรุงผิวด้วยการมาส์ก จึงเป็น วิธีที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตัวในรูขุมขน พร้อมทั้ง ผลัดเซลล์ผิวเก่าได้อย่างหมดจดเป็นธรรมชาติ เผยผิว กระจ่างใส เปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีและปลอดภัยอีกด้วย การสครับผิวไม่ควรทำเกินกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เนื่องจากจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ 2. ไม่ลืมปกป้องผิวด้วยกันแดด แม้หลายคนจะนั่งทำงานในที่ร่ม ทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home โดยไม่ต้องออกไปเผชิญกับ แสงแดดที่อาจทำร้ายผิว ทำให้ละเลยในการปกป้องผิว ด้วยครีมกันแดด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากรังสียู วีนั้นไม่ได้เกิดจากแสงแดดอย่างเดียว แต่ยังมาจาก แสงไฟ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และแสงจาก เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นคลื่น ความร้อนที่แฝงตัวอยู่ในทุกที่ ซึ่งรังสีทั้งสองชนิดนี้ ต่างตรงเข้ามาทำร้ายผิวโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นการปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด หรือใช้ อาวียองซ์ ยูวีเอกซ์เพิร์ท กลูตา-ออเร้นจ์ เซรั่มกันแดด ที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า จึงเป็นเรื่องที่ ห้ามละเลยโดยเด็ดขาด

3. อาหารดี วิตามินซีและแอนตี้ออกซิแดนท์สูง INVEST YOUR SKIN | 05 อาหารไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป็นกับชีวิตเท่านั้น ยังส่งผลต่อสุขภาพและผิวพรรณด้วยเช่นกัน การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นสิ่งที่คนอยากมีผิวแลกระจ่างใสควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง มีสุขภาพดีจากภายใน และอาหารที่มี สารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยดูแลเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระที่คอยทำร้ายผิว ปรับโครงสร้างชั้นผิวให้แข็งแรง อีกทั้งปรับการทำงานของเมลานินช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ ลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสสุขภาพดีจากภายใน แถมยังช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ ริ้วรอยต่างๆ แลดูจางลงอีกด้วย 4. เติมความชุ่มชื่นให้ผิวเสมอ ความชุ่มชื่นคือเสาหลักที่คอยค้ำจุนให้ปราการปกป้องผิวและชั้นผิวแข็งแรง กระบวนการทำงานและระบบฟื้ นฟู ผิวสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ผิวดูกระจ่างใส ดูอิ่มน้ำ ลดปัญหาผิวแห้งเป็นขุยไม่น่าสัมผัส ซึ่งการเติม ความชุ่มชื่นให้ผิวสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการดื่มน้ำให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม หรือ 2-3 ลิตรต่อวัน ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับ สภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื่นและเติมน้ำให้กับผิวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ผิวกลับมากระจ่างใสเพอร์เฟคได้ ไม่ยาก 5. ความสะอาดที่เหมาะสม อยากเป็นเจ้าของผิวสวยสุขภาพดีจะขาดการดูแลรักษาความสะอาดไปไม่ได้เลย ยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโค วิด-19 ที่ทำให้ทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผิวหน้าภายใต้หน้ากากเกิดความอับชื้น สะสมเชื้อโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนจนทำให้หน้าเป็นสิว รวมไปถึงการเสียดสีที่อาจทำให้ผิวหน้าไม่กระจ่างใส ดังนั้น การล้างหน้าที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย โดยเริ่มจากการล้างเครื่องสำอางและครีมกันแดดด้วยคลีนซิ่ง หรือที่เช็ดเครื่องสำอาง อาวียองซ์อะควา กลูต้าไมเซลลาร์ก่อน แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้าอีกครั้ง ส่วนผิวกายควร เลือกใช้สบู่ที่เหมาะกับสภาพผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง เท่านี้ผิวกระจ่างใสก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ผิวสุขภาพดีเริ่มต้นจากการล้างหน้าที่ดี INVEST YOUR SKIN | 06 การล้างหน้าทีดีลดปัญหาผิวได้ยังไง? เพราะสิ่งสกปรกจากเครื่องสำอาง มลภาวะ และค วามมันที่สะสมมาตลอดทั้งวันเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเกิดสิว หลายคนอยู่บ้านจะคิดว่าไม่เจอกับสิ่ง สกปรกและไม่ได้แต่งหน้าจึงละเลยการทำความสะอาดผิวหน้าไป แต่โดยปกติแล้วผิวของเราจะผลิตน้ำมัน ออกมาจากต่อมไขมันใต้รูขุมขนเพื่อรักษาสมดุลความชุ่มชื้นบนใบหน้าอยู่แล้ว หากรูขุมขนของเราไม่ได้รับ การดูแลทำความสะอาดเลยก็จะทำให้เกิดการอักเสบใต้ผิวหนังและเกดเป็นสิวอักเสบได้นั่นเอง และหากมี การสะสมของเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยก็จะทำให้เกิดการอักเสบมีหนอง นอกจากน้ำมันแล้วผิวของเรายังมีการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติและผลิตขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการสะสมของเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วบนใบหน้า เมื่อเจอกับความมันและฝุ่นละอองหมักหมมบน ผิวที่ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวยากขึ้น เมื่อสะสมนานๆ เข้าจะทำให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน และ เป็นสาเหตุของการเกิดสิวอีกด้วย

INVEST YOUR SKIN | 07 ล้างหน้าอย่างไรให้ลดปัญหาผิว? 1.เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่ทำลายเกราะ ป้องกันผิว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ดี ต้องสามารถขจัดสิ่งสกปรกและความมัน ส่วนเกินที่อุดตันบนผิวได้อย่างหมดจดแต่ ต้องไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว (skin barrier) ผิวหน้าที่ถูกทำร้ายจากการล้าง หน้าโดยไม่รู้ตัวจะมีลักษณะที่แห้งตึงผิว หลังล้าง ผิวแห้งลอก เป็นขุย และบางคน อาจเกิดอาการแสบหน้าเวลาทาครีมบำรุง ผิวในขั้นตอนถัดไป เพราะสารทำความ สะอาด (surfactant) บางชนิดที่อาจทำลาย ชั้นไขมันที่มีชื่อว่าเซราไมด์ (ceramide) ซึ่ง เปรียบเสมือนกำแพงคอยปกป้องผิวของ เราเอาไว้ถูกทำลายทำให้เกิดรอยรั่ว ความ ชุ่มชื้นที่มีอยู่ในผิวจะระเหยออกไปได้ง่ายจึง ทำให้รู้สึกแห้งตึง และอาจทำให้สิ่งสกปรก และแบคทีเรียเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ การ เลือกเนื้อของผลิตภัณฑ์สามารถมีส่วนช่วย ลดการทำลายเกราะป้องกันผิวได้โดยเลือก เป็นเจลล้างหน้าที่อ่อนโยนกว่า แทนการใช้ โฟมล้างหน้าที่มักมีสารก่อฟองที่มี pH สูง และทำลายความชุ่มชื้นของผิวออกไปมาก จนเกินไป 2.ล้างหน้าตามแนวขน ข้อดีของการล้างหน้าตามแนวขนคือ ทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังไหลเวียนดีเป็น ธรรมชาติ สามารถกำจัดสิ่งสกปรกและไข มันในรูขุมขนออกมาได้หมด ลดอาการบวม ของชั้นผิว ทำให้ลดการเกิดสิวได้และที่ สำคัญควรมีระยะเวลาการล้างที่นานพอ หรือประมาณ 1 นาทีเพื่อนวดขจัดสิ่ง สกปรกออกไปจนหมด

ฝ้า กระ จุดด่างดำ ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เป็นปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอหรือที่เรียกว่าภาวะไฮเปอร์พิกเมนเทชั่น (Hyperpigmentation) ที่พบมากในคนทั่วไปและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ใช่แค่คนที่มีอายุมากขึ้น เท่านั้น แต่การถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่างๆ ทำให้ใครก็เกิดปัญหานี้ได้ แต่ละแบบมีสาเหตุ วิธีการป้องกันและ รักษาที่ต่างกัน จึงควรแยกให้ออกเพื่อให้ผิวของเราลดการเผชิญปัญหาเหล่านี้ Hyperpigmentation คืออะไร? เกิดจากความผิดปกติของการสร้างและขนส่งเม็ดสีผิว (melanin) ไปยังสะสมที่ผิวหนังชั้นบนไม่เท่ากันใน บางตำแหน่งของผิวหนัง ซึ่งทำให้บางจุดมีสีผิวที่เข้มขึ้นกว่าปกติ มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน สามารถแบ่ง ออกได้เป็น ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ฝ้า (Melasma) มีลักษณะเป็นปื้ นๆ แผ่นๆ สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงเข้ม กระจายเป็นวงกว้างและมีรูปร่างไม่แน่นอน สามารถ แบ่งออกเป็นฝ้าแบบตื้นและฝ้าแบบลึก รักษาให้หายได้ยาก สาเหตุเกิดจากผิวของเราโดนรังสี UV สะสมเป็น เวลานานๆ รวมถึงปัจจัยภายในอย่างความเครียดและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจึงมักพบในผู้หญิงตั้ง ครรภ์และคนที่ทานยาคุมกำเนิด กระ (Freckles) มีลักษณะเป็นจุดกลมๆ เล็กๆ กระจายทั่วใบหน้าโดยเฉพาะแก้มและหน้าผาก เกิดจากพันธุกรรมและ สามารถถูกกระตุ้นให้มีสีเข้มขึ้นได้จากแสงแดด แบ่งเป็นกระตื้น กระลึก และกระแดด จุดด่างดำ (Dark Spots) มักเกิดขึ้นหลังการอักเสบของผิว เช่น รอยดำจากสิว เรียกจุดด่างดำแบบนี้ว่า Post inflammatory hyperpigmentation (PIH) เมื่อเกิดการอักเสบเซลล์ผิวหนังจะมีการสร้างสารเคมีเกี่ยวกับปฏิกิริยาการ อักเสบขึ้น ซึ่งสารเหล่านี้จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดสีผิวเมลานิน ทำให้มีการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มจึงเกิด เป็นรอยดำหลังการอักเสบ และเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงแดดจะทำให้มีสีเข้มขึ้นได้เช่นกัน INVEST YOUR SKIN | 08

INVEST YOUR SKIN | 09 วิธีการดูแลผิวจากปัญหาสีผิวไม่ สม่ำเสมอ 1. ทาครีมกันแดดเป็นประจำ 2. เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำที่ง่ายที่สุด จะ สังเกตได้ว่าแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น สำคัญที่ทำให้ฝ้า กระ และจุดด่างดำ มีสีที่เข้มขึ้น โดยการเลือกครีม กันแดด ที่มี SPF 50 และ PA+++ ขึ้ น ไ ป 3. การทำ treatment 4. การเลเซอร์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ สูงและสามารถจัดการฝ้าและกระ แบบลึกได้ดีกว่า ควบคู่ไปกับการทำ chemical peel หรือการผลัดเซลล์ ผิว เพื่ อให้เซลล์ผิวชั้นบนหลุดลอก ออกไปและเผยผิวใหม่ที่สม่ำเสมอ ขึ้น แต่มักมีราคาแพงและอาจเกิด ผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์ได้ 5. ใช้ครีมบำรุงผิวไวเทนนิ่ง 6. สารไวเทนนิ่ง (whitening agent) คุณภาพสูงมีให้เลือกมากมายใน ท้องตลาด อาจไม่สามารถสู้ ประสิทธิภาพการใช้ยาหรือการทำเล เซอร์แต่สามารถลดเลือนสีผิวไม่ สม่ำเสมอ เพื่ อลดการสะสมของเม็ด สีผิวให้จางลงได้ และสามารถหาซื้อ ได้เอง สารที่รู้จักกันมากในการปรับ สีผิวให้สม่ำเสมอ เช่น Hydroquinone, Arbutin, Vitamin C และ Vitamin B3 ข้อดีคือราคา ถูกและเกิดผลข้างเคียงได้น้อยกว่า NOMADIC  |  24

INVEST YOUR SKIN |10 วิตามินซีตัวช่วยผิวสวยสุขภาพดีไม่แคร์อายุ ปัญหาผิวของผู้หญิงวัย 30+ คงหนีไม่พ้นริ้วรอย ฝ้ า กระ ผิวหยาบกร้านและความหมองคล้ำที่ เริ่มเห็นชัดขึ้น ทำให้หลายคนเริ่มหมดความมั่นใจ รู้ถึงสาเหตุปัญหาแห่งวัย การเปลี่ยนแปลงของ ผิว และแก้ปัญหาให้ตรงจุดเพื่อผิวที่สวยสุขภาพดีแบบไม่แคร์อายุกันดีกว่า สาเหตุและการเปลี่ยนแปลงของผิว อายุ อายุที่มากขึ้นทำให้กระบวนการทำงานของเซลล์ผิวประสิทธิภาพเสื่อมลงเรื่อยๆ เช่น โดยปกติ ผิวของเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปทุกๆ 3-4 สัปดาห์ แต่เมื่ออายุ 30 ขึ้นไปจะ ผลัดเซลล์ผิวได้ช้าและน้ อยลงถึง 30-50 % ทำให้ผิวดูหมองคล้ำและหยาบกร้านขึ้น รวมถึงคอลลา เจนบนผิวจะลดลงประมาณ 1% ต่อปี ทำให้ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยเห็นชัดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น นั่นเอง แสงแดดและมลภาวะ รังสียูวี (UV) ทำให้ผิวเกิดอนุมูลอิสระ (Free Radical) สะสมและเข้าไปทำลายคอลลาเจนและ อิลาสตินในผิว ทำให้ผิวผิวขาดความยืดหยุ่น หย่อยคล้อย ริ้วรอย และผิวหยาบกร้าน กระตุ้นการ สร้างเม็ดสีผิวเมลานิน (Melanin) มากขึ้นทำให้เกิดความหมองคล้ำรวมถึงฝ้ าและจุดด่างดำจาก แสงแดดด้วย

INVEST YOUR SKIN |11 วิตามินซี…ดีกับผิวอย่างไร? วิตามินซี (Vitamin C) หนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ ทรงพลังและเป็นที่รู้จักกันอย่างดี จะสามารถช่วยให้ผิว ของเราสวยสุขภาพดีได้อย่างไรบ้าง? วิตามินซีช่วยให้ผิวกระจ่างใส เพราะวิตามินซีจะขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ไทโร ซิเนส (Tyrosinase enzyme) ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญใน กระบวนการสร้างเม็ดสีผิว (Melanin) จึงช่วยลดความ หมองคล้ำ ลดเลือนจุดด่างดำ และปรับสีผิวให้กระจ่างใส ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ วิตามินซีช่วยลดเลือนริ้วรอย วิตามินซีสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลา สติน และยับยั้งกระบวนการทำลายเส้นใยคอลลาเจนและ อิลาสตินที่เกิดจากอนุมูลอิสระในผิวจากการกระตุ้นโดย แสงแดดได้ ทำให้ผิวหน้ามีความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอย และความหย่อนคล้อย ผิวนุ่มเด้งและเรียบเนียนขึ้น วิตามินซีช่วยสมานแผล เพราะวิตามินซีช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยังมี คุณสมบัติช่วยลดการอักเสบได้ จึงทำให้ช่วยสมานแผล (Wound Healing) บนผิวได้ เช่น รอยแผลจากการกด หรือบีบสิว ผิวแดงไหม้จากแดด วิตามินซีช่วยให้ผิวแข็งแรง ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันผิว (Skin barrier) โดยการเพิ่มการผลิต Sphingolipid ซึ่งเป็น ส่วนประกอบสำคัญของเซราไมด์ (Ceramide) ทำให้ผิว เก็บล็อกความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ผิวดูสุขภาพดีมากขึ้น ด้วยประสิทธิภาพที่มากมายแบบนี้ วิตามินซีจึงเป็น ส่วนผสมอันดับต้นๆ ที่อยู่ในเครื่องสำอางเพื่อช่วยบำรุง และแก้ปัญหาผิวต่างๆ แต่วิตามินซีในท้องตลาดก็มี หลากหลายรูปแบบ จึงต้องรู้จักชนิดและข้อจำกัดของ วิตามินซีแต่ละรูปแบบเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

โทนเนอร์ คืออะไร? เช็ดโทนเนอร์ยังไงให้ได้ผล? และหน้าไม่เหี่ยวเร็ว INVEST YOUR SKIN |12 โทนเนอร์เช็ดผิวจำเป็นแค่ไหนในการดูแลผิวหน้าคือสิ่งที่ใครหลายๆ คนยังคงสงสัยและมองข้ามขั้นตอนนี้ไป เพราะเห็นว่าไม่สำคัญและเปลืองเงิน แต่ถ้าพูดถึงขั้นตอนการดูแลผิวหน้าเพื่อผิวสวยสุขภาพดีแล้ว ขั้นตอนการ ทำความสะอาดถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลผิวที่ดี นอกจากจะต้องคำนึงถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชำระล้างสิ่งสกปรกแล้ว ยังมีอีกผลิตภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่ถือว่าช่วยทำความสะอาดผิวเช่นเดียวกันแต่ไม่ต้องล้างออกนั่นก็คือ การเช็ดผิวด้วย โทนเนอร์นั่นเอง โทนเนอร์ คืออะไร? โทนเนอร์ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการทำความสะอาดผิวที่ประเภท โดยจะใช้หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าด้วย เจลล้างหน้าหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าประเภทล้างออก โทนเนอร์จะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างบน ผิวหลังการล้างหน้า เพื่อให้ผิวหน้าของเราพร้อมที่จะบำรุงด้วยสกินแคร์ตัวอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น โทนเนอร์มีกี่แบบ? โทนเนอร์เป็นสกินแคร์อีกประเภทหนึ่งที่มีคุณสมบัติให้เลือกหลากหลายให้เลือกใช้ตามความต้องการและปัญหา ผิวของแต่ละคน หลายๆ คนคิดว่าการใช้โทนเนอร์เป็นเรื่องไม่จำเป็น สิ้นเปลืองเงิน และเสียเวลา เพราะไม่เห็น ประโยชน์และการเปลี่ยนแปลงจากการใช้มากนัก ดังนั้นการเลือกโทนเนอร์ให้ตอบโจทย์กับสภาพผิวก็เป็นอีกเรื่องที่มี ความสำคัญ โดยหลักๆ แล้วสามารภแบ่งประเภทของโทนเนอร์ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1. โทนเนอร์เพื่ อการทำความสะอาดผิวโทนเนอร์ประเภทนี้มักจะเน้นการทำความสะอาดความมันและสิ่งสกปรกที่ ตกค้างอยู่ในรูขุมขนของเราให้สะอาดหมดจด เช่น โทนเนอร์เพื่อลดความมัน โทนเนอร์ลดสิว และโทนเนอร์ กระชับรูขุมขน เป็นต้น 2.โทนเนอร์เพื่อการบำรุงผิวโทนเนอร์ประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาผิวมากนัก มักมีคุณสมบัติที่ช่วยบำรุง ผิวในด้านต่างๆ เช่น โทนเนอร์ผิวกระจ่างใส โทนเนอร์เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้น และโทนเนอร์เพื่อลดการระคาย เคืองผิว เป็นต้น

INVEST YOUR SKIN |13 วิธีเลือกโทนเนอร์ให้ตรงสภาพผิว ผิวแห้งและมีริ้วรอยเลือกโทนเนอร์ที่เน้นช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า เพราะคนผิวแห้งมัก สูญเสียความชุ่มชื้นหลังการล้างหน้าได้ง่ายอยู่แล้ว การใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ ผิวจะช่วยลดความแห้งตึงของผิวหลังการล้างหน้าและริ้วรอยก่อนวัยได้ คนผิวแห้งควรหลีกเลี่ยง โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ผิวแห้งยิ่งกว่าเดิม ผิวมันและเป็นสิวเลือกใช้โทนเนอร์ที่เน้นลดความมันอุดตันและกระชับรูขุมขนเป็นหลัก เพราะความ มันและสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสิวซ้ำซาก ซึ่งโทนเนอร์สำหรับ คนเป็นสิวที่ช่วยลดความมันอาจมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ช่วยสลายความมันที่อุดตันในรูขุม ขนได้ดี และนอกจากนี้ยังช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวได้ ผิวหมองคล้ำเลือกใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและมีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส ผิวแพ้ง่ายต้องระวังโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองมากเป็นพิเศษ เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ น้ำมันหอมระเหย สารแต่งสี และพาราเบน เป็นต้น ควรเลือกโทนเนอร์ที่ช่วยปลอบ ประโลมผิว ลดอาการแดงและผื่นคันของผิวได้

ทำไมโทนเนอร์ต้องใช้คู่กับสำลี INVEST YOUR SKIN |14 เพราะลักษณะของโทนเนอร์ที่เป็นของเหลว คล้ายน้ำเปล่ามักใช้คู่กับสำลี เพื่อให้สิ่งสกปรกได้ ถูกดูดซับและถูกเช็ดออกไปกับแผ่นสำลี และต้อง เลือกสำลีที่มีใยอัดแน่นและซึมซับได้ดี ไม่เหลือใย สำลีบนผิวเวลาเช็ดออก หลาคนมักหลีกเลี่ยงการ เช็ดหน้าด้วยสำลีเพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้เกิด ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าเร็วขึ้น แต่สาเหตุที่ทำให้ ผิวเหี่ยวย่นไม่ได้มาจากการใช้สำลีเพียงอย่าง เดียวอาจเกิดจากแรงที่เช็ดผิวและทิศทางการเช็ด ที่ไม่ถูกต้องก็ได้ วิธีเช็ดโทนเนอร์ด้วยสำลีแบบไม่ทำให้ผิวเหี่ยวเร็ว หยดโทนเนอร์ลงบนสำลีให้ชุ่มพอประมาณ แปะสำลีลงบนผิว ทิ้งเวลาไว้สักครู่ให้สารซึม ลงสู่ผิว หลังจากนั้นค่อยๆ เช็ดออกอย่าง เบามือตามแนวขน คือการเช็ดจากกลาง ใบหน้าออกไปด้วยข้าง เพื่อการทำความ สะอาดอย่างหมดจด ไม่จำเป็นต้องเช็ดทั่วไปหน้าก็ได้ อาจจะเน้น เช็ดเฉพาะจุดที่คาดว่าทำความสะอาดด้วยนิ้ว มือไม่ทั่วถึง เช่น บริเวณซอกจมูก มุมปาก ใกล้ขอบตา เป็นต้น การดูแลเรื่องความสะอาดของผิวหน้าถือเป็น ขั้นตอนสำคัญที่สุดของการมีผิวที่ดี ลดการเกิด ปัญหาผิวต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากสิ่ง สกปรกอุดตันบนใบหน้า และเป็นการเตรียมผิวให้ พร้อมในการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป เพื่อให้สกิน แคร์ตัวถัดไปซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้นและส่งผลให้มี เกิดดียิ่งขึ้น การเลือกโทนเนอร์ให้ตรงกับสภาพ ผิวและปัญหาผิวที่เผชิญอยู่จึงมีส่วนสำคัญ เพื่อ ให้ตอบโจทย์ความต้องการและเห็นการ เปลี่ยนแปลงของผิวได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

3 ฮีโร่กู้ผิวให้แข็งแรง INVEST YOUR SKIN |15 หลายคนที่มีปัญหาผิวแห้งถึงแห้งมาก ต้องการมอยส์เจอร์ไรเซอร์ดีๆ สักตัวเพื่อแก้ ปัญหาผิวแห้งลอก เป็นขุย แต่งหน้าไม่ติด หรือ บางคนอาจมีปัญหาสิวผดอยู่เรื่อยๆ แต่ทำยัง ไงหน้าก็ไม่อิ่มเด้งฉ่ำน้ำกับเขาสักที อะไรที่เขาว่า ดีก็ลองมาหมดแล้ว รู้หรือไม่ว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับคน ผิวแห้งมากไม่ใช่มีแต่สารเติมเต็มความชุ่มชื้น เท่านั้น แต่ควรมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็ง แรงของชั้นผิวด้วยถึงจะดี เพราะต่อให้บำรุงผิว ไปเท่าไหร่แต่ผิวของเรายังอ่อนแอทำให้กักเก็บ ความชุ่มชื้นไม่อยู่ ผิวก็แห้งอีกอยู่ดี 3 ฮีโร่สำคัญที่ช่วยกู้ผิวแข็งแรง คือ Ceramides + Cholesterol + Fatty acids ซึ่งเป็นไขมันที่พบได้ตามธรรมชาติในผิวชั้น นอก การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไขมัน 3 ชนิดนี้จึงเหมือนเป็นการเลียนแบบโครงสร้าง ชั้นผิว จะช่วยให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้นได้ นั่นเอง เซราไมด์ (Ceramides) คือไขมันที่พบได้ ตามธรรมชาติในชั้นผิวถึง 47% ของไขมัน ในผิวชั้นนอก มีส่วนสำคัญมากในเรื่อง ของความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว คอเลสเตอรอล (Cholesterol) คือไขมันที่ แทรกอยู่ตามเซราไมด์ กรดไขมัน (fatty acids) ไขมันอีกชนิดเป็น องค์ประกอบอยู่ในโครงสร้างชั้นผิว และ เป็นส่วนประกอบหนึ่งของเซราไมด์ กรดไข มันต่างชนิดกันสร้างเซราไมด์ต่างกัน และ มีส่งผลต่อการจัดเรียงตัวของชั้นไขมันอีก ด้วย

เพราะโครงสร้างผิวหนังของเรานั้นจัดเรียงตัวเหมือนอิฐก่อปูน อิฐคือเซลล์ผิวที่มีความชุ่มชื้นตามธรรม INVEST YOUR SKIN | 16 ขาติที่เรารู้จักกันดีว่าเป็น NMFs ประกอบอยู่ และปูนก็คือไขมันที่เชื่อมเซลล์ผิวหรืออิฐแต่ละก้อนเข้าด้วยกัน และคอยทำหน้ าป้ องกันการเสียความชุ่มชื้นออกจากผิว ถ้าไขมันจัดเรียงตัวไม่ดีก็จะทำให้โครงสร้างไม่แข็ง แรงเหมือนกำแพงที่ชำรุด ผิวจึงสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายนั้นเอง เกราะป้ องกันผิวแข็งแรง สำคัญยังไง ? โครงสร้างไขมันในชั้นผิวแข็งแรงจะช่วยให้เซลล์ผิวจัดเรียงตัวเป็ นระเบียบ ป้ องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เข้าสู่ผิว ลดโอกาสกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง ลดการสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น สามารถแก้ปัญหาผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ได้ในระยะยาว การมีเกราะป้ องกันผิวแข็งแรงมีความสำคัญกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่มีผิวแห้งมากและมีแนวโน้ ม บอบบางแพ้ง่าย เพราะเป็นเหมือนด่านสำคัญคอยปกป้ องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้น และการคัดกรองสาร ซึมผ่านเข้าสู่ผิวแล้วกระตุ้นให้เกิดการแพ้และระคายเคือง คนที่มีปัญหาผิวเรื้อรังมักมีเกราะป้ องกันผิวที่ อ่อนแอจึงทำให้ฟื้ นฟูผิวได้ยากนั่นเอง การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแห้งมากและมีแนวโน้ มแพ้ง่าย ไม่ใช่แค่หามอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมดาๆ แต่ ควรมีส่วนผสมของเซราไมด์ คอเลสเตอรอล และกรดไขมัน เพื่อฟื้ นบำรุงเกราะป้ องกันผิวให้แข็งแรงและลด ปั ญหาผิวแห้งลอกในระยะยาวนั้นเอง

INVEST YOUR SKIN |17 แอลกอฮอล์ในเครื่องสำอางทำร้ายผิวจริงหรอ? ถ้าพูดถึงวงการเครื่องสำอางแล้ว ใครหลายๆ คนมักหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ (Alcohol) ด้วยความเข้าใจที่ว่า แอลกอฮอล์ทำให้ผิวแพ้ ระคายเคือง หน้าแห้งตึง แต่จะมี สักกี่คนที่รู้ว่าแอลกอฮอล์ที่เห็นอยู่บนฉลากนั้นไม่ใช้ตัวที่ทำร้ายผิวของเราเสมอไป ก่อนอื่ นไปทำความรู้จักเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ที่ใช้ในเครื่องสำอางก่อนว่ามีอะไรบ้าง กลุ่ม Fatty alcohol มักจะปรากฎบนฉลาก เช่น cetyl alcohol, stearyl alcohol, cetearyl alcohol พวกนี้มักถูกใช้เป็นตัวผสานน้ำและน้ำมันในสูตรเข้าด้วยกัน (Emulsifier) เพื่อให้ ผลิตภัณฑ์มีลักษณะขึ้นเป็นเนื้อครีม ไม่เป็นอันตรายต่อผิว กลุ่ม Glycol จัดเป็นสารกลุ่มที่ให้ประโยชน์กับผิวอย่าง Propylene glycol, Butylene glycol, Glycerol (Glycerin) มักพบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในเกือบทุกประเภทเพราะมีคุณสมบัติให้ ความชุ่นชื้นกับผิวได้ดีประเภทหนึ่ง (humectant) กลุ่มที่ใช้สำหรับฆ่าเชื้อ ในทางเครื่องสำอางแอลกอฮอล์ที่ใช้การฆ่าเชื้อ ที่เรามักเห็นกันบ่อยๆ จะ เป็น ethanol (ethyl alcohol) และ isopropyl alcohol เท่านั้นที่ อย. อนุญาติให้ใช้เป็นตัวฆ่าเชื้อ ในแอลกอฮอล์เจลหรือผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโดยไม่ต้องล้างออก โดยต้องมีปริมาณมากว่า 70% v/v จึงสามารถฆ่าเชื้อได้ ด้วยปริมาณที่เยอะขนาดนี้มักทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ง่าย

ในขณะเดียวกันก็มีเครื่องสำอางอีกหลาย INVEST YOUR SKIN |18 ประเภท อย่างโทนเนอร์หรือเจลล้างหน้าที่ นิยมใช้ แอลกอฮอล์ (ethanol) แต่มักมี ปริมาณในสูตรไม่มาก ไม่เป็นอันตรายต่อผิว ใช้เพื่อขจัดและควบคุมความมันบนใบหน้า กระชับรูขุมขน เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติ ในการสลายความมันตามรูขุมขนได้ดีเหมาะ กับคนที่หน้ามัน และมีสิวอุดตันมาก จึงมักใช้ ในผลิตภัณฑ์รักษาสิว แต่จะไม่เหมาะกับคน หน้าแห้งและผิวแพ้ง่ายเพราะจะยิ่งทำให้ความ ชุ่มชื้นบนใบหน้าหายไปมากกว่าเดิม ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ 1. ทำให้หน้าเหี่ยว หน้าแก่ก่อนวัย สาเหตุ ของการเกิดริ้วรอยก่อนวัยจาก แอลกอฮอล์สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มี ผิวแห้งมาก เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ผิว สูญเสียความชุ่มชื้นบนใบหน้า ทำให้รู้สึก หน้าแห้งตึง แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการ ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมเต็มความ ชุ่มชื้นให้ผิว 2. Alcohol free หมายถึงไม่มีแอลกอฮอล์ อยู่เลย โดยทั่วไปการเคลมว่า alcohol free หรือ no alcohol หมายถึงไม่มี ethanol ในผลิตภัณฑ์เท่านั้น ไม่รวมถึง แอลกอฮอล์ประเภทอื่ นๆ 3. ทำให้รูขุมขนกว้าง โดยทั่วไปรูขุมขนกว้าง เกิดจากพันธุกรรมมากกว่า เกิดจาก ฮอร์โมนเพศชายที่ทำให้ผิวผลิตความมัน ออกมามาก จนทำให้รูขุมขนขยายใหญ่ ขึ้น จึงดูเหมือนรูขุมขนกว้างขึ้นนั่นเอง แอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้รู้ขุมขนกว้างแต่ ช่วยลดอุดตันของความมันและกระชับรู ขุมขนได้ดีต่างหาก



Give your skin a little love


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook